เกษตรฯผุด‘กองขยายพันธุ์พืช’ ประเดิม10แห่งเผยแพร่พืชพันธุ์ดีถึงมือเกษตรกร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/317302

x

เกษตรฯผุด‘กองขยายพันธุ์พืช’ ประเดิม10แห่งเผยแพร่พืชพันธุ์ดีถึงมือเกษตรกร

วันอังคาร ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า พันธุ์พืชที่มีคุณภาพดี เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับเกษตรกรในการผลิตพืชให้มีผลผลิตสูงและมีคุณภาพดี ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตต่อไร่ แต่ที่ผ่านมาการผลิตพืชเศรษฐกิจหลายชนิด ยกเว้นข้าว เกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเข้าถึงพันธุ์ดี โดยเฉพาะพันธุ์พืชที่ได้มาจากการวิจัยและพัฒนาของหน่วยราชการ เช่น พืชตระกูลถั่ว ซึ่งผลิตได้ในปริมาณที่จำกัด และหน่วยงานราชการผลิตเฉพาะส่วนของพันธุ์คัดและพันธุ์หลักเท่านั้น กรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้จัดตั้งกองขยายพันธุ์พืชขึ้น โดยปรับปรุงศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) ซึ่งมีภารกิจหลักในการขยายพันธุ์พืชโดยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออยู่แล้ว โดยพัฒนาให้เป็นศูนย์ขยายพันธุ์พืชให้ครบทุกด้านทั้งการผลิตเมล็ดพันธุ์ ต้นพันธุ์ การใช้ท่อนพันธุ์ เพื่อขยายพันธุ์ดีที่ได้รับจากหน่วยงานวิจัยไปสู่เกษตรกร

นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อำนวยการกองขยายพันธุ์พืชอีกหน้าที่หนึ่งกล่าวว่า กองขยายพันธุ์พืช จะดำเนินการผลิตและกระจายพันธุ์พืชพันธุ์ดี พร้อมให้บริการเมล็ดพันธุ์พืชชั้นพันธุ์จำหน่ายให้กับสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และศูนย์พันธุ์พืชชุมชนในเขตรับผิดชอบของศูนย์ขยายพันธุ์พืช โดยจะปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์พืชเพาะเลี้ยงเดิมให้เป็นศูนย์ขยายพันธุ์พืช จำนวน 10 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชจังหวัดตรัง นครศรีธรรมราช ชลบุรี สุพรรณบุรี นครราชสีมา อุดรธานี บุรีรัมย์ มหาสารคาม ลำพูน และพิษณุโลก

ทั้งนี้คาดว่า กองขยายพันธุ์พืช จะสามารถผลิตพันธุ์พืชพันธุ์ดีส่วนเมล็ดพันธุ์ ได้ 28,000 ตัน/ปี ได้แก่ พืชตระกูลถั่ว ข้าวโพด พืชผัก สมุนไพร ไม้ดอก ในส่วนต้นพันธุ์ ได้แก่ พริก พืชผัก กล้วย มะละกอ มะนาว มะม่วง ส่วนท่อนพันธุ์ ได้แก่ มันสำปะหลัง อ้อย และส่วนเนื้อเยื่อ ได้แก่ หน่อไม้ฝรั่ง กล้วย ทั้ง 3 ส่วนนี้ สามารถผลิตได้จำนวน 8 ล้านต้น/ปี ทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงพันธุ์พืชพันธุ์ดีที่มีคุณภาพและมีราคาที่เหมาะสม ส่งผลให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ผลผลิตเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ผลผลิตพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยมีคุณภาพดี มีปริมาณผลผลิตเพิ่มมากขึ้น สามารถลดการนำเข้าผลผลิตและวัตถุดิบทดแทนจากต่างประเทศ ส่งผลให้ประเทศไทยจะมีความมั่นคงทางด้านอาหารและมีเมล็ดพันธุ์สำรองไว้ใช้ภายในประเทศ ก่อให้เกิดความมั่นคงด้านเมล็ดพันธุ์พืชของประเทศต่อไป

รายงานพิเศษ : ฝนหลวงฯก้าวสู่ปีที่5‘สานต่อศาสตร์พระราชา’ พัฒนางานวิจัย-การบินเพิ่มประสิทธิภาพปฏิบัติการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/317305

รายงานพิเศษ : ฝนหลวงฯก้าวสู่ปีที่5‘สานต่อศาสตร์พระราชา’  พัฒนางานวิจัย-การบินเพิ่มประสิทธิภาพปฏิบัติการ

รายงานพิเศษ : ฝนหลวงฯก้าวสู่ปีที่5‘สานต่อศาสตร์พระราชา’ พัฒนางานวิจัย-การบินเพิ่มประสิทธิภาพปฏิบัติการ

วันอังคาร ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานในงานวันคล้ายวันสถาปนากรมฝนหลวงและการบินเกษตร ครบรอบปีที่ 5 วันที่ 25 มกราคม 2561 ณ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และร่วมแสดงความยินดีแก่ คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ พร้อมเปิดเผยว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นเพื่อสนองงานตามโครงการพระราชดำริฝนหลวงที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระราชดำริขึ้นเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาความทุกข์ยากของเกษตรกรและประชาชน ที่ประสบกับความแห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค โดยตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา บุคลากรของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวงเสมอมา ตามตำราพระราชทานฝนหลวง ซึ่งเป็นศาสตร์พระราชาที่สามารถช่วยเหลือประชาชนในประเทศ ตลอดจนเผยแผ่ แนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้งไปยังต่างประเทศเพื่อช่วยเหลือประชาชนทั่วไปในระดับโลกด้วย จึงขอให้บุคลากรของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีความมุ่งมั่นและพัฒนางานเกี่ยวกับการปฏิบัติการฝนหลวงให้ดียิ่งขึ้นต่อๆ ไป พร้อมกับภูมิใจในหน้าที่การงานอันมีเกียรติ

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า สำหรับการก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรนั้น ตามที่กรมฝนหลวงฯ ได้กำหนดวิสัยทัศน์ในระยะ 20 ปี ในการเป็นองค์กรชั้นนำในระดับโลกด้านการดัดแปรสภาพอากาศตามศาสตร์ของพระราชาภายในปี 2579 เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งและบรรเทาภัยพิบัติอื่นๆ อันเนื่องมาจากความผันแปรของภูมิอากาศ โดยบริหารจัดการน้ำในชั้นบรรยากาศให้เกิดฝนมีปริมาณและการกระจายที่เหมาะสมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำฝน ตลอดจนการให้บริการด้านการบิน เพื่อสนับสนุนภารกิจการทำฝน การวิจัย และกิจกรรมด้านการเกษตรอื่นๆ โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้มีแนวทางการดำเนิน ความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานภายนอกเพิ่มเติมในปีนี้อีก จำนวน 4หน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ ดัดแปรสภาพอากาศ บริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ พัฒนาบุคลากร และด้านการบิน โดยมีแนวทางความร่วมมือกับแต่ละหน่วยงาน ดังนี้

1.การดำเนินความร่วมมือกับสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการดำเนินความร่วมมือด้านวิชาการ โดยจะได้ร่วมกันส่งเสริมการดำเนินการตามมาตรฐานการบิน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และข้อมูลสารสนเทศในการบริหารจัดการพื้นที่ป่าต้นน้ำ รวมทั้งดำเนินการมาตรฐานการซ่อมบำรุงอากาศยาน และพัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านการบิน

2.การดำเนินความร่วมมือกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยร่วมกันวางแผนกำหนดเป้าหมายในการปฏิบัติการฝนหลวงให้สอดคล้องกับแผนบริหารจัดการน้ำใต้ดิน ทั้งในเชิงพื้นที่ ปริมาณ และคุณภาพน้ำ

3.การดำเนินความร่วมมือกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) เป็นการดำเนินความร่วมมือด้านการวิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพแบบจำลองคาดการณ์สภาพอากาศระยะสั้น โดยใช้ข้อมูลตรวจอากาศชั้นบน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวง

4.การดำเนินความร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน โดยเป็นการดำเนินความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เน้นความร่วมมือด้านวิชาการ และการวางแผนการปฏิบัติการ เพื่อความมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ และสามารถรองรับภาวะวิกฤติของภัยพิบัติได้อย่างเหมาะสม และด้านการวิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยร่วมกันวิจัย พัฒนาด้านวิชาการและเทคโนโลยีการปฏิบัติการฝนหลวงและการดัดแปรสภาพอากาศ

“การบูรณาการความร่วมมือกับทั้ง 4 หน่วยงานดังกล่าวนี้ จะนำไปสู่การบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการและครบวัฏจักรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งน้ำบนฟ้า โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร น้ำผิวดิน โดยกรมชลประทาน ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงาน ได้บูรณาการความร่วมมือเพื่อเติมน้ำต้นทุนในเขื่อนกักเก็บน้ำ มาตั้งแต่ปี 2558 และในปี 2561 จะได้ร่วมมือกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เพื่อบริหารจัดการน้ำใต้ดินด้วย นอกจากนี้ ยังนำไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และฟื้นฟูพื้นที่ ป่าต้นน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งด้านการเกษตร ซึ่งผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินการดังกล่าว จะเป็นการสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช บรมนาถบพิตร ที่มุ่งหวังให้คนไทยมีคุณภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ตลอดจนเป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ เกษตรกรมั่นคง ภาคการเกษตรมั่งคั่ง ทรัพยากรการเกษตรยั่งยืน” นายสุรสีห์ กล่าว

รักษ์เกษตร : พันธุ์หญ้าเลี้ยงสัตว์ที่ดี มีอะไรบ้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/317303

x

รักษ์เกษตร : พันธุ์หญ้าเลี้ยงสัตว์ที่ดี มีอะไรบ้าง

วันอังคาร ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คำถาม พันธุ์หญ้าเลี้ยงสัตว์ที่ดี มีอะไรบ้างครับ มีคุณลักษณะอย่างไร ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ

นิติธรรม ชีวินสุนทร

อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

คำตอบ

พันธุ์หญ้าเลี้ยงสัตว์ที่ดี ที่อยากแนะนำ มีดังนี้

การปลูกหญ้าเนเปียร์ หรือหญ้าบาน่า มีหลายสายพันธุ์ มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาเขตร้อน มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เป็นหญ้าอายุหลายปี เจริญเติบโตได้ในดินหลายชนิด ตั้งแต่ดินร่วนปนทราย ถึงดินเหนียวที่มีการระบายน้ำค่อนข้างดี ตอบสนองต่อความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้ำได้ดี ทนแล้งได้พอสมควร ติดเมล็ดน้อย และมีความงอกต่ำ จึงต้องปลูกขยายพันธุ์ด้วยท่อนพันธุ์ 2-3 ท่อน ต่อหลุม ระยะระหว่างหลุม 75×75 เซนติเมตร ปักท่อนพันธุ์ลงดินให้เอียง 45 องศา ให้ข้อจมลงดิน 1 ข้อ แล้วเหยียบดินให้แน่น ต้นพันธุ์หญ้าเนเปียร์ 1 ไร่ สามารถปลูกขยายพันธุ์ในพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ ใส่ปุ๋ยยูเรียอัตรา 40 กิโลกรัม ต่อไร่ต่อปี เป็นหญ้าที่ไม่ชอบน้ำขัง ต้องปลูกบริเวณที่ดอน หรือทำร่องระบายน้ำไว้ด้วย ตัดลำต้นหญ้าเป็นท่อนๆ ให้มีข้อติดมาด้วย 2 ข้อ ต่อท่อน นำมาใส่ถุงปุ๋ยเก็บในที่ร่ม รดน้ำให้ชุ่ม ทิ้งไว้ค้างคืน รุ่งเช้านำไปปลูกในแปลง

การปลูกหญ้าแพงโกล่า เป็นหญ้าที่มีลำต้นเล็ก และทนน้ำท่วมขังได้ดี ให้เลือกปลูกได้ทั้งที่ลุ่มและที่ดอน ถ้าเป็นที่ลุ่ม ให้เตรียมดินแบบนาหว่านน้ำตม หว่านท่อนพันธุ์แล้ว ใช้ผ้าพลาสติกทาบให้ท่อนพันธุ์จมลงไปในน้ำ แช่น้ำทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ แล้วปล่อยน้ำทิ้ง รากต้นหญ้าจะยึดดิน และแตกยอดอ่อนต่อไป ถ้าหากปลูกที่ดอน ให้ไถดะ เตรียมดินให้ละเอียด เลือกวันที่ดินมีความชื้นพอเหมาะ หรือหลังจากฝนตก ให้หว่านท่อนพันธุ์ให้ทั่วแปลง แล้วพรวนดินกลบ

การปลูกหญ้ารูซี่ มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา เป็นหญ้าอายุหลายปี ต้นกึ่งเลื้อยกึ่งตั้ง ชอบดินที่มีการระบายน้ำดี เจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด ปลูกด้วยเมล็ด โตเร็ว เหมาะสำหรับปล่อยวัวลงแทะเล็ม ให้ผลผลิตน้ำหนักแห้ง 2-2.5 ตันต่อไร่ต่อปี แตกกอดี ใบอ่อนนุ่มสัตว์ชอบกิน ลักษณะลำต้นกึ่งตั้งกึ่งเลื้อย มีรากตามข้อ ขยายพันธุ์ได้ด้วยเมล็ดและลำต้น เนื่องจากติดเมล็ดได้ดี มีความงอกสูงนิยมขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด จัดเป็นพืชวันสั้น เจริญเติบโตได้ดีในดินหลายชนิด ทั้งดินอุดมสมบูรณ์ในที่ดอน น้ำไม่ขัง และในดินที่มีธาตุอาหารค่อนข้างต่ำ ชอบอากาศในเขตร้อนที่มีปริมาณน้ำฝนมาก หญ้ารูซี่ตอบสนองต่อปุ๋ยได้ดี ใส่ปุ๋ยสูตร 12-24-12 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่

การปลูกหญ้ากินนี มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนและกึ่งร้อนของทวีปแอฟริกา เป็นหญ้าที่มีอายุหลายปี ลักษณะลำต้นตั้งเป็นกอสูง ประมาณ 1.5 – 2.5 เมตร มีช่อดอกเป็นแบบ panicle ติดดอกและเมล็ดได้ดี แต่เมล็ดมีความงอกต่ำมาก ระบบรากเป็นรากฝอย แข็งแรงทนต่อสภาพแห้งแล้ง เจริญเติบโตได้ดีในที่มีปริมาณน้ำฝนตลอดปี ดินควรจะมีการระบายน้ำดี และมีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง ไม่ควรปล่อยให้สัตว์แทะเล็มหญ้าจนมากเกินไป สามารถปลูกร่วมกับถั่วเซนโตรซีมาและซีราโตรได้ สามารถปรับตัวได้ในสภาพร่มเงา จึงปลูกในสวนไม้ยืนต้นหรือสวนป่าได้ สามารถปลูกในสวนมะพร้าวได้ ให้ผลผลิตน้ำหนักแห้ง 2,000 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี

การปลูกหญ้ากินนีสีม่วง เป็นหญ้าที่นำเข้ามาจากประเทศไอเวอรี่โคสต์ ทวีปแอฟริกา มีอายุหลายปี ต้นตั้งตรง แตกกอได้ดี ใบใหญ่ อ่อนนุ่ม เหมาะสำหรับตัดให้สัตว์กิน ทนร่มเงาได้ดี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด และแยกกอ ไม่ทนต่อน้ำท่วมขัง มีขนาดของใบและลำต้นใหญ่กว่า และสูงกว่าหญ้ากินนีธรรมดา ใบจะมีลักษณะอ่อนนุ่มกว่า สัตว์ชอบกิน จึงเป็นหญ้าที่ได้รับความสนใจจากเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์มาก ให้ผลผลิตค่อนข้างสูง และตอบสนองต่อความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้ำได้ดี ทนต่อสภาพที่มีร่มเงาได้ดี ขยายพันธุ์ได้ด้วยเมล็ด ใช้เมล็ดอัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อไร่ หรือปลูกเป็นหลุม ระยะระหว่างหลุม 50 x 50 เซนติเมตร ส่วนการปลูกด้วยหน่อพันธุ์ ในพื้นที่ 1 ไร่ ใช้หน่อพันธุ์ประมาณ 300-400 กิโลกรัม ปลูกหลุมละ 3 ต้น ใช้ปุ๋ยรองพื้นสูตร 15-15-15 ในอัตรา 50-100 กิโลกรัมต่อไร่ และใส่ปุ๋ยไนโตรเจน หลังเก็บเกี่ยวทุกครั้ง ในอัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ ควรตัดหญ้าเลี้ยงสัตว์ครั้งแรกหลังปลูก 70 วัน และหลังจากนั้น ควรตัดทุก 30-45 วัน ได้ผลผลิต 1.5-4 ตันต่อไร่

นาย รัตวิ

‘จี The Face’ฝันโกอินเตอร์!!!ยึดพื้นที่เซ็กซี่ครั้งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/318885

'จี The Face'ฝันโกอินเตอร์!!!ยึดพื้นที่เซ็กซี่ครั้งแรก

‘จี The Face’ฝันโกอินเตอร์!!!ยึดพื้นที่เซ็กซี่ครั้งแรก

วันอังคาร ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 11.04 น.

แม้จะก้าวไปไม่ถึงฝั่งฝันการเป็นผู้ชนะเลิศ The Face Thailand season 2 (เดอะ เฟซ ไทยแลนด์ ซีซั่น 2) แต่หลายๆ คนกลับยังคงจดจำสาวมั่น “จี-ณัฏฐ์พิชา พิศาลพงศ์ชนะ” หรือ “จี The Face” ได้ดี ล่าสุดกับการประเดิมผลงานถ่ายแบบเซ็กซี่สุดเผ็ดร้อน ครั้งแรกในนิตยสาร RUSH (รัช) ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 กับเทศกาลวาเลนไทน์ที่กำลังจะมาถึง

“ตื่นเต้นมากๆ ค่ะ เพราะตั้งแต่การประกวด The Face Thailand season 2 มา การทำงานกับนิตยสาร RUSH ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของการถ่ายแบบเซ็กซี่ของจี ซึ่งจีเองก็ค่อนข้างมั่นใจในตัวนิตยสาร และธีมการถ่ายในชุดชั้นในที่มีความหวานปนเซ็กซี่มันมีที่มาไป พร้อมกับเริ่มทำการบ้านก่อนถ่ายมาสักพัก ด้วยการอ่านหนังสือ ดูการโพสต่างๆ รวมถึงการสังเกตมุมหน้าตัวเองมุมไหนโอเคที่สุด และการออกกำลังกายเข้าฟิตเนสกระชับรูปร่างก็สำคัญมาก ช่วยทำให้เราสามารถคอนโทรลตัวเองในระหว่างการถ่ายแบบได้มากขึ้น ถือเป็นอีกงานที่ท้าทาย ซึ่งจีและทีมงานทุกคนช่วยกันทำให้จีมีความมั่นใจมากขึ้นในการถ่ายทำ และภาพที่ออกมาก็สวยมาก อยากให้ทุกคนติดตาม และช่วยซื้อกันเยอะ ๆ นะคะ”

หลังจากการประกวดฯ “จี” ได้โอกาสไปทำอะไรมาบ้างค่ะ ?“การประกวด The Face Thailand season 2 ถือเป็นจุดเริ่มต้นความฝันการเป็นนางแบบของจีค่ะ ซึ่งเวที The Face ให้อะไรหลายๆ อย่างกับจีมากๆ โดยเฉพาะเมนเทอร์บี (บี-น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์) สอนเทคนิคการเป็นนางแบบให้หมดทุกอย่างจริงๆ รวมถึงผู้ใหญ่และทีมงานทุกคนค่อนข้างน่ารัก ทุกอย่างมันคือความผูกพันค่ะ ซึ่งหลังจากที่ต้องออกจากการแข่งขันไปก่อน จีก็มีงานดีๆ เข้ามา ทั้งงานแสดงซีรีส์, ละคร, โฆษณาภาพนิ่ง, งานอีเวนท์ ทำให้จีค่อยๆ เติบโตขึ้น และจีอยากจะลองทำงานอื่นๆ อีกเรื่อยๆ นะคะ”

ความฝันการโกอินเตอร์ ?“เป็นความฝันของจีตั้งแต่เด็กๆ แล้วนะคะ ชอบดูหนัง-ดูละคร ถ้ามีโอกาสจีอยากเป็นนักแสดงที่ได้ไปแสดงที่เมืองนอก อยากให้หลายๆ คนให้การยอมรับ ซึ่งหลังจากที่มาประกวดในรายการ The Face ก็ทำให้จีรู้เลยว่า ในวงการยังมีอะไรอีกมากมายให้จีต้องเรียนรู้และปรับตัว ซึ่งยังไงจีก็จะหาทางไปถึงฝันให้ได้ค่ะ”

เคลียร์ชัด’ดีเจแมน’เผยสถานะ’ใบเตย อาร์สยาม’ครั้งแรก!!! หลังมีข่าวรักๆเลิกๆ!?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/318884

เคลียร์ชัด'ดีเจแมน'เผยสถานะ'ใบเตย อาร์สยาม'ครั้งแรก!!! หลังมีข่าวรักๆเลิกๆ!?

เคลียร์ชัด’ดีเจแมน’เผยสถานะ’ใบเตย อาร์สยาม’ครั้งแรก!!! หลังมีข่าวรักๆเลิกๆ!?

วันอังคาร ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 10.59 น.

หลายคนมองว่า คู่รัก ดีเจแมน พัฒนพล กับ สาวใบเตย อาร์สยาม เป็นคู่ที่มีข่าวรักๆ เลิกๆ กันบ่อยมาก จนทำให้ดูเหมือนสร้างกระแส แต่ล่าสุด ดีเจแมนยอมมานั่งเปิดใจถึงเรื่องราวความรักของตนเองในรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง one31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์, หนิง ปณิตา และธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกร ซึ่งเขาได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง พร้อมกับบอกว่า ที่ผ่านมาคบใบเตยมา 6 ปี เชื่อมั้ยว่าไม่เคยรับงานคู่กันสักครั้ง เพราะไม่อยากให้คนมองว่า เอาเรื่องความรักมาหากิน!!

ชีวิตตอนนี้เป็นยังไงบ้าง? “ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ ตั้งแต่บวชทำงาน ปรับเปลี่ยบนอารมณ์ ดูแลครอบครัวได้ดีขึ้นครับ”

ยืนยันสถานะตอนนี้โสดหรือไม่โสด? “ไม่โสดครับ ยังเป็นแฟนกับน้องใบเตยอยู่ครับ กับน้องใบเตยนี้คบกันมา 6 ปีครับ เป็นสุภาพสตรีที่อยู่ด้วยนานที่สุด เค้าทนเราได้ ซึ่งผมก็แปลกใจเหมือนกัน เพราะตั้งแต่เด็กๆ ผมคบกับแฟนคนไหนได้ไม่เกิน 6 เดือนหรือปีหนึ่ง เพราะเป็นคนที่มีกิจกรรมที่ผู้หญิงรับไม่ได้เยอะมาก ทั้งแฮงก์เอาท์บ่อย ขี่มอไซด์กับเพื่อน อยู่กับเพื่อนๆ แรกๆ ก็ให้เวลากับแฟนนะ พอโปรโมชั่นหมดก็จะทำตัวเหมือนกับว่าไม่มีแฟน แรกๆ กว่าจะปรับจูนได้มันก็นานพอสมควร เริ่มจากเป็นข่าวอลังการ เยอะแยะมากมาย เราอยู่กันปกติ แต่มีคนจับจ้อง จนเกิดข่าวที่เราไม่ได้ทำ จนโยงไปถึงน้อง ไปถึงคนรอบข้าง แต่สุดท้ายคนสองคนอยู่ด้วยกัน มันต้องมีความจริงใจ ซึ่งสุดท้ายแล้วเราก็รู้ว่าเราเป็นกันแบบไหน”

มีวงในบอกว่า คุณชอบใช้คำพูดแรงๆ แต่น้องเค้าก็อดทน? “ถูกต้อง ผมค่อนข้างเป็นคนที่จะพูดตรง ปากไม่ค่อยดี คิดอะไรก็พูดออกไปเลย ไม่ค่อยกลั่นกรอง หลังจากที่พูดไป เราก็กลับมาคิดว่าเราไม่น่าพูดเลย อย่างเรื่องสไตล์การแต่งตัวของเค้า น้องเค้าชอบแต่งสั้น แต่ผมชอบแบบเรียบร้อย วินเทจ แต่ตอนนี้ผมทำใจ เพราะเค้าบอกว่าเค้าจะเป็นแบบนี้ แต่เวลาที่ร้านดีๆ ส่งชุดมาให้เค้าใส่ เค้าก็ดูดีนะครับแบบนั้นแต่เค้าไม่ชอบ ส่วนมากจะเป็นเรื่องการแต่งตัวมากกว่าในสมัยก่อน พอมาตอนนี้ผมไม่ยุ่งเรื่องของเค้าเลย เพราะเค้าเดินได้ด้วยตัวของเค้าเอง”

เคยทะเลาะกันรุนแรง ถึงขั้นเลิกกันไปเลยมั้ย? “มีอยู่แล้วครับ บางทีเวลาทะเลาะเค้าก็โพสต์ว่าโสดแล้ว อันนี้เป็นหนึ่งอันที่ผมรำคาญ เพราะว่าสุภาพสตรีส่วนมาก แล้วเดี๋ยวนี้มีเฟซบุ๊ค มันมีโซเชียล แล้วยิ่งเป็นคนของประชาชนที่ถูกจับตาอยู่ คือคนปกติถ้าทะเลาะกับแฟนแล้วลงข้อความแบบนั้นคนก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่ถ้าเราเป็นคนดังแล้วเราโพสต์แบบนั้น คนก็จะคิดจริง คือมันเป็นอารมณ์ที่เราทะเลาะกันแล้วเค้าก็ลงแบบนั้น ซึ่งตัวผมเองไม่เคยลงเลย”

มันเลยทำให้หลายคนมองว่าเป็นการสร้างข่าวรึเปล่า? “ผมเคยพูดกับน้องนะครับว่า เดี๋ยวคนจะมองแบบนั้น คือผมไม่เคยออกอีเว้นท์คู่กันเลยตั้งแต่คบกัน 6 ปี เพระาผมไม่ชอบให้คนมองว่า เราทำแบบนี้เพื่อจะได้มีกระแส จะได้มีงาน ผมยังมองว่าเราเป็นนักแสดงที่ขายความสามรถ ถึงจะอยู่ได้ยาว แต่มันก็เถียงไม่ได้ครับที่คนมองอย่างนั้น เพราะว่าบางทีข่าวงที่ออกมา เราไม่ได้สร้างขึ้นมา ผมบอกน้องเสมอว่าเวลาโกรธอย่าลงไอจี อย่าลงเฟซบุ๊คแรงๆ เพราะคนเค้าจะไม่เข้าใจ เสร็จแล้วเค้าจะหาว่าเรารักๆ เลิกๆ ถ้าอยากเลิกก็เลิกไปเลย อย่ามาทำแบบนี้ มันน่ารำคาญ จากนั้นก็งอนกัน”

ถึงขนาดเลิกกันเหรอ? “ผมเคยคิดนะครับว่า ถ้าเราเป็นแบบนี้บ่อยๆ ผมก็อยากกลับไปเป็นแบบของผม ผมอยากกลับไปอยู่คนเดียวของผม ไปใช้ชีวิตของผม อยากรู้ว่าถ้ามันไม่มีกันจะเป็นยังไง ก็ตอนที่เค้าไปอเมริกากับรุ่นน้องผมนี่แหล่ะครับ เราไม่ได้คุยกันเดือนนึง แต่ก็ยังอยู่ในสายตาผม ซึ่งมันนานที่สุดในชีวิตที่คบกันมา ก็เลยรู้สึกว่าลองดูซิว่าถ้าไม่มีเค้าจะคิดถึงมั้ย 2 สัปดาห์แรกไม่คิดถึงนะ เพราะเราลัลล๊าอยู่กับเพื่อน แล้วตั้งแต่คบเค้ามาเวลาผมไปเที่ยวไหน เค้ารู้หมด ผมขยับตัวไปไหนทำอะไรไม่ได้เลย เหมือนมีหูมีตา แต่มันก็ดีครับที่ทำให้ผมเป็นสุภาพบุรุษมากขึ้น ด้วยการเปิดเผยว่าเราคบใคร”

คุยกันเรื่องการแต่งงานแล้ว? “น้องเค้าพูดครับ แต่ผมอยากเซอร์ไพรส์ไง ถ้าวันนี้ยังเป็นคนนี้ สุดท้ายก็ต้องแต่งกับคนนี้ ผมยอมรับว่ากลัวเรื่องสินสอด เรื่องภาษีสังคมมาก คุณแม่เค้าก็พูดนะครับว่า ยังราคาเดิมอยู่ คือสูงมาก มอไซด์ฮาร์เล่ประมาณ 20 คัน”

“6ปีที่ผ่านมา ผมเจอผู้หญิงมาเยอะ 35 ปีที่ผ่านมาที่ผมโตมาผมมีแฟนมาเยอะมาก ทำไม่ดีกับผู้หญิงไว้เยอะ ตั้งแต่บวชก็เริ่มคิดได้ ทุกวันนี้น้องสาวของผมก็เริ่มที่จะไม่ประสบความสำเร็จด้านความรักเท่าไหร่ เราก็เริ่มมองแ้ลวว่า คนใกล้ตัวเราเป็นผู้หญิง แล้วส่วนมากเรื่องที่ผู้หญิงเสียใจจะมาจากผู้ชายที่ไม่เวิร์ก เพราะฉะนั้นผมก็ต้องเปลี่ยนตัวเองหลายๆ อย่าง คือถ้าเราบังคับใจได้ ตั้งใจทำงาน มีแฟนคนเดียว ชีวิตมันก็มีความสุขได้ เพราะฉะนั้นการที่จะเป็นอย่างนี้ได้ ผมต้องเข้าใจก่อนครับ น้องเป็นคนที่น่ารักมาก เป็นผู้หญิงที่ติดดินมาก ไม่เคยจิก เป็นคนที่กตัญญู รักครอบครัวมาก และเค้าเป็นคนที่พูดตรงมาก แต่ก่อนไม่ชอบ เค้าด่าแรง ผมโกรธไป3วันเลย แต่พอมานั่งคิดมันเป็นอย่างที่เค้าด่าจริง ส่วนมากที่น้องด่า เป็นที่เราผิดจริงๆ”

‘ฟิล์ม & ยีน’ ควงกันฮารั่ว ใน ‘พ่อปลาไหล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/318729

‘ฟิล์ม & ยีน’ ควงกันฮารั่ว ใน ‘พ่อปลาไหล’

‘ฟิล์ม & ยีน’ ควงกันฮารั่ว ใน ‘พ่อปลาไหล’

วันอังคาร ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

10 กุมภาพันธ์นี้ รอรับความสนุก ฮา รั่ว สุดขั้ว ส่งถึงจอ กับละครใหม่จาก ช่อง 8 กดเลข 27 ที่พระเอก-ผู้จัด ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ แห่งค่าย โชคดีมีสุข ขอทวงบัลลังก์เจ้าพ่อคอเมดี้ ในละคร “พ่อปลาไหล” โดยโคจรมาเจอกันครั้งแรกกับนางเอกสาว ยีน-เกวลิน ศรีวรรณา ร่วมด้วย เอ-อนันต์, น้ำตาล-บุตรศรัณย์, กฤตฎ์ อมรชัยฤกษ์, ปุยฝ้าย-ณัฎฐพัชร์, มิ้ม-รัตนาภรณ์,บอย-ภาสกร ฯลฯ ผลงานการกำกับของ ปิยะพงษ์คำภากุล บทประพันธ์โดย กนกเรขา บทโทรทัศน์ ปัทมาและจอมใจ

ละครเล่าเรื่องของ เคน (ฟิล์ม-รัฐภูมิ) ที่บังเอิญเจอ เอม (ยีน-เกวลิน) ขณะไปเที่ยวผับ เรด้าความเจ้าชู้ก็ชี้ให้ตามจีบทันที แต่เอมไม่เล่นด้วย เคนตามตื๊อจน มิ้น (น้ำตาล-บุตรศรัณย์) กับ นาตาลี
(ซาโอะ) เพื่อนรักของเอมต้องมาช่วยกันท่า จากความรู้สึกเฉยๆ เปลี่ยนเป็นรังเกียจ เมื่อ ชาช่า (มะลิ- โคทส์) ดาราสาวชื่อดัง แสดงตัวว่าเป็นแฟนเคน และไม่พอใจ แม้เอมจะบอกว่า เคนเป็นฝ่ายมาจีบ ทำให้เอมหงุดหงิดที่ทำอะไรไม่ได้

เหมือนโชคชะตาฟ้ากลั่นแกล้ง เพราะเคนกับเอม มาเจอกันอีกครั้งในงานเปิดตัวสินค้า สายตาที่เคนมองเอม ทำให้ พลอยพราว (ปุยฝ้าย-ณัฎฐพัชร์) สาวไฮโซคู่ควงอีกคนของเคนไม่พอใจ จึงแกล้งชนเอมจนล้ม แต่เคนประคองไว้ทัน ทำให้เอมรู้ว่า เคนคบผู้หญิงพร้อมกันสองคน เมื่อเอมเห็นเคนจูบกับชาช่า จึงถ่ายรูปไปให้พลอยพราวดู พลอยพราวหึงแรง ขึ้นไปตบตีชาช่าที่กำลังพรีเซ็นต์สินค้าบนเวที จน แดน (ปาล์ม-ธัญวิชญ์) และ ป้อง(อาร์ตี้-ธนฉัตร) สมาชิกในแก๊งเคน ต้องเข้าไปห้าม งานนี้ ทำให้เอมเข้าใจผิด ว่าเคนเป็นผู้ชายขายตัว และเคนก็ได้รู้ว่าเอมคือผู้หญิงที่ เพ็ญ (ก้อย-นฤมล) น้าของเคน ต้องการให้เขาไปดูตัว

เคนกลัว ณรงค์ (อาเปี๊ยก-สมมาตร) ผู้เป็นพ่อจะไล่เตะที่เป็นเหตุให้งานวุ่นวาย จึงลี้ภัยไปนอนที่แฟลตกับ กอล์ฟ (กฤตฎ์-อมรชัยฤกษ์) นายตำรวจเพื่อนรัก และหาทางแก้เผ็ดเอมคืน โดยปลอมตัวเป็นช่างซ่อมสายเคเบิลเข้าไปที่บ้านเอม เพื่อศึกษานิสัยใจคอ และจีบให้เอมตกหลุมรัก หลังจากนั้นก็จะหักอกเอม ขณะที่ เนื้ออ่อน (ขวัญ-ขวัญฤดี ) แม่ของเอม เข้าใจว่าเคนเป็นผู้ชายขายตัว ก็แสดงท่าทีรังเกียจ และดูถูก จน รอน (เอ-อนันต์ บุญนาค) พ่อของเอมต้องปราม ขณะเดียวกัน เจตน์สฤษดิ์ (บอย-ภาสกร บุญวรเมธี) นักธุรกิจหนุ่ม ก็เดินหน้าตามจีบเอม แต่เอมมักจะปฏิเสธ เคนรู้เข้าจึงแกล้งให้เอมจำใจต้องไปเที่ยวกับเจตน์สฤษดิ์ เอมแค้นเคนมาก วันหนึ่งเคนชวนแก๊งเพื่อนไปปลุกใจที่อาบอบนวด รวมถึงรอน พ่อของเอมด้วย จนรอนติดใจ ยุทธการเอาชนะใจเอมจึงเริ่มขึ้น โดยมีรอนเป็นเครื่องมือชั้นยอด แผนพิชิตใจเอมครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ หรือพ่อปลาไหลจะเป็นฝ่ายจนมุมเสียเอง

พระเอก-ผู้จัดฯ ฟิล์ม เล่าถึงผลงานเรื่องนี้ว่า “เป็นละครที่ผม และทีมงานถนัดเลยครับ คือเป็นละครสายฮา ผมเลยคาดหวังกับละครเรื่องนี้พอสมควร เพราะทุกคนทำงานกันเต็มที่มาก เราใส่ใจทั้งการวางหมากตัวละคร คือเราเล่นคอเมดี้ ตัวละครรอบๆ ที่มาเล่นด้วยกัน ก็ต้องตลกจริง เราพาคนที่มีชีวิตแบบคอเมดี้จริงๆ มาเล่นหมดเลย แล้วก็ในการวางโปรดักชั่นทั้งหมด ฉาก แสง สี เสียง อุปกรณ์เข้าฉากต่างๆ สมจริงหมดเลย ใส่ใจทุกรายละเอียดจริงๆ ผมอยากฝากละครเรื่องพ่อปลาไหลไว้ด้วย ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27 เริ่มตอนแรก เสาร์นี้ (10 ก.พ.) รับรองว่าทุกคนจะได้รับความสุขกลับไปแน่นอนครับ”

‘พีพีทีวี’ เอาใจคอสารคดีลงจอ 7 วันเต็ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/318712

‘พีพีทีวี’ เอาใจคอสารคดีลงจอ 7 วันเต็ม

‘พีพีทีวี’ เอาใจคอสารคดีลงจอ 7 วันเต็ม

วันอังคาร ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.
พีพีทีวี เอชดี ช่อง 36 จัดมา แบบพรีเมียม เพื่อให้ผู้ชมชาวไทยได้รับชมสารคดีอย่างเต็มอิ่มหนึ่งชั่วโมงทุก 8 โมงเช้า วันจันทร์-อาทิตย์ในรายการ “ชั่วโมง ดิสคัฟเวอรี่”โดยบอสใหญ่แห่งพีพีทีวี สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์  เผยว่า “ทางพีพีทีวีจับมือกับผู้ผลิตชั้นนำระดับเวิลด์คลาส อย่าง ดิสคัฟเวอรี่ เพื่อนำสารคดีคุณภาพลงจอ ซึ่งตนมั่นใจว่าใครที่ชื่นชอบรายการประเภทสารคดี จะได้รับทั้งความบันเทิง และสาระความรู้ เพราะพีพีทีวีได้คัดสรรสารคดีระดับพรีเมียมมาให้ได้รับชมกันแล้ว โดยวันจันทร์-อังคาร พบกับสารคดีเกี่ยวกับการทดลอง มากมายทางด้านวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก การสร้างสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ  รวมไปถึงการทำงานขององค์การนาซ่า วันพุธ เอาใจคอนักบิดและคนรักรถ ล้วงลึกทุกเรื่องราวไปกับสารคดี Motor Mania ต่อด้วยวันพฤหัสบดี มาลุ้นไปกับสารคดีนาทีชีวิตของทหาร ในการต่อสู้เพื่อการอยู่รอด และค้นหาบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุด วันศุกร์ ตื่นเต้นไปกับไล่ล่าสัตว์ร้ายมีพิษในป่าใหญ่ วันเสาร์ พบกับสารคดีสุดซึ้งเรื่องราวของความสัมพันธ์ระหว่างคนและน้องหมา และวันอาทิตย์ ตื่นตาไปกับสารคดีการล่าขุมทรัพย์ทองคำ”

‘FUNGJAI CROSSPLAY2’ โปรเจกท์แลกเพลง เพื่อคนฟังเพลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/318708

‘FUNGJAI CROSSPLAY2’  โปรเจกท์แลกเพลง เพื่อคนฟังเพลง

‘FUNGJAI CROSSPLAY2’ โปรเจกท์แลกเพลง เพื่อคนฟังเพลง

วันอังคาร ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.
สานต่อโปรเจกท์สุดแนว Crossplay Project ที่ให้ศิลปินรุ่นเล็กและศิลปินรุ่นใหญ่ ต่างค่าย ต่างแนวมาแลกเพลงกันทำในแบบฉบับของตัวเอง จนเป็นที่ฮือฮาเมื่อปีที่ผ่านมา ด้วยการเปิดตัว “FUNGJAI CROSSPLAY2” (ฟังใจ ครอสเพลย์ 2) เป็นที่เรียบร้อย พร้อมชวนคนฟังละทิ้งความเครียด เติมเต็มความสุข ผ่านบทเพลงสุดพิเศษจากเหล่าศิลปินสุดคูล ซึ่งแต่ละเพลงที่ทุกศิลปินได้ทำการ Re-Arrage (รี-อาเรนจ์)  ขึ้นมาใหม่ แตกต่างไปจากเพลงของต้นฉบับอย่างสิ้นเชิง นำโดย ทีโบน x Desktop Error, เป้-อารักษ์ แอนด์ เดอะ ปีศาจ แบนด์ x The Whitest Crow, Electric Neon Lamp x Musketeers, โยคี เพลย์บอย x Safeplanet, ดีเจตุล อพาร์ตเม้นต์ คุณป้า x The Parkinson และ UrboyTJ x The TOYS โดยฟังเพลงได้ ทาง www.fungjai.com พร้อมประกาศปิดโปรเจกท์ด้วยคอนเสิร์ตใหญ่ที่ยิ่งใหญ่กว่าปีที่ผ่านมา กับคอนเสิร์ต “Chang Music Connection presents CROSSPLAY2 Concert” (ช้าง มิวสิค คอนเนคชั่น พรีเซ็นต์ ครอสเพลย์ 2 คอนเสิร์ต) ด้วยรูปแบบมิวสิก เฟสติวัล 1 วันเต็ม ตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน รับชม 12 ศิลปินในวันเดียวแบบเต็มอิ่ม ในบรรยากาศ Art Market รวบรวมของทำมือ น่ารักๆหลากหลายสไตล์  มาวางขาย และยังมีโซน Food & Beverage รวบรวมร้านอาหารสุดอร่อย มากกว่า 50 ร้าน ในวันสาร์ที่ 10 มีนาคม 2561 เวลา 14.00-24.00 น.ที่  Fortune Sky Arena (ดาดฟ้าตึกฟอร์จูนทาวน์ พระราม 9) จำหน่ายบัตรที่ Ticketmelon (https://www.ticketmelon.com/event/crossplay2) หรือติดตามข้อมูลได้ทางเฟซบุ๊คแฟนเพจ hellofungjai

บ่าววี สานต่อ สัญญาว่ารักน้อง ปี 10

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/318701

บ่าววี สานต่อ สัญญาว่ารักน้อง ปี 10

บ่าววี สานต่อ สัญญาว่ารักน้อง ปี 10

วันอังคาร ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศิลปินลูกทัพฟ้า บ่าววี อาร์สยาม หรือ พันจ่าอากาศเอกวีรยุทธิ์ นานช้า ถือโอกาสวันคล้ายวันเกิดที่ผ่านมา จัดโครงการ สัญญาว่ารักน้อง ปีที่ 10 เพื่อมอบทุนการศึกษา และเลี้ยงอาหารกลางวันน้องๆ ที่ โรงเรียนลุมพลีชนูปถัมภ์ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นร่วมเตะฟุตบอลการกุศลกระชับมิตรระหว่างทีมศิลปินดารา และทีมวีไอพีลุมพลี ซึ่งมีพี่น้องนักร้อง ตลก และแฟนเพลงมาร่วมกิจกรรมอย่างอบอุ่น

บ่าววี อาร์สยาม เผย “ เป็นอีกปีครับสำหรับวันเกิด ที่ผมอยากทำสิ่งดีๆ คืนสู่สังคม และเยาวชนของเรา เลยสานต่อโครงการ สัญญาว่ารักน้อง เป็นปีที่ 10 ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดี และพี่น้องศิลปิน แฟนเพลงที่มาร่วมงานบุญ ร่วมเลี้ยงอาหารด้วยกัน และมีส่วนหนึ่งที่ร่วมสมทบทุนการศึกษาให้น้องๆ ที่โรงเรียนลุมพลีชนูปถัมภ์ด้วย ซึ่งก็สมทบกันมามากจนยังมีเหลืออีกจำนวนหนึ่ง เลยตั้งใจจะไปมอบให้น้องๆ คนพิการในโอกาสต่อไปครับ” แล้วเมื่อไหร่แฟนๆ จะได้ฟังเพลงใหม่? “เตรียมไว้แล้วครับ กำลังจะไปนำเสนอผู้ใหญ่พิจารณา เพราะก็ห่างหายไปกว่า 2 ปี เลยมีอารมณ์เพลงซึ้งๆ คิดถึงๆ แฟนเพลง ถ้าไม่ติดอะไร ก็คงจะได้ฟังกันเร็วๆ นี้ รับรองซึ้งโดนใจทุกคนแน่นอนครับ”

‘กะลาแมร์’ นำทีมคนรักสุขภาพ ร่วม‘กิโลรัน 2018’ 4 เมือง 4 ประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/318699

‘กะลาแมร์’ นำทีมคนรักสุขภาพ ร่วม‘กิโลรัน 2018’ 4 เมือง 4 ประเทศ

‘กะลาแมร์’ นำทีมคนรักสุขภาพ ร่วม‘กิโลรัน 2018’ 4 เมือง 4 ประเทศ

วันอังคาร ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กะลาแมร์-พัชรศรี, โจ AF2, ดีเจแวซายด์-ดร.วรัญญภัสสร์สิรินิธิยประภา และ ดีเจแบม-ปีติภัทร จากคลื่น GET 102.5 ชวนเปิดประสบการณ์วิ่งไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ ในงานแถลงข่าวเปิดตัว KILORUN 2018 THERUNNING FESTIVAL OF FOOD | FUN | FRIENDS จัดโดย อินเด็กซ์ครีเอทีฟ วิลเลจ จับมือ  ไทยแอร์เอเชียและไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ชวนวิ่ง กิน เที่ยว 4 เมือง 4 ประเทศ โดยเป็นการวิ่งผ่านเส้นทางอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้สัมผัสทั้งวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม พร้อมเต็มอิ่มกับอาหารจานเด็ดของแต่ละเมือง ควบคู่เรียนรู้และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของ 4 เมือง 4 ประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ (ไทย), บาหลี (อินโดนีเซีย), ญี่ปุ่น (โอซากา) และฮานอย (เวียดนาม)

ประเดิมเมืองแรกที่ประเทศไทยกับ KILORUN BANGKOK : เส้นทางลานคนเมือง–รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ในวันที่ 24-25 มีนาคม 2561 นี้ โดยเปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ จัดการแข่งขันเป็น 2 ประเภท 1.ประเภท KG (กิโลกรัม) เส้นทางเดินผ่านสถานที่ท่องเที่ยวไทย(Iconic attractions) พร้อมชิมอาหารจานเด่นที่เป็น Signatureรสเลิศของเมืองไทย 2.ประเภทKM (กิโลเมตร) สนุกกับการวิ่ง 3 ระยะคือ MINI MARATHON 11 กิโลเมตร, FUN RUN 6 กิโลเมตร และ KIDS RUN 2.7 กิโลเมตรวิ่งผ่านเส้นทางวัฒนธรรมสถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ (The Iconic City) วิ่ง กิน เที่ยวแบบสนุกครบรส ติดตามรายละเอียดได้ทาง www.kilorun.com, โทร.02-2807667-8 หรือ FB: KILORUN และ IG: KILORUN2018