ปล่อยตัวแกนนำ พธม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/371164

ปล่อยตัวแกนนำ พธม.

การเมือง ข่าวการเมือง  :  1 วันที่ผ่านมา
การเมือง,พธม

ปล่อยตัวแกนนำ พธม. มวลชนนับร้อยต้อนรับ

เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 10 พ.ค. 62  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังพิธีบรรพชาผู้ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษจากเรือนจำฯ ประมาณ 200 คน ส่วนหนึ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัด รวมถึงแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) บริเวณด้านหน้าเรือนจำฯ มีแกนนำ พธม. รุ่น 2 อาทิ นายชัยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายสำราญ รอดเพชร นายศิริชัย ไม้งาม และกลุ่มผู้สนับสนุนกว่า 200 คน และยังมี นพ.มโน เลาหวณิช และ ส.ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม นางรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา นางสุนีย์ ไชยรส อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชน มารอต้อนรับแกนนำ พธม. ที่ได้รับการปล่อยตัวด้วย

พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า การปล่อยตัวผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษจะต้องทำให้แล้วภายใน 4 เดือน หรือ 120 วัน ซึ่งไม่ใช่การปล่อยตามอำเภอใจ แต่มีขั้นตอนการตรวจสอบอย่างอย่างรัดกุม มีกรรมการ 3 ฝ่ายประกอบด้วยผู้พิพากษา อัยการ ผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบรายชื่อว่ามีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่ได้รับการอภัยโทษหรือไม่ เมื่อตรวจสอบแล้วเสร็จจึงจะส่งรายชื่อให้ศาลออกหมายปล่อย และต้องทยอยปล่อยเป็นรุ่นๆ โดยเริ่มปล่อยตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การพระราชทานอภัยโทษให้ผู้ต้องขังถือเป็นโบราณราชประเพณีในวโรกาสเฉลิมฉลองพิธีบรมราชาภิเษกและเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อกันมา โดยกรมราชทัณฑ์จะจัดพิธีปล่อยตัวพร้อมกับจัดกิจกรรมให้ผู้ที่ได้รับพระทานอภัยโทษแสดงความจงรักภักดีด้วย อย่างไรก็ตาม ในพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ได้มีบัญชีลักษณะความผิดแนบท้ายที่เป็นคดีหลักและนโยบายสำคัญซึ่งผู้ต้องขัง เช่น คดีค้ามนุษย์และค้ายาเสพติด คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ ทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ การฮั้วประมูล ก็จะได้ประโยชน์น้อยกว่าผู้ต้องขังคดีอื่น

เมื่อถามถึงภาพที่ถูกเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียว่า มีผู้พ้นโทษถูกปล่อยออกมาทั้งชุดนักโทษ ไม่มีเงินเดินทางกลับบ้านจนต้องไปอาศัยวัด อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นความผิดพลาดของเรือนจำจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งปล่อยนักโทษ 1 ราย ที่เป็นผู้พ้นโทษหลังจำคุกครบตามกำหนดโทษ ไม่ใช่การปล่อยผู้ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ แต่กรมราชทัณฑ์ต้องขอโทษสังคมกับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมา ได้กำชับให้ทุกเรือนจำดูแลเรื่องเครื่องแต่งกายของผู้พ้นโทษ ในกรณีที่เป็นคนไม่มีญาติอย่างน้อยต้องตัดหาเสื้อยืดคอกลมสีขาว ไม่มีสกรีนข้อความเรือนจำใดๆ ให้ผู้พ้นโทษสวมใส่ออกไป

“ในพิธีปล่อยตัวผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เรือนจำทั่วประเทศได้จัดเตรียมเสื้อสีเหลืองให้ผู้พ้นโทษสวมใส่ และให้กล่าวปฏิญาณที่จะไม่กระทำความผิดซ้ำ นอกจากนี้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะดูแลค่าเดินทางกลับภูมิลำเนาตามระยะทางและยังจัดรถรับส่งผู้พ้นโทษที่ไม่มีญาติมาคอรับ โดยใช้รถของทางราชการที่ไม่มีตรากรมราชทัณฑ์ ไปจัดส่งผู้พ้นโทษที่มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯ รวมทั้งจะมีมาตรการสงเคราะห์ของหน่วยราชการ และประสานให้สำนักงานตำรวชแห่งชาติ สอดส่องพฤติกรรมไม่ให้ทำผิดซ้ำ หากเป็นผู้พ้นโทษที่เจ็บป่วยหรือมีโรคประจำตัวจะประสานให้กระทรวงสาธารณสุข ดูแลเพื่อให้เข้าถึงสิทธิ์ในการรักษาพยาบาล” พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือนจำทั้ง 5 แห่ง ในกลุ่มลาดยาวจะมีพิธีปล่อยตัวนักโทษประมาณ 600 ราย สำหรับสามเณรที่ร่วมบรรพชาในวันนี้จะไปจำวัดที่วัดเทวสุนทร 3 วัน ขณะที่ภาพรวมทั่วประเทศคาดว่าจะมีการปล่อยตัวนักโทษที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวประมาณ 30,000 – 50,000 ราย

โดยในเวลา 09.30 น. เรือนจำได้เปิดประตูปล่อยตัวผู้ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษทยอยเดินออกจากเรือนจำ โดยกลุ่มแรกเป็นสามเณร 20 รูป เดินออกมารับบาตรจากญาติ จากนั้นเวลา 09.50 น. เรือนจำปล่อยผู้พ้นโทษออกมาเป็นกลุ่มๆ ละ 20 คน โดยกลุ่มที่ 2 เป็นแกนนำ พธม. และผู้พ้นโทษอื่นๆ เมื่อออกมาแล้ว ผู้พ้นโทษจะกราบพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยนาย ส.ศิวรักษ์ นำพระเลี่ยมทองมามอบเป็นกำลังใจให้กับ นายพิภพ ธงชัย

ปล่อยตัวแกนนำ พธม.

ปล่อยตัวแกนนำ พธม.

ปล่อยตัวแกนนำ พธม.

ปล่อยตัวแกนนำ พธม.

ปล่อยตัวแกนนำ พธม.

ปล่อยตัวแกนนำ พธม.

ปล่อยตัวแกนนำ พธม.

ปล่อยตัวแกนนำ พธม.

ปล่อยตัวแกนนำ พธม.

ปล่อยตัวแกนนำ พธม.

ปล่อยตัวแกนนำ พธม.

พธม. ชื่นมื่นรอรับแกนนำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/371143

พธม. ชื่นมื่นรอรับแกนนำ

การเมือง ข่าวการเมือง  :  1 วันที่ผ่านมา
การเมือง,พธม,แกนนำ

พธม. คึกคัก รอต้อนรับแกนนำได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวจากเรือนจำ

เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 10 พ.ค. 62  กลุ่มผู้สนับสนุนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ได้ทยอยเดินทางมายังเรือนจำตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อรอให้กำลังใจและให้การต้อนรับแกนนำ พธม. ที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวออกจากเรือนจำ

โดยในวันนี้เรือนจำได้จัดพิธีบรรพชาสามเณรให้กับผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ จำนวน 20 รูป ที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ บวชเณรถวายเป็นพระราชกุศล โดยเรือนจำทั้ง 5 แห่ง ในกลุ่มลาดยาว จะมีพิธีปล่อยตัวนักโทษประมาณ 600 ราย สำหรับภาพรวมทั่วประเทศคาดว่าจะมีการปล่อยตัวนักโทษที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวประมาณ 30,000 – 50,000 ราย

พธม. ชื่นมื่นรอรับแกนนำ

พธม. ชื่นมื่นรอรับแกนนำ

พธม. ชื่นมื่นรอรับแกนนำ

พธม. ชื่นมื่นรอรับแกนนำ

พธม. ชื่นมื่นรอรับแกนนำ

พธม. ชื่นมื่นรอรับแกนนำ

พธม. ชื่นมื่นรอรับแกนนำ

พธม. ชื่นมื่นรอรับแกนนำ

พธม. ชื่นมื่นรอรับแกนนำ

พธม. ชื่นมื่นรอรับแกนนำ

พธม. ชื่นมื่นรอรับแกนนำ

ปชป. ฮึ่ม จัดชุดใหญ่เอาผิด กกต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/371102

ปชป. ฮึ่ม จัดชุดใหญ่เอาผิด กกต.

การเมือง ข่าวการเมือง  :  1 วันที่ผ่านมา
การเมือง,ราเมศ รัตนะเชวง,สมชัย ศรีสุทธิยากร,กกต,ศร,พรรคประชาธิปัตย์,ปชป,สส,ปปช

ปชป. ซัด กกต. ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ แจก ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคเล็กคะแนนไม่ถึง 7 หมื่น ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ – ก.ม. เลือก ส.ส.

9 พ.ค. 62 ที่ พรรคประชาธิปัตย์  นายราเมศ รัตนะเชวง รักษาการกรรมการบริหารพรรค และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้สมัคร ส.ส. สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต กกต. ได้แถลงข่าวโต้แย้งผลการคำนวณสัดส่วน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของ กกต.

นายราเมศ ระบุว่า การคำนวณจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ของ กกต. ที่ใช้สูตรให้พรรคการเมืองที่ไม่มีสิทธิ์จะได้รับการจัดสรรปันส่วนให้ได้รับจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ทั้งที่ไม่มีจำนวน ส.ส. ที่จะพึงมีได้ตามกฎหมายนั้น พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ขอเรียนว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ (ศร.) พรรคน้อมรับ ซึ่งข้อเท็จจริงที่วินิจฉัยเป็นประเด็นสาระสำคัญคือ มาตรา 128 ใน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พ.ศ. 2561 ไม่ขัดกับบทญัตติรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 91 เพียงเท่านั้น โดยการแถลงวันนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการท้วงติง กกต. เพื่อให้รับทราบประเด็นปัญหา ตามหลักการความถูกต้อง กกต. ที่ว่าจะต้องสุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรม เพราะการประกาศผลคำนวณคะแนนจัดสรรจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ขัดแย้งกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 91 และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.ฯ มาตรา 128 และไม่ถูกต้องด้วยหลักการ

การกระทำที่ขัดแย้งกับหลักการในกฎหมายชัดเจน คือ การขัดต่อรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 91 โดยเจตนารมณ์กฎหมายข้อดังกล่าวการได้มาของจำนวน ส.ส. ในสภานั้น ต้องสะท้อนคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชน โดยจำนวนเสียงของประชาชนจะกำหนดจำนวน ส.ส. ที่แต่ละพรรคการเมืองพึงจะมี มาตรา 91 ระบุชัดว่า พรรคการเมืองจะมี ส.ส. มากกว่าที่จะพึงมีนั้นไม่ได้ โดยพรรคการเมืองที่จะมี ส.ส. ได้มากกว่าจำนวนจะพึงมี กฎหมายยอมในเรื่องเดียวคือพรรคการเมืองนั้นได้รับการเลือกตั้ง ส.ส. ระบบเขต มากกว่าจำนวน ส.ส. พึงมีที่พรรคนั้นจะได้ ซึ่งการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็คือพรรคเพื่อไทย แต่ถ้าพรรคการเมืองใดไม่มีจำนวน ส.ส. ที่พึงจะมีแล้วพรรคนั้นไม่มีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญฯ ที่จะได้รับการจัดสรร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ถ้าพรรคใดได้ ส.ส. เขต จำนวนต่ำกว่าจำนวน ส.ส. พึงมี จึงจะได้รับการจัดสรรสัดส่วน ส.ส. บัญชีรายชื่อ นี้ไปให้ครบเต็มตามจำนวนที่พึงจะมีนั้น แต่จะไปจัดจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ให้พรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงมาไม่ถึง 71,168.5141 คะแนน ไม่ได้ ซึ่งตัวเลขคะแนนนั้น กกต. คำนวณไว้สำหรับการจัดสรรจำนวน ส.ส. 1 คน ให้พรรคการเมือง ดังนั้น ถ้าคะแนนได้เท่าจำนวนนั้นพรรคจึงมีสิทธิ์ได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อ 1 คน

ขณะที่รัฐธรรมนูญฯ มาตรา 91 ระบุให้นำจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ทั้งหมดมาจัดสรรให้พรรคการเมืองที่มีจำนวน ส.ส. แบบแบ่งเขตต่ำกว่าจำนวน ส.ส. ที่พึงจะมี สมมติว่าพรรคหนึ่งมีสัดส่วน ส.ส. พึงมีได้ 5 คน แล้วเลือกตั้งได้ ส.ส. เขต มาแค่ 3 คน พรรคนั้นยังมีสิทธิ์ได้รับการจัดสรร ส.ส. บัญชีรายชื่อ อีกแค่ 2 คน เท่านั้น ซึ่งมาตรา 91 (4) ยังระบุต่อไปด้วยว่า …แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าวมี ส.ส. เกินจำนวนที่จะพึงมี… โดยเป็นสาระสำคัญหลักที่รัฐธรรมนูญฯ ร่างมาเพื่อสะท้อนคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชน และมาตรานี้จะทำให้ กกต. มีปัญหาได้ในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ชอบ – ไม่ชอบต่อการคำนวณจำนวน ส.ส. ซึ่งหากพรรคใดไม่มีสัดส่วนคะแนนถึงจำนวนที่จะให้มี ส.ส. พึงมีได้แล้วจัดสรรเช่นนั้นก็อาจจะปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ

               นอกจากนี้ ในส่วนที่ กกต. บอกว่าดำเนินการ มาตรา 128 พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.ฯ โดย มาตรา 128 (5) ระบุหลักเกณฑ์ชัดไว้เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 91 ว่า ให้นำจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ทั้งหมดมาจัดสรรให้พรรคการเมืองที่มีจำนวน ส.ส. แบบแบ่งเขตต่ำกว่าจำนวน ส.ส. ที่พึงจะมี และปิดท้ายเหมือนกันว่า แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าวมี ส.ส. เกินจำนวนที่จะพึงมี โดยที่ กกต. อ้างว่าใช้ มาตรา 128 (6) ในการคำนวณเพื่อจัดสรร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ให้กับพรรคเล็ก กกต. ดูกฎหมายไม่ครบ เพราะกฎหมายข้อนั้นระบุว่า ในการจัดตาม (5) ถ้าปรากฏว่ายังจัดสรรจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ไม่ครบ 150 คน ให้พรรคการเมืองที่มีเศษจากการคำนวณมากที่สุด ได้รับการจัดสรร ส.ส. บัญชีรายชื่อ เพิ่มอีก 1 คน ตามลำดับจนครบจำนวน 150 คน ความหมายคือ เฉพาะพรรคการเมืองที่มีจำนวน ส.ส. ที่พึงมี ดังนั้น พรรคใดที่คะแนนเสียงไม่ถึง 71,168 คะแนน กกต. ไม่มีสิทธิ์นำไปตั้งต้นในการจัดสรร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ให้โดยเอกสารการชี้แจงของ กกต. ในหน้าที่ 12 ขัดต่อรัฐธรรมนูญฯ และขัดต่อ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.ฯ ซึ่งพรรคการเมืองที่มีคะแนนเสียงถึงตามเกณฑ์ 71,168 คะแนน มีเพียง 16 พรรค เท่านั้น พรรคลำดับที่ 17 – 27 ไม่มีสิทธิ์ได้รับการจัดสรรด้วย เช่น พรรคไทรักธรรม ได้คะแนนเสียง 33,754 คะแนน ซึ่งคะแนนนั้นตามเกณฑ์ 1 คน ก็ยังไม่ได้แล้ว กกต. ไปจัดสรรให้กับพรรคการเมืองลำดับที่ 17 – 27 นี้ ขัดต่อกฎหมายชัดเจนมาก

“ที่ กกต. บอกว่าหลักเกณฑ์นี้คิดมาดีแล้ว เป็นหลักเกณฑ์หลักการที่บอกว่าทำให้คะแนนไม่ตกน้ำ ท่านทราบหรือไม่ จากการคิดคำนวณของ กกต. ในครั้งนี้ คะแนนไม่ได้ตกน้ำแต่ตกทะเลไปเป็นล้าน นี่คือสิ่งที่ กกต. ต้องยอมรับว่าข้ออ้างและเหตุผลรับฟังไม่ได้โดยสิ้นเชิง คะแนนที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องเสียไปจากการคำนวณครั้งนี้กว่า 200,000 คะแนน และมีพรรคการเมืองอื่นอีกที่เสียคะแนนไปหลายแสนคะแนน รวมกันแล้วเป็นหลักล้าน ผมไม่ทราบว่าการคำนวณสัดส่วนแบบนี้ประโยชน์จะเกิดขึ้นกับใคร ประโยชน์จะเกิดขึ้นกับพรรคการเมืองใด แต่ที่แน่นอนประชาชนที่ลงคะแนนเสียงให้กับพรรคการเมืองที่มีจำนวน ส.ส. ที่พึงมี เขาจะเสียคะแนนของเขาไปทันที ผิดไปจากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง” นายราเมศ ระบุ

นายราเมศ กล่าวว่า กกต. ถือได้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อมีการปฏิบัติหน้าที่ ที่ไม่ชอบ บุคคลที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่นั้นก็มีกฎหมายคุ้มครองอยู่ โดยในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้นหากใช้สูตรคำนวณปกติพรรคจะได้ตัวเลขที่ 21 – 22 คน ดังนั้น ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ของพรรคที่อยู่ในลำดับที่ 20 – 21 ที่น่าจะได้รับผลกระทบจากการคำนวณนี้ คือผู้เสียหายโดยตรงที่จะใช้สิทธิ์เรียกร้องเรื่องนี้ได้ ดังนั้น จากผลกระทบนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะใช้กระบวนการต่างๆ ทั้งตามรัฐธรรมนูญฯ และกฎหมายเรียกร้องความเป็นธรรมให้ถึงที่สุด

ยืนยันว่า การออกมาท้วงติงคัดค้านครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากความเห็นแก่ตัว เห็นประโยชน์ของตนเอง แต่ออกมาท้วงติงเพื่อให้การดำเนินการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. เป็นไปตามกระบวนการครรลองหลักกฎหมาย หลักรัฐธรรมนูญที่ถูกต้อง

เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะยื่นเรื่องศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช. เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ และยื่น กกต. เรียกร้องสิทธิ์ใช่หรือไม่ และจะดำเนินการเมื่อใด นายราเมศ กล่าวว่า ก็มีหลายช่องทาง ซึ่งบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับผลกระทบต่อสิทธิ์นั้นสามารถยื่นได้ด้วยช่องทาง 1. ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีการใช้กฎหมายริดลอนสิทธิเสรีภาพหรือไม่ 2. กระบวนการต่างๆ ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีหน้าที่สำคัญเช่นกันที่จะส่งผ่านกระบวนการไม่เป็นธรรมครั้งนี้ ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย โดยประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาเรื่องวิธีการคำนวณ เป็นประเด็นเพียงว่า พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.ฯ มาตรา 128 ไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 91 ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาดังกล่าวไม่ได้มารองรับการกระทำของ กกต. นั้นที่จะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ผลจากการปฏิบัติหน้าที่มิชอบของ กกต. ครั้งนี้ กกต. ต้องรับผิดชอบ ส่วนเราจะดำเนินการตามช่องทางต่างๆ เมื่อใดจะแถลงให้ทราบอีกครั้ง ซึ่งก็อาจจะต้องรอหลังการประชุมเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่

เมื่อถามย้ำว่า การยื่นเรียกร้องสิทธิ์และดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ครั้งนี้ จะทำในนามของพรรคประชาธิปัตย์ หรือในส่วนของผู้สมัคร ส.ส. ที่ได้รับผลกระทบ นายราเมศ กล่าวว่า ทำทั้ง 2 ทาง เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งจะต้องปรึกษาหารือกันเพื่อหาช่องทางเรียกร้องความเป็นธรรมทั้งระบบ โดย กกต. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หากปฏิบัติหน้าที่มิชอบด้วยกฎหมาย แน่นอนช่องทางจะมีตามมาอีกมากมาย

นายสมชัย ได้กล่าวประเมินการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ในการใช้สูตรคำนวณจัดสรร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ครั้งนี้ว่า ในการตรวจการบ้าน กกต. ครั้งนี้ ซึ่งดูจากเอกสารชี้แจงของ กกต. 14 หน้า ที่แถลงข่าวนั้น ตนให้คะแนน 50% จากเอกสารชี้แจงมีความถูกต้องในหลักการเพียง 7 หน้า แต่การบ้านข้อนี้มีคนช่วยทำเยอะมาก ช่วยติว ช่วยไกด์ มีคนแนะนำ แต่ท่านยังทำผิดอีก ดังนั้น คะแนนสมควรให้ต่ำกว่า 50% ซึ่งวิธีการจัดสรรของ กกต. มีผู้ได้รับผลกระทบ โดยการคำนวณควรมี 16 พรรค เท่านั้นที่จะได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อ และมีเพียง 14 พรรค ที่จะได้รับการจัดสรร ส่วนที่หายไป 2 พรรค คือ พรรคเพื่อไทย เพราะได้จำนวน ส.ส. เขตเกินกว่า ส.ส. ที่พึงจะมี กับพรรคประชาชาติ ที่ ส.ส. พึงจะมีนั้นเขาจะได้ 6.7 โดยได้ ส.ส. เขตไปแล้ว 6 คน ดังนั้น เศษที่เหลือจึงไม่ถึง 1 คน ทำให้ 2 พรรคนี้ ก็จะไม่มีโอกาสได้รับการจัดสรร ส.ส. บัญชีรายชื่อ อีก โดย 14 พรรคที่จะได้รับสิทธิ์จัดสรรนั้น คือการจัดสรรจากจำนวนเต็มให้ก่อนแล้วก็จะเริ่มดูจากเศษส่วนที่เรียงจากเศษส่วนมากที่สุด ไปหาเศษส่วนน้อยที่สุด ซึ่งมี 7 พรรค ที่ได้รับกระทบสิทธิ์จากการมีส่วนได้ – เสียจากการคำนวณของ กกต. ที่อาจจะแย้งกับรัฐธรรมนูญฯ ทั้งพรรคพลังประชารัฐ , พรรคอนาคตใหม่ , พรรคประชาธิปัตย์ , พรรคภูมิใจไทย , พรรคเสรีรวมไทย , พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรครวมพลังประชาชาติไทย

ปชป. ฮึ่ม จัดชุดใหญ่เอาผิด กกต.

ปชป. ฮึ่ม จัดชุดใหญ่เอาผิด กกต.

ปชป. ฮึ่ม จัดชุดใหญ่เอาผิด กกต.

โอนหน้าที่ คสช. ให้ กอ.รมน. รับคำสั่ง นายกฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/370798

โอนหน้าที่ คสช. ให้ กอ.รมน. รับคำสั่ง นายกฯ

การเมือง,ประยุทธ์ จันทร์โอชา,คสช,ครม,วิษณุ เครืองาม

“บิ๊กตู่” เผย ถกร่วม “ครม. – คสช.” จ่อแถลงผลงาน 5 ปี ระบุ เตรียมออก “คำสั่งหัวหน้า คสช.” ยกเลิก “ม.44” 68 ฉบับ

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 62 เวลา 15.55 น. ที่ ทำเนียบรัฐบาล  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ คสช. ว่า การประชุมวันนี้เป็นการทบทวนเรื่องกฎหมายต่างๆ ที่เคยคุยกันไปแล้วว่ากฎหมายใดมีความจำเป็นที่จะยกเลิกคำสั่ง คสช. หรือ มาตรา 44 มีหลายเรื่องด้วยกัน

โดยได้มอบหมาย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ชี้แจงว่าเกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง ทั้งนี้ ประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า รวมกันทั้งหมด 456 ฉบับ ซึ่งเคยประกาศใช้คนละวาระกัน ส่วนกฎหมายที่จะต้องคงไว้มีประมาณ 65 ฉบับ คณะทำงานกำลังทบทวนอยู่ นายกฯ กล่าวว่า รายละเอียดการดำเนินการมีการยกเลิกและอยู่ระหว่างจัดทำร่างคำสั่งหัวหน้า คสช. เพื่อยกเลิก 68 ฉบับ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างจัดทำกฎหมายและใช้กฎหมายใหม่ 77 ฉบับ และมีการเสนอมาตรการเพื่อรองรับในระยะยาว 65 ฉบับ ที่ยังมีประโยชน์เพื่อใช้ให้เกิดความต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม กฎหมายทั้ง 456 ฉบับ หากแยกออกจะเป็นเรื่องของ พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ร.บ.ความสำคัญทางเศรษฐกิจ พ.ร.บ.การบริหารระบบราชการ พ.ร.บ.มหาวิทยาลัย พ.ร.บ.สำคัญทางสังคม

“สิ่งที่ทำมาไม่ได้มีอะไรเสียหายทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คสช. ที่ได้ทำงานมา วันนี้ได้มีการสรุปการทำงาน และจะมีการแถลงผลงาน ซึ่งรัฐบาลก็ได้เตรียมแถลงผลงานในเว็บไซต์ให้รับทราบต่อไปในอนาคต เป็นผลงานในปีที่ 5 และ คสช. 5 ปี ที่ผ่านมา สิ่งสำคัญที่สุดคือ เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อย ความมีเสถียรภาพในการทำงานช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา ตลอดจนถึงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และยังคงต้องดูแลต่อไป วันหน้ามีแผนในการปรับโอนหน้าที่ของ คสช. ให้กับ กอ.รมน. โดยมีการจัดโครงสร้างไว้รองรับแล้ว เพื่อเป็นหน่วยงานในการบูรณาการ ไม่ใช่เป็นหน่วยงานที่จะไปควบคุมสั่งการใครทั้งสิ้น ต้องปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล รับคำสั่งนายกรัฐมนตรีทั้งหมด ในฐานะ ผอ.รมน. ไม่ว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ตาม” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกวันนี้จะต้องมีความระมัดระวังมากที่สุด อยากให้คนไทยทุกคนช่วยกันติดตาม มันมีปัญหาทุกประเทศ ทุกภูมิภาค การเจริญเติบโตของจีดีพีของทุกประเทศลดลงจากที่ประมาณการไว้ทั้งหมด เกือบทุกประเทศได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งทางเศรษฐกิจ การค้าการลงทุนต่างๆ ซึ่งหลายประเทศมีปัญหา แต่ประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถพยุงได้อยู่ สำหรับเรื่องการท่องเที่ยว ก็เป็นธรรมดาที่มีขึ้นมีลง มีช่วงไฮซีซั่นและโลว์ซีซั่น ซึ่งเราได้หามาตรการเสริม เช่น การท่องเที่ยวในชุมชน หรือการท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ โดยวันนี้ การท่องเที่ยวและการบริการยังเดินหน้าไปได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้เสร็จสิ้นไปด้วยความเรียบร้อย ขอขอบคุณทุกคน ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน จิตอาสาทั้งหมดและคนไทยทุกคน ทุกจังหวัด ไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพมหานคร ถ้ารวมกันทั้งประเทศก็หลายสิบล้านคน ในส่วนของ กทม. น่าจะมีประมาณ 2 – 3 แสนคน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเรายังคงมีความรัก ความสามัคคี และยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่างแน่นแฟ้น และสิ่งที่เราคาดหวัง สิ่งที่เราต้องทำและตั้งใจทำคือการทำงานถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และหลายพระองค์ที่ได้รับการสถาปนาทุกพระองค์ เพราะเป็นเรื่องที่น่าถวายความยินดีกับทุกพระองค์ซึ่งรัฐบาลก็จะดำเนินการต่อไปตามขั้นตอน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า หลายอย่างที่เราทำวันนี้ โดยเฉพาะพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ไม่มีที่ไหนในโลก ขอให้ทุกคนที่เป็นคนไทยภูมิใจ สิ่งเหล่านี้คือจารีต วัฒนธรรม ประเพณี ของคนไทย ที่มีแต่มาโบราณกาล ถ้าเราไม่มีสิ่งเหล่านี้ประเทศไทยจะถูกเลือนหายไปจากความทรงจำของโลกใบนี้ทันที นี้คือความเป็นคนไทยของเรา ดังนั้น เราจึงควรภาคภูมิใจ

นายกฯ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ยังเป็นช่วงวาระแห่งความสุขอยู่ อย่าลืมความสุขในช่วงที่ผ่านมานี้ ตนคิดว่าทุกคนก็อยากให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ตลอดไป ถือเป็นช่วงชีวิตและประวัติศาสตร์ของเราที่ได้ร่วมกัน ทั้งสื่อ ประชาชน และตน รวมถึงรัฐบาลและทุกคนถือว่ามีส่วนในพระราชพิธีครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งเดียวในชีวิตของพวกเรา ขอให้ทุกคนได้ภาคภูมิใจในความเป็นไทยของเรา

4 ส.ส.ใหม่ รับหนังสือรับรองแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/370797

4 ส.ส.ใหม่ รับหนังสือรับรองแล้ว

การเมือง,กกต,รับรอง,สส,พรรคเพื่อไทย,พรรคภูมิใจไทย

4 ส.ส.ใหม่ รับหนังสือรับรอง ส.ส. แล้ว “นิยม – อุบลศักดิ์” ตื่นเต้น เตรียมไปรายงานตัวที่สภาฯ คนแรก ด้าน 2 ส.ส.หน้าใหม่ รอไปพร้อมกับคณะที่พรรคนัดหมาย

7 พฤษภาคม 2562  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้ว มี ส.ส. ที่ได้รับการรับรองทยอยเข้ารับเอกสาร อาทิ หนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. จากสำนักงานเลขาธิการ กกต. รวม 4 คน คือ น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ซึ่งเดินทางมารับหนังสือเป็นคนแรก ต่อด้วย นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร เขต 2 พรรคเพื่อไทย , นายธนยศ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย เขต 3 พรรคภูมิใจไทย และนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี เขต 3 พรรคเพื่อไทย ซึ่งส่งเลขานุการส่วนตัวมารับหนังสือรับรองและเอกสารที่เกี่ยวกับการรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

น.ส.จิราพร กล่าวว่า ตนได้รับเลือกตั้งให้เป็น ส.ส.สมัยแรก และเมื่อได้ยินว่า กกต. ประกาศรับรอง ตนจึงเดินทางมาที่สำนักงาน กกต. หลังเสร็จธุระในพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนการรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนั้น เบื้องต้น จะรอไปพร้อมกับคณะ ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้ ยังไม่กำหนดวันและเวลาที่ชัดเจน ขณะที่การทำงานในสภาผู้แทนราษฎรในสมัยแรกนั้น ตนตั้งใจผลักดันการแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่สกลนคร ขณะที่ นายนิสิต สินธุไพร อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ฐานะบิดา ได้แนะนำการวางตัวในการทำงานและให้ศึกษาข้อบังคับการประชุมสภา , รัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นายธนยศ กล่าวว่า ตนทราบข่าวการรับรอง ส.ส. จากสื่อมวลชน เมื่อทำธุระในพื้นที่ใกล้เคียงเสร็จจึงเดินทางมารับหนังสือรับรองความเป็น ส.ส.​ ทั้งนี้ รู้สึกตื่นเต้นกับการได้ทำหน้าที่ อีกทั้งตนยังเป็น ส.ส. หน้าใหม่ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยแรก ส่วนการเข้ารายงานตัวต่อสภาผู้แทนราษฎรนั้น เบื้องต้น ต้องรอประสานกับทางพรรคภูมิใจไทยอีกครั้ง

ทั้งนี้ นายนิยมและนายอุบลศักดิ์ จะเดินทางไปรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 8 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 08.00 น. นายนิยม กล่าวว่า ตนต้องรีบเดินทางไปรายงานตัวเป็นคนแรก เพราะรอคอยการเข้าสภามานานถึง 5 ปี

4 ส.ส.ใหม่ รับหนังสือรับรองแล้ว

4 ส.ส.ใหม่ รับหนังสือรับรองแล้ว

4 ส.ส.ใหม่ รับหนังสือรับรองแล้ว

4 ส.ส.ใหม่ รับหนังสือรับรองแล้ว

ปล่อยผี 349 ส.ส. เขต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/370792

ปล่อยผี 349 ส.ส. เขต

การเมือง,กกต,ปล่อยผี,สส,เขต,รับรองก่อนสอยทีหลัง,พรรคเพื่อไทย,พรรคพลังประชารัฐ,พรรคประชาธิปัตย์,พรรคภูมิใจไทย,พรรคอนาคตใหม่,พรรคชาติไทยพัฒนา,พรรคประชาชาติ,พรรคชาติพัฒนา,พรรครวมพลังประชาชาติไทย

กกต. ปล่อยผี 349 ส.ส. เขต อ้างมีสำนวนค้านผลเลือกตั้ง 400 สำนวน แต่มีอำนาจสอยภายใน 1 ปี

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 7 พ.ค. 62 เวลา 14.30 น.  นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. แถลงว่า ในวันนี้ คณะกรรมการ กกต. ได้ออกประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยประกาศผู้ซึ่งได้รับการเลือกตั้ง จำนวน 349 คน ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และขอให้ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ารับหนังสือรับรอง (ส.ส.6/4) ที่สำนักงาน กกต. ได้ตั้งแต่วันนี้ (7 พ.ค.) เป็นต้นไป โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ ภายในเวลา 08.30 – 16.30 น.

ปล่อยผี 349 ส.ส. เขต

ปล่อยผี 349 ส.ส. เขต

ปล่อยผี 349 ส.ส. เขต

ปล่อยผี 349 ส.ส. เขต

ปล่อยผี 349 ส.ส. เขต

ปล่อยผี 349 ส.ส. เขต

ปล่อยผี 349 ส.ส. เขต

ปล่อยผี 349 ส.ส. เขต

สำหรับคำร้องคัดค้านต่างๆ ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ เบื้องต้นมี 2 – 3 เหตุ เช่น มีเหตุตามกฎหมายหรือไม่ กระบวนการพิจารณามีความยากง่าย , ข้อเท็จจริงฟังได้อย่างไร ยกตัวอย่างกรณีร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติ มีการยื่นเข้ามาเกือบ 50 เรื่อง เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีร้องเข้ามากว่า 10 เรื่อง ในขั้นตอนการตรวจของ กกต. จะตรวจสอบไปยัง 23 หน่วยงาน แต่เมื่อมีผู้มาร้องเป็นเรื่องระเบียบการสืบสวน ที่ต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงและนำหลักฐานมาแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งเป็นคนละช่องทางกัน เรื่องร้องคัดค้านจึงต้องมีกระบวนการพิจารณาและใช้เวลา

เมื่อถามว่า การรับรองในวันนี้สามารถไปสอยทีหลังเมื่อพบเหตุใช่หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า เป็นไปตามกฎหมาย เมื่อประกาศรับรองไปแล้ว กกต. ยังมีอำนาจตามกฎหมาย ภายใน 1 ปี สามารถสั่งเลือกตั้งใหม่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะมีผลเปลี่ยนแปลงจำนวน ส.ส. พึงมีได้ โดย กกต. จะพิจารณาให้เร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้มีเรื่องร้องคัดค้านหลายกรณี ทั้งประเด็นคุณสมบัติ เหตุร้องว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม รวมแล้วประมาณ 400 เรื่อง ซึ่งได้พิจารณาแล้วเสร็จไปมากพอสมควร

เมื่อถามว่า กฎหมายให้อำนาจ กกต. ค่อนข้างมาก แต่มีการแจกใบส้มที่เขต 8 จ.เชียงใหม่ เพียงใบเดียว ซึ่งจะมีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 26 พ.ค. นี้ สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการจัดการเลือกตั้งของ กกต. หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า เราได้ตรวจสอบเบื้องต้นตามกฎหมายและประกาศผลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 125 และมาตรา 127 เมื่อมีการกล่าวหาเขายังไม่ใช่ผู้กระทำความผิด ต้องให้เขามีโอกาสชี้แจงหลักฐานก่อนว่า เรื่องที่ถูกกล่าวหาเป็นจริงหรือไม่ ส่วนจำนวนที่ประกาศรับรองต้องให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด คือ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95

เมื่อถามย้ำว่า การประกาศรับรองไปก่อน อาจทำให้ประชาชนทั่วไปมองว่าการสอยอาจไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว นายแสวง กล่าวว่า ในประเด็นคุณสมบัติ หากวันนี้ตรวจสอบพบว่าผิด อีก 1 เดือน ก็ยังผิดเพราะเป็นเรื่องหลักฐาน ที่มีความชัดเจน แต่ประเด็นเรื่องคุณสมบัติมีการร้องคัดค้านเข้ามาประมาณ 50 ราย หากจะกันเอาไว้บางส่วนก็จะเป็นปัญหาเพราะถูกร้องมาในเรื่องเดียวกัน เช่นเดียวกับผู้ที่ถูกร้องเรื่องทุจริตการเลือกตั้งจะผิดหรือไม่ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน หากฟังได้ว่ามีความผิด กกต. จะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา

เมื่อถามอีกว่า กกต. สามารถให้ใบส้มและใบเหลืองได้เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อว่ากระทำความผิด แต่ยังไม่มีการแจกแล้วจะรอให้คดีไปถึงศาล ซึ่งต้องมีหลักฐานที่หนักแน่นกว่า จะทำให้ยากขึ้นหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า เหตุที่จะสั่งให้ใครได้รับใบเหลือง หรือส่งให้ศาลให้ใบแดงและใบดำ ขึ้นอยู่กับเหตุในการร้องและข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ มีหลักฐานอันควรเชื่อหรือไม่ ซึ่งเราอยู่ข้างนอกตรงนี้ไม่มีใครทราบว่าหลักฐานมีอะไรบ้าง แต่เชื่อว่า กรรมการ กกต. จะวินิจฉัยด้วยความรอบคอบ

เมื่อถามว่า การประกาศรับรอง ส.ส. เขต 349 คน จะมีผลให้การรับรอง ส.ส. บัญชีรายชื่อ ไม่ครบทั้งหมดหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ต้องดูการคำนวณ ขณะนี้มีพรรคการเมืองที่มีคะแนนบัญชีรายชื่อ จำนวน 74 พรรค ซึ่งคะแนน ณ วันที่ 28 มี.ค. กับคะแนนก่อนวันคำนวณจะแตกต่างกัน เพราะมีการสั่งเลือกตั้งใหม่และนับคะแนนใหม่ในบางหน่วยเลือกตั้ง รวมทั้งสั่งไม่ให้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งอีกหลายราย ซึ่งจะมีผลให้คะแนนถูกตัดออก อีกทั้งไม่ทราบว่า การประชุมในวันที่ 5 – 6 พ.ค. ที่ผ่านมา กรรมการ กกต. ได้สั่งให้ผู้สมัครคนใดไม่เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเพิ่มอีกหรือไม่ ถ้ามีก็จะกระทบกับคะแนนและอัตราส่วนบ้าง จึงต้องมีการคำนวณจากคะแนนใหม่ ซึ่งรับรองว่า กกต. จะประกาศรับรองไม่เกินวันที่ 9 พ.ค.

เมื่อถามว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็นวิธีคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ออกมาเป็นลบ หรือไม่เป็นไปตามที่ กกต. กำหนดจะเกิดอะไรขึ้น นายแสวง กล่าวว่า ในทางการบริหารสำนักงาน ได้เตรียมไว้ทุกอย่างแล้ว เราต้องเตรียมตั้งรับสถานการณ์ไว้ ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งออกมาลักษณะใด ก็ต้องมีวิธีการบริหารของสำนักงานเสนอให้ กรรมการ กกต. อย่างไรก็ตาม ต้องดูคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญในวันพรุ่งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลัง กกต. ประกาศรับรองผล สำนักงาน กกต. ได้จัดเจ้าหน้าที่มารอมอบหนังสือรับรองให้กับ ส.ส. ใหม่ ซึ่งปรากฏว่า นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี เขต 3 พรรคเพื่อไทย ได้ส่งตัวแทนนำหนังสือมอบอำนาจ มาติดต่อเพื่อของรับหนังสือรับรอง แต่ขาดสำเนาบัตรประชาชนของนายอุบลศักดิ์ จึงรอให้ทีมงานรอนำเอกสารดังกล่าวมายื่นเพิ่มเติม ขณะที่ น.ส.จิราภรณ์ สินธุไพร บุตรสาวของ นายนิสิต สินธุไพร อดีตแกนนำ นปช. ซึ่งเป็น ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 5 พรรคเพื่อไทย ลงสมัครครั้งแรกและได้รับการเลือกตั้งโดยในพื้นที่ไม่มีเรื่องร้องเรียน ได้เดินทางมาติดต่อขอรับหนังสือรับรอง โดยระบุว่า ได้ทราบข่าวว่า กกต. ประกาศรับรองผลแล้วและสามารถรับใบรับรองผลได้ทันที ตนเพิ่งลงเครื่องและเดินทางมาทำธุระใน กทม. จึงมารับใบรับรองก่อน เพราะในวันพรุ่งนี้มีภารกิจในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด ส่วนการรายงานตัวต่อสภาฯ จะทำพร้อมกับ ส.ส. ของพรรค

อย่างไรก็ตาม สำหรับรายชื่อ ส.ส. ที่ กกต. ประกาศรับรอง 349 คน แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย 136 คน พรรคพลังประชารัฐ 97 คน พรรคประชาธิปัตย์ 33 คน พรรคภูมิใจไทย 39 คน พรรคอนาคตใหม่ 30 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 6 คน พรรคประชาชาติ 6 คน พรรคชาติพัฒนา 1 คน และพรรครวมพลังประชาชาติไทย 1 คน

ปล่อยผี 349 ส.ส. เขต

ปล่อยผี 349 ส.ส. เขต

ปล่อยผี 349 ส.ส. เขต

ปล่อยผี 349 ส.ส. เขต

ปล่อยผี 349 ส.ส. เขต

16 รัฐมนตรีลาออกนั่ง ส.ว.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/370783

16 รัฐมนตรีลาออกนั่ง ส.ว.

Breaking news,ประจิน จั่นตอง,รัฐมนตรี,ลาออก,สว

“บิ๊กจิน” รับ ลาออกตำแหน่ง นั่ง ส.ว. มีผล 8 พ.ค. พร้อม รมต. อีก 15 คน

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 62 เวลา 15.10 น. ที่ ทำเนียบรัฐบาล  พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังมีชื่อเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีจะลาออกจากตำแหน่ง ไปเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ว่า การลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อไปดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ของตนเอง จะมีผลในวันที่ 8 พ.ค. เนื่องจากยังต้องสะสางงานที่ค้างอยู่ก่อน ซึ่งยังมีรัฐมนตรีลาออกเพื่อไปดำรงตำแหน่ง ส.ว. ทั้งหมด 15 คน

ต่อมาเวลา 15.55 น. ที่ ทำเนียบรัฐบาล  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยกล่าวทักทายสื่อมวลชนอย่างอารมณ์ดีทันทีว่า ตื่นเต้นอะไรกันหรือ มีอะไรตื่นเต้นกันนักหนา เมื่อผู้สื่อข่าวระบุว่าตื่นเต้นที่มีรัฐมนตรีลาออกถึง 15 คน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบพร้อมกับยิ้มว่า ยังไม่ชินกันอีกหรือ ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่รัฐมนตรีลาออกหลายกระทรวงจะมีผลกระทบต่อการทำงานหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายที่ทำงานร่วมกัน ในการประชุม ครม. ครบเต็มคณะ ในวันเดียวกันนี้ ถือเป็นครั้งสุดท้าย ก็ต้องลาออกไป สำหรับการมอบหมายกระทรวงที่ไม่มีรัฐมนตรีอยู่นั้น ก็จะมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในการบริหารรวมทั้งทำหน้าที่ขับเคลื่อน และรับผิดชอบเหมือนเดิม

นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ขอเรียนว่าในส่วนของ คสช. จากเดิมมี 15 คน วันนี้ลาแล้วเหลือ 11 คน ในส่วนของ ครม. เดิมมี 36 คน วันนี้คงเหลือ 17 คน รวมถึงตนในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วย เนื่องจากมีการลาออกในครั้งที่แล้วจำนวน 4 คน วันนี้อีก 15 คน ทำให้มีรัฐมนตรีคงเหลือปัจจุบัน 17 คน ก็ยังมีการประชุมได้ตามปกติ สำหรับการประชุมร่วม ครม. และ คสช. ยังสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย ตราบใดที่ยังมี คสช. อยู่ก็ยังประชุมได้ในช่วงที่มีความสำคัญ แต่ถ้าไม่สำคัญก็จะไม่มีการประชุม ไม่ต้องกังวลอะไร

“ไม่ว่าจะมีจำนวนเหลืออยู่เท่าไหร่ก็ตาม รัฐบาลรัฐมนตรีที่เหลือก็ยังบริหารงานต่อไปได้ โดยมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เหลือมารับผิดชอบงานเพิ่มเติม กระทรวงใดที่รัฐมนตรีว่าการยังอยู่ รัฐมนตรีช่วยออกไป ก็ต้องทำหน้าที่แทนงานที่เคยมอบหมายไป รัฐบาลได้วางแผนการทำงานมาโดยตลอดตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่มีรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เข้าไปเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จะถูกครหาว่าเป็นเงาของ คสช. หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็อย่ามองว่าบุคคลที่เข้าไปเป็น ส.ว. นั้นเป็นศัตรูกับใคร ต้องมองว่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทุกคนได้ทำงานอะไรมาบ้าง ดังนั้น ในอนาคตวันข้างหน้าการวางพื้นฐานประเทศในทุกๆ ด้าน ก็ควรจะต้องได้คนที่รู้เรื่องการทำงานในช่วงที่ผ่านมาเข้ามาอยู่ใน ส.ว. ด้วย เพื่อให้เกิดการดำเนินงานต่อไป ซึ่งก็สุดแล้วแต่รัฐบาลชุดต่อไปจะดำเนินการ เพราะ ส.ว. ก็มีหน้าที่ในการดำเนินการด้านกฎหมายเป็นหลัก ขอร้องว่าให้มองในทางสร้างสรรค์กันหน่อย หน้าที่ของทุกคน อย่ามองว่าทุกคนเป็นศัตรู เพราะ คสช. ไม่เคยเป็นศัตรูกับใครเลย

“5 ปี ไม่ใช่เวลาอันสั้นๆ วันนี้ผมก็รู้สึกใจหาย ได้เห็นหน้าเห็นตากันครบถ้วน ก็หายไปหลายคน และวันนี้อยากจะขอร้องว่า สถานการณ์ความสงบเรียบร้อย ความมีมิตรไมตรีต่างๆ ในสังคมทุกระดับในสังคมที่ผ่านมา ไม่ว่าจะสังคมโซเชียลมีเดียก็ได้ลดความรุนแรง ลดเฮทสปีชลงไป ถ้าเราทำได้อย่างนี้ต่อไปบ้านเมืองก็จะสงบเอง เพราะเรื่องความปรองดองเป็นเรื่องจิตใจของทุกคน ถ้าเรายึดมั่นในตัวเราเอง คิดเอาเองมันแก้ไขอะไรไม่ได้ แม้กระทั่งตัวผมเอง ผมก็ยังเอาสิ่งที่ผมคิดและอยากจะทำมาทำเองไม่ได้ ต้องนำไปหารือใน ครม. และ คสช. ทุกเรื่อง ว่าควรหรือไม่ควร ทำได้หรือไม่ได้ อย่างวันนี้จะเห็นได้ว่าประชุมตั้งแต่ 09.00 น. ทั้ง คสช. และ ครม. ร่วมกัน จากนั้นเป็นการประชุม ครม. จนเลิกในเวลา 15.00 น. ไปดูสถิติก็แล้วกันว่ามีรัฐบาลไหนประชุมแบบนี้บ้าง ต้องนำทุกเรื่องมาหารือกัน” นายกฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คสช. ที่ นายกฯ ระบุว่ามี 4 คน ที่ลาออก ประกอบด้วย 1. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองหัวหน้า คสช. 2. พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้า คสช. ขณะที่อีก 2 คน คือ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รอง นายกฯ และ รมว.ยุติธรรม รองหัวหน้า คสช. และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน และรองหัวหน้า คสช.

“โบว์” จี้ กกต. หยุดซ่อน – กั๊ก – โกง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/370557

“โบว์” จี้ กกต. หยุดซ่อน – กั๊ก – โกง

การเมือง,ณัฏฐา มหัทธนา,กกต,อยากเลือกตั้ง,โบว์,พรรคอนาคตใหม่

“โบว์อยากเลือกตั้ง” ยื่นข้อเสนอถึง กกต. “หยุดซ่อน – หยุดกั๊ก – หยุดโกง” ทำผลการเลือกตั้งให้โปร่งใส อย่าใช้องค์กรอิสระเป็นปัจจัยสืบทอดอำนาจ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 3 พ.ค. 62  น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง และนายปิยรัฐ จงเทพ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 กาฬสินธุ์ พรรคอนาคตใหม่ เดินทางมาขอเข้าพบประธาน กกต. แต่ประธาน กกต. ติดภารกิจ จึงยื่นข้อเสนอผ่านสื่อมวลชน

โดยเรียกร้องให้ กกต. โปรดทำหน้าที่ขั้นต่ำ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส่ในการจัดการเลือกตั้ง ดังนี้ 1. ขอให้เปิดเผยผลคะแนนเลือกตั้ง เป็นรายหน่วยทั่วประเทศ 2. กรณีที่ประธาน กกต. ออกมายื่นยันว่าจะวิธีการคำนวณตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยต่อประชาชน โดยจะเปิดให้รู้พร้อมกันในวันที่ประกาศผลคะแนนการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งน่าแปลกใจ เพราะก่อนหน้านี้ กกต. ไปขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ (ศร.) ช่วยวินิจฉัยวิธีการคำนวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และ 3. ขอให้ กกต. หยุดพฤติกรรมเลือกปฏิบัติ โดยใช้องค์กรอิสระเป็นปัจจัยในการสืบทอดอำนาจ ซึ่ง กกต. อาจจะเป็นคนที่สับขั้วจัดตั้งรัฐบาลเสียเอง จึงขอเรียกร้องให้ กกต. หยุดซ่อน หยุดกั๊ก หยุดโกง อย่าทำให้ความอดทนของประชาชนถึงที่สิ้นสุด เรามายื่นหนังสือถึง กกต. หลายครั้ง แต่เห็นว่าบางคำร้องถูกเลือกปฏิบัติ คำร้องยุบพรรคบางพรรคถูกส่งให้ศาลตัดสินอย่างรวดเร็ว แต่บางพรรคกลับไม่ทำอะไรเลย

"โบว์" จี้ กกต. หยุดซ่อน - กั๊ก - โกง

"โบว์" จี้ กกต. หยุดซ่อน - กั๊ก - โกง

บอกแล้วอย่าทะเลาะกับ “ศรีสุวรรณ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/370556

บอกแล้วอย่าทะเลาะกับ “ศรีสุวรรณ”

การเมือง,ศรีสุวรรณ,ธนาธร,พรรคอนาคตใหม่

“ศรีสุวรรณ” ลุยร้องหุ้นวี-ลัค ครั้งที่ 5 แย้มหลัง 7 พ.ค. อาจมีหลักฐานช็อก “ธนาธร” คาดพบหลักฐานมีหุ้นสื่อเพิ่มอีก มั่นใจ 100% เอาผิดได้

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 3 พ.ค. 62  นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม เป็นครั้งที่ 5 กรณีคำร้องตรวจสอบการถือหุ้นสื่อบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า หลังจากที่ฟังการชี้แจงของนายธนาธรผ่านสื่อแล้ว ยังมีข้อสงสัยเรื่องการนำเช็คธนาคารเข้าบัญชี ตนจึงนำประเด็นกรณีการไม่นำเช็คเข้าบัญชี เป็นการจงใจหลีกเลี่ยงการทำนิติกรรมการโอนหุ้นหรือไม่ มาเสนอให้ กกต. ตรวจสอบเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง ว่าเป็นการหลีกเลี่ยงนิติกรรมการโอนหุ้นหรือไม่ หากหลักฐานที่ตนนำเสนอไม่มีน้ำหนักเพียงพอ กกต. ก็ยกคำร้องได้ แต่ที่มายื่นเพิ่มเติมนั้น เพื่อต้องการให้เนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์

เมื่อถามว่า กรณีที่ กกต. จะมีการประกาศรับรองผลนายธนาธรไปก่อน และค่อยสอยที่หลัง นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นสิทธิ์ของ กกต. ตามกฎหมายที่จะดำเนินการได้ ซึ่งหากตรวจสอบพบการกระทำผิดภายหลังการประกาศผล ก็สามารถร้องศาลรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งเรื่องนี้ยังมีเวลาอีกเป็นปีที่จะดำเนินการได้

เมื่อถามถึงกรณีที่ นายคารม พลพรกลาง ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กับพวก แจ้งความดำเนินคดีในข้อหายื่นคำร้องเท็จต่อพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ตนไม่รู้สึกสะทกสะท้าน เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ ซึ่งตนเองก็จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำไปชี้แจงต่อพนักงานสอบสวน หากอัยการมีความเห็นว่าสั่งไม่ฟ้อง ตนก็จะฟ้องกลับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 และมาตรา 174 เอาผิดผู้ไปแจ้งความ และพร้อมต่อสู้ตามกฎหมาย คนที่เป็นนักการเมืองจะต้องพร้อมที่จะได้รับการตรวจสอบ โดยเฉพาะคนที่อ้างว่าเป็นฝั่งประชาธิปไตย ถ้ากลัวการตรวจสอบจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะทำหน้าที่โปร่งใส และสามารถทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชนตามที่เขาโฆษณาไว้

“ขณะนี้ผมได้ตรวจพบหลักฐานการกระทำความผิดในเรื่องการถือหุ้นสื่อของนายธนาธร เพิ่มเติมนอกจากกรณีหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถเอาผิดนายธนาธรได้ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการหาหลักฐาน และตรวจสอบ หลังวันที่ 7 พ.ค. นี้ จะมีอะไรมันๆ ดีๆ เกี่ยวกับนายธนาธรอีก ประเภทช็อกไปเลย บอกแล้วว่าอย่ามาทะเลาะกับศรีสุวรรณ” นายศรีสุวรรณ กล่าว

บอกแล้วอย่าทะเลาะกับ "ศรีสุวรรณ"

บอกแล้วอย่าทะเลาะกับ "ศรีสุวรรณ"

แกนนำพันธมิตรมีลุ้นอภัยโทษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/370540

แกนนำพันธมิตรมีลุ้นอภัยโทษ

การเมือง,พันธมิตร,สนธิ,บุญทรง,ธาริต,อภัยโทษ,ณรัชต์ เศวตนันทน์,จำลอง ศรีเมือง,พิภพ ธงไชย,สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์,สมศักดิ์ โกศัยสุข,สุริยะใส กตะศิลา,สนธิ ลิ้มทองกุล,บุญทรง เตริยาภิรมย์,ธาริต เพ็งดิษฐ์

พ.ร.ฎ.อภัยโทษผู้ต้องขังทั่วประเทศ ราชทัณฑ์เร่งคัดกรองรายชื่อที่คุณสมบัติเข้าเงื่อนไข ทยอยปล่อยภายใน 120 วัน

กระทรวงยุติธรรม 3 พ.ค. 62  พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า หลังจากมีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษทุกเรือนจำ 143 แห่งทั่วประเทศ  โปรดเกล้าฯ พระราชทานอภัยโทษผู้ต้องราชทัณฑ์ (อ่านต่อ…)

ได้นำไปประกาศให้ผู้ต้องขังได้รับทราบ โดยอาจจะมีผู้ต้องขังที่ได้รับการลดโทษตามสัดส่วนและปล่อยตัวออกจากเรือนจำ โดยกรมฯ จะเร่งประเมินคุณสมบัติและเงื่อนไขต่างๆ เพื่อแยกให้ชัดว่านักโทษที่จะได้รับการปล่อยตัวมีจำนวนเท่าไหร่ และได้ลดโทษตามชั้นต่างๆ เป็นจำนวนเท่าใด โดยจะต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 4 เดือน หรือ 120 วัน ซึ่งขั้นตอนการตรวจสอบจะดำเนินการอย่างรัดกุม มีกรรมการ 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ผู้พิพากษา อัยการ ผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบรายชื่อว่ามีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่ได้รับการอภัยโทษหรือไม่ เมื่อตรวจสอบแล้วเสร็จจึงจะส่งรายชื่อให้ศาลออกหมายปล่อย และต้องทยอยปล่อยเป็นรุ่นๆ

สำหรับการพระราชทานอภัยโทษให้ผู้ต้องขังถือเป็นโบราณราชประเพณีในวโรกาสเฉลิมฉลองพิธีบรมราชาภิเษก และเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อกันมา โดยกรมราชทัณฑ์จะจัดพิธีปล่อยตัวพร้อมกับจัดกิจกรรมให้ผู้ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษแสดงความจงรักภักดีด้วย อย่างไรก็ตาม ในพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ได้มีบัญชีลักษณะความผิดแนบท้ายที่เป็นคดีหลักและนโยบายสำคัญซึ่งผู้ต้องขัง เช่น คดีค้ามนุษย์และค้ายาเสพติด คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ ทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ การฮั้วประมูล ก็จะได้ประโยชน์น้อยกว่าผู้ต้องขังคดีอื่น เช่น หากเป็นผู้ต้องขังอายุเกิน 60 ปี เหลือโทษไม่เกิน 3 ปี แต่ถ้าติดเงื่อนไขในคดีแนบท้ายก็จะไม่ได้รับการปล่อยตัว แต่จะเปลี่ยนเป็นลดวันต้องโทษตามสัดส่วนบางส่วน เว้นแต่เมื่อลดโทษแล้วไม่เหลือเวลาต้องโทษก็ต้องปล่อยตัวไป

ขณะที่รายงานข่าว เปิดเผยว่า เบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้ต้องขังที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษประมาณ 4 – 5 หมื่นคน สำหรับคดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกทำเนียบรัฐบาล ปี 2551 อยู่ในข่ายได้รับการอภัยโทษปล่อยตัวออกมาจากเรือนจำด้วย เนื่องจากคดีนี้ศาลได้พิพากษาจำคุกผู้ต้องขังทั้ง 5 ราย ประกอบด้วย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อายุ 83 ปี , นายพิภพ ธงไชย อายุ 72 ปี , นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อายุ 68 ปี , นายสมศักดิ์ โกศัยสุข อายุ 72 ปี และนายสุริยะใส กตะศิลา อายุ 45 ปี เป็นเวลา 8 เดือน ตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ. ที่ผ่านมา ยกเว้น นายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งแม้จะมีอายุเกิน 70 ปี แต่เนื่องจากต้องโทษหลายคดี และมีคดีที่เข้าเงื่อนไขบัญชีแนบท้ายคดีเกี่ยวกับความผิดตลาดหลักทรัพย์ จึงไม่อยู่ในข่ายได้รับการปล่อยตัว ส่วนคดี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ไม่อยู่ในข่ายได้รับการปล่อยตัว เนื่องจากต้องโทษจำคุก และยังติดเงื่อนไขต้องโทษในคดีทุจริตปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ขณะที่ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อายุยังไม่ถึง 60 ปี และต้องโทษหลายคดี อาจได้ลดวันต้องโทษ