‘ตู่’ จตุพร ขอคนเชียงใหม่ตาสว่างลุกสั่งสอน ‘เจ๊’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘ตู่’ จตุพร ขอคนเชียงใหม่ตาสว่างลุกสั่งสอน ‘เจ๊’ (komchadluek.net)

‘ตู่’ จตุพร ขอคนเชียงใหม่ตาสว่างลุกสั่งสอน ‘เจ๊’ 

'ตู่' จตุพร ขอคนเชียงใหม่ตาสว่างลุกสั่งสอน 'เจ๊' 

12 ธันวาคม 2563 – 16:00 น.

‘ตู่’ จตุพร เดินสายช่วย “บุญเลิศ” ขอคนเชียงใหม่ตาสว่าง ลุกสั่งสอน ‘เจ๊’  โต้ติ่งเจ๊ รับงานป้ายสีฝ่ายประชาธิปไตย ซัดเพื่อไทยไร้มาตรฐาน ไม่อยู่ในร่องในรอย ใส่ร้ายบุญเลิศ แต่ยกยอคนอดีต พปชร. ลั่นไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้า ไม่ไปเป็นพวกเผด็จการเด็ดขาด

เมื่อ 12 ธ.ค. 2563 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวที่เชียงใหม่ ระหว่างหาเสียงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) ช่วยนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัคร นายก อบจ.เชียงใหม่

อ่านข่าว : ‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’ พังเพราะใคร.. ‘จตุพร’ ซัด เจ๊พังกำแพงมิตรภาพที่เชียงใหม่

นายจตุพร ย้ำทุกครั้งว่า นายบุญเลิศ เป็นฝ่ายประชาธิปไตย ไม่ได้เป็นพวกพลังประชารัฐ ตามคำกล่าวหาของพรรคเพื่อไทย ซึ่งอ้างเพียงรูปถ่ายกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เมื่อครั้งมาเปิดสาขาพรรคพลังประชารัฐที่เชียงใหม่ โดยขณะนั้น นายบุญเลิศ เป็น นายก อบจ.อยู่ จึงมาแสดงความยินดีตามมารยาททางการเมือง

อีกอย่าง นายบุญเลิศ สมัครรับเลือกตั้ง นายก อบจ.เชียงใหม่ ครั้งนี้ ในสังกัดกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม สาเหตุที่ไม่สมัครในนามเพื่อไทย เนื่องจากถูกพรรคทอดทิ้ง แล้วบิดเบือน ยัดข้อหาซ้ำเติมว่า นายบุญเลิศ เป็นพวกเผด็จการ ทั้งที่ไม่จริง เพราะการป้ายสีใส่ร้ายของพรรคเช่นนั้นเพื่อเปิดข้ออ้างเปิดทางให้อีกคนหนึ่งมาสมัครในนามพรรคเพื่อไทย

นอกจากนี้ พฤติกรรมของพรรคเพื่อไทยมักโฆษณาชวนเชื่อว่า เป็นฝ่ายประชาธิปไตย ไม่เอาพวกเผด็จการยึดอำนาจ แต่สิ่งที่ทำกับนายบุญเลิศและตระกูลบูรณุปกรณ์ ที่ซื่อสัตย์ทางการเมืองมาตลอด 20 ปี ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย มาเป็นพลังประชาชน แล้วมาถึงเพื่อไทย ด้วยการกล่าวหาว่า เป็นพวกเผด็จการนั้น จึงเป็นความอยุติธรรมและแสดงถึงความไร้มาตรฐานทางการเมืองอย่างยิ่ง

นายจตุพร อธิบายถึงพรรคเพื่อไทยไม่มีมาตรฐานว่า ในปี 2559 พรรคเพื่อไทย และ นปช. รณรงค์ไม่รับร่าง รธน.60 นายบุญเลิศกับตระกูลบูรณุปกรณ์ประกาศเจตนารมณ์ไม่รับ ร่าง รธน.ตามแนวทางของพรรคเพื่อไทยด้วย แต่ถูกจับติดคุกทหาร ใน มทบ.11 แล้วย้ายมาเข้าเรือนจำที่เชียงใหม่ พร้อมถูกคำสั่งมาตรา 44 ไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ นายก อบจ.ซ้ำเติมอีก 2 ปี

ในช่วงนายบุญเลิศ ติดคุก เขาถูกพรรคเพื่อไทยทอดทิ้ง เพื่อไปเอาคนใหม่มาลงสมัครนายก อบจ.เชียงใหม่แทน และป้ายสีให้เป็นคนพลังประชารัฐ อยู่ฝ่ายเผด็จการ

ขณะที่ผู้สมัครนายก อบจ.นครพนม ของพรรคเพื่อไทยนั้น ลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐมาได้ 3 วัน ทีมปราศรัยของพรรคไปช่วยซักฟอกยกย่องเป็นนักประชาธิปไตย

ดังนั้น ถ้านำกรณีจังหวัดนครพนมนำมาเปรียบกับนายบุญเลิศที่โดนกระทำแล้ว จึงสะท้อนถึงพรรคเพื่อไทย ไม่มีความยุติธรรม หามาตรฐานทางการเมืองไม่เจอ การกล่าวหาใครให้เป็นอะไรนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของพรรคเป็นหลัก ซึ่งตนไม่เห็นด้วย จึงมาช่วยนายบุญเลิศ หาเสียงสู้กับพวกอยุติธรรม พร้อมมั่นใจว่านายบุญเลิศ เป็นนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

อีกด้านแล้ว แสดงถึงพรรคเพื่อไทยมีความอยุติธรรมชัดเจน คือในคดีบอส กระทิงแดง ที่เกิดการทำลายระบบยุติธรรมของประเทศครั้งสำคัญ เนื่องจากมีขบวนการปั้นพยานให้การช่วยเหลือ โดยพยานอยู่ที่เชียงใหม่ ซึ่งคนหนึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซด์อย่างน่ากังขา แต่อีกคนหนึ่งมีความใกล้ชิดกับผู้ตาย และยังมีชีวิตอยู่ แต่เปลี่ยนชื่อ ส่วนพฤติกรรมติดตัวเดิมๆนั้น คงเปลี่ยนได้ยาก

ดังนั้น ตนสงสัยว่า เมื่อพรรคเพื่อไทยป่าวประกาศไปทั่วว่า เป็นธรรม แล้วตรวจสอบกันอย่างไร จึงไม่ใส่ใจกับระบบความยุติธรรมของประเทศ เนื่องจากไปคัดเลือกเอาคนที่ถูกกังขาเป็นพวกทำลายกระบวนการยุติธรรมมาสังกัดพรรค แล้วเชิดชูยกยอเป็นนักประชาธิปไตย ตนยอมรับไม่ได้ ไม่เห็นด้วย จึงมาช่วยนายบุญเลิศ แล้วถูกพวกระบอบติ่งเจ๊กล่าวหาว่า เป็นพวกพลังประชารัฐไปอีกคน

นายจตุพร กล่าวว่า ระบอบติ่งเจ๊เป็นเสื้อแดงแถลงข่าวเรียกร้องให้ตนลาออกจากประธาน นปช. ด้วยข้อหาไม่ช่วยพรรคเพื่อไทยหาเสียง แต่ช่วยเพื่อนที่ชื่อนายบุญเลิศ แต่เสื้อแดงที่ชื่อนายแก้วนั้น ได้เดินตามพรรคเพื่อไทย อยู่ในคำสั่งของเจ๊ จนแทบห่างไกลจากการเป็นนักสู้เพื่อประชาชน

ดังนั้น ตนจึงประกาศว่า ไม่ได้อีนังขังขอบกับตำแหน่งประธาน นปช. พร้อมจะออกตามกระบวนการประชาธิปไตย แต่ไม่ออกจากการกล่าวหาว่า เป็นคนพลังประชารัฐ ซึ่งไม่จริง เพราะตนยังยืนหยัดตามแนวทางประชาธิปไตยมั่นคง ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น ด้วยเหตุถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี และที่สำคัญตนไม่ได้สังกัดพรรคเพื่อไทย แต่ยังรักเคารพอดีตนายกฯทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ไม่เปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม นายแก้วที่เป็นเสื้อแดงนั้น เมื่อเข้าไปอยู่ในสังกัดพรรคการเมือง รอคำสั่งจากเจ๊มากล่าวหาคนอื่นให้เสียหายทางการเมือง ตนขอเตือนว่า เจ๊ที่ชอบหลบอยู่ในที่มืดทางการเมืองนั้น ทำพังมามากต่อมากแล้ว โดยรัฐบาลทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็พังด้วยอิทธิฤทธิ์ของเจ๊คนนี้เช่นกัน

ไม่เพียงเท่านั้น อิทธิฤทธิ์ของเจ๊ ยังลุกลาม แยกสลายพลัง นปช.จนอ่อนแอ ด้วยการให้นักการเมือง พวกนักเลือกตั้งมาจัดการประสานงานกับมวลชนเสื้อแดง จนทำให้พลังต่อสู้ทางประชาธิปไตยอ่อนด้อยลง มวลชนไม่เข้าร่วมชุมนุมกับฝ่ายประชาธิปไตยเมื่อปี 2557 จนไร้พลังมาเป็นดุลถ่วง ต่อต้านการยึดอำนาจของฝ่าย คสช.ได้

อีกอย่าง เจ๊มักสั่งการอยู่เบื้องหลัง โดยในช่วงพรรคเพื่อไทยชนะทางการเมือง กลับผลักใสไล่ส่งให้นักสู้ประชาธิปไตยไปอยู่ปลายนา ไม่เห็นคุณค่า ต้องการให้ออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย พวกตนคัดค้านไม่เห็นด้วย ก็ถูกถอดทิ้งจากรายการทีวีทั้งชุด แล้ว พ.ร.บ.สุดซอยก็ทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ล้มลง ถูกฝ่าย กปปส.ใช้เป็นเงื่อนไขปลุกคนมาชุมนุมขับไล่ แล้วดึงทหารยึดอำนาจได้สำเร็จ

นายจตุพร ย้ำว่า ตนมาช่วยนายบุญเลิศหาเสียง ถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกพลังประชารัฐ ซึ่งไม่เป็นความจริง ตนศรัทธาครูบาศรีวิชัย พระนักสู้ที่คนเชียงใหม่ให้ความเคารพ เชื่อมั่น ตนขอประกาศว่า ไม่ว่าชาตินี้ หรือชาติไหนไม่มีวันที่จะเป็นพวกพลังประชารัฐและไปสังกัดกับพวกเผด็จการเด็ดขาด

รวมทั้ง ตนมาช่วยนายบุญเลิศ ต้องการให้คนเชียงใหม่ได้ตาสว่างกับพรรคเพื่อไทย ที่เป็นพรรคไม่มีมาตรฐานทางการเมือง ประกาศตัวเป็นฝ่ายประชาธิปไตย แต่เป็นประชาธิปไตยของเจ๊สั่งการ

สิ่งสำคัญตนอยากกระตุ้นคนเชียงใหม่ ให้รับรู้ว่า คดีบอส  อยู่วิทยา ที่มีพวกทำลายกระบวนการยุติธรรมป่นปี้เพื่อช่วยให้คนรวยรอดคุก นั่นเท่ากับทำให้เชื่อกันว่า คุกมีไว้ขังเฉพาะคนจนเท่านั้น

“รวมทั้ง ผมย้ำเสมอว่า คดีบอส  อยู่วิทยา เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง นายก อบจ.เชียงใหม่ในครั้งนี้ ที่ชาวเชียงใหม่ไปใช้สิทธิ์ในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ จะให้พรรคที่อยุติธรรมกับนายบุญเลิศ แล้วไปอุ้มคนที่เจ๊สั่งการหรือไม่ ดังนั้น ตนจึงมาทำหน้าที่ขอทานเศษเสี้ยวในความยุติธรรมของคนเชียงใหม่ให้นายบุญเลิศได้เป็นนายก อบจ.ในครั้งนี้”นายจตุพร กล่าวทิ้งท้าย

'ตู่' จตุพร ขอคนเชียงใหม่ตาสว่างลุกสั่งสอน 'เจ๊' 
'ตู่' จตุพร ขอคนเชียงใหม่ตาสว่างลุกสั่งสอน 'เจ๊' 
'ตู่' จตุพร ขอคนเชียงใหม่ตาสว่างลุกสั่งสอน 'เจ๊' 

‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’ พังเพราะใคร.. ‘จตุพร’ ซัด เจ๊พังกำแพงมิตรภาพที่เชียงใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’ พังเพราะใคร.. ‘จตุพร’ ซัด เจ๊พังกำแพงมิตรภาพที่เชียงใหม่ (komchadluek.net)

‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’ พังเพราะใคร.. ‘จตุพร’ ซัด เจ๊พังกำแพงมิตรภาพที่เชียงใหม่

'ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์' พังเพราะใคร.. 'จตุพร' ซัด เจ๊พังกำแพงมิตรภาพที่เชียงใหม่

12 ธันวาคม 2563 – 15:05 น.

‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’ พังเพราะใคร ‘ตู่ จตุพร’ ซัด ‘เจ๊’ ผู้ที่ชอบเล่นการเมืองหลบอยู่ในที่มืด  เป็นคนพังกำแพงมิตรภาพ ในศึกเลือกตั้งนายกฯ อบจ.เชียงใหม่

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟชบุ๊กไลฟ์ peace talk ช่วงหนึ่งในหัวข้อ “ระบอบติ่งกับตำแหน่งประธาน นปช.” โดยร่ายยาวถึงคนเสื้อแดงเชียงใหม่นั่งโต๊ะป้ายสี ไล่ออกจากประธาน นปช. ล้วนมีเบื้องหลังสั่งการของ “เจ๊” ซึ่งเป็นผู้ใหญ่พรรคเพื่อไทยที่ชอบเล่นการเมืองหลบอยู่ในที่มืด

อ่านข่าว : แพ้ไม่ได้ศึกเพื่อแม้วเชียงใหม่-เชียงราย

นายจตุพร ระบุว่า ทั้งตนและนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ ถูกขบวนการใส่ร้าย กล่าวหา ผลักใสให้ไปอยู่กับฝ่ายเผด็จการในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ล้วนเป็นอิทธิฤทธิ์ “เจ๊คนนี้” สั่งการ จึงขอเชิญเจ๊ออกมาทำการเมืองในที่แจ้งจะดีกว่า

โดยระบอบติ่ง เป็นความนิยมเฉพาะส่วนโดยไม่ฟังเหตุผล หากไม่พอใจก็บูลลี่(เสียดสี ใส่ร้ายเป็นเท็จ) และในความจริงแล้วในติ่งนั้นยังมีอวตานแล้วไปปฎิบัติการต่อ ดังนั้น ตนจึงเลิกบล็อกพวกวิจารณ์เท็จ แต่ให้บูลลี่กันอย่างสบายใจ แล้วต่อไปคงฟ้องร้องดำเนินคดีให้รับผิดชอบกัน

ส่วนกรณีการใส่เสื้อเหลืองเป็นจิตอาสานั้น มีใครบ้างไม่ใส่เสื้อเหลือง โดยเฉพาะครอบครัวชินวัตรทั้งตระกูล ไปเป็นจิตอาสาแสดงความจงรักภักดีหลายครั้ง พรรคเพื่อไทยทั้งพรรคและอดีตพรรคไทยรักษาชาติ รวมถึงอดีตพรรคอนาคตใหม่ ล้วนแถลงถึงการสมัครเป็นจิตอาสาแล้วใส่เสื้อเหลืองกันหมด

“แต่พวกระบอบติ่งเฮงซวยไม่ติดใจอะไร กลับมาสนใจแค่ตนคนเดียว คนพวกนี้เอาสมองความเป็นธรรมหายไปไหนหมด ถามว่าพวกคุณมีมาตรฐานอะไร ไอ้พวกติ่งหน้าโง่ทั้งหลาย ดังนั้นปล่อยให้พวกคุณสำแดงให้เต็มที่ไป เมื่อถึงเวลา ผมจะสำแดงบ้าง”นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวอีกว่า  วันนี้ที่เชียงใหม่ที่ทำลาย พังกำแพงมิตรภาพนั้น ก็จะพังเพราะเจ๊อีก ควรออกมาที่แจ้งเถิด อย่าหลบไปที่มืด

“ผมให้ความเคารพอดีตนายกฯทักษิณอย่างไรก็เคารพอย่างนั้นเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยน บุญเลิศบอกผมว่า ถ้านายกทักษิณ โทรมาบอกไม่ให้ลง เขาก็ไม่ลง แต่เมื่อผลักเขาออกไป แล้วยัดเหยียดเขาเป็นพลังประชารัฐ ทั้งที่ไม่ได้เป็นจริง เขาจึงไม่มีทางเลือกอย่างอื่น นอกจากสู้เพื่อหาความยุติธรรม”นายจตุพร กล่าวทิ้งท้าย

“เลขาธิการก้าวไกล” กังวล รัฐกวาดใช้ ม.112 รับมือ นักเรียน- นักศึกษา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“เลขาธิการก้าวไกล” กังวล รัฐกวาดใช้ ม.112 รับมือ นักเรียน- นักศึกษา (komchadluek.net)

“เลขาธิการก้าวไกล” กังวล รัฐกวาดใช้ ม.112 รับมือ นักเรียน- นักศึกษา

"เลขาธิการก้าวไกล" กังวล รัฐกวาดใช้ ม.112  รับมือ นักเรียน- นักศึกษา

12 ธันวาคม 2563 – 13:25 น.

“เลขาธิการก้าวไกล” กังวล รัฐกวาดใช้ ม.112 รับมือ นักเรียน- นักศึกษา เตรียมนำวาระ “เสรีภาพการแสดงออก” เข้าที่ประชุมพรรคอังคารนี้ ชี้ไม่ควรมีใครต้องถูกจำคุกเพราะการแสดงความคิดเห็น

12 ธ.ค.63 นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แสดงความกังวัลต่อสถานการณ์การดำเนินคดีตามมาตรา 112  โดยระบุว่า มีความน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐอย่างปฏิเสธไม่ได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ รัฐมีนโยบายจะไม่ใช้ มาตรา112 จึงเห็นได้ชัดว่าคดีในข้อหานี้ก็หายไป แต่ตอนนี้กลับมีการดำเนินคดีตาม ม.112 ขึ้นมาอีกอย่างกว้างขวาง ไม่เว้นแม้แต่กับนักเรียนอายุ 16 ปี
 

เลขาธิการพรรคก้าวไกล ยังระบุอีกว่า รัฐควรใช้กุศโลบายที่ดีกว่านี้ในการรับมือกับการเคลื่อนไหวของนักเรียนและนักศึกษาซึ่งเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ อย่างไรก็ตาม นโยบายการใช้กฎหมายตามมาตรา 112 แบบนี้ไม่ได้ช่วยทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชนดีขึ้นแต่อย่างใด โดยในวันอังคารที่ 15 ธ.ค. นี้ ที่ประชุม ส.ส. พรรคก้าวไกลจะนำวาระปัญหาและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพในการแสดงออก ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์, พ.ร.บ.การชุมนุม กฎหมายที่เกี่ยวกับการหมิ่นประมาทบุคคล หมิ่นศาล รวมทั้งมาตรา112 เข้าสู่การพิจารณาเพื่อกำหนดจุดยืนร่วมกันในที่ประชุมด้วย

“ในสังคมประชาธิปไตยสมัยใหม่ เสรีภาพในการแสดงออกเป็นสิทธิพลเมืองขั้นพื้นฐาน ดังนั้น จึงไม่ควรมีใครต้องถูกจำคุกเพราะการแสดงความคิดเห็น หลักการนี้ไม่ใช่ใช้เฉพาะสำหรับกรณีประมุขของรัฐ แต่ควรเป็นหลักการทั่วไป ความผิดฐานหมิ่นประมาทบุคคลก็ไม่ควรมีโทษอาญา ควรมีแต่โทษทางแพ่ง” นายชัยธวัช ระบุ 

“สมศักดิ์” สั่งเรือนจำภาคเหนือ เคร่งมาตรการป้องโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“สมศักดิ์” สั่งเรือนจำภาคเหนือ เคร่งมาตรการป้องโควิด (komchadluek.net)

“สมศักดิ์” สั่งเรือนจำภาคเหนือ เคร่งมาตรการป้องโควิด

"สมศักดิ์" สั่งเรือนจำภาคเหนือ เคร่งมาตรการป้องโควิด

12 ธันวาคม 2563 – 13:08 น.

รมว.ยุติธรรม เผยกำชับเรือนจำเชียงใหม่-เชียงราย คุมเข้มโควิด แม้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ ยันปฏิบัติตามมาตรการเข้มข้น ใส่แมส ล้างมือสม่ำเสมอ นักโทษใหม่เข้าห้องกักโรค 16 วันเคลียร์ให้ชัวร์ก่อนเข้าแรกรับ ต้องงดเยี่ยมญาติชั่วคราว-คนนอกห้ามเข้า

วันที่ 12 ธันวาคม 2563 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม(รมว.ยุติธรรม) กล่าวถึงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จ.เชียงใหม่และเชียงรายว่า ตนได้กำชับให้ทางเรือนจำกลางจังหวัดเชียงใหม่ เรือนจำกลางจังหวัดเชียงราย และเรือนจำในพื้นที่ใกล้เคียง มีมาตรการควบคุมสถานการณ์อย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 โดยจากรายงานจากทั้ง 2 พื้นที่สถานการณ์ยังปกติไม่มีผู้ติดเชื้อ และมีมาตรการที่เข้มงวดตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ในส่วนของผู้ต้องขังได้ให้ล้างมือและเท้าด้วยแอลกอฮอล์ รวมถึงการตรวจวัดไข้จากแพทย์ ส่วนเจ้าหน้าที่ในเรือนจำเราให้สวมใส่หน้ากากอนามัยในขณะปฏิบัติงานและล้างมือด้วยแฮลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอ วัดอุณภูมิก่อนเข้ารวมทั้งกำชับว่าอย่าไปในที่คนพลุกพล่านเป็นจำนวนมาก

ในส่วนของผู้ต้องขังเข้าใหม่ จะมีมาตรการตรวจร่างกายก่อนเข้าเรือนจำ และมีการแยกเข้าห้องกักโรครวมทั้งหมด 16 วันและตรวจร่างกายซ้ำอีกรอบ เมื่อปลอดเชื้อ 100% เราถึงจะนำตัวเข้าแดนแรกรับ นอกจากนี้ในส่วนของการเข้าเยี่ยมญาติทางเรือนจำได้หยุดการเข้าเยี่ยมไว้ก่อนจนสถานการณ์จะดีขึ้น เบื้องต้นเราได้ห้ามเยี่ยมจนถึงสิ้นเดือน ธ.ค. และห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของเรือนจำเข้าโดยเด็ดขาด เพื่อเป็นการป้องการนำเชื้อเข้าสู่เรือนจำ

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้สภาพความแออัดในเรือนจำถือว่าดีขึ้นมาก หลังจากที่เรามีนโยบายนำเตียง 2 ชั้นเข้าไปใช้ ทำให้ผู้ต้องขังมีพื้นที่มากขึ้น ไม่ต้องนอนแออัดเบียดเสียดเหมือนเมื่อก่อน นอกจากทำให้ผู้ต้องขังลดความเครียด มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นแล้ว ยังมีอาการเจ็บป่วยที่ลดลงด้วย

“ผมได้สั่งการให้เรือนจำทุกแห่งมีมาตรการป้องกันโควิดอย่างเข้มงวดโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดที่พบผู้ป่วยโควิด เพราะหากเชื้อเข้าสู่เรือนจำแล้วจะควบคุมการแพร่ระบาได้ยาก เพราะแต่ละเรือนจำมีผู้ต้องขังหลายพันคน ดังนั้นเราต้องมีมาตรการที่เข้มข้นในการป้องกันเอาไว้ก่อน ซึ่งจากการรายงานเข้ามาของแต่ละเรือนจำถือว่าทำได้ดีมาก แต่ตนก็ได้กำชับว่าห้ามประมาทเด็ดขาด ต้องควบคุมให้เข้มงวดตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข” นายสมศักดิ์ กล่าว

“กนกพร” เบอร์ 2 ชู 2 นโยบายหลักเร่งด่วน อบจ.ยุคใหม่ “เข้าถึง พึ่งได้” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“กนกพร”เบอร์ 2 ชู 2 นโยบายหลักเร่งด่วน อบจ.ยุคใหม่ “เข้าถึง พึ่งได้” (komchadluek.net)

“กนกพร”เบอร์ 2 ชู 2 นโยบายหลักเร่งด่วน อบจ.ยุคใหม่ “เข้าถึง พึ่งได้”

"กนกพร"เบอร์ 2 ชู 2 นโยบายหลักเร่งด่วน อบจ.ยุคใหม่ "เข้าถึง พึ่งได้"

12 ธันวาคม 2563 – 12:34 น.

“กนกพร”เบอร์ 2 ชู 2 นโยบายหลักเร่งด่วน อบจ.ยุคใหม่ “เข้าถึง พึ่งได้” มั่นใจโค้งสุดท้าย “พลังเมืองนคร”กวาด ส.จ.เกิน 30 ที่นั่ง สร้างประวัติศาสตร์ นั่งนายก อบจ.หญิงคนแรก

นางกนกพร เดชเดโช ผู้สมัครนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) นครศรีธรรมราช หมายเลข 2 หัวหน้าทีมพลังเมืองนคร เปิดเผยว่า จากการออกตระเวณหาเสียงทุกเขตเลือกตั้ง ทั่วจังหวัด มาจนถึงสัปดาห์สุดท้าย ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนหนาแน่นในทุกอำเภอ จนมั่นใจว่า จะชนะการเลือกตั้งในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ ได้นายก อบจ.หญิงคนแรกของนครศรีธรรมราช และได้สมาชิกสภา อบจ.ในนามทีมพลังเมืองนคร ไม่น้อยกว่า 30 เขตอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ได้พบว่า เริ่มมีวิชามารจากคู่แข่งกล่าวใส่ร้ายป้ายสีในรูปแบบต่างๆ เพื่อหวังตัดทำลายคะแนนนิยมในช่วงท้าย ขณะนี้รู้ตัวแล้ว กำลังรวบรวมหลักฐานเอาผิดทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

นางกนกพร กล่าวว่า ขอให้มั่นใจว่า ทีมพลังเมืองนคร เสนอตัวมาทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และมีความพร้อมสูงสุดแล้วที่จะเข้าบริหาร อบจ. ด่วยนโยบายที่ครอบคลุมทุกด้าน และทีมบริหารที่มีความรู้ความสามารถ

หัวหน้าทีมพลังเมืองนคร กล่าวว่า อบจ.ยุคใหม่จะต้องมีประสิทธิภาพในการตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนทุกระดับ ทีมพลังเมืองนครจึงเน้นนโยบายเร่งด่วน 2 ด้าน ที่จะขับเคลื่อนทันทีเมื่อได้รับความไว้วางใจให้เข้าบริหาร อบจ. ประกอบด้วย 

1)ชุดนโยบายสร้าง เศรษฐกิจให้สดใส ประกอบด้วย การเปิดประตูรับเม็ดเงินท่องเที่ยวทุกมิติ, สร้างงาน เพิ่มรายได้ ทุกครัวเรือน, กระจายงบประมาณพัฒนาลงทุกท้องถิ่น, การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ทั้งการสร้างพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และท้องฟ้าจำลองและการแปรศรัทธาความเชื่อสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์
2)ชุดนโยบายสร้าง ความปลอดภัยให้ทุกชีวิต ประกอบด้วย อบจ.ยุคใหม่ คลิกเดียว “เข้าถึง พึ่งได้”, ถนนดีทุกสาย สะดวกสบายตลอดปี, รถไฟสายสั้น สัญจร ชม.เร่งด่วน, จัดการขยะทั้งระบบ และทุกชีวิตปลอดพ้นภัยพิบัติธรรมชาติ

‘การครองราชสมบัติ’ จากกาเหว่าลวงโลก เรื่องหลอกเด็ก(อีกแล้ว) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘การครองราชสมบัติ’ จากกาเหว่าลวงโลก เรื่องหลอกเด็ก(อีกแล้ว) (komchadluek.net)

‘การครองราชสมบัติ’ จากกาเหว่าลวงโลก เรื่องหลอกเด็ก(อีกแล้ว)

'การครองราชสมบัติ' จากกาเหว่าลวงโลก เรื่องหลอกเด็ก(อีกแล้ว)

12 ธันวาคม 2563 – 11:39 น.

อดีตที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร โพสต์เล่าถึง การขึ้นครองราชในแต่ละรัชกาล กระชับ เข้าใจง่าย พร้อมเอกสารจากกระทรวงวัง แสดงลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ อันเป็นหลักฐานชี้ความบิดเบือนอีกประเด็น ของกาเหว่าลวงโลก นำมาสร้างความเกลี่ยดชังในหมู่ประชาชน

วันที่ 12 ธันวาคม 2563 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เล่าประวัติศาสตร์การครองราชสมบัติ ของแต่ละรัชกาล พร้อมเปิดเอกสารจากกระทรวงวัง  ที่แสดงถึงบัญชีลำดับสืบราชสันตติวงศ์ เมื่อปี 2477 เป็นหลักฐานเพื่อชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงจากความพยายามบิดเบือนประวัติศาสตร์ ให้ร้ายสถาบันเบื้องสูง นำเรื่องลวงโลกอีกประเด็น มาสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในหมู่ เยาวชน และประชาชน

ข้อความที่ถูกโพสต์ตั้งชื่อเรื่องว่า “ลวงโลกหลอกเด็กอีกแล้ว!!!!” โดยระบุ คราวนี้กาเหว่าลวงโลกว่า

พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 ที่ 9 และที่ 10 ไม่มีสิทธิ์ในการครองราชสมบัติ เพราะตามกฎมณเฑียรบาล ราชบัลลังก์ต้องเป็นของราชสกุลบริพัตร****

การโกหกครั้งนี้ดูถูกเหยียดหยาม เด็กๆ นักเรียนนิสิตนักศึกษาและประชาชนไทยมาก คงคิดว่าไม่มีใครรู้ประวัติศาสตร์และกฎมณเฑียรบาล

ความจริงเป็นอย่างนี้ครับ

1. การสืบสันตติวงศ์ ของพระบรมราชจักรีวงศ์นั้น กฎมณเฑียรบาลบัญญัติว่า ต้องเป็นลูกชายของพระมหากษัตริย์กับพระอัครมเหสี***

2. พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 มีพระราชโอรสกับพระอัครมเหสี 4 พระองค์คือ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศฯสยามมกุฎราชกุมาร, พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6, พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 และสมเด็จพระบรมราชชนกฯ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงสงขลานครินทร์

3. เมื่อพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 สวรรคต และไม่มีพระรัชทายาท ราชสมบัติจึงตกได้แก่ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7***

ซึ่งตอนแรก พระองค์ท่านไม่ต้องการครองราชย์ เพราะยังทรงพระเยาว์มาก จึงมี”พระราชปรารภ” เสนอให้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์ ต้นตระกูลบริพัตร ซึ่งเป็นพระราชโอรสในพระมเหสีลำดับถัดมาขึ้นครองราชย์

แต่สมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์นั้น ทรงเห็นว่าราชบัลลังก์ไม่ใช่สิทธิ์ของพระองค์ จึงทรงปฏิเสธ!!

ดังนั้น พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 จึงขึ้นครองสิริราชสมบัติ ซึ่งเป็นไปตามกฎมณเฑียรบาล

'การครองราชสมบัติ' จากกาเหว่าลวงโลก เรื่องหลอกเด็ก(อีกแล้ว)

4 ครั้นพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 ทรงสละราชสมบัติ และไม่มีพระรัชทายาท ดังนั้นราชบัลลังก์จึงตกเป็นสิทธิแด่สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงสงขลานครินทร์ฯ

แต่พระองค์สิ้นพระชนม์ไปก่อน ดังนั้นราชสมบัติจึงตก ได้แก่ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 8 ที่ 9 และสืบสันตติวงศ์มาจนถึงพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ตามกฎมณเฑียรบาล*****

ราชสกุลบริพัตร จึงอยู่นอกสายสืบสันตติวงศ์ มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แล้วครับ***

ทั้งนี้โดยความเห็นชอบของรัฐสภาแต่ละยุค*

ไม่มีใครเห็นเป็นปัญหาอะไร ยกเว้นพวกกาเหว่าจอมลวงโลกนี่แหละ***

จึงขอนำรายงานของเสนาบดีกระทรวงวัง แสดงลําดับการสืบสันตติวงศ์ตามกฎมณเฑียรบาลมาปิดปากเน่าของอาจมลวงโลกเสียเลย!!!

'การครองราชสมบัติ' จากกาเหว่าลวงโลก เรื่องหลอกเด็ก(อีกแล้ว)
'การครองราชสมบัติ' จากกาเหว่าลวงโลก เรื่องหลอกเด็ก(อีกแล้ว)

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ เสด็จเปิดตัวหนังสือและเสวนาวิชาการ การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ เสด็จเปิดตัวหนังสือและเสวนาวิชาการ การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล (naewna.com)

'เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี' เสด็จเปิดตัวหนังสือและเสวนาวิชาการ การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ เสด็จเปิดตัวหนังสือและเสวนาวิชาการ การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล

วันเสาร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 18.42 น.

วันที่ 12 ธันวาคม 2563 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานงานเปิดตัวหนังสือ Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2022 และ เสวนาวิชาการหัวข้อ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ ผ้าไทยสู่สากล” เพื่อยกระดับและแบ่งปันองค์ความรู้แก่วงการผ้าไทย ชวนคนไทยร่วมชมนิทรรศการแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย ณ ไอคอนสยาม อาร์ต สเปซ ชั้น 8 ไอคอนสยาม

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ต่อยอดโครงการส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2563 โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานงานเปิดตัวหนังสือ Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2022 และ เสวนาวิชาการหัวข้อ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” เพื่อยกระดับและแบ่งปันองค์ความรู้แก่วงการผ้าไทย ชวนคนไทยร่วมชมนิทรรศการ “แนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย” พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับผลงานอันวิจิตรของ 12 ดีไซเนอร์ชั้นนำแห่งวงการแฟชั่น ระหว่างวันที่ 12 – 17 ธันวาคมนี้ ณ ไอคอนสยาม อาร์ต สเปซ ชั้น 8 ไอคอนสยาม

นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า  โครงการส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562-2563 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้านศิลปะการออกแบบเครื่องแต่งกายและสิ่งทอ

โดยทรงเป็นต้นแบบของหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ในเรื่องของการนำผ้าไทยมาออกแบบและตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายที่มีความทันสมัย หรูหรางดงาม ซึ่งทรงสวมใส่ตามงานพระราชกรณียกิจต่างๆ อยู่เป็นนิจ ด้วยทรงสนพระทัยเกี่ยวกับการออกแบบแฟชั่นตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และในขณะที่ยังทรงศึกษา พระองค์ทรงเคยแสดงแฟชั่นโชว์คอลเลคชั่น ทรงออกแแบบครั้งแรก ในปารีส แฟชั่น วีค ทรงเป็นดีไซเนอร์เสื้อผ้าของพระองค์เอง ภายใต้แบรนด์ “SIRIVANNAVARI” อีกทั้ง ยังทรงได้รับรางวัลศิลปินศิลปาธร ประจำปี 2561 ในสาขาศิลปะการออกแบบ (แฟชั่นและเครื่องประดับ)

พร้อมกันนี้ โครงการส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล ยังได้จัดทำหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย “Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2022”  เพื่อพัฒนาและชี้นำทิศทางแนวโน้มการออกแบบผ้าไทยสู่สากล โดยการจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพิจารณาเนื้อหาต้นฉบับและพระราชทานคำแนะนำพร้อมแก้ไขรายละเอียดต่างๆ 

ดังนั้นหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย (Trend Book) เล่มนี้ จะเป็นเหมือนธงนำในการขับเคลื่อนและพัฒนาทิศทางกระแสความนิยมของผ้าไทย และการออกแบบเครื่องแต่งกายในเวทีระดับนานาชาติ เกิดเป็นรูปธรรมและสอดคล้องไปกับความต้องการของโลกในยุคสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง

“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจและแบ่งปันองค์ความรู้ให้แก่วงการผ้าไทยในปัจจุบัน ให้แก่ผู้ที่อยู่ในวงการผ้าไทยในระดับชุมชน ระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับชาติ อีกทั้งยังทรงนำแนวคิดที่เป็นสากลมาพัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญาผ้าไทย เพื่อสร้างความตระหนักและกระตุ้นให้เกิดภาพลักษณ์ที่มีความทันสมัยให้แก่วงการผ้าไทย

ทั้งยังสามารถนำไปออกแบบและตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายที่สวมใส่ได้ในชีวิตประจำวันและเหมาะแก่ทุกเพศทุกวัย จึงนับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดตัวหนังสือ Trend Book S/S 2022 และทรงเสวนาภายใต้หัวข้อ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” ในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ เวลา 13.00-16.00 น. โดยผู้ร่วมสัมมนาในครั้งนี้ประกอบด้วย ผู้ประกอบการด้านออกแบบ นักศึกษา สื่อมวลชนสายแฟชั่น ตลอดจนชุมชนทอผ้าและผู้ผลิตสินค้าด้านไลฟ์สไตล์ ซึ่งนับเป็นประโยชน์อย่างมากแก่วงการผ้าไทย

รวมไปถึงการจัดนิทรรศการแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทยที่ออกแบบโดยเหล่าดีไซเนอร์ชั้นนำของไทยจำนวน 12 แบรนด์ อาทิ Wisharawish, Asava, Vatanika, Kai, Kloset, Milin, SIRIVANNAVARI, ARCHIVEO26, TandT, Theatre, Tirapan และ Tube Gallery ซึ่งแต่ละแบรนด์รังสรรค์ผลงานได้อย่างวิจิตรงดงาม นับเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของผ้าไทยให้มีความทันสมัย และมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น”   นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กล่าว

ขอเชิญผู้หลงใหลผ้าไทยและผู้สนใจร่วมงานเปิดตัว ชมนิทรรศการ “แนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย” พร้อมสัมผัสผลงานการออกแบบสุดอลังการจาก 12 ดีไซเนอร์ชั้นนำ ระหว่างวันที่ 12-17 ธันวาคมนี้ ณ ไอคอนสยาม อาร์ต สเปซ ชั้น 8 ไอคอนสยาม

พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตราชภัฏกว่าสองล้านสามแสนคนแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตราชภัฏกว่าสองล้านสามแสนคนแล้ว (naewna.com)

พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตราชภัฏกว่าสองล้านสามแสนคนแล้ว

พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตราชภัฏกว่าสองล้านสามแสนคนแล้ว

วันเสาร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.51 น.

12 ธันวาคม 2563 ศาสตราจารย์พิเศษ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โพสต์เฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้ พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตราชภัฏกว่าสองล้านสามแสนคนแล้ว

ผมเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจสี่วันติดต่อกันที่ ม ราชภัฏเชียงใหม่ ในงานสำคัญคือการรับพระราชทานปริญญาบัตรของบัณฑิตราชภัฏ “คนของพระราชาข้าของแผ่นดิน“ ทั่วภาคเหนือ หลายพันคน  ก่อนนี้ในเดือนตุลาคมก็ไปงานรับพระราชทานปริญญาบัตรของราชภัฏภาคอีสาน และอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็จะไปงานรับพระราชทานปริญญาบัตรของราชภัฏภาคใต้ที่สุราษฎร์ธานี

ปกติแล้ว งานรับพระราชทาน หรือ งานรับประทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยต่างๆ นั้น เป็นงานของมหาวิทยาลัย จะมีเพียงนายกสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดีเท่านั้นที่ต้องเข้าร่วมและถวายรายงาน แต่มีข้อยกเว้น ที่ต้องขอจารึกไว้ ก็คือ ในงานรับพระราชทานปริญญาบัตรของราชภัฏที่จัดขึ้นในทุกภาคของประเทศนั้น มีธรรมเนียมว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่กำกับดูแลมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้งหลาย ต้องเฝ้าใกล้ชิดอยู่บนเวทีหลังพระที่นั่ง ทั้งต้องกราบบังคมทูลรายงานตนรับเสด็จ และอยู่ส่งเสด็จทุกวัน ด้วย

ที่น่าภูมิใจสำหรับชาวราชภัฏเราคือในหลวงได้เสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานปริญญาบัตรตั้งแต่ครั้งเป็นวิทยาลัยครูกัน ครั้งแรกคือในปี 2521 ครั้งทรงเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เสด็จมาแทบทุกปี จนถึง ณปัจจุบัน เมื่อเสร็จงานพระราชทานที่เชียงใหม่เมื่อวานนี้ คือ 11 ธันวาคม 2563 นั้น ได้พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตราชภัฏทั่วประเทศไปแล้วกว่าสองล้านสามแสนคน !! ดร สว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ ประธานดำเนินงานงานรับพระราชทานปริญญาบัตร ของราชภัฏทั้งมวล ชี้ว่า ตัวเลขที่เป็นทางการ คือ 2,360,387 คน 

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้แก่บัณฑิตที่ส่วนใหญ่ก็คือลูกหลานชาวบ้านในพื้นถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ โดยแท้ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน 

ชาวมหาวิทยาลัยและโดยเฉพาะชาวราชภัฏ จักขอจดจำพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใย พระวิริยะอุตสาหะที่ทรงกระทำมา 42 ปี ทรงยื่นปริญญาบัตรจากพระหัตถ์กว่าสองล้านสามแสนครั้งนับเป็นอะไรที่ต่อเนื่องยาวนาน และมีผลต่อพสกนิกรมากมาย จนเหลือจะคำนึง!

พวกเราจักขอน้อมเกล้ารับพระราชทานพระปรีชาญาณและพระราโชบายใส่ไว้ในเกล้าในกระหม่อม ด้วย และจะนำไปปฏิบัติต่อไปอย่างแข็งขัน สุดกำลังความสามารถตลอดไป!

พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9 ความงามแห่งมวลไม้นานาพันธุ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9 ความงามแห่งมวลไม้นานาพันธุ์ (naewna.com)

พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9 ความงามแห่งมวลไม้นานาพันธุ์

พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9 ความงามแห่งมวลไม้นานาพันธุ์

วันเสาร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 08.15 น.

สวนหลวง ร.9 จัดงานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวงต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 33 นับจากวันแรกที่เปิดสวนแห่งนี้เมื่อปี 2530 งานนี้จัดขึ้นเพื่อมอบเป็นของขวัญให้คนที่รักความเขียวขจีของมวลไม้ และรักความงดงามในสีสันสารพันของไม้ดอกนานาชนิด สวนหลวงแห่งนี้เป็นเสมือนสวนแห่งความระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ยังตราตรึงอยู่ในหัวใจของพสกนิกรไทยทุกคน 

แนวหน้าวาไรตี้สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปสนทนากับ หม่อมราชวงศ์เบญจาภา ไกรฤกษ์ กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์มูลนิธิสวนหลวง ร.9 ถึงความน่าสนใจของงานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9 ประจำปี 2653  

กราบเรียนถามคุณหญิงเบญจาภาว่างานปีนี้มีความพิเศษในเรื่องใดบ้างครับ 

ม.ร.ว.เบญจาภา : ความสำคัญของงานในปีนี้อยู่ที่ความงามของไม้ดอกนานาพันธุ์ ทั้งไม้ดอกของไทยและของประเทศเมืองหนาว เช่น ดอกทิวลิปจากเนเธอร์แลนด์ ที่ทางคณะผู้จัดงานนำหัวของทิวลิปมาเพาะพันธุ์ในบ้านเรา แล้วรอให้ออกดอกงามสะพรั่งในช่วงวันงาน คือระหว่างวันที่ 1-10 ธันวาคมนี้ นอกจากนั้นยังมีความงามแห่งพันธุ์ไม้สารพัดชนิด ความเขียวขจีของใบไม้ที่มีอยู่ทั่วสวนหลวงแห่งนี้ และมีความชุ่มชื่นของผืนน้ำกว้างใหญ่ นอกจากนั้นยังมีการเปิดตลาดจำหน่ายสินค้านานาชนิด แต่ที่สำคัญคือมีตลาดขายสินค้าไทยแท้ๆ เช่น ขนมและอาหารไทยที่มีรสชาติอร่อยเพราะคงตำรับโบราณไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งตลาดนี้จะเน้นการสืบสานวัฒนธรรมไทยในด้านอาหารการกิน ส่วนผู้ที่รักพันธุ์ไม้ต่างๆ และต้องการจะซื้อหาเพื่อนำกลับไปปลูกที่บ้านของท่าน เราก็มีจำหน่ายในงานด้วย และที่พลาดไม่ได้คือในวันเปิดงานคือวันที่ 1 และวันปิดงานคือวันที่ 10 เดือนธันวาคมจะมีการจุดพลุที่สวยงามตระการตาเป็นพิเศษเหนือผืนน้ำอันกว้างใหญ่ในสวนหลวง ขอเรียนย้ำว่าพลุของเรางดงามจริงๆ อยากเชิญชวนคุณๆมาชมค่ะ  

พันธุ์ไม้ดอกจากประเทศยุโรปนอกจากทิวลิปแล้วยังมีไม้ดอกชนิดอื่นอีกไหมครับ 

ม.ร.ว.เบญจาภา : มีอีกหลายชนิดเลยค่ะแต่ที่เราเน้นเป็นพิเศษคือทิวลิปหลากสีสัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนการจัดแสดงโดยบริษัท ปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ทราบมาว่ามีสีต่างๆ หลายสีมากเลย ทุกสีล้วนสดใสทั้งสิ้น เรานำมาเป็นของขวัญสำหรับคนรักความงดงามของไม้ดอก นอกจากไม้ดอกเมืองหนาวแล้ว เรายังภูมิใจนำเสนอความงดงามของไม้ดอกในบ้านเรา เช่น บานชื่น ดาวเรือง หงอนไก่ เบญจมาศ และอีกสารพัดชนิด ซึ่งเราตั้งใจนำไม้ดอกต่างสีสันเหล่านี้ไปจัดแสดงให้เสมือนกับเราปูลาดพรมดอกไม้สีสดกลางสวนหลวง ร.9 ซึ่งหลายคนบอกว่าพรมดอกไม้แห่งสวนหลวง ร.9 นี้งดงามอย่างน่าประทับใจ และทุกคนก็เฝ้ารอชมพรมดอกไม้นานาพันธุ์ในงานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวงทุกปี โดยแต่และปีเราจะออกแบบให้มีความโดดเด่นต่างกันไปผู้ที่เคยมาชมงานนี้ต่างติดใจความงามของพรมดอกไม้ และเฝ้าติดตามชมทุกปี บ้านเรามีไม้ดอกสีสันสวยงาม ดูแล้วชื่นตาชื่นใจ ซึ่งภายในสวนหลวงนี้ได้รวบรวมพันธุ์ไม้ดอกประจำถิ่นของไทยไว้อย่างครบถ้วน เมื่อนำไม้ดอกเหล่านี้มาอยู่รวมกันในแปลงดอกไม้ขนาดใหญ่มหึมาก็จึงทำให้ดูราวกับว่ามีพรมดอกไม้ลาดปูอยู่กลางความเขียวขจีของแมกไม้ จุดนี้เป็นจุดสำคัญที่ผู้คนชื่นชอบแล้วรอคิวถ่ายรูปเพื่อเก็บเป็นที่ระลึกกันอย่างคับคั่งทุกปี เพราะฉะนั้นเมื่อคุณๆมาชมงานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9 แล้วขอย้ำว่าต้องไม่พลาดแปลงดอกไม้นานาพันธุ์เราตั้งใจทำเพื่อคุณนะคะ ขอย้ำอีกครั้งว่างานมีตั้งแต่วันที่ 1-10 ธันวาคม เวลาแปดถึงสิบเก้านาฬิกา ส่วนวันที่มีการแสดงพลุแสนสวยก็คือวันที่ 1 และวันที่ 10 ธันวาคม เพียงสองวันเท่านั้น เริ่มจุดพลุเวลา 19 นาฬิกาตรงค่ะที่ต้องย้ำตรงนี้ก็เพราะบางท่านเข้าใจว่าเราจุดพลุทุกวัน ก็จึงรอดูในช่วงหนึ่งทุ่ม เมื่อไม่มีพลุให้ชมก็พากันไถ่ถามเจ้าหน้าที่ว่าทำไมไม่มีพลุให้ชมก็ต้องย้ำว่ามีการแสดงพลุเพียงสองวันคือ1 และ 10 ธันวาคมเท่านั้น 

นอกจากไม้ดอกไม้ใบและตลาดสินค้าไทยแล้ว ยังมีความน่าสนใจในเรื่องอื่นๆ อะไรบ้างครับ 

ม.ร.ว.เบญจาภา : มีสวนหย่อม และสวนแนวตั้งให้ชมด้วยค่ะ เพื่อให้ผู้ชมงานได้แรงบันดาลใจให้สามารถนำรูปแบบสวนทั้งสองชนิดกลับไปทำสวนที่บ้านหรือที่ทำงานของแต่ละท่านได้ เพราะหลายคนอาจต้องการพื้นที่สีเขียวประจำบ้านหรือออฟฟิศ แต่มีพื้นที่ไม่มากพอเราก็จึงนำเสนอแนวคิดนี้ให้เข้ากับพื้นที่ที่มีจำกัดของแต่ละคน สวนแนวตั้งกำลังได้รับความนิยมมากในกลุ่มคนที่รักสีเขียวแต่มีพื้นที่น้อย เช่นผู้ที่อยู่ในคอนโดมิเนียม หรืออยู่ในบ้านแบบ townhouse รับรองว่ามาชมสวนหย่อมและสวนแนวตั้งแล้วจะสามารถนำกลับไปประยุกต์ทำได้เองอย่างแน่นอน และเรายังจัดจำหน่ายไม้กระถางเพื่อให้ซื้อกลับไปปลูกที่บ้านได้ด้วยนะคะ เรามาช่วยกันเพื่อพื้นที่สีเขียว และเพิ่มออกซิเจนให้กับสังคมของเรานะคะ และเรายังมีสวนไม้อวบน้ำ ไม้ตระกูลตะบองเพชร แคตตัสรูปร่างแปลกตาสีสันงดงาม ที่เราสามารถจัดเป็นสวนในภาชนะขนาดต่างๆ ตั้งแต่เล็กประมาณเท่าฝ่ามือไปจนถึงภาชนะใหญ่ถึงเกือบหนึ่งเมตร เราจัดเตรียมพันธุ์ไม้อวบน้ำสารพัดชนิดที่จัดในภาชนะต่างๆ ทั้งเล็กและใหญ่ไว้จำหน่ายด้วย เพื่อสำหรับให้เป็นของขวัญวันปีใหม่ได้เลย รับรองว่าผู้รับจะประทับใจกับของขวัญชิ้นนี้ 

เรียนถามบริเวณที่จัดงานสืบสานงานศิลป์ถิ่นเรืองรอง ครับ จุดเด่นของบริเวณนี้คืออะไรครับ   

ม.ร.ว.เบญจาภา : ความพิเศษของบริเวณที่จัดงานสืบสานงานศิลป์ ถิ่นเรืองรองคือความเป็นไทย แบบไทยย้อนยุคเมื่อสมัย60-70 ปีที่แล้ว เราจัดเป็นตลาดขายสินค้าคล้ายกับจัดงานวัดในสมัยที่เรายังเป็นเด็ก มีสินค้าชาววังมาจำหน่าย มีการแสดงการละเล่นพื้นบ้านมานำเสนอเพื่อสืบสานวัฒนธรรมและขนบประเพณีไทยให้คนยุคนี้ได้ชมความละเมียดละไมของวิถีชีวิตในยุคเก่าที่มีความงดงาม อยู่กับธรรมชาติอย่างผสมกลมกลืน และเราก็มีการแสดงร่วมสมัยด้วยนะคะ เราผสมผสานทั้งเก่าและใหม่เข้าด้วยกัน และมีบรรยากาศตลาดน้ำด้วยค่ะอยากชวนเชิญคุณๆ ไปแวะชม แวะซื้อสินค้าในตลาดย้อนยุคของเราด้วยนะคะ ยิ่งในช่วงเย็นใกล้ค่ำจะมีการติดไฟประดับก็จะยิ่งมีความงดงามมากขึ้น หากผู้ชมจะสวมชุดไทยเข้าไปชมงานและซื้อสินค้าที่บริเวณนี้ก็จะได้บรรยากาศมากเลยค่ะ  

กราบเรียนถามคุณหญิงถึงพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่ปลูกอยู่ในสวนหลวงแห่งนี้บ้างครับ ผมทราบว่ามีนับร้อยชนิดใช่ไหมครับ 

ม.ร.ว.เบญจาภา : มีกว่าร้อยชนิดเห็นจะได้คะมีทั้งไม้ประจำถิ่นในประเทศไทย และไม้จากต่างถิ่นเช่น ที่เรายืนอยู่ใต้ต้นนี้ ก็เป็นไม้ที่นำมาจากอเมริกา ลำต้นใหญ่โตมโหฬารมาก เปลือกไม้งดงามมากด้วย หากเราดูเผินๆ อาจนึกว่าเป็นต้นจามจุรี แต่เขามีชื่อว่าต้นหูช้าง เจ้าหน้าที่ดูแลต้นไม้ในสวนหลวงให้ความเอาใจใส่ดูแลต้นไม้ทุกต้นอย่างดีเยี่ยม จึงทำให้ต้นไม้ทุกต้นเติบโตและงดงามมาก มากจนหลายคนบอกตรงกันว่าแม้เขาจะเป็นไม้ต่างถิ่นแต่ก็เติบโตได้สวยงามไม้แพ้ต้นที่อยู่ในถิ่นกำเนิดเดิม 

ทราบมาว่ามีการละเล่น และการแสดงเพื่อความบันเทิงต่างๆ ในงานด้วยใช่ไหมครับ 

 ม.ร.ว.เบญจาภา : มีมากมายหลากหลายเลยค่ะ ทั้งวงดนตรีสากลจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วงโยธวาทิตจากโรงเรียนหลายแห่งที่ส่งมาเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับผู้เข้าชมงาน โดยจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาแสดงฝีมือให้ทุกท่านได้รับความรื่นรมย์ภายในสวนหลวงแห่งนี้  

มีผู้ฝากคำถามมาเรียนถามว่า หากลูกๆ หลานๆ จะพาญาติผู้ใหญ่ที่เดินเหินไม่สะดวกมาชมงาน จะมีพาหนะใดในงานไว้คอยบริการบ้างครับ 

ม.ร.ว.เบญจาภา : เราเตรียมรถรางที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และรถกอล์ฟไว้บริการในจุดต่างๆ โดยเก็บค่าบริการที่แสนประหยัดเพียง 20 บาทต่อท่าน ซื้อตั๋วแล้วนั่งได้ตลอดวันเลยนะคะ อยากแวะจุดไหนก็แวะได้ตามสะดวก แล้วก็สามารถขึ้นรถต่อไปชุมจุดต่างๆ ได้โดยใช้ตั๋วใบเดิม จะนั่งกี่รอบก็ได้ค่ะ นั่งชมไปเรื่อยๆ ได้ค่ะภายในสวนหลวงนี้เราแบ่งโซนไว้ดังนี้ อุทยานมหาราช สวนพฤกษศาสตร์ ตระพังแก้ว สวนไม้น้ำ สวนรมณีย์ สนามราษฎร์ และศูนย์กีฬา และดิฉันมีความภาคภูมิใจและปลื้มปีติอย่างมากที่อยากจะเรียนให้ทุกท่านทราบว่ามูลนิธิสวนหลวง ร.9 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับเป็นประธานมูลนิธิสวนหลวงร.9 ค่ะ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและเป็นขวัญและกำลังใจให้กรรมการมูลนิธิสวนหลวง ร.9ทุกคนอย่างหาที่สุดมิได้  

คุณจะได้พบกับรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความบันเทิง รายการแนวหน้าวาไรตี้ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.30 น. ทางโทรทัศน์ TNN 2 ช่อง 784 ดิจิทัลทีวี หรือ True Visions 8 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube แนวหน้าวาไรตี้

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : เทศกาลแห่งความสุขของทุกคน ฉลองคริสต์มาสวิถีใหม่ให้ปลอดภัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – แนวหน้าฟู้ดรีวิว : เทศกาลแห่งความสุขของทุกคน ฉลองคริสต์มาสวิถีใหม่ให้ปลอดภัย (naewna.com)

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : เทศกาลแห่งความสุขของทุกคน  ฉลองคริสต์มาสวิถีใหม่ให้ปลอดภัย

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : เทศกาลแห่งความสุขของทุกคน ฉลองคริสต์มาสวิถีใหม่ให้ปลอดภัย

วันเสาร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 08.00 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์นี้ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เดือนธันวาคม เดือนแห่งเทศกาลสำคัญ ทั้งคริสต์มาสอีฟ 24 ธ.ค. และวันคริสต์มาส 25 ธ.ค.ที่กำลังจะมาถึง เต็มอิ่มกับอาหารหลากหลายสไตล์ทั้งคาว-หวานเพื่อเทศกาลนี้โดยเฉพาะ จาก 8 ห้องอาหาร เริ่มต้นกันที่

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารอิตาเลียนสูตรดั้งเดิม และไทยฟิวชั่น รวมทั้งบุฟเฟ่ต์นานาชาติ อาหารทะเล ไก่งวงอบพร้อมเครื่องเคียง, ไส้กรอก, ชีสนานาชนิด, ซูชิ,ซาชิมิ ฯลฯ ค่ำคืนคริสต์มาสอีฟ 24 ธ.ค.ราคา 1,999 บาท++ และในวันคริสต์มาส 25 ธ.ค.ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ที่ห้องอาหารเวนตี้ซี่ โทร.02-1006255

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ ลาดพร้าว นำเสนออาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อค่ำอลังการฟัวกราส์รสเยี่ยมพร้อมซอสสูตรเด็ด เมนูเนื้อชั้นเลิศจากคริสต์มาสคาร์ฟวิ่งสเตชั่น ทั้ง ไก่งวง แฮมอบน้ำผึ้ง และเนื้อซี่โครงไพรม์ริปจากออสเตรเลีย อาหารทะเลสดใหม่นานาชนิด ในวันที่ 24 ธ.ค. ราคา 1,690 บาท++และคริสต์มาสเดย์ เฟสทีฟ บรันช์ ในวันที่ 25 ธ.ค. ราคา 1,490 บาท++ ที่ ห้องอาหารจตุจักร คาเฟ่ โทร.02-5411234

โรงแรมเคป เฮ้าส์ กรุงเทพฯ นำเสนอชุดเมนูอาหารอิตาเลียน 4 คอร์ส ฉลองคืนก่อนวันคริสต์มาส 24 ธ.ค.กับ ซุป สลัดอโวคาโดและกราแตงกุ้งสด ไก่งวงอบยัดไส้สไตล์อังกฤษ อกเป็ดอบน้ำผึ้ง คริสต์มาสพุดดิ้ง ฯลฯ ราคา 1,500 บาท++ และบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวันในวันคริสต์มาส25 ธ.ค. ท่านละ 560 บาทถ้วน ที่ ห้องอาหารนัมเบอร์ 43อิตาเลียน บิสโทร โทร.02-6587444

โรงแรมแมริออท กรุงเทพฯ สุขุมวิท นำเสนอบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อค่ำวันคริสต์มาสอีฟ 24 ธ.ค. ด้วยอาหารทะเลสดใหม่, ไก่งวงอบ ของหวานเทศกาลคริสต์มาส ฯลฯ ราคา 1,990 บาทถ้วนที่ ห้องอาหารฟิฟท์ตี้ เซเว่น สตรีท จองและชำระเงินภายใน 14 ธ.ค. ทุกๆ 4 ท่าน รับห้องพักฟรี 1 คืน และฉลองวันคริสต์มาสกับบุฟเฟ่ต์ที่ยาวที่สุดตลอดวัน25 ธ.ค. เวลา 12.00-23.00 น. ราคาท่านละ1,990 บาทถ้วน จองและชำระเงินภายใน 14 ธ.ค.รับตั๋วเข้างานเคานท์ดาวน์ Golden Dust NYE party ที่ อ็อกเทฟ รูฟท็อป เลานจ์ แอนด์ บาร์ ในวันที่ 31 ธ.ค. โทร.02-7970000

โรงแรมแชงกรี-ลา นำเสนอบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดมื้อค่ำ กับอาหารทะเลสดใหม่ตัวโต อาหารนานาชาติจากทั่วทุกมุมโลก คืนวันที่ 24 ธ.ค. ราคา 3,490 บาทถ้วน และบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวัน ในวันที่25 ธ.ค. กับเมนูไก่งวงอบสอดไส้สมุนไพรสด,พายฟักทอง ฯลฯ ราคา 1,780 บาทถ้วน ที่ เน็กซ์ทู คาเฟ่ โทร. 02 -2367777

โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส นำเสนออาหารชุด 5 คอร์ส มื้อค่ำสไตล์อิตาเลียน อาทิ ปลาค็อดและครีมเสิร์ฟพร้อมโพเลนต้าย่าง, ซุปซีฟู้ดทัสคาน, พาสต้าคาเนลโลนีสอดไส้เนื้อและชีสริคอตต้า, เมนูหลักให้เลือกสรร 3 แบบ สเต๊กแซลมอน หรือเมนูรวมเนื้อแกะและไก่งวง หรือ ไส้กรอกหมู โคเตชิโน่ พร้อมด้วยของหวานช่วงวันคริสต์มาสในอิตาลี แพนโดโรและช็อกโกแลตซาลามี วันที่ 24-25 ธ.ค. ในราคาท่านละ 720 บาทถ้วน ที่ ห้องอาหารอิตาเลียนเทอราซซ่า โทร.02-2163700

โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย นำเสนอชุดน้ำชายามบ่าย ราคา 2,200 บาท++ รวมชาหรือกาแฟ 2 ท่าน ถึงวันที่ 3 ม.ค.2564 (13.00-17.00 น.)
ที่ ห้องอาหารพีค็อก อัลลีย์ และฉลองคริสต์มาสอีฟ เซตเมนูสุด 5 คอร์ส เสิร์ฟพร้อมไวน์ ราคา 7,500 บาท++ คืนวันที่ 24 ธ.ค.ที่ ห้องอาหารบูล แอนด์ แบร์ โทร.02-8468888

“ริมคลองคาเฟ่” เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอสเวลเนส รีสอร์ท นำเสนอเทศกาลตลอดเดือนธันวาคมภายใต้บรรยากาศ “สวิสคริสต์มาส” กับชุดน้ำชายามบ่าย ในราคา 899 บาท++ สำหรับ 2 ท่านรวมอาหารแสนอร่อย อาทิ ไก่งวง, โรลชีสกรูแยร์ ฯลฯและทุกวันอาทิตย์ ชมการแข่งขัน “Decorate YourGrittibänz” ค่าเข้าชม 500 บาท++ เด็กทุกคนจะได้รับเครื่องดื่มพร้อมมินิบุฟเฟ่ต์, ชุดตกแต่งกริตติบานซ์และประกาศนียบัตรฯ โดยผู้ปกครองอร่อยกับมินิบุฟเฟ่ต์ และน้ำชายามบ่ายในราคาท่านละ 800 บาท++โทร.09-5442-4653

ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสเต็มอิ่มกับรสชาติอาหารและบรรยากาศแห่งความสุขที่สุดแสนประทับใจ ในรูปแบบวิถีใหม่อย่างปลอดภัยและห่างไกลโควิด กับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”