มิสทีน ไทยแลนด์ ชวนใช้ถุงผ้าปลุกพลังรักษ์โลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/409596?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

มิสทีน ไทยแลนด์ ชวนใช้ถุงผ้าปลุกพลังรักษ์โลก

12 มกราคม 2563 – 00:05 น.
รักษ์โลก,ถุงผ้า,มิสทีน ไทยแลนด์,วรรณรดา เพชรชำนาญ มิสทีน ไทยแลนด์ 2018,ศิภัชรดา ผิวทอง มิสทีน ไทยแลนด์ 2017,ลีน่า แบรกฮ๊อฟ,ถุงผ้าแบบมีสไตล์
เปิดอ่าน 202 ครั้ง

“มิสทีน ไทยแลนด์” ชวนทุกคนมาใช้ถุงผ้ากันแบบมีสไตล์

เทรนด์รักษ์โลกมาแรงตอนนี้ของถุงผ้า กลายเป็นการให้ที่สร้างและส่งต่อรอยยิ้มให้แก่โลกใบนี้แบบไม่มีที่สิ้นสุด ล่าสุดไอดอลวัยทีนเมืองไทย “มิสทีน ไทยแลนด์” แท็กทีมวัยรุ่นปลุกพลังรักษ์โลกชวนใช้ถุงผ้า เพราะเชื่อมั่นในหนึ่งพลังที่เริ่มต้นจากทุกคนนั้นสามารถช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมทั่วโลกได้เป็นอย่างดี

         

“เอฟฟี่” วรรณรดา 

“วินนี่” ศิภัชรดา

         ไม่ว่าจะไปเรียน เที่ยว ช็อปปิ้ง ฯลฯ ถุงผ้าที่ทั้งพกพาง่าย สะดวก น้ำหนักเบา ใส่ของได้เยอะ และมีหลายสไตล์ให้เลือก ก็เอาอยู่ทุกสถานการณ์ จนปฏิเสธไม่ได้ที่จะโบกมือลาถุงพลาสติกกันไปเลย

มิมี่-จัสมิน มาเรีย ลิซ่า แอนเดอร์สัน รองอันดับ 2 มิสทีน ไทยแลนด์ 2019

ปิ่น-ชรินพร เงินเจริญ มิสทีน ไทยแลนด์ 2019

          วันนี้นอกจาก ‘มิสทีน ไทยแลนด์’ จะชวนทุกคนมาใช้ถุงผ้ากันเยอะๆ แล้วยังเผยถุงผ้าในแบบของตัวเองอีกด้วย เริ่มต้นที่สไตล์ผ้ายีนต้องยกให้ “เอฟฟี่” วรรณรดา เพชรชำนาญ มิสทีน ไทยแลนด์ 2018 เพราะชื่นชอบเป็นพิเศษ ส่วน “วินนี่” ศิภัชรดา ผิวทอง มิสทีน ไทยแลนด์ 2017 ชื่นชอบถุงผ้าสีเรียบสไตล์มินิมอลเหมือนกับ “วิว” เบญญาภา จีนประสม รองอันดับ 2 มิสทีน ไทยแลนด์ 2017 ที่ชอบแบบสีเรียบและไอเทมมีลวดลาย ส่วน ลีน่า แบรกฮ๊อฟ รองอันดับ 2 มิสทีน ไทยแลนด์ 2017 โดนใจลวดลายเรียบๆ แต่เก๋ ของถุงผ้าสีพื้นเพราะใช้ได้ทุกโอกาส

มายด์ -มาริสา มาเรีย โชลล์ รองอันดับ 2 มิสทีน ไทยแลนด์ 2019 

ลีน่า แบรกฮ๊อฟ

 “วิว” เบญญาภา

หมิว-ธนพร มะภิโกสิ รองอันดับหนึ่ง มิสทีน ไทยแลนด์ 2019

         ด้านรุ่นน้อง “ปิ่น” ชรินพร เงินเจริญ มิสทีน ไทยแลนด์ 2019 ชอบสไตล์ใบใหญ่ๆ สีสันสไตล์พาสเทล สำหรับ “หมิว” ธนพร มะภิโกสิ รองอันดับ 1 มิสทีน ไทยแลนด์ 2019 ชอบถุงผ้าขนาดกำลังดี สไตล์น่ารักสดใส ส่วนรองอันดับ 2 มิสทีน ไทยแลนด์ 2019 “มิมี่” จัสมิน มาเรีย ลิซ่า แอนเดอร์สัน กับสไตล์และสีที่เรียบง่าย, ขณะที่ ลีน่า โลแมกซ์ และ “มายด์” มาริสา มาเรีย โชลล์ ชอบหลากสไตล์ทั้งถุงผ้าสีขาวมีลวดลายน้อย หรือลายวินเทจ ดอกไม้ การ์ตูน น่ารักๆ เรียกได้ว่าจะเป็นถุงผ้า หรือกระเป๋าผ้าสไตล์ไหนล้วนดีต่อใจ มิสทีน ไทยแลนด์ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องกันทุกคน พร้อมยังขอเชิญชวนให้ทุกคนช่วยกันลดโลกร้อนด้วยการใช้ถุงผ้ากันเยอะๆ

นวัตกรรมสุดล้ำ…ฝีมือคนไทยผลิตภัณฑ์กำจัดเชื้ออนุภาคนาโน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/410983?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

นวัตกรรมสุดล้ำ…ฝีมือคนไทยผลิตภัณฑ์กำจัดเชื้ออนุภาคนาโน

17 มกราคม 2563 – 00:03 น.
ซิลเวอร์นาโน,พระจอมเกล้า,พระนครเหนือ,เทคโนโลยี,ข่าววันนี้,ฆ่าเชื้อโรค
เปิดอ่าน 221 ครั้ง

พระนครเหนือสุดเจ้งเปิดตัวผลวิจัยนวัตกรรมใหม่2020สุดล้ำ ฝีมือคนไทย “On&On Silver Nano”  ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้ออนุภาคนาโน ที่เข้าถึงแบคทีเรียอย่างทั่วถึง 

17 มกราคม 2563 พระนครเหนือสุดเจ๋งเปิดตัวผลวิจัยนวัตกรรมใหม่2020สุดล้ำ ฝีมือคนไทย “On&On Silver Nano”  ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้ออนุภาคนาโน ที่เข้าถึงแบคทีเรียอย่างทั่วถึง มีประสิทธิภาพฆ่าเชื้อโรคได้มากกว่า 600 ชนิด

TGGS มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  ศูนย์วิจัยอุตสาหกรรมนาโนและไบโอพลาสติค มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)  ร่วมกับ บ.แมทช์แม๊กซ์ จำกัด เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย  “On&On Silver Nano” ที่คิดค้น โดยคนไทย และผลิตออกมาเพื่อคนไทย

ดร.ระพีพันธ์ แดงตันกี หัวหน้าศูนย์วิจัยอุตสาหกรรมนาโนและไบโอพลาสติค และอาจารย์ประจำภาควิชาเคมีอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กล่าวถึงความเป็นมาของผลงานวิจัยในด้านการนำเทคโนโลยีอนาคตมาดูแลสุขภาพ ด้วยการนำมาฆ่าเชื้อโรค และได้รับความร่วมมือจาก  นายพูนลาภ ฤดีล้ำเลิศสกุล กรรมการผู้จัดการ บ.แมทช์แม๊กซ์ จำกัด ในการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์

นายพูนลาภ กล่าวว่า On&On Silver Nano เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดมาจากงานวิจัยในการนำเทคโนโลยีอนาคตมาดูแลสุขภาพ ด้วยการฆ่าเชื้อโรคที่พัฒนาขึ้นล้ำหน้าตัวยาต่างๆ จนเกิดการดื้อยา โดยเลือก ซิลเวอร์นาโน จากงานวิจัยกว่า 200 ชิ้นงาน เพื่อทำวิจัยพัฒนาต่อยอดให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำมาใช้ได้จริงและมีคุณภาพสูงสุด โดยใช้เวลา 2 ปี ในการทดสอบจริงกับผู้บริโภค

จึงมีความเชื่อมั่นว่า ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม “On&On Silver Nano”  เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูแลเรื่องสุขภาพได้อย่างทันท่วงทีกับเชื้อโรคยุคนี้อย่างแน่นอน  และวันนี้ยังได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)  ระหว่างบริษัทเอกชนและศูนย์วิจัยอุตสาหกรรมนาโนและไบโอพลาสติก เพื่อร่วมมือในการขยายและส่งเสริมตลอดจนพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมด้วย

สำหรับ เทคโนโลยีซิลเวอร์นาโน ถือเป็นนวัตกรรมที่ใช้เวลาในการทดสอบจริงกับผู้บริโภค เพื่อการดูแลสุขอนามัย การส่งเสริมสุขภาพ ด้วยวิธีง่ายๆ โดยการฉีดพ่นรูปแบบสเปรย์ ซึ่งหลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ซิลเวอร์นาโนคืออะไร เราจึงขออธิบายให้ฟังว่า “ซิลเวอร์นาโน” คือเทคโนโลยีย่อเงินให้มีขนาดเล็กจิ๋วที่มีหน่วยวัดในระดับนาโนเมตร ที่เทียบเท่ากับอนุภาคของอะตอม

เป็นเทคโนโลยีที่ทำการย่อขนาดเงินให้มีขนาดเล็กมาก เท่ากับ 1 ในพันล้านส่วนของ 1 เมตร หรือเล็กเท่ากับ ดีเอ็นเอในร่างกายมนุษย์ ซึ่งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และมีการค้นพบว่าอนุภาคเงินสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้มากกว่า 600 ชนิด รวมถึง Staphylococus และ Lactobacillus ที่เราคุ้นเคยกันในนมเปรี้ยว  รวมทั้ง แบคทีเรีย Staohylococus และ E.coil ที่มักจะพบในอาหารที่เน่าเสียได้ในเวลาไม่กี่นาที

ส่วนเรื่องความปลอดภัย ก็ได้มีการทดสอบแล้วว่า ไม่มีโทษต่อร่างกาย เพราะการใช้โลหะเงินในปริมาณที่น้อยมาก สามารถแสดงคุณสมบัติฆ่าเชื้อโรคได้ผลดี จึงไม่มีผลข้างเคียงกับร่างกาย โดยซิลเวอรืนาโนจะไปโจมตีผนังเซลล์ของเชื้อโรคจึงทำให้มันตาย เป็นหลักการในการฆ่าเชื้อโรคทุกชนิดและกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ซึ่งไม่ก่อให้เกิดการต้านยาของเชื้อโรค

บ่อยครั้งที่เราอยู่ห้องแอร์ แล้วรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก มึนศีรษะ ก็เป็นเพราะอากาศที่หมุนเวียนอยู่ในห้องแอร์ หรือรถติดแอร์นั้น มีเชื้อโรคที่ติดมากับรองเท้าที่เหยียบกับพื้น หรือมีผู้ไอจาม เชื้อโรคก็หมุนเวียนอยู่ในแอร์ ทำให้เราหายใจเอาอากาศที่มีเชื้อโรคเข้าไปโดยไม่รู้ตัว  และเมื่อทดลองฉีดสเปย์ออนแอนด์ออน ซิลเวอร์นาโน ไม่ถึง 5 นาที อากาศจะสดชื่นและกลิ่นอับ กลิ่นเหม็น ก็จะหายไป นั่นเป็นการทดสอบผลิตภัณฑ์ ด้วยวิธีง่ายๆ ที่สัมผัสได้ทันที  เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ และหลายกระแส ตื่นตัวถึงนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน

จึงเป็นโอกาสเปิดรับ “ซิลเวอร์นาโน” เพื่อการดูแลสุขอนามัย เช่น นำไปผสมกับผงซักฟอกใช้ในอุตสาหกรรมของเล่น  รวมถึงนำมาผสมในน้ำยาบ้วนปาก และไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์ที่ใช้เป็นยารักษาโรค หรือเคลือบซิลเวอร์นาโน บนอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ  , ด้านอุปโภคบริโภค สามารถใช้ถนอมอาหารและทำให้น้ำดื่มสะอาด  จึงกล่าวได้ว่าอนุภาคนาโนของเงิน  เป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของเราดีขึ้น

สำหรับ สเปรย์ ออนแอนด์ออน ซิลเวอร์นาโน”On&On Silver Nano”   เป็นสินค้าที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามกฎเกณฑ์ของการคุ้มครองผู้บริโภค สเปรย์ออนแอนด์ออน จัดเข้าประเภท Consumer Product ที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรค และมีผลการรับรองคุณภาพจากศูนย์วิจัยอุตสาหกรรมนาโนและไบโอพลาสติก มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งเป็นผู้คิดค้นและผลิตทุกขวดผ่านการทดสอบเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัย มีการการันตีจากหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ  เช่นไบโอเทคและอินเตอร์เทค  และได้รับรางวัลนวัตกรรมเทคโนโลยีประจำปี 2553 จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  อีกหนึ่งแรงการันตี และยังมีผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพอีกหลายตัว อาทิเช่น ผงแร่ดับกลิ่น เป็นผงแร่จากธรรมชาติ 10 กว่าชนิด ภายใต้ชื่อ กรีนแอนด์กรีน ที่ขณะนี้อยู่ในช่วงพัฒนาผลิตภัณฑ์

ออนแอนด์ออน ซิลเวอร์นาโน เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพที่น่าสนับสนุน น่าชื่นชมและนับเป็นความสำเร็จของคนไทยที่คิดค้นเพื่อให้คนไทย ได้ใช้นวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพและยังเป็นผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วยซิลเวอร์นาโน เจ้าเดียวและเจ้าแรกที่ได้รับใบอนุญาตจากอาหารและยา

รื่นรมย์ชม “ปทุมนิวาสราชพิพิธภัณฑ์” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/410864?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

รื่นรมย์ชม “ปทุมนิวาสราชพิพิธภัณฑ์”

16 มกราคม 2563 – 12:44 น.
ปทุมนิวาสราชพิพิธภัณฑ์,สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
เปิดอ่าน 161 ครั้ง

น้อมรำลึกสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าผ่านงานนิทรรศการ

มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าโดยความร่วมมือของกระทรวงวัฒนธรรม ได้ดำริจัดนิทรรศการ “ปทุมนิวาสราชพิพิธภัณฑ์” ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและเผยแพร่พระราชประวัติพระราชกรณียกิจแห่งสมเด็จพระศรีสวริน ทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และเพื่อเป็นการเผยแพร่ “พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า”

ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน

ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้น ณ พระตำหนักใหญ่ วังสระปทุม ตามพระราชดำริแห่งพระบาทสมเด็จพระบรม ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

โดยวันเปิดนิทรรศการได้รับเกียรติจาก อิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และคุณชวลี อมาตยกุล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ร่วมเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ธิดาคนเล็กในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ถวายสักการะหน้าพระสาทิสลักษณ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า บริเวณไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันก่อน

สำหรับเนื้อหาภายในนิทรรศการมีการจัดแบ่งเป็น 4 ภาค ได้แก่ ภาคที่ 1 บรมอัยยิกาพงศานุประวัติ จัดแสดงพระราชประวัติแห่งสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ซึ่งทรงเป็นพระราชวงศ์ฝ่ายในที่มีพระชนม์ชีพยาวนาน 6 รัชกาล มีพระจริยวัตรอันงดงาม และบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์อเนกประการ

 ภาคที่ 2 ไพรัชวิวิธทัศนประสิทธิ จัดแสดงพระราชกรณียกิจที่ทรงพระปรีชาสามารถด้านศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเย็บปักถักกรองซึ่งเป็นศิลปะขั้นสูงของราชสำนัก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงไว้วางพระราชหฤทัยโปรดเกล้าฯ ให้ทรงอำนวยการจัดงานนิทรรศการศิลปหัตถกรรมสตรีไทยทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติ ทำให้ชื่อเสียงและคุณสมบัติของสตรีไทยเผยแพร่ออกสู่สายตาชาวโลกเมื่อ 100 กว่าปีที่ผ่าน ดังปรากฏในงานแสดงนิทรรศการสินค้าโลก เวิลด์โคลัมเบียนเอ็กซ์โปซิชัน 1893 (World’s Columbian Exposition 1893) ณ นครชิคาโก สหรัฐอเมริกา

คุณชวลี อมาตยกุล-อิทธิพล คุณปลื้ม

   ภาคที่ 3 ราชกรณียกิจวรประกาศ จัดแสดงพระราชกรณียกิจสำคัญน้อยใหญ่ที่สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงปฏิบัติบำเพ็ญตลอดพระชนม์ชีพ อันเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและปวงชนชาวไทย ทั้งด้านการสาธารณสุข การแพทย์ การศึกษาวัฒนธรรม และมนุษยศาสตร์ องค์การยูเนสโกประกาศเฉลิมพระเกียรติให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลกผู้มีผลงานดีเด่น ในโอกาสครบ 150 ปี พระราชสมภพ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

 ภาคที่ 4 ปทุมนิวาสราชพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ตั้งอยู่ ณ พระตำหนักใหญ่ วังสระปทุม สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับเมื่อ 100 กว่าปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ในนิทรรศการได้มีการจัดแสดงเอกสารจดหมายเหตุและสิ่งของส่วนพระองค์สมเด็จพระ พันวัสสา อัยยิกา เจ้า เช่น ฉากผ้าปักอายุกว่า 100 ปี , สมุดรูปเล่าเรื่องสยาม (จำลอง) ซึ่งเคยพระราชทานมิสซิส พาล์เมอร์ ประธานกรรมการผู้จัดงานฝ่ายสตรีของงานเวิลด์โคลัมเบียนเอ็กซ์โป ซิชัน 1893 (World’s Columbian Exposition 1893) รวมถึงขนมไทยโบราณที่เคยส่งไปร่วมประกวดในงานดังกล่าว

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมสาธิตและทดลองการทำอาหารและงานฝีมือไทย เช่น ปั้นสิบ ขนมบุหลันดั้นเมฆ , งานร้อยมาลัย , งานพับดอกบัว โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากโรงเรียนช่างฝีมือในวัง (หญิง) ให้ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย

อนึ่ง ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ “ปทุมนิวาสราชพิพิธภัณฑ์” ได้ทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 26 มกราคม 2563 เวลา 10.00 – 20.00 น. บริเวณไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ครบรอบ12ปีวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/410624?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

ครบรอบ12ปีวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ

15 มกราคม 2563 – 13:40 น.
พลเรือเอก หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์,มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย,คุณจงรักษ์ สังข์ประสิทธิ์,คุณหญิงอรศรี วังวิวัฒน์,มรฌาคส์ เมเยอร์,ผศพิเศษ ดรอภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์,ปิ่นทิพย์ บูรณสถิตย์พร,พลตตชูเกียรติ-จิตรา ประทีปะเสน,ณัชชัย ถาวรธวัช
เปิดอ่าน 280 ครั้ง

จัดพิธีบำเพ็ญพระกุศลอุทิศถวายแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์

เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ วันที่ 2 มกราคม เป็นปีที่ 12 พลเรือเอก หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์ ทรงเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญพระกุศลอุทิศถวายแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าไตร 10 ไตร เพื่อถวายแด่พระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ ทั้งนี้ ข้าราชบริพารในสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชนในด้านต่างๆ ทั้งการศึกษา สังคมสงเคราะห์ การแพทย์ และสาธารณสุข  ที่พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เมื่อวันก่อน

     สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประสูติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2466 เป็นพระธิดาพระองค์เดียว ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเป็นสมเด็จพระเชษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ในระหว่างที่ทรงพระชนม์ชีพนั้นได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว​ รัชกาลที่​ 9 เพื่อความผาสุกของพสกนิกรชาวไทยตลอดมา ทรงรับมูลนิธิและกองทุนการกุศลต่างๆ ไว้ในพระอุปถัมภ์หลายหน่วยงาน อาทิ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย ทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิก มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม สมาคมพยาบาลสาธารณสุขไทย มูลนิธิเด็กโรคหัวใจแห่งประเทศไทย มูลนิธิส่งเสริมสวัสดิภาพสตรีและเยาวชน ทุนหมอเจ้าฟ้า มูลนิธิโลกสีเขียว มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา เป็นต้น

โดยพิธีบำเพ็ญพระกุศลอุทิศถวายครั้งนี้ พลเรือเอก หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์ ทรงเป็นประธานในพิธี มีคณะข้าราชบริพารและผู้จงรักภักดี เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก อาทิ คุณจงรักษ์ สังข์ประสิทธิ์, คุณหญิงอรศรี วังวิวัฒน์, ม.ร.ว.ประกายฉัตร สุขสวัสดิ์, พล.ต.ต.นพ.เฉลิมพงศ์ มาลากุล ณ นคร, ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ, พิกุลแก้ว ไกรฤกษ์, จีรานุช ภิรมย์ภักดี, สุมัณฑนา โมกขะเวส, พันธ์พิไล-พันธ์ภิรมย์ ใบหยก, จุมพจน์ เชื้อสาย, มร.ฌาคส์ เมเยอร์, ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, ปิ่นทิพย์ บูรณสถิตย์พร, พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์, ชรินทร์ทิพย์ เดชะไกศยะ, พล.ต.ต.ชูเกียรติ-จิตรา ประทีปะเสน, ณัชชัย ถาวรธวัช, ภัทธิรา หาญสกุล เป็นต้น

ลำบากใจหรือน่าละอายที่จะพูดไหม? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/410264?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

ลำบากใจหรือน่าละอายที่จะพูดไหม?

13 มกราคม 2563 – 17:15 น.
English Today,สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,ผศ ชลาธิป ชาญชัยฤกษ์,Euphemism,ภาษาอังกฤษ,คำเลี่ยง
เปิดอ่าน 161 ครั้ง

เมื่อเราต้องการใช้คำสุภาพหรือคำเลี่ยงเมื่อพูดถึงเรื่องที่ลำบากใจหรือน่าละอาย

 Euphemisms (2)

      ต่อจากครั้งก่อน วันนี้มาดู Euphemism  (มาจากรากศัพท์ภาษากรีก eu- หมายถึง ดี และ pheme- หมายถึง พูด) เป็นคำหรือวลีที่ใช้เมื่อเราต้องการใช้คำสุภาพหรือคำเลี่ยงเมื่อพูดถึงเรื่องที่ลำบากใจหรือน่าละอาย อาทิ ความตาย ความพิการ การเข้าห้องน้ำ ฯลฯ มาดู euphemism ประเภทอื่น ๆ กันต่อจากเมื่อตอนที่แล้วกันค่ะ

euphemism เกี่ยวกับรูปลักษณ์ และสติปัญญา
 คำที่ควรหลีกเลี่ยง                                                     คำที่เหมาะสม
ugly (น่าเกลียด)                                        plain (เรียบ ๆ)
bold (หัวล้าน)                                           a little thin on top (ผมบางเล็กน้อย) moon landing (ร่อนลงบนดวงจันทร์)
fat (อ้วน)                                                 plus-sized, full-figured, portly (ท้วม) heavyset, big-boned,                                                                  husky (ร่างใหญ่) a bit overweight, have a few extra pounds                                                                (น้ำหนักเกินไปเล็กน้อย) horizontally-challenged (ที่บกพร่อง                                                                  ทางแนวนอน)
short (เตี้ย)                                               vertically-challenged (ที่บกพร่องทางแนวตั้ง)
not smart (ไม่ฉลาด)                                  one sandwich short of a picnic (ไม่เต็มบาท) not the                                                                           sharpest pencil in the box (ไม่ใช่คนฉลาดที่สุดในกลุ่ม) his                                                                     elevator doesn’t reach the top floor (สติปัญญาไม่ถึง)
euphemism เกี่ยวกับอายุ
คำที่ควรหลีกเลี่ยง                                                        คำที่เหมาะสม
old (แก่)                                                    elderly, older adult, mature, a senior citizen, advance age                                                                 (ผู้สูงอายุ ผู้อาวุโส) senile (ผู้ชรา) a pensioner (ผู้รับบำนาญ)                                                                    aretiree (ผู้เกษียณ) experienced, veteran, those who have                                                                  seen it all (ผู้มีประสบการณ์ ผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน) picking up                                                                   speed (ตัวเลขอายุวิ่งอย่างรวดเร็ว) getting on (แก่ตัว) over                                                                     the hill, nearly there (ไม้ใกล้ฝั่ง) ancient* (โบราณ)                                                                             prehistoric*(ก่อนประวัติศาสตร์) living dead*(ศพเดินได้)
*เชิงขบขัน
euphemism เกี่ยวกับความพิการ
 คำที่ควรหลีกเลี่ยง                                                           คำที่เหมาะสม
a blind person  (คนตาบอด)                          person with a visual impairment (บุคคลที่มีความบกพร่อง                                                                      ทางการเห็น) visually challenged (ที่บกพร่องทางการเห็น)
mentally retarded, mentally handicapped  (ปัญญาอ่อน)
mentally challenged, intellectually disabled (ที่บกพร่องทาง                                                                  สติปัญญา) the handicapped, the disabled, cripple  (คน                                                                      พิการ) people with disabilities, disabled person (บุคคลที่มี                                                                    ความบกพร่องทางร่างกาย) differently-abled (ที่มีความ

สามารถต่างไป)
wheelchair-bound, confined to a wheelchair (คนนั่งรถเข็น)
person who uses a wheelchair, wheelchair users (ผู้ใช้รถ                                                                    เข็น)

euphemism เกี่ยวกับการไปเข้าห้องน้ำและการขับถ่าย
คำที่ควรหลีกเลี่ยง                                                         คำที่เหมาะสม
go to the toilet  (ไปเข้าห้องน้ำ)                        Where can I wash my hands? (ฉันจะไปล้างมือได้ที่                                                                            ไหน)Where are the restroom? (ห้องน้ำอยู่ที่ไหน) go to                                                                        the ladies’ room (ไปสุขาหญิง) go powder one’s nose (ไป                                                                    เติมแป้ง) go to the men’s room (ไปสุขาชาย)
urinate  (ปัสสาวะ)                                         go to the bathroom (ไปห้องน้ำ) relieve oneself (ปลดทุกข์                                                                    เบา)
defecate  (อุจจาระ)                                        go to the bathroom (ไปห้องน้ำ) have a bowel                                                                                  movement, move one’s bowels (ปลดทุกข์หนัก)
flatulate  (ตด)                                              break wind, pass gas (ผายลม)

euphemism เกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ
คำที่ควรหลีกเลี่ยง                                                         คำที่เหมาะสม
boss  (เจ้านาย)                                              supervisor (ผู้ดูแล ผู้ควบคุม)
secretary (เลขา)                                           assistant, personal assistant (ผู้ช่วย)
janitor  (ภารโรง)                                           custodian (ผู้ดูแล)
housewife (แม่บ้าน)                                       homemaker (ผู้ดูแลบ้าน)
trash man (คนเก็บขยะ)                                  sanitation worker (คนงานสุขาภิบาล)
lawyer (ทนายความ)                                      attorney (นิติกร)
euphemism เกี่ยวกับการตั้งครรภ์และการแท้งบุตร
คำที่ควรหลีกเลี่ยง                                                         คำที่เหมาะสม
pregnant  (ท้อง)                                            be expecting, be in the family way (ตั้งครรภ์)
abort  (แท้ง)                                                 terminate the pregnancy (ยุติการตั้งครรภ์)
แล้วพบกันใหม่คราวหน้าค่ะ
ผศ. ชลาธิป  ชาญชัยฤกษ์

                                                                                             English Today
สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คมเลนส์ส่องพระ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/409783?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

คมเลนส์ส่องพระ

12 มกราคม 2563 – 00:00 น.
พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง,พระเครื่อง,คมเลนส์ส่องพระ
เปิดอ่าน 13,922 ครั้ง

คมเลนส์ส่องพระ  คอลัมน์…  พระเครื่อง  โดย… แล่ม จันท์พิศาโล

*** สุดสัปดาห์ที่ ๒ ของปีใหม่ ๒๕๖๓ วันเสาร์ที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๓ ตรงกับ วันเด็กแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มอบคำขวัญวันเด็กว่า “เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย”

** คมเลนส์ส่องพระ  วันนี้ขอเริ่มด้วย พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง กรุเก่า พิมพ์ชะลูด เนื้อผงคลุกรัก จ.นนทบุรี หนึ่งใน ชุดเบญจภาคีพระปิดตาเนื้อผง อันประกอบด้วย พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์, พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง, พระปิดตา หลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน, พระปิดตา หลวงปู่จีน วัดท่าลาด และพระปิดตา หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว กล่าวสำหรับ พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง องค์นี้  นพ.มาณพ โกวิทยา เพิ่งได้มาช่วงก่อนปีใหม่สภาพสวยแชมป์ ฟอร์มเทพ คมชัดลึก ผิวตั้งหิ้งเดิมๆ แม้แต่ขี้ฝุ่นหิ้งยังอยู่ตามซอกผิวองค์พระ ตัวจริงเสียงจริ0งหายากระดับตำนาน มีบัตรรับรอง พระแท้ จากสมาคมผู้นิยมพระเครื่อง พระบูชาไทย เป็นพระองค์ดารามีภาพอยู่ในหนังสือ “สุดยอดพระยอดนิยม” จัดทำโดยนิตยสาร “พระท่าพระจันทร์” และหนังสือพระเครื่องอีกหลายเล่ม จัดเป็น พระองค์ครูที่เซียนพระรุ่นใหญ่นำไปชี้จุดตำหนิต่างๆ สำหรับการศึกษา พระแท้องค์จริง  สภาพนี้สนนราคาต้องกว่า ๑๐ ล้านบาท สุดยอดพระปิดตาที่มีความศักดิ์สิทธิ์ครบทุกด้าน ทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาด ปลอดภัย คงกระพัน มหาอุด ฯลฯ องค์นี้ลงให้ชมเพื่อการศึกษาเป็นวิทยาทานอย่างเดียว ไม่ได้เปิดราคาขายแต่อย่างไร

**พระพุทธชินราชวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระมหาธรรมราชาลิไทย ประมาณปี ๑๙๐๐ พร้อมกับพระเครื่อง พระพุทธชินราชใบเสมา  ศิลปะอู่ทองยุคต้น ต่อมาพระพิมพ์ได้แตกกรุในสมัยรัชกาลที่ ๕ พ.ศ.๒๔๔๐ ช่วงที่พระพุทธเจ้าหลวง เสด็จเมืองพิษณุโลก ชาวเมืองได้นำ พระพุทธชินราชใบเสมา  ทูลเกล้าฯ ถวายพระพิมพ์นี้มี ๓ พิมพ์ย่อย คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก มีขนาดใกล้เคียงกัน คือ กว้างประมาณ ๒.๕ ซม. สูง ๓.๕ ซม.องค์ที่นำมาให้ชมนี้ พิมพ์ใหญ่ เนื้อชินเงิน สภาพสวยสมบูรณ์องค์นี้มีภาพอยู่ในหนังสือ “อมตะพระกรุ” ของ อ.ต้อย เมืองนนท์ เป็นพระของ ดำ ทองจันทร์ (สมควร สว่างเลิศ) นักสะสมพระรูปหล่อโบราณ

** พระรอด กรุวัดมหาวัน จ.ลำพูน เป็นหนึ่งในชุดพระเบญจภาคียอดนิยม เป็นพระเนื้อดินเผา มี ๕ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก พิมพ์ต้อ และพิมพ์ตื้น คือ องค์ที่ลงให้ชมในวันนี้ถึงแม้ว่าองค์พระจะเลือนไปบ้างจากสภาพการใช้งาน แต่พระรอดองค์นี้มีความเด่นในแง่ เนื้อพระ ที่ชัดเจน เหมาะสำหรับใช้ศึกษา พระแท้ เป็นความแปลกที่ รศ.นพ.อัฐพร ตระการสง่า เพิ่งจะได้บูชาในช่วงก่อนเดินทางไปทำบุญบริจาคสิ่งของให้เด็กชาวเขาที่จ.ลำพูน อาจจะเรียกได้ว่า “บุญนำพา” จริงๆ

** หลวงพ่อผุด วัดนันทาราม เป็นพระพุทธรูปคู่เมืองปากพนังมายาวนาน ชาวปากพนังและพื้นที่ใกล้เคียงต่างศรัทธาและนับถือมานานปี โดยเฉพาะเรื่องโชคลาภ ขอได้ ไหว้รับ แสดงปาฏิหาริย์ให้เห็นมานักต่อนักแล้ว สำหรับ เหรียญหลวงพ่อผุด วัดนันทาราม รุ่นแรก ปี ๒๔๖๖ สร้างแจกชาวบ้านที่ร่วมบริจาควัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างศาลา จำนวนสร้างประมาณ ๕๐๐ เหรียญ มีเนื้อทองแดงรมดำ, เนื้อทองแดงผิวไฟ และเนื้อทองแดงกะไหล่ทอง ปลุกเสกโดย พระครูนนท์จรรยาวัตต์ เจ้าอาวาส เหรียญรุ่นนี้สภาพสวยแชมป์เช่าหากันที่หลักแสนขึ้นไปเหรียญนี้เป็นของ วีระชัย ชัยนุมาศ (จ่าคิง ปากพนัง) คนหนุ่มไฟแรง

** พระปิดตา พิมพ์พุงป่อง หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าเรียกตามภาพองค์พระที่มีท้องนูนขึ้นมา เนื้อผงคลุกรัก เหมือนกับพระพิมพ์แจกแม่ครัว สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นพร้อมกันช่วงปี ๒๔๖๐-๒๔๖๓ (ขอขอบพระคุณภาพและข้อมูลจากปฏิทินปีใหม่ ๒๕๖๓ ของ ท่านไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์)

** ในบรรดาพระเนื้อว่าน รุ่นแรก ปี ๒๔๙๗ ด้วยกัน พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ พิมพ์ใหญ่ เอ หัวขีด  จัดเป็นอันดับ ๑ เพราะองค์พระล่ำใหญ่ มีมิติ คมชัดลึก มีความหนา เอกลักษณ์สำคัญ คือมีเส้นข้างศีรษะหลวงพ่อทวดทั้ง ๒ ข้าง อันเป็นที่มาของชื่อพิมพ์ “หัวขีด” องค์นี้สภาพเดิมๆ คมชัดทุกซอกมุม สนนราคาหลักล้านขึ้นไป เป็นพระของ วิชัย ภูษิตรานุสรณ์  นักธุรกิจเจ้าของสินค้าพลาสติก DKW มีโรงงานในเมืองไทยและเวียดนาม

** ฉัตรชัย ทิมกระจ่าง (นายกปื๊ด) ร่วมกับ คมสัน ชาญชัยวรวิทย์ (หน่อย ศรีราชา) เป็นประธานจัดสร้าง เหรียญนั่งพานรุ่นแรกหลวงปู่บัวเกตุ ปทุมสิโร รุ่น ๓ รพ.) เจ้าอาวาสวัดป่าปางกึ้ด ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ อาคารศรีสวรินทิรานุสรณ์ ๑๕๐ ปี พร้อมทั้งมอบ เหรียญนั่งพานเนื้อทองแดงหน้ากากฝาบาตร จำนวน ๑๐,๐๐๐ เหรียญ ให้โรงพยาบาล เพื่อมอบให้ผู้ร่วมเป็นประธานทอดผ้าป่ามหากุศล ยอดเงินทั้งสิ้น ๑๐ ล้านบาท ผู้สนใจร่วมทำบุญ ติดต่อได้ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา โทร.๐-๓๘๓๒-๐๒๐๐ ต่อ ๓๑๒๓, ๑๐๐๐, ๒๒๒๒ กำหนดทอดผ้าป่ามหากุศล วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๓ ณ โรงพยาบาล

** “แพะ” หลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก จ. ระยอง ขนาด ๑.๒ ซม. หลวงพ่อเป็นหนึ่งในสุดยอดพระอาจารย์ยุคเก่าแห่งภาคตะวันออก เป็นต้นตำรับของการสร้าง “แพะ” ที่มีลักษณะพิเศษ คือ มีความอดทนสูง ตายยาก (คงกระพัน) และมีเสน่ห์แรง (ตัวผู้หนึ่งตัวจะมีตัวเมียอยู่ด้วยเป็นฝูง) ศิลป์ที่ช่างแกะมีเอกลักษณ์เป็นมาตรฐานชัดเจน ตัวนี้สภาพสวยเดิม เนื้อจัดมันแบบแท้ร้อยตา ติดรางวัลงานใหญ่ของสมาคม เจ้าของ เติ้ง รักษ์ศิลป์ สายตรงเครื่องรางยอดนิยม

** เหรียญพระราหูอมจันทร์ (สุริยันจันทรา) วัดศีรษะทอง จ.นครปฐม สร้างขึ้นจากการลอกลายกะลาตาเดียวของ หลวงพ่อน้อย ในแบบเชิงช่างศิลป์ยุคโบราณ เป็นพิมพ์ที่มีพระอาทิตย์และพระจันทร์ในเหรียญเดียวกัน และยังมีการคัดลอกอักขระยันต์ขอมลาว จากลายมือหลวงพ่อน้อยออกมาอย่างชัดเจนและลงตัว สร้างด้วยเนื้อทองคำ, เนื้อเงิน, เนื้อนวโลหะ, เนื้ออัลปาก้า และเนื้อฝาบาตร เปิดจองวันอาทิตย์ที่ ๑๒ มกราคมนี้ และวันนั้นทางวัดศีรษะทองจะมีพิธีสวดย้ายพระราหู ผู้สนใจร่วมพิธีเพื่อเสริมดวงชะตาเพิ่มบารมีเชิญได้ที่วัด โทร.๐๘-๒๖๓๙-๔๐๘๒, ๐๙-๒๕๙๒-๔๖๔๔

** วางตลาดแล้ว  นิตยสาร พระเกจิ  ฉบับใหม่ อ่านเรื่อง หลวงพ่อใย วัดปากป่า, หนุมาน หลวงพ่อสมัย, พระหลวงพ่อทวด หลวงปู่แดง วัดศรีมหาโพธิ์, หลวงพ่อลิ้นดำ วัดนารังนก ฯลฯ

** พบกับ คมเลนส์ส่องพระ  ได้ใหม่ในวันเสาร์ต่อไป ขอขอบพระคุณ  ทุกท่านที่ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาตลอด ขอให้โชคดีมีพลังกายและใจโดยทั่วกัน  ***

หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ๒๔๙๗ (ตอนแรก) #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/409631?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ๒๔๙๗ (ตอนแรก)

12 มกราคม 2563 – 00:00 น.
หลวงพ่อทวด,เนื้อว่าน,ตามรอยตำนานแผ่นดิน
เปิดอ่าน 1,410 ครั้ง

หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ๒๔๙๗ พิมพ์ใหญ่ยอดนิยมซี ที่เรียกว่าไหล่จุด ราคาเช่าหามาหยุดอยู่ที่ ๑.๗ ล้านบาท (ตอนแรก) คอลัมน์… ตามรอย…ตำนานแผ่นดิน โดย… เอก อัคคี

หลวงพ่อทวดอีกองค์ที่ผมอยากจะนำมาเล่าสู่กันฟังคือ หลวงพ่อทวด พิมพ์ใหญ่ ไหล่จุด ซึ่ง พล.อ.ต.ตะวัน นาครทรรพ หรือ ผู้การอ๋าย ท่านเคยบอกว่าเดิมเป็นของเซียนดังสายหลวงพ่อทวด เสี่ยเล็ก ปลามังกร ซึ่งเช่ามาเมื่อปี ๒๕๔๙ ในราคา ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ยกให้ผู้การอ๋าย เพราะนับถือน้ำใจลูกผู้ชาย ในราคาเท่าทุน ในปี ๒๕๕๔ และต่อมา พล.อ.ต.ตะวัน นาครทรรพ ก็ส่งมอบพระหลวงพ่อทวด พิมพ์ใหญ่ ไหล่จุดองค์นี้ ให้เสี่ยเต๋า สุเนตร บุรกสิกร ในราคา ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท

ท่านอาจารย์ทิม อดีตเจ้าอาวาสวัดช้างให้

ในบรรดาพระเครื่องหลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ๒๔๙๗ นั้น ทั้งนี้มีการจัดลำดับไว้ดังนี้ คือ

เนื้อว่านรุ่นแรก พิมพ์ใหญ่ยอดนิยมเอ หรือที่เรียกกันว่าพิมพ์หัวไม้ขีด

เนื้อว่านรุ่นแรก พิมพ์ใหญ่ยอดนิยมบี หรือที่เรียกกันว่าพิมพ์ใหญ่ลึก

เนื้อว่านรุ่นแรก พิมพ์ใหญ่ยอดนิยมซี ที่เรียกกันว่าพิมพ์ไหล่จุด

ส่วนพิมพ์อื่นๆ ก็อาจถึงพิมพ์ต้อใหญ่ซึ่งหายากมากและพิมพ์พระรอดหน้าใหญ่ ซึ่งอยู่ในกลุ่มพิมพ์เล็ก

หลวงพ่อทวด เนื้อว่าน พิมพ์ใหญ่ยอดนิยมซี ที่เรียกว่าไหล่จุดนั้น เซียนสายตรงท่านแนะนำมาว่า จุดควรสังเกต คือ
๑.พื้นผิวหลังขององค์พระไม่ราบเรียบ
๒.ตรงข้อศอกขวาขององค์พระ มีเนื้อเกินเป็นก้อนตรงผนัง
๓.ริมฝีปากด้านล่างเป็นเส้นตรง
๔.หัวไหล่ด้านซ้ายขององค์พระ จะมีเนื้อนูนหนา จึงเป็นที่มาของคำว่าพิมพ์ใหญ่ ไหล่จุด
๕.มีเนื้อเกินอยู่ตรงข้างแขนซ้ายด้านในขององค์พระใกล้กับเส้นสังฆาฏิ

หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ๒๔๙๗ พิมพ์ใหญ่ยอดนิยมซี

สำหรับเรื่องราวประวัติการจัดสร้างนี้ผมต้องขออนุญาตยกเอาบันทึกของ กู้ หาดใหญ่ ที่ได้บันทึกถึงการจัดสร้างพระเครื่องหลวงพ่อทวดเนื้อว่านรุ่นแรก ของวัดช้างให้ มาเผยแพร่ต่อสาธารณะเพื่อให้ความรู้ต่อผู้ที่สนใจต่อประวัติต่างๆ ของหลวงปู่ทวด โดยมีความดังนี้

พระอาจารย์ทิม อดีตเจ้าอาวาสวัดช้างไห้ จ.ปัตตานี ซึ่งมีบุญสัมพันธ์กับหลวงพ่อทวด ตั้งแต่อดีตชาติถึงปัจจุบันชาติ อันที่จริงจะว่ากันแล้วด้วยพระบารมีองค์พระโพธิสัตว์ หลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด บวกกับวัตรปฏิบัติของพระอาจารย์ทิม งดงามยิ่งนัก เป็นพลังรวมพลังอันมหาศาลที่ใสสะอาดประดุจแก้วใสสารพัดนึก

เพราะการสร้างเมื่อครั้งอดีตเป็นการสร้างที่มีเจตนาบริสุทธิ์จริงๆ ไม่มีเจตนาในเรื่องการซื้อขายแต่อย่างใด ฉะนั้นพระเครื่องเมื่อครั้งในอดีตจะคงความเข้มขลัง ใสสะอาดบริสุทธิ์ จึงเปี่ยมล้นไปด้วยพลังพุทธคุณครับ ไม่เป็นที่น่าแปลกใจว่าทำไมพระเครื่องหลวงพ่อทวด ว่านรุ่นแรก วัดช้างให้ จึงเป็นพระเครื่องที่ “อมตะ” ไม่มีวันดับหายไปจากความศรัทธาของเหล่านักพระเครื่องและประชาชนโดยทั่วไป

รูปปั้นหลวงพ่อทวด ขนาดเท่าตัวจริงที่วิหารวัดช้างให้ ปัตตานี

พระเครื่องหลวงพ่อทวดว่าน 2497 นั้น ว่านที่นำมาเป็นส่วนผสมมีทั้งหมด 200 กว่าชนิด คำว่า 108 มิใช่ว่าน 108 ชนิด แต่เป็นเรื่องพุทธคุณที่มีถึง 108 คำว่า 108 ก็คือ “ได้ทุกสิ่งอะไรก็ได้ศักดิ์สิทธิ์” คำว่าศักดิ์สิทธิ์เป็นคำพูดที่ครอบจักรวาลนั่นเอง คนเขามักจะนิยมเอามาพูดกัน

อาจารย์แย้ม พุฒยอด หรือที่ท่านอาจารย์ทิม จะเรียกว่า เจ้าแย้ม เป็นศิษย์เอก ของพระอาจารย์ทิม พื้นเพเดิม อ.แย้ม อยู่เยื้องๆ วัดช้างไห้ มีบ้านและสวนยางอยู่ในละแวกนั้น ซึ่งจัดได้ว่า อ.แย้ม เป็นผู้มีฐานะคนหนึ่ง อีกทั้งยังได้รับการถ่ายทอด วิชาอาคมจากพระอาจารย์ทิมในเรื่องของการสักยันต์นั่นเอง

ท่านอาจารย์แย้มได้เล่าให้ กู้ หาดใหญ่ ฟังว่าท่านอาจารย์ทิมท่านเป็นพระอาจารย์ที่น่ารักมาก มีจิตเมตตาต่อชาวบ้าน ไม่ว่าพระอาจารย์ทิมจะขอความช่วยเหลืออะไรชาวบ้านจะยื่นมือเข้ามาช่วยทันทีเหมือนอย่างกับการที่พระอาจารย์ทิมได้ดำริว่าจะสร้างพระเครื่องหลวงปู่ทวดว่าน 108 ชาวบ้านที่ทราบต่างก็เสาะหาว่านมาให้พระอาจารย์ทิมทันที

และจากคำบอกเล่าของท่านอาจารย์แย้ม พุฒยอด พบว่าเรื่องการจัดสร้างพระเครื่องหลวงปู่ทวดว่านรุ่นแรกนั้น เกิดจาก อนันต์ คณานุรักษ์ ท่านนิมิตถึงหลวงปู่ทวดให้มีการจัดสร้างพระเครื่องขึ้น ซึ่งพระอาจารย์ทิมท่านให้อนันต์เป็นผู้ดำเนินการจัดทำบล็อกทั้งหมด

อ.แย้ม เล่าต่อไปว่า อนันต์ได้จัดทำบล็อกขึ้นเกือบ 100 บล็อก ใช้คนช่วยกันกดพิมพ์พระเกือบร้อยคน มีทั้งเณร และพระสงฆ์ ฆราวาสนุ่งขาวห่มขาว รวมทั้ง อ.แย้ม ร่วมกันกดพิมพ์พระด้วยการกดพิมพ์พระไม่ได้พิถีพิถันแต่อย่างใด บางท่านก็ใช้ก้านธูป บางท่านก็ใช้เคาะออกจากเบ้า และบางท่านก็ใช้ไม้ไผ่เหลาให้แบนๆ เพื่อจะได้สะดวกในการงัดเอาพระเครื่องออกจากบล็อก จุดนี้นี่เองจึงไม่เป็นข้อยุติว่า ใต้ฐานพระรูจะกลม หรือจะแบน หรือไม่มีรูก็เกิดจากการกดเบ้าแล้วเคาะออก พระจะหลุดออกจากเบ้าหากเนื้อที่กดนั้นไม่เหนียวจนเกินไป

กู้ หวดใหญ่ ยังเล่าเอาไว้อีกด้วยว่า จากคำบอกเล่าจากชาวบ้านที่ไปเสาะหาว่านมาถวายพระอาจารย์ทิม ว่าตนเองได้หาว่านหลังจากเสร็จจากกรีดยาง (เช้า) ก็ได้ไปหาว่านโดยการนำว่านใส่กระสอบปุ๋ยจนเต็มกระสอบจึงกลับ ขากลับตะวันใกล้จะตกดินมีความรู้สึกว่าได้เหยียบอะไรบางอย่างรู้สึกว่านิ่มๆ ลื่นๆ พอมองดูตกใจมาก “งู” เต็มไปหมด เหยียบงู แต่แปลกงูไม่ทำร้ายกลับเลื้อยหนีไป นั่นเป็นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ของว่านที่ได้แบกอยู่

จึงนำความนี้ไปเล่าให้พระอาจารย์ทิมฟัง พระอาจารย์จึงได้บอกญาติโยมว่านี่แหละคือสาเหตุที่บอกญาติโยมให้เสาะหาว่านมาเพื่อที่จะนำไปสร้างพระเครื่องหลวงปู่ทวด ความศักดิ์สิทธิ์ของว่านมีอยู่แล้ว บวกกับบารมีหลวงปู่ทวดแล้วด้วยพุทธคุณ สูงสุด

   (ติดตามต่อตอนต่อไป)

โลกเปลี่ยนแค่ครูต้องอยู่คู่ห้องเรียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/411045?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=edu-health

โลกเปลี่ยนแค่ครูต้องอยู่คู่ห้องเรียน

17 มกราคม 2563 – 11:41 น.
ครู,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา
เปิดอ่าน 50 ครั้ง

โลกเปลี่ยนแค่ครูต้องอยู่คู่ห้องเรียน วอนลดภาระ-กิจกรรมให้มีเวลาสอนหนังสือ โดย…-ชุลพีร อร่ามเนตร -qualitylife4444@gmail.com –

“ครู” เป็นบุคคลสำคัญและเป็นต้นแบบของใครหลายคน เพราะกว่าคนคนหนึ่งจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและมีคุณภาพได้นั้น นอกจากสถาบันครอบครัวแล้ว สถาบันการศึกษาซึ่งมี “ครู” ถือเป็นแม่พิมพ์คนที่สองรองจากพ่อแม่ในการอบรมเลี้ยงดู สั่งสอนนักเรียน วันที่ 16 มกราคม 2563 กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้จัดงานกิจกรรมวันครู ครั้งที่ 64 ภายใต้คำขวัญ วันครู “ครูไทย รักศิษย์ คิดพัฒนา” โดยมี  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีพร้อมมอบรางวัลผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ประจำปี 2563 และรางวัลคุรุสภา ประจำปี 2562 “ระดับดีเด่น” ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรีคารวะครูสมัยเรียนโรงเรียนวัดนวลนรดิศ ได้แก่ ครูวีระ เดชพันธ์

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครูเปรียบเหมือนพ่อแม่คนที่สอง โดยหน้าที่ของครูคือการอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ให้มีความรู้และมีสติปัญญา เพราะเด็กเป็นผ้าขาวที่ครูจะเป็นผู้เติมแต่งสีสันลงไปให้แก่ชีวิตลูกศิษย์ และเด็กจะดีหรือไม่ดีมาจากครู โดยอยากให้ครูสอนให้เด็กรู้จักคิดวิเคราะห์ เพราะการคิดวิเคราะห์จะนำไปสู่การคิดอย่างมีสติ การคิดแบบสร้างสรรค์ เพื่อเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม
รวมถึงอยากให้ครูทำงานร่วมกับรัฐบาลให้มากขึ้น เนื่องจากครูมีบทบาทสำคัญที่ต้องบ่มเพาะศีลธรรมและจริยธรรมให้แก่เด็ก โดยคิดว่าเด็กต้องรู้จักศีล 5 ไม่ใช่แค่เพียงการท่องจำ แต่ต้องรู้ความหมายและปฏิบัติตาม เพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้คู่ศีลธรรม สร้างทัศนคติที่ดีให้แก่เด็กเกี่ยวกับประเทศไทย เพื่อทำให้เกิดความปรองดอง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า  หน้าที่ของครูไม่ใช่เพียงสอนอย่างเดียว แต่ที่สำคัญต้องทำให้เด็กรู้ความถนัดของตัวเองและส่งเสริมสนับสนุนอย่างเต็มที่ไม่ใช่เป็นการบังคับให้เด็กต้องเรียนตามแบบนั้นแบบนี้ อีกทั้งต่อให้โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และครูต้องสอนเด็กให้พร้อมสู่โลกในศตวรรษที่ 21 แต่ถึงอย่างนั้นครูต้องไม่ลืมการถ่ายทอดความรู้เรื่องประชาธิปไตยให้แก่เด็กด้วยว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงคือการไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน

“ขณะนี้ ศธ.กำลังแก้ปัญหาหนี้สินครู ซึ่งขอฝากไปยังครูจบใหม่อย่าสร้างหนี้ ครู รู้จักประเมินค่าใช้จ่ายของตนเองด้วย รวมถึงอยากให้ครูมีวุฒิการศึกษาที่ตรงกับสาขาวิชาที่สอน ต้องประเมินตนเองว่าจบสาขาวิชานั้นมาแล้วถ่ายทอดได้ดีหรือไม่ รัฐบาลกำลังอยู่ระหว่างการแก้ปัญหาการผลิตครูร่วมกับอุดมศึกษาอยู่ เพราะเห็นว่าทุกวันนี้เด็กไทยยังไม่รู้จักคำว่าวิทยาศาสตร์ดีพอ ส่วนการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์อยากให้ครูสอนวิชานี้แบบเชิงลึกมากขึ้นไม่ใช่เด็กเรียนแล้วแต่ไม่รู้ความเป็นมาของประวัติศาสตร์” นายกรัฐมนตรี กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีอยากให้ครูเตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสม หากครูสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ทางด้านไอทีควบคู่กับการมีคุณธรรมได้นั้นถือว่าประสบความสำเร็จ
วณิชชา เลี่ยววาณิชย์ ผู้บริหารโรงเรียนวัดท่าไทร (ดิตถานุเคราะห์) จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า อยากเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลดภาระ กิจกรรมของครูลง เพื่อให้ครูได้มีเวลาคิดค้นกระบวนการเรียนการสอนที่เหมาะสมและอยู่ในห้องเรียนกับเด็กมากขึ้น เพราะตอนนี้ภาระหน้าที่ของครูเยอะมาก บางคนอยากคิดกิจกรรมดีๆ เหมาะสมกับบริบทในห้องเรียนของตนเองสภาพแวดล้อมในชุมชนก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากติดตามกรอบการประเมินตัวชี้วัดต่างๆ ซึ่งถ้าครูไม่ทำตามก็จะมีผลต่อโรงเรียน คุณภาพการเรียนการสอนของครู

“ตอนนี้ทุกหน่วยงานพยายามผลักดันให้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอน ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะต้องยอมรับว่าเด็กยุคใหม่สนใจการเรียนรู้จากเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย มากกว่าการที่ครูมายืนสอนหน้าชั้นเรียนเพียงอย่างเดียว ส่งผลให้ครูส่วนใหญ่พัฒนาตนเอง รู้จักบูรณาการเทคโนโลยี สื่อใหม่เข้ามาใช้ในการเรียนการสอนเพื่อดึงดูด กระตุ้นความสนใจของนักเรียน แต่ก็ติดปัญหาเรื่องการประเมิน เพราะสุดท้ายการประเมินผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของเด็กก็ยังไปอิงตามเกณฑ์ ตามเกรด และผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ไม่ได้อิงตามสมรรถนะการเรียนรู้ที่จะเกิดขึ้นจริงๆ” นางวณิชชา กล่าว
การพัฒนาครูอันนำไปสู่การพัฒนาเด็ก ต้องทำให้ครูได้ใช้เวลาอยู่กับเด็กมากที่สุด ซึ่งการอบรมครูออนไลน์เป็นทางเลือกที่ดีที่จะทำให้ครูได้พัฒนาตนเอง เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ พรพิไล เดชภักดี ครูปฐมวัย โรงเรียนอนุบาลควนกาหลง จ.สตูล  ได้รับรางวัลคุรุสภาระดับเด่นดี กล่าวว่า อยากฝากครูรุ่นใหม่และครูทุกคนให้ภาคภูมิใจในความเป็นครูของเรา เพราะอาชีพครูคืออาชีพแห่งการสร้างคนไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงด้วยเทคโนโลยีแค่ไหน แต่ความเป็นครูจะต้องดูแลใส่ใจลูกศิษย์ตลอดเวลา พร้อมส่งเสริมให้เด็กมีความรู้คู่คุณธรรม เพราะเราเปรียบเสมือนเรือจ้างที่จะต้องส่งเด็กให้ถึงฝั่งฝัน

 -หนังสือเล่มเดียวสอนไม่ได้
ณัชชา เกิดสวัสดิ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มรภ.สส.) กล่าวว่า ครูเป็นอาชีพในฝันมาตั้งแต่เด็ก เพราะชอบสอนหนังสือและอยากเป็นครูสอนภาษาไทยตามครูไอดอล อยากมีโอกาสนำความรู้ไปถ่ายทอดให้แก่เด็กจึงเลือกเรียนครู และเมื่อได้มาเรียนจริงๆ ทำให้รู้ว่าครูตอนนี้แตกต่างจากอดีตอย่างมาก อดีตอาจจะมีตำราเพียงเล่มเดียวและมายืนสอนหน้าชั้นเรียนได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้ว เด็กรุ่นใหม่สนใจเทคโนโลยี พวกเขาสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ ข้อมูลได้ด้วยตนเอง หน้าที่ของครูปัจจุบันจึงต้องเรียนรู้ พัฒนาตนเอง รู้เท่าทันเทคโนโลยีและรู้จักใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนการสอนและเด็กมากที่สุด

“ปีนี้เป็นปีแรกที่ได้มางานวันครูที่ศธ. ซึ่งถือว่าได้มาเรียนรู้เทคโนโลยีและการเรียนการสอนใหม่ๆ ที่แตกต่างจากการเรียนในห้องเรียน ทำให้ได้เห็นมุมมองของการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการเรียนรู้พัฒนาครูร่วมด้วย เมื่อจบออกมาเป็นครูตั้งใจจะเรียนรู้ยกระดับตัวเองให้เท่าทันเทคโนโลยี การเรียนการสอนใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เท่าทันโลกเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ขณะเดียวกัน ครูจะมาทำหน้าที่สอนอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องพัฒนาตนเอง เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รวมถึงต้องมีจิตวิญญาณความเป็นครู เสียสละเวลาเพื่ออยู่กับเด็ก และต้องทำตัวเป็นเพื่อนเด็ก ให้เด็กเข้าถึงง่าย ต้องรู้จักสร้างกิจกรรม ออกแบบห้องเรียนให้เหมาะสมกับเด็กมากที่สุดด้วย” น.ส.ณัชชา กล่าว

ม็อบครูมาแน่..ทวงสัญญายกเลิกคำสั่งคสช.ที่19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/410984?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=edu-health

ม็อบครูมาแน่..ทวงสัญญายกเลิกคำสั่งคสช.ที่19

17 มกราคม 2563 – 00:05 น.
ม็อบครูมาแน่,ทวงสัญญายกเลิกคำสั่งคสชที่19,ดรรัชชัยย์ ศรสุวรรณ,รมวศธ
เปิดอ่าน 1,290 ครั้ง

ม็อบครูมาแน่..ทวงสัญญายกเลิกคำสั่งคสช.ที่19 วอน “รมว.ศธ.” เข้าใจ และเร่งแก้ไขกฏหมาย เหตุไปต่อไม่ได้ มีแต่จะสร้างความแตกแยก หวั่นกระทบคุณภาพการศึกษา

ดร.รัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (นายก ส.บ.ม.ท.) เปิดเผย “คมชัดลึก” ว่าวันศุกร์ที่17 มกราคม 2563 นี้สมาชิกส.บ.ม.ท. พร้อมด้วยเครือข่ายองค์กรครูทั่วประเทศ และตัวแทนข้ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และ จากสำนักงานเขตพื้นที่การมัธยมศึกษา (สพม.) จากทั่วประเทศ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่คณะกรรมการปฏิรูปโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ที่มีแนวคิดในการที่จะยุบรวมหน่วยศึกษานิเทศก์ ตรวจสอบภายใน และกลุ่มไอซีที ไปสังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดจะเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร

” วันที่ 17 ม.ค.2563 เวลาประมาณ 9.00 น.เป็นต้นไป คุณครู ข้าราชการในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จะกลับมาฟังคำตอบอีกครั้ง ที่กระทรวงศึกษาธิการ  แต่ละคนที่เดินทางมาครั้งนี้ใช้สิทธิ์ลาพักร้อน ไม่ได้หนีราชการ เดินทางด้วยการรถเช่าเหมา บางคนขับรถมาเอง เพราะได้รับผลกระทบจากคำสั่งคสช.ที่ 19/2560 มาฟังคำตอบว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะว่าอย่างไรบ้าง” ดร.รัชชัยย์ ระบุ

นายก ส.บ.ม.ท. เผยอีกว่า   คำสั่งคสช.ที่ 19/2560 ทำให้เกิดปัญหาในการบริหารจัดการการศึกษา มานานร่วม 2 ปี ไปต่อไม่ได้แล้ว ยิ่งไปยิ่งเกิดความแตกแยก รมว.ศึกษาธิการอย่ามองผู้ที่มาเรียกร้องว่าเป็นการเมืองภายใน ขอให้นึกถึงเมื่อครั้ง รมว.ศึกษาฯ ออกมาเดินชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งพวกเราและองค์กรครูก็ใช้วิธีการเช่นเดียวกัน และไม่ใช่ครั้งแรกที่เข้าพบพูดคุยกับรมว.ศึกษาฯ ไปพบรมว.ศึกษาฯหลายครั้งแล้ว เพียงแต่รับฟังๆ ไม่ดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น

“ผมขอวิงวอน ขอให้รมว.ศึกษาฯ รับฟังปัญหาของพวกเรา ฟังแล้วต้องเข้าใจปัญหาก่อน และมีแนวคิดที่จะแก้ไขปัญหา พวกเราห่วงคุณภาพการศึกษาเด็กในอนาคต ที่สำคัญต้องมีความจริงใจเด็ก ไม่ทำให้ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.)เดือดร้อน เพียงแต่ปรับบทบาทของศธจ.เป็นไปในทางสนับสนุนและเกื้อกูล ไม่ใช่มาบริหาร” ดร.รัชชัยย์ แจกแจง

นายก ส.บ.ม.ท. กล่าวอีกว่า  กระทรวงศึกษาธิการควรมุ่งมั่น ปฏิรูประบบการเรียนรู้ ปฏิรูปการพัฒนาครู ปฏิรูปห้องเรียน ปฏิรูปโรงเรียน เพื่อคุณภาพการศึกษาของเด็กดีกว่า อย่าไปแตะต้องโครงสร้างให้มากนัก แต่โครงที่มีปัญหา เพราะคำสั่งคสช.ที่19/2560 ต้องเสนอแก้ไข เพราะคำสั่งดังกล่าวมีฐานะเป็นพ.ร.บ.ต้องแก้กฏหมายตัวนี้

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมาองค์กรครูและเครื่อข่าย และสมาชิกส.บ.ม.ท. ในนามกลุ่มผู้เรียกร้อง ได้ยื่นรายชื่อผู้ไม่เห็นด้วยคัดค้านการยุบ การย้าย ไปสังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดให้แก่นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขอให้ยุติแนวคิดดังกล่าว ซึ่งปรากฏว่ามีนายพีระพงศ์ สารแสน รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงมาพบกับกลุ่มผู้ชุมนุมและรับรายชื่อผู้ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของคณะกรรมการปฏิรูปโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค เพื่อนำเสนอต่อไป

การชุมนุมครั้งนี้ ได้มีองค์กรวิชาชีพครูที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการปรับโครงสร้างครั้งนี้ เข้าร่วมด้วยได้แก่นายธนชน มุทาพร  นายกสมาคมชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย และขอให้คณะกรรมการปรับโครงสร้างได้พอจารณาทบทวน แนวคิดการโอนศึกษานิเทศก์ตรวจสอบภายในและไอซีที ไปสังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด

และที่สำคัญขอให้พิจารณายกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ 19/2560 โดยในวันที่ 17 มกราคม 2563 จะมีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จาก 225 เขตทั่วประเทศ ผู้ร่วมชุมนุมมากกว่าเดิมหลายเท่าตัวมารอฟังคำตอบที่กระทรวงศึกษาธิการแห่งนี้แน่นอน

ทั้งนี้ ตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวน 600 คน ได้เดินทางไปต่อที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นรายชื่อต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงมารับหนังสือดังกล่าวจากตัวแทนผู้ชุมนุม

อ่านข่าว : นัด ครู-ผอ.ร.ร.ทั่วประเทศแต่งดำ ค้านยุบ-เลิกเขตพื้นที่กศ.

ระดมพลังครูอปท.ช่วยนักเรียนยากจนพิเศษ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/410908?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=edu-health

ระดมพลังครูอปท.ช่วยนักเรียนยากจนพิเศษ

16 มกราคม 2563 – 15:46 น.
กสศ,ครูอปท,ช่วยนักเรียนยากจนพิเศษ
เปิดอ่าน 100 ครั้ง

สถ.พร้อมหนุนนโยบายรัฐบาล จับมือ กสศ. เดินหน้าช่วยเหลือ นร.ยากจนพิเศษ อนุบาล –ม.3 ครอบคลุม 76 จังหวัดในปี 63 นี้

16 ม.ค.2563- นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) เป็นประธานการประชุมชี้แจงการจัดทำข้อมูลระบบคัดกรองนักเรียนยากจนเพื่อรับเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน และเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข (ทุนเสมอภาค) โดยมีผู้อำนวยการกองการศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา รวม 66 จังหวัด ร่วมประชุมรับฟังการชี้แจงดังกล่าวผ่านระบบ Teleconference

นายประยูร กล่าวว่า ในปีการศึกษา 2563 สถ.ร่วมกับ กสศ. ขยายโครงการเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษ จากที่ดำเนินการในปีที่ผ่านมาจำนวน 10 จังหวัด  เป็น 76 จังหวัด ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยคาดว่าจะมีกลุ่มเป้าหมายนักเรียนยากจนพิเศษจำนวนกว่า 97,000 คน ที่จะได้รับช่วยเหลือ ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่ 3 ดังนั้นเพื่อให้นักเรียนกลุ่มนี้ ได้รับการช่วยเหลือทันเวลา วันที่เปิดระบบคัดกรองระหว่างวันที่ 15 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2563 ขอความร่วมมือจากท้องถิ่นจังหวัด ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้อำนวยการโรงเรียน และคณะครู ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านและคัดกรองนักเรียนยากจน เพื่อตรวจสอบกลั่นกรองข้อมูลของนักเรียนที่ถูกต้องครบถ้วน ไม่มีเด็กนักเรียนกลุ่มเป้าหมายตกหล่นแม้แต่คนเดียว

“ในภาคเรียนที่ 2/2562  มีนักเรียนผ่านเกณฑ์การคัดกรองและได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มเติมจาก กสศ.จำนวน 1,532 คน   รวมสถานศึกษา 123 แห่ง โดยครัวเรือนที่ผ่านการคัดกรองและได้รับความช่วยเหลือมีรายได้เฉลี่ยสมาชิกครัวเรือน ต่ำที่สุดราว 250 บาทต่อคนต่อเดือน หรือเฉลี่ยประมาณ 8 บาทต่อวันเท่านั้น  ถือว่าน้อยมาก หากเด็กๆกลุ่มนี้ ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มเติม ย่อมช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้”

นายประยูร กล่าวต่ออีกว่า ในปีงบประมาณ 2564 สถ.ยังปฏิรูปวิธีการจัดสรรเงินอุดหนุนตามแนวทาง Demand -Side Financing โดยปรับเปลี่ยนวิธีการจัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อเด็กยากจนจากเดิมแบบถัวจ่าย เป็นการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบรายบุคคล โดยจะใช้ระบบการคัดกรองนักเรียนยากจนของ กสศ. ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือสพฐ. และกองบัญชาการตำรวจตระเวณชายแดน (ตชด.) เพื่อให้สามารถระบุนักเรียนที่ยากจนจริงได้เป็นรายบุคคล ถือเป็นการปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณอย่างเสมอภาคให้แก่นักเรียนในสถานศึกษาสังกัด อปท.

​“กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมสนับสนุนการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลผ่านทางกสศ.และภาคีที่เกี่ยวข้อง  ขอบคุณ กสศ. ที่เข้ามามีบทบาทสร้างความร่วมมือ ช่วยสนับสนุนและเติมเต็มการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประเทศ จะไม่ให้มีเด็กของเราคนไหนถูกทิ้งไว้ข้างหลังแม้แต่คนเดียว”

​ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า หลังจากเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมาได้มีการลงนาม MOU ความร่วมมือระหว่าง สถ.กับกสศ. ในการทำงานช่วยเหลือเด็กยากจนในสถานศึกษาสังกัด อปท. โดยเริ่มนำร่องทำงานด้วยกัน 10 จังหวัด หลังจากนี้จะเป็นก้าวต่อไปในการขยายไปยังจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ ภายหลังรัฐบาล สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณโดยเพิ่มงบประมาณจาก 1,600 บาทต่อปี เป็น 3,000 บาทต่อปี พร้อมขยายกลุ่มเป้าหมายการช่วยเหลือไปถึงระดับชั้นอนุบาลอีกด้วย และอนาคตอาจขยายไปถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในอนาคต

​“ขอขอบคุณความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐบาลในการสนับสนุนมาตรการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา กสศ. พร้อมยินดีสนับสนุนการทำงานของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ในการช่วยกันลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่นให้มีความยั่งยืนต่อไป   และกสศ. จะบูรณาการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง”