นับถอยหลังเลือกตั้ง อบจ. 20 ธันวาฯนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยันพร้อมดูแลพื้นที่เต็มพิกัด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นับถอยหลังเลือกตั้ง อบจ. 20 ธันวาฯนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ยันพร้อมดูแลพื้นที่เต็มพิกัด (komchadluek.net)

นับถอยหลังเลือกตั้ง อบจ. 20 ธันวาฯนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ยันพร้อมดูแลพื้นที่เต็มพิกัด

นับถอยหลังเลือกตั้ง อบจ. 20 ธันวาฯนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ยันพร้อมดูแลพื้นที่เต็มพิกัด

19 ธันวาคม 2563 – 16:14 น.

นับถอยหลังเลือกตั้ง อบจ. 20 ธันวาฯนี้ ขณะที่ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ยืนยันพร้อมดูแลพื้นที่อย่างเต็มพิกัด

วันนี้ 19 ธ.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายว่าทางกระทรวงมหาดไทย มีหนังสือด่วนที่สุดถึงนายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ,นราธิวาส,สงขลา ให้กำหนดมาตรการในการดูแลและรักษาความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนในวันการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.)และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) อย่างเข้มงวด ในวันที่ 20 ธ.ค.63 อีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงยะลา ได้เพิ่มความเข้มในการดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มพิกัด โดยเน้นย้ำตรวจค้นบุคคลต้องสงสัยรถจักรยานยนต์-รถยนต์ต้องสงสัยและอาวุธปืน หลังมีข่าวแจ้งเตือนปรากฏความเคลื่อนไหวของแกนนำระดับสั่งการในพื้นที่พบปะ/สั่งการให้สมาชิกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เตรียมการก่อเหตุร้ายปั่นป่วนสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งกลุ่มคนร้ายยังคงมีความเคลื่อนไหวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีความพยายามที่จะก่อเหตุ ซุ่มยิง ยิงก่อกวน ฐานปฏิบัติการ จุดตรวจ ด่านตรวจ ที่มีการระวังป้องกันต่ำ ลอบวางระเบิดแสวงเครื่องต่อเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ชุดลาดตระเวนเส้นทาง ระบบสาธารณูโภค แหล่งท่องเที่ยว ย่านเศรษฐกิจ สถานบันเทิง หรือลอบวางระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็ก ต่อร้านขายของขนาดเล็ก ร้านสะดวกซื้อ และ ตู้ ATM โดยเพ่งเล็งพื้นที่ที่เคยปรากฏการก่อเหตุมาแล้ว

พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า สำหรับวันที่ 20 ธ.ค.63 ที่จะถึงอีกไม่กี่ชั่วโมง ก็จะมีการเลือกตั้ง นายก อบจ.และ ส.อบจ. ทั่วทั้งประเทศ ในส่วนของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็จะมีการเลือกตั้งเช่นกันแต่ในห่วงที่ผ่านมาจะมีสถานการณ์ด้านการข่าวที่สืบทราบตลอดเวลาก็ยังไม่ปรากฏว่ามีความขัดแย้งในระหว่างสมาชิกผู้สมัคกันเองจนถึงขั้นที่จะต้องใช้ความรุนแรงแต่อย่างใด ทั้งนี้ทั้งนั้นตนเองก็ขอให้พี่น้องประชาชนได้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ หากใครพบว่าจะมีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นสามารถที่จะแจ้งมายังกองการรักษาความมั่นคงส่วนหน้า ได้ที่หมายเลข 1341 หรือจะโทรไปยังหมายเลขสายตรงของท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ที่หมายเลข 061-1732999 เพื่อที่เราจะใช้ช่วยกัน

ระงับเหตุความรุนแรงไม่ให้เกิดขึ้น ส่วนในกรณีที่จะมีการก่อกวนหรือมีการก่อเหตุขึ้นแล้วในสถานที่เลือกตั้งสถานที่ใดสถานที่หนึ่งตรงนี้ทางท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำในเรื่องของการเตรียมการมาตั้งแต่ต้นแล้ว แม้ว่าจะเป็นเรื่องของการซักซ้อมเข้าถึงที่เกิดเหตุและการใช้กำลังบูรณาการร่วมกับ 3 ฝ่าย พลเรือน ตำรวจ ทหาร ได้มีการเตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังพลอาวุธยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะ ที่จะเข้าถึงสถานที่เกิดเหตุได้อย่างทันท่วงที ตรงนี้พี่น้องประชาชนไม่ต้องเป็นห่วงแต่อย่างใด

นายมาวันดี รามันห์สิริวงศ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค ประจำ จ.ยะลา

นายกฯ เชิญชวนประชาชน ใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ. 20 ธ.ค.นี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นายกฯ เชิญชวนประชาชน ใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ. 20 ธ.ค.นี้ (komchadluek.net)

นายกฯ เชิญชวนประชาชน ใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ. 20 ธ.ค.นี้

นายกฯ เชิญชวนประชาชน ใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ.  20 ธ.ค.นี้

19 ธันวาคม 2563 – 15:54 น.

นายกฯ เชิญชวนประชาชน ใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ. 20 ธ.ค.นี้ พร้อมสั่งอำนวยความสะดวกการเดินทาง

19 ธ.ค.63 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เชิญชวนประชาชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในวันอาทิตย์ที่ 20 ธ.ค. นี้ โดยขอให้ประชาชนได้พิจารณาเลือกคนดี มีความสามารถเข้าไปทำหน้าที่พัฒนาจังหวัดให้เกิดความเจริญก้าวหน้า เพราะ อบจ.มีความสำคัญในการพัฒนาจังหวัด ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สาธารณสุข การอาชีพ สาธารณูปโภคต่าง ๆ ฯลฯ

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งท้องถิ่น เพราะถือเป็นกลไกการกระจายอำนาจ เพื่อพัฒนาในระดับพื้นที่อย่างตรงจุด ตรงตามความต้องการของประชาชน สำหรับการเลือกตั้ง อบจ.ครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งแรกในรอบหลายปี จัดขึ้นหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2562 ทั้งยังเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นประเภทแรก ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งระดับอื่นตามมาในปี 2564 จึงขอให้ประชาชนได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อเลือกผู้บริหารมาพัฒนาพื้นที่ของตัวเอง

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ยังแสดงความห่วงใยการเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อไปใช้สิทธิเลือกตั้ง จึงได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อำนวยความสะดวกการเดินทางของประชาชน โดยย้ำว่าต้องสร้างความมั่นใจและความอุ่นใจต่อประชาชนในด้านการเดินทาง  และยังขอให้ประชาชนเดินทางด้วยความระมัดระวัง มีสติ อย่าประมาท งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับขี่ยานพาหนะ  เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นต่อตนเองและผู้อื่น 

“คมชัดลึก” เกาะติดทุกความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง อบจ. ครั้ง ปวศ. รอบ 6 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“คมชัดลึก”เกาะติดทุกความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง อบจ. ครั้ง ปวศ. รอบ 6 ปี (komchadluek.net)

“คมชัดลึก”เกาะติดทุกความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง อบจ. ครั้ง ปวศ. รอบ 6 ปี 

"คมชัดลึก"เกาะติดทุกความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง อบจ. ครั้ง ปวศ. รอบ 6 ปี 

19 ธันวาคม 2563 – 15:32 น.

 20 ธันวาคมนี้ ศึกเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ทั่วประเทศ จะปะทุขึ้นแล้ว เป็นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 6 ปี คืนอำนาจให้กับท้องถิ่น “คมชัดลึกออนไลน์” เกาะติดรายงานข่าวทุกความเคลื่อนไหว   

วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคมนี้ จะมีการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 76 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งนับว่า เป็นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์และคืนอำนาจท้องถิ่นให้กับประชาชน เพราะไม่มีการเลือกตั้ง อบจ. มาเป็นเวลานานถึง 6 ปี นับตั้งแต่ คสช. ยึดอำนาจ 

การเลือกตั้งครั้งนี้ “คมชัดลึกออนไลน์”จะทำหน้าที่รายงานข่าวทุกความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเลือกตั้ง นายก อบจ. บรรยากาศการออกไปใช้สิทธิ์ของประชาชน,เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในรอบวัน, คนมีชื่อเสียง คนเด่น คนดัง คนวงการบันเทิง ดารา ไปลงคะแนนเสียง 

“โดยเฉพาะการรายงานผลคะแนน มีการใช้อาสาสมัครร่วม 1 พันคนรายงานคะแนนชนิดเสมือน”เรียลไทม์ “ทำให้ท่านสามารถลุ้นผลคะแนนได้ตลอดเวลาทาง “คมชัดลึกออนไลน์ “นอกจากนี้จังหวัดไหนพื้นที่ไหนคะแนนเบียดสูสีกัน เราจะรายงานข่าวให้ทราบตลอดรวมทั้งจังหวัดที่มีการล้มช้าง ผู้สมัครหน้าใหม่แจ้งเกิด การวิเคราะห์ผลเลือกตั้ง รวมทั้งอื่นๆอีกมากมาย ” 

 สำหรับ อบจ. เป็นเหมือนองค์กรที่ใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่มากที่สุด การเลือกตัวแทนเข้าไปเป็นนายกอบจ. และสมาชิกสภา อบจ. จึงเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะบุคคลเหล่านี้ เมื่อได้รับเลือกแล้ว ก็จะมีหน้าที่ในการแก้ปัญหา บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของตน

ปายเร่งมอบหีบบัตรพร้อมอุปกรณ์เลือกตั้ง อบจ.ให้หน่วยที่อยู่ห่างไกลก่อนค่ำมืด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ปายเร่งมอบหีบบัตรพร้อมอุปกรณ์เลือกตั้ง อบจ.ให้หน่วยที่อยู่ห่างไกลก่อนค่ำมืด (komchadluek.net)

ปายเร่งมอบหีบบัตรพร้อมอุปกรณ์เลือกตั้ง อบจ.ให้หน่วยที่อยู่ห่างไกลก่อนค่ำมืด

ปายเร่งมอบหีบบัตรพร้อมอุปกรณ์เลือกตั้ง อบจ.ให้หน่วยที่อยู่ห่างไกลก่อนค่ำมืด

19 ธันวาคม 2563 – 15:04 น.

เกาะติดเลือกตั้ง อบจ. แม่ฮ่องสอน ปายเร่งส่งมอบหีบบัตรพร้อมอุปกรณ์ให้หน่วยที่อยู่ห่างไกลก่อนค่ำมืด

เกาะติด เลือกตั้ง อบจ. 19 ธันวาคม 2563 เมื่อเวลา 09.00 น. ว่าที่ร้อยตรี นพรัตน์ ศุภกิจโกศล นายอำเภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน ร่วมกิจกรรมในการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ในพื้นที่อำเภอปาย โดยมี นายบุญชู จันทร์ดำ ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธาน พร้อมด้วยประธานคณะอนุกรรมการการเลือกตั้งประจำอำเภอปาย (ปลัดอำเภออาวุโส) ทีมวิทยากร กรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัด ณ หอประชุมโรงเรียนปายวิทยาคาร

เวลาต่อมา ได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินมอบหีบบัตรเลือกตั้ง พร้อมอุปกรณ์การเลือกตั้ง ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอปาย สำหรับในพื้นที่อำเภอปาย หน่วยเลือกตั้งบางแห่งอยู่ห่างไกล หากมีการส่งมอบล่าช้าอาจจะต้องเดินทางไปถึงในห้วงมืดค่ำ ทำให้หลายหน่วยเลือกตั้ง ต้องเร่งรีบรับมอบหีบบัตรและเดินทางแต่เช้าเพื่อให้ไปถึงหน่วยเลือกตั้งก่อนค่ำมืด และรีบดำเนินการจัดสถานที่ลงคะแนนเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนมาใช้สิทธิ์ เลือกตั้ง อบจ. ได้อย่างสะดวก

แม่ฮ่องสอน, เลือกตั้ง อบจ.
แม่ฮ่องสอน, เลือกตั้ง อบจ.
แม่ฮ่องสอน, เลือกตั้ง อบจ.
แม่ฮ่องสอน, เลือกตั้ง อบจ.
แม่ฮ่องสอน, เลือกตั้ง อบจ.

CR : ทศพล บุญพัฒน์ – แม่ฮ่องสอน

“ทิพานัน” เร่ง “ธนาธร” ตรวจสอบคดีบริษัทน้องชายเอี่ยวติดสินบน – มารดาครอบครองที่ดินผิดกฎหมาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ทิพานัน” เร่ง “ธนาธร” ตรวจสอบคดีบริษัทน้องชายเอี่ยวติดสินบน – มารดาครอบครองที่ดินผิดกฎหมาย (komchadluek.net)

“ทิพานัน” เร่ง “ธนาธร” ตรวจสอบคดีบริษัทน้องชายเอี่ยวติดสินบน – มารดาครอบครองที่ดินผิดกฎหมาย

"ทิพานัน" เร่ง "ธนาธร" ตรวจสอบคดีบริษัทน้องชายเอี่ยวติดสินบน - มารดาครอบครองที่ดินผิดกฎหมาย

19 ธันวาคม 2563 – 14:02 น.

“ทิพานัน” เร่ง “ธนาธร” ตรวจสอบคดีบริษัทน้องชายเอี่ยวติดสินบน – มารดาครอบครองที่ดินผิดกฎหมาย ลั่นหากตอบไม่ได้ “อุดมการณ์” ที่ผ่านมาล้วนหลอกลวง

19 ธ.ค.63 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส. กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ได้เคยขอความโปร่งใสให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจในฐานะผู้ถือหุ้นและเจ้าของบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัดขณะนั้น ตอบคำถามกับสังคมกรณีที่น้องชายคือนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ พัวพันมีเอี่ยวการติดสินบน 500 ล้านบาท และได้จ่ายไปแล้วบางส่วนจำนวน 20 ล้านบาทเพื่อเป็นการจูงใจให้บริษัท เรียลแอสเสทฯ ได้สิทธิการเช่าที่ดินระยะยาวโดยไม่ต้องผ่านการประมูลแข่งขันตามขั้นตอนปกตินั้น เวลาล่วงเลยมา 12 วันแล้ว ก็ยังไม่ได้คำตอบที่เป็นความจริงในฐานะผู้ถือหุ้นและเจ้าของบริษัทดังกล่าวแต่อย่างใดเลย นอกจากนี้ยังมีคดีที่มารดาของนายธนาธรถือครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติและป่าไม้ถาวร ก็ยังไม่เห็นมีการชี้แจงใดๆ เช่นกัน

น.ส. ทิพานัน กล่าวว่า หลังคำแถลงของนายสกุลธร น้องชายของนายธนาธร เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมานั้น สังคมยังมีคำวิจารณ์กันต่อว่า ไม่มีน้ำหนัก ไม่มีเหตุผลเพียงพอ ขัดกับแถลงการของโฆษกอัยการสูงสุดเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ที่ให้ข้อมูลว่า “ในส่วนของนายสกุลธร ผู้ให้เงินแก่ผู้ต้องหาที่ 1 และที่ 2 โดยมีเจตนาให้นำไปให้เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำความผิดต่อหน้าที่จึงเข้าลักษณะเป็นการใช้ให้ผู้ต้องหาที่ 2 ไปกระทำความผิด นายสกุลธรจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย” ซึ่งอธิบายตามหลักกฎหมายได้ว่า ผู้เสียหายโดยนิตินัย หมายถึง ผู้ที่ไม่มีส่วนในการกระทำผิด หรือ ไม่เป็นผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน หรือ รู้เห็นในการกระทำผิด หรือ ไม่เป็นการกระทำที่มีวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมายนั้นด้วย ดังนั้นจึงเป็นเหตุทำให้นายสกุลธรไม่สามารถฟ้องดำเนินคดีกับผู้ที่มาหลอกลวงได้ เพราะการจะฟ้องทั้งทางแพ่งและอาญากับผู้รับเงิน ผู้ฟ้องจะต้องไม่มีส่วนร่วมกับการกระทำผิดนั้นด้วย หรือตามสุภาษิตกฎหมายที่ว่า เมื่อมาศาลด้วยมืออันสกปรก ศาลย่อมไม่รับบังคับบัญชาให้ 

“ทั้งนี้คำแถลงของนายสกุลธร สำหรับเงินจำนวน 20 ล้านบาทที่อ้างว่าเป็นเงินค่านายหน้านั้นก็มีพิรุธ เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 845 ว่าด้วยเรื่องการจ่ายค่าบำเหน็จแก่นายหน้าบัญญัติไว้ชัดเจนว่า “บุคคลผู้ใดตกลงจะให้ค่าบำเหน็จแก่นายหน้าเพื่อที่ชี้ช่องให้ได้เข้าทำสัญญาก็ดี จัดการให้ได้ทำสัญญากันก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดใช้ค่าบำเหน็จก็ต่อเมื่อสัญญานั้นได้ทำกันสำเร็จเนื่องแต่ผลแห่งการที่นายหน้าได้ชี้ช่องหรือจัดการนั้น” ดังนั้นเมื่อนายสกุลธรยังไม่ได้เข้าทำสัญญากับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ นายหน้าจึงยังไม่มีสิทธิได้รับเงิน อีกทั้งในการประมูลสิทธิในที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ต้องทำตามขั้นตอนอย่างเปิดเผย ให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาประมูลได้ จึงไม่น่าจะต้องมีนายหน้าแต่อย่างใด” น.ส. ทิพานัน กล่าว

น.ส. ทิพานัน กล่าวว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนสอบสวนคดีและคำพิพากษาจึงน่าเชื่อถือมากกว่าคำแถลงของนายสกุลธรที่กล่าวลอยๆ ไม่มีน้ำหนัก ไม่มีหลักฐานเพียงพอต่อข้อสงสัยของสังคม และสุดท้ายหากนายธนาธร ที่เป็นต้นแบบให้กลุ่มเยาวชน ไม่สามารถตรวจสอบ ชี้แจง ตอบคำถาม หรือปฏิรูปเรื่องใดๆ ของครอบครัวตนเองได้ ย่อมอาจกลายเป็นผู้หากินกับอุดมการณ์ของประชาชน ดังนั้น ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า นายธนาธรสองมาตรฐาน ไม่ได้เท่าเทียมและโปร่งใสตามที่เขาหลอกลวง

“อานนท์” โต้ UN เรื่องของคนไทยอย่าจุ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“อานนท์” โต้ UN เรื่องของคนไทยอย่าจุ้น (komchadluek.net)

“อานนท์” โต้ UN เรื่องของคนไทยอย่าจุ้น

 "อานนท์" โต้ UN เรื่องของคนไทยอย่าจุ้น

19 ธันวาคม 2563 – 11:08 น.

“อานนท์ แสนน่าน”โต้ UN เรื่องของคนไทยอย่าจุ้น ปลื้มอดีตสหาย ผกค.เปิดใจยืนยันอดีตการต่อสู้เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ย้ำขอหนุนใช้ ม.112 เร่งรัฐบาลรีบดำเนินคดีกับผู้จาบจ้วง

19 ธ.ค.63  นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยว่า ตนได้ลงพื้นที่ร่วมทำกิจกรรม “ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์” กับอดีตสหาย “ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์” หรือ ผกค.ได้เปลี่ยนมาเป็น “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” หรือ ผรท.ในพื้นที่จังหวัดศรีษะเกษ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดมหาสารคาม และ จังหวัดขอนแก่น เพราะที่ผ่านมาทางอดีตสหาย ผกค.ได้ประสานไปทาง นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อแสดงจุดยืนว่าอดีตสหาย ผกค.เก่า ได้พัฒนาตัวเองมาเป็น ผรท. เพื่อต้องการแสดงจุดยืนในการสนับสนุนใช้มาตรา 112 และต้องการให้จัดการกับผู้ที่หวังล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเด็ดขาด ตนจึงได้รับมอบหมายมาทำกิจกรรมร่วม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอดีตสหายเก่าจาก เขตงาน 203 เขตงาน 207 เขตงาน 222 เขตงาน 333 เขตงาน 555 เขตงาน 666 ตามที่มีคำสั่ง 66/23 ประกาศใช้โดย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ และ อดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย มีการเจรจาให้วางอาวุธปืนมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยเพื่อพัฒนาประเทศไทยไปด้วยกัน และทางรัฐบาลก็ให้การเยียวยาดูแลการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับประชาชนอดีตสหายเก่ามาอย่างต่อเนื่อง ใต้ร่มโพธิสมภารของ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งแต่รัชกาลที่ 9 จนมาถึงรัชกาลที่ 10 ทรงเป็นประมุขของประเทศ ทรงปกครองประชาชนและแผ่นดินไทยให้ได้รับความร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา ทรงเป็นมิ่งขวัญและเป็นศูนย์รวมความสามัคคีของประชาชนชาวไทยทั้งชาติ

นายอานนท์ กล่าวอีกว่า ซึ่งในขณะนี้ประเทศต่างๆทุกประเทศก็มีกฎหมายให้ความคุ้มครองประมุข ถ้ามีการไปกระทำการที่จาบจ้วง และยังมีกลุ่มบุคคลไปร้องเรียนองค์การสหประชาชาติ (UN) ให้สนับสนุนการยกเลิกมาตรา 112 ซึ่งถือเป็นการชักศึกเข้าบ้าน และมองว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้กำลังนำมาตรา 112 มาเล่นการเมือง เพื่อสร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง เราจำเป็นต้องออกมาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และสนับสนุนการใช้มาตรา 112 และฝากเตือนไปทาง UN ที่บอกว่าเห็นใจเยาวชนที่ถูกดำเนินคดี 112 นั้นอย่าไปหลงเชื่อพวกใส่ร้ายป้ายสีพระมหากษัตริย์ไทยมาก และที่สำคัญเป็นเรื่องภายในประเทศอย่ามาจุ้นจ้านมาก UN ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ของคนไทยที่จงรักภักดีต่อ ชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์

 "อานนท์" โต้ UN เรื่องของคนไทยอย่าจุ้น

นายอนุรักษ์ แสนเวียง หรือ “สหายน่าน” ประธานกรรมการ ผรท.ภาคอีสาน ได้กล่าวว่า วันนี้พวกเราอดีตสหาย ผกค.เก่า ได้ออกมารวมกันแสดงพลังจุดยืนเพื่อต่อสู้และปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ ที่ถูกกลุ่มนักการเมือง พรรคการเมือง และกลุ่มนักศึกษาที่มีความเห็นต่าง จาบจ้วงคิดจะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวและเป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทยการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยภาคอีสาน 20 จังหวัด ในครั้งนี้เพราะทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหาบูรพกษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ที่มีคุณูปการหาที่สุดมิได้กับกลุ่ม ผรท.จึงจำเป็นต้องออกมาต่อต้านผู้ที่คิดไม่ดีต่อสถาบันหลัก เพื่อปกป้องยอมสละชีวิต เพื่อให้ชาติไทยอยู่ตลอดไปชั่วนิจนิรันทร์ มิให้ใครมาทำลาย พร้อมทั้งได้ตั้งขบวนเดินรณรงค์ปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนชาวอดีตสหาย ผกค.และประชาชนผู้จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมรวมตัวกันออกมาประณามกลุ่มที่จาบจ้วงหวังล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์

 "อานนท์" โต้ UN เรื่องของคนไทยอย่าจุ้น

ส่วนทางด้าน นายสุพล หมื่นศรีพรม หรือ “สหายธวัชชัย” ประธานกลุ่ม ผรท.รักสันติ ได้กล่าวมา ที่ผ่านมาการต่อสู้ของอดีตสหายผกค.ออกมาเรียกร้องให้ความเสมอภาคต่อประชาชนโดยประชาชนอยู่ดีกินดีเท่านั้น และที่สำคัญเราออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและกลุ่มอดีตสหายเองก็มีความจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ไม่เคยคิดจะจาบจ้วงหรือหวังล้มล้างสถาบันแต่อย่างใด แต่มาวันนี้พวกเราเห็นพฤติกรรมของลูกหลานกระทำแล้วเหยียดหยามหัวใจของประชาชนอย่างมาก อยากจะบอกว่า บรรพบุรุษของเราแม้แต่อดีตสหาย ผกค.และประชาชนรุ่นหลังที่พวกเรายอมเสียเลือดเนื้อเพื่อปกป้องสถาบันหลักนั่นคือชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ ในการต่อสู้พวกเราจะจงรักภักดีเป็นอย่างมาก ขอเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดกับพวกจาบจ้วงและล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างรวดเร็วและให้ถึงที่สุด

อดีตสหาย ผกค.ยืนยันอดีตการต่อสู้เราเทิดทูนสถาบันฯ เพียงเรียกร้องความเสมอภาค ย้ำหนุนใช้ม.112 จัดการคนจาบจ้วง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อดีตสหาย ผกค.ยืนยันอดีตการต่อสู้เราเทิดทูนสถาบันฯเพียงเรียกร้องความเสมอภาค ย้ำหนุนใช้ม.112 จัดการคนจาบจ้วง (komchadluek.net)

อดีตสหาย ผกค.ยืนยันอดีตการต่อสู้เราเทิดทูนสถาบันฯเพียงเรียกร้องความเสมอภาค ย้ำหนุนใช้ม.112 จัดการคนจาบจ้วง

อดีตสหาย ผกค.ยืนยันอดีตการต่อสู้เราเทิดทูนสถาบันฯเพียงเรียกร้องความเสมอภาค ย้ำหนุนใช้ม.112  จัดการคนจาบจ้วง

19 ธันวาคม 2563 – 10:53 น.

อดีตสหาย ผกค.ยืนยันอดีตการต่อสู้เราเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เพียงเรียกร้องความเสมอภาคเท่านั้น ย้ำขอหนุนใช้ ม.112 ฝากรัฐบาลรีบดำเนินคดีกับผู้จาบจ้วง

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.63  ณ ศูนย์ประสานงานผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย(ผรท.)แห่งประเทศไทย บ้านโคกเก่า ต.หลักเขต อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน “รวมพลังอดีตสหาย ผกค.ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์” โดยมี นายศักดิ์ชาย พรหมโท ประธานกลุ่ม ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย(ผรท.) พ.ท.พิสิษฐ์ ชาญเจริญ ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทย นายอนุรักษ์ แสนเวียง ประธานกรรมการ ผรท.ภาคอีสาน นายสุพล หมื่นศรีพรม ประธานกลุ่ม ผรท.รักสันติ นายปิยะ ผูกจิต ประธานกลุ่มอุบลราชธานี นางอาภรณ์ เนื่องสมศรี ประธานกลุ่มจังหวัดขอนแก่น นางอ้อม กาบขุนทด ประธานกลุ่มจังหวัดนครราชสีมา และอดีตสหาย ผกค.เก่า ร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

อดีตสหาย ผกค.ยืนยันอดีตการต่อสู้เราเทิดทูนสถาบันฯเพียงเรียกร้องความเสมอภาค ย้ำหนุนใช้ม.112  จัดการคนจาบจ้วง
อดีตสหาย ผกค.ยืนยันอดีตการต่อสู้เราเทิดทูนสถาบันฯเพียงเรียกร้องความเสมอภาค ย้ำหนุนใช้ม.112  จัดการคนจาบจ้วง

นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทย ได้กล่าวว่า ทางอดีตสหาย หรือ ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ผกค.ได้ประสานไปทาง นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อแสดงจุดยืนว่าอดีตสหาย ผกค.เก่า ได้พัฒนาตัวเองมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย หรือ ผรท. เพื่อต้องการแสดงจุดยืนในการสนับสนุนใช้มาตรา 112 และต้องการให้จัดการกับผู้ที่หวังล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเด็ดขาด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอดีตสหายเก่าจาก เขตงาน 203 เขตงาน 207 เขตงาน 222 เขตงาน 333 เขตงาน 555 เขตงาน 666 ส่วนมีคำสั่ง 66/23 ประกาศใช้โดย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ และ อดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย มีการเจรจาให้วางอาวุธปืนมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยเพื่อพัฒนาประเทศไทยไปด้วยกัน และทางรัฐบาลก็ให้การเยียวยาดูแลการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับประชาชนอดีตสหายเก่ามาอย่างต่อเนื่อง ใต้ร่มโพธิสมภารของ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งแต่รัชกาลที่ 9 จนมาถึงรัชกาลที่ 10 ทรงเป็นประมุขของประเทศ ทรงปกครองประชาชนและแผ่นดินไทยให้ได้รับความร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา ทรงเป็นมิ่งขวัญและเป็นศูนย์รวมความสามัคคีของประชาชนชาวไทยทั้งชาติ

อดีตสหาย ผกค.ยืนยันอดีตการต่อสู้เราเทิดทูนสถาบันฯเพียงเรียกร้องความเสมอภาค ย้ำหนุนใช้ม.112  จัดการคนจาบจ้วง

นายอนุรักษ์ แสนเวียง หรือ “สหายน่าน” ประธานกรรมการ ผรท.ภาคอีสาน ได้กล่าวว่า วันนี้พวกเราอดีตสหาย ผกค.เก่า ได้ออกมารวมกันแสดงพลังจุดยืนเพื่อต่อสู้และปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ ที่ถูกกลุ่มนักการเมือง พรรคการเมือง และกลุ่มนักศึกษาที่มีความเห็นต่าง จาบจ้วงคิดจะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวและเป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทยการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยภาคอีสาน 20 จังหวัด ในครั้งนี้เพราะทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหาบูรพกษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ที่มีคุณูปการหาที่สุดมิได้กับกลุ่ม ผรท.จึงจำเป็นต้องออกมาต่อต้านผู้ที่คิดไม่ดีต่อสถาบันหลัก เพื่อปกป้องยอมสละชีวิต เพื่อให้ชาติไทยอยู่ตลอดไปชั่วนิจนิรันทร์ มิให้ใครมาทำลาย พร้อมทั้งได้ตั้งขบวนเดินรณรงค์ปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนชาวอดีตสหาย ผกค.และประชาชนผู้จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมรวมตัวกันออกมาประณามกลุ่มที่จาบจ้วงหวังล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์

อดีตสหาย ผกค.ยืนยันอดีตการต่อสู้เราเทิดทูนสถาบันฯเพียงเรียกร้องความเสมอภาค ย้ำหนุนใช้ม.112  จัดการคนจาบจ้วง

ส่วนทางด้าน นายสุพล หมื่นศรีพรม หรือ “สหายธวัชชัย” ประธานกลุ่ม ผรท.รักสันติ ได้กล่าวมา ที่ผ่านมาการต่อสู้ของอดีตสหายผกค.ออกมาเรียกร้องให้ความเสมอภาคต่อประชาชนโดยประชาชนอยู่ดีกินดีเท่านั้น และที่สำคัญเราออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและกลุ่มอดีตสหายเองก็มีความจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ไม่เคยคิดจะจาบจ้วงหรือหวังล้มล้างสถาบันแต่อย่างใด แต่มาวันนี้พวกเราเห็นพฤติกรรมของลูกหลานกระทำแล้วเหยียดหยามหัวใจของประชาชนอย่างมาก อยากจะบอกว่า บรรพบุรุษของเราแม้แต่อดีตสหาย ผกค.และประชาชนรุ่นหลังที่พวกเรายอมเสียเลือดเนื้อเพื่อปกป้องสถาบันหลักนั่นคือชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ ในการต่อสู้พวกเราจะจงรักภักดีเป็นอย่างมาก ขอเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดกับพวกจาบจ้วงและล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างรวดเร็วและให้ถึงที่สุด

อดีตสหาย ผกค.ยืนยันอดีตการต่อสู้เราเทิดทูนสถาบันฯเพียงเรียกร้องความเสมอภาค ย้ำหนุนใช้ม.112  จัดการคนจาบจ้วง
อดีตสหาย ผกค.ยืนยันอดีตการต่อสู้เราเทิดทูนสถาบันฯเพียงเรียกร้องความเสมอภาค ย้ำหนุนใช้ม.112  จัดการคนจาบจ้วง

“นายกฯ” ปลื้ม บลูมเบิร์กยกไทยอันดับ 1 ตลาดเกิดใหม่น่าจับตามองในปี 64 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“นายกฯ” ปลื้ม บลูมเบิร์กยกไทยอันดับ 1 ตลาดเกิดใหม่น่าจับตามองในปี 64 (komchadluek.net)

“นายกฯ” ปลื้ม บลูมเบิร์กยกไทยอันดับ 1 ตลาดเกิดใหม่น่าจับตามองในปี 64

"นายกฯ" ปลื้ม บลูมเบิร์กยกไทยอันดับ 1 ตลาดเกิดใหม่น่าจับตามองในปี 64

19 ธันวาคม 2563 – 09:45 น.

“นายกฯ” มั่นใจเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัว ปลื้ม Bloomberg ยกไทยเป็นประเทศที่มีแนวโน้มจะเป็นตลาดเกิดใหม่ที่แข็งแกร่งที่สุดในปี 2564

วันนี้ 19 ธันวาคม 2563 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่สำนักข่าว Bloomberg ประกาศให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 1 ของประเทศที่มีแนวโน้มจะเป็นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ที่มีภาพรวมทางเศรษฐกิจดีที่สุดในปี 2564 แสดงถึงความสามารถในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆซึ่งจะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นในเรื่องการค้าและการลงทุนในปี 2564

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า จากรายงานของสำนักข่าว Bloomberg หัวข้อ China Lags as Thailand, Russia Rank Top Emerging Market Picks เปิดเผยรายงานการศึกษาแนวโน้มทางเศรษฐกิจในปี 2564 ของ 17 ประเทศ อาทิ ไทย รัสเซีย จีน เกาหลีใต้ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เป็นต้น โดยมีตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจและการเงิน 11 ข้อ ซึ่งประเทศไทยได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่ 1 ในฐานะประเทศที่มีเงินทุนสำรองที่แข็งแกร่ง และมีศักยภาพสูงจากการไหลเข้าของเงินลงทุน (Portfolio Inflows)

ทั้งนี้ แม้ในรายงานของสำนักข่าว Bloomberg จะมีความห่วงกังวลเรื่องการกระจายวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 และผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโรคโควิด-19 ของประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงประเทศไทยซึ่งพึ่งพารายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า รัฐบาลได้เตรียมการรับมือกับประเด็นดังกล่าวเป็นอย่างดี โดยทางด้านสาธารณสุข รัฐบาลส่งเสริมการดำเนินการควบคุมโรค ป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้างอย่างเข้มงวด ควบคู่ไปกับส่งเสริมความร่วมมือทางด้านสาธารณสุขกับหุ้นส่วนและมิตรประเทศ เพื่อวิจัยและพัฒนา รวมถึงเตรียมผลิตวัคซีนและยกระดับการพัฒนาทางด้านสาธารณสุขไทย รวมทั้งส่งเสริมให้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เป็นสินค้าสาธารณะ และประชาชนสามารถได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง

สำหรับด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รัฐบาลได้เตรียมพร้อมและได้ดำเนินนโยบายเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 อาทิ โครงการคนละครึ่งเฟส 1 เฟส 2 เราเที่ยวด้วยกัน และ ช้อปดีมีคืน เป็นต้น

นอกจากนี้ รัฐบาลดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น ด้านคมนาคม ด้านพลังงาน ด้านการจัดการน้ำ ด้านการสื่อสาร รวมถึงการเร่งแผนส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เป็นต้น

รมว.ยุติธรรม แจงเงื่อนไขพักโทษ ณัฐวุฒิ ยันนักโทษ 7 กลุ่มร้ายแรงไม่มีสิทธิ์ ขออย่ากังวล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รมว.ยุติธรรม แจงเงื่อนไขพักโทษ ณัฐวุฒิ ยันนักโทษ 7 กลุ่มร้ายแรงไม่มีสิทธิ์ ขออย่ากังวล (komchadluek.net)

รมว.ยุติธรรม แจงเงื่อนไขพักโทษ ณัฐวุฒิ ยันนักโทษ 7 กลุ่มร้ายแรงไม่มีสิทธิ์ ขออย่ากังวล

รมว.ยุติธรรม แจงเงื่อนไขพักโทษ ณัฐวุฒิ ยันนักโทษ 7 กลุ่มร้ายแรงไม่มีสิทธิ์ ขออย่ากังวล

19 ธันวาคม 2563 – 09:10 น.

รมว.ยุติธรรม แจงเงื่อนไขพักโทษ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ต้องติดกำไลEM รายงานตัว 3 เดือน-ห้ามยุ่งการเมือง พร้อมพิจารณาติดกำไลผู้เหลือโทษไม่ถึง 5 ปี อีก 16,000 คน ยันนักโทษ 7 กลุ่มร้ายแรงไม่มีสิทธิ์ ขอสังคมอย่ากังวล

วันที่ 19 ธ.ค. 2563 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการพักโทษ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำ นปช. ว่า กรณีของนายณัฐวุฒิเป็นการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ และได้รับการพระราชทานอภัยโทษ ตาม พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ ซึ่งมีการพิจารณาคุณสมบัติผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์โดยคณะอนุกรรมการฯ

ซึ่งกรณีของนายณัฐวุฒิ มีเงื่อนไขการคุมประพฤติ คือ ระยะเวลาคุมประพฤติตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค.2563 – 29 มี.ค.2564 ติดกำไล EM 3 เดือน 11 วัน และต้องรายงานตัวกับ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดนนทบุรีเดือนละ 1 ครั้ง ต้องเข้ารับการอบรมตามหลักสูตรที่กรมคุมประพฤติกำหนด ภายในระยะเวลาติดกำไล EM ห้ามยุ่งเกี่ยวหรือมีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางการเมืองใดๆ เช่น ห้ามให้สัมภาษณ์ ปราศรัย ออกสื่อ หรือแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และมีพนักงานคุมประพฤติออกสอดส่องติดตามในระยะเวลาคุมประพฤติ อย่างน้อย 1 ครั้ง ห้ามออกนอกเขตจัหวัดนนทบุรี เว้นแต่มีธุระสำคัญเป็นครั้งคราวให้ขออนุญาตพนักงานคุมประพฤติและได้รับอนุญาตก่อนจึงจะออกนอกเขตพื้นที่ได้ และห้ามออกนอกราชอาณาจักร

นายสมศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนายณัฐวุฒิแล้วยังมีผู้ต้องขังที่ได้รับความเห็นชอบพักการลงโทษอีก 76 ราย ซึ่งทุกคนจะต้องปฏิบัติตามระเบียบและเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด ซึ่งการได้รับการพระราชทานอภัยโทษมีผู้ต้องขังที่ได้รับสิทธิแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม

กลุ่มแรก คือ กลุ่มแรกผู้ที่ได้รับการลดโทษแล้วครบกับโทษที่ได้รับ จะได้รับการปล่อยตัวเลย

กลุ่มที่สอง ผู้ที่ได้รับการลดโทษแล้วโทษเหลือไม่ถึง 1 ปีจะได้รับการพักโทษโดยการติดกำไล EM

และกลุ่มที่สาม ผู้ต้องขังที่ถูกคุมขังมาแล้ว 1 ใน 3 ลดโทษแล้วเหลือเกิน 1 ปีแต่ไม่ถึง 5 ปีซึ่งมีอยู่ประมาณ 16,000 คน ตรงนี้เราจะมาพิจารณาอีกครั้งว่าจะสามารถนำมาติดกำไล EM เพื่อพักโทษได้หรือไม่ ซึ่งต้องทำให้เสร็จภายใน 3 เดือน ตรงนี้จะเป็นการลดความแออัดภายในเรือนจำได้ ตามนโยบายของกระทรวงยุติธรรม

“สังคมไม่ต้องวิตกกังวลผู้ที่พ้นโทษจากการพระราชทานอภัยโทษและพักโทษ ผู้ต้องขังเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับคดีร้ายแรง 7 ประเภทคือ ฆ่าข่มขืนเด็ก ฆ่าข่มขืน ฆาตรกรต่อเนื่อง ฆาตรกรโรคจิต สังหารหมู่ ปล้นฆ่าชิงทรัพย์และนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ ซึ่งคนกลุ่มนี้จะไม่ได้รับการลดโทษ และหากผู้ต้องขังกลุ่มนี้พ้นโทษเรามีระบบการติดตามโดยศูนย์ JSOC ซึ่งเราจะพยายามอธิบายให้สังคมเข้าใจในรูปแบบและหน้าที่ของศูนย์เรื่อยๆต่อไป และเมื่อสังคมรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน จะช่วยส่งข่าวให้รับรู้และจะทำให้เกิดการระวังตัวทำให้ไม่เกิดเหตุร้ายขึ้นอีก ซึ่งผู้ที่ได้รับการลดโทษและพักโทษนั้นจะเป็นผู้ต้องขังคดีไม่ร้ายแรงและมีความประพฤติดี ตามการพิจารณาอย่างเข้มงวดของคณะกรรมการฯเท่านั้น”

สัมผัสคอลเลคชั่นแว่นตากันแดดครั้งแรกของแบรนด์ SIRIVANNAVARI #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – สัมผัสคอลเลคชั่นแว่นตากันแดดครั้งแรกของแบรนด์ SIRIVANNAVARI (naewna.com)

สัมผัสคอลเลคชั่นแว่นตากันแดดครั้งแรกของแบรนด์ SIRIVANNAVARI

สัมผัสคอลเลคชั่นแว่นตากันแดดครั้งแรกของแบรนด์ SIRIVANNAVARI

วันเสาร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.10 น.

ขอเชิญร่วมสัมผัสคอลเลคชั่นแว่นตากันแดดครั้งแรกของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ต้อนรับฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ 2020-2021 ตั้งแต่วันนี้ ที่ร้าน SIRIVANNAVARI ชั้น 1 คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

ร่วมเผยโฉมคอลเลคชั่นแว่นตากันแดดครั้งแรกจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา หนึ่งในคอลเลคชั่น ‘FRENCH FLAIR’ (เฟรนซ์แฟลร์) คอลเลคชั่นทรงออกแบบประจำฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ 2020/2021 ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI และ S’Homme

ล่าสุด ดีไซน์แรกของแว่นตากันแดดคอลเลคชั่นนี้ พร้อมเผยโฉมให้แฟชั่นนิสต้าจับจองเป็นเจ้าของด้วยกลิ่นอายความมีเสน่ห์ของปารีเซียงสตรีตสไตล์ เพื่อลุคอันโมเดิร์นรับปีใหม่  โดยที่ร้าน  SIRIVANNAVARI ชั้น 1 คิง เพาเวอร์ รางน้ำได้รับเกียรติจาก ดร.พัชรินรุจา จันทโรนานนท์ และ คุณโทบี้- ชัยวัฒน์ ตั้งคารวคุณ ให้เกียรติร่วมชมแว่นตากันแดดคอลเลคชั่นล่าสุดในครั้งนี้  ร่วมกับ คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒน-ประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ พร้อมร่วมชมผลิตภัณฑ์แฟชั่นอื่นๆ จากแบรนด์ SIRIVANNAVARI ในคอลเลคชั่น ‘FRENCH FLAIR’ (เฟรนซ์แฟลร์) คอลเลคชั่นทรงออกแบบประจำฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ 2020/2021 ในครั้งนี้ด้วย

สำหรับดีไซน์แรกของแว่นตากันแดดคอลเลคชั่นนี้ ผลิตขึ้นจากอาซิเตตชั้นดี ได้รับการดีไซน์กรอบแว่นเป็นทรงแปดเหลี่ยม ประดับเหรียญ และประทับโลโก้นกยูงที่ขาแว่น  โดยมีให้เลือก 3 เฉดสีด้วยกันคือ สีกระ สีเขียว และสีน้ำตาล ทั้งหมดมาพร้อมโซ่คล้องแว่น เพื่อความเก๋และความสะดวกในการใช้งาน ทั้งสำหรับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ

สามารถชมคอลเลคชั่นแว่นตากันแดดและผลิตภัณฑ์แฟชั่นอื่น ๆ ในคอลเลคชั่น ‘FRENCH FLAIR’ (เฟรนซ์แฟลร์) คอลเลคชั่นทรงออกแบบประจำฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ 2020/2021 ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI และ S’Homme ได้ที่ร้าน SIRIVANNAVARI ชั้น 1 คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป