เผยภาพแรกพระโอรสน้อยในเจ้าชายแฮร์รี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/588600

  • วันที่ 08 พ.ค. 2562 เวลา 19:14 น.

เผยภาพแรกพระโอรสน้อยในเจ้าชายแฮร์รี่

เจ้าชายแฮร์รี่และดัชเชสเมแกน เผยพระองค์โอรสน้อยต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก

สื่ออังกฤษรายงานว่า เจ้าชายแฮร์รี่ดยุกแห่งซัสเซกซ์ และเมแกนดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ได้เปิดเผยเจ้าชายน้อยรัชทายาทองค์แรกของทั้งสองสู่สาธารณะเป็นครั้งแรก หลังจากที่มีพระประสูติกาลเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา

 

รายงานระบุว่า เจ้าชายแฮร์รี่ ดัชเชสเมแกน ได้ปรากฏพระองค์ที่โถงจัดเลี้ยงรับรอง St George’s Hall ภายในพระราชวังวินเซอร์ โดยมีเจ้าชายพระองค์น้อยอยู่ในอ้อมกอดของเจ้าชายแฮร์รี่

ดัชเชสเมแกนเผยว่า ได้พาเจ้าชายพระองค์น้อยไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง และเจ้าชายฟิลลิป ดยุกแห่งเอดินเบอระแล้ว รวมถึงนางดอเรีย เร็กแลนด์ มารดาของดัชเชสเมแกนก็ได้เดินทางมาจากสหรัฐเพื่อมาพบหน้าพระโอรสน้อยเป็นครั้งแรกแล้วเช่นกัน

เจ้าชายแฮร์รี่ทรงเผยว่า การเป็นพ่อแม่คนนั้นมันน่าตื่นเต้นมาก แม้จะผ่านมาเพียงสามวันเท่านั้น แต่เราก็ตื่นเต้นและมีความสุข”

 

 

สำหรับเจ้าชายพระองค์น้อยนี้จะอยู่ในลำดับที่ 7 ของการสืบสืบราชสันตติวงศ์แห่งราชวงศ์อังกฤษ และยังไม่มีการตั้งพระนามอย่างเป็นทางการ โดยบรรดาร้านรับแทงพนันส่วนใหญ่ในอังกฤษต่างคาดว่าชื่อ ชาลส์, อาเธอร์, เจมส์, อเล็กซานเดอร์ และ ฟิลลิป ซึ่งเป็นชื่อที่มาแรงและคาดว่าอาจถูกใช้เป็นพระนามของเจ้าชายน้อย

 

“ไร้มารยาทและไร้รสนิยม” ยุโรปกับทัศนะต่อการล้อเลียนสถาบัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/588572

  • วันที่ 08 พ.ค. 2562 เวลา 17:11 น.

"ไร้มารยาทและไร้รสนิยม" ยุโรปกับทัศนะต่อการล้อเลียนสถาบัน

โดย กรกิจ ดิษฐาน

จากกรณีที่รายการโทรทัศน์ของเยอรมนี SAT. 1 FRÜHSTÜCKSFERNSEHEN ล้อเลียนพระราชพิธีสำคัญของไทย จนสร้างความไม่พอใจให้กับคนไทยเป็นจำนวนมาก ทางรายการจึงต้องทบทวนการแพร่ภาพรายการ และกล่าวว่าการล้อเลียนดังกล่าวไม่เหมาะสม และเป็นการดูหมิ่น และขออภัยในสิ่งที่เกิดขึ้น

ในประเทศไทย เป็นที่ทราบกันดีว่าเรามีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เพื่อคุ้มครองพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จากการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย

แต่นอกจากนี้ เรายังมีขนบธรรมเนียมที่คนไทยล้วนตระหนักดี แม้จะไม่มีตัวบทกฎหมายเขียนบอกไว้ นั่นคือเมื่อใดก็ตาม ที่มีคนไทยหรือคนต่างชาติ กระทำการดูหมิ่นองค์พระประมุขและพระบรมวงศานุวงศ์ คนไทยจะลุกขึ้นมาปกป้องและทักท้วง จนเกิดแรงกดดันอย่างหนักหน่วงต่อผู้กระทำการหมิ่นพระเกียรติยศ เหมือนกรณีของรายการโทรทัศน์ของเยอรมนี

ในประเทศตะวันตก หลายประเทศก็ยังคงมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และยังคงมีกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือ Lèse majesté เช่นเนเธอร์แลนด์ หากผู้ใดผู้หนึ่งดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และพระบรมวงศ์นุวงศ์ จะต้องโทษจำคุก 5 ปี พร้อมปรับ โดยในระหว่างปี 2000 – 2012 มีผู้ถูกดำเนินคดีถึง 18 ราย ถูกลงโทษ 9 ราย รายล่าสุด คือ ชายวัย 44 ปี ที่ดูหมิ่นสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลิม-อเล็กซานเดอร์ด้วยวาจาอย่างร้ายแรง ถูกลงโทษจำคุก 30 วัน

ที่สเปน เมื่อปี 2007 นิตยสารแนวเสียดสี El Jueves ถูกสั่งปรับเงิน ฐานล้อเลียนมกุฏราชกุมารกับและพระชายา (ปัจจุบันคือสมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปที่ 6)

กลุ่มแบ่งแยกดินแดนแคว้นคาตาลัน ประท้วงสมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเป แห่งสเปน Photo by Josep LAGO / AFP

เดนมาร์ก พระมหากษัตริย์ทรงได้รับการปกป้องตามกฎหมายอาญามาตราว่าด้วยการหมิ่นประมาท แต่หากละเมิดพระบรมวงศ์อื่นๆ รวมถึงผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จะมีบทลงโทษที่รุนแรงกว่าการหมิ่นประมาททั่วไป

อย่างไรก็ตาม บางประเทศในยุโรปได้ยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแล้ว อีกทั้งยังเชิดชูแนวคิดเสรีนิยมกันอย่างแพร่แหลาย โดยเฉพาะเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในเรื่องอะไรก็ได้ ไม่เว้นแม้แต่ความเห็นที่ดูหมิ่นดูแคลนประมุขของชาติ เช่นที่สหราชอาณาจักร สก็อตแลนด์ได้ยกเลิกหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือ leasing-making เมื่อปี 2010 แต่ในทางปฏิบัติไม่มีการเอาผิดมาตั้งแต่ปี 1715

นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 แล้ว ที่องค์พระประมุขของอังกฤษทรงถูกล้อเลียนและหมิ่นพระเกียรติยศทั้งโดยชาวอังกฤษเองและชาวต่างชาติ เช่น รายการ Spitting Image ของอังกฤษระหว่าง 1984 – 1996 ที่ล้อเลียนสมเด็จพระราชินีและพระบรมวงศ์อย่างหนัก หรือ รายการ SNL ของสหรัฐมี Skit หรือรายการตลกล้อเลียนพระองค์หลายตอน

อังกฤษมีประวัติศาสตร์ของการล้อเลียนราชวงศ์ที่ยาวนาน เพราะในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ราชวงศ์อังกฤษเคยถูกลดทอนพระราชอำนาจมาแล้วหลายครั้ง รวมถึงการแพร่หลายของแนวคิดเสรีนิยมและการแสดงความเห็นล้อเลียนสถาบันหลัก ในบทความเรื่อง When did the British become so uptight about mocking the monarch? โดย Misha Ketchell แห่งเว็บไซต์ The Conversation กล่าวว่า “ในศตวรรษที่ 18 ชาวอังกฤษเห็นว่าการล้อเลียนลักษณะนั้น เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของเสรีภาพที่พวกเขากำลังมีอยู่ (แม้ในยุคนั้นค่อนข้างห่างไกลจากคำว่าเสรีภาพก็ตาม)”

จะว่าไปแล้ว ตามมาตรฐานยุโรปเอง การล้อเลียนบุคคลสำคัญในอังกฤษก็ยังเสรีเกินกว่าหลายๆ ประเทศจะทำตามได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงประเทศที่มีวัฒนธรรมต่างจากอังกฤษโดยสิ้นเชิง

สมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลิม-อเล็กซานเดอร์กับเจ้าหญิงอามาเลีย แห่งเนเธอร์แลนด์ Photo by Robin van Lonkhuijsen / ANP / AFP

อย่างไรก็ตาม ในบทความเดียวกันนั้น ชี้ให้เห็นว่าในเวลานี้ ชาวอังกฤษเริ่มที่จะไม่สนุกกับการล้อเลียนพระประมุขของชาติ โดยยกกรณีของผู้ดำนินรายการวิทยุแนวแนวขบขันของ BBC ที่ถูกไล่ออกเพราะล้อเลียนเรื่องรสนิยมทางเพศของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 หลังจากมีผู้ยื่นร้องเรียนผู้ดำเนินรายการถึง 120 คำร้อง

ผู้เขียนบทความชี้ว่า ตอนนี้สถาบันกษัตริย์ของอังกฤษกลับมาได้รับความนิยมและได้รับความเคารพมากขึ้น จนผู้คนเลิกถกเถียงกันเรื่องที่ว่าควรจะล้อหรือไม่ล้อกันแล้ว (เพราะคำตอบก็คือไม่ควร – ผู้เขียน)

ในเว็บไซต์ Quora มีการตั้งกระทู้ถามว่า การล้อเลียนสมเด็จพระราชินีอังกฤษเป็นเรื่องถูกกฎหมายหรือไม่? มีผู้ตอบว่า “ไม่ผิดกฎหมาย แต่หลายคนคงคิดว่าเป็นรสนิยมที่แย่” (Nigel Scott-Moncrieff) อีกคนแสดงความเห็นว่า “ไม่ผิดกฎหมายแต่ไร้หัวใจ” (Mikhail V. Avdonin) และอีกคนหนึ่งบอกว่า “ไม่ผิดกฎหมาย แต่ไม่มีคลาส ไม่มีความเคารพ และไม่มีมารยาทที่ดีงาม” (Daise Kendrick)

ทัศนะแบบนี้อาจจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามความนิยมต่อสถาบันที่ปรับเพิ่มขึ้นมากเช่นกันในระยะหลัง เช่น ก่อนที่จะมีงานพระราชพิธีพัชราภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อปี 2012 มีผลสำรวจโดย Guardian/ICM  ระบุว่า ชาวอังกฤษ 69% เห็นว่าถ้าไม่มีสถาบันประเทศชาติจะแย่ และเมื่อปี 2018 ผลสำรวจโดย YouGov พบว่า ชาวอังกฤษ 69% หรือ 2 ใน 3 ของผู้ที่ตอบแบบสอบถาม ระบุว่าตัวเองเป็นผู้สนับสนุนราชบังลังก์

แม้แต่ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นสมาชิกเครือจักรภาพอังกฤษ และมีกระแสเรียกร้องให้ถอนตัวจากเครือจักรภพเพื่อสถาปนาสาธารณรัฐ แต่ความนิยมในราชวงศ์อังกฤษกลับเพิ่มขึ้น ส่วนพวกสาธารณรัฐนิยมคะแนนนิยมลดลง ในการสำรวจเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว

Jeremy Paxman นักเขียนชาวอังกฤษ ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Empire บอกไว้เมื่อครั้งงานพระราชพิธีพัชราภิเษกของ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ว่า เขาเคยเป็นพวกที่ไม่นิยมสถาบันมาก่อน แต่ตอนนี้เปลี่ยนความคิดแล้ว และกล่าวว่า “ตอนนี้เราทุกคนรักสมเด็จพระราชินี และเสียงประท้วงแบบแผ่นเสียงตกร่องจากพวกนิยมสาธารณรัฐ ฟังแล้วเหมือนเด็กขี้โมโหที่กระทืบเท้าด้วยความไม่สมอารมณ์ บอกว่าอยากให้งานวันเกิดของแกพังพินาศเพราะฝนตก”

ขบวนเสด็จของสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก Photo by Martin Sylvest / Ritzau Scanpix / AFP

ลองมาดูที่เยอรมนี ประเทศนี้มีการปกครองแบบสหพันธรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข และมีกฎหมายคุ้มครองประธานาธิบดีจากการดูหมิ่นดูแคลน

แต่ไม่เพียงเท่านั้น เพราะก่อนปี 2017 ยังมีกฎหมายคุ้มครองประมุขของประเทศอื่นจากการดูหมิ่นโดยชาวเยอรมนีอีกด้วย กฎหมายมาตรานี้ได้ยกเลิกไปเพราะผู้นำเยอรมนีไม่ต้องการทำตามข้อเรียกร้องของรัฐบาลตุรกี ให้ลงโทษนักแสดงตลกที่ล้อเลียนผู้นำตุรกี ซึ่งตามกฎหมายของเยอรมนีแล้ว ไม่สามารถบ่ายเบี่ยงข้อเรียกร้องนี้ได้ แต่เพราะทั้ง 2 ประเทศมีเรื่องระหองระแหงกัน รัฐบาลเยอรมนีจึงยกเลิกกฎหมายดังกล่าวไปเสีย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมีพันธะผูกมัด

หากกฎหมายมาตรานี้ยังคงมีอยู่ รายการโทรทัศน์ของเยอรมนีที่ดูหมิ่นพระเกียรติยศ ก็คงไม่แคล้วที่จะถูกดำเนินคดี

ทัศนะต่อสถาบันพระมหากษัตรย์ แตกต่างกันไปเงื่อนไขและวิวัฒนาการของแต่ละประเทศ ในยุโรปอาจจะรู้สึกไม่ผูกพันและเคารพเทิดทูน และไม่ตะขิดตะขวงใจที่จะล้อเลียน หรือวิจารณ์ในทางที่ไม่สร้างสรรค์ โดยอ้างว่าเป็นเสรีภาพในการแสดงความเห็น

ทว่า ในยุโรปเองก็มีเงื่อนไขต่างกัน ชาวอังกฤษอาจจะปฏิบัติต่อสถาบันอย่างไม่เกรงใจ แต่ในเนเธอร์แลนด์คนที่ทำแบบนั้นอาจได้รับโทษ

ไม่ต้องพูดถึงประเทศไทยที่มีรากเหง้าทางวัฒนธรรม และความเคารพต่อสถาบันแตกต่างจากยุโรปโดยสิ้นเชิง

อ้างอิง

“This is how these 12 countries will punish you for insulting their heads of state”. globalpost.com. Retrieved 26 January 2017.

“Spain royal sex cartoonists fined”. BBC. 13 November 2007. Retrieved 13 November 2007.

“Resinformation.dk”. retsinformation.dk. Retrieved 26 January 2017.

“When did the British become so uptight about mocking the monarch?”. The Conversation. 7 October 2016.

“Here’s why people love the Royal family so much”.  Yahoo Style UK. 16 April 2019.

“Australian ‘republic’ loses support: Monarchy most popular since 1999”. Express. 10 April  2018.

“Jeremy Paxman: We’re all monarchists now – even me”. Telegraph. 03 June 2012.

“Is it currently legal to mock/insult the king/queen of the UK? For example, could a person put Elizabeth’s face under the “piss boy” and display it?”. Quora. Retrieved 08 May 2019.

ผู้โดยสารถูกไล่ลงจากเครื่องแอร์นิวซีแลนด์ เหตุไม่สนใจสาธิตความปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/588568

  • วันที่ 08 พ.ค. 2562 เวลา 16:47 น.

ผู้โดยสารถูกไล่ลงจากเครื่องแอร์นิวซีแลนด์ เหตุไม่สนใจสาธิตความปลอดภัย

ผู้โดยสารแอร์นิวซีแลนด์สองรายถูกไล่ลงจากเครื่อง เพราะไม่ชมวิดีโอสาธิตความปลอดภัยในที่นั่งทางออกฉุกเฉิน

สื่อท้องถิ่นของนิวซีแลนด์รายงานว่า เกิดเหตุความวุ่นวายจนส่งผลให้เที่ยวบิน NZ424 ของสายการบินแอร์นิวซีแลนด์ ที่มีกำหนดเดินทางระหว่างกรุงเวลลิงตัน ไปยังนครออคแลนด์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาต้องล่าช้าออกไป หลังจากที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินได้เรียกตำรวจประจำสนามบินเชิญตัวผู้โดยสารสองรายลงจากเครื่องบิน เนื่องจากไม่สนใจการสาธิตด้านความปลอดภัย

รายงานระบุว่าผู้โดยสารสองรายนี้เป็นคู่ชาย-หญิง ลักษณะแต่งตัวดี ดูมีฐานะ โดยจากคำบอกเล่าของผู้โดยสารที่นั่งใกล้เคียงระบุว่า ฝ่ายหญิงมีการใช้กระเป๋าแบรนด์เนมด้วย

ผู้โดยสารทั้งสองรายนี้นั่งอยู่ในแถวที่นั่งทางออกฉุกเฉินกลางลำตัวเครื่อง ซึ่งขณะที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินกำลังเปิดวิดิโอสาธิตด้านความปลอดภัย พร้อมแนะนำให้กับผู้โดยสารที่นั่งอยู่แถวที่นั่งทางออกฉุกเฉินถึงการปฏิบัติตัวตามคำแนะนำอย่างถูกต้อง

 

แต่ทว่าหญิงรายนี้กลับไม่สนใจเธอนั่งอ่านหนังสือของเธอแทน ขณะที่เพื่อนชายของเธอก็กำลังเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ แม้จะมีข้อแนะนำเรื่องงดการใช้เครื่องมือสื่อสารขณะเครื่องกำลังบินขึ้นก็ตาม

ผู้โดยสารคนอื่นที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า พนักงานต้อนรับได้ใช้ความพยายามอย่างอดทนในการแนะนำข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัย แต่ทั้งสองก็ไม่สนใจ โดยหญิงสาวคนดังกล่าวได้ใช้นิ้วอุดหูของเธอเอง จึงส่งผลให้เที่ยวบินล่าช้า

ผู้โดยสารที่อยู่ใกล้เคียงเริ่มแสดงความไม่พอใจที่ทั้งสองทำให้เครื่องบินต้องล่าช้า

จนในที่สุดนักบินตัดสินใจบังคับให้เครื่องบินกลับไปเทียบยังเกต พร้อมทั้งเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสนามบินเชิญตัวทั้งคู่ลงจากเครื่องบิน โดยรายงานยังบอกอีกว่า ขณะที่ทั้งคู่ถูกเชิญลงจากเครื่องบินนั้น ไม่มีท่าทีสำนึกผิด หรือรู้สึกอับอายแต่อย่างใด สุดท้ายเที่ยวบินดังกล่าวต้องดีเลย์ออกไปราว 30 นาที

ทั้งนี้ สายการบินแอร์นิวซีแลนด์ได้ชื่อว่ามีความโดดเด่นทางด้านวิดิโอสาธิตความปลอดภัย ที่นำเสนอมาได้น่าดึดดูดความสนใจของผู้โดยสารอย่างมาก

ภาพ : PETER PARKS / AFP

รายการทีวีเยอรมนีหมิ่นธรรมเนียมไทยแถลงขอโทษแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/588545

  • วันที่ 08 พ.ค. 2562 เวลา 15:02 น.

รายการทีวีเยอรมนีหมิ่นธรรมเนียมไทยแถลงขอโทษแล้ว

ทูตเยอรมนีประจำประเทศไทยแจง ผู้ผลิตรายการทีวีล้อเลียนขนบธรรมเนียมหมอบกราบแถลงขอโทษแล้ว ยอมรับไม่ได้ตั้งใจดูถูกวัฒนธรรมไทย

จากกรณีที่รายการ SAT.1 Frühstücksfernsehen ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ SAT 1 ของเยอรมนี ได้ล้อเลียมขนบธรรมเนียมหมอบกราบของไทยอย่างไม่เหมาะสม จนส่งผลให้ผู้ใช้งานสังคมออนไลน์ของไทยแสดงความไม่พอใจเป็นจำนวนมากนั้น

ด้านนาย กออร์ค ชมิดท์ เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทยได้ชี้แจงผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว @GermanAmbTHA โดยนำข้อความขอโทษอย่างเป็นทางการจากทางรายการมาเผยแพร่พร้อมระบุว่า หลายท่านได้ถามความเห็นของผมเกี่ยวกับรายการของสถานีโทรทัศน์เอกชนเยอรมันเมื่อเช้านี้ ผมคิดว่าเป็นที่ไม่น่าพอใจครับผู้ชมจำนวนมากคิดอย่างนี้เช่นกัน #Thailand และ #Germany นี่คือคำขอโทษของสถานีครับ”

ส่วนข้อความจากทางสถานีระบุว่า “จากการที่รายการข่าวเช้า SAT.1 Frühstücksfernsehen ได้พาดพิงและล้อเลียนถึงประขนบธรรมเนียมของไทยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้น ผู้ชมหลายคนรู้สึกว่าเป็นการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมและเป็นการล่วงละเมิด ทางกองบรรณาธิการไม่เคยตั้งใจดูถูกวัฒนธรรมไทยในทางใดทางหนึ่ง แต่หากเห็นว่าไม่เหมาะสม ทางสถานีขออภัยอย่างเป็นทางการมา ณ ที่นี้”

 

อิหร่านถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์บางส่วน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/588520

  • วันที่ 08 พ.ค. 2562 เวลา 12:45 น.

อิหร่านถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์บางส่วน

อิหร่านประกาศไม่ทำตามข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ลงนามกับชาติมหาอำนาจเมื่อปี 2015 พร้อมเตรียมเสริมสมรรถนะยูเรเนียม

ประธานาธิบดี ฮัสซาน โรฮานี ของอิหร่านประกาศว่าอิหร่านได้ถอนตัวออกจากบางส่วนในข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 ที่ทำสัญญากับบรรดาชาติมหาอำนาจ การประกาศถอนตัวจากข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลัง 1 ปีหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านทั้งหมด พร้อมทั้งประกาศกร้าวว่าจะเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรให้มากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี ตามคำประกาศของกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านไม่ได้บอกว่าอิหร่านจะถอนตัวออกจากข้อตกลงส่วนใดบ้าง

การประกาศของอิหร่านครั้งนี้ ตามมาเพียงไม่กี่วันหลังจากที่มีรายงานว่า สหรัฐได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน และฝูงบินทิ้งระเบิดมายังตะวันออกกลางเพื่อต้องการเตือนอิหร่าน หลังจากพบหลักฐานบ่งชี้ที่ชัดเจนว่ากองกำลังติดอาวุธที่เป็นตัวแทนอิหร่าน รวมถึงอิหร่านเอง กำลังเตรียมที่จะโจมตีกองกำลังสหรัฐในภูมิภาคนี้

สำหรับข้อตกลงอิหร่านทำขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการลดความทะเยอทะยานแสวงหาอำนาจทางนิวเคลียร์ของอิหร่าน เพื่อแลกกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร รายงานจากสื่อของอิหร่านยังระบุว่า อิหร่านได้ยื่นจดหมายให้กับบรรดาชาติที่ร่วมลงนามในข้อตกลงดังกล่าวทั้ง อังกฤษ จีน สหภาพยุโรป ฝรั่งเศส และเยอรมนี

ทั้งนี้ การส่งกองเรือและฝูงบินไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่อิสราเอลทำการโจมตีฉนวนกาซาอย่างหนัก เพื่อตอบโต้หลังจากถูกกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ยิงจรวดถล่ม แต่ทางแหล่งข่าวในกระทรวงกลาโหมยืนยันกับทางสำนักข่าวเอพีว่า เป็นคนละกรณีกับอิหร่าน

สหรัฐคืนเงิน 200 ล้านดอลลาร์ ในกองทุนฉาว1MDB ให้มาเลย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/588514

  • วันที่ 08 พ.ค. 2562 เวลา 11:39 น.

สหรัฐคืนเงิน 200 ล้านดอลลาร์ ในกองทุนฉาว1MDB ให้มาเลย์

สหรัฐคืนเงินก้อนแรกจำนวนกว่า 6,200 ล้านบาท ที่ยึดได้จากกองทุน 1MDB คืนให้กับทางรัฐบาลมาเลเซีย

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. นาง Kamala Shirin Lakhdhir เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำมาเลเซียได้พบกับเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมของมาเลเซีย และรองอัยการสูงสุดมาเลเซียในการแถลงความร่วมมือการสอบสวนโครงการกองทุนฉาว และคืนเงินก้อนแรกจำนวน 196 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 6,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการสอบสวนและติดตามเงินจำนวนนับพันล้านดอลลาร์ที่ถูกยักยอกไปจากกองทุนเพื่อการพัฒนามาเลเซีย 1MDB

จากการที่ทางกระทรวงยุติธรรมสหรัฐเริ่มต้นสอบสวนกรณีเงินลงทุนของโครงการ 1MDB ของรัฐบาลนาจิบ ราซัก ตั้งแต่ปี 2016 จนพบว่า เงินลงทุนในโครงการดังกล่าวถูกฉ้อโกงออกจากกองทุน 1MDB ไปยังซื้อทรัพย์สินส่วนตัวของบรรดาบุคคลใกล้ชิดอดีตนายกมาเลย์หลายชนิด ทั้งเรือยอร์ช อสังหาริมทรัพย์ งานศิลปะ เครื่องประดับ และเครื่องบินส่วนตัว

รัฐบาลสหรัฐโดยกระทรวงยุติธรรมได้ติดตามเงินลงทุนเหล่านี้ซึ่งถูกนำไปลงทุนในต่างประเทศ กลับคืนมายังมาเลเซียเป็นจำนวนเงินก้อนแรกที่ 196 ล้านดอลลาร์ เพื่อแสดงถึงความตั้งใจที่จะนำทรัพย์สินเหล่านี้คืนแก่ชาวมาเลเซีย โดยจำนวนนี้แบ่งเป็น ราว 57 ล้านดอลลาร์ ที่ถูกนำไปลงทุนในบริษัท Red Granite Pictures ซึ่งเป็นบริษัทสร้างหนังที่เชื่อมโยงกับนายริซา อาซิส ลูกเลี้ยงของนาจิบ ราซัค อีกทั้งบริษัทดังกล่าวยังเป็นผู้สร้างภาพยนตร์ดังเรื่อง The Wolf of Wall Street ที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐกล่าวหาว่าสร้างด้วยเงินจาก 1MDB

ขณะที่เงินอีกก้อนจำนวน 139 ล้านดอลลาร์ กระทรวงยุติธรรมอยู่ระหว่างการดำเนินการคืนให้ ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากการอสังหาริมทรัพย์หรูในย่านแมนฮัตตัน ของนายโจ โลว์ นักการเงินชาวมาเลเซียผู้ใกล้ชิดอดีตนายกนาจิบ ซึ่งถูกระบุตัวว่าเป็นตัวการใหญ่ของเรื่องอื้อฉาวนี้ แต่ปัจจุบันไม่ทราบว่าหลบกบดานอยู่ที่ใด

กระบวนการดังกล่าวเป็นไปตามดำริของนายกรัฐมนตรี มหาเธร์ โมฮัมหมัด ที่ต้องการตามล่าเงินลงทุนที่ถูกฉ้อโกงไปจากกองทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติมาเลเซีย หรือ 1MDB จำนวนกว่า 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่กระจายไปทั่วโลกกลับคืนมา โดยอาศัยความร่วมมือจากนานาชาติ

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีประเทศไม่น้อยกว่า 6 ชาติ รวมการสอบสวนการทุจริตในโครงการวันเอ็มดีบีดังกล่าว ซึ่งรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ด้วย ซึ่งสำหรับทางสิงคโปร์นั้นรัฐบาลเตรียมส่งเงินมูลค่า 35 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ ราว 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากนายโรเจอร์ อึ้ง อดีตเจ้าหน้าที่ของของโกลด์แมน แซคส์ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวพันกับคดีอื้อฉาวเรื่องการยักยอกเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติมาเลเซีย (1MDB) คืนให้กับทางการมาเลเซียด้วย

ธุรกิจทรัมป์ขาดทุนยับนับพันล้านดอลลาร์ จนไม่ต้องเสียภาษีนาน 8 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/588503

  • วันที่ 08 พ.ค. 2562 เวลา 10:41 น.

ธุรกิจทรัมป์ขาดทุนยับนับพันล้านดอลลาร์ จนไม่ต้องเสียภาษีนาน 8 ปี

สื่อเผยธุรกิจของทรัมป์ระหว่างปี 1985-1994 ขาดทุนยับนับ 1,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้ไม่ต้องเสียภาษีในช่วง 8 ปีนั้น

สื่อสหรัฐรายงานว่า หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ได้ขุดคุ้ยเอกสารการเสียภาษีในธุรกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ช่วงระหว่างปี 1985 – 1994 พบว่า ธุรกิจของนายทรัมป์ขณะนั้นขาดทุนเป็นจำนวนเงิน 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 54,000 ล้านบาท ส่งผลให้ช่วงเวลาดังกล่าวราว 8-10 ปีนายทรัมป์ไม่ต้องเสียภาษีรายได้

รายงานระบุว่าแค่เฉพาะระหว่างปี 1990 – 1991 ธุรกิจของทรัมป์ขาดทุนไปมากกว่า 250 ล้านดอลลาร์ (ราว 7,900 ล้านบาท) โดยช่วงการยื่นภาษีปี 1985 ทรัมป์ทำธุรกิจขาดทุนราว 46 ล้านดอลลาร์ (ราว1,400 ล้านบาท) และขาดทุนต่อเนื่องเป็นระยะเวลาเกือบ 10 ปี ส่งผลให้ช่วงเวลานั้นเขาไม่ต้องเสียภาษีรายได้ให้กับรัฐนิวยอร์กนานถึง 8 ปี

รายงานยังระบุด้วยว่าธุรกิจส่วนมากที่ขาดทุนนั้นส่วนใหญ่เป็นคาสิโน โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และร้านค้าปลีก

เรื่องดังกล่าวไม่เพียงแต่จะตั้งข้อสงสัยในกรณีการจงใจหลีกเลี่ยงภาษีแล้ว โดยการใช้ช่องว่างทางกฎหมายภาษีของสหรัฐที่สามารถลดการจ่ายภาษีลงได้เป็นเวลาหลายปี ยังเป็นการย้อนแย้งคำพูดของตัวประธานาธิบดีทรัมป์เองด้วยที่เคยกล่าวอยู่เสมอว่าบริษัทในอเมริกาไม่จ่ายภาษีอย่างยุติธรรม

หนุ่มญี่ปุ่นผุดแอพใหม่ แค่สแกนบาร์โค้ดก็เข้าใจฉลากสินค้าญี่ปุ่นแจ่มแจ้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/588482

  • วันที่ 08 พ.ค. 2562 เวลา 10:00 น.

หนุ่มญี่ปุ่นผุดแอพใหม่ แค่สแกนบาร์โค้ดก็เข้าใจฉลากสินค้าญี่ปุ่นแจ่มแจ้ง

แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าญี่ปุ่นเป็นสิบๆ ล้านคน เฉพาะปี 2018 ก็ทำลายสถิติปีก่อนๆ ไปอยู่ที่ 30 ล้านคน แต่อุปสรรคอย่างหนึ่งของการเพิ่มปริมาณการบริโภคของนักท่องเที่ยวต่างชาติก็คือ ภาษา คนที่เคยไปช็อปปิ้งที่ญี่ปุ่นคงจะคุ้นเคยกันดีว่าฉลากสินค้าของที่นั่นแทบจะทั้งหมดมีแต่ภาษาญี่ปุ่น ทำเอานักท่องเที่ยวที่อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออกปวดหัวได้เหมือนกัน และบางครั้งการลังเลในสรรพคุณหรือส่วนประกอบต่างๆ ก็จบลงที่การไม่ซื้อสินค้าชิ้นนั้นๆ  ทำให้ญี่ปุ่นเสียโอกาสสร้างรายได้เข้าประเทศ

เคสุเกะ ฟุรุตะ หนุ่มวัย 25 จึงทุ่มเทคิดค้นแอพพลิเคชั่นที่จะช่วยขจัดอุปสรรคนี้ หลังจากย้านจากกรุงโตเกียวบ้านเกิดไปยัง จ.โอกินะวะทางตอนใต้ของประเทศเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยริวกิว ฟุรุตะ ได้พัฒนา Payke แอพพลิเคชั่นที่จะช่วยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าใจฉลากสินค้าญี่ปุ่นอย่างแจ่มแจ้ง เพียงแค่สแกนบาร์โค้ดของผลิตภัณฑ์ แล้วเลือกภาษาซึ่งรองรับถึง 6 ภาษา ได้แก่ ญี่ปุ่น อังกฤษ เกาหลี จีน เวียดนาม และภาษาไทย

ด้วยการใช้งานที่แสนสะดวกเพียงไม่กี่ขั้นตอน ทำให้แอพพลิเคชั่น Payke ขยายฐานผู้ใช้ได้ถึง 3.6 ล้านคนนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือน พ.ย. 2014 จนทะยานขึ้นเป็นแอพพลิเคชั่นที่มีการดาวน์โหลดมากที่สุดในระบบปฏิบัติการณ์ iOS ที่ฮ่องกงเมื่อช่วงสิ้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ส่วนร้านค้าก็มีกว่า 400 เจ้าที่ลงทะเบียนใช้แอพพลิเคชั่นนี้ รวมทั้งบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่น

นอกจากผู้บริโภคสามารถดาวน์โหลด Payke แล้ว บรรดาร้านค้าก็สามารถเช่าแท็บเล็ตสำหรับให้บริการลูกค้าจากบริษัทได้เช่นเดียวกัน ในราคาเดือนละ 3,980 เยน

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ร้านจำหน่ายของที่ระลึกภายในสนามบินฟุกุโอกะ รวมทั้งดรักสโตร์ และร้านค้าปลอดภาษีได้เริ่มทดลองใช้บริการนี้แล้ว และจากการสำรวจการทดลองใช้ Payke ใน จ.โอกินะวะพบว่าแอพพลิเคชั่นนี้ช่วยให้ลูกค้าควักกระเป๋าจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นถึง 36% เมื่อเทียบกับลูกค้าที่ไม่ได้ใช้ เนื่องจากนักท่องเที่ยวมีความเข้าใจในตัวสินค้ามากขึ้น

ฟุรุตะ เผยว่า นอกจากแอพพลิเคชั่นนี้จะมีประโยชน์กับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว ยังมีผลดีกับเจ้าของร้านด้วย เนื่องจากอาจจะไม่ต้องจ้างพนักงานที่สามารถพูดภาษาต่างประเทศได้หลายๆ ภาษาแล้ว อีกทั้งยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าที่ใช้แอพพลิเคชั่นสแกนบาร์โค้ด เพื่อนำเสนอสินค้าให้ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยวเหล่านี้ได้ด้วย

นอกเหนือจากแอพพลิเคชั่นในเวอร์ชั่นที่ไม่คิดค่าบริการแล้ว  Payke ยังมีตัวเลือกเสริมให้ร้านค้าซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณและชนิดของข้อมูลที่ต้องการแสดง เช่น รูปภาพ คลิปวิดีโอสาธิต โดยมีค่าบริการสูงสุดอยู่ที่ 200,000 เยนต่อเดือน

ความคูลของแอพพลิเคชั่นนี้ทำให้บริษัทได้รับคัดเลือกจาก Toyo Keikei ให้เป็น 1 ใน 100 “บริษัทที่ว้าวที่สุด” ของญี่ปุ่น และคว้ารางวัลกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารจากงานโชว์เคสธุรกิจของญี่ปุ่น

นอกจากจะช่วยนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ แล้ว ยังช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายเพื่อพยุงเศรษฐกิจของประเทศที่ชะลอตัวต่อเนื่องหลายปีอีกด้วย

กัญชาในไทยไปไม่ถึงไหน สหรัฐทำประชามติยกสถานะ “เห็ดวิเศษ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/588445

  • วันที่ 08 พ.ค. 2562 เวลา 09:00 น.

กัญชาในไทยไปไม่ถึงไหน สหรัฐทำประชามติยกสถานะ "เห็ดวิเศษ"

สัปดาห์นี้ ชาวเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด จะออกเสียงลงประชามติกันว่า จะยกเลิกสถานะสารเสพติดผิดกฎหมายของสาร psilocybin ที่มีอยู่ในเห็ดขี้ควาย หรือ Magic mushroom หรือไม่ และไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ตาม เดนเวอร์คือเมืองแห่งแรกในสหรัฐ ที่ผลักดันให้ประเด็นนี้เข้าสู่การวาระการลงประชามติได้

สำหรับคนนอกวงการสารเสพติดอาจจะไม่คุ้นกับชื่อเห็ดขี้ควายกันมากนัก แต่ชื่อของมันเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักเดินทางประเภทแบ็คแพกเกอร์ที่มุ่งหน้ามายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศในแถบลาตินอเมริกา เพราะเป็นสารเสพติดที่หาได้ง่าย ราคาถูก และทำให้สติฟุ้งซ่านเกิดประสาทหลอน ซึ่งในตอนแรกเป็นอาการหลอนที่เพลิดเพลินจนไม่อยากตื่น กลายเป็นที่มาของชื่อ “เห็ดวิเศษ”

แต่ถ้าเสพมากๆ เข้าจะทำให้หลอนจนสติแตก เกิดประสาทหลอนอย่างรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน อาจเสียชีวิตได้เพราะหายใจติดขัด

แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่สีหนุวิลล์ไปจนถึงบาหลี (ซึ่งมีรหัสเรียกว่า Good Snack) จะมีผู้จัดหาเห็ดขี้ควายให้นักท่องเที่ยวทั้งแบบเปิดเผยและไม่เปิดเผย หรือาจเสพด้วยการนำมาเป็นส่วนผสมของอาหาร เช่น พิซซ่าเห็ดวิเศษ นักท่องเที่ยวสายเห็ดสามารถซื้อหามันมาเสพได้ไม่ยากนัก และหากเคราะห์ร้ายถูกจับกุมขึ้นมา โทษของมันยังน้อยกว่าสารเสพติดชิดนร้ายแรงอื่นๆ เช่น ที่กัมพูชา สถานะของเห็ดชนิดนี้ผิดกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ใส่ใจที่จะจับกุมนักท่องเที่ยวที่ซื้อหามาเสพ เช่นเดียวกับที่ลาว นักท่องเที่ยวสามารถซื้อหามาเสพกันได้อย่างเปิดเผยในเมืองท่องเที่ยวอย่างวังเวียง

Psilocybe cubensis ภาพจาก Rohan523

หรือถ้าค้นคำว่า magic mushrooms ในกูเกิล คำแรกที่จะพบคือ magic mushrooms thailand, magic mushrooms bangkok, magic mushrooms koh samui, magic mushrooms pai เป็นต้น จะเห็นว่า ศูนย์กลางนักท่องเที่ยวแบกเป้ในไทย คือแหล่งเสพเห็ดวิเศษชั้นวิเศษแห่งหนึ่งของโลก

ในประเทศไทย เห็ดขี้ควายจัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 โดยผู้ใดผลิต ขาย นำเข้า หรือส่งออก ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2-15 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000-1,500,000 บาท

อย่างไรก็ตาม สื่อต่างประเทศรายงานว่า มีการซื้อขายเห็ดวิเศษในไทยอย่างเปิดเผย ดังนั้นเราจึงพบการค้นหา magic mushrooms ที่เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวในไทยอย่างดาดดื่นในกูเกิล

เช่นเดียวกับกัญชาที่เสพมากไปก็อาจทำให้มีอาการทางประสาทรุนแรง (เหมือนกับสำนวนไทยโบราณที่ด่าว่า “ไอ้บ้ากัญชา”) เห็ดขี้ควายสามารถให้ทั้งโทษจากการเสพเพื่อการสันทนาการจนเกินขนาด และให้ทั้งคุณหากนำสารเคมีของมันไปใช้ในการแพทย์

เห็ดวิเศษเป็นเห็ดที่มีสาร psilocybin ที่นิยมกันมากที่สุด สารนี้ให้ผลต่อสมอง ทำให้เกิดอาหารประสาทหลอน ทำให้หลงลืมห้วงเวลา ล่องลอยไปราวกับอยู่ในความฝัน มองเห็นภาพและสีสันที่แปลกหูแปลกตา จึงไม่น่าแปลกใจที่มนุษย์จะใช้มันเพื่อสร้างความเพลิดเพลินราคาถูก

แต่จริงๆ แล้วชื่อเห็ดวิเศษไม่ได้มาเพราะเป็นสารเสพติดราคาถูกเท่านั้น มันเคยเป็นองค์ประกอบสำคัญในพิธีกรรมของศาสนาโบราณด้วย โดยมีหลักฐานเป็นภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์ในสเปนและแอลจีเรีย บ่งชี้ว่าคนยุคดึกดำบรรพ์ใช้เห็ดที่มีสาร psilocybin และในภูมิภาคเมโสอเมริกา (อเมริกากลาง) คนพื้นเมืองใช้เห็ดที่สาร psilocybin ในพิธีกรรมทางศาสนา และใช้เสพก่อนทำนายทายทัก

ภาพการทดลองผลกระทบของสาร psilocybin ต่อคนป่วยโดย Johns Hopkins University ภาพโดย Matthew W. Johnson

ตอนนี้เรารู้แล้วว่า เห็ดวิเศษเป็นทั้งยาเสพติด เป็นทั้งสารที่ใช้ยกระดับจิตวิญญาณทางศาสนา (Entheogen) แต่มันยังเป็นความวิเศษอีกอย่างคือ สรรพคุณทางการแพทย์

นักวิจัยทางการแพทย์พบว่าสารเคมีในเห็ดวิเศษ สามารถช่วยเยียวยาอาการวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยโรคมะเร็ง การศึกษาในกลุ่มนี้ยังมีน้อยและยังเป็นการวิจัยที่นักวิทยาศาสตร์ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แต่ผลเบื้องต้น ทำให้นักวิจัยมีความหวังว่า ยาหลอนประสาทจากเห็ดวิเศษจะสามารถรักษาอาการวิตกกังวลโรคมะเร็งและภาวะผิดปกติทางจิตใจจากเหตุการณ์รุนแรง (PTSD)

การวิจัยที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Nature เมื่อปี 2017 ระบุว่า ผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้า 47% มีอาการดีขึ้น 5 สัปดาห์ หลังการใช้ psilocybin และในงานวิจัยของ Johns Hopkins University เรียกร้องให้ถอนสารนี้จากบัญชีสารเสพติด

แต่นักวิจัยเตือนว่า psilocybin ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น และอาจมีผลกระทบเชิงลบต่อผู้ใช้ รวมถึงอาการวิตกกังวลและความหวาดระแวง

ส่วนนักรณรงค์ที่เดนเวอร์ ต้องการให้ยกเลิกสถานะผิดกฎหมายของเห็ดวิเศษ โดยในเว็บไซต์ Decriminalize Denver ระบุว่า “มนุษยชาติใช้เห็ดเหล่านี้มานานหลายพันปี ในการรักษา ในพิธีกรรมทางจิตวิญญาณ ในการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน และการเสริมสร้างสติปัญญา”

และสรรพคุณทางการแพทย์เป็นผลพลอยได้ที่ปฏิเสธไม่ได้ ตราบใดที่เห็ดวิเศษยังขึ้นบัญชีเป็นสารเสพติด เราจะใช้ประโยชน์จากมันในการรักษาโรคได้ลำบาก ในชั้นต้น ชาวเดนเวอร์จึงต้องยกเลิกสถานะผิดกฎหมาย หรือกระบวนการ Decriminalize เสียก่อน โดยบังคับให้ทางการท้องถิ่น ห้ามใช้งบประมาณในการจับกุมผู้ใช้หรือครอบครองเห็ดวิเศษ

และเมื่อผ่าน Decriminalize แล้ว ค่อยผลักดันให้ใช้ได้โดยเสรี หรือกระบวนการ Legalize หลังจากนั้นประชาชนทั่วไปจึงจะซื้อหาและเสพได้โดยเสรี

“เจ้าฟ้า” ที่ครั้งหนึ่งเคยมีอยู่ทั่วฟ้าอุษาคเณย์ วันนี้เหลือแค่ที่ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/588473

  • วันที่ 07 พ.ค. 2562 เวลา 21:00 น.

"เจ้าฟ้า" ที่ครั้งหนึ่งเคยมีอยู่ทั่วฟ้าอุษาคเณย์ วันนี้เหลือแค่ที่ไทย

โดย กรกิจ ดิษฐาน

ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ สถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์พระองค์ต่างๆ ในบรรดาพระอิสริยยศฐานันดรศักดิ์ที่ทรงโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นคือ “เจ้าฟ้า” ซึ่งเป็นสกุลยศ หรือยศที่เกิดจากสถานะทางตระกูลอันสูงสุดของพระบรมวงศ์ แต่โบราณพระมหากษัตริย์มักทรงโปรดเกล้าฯ สถาปนาราชบุตร (ลูกชาย) ราชธิดา (ลูกสาว) หรือราชนัดดา (หลาน)

แต่ “เจ้าฟ้า” ไม่ได้เป็นแค่พระอิสริยยศฐานันดรศักดิ์ของพระบรมวงศ์ในประเทศไทยเท่านั้น เพราะยังเป็นฐานันดรศักดิ์ของเจ้าผู้ปกครองแคว้นต่างๆ ของคนไทยและคนลาวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ในประเทศจีน พม่า ลาว และรัฐอัสสัมในอินเดีย แต่ปัจจุบัน ตำแหน่งเจ้าฟ้าเหลือแต่ในเมืองไทยเท่านั้น

ในบางประเทศคำว่าเจ้าฟ้า เรียกเพี้ยนไปตามสำเนียงภาษาหลักของประเทศนั้นๆ เช่น ในพม่าออกเสียงว่า ซอ-บวา ในจีนออกเสียง ซูปา เป็นต้น แต่คนไทในดินแดนเหล่านั้นก็ยังออกเสียงว่า “เจ้าฟ้า” ด้วยสำเนียงภาษาของพวกเขาเช่นเดิมไม่มีผิดเพี้ยน

ความหมายของเจ้าฟ้าก็คือ “เจ้าแห่งฟ้า” คำว่า ฟ้าในที่นี้หมายถึงประเทศและแผ่นดิน ดังนั้นเจ้าฟ้าคือเจ้า (ผู้ปกครอง) ประเทศและแผ่นดิน ในภาษาอังกฤษแปลตรงตัวว่า lord of the sky หรือ lord of the heavens

เจ้าส่วยแต้ก  ประธานาธิบดีคนแรกของพม่า และเจ้าฟ้าพระองค์สุดท้ายของเมืองยองห้วย สิ้นพระชนม์ในคุกอินเส่ง

ยังมีอีกคำหนึ่งที่ใช้คำว่า “ฟ้า” ในความหมายว่า ประเทศ/แผ่นดิน คือ “เมืองสองฝ่ายฟ้า” หมายถึงแคว้นที่ยอมเป็นประเทศราชของประเทศใหญ่ 2 ประเทศ เช่น แคว้นไทใหญ่ในพม่า ที่ยอมขึ้นกับพม่าและจีนในเวลาเดียวกัน หรือแคว้นไทพวน ในประเทศลาว ที่ยอมเป็นเมืองขึ้นกับทั้งสยามและเวียดนาม

ฟ้า จึงหมายถึงประเทศ เจ้าฟ้า ก็คือเจ้าแห่งประเทศ หรือกษัตริย์นั่นเอง

ตำแหน่งเจ้าฟ้าที่เป็นเสมือนกษัตริย์ ปรากฎอยู่ในแว่นแคว้นของชนชาติไทที่ตั้งถิ่นฐานอินเดียจนถึงจีน ในลาวก็เคยใช้คำว่าเจ้าฟ้าเช่นกัน ดังพระนามของกษัตริย์โบราณคือ เจ้าฟ้าเงี้ยว, เจ้าฟ้าคำเฮียว, เจ้าฟ้างุ้ม แต่หลังจากนั้นไม่นิยมใช้กัน ความนิยมในคำว่าเจ้าฟ้าจึงหมดไปในลาวอย่างรวดเร็ว

ในจีน มีกลุ่มคนไทอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ในสมัยโบราณกษัตริย์จีนจะแต่งตั้งให้เจ้าฟ้าไทเป็นขุนนางท้องถิ่นพิเศษ เรียกว่า ถู่ซือ มีอำนาจปกครองตนเองแต่ต้องขึ้นกับราชสำนักจีน เมืองเจ้าฟ้าเหล่านี้ก็เช่น เจ้าฟ้าหอคำเมืองเชียงรุ่ง เจ้าฟ้าเมืองมาว และเจ้าฟ้าเมืองขอน แต่เมื่อจีนเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ก็ยกเลิกตำแหน่ง ถู่ซือ/เจ้าฟ้าไปด้วย

หอคำ หรือวังเจ้าฟ้าเชียงแขง หรือเมืองสิง ประเทศลาว

ในอินเดียมีอาณาจักรอาหมของคนไทอาหม ตำแหน่งกษัตริย์เรียกว่า เจ้าหลวงหรือเจ้าฟ้า ในระยะหลังก่อนสิ้นราชวงศ์เรียกแค่ “เจ้า” เจ้าฟ้าอาหมหมดสิ้นไปในปี 1838 เมื่ออังกฤษเข้ามายึดครองและถอดเจ้าฟ้าออกจากตำแหน่ง

ในรัฐอัสสัมของอินเดียและตอนเหนือสุดของพม่าที่รัฐคะฉิ่น คือดินแดนของไทคำตี่ ซึ่งมีเจ้า 8 คนแบ่งหน้าที่กันปกครอง เรียกว่า เจ้าฟ้าไท

ในรัฐชานของพม่า มีเจ้าฟ้ามากที่สุดถึง 16 องค์ในช่วงที่ตกเป็นอาณานิคมอังกฤษ โดยที่อังกฤษให้อำนาจปกครองตนเองค่อนข้างมาก อนุญาตให้มีหอคำ (พระราชวัง) และคณะขุนนางเป็นของตัวเองได้ เจ้าฟ้าองค์สำคัญเช่น เจ้าฟ้าแสนหวี เจ้าฟ้าเชียงตุง เจ้าฟ้าสีป่อ และเจ้าฟ้าเมืองเชียงแขง หรือเมืองสิง (ปัจจุบันอยู่ในสปป. ลาว)

อย่างไรก็ตาม เจ้าฟ้าคำตี่และเจ้าฟ้ารัฐชานก็หมดสิ้นลงอีก หลังจากที่พม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษ บรรดารัฐเจ้าฟ้าไทใหญ่ยอมที่จะเป็นแผ่นดินเดียวกับสหภาพพม่า ด้วยข้อแม้ว่าจะสามารถรักษาสถานะเจ้าฟ้าดังเดิม และรัฐเจ้าฟ้าไทใหญ่มีสิทธิที่จะแยกตัวจากสหภาพพม่าได้ แต่เมื่อเจ้าฟ้าไทใหญ่ยอมตกลงกับพม่าแล้ว พม่ากลับไม่ยอมปฏิบัติตามข้อตกลง อีกทั้งเมื่อนายพล เน วิน ยึดอำนาจในปี 1962 ยังจับกุมตัวเจ้าฟ้าทุกพระองค์มาคุมขัง บางพระองค์สิ้นพระชนม์ไปในเรือนจำนั่นเอง จนเจ้าฟ้าไทใหญ่สูญสิ้นจนหมด

เจ้าฟ้าก้อนแก้วอินแถลงแห่งเชียงตุง

ปัจจุบัน ตำแหน่งเจ้าฟ้าที่มีพระเกียรติยศโดยสมบูรณ์ในฐานะประเทศเอกราช จึงเหลือเพียงประเทศไทยเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทย เจ้าฟ้าไม่ใช่พระมหากษัตริย์แต่เป็นลูกของกษัตริย์ ขณะที่กษัตริย์ทรงถูกเรียกว่า “เจ้าแผ่นดิน” กระนั้น พระมหากษัตริย์ทรงเป็นเจ้าฟ้าโดยปริยายตามธรรมเนียมของคนเผ่าไท/ลาว ดังคำว่า “เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน”

สันนิษฐานว่าการที่พระมหากษัตริย์ไทย ทรงยกฐานันดรเจ้าฟ้าให้กับพระราชบุตร อาจเป็นเพราะสถานะของพระมหากษัตริย์ไทยยกระดับขึ้นมาเป็น “อธิราช” หรือ “จักรพรรดิราช” มีอำนาจเหนือแว่นแคว้นอื่นๆ ที่ยอมเป็นประเทศราช จึงทรงเหนือกว่าเจ้าฟ้าแคว้นต่างๆ

พระมหากษัตริย์ไทยจึงทรงเป็นทั้งเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ส่วนพระราชบุตรทรงดำรงฐานันดรเจ้าฟ้าแทน และมีศักดิ์ประหนึ่งเจ้าประเทศราช ดังเช่นการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงสถาปนาเจ้าฟ้าชั้นเอก ก็จะทรงพระราชทานราชทินนามเป็นชื่อหัวเมืองชั้นเอก หรือเมืองประเทศราชเก่า เช่น กรมขุนพิษณุโลกประชานาถ, กรมขุนสุโขทัยธรรมราชา, กรมขุนนครศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์ เป็นต้น