จีนยกระดับคัดกรองเชื้อไวรัสอู่ฮั่นทั้งประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612827

  • วันที่ 25 ม.ค. 2563 เวลา 19:20 น.

จีนยกระดับคัดกรองเชื้อไวรัสอู่ฮั่นทั้งประเทศ

จีนเข้มคัดกรองและกักกันผู้ติดเชื้อไวรัสทั่วประเทศ ด้านสหรัฐเตรียมอพยพพลเมืองอเมริกันออกจากอู่ฮั่น

วันนี้ (25 ม.ค.) คณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติของจีนออกแถลงการณ์ ยกระดับมาตรฐานการคัดกรองผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ

มาตรดังกล่าวส่งผลให้มีการตั้งจุดคัดกรองไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่ ตามสถานที่สาธารณะทุกแห่งทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นจุดผ่านแดนระหว่างประเทศ ทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ ถนนหลวงทุกสาย ระบบขนส่งสาธาณะทุกแห่งทั่วประเทศไม่ว่าจะเป็น สถานีรถไฟทุก สนามบิน รถโดยสารประจำทาง รถไฟ รถไฟใต้ดิน และเรือโดยสารข้ามฟาก

เมื่อพบผู้ต้องสงสัยที่อาจจติดเชื้อไม่ว่าจะเป็นชาวจีนหรือบบุคคลสัญชาติใดก็ตาม จะต้องส่งตัวไปยังโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด พร้อมทำการมาตรการฆ่าเชื้อในบริเวณพื้นที่เหล่านั้นทันที เช่นเดียวกับหากพบในระบบขนส่งสาธารณะต้องทำปฏิบัติการฆ่าเชื้อ ส่วนพนักงานที่ให้บริการตามขนส่งสาธาณะต่างๆต้องสวมหน้ากากป้องกัน

มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ทันทีในทุกมณฑลทั่วประเทศโดยไม่มีข้อยกเว้น เจ้าหน้าระดับปฏิบัติในภาคสนามทุกรายต้องใส่เครื่องแต่งกายปลอดเชื้อ รวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นต้องมีแผนรับมือฉุกเฉินเตรียมพร้อมรับสถานการณ์โรคระบาด

ขณะเดียวกันมีรายงานจากบลูมเบิร์ก อ้างแหล่งข่าวเป็นเจ้าหน้าที่ทูตอเมริกันว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเตรียมส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำ เพื่ออพยพพลเมืองอเมริกัน รวมถึงเจ้าหน้าที่การทูตในสถานกงสุล ออกจากเมืองอู่ฮั่น

รายงานระบุว่า เบื้องต้นสหรัฐได้เตรียมส่งเครื่องบินขนาด 230 ที่นั่งเข้าอพยพพลเมืองอเมริกัน และเจ้าหน้าที่การทูตพร้อมครอบครัวออกจากเมือง โดยสหรัฐรอเพียงการอนุมัติและประสานงานจากกระทรวงการต่างประเทศจีน คาดว่าจะสามารถเริ่มออกจากอู่ฮั่นได้ในวันพรุ่งนี้ (26 ม.ค.) อย่างไรก็ดียังไม่ชัดเจนว่ามีจำนวนเจ้าหน้าที่ทูตอเมริกัน และพลเมืองอเมริกันในอู่ฮั่นมากน้อยเท่าใด

ทั้งนี้ สหรัฐมีแผนจะปิดทำการสถานกงสุลในนครอู่ฮั่นเป็นการชั่วคราวด้วย

ฮ่องกงประกาศภาวะฉุกเฉิน สกัดเชื้ออู่ฮั่นระบาด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612821

  • วันที่ 25 ม.ค. 2563 เวลา 16:56 น.

ฮ่องกงประกาศภาวะฉุกเฉิน สกัดเชื้ออู่ฮั่นระบาด

ฮ่องกงงัดมาตรการฉุกเฉินสูงสุด รับมือไวรัสระบาด หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 5 ราย ยกเลิกตรุษจีน-ปิดเรียนถึง 17 ก.พ.

วันนี้ (25 ม.ค.) นางแคร์รี่ แลม ผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ได้ออกคำสั่งประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณะสุขในระดับสูงสุด เพื่อรับมือการระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

คำแถลงของนางแลมมีขึ้นหลัง ศูนย์คุ้มครองสุขภาพ (ซีเอสพี) ของกระทรวงสาธารณสุขฮ่องกง ได้เผยว่าพบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นเพิ่มอีก 3 ราย ส่งผลให้ขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันในฮ่องกงมีทั้งสิ้น 5 ราย โดยมาตรการฉุกเฉินของฮ่องกงมีดังนี้ …

  • โรงเรียนทุกระดับชั้น สถานศึกษาและมหาวิทยาลัยทุกแห่งในฮ่องกง ซึ่งปิดการเรียนการสอนช่วงเทศกาลตรุษจีนในขณะนี้ ขยายเวลาการปิดการเรียนไปจนถึงวันที่ 17 ก.พ.
  • สั่งยกเลิกจัดงานเฉลิมฉลองเทศการตรุษจีน และงานแข่งขันวิ่งมาราธอนสแตนดาร์ดชารเตอร์ที่จะมีขึ้นในเดือนหน้าช่วงต้นเดือนหน้า
  • ขอความช่วยเหลือด้านหน้ากากอนามัยจากทางปักกิ่งเพื่อให้มั่นใจว่าจะเพียงพอต่อการใช้งานในฮ่องกง
  • ยกเลิกเที่ยวบินระหว่างประเทศ และปิดบริการรถไฟความเร็วสูงทั้งเข้าและออกจากอู่ฮั่นถึงเกาะฮ่องกงอย่างไม่มีกำหนด

อู่ฮั่น

  • ทางการจีนสั่งก่อสร้าง “โรงพยาบาลพิเศษ” แห่งที่สองในเมืองอู่ฮั่น จำนวน 1,300 เตียง ในทันที หลังจากเมื่อวานนี้ (24 ม.ค.) จีนเริ่มสร้างโรงพยาบาล 1,000 เตียง โดยทั้งสองแห่งต้องมีกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ 3 ก.ย.
  • นครอู่ฮั่นสั่งห้ามรถยนต์ทุกคันวิ่งเข้า-ออกในพื้นที่เขตเมือง เว้นแต้รถของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือรถที่มีบัตรผ่านพิเศษเท่านั้น โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่เที่ยงคืนของวันนี้เป็นต้นไป
  • รัฐบาลมณฑลหูเป่ย์ สั่งระดมเสบียงยังชีพทั้งอุปโภค-บริโภคสำรองใน”ระยะกลางถึงระยะยาว”

ออสเตรเลีย

  • ออสเตรเลียพบผู้ติดเชื้อโคโรนาเพิ่มอีก 3 ราย ที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ เป็นชายวัย 43, 45, และ 53 โดยทั้งสามคนมีประวัติเดินทางจากอู่ฮั่น ขณะนี้ออสเตรเลียมีผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้ว 4 ราย

อดีตบุรุษไปรษณีย์ญี่ปุ่น ดองจดหมายลูกค้า 24,000 ฉบับ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612813

  • วันที่ 25 ม.ค. 2563 เวลา 15:27 น.

อดีตบุรุษไปรษณีย์ญี่ปุ่น ดองจดหมายลูกค้า 24,000 ฉบับ

อดีตบุรุษไปรษณีย์ญี่ปุ่น ดองจดหมาย-พัสดุลูกค้าไว้ในบ้านกองเท่าภูเขานาน 17 ปี อ้างเยอะเกินส่งไม่ไหว

อดีตบุรุษไปรษณีย์ญี่ปุ่นวัย 61 อาจถูกตำรวจในจังหวัดคานากาวะ จับกุมฐานฝ่าฝืนกฎหมายไปรษณีย์ หลังจากที่พบว่า อดีตบุรุษไปรษณีย์รายนี้เก็บจดหมายของลูกค้าที่ไม่ได้ส่งให้กับผู้รับไว้นานถึง 17 ปี โดยมีทั้งจดหมายและพัสดุรวม 24,000 ชิ้น จำนวนนี้พบว่าจดหมายบางฉบับนับย้อนกลับไปได้ถึงปี 2003

อดีตบุรุษไปรษณีย์ผู้นี้กล่าวยอมรับกับตำรวจว่า ปริมาณของจดหมายและพัสดุมีมากจนส่งไม่ไหว และเขาเองก็ไม่อยากให้เพื่อรวมงานคิดว่าทำงานสู้ไปรษณีย์รุ่นน้องไม่ได้ จึงแอบนำจดหมายและพัสดุมาซุกไว้ที่บ้าน

อย่างไรก็ดี สำนักงานไปรษณีย์สาขาที่ชายผู้นี้ทำงานอยู่ ได้ทราบเรื่องตั้งแต่ปีที่แล้วหลังผู้ร้องเรียนพัสดุสูญหายรวมประมาณ 1,000 ชิ้น จึงทำการสอบสวนภายใน กระทั่งเขายอมรับสารภาพในที่สุด และถูกไล่ออกจากงาน พร้อมแถลงขอโทษและให้คำมั่นว่าจะส่งจดหมายที่ถูกดองไว้เหล่านี้ถึงปลายทางให้ได้

ทั้งนี้ ตำรวจญี่ปุ่นเตรียมดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนกฎหมายไปรษณีย์ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 เยน (ราว 139,000 บาท)

(AFP Photo/CHARLY TRIBALLEAU)

ประมวลภาพ “อู่ฮั่น” สมรภูมิหลักสู้ไวรัสพันธุ์ใหม่ในวันตรุษจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612800

  • วันที่ 25 ม.ค. 2563 เวลา 13:40 น.

ประมวลภาพ "อู่ฮั่น" สมรภูมิหลักสู้ไวรัสพันธุ์ใหม่ในวันตรุษจีน

จีนสั่งชัตดาวน์เพิ่มอีกหลายเมืองในมณฑลหูเป่ย์ กระทบประชากรแล้วกว่า 56 ล้านคน พร้อมระดมทีมแพทย์ 1,230 คน ลงพื้นที่อู่ฮั่น

ทางการจีนได้มีคำสั่งปิดเมืองเพิ่มในอีกหลายเมืองที่อยู่ใกล้เคียงกับนครอู่ฮั่น ของมณฑลหูเป่ย์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แล้ว จนถึงขณะนี้ จีนได้สั่งปิดเมืองในมณฑลหูเป่ย์แล้วทั้งสิ้น 18 เมือง กระทบประชากรรวมแล้วถึง 56 ล้านคน

พร้อมกันนี้ ด้านคณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติจีนได้สั่งระดมเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จำนวน 1,230 คน โดยแบ่งเป็นคณะทำงาน 6 กลุ่ม ลงพื้นที่ยังนครอู่ฮั่น ซึ่งจีนประกาศเป็นสมรภูมิการรบหลักของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

นอกจากทีมแพทย์ของสาธารณสุขจีนแล้ว ทางกองทัพจีนได้ส่งแพทย์ทหารจำนวน 450 นาย ลงยังพื้นที่เมืองอู่ฮั่น อันเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดเช่นกัน

อย่างไรก็ดี โรงพยาบาลกลางนครอู่ฮั่นได้เผยแพร่ภาพของทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ผ่านบัญชีสื่อสังคมออนไลน์เว่ยป๋อ ยังคงมีกำลังใจดีในการปฏิบัติหน้าที่ ท่ามกลางโรคระบาดแม้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนซึ่งเป็นเทศกาลสำคัญ

ขณะเดียวกัน ภาพถ่ายจากสำนักข่าวเอเอฟพี แสดงให้เห็นภาพของนครอู่ฮั่นแทบตกอยู่ในสภาพเมืองร้าง ผู้คนที่สัญจรไปมาตามท้องถนนล้วนสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อ วัดสำคัญที่ชาวเมืองนิยมมาไหว้ขอพรในช่วงเทศกาลตรุษจีนถูกปิด

ประชาชนนับร้อยๆคนต่อคิวเข้ารับการตรวจคัดกรองเชื้อที่โรงพยาบาลหลายแห่งของเมือง รวมถึงแห่ซื้อหน้ากากอนามัยตามร้านขายยาเพื่อกักตุน

 

นอกจากที่นครอู่ฮั่นยังพบว่า บรรยากาศการฉลองตรุษจีนในหลายเมืองใหญ่ของจีนเป็นไปด้วยความเงียบเหงา โดย ที่นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเงินของจีน มีคำสั่งประกาศปิดโรงภาพยนตร์ ทุกแห่งของเมืองจนถึงวันที่ 30 มกราคม กระทบต่อภาพยนตร์จีน 7 เรื่องที่มีกำหนดฉายรอบปฐมทัศน์ในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวที่ภาพยนตร์ในจีนสามารถทำรายได้มหาศาล

ขณะเดียวกันที่สวนสนุกดิสนีย์แลนด์เซี่ยงไฮ้ ได้ประกาศปิดทำการอย่างไม่มีกำหนดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาเช่นกัน เช่นเดียวกับที่กรุงปักกิ่ง ทางการได้สั่งระงับจัดงานเฉลิมฉลองตรุษจีน รวมถึงสั่งปิดการเข้าชมกำแพงเมืองจีนในบางจุด

 

 

 

 

 

 

PHOTO : AFP / WEIBO

มาเลเซียพบผู้ติดเชื้ออู่ฮั่น 3 รายแรก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612782

  • วันที่ 25 ม.ค. 2563 เวลา 11:57 น.

มาเลเซียพบผู้ติดเชื้ออู่ฮั่น 3 รายแรก

มาเลเซียยืนยันผู้ป่วยเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นกรณีแรก พบเป็นภรรยาของผู้ติดเชื้อที่สิงคโปร์

นายDzulkefly Ahmad รมว.สาธารณสุขของมาเลเซีย แถลงในวันนี้ (25 ม.ค.) ยืนยันพบผู้ป่วยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นกรณีแรกของประเทศ 3 ราย เป็นผู้ติดเชื้อหญิงชาวจีนวัย 65 ปี และหลานชายสองคนวัย 11 และ 2 ปี ที่รัฐยะโฮร์

รายงานระบุว่า หญิงผู้ติดเชื้อรายนี้เป็นภรรยาของชายที่ติดเชื้อไวรัสชนิดเดียวกัน ซึ่งขณะผู้เป็นสามีเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลที่สิงคโปร์ ส่วนผู้ติดเชื้อสามรายในมาเลเซีย เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล Sungai Buloh ในกรุงกัวลาร์ลัมเปอร์แล้วด้วยอาการทรงตัว

มาเลเซียยังระบุว่า จะทำการตรวจคัดกรองผู้โดยสารทุกรายในทุกเที่ยวบินที่เดินทางจากจีน ทั้งตามสนามบินและทุกช่องทางเข้าออกทั่วประเทศเพื่อสกัดการระบาดของเชื้อไวรัส

ออสเตรเลีย-เนปาล-ฝรั่งเศส พบผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นรายแรก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612771

  • วันที่ 25 ม.ค. 2563 เวลา 10:41 น.

ออสเตรเลีย-เนปาล-ฝรั่งเศส พบผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นรายแรก

ไวรัสอู่ฮั่นลามถึงยุโรป ฝรั่งเศสพบ 3 ราย ส่วนออสเตรเลีย-เนปาล พบรายแรกของประเทศ

วันนี้ (25 ม.ค.) ทางการออสเตรเลียได้ยืนยันการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เป็นรายแรกของประเทศแล้ว โดยเป็นนักท่องเที่ยวชายชาวจีนวัย 41 ปี เดินทางจากนครอู่ฮั่น มายังนครเมลเบิร์นของออสเตรเลียตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทางการรัฐวิคตอเรียได้กักตัวผู้ป่วยรายนี้ไว้แล้ว ภายใต้กฎระเบียบการควบคุมโรคอันเข้มงวดของออสเตรเลีย โดยขณะนี้ผู้ป่วยมีอาการทรงตัว

นอกจากนี้ออสเตรเลียได้ยกระดับคำเตือนไปยังพลเมืองที่ระดับ 4 ซึ่งหมายความว่า ห้ามเดินทางไปยังมณฑลหูเป่ย์ซึ่งเป็นพื้นที่โรคระบาดขณะเดียวกันที่ประเทศเนปาล ก็ได้รับการยืนยันว่าพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เช่นกัน เป็นนักศึกษาปริญญาเอกวัย 31 ปี ที่เดินทางกลับมาจากเมืองอู่ฮั่น หลังจากไปค้นหาข้อมูลทำปริญญาเอก

เช่นเดียวกับฝรั่งเศส กระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศสยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ทีเดียว 3 ราย ถือเป็นการพบผู้ติดเชื้อเป็นกรณีแรกของยุโรป โดยผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยัน 3 รายนี้ มีประวัติเดินทางมาจากจีน โดยสองรายเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงปารีส และอีกรายที่โรงพยาบาลเมืองบอร์กโด

รมว.สาธารณสุขฝรั่งเศสยอมรับว่า ขณะนี้ฝรั่งเศสพบผู้ป่วยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อย่างเป็นทางการในสองกรณี ที่ปารีส และที่บอร์กโด และคาดว่าอาจพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม

ที่สหรัฐ ก่อนหน้านี้มีรายงานพบผู้ป่วยรายแรกที่นครซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน แต่ล่าสุดพบผู้ป่วยรายที่สองแล้วที่นครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์

ยอดติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นทะลุหลักพันคน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612768

  • วันที่ 25 ม.ค. 2563 เวลา 10:13 น.

ยอดติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นทะลุหลักพันคน

ตัวเลขผู้เสียชีวิตไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่พุ่ง 41 ราย ติดเชื้อเกินหลักพันคน

ทางการจีนแถลงอัปเดตสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในวันนี้ (25 ม.ค.) ว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อในจีนที่ได้รับการยืนยันแล้วอยู่ที่ 1287 ราย เสียชีวิตแล้ว 41 ราย จำนวนนี้ 39 รายเสียชีวิตในมณฑลหูเป่ย์ และอีก 19 รายเป็นผู้ติดเชื้อในต่างประเทศ

โดยที่เมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดพบว่า ยังมีผู้ป่วยอีกหลายร้อยคนรอคอยการยืนยันผลการตรวจว่าตนเองจะเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้หรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า แพทย์รายหนึ่งวัย 62 ปี ที่โรงพยาบาลในมลฑลหูเปย์ เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นแล้ว

ด้านรัฐบาลปักกิ่งส่งเจ้าหน้าที่แพทย์ทหาร พร้อมเครื่องมือทางการแพทย์ จำนวน 450 นาย ลงพื้นที่อู่ฮั่นเพื่อรับมือกับวิกฤติการระบาดครั้งนี้แล้ว ส่วนผู้ติดเชื้อทั่วโลกพบว่าประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อมากสุดคือ ไทยและฮ่องกงที่ 5 ราย

แพทย์ในมณฑลหูเป่ยเสียชีวิตจากไวรัสอู่ฮั่น ยอดติดเชื้อพุ่ง1300 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612765

  • วันที่ 25 ม.ค. 2563 เวลา 09:19 น.

แพทย์ในมณฑลหูเป่ยเสียชีวิตจากไวรัสอู่ฮั่น ยอดติดเชื้อพุ่ง1300

• สรุปสถานการณ์ล่าสุดของการระบาดของไวรัสอู่ฮั่น (2019-nCoV) ช่วงเช้าวันที่ 25 มกราคม 2563 พลเจ้าหน้าที่แพทย์เสียชีวิตแล้วที่หูเป่ย

• สื่อของทางการจีนรายงานว่า แพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในมณฑลหูเป่ย เสียชีวิตจากไวรัสอู่ฮั่น นายแพทย์ท่านนี้มีชื่อ เหลียงอู่ตง วัย 62 ปี เป็นแพย์ที่โรงพยาบาล  Hubei Xinhua Hospital และทำงานอย่างขันแข็งในแนวหน้าของการระบาดที่อู่ฮั่นมาโดยตลอด

• ออสเตรเลียพบผู้ติดเชื้อรายแรกที่รัฐวิกทอเรีย เป็นชายชาวจีนวัยราวๆ 50 ปีที่บินมาจากเมืองกว่างโจว โปรดสังเกตว่านี่ไม่ใช่กรณีมาจากอู่ฮั่น

• ฝรั่งเศสพบผู้ติดเชื้อพร้อมกัน 3 ราย คือที่เมืองบอร์โดซ์ ที่บอร์โดซ์เป็นนักท่องเที่ยววัย 48 ปี ที่เดินทางกลับจากจีนผ่านทางอู่ฮั่น และพบผู้ติดเชื้อที่ปารีสตามมา และต่อมามีรายงานญาติของผู้ติดเชื้อกลุ่มแรกนี้เป็นรายที่ 3 แต่ไม่ได้ระบุว่าอยู่ที่เมืองใด

• ชั่วเวลาข้ามคืน ยอดผู้ติดเชื้อในจีนกระโดดขึ้นมาถึง 1,287 ราย โดยพบใหม่ถึง 444 ราย เสียชีวิตแล้ว 41 ราย

• ที่นิวยอร์ก กำลังตรวจสอบผู้ต้องสงสัย 3 ราย

• ส่วนยอดผู้ติดเชื้อล่าสุดทั่วโลก ไทยและฮ่องกง 5 ราย

• ฝรั่งเศส, สิงคโปร์, ไต้หวัน, จำนวน 3 ราย

• มาเก๊า,ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สหรัฐ, เวียดนาม 2 ราย

• ออสเตรเลียและเนปาล 1 ราย

• รวมผู้ติดเชื้อทั้งโลก 1311 ราย เสียชีวิต 41 รายเฉพาะในจีน

• มีรายงานจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในเซี่ยงไฮ้ว่า มีการปิดโรงภาพยนต์ทั้งหมดในเซี่ยงไฮ้ช่วงเทศกาลตรุษจีน

• มีรายงานว่ากระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีนสั่งห้ามบริการทัวร์ทั้งในและต่างประเทศ แต่ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม สื่อต่างประเทศรายงานว่ากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาของไทยได้แปลคำสั่งของทางจีนออกมาและแจกจ่ายไปยังบริษัททัวร์ในไทย เรื่องนี้ยังจะต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป

• ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากไวรัสอู่ฮั่นต่อสหรัฐ ล่าสุด หุ้นในสหรัฐอเมริกาดิ่งลงในขั้นที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม 2562 ท่ามกลางความกังวลว่าไวรัสตัวใหม่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

• ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐชื่นชมจีน โดยกล่าวในทวิตเตอร์ @realDonaldTrump ว่า “ประเทศจีนทำงานอย่างหนักเพื่อควบคุมโคโรนาไวรัส สหรัฐชื่นชมความพยายามและความโปร่งใสเป็นอย่างมาก ผลการทำงานทั้งหมดจะออกมาดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในนามของคนอเมริกัน ผมต้องขอบคุณประธานาธิบดีสี”

ผู้ป่วย6โรคนี้ควรรู้’อาหารต้องห้าม’ ยิ่งกินร่างกายยิ่งพัง! #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468547

news_default

ผู้ป่วย6โรคนี้ควรรู้’อาหารต้องห้าม’ ยิ่งกินร่างกายยิ่งพัง!

วันเสาร์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2563, 09.12 น.

อาหารที่เรารับประทานกันทุกวัน นอกจากจะให้พลังงานและสารอาหารที่จำเป็น รวมถึงช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และทำหน้าที่เสมือนยารักษาโรคแล้ว ในบางครั้งก็กลับจะให้โทษได้เหมือนกันนะคะ หากว่าเรารับประทานอาหารนั้นๆ ไม่ถูกจังหวะ โดยเฉพาะในช่วงที่สุขภาพไม่แข็งแรง ร่างกายอ่อนแอ โรคภัยถามหา ก่อนจะรับประทานอะไรคงต้องเลือกกันสักนิด เวลาป่วย หรือใครที่มีโรคประจำตัว มีเมนูอะไรที่เราควรหลีกเลี่ยงกันบ้าง ไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อก https://lifecenterthailand.wordpress.com มีคำแนะนำดีๆ มาฝากกัน

ไมเกรน ปวดหัวจี๊ดๆ ข้างเดียวเป็นประจำ ควรงดเมนูขนมหวาน ขนมเค้ก ชานม น้ำผลไม้หวานๆ น้ำอัดลม เพราะอาหารหวานที่มีปริมาณน้ำตาลสูงจะทำให้น้ำตาลในเลือดไม่คงที่ จะเพิ่มสูงขึ้น และลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดโรคไฮโปโกลซีเมียหรืออาการที่น้ำตาลในเลือดต่ำได้ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรน นอกจากนั้น ยังควรลดปริมาณการรับประทานเนื้อสัตว์ ทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เพราะโปรตีนจากเนื้อสัตว์เหล่านี้มักมีสารพิษตกค้างจากฮอร์โมนต่างๆในกระบวนการเลี้ยง ทั้งยังมีกรดแอมิโนไทโรซิน ที่ทำให้ปวดหัวได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

อาการข้ออักเสบ ปวดข้อ ปวดเข่า จะลุกนั่งก็ลำบาก ลองงดน้ำแข็ง อาหารเย็นๆ เพราะความเย็นจะทำให้กระเพาะอาหารของเราทำงานหนักขึ้น และระบบไหลเวียนของเลือดยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพอีกด้วย ที่สำคัญ ควรลดอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เครื่องใน ไขมัน เพราะสารพิษตกค้างที่อยู่ในเนื้อสัตว์ จะเป็นตัวเพิ่มอาการเจ็บปวด และอาการอักเสบให้รุนแรงยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ที่มีอาการกระเพาะอาหารอักเสบ ปวดท้อง แสบท้องเป็นประจำ ไม่ควรรับประทานอาหารประเภทยำ หรืออาหารรสจัด รวมทั้ง ชา กาแฟ น้ำอัดลม (อาหารที่มีกาเฟอีนสูง) เพราะจะยิ่งทำให้เกิดการระคายเคืองของเยื่อบุกระเพาะมากขึ้นค่ะ อาหารรสจัดยังจะยิ่งเร่งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารมากขึ้นอีกด้วย

ผู้ที่มีอาการของโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็ม มีเกลือหรือโซเดียมสูง เพราะโซเดียมจะเร่งให้ความดันให้ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงอาหารรสหวาน และผลไม้สุก เพราะน้ำตาลและไขมันจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นได้ง่าย ทั้งโรคหลอดเลือดเปราะ จอตาเสื่อม โรคไต ท่อปัสสาวะอักเสบ เป็นต้น

ผู้ป่วยที่มีอาการตับแข็ง ตับอักเสบ หรืออาการเสื่อมสภาพของตับ ต้องหลีกเลี่ยงอาหารทำร้ายตับ ซึ่งหลักๆ เลย คือ อาหารประเภทเนื้อสัตว์ เพราะบรรดาเนื้อสัตว์ทั้งหลายจะทำให้ตับต้องทำงานอย่างหนักในการขับของเสีย เช่น ยูเรีย และ แอมโมเนีย ออกไป แต่เมื่อตับทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพของเสียต่างๆ จึงถูกขับออกจากร่างกายได้น้อยลง และจะถูกดูดซึมกลับเข้าไปในกระแสเลือดอีกครั้ง ทำให้สุขภาพแย่ลงเซื่องซึม และบางครั้งอาจมีอาการหนักถึงขั้นหมดสติไปเลยก็ได้

ทั้งนี้ คนป่วยมักต้องการการดูแลมากกว่าคนทั่วไป เพราะอวัยวะภายในบางส่วนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ พฤติกรรมการรับประทานอาหารจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ การเลือกเมนูที่เหมาะสมจะช่วยให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ทำงานเบาลง และให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง ใส่ใจกับเมนูต่างๆ แล้วอย่าลืมออกกำลังกายอย่างพอเหมาะเพื่อช่วยฟื้นฟู เสริมสร้างสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรงกันด้วย

การท่องเที่ยวแบบเกื้อกูลกันระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน‘win win situation’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468418

การท่องเที่ยวแบบเกื้อกูลกันระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน‘win win situation’

วันเสาร์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

การส่งเสริมท่องเที่ยวของประเทศไทยได้รับการยอมรับและยกย่องจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว เมียนมา กัมพูชา เวียดนามว่าเป็นต้นแบบของความสำเร็จ แต่ในส่วนของ ททท. เองนั้นเราตระหนักเสมอมาว่า การท่องเที่ยวที่จะช่วยพัฒนาบ้านเราและพัฒนาประเทศเพื่อนบ้านไปพร้อมๆ กันนั้นคือสิ่งสำคัญเหนืออื่นใด ดังนั้น ททท. จึงพยายามส่งเสริมให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตควบคู่ไปพร้อมๆ กับการท่องเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้าน เพราะการท่องเที่ยวแบบนี้จะช่วยเสริมสร้างทั้งเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้แน่นแฟ้นยั่งยืน เพราะทั้งเราและเขาต่างต้องพึ่งพาอาศัยกัน แล้วถ้ายิ่งเรามีความพร้อมมากกว่าเขา เรายิ่งต้องแบ่งปันให้กับเขา

แนวหน้าวาไรตี้สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย จะพาคุณไปสนทนากับ คุณธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ด้านสื่อสารการตลาด เพื่อจะทำให้คุณได้เห็นชัดว่า ททท. คำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกันอันเกิดจากการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับเพื่อนบ้าน และจะพาคุณไปเที่ยวงานนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ 2563 ที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งนับเป็นงานเล็กๆ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพระหว่างคนไทยกับชาวกัมพูชา

l งาน Countdown นับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ 2563 ที่ ททท. เลือกไปจัดที่สระแก้ว มีเหตุผลอะไรครับ

ก่อนอื่นต้องเรียนว่านี้นับเป็นครั้งแรกที่ ททท. จัดงานเพื่อฉลองปีใหม่ที่จังหวัดเล็กๆ ซึ่งคือเมืองรอง โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดที่เราเรียกว่าเมืองรอง แต่เป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจรอรับนักท่องเที่ยวอยู่ ส่วนอีกประเด็นก็คือการจัดงานCountdown ที่อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว นั้น ก็เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวสระแก้ว ชาวไทยจากจังหวัดอื่นๆ และพี่น้องชาวกัมพูชาได้หันมาให้ความสำคัญกับจังหวัดสระแก้วในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจจะเห็นได้ว่างานนี้มีนักท่องเที่ยวกัมพูชาเป็นจำนวนมากมาร่วมงาน เมื่อพี่น้องกัมพูชามาเที่ยวบ้านเรา เขาก็ต้องจับจ่ายใช้สอย ต้องกินอาหาร ต้องซื้อของและต้องพักค้างคืนในฝั่งบ้านเรา นี่คือการกระตุ้นเศรษฐกิจในบ้านเราไปในตัว ชาวกัมพูชาที่เข้ามาชมงานบอกกับเจ้าหน้าที่ของ ททท. ว่างานนี้มีความน่าสนใจ และเป็นงานที่ทำให้พวกเขาสนุกสนาน และอยากให้เราจัดงานทำนองนี้บ่อยๆ และเท่าที่ผมได้รับทราบรายงานจากผู้ประกอบการโรงแรมในย่านนี้ต่างบอกว่าโรงแรมเต็มหรือเกือบเต็มในช่วงนี้ เพราะมีทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวกัมพูชาเข้ามาพักกันมากมาย นี่คือการตอบโจทย์ด้านการเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน ส่วนประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชนก็ดีขึ้น เพราะชาวกัมพูชาต่างบอกว่าขอบคุณที่ไทยจัดงานรื่นเริงใหญ่โตเช่นนี้ เพราะงานขนาดนี้หาได้ไม่ง่ายนักในฝั่งของบ้านเขาสำหรับ concept การจัดงานเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาคตะวันออกโดย ททท. นั้น เราใช้แนวคิดหลักคือ More Fun เพราะ ททท. เห็นว่าภาคตะวันออกมีสิ่งน่าสนใจมากมาย สามารถจัดกิจกรรมได้เกือบทั้งปีโดยไล่มาตั้งแต่จังหวัดนครนายก สระแก้ว ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ภูมิภาคนี้มีทั้งแหล่งผลไม้ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และโบราณสถาน รวมถึงกิจกรรมด้านการกีฬาสารพัดรูปแบบ

l ผมสังเกตเห็นแนวคิดสำคัญของการจัดงาน Countdownครั้งนี้อีกอย่างคือ พยายามให้ทุกคนตระหนักถึงการไม่สร้างขยะ

ใช่ครับ งาน Countdown ที่สระแก้วในปีนี้ เราเน้นให้ทุกคนไม่สร้างขยะเพิ่ม ไม่ทิ้งขยะให้กลาดเกลื่อน เราจึงใช้หลักการ ขยะแลกทองเพื่อให้ผู้ไปร่วมงานมีจิตสำนึกรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่สร้างขยะ และช่วยกันกำจัดขยะ เนื่องจากมีปัญหาให้พบเห็นเสมอๆ คือ หลังจากงานจบไปแล้วมักจะมีขยะทิ้งเต็มไปหมด แต่สำหรับที่นี่เราจะพยายามทำให้ขยะเป็นศูนย์เพราะนี่คือแนวคิดสำคัญของ ททท. ที่เราเน้นหนักมาโดยตลอด คือเมื่อเที่ยวแล้ว ก็ต้องร่วมกันรักษาสภาพแวดล้อมให้งดงาม ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และไม่ทิ้งขยะในสถานที่ที่เราไปเที่ยว

l ททท. จัดงาน Countdown ในจังหวัดรองในปีนี้กี่แห่งครับ

7 แห่งครับ คือ เชียงราย กาฬสินธุ์ ลพบุรี ราชบุรี สระแก้วพัทลุง ส่วนที่กรุงเทพฯ ไม่ใช่เมืองรอง แต่เป็นเมืองที่เราจัดงาน Countdown เป็นประจำทุกปี เนื่องจากเป็นเมืองหลวงของไทย และเป็นที่ที่มีผู้ไปร่วมงานมากที่สุด และต่างชาติก็ให้ความสนใจกับ Countdown ที่กรุงเทพฯอย่างมากเช่นกัน

l การจัดงานใหญ่เช่นนี้ในเมืองรอง ททท. คาดหวังอะไรครับแต่เท่าที่ผมคุยกับผู้ค้าขาย เขาบอกว่าเขาขายดีกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด

ททท. มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์เมืองรองเป็นอันดับแรก เพราะต้องการกระจายนักท่องเที่ยวไปตามเมืองรองที่น่าสนใจ และเมื่อมีการจัดงาน event ใหญ่เช่นนี้ก็เป็นธรรมดาที่จะมีผู้คนให้ความสนใจมากขึ้น ทำให้การค้าขาย และเศรษฐกิจในจังหวัดกระเตื้องมากขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น เพราะคนที่ไปเที่ยวต้องกิน ต้องใช้ และต้องพักตามโรงแรม ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งของการจัดงานที่สระแก้วก็เพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ ที่อยู่ในบริเวณนี้ เช่น ชาวญ้อ เวียดนาม จีน ลาว กัมพูชา และไทย ดังนั้นจะเห็นว่าในงานจะมีการใช้ภาษาไทยและกัมพูชา และมีการแสดงของกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลาย และมีอาหารและสินค้าของกลุ่มชาติพันธุ์ด้วย นี่คือเสน่ห์ของชาวอุษาคเนย์ และนี่คือ local experience ที่ชัดเจนมากสำหรับนักท่องเที่ยว

l ท่านรองฯ มีตัวเลขเศรษฐกิจในใจสำหรับงานนี้ไหมครับ

สระแก้วเป็นเมืองรอง ดังนั้น ในปีหนึ่งๆ จะมีนักท่องเที่ยวไปเยือนประมาณ 2.2 ล้านคน โดยร้อยละ 80 เป็นคนไทย ส่วนที่เหลือเป็นชาวต่างประเทศ ส่วนใหญ่ก็คือชาวกัมพูชา รายได้จากการท่องเที่ยวของที่สระแก้วประมาณปีละ 6 พันล้านบาทเศษๆ ผมคิดว่าตัวเลขนี้ไม่ขี้เหร่มากนัก และที่สำคัญคือเราเห็นโอกาสที่เมืองรองแห่งนี้จะเติบโตต่อไปในอนาคต และในปีหน้านี้ ททท. มีนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเมืองรองมากยิ่งขึ้น สำหรับที่สระแก้วนี้เป็นจุดที่สามารถข้ามพรมแดนไปกัมพูชาได้สะดวก ดังจะเห็นว่าล่าสุดสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชาสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอเพียงแค่การเปิดใช้อย่างเป็นทางการ เมื่อเปิดใช้แล้วผมมั่นใจว่าจะทำให้การเดินทางไปมาหาสู่กันและกันเพิ่มมากขึ้น และจะส่งผลให้ตัวเลขเศรษฐกิจระหว่างไทยกับกัมพูชาดีมากกว่าเดิม

l ผมเคยถามพี่น้องกัมพูชาว่า เมื่อเขามาเมืองไทย เขาสนใจซื้อสินค้าอะไรจากบ้านเราบ้าง และไปเที่ยวที่ไหนบ้าง เขาตอบว่าชอบไปเที่ยวทะเล และชอบเข้าไปเที่ยวเมืองใหญ่ๆ ของไทย แล้วก็ชอบซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยทุกชนิด เพราะคุณภาพดี คำตอบเช่นนี้สะท้อนอะไรบ้างครับท่านรองฯ

ถูกต้อง และเป็นความจริงครับอาจารย์ พี่น้องลาว กัมพูชา และเมียนมา ที่เข้ามาไทยตามแนวชายแดนนั้น เมื่อเขาข้ามมาแล้ว เขาไม่ได้อยู่
เฉพาะบริเวณจังหวัดชายแดนเท่านั้น เพราะเขาเข้าไปเที่ยวกรุงเทพฯไปพัทยา ไปวัดพระแก้ว และไปซื้อของ และเที่ยวเตร่ตามสถานที่ต่างๆในบ้านเรา หลายรายขับรถยนต์เข้ามาเอง แล้วเที่ยวเป็นเวลาหลายวัน ซื้อข้าวของกันอย่างสนุกสนาน นี่คือสิ่งที่เราได้ประโยชน์จากการค้าขายและการท่องเที่ยวที่ชัดเจนที่สุด และได้ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านอย่างดีด้วยครับ ดังนั้น ททท. จึงพยายามส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดชายแดนอย่างจริงจัง ส่วนที่สระแก้วนั้น ผมคาดการณ์ว่าในปีหน้านี้น่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีกสักประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็จะต้องสร้างกิจกรรมกระตุ้นให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้นด้วย

l ส่วนตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในไทยในช่วงก่อนปีใหม่จนถึงช่วงสัปดาห์แรกของปีใหม่ ททท. มีตัวเลขคร่าวๆ ไหมครับและการจัดงาน Countdown จะช่วยเพิ่มยอดนักท่องเที่ยวสักมากน้อยเพียงใดครับ

ททท. มีตัวเลขนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2562 คือประมาณ 38 ล้านคน โดยวันที่ 20 ธันวาคม เรามีการฉลองให้กับนักท่องเที่ยวคนที่ 38 ล้าน ซึ่งเป็นชาวอินเดีย แล้วในวันที่ 27 ธันวาคม เราก็ต้อนรับนักท่องเที่ยวคนที่ 39 ล้าน จากรัสเซีย เพราะฉะนั้นในช่วง 28 ธันวาคม ถึง 31 ธันวาคม ททท. คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาอีก 7 แสนกว่าคน เฉลี่ยต่อวันคือมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาบ้านเราวันละ 1.3 แสนคน แต่บางวันก็มีมากเกือบ 2 แสนคน แล้วเมื่อเราประมาณการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่อวันต่อคนคือ 1.2 หมื่นบาท ก็น่าจะทำให้ประเทศมีรายได้มากขึ้น แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ ททท. ยังมองไปถึงบรรยากาศของการท่องเที่ยวที่ทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจ มากกว่าคำนึงถึงรายได้เพียงอย่างเดียว ยิ่งในช่วงที่บรรยากาศของเศรษฐกิจไม่ค่อยดีเช่นทุกวันนี้ ททท. ยิ่งต้องพยายามกระตุ้นให้คนเข้ามาเที่ยวในบ้านเราโดยทำให้เขาเห็นว่าการเที่ยวในไทยคุ้มค่าและได้ประโยชน์สำหรับเขามากที่สุดเมื่อเทียบกับไปเที่ยวในประเทศอื่นๆ และในปีหน้านี้ ททท. จะเน้นการจัด event marketing โดยจะมุ่งในเชิงศิลปวัฒนธรรม ขนบประเพณีของไทย รวมถึงด้านอาหารการกินด้วย และจัดควบคู่ไปกับด้านการกีฬา หรือ sport tourism แต่ทุกกิจกรรมที่ ททท. ทำก็ต้องให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ปีหน้าเป็นปีที่ ททท. มีอายุครบ 60 ปีซึ่ง ททท. ตระหนักดีว่าการที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเติบโตมากอย่างเห็นได้ชัดภายในระยะเวลา 60 ปี เป็นเพราะความร่วมมือร่วมใจของคนไทยทุกภาคส่วน ทั้งราชการและเอกชน ผมจำได้ว่าในปีก่อตั้ง ททท. คือ 2503 วันนั้นมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยเพียง 8 หมื่นคน แต่ในปี 2563 เราจะมีนักท่องเที่ยวถึงเกือบ 41 ล้านคน นี่คือความสำเร็จของทุกภาคส่วนในเมืองไทยที่ร่วมมือกับ ททท. เราได้รับความร่วมมือที่ดีจากสายการบินหลายสาย และจากบริษัทนำเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ แล้วที่สำคัญคือนักท่องเที่ยวต่างชาติเชื่อมั่นว่าการเที่ยวในประเทศไทยนั้นทำให้เขาได้รับความคุ้มค่าและประทับใจ เนื่องจากเมืองไทยมีจุดขายด้านการท่องเที่ยวที่ดีมาก เพราะฉะนั้นในปีหน้า คือปี 2563 ททท. จะจัดงานใหญ่คือ 60’s Anniversaries Amazing Thailand Grand Invitation เพื่อขอบคุณผู้มีน้ำใจต่อประเทศไทย และจะเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวที่เคยมาบ้านเราแล้ว กลับมาเยือนเราอีก โดยเราจะจัดเตรียมความประทับใจไว้ให้พวกเขาทุกคน

l ผมเคยคุยกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เขาประทับใจเมืองไทย เขาบอกว่า เขาชอบทะเลไทย ชอบอาหารไทย และชอบวัดวาอารามในไทย และเขาจะกลับมาอีกอย่างแน่นอน ท่านรองฯมองคำพูดของนักท่องเที่ยวที่บอกผมอย่างไรครับ

เราในนามของ ททท. พยายามเฝ้ามองการเดินทางเข้ามาเยือนไทยของนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด ต้องพยายามทำให้เขารู้สึกเสมอว่าการเข้ามาเที่ยวไทยแล้วทำให้เขาได้ประสบการณ์ดีๆ มีความคุ้มค่าในการมาเยือน และเราก็คิดเสมอว่า เมื่อมีนักท่องเที่ยวกลุ่ม repeater มากๆก็จะต้องหาแหล่งท่องเที่ยวที่ดีไว้รองรับพวกเขา ต้องทำแหล่งท่องเที่ยวให้ดี น่าเที่ยว และต้องไม่ลืมว่าการมีนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มาซ้ำเข้ามาเที่ยวบ้านเรา เขาจะรู้การมาการไปมากกว่าการเข้ามาเที่ยวครั้งแรก แล้วเขาก็จะประหยัดการใช้จ่ายมากกว่าเดิม เขาอาจไปเที่ยวเอง โดยไม่ซื้อทัวร์ เพราะเขาไปเองเป็นแล้ว และต้องการประหยัดเงิน ซึ่งเราไม่ว่ากันในเรื่องนี้แต่สิ่งที่เราต้องทำให้ดีที่สุดคือ ต้องให้เขารู้สึกคุ้มค่ากับการมาเที่ยวบ้านเราและเห็นว่าเมืองไทยคุ้มค่าสำหรับการเดินทางของเขา ส่วนนักท่องเที่ยวแบบ first visit ก็ยังเป็นกลุ่มที่ ททท. ต้องให้ความสำคัญมากเช่นเดิมเราต้องหาตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ ตลอดเวลา ส่วนแหล่งท่องเที่ยวในบ้านเราก็ต้องมีความน่าสนใจ บางทีอาจเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเดิม แต่ต้องมีความน่าสนใจสำหรับเขา เหมือนตัวอย่างคนไทยไปเที่ยวอังกฤษก็ไม่ได้ไปเฉพาะในกรุงลอนดอนเท่านั้น แต่จะไปเมืองอื่นๆ เช่น สกอตแลนด์ไปดับลินที่ไอร์แลนด์ หรือไม่เมืองอื่นๆ ในอังกฤษ เช่น แมนเชสเตอร์บาธ เบอร์มิงแฮม เป็นต้น ในอังกฤษในยูเครน มันอาจจะไม่ใช่แค่ลอนดอนมันอาจจะหมายถึงสกอตแลนด์ ไปแมนเชสเตอร์ ไปเบอร์มิ่งแฮม คือไปเจาะพื้นที่ใหม่ๆ ซึ่งไทยก็ต้องทำเช่นกัน ต้องมีที่ใหม่ๆ ให้เขาไปสัมผัส

l ผมย้อนกลับไปที่ ดร.สุรินทร์พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน เคยบอกไว้คือ ไทยในฐานะพี่ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวในอาเซียน ไทยควรจะให้การช่วยเหลือประเทศอื่นๆ ในอาเซียนที่ยังเป็นรองเราท่านรองฯ ก็ได้คุยกับอาจารย์สุรินทร์ในประเด็นนี้ ท่านรองฯ จะดำเนินการต่อไปอย่างไรครับ

ผมยังจำบทสนทนาของผมกับท่านอาจารย์สุรินทร์สั้นๆ ก่อนที่ผมจะไม่ได้เจอท่านอีกเลย ที่สนามบิน ผมเจอท่านโดยบังเอิญ ท่านถามว่า ททท.จะไปไหน ผมเรียนว่าผมกำลังจะไปงาน ITB ที่กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี และททท. จะเปิดกิจกรรมพิเศษคือ ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยเราจะเปิดเวทีของเราให้เพื่อนบ้านอาเซียนไปร่วมนำเสนอสาระสำคัญของการท่องเที่ยวของเขาให้ชาวโลกได้รับรู้ เพราะเราจัดเวทีนี้มาโดยตลอด ส่วนเพื่อนบ้านอาเซียนหลายประเทศยังไม่เคยมีประสบการณ์ตรงนี้ เมื่ออาจารย์สุรินทร์ได้ทราบท่านบอกผมว่า ทำไปเถอะ ขอให้ ททท. ทำต่อไปเถอะ เพราะนี้คือสิ่งที่จะช่วยให้อาเซียนได้ประโยชน์ ไทยก็ได้ประโยชน์ แล้วไทยก็จะได้ความรู้สึกดีๆ จากเพื่อนบ้านด้วย แล้วสุดท้ายผลบวกจะกลับมาที่ประเทศไทย ผมจำคำนี้ได้ดี และพยายามทำตามที่อาจารย์สุรินทร์บอกเสมอๆ นี่คือการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยรวม เราต้องแบ่งปันกันเราจะทำธุรกิจแบบเดิมๆ ไม่ได้อีกแล้ว เราต้องช่วยกัน และต้องแลกเปลี่ยนกันเขามาเยือนเรา เราไปเยือนเขา และสนับสนุนให้ต่างชาติไปเที่ยวเมืองของเขาด้วยหลังจากต่างชาติมาเที่ยวบ้านเราแล้ว

l ผมเชื่อว่าจริงๆ แล้วฝรั่งหลายคนที่มาเที่ยวบ้านเรา เขาก็อยากไปดูนครวัด นครธม หรือไปหลวงพระบาง ไปมัณฑะเลย์ หรือที่อื่นๆ ดังนั้นเมื่อเขามาบ้านเราแล้ว เขาก็อยากไปเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้านของเราบ้าง เราก็ช่วยเหลือเพื่อนบ้านของเราได้ ใช่ไหมครับเพราะบ้านเรามีสนามบินที่สะดวกกว่า และจากบ้านเราก็สามารถเดินทางเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้สะดวก

ใช่ครับ เห็นด้วยครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ททท.พยายามกระทำ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ททท. มีงาน ATF ซึ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวในกลุ่มอาเซียน เราจัดทุกปี และในต้นปีหน้า เราก็จัดงานนี้อีก งานนี้เป็นเวทีสำคัญที่จะทำให้กลุ่มประเทศในอาเซียนมาพูดจาหารือพบปะกัน และนำสินค้าด้านการท่องเที่ยวและบริการมาแลกเปลี่ยนกัน มีการประชุมของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงท่องเที่ยวในแต่ละประเทศ เพื่อหาจุดลงตัวที่ทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน และแน่นอนที่สุด จะมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวของอาเซียนให้นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยวได้รับทราบข้อมูลเชิงลึกด้วย คือ เหมือนอย่างที่อาจารย์เฉลิมชัยได้พูดเมื่อสักครู่ว่านักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น เขาไม่ได้มาประเทศไทยประเทศเดียว แต่เขาจะผนวกแหล่งท่องเที่ยวในเพื่อนบ้านไว้ในทริปของเขาด้วย

l ผมเห็นบ้านเราเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวจริง แต่นักท่องเที่ยวก็อยากจะไปเที่ยวเมียนมา ไปลาว ไปกัมพูชา ผมเคยคุยกับคนพม่า เขาบอกว่าอิจฉาบ้านเรา ททท. ทำงานเก่ง ผมคุยกับคนเวียดนาม เขาบอกว่าเขาอิจฉา ททท. เพราะทำงานเก่ง แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็บอกว่าบ้านคุณก็มีอะไรดีๆ ที่นักท่องเที่ยวไทยก็อยากไปนักท่องเที่ยวตะวันตกก็อยากไป ดังนั้นเรามาร่วมมือกันดีไหม ผมเชื่อว่าตอนนี้ ททท. ก็ต้องทำงานหนักมากขึ้นนอกจากงานในบ้านเราแล้วยังต้องเชื่อมความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านด้วย ท่านรองฯ มีอะไรเล่าให้ฟังบ้างครับ

ผมคิดว่าปัจจัยแห่งความสำเร็จของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในรอบ 60 ปีที่ผ่านมานี้ หลายประเทศถามอยู่เสมอว่า ทำไม Amazing Thailand ประสบความสำเร็จ ผมบอกว่าเพราะเราเรียนรู้มา บางครั้งเราเจ็บปวด แต่เราก็พร้อมที่จะลุกขึ้นมาสู้ใหม่ แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ประเทศไทยโชคดีที่ได้รับความร่วมไม้ร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเด่นชัดมาก ในยามที่เราเจอเหตุการณ์ร้ายๆ ภาคเอกชนจะลงขันช่วยกันเรียกความมั่นใจกลับคืนมา ในยามที่เศรษฐกิจซบเซาภาครัฐบาลก็พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือในทุกด้าน เช่นภาษี และเรื่องวีซ่า เพื่อกระตุ้นความต้องการของนักท่องเที่ยวให้กลับมาเที่ยวบ้านเราผมว่านี่คือสิ่งที่เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในรอบ 60 ปีครับ และมีประเด็นสำคัญอีกเรื่องคือ ททท. จะให้ความสำคัญกับการใส่ใจรักษาสิ่งแวดล้อมให้หนักกว่าที่ผ่านๆ มา ททท.จะต้องทำให้โลกเห็นว่าไทยเอาจริงเอาจังกับการรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะสิ่งแวดล้อมสำคัญกับโลกของเรา ททท. จึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และต้องทำให้โลกรู้ว่าไทยให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมมากกว่าการมีรายได้จากการท่องเที่ยวที่ทำลายสิ่งแวดล้อม

คุณสามารถพบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความบันเทิง รายการ แนวหน้าวาไรตี้ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์ TNN2 ช่อง 784 ดิจิทัลทีวี หรือ True Visions 8 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ผู้หญิงแนวหน้า by คุณแหน