ร่วมเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ ‘สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า’ในนิทรรศการ‘ปทุมนิวาสราชพิพิธภัณฑ์’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/467452

ร่วมเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ ‘สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า’ในนิทรรศการ‘ปทุมนิวาสราชพิพิธภัณฑ์’

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าโดยความร่วมมือของกระทรวงวัฒนธรรม จะจัดนิทรรศการ “ปทุมนิวาสราชพิพิธภัณฑ์”ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและเผยแพร่พระราชประวัติพระราชกรณียกิจแห่งสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และเพื่อเป็นการเผยแพร่ “พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า” ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นณ พระตำหนักใหญ่ วังสระปทุม ตามพระราชดำริแห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

พิธีเปิดนิทรรศการจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมี อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม และคุณชวลี อมาตยกุล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ร่วมเป็นประธานเปิดงาน และได้รับเกียรติจาก ท่านผู้หญิงสิริกิติยาเจนเซน ร่วมงาน พร้อมด้วย ประนอมคลังทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม,สมฤดี อมาตยกุล กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า, ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์จำกัด ฯลฯ ร่วมในงาน ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งงานนี้จะจัดให้มีขึ้นระหว่างนี้ถึงวันที่ 26 ม.ค. 2563

โดยนิทรรศการมีเนื้อหาจัดแบ่งเป็น 4 ภาค ประกอบด้วย

ภาคที่ 1 บรมอัยยิกาพงศานุประวัติจัดแสดงพระราชประวัติแห่งสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ซึ่งทรงเป็นพระราชวงศ์ฝ่ายในที่มีพระชนม์ชีพยาวนาน6 รัชกาล มีพระจริยวัตรอันงดงาม และบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์อเนกประการ

ภาคที่ 2 ไพรัชวิวิธทัศนประสิทธิ จัดแสดงพระราชกรณียกิจที่ทรงพระปรีชาสามารถด้านศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเย็บปักถักกรองซึ่งเป็นศิลปะขั้นสูงของราชสำนักในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงไว้วางพระราชหฤทัยโปรดเกล้าฯ ให้ทรงอำนวยการจัดงานนิทรรศการศิลปหัตถกรรมสตรีไทยทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติ ทำให้ชื่อเสียงและคุณสมบัติของสตรีไทยเผยแพร่ออกสู่สายตาชาวโลกเมื่อ 100 กว่าปีที่ผ่าน ดังปรากฏในงานแสดงนิทรรศการสินค้าโลก เวิลด์โคลัมเบียนเอ็กซ์โปซิชัน 1893 (World’s Columbian Exposition 1893) ณ นครชิคาโก สหรัฐอเมริกา

ภาคที่ 3 ราชกรณียกิจวรประกาศจัดแสดงพระราชกรณียกิจสำคัญน้อยใหญ่ที่สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทรงปฏิบัติบำเพ็ญตลอดพระชนม์ชีพ อันเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและปวงชนชาวไทย ทั้งด้านการสาธารณสุข การแพทย์ การศึกษาวัฒนธรรม และมนุษยศาสตร์ องค์การยูเนสโกประกาศเฉลิมพระเกียรติให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลกผู้มีผลงานดีเด่นในโอกาสครบ 150 ปี พระราชสมภพ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

ภาคที่ 4 ปทุมนิวาสราชพิพิธภัณฑ์จัดแสดงความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าตั้งอยู่ ณ พระตำหนักใหญ่วังสระปทุม สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับเมื่อ 100 กว่าปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ในนิทรรศการได้มีการจัดแสดงเอกสารจดหมายเหตุและสิ่งของส่วนพระองค์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เช่น ฉากประดับด้วยภาพปักอายุกว่า 100 ปี (สิ่งของส่วนพระองค์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า),สมุดรูปเล่าเรื่องสยาม (จำลอง) ซึ่งเคยพระราชทานมิสซิสพาล์เมอร์ ประธานกรรมการผู้จัดงานฝ่ายสตรีของงานเวิลด์โคลัมเบียนเอ็กซ์โปซิชัน 1893 (World’s ColumbianExposition 1893), หมอนปักรูปเสือ ได้รางวัลจากงานเวิลด์โคลัมเบียนเอ็กซ์โปซิชัน 1893,หนังสือและนิตยสารที่สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าโปรดครั้งดำรงพระชนม์ชีพรวมถึงขนมไทยโบราณที่เคยส่งไปร่วมประกวดในงานดังกล่าวนอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมสาธิตและทดลองการทำอาหารและงานฝีมือไทย เช่น ปั้นสิบ ขนมบุหลันดั้นเมฆ, งานร้อยมาลัย, งานพับดอกบัว โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากโรงเรียนช่างฝีมือในวัง (หญิง) ให้ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย

ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ “ปทุมนิวาสราชพิพิธภัณฑ์” ได้ทุกวัน ระหว่างนี้ถึงวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

DEMI คืนผมสวยให้สาวผมเสีย…ที่สาวๆ ต้องลอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/467442

DEMI คืนผมสวยให้สาวผมเสีย…ที่สาวๆ ต้องลอง

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
สำหรับสาวๆ ที่รักเส้นผมและคอยบำรุงเส้นผมให้สวยเงางามอยู่เสมอ ต้องไม่พลาดที่จะได้รู้จักกับแบรนด์ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ขึ้นชื่อเรื่องการดูแลเส้นผมอย่าง DEMI ที่ เอ็ม ไอ แอล (ประเทศไทย) นำเข้ามาเพื่อเป็นตัวช่วยให้สาวไทยที่รักเส้นผมได้ใช้กัน DEMI เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมชั้นนำจาก บริษัท นิกก้า เคมิคอล จำกัด ที่ก่อตั้งมานานเกือบ 80 ปี และไม่เคยหยุดคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์มากมายเพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพสู่มือคุณ ภายใต้การดูแลโดยทีมนักวิจัยเฉพาะด้านที่จะควบคุมคุณภาพของสินค้าให้ได้มาตรฐานอย่างมืออาชีพ ด้วยแนวคิดขององค์กรที่ว่า “ส่งมอบผมสวยและสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ” โดย Hair Science (วิทยาศาสตร์ด้านเส้นผม) และ Advance Technology (เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย)

ครั้งนี้เราจึงอยากจะมอบเคล็ดลับการเป็นสาวผมสวย ที่ไม่ว่าจะชื่นชอบการทำสีผมหรือการดัดผมก็ตาม                ได้มีเส้นผมที่ดูสุขภาพดีอยู่เสมอ เพราะนวัตกรรมจากแบรนด์ DEMI ที่นำมาใช้ในร้านซาลอน สามารถช่วยให้สาวๆ ทั้งหลายมีเส้นผมที่สวยงามสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ กับ 4 ผลิตภัณฑ์ดูแลผมสวยที่ให้สาวๆ ได้สัมผัสกับผมสุขภาพดี

เริ่มที่ COMPOSIO ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมให้แข็งแรงด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในการยึดเกาะ ที่จะช่วยบำรุงและเพิ่มพลังในการจัดการเส้นผมแห้งเสีย เหมาะสำหรับผมเสียน้อยถึงปานกลาง มีด้วยกัน 3 ประเภทให้เลือกใช้ ซึ่งแต่ละตัวจะมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป ตอบโจทย์ความต้องการที่ไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น COMPOSIO CMC ที่มีคุณสมบัติเติมสาร CMC เพิ่มความชุ่มชื่นให้กับเส้นผมสม่ำเสมอ COMPOSIO CORTEX ที่จะมาเติมสาร CORTEX เพิ่มความยืดหยุ่นและแข็งแรงให้เส้นผม และสุดท้าย SV ที่จะมีการแตกตัวและกำจัดออกซิไดซ์ที่ตกค้าง ช่วยปรับสภาพเส้นผมหลังการดัดหรือทำสี

COMPOSIO PRO สำหรับช่างทำผมที่ต้องการความมือโปรไปอีกระดับ เหมาะสำหรับผมเสียจากการดัด หรือการทำสีซ้ำซ้อนจนแกนผมถูกทำร้าย ให้กลับมาสวยงามราวกับไม่เคยผ่านการทำสีหรือดัดผมมาเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นการบำรุงเส้นผมจากแกนผม เกล็ดผม จนออกมาเป็นเส้นผมที่สวยงามอย่างสมบูรณ์แบบ  COMPOSIO PRO CUTICLE ช่วยสร้างเกล็ดผมที่เหมือนจริง ปรับสภาพเส้นผมด้านนอก ทำให้ผมเงางามอยู่เสมอ COMPOSIO PRO LIPID มีสาร Helianthus Annuus (Sunflower) Seed Oil และ 18-MEA Derivative ทำให้เส้นผมฟื้นฟูจากผมเสียให้ ให้กลับมาชุ่มชื้น เงางาม ไม่ชี้ฟูและสวยงามเช่นเคย

MILLEUM ผลิตภัณฑ์แชมพูและคอนดิชั่นเนอร์ตัวนี้เหมาะกับสาวๆ ที่ผมแห้งเสีย ที่จะช่วยทำความสะอาดหนังศรีษะและเส้นผมด้วยความอ่อนโยนในทุกสัมผัส อีกทั้ง ยังบำรุงเส้นผมให้ชุ่มชื้น มีสุขภาพดีสม่ำเสมอ โดยตัวแชมพูมีสารบำรุงจากธรรมชาติที่สกัดจากน้ำมันมะพร้าวและสารสกัดจากใบพืช ซึ่งได้ออกแบบแชมพูให้มีการชำระล้างได้ง่าย ไม่ระคายเคืองผิวอีกด้วย ส่วนตัวคอนดิชันเนอร์ มีสารบำรุงจากธรรมชาติกรดอ่อนจากน้ำมันมะกอกและสารสกัดจากใบพืช ที่ช่วยให้ผมนุ่มสลวยและบำรุงให้ผมแข็งแรงอยู่เสมอ

YUNTO ผลิตภัณฑ์แชมพูและทรีทเม้นท์ที่ดูแลและบำรุงเส้นผมระดับโปรเฟสชันนัลที่นำเสนอลูกค้าผ่านการให้คำปรึกษาจากช่างทำผมโดยตรง มาพร้อมกลิ่นหอมอ่อนให้ความสบาย ช่วยให้เส้นผมแข็งแรงเงางามอยู่เสมอ กลิ่นหอมละมุนที่ให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติที่มอบความสดชื่นให้กับเส้นผม นอกจากนี้ ยังมีส่วนผสมของพืชพรรณธรรมชาติมากกว่า 90 % ที่สกัดมาจากนานาพันธุ์มาช่วยเติมเต็มความอ่อนโยนและนุ่มสลวยให้กับเส้นผม

สำหรับสาวๆ ที่ต้องการสัมผัสเรือนผมที่สวยงามและมีสุขภาพดีด้วยผลิตภัณฑ์ DEMI สามารถสัมผัสประสบการณ์ผมสวยได้ที่ร้านซาลอนชั้นนำมืออาชีพทั่วประเทศได้แล้ววันนี้ที่https://www.facebook.com/DEMIThailand หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.085-111-4733 หรือ 02-295-4760-62

‘ปปร.23 ปาร์ตี้สีเขียว…เฟี้ยวสุดในย่านนี้’ ฉลองปีใหม่รับปีหนูทอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/467464

ดร.สมพร สืบถวิลกุล กก.ผจญ. บจ.ทิพยประกันภัย
เป็นตัวแทน ปปร.รุ่น 23 กล่าวเปิดงาน

‘ปปร.23 ปาร์ตี้สีเขียว…เฟี้ยวสุดในย่านนี้’ ฉลองปีใหม่รับปีหนูทอง

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ปปร.รุ่น 23 สังสรรค์ปีใหม่ ธกฤษณ์ จรัสธนกิจ กก.ผจก.บจ.คิงส์ อีสปอร์ต, ฐานิต ศิริจันทร์สว่าง ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์, พล.อ.บุญธรรม โอริส สมาชิกวุฒิสภา, นิติธรวงศ์ยืน ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา, ดร.สมพร สืบถวิลกุล กก.ผจญ.บจ.ทิพยประกันภัย, ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ กรรมการตุลาการศาลปกครองผู้ทรงคุณวุฒิ, กฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง, ศิลปะวิชญ์ น้อยสมมิตร กก.ผจก.บจ.เอ็นเนอยี เพาวเวอร์ และ ผรณเดช พูนศิริวงศ์กก.ผจก.บจ.หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ชาว ปปร.รุ่นที่ 23 (นักศึกษาหลักสูตร การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูงรุ่นที่ 23 สถาบันพระปกเกล้า)ชวนเพื่อนๆ ฉลองสังสรรค์ปีใหม่ 2020 ในธีม “ปปร.23 ปาร์ตี้สีเขียว…เฟี้ยวสุดในย่านนี้” นำโดย ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด, กฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง, ฐานิต ศิริจันทร์สว่าง ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์, พล.อ.บุญธรรม โอริส สมาชิกวุฒิสภา, นิติธร วงศ์ยืน ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา, ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ กรรมการตุลาการศาลปกครองผู้ทรงคุณวุฒิ, ผรณเดช พูนศิริวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด และเพื่อนร่วมรุ่นกว่า 100 คน เอ้าติ้งสังสรรค์ปีใหม่ บนวิวดาดฟ้า ตึกทิพยประกันภัย สำนักงานใหญ่ ย่านพระราม 3 เมื่อวันพุธที่ 8 มกราคม 2563

งานนี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานเป็นกันเอง ทุกคนพากันแต่งตัวในธีมสีเขียวสดใสรับปีใหม่ ในงานมีอาหารและเครื่องดื่มให้เลือกรับประทานกันอย่างเต็มที่ พร้อมสนุกสนานไปกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังอย่าง พี่ต้า (มิสเตอร์ทีม)-สุรชัย วงษ์บัวขาว, ปราโมทย์วิเลปะนะ, มัม ลาโคนิคส์ มาร่วมร้องเพลงสร้างสีสันบรรยากาศให้ครึกครื้นแล้วยังมี เบญจวรรณ สุจริต รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ และ กอล์ฟ-เบญจพล เชยอรุณ ร่วมเป็นพิธีกรภายในงาน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมมากมาย อาทิ เล่นเกมส์ ประกวดการแต่งกายจับสลากแลกของขวัญ รวมถึงการร้องคาราโอเกะ นับเป็นค่ำคืนที่แสนอบอุ่นและเป็นกันเอง ถึงจะมาต่างบริษัท ต่างวัย ต่างสถานะ แต่ทุกคนก็รวมตัวและสร้างมิตรภาพสานสัมพันธ์ฉันน้อง-พี่ ได้อย่างน่าประทับใจ

ดร.สมพร สืบถวิลกุล กก.ผจญ. บจ.ทิพยประกันภัย
เป็นตัวแทน ปปร.รุ่น 23 กล่าวเปิดงาน

ดร.สมพร สืบถวิลกุล กก.ผจญ. บจ.ทิพยประกันภัย เป็นตัวแทน ปปร.รุ่น 23 กล่าวเปิดงาน

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ส่งต่อรอยยิ้มเยาวชน 3 จังหวัดชายแดนใต้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/467439

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ส่งต่อรอยยิ้มเยาวชน 3 จังหวัดชายแดนใต้

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

จุดเริ่มต้นของสังคมที่ดี เริ่มมาจากโอกาสทางการศึกษาที่ดี กรุงศรี คอนซูมเมอร์ นำโดยฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้นำด้านธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลจึงร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคม มอบทุนการศึกษาจำนวน 700,000 บาท ส่งต่อความสุขและรอยยิ้มให้แก่เยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากการจัดกิจกรรม “2019 Krungsri Consumer Running Program Better Change x Better Chance” (2019 กรุงศรี คอนซูมเมอร์ รันนิ่ง โปรแกรม เบทเทอร์ เชนจ์ เบทเทอร์ ชานซ์  เปลี่ยนอีกขั้น เพื่อฉันที่ดีกว่า) โดยมี พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 และ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นตัวแทนรับมอบ ณ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี

ฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ กล่าวว่า กรุงศรี คอนซูมเมอร์ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งด้านการศึกษา ที่ผ่านมาเราริเริ่มกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคมหลายรูปแบบ เช่น การซ่อมแซมและปรับปรุงห้องสมุดโรงเรียนในจังหวัดต่างๆ, การปลูกป่าชายเลน รวมถึงกิจกรรมให้ความรู้ทางการเงินแก่นักศึกษา รวมถึงกลุ่มคนวัยทำงานผ่านกิจกรรมสัมมนาและกิจกรรมให้ความรู้ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง สำหรับในช่วง 4-5 ปี ที่ผ่านมา กรุงศรี คอนซูมเมอร์ มองเห็นว่าเยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้น อาจได้รับการช่วยเหลือหรือกำลังใจไม่มากเท่าพื้นที่อื่นๆ ทางบริษัทจึงได้จัดกิจกรรมระดมทุนในรูปแบบต่างๆ เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยเริ่มจัดกิจกรรมตั้งแต่ปี 2559 ด้วยการจัดกิจกรรมระดมทุนขายเสื้อ Power of Giving (พาวเวอร์ ออฟ  กิฟวิ่ง) ได้เงินสนับสนุนรวม 400,000 บาท และทำกิจกรรมต่อเนื่องอีกในปี 2560 ได้เงินสนับสนุนรวม 200,000 บาท ต่อมาในปี 2561 จัดกิจกรรม Fun Run (ฟัน รัน) สำหรับพนักงาน ระดมทุนได้เงินสนับสนุน 500,000 บาท

ล่าสุดในปี 2562 จัดกิจกรรม “2019 Krungsri Consumer Running Program Better Change x Better Chance (2019 กรุงศรี คอนซูมเมอร์ รันนิ่ง โปรแกรม เบทเทอร์ เชนจ์ เบทเทอร์ ชานซ์) เปลี่ยนอีกขั้น เพื่อฉันที่ดีกว่า” ชวนเพื่อนพนักงานของเราร่วมวิ่งเพื่อสุขภาพ พร้อมระดมทุนเพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่เยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ได้เงินจำนวน 700,000 บาท โดยตลอดระยะเวลา 4 ปี กรุงศรี คอนซูมเมอร์ สามารถระดมทุนเพื่อมอบเป็นทุนการศึกษารวมทั้งสิ้น 1,800,000 บาท ซึ่งทางผู้บริหารและพนักงานของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ต่างก็รู้สึกดีใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยน้องๆ เยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ในการสานฝันทางการศึกษา

ทางด้าน พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 และ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวเสริมว่า ดีใจที่ภาคเอกชนได้มาให้การสนับสนุนกิจกรรมและการศึกษาสำหรับเยาวชน  สำหรับพิธีมอบทุนการศึกษาในปีนี้ เราจัดขึ้นพร้อมกับงานวันเด็ก ซึ่งเด็กๆ และผู้ปกครองก็ได้มาร่วมงานกันมากมาย และสนุกกับงานมาก  สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ของสามจังหวัดชายแดนใต้เริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ   กิจกรรมต่างๆ  ในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนหลายราย ซึ่งผมต้องขอขอบคุณกรุงศรี คอนซูมเมอร์ที่ได้สนับสนุนการให้ทุนการศึกษากับเด็กๆ มาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้นำด้านธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ได้ร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ และเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยเหลือน้องๆ เยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ในการสานฝันทางการศึกษา พร้อมทั้งสร้างกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบในการดำเนินชีวิตต่อไป ร่วมอัพเดท และติดตามกิจกรรมดีๆ จากรุงศรี คอนซูเมอร์ได้ที่ https://www.krungsri.com/bank/th/krungsri-consumer/home.html

ดื่มกาแฟในอิตาเลียนบาร์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/467437

news_default

ดื่มกาแฟในอิตาเลียนบาร์

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สนุกสนานคึกคักกันตั้งแต่ต้นปีหนู ปรีติ ฮาลัย ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจ ผลิตภัณฑ์เนสเพรสโซประเทศไทย เตรียมจัดงานเอาใจคอกาแฟ ชวนมาดื่มกาแฟรสชาติใหม่ท่ามกลางบรรยากาศที่เนรมิตขึ้นมาเป็นอิตาเลียนบาร์ 360 องศาครั้งแรกแบบไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ Quartier Gallery ชั้น M ตั้งแต่ 31 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ นี้เท่านั้น

เรื่องของอาหารกับโรคประจำตัว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/467446

เรื่องของอาหารกับโรคประจำตัว

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

อาหารที่เรารับประทานกันทุกวัน นอกจากจะให้พลังงานและสารอาหารที่จำเป็น รวมถึงช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และทำหน้าที่เสมือนยารักษาโรคแล้ว ในบางครั้งก็กลับจะให้โทษได้เหมือนกันนะคะ หากว่าเรารับประทานอาหารนั้นๆ ไม่ถูกจังหวะ โดยเฉพาะในช่วงที่สุขภาพไม่แข็งแรง ร่างกายอ่อนแอ โรคภัยถามหา ก่อนจะรับประทานอะไรคงต้องเลือกกันสักนิด เวลาป่วย หรือใครที่มีโรคประจำตัว มีเมนูอะไรที่เราควรหลีกเลี่ยงกันบ้าง ไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อก https://lifecenterthailand.wordpress.com มีคำแนะนำดีๆ มาฝากกัน

ไมเกรน ปวดหัวจี๊ดๆ ข้างเดียวเป็นประจำ ควรงดเมนูขนมหวาน ขนมเค้ก ชานม น้ำผลไม้หวานๆ น้ำอัดลม เพราะอาหารหวานที่มีปริมาณน้ำตาลสูงจะทำให้น้ำตาลในเลือดไม่คงที่ จะเพิ่มสูงขึ้น และลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดโรคไฮโปโกลซีเมียหรืออาการที่น้ำตาลในเลือดต่ำได้ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรน นอกจากนั้น ยังควรลดปริมาณการรับประทานเนื้อสัตว์ ทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เพราะโปรตีนจากเนื้อสัตว์เหล่านี้มักมีสารพิษตกค้างจากฮอร์โมนต่างๆในกระบวนการเลี้ยง ทั้งยังมีกรดแอมิโนไทโรซิน ที่ทำให้ปวดหัวได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

อาการข้ออักเสบ ปวดข้อ ปวดเข่า จะลุกนั่งก็ลำบาก ลองงดน้ำแข็ง อาหารเย็นๆ เพราะความเย็นจะทำให้กระเพาะอาหารของเราทำงานหนักขึ้น และระบบไหลเวียนของเลือดยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพอีกด้วย ที่สำคัญ ควรลดอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เครื่องใน ไขมัน เพราะสารพิษตกค้างที่อยู่ในเนื้อสัตว์ จะเป็นตัวเพิ่มอาการเจ็บปวด และอาการอักเสบให้รุนแรงยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ที่มีอาการกระเพาะอาหารอักเสบ ปวดท้อง แสบท้องเป็นประจำ ไม่ควรรับประทานอาหารประเภทยำ หรืออาหารรสจัด รวมทั้ง ชา กาแฟ น้ำอัดลม (อาหารที่มีกาเฟอีนสูง) เพราะจะยิ่งทำให้เกิดการระคายเคืองของเยื่อบุกระเพาะมากขึ้นค่ะ อาหารรสจัดยังจะยิ่งเร่งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารมากขึ้นอีกด้วย

ผู้ที่มีอาการของโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็ม มีเกลือหรือโซเดียมสูง เพราะโซเดียมจะเร่งให้ความดันให้ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงอาหารรสหวาน และผลไม้สุก เพราะน้ำตาลและไขมันจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นได้ง่าย ทั้งโรคหลอดเลือดเปราะ จอตาเสื่อม โรคไต ท่อปัสสาวะอักเสบ เป็นต้น

ผู้ป่วยที่มีอาการตับแข็ง ตับอักเสบ หรืออาการเสื่อมสภาพของตับ ต้องหลีกเลี่ยงอาหารทำร้ายตับ ซึ่งหลักๆ เลย คือ อาหารประเภทเนื้อสัตว์ เพราะบรรดาเนื้อสัตว์ทั้งหลายจะทำให้ตับต้องทำงานอย่างหนักในการขับของเสีย เช่น ยูเรีย และ แอมโมเนีย ออกไป แต่เมื่อตับทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพของเสียต่างๆ จึงถูกขับออกจากร่างกายได้น้อยลง และจะถูกดูดซึมกลับเข้าไปในกระแสเลือดอีกครั้ง ทำให้สุขภาพแย่ลงเซื่องซึม และบางครั้งอาจมีอาการหนักถึงขั้นหมดสติไปเลยก็ได้

ทั้งนี้ คนป่วยมักต้องการการดูแลมากกว่าคนทั่วไป เพราะอวัยวะภายในบางส่วนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ พฤติกรรมการรับประทานอาหารจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ การเลือกเมนูที่เหมาะสมจะช่วยให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ทำงานเบาลง และให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง ใส่ใจกับเมนูต่างๆ แล้วอย่าลืมออกกำลังกายอย่างพอเหมาะเพื่อช่วยฟื้นฟู เสริมสร้างสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรงกันด้วย

BAB TALK ครั้งที่ 25 กับ ‘ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช’ หนึ่งในศิลปินไทยร่วมโชว์ผลงาน BAB 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/467438

news_default

BAB TALK ครั้งที่ 25 กับ ‘ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช’ หนึ่งในศิลปินไทยร่วมโชว์ผลงาน BAB 2020

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 จัดบรรยายพิเศษ BAB TALK ครั้งที่ 25 ณ BAB BOX ถนนวิทยุ โดยศิลปินไทย ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช ที่ได้รับคัดเลือกให้ร่วมแสดงผลงานในเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ครั้งที่ 2 (BAB 2020)  ที่เตรียมกลับมาปลุกกรุงเทพมหานครให้เต็มไปด้วยงานศิลปะอีกครั้ง โดยกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 10 ตุลาคม 2563 ถึง  21 กุมภาพันธ์ 2564  กับแนวคิด“ศิลป์สร้าง ทางสุข” หรือ “Escape Routes” โดยมีหัวเรือใหญ่อย่าง บริษัท ไทยเบฟ เวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่ผสานความร่วมมือครั้งสำคัญกับทั้งภาครัฐ และเครือข่ายพันธมิตรอีกหลายภาคส่วน

ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช เกิดที่ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา หนึ่งในศิลปินไทยที่ผสมผสานศิลปะการแสดงเขากับสื่อต่างๆ ผลงานโดดเด่นเป็นที่กล่าวถึงในวงกว้างจนทำให้ได้รับรางวัลเป็นผู้ชนะเลิศ รางวัล Hugo Boss Prize ในปี พ.ศ. 2548 โดย Guggenheim Museum  และ รางวัล Benesse by the Naoshima Contemporary Art Museum in Japan รวมถึงรางวัล the Smithsonian American Art Museum’s Lucelia Artist สำหรับงานแสดงของ ฤกษ์ฤทธิ์ เคยไปจัดแสดงมาแล้วมาก อาทิที่ Museum of Modern Art ใน New York, Hirschhorn Smithsonian ใน Washington DC, National Gallery Singapore, the  Guggenheim Museum of New York, the Reina Sofia museum ที่ Madrid, Los Angeles County Museum of Art, Luma Foundation เมือง Arles และที่ the Museum Boijmans Van Beuningen ใน Rotterdam ซึ่งต่อมาถูกนำไปจัดแสดงที่ปารีส และ ลอนดอน

ปัจจุบัน ฤกษ์ฤทธิ์เป็นอาจารย์ที่  School of the Arts ของมหาวิทยาลัย Columbia และ ร่วมก่อตั้งพร้อมรับบทบาท ภัณฑารักษ์ของกลุ่ม Utopia Station ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของ ศิลปิน นักประวัติศาสตร์ศิลปะ และ ภัณฑารักษ์ นอกจากนี้เขายังเป็นประธานของโครงการ The Land Foundation ซึ่งเป็นโครงการการศึกษาเชิงนิเวศวิทยา ที่เชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบัน สตูดิโอทำงานหลักของเขาก็อยู่ที่เมืองเหนือแห่งนี้

สามารถติดตามข่าวสาร และตารางการจัดกิจกรรมของงาน เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ครั้งที่ 2 (BAB 2020) เพิ่มเติมได้ทาง http://www.facebook.com/Bkkartbiennale หรือ http://www.bkkartbiennale.com

Shockwave นวัตกรรมใหม่ล่าสุด รักษาปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/467443

Shockwave นวัตกรรมใหม่ล่าสุด รักษาปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ นกเขาไม่ขัน ปัญหาที่ผู้ชายกังวล แต่ปัจจุบันรักษาได้ด้วยนวัตกรรม Shockwave ช่วยฟื้นฟูให้การแข็งตัวมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายแพทย์อรรถสิทธิ์ อมรถนอมโชค แพทย์ประจำศูนย์เวชธานี Q Life โรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่า ปัญหาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction) หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า “นกเขาไม่ขัน” เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติที่ระบบประสาท สภาพจิตใจ ความเครียด ฮอร์โมนเพศชายพร่อง รวมถึงกลไกของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณอวัยวะเพศชายมีความผิดปกติ ทำให้ประสิทธิภาพการแข็งตัวของอวัยวะเพศลดลงจนไม่สามารถทำกิจกรรมทางเพศได้

สำหรับคนที่มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศในระยะเริ่มต้น แพทย์อาจแนะนำให้เสริมด้วยวิตามิน ดังนี้ 1. สังกะสีหรือซิงค์ สามารถพบได้ในอาหารทะเล โดยเฉพาะหอยนางรม ซึ่งจะช่วยเพิ่มการผลิตฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนและเพิ่มภูมิต้านทาน บำรุงผม ขน และเล็บให้แข็งแรงมากขึ้น 2.สารสกัดจากธรรมชาติหรือสมุนไพร เช่น สารสกัดจากถั่งเช่า โสม ซึ่งมีงานวิจัยพบว่า ช่วยเสริมพละกำลัง เพิ่มความแข็งแรงของร่ายกาย และช่วยในเรื่องสมรรถภาพทางเพศของผู้ชาย 3.ฮอร์โมนจากธรรมชาติ ซึ่งเรียกว่าฮอร์โมน DHEA หรือฮอร์โมนต่อมหมวกไต (Adrenal Hormones) โดยผู้ชายทุกคนสามารถผลิตฮอร์โมนชนิดนี้ได้อยู่แล้ว แต่ด้วยอายุที่เพิ่มขึ้น ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดสารอาหาร ทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนชนิดนี้ลดลง ทำให้ความต้องการทางเพศลดลงและความแข็งแกร่งของอวัยวะเพศชายลดลงไปด้วย 4.สารสกัดจากกระชายดำ ซึ่งมีสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ช่วยฟื้นฟูหลอดเลือด โดยเฉพาะหลอดเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงอวัยวะเพศชาย ทำให้การแข็งตัวของอวัยวะเพศชายมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ส่วนการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศที่เกิดจากฮอร์โมนพร่อง คือระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (Testosterone) หรือฮอร์โมนเพศชายลดลง อาจเกิดจากขาดการออกกำลังกาย พักผ่อนไม่เพียงพอ ดื่มสุรา และสูบบุหรี่ รวมถึงอายุที่มากขึ้น สามารถรักษาด้วยการให้ฮอร์โมนทดแทน โดยแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ คือ 1.การให้ฮอร์โมนเพศชายในรูปแบบฉีด จะช่วยให้ระดับฮอร์โมนเพศชายให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเข้ามารับบริการที่โรงพยาบาลทุก 3 เดือน แต่ข้อเสียคืออาจมีอาการฮอร์โมนสวิงหรืออาการขาดฮอร์โมนในบางช่วงได้ 2.การให้ฮอร์โมนเพศชายในรูปแบบกิน วิธีนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมเพราะไม่ต้องเจ็บตัวและสะดวก โดยกินวันละ 3 เวลา แต่ข้อเสียคือ อาจมีผลต่อการทำงานของตับ 3.การให้ฮอร์โมนในรูปแบบทา ซึ่งเป็นวิธีใหม่ล่าสุดที่กำลังเป็นที่นิยม โดยสามารถทาได้ที่บริเวณผิวหนังต้นแขน หน้าขา หน้าท้อง และเอวด้านหลัง ครีมจะซึมผ่านผิวหนังและเข้าสู่กระแสเลือด สามารถเพิ่มระดับฮอร์โมนในเลือดให้ขึ้นมาได้ทันที ข้อดีคือไม่มีผลต่อตับ แต่ข้อเสียคือฮอร์โมนจะขึ้นไม่สูงเมื่อเทียบกับการฉีด

นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรมใหม่ที่ชื่อว่า Shockwave ใช้ฟื้นฟูปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ด้วยการใช้เครื่อง Extracorporeal Shockwave Therapy หรือ ESWT ส่งคลื่นกระแทกเข้าไปยังบริเวณอวัยวะเพศชายด้วยพลังงานความรุนแรงต่ำ จำนวน 4,000 ช็อต ไปที่ 4 ตำแหน่ง คือ องคชาต ซึ่งประกอบด้วยกล้ามเนื้อ 3 มัด และกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกราน จุดละ 1,000 ช็อต เพื่อฟื้นฟู ซ่อมแซม และกระตุ้นระบบไหลเวียนของหลอดเลือด ทำให้มีเลือดไปหล่อเลี้ยงอวัยวะเพศชายได้มากขึ้น โดยคนไข้จะรู้สึกถึงพลังงานที่ลงไปที่องคชาต แต่จะไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือมีบาดแผล และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังการรักษา ทั้งนี้ ควรคนไข้ควรเข้ามา Shockwave สัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง ต่อเนื่อง 12 สัปดาห์ หรือ 3 เดือน ก็จะช่วยให้การแข็งตัวขององคชาตมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้ สามารถทำได้ตั้งแต่คนที่มีปัญหาเพียงเล็กน้อยหรือคนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หัวใจ รวมถึงคนที่ใช้ยาช่วยในการแข็งตัวของอวัยวะเพศก็สามารถใช้เครื่องนี้รักษาร่วมกันได้

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเลือกเสริมวิตามินหรือรักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศด้วยวิธีไหนก็ตาม นายแพทย์อรรถสิทธิ์แนะนำว่า ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อนทุกครั้ง เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย และมีความปลอดภัยสูงสุด

อุปกรณ์ 5G เมดอินเวียดนามเล็งทำตลาดในสหรัฐฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612472

  • วันที่ 22 ม.ค. 2563 เวลา 14:22 น.

อุปกรณ์ 5G เมดอินเวียดนามเล็งทำตลาดในสหรัฐฯ

นอกจากเล็งขายอุปกรณ์ 5G ให้สหรัฐแล้ว เวียดนามยังตั้งเป้าเป็นชาติแรกในอาเซียนที่เปิดให้บริการ5G

สื่อท้องถิ่นเวียดนามรายงานว่า นาย Nguyen Manh Hung รมว.กระทรวงสารสนเทศและการสื่อสารเวียดนาม ทางการเวียดนามได้เสนอในการเจรจาหารือกับคณะผู้แทนสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ถึงข้อกำหนดในมาตรฐานเชิงเทคนิคที่เวียดนามจะนำอุปกรณ์5Gที่ผลิตในประเทศไปทำตลาดในสหรัฐ

รมว.เวียดนามระบุว่า เวียดนามกำลังหารือเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่า อุปกรณ์ 5G ที่ผลิตโดยบริษัท Viettle ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมของรัฐ จะได้มาตรฐานความปลอดภัยที่สามารถเข้าไปทำตลาดในสหรัฐได้ นอกจากนี้เขายังเผยอีกว่า เวียดนามตั้งเป้าจะเป็นชาติแรกในอาเซียนที่เปืดให้บริการเครือข่าย5Gเชิงพาณิชย์ในปีนี้ โดยใช้อุปกรณ์ที่เวียดนามผลิตเองภายใต้แบรนด์ Viettle ซึ่งเป็นผู้ให้บริการอุปกรณ์ 5G รายที่หกของโลก ต่อจาก Nokia, Huawei, Samsung และ ZTE

เวียดนามมีแผนเปิดให้บริการ 5G เชิงพาณิยช์ในเดือนมิถุนายนนี้ โดยใช้อุปกรณ์ของ Viettle ซึ่งเริ่มติดตั้งและเริ่มการทดสอบระบบมาตั้งแต่ปีที่แล้ว

ทั้งนี้ หลายประเทศในกลุ่มอาเซียน อย่าง สิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ต่างก็ตั้งเป้าแข่งเปิดให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์ภายในปีนี้ ส่วนชาติใดจะเป็นชาติแรกอย่างเป็นทางการนั้นต้องคอยจับตาดู

Photo : vnexpress

จีนหวั่น”ไวรัสอู่ฮั่น”อาจกลายพันธุ์จนระบาดเกินควบคุม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612449

  • วันที่ 22 ม.ค. 2563 เวลา 12:05 น.

จีนหวั่น"ไวรัสอู่ฮั่น"อาจกลายพันธุ์จนระบาดเกินควบคุม

จีนเผยมีโอกาสที่ไวรัสโคโรนาอู่ฮั่นจะกลายพันธุ์ และแพร่ระบาดยิ่งขึ้นช่วงตรุษจีน หลังพบผู้ติดเชื้อแล้วถึง 440 ราย

นาง Li bin รองคณะกรรมาธิการสำนักการสาธารณสุขแห่งชาติจีน เผยในการแถลงข่าวที่กรุงปักกิ่งในวันนี้ (22 ม.ค.) ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งมีแหล่งต้นกำเนิดการระบาดในเมืองอู่ฮั่น โดยระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่เชื้อไวรัสชนิดนี้อาจกลายพันธุ์และจะส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดเกินควบคุม เนื่องจากใกล้ช่วงหยุดยาวในเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวจีนนิยมเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ

ขณะเดียวกัน จีนได้เผยว่าถึงตอนนี้มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสอู่ฮั่นแล้วถึง 9 คน พบจำนวนผู้ติดเชื้อแล้วเกินกว่า 440 ราย

อย่างไรก็ดี รัฐบาลจีนได้เตรียมมาตรการป้องกันและรับมือการแพร่ระบาดในลักษณะเดียวกับ คราวที่เกิดเหตุโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือ โรคซาร์ส ที่เคยระบาดในปี 2003-2004 ซึ่งในครั้งนั้น มีผู้เสียชีวิตมากถึง 650 คน ทั่วทั้งจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง

ขณะเดียวกันทางการจีนได้ประกาศมาตรการป้องกันโรค ด้วยการพ่นฆ่าเชื้อตามสถานที่สาธารณะต่างๆอาทิ สนามบิน สถานีรถไฟ และศูนย์การค้า รวมถึงติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายตามแหล่งที่มีผู้คนหนาแน่น

ด้านเขตบริหารพิเศษมาเก๊า ได้ประกาศพบผู้ติดเชื้อรายแรกแล้ว เป็นนักท่องเที่ยวหญิงวัย 52 ปี เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ขณะนี้ถูกกักตัวในโรงพยาบาลแล้ว