วันที่ 23 พ.ย. 2563 สังคมทั่วไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/social/general/

จับพระครูร่วมแก๊งขนยาบ้า4.8ล้านเม็ดสารภาพทำมาแล้ว4ครั้ง

จับพระครูร่วมแก๊งขนยาบ้า4.8ล้านเม็ดสารภาพทำมาแล้ว4ครั้ง

ตำรวจนครบาลจับพระครูร่วมกับพวกลักลอบลำเลียงยาบ้า 4 ล้าน 8 แสนเม็ด สารภาพทำมาแล้ว 4 ครั้ง อ้างต้องการเลินไปเรียนต่อปริญญาโทวันที่ 23 พ.ย. 2563 เวลา 20:27 น. | สังคมทั่วไป

"อนุพงษ์"โยนครม.พิจารณาปมขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้BTS

“อนุพงษ์”โยนครม.พิจารณาปมขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้BTS

รมว.มหาดไทยโยนเผือกร้อนให้ครม.ตัดสินใจปมขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้กับ BTS ระบุหมดหน้าที่แล้วเป็นเรื่องของครม.พิจารณาวันที่ 23 พ.ย. 2563 เวลา 20:21 น. | สังคมทั่วไป

 "ศรีสุวรรณ"ชี้ยื้อต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวปชช.เสียประโยชน์

 “ศรีสุวรรณ”ชี้ยื้อต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวปชช.เสียประโยชน์

“ศรีสุวรรณ”ชวนสังคมจับตาครม.ยื้อการลงให้ความเห็นชอบร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสีเขียว ชี้เป็นโครงการที่ให้บริการสาธารณะไม่ใช่ผลประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่งวันที่ 23 พ.ย. 2563 เวลา 20:03 น. | สังคมทั่วไป

ตร.จัดกำลัง10กองร้อยรับมือม็อบชุมนุมหน้าสำนักงานทรัพย์สินฯ

ตร.จัดกำลัง10กองร้อยรับมือม็อบชุมนุมหน้าสำนักงานทรัพย์สินฯ

รอง ผบช.น.เผยตำรวจเตรียมกำลังดูแลความเรียบร้อยวันม็อบคณะราษฏรนัดชุมนุมหน้าสำนักงานทรัพสินฯรวม 10 กองร้อย 3 ผลัดตลอด 24 ชั่วโมงวันที่ 23 พ.ย. 2563 เวลา 19:39 น. | สังคมทั่วไป

คนกรุงเฮ!เรือไฟฟ้าคลองผดุงฯเปิดวิ่งเต็มรูปแบบ27พ.ย.นี้

คนกรุงเฮ!เรือไฟฟ้าคลองผดุงฯเปิดวิ่งเต็มรูปแบบ27พ.ย.นี้

ผู้ว่าฯกทม.ตรวจการทดสอบเดินเรือเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 7 ลำ ตามสัญญาโครงการพัฒนาระบบการเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษมอำนวยความสะดวกประชาชน ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ 27 พ.ย.นี้วันที่ 23 พ.ย. 2563 เวลา 17:40 น. | สังคมทั่วไป

"สิระ"จ่อเรียก"น้องหมวย"ให้ข้อมูลกมธ.สภาฯปมถูกอนาจารในโรงเรียน

“สิระ”จ่อเรียก”น้องหมวย”ให้ข้อมูลกมธ.สภาฯปมถูกอนาจารในโรงเรียน

ประธานกมธ.กฎหมายฯส่งเทียบเชิญ”น้องหมวย”หนึ่งในผู้ชุมนุมสวมชุดนักเรียนถือป้ายระบุเคยโดนกระทำอนาจารในโรงเรียนมาให้ข้อมูลหลังแฉเคยถูกอนาจารในโรงเรียนกลางเวทีม็อบราษฏรระบุหากมีมูลต้องให้ความยุติธรรมแต่ถ้าโกหกต้องรับผิดชอบวันที่ 23 พ.ย. 2563 เวลา 16:52 น. | สังคมทั่วไป

"ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน"ประกาศเตรียมแจ้งความ ม.112ทั่วประเทศ

“ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน”ประกาศเตรียมแจ้งความ ม.112ทั่วประเทศ

ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบันประกาศพร้อมลุยเตรียมแจ้งความ ม.112 ทั่วประเทศ ระบุใครอยู่จังหวัดไหนแจ้งที่นั้น พี่น้องเราจะไม่ทนวันที่ 23 พ.ย. 2563 เวลา 14:58 น. | สังคมทั่วไป

ยันพบติดเชื้อโควิดในประเทศยังไม่ใช่การระบาดระลอก2

ยันพบติดเชื้อโควิดในประเทศยังไม่ใช่การระบาดระลอก2

กรมควบคุมโรคยันการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศล่าสุดยังไม่ใช่การระบาดระลอก 2 เหมือนในหลายประเทศ ระบุชายชาวเมียนมาในพื้นที่พักพิงฯ บ้านอุ้มเปี้ยมติดเชื้อโควิดในประเทศจริงแต่ปริมาณเชื้อน้อยโอกาสแพร่กระจายน้อยมากวันที่ 23 พ.ย. 2563 เวลา 14:31 น. | สังคมทั่วไป

แม่ทัพภาคที่3ลงแขกเกี่ยวข้าวต้นแบบการทำนาแบบไม่เผาตอซัง

แม่ทัพภาคที่3ลงแขกเกี่ยวข้าวต้นแบบการทำนาแบบไม่เผาตอซัง

พิจิตร-แม่ทัพภาคที่ 3 ลงแขกเกี่ยวข้าวหอมมะลิพระราชทานต้นแบบการทำนาแบบไม่เผาตอซังแต่ใช้วิธีไถกลบแทนการเผาเพื่อป้องกันไฟป่าและหมอกควันวันที่ 23 พ.ย. 2563 เวลา 20:35 น. | ข่าวภูมิภาค

ติวเข้มผู้ค้าชายหาดบางแสนช่วยปรับพฤติกรรมนักท่องเที่ยว

ติวเข้มผู้ค้าชายหาดบางแสนช่วยปรับพฤติกรรมนักท่องเที่ยว

ชลบุรี-เติมความรู้ผู้ค้าบนชายหาดบางแสน หวังเป็นกำลังสำคัญปรับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวไม่ดื่มเหล้าสูบบุหรี่บนชายหาด ตามแนวคิดพัฒนาชายหาดบางแสนให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวต้นแบบส่งเสริมการลดปัจจัยเสี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบวันที่ 23 พ.ย. 2563 เวลา 19:41 น. | ข่าวภูมิภาค

รัสเซียไม่สิ้นลาย-จีนกำลังแรง นาโตชี้เป็นภัยคุกคามอีกนับสิบปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

รัสเซียไม่สิ้นลาย-จีนกำลังแรง นาโตชี้เป็นภัยคุกคามอีกนับสิบปี – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 13 ธ.ค. 2563 เวลา 16:21 น.รัสเซียไม่สิ้นลาย-จีนกำลังแรง นาโตชี้เป็นภัยคุกคามอีกนับสิบปีถึงแม้ว่ารัสเซียจะอ่อนด้อยลงไปมาก แต่ยังถือเป็นภัยคุกคามต่อยุโรปตะวันตกและสหรัฐต่อไปอีกหลายปี

รายงานด้านความมั่นคงระดับสูงขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต ระบุว่า รัสเซียจะยังคงเป็นหนึ่งในภัยคุกคามหลักต่อนาโตในทศวรรษหน้า ถึงแม้ว่าพลังอำนาจจะอ่อนด้อยลงไปไม่น้อยแล้วก็ตาม

“ในขณะที่อำนาจของรัสเซียในด้านเศรษฐกิจและสังคมจะลดลง แต่ก็พิสูจน์ตัวเองว่ามีความสามารถในการรุกรานดินแดนและมีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นภัยคุกคามหลักที่นาโตต้องเผชิญในทศวรรษหน้า” รายงานระบุ

“รัสเซียมีคลังแสงนิวเคลียร์ทางทหารที่ทรงพลังและแข็งแกร่งซึ่งก่อให้เกิดภัยคุกคามทั่วทั้งดินแดนของนาโต แต่จะรุนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านตะวันออก” รายงานกล่าว

ทั้งนี้ นาโตระงับความสัมพันธ์กับรัสเซียหลังจากผนวกไครเมียในปี 2014 ขณะที่รัสเซียมองว่าการขยายตัวไปทางตะวันออกของพันธมิตรนาโตเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ เช่น การที่สหรัฐพยายามย้่ายกำลังทหารจากเยอรมนีมาประจำการที่โปแลนด์ และโปแลนด์ก็กระตือรือร้นที่จะนำทหารสหรัฐเข้ามาประการเพื่อกันไม่ให้รัสเซียแผ่ขยายอำนาจเข้ามา

รายงานกล่าวว่าการรุกรานของรัสเซียอย่างต่อเนื่องในยูเครนและจอร์เจียนั้นมาพร้อมกับการสั่งสมกำลังทหารทางอากาศและทางเรือในและรอบๆ ทะเลแบเรนต์ ทะเลบอลติก และทะเลดำ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและแอฟริกานั้น รัสเซียใช้วิธีจ้างตัวแทนและบริษัททหารเอกชนในการตั้งฐานที่มั่น

นอกจากนี้อำนาจอธิปไตยของพันธมิตรนาโต้ยังถูกคุกคามโดยสงครามลูกผสมที่ขยายวงกว้างมากขึ้นของรัสเซีย ซึ่งรวมถึงการโจมตีทางไซเบอร์ การลอบสังหาร และการวางยาพิษโดยรัฐโดยใช้อาวุธเคมีการบีบบังคับทางการเมืองและวิธีการอื่นๆ

ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้นาโตดำเนินการตาม “แนวทางแบบคู่ขนานโดยการยับยั้งและการเจรจา” เพื่อรับมือกับการการรุกรานรัสเซียโดยใช้ยุทธศาสตร์แบบดั้งเดิมและแบบลูกผสม พร้อมๆ กับที่นาโตต้องสนับสนุนการควบคุมอาวุธและการเจรจาเพื่อลดความเสี่ยง

รายงานดังกล่าวยังกระตุ้นให้นาโต “ มีบทบาทที่ใหญ่ขึ้นในการจัดระเบียบระหว่างประเทศ” โดยจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การระบาด และการก่อการร้ายในอนาคตโดยจับตามองภัยคุกคามด้านความมั่นคงจากจีนและรัสเซีย

“นาโตต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของสภาพแวดล้อมเชิงกลยุทธ์ที่มีความจำเป็นมากขึ้นซึ่งเกิดจากการกลับมาของการเผชิญหน้าระหว่างเป็นระบบกับรัสเซียที่ก้าวร้าวอย่างต่อเนื่อง และการผงาดขึ้นของจีน”

รายงานดังกล่าวคือ “ NATO 2030: United for a New Era” ซึ่งนำเสนอต่อรัฐมนตรีต่างประเทศของนาโตและจะถูกส่งไปยังผู้นำนากลุ่มในการประชุมสุดยอดปี 2021 จัดทำขึ้นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่นำโดยอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ คือแมดเดอลีน แอลไบรท์

Photo by Yuri KADOBNOV / AFP

การเป็นเกย์ในภูฏานไม่ใช่อาชญากรรมอีกต่อไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

การเป็นเกย์ในภูฏานไม่ใช่อาชญากรรมอีกต่อไป – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 13 ธ.ค. 2563 เวลา 14:20 น.การเป็นเกย์ในภูฏานไม่ใช่อาชญากรรมอีกต่อไปภูฏานกลายเป็นประเทศในเอเชียล่าสุดที่ยุติกฎหมายต่อต้านเกย์

ในสัปดาห์นี้ฝ่ายนิติบัญญัติในประเทศภูฏานได้ลงมติให้แก้ไขแนวปฏิบัติจากประมวลกฎหมายอาญาของภูฏานที่กำหนดว่า “พฤติกรรมลักเพศหรือการประพฤติทางเพศอื่นใดที่ขัดต่อธรรมชาติ” เป็นอาชญากรรม ซึ่งข้อความดังกล่าวถือกันวาเป็นการกำหนดโทษให้กับผู้ที่มีพฤติกรรมเป็นเกย์

การแก้ไขกฎหมายมาตรานี้จะต้องนำไปทูลเกล้าฯ ให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยเพื่อออกเป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการ แต่ถือเป็นตัวอย่างล่าสุดของรัฐบาลเอเชียที่คลายกฎหมายที่เข้มงวดที่ควบคุมชีวิตส่วนตัวของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBT

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นไล่เลี่ยกันในเอเชีย เช่นในปี 2018 ประเทศอินเดียเพื่อนบ้านของภูฏาน ศาลฎีกาของอินเดียได้มีมติเป็นเอกฉันท์สั่งให้เป็นโมฆะซึ่งกฎหมายอาญาที่ห้ามการมีเพศสัมพันธ์ของเกย์ ซึ่งถือเป็นกฎหมายต่อต้านเกย์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยตัดสินว่าชาวอินเดียที่เป็นเกย์ต้องได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญทั้งหมด

เมื่อปี 2019 แล้วฝ่ายนิติบัญญัติในไต้หวันลงมติให้การแต่งงานของคนเพศเดียวกันเป็นเรื่องถูกกฎหมายซึ่งเป็นประเทศแรกในเอเชีย และในเดือนกรกฎาคมปีนี้ คณะรัฐมนตรีของประเทศไทยได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติที่จะให้สิทธิประโยชน์หลายอย่างแก่กลุ่ม LGBT เช่นเดียวกับการแต่งงานต่างเพศ กฎหมายดังกล่าวหลีกเลี่ยงคำว่า“ การแต่งงาน” แต่อนุญาตให้จดทะเบียนการเป็นหุ้นส่วนชีวิตของเพศเดียวกันได้ตามกฎหมาย

กฎหมายใหม่ของภูฏานซึ่งผ่านสภาทั้งสองแห่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา “ทำให้ภูฏานกลายเป็นแรงผลักดันระดับโลกในการตระหนักถึงความเท่าเทียมกันสำหรับคนเลสเบี้ยนเกย์และกะเทย” Kyle Knight นักวิจัยอาวุโสในโครงการสิทธิ LGBT ของ Human Rights Watch กล่าว

อย่างไรก็ตามเขากล่าวเสริมว่า“ ภูฏานยังคงมีงานสำคัญที่ต้องทำ เพื่อให้แน่ใจว่าสิทธิของผู้คนที่ตกเป็นคนชายขอบมานานบนพื้นฐานของรสนิยมทางเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศของพวกเขา จะได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่”

The New York Times รายงานว่าประมวลกฎหมายอาญาของภูฏานเริ่มใช้ในปี 2004 หรือสี่ปีก่อนที่จะจัดการเลือกตั้งครั้งแรกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปสู่ระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ จากการวิเคราะห์ล่าสุดของนักวิชาการด้านกฎหมาย Dema Lham และ Stanley Yeo ประมวลกฎหมายส่วนใหญ่นำมาใช้จากกฎหมายอาญาในสหรัฐ

Tsheten นักเคลื่อนไหวชาวภูฏานกล่าวว่า กฎหมายส่วนที่เกี่ยวกับพฤตกรรมลักเพศละการมีเพศสัมพันธ์ที่ผิดธรรมชาตินั้นเหมือนกับเนื้อความในประมวลกฎหมายอาญาอื่นๆ ในเอเชียใต้ซึ่งคัดลอกมาจากประมวลกฎหมายอาญาของอินเดียในช่วงทศวรรษที่ 1860 ที่กหนดว่าการรักร่วมเพศเป็นอาชญากรรม โดยบุคคลที่ถูกตั้งข้อหา “เพศสัมพันธ์ผิดธรรมชาติ” ในภูฏานจะต้องรับโทษตามความผิดลหุโทษ

การรณรงค์เพื่อแก้ไขกฎหมายต่อต้านเกย์ในประมวลกฎหมายอาญาของภูฏานไม่ได้เกี่ยวข้องกับการล็อบบี้โดยตรงจากนักเคลื่อนไหวกลุ่มความหลากหลายทางเพศมากนัก Tsheten กล่าวส่วนหนึ่งเป็นเพราะการลงทะเบียนกลุ่มสนับสนุนสิทธิเกย์ในประเทศอย่างเป็นทางการอาจตีความได้ว่าคนๆ นั้นกำลัง “ ยืนหยัดเพื่ออาชญากร”

แต่เขากล่าวว่าการแพ้ไขเกิดขึ้นจากความพยายามที่จะช่วยกระทรวงสาธารณสุขป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีในชุมชนเกย์ของประเทศ “สิ่งที่เราทำก็เพียงแค่แสดงให้ผู้คนในภูฏานเห็นว่าเรา (LGBT ) มีอยู่จริง” เขากล่าว

กระทรวงกลายเป็นพันธมิตรกันกับกลุ่มสิทธิ LGBT เพราะตระหนักดีว่าการอ้างอิงประมวลกฎหมายอาญาเรื่อง “เพศผิดธรรมชาติ” จะเป็นตัวขวางทางไม่ให้ ภูฏานเข้ารับการรักษาเอชไอวี และเมื่อมีการพิจารณาประมวลกฎหมายอาญาเมื่อปีที่แล้ว Namgay Tshering รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเคยทำงานที่กระทรวงสาธารณสุขและธนาคารโลกได้ลุกขึ้นยืนในรัฐสภาเพื่อยืนยันว่าจะยกเลิกเนื้อความกฎหมายที่ล้าสมัย

AFP PHOTO / ROBERTO SCHMIDT

สีจิ้นผิงประกาศสู้โลกร้อนครั้งใหญ่ แต่ขอดูแผนการสหรัฐก่อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

สีจิ้นผิงประกาศสู้โลกร้อนครั้งใหญ่ แต่ขอดูแผนการสหรัฐก่อน – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 13 ธ.ค. 2563 เวลา 14:05 น.สีจิ้นผิงประกาศสู้โลกร้อนครั้งใหญ่ แต่ขอดูแผนการสหรัฐก่อนผู้นำประเทศให้คำมั่นสัญญาครั้งใหม่ในการรับมือกับภาวะโลกร้อน แต่ขอให้อีกฝ่ายเคลื่อนไหวไปพร้อมๆ กันด้วย

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้นำจีนประกาศคำมั่นสัญญาว่าจะยกระดับครั้งสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในทศวรรษหน้า แต่ก็ส่งสัญญาณว่าจะไม่เปิดเผยแผนทั้งหมดก่อนที่จะเห็นการเคลื่อนไหวครั้งต่อไปที่เกิดขึ้นโดยคู่แข่งระดับโลกหลักอย่างสหรัฐ

สีจิ้นผิง ผู้นำของจีนกล่าวในการประชุมสุดยอดออนไลน์ในวันครบรอบ 5 ปีของParis Agreement ซึ่งเป็นข้อตกลงด้านสภาพอากาศที่ปารีส โดยเขากล่าวว่าภายในปี 2030 จีนจะลดความเข้มข้นของคาร์บอนลงกว่า 65% ซึ่งความเข้มของคาร์บอนเป็นตัวชี้วัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สัมพันธ์กับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

สีจิ้นผิงยังกล่าวอีกว่าจีนจะเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์สามเท่าเป็นมากกว่า 1,000 ล้านกิโลวัตต์และขยายพื้นที่ป่า

คำแถลงของสีจิ้นผิงในวันเสาร์มีขึ้นสามเดือนหลังจากที่เขาประกาศในเดือนกันยายนว่าจีนจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ โดยจีนจะกำจัดการปล่อยมลพิษออกจากชั้นบรรยากาศภายในปี 2060 ซึ่งคาร์บอนไดออกไซด์เป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกหลักที่ทำให้โลกร้อนขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นของยุคอุตสาหกรรม

จีนซึ่งได้รับฉายาว่าเป็นโรงงานของโลกเป็นผู้ปล่อยก๊าซที่ทำให้โลกร้อนขึ้นรายใหญ่ที่สุดของโลกและไม่ว่าจีนจะทำอะไรก็ตามเพื่อลดการปล่อยก๊าซนี้ การกระทำของจีนถือเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจีนยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การลงนามในข้อตกลงปารีสในปี 2015 และคำแถลงของสีจิ้นผิงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาย้ำว่าการปล่อยก๊าซจะเติบโตอย่างต่อเนื่องแต่จะถึงสูงสุดในเวลาไม่นาน “ ก่อนปี 2030” เท่ากับว่าสีจิ้นผิงประกาศจุดยืนแต่ไม่ประกาศกำหนดเวลาที่แน่นอน และยังน้อยกวาที่หลายฝ่ายคาดหวังว่าจีนจะปล่อยมลพิษสูงสุดภายในปี2025 จากนั้นจึงจะลดลง

The New York Times ชี้ว่าคำแถลงดังกล่าวของสีจิ้นผิงเป็นการแสดงจุดยืนที่รอบคอบเพื่อแสดงให้เห็นว่าจีนตั้งใจที่จะก้าวไปสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืนโดยเร็วขึ้นโดยไม่ต้องเปิดเผยรายละเอียดมากมายก่อนที่รัฐบาลใหม่ของสหรัฐจะเข้ามาแทนที่โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นรัฐบาลที่ขัดขวางการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศโลกอย่างหนักหน่วง

“ผมคิดว่าจีนกำลังรอดูว่ารัฐบาลไบเดนจะประกาศอะไรและจะทำแบบไหน” เจค ชมิดท์ จาก Natural Resources Defense Council กล่าว “พวกเขา (จีน) พยายามส่งสัญญาณว่าพวกเขากำลังจะเดินหน้าต่อไปในการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศในประเทศ แต่พวกเขาก็สงวนท่าทีเช่นกัน”

ทั้งนี้ รัฐบาลทรัมป์ได้ถอนตัวจากความข้อตกลงปารีสทั้งหมด ส่วนโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีกล่าวย้ำในแถลงการณ์ว่าเขาจะนำสหรัฐเข้าร่วมข้อตกลงทันทีตั้งแต่ในวันแรกในการดำรงตำแหน่งและจัดการประชุมสุดยอดระดับนานาชาติภายใน 100 วันแรกของการบริหารงานในฐานะผู้นำประเทศ

Photo by FAZRY ISMAIL / POOL / AFP

สาวกทรัมป์นับพันลงถนน หลังโค่นผลเลือกตั้งไม่สำเร็จ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

สาวกทรัมป์นับพันลงถนน หลังโค่นผลเลือกตั้งไม่สำเร็จ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 13 ธ.ค. 2563 เวลา 10:18 น.สาวกทรัมป์นับพันลงถนน หลังโค่นผลเลือกตั้งไม่สำเร็จขณะที่ทรัมป์นั่งเครื่องบินจับตาการชุมนุมของผู้สนับสนุนเขาในเมืองหลวงของประเทศ

ผู้ประท้วงที่สวมหมวกสีแดง (สัญลักษณ์ของฝ่ายหนุนนโยบายทรัมป์) หลายพันคนออกมาแสดงพลังเต็มท้องถนนในกรุววอชิงตันเพื่อสนับสนุนการอ้างของโดนัลด์ ทรัมป์เกี่ยวกับการฉ้อโกงการเลือกตั้งประธานาธิบสหรัฐ ซึ่งไม่มีมูลความจริง และศาลสูงสหรัฐยังปฏิเสธที่จะรับคำร้องของทรัมป์ ปิดทางโอกาสสุดท้ายของทรัมป์ที่จะพลิกผลลัพธ์การเลือกตั้ง

ผู้คนหลายพันคนรวมตัวกันรอบ ๆ Freedom Plaza ซึ่งอยู่ห่างจากทำเนียบขาวเพียงไม่กี่ช่วงตึกในบรรยากาศรื่นเริงก่อนหน้านี้ แต่ต่อมาเกิดการต่อสู้เกิดขึ้นในเวลาต่อมาระหว่างผู้ประท้วงและฝ่ายต่อต้านผู้ประท้วง

ห่างออกไปเพียงไม่กี่ช่วงตึกผู้สนับสนุนขบวนการ Black Lives Matter ก็รวมตัวกันชุมนุมเล็กกว่านี้พร้อมตะโกนว่า “พวกนาซีออกไป!”

ตำรวจบางคนอยู่ในชุดปราบจลาจลพยายามใช้แรงและจักรยานเพื่อแยกกลุ่มฝูงชนออกจากกัน นอกจากนี้ยังมีการปะทะกันระหว่างตำรวจและผู้ประท้วงอย่างน้อยหนึ่งครั้ง และก่อนหน้านี้มีผู้ถูกจับกุมหกคน

ผู้ประท้วงที่สนับสนุนทรัมป์บางคนปรากฏตัวในชุดอุปกรณ์ทางการทหารพร้อมกับตะโกนว่า “USA” และ “อีกสี่ปี” เพื่อขอให้ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีต่อไป

สำนักข่าว AFP ตั้งข้อสังเกตว่าการแสดงพลังครั้งนี้เป็นกลุ่มฝูงชนขนาดใหญ่ แต่เห็นได้ชัดว่ามีขนาดเล็กกว่าการชุมนุมที่คล้ายกันเมื่อเดือนก่อนซึ่งมีคน 10,000 คนมารวมตัวกันใกล้ทำเนียบขาวเพื่อสนับสนุนทรัมป์

“ เราจะไม่ยอมแพ้” ลุค วิลสัน ผู้ประท้วงอายุหกสิบเศษที่เดินทางมาจากรัฐไอดาโฮทางตะวันตกกล่าว

“ผมเชื่อว่ามีความอยุติธรรมครั้งใหญ่เกิดขึ้นกับคนอเมริกัน” เดลล์ ควิก ซึ่งเป็นขาประจำในการชุมนุมทางการเมืองของทรัมป์กล่าวเสริม โดยเขายังถือธงประกาศจุดยืนปกป้องสิทธิปืนของประชาชนอเมริกันด้วย เขายังบอก AFP ว่า “ไม่มีทางเป็นไปได้” ที่ไบเดนจะได้รับการเลือกตั้ง

ผู้ประท้วงพยายามชักแม้น้ำทั้งห้ามาอธิบายเรื่องความไม่ยุติธรรมของผลการเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายนที่พรรคเดโมแครตของโจ ไบเดนชนะ แม้ว่าจะได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งของรัฐแล้วก็ตามโดยที่เจ้าหน้าที่เหล่านั้นๆ หลายคนก็ยังเป็นพรรครีพับลิกันฝ่ายเดียวกับทรัมป์ด้วยซ้ำ ยังไม่นับคำชี้ขาดโดยผู้พิพากษาในหลายรัฐที่สำคัญ

ขณะนี้ทุกรัฐได้รับรองชัยชนะของโจ ไบเดนแล้วโดยให้คะแนนโหวต 306 คะแนนจากคณะผู้เลือกส่วนทรัมป์อยู่ที่ 232 คะแนนคะแนนที่ถือว่าชนะคือ 270 คะแนน

แต่ผู้ประท้วงยืนยันเช่นเดียวกับที่ทรัมป์ได้ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่ามีการทุจริตอย่างกว้างขวางในการเลือกตั้ง

บางคนชี้ไปที่ “การแทรกแซงจากต่างประเทศ” คนอื่นๆ อ้างว่ามีการใช้ซอฟต์แวร์ลบคะแนนเสียงนับล้านให้กับทรัมป์ แต่ข้ออ้างนี้ไม่มีมูลเพราะผู้สมัครพรรครีพับลิกันคนอื่นๆที่ได้คะแนนในบัตรลงคะแนนเดียวกันไม่มีการถูกลบเลย

ทั้งนี้ ยังมีบุคคลสำคัญที่ขึ้นกล่าวกับฝูงชน คือไมเคิล ฟลิน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของทรัมป์ที่โกหกเกี่ยวกับการติดต่อกับรัสเซีย และเพิ่งได้รับการอภัยโทษจากทรัมป์

ส่วนทรัมป์ทวีตข้อความว่า “ว้าว! ผู้คนหลายพันคนรวมตัวกันในวอชิงตัน (ดี.ซี. ) เพื่อหยุดการขโมย” ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อนเลย แต่ผมจะลองไปดูพวกเขาสักหน่อย!”

หลังจากนั้นไม่นานเฮลิคอปเตอร์ของทรัมป์ก็เคลื่อนตัวจากบริเวณทำเนียบขาวและบินผ่านฝูงชนหลายคนที่กำลังร้องเพลงชาติสหรัฐ ขณะที่ทรัมป์มุ่งหน้าไปนิวยอร์กเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลประจำปีของกองทัพบก-กองทัพเรือ

Photo by Jose Luis Magana / AFP

ทำความรู้จัก…ทายาทรุ่นสอง ‘กลุ่มศรีเทพไทย’ ในวันที่ ‘พลาสติก’ กลายเป็นผู้ร้าย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทำความรู้จัก…ทายาทรุ่นสอง ‘กลุ่มศรีเทพไทย’ ในวันที่ ‘พลาสติก’ กลายเป็นผู้ร้าย (komchadluek.net)

ทำความรู้จัก…ทายาทรุ่นสอง ‘กลุ่มศรีเทพไทย’ ในวันที่ ‘พลาสติก’ กลายเป็นผู้ร้าย

ทำความรู้จัก...ทายาทรุ่นสอง 'กลุ่มศรีเทพไทย' ในวันที่ 'พลาสติก' กลายเป็นผู้ร้าย

13 ธันวาคม 2563 – 13:15 น.

ทำความรู้จัก…”ประเสริฐ ไตรจักรภพ” ทายาทรุ่นสอง ‘กลุ่มศรีเทพไทย’ กับความท้าทายในยุคที่ ‘พลาสติก’ กลายเป็นผู้ร้าย!!!

จากยุครุ่งเรืองของพลาสติก สู่ยุคพลาสติกกลายเป็นผู้ร้าย ถูกตีตราว่าเป็นต้นเหตุของปัญหา สิ่งแวดล้อมระดับโลก โจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรมพลาสติก กับการขับเคลื่อนคร้ังสำคัญของ อาณาจักรศรีเทพไทย ผ่านทายาทรุ่นที่สอง

“นายประเสริฐ ไตรจักรภพ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเวิลด์แวร์โพลีโพรดักส์ จำกัด และรองประธาน บริหารกลุ่มศรีเทพไทย ลูกชายคนโต ของนายสรสินธุและนางเพ็ญประภา ไตรจกัรภพ ซึ่งทั้งคู่เป็นผู้ก่อตั้ง”กลุ่มศรีเทพไทย”

โดยยึดหลักการบริหารภายใต้ปรัชญา “คุณธรรมนำธุรกิจ” มากว่า 50 ปี โดยธุรกิจหลักของกลุ่มศรีเทพไทยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลาสติก ทั้งการเป็นผู้จัดจำหน่ายเม็ด พลาสติกรายใหญ่ระดับประเทศ

รวมถึงการแปรรูปพลาสติก เป็นบรรจุภัณฑ์อาหารพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว เป็นต้น นอกจากธุรกิจอุตสาหกรรมพลาสติกนั้น ทางกลุ่มศรีเทพไทยยังมีธุรกิจกลุ่มเคมีภัณฑ์ กลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง กลุ่มยานยนต์ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มเกษตรแปรรูป

“ที่ผ่านมา เราคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า นโยบายลดการใช้พลาสติกจากรัฐบาล เช่นการยกเลิกใช้ถุงพลาสติก ของห้างร้านเมื่อต้นปี ย่อมเกิดผลกระทบต่อธุรกิจของเราในบางส่วน ซึ่งเราก็พร้อมให้ความร่วมมือในการ ตอบสนองนโยบายรัฐ เช่น การยกเลิกโรงงานผลิตถุงพลาสติก แล้วไปให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าเพิ่ม มูลค่าตัวอื่นแทน”ทายาทรุ่นสองกลุ่มศรีเทพไทย ระบุ

ว่ากันว่า “นายประเสริฐ ไตรจกัรภพ” เป็นทายาทรุ่นที่สองของอาณาจักรศรีเทพไทย เป็นทั้งผู้ถือหุ้นใหญ่ และเป็น “กรรมการ” ในกลุ่มบริษัทศรีเทพไทยหลายบริษัท รวมทั้งเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัทไทยเวิลด์แวร์โพลีโพรดักส์ จำกัด เป็นบริษัทที่ “นายประเสริฐ” ได้เข้ามาบริหารอย่างใกล้ชิด

ดังนั้นจึงเรียกว่า “นายประเสริฐ” อยู่กับธุรกิจ อุตสาหกรรมพลาสติกมาหลายสิบปี จึงได้เห็นพลาสติกตั้งแต่ยุคบุกเบิกที่รุ่งเรือง จนเข้าสู่ยุคพลาสติกกลายเป็น ผู้ร้าย ที่ขยะพลาสติกเกลื่อนเมืองจนกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม และนำไปสู่นโยบายเลิกใช้พลาสติก 7 ชนิด ภายในปี 2568

แม้พลาสติกจะกลายเป็นผู้ร้าย แต่ที่ผ่านมาพลาสติกได้เป็นสินค้าสำคัญที่จำเป็นกับทุกธุรกิจ และอยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคน

จากประสบการณ์ของ”นายประเสริฐ” ที่ผ่านมา จึงต้องกลับไปศึกษาที่สาเหตุจริงๆว่า วันนี้พลาสติกคือตัวปัญหา หรือปัญหาจากขยะพลาสติกกันแน่ที่เป็นต้นเหตุจริงๆ จากนั้นจึงเข้าสู่การแก้ไข ปัญหาให้ถูกจุด เพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ

สำหรับสินคา้พลาสติก เมื่อนำไปใช้จนกลายเป็นขยะพลาสติก จะกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว เนื่องจากพลาสติกจะไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ

“ดังนั้นสิ่งที่เราพร้อมแสดงจุดยืนเพื่อแก้ปัญหา สิ่งแวดล้อมในเบื้องต้น คือการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับประเทศเช่น ไออาร์พีซี ในการทำโครงการ Zero Plastic Waste เพื่อนำขยะพลาสติกกลับเข้าสู่วงจรของการ Recycle ให้มากที่สุด แล้วแปรรูปไปเป็นสินคา้อื่น เพื่อลด ปัญหาจากขยะพลาสติก” นายประเสริฐ กล่าวด้วยความมุ่งมั่น

ไม่เพียงเท่านั้น กลุ่มบริษัทศรีเทพไทย เน้นการรณรงค์ในรูปแบบต่างๆ ทั้งการจัดเสวนา กิจกรรมทางการตลาด การประชาสัมพนัธ์ ผ่านไปยังลูกค้าที่เป็น Brand Owner รายใหญ่ เช่น เบทาโกร และเคเอฟซี เพื่อหวงัสร้างกรีนซพัพลายเชน ให้เกิด การตระหนักและร่วมมือกันแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกอย่างแท้จริง

แนวทางที่สอง กลุ่มบริษัทศรีเทพไทย มีความมุ่งมั่นที่จะใช้วิกฤตนี้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเน้นนวัตกรรมบรรจุภณัฑ์ แบบย่อยสลายได้ (Compostable) โดยการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีความรู้

โดยพร้อมสนับสนุนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการลดขยะพลาสติก เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระยะยาว

“อีกขั้นของการเติบโต แค่การผลิตสินค้าที่ดีที่สุด อาจไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ในฐานะผู้ผลิต การมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสินค้าที่ผลิตจนกลายเป็นขยะที่เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องที่ผู้ผลิตและภาคเอกชนต้องจับมือกันหาแนวทางการแก้ไขในระยะยาว

เพราะโลกวันหน้าจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเราทุกคนในวันนี้ ไทยเวลิดแ์วร์ฯ พร้อมเดินไปข้างหน้า เพื่อสร้างการเติบโตภายใต้แนวคิด “สมดุล มั่นคง ยั่งยืน และมีความสุข” นายประเสริฐ ฝากทิ้งท้าย

ทำความรู้จัก...ทายาทรุ่นสอง 'กลุ่มศรีเทพไทย' ในวันที่ 'พลาสติก' กลายเป็นผู้ร้าย
ทำความรู้จัก...ทายาทรุ่นสอง 'กลุ่มศรีเทพไทย' ในวันที่ 'พลาสติก' กลายเป็นผู้ร้าย
ทำความรู้จัก...ทายาทรุ่นสอง 'กลุ่มศรีเทพไทย' ในวันที่ 'พลาสติก' กลายเป็นผู้ร้าย
ทำความรู้จัก...ทายาทรุ่นสอง 'กลุ่มศรีเทพไทย' ในวันที่ 'พลาสติก' กลายเป็นผู้ร้าย

‘เหลิม’ รุกร้อยเอ็ด ก้าวหน้าตัดแต้ม พท. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘เหลิม’ รุกร้อยเอ็ด ก้าวหน้าตัดแต้ม พท. (komchadluek.net)

‘เหลิม’ รุกร้อยเอ็ด ก้าวหน้าตัดแต้ม พท.

'เหลิม' รุกร้อยเอ็ด  ก้าวหน้าตัดแต้ม พท.

13 ธันวาคม 2563 – 14:00 น.

ศึก อบจ.ร้อยเอ็ด เพื่อไทยเจอเกม 3 รุม 1 “เฉลิม-พงษ์เทพ” ต้องรีบไปช่วยหาเสียง

การต่อสู้ชิงเก้าอี้นายก อบจ.ร้อยเอ็ด มองเผินๆ เหมือนศึกสามก๊ก แต่ฝ่ายเพื่อไทย กลับระแวงเกมซ้อนกลของคู่แข่ง

อ่านข่าว : อบจ.ฝั่งโขง 3 คน 3 ค่าย โตมาจากทักษิณ

ดูตามหน้าเสื่อ ผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ที่เป็นตัวเต็ง ก็มีอยู่ 3 คนคือ มังกร ยนต์ตระกูล อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด กลุ่มเพื่อไทยร้อยเอ็ด

ตามมาด้วย เอกภาพ พลซื่อ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด หลายสมัย ลงสมัครอิสระ และสถาพร ว่องสันธนพงษ์ อดีต ส.อบจ.ร้อยเอ็ด สังกัดกลุ่มก้าวหน้า

'เหลิม' รุกร้อยเอ็ด  ก้าวหน้าตัดแต้ม พท.

สถาพร กลุ่มก้าวหน้า

กุนซือของเสี่ยมังกร ก็คือ เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด ที่มีศักดิ์เป็นพี่เขยของมังกร จึงสามารถดึงคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มาช่วยหาเสียงได้

++

เฉลิมต้องมา

++

มิเพียงคุณหญิงสุดารัตน์เท่านั้น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และพงษ์เทพ เทพกาญจนา ก็เดินทางไปหาเสียงช่วยเสี่ยมังกร

ร.ต.อ.เฉลิม ได้ขึ้นเวทีปราศรัย 3 อำเภอ พร้อมกับย้ำว่า เสี่ยมังกรเป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทย เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เป็นคนรุ่นใหม่

เนื่องมาจากตอนที่คุณหญิงสุดารัตน์ มาหาเสียงช่วยมังกร กลับเจอกระแสเพื่อไทยเทียม เพราะคุณหญิงหน่อยลาออกจากเพื่อไทยพอดี

ด้วยเหตุนี้ “เฉลิม-พงษ์เทพ” จึงต้องเดินทางมาร้อยเอ็ดเป็นการด่วน เพื่อการันตีว่า เสี่ยมังกรฝ่ายประชาธิปไตยของแท้ 100%

++

เกม 3 รุม 1

++

ต้นเดือน ส.ค.2563 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เปิดตัว “สถาพร ว่องสันธพงษ์” ผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ท่ามกลางเสียงวิเคราะห์วิจารณ์ เพราะสถาพร เคยเป็น ส.อบจ.ร้อยเอ็ด และประธานสภา อบจ.ร้อยเอ็ด

สถาพรมาจากตระกูลการเมือง “ว่องสันธพงศ์” ที่มีฐานเสียงอยู่ในเขต อ.เมืองร้อยเอ็ด

สานิตย์ ว่องสันธพงศ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด เป็นหัวแถวของตระกูลนี้ และมีความใกล้ชิดกับ เอกภาพ พลซื่อ อดีตแกนนำกลุ่มวังพญานาค

เมื่อการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 สานิตย์ ได้ร่วมทีมกับเอกภาพ สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด ในนามพรรคพลังประชารัฐ แต่สอบตก

'เหลิม' รุกร้อยเอ็ด  ก้าวหน้าตัดแต้ม พท.

เอกภาพ พลซื่อ ลงสมัครอิสระ

พ.ศ.นี้ เอกภาพ พลซื่อ ลงสมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด โดย 2 สมัยที่แล้ว รัชนี พลซื่อ ภรรยาเอกภาพ ก็พ่ายแพ้แก่มังกร ยนต์ตระกูล

ย้อนไปดูผลเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ปี 2555 มังกร ยนต์ตระกูล ได้ 189,838 คะแนน ,รัชนี พลซื่อ ได้ 170,242 คะแนน และทินกร จุรีมาศ ได้ 153,693 คะแนน

ปลายปี 2563 เอกภาพ จับมือตระกูล “จุรีมาศ” ชนเสี่ยมังกร แถมมีคนในตระกูล “ว่องสันธพงศ์” ลงสนามในนามก้าวหน้า เหมือน 3 รุม 1

ไม่แปลกหรอก เฉลิม-พงษ์เทพ จะลงทุนเดินสายมาหาเสียงที่ร้อยเอ็ด

'เหลิม' รุกร้อยเอ็ด  ก้าวหน้าตัดแต้ม พท.

เฉลิม บินด่วนไปหาเสียงร้อยเอ็ด

สมรภูมิแพร่ หลานแม่เลี้ยงติ๊ก พลิกไล่บี้ ‘วงศ์วรรณ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สมรภูมิแพร่ หลานแม่เลี้ยงติ๊ก พลิกไล่บี้ ‘วงศ์วรรณ’ (komchadluek.net)

สมรภูมิแพร่ หลานแม่เลี้ยงติ๊ก พลิกไล่บี้ ‘วงศ์วรรณ’

สมรภูมิแพร่  หลานแม่เลี้ยงติ๊ก  พลิกไล่บี้ 'วงศ์วรรณ'

13 ธันวาคม 2563 – 11:10 น.

เมืองแพร่แห่ธนาธร “โกลี่” หลานแม่เลี้ยงติ๊ก เกาะกระแสม็อบเด็ก มีโอกาสล้มตระกูล “วงศ์วรรณ”…คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดย ขุนน้ำหมึก

เมืองแพร่กำลังตกเป็นข่าวใหญ่ เมื่อเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง ในกีฬาสีของโรงเรียนดังประจำจังหวัด

อ่านข่าว : ฤทธิ์แดงดูไบ “ทัศนีย์” ชีช้ำ โน่นก็ “เจ๊” นี่ก็ “ลุง”

สำหรับเวทีเลือกตั้งนายก อบจ.แพร่ ผู้คนต่างเฝ้าจับตามองว่า อาจมีปรากฏการณ์ “ล้มช้าง” เหมือนการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2538

เหตุการณ์ในอดีต คนเมืองแพร่ยังจำได้ “แม่เลี้ยงติ๊ก” ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู พรรคประชาธิปัตย์ โค่นพ่อเลี้ยงณรงค์ วงศ์วรรณ แบบเหนือความคาดหมาย

แม่เลี้ยงติ๊ก เป็นลูกสาว “ศานิตย์ ศุภศิริ” อดีตมือขวาของพ่อเลี้ยงณรงค์ ซึ่งต้องการสร้างประวัติศาสตร์ให้แก่ตระกูล “ศุภศิริ” จึงผลักดันลูกสาวลงสนามการเมืองระดับชาติ

สมรภูมิแพร่  หลานแม่เลี้ยงติ๊ก  พลิกไล่บี้ 'วงศ์วรรณ'

อนุวัธ ลูกพ่อเลี้ยงณรงค์ วงศ์วรรณ

นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ตระกูล “ศุภศิริ” จึงมีที่ยืนในเวทีการเมืองเมืองแพร่ เคียงข้าง “วงศ์วรรณ” และ “เอื้ออภิญญากุล”

++

หลานแม่เลี้ยงติ๊ก

++

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2563 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ที่บริเวณสามแยกพญาพล ต.ป่าแมต อ.เมือง จ.แพร่ เพื่อหาเสียงช่วย สุภวัฒน์ ศุภศิริ ผู้สมัครนายกอบจ.แพร่ ปรากฏว่า มีชาวแพร่เข้าร่วมฟังมากกว่าพันคน

“โกลี่” สุภวัฒน์ ศุภศิริ เป็นลูกชาย “โกโรจน์” สาโรจน์ ศุภศิริ นักการเมืองท้องถิ่นเมืองแพร่ และโกโรจน์ เป็นลูกพี่ลูกน้องกับแม่เลี้ยงติ๊ก

“โกลี่” เป็น ส.อบจ.แพร่ เขต อ.เมืองแพร่ โดยการสนับสนุนของพ่อ-โกโรจน์ และเคยไปช่วยงานฟุตบอลที่สโมสรแพร่ ยูไนเต็ด ซึ่ง “โกปี้” พงษ์สวัสดิ์ ศุภศิริ น้องชายแม่เลี้ยงติ๊กดูแลอยู่

ในทางการเมือง ตระกูล “ศุภศิริ แบ่งเป็น 2 สายคือ สายแม่เลี้ยงติ๊ก ที่ยังภักดีกับ ปชป. และสายโกโรจน์-สาโรจน์ ศุภสิริ ที่เลือกทางสายใหม่

สบจังหวะ พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ส.ส.แพร่ 2 คน ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย โกโรจน์จึงส่ง “โกลี่” ลงสนามนายก อบจ.ในสีเสื้อก้าวหน้า

มาถึงวันนี้ โกลี่ หรือ สจ.ลี่ มีโอกาสสร้างปรากฏการณ์ “ล้มช้าง” ด้วยกระแสธนาธร

++

‘วงศ์วรรณ’ที่เหลืออยู

++

หลังพ่อเลี้ยงณรงค์ วงศ์วรรณ วางมือทางการเมือง ก็มีทายาทสองคน ที่เข้ามาสานต่องานการเมืองคือ “เสี่ยโอน” อนุสรณ์ วงศ์วรรณ และ “เสี่ยเอน” อนุวัธ วงศ์วรรณ

การเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2548 “เสี่ยเอน” อนุวัธ วงศ์วรรณ ในสีเสื้อไทยรักไทย เอาชนะ “แม่เลี้ยงติ๊ก” ล้างแค้นให้พ่อเลี้ยงณรงค์ ได้สำเร็จ

ปี 2550 อนุวัธ เบนเข็มมาเล่นการเมืองท้องถิ่น และได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.แพร่ และเป็นต่อเนื่องมาจากถึงวันนี้

สมรภูมิแพร่  หลานแม่เลี้ยงติ๊ก  พลิกไล่บี้ 'วงศ์วรรณ'

โกลี่ หลานแม่เลี้ยงติ๊ก

ตลอดระยะเวลาที่บริหาร อบจ.แพร่ เสี่ยเอน สานสัมพันธ์กับกลุ่มท้องถิ่นต่างๆ ทั้งที่สังกัดพรรคเพื่อไทย และคู่แข่งขันทางการเมืองอย่างกลุ่มแม่เลี้ยงติ๊ก

การเลือกตั้งนายก อบจ.แพร่ เที่ยวนี้ เสี่ยเอน ต้องทำงานหนัก เพราะกระแสคนรุ่นใหม่มาแรง จนทำให้อดีต ส.อบจ. กลุ่มฮักเมืองแป้หวั่นไหว

“อัครเดช” รองโฆษกปชป. ยันรมต. 7 คนของพรรค ทำงานซื่อสัตย์สุจริต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“อัครเดช” รองโฆษกปชป. ยันรมต. 7 คนของพรรค ทำงานซื่อสัตย์สุจริต (komchadluek.net)

“อัครเดช” รองโฆษกปชป. ยันรมต. 7 คนของพรรค ทำงานซื่อสัตย์สุจริต

"อัครเดช" รองโฆษกปชป. ยันรมต. 7 คนของพรรค ทำงานซื่อสัตย์สุจริต

13 ธันวาคม 2563 – 17:20 น.

อัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ รองโฆษกปชป. ยันรมต. 7 คนของพรรค ทำงานซื่อสัตย์สุจริต จี้ฝ่ายค้านเปิดหลักฐานรัฐบาลทุจริต อย่าพูดลอยๆ

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2563 นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ทางรัฐมนตรีของพรรคทุกคนพร้อมให้การตรวจสอบและมั่นใจว่ารัฐมนตรีทั้ง 7 คนของพรรค ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ดังนั้น การที่ฝ่ายค้านใช้มาตรการตรวจสอบก็ถือเป็นเรื่องที่ดีในกลไกลรัฐสภา และเคารพการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน แต่โดยปกติแล้วของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องรอให้ฝ่ายค้านมาตรวจสอบ ส.ส.ของพรรคก็ตรวจสอบกันเองอยู่แล้ว ถ้ามีความไม่ชอบมาพากล ทางส.ส.จะต้องมีกระบวนการตรวจสอบ

นายอัครเดช กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมารัฐมนตรีของพรรค ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีเหตุที่ต้องถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในส่วนของนายกฯ ที่ฝ่ายค้านพุ่งเป้านั้น ตนมั่นใจว่าเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น นายกฯ คงไม่มี แต่หากฝ่ายค้านมีข้อมูลอะไรก็ควรเปิดเผยออกมา ไม่อยากให้พูดลอยๆ เพราะหลายครั้งที่ฝ่ายค้านพูดมาก็ไม่มีอะไร และไม่มีข้อมูลใหม่นอกจากข้อมูลตามสื่อต่างๆ จึงอยากให้ฝ่ายค้านพูดและแสดงหลักฐานออกมาเลย เพราะเชื่อว่านายกฯ พร้อมที่จะชี้แจงอยู่แล้ว

นายอัครเดช กล่าวถึงกรณีที่นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.ที่ระบุว่าหลังวันที่ 1 เม.ย. 2564 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ ความสมานฉันท์จะเกิดขึ้นว่า ในฐานะนักการเมืองอยากให้ความสมานฉันท์เกิดขึ้นในบ้านเมืองอยู่แล้ว เพราะจากที่ตนลงพื้นที่ชาวบ้านก็ต้องการความสงบ อยากให้รัฐบาลได้แก้ปัญหาประเทศชาติ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะวันนี้กระบวนการสมานฉันท์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

“การที่ระบุว่าสมานฉันท์จะเกิดหลังวันที่ 1 เม.ย. 2564 นั้น คงเพราะคณะกรรมการสมานฉันท์ที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ตั้งขึ้น จากนี้ไป 4 เดือน จะออกดอกออกผล และฝ่ายค้านกลับใจเข้ามาร่วมในคณะกรรมการฯ รวมทั้งผู้ชุมนุมที่คิดว่าการสมานฉันท์เป็นทางออก ก็น่าจะเข้ามาร่วมกัน” นายอัครเดช กล่าว

ด่วน..ราชกิจจาฯ พระบรมราชโองการ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ เพิ่มเติม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ด่วน..ราชกิจจาฯ พระบรมราชโองการ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ เพิ่มเติม (komchadluek.net)

ด่วน..ราชกิจจาฯ พระบรมราชโองการ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ เพิ่มเติม

ด่วน..ราชกิจจาฯ พระบรมราชโองการ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ เพิ่มเติม

13 ธันวาคม 2563 – 15:39 น.

พระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช (ฉบับที่ ๒)

เมื่อวันนี้ 13 ธ.ค.2563 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยลงนามรับสนองพระบรมราชโองการโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

อ่าน..โปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ 2563 (ฉบับแรก)

ทั้งนี้ ท้ายประกาศ ยังหมายเหตุถึงการออกฉบับที่ 2 โดยระบุว่า เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๓ (๑) แห่งพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓ กำหนดให้นักโทษเด็ดขาดซึ่งมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษประหารชีวิตที่เคยได้รับพระราชทานอภัยโทษแล้วไม่อยู่ในข่าย ได้รับพระราชทานอภัยโทษอีก

สมควรให้โอกาสนักโทษเด็ดขาดกลุ่มดังกล่าวได้รับพระราชทานอภัยโทษ เพื่อให้โอกาสกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ด่วน..ราชกิจจาฯ พระบรมราชโองการ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ เพิ่มเติม
ด่วน..ราชกิจจาฯ พระบรมราชโองการ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ เพิ่มเติม
ด่วน..ราชกิจจาฯ พระบรมราชโองการ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ เพิ่มเติม