ต้องรอบคอบ ขยาย-ย้าย เมืองหลวง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/389315?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ต้องรอบคอบ ขยาย-ย้าย เมืองหลวง

19 กันยายน 2562 – 08:45 น.
ย้ายเมืองหลวง
เปิดอ่าน 295 ครั้ง

บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

นายกรัฐมนตรีกล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2562 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. โดยพูดถึงปัญหาความแออัดของกรุงเทพฯ ในลักษณะว่าควรให้ขยายไปรอบนอกบ้าง หรือจะย้ายเมืองหลวงอย่างเขาไหม พร้อมกับให้ไปคิดไปศึกษามา ถ้าจะย้ายไปที่ไหนและใช้งบประมาณอย่างไร หรือจะขยายรอบกรุงเทพฯ ให้กว้างขึ้น จะได้เข้าพื้นที่ใจกลางเมืองให้น้อยลง เพราะวันนี้การจราจรติดขัด ที่สำคัญคนใจร้อน ระบบไม่พร้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรลงมาแก้ปัญหาก็โดนด่าว่ารถติดมากกว่าเดิม ทำให้ไม่มีใครอยากทำงาน รัฐต้องแก้ปัญหาตรงนี้ วางระยะเวลาให้ถูกว่ากรุงเทพฯ ควรเป็นอย่างไร รัฐบาลก่อนไม่เคยทำได้เพราะเกิดความขัดแย้ง ประชาชนไม่ยอม ดังนั้นการสร้างความรับรู้แก่ประชาชนจึงเป็นสิ่งจำเป็นให้เกิดความเข้าใจและยอมรับได้

เมื่อเดือนที่แล้ว ประธานาธิบดีของอินโดนีเซียประกาศว่ารัฐบาลได้เลือกพิกัดการจัดตั้งเมืองหลวงของประเทศแห่งใหม่แทนกรุงจาการ์ตา โดยเมืองหลวงแห่งใหม่นี้จะตั้งอยู่ระหว่างเมืองปาปันกับเมืองซามารินดา ในจังหวัดกาลิมันตันตะวันออก ทางด้านตะวันออกของเกาะบอร์เนียว โดยจะใช้ที่ดิน 1,800 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ป่าและมีความเสี่ยงต่ำต่อการเกิดภัยธรรมชาติ ซึ่งรัฐบาลอินโดฯ ประเมินว่าจะใช้งบประมาณในการย้าย 33,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 1 ล้านล้านบาท โดยคาดจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2021 และเริ่มย้ายที่ทำการรัฐบาลได้ในปี 2024 สำหรับกรุงจาการ์ตานับเป็นเมืองหลวงที่แออัดติดอันดับโลก มีประชากรหนาแน่นถึง 10 ล้านคน หากรวมปริมณฑลจะมากถึง 31 ล้านคน มีปัญหาจราจรติดขัด มลพิษ การทรุดตัวของแผ่นดินจากการขุดน้ำบาดาลมาใช้ รวมถึงเสี่ยงแผ่นดินไหวและภูเขาไฟ

เมื่อปี 2554 ที่เกิดเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ สื่อต่างประเทศได้ลงบทความวิเคราะห์เมืองหลวงของประเทศไทยว่า อาจต้องเผชิญภัยน้ำท่วมในปีต่อๆ ไปซึ่งจะสร้างความเสียหายให้แก่โรงงานอุตสาหกรรม ประชาชนหลายล้านคนจะได้รับผลกระทบ และศูนย์กลางของการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม จะเสียหายมากขึ้น โดยมีการเชื่อมโยงกับอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิประเทศ รวมทั้งผังเมืองซึ่งมีความแออัดหนาแน่น ผลกระทบจากปริมาณฝนที่มากขึ้นรวมทั้งปริมาณขยะและสภาพแวดล้อมที่เสื่อมลง จะทำให้กรุงเทพฯ ยากที่จะระบายน้ำที่ท่วมสูง โดยทางองค์กรเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือโออีซีดี ได้ประเมินให้กรุงเทพฯ เป็น 1 ใน 10 เมืองที่อยู่ในภาวะวิกฤติน้ำท่วมจนเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ จนที่สุดอาจจะต้องย้ายเมืองหลวงไปสถานที่แห่งใหม่

การย้ายเมืองหลวงได้ถูกหยิบยกมาพูดถึงกันตลอดมาเพราะสภาพของกรุงเทพฯ นับวันคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ยิ่งแย่ลง แต่ด้วยความเป็นศูนย์กลางธุรกิจและราชการทำให้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความหนาแน่นของประชากรได้ อีกทั้งการลงทุนมหาศาลทั้งแหล่งที่อยู่อาศัย ศูนย์การค้า ศูนย์ประชุม ศูนย์ธุรกิจจำนวนมากก็อยู่ในกรุงเทพฯ จึงเห็นได้ว่าเมื่อถึงเทศกาลสำคัญประจำปีผู้คนเดินทางกลับภูมิลำเนา จะเห็นภาพกรุงเทพฯ โล่งไปทั้งเมือง แต่ด้วยการย้ายเมืองหลวงมีผลสำคัญทั้งต่อภาคธุรกิจอุตสาหกรรม รวมถึงวิถีชีวิตของคนทำงาน แหล่งที่อยู่อาศัยย่อมเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงจำเป็นที่ต้องศึกษาให้รอบคอบ อีกทั้งโครงข่ายขนส่งมวลชนกำลังจะสมบูรณ์ จะเป็นปัจจัยหลักให้เห็นคำตอบและภาพในอนาคตของเมืองหลวงไทยได้ว่าจะขยายตัวหรือต้องย้ายเมืองไปที่ไหนเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุด

น้ำท่วมอีสาน “หนู-ต่อ” จะถ่อแพไปไหน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/389099?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

น้ำท่วมอีสาน “หนู-ต่อ” จะถ่อแพไปไหน

18 กันยายน 2562 – 09:03 น.
น้ำท่วม,อุบลราชธานี,น้ำท่วมอุบล,พรรคภูมิใจไทย,หนู อนุทิน,อนุทิน ชาญวีรกูล,เสี่ยหนู,เฉลิมพล ศรีอ่อน,พรรคประชาธิปัตย์,รายงานพิเศษ,ท่องยุทธภพ,เจาะประเด็นร้อน,ขุนน้ำหมึก,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 157 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ หนังสือพิมพ์คมชัดลึก 18 ก.ย.62

*****************************

น้ำท่วมอุบลราชธานี กลายเป็นการเมืองเรื่องน้ำท่วม เพราะในจำนวน ส.ส.อุบลฯ 10 คน เป็นส.ส.เพื่อไทย 7 คน ที่เหลือเป็นของประชาธิปัตย์ 2 คน และพลังประชารัฐ 1 คน 

ส่องลึกไปที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารเทศบาลนครอุบลฯ อยู่ในเครือข่ายพลังประชารัฐ ส่วนองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ฝ่ายการเมืองมีปัญหา ข้าราชการประจำดูแลอยู่

บังเอิญน้ำท่วมใหญ่ใกล้เลือกตั้ง รายการดราม่าทั้งลบและบวกเกี่ยวกับ “น้ำท่วมอุบล” จึงถูกผลิตขึ้นมาเพื่อหวังผลอะไรนั้น หัวคะแนนในพื้นที่ต่างรู้อยู่แก่ใจ

ภท.จับมือ ปชป.

เนื่องจาก เสี่ยต่อ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ รู้จักมักคุ้นกับคนใหญ่คนโตบุรีรัมย์ และ เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เลยไม่น่าแปลกใจที่จะเกิดกิจกรรมงานเลี้ยง “เพื่อนกันตลอดไป รวมน้ำใจสู้ภัยน้ำท่วม” ที่โรงแรมเดอะสุโกศล ถนนศรีอยุธยา เย็นวันที่ 17 กันยายน 2562

เสี่ยหนู อนุทิน กับ เสี่ยต่อ เฉลิมชัย 

แกนนำค่ายสีน้ำเงินบอกว่าทั้งภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ เคยทำงานร่วมกันในสภาผู้แทนฯ และร่วมรัฐบาลมานานจนถึงสมัยปัจจุบัน จึงเห็นว่าควรจะมีโอกาสพบปะเพื่อสร้างความสนิทสนมคุ้นเคยและใกล้ชิดกันให้มากขึ้น ในครั้งนี้ภูมิใจไทยเป็นเจ้าภาพ และจะมีการสลับกันเป็นเจ้าภาพตามห้วงเวลาอันเหมาะสม

ย้อนไปดูช่วงการจัดตั้งรัฐบาลประยุทธ์ 2 จะเห็นภาพของ “เสี่ยต่อ” กับ “เสี่ยหนู” ไปนั่งรับประทานอาหารด้วยกันตามประสาคนคุ้นเคยจนเป็นที่มาของข่าวปล่อย “ขั้วที่สาม” 

เราเป็นเพื่อนกันมา และจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป จึงต้องมีการประสานทำงานให้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน” แกนนำค่ายสีน้ำเงินย้ำ

รักษาที่มั่น ปชป.

นัยว่าช่วงน้ำท่วมอีสาน รัฐมนตรีสายปชป.ลงพื้นที่เมืองอุบลฯ และอำนาจเจริญเกือบครบทุกคนแล้ว เมื่อ 15 กันยายน 2562 จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เดินทางไป อ.เขื่องใน จ.อุบลฯ มอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัย

จุรินทร์ พบชาวอำนาจเจริญ

อ.เขื่องใน เป็นฐานที่มั่นของ วิฑูรย์ นามบุตร แกนนำ ปชป.อีสาน และหลานชาย-วุฒิพงศ์ นามบุตร ส.ส.อุบลฯ

วุฒิพงศ์ นามบุตร

วันเดียวกัน นิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย จัดถุงยังชีพมอบให้พี่น้องใน อ.พิบูลมังสาหาร โดย วิรัตน์ ร่มเย็น เลขานุการ มท.2 ลงพื้นที่มอบสิ่งของและติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง

อ.พิบูลมังสาหาร เป็นที่มั่นเก่าแก่ของ อิสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และลูกสาว-แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลฯ

ส.ส.แนน กับตัวแทน รมช.มหาดไทย

วันที่ 16 กันยายนนี้ รองนายกฯ จุรินทร์ พร้อมกับ นิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ไปแจกถุงยังชีพที่ อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ ซึ่งสองพ่อลูก สุทัศน์ เงินหมื่น และอภิวัฒน์ เงินหมื่น รอต้อนรับ

อุบลฯ-อำนาจเจริญ คือสนามเลือกตั้งที่ค่ายปชป.จะเจาะฐานเสียงเพื่อไทยได้ เกิดน้ำท่วมใหญ่ ไม่เห็นหน้ารัฐมนตรีตระกูลนามบุตร กับสมชัย ก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ

น้ำตาสาววารินฯ

หนึ่งเดียวของพลังประชารัฐ ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลฯ ได้นำนักธุรกิจภาคเอกชนใน อ.เขมราฐ มาช่วยแจกถุงยังชีพใน อ.เมืองอุบลฯ และ อ.พิบูลมังสาหาร แต่ก็ไม่มีนักข่าวเห็น

ที่ทำงานหนักกว่าเพื่อนคือ “แมงปอ” โยธากาญจน์ ฟองงาม อดีตผู้สมัครส.ส.อุบลฯ และลูกสาวของสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต้องออกเยี่ยมและแจกถุงยังชีพชาวบ้านทุกวันเพราะบ้านเกิด อ.วารินชำราบ น้ำท่วมหนัก

แมงปอ สาววารินฯ

ช่วงเลือกตั้ง “แมงปอ” ร้องไห้กลางเวทีหลายรอบเมื่อมีเสียงโจมตีบิดา-สุพล ว่าเป็นคนทรยศอุดมการณ์และรับใช้เผด็จการทหาร สุดท้ายเธอก็สอบตก พ่ายกระแสไม่เอาลุงตู่ ส่วน “ส.จ.เปิ้ล” กิตติ์ธัญญา วาจาดี ค่ายเสี่ยเกรียง กัลป์ตินันท์ คว้าชัยไป

ท่ามกลางเสียงวิจารณ์การแก้ปัญหาน้ำท่วมอุบลฯ หนุ่มแบงก์” อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม บินด่วนมาช่วย “แมงปอ” ขับเจ็ตสกีมอบถุงยังชีพให้พี่น้องผู้ประสบภัยบ้านหาดสวยยา บ้านท่ากอไผ่ และบ้านบุ้งมั่ง

รัฐมนตรีแบงก์ ขี่เจ๊ตสกีแจกถุงยังชีพ

มินับร่วมเพื่อนร่วมพรรค จันทร์เพ็ญ ประเสริฐศรี อดีตผู้สมัครส.ส.อำนาจเจริญ และ ตวงทิพย์ จินตะเวช อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 อุบลฯ ที่มาให้กำลังใจสาวแมงปอ และช่วยกันแจกถุงยังชีพ

เลือกตั้งนายก อบจ.อุบลฯ ที่มาถึง..ศึกล้างตาระหว่างค่ายลุงตู่ กับค่ายเพื่อแม้ว คงได้สู้กันเลือดเดือดแน่

อีกไม่นานได้รู้กัน…ใครถูกซักฟอก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411369?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

อีกไม่นานได้รู้กัน…ใครถูกซักฟอก

19 มกราคม 2563 – 10:18 น.
ซักฟอก,อภปิรายไม่ไว้วางใจ,รัฐบาล,เพื่อไทย,ข่าวการเมือง,ข่าววันนี้,ข่าว,ประวิตร วงษ์สุวรรณ
เปิดอ่าน 75 ครั้ง

เพื่อไทย บอก รออีกไม่นาน พร้อมแจงรายชื่อผู้ถูกซักฟอก 

19 มกราคม 2563 ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการที่ได้มีกระแสข่าวแพร่สะพัดออกมาถึงเรื่องการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เพื่อไม่ให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รองนายกฯ และรัฐมนตรี บางคนนั้น ไม่เป็นความจริง

ทั้งนี้เพราะขณะนี้มีสมาชิกพรรคเพื่อไทยจำนวนมากได้เสนอเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ ให้ทางศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ พรรคเพื่อไทย เพื่อดำเนินการสรุปรายละเอียด โดยจะมีการประชุม เพื่อสรุปและเสนอรายละเอียดทั้งหมดในเช้าวันจันทร์ที่ 20  ม.ค.63  เพื่อให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ เสนอเรื่องต่อ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค เพื่อพิจารณาในช่วงบ่าย และหลังจากที่ได้ข้อสรุปโดยรวมทั้งหมดก็จะจัดให้มีการประชุมของพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และสรุปรายชื่อผู้ที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกครั้ง

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ทางคณะกรรมการกิจการพิเศษ ได้เคยแถลงไว้แล้วว่า จะไม่ปิดกั้นขัดขวาง และจำกัดสิทธิ์ในเรื่องการอภิปรายของสมาชิกพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ทั้งในเรื่องของตัวบุคคล  ว่าจะอภิปรายใคร  หรือหัวข้ออะไร หากใครมีข้อมูลใหม่ๆ และหลักฐานที่ดีและชัดเจน ก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

โดยในช่วงนี้มักมีคนข่าวปล่อยออกมาเป็นระยะโดยการดิสเครดิตเพื่อลดความน่าเชื่อถือของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งถ้าหากเป็นการดำเนินการปฎิบัติการข่าวสาร (IO) ของใคร ซึ่งคงเดาได้ไม่ยาก และก็คงหนีไม่พ้น ผู้ที่ขาดภาวะความเป็นผู้นำ บริหารงานไม่ถูกวิธี และอยากสืบทอดอำนาจต่อไปอีก ซึ่งตนเชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ จะทำให้ประชาชนได้เห็นและรับรู้ถึงความเป็นจริงอย่างถ่องแท้  และประชาชนคงตัดสินใจได้ว่าอยากเห็นรัฐบาลชุดนี้บริหารงานต่อไปอีกหรือไม

จตุพร แนะ กก.บห.อนค. ตั้งสติตัดสินใจทางการเมือง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411457?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

จตุพร แนะ กก.บห.อนค. ตั้งสติตัดสินใจทางการเมือง

19 มกราคม 2563 – 16:59 น.
จตุพร,นปช,ยุบอนาคตใหม่,ความทุกข์ร้อน,กกบหพรรค,สส,รักษาสถานะ
เปิดอ่าน 25 ครั้ง

“จตุพร” ชี้ ยุบ อนาคตใหม่ แนวรบไม่เปลี่ยนแปลง ชี้ความทุกข์ร้อนของ ปชช.ยังอยู่ แนะ กก.บห.พรรคตั้งสติ เร่งตัดสินใจทางการเมืองจะลาออกหรือไม่ เพื่อรักษาสถานะ ส.ส.

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2560 – ที่ร้านกาแฟ พีซคอฟฟี่แอนด์ ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 มีการจัดรายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ ที่ออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีซทีวี โดยมีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.มาพบปะพูดคุย ร้องรำทำเพลงกันสนุกสนานกันเป็นประจำทุกสัปดาห์

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวถึงการยุบพรรคอนาคตใหม่ แนวรบไม่เปลี่ยนแปลง โดยระบุว่า ที่ผ่านมาตนพูดมาหลายครั้งและเห็นความเป็นไปคือการเตรียมความพร้อมรับมือของพรรคอนาคตใหม่ เพราะประวัติศาสตร์ของประเทศไทยนั้น มีมาแล้วอย่างน้อย 4 พรรคการเมืองซึ่งมีการออกแบบแตกต่างกันไป โดยเฉพาะตอนยุบพรรคไทยรักไทยคืออยู่ในระหว่างรัฐบาลที่มีการรัฐประหาร ซึ่งหลายคนคิดว่าพรรคการเมืองที่มีสมาชิกกว่า 14 ล้านคนจะไม่มีใครกล้ายุบพรรค เพราะในวันเดียวกันนั้นมีการอ่านคำวินิจฉัยยุบพรรคประชาธิปัตย์เช่นเดียวกัน
หลังการยุบสภาในปี 2549 และนำไปสู่การรัฐประหารนั้น 2 พรรคการเมืองได้ยื่นยุบพรรคระหว่างกัน คือ พรรคประชาธิปัตย์ยื่นยุบพรรคไทยรักไทยในข้อหาว่าจ้างพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะในขณะนั้นพรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจบอยคอตการเลือกตั้ง ซึ่งใน รธน.ปี 40 ได้ออกแบบไว้ว่าหากกรณีมีผู้สมัครคนเดียว ผู้สมัครคนนั้นจะต้องได้รับเสียงเกินกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ในเขตพื้นที่ภาคใต้ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ผูกขาดของพรรคประชาธิปัตย์ในเวลานั้น ปรากฏว่ามีการขัดขวางและดำเนินการทุกอย่างเพื่อไม่ให้มีคะแนนเสียงถึง 20 เปอร์เซ็นต์ สุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์ได้ฟ้องร้องว่าพรรคไทยรักไทยได้จ้างพรรคเล็กลงสมัครหารับเลือกตั้ง
ขณะเดียวกันพรรคไทยรักไทยก็ฟ้องประชาธิปัตย์ว่าใส่ร้ายพรรคไทยรักไทยในกรณีดังกล่าว จนในที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบพรรค แต่พรรคไทยรักไทยถูกยุบพรรค ต่อมาก็เป็นพรรคพลังประชาชนและถูกยุบพรรคอีกครั้ง ดังนั้นโทษการยุบพรรคชัดเจนว่า หาก ส.ส.เป็นกรรมการบริการพรรคก็พ้นสภาพโดยตำแหน่งและถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี
ดังนั้นการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อกรณีการยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ในอีก 2 วันข้างหน้านั้น จากการที่ตนติดตามการแถลงข่าวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ก็มีการเตรียมความพร้อม เพราะชะตากรรมของการถูกยุบพรรคนั้นจะต้องมีพรรคสำรองไว้ และหากถูกยุบพรรคจริง กรรมการบริหารพรรคจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ดังนั้นต้องดูว่า กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ที่เป็น ส.ส.จะตัดสินใจทางการเมืองอย่างไร หากวัดดวงตัดสินใจไม่ลาออกก็ต้องยอมรับว่าจะต้องเสียส.ส.ไปทั้งหมด 11 ที่นั่งจากจำนวน 76 เหลือ 65 ที่นั่ง
แต่หากตัดสินใจเด็ดขาดคือ การน้อมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น และวางแผนกันอย่างมีสติ ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ตัดสินใจลาออกทั้ง 11 คนเพื่อให้ลำดับถัดไปได้ขึ้นมาเป็นส.ส. ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเวลาที่จะต้องตั้งสติเพื่อให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุดของจำนวนส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นเชื่อว่าอยู่ระหว่างการชั่งใจ เนื่องจากมีแบบอย่างและบทเรียนให้ได้เห็นมาแล้ว

นายจตุพร กล่าวถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้านที่นัดหมายกันว่าพรุ่งนี้ (20 ม.ค.) ว่า ต้องตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่าอภิปรายเพื่ออะไร เพราะหากการอภิปรายเต็มไปด้วย น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง ไม่กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน ก็ไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ แม้เสียงในสภาฝ่ายรัฐบาลจะชนะฝ่ายค้าน แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นคือการสื่อมายังประชาชน และหากผลของการอภิปรายที่คนทั้งประเทศฟังแล้วว่า รัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศได้ แม้จะเป็นเสียงข้างมาก รัฐบาลก็จะอยู่ไม่ได้
แต่หากการอภิปรายเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยก็ยิ่งทำให้ลดความเชื่อมั่นลงไปตามลำดับ ดังนั้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นคือการไม่ไว้วางใจไม่ใช่เวทีของการสรรเสริญเยินยอหรือเป็นเวทีเพื่อการแนะนำ การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2563 อาจจะแนะนำรัฐบาลได้แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะต้องบรรยายความผิดในสภาให้ครบถ้วน เพราะการอภิปรายของส.ส.ในสภาจะได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองตราบใดที่ไม่ไปพาดพิงบุคคลที่ 3 ก็จะฟ้องร้องกันไม่ได้
ทั้งนี้ สาระสำคัญจะต้องกำหนดเป้าหมายว่าต้องการอะไรในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นกลยุทธ์มากกว่าตัวบุคคล บางเรื่องใช้กระทู้หรือวิธีอื่นใดในการซักถาม เรื่องใช้กระบวนการถอดถอนอย่างเดียวได้ ดังนั้น การอภิปรายจะต้องชี้ให้ประชาชนที่ฟังการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ว่าที่สุดแล้วไว้วางใจไม่ได้จริงๆ เหมือนอย่างที่ตนเคยบอกว่าไม่ต้องใช้คนจำนวนมาก แต่ให้ใช้ความจริงเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนในฐานะที่เคยเป็นผู้ทำหน้าที่เป็น ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลนั้นรู้ว่า ควรจะต้องทำข้อมูล ที่เป็นข้อมูลสามารถสื่อสารกับประชาชน ดังนั้นสภาวการณ์ที่ตนเคยบอกว่าแนวรบไม่เคยเปลี่ยนแปลงว่า ความยากจนยังมีอยู่
นายจตุพร กล่าวด้วยว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดในวันนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลงคือปัญหาความยากจน ปัญหาภัยแล้งซึ่งจะทำให้ยิ่งยากจนหนักขึ้น ขณะเดียวกันก็จะประสบกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งแทบจะปกคลุมไปทั้งประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไม่เคยพบกับปัญหาเหล่านี้ ดังนั้นแต่ละเรื่องราวก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงเรื่องความเหลื่อมล้ำที่เป็นภัยทางเศรษฐกิจก็ยังคงอยู่ มีนายทุนไม่กี่คนของประเทศนี้ยังเสพสุขอยู่ได้ แต่คนกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ก็ยังมีความทุกข์แสนสาหัส

ศอ.บต. เชื่อ ด่านบูเก๊ะตา จุดเปลี่ยนสำคัญฟื้นศก.ชายแดนใต้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411449?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ศอ.บต. เชื่อ ด่านบูเก๊ะตา จุดเปลี่ยนสำคัญฟื้นศก.ชายแดนใต้

19 มกราคม 2563 – 15:50 น.
ศอบต,ด่านบูเก๊ะตา,ฟื้นเศรษฐกิจ,ชายแดนใต้,เมืองโก-ลก
เปิดอ่าน 50 ครั้ง

“เลขาฯศอ.บต.” เชื่อ “ด่านบูเก๊ะตา” เสร็จเมื่อไหร่ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ “ชายแดนใต้” หนุน ศก. “เมืองโกลก” ฟื้น ชี้ความถี่ก่อเหตุลดลง

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2563 – ที่ด่านพรมแดนบ้านบูเก๊ะตา อ.แว้ง จ.นราธิวาส พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยและมาเลเซีย มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันทั้งในด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว โดยรัฐบาลกำลังเร่งพัฒนาด่านพรมแดน ทั้ง 9 แห่ง โดยเฉพาะที่ด่านบ้านบูเก๊ะตา ที่อยู่ระหว่างการเร่งพัฒนาให้เสร็จสมบูรณ์ภายในปี 63 ซึ่งเหลือการเวนคืนที่ดิน เพื่อดำเนินการก่อสร้างอาคารและจัดวางระบบต่างๆ ขณะที่พื้นที่ด่านฝั่งมาเลเซียได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว

ทั้งนี้ หากด่านบูเก๊ะตาแล้วเสร็จจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของพื้นที่ชายแดนใต้ และจะเป็นปัจจัยส่งผลให้เศรษฐกิจของ อ.สุไหงโก-ลก ฟื้นตัวตามไปด้วย เนื่องจากมาเลเซียให้ความสำคัญกับด่านดังกล่าวในการนำเข้า-ส่งออกสินค้าโดยรถบรรทุก และจากด่านนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับเมืองต่างๆ ของมาเลเซียทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกได้อย่างสะดวก

พล.ร.ต.สมเกียรติ กล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ตัวเลขความถี่ของเหตุรุนแรงลดลงค่อนข้างมาก ต่างจากอดีตที่เกิดเหตุรุนแรงขึ้นทุกวัน เป็นเพราะศักยภาพการทำหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคงที่จำกัดขอบเขตของผู้ก่อเหตุ รวมถึงมิติการพัฒนาส่งผลให้คนรุ่นใหม่ในสถาบันการศึกษามีส่วนร่วมในกิจกรรมกับภาครัฐขึ้นมากขึ้นตามลำดับ ทำให้เกิดพื้นที่สันติสุขขนาดเล็กเชื่อมโยงกันหลายแห่ง

เมื่อถามว่าปัจจุบันความรุนแรงลดลงหรือไม่นั้น พล.ร.ต.สมเกียรติ กล่าวว่า สถานการณ์ความรุนแรงลดลง ค่อนข้างมากจากในอดีต ในมิติของจำนวนความถี่และความสูญเสีย แต่แต่ยอมรับเหตุการณ์ความรุนแรงยังคงเกิดขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลาบังคับใช้กฎหมาย ยืนยันว่าฝ่ายความมั่นคงมีความตั้งใจในการทำงานอย่างเต็มที่ ส่วนบุคคลหัวรุนแรงสองสัญชาติ ทางการไทยได้ทำการรวบข้อมูลมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่สามารถติดตามตัวได้ ได้ส่งข้อมูลประสานให้ประเทศเพื่อนบ้าน ช่วยติดตาม.

กระตุ้นศก.ชายแดนใต้ เล็งผุดดิวตี้ฟรีสุไหงโก-ลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411413?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

กระตุ้นศก.ชายแดนใต้ เล็งผุดดิวตี้ฟรีสุไหงโก-ลก

19 มกราคม 2563 – 13:12 น.
ดิวตี้ฟรี,ด่าน,ภาคใต้,สุไหงโก-ลก,เศรษฐกิจ,กระตุ้น,ข่าววันนี้
เปิดอ่าน 71 ครั้ง

กระตุ้นศก.ชายแดนใต้ เล็งผุดดิวตี้ฟรี ให้คนไทย ช้อปครั้งละไม่เกิน 2 หมื่น วงรอบ 30 วัน ที่โกลก-เบตง-หนองจิก หลังซบเซาต่อเนื่อง

คลิปที่ 1

19 มกราคม 2563 ที่ด่านพรหมแดนสุไหงโก-ลก  อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ผู้สื่อข่าวรายงานก่อนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และคณะลงพื้นที่จ.นราธิวาส และเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ระหว่างวันที่ 20-21 ม.ค.นี้  

โดยทางสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้นำคณะสื่อมวลชนมาร่วมสังเกตการณ์ ที่ด่านสุไหง-โกลก เมืองต้นแบบด่านการค้าชายแดน เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินนโยบายของรัฐบาลในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน (นราธิวาส ปัตตานี ยะลา) โดยมี พ.ต.ท.ธนากร สับประสาน สารวัตรตรวจคนเข้าเมือง นายจักกฤช อุเทนสูต นายด่านศุลกากรสุไหง-โกลก ให้การต้อนรับ

โดยนายจักกฤช  กล่าวว่า ด่านสุไหงโก-ลก เปิดดำเนินการมา 89 ปี เน้นเรื่องความมั่นคง และอำนวยความสะดวกด้านค้า ทำงานควบคู่กับกองทัพภาค 4 ในการแบ่งปันข้อมูล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน และยังมีระบบไบโอแมทริกซ์ เข้ามาใช้ในด่านคัดกรองบุคคลเข้าออก สามารถใช้ตรวจอัตลักษณ์ได้ผล 100% โดยเฉพาะผู้ต้องสงสัยและบุคคลที่ติดแบล็กลิสต์จะไม่สามารถผ่านด้านตรวจแห่งนี้ได้

ขณะที่มูลค่าการค้าอยู่ที่ 3,200 ล้านบาท ถือว่าไทยยังเสียดุลการค้าให้แก่มาเลเซีย ที่ส่วนใหญ่นำเข้าไม้แปรรูปและอาหารทะเลสด แต่เนื่องจากปีนี้แล้ว สถานการณ์เศรษฐกิจไม่ดี ทำให้มูลค่าการค้าลดลงเหลือ 2,000 ล้านบาท สำหรับปัจจัยทำให้เศรษฐกิจซบเซาเนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยน ภาวะเศรษฐกิจภายในและนอกประเทศ โดยเห็นได้ชัดจากการนำเข้าไม้แปรรูปที่ลดลง

รวมถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ในจังหวัดชายแดนใต้ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นและจิตใจของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ตลอดการเสนอข่าวสารของประเทศเพื่อนบ้าน ยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นลดลง โดยนักท่องเที่ยวลดลง ขณะที่โรงแรมทยอยและธุรกิจ ทยอยปิดตัวลงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันมีผู้โดยสารเข้าออกด่านตรวจ 6,000-7,000 คนและรถยนต์ 200 คัน

นายจักกฤช กล่าวว่า การประชุมครม.สัญจรครั้งนี้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จะเสนอขออนุมัติ เป็นแพ็คเกจใหญ่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเฉพาะกระทรวงการคลัง จะเสนอมาตรการร้านค้าปลอดอากร โดยให้คนไทยที่มีบัตรประชาชนมีสิทธิ์ซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดอากร (duty free) ที่ตั้งในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ ที่อ.สุไหงโก-ลก อ.เบตง จ.ยะลา และ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

โดยสามารถซื้อได้ไม่เกิน 20,000 บาทต่อครั้งโดยได้รับยกเว้นภาษี และอากรศุลกากร แต่ยังต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ทำให้ไม่ต้องข้ามไปยังประเทศมาเลเซีย แต่กำหนดระยะเวลา 30 วัน จึงจะซื้อครั้งถัดไปได้ ถือเป็นโมเดลใหม่ของประเทศ ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการสร้างโครงการเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนในพื้นที่ 3 อำเภอใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

อนุสรณ์ ชี้ ข่าวปล่อยชวน พท. ร่วมรัฐบาล แค่เฟคนิวส์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411404?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

อนุสรณ์ ชี้ ข่าวปล่อยชวน พท. ร่วมรัฐบาล แค่เฟคนิวส์

19 มกราคม 2563 – 13:10 น.
อนุสรณ์,เพื่อไทย,ข่าวปล่อย,ร่วมรัฐบาล,เฟคนิวส์,ศึกซักฟอก
เปิดอ่าน 36 ครั้ง

อนุสรณ์ ชี้ ข่าวปล่อยชวนเพื่อไทยร่วมรัฐบาล หวังเป็นไวรัล สุดท้ายแค่ไวรัสเฟคนิวส์ ยันศึกซักฟอกไม่มีมวยล้ม มั่นใจชนะน็อกใสสะอาด

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2563 – นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐประสานพรรคเพื่อไทยร่วมเป็นรัฐบาลว่า วิธีคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์จะช่วยหาคำตอบได้ไม่ยากว่า ใครเป็นผู้ปล่อยข่าวปลอมนี้ คนที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากข่าวปล่อยนี้มีกลุ่มเดียว ปล่อยออกมาเพื่อกดดันพรรคร่วมรัฐบาล และหวังจะทำลายน้ำหนักของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ลักษณะทำกันเป็นกระบวนการคล้ายไอโอของคนในองค์กรหนึ่งที่เป็นลมใต้ปีกพยุงรัฐบาลตลอดเวลา หวังจะให้เป็นไวรัล แต่กลายเป็นไวรัสเฟคนิวส์ ที่ความเสียหายจะพุ่งเข้าใส่ตัวคนปล่อยข่าวเอง

นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ประชาชนมาไกล คิด วิเคราะห์ แยกแยะเองได้ ถ้าจะสบายใจกับการปล่อยข่าวปลอมใจตัวเองก็เหลือเวลาให้สบายใจอีกไม่กี่วัน คนบางกลุ่มบอกว่าพรรคเพื่อไทยอาจไม่ถนัดในการเป็นฝ่ายค้าน ฉะนั้นเราจึงต้องรีบอภิปรายล้มรัฐบาลในสภาให้ได้ เพื่อกลับมาเป็นรัฐบาลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้ประเทศชาติและประชาชนโดยเร็ว

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อไปว่า พรรคเพื่อไทยมีส.ส.มากที่สุดในสภาฯ จากการประกาศต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. พวกที่ทรยศต่อพี่น้องประชาชน ตอนนี้ไหลรวมกันไปอยู่ตรงไหนประชาชนทราบดี ยืนยันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจฯ ครั้งนี้ไม่มีมวยล้ม นอกจากจะต้องชนะแล้ว ต้องชนะน็อกอย่างใสสะอาด และชนะใจประชาชนคนไทยทั้งประเทศเท่านั้น เราจะไม่ละทิ้งอุดมการณ์และความมุ่งมั่น ไม่ทำให้ประชาชนที่ออกมาไล่ลุงทั้งประเทศผิดหวัง พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านจะต่อยอดจากวิ่งไล่ลุงนอกสภา เป็นอภิปรายไล่ลุงในสภา คนออกมาไล่มากขนาดนี้ ถ้าพ้น 6 เดือนแรกของปีไปได้ต้องถือว่าปาฏิหารย์

“อนาคอนด้าที่พยายามปล่อยข่าว ไม่มี มีแต่งูเห่าที่ประชาชนเห็นตัวหมดแล้ว ประชาชนรอที่จะลงโทษ ที่สุดคนพวกนี้อาจเหลือเป็นได้แค่ ไส้เดือนในการเลือกตั้งครั้งหน้า” นายอนุสรณ์ กล่าว

ปารีณา ลั่น พิมพ์เองแชทเดือดด่าธรรมนัส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411398?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ปารีณา ลั่น พิมพ์เองแชทเดือดด่าธรรมนัส

19 มกราคม 2563 – 12:48 น.
ปารีณา ไกรคุปต์,ธรรมนัส,รมชเกษตร,แชทหลุด,พลังประชารัฐ,ไลน์,ข่าววันนี้,การเมือง,ข่าว
เปิดอ่าน 114 ครั้ง

ปารีณา ลั่น พิมพ์เอง แชทเดือดด่าธรรมนัส เผย เป็นคนตรง ลิ้นกับฟันต้องกระทบกันบ้างยันเป็นไลน์ในกลุ่มสส.พรรคที่เป็นพี่น้องกันคาด คนไม่หวังดีนำไปปล่อย

19 มกราคม 2563 ปารีณา ลั่น พิมพ์เอง แชทเดือดด่าธรรมนัส เผย เป็นคนตรง ลิ้นกับฟันต้องกระทบกันบ้างยันเป็นไลน์ในกลุ่มสส.พรรคที่เป็นพี่น้องกันคาด คนไม่หวังดีนำไปปล่อย

จากกรณีแชทในกรุ๊ปไลน์พรรคพลังชารัฐหลุดมีข้อความ ที่นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ตำหนิการทำงาน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตร ว่าไม่ช่วยเหลือในคดีบุกรุกป่าและครอบครองที่ดินของรัฐ นางสาวปารีณาเกิดเผยกับพีพีทีวี ตนเองว่าพิมพ์จริง เพราะเป็นคนตรงๆ เปรียบเหมือนลิ้นกับฟันต้องมีทะเลาะกันบ้าง

ล่าสุด  ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ที่ยอมรับว่าได้พิมพ์ข้อความต่อว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ว่าไม่ช่วยเหลือในคดีบุกรุกป่าและครอบครองที่ดินของรัฐจริง ระบุว่าเป็นคนที่ชอบพูดตรงๆ จึงพิมพ์ข้อความไป ไม่คิดว่าจะเป็นข่าวเพราะข้อความเหล่านั้นพูดคุยในกรุ๊ปไลน์พรรคพลังประชารัฐ

ซึ่งอยากตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะไม่ได้มีแค่ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐอยู่กรุ๊ปไลน์ เพราะทุกคนในกลุ่มคือ ส.ส. เปรียบเหมือนพี่น้องกัน ไม่คิดว่าคนในพรรคจะแคปหน้าจอมาทำร้ายกัน อาจจะมีบุคคลอื่นที่ไม่หวังดีอยู่ในกลุ่มด้วยหรือไม่ เพราะล่าสุดพิมพ์ข้อความลงในกลุ่มไลน์ดังกล่าวก็หลุดไปยังสื่อมวลชนอีก ยืนยันว่าไม่มีรอยร้าวในพรรค บางคนอาจจะรู้สึกว่าตนเองแสดงความเห็นแรงไป แต่บางคนอาจจะอ่านๆเพราะมีสาระ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อความที่พิมพ์ว่า “ถ้าเอ๋ชนะช่วยให้พี่ลาออกจากรัฐมนตรีได้ไหม” นางสาวปารีณาบอกว่า เป็นการพิมพ์ ตลกๆ ฮาๆ แต่เชื่อว่าคดีนี้เป็นไปตามกฎหมาย ยืนยันไม่มีรอยร้าวหรือความแตกแยก แต่ขอให้ทุกคนเคารพสิทธิ์ส่วนตัวในการแสดงออก ยืนยันยังนับถือ ร.อ.ธรรมนัสเป็นพี่ เพราะเป็นผู้ใหญ่กว่า

ส่วนข้อความที่พิมพ์ “พี่ไม่ได้ช่วยเอ๋เลย มีแต่กระทืบเอ๋” เป็นการให้ร.อ.ธรรมนัส ช่วยเหลือทางคดีใช่หรือไม่ นางสาวปารีณาบอกว่า ยืนยันไม่มีการช่วยเหลือกัน และไม่เคยมีการช่วยเหลือ แต่อาจจะมีการบกพร่องในการทำงาน ที่มากกว่ากฎหมาย ซึ่งไม่ข้อให้รายละเอียดเพิ่มเติมในประเด็นนี้ เพราะละอียดอ่อน แต่ให้สอบถาม นายทศพล เพ็งส้ม ซึ่งเป็นทีมกฎหมายของพรรค ตนเองติดต่อมาเพื่อให้ช่วยดูแลคดี บอกอีกว่า มีชาวบ้าน นักการเมือง ที่ถือครองและทำกินใน ใบ ภบท.5 มาพูดคุยกับตนเอง ทำให้รู้สึกว่า ตนเองอาจจะไม่ได้ทำอะไรผิด

สำหรับความคืบหน้าปัญหาการถือของที่ดินของนางสาวปารีณานั้น มีรายงานว่าทางกฤษฎีจะเชิญกรมป่าไม้ให้ข้อมูลเป็นครั้งที่สอง และจะได้ข้อสรุปจากทางกฤษฎีกากลับมาและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอีกครั้ง

ผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นอาจถึง1,700 คน มีโอกาสไวรัสแพร่กระจายมากกว่าที่เปิดเผย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612131

  • วันที่ 19 ม.ค. 2563 เวลา 13:02 น.

ผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นอาจถึง1,700 คน มีโอกาสไวรัสแพร่กระจายมากกว่าที่เปิดเผย

ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของแต่ละปีจะมีคนจีนเดินทางมาเที่ยวในไทยประเทศไทยหลายล้านคน แม้ว่าจะเกิดสงครามการค้าและเศรษฐกิจที่ซบเซาลง แต่ก็ยังจะมีคนจีนหลักล้านเดินทางเข้ามาในไทยอยู่ดี

หากเป็นสถานการณ์ปกติย่อมเป็นเรื่องน่ายินดีที่เม็ดเงินจาการท่องเที่ยวและการจับจ่ายจะหมุนเวียนในไทยมากมาย แต่ในเวลานี้สถานการณ์ไม่ปกติ เพราะมีการระบาดของไวรัสคล้ายซาร์สในประเทศจีน และตรวจพบชาวจีนที่ป่วยด้วยไวรัสคล้ายซาร์สในไทยแล้ว

ล่าสุด สหรัฐประกาศจะเริ่มทำการคัดกรองเที่ยวบินที่มาจากอู่ฮั่น ที่สนามบินซานฟรานซิสโก ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และ JFK ของยครนิวยอร์ก ซึ่งทั้งคู่ได้มีเที่ยวบินตรงจากอู่ฮั่น และจะดำเนินการคัดกรองที่สนามบินลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีเที่ยวบินเชื่อมต่อจากอู่ฮั่นหลายเที่ยวบิน

ในส่วนของประเทศไทย ประกาศว่าจะทำการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ตแล้วและในไม่ช้าก็จะดำเนินการแบบเดียวกันที่จังหวัดกระบี่

อย่างไรก็ตาม มาตรการเหล่านี้อาจตอบรับสถานการณ์ได้ไม่เพียงพอ เพราะมีความเป็นไปได้ที่จีนจะแจ้งตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยไม่ตรงกับความเป็นจริง และอาจมีผู้ติดเชื้อเดินทางปะปนเข้ามา

ในเวลานี้ได้เข้าสู่ช่วงเดินทางกลับภูมิลำเนาของชาวจีนเพื่อกลับไปฉลองเทศกาลตรุษจีน จึงเกิดความกลัวว่าไวรัสจะแพร่ขยายออกไปก่อนวันหยุดตรุษจีน เพราะชาวจีนหลายร้อยล้านคนจะเดินทางไปทั่วประเทศ หรือเยี่ยมสมาชิกในครอบครัวย้ายไปอาศัยอยู่ในต่างประเทศ ยังไม่รวมช่วงพักผ่อน ดังนั้นเชื้ออาจจะแพร่กระจายจากอู่ฮั่นไปยังที่อื่นได้ง่ายในช่วสงเวลานี้

ช่วงเดินทางและพักผ่อนก่อนและหลังเทศกาลตรุศจีน เรียกว่า “ชุนหยุน” กินเวลา 15 วันก่อนเทศกาล และ 15 วันหลังเทศกาล เมื่อรวมกับวันเฉลิมฉลองแล้วจะกินเวลาถึง 40 วัน ช่วงนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นช่วง 40 วันอันตราย ที่ไวรัสอาจแพร่กระจายได้มากที่สุด

เฉพาะการเดินทางโดยรถไฟ ซึ่งเป็นที่นิยมที่สุดและสะดวกที่สุด ปีที่แล้วมีคนจีนเดินทางในประเทศช่วงตรุษจีนโดยรถไฟ 406 ล้านคน ในปีนี้คาดว่าจะมีถึง 440 ล้านคน

ที่น่ากังวลคือ มีนักวิทยาศาสตร์เตือนว่าตัวเลขที่แท้จริงของการระบาดของไวรัสคล้ายซาร์สในประเทศจีนอาจสูงกว่ารายงานอย่างเป็นทางการ

เจ้าหน้าที่ในประเทศจีนกล่าวว่ามีผู้เสียชีวิต 2 รายและมีผู้ติดเชื้ออย่างน้อย 45 รายโดยมีการระบาดที่ศูนย์กลางตลาดอาหารทะเลในใจกลางเมืองอู่ฮั่นซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากร 11 ล้านคน เป็นศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญ

แพทย์คนหนึ่งจากองค์การอนามัยโลกกล่าวว่า ไม่น่าแปลกใจหากมี “การติดต่อจากคนสู่คนในวงจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ครอบครัวที่มีการติดต่อใกล้ชิดกัน ส่วนทางการจีนก็ยังไม่ตัดความเป็นไปได้เรื่องนี้เช่นกัน

แต่บทความที่ตีพิมพ์เมื่อวันศุกร์โดยนักวิทยาศาสตร์ที่มีศูนย์วิเคราะห์โรคติดเชื้อทั่วโลก MRC ที่ Imperial College ในลอนดอนกล่าวว่าจำนวนผู้ป่วยในอู่ฮั่นน่าจะอยู่ราวๆ 1,700 คน

นักวิจัยกล่าวว่า จากการประเมินของพวกเขาขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่ว่ามีรายงานกรณีติดเชื้อในต่างประเทศ โดยพบ 2 ราย ในประเทศไทยและอีกหนึ่งในญี่ปุ่น

นักวิทยาศาสตร์ที่ศูนย์ MRC ซึ่งให้คำแนะนำแก่องค์กรต่างๆ รวมถึงองค์การอนามัยโลก กล่าวว่าพวกเขาประมาณว่าน่าจะมีคนติดเชื้อ “1,723 คน” ในอู่ฮั่นจากการประเมินล่าสุดจนถึงวันที่ 12 มกราคม

ศาสตราจารย์นีล เฟอร์กูสันหนึ่งในผู้เขียนรายงานบอกสำนักข่าว BBC ว่า “การที่อู่ฮั่นที่ส่งออกผู้ป่วย 3 กรณีไปยังประเทศอื่นๆ หมายความว่าจะต้องมีอีกหลายกรณีมากกว่าที่ได้รับรายงาน”

“ผมรู้สึกกังวลมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว” เขากล่าวแต่ก็กล่าวเช่นกันว่าตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะตื่นตกใจ

ศาสตราจารย์นีล เฟอร์กูสัน แนะว่าผู้คนควรพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของการแพร่เชื้อจากมนุษย์สู่มนุษย์อย่างมีนัยสำคัญให้มากขึ้น และไม่น่าเป็นไปได้ที่การสัมผัสกับสัตว์จะเป็นแหล่งของการติดเชื้อเพียงอย่างเดียว

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในอู่ฮั่นกล่าวว่าชายวัย 69 ปีเสียชีวิตเมื่อวันพุธจากไสรัสดังกล่าว ซึ่งหลังจากมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว การสนทนาออนไลน์ในประเทศจีน เริ่มพูดถึงกันเรื่องความรุนแรงของการระบาดที่อู่ฮั่น และรัฐบาลอาจซ่อนข้อมูลที่แท้จริงไม่ให้จากประชาชนได้รับรู้

หลายคนบ่นเรื่องการเซ็นเซอร์โพสต์ออนไลน์ ขณะที่คนอื่นเปรียบเทียบกับปี 2003 ตอนที่รัฐบาลจีนถูกองค์การอนามัยโลกตำหนิเรื่องแจ้งจำนวนผู้ป่วยโรคซาร์สต่ำกว่าจำนวนที่เกิดขึ้นจริง

ผู้ใช้เครือข่าย Weibo รายหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า เป็นเรื่องแปลกที่มีรายงานพบผู้ป่วยไวรัสอู่ฮั่นในต่างประเทศคือญี่ปุ่นและไทย แต่ในประเทศจีนกลับไม่มีการติดเชื้อใดๆ นอกอู่ฮั่น พร้อมชี้ว่าเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่สอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์

เฟซบุ๊คขอโทษ แปลชื่อสีจิ้นผิงเป็นคำหยาบสกปรก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612123

  • วันที่ 19 ม.ค. 2563 เวลา 11:28 น.

เฟซบุ๊คขอโทษ แปลชื่อสีจิ้นผิงเป็นคำหยาบสกปรก

เฟซบุ๊ค (Facebook) มีแถลงการณ์ขอโทษระบบแปลอัตโนมัติแปลชื่อ สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนจากพม่าเป็นคำหยาบคายในภาษาอังกฤษ

กรณีนี้เกิดขึ้นระหว่างที่สีจิ้นผิงเดินทางเยือนเมียนมาและพบปะกับอองซานซูจี ผู้นำเมียนมา ต่อมาอองซานวูจีได้เขียนถึงการพบปะกันไว้ที่ในหน้าเพจเฟซบุ๊คอย่างเป็นทางการของนาง

แต่เมื่อโพสต์พม่าแปลเป็นภาษาอังกฤษบน ชื่อของสีจิ้นผิงก็ถูกแปลเป็นคำว่า “Mr. Shithole”

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าปัญหานี้ค้างอยู่ในระบบนานแค่ไหน แต่ฟังก์ชั่นการแปลของ Google ไม่ได้แสดงข้อผิดพลาดเดียวกัน

ด้าน แอนดี้ สโตน โฆษกของ Facebook มีแถลงการณ์ขอโทษว่า “เราแก้ไขปัญหาทางเทคนิคที่ทำให้การแปลที่ไม่ถูกต้องจากภาษาพม่าเป็นภาษาอังกฤษบน Facebook แล้ว สิ่งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นและเรากำลังดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก”โฆษกของ Facebookอธิบายเพิ่มเติมว่า เมื่อระบบของ Facebook พบคำที่ไม่มีคำแปล มันจะทำการเดาและแทนที่ด้วยคำที่มีพยางค์คล้ายกันห ลังจากใช้การทดสอบ Facebook พบว่าคำพม่าหลายคำที่ขึ้นต้นด้วย “xi” และ “ shi” ก็แปลเป็นคำหยาบคายในภาษาอังกฤษ

เคเนธ หว่อง อาจารย์สอนภาษาพม่าที่ University of California, Berkeley กล่าวว่าเมื่อเขาเห็นคำแปลเป็นครั้งแรกเขาคิดว่ามีคนตั้งใจทำให้เกิดปัญหากับสีจิ้นผิง แต่หลังจาการตรวจสอบโพสต์ต้นฉบับพม่าอย่างละเอียด หว่องกล่าวว่าพบช่องโหว่ที่ทำให้ระบบผิดพลาด หว่องกล่าวว่าชื่อของสีจิ้นผิง นั้นคล้ายกับคำว่า “chi kyin phyin” (ออกเสียงคร่าวๆ ว่า “ชี จิน ผิน”) ในภาษาพม่า ซึ่งแปลว่า “รูอุจจาระที่ก้น”

ทั้งนี้ คำว่า Shithole ในภาษาอังกฤษเมื่อแปลเอาความหมายโดยตรง จะหมายถึงรูปล่อยอุจจาระ แต่ความหมายทางอ้อมหมายถึงสถานที่โสโครกอย่างที่สุด