‘แพนเค้ก-เขมนิจ’สร้างรอยยิ้มแปลงโฉมเป็นมิกกี้เม้าส์ ส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยเด็กห้องไอซียู #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/466680

‘แพนเค้ก-เขมนิจ’สร้างรอยยิ้มแปลงโฉมเป็นมิกกี้เม้าส์ ส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยเด็กห้องไอซียู

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 15.25 น.

เป็นมอบของขวัญให้เด็กๆ กลับมามีสุขภาพที่ดี หายเจ็บป่วยในเร็ววัน ล่าสุด มูลนิธิโรงบาลเด็ก กองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราชินี จัดกิจกรรมส่งความสุขเพื่อเด็กป่วย1ในกิจกรรมระดมทุนเพื่อผู้ป่วยเด็กห้องไอซียูจากโครงการ “ปาฎิหาริย์เล็กๆ เพื่อผู้ป่วยเด็กไอซียู” ณ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

โดยมีผู้ใหญ่ใจดี วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา-กรรมการกองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ มูลนิธิเด็ก,นพ.อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี แปลงร่างเป็นลุงไดโน่ ทีเร็กซ์ใจดี มาสร้างความสุขให้หนูผู้ป่วยเด็ก พร้อมด้วยนางเอกสายบุญ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกร   ทูตใจดี รพ.เด็ก เซอร์ไพรส์เด็กๆ โดยเจ้าตัวขอสร้างความตื่นตาตื่นใจกับเด็กๆ ด้วยการ ใส่มาสคอตลงทุนแปลงโฉมเป็นมิกกี้เม้าส์ สัญลักษณ์อินเทรนด์ปีหนู มาส่งกำลังใจให้น้องๆ ที่ป่วยวิกฤต ICU และเด็กๆ ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเด็กฯ อย่างอบอุ่นสุดๆ  ซึ่งนอกจากจะสร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้กับเด็กๆ ในช่วงเทศกาลวันเด็กปีนี้แล้ว นางเอกคนสวยยังหอบของขวัญเล็กๆ น้อยๆ อย่างถุงผ้า pancake เข้าเทรนด์กระแสรักษ์โลก งดใช้ถุงพลาสติกไปแบ่งปันมอบให้เด็กๆ และผู้ปกครองในโรงพยาบาลอีกด้วย

เตือนภัย!ตีเนียนหลอกเงินแจ้งเป็นเจ้าหน้าที่จากรายการ’ครัวลั่นทุ่ง’ช่อง 8 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/466676

เตือนภัย!ตีเนียนหลอกเงินแจ้งเป็นเจ้าหน้าที่จากรายการ’ครัวลั่นทุ่ง’ช่อง 8

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 15.02 น.

เป็นข่าวร้อนที่ รายการ ครัวลั่นทุ่ง” จากช่อง 8 ออกอากาศทุกวันเสาร์ 10.20 น. ต้องออกมาเตือนภัย หลังทางเจ้าของ ไร่จุ๋มติดล้อ” ที่อยู่ อ. ศรีประจันต์ จ. สุพรรณบุรี ซึ่งเคยมาออกรายการ ครัวลั่นทุ่ง” ไปเมื่อวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา โดยเจ้าของไร่ คุณจุ๋ม” ได้โทร.เข้ามาแจ้งที่ทางรายการว่าถูก มิจฉาชีพ” หลอกลวงให้โอนเงิน เป็นค่าออกบูธ 14 วัน ในงานอีเว้นท์งานหนึ่ง ที่จะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 63 เป็นจำนวนเงิน 15,000 บาท อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากรายการ ครัวลั่นทุ่ง” ตีเนียนสนิท หวังดีให้ไปออกบูธงานอีเว้นท์ที่กรุงเทพฯ มีบูธดาราร่วมด้วยมากมาย แต่ทางเจ้าของไร่จุ๋มติดล้อได้ไหวตัวทันโทร.กลับเข้ามาเช็คกับทางรายการ เลยรู้ว่าถูก หลอก”  จึงเตรียมตัวเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวัน และเตือนผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ว่าอย่าไปหลงเชื่อ กับ มิจฉาชีพ เหล่านี้ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางโปรดิวเซอร์รายการ “ครัวลั่นทุ่ง”   เล่าให้ฟังว่า

“ทาง รายการ “ครัวลั่นทุ่ง” ช่อง 8 ได้รับแจ้งจากเจ้าของกิจการ คุณจุ๋ม จาก “ไร่จุ๋มติดล้อ” ที่ อ. ศรีประจันต์ จ. สุพรรณบุรี  ซึ่งได้เคยมาออกรายการครัวลั่นทุ่ง ที่ออกอากาศไปเมื่อวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา โดยมีพิธีกร เอ ไชยา มิตรชัย เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมแขกรับเชิญคุณรัศมีแข เล่าเรื่อง วิธีการปลูกกระจับที่ไร่จุ๋มติดล้อ  แล้วนั้น  หลังออกอากาศ ได้มีโทรศัพท์เข้ามาเพื่อพูดคุย และอ้างว่า ชื่อ “วัฒน์” เป็นเจ้าหน้าที่ของทางรายการ สนใจให้ทาง คุณจุ๋ม นำผลิตภัณฑ์ไปร่วมออกบูธ ที่งานอีเว้นท์งานหนึ่ง ที่กรุงเทพฯ ในเดือน กุมภาพันธ์ เป็นเวลา 14 วัน โดยมีค่าใช้จ่ายในการออกบูท เป็นจำนวนเงิน 15,000 บาท โดยขอให้ทางคุณจุ๋มนั้นโอนเงินจำนวนดังกล่าวให้ในทันที ซึ่งทางคุณจุ๋มก็เกิดความสงสัย และลังเล จึงได้ขอทาง “มิจฉาชีพ” ให้รอ แล้วจะติดต่อกลับไปใหม่ และขอแลกข้อมูลทาง “ไลน์” กับทางมิจฉาชีพ รวมถึงเลขบัญชีการโอนให้ทางมิจฉาชีพส่งมาให้  หลังจากนั้นอีกวันทางคุณจุ๋มได้ติดต่อกับมาทางรายการ และรู้ข้อมูลความจริง ว่าไม่มีเจ้าหน้าที่จากทางรายการ “ครัวลั่นทุ่ง” ที่ชื่อ “วัฒน์” และไม่เคยขอให้ทางคุณจุ๋มไปออกอีเว้นท์ดังกล่าวด้วย  ทำให้คุณจุ๋มรู้ทันทีว่าถูกหลอกลวงจาก “มิจฉาชีพ” ดังกล่าว จึงได้เตรียมรวบรวมข้อมูลเข้าแจ้งความ และอยากเตือนให้กับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ให้ระวังตัวจะโดนมิจฉาชีพคนนี้ด้วย รวมถึงทางรายการ “ครัวลั่นทุ่ง” ช่อง 8 อยากแจ้งให้ทราบว่าทางรายการ “ครัวลั่นทุ่ง” ไม่มีเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว และไม่มีนโยบายในการให้เจ้าหน้าที่ของรายการ กระทำการเกี่ยวกับเรื่องการไปออกงานอีเว้นท์ต่าง ๆ ตามที่มิจฉาชีพคนนั้นแอบอ้างมา และหากเกิดเหตุการณ์ที่ทางผู้ประกอบการคนอื่น ๆ ได้เจอเรื่องราวแบบนี้ ให้ติดต่อประสานงานกับมาทางรายการ “ครัวลั่นทุ่ง” ช่อง 8 โดยตรง และระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อกับเหล่า “มิจฉาชีพ” ทางโซเชียลต่าง ๆ เป็นอันเด็ดขาด”ติดตามรายการครัวลั่นทุ่ง ได้ทุกวันเสาร์ 10.20 น. ทางช่อง 8 กดหมายเลข 27

‘ลาล่า อาร์สยาม’โพสต์ซึ้ง ขอบคุณครูคนแรก’อี๊ด โปงลางสะออน’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/466674

‘ลาล่า อาร์สยาม’โพสต์ซึ้ง ขอบคุณครูคนแรก’อี๊ด โปงลางสะออน’

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 14.59 น.

อันเนื่องมาแต่วันครู 16 มกราคม ของทุกปี ที่ศิษย์มีครูทุกคนต่างไม่ลืม บ้างก็โพสต์ถึงคุณพ่อคุณแม่ ที่เปรียบเสมือนคุณครูคนแรกที่สอนตั้งแต่การพูดการเดินการกิน ส่วนศิลปินซุปตาร์อารมณ์ดี “ลาล่า อาร์สยาม” (ขวัญนภา  เรืองศรี) กลับโพสต์ซึ้งๆ ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว @Kwannapa Ruangsri เพื่อขอบคุณครูที่ให้ชีวิตในวงการบันเทิงกับเธอ.. “อี๊ด โปงลางสะออน” ว่า..

“16 มค วันครู ถ้าพูดถึงผู้ชายคนนี้ คนที่สร้างวงโปงลางสะออนขึ้นมา #พี่อี๊ด เค้าคือครูคนแรก ที่ให้วิชาชีพเรา ทำให้ทุกคนได้รู้จัก ลาล่า ลูลู่ ทำให้เราได้มีอาชีพในวงการบันเทิง สอนน้องๆ ให้รู้จักการใช้ชีวิตให้เป็น ดูแลน้องๆ เป็นอย่างดี เป็นครูผู้ให้ เป็นครูผู้สร้าง เป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆ มีพลังในการสู้ชีวิต ขอบคุณจ้าอ้าย #โปงลางสะออน ”

พร้อมๆ กับลงรูปในตำนาน “อี๊ด-ลาล่า-ลูลู่ โปงลางสะออน” บนเวที มหกรรมสะออน คอนเสิร์ต  2007  โปงลางสะออน  ตอน..อะเมซิ่งไทยแลนด์ จนกระทั่งแฟนเพลง และพี่น้องในวงการหลายๆ คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า “คิดถึงวงโปงลางที่ดังที่สุดวงนี้ อยากให้กลับมาอีก”, “ติดตามตั้งแต่ปีแรก จนถึงปัจจุบันก็ยังรักอยู่ โปงลางสะออน”, “ดูตั้งแต่ ม.ต้น จนตอนนี้ 26 ปีแล้วค่ะ ชอบมากเลยค่ะ” ฯลฯ ถือเป็นพลังชื่นชมคนที่มีความกตัญญูกตเวที และรำลึกถึงบุญคุณครูบาอาจารย์ ไม่ว่าจะอยู่ในโรงเรียน หรือในชีวิตการทำงาน ไม่นับความรัก ความผูกพันระหว่างพี่น้อง ที่แม้จะไม่ได้ร่วมงาน หรืออยู่สังกัดเดียวกันแล้ว แต่เชื่อว่า “โปงลางสะออน” ยังคงอยู่ในความทรงจำดีๆ ไม่เฉพาะ “พี่อี๊ด โปงลางสะออน” หรือ “ลูลู่-ลาล่า อาร์สยาม” เท่านั้น แต่จะยังคงอยู่ในความประทับใจของแฟนเพลงมากว่า 10 ปี และจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป…

วงโปงลางสะออน เข้าสังกัดค่ายเพลง อาร์สยาม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 พร้อมกับมีคอนเสิร์ตใหญ่ทุกปี ได้แก่

ปี 2548 “โปงลางสะออน LIVE  IN  BANGKOK (ไลฟ์ อิน บางกอก)” ที่ เดอะมอลล์  บางกะปิ

ปี 2549 “โปงลางสะออน  เดอะ โชว์ มาส โก สะออน” ที่ Impact Exhibition Hall 1 เมืองทองธานี

ปี 2550 “มหกรรมสะออนคอนเสิร์ต  2007  โปงลางสะออน  ตอน..อะเมซิ่งไทยแลนด์” ที่ อิมแพค อารีน่า  เมืองทองธานี

ปี 2551 “โปงลางสะออน คอนเสิร์ต We are the world” ที่ สยามนิรมิต

ปี 2552 “โปงลางสะออน เฟสติวัล คอนเสิร์ต ตอน เทศกาล เชิญแขก แปลกหน้า” ที่ เดอะมอลล์ บางกะปิ

ปี 2553 “โปงลางสตอรี่ ไลฟ์ อิน บางแค” ที่ ที่ เดอะมอลล์ บางแค

                                                         

เสริมสิริมงคลกับชุดอาหารต้อนรับตรุษจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/410921?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

เสริมสิริมงคลกับชุดอาหารต้อนรับตรุษจีน

17 มกราคม 2563 – 00:00 น.
ห้องอาหารจีน ดิ เอมเพอเรอร์  โรงแรมมณเฑียร ริเวอรไซด์,อาหารสิริมงคล,ติ่มซำ,เป็ดปากกิ่ง,หอยนางรมฟินเดอแคลร์,หมูหันสไตล์ฮ่องกงติ่มซำ,ซีฟู้ดนานาชนิด
เปิดอ่าน 121 ครั้ง

ต้อนรับตรุษจีนด้วยชุดอาหารที่ทั้งอิ่มและได้ความเป็นสิริมงคล

อาหารชุดมงคล

 โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์  โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เชิญชวนทุกครอบครัวมาฉลองวันตรุษจีน ระหว่าง 25 – 26 มกราคมนี้ ลุ้นรับอั่งเปาส่วนลดสูงสุด 40 เปอร์เซ็นต์ และของสมนาคุณพิเศษ ร่วมกิจกรรมที่ “ดิเอมเมอรัลด์แฟมิลีคลับ” อิ่มอร่อยกับอาหารทานเล่นมากมาย ชมเมจิกโชว์ รับลูกโป่งประดิษฐ์จากโบโซ่ ผู้สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมถ่ายภาพครอบครัวที่ระลึก ห้องอาหารจีนหยก บริการ “อาหารชุดมงคล” ซึ่งเชฟผู้มากประสบการณ์ได้คัดสรรอาหารที่มีความหมายเป็นสิริมงคลเช่น “ชุดโชคลาภ เพียง 9,999 บาท++” “ชุดอยู่เย็นเป็นสุข 12,999++ บาท” หรือ “ซุปฮ่องเต้หม้อดิน” ราคาเริ่มต้น 1,499 บาท++ ทานครบ 9,000 บาทขึ้นไป รับฟรี “เป็ดปักกิ่ง 1 ตัว” และ “หยี่ซัง” (สลัดแห่งความโชคดี รุ่งเรือง และอุดมสมบูรณ์) ดิ เอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ บริการบุฟเฟต์ซีฟู้ดทั้งมื้อกลางวันและเย็น หรือที่ห้องอาหารญี่ปุ่นไดอิจิ บริการบุฟเฟต์ซูชิพรีเมียม เพียงท่านละ 780 บาทถ้วนเท่านั้น ลุ้นรับซองอั่งเปาส่วนลดสูงสุดถึง 40 เปอร์เซ็นต์ เฉพาะวันที่ 25 มกราคมเท่านั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองโต๊ะล่วงหน้าโทร.0-2276-4567

“Yu Sheng” (ยี่ซาง)

   โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เชิญร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนต้อนรับปีหนู กับเมนูแห่งความอร่อยและเสริมสิริมงคล พร้อมชมการแสดงเชิดสิงโตและรับอั่งเปาแห่งความโชคดี เชฟแอนดี้ เหลียง หัวหน้าพ่อครัวห้องอาหารจีน เดอะ ไชน่า เฮ้าส์ (The China House) นำเสนอเมนูอาหารแห่งโชคลาภตามธรรมเนียมของชาวจีน “Yu Sheng” (ยี่ซาง) หรือสลัดปลาแซลมอนและหนังปลาทอดกรอบ ถือเป็นเมนูสัญลักษณ์แห่งความโชคดี มั่งมีศรีสุข สุขภาพแข็งแรง และอายุยืนยาว เสิร์ฟเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนเพียงปีละหนึ่งครั้ง พร้อมเมนูอาหารจีนแบบเซ็ทเมนู ที่นำเสนอแมนูมงคล อาทิ ปลาเงินทอดพริกเกลือ เกี๊ยวไก่เจี๋ยน อาหารทะเลผัดซอสเอ็กซ์โอ เมนูอาหารจีนแบบเซ็ทแห่งความเจริญรุ่งเรือง Prosperity Set Menu ราคา 2,388++ (ราคา 2,811 บาทสุทธิ) ต่อท่าน และแบบเซ็ทแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย Treasury Set Menu ราคา 2,888++ (ราคา 3,399 บาทสุทธิ) ต่อท่าน ให้บริการ ณ ห้องอาหารจีน เดอะ ไชน่า เฮ้าส์ สำหรับมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ตั้งแต่วันที่ 23 – 26 มกราคม 2563 นอกจากนี้ห้องอาหารอื่นๆ ยังมีโปรโมชั่นอีกมากมาย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.0-2659-9000 หรือ อีเมล mobkk-restaurants@mohg.com, http://www.mandarinoriental.com/bangkok

 โรงแรมเลอ เมอริเดียน

   โรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพ นำเสนอความอิ่มอร่อยแบบไม่อั้นกับเมนูเสริมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนด้วยอาหารจีนเลิศรสพร้อมเสิร์ฟเพิ่มเติมจากไลน์บุฟเฟ่ต์นานาชาติ (โปรแกรมปกติ) ในราคาเดิม อิ่มอร่อยอย่างอบอุ่นพร้อมครอบครัวและคนรักได้ที่ ห้องอาหารเลเทส เรซิพี ในวันเสาร์ที่ 25 หรือวันจันทร์ที่ 27 มกราคมนี้ เชิญลิ้มลองเมนูอาหารพิเศษที่ทีมเชฟร่วมรังสรรค์เพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่จีน อิ่มกาย สบายใจ ไปกับ 03 เมนูประจำเทศกาลตรุษจีน เรียกน้ำย่อยด้วยสลัดแมงกระพรุนซอสงา ไข่เยี่ยวม้าชิ้นพอดีคำ เนื้อหมูนึ่งนุ่มลิ้น จุใจไปอีกขั้นกับ 08 เมนูติ่มซำ เช่น ก๋วยเตี๋ยวหลอดหมูอบน้ำผึ้ง และเมนูเครื่องเคียง เสี่ยวหลงเปาไส้หมูสุดฉ่ำ ขนมผักกาดและอีกมากมาย พักเบรคระหว่างมื้อด้วย ซาลาเปาไส้ครีมและทาร์ตไข่พลาดไม่ได้กับ ซุปข้าวโพดสไตล์จีนที่ใส่เนื้อปูสดๆมาเต็มที่ รับประทานคู่กับหมูสามชั้นกรอบราดซอสจีนปรุงรส ก่อนเข้าสู่ 06 เมนูหลักละลานตา ตั้งแต่เมนูไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ไปจนถึงผัดผักบร็อคโคลี่ซอสเสฉวนเข้มข้น และตบท้ายช่วงเวลาดีๆ ด้วยเมนูของหวานนานาชนิด ทั้งบัวลอยน้ำขิง สาคูแคนตาลูปเย็น และพุดดิ้งมะม่วงหวานฉ่ำ เมนูพิเศษต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ณ ห้องอาหารเลเทส เรซิพี, ชั้น 02 วันเสาร์ที่ 25 มกราคม 2563 ราคา 900 บาทสุทธิ ต่อท่าน สำหรับบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน ราคา 1,100 บาทสุทธิ ต่อท่าน สำหรับบุฟเฟ่ต์มื้อเย็น ราคา 1,900 บาทสุทธิต่อท่าน สำหรับบุฟเฟ่ต์มื้อเย็นพร้อม Seafood Tower วันจันทร์ที่ 27 มกราคม 2563 ราคา 900 บาทสุทธิ ต่อท่าน สำหรับบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน*ทุกรายการรวมเครื่องดื่มแบบไม่อั้น (ไม่รวมแอลกอฮอล์) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.0-2232-8888 หรืออีเมลล์ dining.lmbkk@lemeridien.com

ผัดหมี่มงคลอายุยืนหมื่นปี, กุ้งแชบ๊วยเหล้าแดงกระทะร้อน

เฉลิมฉลองต้อนรับปีหนูทองกับเทศกาลตรุษจีน พร้อมอิ่มเอมไปกับเมนูมงคลเลิศรสมื้อหรูที่ห้องอาหารแทพเพสทรี โรงแรมแคนทารี โคราช ห้องอาหารแทพเพสทรี โรงแรมแคนทารี โคราช เชิญคุณและครอบครัวมาร่วมเฉลิมฉลองอย่างมีความสุขพร้อมหน้าทั้งครอบครัว และอิ่มหนำสำราญกับเมนูอาหารจีน อะลาคาร์ทเลิศรสเพื่อความเป็นสิริมงคล ที่เชฟรังสรรค์วัตถุดิบชั้นเลิศนำมาปรุงเป็นเมนูพิเศษสำหรับเทศกาลตรุษจีน อาทิ ผัดหมี่มงคลอายุยืนหมื่นปี, กุ้งแชบ๊วยเหล้าแดงกระทะร้อน ที่พร้อมให้คุณครื้นเครงกันทั้งครอบครัวพร้อมด้วยเมนูซิกเนเจอร์เลิศรส และติ่มซำนานาชนิด พร้อมให้บริการตั้งแต่วันที่ 24 – 26 มกราคม 2563 เปิดบริการ มื้อกลางวันเวลา 11.30 – 14.30 น. และมื้อค่ำเวลา 18.00 – 22.00 น. สำรองที่นั่งล่วงหน้าหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.0-4435-3011-2 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ http://www.kantarycollection.com

ซุปเป๋าฮื้อเส้นกระเพาะปลาสดเส้นเห็ดหอมเส้นไก่เส้นน้ำแดง, กุ้งผัดเม็ดมะม่วงใส่คื่นฉ่ายฝรั่ง เผือกทอดสอดไส้กุ้ง

ปลาหยกขาวนึ่งซีอิ๊ว,  ไก่ทอดหนังกรอบ, บะหมี่อีฟูเนื้อปู, บัวลอยสาคูถั่วแดงบดร้อน

          ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ต้อนรับตรุษจีนปีหนูทองด้วยเซ็ตโต๊ะจีนมงคลสไตล์ฮ่องกงแท้ ร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ชวนคุณเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน 2563 ช่วงเวลาของการเสริมสิริมงคลสำหรับการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในชีวิต ต้อนรับปีหนูทองกับเซ็ตโต๊ะจีนชั้นเลิศที่ประกอบด้วย 9 เมนูมงคลที่เชฟฮ่องกงมากฝีมือได้เลือกสรรวัตถุดิบชั้นดีมาจัดเตรียมความอร่อยเลิศรสที่มาพร้อมมงคลชีวิต ได้แก่ “ปลาแซลมอนหอยเชลล์ฮอกไกโดสลัด” โดยชาวจีนเชื่อว่าปลาจะนำมาซึ่งความโชคดี พร้อมวิธีการรับประทานแบบชาวจีนโดยยกให้สูง พร้อมโรยถั่วและงา “ซุปเป๋าฮื้อเส้นกระเพาะปลาสดเส้นเห็ดหอมเส้นไก่เส้นน้ำแดง” เมนูนี้ได้ความอร่อยกลมกล่อมของซุปชั้นเลิศ และเป๋าฮื้อหมายถึงความเหลือกินเหลือใช้ เมนูถัดไปคือ “เป็ดปักกิ่ง” โดยสัตว์ปีกเปรียบเสมือนตำแหน่งที่สูงขึ้น ต่อด้วย “กังป๋วยเม็ดสาหร่ายเส้นผมเห็ดหอมน้ำมันหอย” และเมนูใหม่เอาใจคนรักสุขภาพ “กุ้งผัดเม็ดมะม่วงใส่คื่นฉ่ายฝรั่ง” หรือ “เผือกทอดสอดไส้กุ้ง” (เลือกได้ 1 รายการ) พร้อมอร่อยล้ำจัดเต็มกับ “ไก่ทอดหนังกรอบ” “ปลาหยกขาวนึ่งซีอิ๊ว” “บะหมี่อีฟูเนื้อปู” เมนูนี้เชฟคัดสรรบะหมี่มาอย่างดี ผัดด้วยไฟแรง พร้อมเนื้อปูสดหวาน โดยบะหมี่หมายถึงอายุที่ยืนยาว และปิดท้ายด้วยของหวานสไตล์ฮ่องกงอย่าง “บัวลอยสาคูถั่วแดงบดร้อน” ซึ่งเปรียบเสมือนความอบอุ่นในครอบครัว ตรุษจีนนี้อย่าลืมพาครอบครัวหรือเพื่อนๆ มาอิ่มอร่อยไปกับเซ็ตโต๊ะจีนมงคลต้นตำรับสไตล์ฮ่องกงแท้ที่ร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน โดยมีให้เลือก 2 เซต คือ โต๊ะจีนชุดใหญ่ ราคาเพียง 11,888 บาท (สำหรับ 8 – 10 ท่าน) และโต๊ะจีนชุดเล็ก ราคา 5,222 บาท (สำหรับ 4 – 6 ท่าน) นอกจากนี้ยังมี 7 เมนูติ่มซำมงคลให้อิ่มอร่อยในราคาเริ่มต้น 85 – 99 บาท ระหว่างวันที่ 24 – 31 มกราคม 2563 ณ ร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน บริเวณล็อบบี้ อาคาร 12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี สำรองความอร่อย โทร. 02-833-5434-5 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือติดตามอัปเดตข่าวสารและโปรโมชั่นใหม่ๆ ได้ที่เว็บไซต์ www.hkfisherman.com และเฟซบุ๊ก Hong Kong Fisherman

เซ็ตความสุขเพิ่มพูน

          เฉลิมฉลองเทศกาลขึ้นปีใหม่จีนที่ ห้องอาหารเรือนต้น ตั้งแต่วันที่ 24-30 มกราคมนี้ อิ่มเอมกับ 3 เซ็ตเมนูอาหารจีนสุดอลังการเสริมมงคลรับปีหนูทอง “เซ็ตความสุขเพิ่มพูน” ราคา 8,200++ บาทต่อ 1โต๊ะ 10 ท่าน “เซ็ตร่ำรวยมั่งคั่ง” ราคา 9,200++ บาทต่อ 1โต๊ะ 10 ท่าน และ “เซ็ตอายุมั่นขวัญยืน” ราคา 10,200++ บาทต่อ 1โต๊ะ 10 ท่าน ยกทัพเมนูคาวหวานสุดพรีเมียม พร้อมเสิร์ฟให้คุณลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็น เป็ดปักกิ่ง ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว เป๋าฮื้อเห็ดหอมน้ำแดง และพบกับอีกหนึ่งเมนูสุดมงคลเฉพาะช่วงตรุษจีนนี้ “ยี่ซัง” หรือสลัดปลาดิบ คัดสรรปลาดิบสดๆ พร้อมเครื่องเคียงทั้งหัวไชเท้า ส้มโอ เผือก พริกแดงซอย แครอท ถั่ว เมล็ดงา ราดด้วยซอสบ๊วยรสชาติอมหวาน รับประทานแล้วจะต้องเฮงโชคดีมีสุขตลอดปี!  สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ ห้องอาหารเรือนต้น โรงแรมมณเฑียรกรุงเทพ ถนนสุรวงศ์ โทร : 0 – 2233 – 7060 ต่อ 5103

 

 

 

 

ฟุหมานเหลา โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์

ฟุหมานเหลา โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ ร่วมฉลองตรุษจีน 25 มกราคมนี้ ด้วยความหลากหลายของบุฟเฟ่ต์ติ่มซำ มื้อกลางวัน เพียงท่านละ 650 บาทถ้วน รวมชาเก๊กอวย ร้อนเย็น พร้อมหมูหัน เมนูเพิ่มเติมพิเศษในไลน์บุฟเฟ่ต์ หรือเมนูเซตมงคล “มั่งมีศรีสุข” สำหรับครอบครัวใหญ่ สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.0-2216-9555

ข้าวมันไก่ไหหลำ, กระเพาะปลาน้ำแดง, ไก่ซอสเหล้าแดง, ติ่มซำนานาชนิด

  ห้องอาหารครัวหลวง โรงแรมแมนดาริน จัดรายการพิเศษ ฉลองวันตรุษจีน 25 มกราคม เสิร์ฟบุฟเฟ่ต์อาหารจีน อาทิ กระเพาะปลาน้ำแดง ข้าวมันไก่ไหหลำ ไก่ซอสเหล้าแดง ติ่มซำนานาชนิด และอาหารรสเลิศ อีกมากมาย พร้อมของหวาน ชา หรือ กาแฟ มื้อกลางวันท่านละ 370 บาทสุทธิ และมื้อเย็นท่านละ 340 บาทสุทธิ สอบถามโทร.0-2238-0230

 หมูหัน,  เป็ดปักกิ่ง, หมูแดง, ติ่มซำ 

     เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ เชิญฉลองเทศกาลตรุษจีนปีหนู มื้อกลางวัน และมื้อค่ำ วันที่ 24-25 มกราคม ห้องอาหารวูว์ อาทิ หมูหัน เป็ดปักกิ่ง หมูแดง ติ่มซำ ราคา 1,288 บาท++ ต่อท่าน สำหรับบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน และราคา 2,288 บาท++ สำหรับบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ รวมถึงหลากเมนูในบุฟเฟ่ต์บรันช์วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม ไม่ว่าจะเป็นตับห่านและซีฟู้ด อาทิ ล็อบสเตอร์ ปลาแซลมอนนำเข้า เนื้อสันนอก ฯลฯ ราคา 2,850 บาท++ ต่อท่าน สอบถามโทร.0-2207-7777

 เย่า เรสเตอรองท์

 เย่า เรสเตอรองท์ ชั้น 32 โรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ เชิญฉลองตรุษจีน ระหว่างวันที่ 25 – 27 มกราคม ด้วยหลากหลายเมนูอาหารจีนเลิศรสเคล้าวิวกรุงเทพฯ ทั้งเมนูแบบอลาคาร์ท และเซตเมนูพิเศษ ไม่ว่าจะมาเดี่ยว หรือมาฉลองทั้งครอบครัว 3 แบบ 3 สไตล์ พร้อมโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเชฟชาวจีนชื่อดัง หวัง เวนบิน เซตเมนูเริ่มต้นที่ 3,280++ บาทต่อท่าน สำรองที่นั่งล่วงหน้าโทร.02-088-5666

หอยนางรมฟินเดอแคลร์, ขาปูอลาสก้า, บอสตันล็อบสเตอร์, รวมไปถึงตับห่าน (ฟัวกราส์)

  โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ เชิญร่วมเฉลิมฉลองวันตรุษจีนด้วย “ตรุษจีน ซันเดย์บรันช์”  อาทิ เป็ดปักกิ่ง, หมูหันสไตล์ฮ่องกงติ่มซำ ซีฟู้ดนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นหอยนางรมฟินเดอแคลร์, ขาปูอลาสก้า, บอสตันล็อบสเตอร์, รวมไปถึงตับห่าน (ฟัวกราส์) หลากหลายเมนูอาหารนานาชาติ ไทย, ญี่ปุ่น, อิตาเลียน และ ตะวันออกกลาง ปิดท้ายด้วยขนมหวานนานาชนิด และเครื่องดื่มหลากหลายประเภท โดยสามารถเลือกที่นั่งได้ทั้งในห้องอาหาร เมดิสัน สเต๊กเฮ้าส์, สไปซ์ มาร์เก็ต หรือ อควา บาร์ ริมสวนปาริชาติ คอร์ท  แพ็กเกจราคา 2,999 บาท++ ต่อท่าน รวมซอฟท์ดริงก์และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ แชมเปญแพ็กเกจ ราคา 4,100 บาท++ ต่อท่าน รวมแชมเปญ Billecart-Salmon ค็อกเทล เบียร์ และ ไวน์ วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม เวลา 12.00 – 15.00 น. นอกจากนี้ยังเชิญร่วมรับชมการเชิดสิงโตในวันเสาร์ที่ 25 มกราคม เชื่อกันว่าจะนำมาซึ่งโชคลาภ ความเป็นสิริมงคล และความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ผู้ที่ได้รับชม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งล่วงหน้าโทร.0-2126-8866 ต่อ 1201 หรืออีเมล dining.asia@anantara.com เว็บไซต์ http://www.anantara.com/en/siam-bangkok

   ห้องอาหารจีน ดิ เอมเพอเรอร์  โรงแรมมณเฑียร ริเวอรไซด์

    ห้องอาหารจีน ดิ เอมเพอเรอร์  โรงแรมมณเฑียร ริเวอรไซด์ ฉลองตรุษจีนปีนี้ ในวันเสาร์ที่ 25 มกราคม เวลา 11:30 – 14:30 น. จะพิเศษกว่าทุกปีที่ผ่านมา ด้วยบุฟเฟ่ต์อาหารจีน มื้อกลางวันเลิศรส หลากหลายเมนูมงคล ราคาผู้ใหญ่ 888 บาท สุทธิ / ท่าน ราคาเด็ก 550 บาท สุทธิ / ท่าน เตรียมพบกับความ พิเศษ! เมื่อสำรองที่นั่งล่วงหน้าผ่านทางเฟซบุ๊ก Montien Riverside Hotel Bangkok สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 0-2292-2999 ต่อ 3202 หรือ 3214 – 5

อาหารมงคล-เซตน้ำชาฉลองตรุษจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/410725?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

อาหารมงคล-เซตน้ำชาฉลองตรุษจีน

15 มกราคม 2563 – 19:00 น.
ตรุษจีน,เชฟแอนดี้ เหลียง,โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล,ยี่ซ่าง,เชฟพาโบล คิกเคล,ดิ ออเธอร์ส เลาจน์,ชุดน้ำชายามบ่าย
เปิดอ่าน 184 ครั้ง

กินอาหารที่เป็นมงคล ประหนึ่งคำอวยพรตรุษจีนที่จะทำให้ผู้รับประทานประสบพบเจอแต่ความสุข ความโชคดี ตลอดปี

อีกไม่กี่วันก็เข้าสู่เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ของพี่น้องชาวจีน กับ “เทศกาลตรุษจีน” ซึ่งปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 25 มกราคม ในช่วงเวลาแห่งความสุขนี้คนจีนจะนิยมกินอาหารที่เป็นมงคล ประหนึ่งคำอวยพรตรุษจีนที่จะทำให้ผู้รับประทานประสบพบเจอแต่ความสุข ความโชคดี ตลอดปีนั่นเอง

 เชฟแอนดี้ เหลียง นำเสนอเมนู “ยี่ซ่าง”

โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ จึงขอร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนต้อนรับปีหนู กับเมนูแห่งความอร่อยและเสริมสิริมงคล โดย เชฟแอนดี้ เหลียง หัวหน้าพ่อครัวห้องอาหารจีน เดอะ ไชน่า เฮ้าส์ นำเสนอเมนู “ยี่ซ่าง” อาหารแห่งโชคลาภ มั่งมีศรีสุข สุขภาพแข็งแรง และอายุยืนยาว ซึ่งคำว่า “หยี่” หมายถึงปลา “ซัง” หมายถึงดิบ หยี่ซังจึงหมายถึงสลัดปลาดิบ ประกอบด้วย เนื้อปลา 3 ชนิด ได้แก่ ปลาแซลมอน สื่อความหมายถึงทองคำ, ปลากะพง สื่อความหมายถึงสุขภาพร่างกายแข็งแรง และปลาทูน่า สื่อความหมายถึงเงินทองไหลมาเทมาและธุรกิจการค้าเจริญรุ่งเรือง

ยี่ซ่าง

เชฟแอนดี้ เหลียง โชว์การคลุกเคล้า “ยี่ซ่าง”

นอกจากเนื้อปลาทั้ง 3 ชนิดแล้วส่วนผสมของ “ยี่ซ่าง” มีอีกหลายชนิดทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันถั่วลิสง สื่อความหมายถึงการลื่นไหล งาขาวหมายถึงการเจริญงอกงาม ส้มโอหมายถึงความโชคดี ไชเท้าหมายถึงการได้เป็นเจ้านายคนหรือมีลาภ หมี่กรอบ ปลาท่องโก๋ทอด แมงกะพรุน หนังปลากรอบ ส้มจี๊ดตากแห้ง แครอท มะละกอเชื่อม ขิงดอง เผือกทอด เปาะเปี๊ยะทอด ฯลฯ ก่อนกินควรเพิ่มรสชาติด้วยซอสตะไคร้หวาน หรือซอสบ๊วยสูตรพิเศษที่มีรสชาติโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ สำหรับประเพณีการรับประทานคือผู้ที่อาวุโสสูงสุดจะเริ่มคลุกเครื่องปรุงด้วยวิธีการโยนขึ้นสูง และกล่าวแต่คำมงคล ซึ่งเมนูมงคลนี้จะเสิร์ฟเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนเพียงปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น

เชฟพาโบล คิกเคล

ดิ ออเธอร์ส เลาจน์

          นอกจากนี้หัวหน้าพ่อครัวเบเกอรี่ชาวฝรั่งเศส เชฟพาโบล คิกเคล ยังได้สร้างสรรค์ผลงานร่วมกับหัวหน้าพ่อครัวจีนรังสรรค์ชุดน้ำชายามบ่ายพร้อมของว่าง เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลสุดพิเศษนี้เป็นครั้งแรกที่ ดิ ออเธอร์ส เลาจน์ โดยเชฟได้นำความเชื่อและประเพณีของชาวจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีนมานำเสนอเป็นชุดน้ำชายามบ่ายและของว่างเสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ของชาวจีน ทำให้การฉลองเทศกาลตรุษจีนประจำปีนี้เต็มไปด้วยสีสันอันน่าสะดุดตาและรสชาติความอร่อยที่สะท้อนวัฒนธรรมจีนหากแต่ถ่ายทอดออกมาในรสชาติของหวานตามแบบตะวันตกเพื่อให้ตรุษจีนปีนี้เป็นเทศกาลที่คนทุกช่วงอายุและมาจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ยังสามารถมีส่วนร่วมในเทศกาลเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่นี้ได้

ชุดน้ำชายามบ่าย

          ชุดน้ำชายามบ่ายเริ่มต้นเสิร์ฟด้วย บัวลอยงาดำในน้ำขิง เพื่อให้ร่างกายตื่นตัวก่อนจะตามติดด้วยชุดของว่างและขนมหวาน ประกอบด้วยของคาวและของหวาน 12 รายการ เริ่มจากชั้นบนสุดเป็นขนมหวาน 5 ชนิด ประกอบด้วย อมยิ้มช็อกโกแลตแห่งความมั่งคั่งรสชาคาราเมล, มูสมะพร้าวและลิ้นจี่, ช็อกโกแลตในโคมไฟมงคล, ขนมเข่งรูปทรงดอกไม้ และ ชูว์ครีมมะม่วงและงา ชั้นถัดมาเป็นของว่าง 6 ชนิด ประกอบด้วย แซนด์วิชไข่และกุนเชียง, แซลมอนรมควันในรูปทรงส้มมงคล, ตับห่านและสตรอเบอร์รี่ในรูปทรงประทัดจีน, แซนด์วิชไก่รมควันกลิ่นชาลาพแซง ซูชอง, พายหมูแดง และ แซนด์วิชแตงกวาดองและครีมชีส ขณะที่ชั้นล่างสุดเป็น สโคนต้นตำรับ และ สโคนรสมะม่วงอบร้อนเสิร์ฟคู่กับแยมกลีบกุหลาบ และแยมผลไม้ตามฤดูกาล คล็อตเต็ดครีมมาสคาโปนชีส หรือเนยแล้วแต่ชอบ

ของหวาน 5 ชนิด

          สำหรับชุดน้ำชายามบ่ายฉลองเทศกาลตรุษจีน ราคา 1,500 บาท (ราคาสุทธิ 1,767 บาท) ต่อท่าน พร้อมให้บริการตั้งแต่วันนี้-31 มกราคม เวลา 12.00-18.00 น. ติดต่อสำรองที่นั่ง หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.0-2659-9000 หรือ อีเมล mobkk-restaurants@mohg.com www.mandarinoriental.com/bangkok

ซีรีส์ 7 ที่สุดที่ผู้บริหารต้องการ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/411024?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ซีรีส์ 7 ที่สุดที่ผู้บริหารต้องการ

17 มกราคม 2563 – 12:05 น.
บีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 7
เปิดอ่าน 92 ครั้ง

ซีรีส์ 7 ที่สุดที่ผู้บริหารต้องการ คอลัมน์…  ยานยนต์

บีเอ็มดับเบิลยูเปิดตัวยนตรกรรมระดับเรือธง บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ ในสองรุ่นย่อยมาให้เลือกซื้อ ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู 745Le xDrive M Sport ปลั๊ก-อินไฮบริดและบีเอ็มดับเบิลยู 730Ld sDrive M Sport ขุมพลังดีเซลทั้งสองรุ่นต่างพัฒนาต่อยอดเอกลักษณ์อันเป็นเลิศของยนตรกรรมระดับเรือธง ทั้งความสะดวกสบายขณะเดินทางและความคล่องตัวบนท้องถนน พร้อมด้วยความมั่นใจเต็มพิกัดจากระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครันทั้งในด้านความแม่นยำและความปลอดภัยในการขับขี่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive ส่งกำลังแบบเต็มพิกัดลงสู่ล้อทั้งสี่และเพิ่มความเกาะถนนในทุกสภาพการขับขี่ที่ให้มาทั้งสองรุ่น

บีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 7 มากับกระจังหน้าทรงไตคู่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า 30 เปอร์เซ็นต์ พร้อมขอบโครเมียมที่เชื่อมต่อกันเป็นชิ้นเดียว พร้อมระบบ Active Air Flap Control เปิดปิดแผ่นในกระจังหน้าอัตโนมัติเพื่อระบายความร้อนในเครื่องยนต์ไฟหน้าทรงเรียวยาวมาพร้อมระบบ Adaptive LED ในรุ่น 730Ld sDrive M Sport ส่วนรุ่น 745Le xDrive M Sport เป็นระบบ Laserlight

โลโก้บีเอ็มดับเบิลยูบนกระโปรงหน้ามีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ขึ้น 13 มิลลิเมตร ช่องดักอากาศด้านล่างกระจังหน้ามาพร้อมแผ่นปรับทิศทางลมไปยังช่องระบายอากาศของระบบเบรกและช่องดักลม Air Curtains โดยมาในรูปทรงตัว L ล้ออัลลอย M ลาย Star-spoke ขนาด 20 นิ้ว ในรุ่น 745Le xDrive M Sport และล้ออัลลอย M ลาย Double-spoke แบบสลับสีขนาด 19 นิ้ว ในรุ่น 730Ld sDrive M Sport

บีเอ็มดับเบิลยู 745Le xDrive M Sport มากับระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุด โดยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ 3.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี BMW Efficient Dynamics และมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังรวมสูงสุด 394 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 600 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ Steptronic Sport 8 จังหวะอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 5.1 วินาที ความเร็วสูงสุดทำได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในการขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้าล้วนๆ เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนรุ่นใหม่ล่าสุดที่ติดตั้งไว้ใต้เบาะที่นั่งหลังยังเพิ่มความจุเป็นขนาด 12 กิโลวัตต์ชั่วโมง ขยายระยะทางการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 50-58 กิโลเมตร

ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู 730Ld sDrive M Sport มากับเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตรเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 265 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร ที่ 2,000–2,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 6.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเช่นกัน พร้อมช่วงล่างแบบถุงลมที่สามารถปรับระดับอัตโนมัติและเทคโนโลยีแชสซีใหม่ Executive Drive Pro ที่ทำงานประสานกับระบบช่วงล่าง

ภายในห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 7 ใหม่ออกแบบมาให้หรูหราขึ้นเลือกใช้เบาะหนังแท้ Nappa ลายใหม่ ปรับไฟฟ้าพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นบุหนังแท้และระบบระบายอากาศทั้งตอนหน้าและตอนหลัง รวมทั้งระบบนวดผ่อนคลายสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ตอนหลังตกแต่งด้วยลายไม้ให้หลังคากระจก Panorama Sky Lounge ในบีเอ็มดับเบิลยู 745Le xDrive M Sport ที่สามารถสร้างบรรยากาศเอ็กซ์คลูซีฟได้จากทั้งแสงธรรมชาติและชุดไฟ ambient light อีกด้วย

ห้องโดยสารประกอบด้วยจอระบบสัมผัสความละเอียดสูงบริเวณเบาะหลังระบบ BMW Live Cockpit Professional พร้อมระบบนำทางจอแสดงผลดิจิทัลที่แผงคอนโซลขนาด 12.3 นิ้ว และจอ Control Display ขนาด 10.25 นิ้ว พร้อมระบบกราฟฟิกรูปแบบใหม่ทำงานด้วยระบบประมวลผล BMW Operating System 7.0 ควบคู่กับ BMW Connected Drive ระบบผู้ช่วยส่วนตัวฉลาดล้ำ BMW Intelligent Personal Assistant พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียงผู้โดยสารเบาะหลังสามารถเพลิดเพลินไปกับความบันเทิงเต็มรูปแบบจากหน้าจอขนาด 10 นิ้ว ความละเอียด Full HD สองจอ พร้อมด้วยเครื่องเล่นบลูเรย์ที่ติดตั้งมาด้วยผู้โดยสารสามารถใช้หน้าจอนี้ควบคุมระบบนำทางและฟังก์ชันออนไลน์ต่างๆ ของตัวรถได้โดยตรงจากเบาะหลังที่พิเศษเสียงรบกวนจากภายนอกยังถูกกลั่นกรองออกไปด้วยกระจกกันเสียงที่หนากว่าเดิมถึง 5.1 มิลลิเมตร พร้อมด้วยฉนวนกันเสียงเพิ่มเติมรอบซุ้มล้อหลัง ทำให้เสียงเล็ดลอดเข้ามาได้น้อยมากๆ

าคาจำหน่าย บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7
745 Le xDrive M Sport ราคา 6,439,000 บาท
730 Ld sDrive M Sport ราคา 6,139,000 บาท 

พร้อมแพ็กเกจ BSI Standard บริการบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม. และการรับประกัน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

ซูบารุ รุกไทยเน้นระบบเซฟตี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/410626?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ซูบารุ รุกไทยเน้นระบบเซฟตี้

15 มกราคม 2563 – 14:15 น.
ซูบารุ,ยานยนต์,ระบบเซฟตี้
เปิดอ่าน 206 ครั้ง

ซูบารุ รุกไทยเน้นระบบเซฟตี้

ซูบารุเผยโฉม ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ จีที เอดิชั่น และฟอเรสเตอร์ อี-บ็อกเซอร์ ในงาน สิงคโปร์ มอเตอร์โชว์ 2020 ที่ผ่านมา เกลน ตัน รองประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการ กลุ่มตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล (TCIL) เปิดเผยว่า ในปี 2020 ทิศทางของ ซูบารุที่ทาง มอเตอร์ อิมเมจ เป็นแทนผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทยด้วยเช่นกันจะเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก พร้อมการนำซูบารุฟอเรสเตอร์จีทีเอดิชั่นที่เปิดตัวในงานนี้มาเปิดตัวที่ไทยในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ พร้อมเผยในช่วงปลายปีจะมีการนำเทคโนโลยี EyeSight มาใส่ในฟอเรสเตอร์ครบรุ่น

ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ จีที เอดิชั่น ได้รับการตกแต่งจากรุ่นมาตรฐาน 2.0 ลิตรของฟอเรสเตอร์ ออกแบบโดยอดีตหัวหน้าผู้ออกแบบซูบารุ มาซาฮิโกะ โคบายาชิ ประสบการณ์กว่า 25 ปี ผู้ที่รับผิดชอบการออกแบบภายนอกของโมเดลการผลิตซูบารุมากกว่า 12 รุ่น รวมถึง WRX STI ในตำนาน โดยมีส่วนประกอบที่เพิ่มขึ้นมาถึง 8 จุด อาทิ

ชุดสเกิร์ตกันชนหน้า ชุดสเกิร์ตกันชนด้านหลัง ชุดสเกิร์ตด้านข้าง เบาะหนังแท้หุ้มเบาะเป็นสีทูโทน ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สปอยเลอร์ หลังคาออกแบบใหม่สีดำ กล้องมองรอบคันแบบ 360 องศา ที่ออกแบบมาใหม่ วิทยุพานาโซนิคใหม่ขนาด 8 นิ้ว รองรับระบบ Apple Carplay และ Android Auto

ซูบารุฟอเรสเตอร์อี-บ็อกเซอร์ อีกรุ่นที่เผยโฉมครั้งแรกในงานนี้ในรูปแบบเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0 ลิตร ระบบเครื่องยนต์และมอเตอร์ให้แรงบิด 150 PS ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิด 196 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที e-Boxer มีมอเตอร์ให้แรงบิดเพิ่มขึ้น 16.7 แรงม้า และแรงบิด 66 นิวตันเมตร ตัวแบตเตอรี่ถูกวางไว้ตำแหน่งด้านหลังมาพร้อมระบบ EyeSight เป็นมาตรฐานที่แน่นอน ซูบารุฟอเรสเตอร์ยังไงก็มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ full-time ครับ ยังคงปุ่ม X-MODE เหมือนกับ Forester รุ่นเครื่องยนต์ปกติ เพิ่มฟังก์ชั่น SNOW/DIRT และ DEEP SNOW/MUD เข้ามาเพิ่มเติม จุดสำคัญของอี-บ็อกเซอร์จากซูบารุไม่ได้เน้นที่ความแรง เสริมความประหยัดกับอัตราเร่งที่ดีขึ้น

ส่วนท่านผู้อ่านที่อยากลองสัมผัสหรืออยากจะจับจอง ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ อี-บ็อกเซอร์ นั้นต้องร้องเพลงรอ…ไปก่อน เพราะทางซูบารุยังอยู่ในช่วงศึกษาที่จะทำการผลิตในบ้านเราอย่างแน่นอน

นอกจากสองโมเดลที่เผยโฉม ก็ยังมีการนำซูบารุ ฟอเรสเตอร์ มาตกแต่งในสไตล์เรซซิ่ง พร้อมตั้งชื่อ ForesterUltimate Customised Kit Special EDITION กับการตกแต่งได้โหด ดุดัน พร้อมชุดแต่งรอบคันของ STI ภายในมากับเบาะหุ้มหนัง อัลคันทาร่า สลับหนังลายคาร์บอนสีดำ พร้อมปักอักษร STI สีแดง

และยังมี Subaru Viziv Adrenaline Concept ที่นำมาโชว์หลังจากที่เราเห็นแต่ในรูป ครั้งในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ ปีที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิดการออกแบบใหม่เรียกว่า “BOLDER” ด้วยการพัฒนามาต่อเนื่อง Viziv ในปีนี้จึงเลือกใช้ชื่อ Adrenaline ในสไตล์รถครอสโอเวอร์ เลือกใช้เส้นสายแบบเหลี่ยมผสมโป่งข้างสีดำขนาดใหญ่ และแน่นอน ซูบารุ วิซิฟ อะดรีนาลีน คอนเซ็ปต์ มีโอกาสพัฒนาเป็น ซูบารุ เอ็กซ์วี เป็นได้

เกลน ตัน รองประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการ กลุ่มตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล (TCIL) กล่าวทิ้งท้ายว่า จากในกลุ่มตันจง หรือ มอเตอร์ อิมเมจ ในปีที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายได้ถึงสองหมื่นคัน โดยประเทศที่ขายเป็นอันดับหนึ่งคือ ประเทศไต้หวัน 6,300 คัน อันดับที่สอง เป็นประเทศไทย 3,900 คัน อันดับที่สามเป็นประเทศมาเลเซีย 3,300 คัน มั่นใจว่าประเทศไทยมีโอกาสขึ้นเป็นอันดับที่หนึ่งได้ ทั้งนี้จากยอดผลิตจากโรงงานนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง กว่าหกพันคันในปีที่ผ่านมา สร้างความเชื่อมั่นต่อลูกค้าบ้านเราได้อย่างดี โดยรุ่น จีทีเอดิชั่น จะเป็นส่วนเพิ่มให้ลูกค้าหันมาสนใจพร้อมปรับลุคให้ฟอเรสเตอร์มีความสปอร์ตดุดันมากขึ้นเพื่อตอบสนองลูกค้าบางส่วนที่ต้องการชุดแต่งสวยๆ จากโรงงาน

4อันดับรถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้ปี 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/410154?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

4อันดับรถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้ปี 2563

13 มกราคม 2563 – 14:45 น.
FOMM One,นิสสันลีฟ,เอ็มจีเอ็มจีแซดเอสอีวี,จากัวร์ไอ-เพซอีวี
เปิดอ่าน 665 ครั้ง

4อันดับรถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้ปี 2563 คอลัมน์…  ยานยนต์

ในช่วงน้ำมันทุกชนิดต่างทยอยปรับราคาจากเหตุการณ์ในตะวันออกกกลางทำให้หันมานึกถึงพลังงานทางเลือกเลยนึกถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า งั้นวันนี้ต้องขออนุญาตนำเรื่องราวของรถยนต์ไฟฟ้า หรือยานยนต์ไฟฟ้า Electric Vehicle รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ที่ผู้เขียนได้สัมผัสจริงไม่ใช่แค่เห็นแต่เป็นการขับจริง ขอเริ่มคันที่ประทับใจมากสุดก็คือ จากัวร์ ที่นำจากัวร์ไอ-เพซอีวีเข้ามาขาย เรียกเสียงตอบรับจากแฟนๆ ของเสือจากัวร์ได้อย่างจังพร้อมยอดจองที่น่าชื่นใจถึงแม้ราคาจะโหดร้ายกับเงินในกระเป๋าแต่แฟนพันธุ์แท้ที่ชื่นชอบรุ่นนี้ก็พร้อมควักเงินรางวัลการันตีติดตัวมามากมายและยังถือเป็นผู้นำในการขับรถยนต์รักษ์โลกก่อนใคร ขอวกกลับมาค่ายญี่ปุ่นผู้ที่ถือว่าเป็นผู้พัฒนารถยนต์ไฟฟ้ามานานก่อนใครอย่างนิสสันก็นำนิสสันลีฟ เข้ามาจำหน่ายในราคาที่หลายคนสะดุ้งและค่ายรถที่เรียกกระแสยอดจองแบบถล่มทลายเมื่อปี 2562 ก็คือเอ็มจีที่นำ เอ็มจีแซดเอสอีวี รถยนต์ไฟฟ้ามาจำหน่ายพร้อมราคาที่จับต้องได้

เกริ่นยาวขนาดนี้งั้นขอเล่าถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าใช้ประจำปี 2563 นี้ กันเลยครับ

 1.จากัวร์ไอ-เพซอีวี
รถยนต์แฮตช์แบ็ก 5 ประตู ออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ พร้อมหลังแอโรไดนามิกส์ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเพียง 0.29 ทำให้สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 4.8 วินาที ขุมพลังของ จากัวร์ไอ- เพซ 2019 ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 2 ตัวให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 696 นิวตัน-เมตร พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ทุกรุ่นย่อยสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 4.8 วินาที

ติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 90 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ติดตั้งอยู่ระหว่างเพลาขับหน้า–หลังโดยติดตั้งในตำแหน่งที่ต่ำที่สุดเพื่อให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำรองรับการขับขี่ระยะทางสูงสุด 470 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มแต่ละครั้ง การชาร์จไฟสามารถอัดไฟได้ 80 เปอร์เซ็นต์ ได้ในเวลา 20-40 นาที เมื่อชาร์จไฟแบบ DC Rapid Charging ขนาด 100 กิโลวัตต์ ส่วนการชาร์จด้วยไฟบ้านผ่าน AC Wall Box ขนาด 7 กิโลวัตต์ ต้องใช้เวลาราว 10 ชั่วโมงเพื่อให้ได้ระดับไฟเทียบเท่ากัน

และนี่คือรถยนต์ไฟฟ้าที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบมากที่สุดจากการได้ใช้ชีวิตในการขับด้วยกันถึง 48 ชั่วโมง จากราคาที่คิดว่าแพงมากๆ แต่พอขับจริงแล้วถ้ามีเงินในกระเป๋าผมจะควักซื้อจริงๆ เพราะผมไม่คิดเลยว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะตอบสนองได้เร็วทันใจ รถพร้อมจะทยานไปข้างหน้าทุกครั้งเพียงแตะคันเร่งไม่มีระบบเกียร์มาให้สับสนแค่ปุ่มกดเดินหน้าถอยหลังเท่านั้น! ไอ-เพซอีวี ต้องยกเป็นรถที่หนึ่งในดวงใจ

JAGUAR I-PACE ELECTRIC AWD S ราคาจำหน่าย 5,499,000 บาท
JAGUAR I-PACE ELECTRIC AWD SE ราคาจำหน่าย 6,299,000 บาท
JAGUAR I-PACE ELECTRIC AWD HSEราคาจำหน่าย6,999,000บาท

การรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร และรับประกันคุณภาพรถอีก 5 ปี บริการซ่อมบำรุงรักษาฟรี 5 ปี พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี อีกด้วย

  2.เอ็มจีเอ็มจีแซดเอสอีวี
รถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% คันแรกที่ยกให้ความคุ้มค่า คุ้มราคา การตอบสนองนี่ไม่แพ้เบอร์หนึ่ง แต่ด้วยที่กำลังมอเตอร์น้อยกว่า และมีเพียงมอเตอร์ตัวเดียว แต่การตอบสนองคันเร่งไม่ธรรมดา และเหนือกว่ารถยนต์ระบบสันดาปที่ไม่จำกัดซีซี ต้องหลบให้เมื่อมองกระจกหลังเห็น สีตัวถัง “สีฟ้า Copenhagen Blue” เอกลักษณ์รถแซดเอสอีวีเท่านั้น!

เอ็มจีแซดเอสอีวี สามารถ Quick Charge ที่ 80% ในเวลาเพียง 30 นาที ขุมพลังจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 44.5 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง วิ่งได้ระยะ 337 กิโลเมตร กระจังหน้าทันสมัยพร้อมจุดชาร์จไว้บริเวณหลังกระจังหน้าล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว

รถที่เชื่อมกับหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วระบบปรับอากาศแบบดิจิทัลที่มาพร้อมระบบกรองอากาศที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กพีเอ็ม 2.5 และโดดเด่นด้วยหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามาตามสไตล์เอ็มจีไปแล้ว

NEW MG ZS EV จำหน่าย ราคาเพียง 1,190,000 บาท พร้อมการรับประกันคุณภาพรถ 4 ปี หรือ 1.2 แสนกิโลเมตร และรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ 8 ปีหรือ 1.8 แสนกิโลเมตร

   3.นิสสันลีฟ
นิสสัน ลีฟ เป็นรถที่ได้ทดสอบมากกว่าใครทั้งในเมืองนอกเมืองต้องบอกเลยว่าขับครั้งแรกๆ ไม่ค่อยรู้สึกตื่นเต้นเท่าไรนักเพราะเราไปสัมผัสความแรงจากรุ่นอื่นพอมาขับในเมืองธรรมดาเหมือนรถทั่วไปทำให้รู้สึกถึงราคาค่าตัวที่สูงเอาเรื่องแต่ความรู้สึกเปลี่ยนไปพอได้ลองขับทางไกลแล้วนำนิสสันลีฟไปปีนดอยถึงเห็นประสิทธิภาพของรถยนต์ไฟฟ้าคันนี้และเเทคโนโลยีที่นิสสันคิดค้นมาใส่ไว้ในรถบอกเลยว่านิสสันลีฟเป็นรถที่เป็นมิตรต่อผู้ขับจริงๆ

นิสสัน ลีฟ คันนี้เป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 พร้อมระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า e-powertrain ส่งกำลังมากถึง 110 กิโลวัตต์ 150 แรงม้าที่ 3238-9795 รอบต่อนาที มีแรงบิดมากถึง 320 นิวตันเมตร มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ด้วยเวลาเพียง 7.9 วินาที ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง และหัวใจสำคัญคือเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ อี-เพดัล  ราคาจำหน่าย 1,990,000 บาท

การประกันคุณภาพรถยนต์เป็นเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมการรับประกันระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และการรับประกันการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่เป็นเวลา 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร อีกด้วย

 4.FOMM One
คันสุดท้ายที่เราได้ลองขับเป็นรถไฟฟ้าขนาดเล็กกะทัดรัดนั่งได้ถึง 4 ที่นั่งครั้งแรกที่ได้ขับต้องบอกเลยว่าต้องปรับตัวมากๆ เพราะคันเร่งมาอยู่ที่ปลายนิ้วทั้งสองข้างถือว่าแปลกแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะปรับตัวไม่ได้ด้วยที่มีขนาดเล็กการตอบสนองถือว่าทันใจยิ่งช่วงจอดติดไฟแดงเป็นคันแรกออกตัวมีมอเตอร์ไซค์เคืองเป็นแถวเพราะรถอะไรออกตัวเหนือกว่าสองล้อทั่วไป

ขุมพลังมาจากมอเตอร์ไฟฟ้าในดุมล้อหน้าทั้ง 2 ข้าง ขนาด 5 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้กำลังสูงสุด 13 แรงม้า แรงบิดสูง 560 นิวตันเมตร ซึ่งถีบให้รถวิ่งได้เร็วสูงสุด 80 กม./ชม. สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 160 กิโลเมตร

โดยทาง FOMM ประกาศว่าสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยอัตราสิ้นเปลืองเพียง 30 สตางค์ต่อกิโลเมตร ด้วยการชาร์จในระบบไฟฟ้าภายในบ้านเพียง 6–8 ชั่วโมงและสามารถวิ่งได้ไกลถึง 160 กิโลเมตร สุดท้าย FOMM One สามารถลอยน้ำได้เอาตัวรอดในเวลาที่มีน้ำท่วมสูงอย่างที่เกิดขึ้นที่ จ.อุบลราชธานี

ราคาจำหน่าย 664,000บาท

และนี่คือ 4 คันของรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดในบ้านเราจาก ที่ได้ลองไปขับมา ทุกคันถ้าเพื่อนอยากสัมผัสรถยนต์ไฟฟ้าหรือยานยนต์ไฟฟ้า Electric Vehicle ก็สามารถแวะไปทดลองกันดูนะครับ แล้วจะลืมรถในระบบสันดาปไปเลยแต่ก็ต้องฝากถึงภาครัฐให้พัฒนาต่อยอดทั้งระบบควรสนับสนุนให้เกิดสถานีชาร์จทั่วประเทศกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งหลายร่วมมือกันบ้างก็ดีครับ ประชาชนคนไทยจะได้มีโอกาสเพราะนี่ก้าวต่อไปของยานยนต์ประเทศไทย

ซูบารุ รุกไทยเน้นระบบเซฟตี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/410149?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ซูบารุ รุกไทยเน้นระบบเซฟตี้

13 มกราคม 2563 – 12:15 น.
มอเตอร์ อิมเมจ,เกลน ตัน,ตันจง,ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ อี-บ็อกเซอร์,ฟอเรสเตอร์,อี-บ็อกเซอร์,ซูบารุ วิซิฟ,Subaru Viziv,ฟอเรสเตอร์ จีที เอดิชั่น,Forester e-BOXER,Forester
เปิดอ่าน 589 ครั้ง

พร้อมเปิดตัว ฟอเรสเตอร์ จีที เอดิชั่น และ ฟอเรสเตอร์ อี-บ็อกเซอร์ สิงคโปร์ มอเตอร์โชว์ 2020

ซูบารุ  เผยโฉม ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ จีที เอดิชั่น และ ฟอเรสเตอร์ อี-บ็อกเซอร์ ในงานสิงคโปร์ มอเตอร์โชว์ 2020 ที่ผ่านมา ยังได้รับการเปิดเผยจาก นายเกลน ตัน รองประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการ กลุ่มตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล (TCIL) ว่าในปี 2020 ทิศทางของ  ซูบารุ ที่ทาง มอเตอร์ อิมเมจ เป็นแทนผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทยด้วยเช่นกัน จะเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก พร้อมการนำซูบารุ ฟอเรสเตอร์ จีที เอดิชั่น ที่เปิดตัวในงานนี้นำไปเปิดตัวที่ไทยช่วง บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ยังเผยถึงไฮไลค์ในช่วงปลายปีจะมีการนำเทคโนโลยี EyeSight  มาใส่ใน ฟอเรสเตอร์ ครบรุ่น

ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ จีที เอดิชั่น Forester GT Edition ได้รับการตกแต่งจากรุ่นมาตรฐาน 2.0 ลิตรของ ฟอเรสเตอร์ ออกแบบโดยอดีตหัวหน้าผู้ออกแบบซูบารุ มาซาฮิโกะโคบายาชิ ประสบการณ์กว่า 25  ปี ผู้ที่รับผิดชอบการออกแบบภายนอกของโมเดลการผลิต Subaru มากกว่า 12 รุ่นรวมถึง WRX STI ในตำนาน โดยมีส่วนประกอบที่เพิ่มขึ้นมาถึง 8 จุด อาทิ

  • ชุดสเกิร์ตกันชนหน้า
  • ชุดสเกิร์ตกันชด้านหลัง
  • ชุดสเกิร์ตด้านข้าง
  • เบาะหนังแท้หุ้มเบาะเป็นสีทูโทน
  • ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว
  • สปอยเลอร์หลังคาออกแบบใหม่สีดำ
  • กล้องมองรอบคันแบบ 360 องศา ที่ออกแบบมาใหม่
  • วิทยุพานาโซนิคใหม่ ขนาด 8″ รองรับระบบ Apple Carplay และ Android Auto

ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ อี-บ็อกเซอร์ Forester e-BOXER อีกรุ่นที่เผยโฉมครั้งแรกในงานนี้ ในรูปแบบเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0 ลิตร ระบบเครื่องยนต์และมอเตอร์ ให้แรงบิด 150 PS ที่ 6,000 รอบต่อนาทีและแรงบิด 196 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที e-Boxer มีมอเตอร์ให้แรงบิดเพิ่มขึ้น 16.7 แรงม้า และแรงบิด 66 นิวตันเมตร ตัวแบตเตอรี่ถูกวางไว้ตำแหน่งด้านหลัง   มาพร้อมระบบ EyeSight  เป็นมาตราฐาน ที่แน่นอนซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ยังไงก็มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ full-time ครับ ยังคงปุ่ม X-MODE เหมือนกับ Forester รุ่นเครื่องยนต์ปกติ เพิ่มฟังก์ชั่น SNOW/DIRT และ DEEP SNOW/MUD เข้ามาเพิ่มเติม จุดสำคัญของ อี-บ็อกเซอร์ จากซูบารู ไม่ได้เน้นที่ความแรงเสริมความประหยัดกับอัตราเร่งที่ดีขึ้น

ส่วนท่านผู้อ่านที่อยากลองสัมผัสหรืออยากจะจับจอง ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ อี-บ็อกเซอร์ ก็ต้องร้องเพลงรอ…ไปก่อน เพราะทาง ซูบารุ ยังอยู่ในช่วงศึกษาที่จะทำการผลิตในบ้านเราอย่างแน่นอน

นอกจากสองโมเดลที่เผยโฉม ก็ยังมีการนำ  ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ มาตกแต่งในสไตล์เรซซิ่ง พร้อมตั้งชื่อ Forester Ultimate Customised Kit Special EDITION กับการตกแต่งได้โหด ดุดัน พร้อมชุดแต่งรอบคันของ STI ภายในมากับเบาะหุ้มหนัง อัลคันทาร่า สลับหนังลายคาร์บอนสีดำ พร้อมปักอักษร STI สีแดง 

และยังมี ซูบารุ วิซิฟ อะดรีนาลีน คอนเซ็ปต์ Subaru Viziv Adrenaline Concept ที่นำมาโชว์หลังจากที่เราเห็นแต่ในรูป ครั้งในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ปีที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิดการออกแบบใหม่ เรียกว่า “BOLDER” ด้วยการพัฒนามาต่อเนื่อง Viziv ล่าสุดเลือกใช้ชื่อ Adrenaline กับรถสไตล์ครอสโอเวอร์เลือกใช้เส้นสายแบบเหลี่ยมผสมโป่งข้างสีดำขนาดใหญ่ และแน่นอน ซูบารุ วิซิฟ อะดรีนาลีน คอนเซ็ปต์ มีโอกาสพัฒนาเป็น ซูบารุ เอ็กซ์วี ก็เป็นได้

นายเกลน ตัน รองประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการ กลุ่มตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล (TCIL) กล่าวทิ้งท้ายว่า จากในกลุ่มตันจง หรือ มอเตอร์ อิมเมจ ในปีที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายได้ถึงสองหมื่นคันในปี 2019 โดยประเทศที่ขายเป็นอันดับที่หนึ่งคือ ประเทศไต้หวัน 6,300   คัน อันดับที่สอง เป็นประเทศไทย 3,900 คัน  อันดับที่สามเป็นประเทศมาเลเซีย 3,300 คัน มั่นใจว่าประเทศไทยมีโอกาสขึ้นเป็นอันดับที่หนึ่งได้ ทั้งนี้จากยอดผลิตจากโรงงานนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง กว่าหกพันคันในปีที่ผ่านมา สร้างความเชื่อมั่นต่อลูกค้าบ้านเราได้อย่างดี  โดยรุ่น  จีที เอดิชั่น จะเป็นส่วนเพิ่มให้ลูกค้าหันมาสนใจ พร้อมปรับลุคให้ ฟอเรสเตอร์ มีความสปอร์ตดุดันมากขึ้น เพื่อตอบสนองลูกค้าบางส่วนที่ต้องการชุดแต่งสวยๆ จากโรงงาน

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek

อาชีพในฝันของเด็กไทยเจน-อัลฟ่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/409650?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

อาชีพในฝันของเด็กไทยเจน-อัลฟ่า

13 มกราคม 2563 – 00:00 น.
อาชีพในฝันของเด็กไทยเจน-อัลฟ่า
เปิดอ่าน 304 ครั้ง

อาชีพในฝันของเด็กไทยเจน-อัลฟ่า คอลัมน์…  อินโนสเปซ โดย…  บัซซี่บล็อก 

ขอต้อนรับเด็กๆ ชาวเจน-อัลฟ่าทุกคน ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติปี 2563 เด็กยุคนี้คือ อนาคตที่จะพุ่งแรงในยุคดิจิทัลครองโลก วันนี้เราจึงมีผลสำรวจ “อาชีพในฝันของเด็กไทยเจน-อัลฟ่า” มาฝากกัน คุณพ่อคุณแม่จะได้รู้เท่าทันและปูทางให้ลูกๆ ได้แต่เนิ่นๆ

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับชาวเจน-อัลฟ่า (Generation Alpha หรือ Gen Alpha) ซึ่งเป็นนิยามที่ใช้เรียกกลุ่มประชากรที่เกิดตั้งแต่ราวปี 2554 จนถึงปี 2568 ชัดเจนว่าเด็กเจนนี้เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และถูกโอบล้อมไปด้วยเครือข่ายสังคมออนไลน์ และมีตัวเลขคาดการณ์จาก Mark McCrindle นักประชากรศาสตร์ชื่อดังชาวออสเตรเลีย ว่า ในทุกๆ สัปดาห์จะมีชาวเจน-อัลฟ่า เกิดใหม่บนโลกใบนี้ 2.5 ล้านคน อีกทั้งประมาณการว่า เด็กกลุ่มนี้ มีการใช้อินเทอร์เน็ตทุกวันเฉลี่ย 47.4% และมีแนวโน้มการใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ด้วยบริบทรอบตัวที่เปลี่ยนไปตามกระแสเทคโนโลยี ดิสรัปชั่น จึงไม่น่าแปลกใจว่าผลสำรวจใหม่ๆ เกี่ยวกับอาชีพในฝันของเด็กยุคโซเชียลจะครองโลกจึงเปลี่ยนไปแบบพลิกผัน อาชีพยอดฮิตแต่เก่าก่อนในรุ่นพ่อแม่ จึง(อาจ)ไม่โดนใจและตรงใจลูกๆ เจน-อัลฟ่าอีกต่อไป

ล่าสุดกลุ่มบริษัท อเด็คโก้ (Adecco) เปิดเผยผลสำรวจ “อาชีพในฝันของเด็กไทย” ครั้งที่ 11 ปี 2563 มีกลุ่มตัวอย่างเด็กไทยอายุ 7-14 ปี จำนวน 4,050 คน จากทั่วทุกภูมิภาค พบว่าอาชีพในฝันเด็กของเด็กไทยในปีนี้ “หมอ” นำลิ่วมาอันดับหนึ่ง ด้านอันดับสองยังคงเป็นอาชีพ “ครู” ไม่ต่างจากปีก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม อาชีพมาแรงในปีนี้ ได้แก่ อาชีพ “ยูทูบเบอร์” ที่ไต่อันดับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่สาม แซงอาชีพ “นักกีฬา” และ “ทหาร” โดยเด็กไทยมองว่าเป็นอาชีพที่ได้ทำในสิ่งที่ชอบ สบาย รายได้สูง มีอิสระ มีชื่อเสียง และคิดว่าตัวเองมีทักษะและความสามารถในการทำอาชีพนี้ได้ หลายคนได้รับแรงบันดาลใจจากยูทูบเบอร์และนักแคสเกมที่ตนชื่นชอบ

จากผลสำรวจพบว่าเด็กไทยกว่า 93% ใช้ยูทูบ นำหน้าสื่อโซเชียลมีเดียอื่นๆ ส่วนสื่อที่เด็กนิยมใช้รองลงมาคือเฟซบุ๊ก ไลน์ และติ๊กต๊อก (TikTok) ซึ่งเป็นแอพพลิเคชันที่เป็นบริการเครือข่ายสังคมสัญชาติจีน เป็นบริการประเภทวิดีโอ ให้บริการบนไอโอเอส และแอนดรอยด์ กลุ่มเป้าหมายหลักก็คือ วัยรุ่น

อย่างไรก็ตาม ยูทูบ ครองแชมป์เป็นสื่อที่มีอิทธิพลต่อการเลือกอาชีพในฝันและไอดอลที่ชื่นชอบ โดยกว่า 48% ของเด็กที่ตอบแบบสอบถาม เลือกยูทูบเบอร์เป็นไอดอลในดวงใจ ทำให้ปีนี้มียูทูบเบอร์เข้ามาติดโผจำนวนมาก

ในปีนี้ไอดอลที่เด็กไทยเทใจให้มากที่สุด ได้แก่ “เก๋ไก๋สไลเดอร์” ยูทูบเบอร์สาววัย 23 ปีที่มียอดผู้ติดตามมากที่สุดในประเทศไทยกว่า 11 ล้านคน โดยเด็กๆ ให้เหตุผลว่าพี่เก๋ มีความน่ารัก สดใส ตลก พูดเพราะ ทำคลิปสนุกๆ และมีประโยชน์ ด้านอันดับ 2 ได้แก่ “BLACKPINK” เกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีมาแรงแห่งปี สมาชิกในวงที่เป็นที่ชื่นชอบของน้องๆ มากที่สุด ได้แก่ “ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล อันดับ 3 ได้แก่ แป้ง “Zbing Z.” ยูทูบเบอร์และนักแคสเกมที่ติดโพลล์มา 3 ปีซ้อนติดต่อกัน อันดับ 4 ศิลปินเกาหลีวง “BTS” และอันดับ 5 “CGGG” นักแคสเกม Free Fire ชื่อดัง

อีกพฤติกรรมน่าสนใจของเด็กไทยชาวเจน-อัลฟ่า ก็ยังสอดคล้องกับพฤติกรรมประชากรชาวเจนนี้ทั่วโลก คือ อินเทอร์เน็ต เป็นเครื่องมือยอดนิยมในการเข้าถึงความรู้และข้อมูลต่างๆ ที่สนใจ โดยเด็กไทยกว่า 50% มีทั้งการหาความรู้ผ่านการเสิร์ชกูเกิล การเข้าเว็บไซต์ต่างๆ หรือดูยูทูบ ทั้งผ่านคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน เพื่อค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมขณะที่อีก 25% เลือกค้นคว้าผ่านการ “อ่านหนังสือและการเข้าห้องสมุด”

ส่วนของขวัญวันเด็กที่เด็กไทยอยากได้มากที่สุดในปีนี้คือ “สมาร์ทโฟน” โดยคิดเป็น 25% ของจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด รองลงมาคือ “คอมพิวเตอร์” “ตุ๊กตา” “เงิน” และ “หนังสือ” ตามลำดับ ซึ่งของขวัญเหล่านี้ก็สอดคล้องกับงานอดิเรกที่เด็กไทยชอบทำคือ เล่นเกม เล่นอินเทอร์เน็ต เล่นกับเพื่อน อ่านหนังสือ อ่านการ์ตูน ดูภาพยนตร์ และไปเที่ยว

“ธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท อเด็คโก้ ประเทศไทย บอกว่า กล่าวว่า ผลสำรวจที่จัดทำกับกลุ่มตัวอย่างเด็กอายุ 7-14 ปีนี้ แบ่งได้เป็นสองเจนเนอเรชัน คือ GEN Z และ Gen Alpha ซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตมากับเทคโนโลยี คุ้นชินกับการใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต มาตั้งแต่เด็ก จึงไม่น่าแปลกใจว่า ภาพรวมของคำตอบในปีนี้ จะเห็นความเป็นดิจิทัลมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น อาชีพยูทูบเบอร์ที่มาแรงขึ้นมาเป็นอันดับสาม และมีแนวโน้มที่สูงขึ้นทุกปี หรือการที่เด็กเกือบครึ่งโพลล์เลือกยูทูบเบอร์เป็นไอดอลในดวงใจ

รวมถึงพฤติกรรมของเด็กในยุคนี้ที่ชอบเล่นเกมสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย ค้นหาความรู้ทางอินเทอร์เน็ต ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นประชากรชาวดิจิทัล (Digital native) ของเด็กไทยในปัจจุบัน

และเนื่องจากวันนี้เป็นวันพิเศษ “วันเด็กแห่งชาติ” ทางคอลัมน์ฯ จึงขอส่งท้ายด้วยคำขวัญวันเด็กปี 2563 ที่ลุงตู่ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) นายกรัฐมนตรี มอบให้แก่เด็กๆ ทุกคนว่า “เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย”