กสทช.ชงไอเดียเก็บค่าOTTบีบเฟซบุ๊ก-ยูทูบ จ่ายเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/585666

  • วันที่ 06 เม.ย. 2562 เวลา 07:49 น.

กสทช.ชงไอเดียเก็บค่าOTTบีบเฟซบุ๊ก-ยูทูบ จ่ายเงิน

กสทช. ชงไอเดียเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมการใช้ OTT จากเฟซบุ๊ก-ยูทูบ ถ้าไม่จ่ายจะถูกลดความเร็วในไทย

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. เปิดเผยแนวคิดเก็บค่าธรรมเนียมจากการใช้โครงข่ายจากผู้ให้บริการเนื้อหาที่ไม่มี โครงข่ายเป็นของตนเอง (Over The Top : OTT) ที่มีแบนด์วิดท์สูง ในงานสัมมนา ‘5G ปลุกไทย ที่ 1 อาเซียน’ โดยอธิบายว่า ในไทยมีการใช้งานเฟซบุ๊ก 61 ล้านบัญชี ยูทูบ 60 ล้านบัญชี ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่ใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และคาดว่าถ้าไทยเริ่มใช้งาน 5G เมื่อไหร่ การใช้งาน data ของประเทศจะเพิ่มเป็น 200 ล้านเทราไบท์

เพราะฉะนั้น เลขาธิการ กสทช. จึงมีไอเดียที่จะเสนอให้ที่ประชุม ถึงแนวทางการยกร่างหลักเกณฑ์การเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ ‘โครงข่าย’ จากผู้ให้บริการ OTT

ประเด็นสำคัญคือ ถ้าพบว่า OTT รายไหนมีปริมาณการใช้งานมาก แต่ไม่เสียค่าบริการ ความเร็วการใช้งานจะลดลง ซึ่งนี่คือมาตรการเพื่อให้ OTT ต้องหันมาจ่ายค่าบริการกันตามหลักเกณฑ์ที่จะถูกยกร่างขึ้นมา

“เราต้องการเก็บค่าบริการในการใช้โครงข่าย เพราะรัฐเป็นผู้ลงทุน และรายได้ที่ได้มา นอกจากนำไปบำรุงรักษาโครงข่ายแล้ว ส่วนที่เหลือก็จะนำส่งให้กระทรวงการคลัง ซึ่งเรื่องนี้จะต้องทำคู่ขนานไปกับ 5G” เลขาฯ กสทช. กล่าว

หลังจากนี้ กสทช.จะนำแนวคิดเก็บรายได้จากการใช้โครงข่ายจาก OTT ไปหารือระหว่างการประชุมอาเซียนในเดือนสิงหาคมที่กำลังจะถึงนี้

“แม้โลกอินเตอร์เน็ตจะเป็นโลกไร้พรมแดน แต่ผมอยากจะให้มองว่า เมื่อต่างประเทศจะเดินทางเข้ามาประเทศ ก็ยังมีค่าวีซ่า ฉะนั้น การนำข้อมูลเข้ามาให้บริการในไทย ก็ควรจ่ายเงินค่าใช้โครงข่ายอินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศให้กับผู้ประกอบการไทย และประเทศไทยด้วย เพื่อจะได้นำเงินไปบำรุงรักษาโครงข่าย เพื่อรองรับการบริการที่ดีต่อไป”

แอปเปิลหั่นราคาไอโฟนในจีนหวังกระตุ้นยอดขาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/585278

  • วันที่ 02 เม.ย. 2562 เวลา 10:45 น.

แอปเปิลหั่นราคาไอโฟนในจีนหวังกระตุ้นยอดขาย

แอปเปิลปรับลดราคาไอโฟนในจีน หวังแก้ยอดขายซบเซา หลังราคาแพงกว่าคู่แข่ง

หลังจากเผชิญยอดขายซบเซาในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดบริษัท แอปเปิล อิงค์ ได้ประกาศปรับลดราคาโทรศัพท์มือถือไอโฟนในประเทศจีนเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา

เว็บไซต์แอปเปิลระบุว่า ไอโฟน เอ็กซ์อาร์ ปรับลดราคาลง 4.6% จาก 6,499 หยวน เหลือ 6,199 หยวน ขณะที่ ไอโฟน เอ็กซ์เอส และ ไอโฟนเอ็กซ์เอส แม็กซ์ จะปรับลดราคาลง 500 หยวน รวมทั้ง ไอแพด, คอมพิวเตอร์แมค และหูฟัง แอร์พอด ก็จะปรับลดราคาลงด้วยเช่นกัน

ขณะที่ นักวิเคราะห์ มองว่าการปรับลดราคาไอโฟนของแอปเปิลในครั้งนี้ เกิดจากการเผชิญยอดขายตกต่ำในหลายประเทศโดยเฉพาะจีน เนื่องจากที่ผ่านมาแอปเปิลตั้งราคาไอโฟนโดยอ้างอิงกับค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งในปีที่แล้วค่าเงินดอลลาร์ได้แข็งค่าขึ้น10% ส่งผลให้ราคาสินค้าของแอปเปิลสูงกว่าคู่แข่ง

ภาพ เอเอฟพี

หัวเว่ยกำไรทุบสถิติ ยอดขายมือถือพุ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/584989

  • วันที่ 30 มี.ค. 2562 เวลา 07:12 น.

หัวเว่ยกำไรทุบสถิติ ยอดขายมือถือพุ่ง

รายได้-กำไรหัวเว่ยปี 2018 พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ธุรกิจสมาร์ทโฟนหนุน

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ เปิดเผยผลประกอบการปีที่ผ่านมา ว่า บริษัทมีรายได้สุทธิพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 7.21 แสนล้านหยวน (ราว 3.4 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 19.5% จากปี 2017 แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาหัวเว่ยเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากสหรัฐที่เรียกร้องให้ชาติพันธมิตรร่วมแบนอุปกรณ์ของหัวเว่ยก็ตาม

หัวเว่ย ระบุว่า กำไรสุทธิในปีที่ผ่านมาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5.93 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.8 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 25% จากปี 2017 ซึ่งได้แรงหนุนจากยอดขายสมาร์ทโฟนหัวเว่ยทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นถึง 45% โดยจัดส่งสมาร์ทโฟนไปทั้งหมด 206 ล้านเครื่อง พร้อมคาดการณ์ว่า รายได้ในปีนี้จะเพิ่มขึ้นแตะ 8.4 แสนล้านหยวน (ราว 3.97 ล้านล้านบาท) โดยรายได้ส่วนใหญ่จะมาจากธุรกิจสมาร์ทโฟนและบริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้แก่องค์กร

อย่างไรก็ดี แม้ว่ารายได้จากสมาร์ทโฟนจะเพิ่มขึ้น แต่รายได้ธุรกิจด้านเครือข่ายโทรคมนาคมของหัวเว่ยกลับลดลง 1.3% จากปี 2017 แตะ 2.94 แสนล้านหยวน (ราว 1.38 ล้านล้านบาท)

“ความกังวลด้านความมั่นคงกำลังส่งผลกระทบต่อหัวเว่ย เนื่องจากประเทศต่างๆ จะเริ่มจำกัดการใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ย มากขึ้นเรื่อยๆ” บร็อก ซิลเวอร์ส กรรมการ ผู้จัดการของไคหยวน แคปปิตอล กล่าว

รุ่นใหม่ซบสตรีมมิ่งรับข่าวสาร-บันเทิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/584983

  • วันที่ 30 มี.ค. 2562 เวลา 06:19 น.

รุ่นใหม่ซบสตรีมมิ่งรับข่าวสาร-บันเทิง

พีดับบลิวซี เผยคน รุ่นใหม่มากกว่าครึ่งสตรีมมิ่งรับชม สื่อ-บันเทิงทุกวัน ทิ้งการเสพสื่อแบบ เก่าๆ

น.ส.วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษา บริษัท พีดับบลิวซี (PwC) ประเทศไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรม ลักษณะนิสัย และความ คาดหวังของผู้บริโภคออนไลน์ทั่วโลก พบว่า 38% มีการเสพสื่อและความบันเทิงผ่านการสตรีมมิ่งอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง โดยกว่า 50% เป็นคนรุ่นใหม่กลุ่มเจนแซดที่เกิดระหว่างปี 2533-2543 และมี 25% ที่รับชมข่าวสารหันมาใช้ช่องทางโซเชียลเป็นอันดับแรก

นอกจากนี้ 61% ของผู้บริโภคได้รับอิทธิพลจากโซเชียลมีเดียในการ จับจ่ายใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นแรงบันดาลใจ หรือการบริโภคตามรีวิวเชิงบวก แต่ในทางตรงกันข้าม ผู้บริโภคน้อยกว่า 20% มีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าตามศิลปิน-ดาราที่มีชื่อเสียง หรืออินฟลูเอนเซอร์

สำหรับในประเทศไทยผลสำรวจพบว่า การชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือของผู้บริโภคนั้นเพิ่มขึ้นมาที่ 67% จากปีก่อนที่ 48% เนื่องจากปัจจุบันคนไทยใช้มือถือมากขึ้น โดยข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พบว่า ณ ไตรมาส 3 ปี 2561 มีผู้ใช้มือถือถึง 124.6 ล้านเลขหมาย ซึ่งมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 119.8 ล้านเลขหมาย และส่วนใหญ่ยังใช้มือถือต่ออินเทอร์เน็ต 71.5 ล้านเลขหมาย

น.ส.วิไลพร กล่าวว่า การส่งเสริมให้ไทยก้าวสู่สังคมไร้เงินสดผ่านแผนพัฒนาระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ หรือ National e-payment จะยิ่งทำให้สถาบันการเงินของไทยหันมาให้บริการชำระเงิน ถอนเงินสดจากตู้ผ่านโมบายแบงก์กิ้งโดยไม่ต้องใช้ บัตรเอทีเอ็ม ขณะที่ร้านค้าทั่วไปก็หันมารับชำระเงินผ่านแอพพลิเคชั่น หรือคิวอาร์โค้ดมากขึ้น

สำหรับธุรกิจไทยควรศึกษากลุ่ม เป้าหมายของตัวเองว่ามีกลุ่มลูกค้าอยู่ในช่วงวัยใด และมีพฤติกรรมในการใช้เทคโนโลยีแบบไหน แล้วนำข้อมูลที่ได้มาทำการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง เพื่อ ช่วยออกแบบการสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น รวมไปถึงการออกแบบโปรโมชั่น และกิจกรรม ส่งเสริมการขายอื่นๆ ที่ต้องตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าด้วย โดยไม่ลืมเรื่องของมาตรการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้บริโภค

อียูผ่านกม.ลิขสิทธิ์บีบยักษ์ไอทีจ่ายเงินผู้ผลิตคอนเทนต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/584877

  • วันที่ 28 มี.ค. 2562 เวลา 21:02 น.

อียูผ่านกม.ลิขสิทธิ์บีบยักษ์ไอทีจ่ายเงินผู้ผลิตคอนเทนต์

ยุโรปผ่านกฎหมายปกป้องลิขสิทธิ์ออนไลน์ฉบับใหม่ บีบบิ๊กไอทีโลกจ่ายเงินผู้ผลิตคอนเทนต์

รัฐสภายุโรปลงมติผ่านกฎหมายปกป้องลิขสิทธิ์ฉบับใหม่ ด้วยคะแนน 348-274 เสียง เพื่อขจัดการละเมิดลิขสิทธิ์และเพิ่มการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกออนไลน์ โดยกฎหมายดังกล่าวจะส่งผลต่อการดำเนินงานของบริษัทไอที เนื่องจากยักษ์ไอที เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และยูทูบ มีแนวโน้มต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้เจ้าของคอนเทนต์เพิ่ม

ภายใต้กฎหมายดังกล่าว มาตรา 11 ระบุว่า บริษัทไอทีต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์อย่างเป็นธรรมให้แก่ผู้ผลิตคอนเทนต์ เมื่อนำเนื้อหาไปแชร์ และมาตรการ 13 กำหนดให้บริษัทไอทีต้องขอสิทธิในการเผยแพร่คอนเทนต์จากผู้สร้างโดยตรง และติดตั้งระบบกรองคอนเทนต์เพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์

อัลฟาเบท อิงค์ บริษัทแม่ของกูเกิล ระบุว่า กฎหมายนี้จะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของสหภาพยุโรป (อียู)ขณะที่ EDiMa สมาคมบริษัทไอทีในยุโรป กล่าวว่า กฎหมายดังกล่าวจะบั่นทอนความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของพลเมืองอียู

ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับรองอย่างเป็นทางการจากคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปก่อนมีผลบังคับใช้ และเมื่อผ่านการรับรองแล้ว สมาชิกอียูจะมีเวลา 24 เดือนในการปรับใช้กฎหมายดังกล่าว

ภาพ เอเอฟพี

ก้าวรุก‘ตลาด ดอท คอม’ สู่อีคอมเมิร์ซครบวงจร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/584797

  • วันที่ 28 มี.ค. 2562 เวลา 11:40 น.

ก้าวรุก‘ตลาด ดอท คอม’ สู่อีคอมเมิร์ซครบวงจร

เรื่อง ปากกาด้ามเดียว

จากจุดเริ่มต้นของการเป็น อี-มาร์เก็ตเพลส และสั่งสมประสบการณ์ในธุรกิจอี-คอมเมิร์ซมามากกว่า 20 ปี ในวันนี้สภาพภูมิทัศน์ธุรกิจของประเทศไทยที่เชื่อมต่อสู่โลกค้าออนไลน์มากขึ้น ทำให้ ตลาด ดอท คอม มองเห็นโอกาสและปรับเปลี่ยนธุรกิจจากอี-มาร์เก็ตเพลส สู่การเป็นผู้ให้บริการอี-คอมเมิร์ซครบวงจร

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ตลาด ดอท คอม กรุ๊ป เปิดเผยว่า ความรุนแรงของการแข่งขันด้านการค้าออนไลน์ผ่านอี-มาร์เก็ตเพลสที่ดุเดือดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาของผู้ประกอบการจาก ต่างประเทศ รวมถึงการที่ธุรกิจไทยต้องการเข้าสู่ธุรกิจออนไลน์ ประกอบกับปัจจุบันยังไม่มีผู้ให้บริการอี-คอมเมิร์ซอย่างครบวงจร ตลาด ดอท คอม (TARAD.com) จึงผันตัวมาเป็นตลาด กรุ๊ป และปรับรูปแบบธุรกิจเข้าสู่ผู้ให้บริการอี-คอมเมิร์ซครบวงจร (E-Com merce Services)

ทั้งนี้ ได้เปิดตัวบริการ ยู-คอมเมิร์ซ (U-Commerce) แพลตฟอร์มบริหารการค้าออนไลน์ทั้งหมดได้ในที่เดียวแบบ วัน สต็อป เซอร์วิส โดยผนึกกำลังกับพันธมิตรจากภาคธุรกิจที่หลากหลาย อาทิ แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ ระบบชำระเงิน ระบบขนส่ง และการโฆษณาออนไลน์ โดยจะเชื่อมโยงบริการทั้งหมดแบบครบวงจรผ่านการให้บริการจากยู-คอมเมิร์ซเพียงที่เดียว

“ปีนี้ตลาดอี-คอมเมิร์ซของประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยมูลค่า 3.15 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 14.04% ประกอบกับมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงถึง 45 ล้านคน ทำให้สามารถคาดการณ์ได้ว่าธุรกิจ อี-คอมเมิร์ซในประเทศไทยจะยังคงมาแรง ซึ่งจะทำให้ภาคธุรกิจต่างๆ ในประเทศหันมาค้าขายผ่านออนไลน์เพิ่มมากขึ้น” ภาวุธ กล่าว

ปัจจุบันผู้ค้าออนไลน์ยังคงให้ความสำคัญกับ 3 ช่องทางหลักที่เป็นหัวใจของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ คือ การขายผ่านทางเว็บไซต์ส่วนตัวของแบรนด์หรือบริษัทเอง การขายผ่านอี-มาร์เก็ตเพลส อย่าง ช้อปปี้ ลาซาด้า เป็นต้น และการขายผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซ เช่น เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม

นอกจากนี้ ตลาด กรุ๊ป ยังวางพันธกิจเพื่อส่งเสริมและผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยสามารถดำเนินธุรกิจและมีความสามารถในการแข่งขันได้อย่างมีศักยภาพ โดยมีเป้าหมายในการสร้างระบบนิเวศพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ครบวงจรที่สุดในประเทศไทยเพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยสามารถดำเนินธุรกิจภายใต้การแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับ ยู-คอมเมิร์ซ จะเชื่อมต่อกับช่องทางการค้าออนไลน์ทุกช่องทางที่สำคัญ ได้แก่ การเชื่อมกับอี-คอมเมิร์ซชั้นนำของไทย ได้แก่ ลาซาด้า และช้อปปี้ เชื่อมกับโซเชียลมีเดียอย่าง เฟซบุ๊ก และเชื่อมโยงกับหน้าเว็บไซต์ของร้านค้าเอง มีการเชื่อมกับระบบชำระเงินครบวงจร ทั้งการชำระเงินผ่านทางออนไลน์ บัตรเครดิต เดบิต และออฟไลน์อย่างพร้อมเพย์และคิวอาร์โค้ด ของ เพย์ โซลูชั่นส์

พร้อมกันนี้ ยังเชื่อมกับระบบขนส่งมากกว่า 10 บริษัท ผ่านทางช้อปปี้ดอทคอมและบริการคลังสินค้าและจัดส่งของ สยาม เอาท์เลต ดอทคอม รวมถึงบริการโฆษณาออนไลน์ โดยร่วมมือกับ กูเกิล เฟซบุ๊ก และไลน์ เป็นต้น

“แอปเปิล”เปิดตัวบริการคอนเทนต์จากสื่อชั้นนำและเกมแบบบอกรับสมาชิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/584589

  • วันที่ 26 มี.ค. 2562 เวลา 11:42 น.

"แอปเปิล"เปิดตัวบริการคอนเทนต์จากสื่อชั้นนำและเกมแบบบอกรับสมาชิก

แอปเปิลเปิดตัวบริการคอนเทนต์คุณภาพจากสื่อหนังสือพิมพ์ และนิตยสารชื่อดัง รวมทั้งบริการเกมแบบบอกรับสมาชิก

สำนักข่าวต่างปรเทศรายงานว่า แอปเปิล ได้เปิดตัวบริการใหม่ที่เป็นบริการคอนเทนต์คุณภาพจากสื่อมวลชนชั้นนำ ภายใต้ชื่อบริการว่า “Apple News+” ภายในงาน “Show Time” ณ สำนักงานใหญ่ในเมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย

แอปเปิลระบุว่า บริการ Apple News+ จะเปิดให้ผู้ใช้เข้าถึงคอนเทนต์จากนิตยสาร หนังสือพิมพ์ชั้นนำในรูปแบบดิจิทัลผ่านแอพพลิเคชั่น โดยจะมีให้บริการในสหรัฐและแคนาดา

สำหรับสื่อที่เข้าร่วมอยู่ในบริการนี้จะประกอบไปด้วยหนังสือพิมพ์ชั้นนำ อาทิ วอลล์สตรีท เจอร์นัล ลอสแอนเจลิสไทม์ส และโตรอนโต สตาร์ ของแคนาดา รวมถึงนิตยสารเช่น ดิ แอตแลนติก ไทม์ และเนชั่นแนล จีโอกราฟิก

“เรามุ่งมั่นที่จะสนับสนุนสื่อสารมวลชนที่มีคุณภาพ และด้วย Apple News+ เราต้องการที่จะฉลองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของนิตยสารและสื่อต่างๆ” ลอเร็น เคิร์น บรรณาธิการบริหารของ Apple News กล่าว

แอปเปิลระบุว่า ผู้ใช้ต้องอัพเดท iOS เป็นเวอร์ชั่น 12.2 หรือ macOS เป็นเวอร์ชั่น 10.14.4 เพื่อสมัครสมาชิกรายเดือนของ Apple News+ ที่ราคา 9.99 ดอลลาร์ในสหรัฐ และ 12.99 ดอลลาร์ในแคนาดา

นอกจากนี้ในงาน “Show Time” แอปเปิลยังได้ประกาศเปิดตัว Apple Arcade ซึ่งเป็นบริการเกมแบบบอกรับสมาชิกสำหรับวิดีโอเกมในระบบ iOS สำหรับผู้ใช้งานมือถือ เดสค์ท็อป และผ่านสมาร์ททีวีภายในห้องนั่งเล่นอีกด้วย

ภาพ เอเอฟพี

กสทช.ร่วมสธ.เร่งให้บริการหมอทางไกล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/584576

  • วันที่ 26 มี.ค. 2562 เวลา 10:13 น.

กสทช.ร่วมสธ.เร่งให้บริการหมอทางไกล

เดินหน้าลุย เทเลเฮลท์ ภายใต้โครงการเน็ตชายขอบ นำร่อง 8 จังหวัด

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช.ได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในการนำระบบโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศมาพัฒนาและประยุกต์ใช้ในระบบดูแลสุขภาพทางไกลในพื้นที่ชนบท ผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (โซนซี) และพื้นที่ชายขอบ (โซนซีบวก)

ทั้งนี้ โครงการนี้จะใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี พร้อมอุปกรณ์การแพทย์ เหมือนผู้ป่วยได้เดินทางไปรับคำปรึกษาจากแพทย์ด้วยตัวเอง ทำให้ได้รับคำปรึกษาได้อย่างทันเวลา และยังช่วยลดความแออัดของจำนวนคนไข้ ลดภาระของแพทย์ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในเมือง เป็นการยกระดับการรักษาพยาบาลให้ประชาชนในพื้นที่ชนบทมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ปัจจุบันพบว่าประเทศไทยมีปัญหาจำนวนแพทย์ต่อประชากรต่ำกว่าเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก คือมีแพทย์ 1 คน ต่อประชากร 2,065 คน จากเกณฑ์เฉลี่ยแพทย์ 1 คน ต่อจำนวนประชากร 439 คน

ทั้งนี้ จะมี 8 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ จ.เชียงราย เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร กาญจนบุรี กาฬสินธุ์ สุรินทร์ สุราษฎร์ธานี และสงขลา ครอบคลุมโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบล 15 แห่ง คลินิกหมอครอบครัว 4 แห่ง โรงพยาบาลชุมชน 5 แห่ง และโรงพยาบาล ประจำจังหวัด 8 แห่ง

แอลจีลุยนวัตกรรมเอไอ พัฒนา-เชื่อมต่อ-เปิดรับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/583945

  • วันที่ 21 มี.ค. 2562 เวลา 10:30 น.

แอลจีลุยนวัตกรรมเอไอ พัฒนา-เชื่อมต่อ-เปิดรับ

หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งกับการโชว์นวัตกรรมล้ำสมัยที่ถือเป็นการปฏิวัติวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าในงาน CES 2019 เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา แอลจีก็ได้นำผลิตภัณฑ์ล่าสุดในกลุ่มเอไอ ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ และเครื่องปรับอากาศ ที่เปิดตัวในงานดังกล่าวมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกภายในงาน LG InnoFest 2019 – APAC ณ ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

การจัดงานแสดงดังกล่าว จัดขึ้นภายใต้แนวคิด LG ThinQ (แอลจี ธิงคิว) พร้อมแนวคิด “พัฒนา-เชื่อมต่อ-เปิดรับ” (Evolve, Connect, Open) ซึ่งแอลจีได้นำเสนอผ่าน LG Mansion หรือบ้านแอลจีหลังใหญ่ เพื่อนำเสนอประสบการณ์การทำงานของเอไอ ที่สามารถปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้งานแต่ละคน และนำมาซึ่งความสะดวกสบายผ่านการจัดการผลิตภัณฑ์แบบเชิงรุก พร้อมประสิทธิภาพและการบริการที่ได้รับการพัฒนายิ่งขึ้น

แอลจีนับเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์แรกๆ ที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์เอไอ ด้วยแอลจี ธิงคิว เป็นครั้งแรกในปี 2554 ซึ่งประกอบด้วยตู้เย็นอัจฉริยะที่โดดเด่นด้วยฟีเจอร์ชาญฉลาดต่างๆ เช่น ตัวเลือกด้านการประหยัดพลังงาน ระบบการจัดการอาหารและหน้าจอแอลซีดีบนตัวตู้เย็น ต่อมาในปี 2560 ได้เปิดตัวแบรนด์ แอลจี ธิงคิว อย่างเป็นทางการ ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเอไอ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น

จนมาถึงปีนี้แอลจีได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีเอไอไปอีกขั้น เพื่อนำเสนอประสบการณ์การใช้งานอันล้ำสมัยแบบที่ผู้บริโภคไม่เคยสัมผัสมาก่อน พร้อมผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด และการให้บริการที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด โดย แอลจี ธิงคิว จะช่วยส่งข้อมูลการใช้งานโดยละเอียด ผ่านการส่งข้อความแบบตัวอักษรและเสียง ผู้บริโภคจึงไม่ต้องใช้หนังสือคู่มือ และระบบอัจฉริยะนี้ยังจดจำรูปแบบการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคน ทำให้ฟังก์ชั่นที่ถูกใช้งานบ่อยที่สุดจะขึ้นมาเป็นอันดับแรกเพื่อการเข้าถึงที่ง่ายดาย

แอลจี ธิงคิว ยังสามารถพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานได้ด้วยตัวเอง โดยวิเคราะห์และระบุถึงปัญหาและแจ้งเตือนผู้ใช้งาน พร้อมแนะนำทางออกที่ดีที่สุด และหากปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องแก้ไขผ่านความช่วยเหลือเพิ่มเติม ก็จะเชื่อมต่อกับศูนย์บริการใกล้เคียงและนัดเวลาเพื่อเข้ามาตรวจสอบ

นอกจากนี้ เครื่องปรับอากาศ เครื่องฟอกอากาศ และเครื่องกรองน้ำของแอลจี จะรับรู้ได้ว่าอะไหล่บางชนิดควรถูกเปลี่ยนใหม่เมื่อไร โดยวิเคราะห์จากพฤติกรรมและรูปแบบการใช้งาน เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาตั้งแต่ต้น

ทั้งหมดนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของแอลจีในการนำนวัตกรรมมาปรับใช้ในผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยยกระดับการใช้ชีวิตที่ดียิ่งขึ้นของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ตอบรับสโลแกน Life’s Good นั่นเอง

อียูสั่งปรับกูเกิล1.49 พันล้านยูโร ฐานขัดขวางการแข่งขันโฆษณาออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/583928

  • วันที่ 20 มี.ค. 2562 เวลา 21:26 น.

อียูสั่งปรับกูเกิล1.49 พันล้านยูโร ฐานขัดขวางการแข่งขันโฆษณาออนไลน์

สหภาพยุโรปสั่งปรับกูเกิลเป็นเงิน 1.49 พันล้านยูโรในข้อหาขัดขวางการแข่งขันในภาคโฆษณาในตลาดออนไลน์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหภาพยุโรป (EU) มีคำสั่งให้บริษัทกูเกิล อิงค์จ่ายเงินค่าปรับจำนวน 1.49 พันล้านยูโร (1.69 พันล้านดอลลาร์) ในข้อหาขัดขวางการแข่งขันในภาคโฆษณาในตลาดออนไลน์

รายงานข่าวระบุว่า คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของ EU ระบุว่า กูเกิลได้ทำสัญญากับสื่อ โดยห้ามสื่อแสดงผลการสืบค้นข้อมูลจากบริษัทคู่แข่งของกูเกิล และต่อมาในปี 2552 กูเกิลได้แจ้งต่อสื่อว่า สื่อจะต้องขออนุญาตจากกูเกิลก่อน เกี่ยวกับรูปแบบการแสดงโฆษณาจากคู่แข่งของกูเกิล

นางมาร์เกรท เวสทาเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการฝ่ายการแข่งขันของ EU กล่าวว่า กูเกิลได้ขัดขวางคู่แข่งจากการแข่งขัน และการแสดงนวัตกรรมในตลาดโฆษณาออนไลน์

EC ระบุว่า ในระหว่างปี 2549 และ 2559 กูเกิลถือเป็นบริษัทที่ครองส่วนแบ่งตลาดสืบค้นข้อมูลมากที่สุด โดยมีสัดส่วนตลาดมากกว่า 70%

ขณะที่ กูเกิลเปิดเผยว่า รายได้จากการโฆษณาพุ่งขึ้น 20% ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว สู่ระดับ 3.26 หมื่นล้านดอลลาร์

ภาพ เอเอฟพี