ท่องเที่ยว 60 เส้นทางความสุข @ เมืองไทย เดอะ ซีรีส์ Hello Winter #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/467707

ท่องเที่ยว 60 เส้นทางความสุข @ เมืองไทย เดอะ ซีรีส์ Hello Winter

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)  พร้อมพันธมิตรท่องเที่ยวร่วมเปิดตัวแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ 60 เส้นทางความสุข @ เมืองไทย เดอะซีรีส์  Hello Winter ฉลองครบรอบ 60 ปี ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)กล่าวว่า “ปีนี้เป็นปีพิเศษที่ ททท.ก่อตั้งมาครบรอบ 60 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาททท. ภูมิใจที่ได้ร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยได้ท่องเที่ยวทั่วเมืองไทยอย่างมีความสุข และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความพิเศษ ในปีนี้ททท. ได้จัดทำโครงการ 60 เส้นทางความสุข @ เมืองไทย เดอะ ซีรีส์3 ฤดูกาลตลอดปีโดยเปิดตัวฤดูกาลแรกHello Winter ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตร  ได้แก่  การบินไทย ,ไทยสมายล์ , บางกอกแอร์เวย์ส ,นกแอร์ ,แอร์เอเชีย  ฯลฯ  มาร่วมมอบข้อเสนอพิเศษมากมาย

วิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า “ในปี2563 บริษัทการบินไทยจะดำเนินกิจการครบ 60ปี เช่นเดียวกับททท.จึงได้ร่วมกันจัดแคมเปญต่างๆ โดยแคมเปญ60 เส้นทางความสุข @ เมืองไทย เดอะ ซีรีส์ Hello Winter การบินไทยร่วมจัดโปรโมชั่นบัตรโดยสารเส้นทางภายในประเทศราคาพิเศษ สำหรับ 2 ท่านขึ้นไป ตั้งแต่วันนี้ – 15 มีนาคม 2563 พร้อมมอบส่วนลดเพิ่ม 200บาทต่อท่านเมื่อชำระเงินด้วยบัตรเครดิต Mastercard และรับเครดิตเงินคืน คะแนนพิเศษเมื่อชำระด้วยบัตรเครดิตพันธมิตรที่ร่วมรายการ”

ชาริตา ลีลายุทธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยสมายล์ กล่าวว่า“ไทยสมายล์ขอร่วมแสดงความยินดีในโอกาสพิเศษนี้ ด้วยบัตรโดยสารราคาพิเศษในราคาเริ่มต้นเพียง 1,150 บาทต่อเที่ยวบิน สำหรับเส้นทาง เชียงใหม่ เชียงราย อุบลราชธานี และอุดรธานี ซึ่งผู้โดยสารจะได้รับความสะดวกสบายจากบริการแบบฟูลเซอร์วิสของเรา ขอให้รีบสำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันนี้ –วันที่20 มกราคม 2563 เท่านั้น โดยเดินทางได้ตั้งแต่ 13 มกราคม – 29 กุมภาพันธ์ 2563”

นางสาวเพลินพิศ โกศลยุทธสาร ผู้อำนวยการกิจกรรมองค์กรและส่งเสริมการตลาดด้านการท่องเที่ยว บางกอกแอร์เวย์ส กล่าวว่า “สายการบินบางกอกแอร์เวยส์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสุข ให้แก่คนไทยอีกครั้ง ตลอดฤดูหนาวนี้พบกับแพ็กเกจบัตรโดยสารพร้อมที่พักราคาพิเศษ พร้อมทั้งรับกาแฟฟรีจาก กลอเรีย จีนส์ คอฟฟี่ส์ ในสี่เส้นทางบิน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง สุโขทัย สามารถสอบถามเพิ่มเติม โทร.1771

วุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริหาร สายการบินนกแอร์กล่าวว่า“สายการบินนกแอร์ สายการบินของคนไทยเพื่อคนไทย มีความยินดีและภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างความสุขให้คนไทยได้ท่องเที่ยวทั่วเมืองไทยผ่านโครงการ 60 เส้นทางความสุข @ เมืองไทยเดอะ ซีรีส์ นี้กับทาง ททท. และพันธมิตรการท่องเที่ยวทุกๆท่าน เพราะความตั้งใจของพวกเราชาวนกคือ…ให้ผู้โดยสารทุกท่านมีรอยยิ้มไปกับทุกเที่ยวบินของนกแอร์ โดยในซีรีส์แรก Hello Winter นี้ทางสายการบินนกแอร์จะมีThemeพิเศษ “Girl Gang ลั้นลา” ซึ่งเป็นบัตรโดยสารราคาพิเศษโดยเฉพาะสำหรับลูกค้าในโครงการ”

กฤษ พัฒนสารรักษาการ ผอ.ฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า“การร่วมโครงการ 60 เส้นทางแห่งความสุขฯ กับ ททท. ในครั้งนี้ แอร์เอเชียชูจุดเด่นการท่องเที่ยวชุมชน และการท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบมาเป็นไฮไลต์โดยมอบโอกาสรับสิทธิบัตรอภินันทนาการ (Complimentary Voucher) สำหรับ 30 ท่านเเรก เพียงสำรองที่นั่งเเอร์เอเชียเเละซื้อเเพคเกจท่องเที่ยวชุมชนกับ Journey D ที่ชุมชนผาหมี จ.เชียงราย ชุมชนโคกเมือง จ.บุรีรัมย์ ชุมชนพรหมโลก จ.นครศรีธรรมราช แล้วแสดงหลักฐานพร้อมดูรายละเอียดเพิ่มเติม ผ่าน http://www.journey-d.com มาท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีชุมชนในโอกาส 60 ปี ททท. ไปพร้อมๆกันนะครับ”

ในตอนท้าย ผู้ว่าการ ททท. กล่าวเพื่มเติมว่า “สำหรับนักเดินทางที่อายุครบรอบ 60 ปี ในปีนี้ รับสิทธิ์ลุ้นซื้อบัตรโดยสารราคา 60 บาท จองซื้อได้ในวันที่ 26 มกราคมนี้เท่านั้นผ่านทางเว็บไซต์โครงการ http://www.60เส้นทางความสุข.comและเพื่อส่งมอบความสุขมากยิ่งขึ้น นักเดินทางทุกคนที่ซื้อดีลท่องเที่ยวโครงการ จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัล ตั๋วเครื่องบิน, บัตรกำนัลโรงแรม,แพ็กเกจท่องเที่ยว ของพรีเมียมอื่นๆ กว่า 100 รางวัล ทุกเดือนตลอดแคมเปญ และในช่วงเดือนกันยายน ปิดฤดูกาลแห่งความสุข ททท. จะจับสลากมอบรางวัลใหญ่เที่ยวฟรี 60 เส้นทางความสุข มูลค่ารวม 1 ล้านบาท”

ติดตามเรื่องราวของ 60 เส้นทางความสุข @ เมืองไทย เดอะ ซีรีส์  Hello Winter  ,Website  :www.60เส้นทางความสุข.com และ  Facebook :www.facebook.com/60happinessroute/

ภาวะกลืนลำบาก กายภาพบำบัดช่วยได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/467702

ภาวะกลืนลำบาก กายภาพบำบัดช่วยได้

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สุภาษิต “กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” ใครไม่เป็นคงนึกภาพไม่ออก แต่สำหรับใครที่อยู่ในภาวะกลืนยากหรือมีญาติผู้ใหญ่ที่มีอาการแบบนี้ คงเข้าใจถึงความยากลำบากในการดูแล ซึ่งปัญหาการกลืนของผู้ป่วยมีหลากหลายรูปแบบ เช่น กลืนน้ำได้แต่กลืนอาหารไม่ได้ หรือกลืนน้ำไม่ได้แต่กลืนอาหารได้ หรือกลืนอะไรไม่ได้เลย ทำให้ความสามารถในการรับประทานอาหารด้วยตัวเองลดลง ส่งผลเสียต่อกระบวนการฟื้นฟู อีกทั้ง ยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย หรืออาจเป็นอันตรายถึงชีวิตแก่ผู้ป่วยได้ หากอาหารไปติดค้างที่หลอดลม หรือมีภาวะปอดอักเสบติดเชื้อจากการสำลัก

ดังนั้น  ควรพาผู้ป่วยไปทำกายภาพบำบัด เพื่อให้ภาวะการกลืนลำบากดีขึ้น เพราะนักกิจกรรมบำบัดจะช่วยประเมินอาการและวิธีทางการฟื้นฟูที่เหมาะสม โดย นายแพทย์ไพฑูรย์ เบ็ญพรเลิศ แพทย์แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลเวชธานี  ให้ข้อมูลว่า ภาวะการกลืนลำบากเป็นอาการของโรคที่ส่งผลกระทบต่อการกิน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเคี้ยวไม่ได้ รู้สึกเหมือนมีอาหารติดที่ลำคอ มีอาหารเหลือค้างในช่องปากหลังกลืน มีเสียงเปลี่ยนหลังการกลืน จนถึงมีการสำลักระหว่างรับประทานอาหาร

สาเหตุของภาวะกลืนลำบาก มักมาจากผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต ผู้ป่วยที่เคยผ่าตัดช่องปากหรือลำคอ ผู้ป่วยมะเร็งบางชนิด อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน กล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งเป็นอาการต่อเนื่องจากความเจ็บป่วย หรือมาจากความชรา

แนวทางการบำบัดโดยการฝึกกลืน มีดังนี้  1.สอนผู้ป่วยรับประทานอาหารให้ถูกวิธี ถูกประเภท เช่น รับประทานอาหารให้คำเล็กลง จิบน้ำแบบคำเล็กๆ แทนการดื่ม หลีกเลี่ยงอาหารแข็งหรือเหนียวที่จะเสี่ยงต่อการติดคอหรือกลืนยาก หลีกเลี่ยงอาหารร้อนจัดหรือเย็นจัด และควรประเมินว่าผู้ป่วยเคี้ยวอาหารละเอียดหรือไม่ สำลักอาหารประเภทไหน เพื่อหลีกเลี่ยงอาหารประเภทดังกล่าว

2.ปรับระดับอาหารให้เหมาะสมตามความสามารถในการกลืนของผู้ป่วย  3.ใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าแบบอ่อนกระตุ้นเส้นประสาทและกล้ามเนื้อในการกลืน 4.จัดท่าทางในการรับประทานอาหารให้ถูกต้อง โดยให้ผู้ป่วยนั่งหลังตรง คอตรง ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง และนั่งอยู่ในท่าที่ศีรษะสูง 90 องศา

5.ขณะที่ผู้ป้อนอาหารให้ผู้ป่วยควรนั่งหรืออยู่ในระดับต่ำกว่าสายตาของผู้ป่วย ไม่เร่งรัดผู้ป่วยในการกลืน ถ้ามีเสียงน้ำในคอหลังกลืนให้ผู้ป่วยกระเเอมไอหลายๆ ครั้งเพื่อป้องกันการสำลัก และผู้ป่วยควรอยู่ในท่านั่งศีรษะสูง 30 –60 องศา อย่างน้อย 30 นาที หลังรับประทานอาหารเสร็จ หรือในบางรายอาจต้องเอนตัวประมาณ 60 องศา เพื่อการกลืนอย่างปลอดภัย แต่ต้องหลังจากการประเมินโดยแพทย์แล้ว

6.ออกกำลังกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการกลืน เช่น การบริหารกล้ามเนื้อรอบปากและลิ้น ด้วยการเม้มปาก ทำปากจู๋ ฉีกยิ้ม อ้าปาก และปิดปากสลับกันไป ฝึกออกเสียง “อา – อี – อู” เป็นต้น ส่วนการบริหารกล้ามเนื้อลิ้น นักกายภาพบำบัดจะให้ผู้ป่วยแลบลิ้นออกมาด้านหน้าให้มากที่สุด ใช้ปลายลิ้นแตะริมฝีปากบน แตะมุมปากทั้งสองข้างสลับกันซ้าย – ขวา ฝึกออกเสียง “ลาๆๆๆ ทาๆๆๆ” พร้อมกับบันทึกผลเพื่อวางแผนพัฒนาการฝึกต่อไป

7.ดูแลความสะอาดของปากและฟันทั้งก่อนและหลังการรับประทานอาหารทุกครั้ง เพื่อขจัดเสมหะหรือเศษอาหารที่ตกค้างในช่องปาก ลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดปอดอักเสบได้

จะเห็นได้ว่า การกลืนลำบากถ้าไม่บำบัดอาจส่งผลให้เกิดภาวะปอดอักเสบ ติดเชื้อจากการสำลักอาหารและน้ำ หรือทำให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ในผู้ป่วยบางรายแพทย์อาจพิจารณาให้อาหารทางสายยาง เพราะภาวะปอดอักเสบจากการสำลักจะทำให้ผู้ป่วยต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลนานขึ้น และเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตได้

คุณแหน : 22 มกราคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/467792

650935

คุณแหน : 22 มกราคม 2563

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ll สมาคมไทยแนะแนวการศึกษาต่อนานาชาติ(TIECA)ร่วมกับการศึกษานิวซีแลนด์ หน่วยงานส่งเสริมการศึกษาต่อในประเทศนิวซีแลนด์ภายใต้สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย จัดโปรแกรมซัมเมอร์คอร์สประเทศนิวซีแลนด์ สำหรับน้องๆ นักเรียนและนักศึกษาที่สนใจไปเรียนภาษาอังกฤษช่วงปิดเทอมใหญ่ เดือนมี.ค.-เม.ย. ใน 4 เมืองหลัก ถิมารู,โอ๊คแลนด์,ดะนีดิน และไครสต์เชิร์ช คลิกดูรายละเอียดที่ http://tieca.com/index.php/th/component/k2/item/158-tiecasummer-new-zealand-2020.html…

ll ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต นำคณะผู้บริหารหลักสูตร digital ceo #3 ดีป้า กว่า 80 คนเยี่ยมชม robotic factory ของ โตโยต้า บ้านโพธิ์งานนี้ เจริญชัย ยิ่งจรูญกิจ ผช.กก.ผจก.ใหญ่บจ.โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย บรรยายเองเลย…

ll ทุกวันนี้คนไข้ล้น รพ.ศิริราช วันละนับหมื่นคน ไม่มีห้อง ไม่มีที่เพียงพอรองรับ ขอเชิญร่วมบริจาค 100 บาท ให้ศิริราชเพื่อสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา เพียงกด*984*100# โทร.ออก ง่ายมากในการทำดีได้ด้วยปลายนิ้ว…

ll เพื่อนๆ เบรน 2 ร่วมยินดีกับนุสรา(อัสสกุล)บัญญัติปิยพจน์ กก.ผจก. ไทยสมุทรประกันชีวิต ในโอกาส 71 ปี ไทยสมุทรประกันชีวิต…

ll ยินดีกับนิสิตเก่าดีเด่น ม.เกษตรศาสตร์ ประจำปี 2562 อาทิยงยุทธ จันทรโรทัย,พล.ท.ชาญณรงค์นาคสวัสดิ์,สำราญ สาราบรรณ์,อรรถพลเจริญชันษา,ธวัชชัย จัดไพศาล,ประวิทย์ธงชัยระวีวัฒน์,รศ.ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช,ดร.สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง ทั้งนี้ นิพนธ์ลิ้มแหลมทอง นายกสมาคมนิสิตเก่า มก. ขอเชิญนิสิตเก่าร่วมงาน Home Coming Day ณ บริเวณหลังหอประชุม มก. 2 ก.พ. 18.00-22.00 น. …

ll เพื่อเพิ่มความสะดวกของประชาชน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.กระทรวงแรงงาน แจ้งว่ากรมจัดหางานได้เปิดศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ(one stop service)กทม. เพื่อต่ออายุแรงงานต่างด้าว 4 แห่ง ถึง 31 มี.ค. โดยให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุด…

ll ขณะเดินทางท่องเที่ยวไปพะเยา สุภาพ กตัญญู ก็มีคนโทร.มาหาหลายสิบสายว่า ทำไมจึงส่งไลน์ไปขอยืมเงิน 1 หมื่นบาท ทั้งๆ ที่ปกติจะมีแต่จะเอาของเอาขนมไปแจกมิตรสหายซึ่งมีเพื่อนบางคนก็รีบโอนไปให้…ภายหลังจึงพบว่าไลน์ถูกแฮกโดยมิจฉาชีพ ดีที่ตำรวจไทยที่เก่งทันผู้ร้ายตามไปอายัดบัญชีทัน…แต่ยังตามตัวไม่ได้ ขอให้เจอไวๆ…ขอเป็นบทเรียนให้ทุกท่านที่อ่านว่าโจรไซเบอร์เริ่มมีมากขึ้นทุกวัน…

ll เปิดสวดพระอภิธรรม คุณหญิงสุภัจฉรีภิรมย์ภักดี ทุกวันอาทิตย์ ถึง 29 มี.ค.ที่บ้านเลขที่ 47 สุขุมวิท 63(เอกมัย)และจะมีพิธีบำเพ็ญกุศลครบ 50 วัน วันที่ 10 ก.พ.จุตินันท์-ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี ฝากแจ้งมา…ll

คุณแหน

สภากาชาดขยายวันเวลาทำการใหม่ รองรับผู้บริจาคโลหิตนอกเวลาทำงาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/467698

news_default

สภากาชาดขยายวันเวลาทำการใหม่ รองรับผู้บริจาคโลหิตนอกเวลาทำงาน

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขยายวันเวลาทำการใหม่ เพื่อเพิ่มการจัดหาโลหิตให้ได้ตามเป้า และรองรับผู้บริจาคโลหิตที่สะดวกมาบริจาคโลหิตนอกเวลาทำงานช่วงเย็นถึงค่ำ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์ชัยเวช นุชประยูร ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ กล่าวว่า ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เป็นแกนกลางในการจัดหาโลหิตบริจาคให้มีปริมาณเพียงพอ มีคุณภาพ ปลอดภัยสูงสุดทั้งผู้ให้และผู้รับเพื่อนำไปรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ ซึ่งองค์การอนามัยโลกกำหนดให้การจัดหาโลหิตต้องมาจากผู้บริจาคโลหิตที่สมัครใจไม่หวังสิ่งตอบแทน

สำหรับในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ต้องจัดหาให้ได้จำนวน 700,000 ยูนิต และส่วนภูมิภาคภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ได้แก่ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา ภูเก็ต และงานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และโรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ จัดหา 1,350,000 ยูนิต

อีกทั้ง  สภากาชาดไทย ยังต้องรณรงค์จัดหาโลหิตเพื่อผู้ป่วยที่ยังต้องรักษาด้วยการรับโลหิตต่อเนื่องตลอดชีวิตกว่าร้อยละ 23 และในผู้ป่วยผ่าตัดประสบอุบัติเหตุอีกร้อยละ 77 โดยมักต้องการใช้โลหิตอย่างเร่งด่วนและเป็นจำนวนมาก รวมถึงในบางช่วงเวลาที่เกิดโรคระบาดที่ต้องใช้โลหิตในการรักษา เช่น โรคไข้เลือดออก ส่งผลให้ความต้องการโลหิตเพื่อใช้ในการรักษามีอยู่อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มการดำเนินงานจัดหาโลหิตให้ได้ตามเป้าหมาย มีโลหิตเพียงพอสำหรับผู้ป่วย และรองรับผู้บริจาคโลหิตที่สะดวกมาบริจาคโลหิตนอกเวลาทำงานช่วงเย็นถึงค่ำ ดังนั้น ทางศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ จึงได้ขยายวัน-เวลาทำการใหม่ ดังนี้ ในวันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 07.30 – 19.30 น. ในวันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30 – 15.30 น.

‘ฝังเข็ม’ ทางเลือกของการรักษา เป็นมากกว่าวิธีแก้ปวด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/467703

‘ฝังเข็ม’ ทางเลือกของการรักษา เป็นมากกว่าวิธีแก้ปวด

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

แม้ว่าการรักษาโรคด้วยการฝังเข็มจะเป็นที่รู้จักมานาน แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่ทราบว่า ศาสตร์การฝังเข็มคืออะไร และรักษาโรคหรืออาการได้อย่างไร นายแพทย์จีนธนัตเทพ เตระทวีดุลย์ แพทย์ประจำคลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพและกายภาพบำบัด โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ (โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด) จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับการรักษาด้วยการฝังเข็ม

ฝังเข็มคืออะไร ทำไมต้องฝังเข็ม ฝังเข็มเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งของการแพทย์แผนจีน ที่ปัจจุบันมีการเรียนการสอนในประเทศไทย โดยหลักสูตรการเรียนการสอนได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข แพทย์ผู้ทำการรักษาจะมีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะเหมือนแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งการที่ผู้ป่วยจะเข้ารับการรักษาโดยวิธีฝังเข็มนั้น แพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าสามารถเข้ารับการรักษาได้หรือไม่

การรักษาด้วยวิธีการฝังเข็ม สามารถทำได้ในทุกช่วงอายุ ที่ผ่านมาเคยมีการรักษาด้วยวิธีการฝังเข็มในเด็กเพื่อช่วยในเรื่องของพัฒนาการและรักษาอาการปวดต่างๆ แต่เด็กที่จะเข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ จะต้องสามารถทนอยู่นิ่งๆ ตลอดเวลา 20-30 นาทีของการฝังเข็มได้ และผู้ปกครองควรรับทราบและยินยอมให้มีการรักษาด้วยวิธีการดังกล่าวด้วย

อาการแบบไหนบ้างที่รักษาได้ด้วยการฝังเข็ม แพทย์จะเป็นผู้ประเมินการรักษาตามอาการเจ็บป่วยและเงื่อนไขของแต่ละคนที่มีความแตกต่างกัน  อาการที่นิยมรักษาด้วยการฝังเข็ม จะเป็นอาการปวดเมื่อยต่างๆ ปวดหลัง ปวดขา ปวดศีรษะ ปวดเข่า ออฟฟิศซินโดรม บาดเจ็บจากขาพลิก ขาแพลง เป็นตะคริว เคล็ดขัดยอกที่เกิดจากการออกกำลังกาย นอนไม่หลับเพราะความเครียด วิตกกังวล โรคภูมิแพ้ นิ้วล๊อคในระยะเริ่มต้น อัมพฤตอัมพาตในระยะเริ่มต้น การฝังเข็มจะช่วยฟื้นฟูกระตุ้นให้ระบบต่างๆ กลับมาทำงานได้ตามปกติ โดยรักษาควบคู่ไปกับการทำกายภาพบำบัด เพื่อกระตุ้นให้ระบบร่างกายกลับมาทำงานตามปกติได้ไวขึ้น ทำให้มีการฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และยังมีบางคนที่ฝังเข็มเพื่อลดความอ้วน เพื่อปรับสมดุลร่างกาย ควบคู่ไปกับการคุมอาหารและการออกกำลังกาย

นอกจากอาการและโรคต่างๆ ดังที่กล่าวมาแล้วนั้น การฝังเข็มยังใช้สำหรับการเสริมความงามได้ด้วย มีการฝังเข็มเพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดลมมาเลี้ยงบริเวณใบหน้าได้ดีขึ้น ลดฝ้ากระ ริ้วรอย ทำให้ใบหน้าผ่องใส

ฝังเข็มเจ็บไหม ถ้ากลัวเข็มมีวิธีรักษาแบบอื่นหรือไม่ เข็มที่ใช้ฝังจะมีลักษณะคล้ายเข็มเย็บผ้า แต่มีขนาดที่บางกว่า เป็นเข็มที่ออกแบบมาเพื่อการฝังเข็มโดยเฉพาะ เวลาปักเข็มจะใช้ความเร็วและทักษะของหมอแต่ละคน และจะใช้มือกระตุ้นด้วยการดึงเข็มขึ้นลง ซึ่งจะเจ็บมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์ แต่น้อยกว่าการฉีดยาอย่างแน่นอน ปัจจุบันยังมีการนำเครื่องกระตุ้นไฟฟ้ามาช่วย ทำให้การกระตุ้นทำได้อย่างต่อเนื่อง แต่การจะใช้เครื่องกระตุ้นหรือไม่นั้น แพทย์ผู้ทำการรักษาจะเป็นผู้ประเมินอาการ เพราะบางอาการอาจจะไม่เหมาะที่จะใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า ทั้งนี้ เพื่อให้การรักษาโดยวิธีการฝังเข็มได้ผล ควรเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยมีระยะห่างของการรักษาแต่ละครั้งประมาณ 1-2 สัปดาห์ สำหรับใครที่กลัวเข็มแต่ต้องการรักษาตามแผนจีน สามารถเลือกการรักษารูปแบบอื่นได้ เช่น การครอบโคม เป็นต้น

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับการฝังเข็ม สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ แต่ควรรับประทานอาหารก่อนเข้ารับการรักษา 1-2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการเป็นลมสำหรับคนที่มีอาการกลัวเข็ม ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ไม่บีบรัด เพื่อให้เลือดลมเดินสะดวกช่วงที่มีการฝังเข็ม  สำหรับผู้ที่ทานยาละลายลิ่มเลือด หรือยาต้านเกล็ดเลือด จำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ผู้ทำการรักษาทราบล่วงหน้าด้วย

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการรักษาด้วยการฝังเข็ม หรือคำถามด้านสุขภาพอื่นๆ สามารถขอรับคำ ปรึกษาได้จากทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด ทั้ง 8 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 1 และ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 จังหวัดนครสวรรค์ โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี โรงพยาบาลพิษณุเวช จังหวัดพิษณุโลก โรงพยาบาลพิษณุเวช อุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ โรงพยาบาลพิษณุเวช พิจิตร จังหวัดพิจิตร และโรงพยาบาลศิริเวชลำพูน จังหวัดลำพูน และยังสามารถติดตามสาระดีๆ เกี่ยวกับการแพทย์ได้ที่เฟซบุ๊ก: Principal Healthcare Company

เปิดตัว KS Secret คลินิกความงาม และนวัตกรรมใหม่ ระดับพรีเมี่ยมจากประเทศเกาหลี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/467717

เปิดตัว KS Secret คลินิกความงาม และนวัตกรรมใหม่ ระดับพรีเมี่ยมจากประเทศเกาหลี

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2563, 15.28 น.

หลังประสบความสำเร็จกับธุรกิจชุดชั้นในปรับสรีระภายใต้แบรนด์ “บอดี้ ซีเคร็ท” จนได้รับการยกย่อง ให้เป็นผู้กุมความลับของเรือนร่างผู้หญิงครึ่งค่อนทวีป  ล่าสุดซีอีโอหญิงแกร่งอย่าง “มะลิวรรณ ประยงค์พันธุ์” ผุดธุรกิจใหญ่กับ    Korea Secret (โคเรีย ซีเครท) คลินิกความงามและนวัตกรรมใหม่จากประเทศเกาหลี ภายใต้ชื่อแบรนด์ KS Secret หรือชื่อเต็มๆ คือKorea specialist secret clinic โดยได้จัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว งานนี้ยังได้ทายาท คุณวัชรพล ประยงค์พันธุ์ (Watcharapol Prayongphan) บุตรชายคนโตซึ่งเป็นแฝดผู้พี่ สำเร็จการศึกษาจากคณะ เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ (international program) Bachelor of Economics, Thammasat University มาเป็นมือขวาในการบริหารงานในครั้งนี้อีกด้วย

มะลิวรรณ ประยงค์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โคเรีย ซีเคร็ท จำกัด เจ้าของคลีนิคแบรนด์ KS Secret กล่าวว่า “ปัจจุบันการทำศัลยกรรมที่เกาหลี มีกระแสแรงต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมามีคนไทยเดินทางไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีมากขึ้น และส่วนตัวก็เป็นคนชอบแต่งตัว และอัพเดทความงามอยู่ตลอดเวลา เราจึงมีความคิดที่จะเปิด  Korea Secret (โคเรีย ซีเครท) คลินิกความงามและนวัตกรรมใหม่จากประเทศเกาหลี พร้อมเป็นเอเจนซี่ที่ให้บริการแนะนำและให้คำปรึกษาทางด้านศัลยกรรมความงาม โดยเราร่วมกันกับโรงพยาบาลศัลยกรรมหลายแห่งในประเทศเกาหลี อาทิ

HYUNDAI AESTHETICS PLASTIC SURGERY, Premier Plastic Surgery Hospital, ID Plastic Surgery Hospital Korea, Jewelry Plastic Surgery Hospital in KOREA . นอกเหนือจากนั้น เรายังมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นำโดยว่าที่นายแพทย์วัชรพงศ์ ประยงค์พันธุ์ สำเร็จการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  บุตรชายฝาแฝดคนเล็ก  ซึ่งจะมาดูแลช่วยประสานงานกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ  พร้อมบริการที่เหนือระดับ ด้วยเครื่องมือนวัตกรรมใหม่ๆ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ดูแลผิวคุณให้สวยสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก พร้อมบริการดูแลนัดตัดไหมโดยที่ต้องไปไปถึงประเทศเกาหลี

โดยภายในงานได้รับเกียรติจากเหล่าไฮโซคนดังแถวหน้าของเมืองไทย ผู้รักผิวมาร่วมอัพเดทเทรนด์ความงามกันอย่างคับคั่ง อาทิ คนดังแถวหน้าของเมืองไทย ผู้รักผิวมาร่วมอัพเดทเทรนด์ความงามกันอย่างคับคั่ง อาทิ คุณเยาวเรศ ชินวัตร, ดร.สิริลักข์ ศัลยสิริ, ดร.ไก่ มัทนาปวีณ์ สาระคุณมนตรี, ดร.ผ่องพรรณ ไพพรรณรัตน์,ผศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล, คุณละออ ตั้งคารวคุณ, คุณพัชรา วีรบวรพงศ์, คุณณนภาดา เศรษฐเศรณีกุล, คุณสุจิตราภรณ์ ศิริวรรณพร, คุณประภัสสร คุ้มสุวรรณ์, ดร.อัญมณี วงศ์กาสิทธิ์,ส.ส.บุญยิ่ง นิติกาญจนา, คุณลัดดา รติโรจนากุล, คุณสุดารัตน์ วิทยฐานากรณ์, อาจารย์อรพรรณ สินประสงค์, คุณสุมาลี ศรีสุภรวาณิชย์ , ดร.ลัดดา วิศวผลบุญ ,คุณกันยา ตรีกนกวิทยา ฯลฯ

ร่วมด้วยดาราดังอีกมากมาย อาทิ คุณสิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์,คุณเนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ฯลฯ ปิดท้ายด้วยการขับกล่อมเสียงเพลงจากเจ้าแม่เพลงหวาน “เจนิเฟอร์ คิ้ม” และได้พิธีกรมากความสามารถ แอร์ ภัณฑิลา งานนี้ทั้งฟิน ทั้งสวยได้ในเวลาเดียวกัน

พบกับ Korea Secret   คลินิกความงามและนวัตกรรมใหม่ระดับพรีเมี่ยมจากประเทศเกาหลี ตั้งอยู่ ระหว่างซอย บรมราชชนนี 21 และ 23  เลยเซ็นทรัลปิ่นเกล้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-8846585-6

ทำแล้วเห็นผล!ปรับฮวงจุ้ยเสริมดวง แก้เคล็ดปีชงแบบฉบับเซเลบริตี้คนดัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/467716

ทำแล้วเห็นผล!ปรับฮวงจุ้ยเสริมดวง แก้เคล็ดปีชงแบบฉบับเซเลบริตี้คนดัง

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2563, 15.27 น.

ตามหลักความเชื่อของคนไทยเชื้อสายจีน การเริ่มต้นศักราชใหม่หรือวันตรุษจีนจำเป็นต้องมีสิ่งมงคล ที่ช่วยเสริมดวงปรับฮวงจุ้ย ให้ชีวิตเราเฮงๆเจริญรุ่งเรืองตลอดปี ด้วยเหตุนี้ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน นำโดย อนุชิต สรรพอาษา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาด บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน)จึงขอเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทเซ็นทรัล รีเทล จัดงาน Happy Chinese New Year (แฮปปี้ ไชนีส นิว เยียร์) ระหว่าง 15 ม.ค.- 2 ก.พ. 63 ณ โรบินสัน 50 สาขา ทั่วประเทศเพื่อเป็นเดสติเนชั่นตอบทุกโจทย์ความต้องการของเหล่านักช้อป ต้อนรับสิ่งดีๆ ในปีใหม่จีนนี้และเพื่อเป็นแนวทางสำหรับการปรับฮวงจุ้ย เสริมดวง แก้เคล็ดปีชง ของใครหลายคนที่ยังคิดไม่ออกว่าจะต้องทำอย่างไร โรบินสัน จึงอาสาชวนตัวแทนคนรุ่นใหม่เชื้อสายจีนในหลากหลายแวดวง อาทิ นักธุรกิจ เซเลบริตี้ มาร่วมแชร์ความเชื่อส่วนบุคคล ที่สามารถทำตามได้ไม่ยาก พร้อมเห็นผลด้วย

โดยเริ่มจาก อินน์-กษิดิศ (เกษมสันต์)ดุลยจินดา บอกว่า “ปีนี้ชง 100 % เลยครับ เพราะเกิดปีมะเมียจะเสริมดวงแก้ปีชง ด้วยการไปไหว้พระหรือเทพเจ้า บริจาคเลือด เติมน้ำมันตะเกียง และอื่นๆเพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ผมยังศึกษามาว่า การปรับฮวงจุ้ยบ้านหรือห้องนอนใหม่ เช่น การเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่ หรือการหาของตกแต่งบ้าน รวมทั้งเครื่องประดับ ที่เน้นสีทอง สีเงิน จะเป็นการช่วยเสริมดวงให้เราได้ทางหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการมีสติและไม่ประมาทในการใช้ชีวิตครับ”

ด้านเซเลบริตี้สาวหมวย โบว์ – ณชา จึงกานต์กุล กล่าวว่า ปีนี้โบว์ชงร่วมค่ะ เพราะเกิดปีเถาะ ซึ่งส่วนตัวแล้วโบว์เชื่อในการปรับฮวงจุ้ยของบ้านตามหลักตำราจีน แล้วจะมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาหาเรา ซึ่งหลายซินแซชื่อดังบอกว่า ปีนี้ถ้าเราหาของแต่งบ้านที่มีสีทอง สีเงิน หรือสีที่มีความมันวาว จะทำให้เราเฮง และไม่ควรปล่อยตัวโทรม ควรดูแลตัวเองให้สดใสทั้งภายในและภายนอก เพื่อเป็นการเสริมโหงวเฮงให้กับตัวเอง และที่สำคัญคือ ต้องคิดดี ทำดี พูดดี นี่แหละค่ะเคล็ดลับเสริมดวง แก้ชงของโบว์”

ส่วนเซเลบริตี้สาวเวิร์กกิ้งวูแมน เหลี่ยน – โสฬัส อมาตยกุล เผยว่า “เหลี่ยนเป็นครอบครัวเชื้อสายจีน ค่อนข้างเชื่อเรื่องการเสริมดวง เสริมสิริมงคล เพื่อรับสิ่งดีๆ ในปีใหม่จีน ยิ่งปีนี้เหลี่ยนชงร่วม เพราะเกิดปีระกา เลยศึกษาหลายตำรา ซึ่งมีเคล็ดลับที่น่าสนใจ เช่น การเลือกเครื่องประดับทองมาแก้เคล็ด เพราะจะช่วยในทุกๆเรื่องที่ร้ายกลับกลายเป็นดี หรือการเปลี่ยนกระเป๋าสตางค์ใบใหม่ เน้นสีทอง สีเงิน เพื่อเสริมดวงในเรื่องธุรกิจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ยาก ทำแล้วเหลี่ยนรู้สึกสบายใจ และมั่นใจดีค่ะ”

ปิดท้ายที่ เซเลบริตี้หนุ่มโปรกอล์ฟ นนท์ อัมระนันทน์ เล่าว่า “ปกติผมจะมีความเชื่อเรื่องการแต่งตัวในสีที่ถูกโฉลกกับตัวเรา โดยเฉพาะเวลาไปทำงาน หรือ ติดต่อธุรกิจ อย่างผมเกิดปีมะโรง ปีนี้เค้าแนะนำให้ใส่เป็นโทนสีแดงชมพูส้ม และขาว และมีกูรูหลายท่านแนะนำว่าควรจะหาแอคเซสเซอรี่ ที่เป็นสีทอง สีเงิน มาช่วยเสริมดวง ผมว่ามันก็เป็นสิ่งที่ดี เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคลที่ทำให้เรามีความมั่นใจในการดำเนินชีวิต ใครที่เกิดปีมะโรงอย่างผมจะทำตามก็ไม่ว่ากันนะครับ”

มาร่วมต้อนรับสิ่งดีๆ ในปีใหม่จีน กับแคมเปญ ‘HAPPY CHINESE NEW YEAR’ ต้อนรับปีหนูทอง ฉลองแด่นักช้อปตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์2563 ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน 50 สาขา ทั่วประเทศ

เก็บยาอย่างไร ให้ยังคงคุณภาพ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/467448

news_default

เก็บยาอย่างไร ให้ยังคงคุณภาพ

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ยารักษาโรค หนึ่งในปัจจัย 4 ใช้บรรเทาอาการเจ็บป่วยหรือรักษาให้หายขาดจากโรค ไม่ว่าจะเป็นยาสามัญประจำบ้านหรือยารักษาโรคประจำตัวก็ตามล้วนต้องมีการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี เนื่องจากการเก็บยาที่ไม่เหมาะสมสามารถเป็นสาเหตุของปัญหาและผลเสียต่างๆ ได้ เช่น ยาเสื่อมสภาพก่อนวันหมดอายุส่งผลให้ผู้ป่วยไม่หายจากโรคหรือผู้ป่วยได้รับอันตรายจากยาที่เสื่อมสภาพหรือแปรสภาพ เป็นต้น

ปัจจัยที่มีผลต่อการเก็บรักษายามีอะไรบ้าง? โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ให้ข้อมูลว่า การเก็บรักษายา ต้องคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงที่อาจเป็นตัวกระตุ้นหรือทำให้เกิดการเสื่อมสลายของยา ดังนี้ 1.อุณหภูมิ ควรเก็บยาไว้ในอุณหภูมิที่ระบุตามฉลากหรือเอกสารกำกับยา อุณหภูมิที่สูงหรือต่ำเกินไปสามารถส่งผลต่อคุณภาพของยา โดยทั่วไปแนะนำให้เก็บยาที่อุณหภูมิห้อง ประมาณ 18-25องศาเซลเซียส เเต่ยาบางชนิดอาจต้องเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส2.แสงแดด ควรเก็บยาไม่ให้โดนเเสงเเดดเนื่องจากตัวยาหลายชนิดจะเกิดการแปรสภาพหรือเสื่อมสภาพเมื่อโดนเเสงเเดดโดยตรง สามารถป้องกันยาจากแสงแดดได้โดยการเก็บยาในภาชนะบรรจุตั้งต้นจากบริษัทยา หรือเก็บในซองหรือกระปุกที่ป้องกันแสงได้ 3.ความชื้นตัวยาหลายชนิดเมื่อโดนความชื้นจะเกิดการแปรสภาพหรือเสื่อมสภาพ อาจทำให้มีลักษณะเปลี่ยนไป เช่น เม็ดความชื้นยาบวม หรือเม็ดยาเกาะกันเป็นก้อน เป็นต้นดังนั้น ควรเก็บยาในภาชนะบรรจุตั้งต้นจากบริษัทยา ควรหลีกเลี่ยงการเก็บยาในบริเวณที่มีความชื้นสูง เช่น ห้องน้ำหรือห้องครัว เเละปิดฝาขวดยาให้สนิททุกครั้งหลังเปิดใช้ 4.อากาศ ในอากาศปกติจะมีก๊าซต่างๆ ซึ่งก๊าซบางชนิดสามารถเร่งให้เกิดการแปรสภาพหรือเสื่อมสภาพของตัวยาให้เกิดเร็วขึ้น ดังนั้น จึงควรเก็บเม็ดยาไว้ในภาชนะบรรจุตั้งต้น หากไม่จำเป็นไม่ควรนำเม็ดยาออกจากภาชนะบรรจุตั้งต้นก่อนใช้

การใช้กล่องแบ่งยาสำหรับรับประทานในแต่ละวันหรือแต่ละสัปดาห์ สามารถทำได้หรือไม่? ปัญหาการเก็บยาที่พบมากที่สุดในปัจจุบัน คือ การเเบ่งยาที่ต้องรับประทานแต่ละมื้อใส่กล่องเตรียมไว้สำหรับแต่ละวันหรือแต่ละสัปดาห์ เพื่อความสะดวกในการใช้ยา โดยการนำเม็ดยาออกจากเเผงยาหรือภาชนะบรรจุตั้งต้นแล้วนำเม็ดยามาใส่รวมกันในกล่อง ทำให้ยามีโอกาสสัมผัสกับแสงแดด ความชื้น อากาศ ดังที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งอาจส่งผลเร่งการแปรสภาพหรือเสื่อมสภาพของยา

ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องเเบ่งยาออกมาจากแผงยาหรือภาชนะบรรจุตั้งต้นก็สามารถทำได้ ดังนี้ 1.ยาที่บรรจุในแผงยา วิธีการที่ดีที่สุดควรตัดเเผงยาออกเป็นขนาดเล็ก ตามจำนวนเม็ดที่ต้องรับประทาน เเล้วใส่ในกล่องแบ่งยา2.ยาเม็ดเปลือยที่บรรจุในกระปุกยาขนาดใหญ่ ควรเเบ่งเม็ดยาใส่กล่องแบ่งยาออกมาทีละน้อย ไม่ควรเกินจำนวนที่รับประทานใน 1 สัปดาห์ นอกจากนี้ กล่องแบ่งยาที่ใช้ควรเป็นภาชนะที่ปิดมิดชิด สามารถป้องกันเเสงได้ และแยกยาในแต่ละมื้อหรือแต่ละวันออกจากกันอย่างชัดเจน

บริเวณที่เหมาะสมในการเก็บยา?การเก็บยาเพื่อให้ยาคงคุณภาพและปลอดภัยต่อสมาชิกทุกคนในบ้าน นอกจากหลีกเลี่ยงความร้อน ความชื้นและเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสมแล้ว ควรปฏิบัติดังนี้ 1.แยกยารับประทานและยาใช้ภายนอกออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันความสับสนหรือการหยิบใช้ยาผิดประเภท 2.เก็บยาในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่อับชื้น ไม่มีแสงแดดส่องถึงโดยตรง เช่น ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์ เป็นต้น 3.ควรเก็บยาให้พ้นมือเด็ก เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ 4.สำหรับยาบางชนิดอาจต้องเก็บในตู้เย็น การเก็บยาในตู้เย็น ควรเก็บในช่องธรรมดาที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส และควรแยกยาออกจากอาหาร หลีกเลี่ยงการเก็บยาบริเวณฝาตู้เย็นซึ่งเป็นบริเวณที่มีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิบ่อย และห้ามเก็บในช่องแช่แข็ง 5.จัดเก็บยาพร้อมฉลากยาที่ได้รับมา 6.ไม่ควรเก็บยาต่างชนิดกันในบรรจุภัณฑ์เดียวกัน

“วันหมดอายุของยา” สิ่งสำคัญที่มักหลงลืมกันไป ยาบางชนิดอาจมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการคงสภาพตลอดอายุของยา เช่น ยาหยอดตามีอายุ 1 เดือนหลังจากเปิดใช้ ยาปฏิชีวนะชนิดแขวนตะกอนบางชนิดที่ผสมน้ำแล้วมีอายุ1 สัปดาห์ เมื่อเก็บที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส และมีอายุ 2 สัปดาห์ เมื่อเก็บในตู้เย็น เป็นต้น ทั้งนี้ ควรอ่านและปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากยาอย่างละเอียดหรือหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเภสัชกรโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ในแต่ละบ้านมีการเก็บยาต่างๆ ไว้มากมาย มีทั้งยาใหม่และยาเก่า แม้จะเก็บรักษาอย่างถูกวิธี แต่ต้องไม่หลงลืมกันไปว่ายาแต่ละตัวมีอายุการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนั้น ควรตรวจสอบวันหมดอายุของยาบนบรรจุภัณฑ์ก่อนรับประทานยาทุกครั้ง และสังเกตลักษณะทางกายภาพของเม็ดยาว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติหรือไม่ หากพบว่ายาหมดอายุหรือลักษณะเม็ดยาผิดปกติ เช่น มีสีเปลี่ยนไปจากเดิม มีจุดด่างบนเม็ดยามีกลิ่นที่ผิดปกติ มีการตกตะกอนหรือจับกันของผงยา การแยกชั้นของเนื้อครีมเป็นต้น ก็ไม่ควรใช้ยาที่มีความผิดปกติดังกล่าว เพื่อป้องกันอันตรายจากยาที่เสื่อมสภาพ

จากที่กล่าวมาข้างต้น แสดงให้เห็นว่าการจัดเก็บยา เป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อการรักษา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เห็นถึงความสำคัญในการเก็บยา เพื่อให้ยายังคงคุณภาพและมีประสิทธิภาพในการรักษาที่ดีที่สุด ทางโรงพยาบาลได้มีการจัดเก็บยาที่เป็นแนวทางปฏิบัติเช่นเดียวกันทั้งโรงพยาบาล รวมทั้งมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยในการติดตามและควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ตลอดเวลา เพื่อให้ยาคงคุณภาพเฉกเช่นเดียวกับเมื่อแรกผลิตจากโรงงานยา ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ป่วยที่รับยาจากโรงพยาบาลได้ใช้ยาที่มีคุณภาพดีและส่งผลต่อการรักษาที่ดีที่สุด หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ข้อมูลยาโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ตลอด 24 ชั่วโมง

คุณแหน : 21 มกราคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/467466

650935

คุณแหน : 21 มกราคม 2563

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ll สัปดาห์ที่แล้ว ศาลปกครองสูงสุดได้อ่านคำพิพากษาในคดีที่บริษัทธนโฮลดิ้ง จก.ซึ่งเป็นเครือของ CP ยื่นฟ้องคณะกรรมการโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ โดยศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณากลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้รับซองข้อเสนอของกลุ่มธนโฮลดิ้ง เนื่องจากเห็นว่าข้อกำหนดการปิดรับซองหลัง 15.00 น. ไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะธนโฮลดิ้งได้มาลงทะเบียนแสดงความจำนง พร้อมมีการลำเลียงเอกสารมาทุกกล่อง กรณีดังกล่าวนับว่าได้รับความสนใจจากแวดวงธุรกิจสูงมาก เนื่องจากเป็นโครงการระดับ MAMMOTH มูลค่าสูงถึง 2.7 แสนล้านบาท และผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นกลุ่มบริษัทของ CP ด้วย ผลการพิจารณาอาจจะกลายเป็น PRECEDENCE ของวงการประมูลเมกะโปรเจกท์ของรัฐในภายภาคหน้า…

ll ภายในโครงสร้างของ CP เองขณะนี้ ยังมีปัญหาภายในคุกรุ่นอยู่ เพราะการประกาศรีไทร์จาก ซีอีโอใหญ่ของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ พร้อมทั้งเตรียมการให้ทายาทตระกูลแแบ่งกันรับหน้าที่ทั่วโลก ผู้บริหารในเครือCP ที่ร่วมงานรับใช้ท่านเจ้าสัวตลอดระยะเวลาครึ่งศตวรรษมา ล้วนแล้วแต่เป็นผู้อาวุโสมีประสบการณ์สูง (OLD-TIMERS) แต่แนวทางของผู้กุมอำนาจยุคใหม่ของอาณาจักรจะเน้นที่คนมีปริญญาความรู้หนุ่ม-สาว OLD-TIMERS บางส่วนก็ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย AGGRESSIVE ที่รุกเข้าไปในภาคธุรกิจต่างๆที่บริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้เกิดทั้งแรงกระเพื่อมและการต่อต้าน…

ll อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน สุภัชชา สุทธิพล เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล โครงการลมหายใจไร้มลทิน ปีที่ 13 วันที่ 22 ม.ค.13.00 น. ที่ห้องจูบิลี่ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี โดยมีขวัญชัย ประภัสรพงษ์ เป็นผู้กล่าวรายงาน…

ll ศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล จัดงานวันอรุณ สรเทศน์ ครั้งที่ 26 อาศรมความคิดณ ลานเกียร์ 22 ม.ค.13.00 น. ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาฯ มีบรรยายพิเศษ “ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนภายใต้บริบทของประเทศไทย ”โดย ศ.ดร.อรทัยชวาลภาฤทธิ์ และ สมจิตต์ นิลถนอม วิทยากรทั้งคู่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะมาช่วยชี้ทางรอดแก่ประเทศไทย…

ll ขอแสดงความเสียใจกับ มานิดา นฤภัทร ในการจากไปของคุณแม่แสงทิพย์ ผลานุสนธิ พิธีสวดพระอภิธรรม จัดที่ ศาลา 2 วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ถึง 21 ม.ค.และกำหนดฌาปนกิจ 22 ม.ค.17.00 น. เมรุ 2…

ll พิธีสวดพระอภิธรรมศพคุณแม่พเยาว์ มารดาของ วีระพล จันทร์งามจัดที่ศาลา 5 วัดบัวขวัญ คืนนี้ 21 ม.ค. เป็นคืนสุดท้าย วันที่ 22 ม.ค. กำหนดพระราชทานเพลิงศพ 16.30 น. …

ll เที่ยงวันที่ 21 ม.ค.ตวงพร เลาหะบุตร นัดเพื่อนราชินี 63 พบกันที่ร้านอาหารทะเล หลังสหกรณ์ฯซอยอารีย์ พหลโยธิน ในโอกาสต้อนรับ วารุณี บุญ-หลง ลงมาจากเชียงใหม่…

ll หลังจบปริญญาตรีจากธรรมศาสตร์มาหมาดๆ “ปลื้ม” ลูกชายคนเล็กของ ดร.วิจารย์-สมใจ สิมาฉายา เริ่มชีวิตทำงานวันแรกเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา…

ll ยินดีกับ ขนิษฐา สุนทรปักษิน ที่ได้หลานยายคนแรกเป็นหลานชาย มีนิคเนมว่า “Little Ski”จากลูกสาว ปรียขนิษฐ์ บริบาลบุรีภัณฑ์ เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน…

ll บอกกล่าวกับใคร ๆ ว่าเป็นนักการทูตสายบันเทิง นริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ มีบทความเขียนใน FB ที่ FC สนใจติดตามอ่านกันมากมาย…

ll สุวดี พฤกษวัน ช่วงนี้ลาเพื่อนๆ ไปปฏิบัติธรรมที่วัดในเมืองเพิร์ท ออสเตรเลีย นานหลายสัปดาห์ คนทางนี้เป็นห่วงว่า อากาศที่นั่นจะทำให้หายใจเข้า-หายใจออกได้สงบนิ่งจริงหรือไม่เพราะไฟป่าลามทุ่งไปทั่วซะขนาดนั้น !!…ll

บารอนเนส

‘หมอช้าง ทศพร’ แนะเคล็ดลับไหว้เจ้าเสริมเฮงรับปีชวด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/467441

‘หมอช้าง ทศพร’ แนะเคล็ดลับไหว้เจ้าเสริมเฮงรับปีชวด

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ฉลองตรุษจีนรับปีชวด หรือปีหนู อันเป็นนักษัตรลำดับเริ่มต้นใน 12 นักษัตร ซึ่งในปีนี้เป็นปีชวดธาตุทองที่ 60 ปี จะวนมา 1 ครั้ง นับเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน ถือเป็นช่วงเวลาอันมงคลที่จะเปิดรับสิ่งใหม่ ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดียิ่งขึ้น เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป ในฐานะผู้บริหาร เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์, แฟมิลี่มาร์ท และ มัทสึโมโตะ คิโยชิ  จัดงาน Happy Chinese new year 2020 – ต้อนรับปีหนูทอง ฉลองแด่นักช็อป “ตรุษจีนปีนี้ เฮงปัง  มั่งมี บารมีพรั่งพร้อม เสริมมงคลให้ชีวิตตลอดปี”  พร้อมเชิญ อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา แนะเคล็ดลับการไหว้เจ้าเสริมบารมีความเฮง จากกูรูผู้ชำนาญด้านศาสตร์ฮวงจุ้ย ปีชง และการไหว้พระเสริมดวง รวมทั้งสองเซเลบริตี้เชื้อสายจีน กมลพร วงศ์รักมิตร และ  ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล มาประเดิมเลือกช็อปของไหว้มงคลตามประเพณี

อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา กูรูชื่อดัง ให้คำแนะนำเกี่ยวกับประเพณีการไหว้รับปีหนูทองว่า “โดยปกติในช่วงเทศกาลตรุษจีนเราจะได้ยินปีนักษัตรทอง อย่างปีหมูทอง ไก่ทอง ซึ่งเป็นแค่การเรียกให้ติดหูแต่ไม่ได้เป็นปีนักษัตรในทางโหราศาสตร์ที่มีพลังงานธาตุทองจริงๆ แต่ตรุษจีนปีนี้เป็นปีชวดทอง หรือปีหนูทอง ที่เป็นธาตุทองอย่างแท้จริง นับว่าเป็นปีหนูทองในรอบ 60 ปี อีกทั้ง เป็นนักษัตรลำดับแรกใน 12 นักษัตร ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ที่ดีเป็นมงคลกับชีวิต

สำหรับความเชื่อเรื่องปีชงนั้น คนที่เกิดในปีมะเมีย ถือว่าเป็นปีชง ส่วนปีที่ได้รับผลกระทบด้วยก็ได้แก่ ชวด, ระกา และเถาะ ซึ่งความเชื่อเรื่องปีชงนั้นต้องบอกว่าจริงๆ แล้วหมายถึงการเปลี่ยนแปลง โดยจะเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีหรือเสียก็อยู่ที่การเตรียมตัว หรือที่เรียกว่าจะชงดี หรือชงร้าย สำหรับประเพณีการไหว้เสริมความเฮง โดยเริ่มในวันที่ 24 มกราคม 2563 จะเริ่มไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ หรือ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ในช่วงเวลา 23.00 น. โดยปีนี้ให้ไหว้หันหน้าไปทางทิศตะวันตก  นิยมไหว้ด้วยผลไม้มงคลหรือขนมมงคล อย่างขนมปุยฝ้ายสีแดง หรือจะเป็นสีที่เข้ากับกระแสของพลังงานธาตุทองอย่างโทนสีส้ม สีเหลืองทอง  ก็ถือเป็นการเสริมสิริมงคล

ปัจจุบันการจัดเตรียมของไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือไหว้บรรพบุรุษ เพื่อความเป็นเสริมมงคล และร่วมสืบสานประเพณีตรุษจีน ไม่ได้ยุ่งยากเหมือนเมื่อก่อน คนรุ่นใหม่ที่อยากสืบสานประเพณีหรือท่านที่ไหว้เป็นประจำอยู่แล้ว แต่ต้องการความสะดวกสบายในการจัดเตรียมก็สามารถทำได้ง่ายขึ้น เพราะ  เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และ ท็อปส์ ได้จัดเตรียมชุดของไหว้เพื่ออำนวยความสะดวก รวมถึงมีคำแนะนำสำหรับการไหว้อีกด้วย โดยสามารถซื้อได้ทั้งที่ร้านหรือสั่งผ่านช่องทางออนไลน์ก็สามารถทำได้ทำให้ประหยัดเวลาและได้ของที่มีคุณภาพ

ส่วนเซเลบริตี้สาว หมิว-กมลพร วงศ์รักมิตร ทายาทผู้บริหาร นครชัยแอร์ กล่าวว่า “มีเชื้อสายจีนทางฝั่งคุณแม่ ซึ่งที่บ้านอาม่าจะเป็นคนที่ปลูกฝังประเพณีการไหว้ตรุษจีนให้กับหลานๆ มาตั้งแต่เล็กๆ ทำให้เรายังอนุรักษ์การไหว้ตรุษจีนอยู่ ถึงแม้จะเป็นคนรุ่นใหม่แต่ยังให้ความสำคัญกับการไหว้บรรพบุรุษและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และปัจจุบันก็สามารถหาของไหว้ได้สะดวกยิ่งขึ้น อย่างที่ แฟมิลี่มาร์ท ก็มีอาหารสำเร็จรูปที่เป็นเมนูอาหารที่บ้านใช้ไหว้เป็นประจำ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนรุ่นใหม่และคนที่ไม่มีเวลาจัดเตรียมอาหารหรือของไหว้”

ด้าน กระติ๊บ-ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล อีกหนึ่งคนรุ่นใหม่ที่สนใจประเพณีการเซ่นไหว้เทศกาลตรุษจีน เล่าว่า “ฝั่งคุณพ่อเป็นจีนแต้จิ๋ว เรียกว่า อากงอาม่าโล้สําเภาอพยพมาจากเมืองจีนเลย ทำให้ถูกปลูกฝังกับธรรมเนียมและการไหว้ตรุษจีนมาก อย่างความเชื่อเรื่องเทศกาลตรุษจีน ก็ต้องแต่งตัวด้วยชุดใหม่และสีแดง หน้าตาต้องสดใส มีสง่าราศี มีโหงวเฮ้งที่ดี ยิ่งเป็นผู้หญิงที่ชอบความสวยความงามอยู่แล้ว ตรุษจีนเลยเน้นการแต่งตัวแต่งหน้าให้อินเทรนด์กับเทศกาล อย่างทาลิปสติกสีแดง ตัดกับอายแชโดว์โทนสีทอง ซึ่งจะเลือกช็อปเมคอัพที่ มัทสึโมโตะ คิโยชิ  บ่อยๆ และเป็นสมาชิกด้วย โดยเฉพาะตรุษจีนปีนี้ที่เป็นปีหนูธาตุทอง ก็มีไอเท็มปังๆสีทองให้เลือกช้อปมากมาย”

ด้าน นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด กล่าวว่า ปีนี้เป็นตรุษจีนปีหนูทอง จึงผนึกกำลังธุรกิจในเครือได้แก่ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ , ท็อปส์ , แฟมิลี่มาร์ท และ มัทสึโมโตะ คิโยชิ ประเดิมแคมแปญแรกแห่งปี  Happy Chinese new year 2020 – ต้อนรับปีหนูทอง ฉลองแด่นักช็อป “ตรุษจีนปีนี้ เฮงปัง มั่งมี บารมีพรั่งพร้อม เสริมมงคลให้ชีวิตตลอดปี” ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 28 มกราคม 2563 โดยเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และ ท็อปส์ ฟู้ดสโตร์และพรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในประเทศไทย  คัดสรรชุดไหว้ความหมายมงคล ราคาเริ่มต้น  359 บาท, ชุดไหว้เอกซ์คลูซีฟรังสรรค์ความอร่อยสไตล์แต้จิ๋วต้นตำรับแท้ ที่สืบทอดมายาวนานกว่า 50 ปี จาก “ส.บ.ล. ภัตตาคารสมบูรณ์ลาภ ได้รับการการันตีคุณภาพรสชาติด้วย รางวัลบิบ กูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ ปี 2019  และสุดพิเศษกับชุดไหว้โหงวแซซีฟู๊ดจักรพรรดิ์จากธรรมชาติซีฟู๊ด ที่เลือกสรรของไหว้มหามงคลชั้นเลิศ รวมถึงชุดกระดาษเงินกระดาษทองไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษแบบพับสำเร็จ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมพิเศษ Central Bangkok China’s Best 2020 ณ ลานอีเดน 1 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่รวมสุดยอดของไหว้มงคล ลิ้มลองติ่มซำกว่า 30 เมนู จากร้าน ฟู่จิน ซาลาเปา และเมนูสุดเลิศรสจากร้านดังกว่า 20 ร้าน อาทิ บะหมี่เกี๊ยวกุ้ง จากร้านปู๊ตี่ ต้นตำรับที่เปิดร้านมากว่า 20 ปี, กระเพาะปลา จากร้านเจ๊เอ็ง ตลาดพลู ที่เป็นตำนานของตลาดพลูมากว่า 40 ปี, จุ๋ยก้วย จากร้านหลี่ชิมเฮีย เจ้าดังย่านชุมชนตลาดน้อยมากว่า 29 ปี, ก๋วยเตี๋ยวไก่สูตรต้นตำรับหม่าล่า จากร้าน A Cup by AH NAM และ พิเศษสุดครั้งแรกกับ Chef’s Table อาหารจีนร่วมสมัย โดย เชฟป้อม – ธนรักษ์ ชูโต เชฟอาหารจีนชื่อดังที่จะมารังสรรค์เมนูอาหารจีนร่วมสมัยให้ได้ทานกันอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีเครื่องประดับมงคลเสริมเฮงให้เลือกช็อป และเพลิดเพลินกับกิจกรรมตื่นตาตื่นใจมากมาย อาทิ เชิดสิงโต โชว์การแสดงพิเศษตรุษจีน

ช็อปของไหว้ตรุษจีนเสริมความเฮงพร้อมรับโปรโมชั่นสุดปังได้ที่ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์  ท็อปส์  แฟมิลี่มาร์ท มัทสึโมโตะ คิโยชิ และช้อปออนไลน์สะดวกส่งถึงบ้าน http://www.tops.co.th พร้อมติดตามโปรโมชั่นพิเศษได้ที่ LINE: @TopsThailand และ @Topsonline