อรรถวิชช์ ยื่นลาออกปชป.แล้ว-จับมือ กรณ์ ถึงไหนถึงกัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410794?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

อรรถวิชช์ ยื่นลาออกปชป.แล้ว-จับมือ กรณ์ ถึงไหนถึงกัน

16 มกราคม 2563 – 10:12 น.
อรรถวิชช์,ขอบคุณประชาธิปัตย์,ยืนใบลาออก
เปิดอ่าน 144 ครั้ง

อรรถวิชช์ ขอบคุณประชาธิปัตย์ ยื่นใบลาออกแล้ววันนี้

16 ม.ค.2563-นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี  อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” ว่า

ขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ และพี่น้องประชาชนที่เคยสนับสนุนผมทุกท่าน

วันนี้ผมได้ยื่นหนังสือลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์  และได้ไปกราบลาท่านชวน คนที่ผมเคารพรักเมื่อวานนี้ จะระลึกถึงคำสอนของท่านอยู่เสมอครับ เป็นการตัดสินใจที่ยาก ที่ต้องจากพรรคการเมืองที่ดี และมีรากฐานทางความคิดมายาวนาน

อ่านข่าว-มาร์ค โพสต์ ขอบคุณกรณ์ ความเป็นเพื่อนไม่มีอะไร


การเมืองที่ผมอยากเห็น คือการเมืองที่กระชับ ชัดเจน รองรับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงของโลก
เพื่อนำประเทศเข้าสู่โครงสร้างเศรษฐกิจแบบใหม่ เป็น Startup ทางการเมืองที่จะฉีกกรอบแนวคิด
การบริหารราชการแผ่นดินอย่างสร้างสรรค์

อยากเห็นคนจริง คนทำงานในหลากหลายอาชีพ มาช่วยกันขับเคลื่อน พลิกโฉมประเทศไทย

ผมกับพี่กรณ์ตกลงกันว่า ได้เวลาลงมือทำ ถึงไหนถึงกัน สร้างการเมืองที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างมีคุณธรรม และอยากชวนทุกคนมาร่วมทางเดิน ลุยไปทำในสิ่งที่เชื่อกัน

– อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี –
16 มกราคม 2563

ชัชชาติ ให้กำลังใจ กรณ์ สยบข่าวลือจะไปรวมพล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410772?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ชัชชาติ ให้กำลังใจ กรณ์ สยบข่าวลือจะไปรวมพล

16 มกราคม 2563 – 07:55 น.
ชัชชาติ,กรณ์,กรณ์ จาติกวณิช,ชัชชาติ สิทธิพันธุ์,พรรคประชาธิปัตย์,ปชป,ชมเปาะ,สยบข่าว,อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี
เปิดอ่าน 238 ครั้ง

ชมเปาะ กรณ์ คนเก่ง มีความสามารถ อนาคตอีกไกล ชัชชาติ สยบข่าวจะไปรวมพล ไม่จริง

ภายหลัง นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หลายสมัย โพสต์ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Korn Chatikavanij

ขณะที่มีรายงานข่าวระบุว่านายกรณ์มีความตั้งใจจะทำงานด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นงานที่ถนัดและเชี่ยวชาญ โดยจะตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาพรรคหนึ่งทำเกี่ยวกับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ และสตาร์ทอัพ โดย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส. กทม. ปชป. จะประกาศลาออกจากพรรค เพื่อมาร่วมตั้งพรรคการเมืองกับนายกรณ์ด้วย

ทั้งนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และว่าที่ผู้สมัครอิสระ ชิงผู้ว่าฯ กทม. โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ถึงกรณีดังกล่าวว่า “ขอเป็นกำลังใจให้คุณกรณ์ในการเดินก้าวต่อไปทางการเมืองนะครับ คุณกรณ์เป็นคนเก่ง มีความสามารถและยังมีอนาคตอีกไกลครับ แต่ที่มีข่าวว่าผมจะไปรวมพลกับคุณกรณ์นั้นไม่จริงนะครับ”

อ่านข่าว – R.I.P. ชัชชาติ เสียใจบทเรียนมัวแต่รอ

พปชร.เล็งส่ง จุลพันธ์ ลงเลือกตั้งซ่อมส.ส.กำแพงเพชรแทน ไวพจน์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410767?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

พปชร.เล็งส่ง จุลพันธ์ ลงเลือกตั้งซ่อมส.ส.กำแพงเพชรแทน ไวพจน์

16 มกราคม 2563 – 00:05 น.
พปชรเล็งส่ง จุลพันธ์,ลงเลือกตั้งซ่อมสส,กำแพงเพชรแทน ไวพจน์
เปิดอ่าน 672 ครั้ง

พปชร. เล็ง ส่ง จุลพันธ์ ทับทิม อดีตนายกอบจ.กำแพงเพชร ลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กำแพงเพชร แทน ไวพจน์ หลังศาล สั่งจำคุก คดีล้มประชุมอาเซียน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า จากกรณีพ.ต.ท. ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ถูกศาลพิพากษาจำคุกและออกหมายจับในคดีร่วมกันชุมนุมล้มการประชุมอาเซียน ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ส่งผลสิ้นสุดสภาพการเป็น ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 101

ขณะที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวพรรคเตรียมส่งบุตรชายพ.ต.ท.ไวพจน์ คือ นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กำแพงเพชร เขต 2 แทนนั้น แต่ล่าสุด มีกระแสข่าวว่า แกนนำพรรคกำลังพิจารณารายชื่อ นายจุลพันธ์ ทับทิม อดีตนายกอบจ.กำแพงเพชร ,อดีตสมาชิกสภาจังหวัด 2 สมัย และอดีตส.ว.แต่ทั้งนี้อยู่ระหว่างการตัดสินใจของแกนนำพรรค

อ่านข่าว-คุก 4 ปี-หมายจับ “ไวพจน์” ล้มประชุมอาเซียน

คุก 4 ปี-หมายจับ “ไวพจน์” ล้มประชุมอาเซียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410761?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

คุก 4 ปี-หมายจับ “ไวพจน์” ล้มประชุมอาเซียน

15 มกราคม 2563 – 21:24 น.
หนังสือพิมพ์ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์,ล้มประชุมอาเซียน,พ้นสภาพ สส
เปิดอ่าน 387 ครั้ง

ศาลพัทยาพิพากษาจำคุก 4 ปีไม่รอลงอาญาพร้อมออกหมายจับ ‘ไวพจน์’ ให้มารับโทษ วิษณุเผยพ้นสมาชิกภาพ ส.ส.ทันที

ศาลพัทยาพิพากษาจำคุก 4 ปีไม่รอลงอาญาพร้อมออกหมายจับ ‘ไวพจน์’ ให้มารับโทษ วิษณุเผยพ้นสมาชิกภาพส.ส.ทันที เผยกกต.จัดเลือกตั้งซ่อมกำแพงเพชร ขณะที่ กรณ์ จับมือ อรรถวิชช์ ที่ลาออกตาม ตั้งพรรคใหม่ทำงานเศรษฐกิจ

เสรีพิศุทธ์ ไม่สนเพื่อไทยลั่นซักฟอกบิ๊กป้อมแน่นอน ด้านวิษณุเผย 17 พรรคการเมืองกู้เงินคนละเหตุผล แนะเพื่อความชัวร์ตรวจสอบให้หมด ‘กวินนาถ’ ซัด ‘ปิยบุตร’ อย่าแถหลังอ้างองค์ประชุมไม่ครบปมขับ 4 ส.ส.งูเห่า “เพื่อไทย” มีมติไม่ขับ 3 งูเห่าพ้นพรรคแต่ไม่ส่งลงส.ส.สมัยหน้า-ไม่ให้ร่วมกิจกรรมพรรค

ยืดเยื้อมานานหลายเดือนสำหรับปมการพ้นสมาชิกภาพ ส.ส.ของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ล่าสุดศาลพัทยาอ่านคำพิพากษาจำคุก 4 ปี และปรับ 200 บาท โดยไม่รอลงอาญาในคดีล้มการประชุมอาเซียน ปี 2552 พร้อมให้ออกหมายจับเพื่อมารับโทษต่อไป

ศาลออกหมายจับ ‘ไวพจน์’

               เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่ศาลจังหวัดพัทยา ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.3537/2552 คดีที่ 13 นปช. ร่วมกันชุมนุม บุกรุกไปยังโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช พัทยา ก่อความวุ่นวายขัดขวางการประชุมอาเซียน ปี 2552 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง กับพวกรวม 18 คน เป็นจำเลย

โดยระหว่างพิจารณามีจำเลยหลบหนี 3 คน ขณะที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง 2 คน นายธรชัย ศักดิ์มังกร จำเลยที่ 8, พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ จำเลยที่ 14 ชั้นฎีกายกฟ้อง 1 คน คือนายสมญศฆ์ พรมภา จำเลยที่ 4

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลนัดอ่านคำพิพากษาในส่วนของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จำเลยที่ 3 หลังจากเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม2562 ศาลจังหวัดพัทยาได้ออกหมายจับเพื่อให้ติดตามตัวมาฟังคำพิพากษาฎีกาในวันนี้ แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลานัดมีเพียงทนายความเดินทางมา

ส่วน พ.ต.ท.ไวพจน์ ที่ศาลออกหมายจับครบ 1 เดือนแล้วยังไม่ได้ตัวมาศาล ศาลจึงได้อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย โดยศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก พ.ต.ท.ไวพจน์ 4 ปี และปรับ 200 บาท โดยไม่รอลงอาญา

ภายหลังอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว ศาลจังหวัดพัทยาได้มีคำสั่งให้ออกหมายจับ พ.ต.ท.ไวพจน์ จำเลยที่ 3 เพื่อมารับโทษตามคำพิพากษาต่อไป โดยหมายจับมีอายุความ 10 ปี ในการติดตามตัวนับจากวันนี้

พ้นสมาชิกภาพส.ส.-กกต.จัดเลือกตั้ง

               สำหรับคดีนี้ในส่วนของจำเลยที่ 1, 2, 5, 12, 16 นั้น ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาลับหลังจำเลยและออกหมายจับจำเลยไว้แล้วเช่นกัน ส่วนจำเลยที่ 6, 10, 11, 13, 15, 17 ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนจำคุกด้วยนั้น ได้ฟังคำพิพากษาก่อนหน้านี้แล้ว และศาลได้ออกหมายจำคุกถึงที่สุด ซึ่งทั้งหมดถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ

โดยคดีนี้มีจำเลยที่ศาลยกฟ้องเพียง 3 คน คือจำเลยที่ 4, 8 และ 14 โดยมีจำเลยที่หลบหนีระหว่างพิจารณา 3 คน คือ 7, 9 และ 18 ซึ่งศาลให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะได้ตัวมาดำเนินคดี

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีศาลพัทยาอ่านคำพิพากษาคดีล้มการประชุมอาเซียนเมื่อปี 2552 ของ พ.ต.ท.ไวพจน์ ว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ยังอยู่จนกว่าศาลจะอ่านคำพิพากษา ซึ่งในคำพิพากษาจะบอกเลยว่ามีผลแล้ว ไม่มีปัญหา และเมื่ออ่านคำพิพากษาแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็สามารถกำหนดวันเลือกตั้งซ่อมที่เขต 2 จ.กำแพงเพชร ได้เลย

“พปชร.”เล็งส่ง“จุลพันธ์”ลงแทน

               รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐแจ้งว่า จากกรณี พ.ต.ท.ไวพจน์ถูกศาลพิพากษาจำคุกและออกหมายจับส่งผลสิ้นสุดสภาพการเป็น ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 101 ขณะที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวพรรคเตรียมส่งบุตรชาย พ.ต.ท.ไวพจน์ คือ นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กำแพงเพชร เขต 2 แทนนั้น

แต่ล่าสุดมีกระแสข่าวว่า แกนนำพรรคกำลังพิจารณาชื่อนายจุลพันธ์ ทับทิม อดีตนายกอบจ.กำแพงเพชร อดีตสมาชิกสภาจังหวัด และอดีต ส.ว. แต่ทั้งนี้อยู่ระหว่างการตัดสินใจของแกนนำพรรค

“บิ๊กป้อม” ไม่หวั่นโดนอภิปราย

ด้านความคืบหน้าเกี่ยวกับกระแสข่าวฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพิ่มอีก 1 คนนั้น วันเดียวกัน เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า หากฝ่ายค้านอภิปรายเกี่ยวโยงมาถึงไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตามก็พร้อมที่จะชี้แจง สบายอยู่แล้ว ตอบได้ ไม่มีปัญหา เพราะมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ตอบได้ทุกเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องงานด้านความมั่นคง อาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีการซื้อก็ยืนยันว่าดำเนินการถูกต้องตามระเบียบการซื้อขายรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)

เมื่อถามว่ามั่นใจว่าจะไม่ถูกล้มในการอภิปรายใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “จะไปล้มได้อย่างไร มีแต่เดินอยู่ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย ส่งคนมาพูดคุยว่าจะไม่อภิปรายท่านนั้น ไม่ได้พูดคุยกับเขา จะไปรู้อะไร จะมีชื่อตนหรือไม่มีชื่อตนในการถูกอภิปรายครั้งนี้ก็ได้

‘ภูมิธรรม’ยันไม่มีดีลพิเศษ

วันเดียวกัน นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะรองประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณี ร.ต.อ.เฉลิม ระบุไม่มีชื่อ พล.อ.ประวิตร ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่สมาชิกพรรคบางคนมีความเห็นต่างในเรื่องตัวบุคคลและประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในส่วนของพรรคเพื่อไทยว่า

สิ่งที่คณะกรรมการกิจการพิเศษรวบรวมประเด็นและกำหนดไว้ โดยยึดหลักการอภิปรายในประเด็นสำคัญที่มีหลักฐานชัดเจน จะไม่อภิปรายหว่านแหไปยังรัฐมนตรีต่างๆ ที่หลักฐานไม่ชัด ขณะนี้รวบรวมรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายได้ทั้งสิ้น 5 คนตามที่มีข่าวประกาศออกไปแล้ว

แต่ยืนยันเราไม่ได้ปิดกั้นการเสนอชื่อท่านอื่นๆ และถ้าสมาชิกคนใดหรือพรรคร่วมฝ่ายค้านพรรคใดมีข้อเสนอหรือมีประเด็นอื่นๆ เพิ่มเติมขึ้น และมีหลักฐานชัดเจนสามารถเสนอเข้ามาให้ร่วมกันพิจารณาได้ ดังนั้น รายชื่อที่เสนอออกมา จึงเป็นไปตามหลักการที่หารือร่วมกันมา

ส่วนที่มีข่าวลือว่ามีการรับประโยชน์ใดๆ มา เพื่อทำให้ไม่มีชื่อนั้น ไม่เป็นความจริง และนับจากนี้ไปตามที่เราได้ประสานกับพรรคร่วมฝ่ายค้านต่างๆ และสมาชิกพรรค ขอยืนยันว่าไม่ใช่แค่สมาชิกพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นด้วยก็เช่นกันถ้าหากผู้ใดมีหลักฐานสามารถนำมาอภิปรายได้ เราจะเปิดรับ และสนับสนุนให้เข้าร่วมการอภิปราย ขอยืนยันอีกครั้งว่าในการอภิปรายครั้งนี้เราจะเน้นน้ำหนักของเนื้อหา จะไม่เฉลี่ยเวลากันอภิปราย ถ้าใครมีน้ำหนักก็พร้อมให้เวลาเต็มที่

‘เสรีพิศุทธ์’ ไม่สนลุยซักฟอก ‘บิ๊กป้อม’

เมื่อเวลา 17.30 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ว่ามีการล็อบบี้ผ่านทางพรรคเพื่อไทยเพื่อไม่ให้อภิปราย พล.อ.ประวิตร ว่า ไม่มีการมาล็อบบี้พรรคเสรีรวมไทย เพราะเราเป็นพรรคเล็ก เขาอาจไม่ได้มองเรา เขาคงคุมเราได้แค่เรื่องเวลาว่าเราจะได้เวลาอภิปรายเท่าไร แต่คงคุมเราไม่ได้ในเรื่องที่เราจะอภิปรายใครหรือไม่อภิปรายใคร ส่วนประเด็นที่จะใช้อภิปราย พล.อ.ประวิตร เขาคงมายุ่งกับเราไม่ได้ พรรคใครพรรคมัน

“ประเด็นที่เราจะใช้อภิปราย พล.อ.ประวิตร คงเป็นเรื่องเก่าๆ อาทิ การโอนย้ายตำแหน่งของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล เหตุใดไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวน ซึ่งถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ เรื่องนาฬิกา แม้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะยุติเรื่องแล้ว

แต่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ได้ยื่นหนังสือเรียกเอกสารมาตรวจสอบใหม่ ซึ่งการอภิปรายดังกล่าวจะใช้เรื่องเก่าหรือใหม่มาก็ได้ เพราะตลอดเวลา 5-6 ปีที่ผ่านมา ท่านไม่เคยถูกอภิปรายมาก่อน และกฎหมายไม่ได้ห้าม” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

“กรณ์”โพสต์เหตุลาออกประชาธิปัตย์

วันเดียวกัน นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หลายสมัย แถลงลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Korn Chatikavanij” โดยเปิดใจถึงการตัดสินใจในครั้งนี้ว่า ขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ให้โอกาสตลอดมา

โดยที่โอกาสสำคัญที่สุดคือ การเป็นรัฐมนตรีคลังในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง และด้วยเหตุนี้ความผูกพันที่ตนมีกับพรรค และเพื่อนร่วมพรรคจึงเป็นสิ่งที่จะอยู่กับตนตลอดไป

“ในการลาออกจากพรรคนั้น ผมขอขอบคุณมิตรภาพที่เพื่อน ส.ส. และอดีตส.ส.ได้มอบให้ผม ผมจากไปจากพรรคแต่จะยังคิดถึงเพื่อนๆ ทุกคน แต่ที่สำคัญที่สุดผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่ได้ให้โอกาสผมทำงานเพื่อบ้านเมือง ผมมีความฝันที่อยากจะสร้างการเมืองแห่งความเปลี่ยนแปลง การเมืองที่กล้าคิด กล้าทำ มีความรอบคอบแต่ไร้ความกลัว

มีความเด็ดเดี่ยวแต่มีคุณธรรม เป็นการเมืองที่จะชวนผู้คนในสังคมไทยที่มีศักยภาพ มาร่วมกันออกแบบและขับเคลื่อนประเทศไทยไปด้วยกัน การจะตัดสินใจสิ่งใดๆ ก็ตาม ที่เป็นก้าวที่สำคัญของชีวิตจะต้องฟังเสียงข้างในของตัวเอง แต่สำหรับนักการเมืองไม่ว่าจะก้าวเล็กหรือก้าวใหญ่ต้องมาจากการรับฟัง ‘เสียงของประชาชน’ อีกด้วย” นายกรณ์ ระบุ

“อรรถวิชช์”จ่อไขก๊อกตามกรณ์

ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวแจ้งว่า นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เตรียมลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์อีกคน หลังจากนายกรณ์ยื่นหนังสือลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายอรรถวิชช์ได้เข้าไปลานายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ซึ่งนายชวนได้ขอให้นายอรรถวิชช์อยู่ช่วยกันทำงานก่อน แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ

จับมือกันตั้งพรรคใหม่ทำงานเศรษฐกิจ

รายงานข่าวแจ้งต่อว่า ส่วนกระแสข่าวว่านายกรณ์จะไปลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคพลังประชารัฐนั้น ขอยืนยันว่าไม่ไปแน่นอน แต่นายกรณ์มีความตั้งใจจะทำงานด้านเศรษฐกิจซึ่งเป็นงานที่ถนัดและเชี่ยวชาญ โดยจะตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาพรรคหนึ่งทำเกี่ยวกับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ และสตาร์ทอัพ โดยในวันที่ 17 มกราคมนี้ นายอรรถวิชช์จะประกาศลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อมาร่วมตั้งพรรคการเมืองกับนายกรณ์

“จุรินทร์” ลั่นไม่เคยขัดแย้ง“กรณ์”

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกรณ์ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า นายกรณ์ยังไม่เคยพูดถึงเรื่องดังกล่าว แต่ได้ทราบจากข่าวของสื่อมวลชนที่ระบุถึงเรื่องงานเลี้ยงเมื่อคืนวันที่ 14 มกราคม และขณะนี้ยังไม่ทราบเหตุผล จึงขอให้นายกรณ์ออกมาให้เหตุผลว่าเกิดจากอะไร

เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างนายจุรินทร์กับนายกรณ์เป็นอย่างไร เพราะมีข่าวที่ว่านายกรณ์ถูกลดบทบาทจากที่เคยเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรค นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่ได้มีปัญหากับนายกรณ์ ส่วนบทบาทหน้าที่นั้น นายกรณ์ทำหน้าที่ ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค ขณะที่การทำงานในทีมเศรษฐกิจของพรรคไม่ได้มีปัญหา

เพียงแต่ช่วงหลัง เรามีคนรุ่นใหม่เข้ามาจำนวนมากช่วยเสริมทีมดังกล่าว อาทิ นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ที่ได้มาทำหน้าที่รองหัวหน้าพรรค และดูแลทีมเศรษฐกิจทันสมัย เพราะโลก ภาวะทางเศรษฐกิจ และกลไกรูปแบบต่างๆ เปลี่ยนไป จึงมีความจำเป็นที่ต้องได้คนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมทีมในพรรคมากขึ้น

‘สาทิตย์’ชี้ปมในพรรค-ถูกลดบทบาท

ด้าน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นกรณี นายกรณ์ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า เคยคุยกับนายกรณ์หลายครั้งก่อนหน้านี้ เรื่องการเมืองในพรรค รู้ว่าในใจของนายกรณ์ รู้ว่าเขาถูกลดบทบาทและไม่ได้รับโอกาสจากพรรค แต่นายกรณ์เป็นสุภาพบุรุษมากพอที่จะไม่ยกเรื่องนี้มาเป็นประเด็น แต่ในการคุยกันก่อนหน้านี้พยายามบอกเขาว่า ทำไมไม่ร่วมมือกัน เปลี่ยนจากภายใน นายกรณ์หัวเราะและไม่ตอบ แต่เห็นแววตาที่มุ่งมั่นของนายกรณ์

“ข่าวเรื่องกรณ์จะลาออกจากพรรค รับรู้กันหลายคนในปชป. ไม่น่าเชื่อว่าปฏิกิริยาต่อการลาออกของคนนอกพรรค กลับแรงกว่าคนในพรรค ในแง่ที่ว่า ตัดสินใจถูกแล้ว อีกหลายคน ผมว่า มันสะท้อนปัญหาการบริหารภายในพรรคแน่นอน แต่หากคนมีอำนาจยังคิดกันแค่ว่ามันเป็นเรื่องปกติ ต้องรับรู้ด้วยครับว่า สมาชิกและคนที่สนับสนุนพรรคหลายคน รู้สึกท้อถอย และสั่นคลอนความเชื่อมั่นต่อการลาออกของคนระดับแกนนำพรรค

เราจะเยียวยาความรู้สึกกันอย่างไร เราจะเดินต่อกันไปอย่างไร แต่เอาเถอะ นั่นคือเรื่องในพรรค ที่ต้องว่ากันต่อไป ผมว่าประเทศของเราต้องการนักการเมืองที่มีทั้งแนวคิดที่ดีและความตั้งใจเพื่อบ้านเมือง และผมเชื่อว่า ประชาชน พร้อมจะให้โอกาส กรณ์ จาติกวณิช กับแนวคิดดีๆ ของเขาในอนาคต เมื่อตัดสินใจเดินหน้า อย่าติดกับดักความอาลัยในที่เดิม ทำให้ดีที่สุด เดินให้สุด เพื่อนกรณ์”

อดีตส.ส.ชลบุรี ทิ้งปชป.อีกคน

วันเดียวกัน นายฐนโรจน์ โรจนกุลเสฏฐ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ได้ส่งข้อความเข้าไลน์กลุ่ม ส.ส.ประชาธิปัตย์ ระบุว่า “ผมได้ทำหน้าที่จัดหาสมาชิกจัดตั้งตัวแทนเขตเพื่อส่งมอบหน้าที่ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเปรียบเสมือนพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดผมทางการเมืองเสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมา วันนี้ผมขอกราบลาผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือทุกท่านในพรรคและเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ผู้ร่วมอุดมการณ์กันมาในพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนตั้งแต่ปี 2544 เพื่อออกไปสร้างครอบครัวใหม่ตามแนวคิดทฤษฎีทางการเมืองของผมต่อไปครับ”

เมื่อถามว่า มองว่าเป็นเพราะอะไรที่มีคนลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ตลอด นายฐนโรจน์กล่าวว่า ต้องอยู่กับความเป็นจริง ประชาธิปัตย์มีปัญหาทุกครั้งในการเลือกหัวหน้าพรรค ที่เป็นประชาธิปไตยเกิน เลยทำให้แตกกันเละเทะ แสดงว่าวิธีนี้ไม่ใช่ ดังนั้นคงพูดคุยกันดีกว่า เป็นประชาธิปไตยแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย และการบริหารของพรรคก็มีข้อบกพร่องบางอย่างอยู่ เหมือนรถที่มีปัญหาเรื่องเบรก เขาก็แก้ไม่ได้ เป็นเส้นผมบังภูเขา พรรคก็เหมือนกันมีปัญหาแต่แก้ไม่ได้ เหมือนเส้นผมบังภูเขา

‘ปิยบุตร’ โต้ดึงเกมยื้อ 4 ส.ส.งูเห่า

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีความไม่ชัดเจนของพรรคอนาคตใหม่ในการขับ 4 ส.ส.อนาคตใหม่ออกจากพรรคว่า เรื่องนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอน ตกใจอยู่ที่เห็นข่าวเช่นนี้ แต่คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา

เดิมที่ประชุมวิสามัญเสนอให้ขับ 4 ส.ส.อนาคตใหม่ออกจากพรรค แต่ตามรัฐธรรมนูญจะต้องใช้มติที่ประชุมส.ส. และกรรมการบริหารพรรค ซึ่งพรรคได้จัดประชุมพรรคทันทีในวันรุ่งขึ้น และมีมติขับออก อย่างไรก็ตามมติที่เกิดขึ้นจะต้องตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม และจัดทำรายงานการประชุมให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ กกต.ยังไม่ได้รับรายงานการประชุมเรื่องการขับอดีต 4 ส.ส.อนาคตใหม่ออกจากพรรค เนื่องจากมีปัญหาการประชุม ส.ส.อนาคตใหม่ในวันดังกล่าว มีองค์ประชุมไม่ครบ ขาดตัวแทนภาคร่วมประชุม นายปิยบุตรตอบว่า กำลังตรวจสอบ แต่ขั้นตอนในวันดังกล่าวค่อนข้างรีบเร่ง จึงต้องไปตรวจสอบรายละเอียดและลายเซ็นผู้เข้าร่วมประชุมว่า ครบองค์ประชุมหรือไม่ มิเช่นนั้นจะกลายเป็นมติไม่ชอบ

ต้องไปเช็กว่าวันนั้นมีการเซ็นชื่อเข้าประชุมครบองค์ประชุมหรือไม่ พอมีมติเกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าจะมีความสมบูรณ์ทันที ต้องรอการส่งเอกสารหนังสือรับรองให้ กกต. เพื่อยืนยันอย่างเป็นทางการ ตอนนี้กำลังตามเรื่องอยู่ทุกวันทั้ง 4 คน คงไม่ต้องกังวลใจอะไร เพราะประกาศตัวชัดเจนแล้ว ถ้าไปปรากฏชื่อซ้อนกัน 2 พรรคก็เป็นหน้าที่ของกกต.

‘กวินนาถ’ ซัด ‘ปิยบุตร’ อย่าแถ

น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี ที่ถูกขับออกจากพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายปิยบุตรระบุจะกลับไปตรวจสอบองค์ประชุมในการประชุม ส.ส. และกรรมาธิการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ในวันที่ 17 ธันวาคม 2562 มีองค์ประชุมครบถ้วนหรือไม่ ว่า อย่าแถ ยืนยันว่าการประชุมพรรคอนาคตใหม่ในวันดังกล่าว มีองค์ประชุมครบถ้วนแน่นอน การลงมติเป็นเรื่องสำคัญ เป็นไปไม่ได้ที่จะมีองค์ประชุมไม่ครบ โดยเฉพาะนายปิยบุตรเป็นอาจารย์สอนกฎหมายไม่มีทางที่จะผิดพลาด

ในเรื่องนี้ ส.ส.อนาคตใหม่ ทั้ง 4 คนที่ถูกขับออกจากพรรค ได้ตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่ามีการขับออกจากพรรคอย่างถูกต้อง จึงไปหาสังกัดพรรคใหม่ภายใน 30 วัน การกระทำเช่นนี้มีเจตนาอะไรกันแน่ และอย่ามาอ้างว่ามีคดีเยอะเพราะว่าภายในพรรคมีทีมทนายค่อยจัดการเรื่องคดีความอยู่แล้ว เรื่องนี้พรรคอนาคตใหม่ต้องรับผิดชอบ ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาก็ต้องดำเนินการฟ้องร้องต่อไป

‘ชวน’โยนกกต.ดูปมส.ส.งูเห่าสีส้ม

ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ทั้ง 4 คน ที่ถูกขับออกจากพรรค และมีปัญหาในการหาพรรคการเมืองสังกัดใหม่ว่า ตอนนี้รอให้สภารายงานเรื่องนี้เข้ามา โดยติดตามเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 มกราคม ซึ่งที่จริงแล้วความเป็นส.ส.ขึ้นอยู่กับการตัดสินของ กกต. อย่างไรก็ตาม ถ้าเรื่องมาถึงสภาก็จะดูแลเรื่องนี้ให้ เข้าใจว่าหนึ่งถึงสองวันนี้ ทางสภาจะรายงานเรื่องสถานภาพของ ส.ส.ทั้ง 4 คน

เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่พรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังท้องถิ่นไทยังไม่รับ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ดังกล่าว เพราะพรรคอนาคตใหม่ยังมีปัญหาเรื่องความชอบด้วยกฎหมายเกี่ยวกับองค์ประชุมไม่ครบในการมีมติให้ขับออกจากพรรคนั้น นายชวนกล่าวว่า เข้าใจว่าพรรคที่จะรับ ส.ส.ทั้ง 4 คน กำลังรอหนังสือการพ้นสมาชิกพรรคจากอีกพรรคการเมืองหนึ่งอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ต้องถามพรรคการเมืองที่จะรับ ส.ส.ทั้ง 4 คนว่าสาเหตุคืออะไร

เพื่อไทยฟันงูเห่าไม่ให้ยุ่ง-ไม่ส่งลงส.ส.

วันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ส.ส.ของพรรคไม่ปฏิบัติตามมติของพรรคและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้มีผลสอบกรณี 3 ส.ส.กระทำการฝ่าฝืนมติพรรค และข้อตกลงร่วมกันของพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า กรณีนางพรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี พบว่า ได้แสดงพฤติกรรมและท่าทีชัดเจนว่ามีเจตนาและแสดงออกอย่างเปิดเผยในการฝ่าฝืนมติพรรค จึงเสนอให้กรรมการวินัยและจรรยาบรรณลงโทษทางวินัยในระดับภาคทัณฑ์และใช้มาตรการทางปกครองที่เด็ดขาดคือ ไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมของพรรคและไม่ส่งสมัครในการเลือกตั้งครั้งต่อไปโดยไม่มีเงื่อนไขผ่อนปรนใดๆ ทั้งสิ้น

กรณีนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. จากการตรวจสอบและสอบสวนชี้ชัดว่า ส.ส.พลภูมิได้มีพฤติกรรมและการกระทำที่ฝ่าฝืนมติพรรค จึงเห็นควรใช้มาตรการทางปกครองให้พิจารณาความผิดโดยให้ภาคทัณฑ์ และไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมของพรรคเป็นเวลาหนึ่ง และพิจารณาไม่ส่งเป็นผู้สมัครของพรรคในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ส่วนกรณีนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี ถือว่าได้กระทำผิดวินัยร้ายแรงเช่นกัน ข้ออ้างและเหตุผลที่ชี้แจงถือว่าฟังไม่ขึ้น แต่พฤติกรรมคือเพียงแสดงตนให้เป็นองค์ประชุม แต่ในความประพฤติต่อมา ยังไม่เห็นแจ้งชัดว่ายังจงใจที่จะกระทำผิดเช่นเดิม จึงเสนอให้ดำเนินการภาคทัณฑ์ ไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมพรรคในระยะเวลาหนึ่ง และพิจารณาไม่ส่งลงเลือกตั้งในครั้งต่อไป จนกว่าจะมีข้อเสนอหรือพิจารณาเป็นอย่างอื่น

ทั้งนี้ผลสรุปทั้ง 3 กรณีนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะส่งผลการพิจารณาให้คณะกรรมการจริยธรรมของพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาโดยลำดับ

‘วิษณุ’ ชี้ทางที่ดีตรวจสอบให้หมด

เมื่อเวลา 09.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ออกมาเปิดเผยว่ามีพรรคการเมืองกู้เงินถึง 18 พรรคว่า ไม่ทราบและไม่มีความเห็น เพราะเป็นกฎหมายเลือกตั้ง ส่วนจะกู้เงินได้หรือไม่ได้นั้น ไม่แน่ใจ คงต้องถาม กกต.ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่โดยตรง

อย่างไรก็ตาม ที่นายสมชัยออกมาเปิดเผยว่ามีถึง 18 พรรค ไม่แปลก เพราะไม่ใช่เรื่องลับอะไร เนื่องจากบัญชีของพรรคการเมืองเป็นเรื่องที่ต้องเปิดเผยและรับรู้กันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าได้หรือไม่ได้ ถูกหรือผิดแค่นั้น

เมื่อถามว่า ตามกฎหมายสามารถกู้เงินได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ ก็เหมือนกับพรรคอนาคตใหม่เองที่ยังเป็นปัญหาอยู่เลยว่าได้หรือไม่ได้ เรื่องกำลังอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ ต้องให้ศาลวินิจฉัยก่อนจึงค่อยเอาไปเทียบกับกรณีของพรรคอื่น ศาลอาจจะบอกกรณีนี้ของพรรคอนาคตใหม่กู้ได้

แต่กรณีของพรรคอื่นอาจจะกลายเป็นไม่ได้ก็ได้ เพราะพฤติกรรมมีทั้งเหมือนและแตกต่างกันอยู่ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมแต่ละคดี มีทั้งที่กู้ตามกฎหมายเก่าและกฎหมายใหม่ จึงไม่เหมือนกันทุกคดี บังเอิญเรื่องอื่นยังไม่เป็นคดี ก็ตรวจสอบให้หมดจะได้หมดเรื่อง

“ศรีสุวรรณ”เชือด32พรรคกู้เงิน

เวลา 10.30 น. ที่สำนักงาน กกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นคำร้องให้ กกต.ตรวจสอบกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีพรรคการเมืองจำนวน 34 พรรค ที่ปรากฏรายการกู้เงินในเอกสารงบการเงินของพรรคประจำปี 2561 แต่เนื่องจากพรรคไทยรักษาชาติถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคไปแล้ว และพรรคอนาคตใหม่ กกต. ได้ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า ขอให้ กกต.ตรวจสอบว่าทั้ง 32 พรรคการเมืองดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 62 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 หรือไม่ หากเข้าข่ายก็จะต้องมีการเอาผิดตามมาตรา 72 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ซึ่ง กกต.เคยวินิจฉัยกรณีเงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ไปแล้ว และส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคตามมาตรา 92 (3) พ.ร.ป.พรรคการเมืองต่อไป

ปิยบุตร-ทิม-ช่อ พร้อมถูกส่งตัว ตร.คดีแฟลชม็อบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410760?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ปิยบุตร-ทิม-ช่อ พร้อมถูกส่งตัว ตร.คดีแฟลชม็อบ

15 มกราคม 2563 – 21:20 น.
ปิยะบุตร,พร้อมถูกส่งตัว ตร,คดีชุมนุม,สกายวอล์ค,สมัยประชุม,เอกสารสิทธิ์,คุ้มครองสส,แฟลชม็อบ
เปิดอ่าน 223 ครั้ง

“ปิยบุตร-ทิม-ช่อ” พร้อมถูกส่งตัว ตร.คดีชุมนุม “สกายวอล์ค” ชี้การชุมนุมเป็นสิทธิ์ รธน.รับรอง ลั่นพร้อมสู้เคียงข้างปชช. สภาลงมติยันหลักการเอกสิทธิ์คุ้มครองส.ส.

เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่รัฐสภา (เกียกกาย) ในวาระด่วน หนังสือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตเรียกตัวนายปิยบุตร แสงกนกกุล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ไปสอบสวนคดีอาญาในสมัยประชุม ในดคีการชุมนุมแฟลชม็อบ ที่สกายวอล์คแยกปทุมวัน ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 ให้ความคุ้มกันสมาชิกรัฐสภานั้น มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนมากร่วมอภิปราย โดยยืนยันไม่ส่งตัวไปดำเนินคดีดังกล่าว

นายปิยบุตร กล่าวว่า การชุมนุมเป็นเสรีภาพที่รับรองไว้ตามรัฐธรรมนูญ เป็นเสรีภาพที่สำคัญอย่างยิ่งในระบอบประชาธิปไตย แต่การชุมนุมที่สกายวอร์คครั้งนี้ ถูกเจ้าหน้าที่กล่าวโทษว่าเป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีพี่น้องประชาชนถูกดำเนินคดีจำนวนมาก ตนยืนยันว่า การบังคับใช้ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ต้องใช้ไปในทิศทางที่เป็นคุณต่อการใช้เสรีภาพการชุมนุม ไม่ใช่ใช้ไปจนกลายเป็น พ.ร.บ.สกัดกั้นการชุมนุม หรือ พ.ร.บ.ห้ามชุมนุมสาธารณะ และการใช้กฎหมายนี้ต้องใช้อย่างเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ใช่นำกระบวนการทางกฎหมาย การดำเนินคดี เป็นเครื่องมือสกัดกั้นเสรีภาพ หรือตั้งข้อกล่าวหาจนเป็นชนักปักหลัง จนคนกลัว ไม่กล้าชุมนุมที่จะใช้เสรีภาพเพราะจะถูกดำเนินคดี

นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า ตนทราบดีว่าความคุ้มกันเป็นสิ่งที่รัฐธรรมนูญมอบให้กับสมาชิกรัฐสภา เป็นเรื่องสำคัญป้องกันการกลั่นแกล้ง และในทางปฏิบัติก็ไม่เคยอนุญาตให้กับสมาชิกในการไปถูกดำเนินคดี ตามกฎหมายรัฐธรมนูญ ความคุ้มกันมอบให้กับตำแหน่ง มิใช่ของส่วนบุคคล ซึ่งการที่ ส.ส.จะลุกขึ้นมาสละ ซึ่งจะสละได้ก็คือการลาออก อย่างไรก็ตามความคุ้มกันจะเอามาใช้ไม่ได้ ถ้าสภาแห่งนี้มีมติให้ส่งตัวไปหรือมีมติเป็นอย่างอื่นตนขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายยืนยันหลักการเรื่องความคุ้มกัน และธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมา แต่ขอยืนยันว่าตนและเพื่อนสมาชิกคือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และนางสาวพรรณิการ์ วานิช เรายืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าพร้อมไปรายงานตัว และพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวนต่อไป

“เพราะเราเชื่อมั่นในเสรีภาพการชุมนุมตามที่รัฐธรรมนูญรับรอง และพร้อมจะเดินเคียงข้างกับประชาชนจำนวนมากที่ออกมาชุมนุมแสดงความไม่พอใจต่อความอยุติธรรม เราพร้อมถูกดำเนินคดี สืบสวน สอบสวน เคียงข้างประชาชนจำนวนมากที่ถูกดำเนินคดีอยู่ และเขาปราศจากความคุ้มกัน เพราะเขาไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอบคุณในน้ำใจไมตรีสมาชิกทุกท่าน แต่ขอยืนยันความบริสุทธิ์ใจ และเจตจำนงของเราทั้ง 3 คนไว้ในสภาแห่งนี้” นายปิยบุตร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้เจ้าตัวจะแสดงเจตจำนงดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามตามข้อบังคับการประชุม ก็ต้องขอมติจากที่ประชุมว่า เห็นควรอนุญาตให้พนักงานสอบสวน เรียกตัวบุคคลทั้ง 3 ไปดำเนินคดีอาญาในระหว่างสมัยประชุม ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหนังสือขอตัวมาได้หรือไม่ ทั้งนี้ ผลการลงมติปรากฏว่า เสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย 368 เสียง ไม่อนุญาตส่งตัวทั้ง 3 คน ไปสอบสวนคดีอาญาในสมัยประชุม

สภาฯเอกฉันท์ ไม่ส่ง 3 ส.ส.อนาคตใหม่ดำเนินคดีแฟลซม็อบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410755?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สภาฯเอกฉันท์ ไม่ส่ง 3 ส.ส.อนาคตใหม่ดำเนินคดีแฟลซม็อบ

15 มกราคม 2563 – 20:55 น.
สภา,อนาคตใหม่,ข่าววันนี้,พรรคอนาคตใหม่,ดำเนินคดี,แฟลชม็อบ,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 290 ครั้ง

สภาฯ เอกฉันท์ ไม่อนุญาตส่ง 3 ส.ส.อนค. ดำเนินคดีแฟลซม็อบ 368 เสียง  ปิยบุตร แสดงเจตนาขอเข้าสู่คดี ส.ส.หญิง พปชร.คุยเล่น หากเขาอยากไปก็ให้ไป

รัฐสภา –  15 มกราคม 2563 –  สภาฯ เอกฉันท์ ไม่อนุญาตส่ง 3ส.ส.อนค. ดำเนินคดีแฟลซม็อบ  368 เสียง  “ปิยบุตร” แสดงเจตนาขอเข้าสู่คดี ด้าน “ส.ส.หญิง กทม. พปชร.” คุยเล่น ไล่ส่ง หากเขาอยากไปให้ 

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง เป็นประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาในวาระที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)  มีหนังสือเพื่อเรียกตัว 3 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ได้แก่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ ฐานะผู้ต้องหาในคดีอาญา กรณีการชุมนุมในที่สาธารณะเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2562 บริเวณสกายวอร์ค หน้าศูนย์การค้ามาบุญครอง ซึ่งเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558

ทั้งนี้ในการพิจารณานพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญ​มาตรา 125 วางหลักประกันว่าไม่ให้เรียกตัวส.ส. ดำเนินคดี หรือ จับกุม คุมขังไประหว่างการประชุมสภาฯ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีการทำหนังสือขอตัวจากสภาฯ แม้ส.ส.ที่ตกเป็นผู้ต้องหาจะแสดงความต้องการว่าจะต่อสู้คดี แต่สภาฯ ไม่เคยอนุญาต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการอภิปรายก่อนการลงมติ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน อภิปรายแสดงความเห็น  โดยนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์​ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปราย ขอให้ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ เชิญ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.​สอบสวน เพราะเรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องกลั่นแกล้งทางการเมือง เมื่อเปรียบเทียบกับฝั่งตรงข้ามไม่ถูกดำเนินการขอตัวไปดำเนินกรณีที่สภาฯ พิจารณา

ทำให้นายอิสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลุกชี้แจงว่า ตนในฐานะจำเลยในคดีที่ต้องข้อหากบฎจากการจัดการชุมนุมในกลุ่มกปปส. รวมถึงน.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงนายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฐานะแกนนำ กปปส. ที่ต้องหาคดีกบฎ เข้าสู่กระบวนการไต่สวนของศาล ทุกวันอังคารและวันพุธ เนื่องจากได้ทำหนังสือถึงศาลขอให้ไต่สวนลับหลังได้ ทั้งที่คดีอาญาต้องสอบสวนต่อหน้าเท่านั้น ดังนั้นยืนยันว่าไม่เคยได้รับการปฏิบัติสองมาตรฐาน

จากนั้นนายปิยบุตร ลุกอภิปรายยืนยันขอสละเอกสิทธิคุ้มครอง และพร้อมไปรายงานตัวต่อสู้คดี เพราะเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ที่ใช้สิทธิ เสรีภาพการชุมนุมอย่างถูกต้องตามกฎหมายและเป็นไปภายใต้ที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้  อย่างไรก็ดีหลังจากการอภิปรายของส.ส.แล้วเสร็จที่ประชุมได้ลงมติ ปรากฎว่า สภาฯ ลงมติเสียงเอกฉันท์ 368 เสียงไม่อนุญาตให้ส่งตัว 3 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่เข้าสู่การดำเนินคดีระหว่างสมัยประชุม ทั้งนี้พบการงดออกเสียง 8 เสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในระหว่างที่สภาฯ รอการออกเสียงเพื่อลงมตินั้น ส.ส.หญิง พรรคพลังประชารัฐ​ อาทิ น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ  , น.ส.กุลวลี นพอมบดี ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ  ลุกแสดงสัญลักษณ์ด้วยการชูสามนิ้ว เพื่อเป็นสัญลักษณ์บอกให้ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ออกเสียงลงคะแนนเบอร์ 3 คือ งดออกเสียง ทั้งนี้ช่วงหนึ่งน.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม.​พรรคพลังประชารัฐ ได้กล่าวทีเล่นทีจริงกับกลุ่มส.ส.หญิงว่า “หากเขาอยากไป ก็กดให้เขาไปเลย”

สาทิตย์ ชี้สัญญาณไม่ปกติ เผยเบื้องลึก กรณ์ ไขก๊อก ปชป. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410754?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สาทิตย์ ชี้สัญญาณไม่ปกติ เผยเบื้องลึก กรณ์ ไขก๊อก ปชป.

15 มกราคม 2563 – 20:43 น.
สาทิตย์,กรณ์,ปชป,ลาออก,สะท้อนปัญหา,ถูกลดบทบาท,ข่าวการเมือง,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 1,422 ครั้ง

สาทิตย์ ชี้ สถานการณ์ไม่ปกติ เฉลยเหตุ กรณ์ ลาออก ปชป. ถูกลดบทบาท สะท้อนปัญหา สั่นคลอนความเชื่อมั่นภายในพรรค

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2563 – นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีที่นายกรณ์ จาติกวณิช รวมทั้งสมาชิกคนอื่นๆ ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ สะท้อนให้เห็นปัญหาการบริหารภายในพรรค ว่า

เมื่อกรณ์ลาออกจากพรรคฯ…ไปอีกคน

ข่าวตั้งแต่เมื่อคืน เรื่องคุณกรณ์ลาออกจากพรรคฯ ในงานเลี้ยงปีใหม่ของเพื่อน ส.ส. ในพรรคฯ กับคุณอภิสิทธิ์ ซึ่งผมพลาดไม่ได้ไปเนื่องจากมีอาการไข้

จริงๆ ผมเคยคุยกับกรณ์หลายครั้งก่อนหน้านี้ เรื่องการเมืองในพรรคฯ รู้ว่าในใจของกรณ์ รู้ว่าเขาถูกลดบทบาทและไม่ได้รับโอกาสจากพรรคฯ แต่กรณ์เป็นสุภาพบุรุษมากพอที่จะไม่ยกเรื่องนี้มาเป็นประเด็น

แต่ในการคุยกัน กรณ์เป็นคนที่มองไปข้างหน้า เขามองว่า การเมืองเปลี่ยน พรรคการเมืองต้องเปลี่ยนทั้งวิธีคิดและการทำงาน เขาพยายามเสนอแนวคิดหลายอย่างในที่ประชุมพรรค แต่ไม่ได้รับความใส่ใจจากผู้รับผิดชอบ

ซ้ำยังมีเสียงเหน็บแนมจากบางส่วนที่อยู้ใกล้ชิดผู้มีอำนาจ แต่ดูเหมือนกรณ์ จะขำๆมากกว่า

ในสภาฯ กรณ์มักจะชี้ให้ดูว่า สภาเปลี่ยน จากการอภิปรายแบบเดิม มาเป็นแบบที่ทำงานเชิงลึกเป็นทีมเวิร์ค นำเสนอเป็นระบบ อย่างพรรคอนาคตใหม่ทำ

เขากังวลว่า พรรคการเมืองที่คิดว่าอยู่ในจุดที่ดีแล้วและไม่ปรับเปลี่ยนอะไร จะล้าหลังและถูกดิสรัพไปในที่สุด
กรณ์มีข้อกังวลและแนวคิดที่ก้าวหน้าหลายเรื่อง ที่อยากทำ แต่ไม่มีโอกาสและอาจคิดว่า ถึงเวลาที่ต้องลงมือสร้างเอง
ผมพยายามบอกเขาว่า ทำไมไม่ร่วมมือกัน เปลี่ยนจากภายใน ล่ะ เขา หัวเราะและไม่ตอบ แต่ผมเห็นแววตาที่มุ่งมั่นของกรณ์

ข่าวเรื่องกรณ์จะลาออกจากพรรค รับรู้กันหลายคนในปชป. แต่ความเป็นเพื่อนทำให้หลายคนพยายามบอกเขาว่า รอเวลาสักหน่อย เผื่ออะไรๆจะดีขึ้น

คนที่พยายามทัดทานการลาออก จริงๆก็ไม่มีอะไรดีไปกว่าเขาหรอก แต่อยากให้รวมกลุ่มเป็นเพื่อนกัน (เพราะมีหลายคนที่รู้สึกเหมือนกัน)

เมื่อคืน วันที่พยายามยืดกันโดยคนที่เชื่อว่ากรณ์เป็นความหวังให้พรรคได้ ก็ถึงวันที่ เขาตัดสินใจลาออกเพื่อเดินในหนทางที่เชื่อว่าดีกว่า ไม่น่าเชื่อว่า ปฏิกิริยาต่อการลาออกของคนนอกพรรค กลับแรงกว่าคนในพรรค ในแง่ที่ว่า ตัดสินใจถูกแล้ว

ในขณะที่พรรคท่องว่า การเข้า ออก ของคนเป็นเรื่อง ปกติ เพราะคนระดับอดีต แกนนำพรรค เคยลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรค เคยทำงานให้พรรคด้านสร้างคนรุ่นใหม่ เคยเป็นถึงอดีต รมว.คลัง ของพรรค ลาออกจากพรรค ขณะเป็น ส.ส. มันปรกติตรงไหน

ก่อนหน้านี้ กรณีของคุณพีระพันธ์ หรือ คุณหมอวรงค์ ที่ทั้ง ๒ คน เคยทำงานให้พรรคอย่างมากมาตลอด ลาออก ผมว่า มันก็ไม่ปรกตินะครับ

ความจริงมีคนที่ลาออกจากพรรคเงียบๆแต่ไม่เป็นข่าวอีกหลายคน ผมว่า มันสะท้อนปัญหาการบริหารภายในพรรคแน่นอน
แต่หากคนมีอำนาจยังคิดกันแค่ว่ามันเป็นเรื่องปกติ ต้องรับรู้ด้วยครับว่า สมาชิกและคนที่สนับสนุนพรรคหลายคน รู้สึกท้อถอย และสั่นคลอนความเชื่อมั่นต่อการลาออกของคนระดับแกนนำพรรค

เราจะเยียวยาความรู้สึกกันอย่างไร เราจะเดินต่อกันไปอย่างไร แต่เอาเถอะ นั่นคือเรื่องในพรรค ที่ต้องว่ากันต่อไป

ผมว่า ประเทศของเราต้องการ นักการเมือง ที่มีทั้ง แนวคิดที่ดีและความตั้งใจ เพื่อบ้านเมือง และผมเชื่อว่า ประชาชน พร้อมจะให้โอกาส กรณ์ จาติกวณิชกับแนวคิดดีดีของเขาในอนาคต

เมื่อตัดสินใจเดินหน้า อย่าติดกับดักความอาลัยในที่เดิม ทำให้ดีที่สุด เดินให้สุด เพื่อนกรณ์

ถอดใจอีกคน…อดีต.ส.ส.ชลบุรี โบกมือลาปชป. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410750?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ถอดใจอีกคน…อดีต.ส.ส.ชลบุรี โบกมือลาปชป.

15 มกราคม 2563 – 20:30 น.
ข่าววันนี้,ฐนโรจน์ โรจนกุลเสฏฐ์,อดีต สสชลบุรี,พรรคประชาธิปัตย์,ถอดใจ
เปิดอ่าน 560 ครั้ง

“ฐนโรจน์ โรจนกุลเสฏฐ์” อดีต ส.ส.ชลบุรี ถอดใจ โบกมือลาพรรคประชาธิปัตย์ เผยปมเลือกหัวหน้าพรรคเป็นประชาธิปไตยเกิน

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2563 นายฐนโรจน์ โรจนกุลเสฏฐ์ อดีตส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ได้ส่งข้อความเข้าไลน์กลุ่มส.ส.ประชาธิปัตย์ ระบุว่า “ผมได้ทำหน้าที่จัดหาสมาชิกจัดตั้งตัวแทนเขตเพื่อส่งมอบหน้าที่ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเปรียบเสมือนพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดผมทางการเมืองเสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่12มกราคมที่ผ่านมา

วันนี้ผมขอกราบลาผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือทุกท่านในพรรคฯและเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆผู้ร่วมอุดมการณ์กันมาในพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนตั้งแต่ปี2544 เพื่อออกไปสร้างครอบครัวใหม่ตามแนวคิดทฤษฎีทางการเมืองของผมต่อไปครับ รักและนับถือบุคลากรพรรคประชาธิปัตย์เสมอ(ดร.โรจน์) รศ.ดร.ฐนโรจน์ โรจนกุลเสฏฐ์ อนุญาตให้ลบผมออกจากไลน์ได้เลยครับ”

ฐนโรจน์ โรจนกุลเสฏฐ์

ทั้งนี้ นายฐนโรจน์ เปิดเผยว่า ได้ยื่นลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เมื่อวันที่ 13 ม.ค.เรียบร้อยแล้ว และในวันที่ 14 ม.ค.ได้จดตั้งพรรค รัฎฐาธิปัตย์ เรียบร้อยแล้ว เพราะต้องการให้ประชาชนมารวมตัวกันเพื่อเป็นผู้บริหารสูงสุดของประเทศ จากนี้ก็ต้องหาสมาชิกให้ได้ไม่ต่ำกว่า 500 คน เพื่อจัดประชุมใหญ่ เพราะส่งให้รายงานให้กกต. อนุมัติ การจัดตั้งพรรค

ยืนยันว่าการตั้งพรรคครั้งนี้ไม่ได้เป็นสาขาของใคร และไม่ได้มีการชวนใครในพรรคประชาธิปัตย์มาอยู่ด้วย แม้แต่นายกรณ์ จาติกวณิช ที่ลาออกจากพรรคเช่นกัน ก็ไม่ได้มีการพูดคุยกัน โดยทำพรรคเพื่อให้ประชาชนมีอำนาจ ไม่ใช่มีอำนาจแค่วันเดียวคือวันเลือกตั้ง ทั้งนี้ในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะลงสมัครรับเลือกตั้งโดยอยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1

“ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับพรรคหรือหัวหน้าพรรค และไม่ได้โกรธใคร เพราะพรรคเป็นเหมือนพ่อ แม่ สมาชิกคนอื่นก็เป็นเพื่อน พี่น้องกัน ซึ่งตนก็ตัดสินใจออกมาดำเนินตามแนวทฤษฎีของตัวเอง ในแนวทางของผมเพราะเขาก็ไม่ได้ห้ามเราออกมาสร้างครอบครัวใหม่ ผมเลยออกมาตั้งพรรคใหม่ ซึ่งการลาออกครั้งนี้ก็ไม่ได้แจ้งผู้ใหญ่ในพรรคเพราะถ้าเขารั้งไว้ก็กลัวใจอ่อน แต่ได้บอกไปทางไลน์กลุ่มพรรคแล้ว” อดีตสมาชิกปชป.กล่าว

อย่างไรก็ตามประชาธิปัตย์ มันใหญ่เหมือนกงสี ซึ่งไม่มีอะไรผิด ประชาธิปัตย์ก็มอบงานให้กับลูกๆซึ่งก็มีลำดับอยู่ เราเป็นลูกคนเล็ก ไม่มีสิทธิในการบริหาร พี่ๆก็มีสไตล์ของเขา ซึ่งก็ไม่ผิดอะไร แต่เราคิดว่า ไม่ทันสมัย ก็ เหมือนนายกรณ์ที่มีแนวคิดของท่าน

ส่วนกรณีที่ มีหลายคนลาออกจากปชป. นายฐนโรจน์ กล่าวว่า ต้องอยู่กับความเป็นจริง ประชาธิปัตย์มีปัญหาทุกครั้งในการเลือกหัวหน้าพรรค ที่เป็นประชาธิปไตยเกิน เลยทำให้แตกกันเละเทะ แสดงว่าวิธีนี้ไม่ใช่ ดังนั้นคงพูดคุยกันดีกว่า เป็นประชาธิปไตยแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย และการบริหารของพรรคก็มีข้อบกพร่องบางอย่างอยู่ เหมือนรถที่มีปัญหาเรื่องเบรก เขาก็แก้ไม่ได้ เป็นเส้นผมบังภูเขา พรรคก็เหมือนกันมีปัญหาแต่แก้ไม่ได้ เหมือนเส้นผมบังภูเขา

  อ่านข่าว : กรณ์ ร้องเพลงทั้งน้ำตา อำลา ปชป. ออก 15 ม.ค.

Canada’s Tim Hortons set for first Thai outlet at Samyan Midtown #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/food/30380601?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Canada’s Tim Hortons set for first Thai outlet at Samyan Midtown

Jan 15. 2020
Supatchara Wattanavekin, CEO of WeEat and Elena Mayer, Head of Marketing Tim Hortons International

Supatchara Wattanavekin, CEO of WeEat and Elena Mayer, Head of Marketing Tim Hortons International
By The Nation

Tim Hortons, the famous Canadian brand of coffee and pastries, will open its first outlet in Bangkok at the ground floor of the Samyan Mitrtown Mall on Saturday (January 18).

To facilitate opening of the first Tim Hortons branch in Thailand, Restaurant Brands International Inc (RBI)- the owner of quick-service restaurant brands Tim Hortons, Burger King, and Popeyes granted WeEat Co(WeEat) the exclusive right to own, build and operate restaurants under the Tim Hortons brand in the Kingdom.

WeEat expands the business interest of the Wattanavekin family, whose business interest extends across many industries with the ownerships of Kiatnakin Bank, The Erawan Group, Eastern Sugar and Cane Group, as well as food retail companies.

Established in 1964, Tim Hortons currently has over 4,850 restaurants worldwide. The iconic Canadian brand’s first Thai restaurant at Samyan Mitrtown will mark the brand’s expansion into its fourteenth country globally. WeEat and RBI are confident in the growth opportunity of the Thai coffee market and WeEat plans to expand the brand nationally.

Supatchara Wattanavekin

Supatchara Wattanavekin

Supatchara Wattanavekin, CEO of WeEat, commented, “The idea of introducing Tim Hortons to the Thai market originated in mid-2018. We saw a continuous growth of 13 per cent per annum in Thailand’s quick-service restaurant industry between 2012 and 2017 of which the coffee segment has grown at an even faster rate, 22 per cent between 2016 to 2018, according to Euromonitor. Moreover, only a limited number of world-class coffee chains comparable to Tim Hortons have been established in Thailand despite the growth over the past few years and we are confident that our Thai guests will love Canada’s favourite coffee “.

The first Tim Hortons restaurant in Thailand will have 118 seats covering 352 square metres in a distinctly Canadian atmosphere. To celebrate its arrival in Bangkok, and to showcase the warm and welcoming spirit that characterises Canada and the brand, Tim Hortons will organise a grand opening event that will treat all coffee lovers throughout the day. Celebrities such as Meen-Piravich, Tae-Davich, Tee Thanaphol and Sarah Holer will be on hand to greet guests. And the first guest in line will receive free Tim Hortons coffee for 365 days while the next 99 guests will receive one-month of free 100 per cent Premium Arabica brewed coffee, hot or iced.

Tim Hortons will be offering many of its classic food and beverage products alongside brand new ones tailored to the Thai market.

At any time of the day, guests can enjoy a full range of iced beverages, freshly baked pastries as well as a range of savoury options such as sandwiches and wraps; and of course, Tim Hortons 100 per cent premium Arabica coffee.

Prime chance to see thrilling Kanchanaburi caves #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/travel/30380602?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Prime chance to see thrilling Kanchanaburi caves

Jan 15. 2020
By THE NATION

Two scenic caves in Kanchanaburi – one with colossal stalagmites – will be open to visitors from February 29 to May 4, but you need to register in advance by phone and be able to swim.

Lam Khlong Ngu National Park chief Satit Pinkul on Wednesday (January 15) announced the openings for Tham Sao Hin (Stone Pillar Cave) and Tham Nok Nang-aen (Swallow Cave).

Both are within the park in Kanchanaburi’s Thong Pha Phum district.

Advance registration for individual visitors up to groups of 10 is being accepted from February 3-7, daily from 1-3pm.

Visitors should be 15 to 60 years old and able to swim, since some areas of the caves are semi-submerged. They should be healthy, with no congenital disease or respiratory or blood-pressure issues.

Satit said this is the safest time of year to see the caves – Tham Sao Hin with stalagmites exceeding 62 metres in height and Tham Nok Nang-aen with its gorgeous subterranean vistas and thousands of nesting birds.