ปลูกจิตสำนึกในการแยกขยะให้กับน้องๆ ระดับประถม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/469261

news_default

ปลูกจิตสำนึกในการแยกขยะให้กับน้องๆ ระดับประถม

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

“มูลนิธิคุณ” สานต่อจิตสำนึกการแยกขยะสู่เด็กประถมวัย เปิด “โครงการส่งเสริมความรู้และปลูกจิตสำนึกด้านการลด และแยกขยะระดับประถมศึกษา” วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ.2563 เวลา 15.00-19.00 น. ณ ลานกิจกรรมหลัก สยามสแควร์วัน บริเวณทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้า BTS สยาม

นางสาวปรางค์ทิพย์ อนันตวิภาตประธานมูลนิธิคุณ เปิด “โครงการส่งเสริมความรู้และปลูกจิตสำนึก ด้านการลดและแยกขยะระดับประถมศึกษา” เผยว่าเพื่อปลูกจิตสำนึกในการแยกขยะและสานต่อความรู้ความเข้าใจในปัญหาขยะ เพื่อช่วยลดปริมาณขยะอย่างถูกวิธีให้น้องๆ หนูๆ นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมน้อย ในระดับประถมศึกษาโดยภายในงานได้รับเกียรติจาก นายอนุทินชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน พร้อมด้วยกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้มากมาย อาทิ การแสดง Flash Mob & Junk Stomp ชุดพิเศษ,ละครหุ่นเชิด Puppet Show, แฟชั่นโชว์Kids Fashion Show-From Trash to Treasureในชุดที่ออกแบบและดีไซน์จากขยะเกือบทั้งหมด,ชมมินิคอนเสิร์ตจากค่าย FLYWAYENTERTAINMEN T และนักร้องเสียงนุ่มขวัญใจสาวๆ ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา พร้อมกระทบไหล่ดาราชื่อดัง ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ,ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน และเหล่าเซเลบริตี้อีกมากมายที่มาร่วมกิจกรรม 3R ผ่านการลดการใช้ (Reduce) เพิ่มการใช้ซ้ำ(Reuse) และนำ กลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ร่วมเสวนาในหัวข้อ “ส่งเสริมความรู้ และปลูกจิตสำนึกด้านการลด และแยกขยะเพื่อน้องๆ หนูๆ ระดับประถมศึกษา” รับชมการแสดง Flash Mob & Junk Stompและการแสดงชุดพิเศษจากละครหุ่นเชิด Puppet Show ขวัญใจเด็กๆ สุดน่ารัก และสนุกไปกับแฟชั่นโชว์ Kids Fashion Show-From Trash to Treasure

ในวันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ.2563 เวลา 15.00-19.00 น. ณ ลานกิจกรรมหลัก สยามสแควร์วัน บริเวณทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้า BTS สยาม

SUPER JUNIOR ท้าทายแนวเพลงฮิปฮอปครั้งแรก ปล่อยเพลง‘2YA2YAO!’ทุบชาร์ตทั่วโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469518

SUPER JUNIOR ท้าทายแนวเพลงฮิปฮอปครั้งแรก ปล่อยเพลง‘2YA2YAO!’ทุบชาร์ตทั่วโลก

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563, 17.11 น.

ราชาฮันรยูระดับโลก ‘SUPER JUNIOR’ (ซูเปอร์ จูเนียร์) เพิ่มความท้าทายให้น่าติดตามทุกครั้งที่คัมแบ็ค และล่าสุดคัมแบ็คพร้อมอัลบั้มรีแพ็คเกจชุดที่ 9 ‘TIMELESS’ (ไทม์เลส) อัลบั้มปิดท้ายซีรีย์ ‘TIME’ หลังจากที่พวกเขาได้เคยปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ 9 ‘Time_Slip’ ออกมาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ต่อด้วยอัลบั้มเต็มชุดที่ 9 เวอร์ชั่นพิเศษ ‘TIMELINE’ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

สำหรับอัลบั้มรีแพ็คเกจชุดที่ 9 ‘TIMELESS’ นี้ มาพร้อมกับ 2 คอนเซ็ปต์ คือ แสง (Bright) และ เงา (Shadow) ตั้งแต่ภาพทีเซอร์ และรูปแบบอัลบั้ม โดยประกอบไปด้วยทั้งหมด 14 เพลง ที่มาจากการรวม 10 เพลงจากอัลบั้มเต็มชุดที่ 9 ‘Time_Slip’ และบวกเพลงใหม่ที่สะท้อนให้เห็นถึงคอนเซ็ปต์อัลบั้มเพิ่มเข้าไปอีก 4 เพลง ได้แก่ เพลงเปิดตัว ‘2YA2YAO!’, เพลง ‘Ticky Tocky’, ‘Shadow’ และเพลง ‘Rock Your Body’ ที่สมาชิก ‘DONGHAE’ โชว์ฝีมือการแต่งด้วยตัวเอง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงเปิดตัว ‘2YA2YAO!’ (อียาอีเยา!) นั้น เป็นเพลงแนวฮิปฮอป แดนซ์ที่มีจังหวะสุดติดหูอย่างหนักแน่น และจุดเด่นตรงโทนเสียงที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วง ด้านเนื้อเพลงมีลูกเล่นที่เข้ากับความรู้สึกอิสระทำให้ยิ่งฟังยิ่งสนุกอย่าง “2YA2YAO! ขอมือคนที่พร้อมจะสนุกไปด้วยกัน” ซึ่งเป็นฝีมือการแต่งเนื้อเพลง และทำนองโดย ZICO ศิลปินที่ได้สร้างผลงานเพลงฮิตมามากมาย ที่สำคัญ ยังถือเป็นการท้าทายเพลงแนวฮิปฮอปครั้งแรกหลังจากเดบิวต์ปีที่ 16 ของ SUPER JUNIOR อีกด้วย

ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีเพลงใหม่ที่เป็นคอนเซ็ปต์แสง (Bright) อย่าง ‘Ticky Tocky’ (ทิกคี ท็อกคี) เพลงแนวฮิปฮอป แดนซ์สุดทรงพลัง สามารถเต้นไปด้วยได้ และมีเสียงร้องอันน่าหลงใหล เนื้อเพลงเกี่ยวกับช่วงเวลาที่พยายามจะหลุดพ้นจากเงาแห่งฝันร้ายอันขาวสว่าง ต่อมากับเพลงที่เป็นคอนเซ็ปต์เงา (Shadow) อย่าง ‘Shadow’ (แชโดว์) เพลงจังหวะกลาง ๆ ที่มีองค์ประกอบของจังหวะฟังกี้ และอิเล็กทริก โดยจะสื่อถึงร่องรอยของความขาวสว่างที่เป็นเรื่องราวก่อนหน้าในเพลง ‘Ticky Tocky’ ทำให้การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่าง 2 คอนเซ็ปต์ที่ตรงข้ามกันเป็นอันเสร็จสมบูรณ์

และหลังจากที่อัลบั้มชุดนี้ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา ก็สามารถคว้าอันดับ 1 บนชาร์ต Top Albums ของ iTunes ทั่วโลก รวมถึงแถบยุโรป และอเมริกาใต้ได้กว่า 26 ประเทศ ทั้งโคลัมเบีย, รัสเซีย, บาห์เรน, สเปน, นอร์เวย์, เม็กซิโก, อิสราเอล, เอลซัลวาดอร์, อียิปต์, ประเทศไทย ฯลฯ

แฟนเพลงชาวไทยสามารถรับฟัง อัลบั้มรีแพ็คเกจชุดที่ 9 ‘TIMELESS’ ของ ‘SUPER JUNIOR’ ได้ทาง

TrueID Music (http://bit.ly/2GrANdu) และ JOOX (http://bit.ly/36zCX5r)

โสดแล้วเจอผี หนีเข้าป่ายังเจอทาก! มาริโอ้-พลอยไพลิน ลุยน้ำตากฝนอยู่ในป่านานกว่า12ชั่วโมง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469517

โสดแล้วเจอผี หนีเข้าป่ายังเจอทาก! มาริโอ้-พลอยไพลิน ลุยน้ำตากฝนอยู่ในป่านานกว่า12ชั่วโมง

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563, 17.08 น.

โสดด้วยซวยด้วย! “มาริโอ้”  ควง “พลอยไพลิน” บุกป่า ฝ่าดง ลุยลำธาร หนีทาก ครั้งแรก! ในภาพยนตร์ “Low Season สุขสันต์วันโสด”จากค่าย สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ที่กำกับโดย เป้ นฤบดี เวชกรรม (สาระแนเห็นผี, สาระแนสิบล้อ)

เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์โรแมนติก-คอเมดี้ ที่นอกจากจะได้ชมภาพบรรยากาศสวยๆ ของป่าหน้าฝนแล้ว ยังมีอีกหนึ่งฉากไฮไลท์สำคัญ ใครว่าเป็นหนังรักใสๆ วิวสวยๆ ต้องขอเซย์โนตรงนี้ เพราะสำหรับ “Low Season สุขสันต์วันโสด” โดยเฉพาะฉากวิ่งหนีทาก ของพระเอกในเรื่องอย่าง “พุธ” (มาริโอ้ เมาเร่อ) และ “หลิน” (พลอยไพลิน ตั้งประภาพร) หญิงสาวผู้มีซิกเซนส์ เป็นเหตุทำให้เธอกลายเป็นสาวโสดรายล่าสุด ที่งานนี้ทีมงานยกกองขึ้นไปถ่ายทำถึง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโลเคชั่นลับกลางขุนเขา ด้วยการเดินทางที่แสนลำบากยากเย็น นับว่าเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดีๆ ของมาริโอ้ และพลอยสำหรับหนังรักเรื่องนี้ที่จะต้องจดจำไปอีกนาน

ซึ่งทางด้านผู้กำกับ “เป้ นฤบดี เวชกรรม” ให้ความสำคัญกับภาพที่จะออกมาให้เป็นภาพที่ดูสมจริงมากที่สุด จึงเรียกรวมพลเหล่านักแสดงและทีมงานกันตั้งแต่เช้าตรู่ รวมถึงยังเล่าถึงฉากทรหดในครั้งนี้ว่า

“ที่เราไปถ่ายมันเป็นป่าต้นน้ำค่อนข้างเป็นป่าที่คนไม่เข้าไป เพราะฉะนั้นทีมงานจะเข้าไปเนี่ยมันก็ต้องเป็นรถโฟร์วิลเท่านั้น แล้วฝนตกด้วยเป็นฉากที่โอ้กับพลอยต้องหลงป่าอยู่ด้วยกัน ต้องเจอทั้งงู ทาก ปลิง แล้วก็ต้องลุยลำธาร หาอาหาร ปีนต้นกล้วย โอ้ต้องลากพลอยวิ่งในป่า หลบกิ่งไม้ ขอนไม้ ก็วิ่งตั้งแต่เช้ายันเกือบจะเที่ยงคืน ในระหว่างเข้าไปถ่ายทำฝนตก 4-5 ชั่วโมง ไหนจะตัวทาก(จริง)ที่ต้องคอยระวังอยู่ตลอดเวลา ไม่รู้ว่ามันจะเข้ามาไต่ตามเสื้อกางเกงแล้วดูดเลือดตอนไหน ยิ่งถ่ายในป่าตอนกลางคืนมันไม่เห็นอะไรเลย ต้องวิ่งกันในป่าทั้งๆ ที่มันมืดแบบนั้น รถโฟร์วิลมาติดหล่มอีก กว่าจะเอารถออกจากป่าได้ โอ้โห เสร็จเที่ยงคืน แต่ได้กลับตี 5 ก็สนุกกันอยู่นะครับ”

ด้านสองนักแสดง “มาริโอ้” และ “พลอยไพลิน” อินเนอร์จัดเต็ม เก็บแรงทั้งหมดเพื่อทุ่มเทในวันนี้ ซึ่งหลังจากถ่ายทำเสร็จ พระเอกหน้าใส “มาริโอ้ เมาเร่อ” ได้ออกมาเผยถึงฉากดังกล่าวว่า

“ฉากที่วิ่งหนีทากไปอยู่ในป่า ตอนเราเข้าไปถ่ายทำฝนตก ไม่ได้มีการทำทางเอาไว้ หญ้าก็ไม่ได้มีถางเอาไว้ให้ ต้องลุยกันจริงๆ ได้แผลจากกิ่งไม้จริงๆ ที่หนักกว่านั้นมีทากด้วยครับ ทากจะชอบออกตระเวนมาดูดเลือดทีมงานครับ มันก็ค่อนข้างโหดเหมือนกัน ต้องวิ่งกันเหนื่อยสุดๆ เลยครับ”

ถึงเวลารีสตาร์ทหัวใจ เตรียมแพ็คกระเป๋าไปพัก(ใจ)ด้วยกันกับ ‘Low Season สุขสันต์วันโสด’

13 กุมภาพันธ์นี้ในโรงภาพยนตร์

ตัวอย่างภาพยนตร์ Low Season สุขสันต์วันโสด >>> https://youtu.be/XNIHIZt4_6M

เบื้องหลังการถ่ายทำ Low Season สุขสันต์วันโสด  >>> https://youtu.be/T13vygiZeXU

‘3คนสุดท้าย’สู้สุดชีวิต พิชิตรอบFinal ลุ้น!!’บอม-บาส-เบลล์ท’ใครชิงดำ 2 คนสุดท้าย? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469516

‘3คนสุดท้าย’สู้สุดชีวิต พิชิตรอบFinal ลุ้น!!’บอม-บาส-เบลล์ท’ใครชิงดำ 2 คนสุดท้าย?

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563, 17.07 น.
แข่งขันกันมายาวนานกว่า 3 เดือน   จนได้สุดยอดเชฟมืออาชีพ มาเป็น Top3 ของ   “TOP CHEF THAILAND ซีซั่น3”   ซึ่งก็คือ เชฟบอม-ชูพงษ์ ศรีนุช , เชฟบาส-วัฒนศักดิ์ ช่างเก็บ และ เชฟเบลล์ท-เอกชัย แสงกาศนีย์   ที่งานนี้ทั้ง 3 คนต้องงัดทุกเทคนิค  ทั้งทักษะเชฟมืออาชีพ และความคิดสร้างสรรค์   มาสู้กันแบบหมดหน้าตัก   เพื่อครีเอท  “Survivor Dish”  จานเด็ด   ที่จะทำให้รอดชีวิตไปสู่รอบ Final!!  ใครจะได้เป็น 2 คนสุดท้ายที่ไปชิงดำตำแหน่ง TOP CHEF คนที่ 3 ของเมืองไทย  มารอลุ้นกัน!!  เสาร์ที่ 1  ก.พ. นี้  เวลา 20.10 น.  ทางช่องวัน31

‘หนุ่ย อำพล’วอนทางการฯ พาคนไทยกลับจากอู่ฮั่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469497

‘หนุ่ย อำพล’วอนทางการฯ พาคนไทยกลับจากอู่ฮั่น

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563, 16.36 น.

29 ม.ค.63 จากกรณีที่เกิดเชื้อไวรัสโคโรนา แพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างหนัก โดยเฉพาะในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ต้นตอของการแพร่เชื้อดังกล่าวที่ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 132 ราย และมีผู้ติดเชื้อทั่วโลกอีกหลายพันคน

ด้าน หนุ่ย อำพล ลำพูน นักร้องร็อกชาวไทยชื่อดัง ตำนานมือขวา แห่งวงไมโคร โพสต์ภาพและแคปชั่น ผ่านอินสตาแกรมเรียกร้องให้ทางการไทย พาคนไทยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากเชื้อไวรัสโรโคน่า ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ สาธารณรัฐประชาชนจีน กลับมายังบ้านเกิดโดยเร็ว ซึ่งมีแฟนคลับ และผู้ติดตาม เข้าไปแสดงความคิดเห็นอย่างคับคั่ง โดยหนุ่ย อำพล โพสต์ว่า

พาพี่น้องลูกหลานคนไทยของเรากลับบ้านเถอะครับ ถึงบ้านแล้วกักตัวดูแลเค้าให้ปลอดภัยก่อนแล้วค่อยให้กลับบ้านก็ได้ แพทย์ของชาติไทยเราความรู้ความสามารถติดลำดับต้นๆของโลก

จำได้ไหมอดีตนักร้องเพลงดัง’มิ้น สวรรยา’กลับมาร้องเพลงอีกครั้ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469494

จำได้ไหมอดีตนักร้องเพลงดัง’มิ้น สวรรยา’กลับมาร้องเพลงอีกครั้ง

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563, 16.27 น.

สร้างความฮือฮาและเซอร์ไพรส์ใม่น้อยสำหรับรายการ “เดอะคาสเซ็ท” ที่ออกอากาศไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (วันอังคารที่ 28 มกราคม 2563) สำหรับหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันที่คุ้นหน้าคุ้นตาในวงการเพลงอย่างอดีตนักร้อง“มิ้น สวรรยา” หรือใช้ชื่อในรายการว่า “มิ้น รภัทร” อดีตนักร้องหญิงเจ้าของบทเพลงชื่อดัง อาทิ สักวันคงเจอ และเพลงประกอบละครรวมถึงการร้องเพลง Cover มามากมาย

โดยเมื่อถึงคิวของผู้เข้าแข่งขันอดีตนักร้องดัง “มิ้น” ถูกเปิดตัวขึ้นมานั้น ทำเอาสามคณะกรรมการ อย่าง ป๋าเต็ด ยุทธนา,นัท มีเรีย, เจมส์ เรืองศักดิ์ ถึงกับออกอาการเซอร์ไพรส์เมื่อเห็นหน้าของผู้เข้าแข่งขันคนนี้ เพราะทุกคนล้วนแต่เคยได้เห็นผลงานในวงการเพลงของ “มิ้น” มาแล้วทั้งนั้น และการห่างหายไปกว่า10ปี ในวงการเพลงของ “มิ้น” ไม่เคยได้ไปร่วมประกวดร้องเพลงในรายการหรือเวทีไหนเลยจนมาเจอรายการ “เดอะคาสเซ็ท” และให้เหตุผลถึงสาเหตุที่มาร่วมรายการนี้ว่า “ที่ตัดสินใจมาร่วมเป็นผู้เข้าแข่งขันในรายการนี้ เพราะตัวเองถือว่าเติบโตมาจากเพลงในยุคตลับเทปและรู้สึกว่าเมื่อเพลงในยุคนี้สร้างเราขึ้นมา และหลงรักและผูกพันกับเพลงยุคตลับเทปเป็นอย่างมาก จึงขอเป็นตัวแทนของนักร้องในยุคนั้นมามีส่วนร่วมในรายการนี้ ถือว่าเป็นเกียรติในชีวิตของนักร้องเป็นอย่างมาก”

โดยในรายการ “มิ้น”ได้นำเพลง “ฝน” ของศิลปิน “เบิร์ดกับฮาร์ท” ซึ่งถือว่าเป็นศิลปินในดวงใจ นำมาแข่งขันและถ่ายทอดบทเพลงนี้บนเวทีได้อย่างไพเราะในแบบฉบับของตนเอง จนทำให้ได้รับการคัดเลือกและตัดสินจากคณะกรรมการทั้งสามคนอย่างเป็นเอกฉันท์ ให้ผ่านเข้ารอบได้เป็นหนึ่งในนักร้องหน้า A

มาติดตามกันต่อไปว่า การได้กลับมาในเส้นทางของการร้องเพลงต่อหน้าสาธารณชนของ “มิ้น” จะเป็นอย่างไรผ่านเวทีแห่งสงครามของนักร้องเสียงดีผู้รักบทเพลงในยุคตลับเทป และสามารถติดตามกันแข่งขันและบทเพลงอันไพเราะที่คุณคิดถึงกันต่อได้ ในวันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 ออกอากาศเวลา 20.05 น ช่องเวิร์คพอยท์และสามารถติดตามรายละเอียดของรายการนี้ผ่านเฟสบุ๊กแฟนเพจ “เดอะคาสเซ็ท the cassette”

‘โจอี้ เชิญยิ้ม’สุดช้ำชีวิตเคยไร้เงิน โดนคนไว้ใจโกง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469487

‘โจอี้ เชิญยิ้ม’สุดช้ำชีวิตเคยไร้เงิน โดนคนไว้ใจโกง

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563, 16.15 น.

เรียกได้ว่าเป็นตลกที่มอบความสุขให้แฟนๆ เสมอมา สำหรับ โจอี้ เชิญยิ้ม แต่ใครจะรู้ว่าชีวิตจริงนั้นยิ่งกว่าละครโดนคนไว้ใจโกงเงิน อีกทั้งหนุ่มโจอี้ยังคิดว่าเมื่อไหร่ตัวเองจะตายอีกต่างหาก ล่าสุด โจอี้ เชิญยิ้ม มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง one31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์, ใบเฟิร์น พัสกร และอาจารย์เป็นหนึ่ง เป็นพิธีกร

อยู่เมืองไทยมา 16 ปี ทำไมถึงพูดไทยเก่ง ?
โจอี้ : ผมก็อยู่กับพวกครูบาอาจารย์ ผู้ใหญ่ ผมโชคดีตรงนั้นด้วย ไม่ใช่แค่ความสามารถเรา

ปกติเล่นตลกเล่นเป็นตัวอะไร?
โจอี้ : ตัวแกล้งมากกว่า ตั้งแต่เรามาที่นี่ความหมายตลกเราไม่รู้ เราไม่รู้จุด แต่มารู้ มาอยู่กับผู้ใหญ่ ต้องอำ เพื่อให้คนขำ

บางคนเรียกโจอี้ กาน่า บางคนเรียกโจอี้ เชิญยิ้ม สรุปคือ?
โจอี้ : ส่วนใหญ่โจอี้ กาน่า เพิ่งมาสักพักเอง คือโจอี้ กาน่า มาจากน้าเน็กเป็นคนตั้งให้

จริงไหมที่ชีวิตหรูหรา เพราะเป็นลูกบุญธรรมของอาเป็ด?
โจอี้ : มีส่วนครับ นี่แหละที่ได้โจอี้ เชิญยิ้ม อดีตเขาเป็นนักฟุตบอล ผมไปอยู่ทีมเขา เป็นผู้รักษาประตู แล้วตอนนั้นมีโอกาสมาเล่นตลกมาอยู่กับคณะพี่ถั่วแระ

จากเล่นบอล มาเล่นตลกได้ยังไง?
โจอี้ : มันเป็นวิกฤต มาลองแคสฟุตบอลแล้วได้ แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เขาหยุด แต่เรายังมีเงินเลยไปทำธุรกิจกับเพื่อนชีวิตเริ่มกระท่อนกระแท่น คือโดนโกง แล้วเทพ โพธิ์งาม เขาหาคนต่างชาติที่พูดภาษาไทยได้นิดหน่อย มาเล่นหนัง ได้เล่นเรื่องแรก คือ ดึก ดำ ดึ๋ย แล้วก็มีรายการ โฆษณา แล้วก็มีโอกาสได้เข้าวงการตลก

หลังจากเล่น ดึก ดำ ดึ๋ย ก็คือตัดกีฬาบอลไปเลย?
โจอี้ : เริ่มตัดครับ ตอนนี้ผมทำตลกเกือบ 10 ปีแล้ว

ทำไมถึงตัดสินใจปักหลักที่เมืองไทย?
โจอี้ : มันเป็นวิกฤตชิวิตมากกว่า ถามว่าวิฤตอะไรหนักสุดในชีวิตที่อยู่เมืองไทย คือผมเป็นอิสลาม แล้วจะเชื่อเรื่องพระเจ้า สิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตเราคือเส้นทางที่พระเจ้ากำหนดเอาไว้ มันไม่ใช่ความสามารถ ก็เลยใช้ภาษาไทยว่าวิกฤต ในความหมายของผมคือชีวิตเปลี่ยนมากกว่า

จริงไหมที่ตอนเด็กๆ เราลำบาก?
โจอี้ : ผมต้องขอบคุณพระเจ้ามากกว่ากว่าคนบางคน คือประมาณ 15 ปี ผมมีโอกาสติดทีมชาติเยาวชน ลำบากของผมไม่หนักเท่าบางคน

ทีมงานบอกว่าเก็บขยะขาย?
โจอี้ : ขยะเนี่ย ถ่านบ้านเราส่วนใหญ่มันในป่า เวลาเขาเผาถ่าน เราก็ไปเก็บถ่าน แล้วมีผักฟรีเลย แล้วเอามาขายมีผักที่คนชอบ

ไมได้กลับบ้านที่แอฟริกามา 10 ปีแล้ว เพราะอะไร?
โจอี้ : เพราะเขาไม่ต้องการผมหรือเปล่า ผมมีญาติที่นั่น ค่าเครื่องบิน 5-6 หมื่น เป็นแสนก็มี

หนึ่งสาเหตุที่อยู่เมืองไทยได้นาน คือตอนนี้มีภรรยาแล้ว?
โจอี้ : ใช่ครับ อยู่ด้วยกันมา 8 ปีแล้ว เป็นคนไทย ยังไม่มีลูกครับ ตอนนี้ผมไม่คิดว่าอยากมี เพราะว่าอยากเลี้ยงภรรยาให้ดีที่สุด

สิ่งหนึ่งที่โจอี้อยากมีแต่ทำไม่ได้คือมีบ้าน?
โจอี้ : ยังครับ ยังไม่มีบ้าน ยังเช่าอยู่

ตอนที่ทำงานเยอะๆ วันนึงหรือเดือนนึงได้เท่าไหร่?
โจอี้ : โหเราเล่นตลกทีละ 200 บาท ที่ได้เยอะที่สุดคืองานนอก เช่น งานวันเกิด งานจ้าง 3000-5000 บางที 7000 ก็มี ได้มาอยู่เชิญยิ้มได้เป็นหมื่นก็มี แต่มันก็ไม่ได้มีบ่อย

คิดอยู่ตลอดว่าเมื่อไหร่จะตาย ทำไมถึงคิดแบบนั้น?
โจอี้ : ความหมายนี้ไม่ใช่โรคซึมเศร้าหรืออะไร ผมคิดว่าเราอยู่ไม่รู้ถึงพรุ่งนี้หรือเปล่า เพราะฉะนั้นเราอยู่เราต้องทำให้ดีที่สุดสำหรับวันนี้ เวลาเราไม่ได้อยู่ในโลกนี้จะได้มีคนจำเราแต่สิ่งดีๆ

ผิดหวังอะไรถึงคิดฆ่าตัวตายแบบนั้น?
โจอี้ : ไม่ได้คิดฆ่าตัวตายครับ แค่หมายถึงว่าชีวิตเราต้องเตรียมตัวนะ อย่าหลอกตัวเอง ยังไงก็หนีไม่พ้นคุณต้องตายที่เราต้องคิดทุกวัน แต่เราไม่ค่อยได้คิด

แล้วเรื่องโดนโกง ใครโกงมา?
โจอี้ : หลายคน มีบางคนที่เราไว้ใจ เราเป็นคนขี้สงสาร มีคนแบบว่าลูกมีปัญหาเรื่องเรียน เราก็อยากช่วย เป็นหมื่นๆ ก็มี

รวมทั้งหมดเป็นแสนไหม?
โจอี้ : มีครับ 8 หมื่นก็มี จะไปถ่ายหนังแล้ว ผู้กำกับบอกว่าเดี๋ยวไปกดตังค์ให้ แล้วไม่ได้กด จนวันนี้ยังไม่เจอเลย

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์ โจอี้  เชิญยิ้ม

เผ็ดพริก10เม็ด47ยังฟิต’ปิ๋ม ซีโฟร์’คนจริง2020สอนขมิบพิชิตใจชาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469484

เผ็ดพริก10เม็ด47ยังฟิต’ปิ๋ม ซีโฟร์’คนจริง2020สอนขมิบพิชิตใจชาย

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563, 16.05 น.

ฮือฮาระบาดคู่กับโคโรนาเลยทีเดียวสำหรับคลิป “ปิ๋ม ซีโฟร์” เต้นโชว์สอนขมิบให้กับสาวๆ รุ่นใหญ่ ที่ถูกแชร์ไปอย่างรวดเร็ว ใครเห็นก็ต้องร้องว้าย ยอมในความมั่นหน้ามันโหนกของปิ๋ม ซีโฟร์ โดยคลิปดังกล่าวเป็นคลิปที่ปิ๋ม ซีโฟร์ อยู่ในชุดออกกำลังกายคอเต่าสุดเรียบร้อย แต่ท่นล่างแหกหยุดโลก กำลังวาดลวดลายเท้าไฟโชว์เต้นฟาดหน้าฟาดหลัง เกลือกกลิ้งบนพื้น หุบๆ อ้าๆ สายย่อยังอาย โชว์ความสตรองสุดๆ เล่นเอาคนดูตาแทบเหลือก ตกตะลึงในความฟิตของปิ๋ม 47 ยังฟิตปั๋ง เพราะแต่ละท่าที่ปิ๋มเต้นนั้นต้องใช้พลังและการเก็งขั้นเทพ ซึ่งเป็นการมิกซ์ระหว่างการเต้นกับการขมิบเพื่อกระชับช่องคลอด ที่เจ้าตัวดีไซน์ออกมาเพื่อสอนให้สาวๆ ที่อยากได้สนุกกับการเต้นแถมยังได้กระชับช่องคลอด โดยคลิปดังกล่าวถูกแชร์ไปรวดเร็วและต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมาย เพราะปิ๋มได้ชื่อว่า เป็นครูสอนเต้นของศิลปินดังๆ หลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็น กระแต อาร์สยาม , ใบเตย ต่างก็ผ่านมือปิ๋มมาแล้วทั้งนั้น เรียกว่างานนี้แม่มาเอง กราบในความมั่นของแม่จริงๆ https://youtu.be/zcBOPszXRQ0

ล้วงลึกชีวิต’ทราย เจริญปุระ’เกินรับได้ต้องฟ้องคนด่าแม่ เอาจุดอ่อนแอที่สุดมาทำร้าย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469477

ล้วงลึกชีวิต’ทราย เจริญปุระ’เกินรับได้ต้องฟ้องคนด่าแม่ เอาจุดอ่อนแอที่สุดมาทำร้าย

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563, 15.55 น.

รายการ “เรื่องลับมาก (NO CENSOR)” ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 “ดร. เสรี วงษ์มณฑา” สัมภาษณ์ล้วงลับนางเอกร้อยล้าน “ทราย เจริญปุระ” กันทุกเรื่อง

ล่าสุดฟ้องร้องเรื่องอะไร?

“ฟ้องเรื่องที่มาว่าแม่ค่ะ ตรงไปตรงมา ค่าเสียหายไม่เยอะค่ะ กรุบกริบๆ”

ถ้าไม่พาดพิงแม่จะไม่ฟ้อง?

“จริงๆ เรื่องโดนด่ากับทรายเป็นของคู่กันอยู่แล้ว หนูว่าเราสองคนน่าจะโดนจนชิน เพราะเราเป็นคนสาธารณะ ลำพังเราถือว่าปกติ เราเข้าใจได้ แต่การพาดพิงไปถึงแม่ในประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องมันไม่ใช่ และเรื่องเกิดขึ้นในช่วงที่คุณแม่ทรายเสียชีวิตได้ไม่นาน มันเหมือนเอาจุดที่เรากำลังอ่อนแอที่สุดมาทำร้ายเราอีกที ก็ไม่คิดว่าจะไปได้แรงขนาดนั้น เราคิดว่าเถียงก็เถียงกันปกติ ด่าก็ด่ากันเอง ปกติมากไม่เป็นไร มีคำด่าเยอะแยะที่ใช้ได้ แต่ทรายเพิ่งทำบุญร้อยวันไปเมื่อต้นเดือนนี้เอง มันมากไป”

ทรายปรับตัวได้ง่ายมั้ย เพิ่งผ่านมาร้อยวันนี่เอง?

“ไม่ง่ายเลยค่ะ ตอนพ่อเสียทรายก็ยังมีแม่เป็นหลักอยู่ ตอนพ่อป่วย ทรายออกไปทำงาน แต่พอเราได้กลับมาบ้านเราก็ยังได้เจอเขาทั้งคู่ ถึงแม้พ่อจะไม่สบายไปเยอะแล้ว แต่ตอนแม่ไม่อยู่ ช่วงท้ายๆ ของชีวิตเขาสื่อสารไม่ได้แล้วด้วย เราต้องอาบน้ำให้ ป้อนข้าวอยู่ที่บ้าน มันก็ยากแล้ว เหมือนเรื่องท้ายๆ ที่เราคุยกับเขาคือแม่อยากกินอะไร มะม่วงหรือฝรั่ง”

ทรายทำงานหนัก กลับมาดูแลแม่ก็หนักอีก?

“ก็หนักค่ะ แต่มีคนช่วย มีน้องช่วย พี่เลี้ยงคอยช่วย ต้องดูแลระหว่างวันด้วย เพราะเราต้องป้อนข้าว ทำอะไรให้เขา แต่มันไม่เหมือนเคย ปกติทรายมีอะไรกับแม่ก็คุยกันเลย หรือหลังๆ ทรายไปทำงานคนเดียวแม่ก็โทรมาถาม วันนี้เป็นยังไง เจออะไร เขาจะคอยคุยกับเราเรื่อยๆ พอวันนึงเราต้องมาทำเองทุกอย่าง ก็รู้สึกว่าโห ตอนนั้นแม่เขาก็ทำอะไรให้เราเยอะเหมือนกัน”

ความประทับใจที่มีกับแม่?

“ถ้าไม่มีแม่ ทรายคงไม่ได้ทำอะไรหลายอย่างขนาดนี้ แม่เขามีความเชื่อมั่นในตัวเรามากว่าเราทำได้ เหมือนเรื่องหนังนางนากตอนที่เล่น มีบางฉากทรายเล่นไม่ไหวแล้ว ทรายร้องไห้จนไม่มีน้ำตา จนจะยกกองแล้ว แม่เขาก็เดินมาแบบ พี่ทรายไหวมั้ย ถ้าไม่ไหวเรากลับบ้านกันนะลูก แค่นั้นทรายร้องไห้เลย ไม่ได้แล้ว เราต้องไม่ทำให้แม่ผิดหวัง เขาจะมีโมเมนต์อะไรแบบนั้น เราฟังแล้วเฮ้ย ไม่ได้ เราต้องทำได้สิ มาถึงขนาดนี้แล้ว บางทีเขามีบ่นมีอะไรเราบ้างตามประสาแม่กับลูกสาว”

คำสอนของแม่ที่ทรายคิดว่ามีส่วนกับการใช้ชีวิต?

“แม่สอนให้ทรายอยู่คนเดียวให้ได้ เขาบอกว่าสำคัญมาก ทรายเป็นลูกสาวคนโต ผู้หญิงต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ ดูแลตัวเองให้ได้ เราเป็นพี่คนโตของน้องด้วย ต้องเป็นหลักให้น้องอีกสองคน มันจะมีบางช่วงที่ทรายต้องออกไปทำงานคนเดียว น้องชายทรายลาออกมาดูคุณพ่อ เราอยากไปเที่ยวกับเพื่อน พอต้องไปไหนคนเดียวมันก็แปลก บางทีถามแม่ว่าทรายหาเพื่อนไปด้วยได้มั้ย แม่บอกทำไมต้องหาใครไปด้วย อยู่คนเดียวกินข้าวคนเดียว ดูหนังคนเดียวมันจะเป็นอะไร แรกๆ ทรายแปลกๆ เพราะคนชอบถามว่ามากับใคร เราบอกว่ามาคนเดียว คุณแม่อยู่บ้าน(หัวเราะ) เวลาไปกองถ่ายคนเยอะแยะ หลากหลายประเภทมาก แม่เขาอยากให้ทรายอยู่ให้ได้ วางตัวให้ดี ไปคนเดียวให้ได้ สร้างปัญหาให้น้อย”

ตอนเด็กๆ มีวีรกรรมอะไรกับแม่?

“โดนแม่ตีครั้งเดียวในชีวิตแล้วไม่โดนอีกเลย เอาปลาทองมาตากแดดค่ะ(หัวเราะ) จะมีหัวดุ๊กดิ๊กๆ มันน่ารัก เราเลยตักมาดู เอามาวางบนพื้นหญ้า แม่เห็นก็จับเอาปลาคืนบ่อ แม่บอกว่าอันนี้ไม่ดีนะ ไม่ทำ ถ้าทำแม่จะตี แต่แม่ไม่เคยตีทรายเลย เราก็เลยรู้สึกว่าไม่หรอก ไม่มั้ง ก็ตักใหม่เอามาวาง แม่เห็นอีกทีฟาดเลยค่ะ (หัวเราะ) โอเคยอม”

ดื้อมั้ย?

“ทรายดื้อตาใสค่ะ ตอบว่าค่ะแต่ไม่ทำ ดื้อที่สุดเท่าที่จะดื้อได้”

แม่สอนให้อยู่คนเดียวให้เป็น คำสอนพ่อล่ะที่จำแล้วเอามาใช้?

“ทรายดูจากสิ่งที่พ่อทำ พ่อทรายเป็นฟรีแลนซ์มาทั้งชีวิต แต่เขาดูแลลูกได้ดีมาก ไม่เคยเอาปัญหามาบ่นที่บ้านว่าเหนื่อย เครียด ต้องบริหารเงินยังไง ลูกๆ ได้เรียนได้เที่ยวครบทุกอย่าง ตอนนั้นก็เฉยๆ ธรรมดา แต่พอโตมาแล้วบริหารเอง เราก็รู้สึกว่าพ่อไม่เครียดได้ยังไง ชีวิตฟรีแลนซ์ที่ไม่มีหลักประกันอะไรเลย ความแน่นอนไม่มีเลย เขาดูแลเรา เลี้ยงเรามาได้จนโตอย่างดี อย่างเต็มที่ของเขา เขาก็มีความสุขให้เราเห็นเสมอ ไม่เคยเอาปัญหามาบ่นที่บ้าน”

แม่บอกว่าฉันมีผัวดารายังไม่เหนื่อยเท่ามีลูกเป็นดารา?

“จริงค่ะ (หัวเราะ) หนูเล่นหนังผีบ่อย แม่ทรายไม่ชอบขับรถกลางคืน เพราะสายตาไม่ดี แต่พอลูกต้องไปถ่าย เขาก็ต้องไปด้วย ไปขับรถให้ เขาบอกว่านี่ไม่ใช่ธุระของฉันเลย ตอนมีผัวเป็นดาราพ่อแกเลี้ยงดูฉันเป็นอย่างดี แต่พอเป็นแม่แกซึ่งเป็นดาราทำไมมันเหนื่อยขนาดนี้ แล้วเล่นหนังผีถ่ายตีสามตีสี่ เราก็ง่วงจะหลับ แม่บอกว่าห้ามหลับ พาฉันมาต้องอยู่คุยเป็นเพื่อน (หัวเราะ)”

เล่นหนังผีหลายเรื่องแต่คนจำได้จากเรื่องนางนาก เรื่องอื่นที่เล่นมีอะไรบ้าง?

“มีเฮี้ยน มีหกตายท้าตาย นาคปรกไม่ใช่หนังผีแต่อยู่ในวัดตลอด แล้วก็มีละครอีก ตอนเล่นนางนากเป็นฉากมัดตราสังข์ หามเรา พี่อุ๋ยผู้กำกับถามแม่ว่าโอเคมั้ย แม่บอกว่าไม่เป็นไร อย่าทำให้มันตายจริงก็แล้วกัน (หัวเราะ) ตอนถ่ายก็น่ากลัว แต่แม่เขาโอเค ถ่ายฉากเข้าคุก ถ้าแม่โอเค ทรายก็โอเค คนอื่นอาจถือเป็นลาง อย่างเรื่องย่านากคนก็บอกว่าเล่นแล้วจะไม่ประสบความสำเร็จเรื่องความรัก เราก็ไม่แก้เคล็ดอะไร ก็ไหว้ปกติค่ะ”

ตอนถ่ายเจอดีบ้างมั้ย?

“บ่อยมากๆ ค่ะ จนช่วงโปรโมตนางนาก ต้องบอกทุกรายการที่ไปว่าพี่ไหว้ย่าด้วยนะคะ ต้องไหว้ธูปสองดอกนะคะ ไหว้ย่ากับลูกย่านะคะ แต่ตอนถ่ายบางฉากอยู่ๆ ฉากห้อยหัว เขาไปดูสถานที่ก็ไม่เป็นอะไร แต่วันถ่ายเอาตัวทรายขึ้นไปแล้ว เสาก็ตกน้ำมัน ในกล้องมันเห็น ก็ตกใจค่ะ เพราะตอนไปดูโลเกชั่นมันไม่ตกค่ะ มันตกวันนั้น แล้วเป็นหอฉันเก่าที่ถ่ายเสร็จพระท่านจะรื้อแล้ว เอาไม้ไปทำอย่างอื่น ระหว่างนั้นเอาเขาเอาทรายลงมา ระหว่างรอ ทีมงานเขาก็เช็ดคลีนเสาให้โอเคที่สุด พี่อุ๋ยเหมือนออกไปคุยกับทีมงานข้างนอกว่าเอาไงดี แผนสองเพื่อไม่ให้ดาราตกใจ มันเป็นวัดที่อยู่ใกล้แม่น้ำแถวเมืองนนท์ ได้ยินเสียงคนขายขนมตอนตีสี่ ก็คิดว่าเป็นชาวสวนตื่นเร็ว เขาตะโกนบอกว่าเอาขนมมั้ยคะ พี่อุ๋ยก็บอกว่าไม่เอาจ๊ะ ซึ่งเขาก็ไม่ได้พายเรือมาให้เห็น สงสัยไม่เอา เขาก็เลยไม่มา (หัวเราะ)”

มีคนวูบๆ วาบๆ ทำงานไม่เหมือนเดิมมั้ย?

“เอาเป็นว่าพอจบเรื่องนี้ ทีมงานชายทุกคนไปบวชหมดเลยค่ะ พี่อุ๋ยก็บวช คนเขียนบท ทีม หัวหน้าฝ่ายอาร์ต เขาไม่ยอมบอกหนูว่าเจออะไร”

สิ่งที่ต้องโดนตอนถ่ายหนังผี มีอะไรบ้าง?

“โห มีตายบนเตียงรพ.ร้างค่ะ ห้องน้ำรพ. ทรายชินมาก แทบจะโดนทุกเรื่อง หรือตกน้ำลงไปในรถตู้ต้องพยายามเปิดประตูออกมาเองให้ได้ หรือตกหลุมในป่าช้าจริงๆ เป็นป่าช้าโบราณ ทีมงานเขาถามทรายแล้ว ทรายบอกว่าทรายยังไงก็ได้ ทีมงานเขาบอกว่าถ้าทรายบอกว่ากลัวทุกอย่างก็จบเลยนะ เขาไม่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ (หัวเราะ) แต่เราก็เล่น เขาก็ต้องไปขุดไม่มีข้อแก้ตัว ถ่ายตีสามแล้วประหลาดมาก หนูจะงงๆ นั่งอยู่ในหลุมแล้วเป็นฉากร่ำลากัน อยู่ๆ มีแมลงชีปะขาวเยอะมากจนเล่นไม่ได้ เยอะจนพูดไม่ได้มันเข้าปาก มันติดตามตัว พี่อุ๋ยเขาหายไปแป๊บนึงแล้วแมลงทุกอย่างก็หายไป เขาก็ไปจุดธูป พี่อุ๋ยบอกว่าที่นี่มีผีเสื้อแดงด้วยนะ ไม่รู้มากลางคืนหรือเช้า ทรายก็โอเค ปกติทีมไฟเขาจะมีเสื้อทีมไฟประจำของเขา ของนางนากนี่เป็นเสื้อสีม่วง โอเค เราเห็นคนเสื้อม่วงๆ ยืนอยู่มุมมืดต่างๆ เพราะไฟมันน้อยหน่อย เราก็เอ๊ะ มีชาวบ้านมาดูด้วย ใส่เสื้อแดง เห็นแต่ไม่ได้ทักอะไร ก็คงชาวบ้านมั้ง (หัวเราะ) เขาอาจมายืนดู เรานึกว่าผีเสื้อแดงคือผีเสื้อ ผีเสือสีแดงที่บินได้ พอถ่ายเสร็จ ก็บอกว่าเออพี่ชาวบ้านยังมายืนดูกันอีกเหรอ มันดึกมากแล้วนะ พอทักไปทุกคนก็เริ่มเงียบๆ เลิ่กลั่กๆ สุดท้ายเจ้าอาวาสมาบอกให้ทำบุญให้เขาด้วย”

เขาว่าเล่นเรื่องแม่นากจะผิดหวังเรื่องความรัก จริงมั้ย เคยอกหักมากี่ครั้ง?

“โหย เยอะค่ะ ถ้าความสมหวังของคนคือแต่งงานมีลูก โอเคค่ะ หนูผิดหวังในความรักค่ะ”

แม่ไม่อยากให้มีแฟนในวงการ?

“จริงๆ เป็นไปได้เขาไม่อยากให้มีแฟนเลยด้วยซ้ำค่ะ”

มีคนในวงการจีบหลายคน?

“ก็วันๆ หนูไม่ได้เจอใคร หนูก็เจอแต่คนในวงการนี่แหละค่ะ ถ้าแม่จะผิดหวังก็คงผิดหวังที่สุดคือเรื่องนี้ เราทำงานใกล้ชิดกับคนในวงการเดียวกันมากกว่า ไม่ได้ออกไปเจอคนข้างนอกเลยที่เขาทำอาชีพอื่น”

ครั้งที่เฮิร์ตที่สุด?

“ประมาณสิบกว่าปี ที่เฮิร์ตเพราะตอนนั้นพ่อทรายเพิ่งป่วยเป็นอัลไซเมอร์ พี่คนนี้เคยไปสวัสดีคุณพ่อแล้วที่บ้าน แต่โอเค วันนึงเขาบอกว่ามันไม่ได้ ทรายก็ไม่ได้ก็ไม่ได้ค่ะ เขาไม่ได้อธิบายอะไร ทรายก็ซักแต่เขาก็ไม่ได้ตอบอะไร จนป่านนี้ก็ยังไม่รู้ค่ะ”

ตอนนี้มีหรือยัง?

“มีแล้วค่ะ  ชื่อกอล์ฟ เป็นเพื่อนกันมา 7-8 ปี กอล์ฟทำงานแผนกเสียงอยู่เบื้องหลัง เป็นเพื่อนกันมาตลอดจนสัก 4 ปีที่แล้วก็ขยับสถานะขึ้นมา คือทรายเป็นคนที่เพื่อนไม่ค่อยมีอยู่แล้ว อย่าเอาเพื่อนมาเป็นแฟนเลย เดี๋ยวพอเลิกกันจะไม่มีเพื่อนอีก แต่ก็รู้จักมานานมากแล้ว”

ประทับใจอะไรทำให้ยอมเปลี่ยนจากเพื่อนเป็นแฟน?

“จริงๆ กอล์ฟปกป้องทรายหลายอย่างมากค่ะ เวลามีใครเมาท์แปลกๆ ไม่จริง เขาจะออกตัวเลยว่าไม่ใช่นะ คุณไม่รู้จริงอย่ามาพูด ตั้งแต่สมัยเป็นเพื่อนกันแล้ว เราก็โอเคนะ เขารู้สึกเรื่องนี้ไม่ถูกต้องออกมาพูด เขาเป็นคนปกติ แล้วทำให้ทรายรู้ว่าความสัมพันธ์ของมนุษย์ที่เป็นปกติต่อกันในสังคมหรือระหว่างคู่รักมันเป็นยังไง”

ทรายจีบเขาก่อน?

“ใช่ค่ะ ก็บอกเขาเลยว่าวันนี้ว่างมั้ยไปกินข้าวกัน เขาก็เออ เราทำงาน แต่เราอยากกินข้าวกับเธอมากๆ เลยนะ เขาก็อ๋อๆ ว่างๆ (หัวเราะ) แล้วก็ไป กินข้าวคุยทุกอย่าง ตอนนั้นเรื่องเครียดเรื่องอะไร เขาเห็นมาตลอด พ่อป่วย แม่ป่วย ทรายป่วย”

จำตอนที่ขอเป็นแฟนได้มั้ย?

“กินข้าวผัดปูแถวๆ ธนาคารกรุงเทพ แถวๆ เกษตร แต่ตอนนี้น่าจะปิดไปแล้ว เราอยากสั่งกระเพาะปลามาเพิ่ม แต่เอ้ เรากินคนเดียวจะเยอะไปมั้ย เขาก็บอกว่าเดี๋ยวมีอะไรก็กินด้วยกัน แบ่งกัน เราก็ถามว่าใช่แล้วใช่มั้ย  เขาก็บอกว่าใช่ ถ้าไม่ใช่เดี๋ยวค่อยว่ากัน อย่าไปเครียด”

รักครั้งนี้ มั่นใจแค่ไหน?

“ตอนนี้คำว่ามั่นใจของทรายไม่เหมือนตอนเด็กๆ แล้วค่ะ ตอนที่พ่อแม่อยู่เราคิดว่าต้องแต่งงาน มีพิธีกรรมให้เกียรติพ่อแม่เรา พ่อแม่เขา  มันนึกไม่ออกว่าจะไม่แต่งงานได้ยังไง แต่พอโตมาถึงตอนนี้ ทรายก็รู้สึกว่าสิ่งที่คู่รักควรมีให้กันคือความสงบ”

ทรายไม่ชอบลงรูปคู่เขา?

“ปกติผู้หญิงชอบลงรูป แต่ผู้ชายไม่ค่อยลง แต่กอล์ฟชอบลงรูป ทรายรู้สึกว่าเขาลงแล้ว งั้นเราไม่ต้องลง(หัวเราะ) วันครบรอบเขาจะจำได้ แต่ทรายจำไม่ได้เลยค่ะ กอล์ฟเก็บตั๋วหนังที่ดูด้วยกัน ซึ่งทรายก็อ๋อๆ เราเคยดูหนังเรื่องนี้”

ทรายคิดว่าการลงแบบนี้คือการอวดผัว?

“นิดนึง ทรายจะใช้คำว่ารีวิวผัว แต่บางคู่เขาน่ารักไง มีลูก กินข้าวครอบครัว แต่ของทรายมันแค่ดูหนัง ก็เลยไม่ได้รีวิวเขาเท่าไหร่ จริงๆ เขาอยู่ทุกช่วงชีวิตเลย เลยไม่รู้สึกว่าต้องลงหรือไม่ต้องลงยังไง แต่เขาลงทรายก็ให้เขาทำเต็มที่เลยนะ”

บอกเขามั้ยจะไม่แต่งงาน ไม่มีลูก?

“บอกค่ะ”

ทำไมมั่นใจตั้งแต่เด็กว่าจะไม่มีผัว?

“จริงๆ ผัวอยากค่ะ แต่ลูกไม่ซีเรียส ผัวยินดีจะมีค่ะ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการมี แต่เรื่องแต่งงาน มีลูก นึกไม่ออกว่าจะทำได้หรือเปล่า แต่พอโตมาอีกจุดนึงก็มั่นใจเลยว่าไม่มี ทรายบอกเขาตั้งแต่แรกเลย ตัวต้องไปบอกพ่อแม่เลยนะ ฝ่ายหญิงไม่ได้อยากมีลูก ถ้าพ่อแม่เขาคาดหวังก็ไม่แฟร์กับเขา มาแต่งกับอีนี่แล้วมันไม่มี กอล์ฟก็ไปบอก เขาบอกว่าพ่อแม่เขารับได้”

Black Valentine 2020 เทศกาลดนตรี ที่จะทำให้ทุกคนเสียน้ำตา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469454

Black Valentine 2020 เทศกาลดนตรี ที่จะทำให้ทุกคนเสียน้ำตา

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563, 14.39 น.

กลับมาสร้างปรากฎการณ์คอนเสิร์ตที่มีการรวมตัวคนพังในวันท้อแท้ระดับประเทศอีกครั้ง เพราะ ความเจ็บปวดเพราะความรักเกิดขึ้นได้กับทุกคน ถ้าคุณเคย เจ็บ แล้วมันยัง จำ ก็ไม่ต้อง ทน ร้องไห้ คนเดียว อีกต่อไป เพราะเราจะมารวมพลร้องไห้ไปด้วยกันใน Black Valentine 2020 เทศกาลดนตรีเรียกน้ำตา รวบรวมคนเศร้า โสด อกหัก คนที่มีปัญหาเรื่องความรัก มารวมตัวกันร้องเพลงเศร้าและร้องไห้ไปด้วยกัน พร้อมกับกองทัพ เหล่าศิลปินที่เตรียมส่งยาดีมาเป็นเพลงบำบัดอาการซ้ำ ๆ ของใจ และ ดนตรีเจ๋ง ๆ มา ปลอบประโลมความเจ็บปวดเหล่ามนุษย์พังทั้งหลาย มีคนบอกฮาวทูทิ้ง..มันเป็นเรื่องยาก แต่ฮาวทู Don’t Cry นี่สิ…ยากกว่า ไม่อยาก Cry วันวาเลนไทน์เจอกันวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นี้ ในงาน Black Valentine ไม่  Cry หรอก You Concert

ซึ่ง เจ้าพ่อเพลงเศร้า  ปอย Portrait ผู้นำคอนเสิร์ตในครั้งนี้ได้กล่าวว่า “ขอเชิญคนไร้คู่ ที่อยู่ยากในวันวาเลนไทน์ มาตะโกนร้องเพลงทั้งน้ำตา ทิ้งรักเก่าไว้ข้างหลัง แล้ว Move on ไปพร้อมกัน  เพราะในคอนเสิร์ต  Black Valentine 2020 นี้  เราได้เตรียมยาดีปลอบประโลมความเจ็บปวดเหล่ามนุษย์พัง ทั้งหลายด้วยกับลิสเพลงเศร้าที่เขย่าโดย ตัวของผมเอง ปอย Portrait สมทบด้วย The Parkinson, เอิ๊ต ภัทรวี, Whal & Dolph และแขกรับเชิญสุดพิเศษ Zeal พวกเขาเหล่านี้จะมาร้อง cover เพลงอกหักเเบบ ที่คุณไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อนอย่างเเน่นอน พร้อมรับรองการเสียน้ำตาและเราจะหยุดเสียใจไปพร้อมกัน ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 นี้ ในบรรยากาศผับคนเศร้า ที่ Crystal Arena, CDC บัตรราคา 790 บาท ซื้อบัตรได้เเล้วที่ Allticket ทุกสาขา หรือเข้าไปที่ https://bit.ly/38a1NtN  มา Cry ให้สุด แล้วมาหยุดเจ็บ ไปพร้อมกัน “

ติดตามข่าวสารได้ที่  https://www.facebook.com/portraitfanpage/