15 Covid-19 cases found in quarantine, one domestic case confirmed in Samut Sakhon #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

15 Covid-19 cases found in quarantine, one domestic case confirmed in Samut Sakhon (nationthailand.com)

15 Covid-19 cases found in quarantine, one domestic case confirmed in Samut Sakhon

NationalDec 18. 2020

By The Nation

The Centre for Covid-19 Situation Administration (CCSA) reported 15 new cases in quarantine facilities over a 24-hour period on Friday and one domestic case.

The cases, both Thais and foreigners, were found at quarantine centres in Bangkok, Samut Prakan and Chonburi provinces.

A Thai woman in Samut Sakhon province tested positive. Health authorities are checking the source of her infection as well as her close contacts.

The 15 imported case include:

▪︎Four Thai women, aged 25, 25, 36, 41, who had travelled back from Myanmar.

▪︎A Thai boy, 9, two girls, 5 and 10, two female teachers, 28 and 39, who had returned from Saudi Arabia.

▪︎ A Thai female trainer, 24, from the United Kingdom

▪︎An Indian male student, 22, a Dutch man, 63, a Swiss girl, 2, and a Swiss man, 61, from their respective countries.

▪︎ A Belarussian woman, 27, from Turkey.

A female prawn merchant in Samut Sakhon, 67, tested positive for Covid-19 at Mahachai Hospital before she was transferred to Samut Sakhon Hospital. Initially, 26 people were considered high-risk close contacts, including her family members, a housemaid, medical officers and two Burmese employees; 13 have tested negative, 10 results are awaited and three people — her mother, elder sister and daughter-in-law — have tested positive. The three who have tested positive will be tested again and their situation confirmed on Saturday, Dr Sophon Iamsirithaworn, general communicable diseases director at the Department of Disease Control, said.

Some 139 people are considered as low-risk close contacts, which includes workers in a fish market, bringing the number of those in close contact to 165 people.

From December 1-13, the patient had sold prawns at the fish market from 6am to 11am every day. Her eldest son, 39, was immediately quarantined.

She suffered mild symptoms with muscle ache and loss of sense of smell on December 13. Three days later, she went to Mahachai Hospital, met eight health officers and took a Covid test at 6pm, then returned home. The hospital confirmed a positive result at 10pm and asked her to return to the hospital for quarantine.

The patient later was sent to Samut Sakhon Hospital on December 17 at 2.30am and tested again. The test result was again positive in the morning at 8am.

A Samut Sakhon provincial official confirmed that her residence area and the fish market have been disinfected.

Meanwhile, 16 patients have recovered and been discharged.

The total number of confirmed cases in Thailand increased to 4,297 (1,302 in state quarantine), 232 are in hospital, 4,005 have recovered and been discharged and 60 have died.

According to Worldometer, as of 10am on Friday, the total number of confirmed cases increased to 75.27 million (up by 721,392), 52.84 million have recovered, 20.76 million are active cases (107,213 in severe condition) and 1.67 million have died (up by 12,825).

Thailand ranks 152nd for most cases in the world, while the US has the most number with 17.62 million, followed by India 9.97 million, Brazil 7.11 million, Russia 2.76 million and France 2.42 million.

Thailand close to signing mini-FTA with southern Indian state, eyes more states #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Thailand close to signing mini-FTA with southern Indian state, eyes more states (nationthailand.com)

Thailand close to signing mini-FTA with southern Indian state, eyes more states

NationalDec 18. 2020

By THE NATION

The Ministry of Commerce is negotiating a mini free-trade agreement (FTA) with Telangana state in India, aiming to increase trade and investment value between Thailand and the southern Indian state that has a population of 35 million people.

The agreement is expected to be signed by March 2021, Commerce Minister Jurin Laksanawisit said.

“India has a population of 1.3 billion people and its GDP is the world’s fifth largest. It is Thailand’s largest trade partner in South Asia,” he said. “Earlier we had negotiated an FTA with India involving trade valued at Bt10.12 billion. However, so far only 60 per cent of the trade target has been achieved due to lockdown restrictions during the Covid-19 outbreak.

“Next year we expect to sign a mini-FTA with India’s Telangana state and later will expand to signing with other states, such as Gujarat, Karnataka, Maharashtra, Kerala and seven sister states in India’s northeastern region,” added Jurin. “This will help Thai entrepreneurs in penetrating India’s market at the regional level.”

Meanwhile, the chairman of Thai-Indian Business Association, Satish Sehgal, said that Thailand should place as strong a focus on India as on China due to the sheer population size of India.

“Out of over 1.3 billion population, more than 300 million are classified as middle-class, or about five times the Thai population,” he said.

“We should focus on selling to this group, who have always preferred Thai products and services.

“Indians like to organise their weddings in Thailand, where they could spend up to Bt25 million per event, while Indian tourists usually spend around Bt100,000 to Bt1 million per person in Thailand,” he added.

“In the past, we had signed an FTA with India but the trade value was not very high. Signing more mini-FTAs with different states could help increase trade value between the two nations,” he said.

ยูเอ็นกังวลใจไทยตั้งข้อหา ม. 112 เยาวชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ยูเอ็นกังวลใจไทยตั้งข้อหา ม. 112 เยาวชน  – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 18 ธ.ค. 2563 เวลา 20:15 น.ยูเอ็นกังวลใจไทยตั้งข้อหา ม. 112 เยาวชน หน่วยงานสิทธิมนุษยชนยูเอ็นกังวลใจกับการตั้งข้อหา ม.112 กับเยาวชนที่เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย 

คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติขององค์การสหประชาชาติ (UNHRC) ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการดำเนินคดีกลุ่มเยาวชที่เคลื่อนไหวทางการเมืองว่า “เรารู้สึกกังวลใจกับการที่ทางการไทยตั้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กับกลุ่มผู้ประท้วงอย่างน้อย 35 คน รวมทั้งนักเรียนอายุ 16 ปี ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา”  

ราวีนา ชัมดาซานี โฆษก UNHRC กล่าวว่า “ควาผิดข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี เรากังวลใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวานนี้ที่ตำรวจนำตัวเยาวชนอายุ 16 ปีไปขึ้นศาลเยาวชนโดยยื่นคำร้องต่อศาลให้ควบคุมตัว”  

โฆษก UNHRC ยังเผยอีกว่า คณะมนตรีร้องขอทางการไทยหลายครั้งให้แก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ “น่าผิดหวังมากที่เราได้เห็นการดำเนินคดีเพิ่มมากขึ้น หลังจากไม่มีการดำเนินคดีมากว่า 2 ปีที่ผ่านมา และที่น่าตกใจคือครั้งนี้เป็นการดำเนินคดีกับเยาวชนด้วย”

นอกจากนี้ ยังกล่าวอีกว่า UNHRC ยังกังวลกับการดำเนินคดีอาญาข้อหาร้ายแรงอื่นๆ กับผู้ประท้วงที่ชุมนุมกันโดยสงบในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติการใช้ข้อหาร้ายแรงกับบุคคลที่ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและชุมนุมโดยสงบ รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระมหากษัตริย์เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

ทีมงาน ‘ทอม ครูซ’ ลาออกหลังถูกวีนใส่เรื่องโควิดจนต้องพักกอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ทีมงาน ‘ทอม ครูซ’ ลาออกหลังถูกวีนใส่เรื่องโควิดจนต้องพักกอง – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 18 ธ.ค. 2563 เวลา 19:45 น.ทีมงาน 'ทอม ครูซ' ลาออกหลังถูกวีนใส่เรื่องโควิดจนต้องพักกอง ทอม ครูซ ประกาศพักกองหลังทีมงาน 5 คนตัดสินใจลาออกเพราะถูกวีนเรื่องฝ่าฝืนมาตรการโควิด

เดอะซันเผยว่า ทอม ครูซ นักแสดงและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง Mission: Impossible 7 ประกาศพักกองก่อนถึงกำหนดหยุดวันคริสต์มาส หลังจากที่เขาฟิวส์ขาดระเบิดอารมณ์ใส่ทีมงานที่ละเมิดมาตรการเว้นระยะห่างในกองถ่าย เป็นเหตุให้ทีมงาน 5 คนตัดสินใจลาออก

แหล่งข่าวเผยว่าครูซกำลังเตรียมที่จะปิดฉากการถ่ายทำของปี 2020 ในวันศุกร์ (18 ธ.ค.) ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปไมอามีด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวเพื่อใช้เวลาพักผ่อนกับลูกชายในช่วงคริสต์มาส

แหล่งข่าวยังกล่าวอีกว่า นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีสำหรับทุกฝ่าย เนื่องจากความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในกองถ่ายนั้นก่อตัวมาหลายเดือนแล้วและเหตุการณ์ล่าสุดคือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ทีมงานพากันลาออก

ทั้งนี้ ภาพยนตร์ดังกล่าวเคยถูกระงับการถ่ายทำไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาหลังพบว่ามีทีมงานติดโควิด-19 ครูซจึงเข้มงวดในการบังคับใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดในกองถ่ายมาโดยตลอดเพื่อรักษาให้ภาพยนตร์สามารถถ่ายทำต่อไปได้และไม่ล่าช้าลงไปอีก โดยภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉายในเดือนพฤศจิกายน 2021

Photo by Alberto PIZZOLI / AFP

ไม่ต้องสอบ! กัมพูชาให้นักเรียน ม.6 สอบผ่านอัตโนมัติเพราะโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ไม่ต้องสอบ! กัมพูชาให้นักเรียน ม.6 สอบผ่านอัตโนมัติเพราะโควิด – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 18 ธ.ค. 2563 เวลา 18:45 น.ไม่ต้องสอบ! กัมพูชาให้นักเรียน ม.6 สอบผ่านอัตโนมัติเพราะโควิดกัมพูชาห่วง Covid-19 ระบาด สั่งนักเรียน ม.6 ทุกคนไม่ต้องสอบแต่ให้ผ่านอัตโนมัติ

ฮาง ชวน นะรน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยาวชน และกีฬาของกัมพูชาเผยว่า นายกรัฐมนตรี ฮุนเซน มีคำสั่งให้ทางกระทรวงอนุมัติให้นักเรียนเกรด 12 หรือ ม.6 ทุกคนที่กำลังจะเข้ารับการทดสอบแห่งชาติในวันที่ 11 ม.ค.ปีหน้า สอบผ่านโดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องเข้าสอบ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ Covid-19 และไม่ให้นักเรียนต้องกังวลว่าจะติดเชื้อระหว่างเข้าทดสอบ

นอกจากนี้ ยังประกาศให้นักเรียนเกรด 9 หรือ ม.3 ที่เข้าสอบไปแล้วเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมาสอบผ่านโดยอัตโนมัติทุกคนเช่นกัน

จากข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการฯ ปีนี้มีนักเรียนเกรด 12 ทั้งหมด 121,108 คนที่จะต้องเข้ารับการทดสอบ ส่วนเกรด 9 เข้ารับการทดสอบทั้งหมด 158,717 คน

การตัดสินใจงดการทดสอบแห่งชาติเกิดขึ้นหลังจากกัมพูชาพบการติดเชื้อโคโรนาไวรัสในประเทศเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยเป็นสมาชิกครอบครัว 6 คนที่อาศัยอยู่ในชุมชนแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญและจังหวัดเสียมเรียบ

ปีหน้าสหรัฐจะรุกจีนหนักขึ้นในทะเลจีนใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ปีหน้าสหรัฐจะรุกจีนหนักขึ้นในทะเลจีนใต้ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 18 ธ.ค. 2563 เวลา 17:45 น.ปีหน้าสหรัฐจะรุกจีนหนักขึ้นในทะเลจีนใต้สหรัฐจะรุกจีนหนักขึ้น ย้ำจีนเป็นคู่แข่งเพียงประเทศเดียวที่เป็นความท้าทายของสหรัฐในระยะยาว

กระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยรายงานยุทธศาสตร์ทางทะเลปี 2021 โดยระบุว่า จีนกำลังใช้แนวทางการขยายอิทธิพลในทะเลจีนใต้ และพยายามสร้างความเป็นเจ้าโลกในภูมิภาคผ่านโครงการต่างๆ เช่น โครงการเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 (Belt and Road Initiative)

รายงานยังระบุว่ารัสเซียก็เป็นภัยกับสหรัฐเช่นกัน แต่ “จีนเป็นคู่แข่งเพียงประเทศเดียวที่มีศักยภาพทั้งทางเศรษฐกิจและการทหารในการสร้างความท้าทายให้สหรัฐในระยะยาว…ปฏิบัติการและท่าทีของกองทัพเรือจะเน้นที่การตอบโต้พฤติกรรมมุ่งร้ายของจีนทั่วโลก และสร้างความแข็งแกร่งในภูมิภาคในการป้องปรามในอินโดแปซิฟิก”

นอกจากนี้ ยังระบุอีกว่า จีนส่งกองเรือ หน่วยยามฝั่ง และกองเรือสำรองทางทะเลเพื่อทำลายอธิปไตยของประเทศอื่นและอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่อย่างผิดกฎหมาย อีกทั้งจีนยังพัฒนาขีปนาวุธที่สามารถบรรจุหัวรบนิวเคลียร์โดยมีเป้าหมายโจมตีสหรัฐและพันธมิตรในกวมและตะวันออกไกล

ด้วยเหตุนี้กระทรวงกลาโหมสหรัฐย้ำว่า กองทัพเรือสหรัฐจะปรากฏตัวในแปซิฟิกบ่อยขึ้น เพื่อตรวจจับและบันทึกภาพการกระทำที่ล่วงละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ การขโมยทรัพยากรธรรมชาติ และละเมิดอำนาจอธิปไตยของประเทศอื่นของคู่แข่ง

ไทยติดท็อป 10 ระบบรักษาสุขภาพที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ไทยติดท็อป 10 ระบบรักษาสุขภาพที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 18 ธ.ค. 2563 เวลา 16:45 น.ไทยติดท็อป 10 ระบบรักษาสุขภาพที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดประเทศเอเชียไต่อันดับดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพระบบรักษาสุขภาพจากการรับมือโควิด-19

บลูมเบิร์กจัดอันดับดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพระบบรักษาสุขภาพ (Health-Efficiency Index) โดยประเมินจากอายุคาดเฉลี่ยและค่าใช้จ่ายในด้านการแพทย์ของแต่ละประเทศ โดยปีนี้มีการเพิ่มเกณฑ์ผลกระทบของโควิด-19 ต่ออัตราการเสียชีวิตและผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ เพื่อจัดอันดับประเทศที่มีประสิทธิภาพด้านสาธารณสุขมากที่สุด จากทั้งหมด 57 ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก

ทั้งนี้เมื่อมีตัวแปรโควิด-19 ส่งผลให้หลายประเทศในเอเชียไต่อันดับขึ้นมาเนื่องจากสามารถรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคได้ดี โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตค่อนข้างต่ำ ขณะที่บราซิล รัสเซีย และสหรัฐต้องรั้งท้าย เพราะมีอายุขัยเฉลี่ยน้อยบวกกับอัตรการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 สูง และแนวโน้มเศรษฐกิจอ่อนแอลง

โดยหลักเกณฑ์ในการจัดอันดับปี 2020 นี้ มีการเพิ่มเกณฑ์ผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เชนเดียวกับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ยกตัวอย่างเช่น ประเทศที่ GDP หดตัว 6% ในปีนี้ ก็จะถูกหัก 6 คะแนน ขณะที่ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อหรือผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 100,000 คน จะถูกหัก 11.5 คะแนน

ปูนัม เคอตาร์ปาล ซิง ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่าการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ได้ตอกย้ำว่าสุขภาพทางเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับสุขภาพของประชาชน และยังขึ้นอยู่กับการใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชาชนด้วย

หลักเกณฑ์ดังกล่าวส่งผลให้ระบบสุขภาพที่มีประสิทธิภาพสูงสุด 8 ใน 10 ระบบของโลกอยู่ในเอเชียแปซิฟิก โดยสิงคโปร์และฮ่องกงติดอันดับต้นๆ ขณะที่ไต้หวัน นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ รวมถึงไทย ก้าวแซงหลายประเทศเนื่องจากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ดี

ด้านประเทศจีนซึ่งมีประชากรมากที่สุด ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 12 เมื่อมีการปรับหลักเกณฑ์ หลังจากที่ในการจัดอันดับครั้งที่ผ่านมาจีนอยู่ในอันดับที่ 25

สำหรับอันดับของฝรั่งเศส สเปน และเปรู ในปีนี้ร่วงลงมากที่สุดในบรรดา 57 ประเทศทั้งหมด

Photo by Patrick T. Fallon / AFP

ทำไมบลูมเบิร์กเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยปีหน้ามีอนาคตที่สุด? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ทำไมบลูมเบิร์กเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยปีหน้ามีอนาคตที่สุด? – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 18 ธ.ค. 2563 เวลา 15:38 น.ทำไมบลูมเบิร์กเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยปีหน้ามีอนาคตที่สุด?บลูมเบิร์กชี้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตดีที่สุดในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ด้วยกันในปี 2021

สำนักข่าวบลูมเบิร์กเผยรายงานการวิเคราะห์เศรษฐกิจของประเทศตลาดเกิดใหม่ 17 ประเทศในปี 2021 ซึ่งใช้ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจและการเงิน 11 ข้อ โดยบลูมเบิร์กจัดให้อนาคตเศรษฐกิจของไทยอยู่ในอันดับ 1 ของตาราง

บลูมเบิร์กให้เหตุผลว่า ประเทศไทยมีเงินทุนสำรองที่มั่นคงและมีศักยภาพสูงที่จะดึงดูดเงินทุนเข้าประเทศ และยังคาดการณ์ว่าปีหน้าจีดีพีของไทยจะเติบโต 3.9% ดุลบัญชีเดินสะพัดต่อจีดีพีจะเกินดุล 3.1% และดุลงบประมาณต่อจีดีพีจะขาดดุล 4.9% ขณะที่หนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ที่ 41%

ส่วนประเทศจีนอยู่อันดับสุดท้ายของตาราง แม้บลูมเบิร์กจะคาดการณ์ว่าปีหน้าจีดีพีของจีนจะขยายตัวถึง 8.1% ก็ตาม เนื่องจากต้องเผชิญกับความคาดหวังสูงอยู่แล้ว

จากการวิเคราะห์ของบลูมเบิร์กยังพบอีกว่า บรรดาประเทศตลาดเกิดใหม่มีความพร้อมที่จะฟื้นตัวจากความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นแล้ว โดยเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่งของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่โดยเฉพาะในเอเชีย เป็นตัวช่วยรองรับแรงสั่นสะเทือนจากปัจจัยภายนอก

แต่ที่ต้องจับตามองคือ สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีที่ต้องประเมินอย่างระมัดระวังเพื่อควบคุมความเสี่ยงและสร้างเสถียรภาพทางการเงิน

ทั้งนี้ ตัวชี้วัดที่บลูมเบิร์กใช้วิเคราะห์ว่าตลาดเกิดใหม่ใดจะรับมือกับความท้าทายและโอกาสเหล่านั้นได้ดีกว่าคู่แข่งสรุปได้ดังนี้

การฟื้นตัวจาก Covid-19

เกิดความกังวลว่าประเทศยากจนและประเทศด้อยพัฒนาจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังในการกระจายวัคซีน และหลายประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ก็ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 อยู่แล้ว โดยเฉพาะไทยที่ต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก

นักวิเคราะห์ของบลูมเบิร์กมองว่า เศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจาก Covid-19 ในปีนี้ จะฟื้นตัวและเห็นการเติบโตอย่างมากในปี 2564 โดย 5 อันดับแรกของประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตสูงมากล้วนมาจากเอเชียทั้งสิ้น ได้แก่ อินเดีย จีน และฟิลิปปินส์ 

การฟื้นตัวหลังล็อกดาวน์

โกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า เมื่อควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้ว ประเทสกำลังพัฒนาส่วนใหญ่จะได้รับอานิสงส์อย่างมากจากการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามปกติ โดยข้อมูลล่าสุดพบว่ามาเลเซีย ชิลี และฟิลิปินส์ อนาคตสดใสที่สุด  

ช่องโหว่ของโครงสร้าง

โครงสร้างทางเศรษฐกิจแย่ลงในช่วงการแพร่ระบาดของ Covid-19 เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยเฉพาะปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และการขาดดุลงบประมาณที่จะเพิ่มภาระทางการเงินให้รัฐบาล

หน่วยงานนิวเคลียร์สหรัฐถูกแฮกครั้งใหญ่ ด้านรัสเซียรีบปฏิเสธ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

หน่วยงานนิวเคลียร์สหรัฐถูกแฮกครั้งใหญ่ ด้านรัสเซียรีบปฏิเสธ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 18 ธ.ค. 2563 เวลา 14:30 น.หน่วยงานนิวเคลียร์สหรัฐถูกแฮกครั้งใหญ่ ด้านรัสเซียรีบปฏิเสธหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐพบหลักฐานการแฮกสร้างความเสียหายจำนวนมาก ผู้เชี่ยวชาญชี้คล้ายวิธีของรัสเซีย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานสหรัฐ (DOE) และสำนักงานความมั่นคงด้านนิวเคลียร์ (NNSA) ซึ่งทำหน้าที่ดูแลคลังอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐ มีหลักฐานว่าแฮกเกอร์เข้าถึงระบบของพวกเขา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจารกรรมข้อมูลที่อุกอาจและส่งผลกระทบต่อหน่วยงานของรัฐบาลกลางจำนวนมาก

นอกจากนี้ยังพบกิจกรรมที่น่าสงสัยในเครือข่ายของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานแห่งชาติ (FERC) โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าแฮกเกอร์สามารถสร้างความเสียหายจำนวนมาก และมีหลักฐานของกิจกรรมที่เป็นอันตรายดังกล่าวโดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

กระทรวงพลังงานและสำนักงานความมั่นคงด้านนิวเคลียร์ได้ประสานงานแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐสภา โดยหน่วยงานรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐาน (CISA) กล่าวว่าแฮกเกอร์ก่อให้เกิด “ความเสี่ยงร้ายแรง” ต่อรัฐบาลกลางและท้องถิ่น รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและภาคเอกชน

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สืบสวนของรัฐบาลกลางได้รวบรวมข้อมูลเพื่อตรวจสอบว่าแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงหรือขโมยข้อมูลอะไรไปบ้าง

ด้านเชย์ลิน ไฮเนส โฆษกกระทรวงพลังงานกล่าวว่าจากการสืบสวนอย่างต่อเนื่องพบว่าแฮกเกอร์ไม่ได้เข้าถึงข้อมูลที่สำคัญ และมีการดำเนินการทันทีเพื่ออุดช่องโหว่และลดความเสี่ยงจากการแฮกรวมถึงตัดการเชื่อมต่อซอฟต์แวร์ที่ระบุว่าเสี่ยงต่อการโจมตีเป็นที่เรียบร้อย

นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงเครือข่ายของรัฐบาลได้โดยการโจมตีบริษัทซอฟต์แวร์โซลาร์วินด์ส (SolarWinds Inc.) ซึ่งให้บริการด้านเครือข่ายระบบและโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศกับลูกค้าทั้งหน่วยงานรัฐบาลและเอกชนหลายร้อยราย

โจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีคนล่าสุดของสหรัฐยังได้แสดงความกังวลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยกล่าวว่า การบริหารของเขาจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ และการจัดการกับแฮกเกอร์จะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดตั้งแต่ที่เข้ารับตำแหน่ง

นอกจากนี้ไบเดนยังให้คำมั่นว่าจะกำหนดบทลงโทษขั้นเด็ดขาดต่อการโจมตีที่เป็นอันตรายดังกล่าว

อย่างไรก็ตามยังไม่มีการเจาะจงถึงฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นพิเศษว่าเป็นผู้ก่อเหตุ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์กล่าวว่าการโจมตีลักษณะเช่นนี้เป็นจุดเด่นของรัสเซีย ขณะที่รัสเซียปฏิเสธการมีส่วนร่วมใดๆ เกี่ยวกับการแฮกครั้งนี้

Photo by NICOLAS ASFOURI / AFP

จีนตะลึง! พบพระพุทธรูปไร้เศียรเก่าแก่ขนาดมหึมาซ่อนกลางชุมชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

จีนตะลึง! พบพระพุทธรูปไร้เศียรเก่าแก่ขนาดมหึมาซ่อนกลางชุมชน – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 18 ธ.ค. 2563 เวลา 12:40 น.จีนตะลึง! พบพระพุทธรูปไร้เศียรเก่าแก่ขนาดมหึมาซ่อนกลางชุมชน พระพุทธรูปไร้เศียรขนาดใหญ่อยู่ท่ามกลางอาคารที่พักอาศัยในเมืองฉงชิ่ง คาดอายุหลายร้อยปี

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ รายงานว่ามีการค้นพบพระพุทธรูปไร้เศียรขนาดมหึมาซ่อนอยู่ในย่านที่พักอาศัย บนหน้าผาเขตหนานอัน เมืองฉงชิ่ง ทางตะวันเฉียงใต้ของจีน

พระพุทธรูปไร้เศียรองค์นี้มีความสูง 9 เมตร พระหัตถ์และพระบาทด้านซ้ายสึกกร่อนไปมาก แต่ยังคงมองเห็นลวดลายได้ชัดเจน ถูกปกคลุมไปด้วยตะไคร้น้ำ กองใบไม้และขยะ และถูกบดบังด้วยอาคาร สิ่งปลูกสร้าง จึงไม่มีใครทราบมาก่อนว่ามีพระพุทธรูปอยู่ตรงนั้น จนกระทั่งคนงานทำการเคลียร์พื้นที่เพื่อจะซ่อมกำแพงอาคาร จึงได้พบว่ามีพระพุทธรูปองค์นี้ซ่อนอยู่

นอกจากจะเป็นที่ตื่นตาตื่นใจของชาวเน็ตจีนแล้วยังสร้างความตกตะลึงให้กับชาวบ้านที่อยู่อาศัยในละแวกนั้นเป็นอย่างมากเนื่องจากไม่เคยมีใครรู้มาก่อนเลยว่ามีพระพุทธรูปอยู่ตรงนั้น

เจ้าหน้าที่กองมรดกวัฒนธรรมประจำเขตยังไม่แน่ใจว่าพระพุทธรูปถูกสร้างขึ้นเมื่อใด แต่มีผู้ให้ความเห็นว่าอาจสร้างขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อน ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง (ปี 1636-1912) หรือราชวงศ์ซ่ง (ปี 960-1297)

โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า ในช่วงปี 1910-1940 บริเวณดังกล่าวเคยเป็นที่ตั้งของวัดเล่ยจู แต่ถูกรื้อทิ้งเมื่อปี 1987 เพื่อสร้างเป็นที่อยู่อาศัยในเวลาต่อมา

IMAGINECHINA VIA AP IMAGES