“จุรินทร์” ยกขบวนพาณิชย์ ลุยฟื้นช่วยเศรษฐกิจภูเก็ต กระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศเต็มเหนี่ยว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

” จุรินทร์” ยกขบวนพาณิชย์ ลุยฟื้นช่วยเศรษฐกิจภูเก็ต กระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศเต็มเหนี่ยว (komchadluek.net)

” จุรินทร์” ยกขบวนพาณิชย์ ลุยฟื้นช่วยเศรษฐกิจภูเก็ต กระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศเต็มเหนี่ยว

" จุรินทร์" ยกขบวนพาณิชย์ ลุยฟื้นช่วยเศรษฐกิจภูเก็ต กระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศเต็มเหนี่ยว

11 ธันวาคม 2563 – 20:48 น.

กระตุ้นเศรษฐกิจภูเก็ต ” จุรินทร์” ยกขบวนพาณิชย์ ลุยฟื้นช่วยเศรษฐกิจภูเก็ต กระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศเต็มเหนี่ยว 

นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน “ธงฟ้า on the beach & Seafood festival หรอยริมเล @ป่าตอง” ณ บริเวณชายหาดป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต โดยมีนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์  นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ พร้อมรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง 

นายจุรินทร์ กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตพึ่งพาเศรษฐกิจขาเดียวคือการท่องเที่ยวทำให้กระทบมากในเรื่องเศรษกิจหดตัวและซ้ำกับโควิด-19 ถ้าเทียบกับจังหวัดรอบข้างพึ่งพา 2 ขาคือท่องเที่ยวและการเกษตรด้วย เมื่อนักท่องเที่ยวต่างประเทศหายแต่ยังเหลือคนเที่ยวในประเทศ รัฐบาลเห็นใจอยากเปิดประเทศให้เร็วที่สุดแต่ต้องคำนึงถึงทั้งเรื่องสุขภาพและเศรษฐกิจไปด้วยต้องตอบโจทก์ทั้ง 2 ข้อ ดังนั้นเวลานี้จึงต้องกระตุ้นให้ไทยเที่ยวไทย โดยรัฐบาลมีนโยบายในการกระตุ้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศเพื่อให้ฟื้นจากผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งจังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดที่พึ่งพาการท่องเที่ยว จากนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวให้ผู้ประกอบการ และชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น 

" จุรินทร์" ยกขบวนพาณิชย์ ลุยฟื้นช่วยเศรษฐกิจภูเก็ต กระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศเต็มเหนี่ยว

ในการนี้กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ มีภารกิจสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจและช่องทางการกระจายสินค้า สำหรับเกษตรกร และผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมทั้งวิสาหกิจชุมชน (OTOP) ผ่านการจัดกิจกรรมงานแสดงสินค้า ซึ่งในขณะเดียวกัน จะเป็นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดี ในราคาเป็นธรรมได้อีกด้วย จับมือกับหลายฝ่ายเพื่อต่อลมหายใจให้ชาวป่าตองและภูเก็ต 

" จุรินทร์" ยกขบวนพาณิชย์ ลุยฟื้นช่วยเศรษฐกิจภูเก็ต กระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศเต็มเหนี่ยว

นายจุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้การจัดงาน “ธงฟ้า on the beach & Seafood festival หรอยริมเล @ป่าตอง” โดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ถือว่าเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับนโยบายและศักยภาพของประเทศข้างต้น มีสินค้าราคาย่อมเยามาขายให้ประชาชนเสริมไปด้วยในช่วง 3 วันคือ 11-13 ธ.ค. 2563 ซึ่งถือโอกาสดีที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวจะได้ไปร่วมซื้อหาสินค้าและลิ้มรสอาหารอร่อยและคุณภาพดี รวมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคราคาเป็นธรรมภายในงาน โดยก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์ได้จัดงานอาหารทะเลมาแล้ว 5 ครั้ง ที่กรุงเทพมหานคร ชลบุรี ภูเก็ต พังงา และสงขลา ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

” สำหรับการจัดงานในวันนี้ ผมขอขอบคุณจังหวัดภูเก็ตที่อนุเคราะห์สถานที่จัดงาน เพื่อให้เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ค้า รวมถึงวิสาหกิจชุมชน (OTOP) นำสินค้าอาหารทะเล ผลไม้ อาหารท้องถิ่น และสินค้าอุปโภคบริโภค มาจำหน่ายให้แก่พี่น้องชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยว และขอบคุณนักช้อปทุกท่านที่มาอุดหนุนสินค้าและเลือกชิมอาหารรสเลิศในวันนี้ รวมทั้งขอบคุณกรมการค้าภายใน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ที่ร่วมกันจัดงานในวันนี้ขึ้น และในโอกาสนี้ ขออวยพรให้การจัดงานครั้งนี้ประสบความสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ บัดนี้ ถึงเวลาอันสมควรแล้ว ผมขอเปิดงาน “ธงฟ้า on the beach & Seafood festival หรอยริมเล @ป่าตอง” อย่างเป็นทางการ ขอบคุณครับ ” 

“สมัคร สุนทรเวช” อดีตนายกฯ ๗ เดือน ผู้แขวนพระหูยานลพบุรี สายเหนียวผู้สร้างพระพุทธชนะมาร แต่สุดท้าย…. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“สมัคร สุนทรเวช” อดีตนายกฯ ๗ เดือน ผู้แขวนพระหูยานลพบุรี สายเหนียวผู้สร้างพระพุทธชนะมาร แต่สุดท้าย…. (komchadluek.net)

“สมัคร สุนทรเวช” อดีตนายกฯ ๗ เดือน ผู้แขวนพระหูยานลพบุรี สายเหนียวผู้สร้างพระพุทธชนะมาร แต่สุดท้าย….

"สมัคร สุนทรเวช" อดีตนายกฯ ๗ เดือน ผู้แขวนพระหูยานลพบุรี สายเหนียวผู้สร้างพระพุทธชนะมาร แต่สุดท้าย....

12 ธันวาคม 2563 – 09:10 น.

เปิดกรุพระเครื่องนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย (๑) “สมัคร สุนทรเวช” อดีตนายกฯ ๗ เดือน ผู้แขวนพระหูยานลพบุรี สายเหนียวผู้สร้างพระพุทธชนะมาร แต่สุดท้าย….  คอลัมน์…   ตามรอยตำนานแผ่นดิน  โดย… เอก อัคคี 

นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนักหนังสือพิมพ์/นักเขียน เจ้าของผลงาน “ตัณหานักการเมือง”ที่เคยโด่งดังในอดีต ซึ่งจะว่าไปนายสมัครก็โด่งดังมาตลอดนั้นแหละส่วนจะดังในทางไหน-คอการเมือง ย่อมรู้ซึ้งอยู่แก่ใจ ผมไม่ต้องขยายความให้เหมือนไฟลามทุ่ง

อ่านข่าว…  “พระสมเด็จจิตรลดา”และ”พระสมเด็จ” ของนายกฯสารพัดพิษ “ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช” 

"สมัคร สุนทรเวช" อดีตนายกฯ ๗ เดือน ผู้แขวนพระหูยานลพบุรี สายเหนียวผู้สร้างพระพุทธชนะมาร แต่สุดท้าย....

นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่  ๒๕ สมัยเป็นนักการเมืองหนุ่ม

นายสมัคร เป็นบุตรของเสวกเอก พระยาบำรุงราชบริพาร (เสมียน สุนทรเวช) กับ คุณหญิงบำรุงราชบริพาร (อำพัน จิตรกร) เป็นหลานลุงของ มหาเสวกตรี พระยาแพทย์พงศาวิสุทธาธิบดี (สุ่น สุนทรเวช) นายแพทย์ประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นหลานตาของ มหาเสวกตรี พระยาอนุศาสน์จิตรกร (จันทร์ จิตรกร) จิตรกรประจำราชสำนัก

เส้นทางชีวิตของนายสมัคร สุนทรเวช อย่างที่บอกว่า บนเวทีการเมืองโดดเด่นไม่แพ้ใครไม่ว่าจะสวมหัวโขนอะไรก็ได้รับความสนใจจากสังคมใสโดยตลอด ด้วยลีลา คารม มุมมองความคิดที่เป็นตัวของตัวเอง  เขาเริ่มทำงานด้วยการเป็นนักหนังสือพิมพ์สายการเมือง หลังจบนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ โดยเป็นคอลัมนิสต์เขียนบทความและแสดงความคิดเห็น ทางการเมืองแบบไม่ประจำใน หนังสือพิมพ์สยามรัฐ, สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ และชาวกรุง ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๐ จนถึง ๒๕๑๖ ก่อนจะย้ายวิกมาเขียนบทความแนวการเมืองในหนังสือพิมพ์ประชาไทย ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๗ จนถึง ๒๕๒๐ แล้วไปเขียนบทความในคอลัมน์ประจำ “มุมน้ำเงิน” หนังสือพิมพ์เดลิมิเร่อร์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๑ จนถึง ๒๕๓๗ ควบคู่ไปกับการเล่นการเมืองจนมียศฐาบรรดาศักดิ์ใหญ่โตคับบ้านคับเมืองมาหลายยุคหลายสมัย

หลังเสพเรื่องการเมืองผ่านคอลัมน์ที่ตัวเองเขียนมาระยะหนึ่ง นายสมัครเริ่มต้นชีวิตการเมืองโดยเข้าเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ในปี ๒๕๑๑ ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลกรุงเทพมหานครในปี ๒๕๑๔ ต่อมาปี ๒๕๑๘ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งแรก และได้รับตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลผสมของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช

"สมัคร สุนทรเวช" อดีตนายกฯ ๗ เดือน ผู้แขวนพระหูยานลพบุรี สายเหนียวผู้สร้างพระพุทธชนะมาร แต่สุดท้าย....

ศาลพระพิฆเนศ ในบริเวณบ้านของนายสมัคร

จากนั้นในปี ๒๕๑๙ ได้รับเลือกเป็น ส.ส.อีกสมัย และได้ตำแหน่ง รมว.มหาดไทย สมัยนายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมกับลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อมาก่อตั้งพรรคประชากรไทย ในปี ๒๕๒๒ โดยดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค

นายสมัคร นำพรรคประชากรไทย  ได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.มาหลายสมัย และตัวเขาเองได้ดำรงตำแหน่งสำคัญๆ เช่น รมว.คมนาคม สมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นรองนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร, นายบรรหาร ศิลปอาชา และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
ถ้าถามว่า นายสมัคร สุนทรเวช เป็นคนเก่งไหม?
ต้องยอมรับว่า เป็นคนเก่งมากคนหนึ่ง แต่เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมากที่สุดคนหนึ่งในยุทธจักร จนบางครั้งกลายเป็นความดื้นรั้น ดันทุรังและตะแบกแทงแต่ข้างตัวเอง 
ถ้าสังเกตุว่า ช่วงที่เขาเจริญเติบโตทางการเมืองนั้น เป็นช่วงที่รัฐบาลทั้งหลายกำลังขับเคี่ยวกับภาคประชาชนที่เรียกร้องความเป็นธรรมความถูกต้องทางสังคมทั้งสิ้น…และเขาอยู่ฝั่งตรงข้ามเสมอ!?! 

"สมัคร สุนทรเวช" อดีตนายกฯ ๗ เดือน ผู้แขวนพระหูยานลพบุรี สายเหนียวผู้สร้างพระพุทธชนะมาร แต่สุดท้าย....

นายสมัครโชว์พระเครื่องบนคอให้นักข่าว

เอาเป็นว่า เขาจะเป็นอย่างไรก็ช่างเขาเถอะ ว่ากันไปตามวิบากกรรมของเขา
เรามาพูดกันเรื่องพระเครื่องที่เขาใช้พกพาบูชาติดตัว,พระเครื่องที่เขาสร้างและพระเครื่องที่มีผู้สร้างให้เขาและความเชื่อความศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดีกว่า 

เพราะว่าจะดีจะร้าย ไม่ว่าเขาจะเป็๋นเทพหรือมาร แต่นายสมัคร สุนทรเวช เคยบอกไว้ว่า เขาเป็นคนเคารพเชื่อมั่นในครูบาอาจารย์มาก ต้องไหว้พระไหว้ครูตลอด แม้แต่ครูดนตรีไทย เพราะท่านถือว่า เป็นศิษย์คนหนึ่ง แม้เล่นดนตรีไทยไม่เป็นเลย แต่ก็ร้องเพลงไทยเดิมได้มากมาย เพราะฉะนั้นก่อนจะร้องอะไรหรือทำอะไรเกี่ยวกับการร้องเพลงไทยเดิมจะยกมือไหว้ระลึกถึงครูเพลงไทยเดิมทั้งหลายเพราะ การไหว้ครูก็เป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น

และนอกเหนือจากนี้ก็จะไหว้พระพุทธรูปบูชาทุกวันจันทร์ เพื่อจะทำให้จิตใจสบายในการเริ่มต้นทำงานในตลอดสัปดาห์ นอกจากนี้นายสมัยยังมีความเชื่อเกี่ยวกับศาสตร์ฮวงจุ้ย ที่ถือเป็นส่วนประกอบของธรรมชาติ ซึ่งแบ่งเป็นอิม เอี๊ยง (หรือ อิน หยาง) อันเกิดจาก ๕ ธาตุ มีบทบาทเกื้อหนุนกัน และหักล้างกัน ฮวง เคลื่อนไหว แต่มองไม่เห็น เป็น อิม เสมือนไฟฟ้าขั้วลบ จุ้ย เคลื่อนไหว และมองเห็น เป็น เอี๊ยง เสมือนไฟฟ้าขั้วบวก และในอิม (ดำ) ก็มีเอี๊ยง (ขาว) ในเอี๊ยง (ขาว) ก็มีอิม (ดำ) พร้อมกับให้เหตุผลว่า

“จริงๆ ผมก็รู้สึกเฉยๆ กับสิ่งเหล่านี้ แต่เมื่อเขามาดูให้แล้วปรับตามเขา ผมว่ามันก็ไม่เป็นอะไร อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจ ซินแสก็ยังบอกว่ากฎเกณฑ์ต่างๆ ในทางฮวงจุ้ยเป็นร้อยเป็นพันอาจไม่ใช่กฎเกณฑ์ตายตัวเสมอไป เพราะทุกข้อห้ามข้อบัญญัติ จะมีข้อยืดหยุ่นหรือข้อยกเว้นได้เช่นกัน เหตุผลก็เพราะสภาพแวดล้อมในแต่ละสถานที่ ย่อมมีสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนกันเลย ร้อยบ้านก็ร้อยแบบ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับแบบ รูปทรง หรือทิศทางของมันด้วย”

"สมัคร สุนทรเวช" อดีตนายกฯ ๗ เดือน ผู้แขวนพระหูยานลพบุรี สายเหนียวผู้สร้างพระพุทธชนะมาร แต่สุดท้าย....

พระหูยาน ลพบุรี ที่นายสมัคร พกพาบูชาติดตัว

แต่ต้องบอกว่าความจริงแล้วนายสมัคร เชื่อในเรื่องฮวงจุ้ยมาก เพราะขนาดในช่วงบั้นปลายของชีวิต ก่อนจะส้มหล่นได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่๒๕ ก็มีซินแสทักว่าที่บ้านต้องศาลพระพิฆเณศวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๐ นายสมัครก็สั่งตั้งศาลบูชาขนาดใหญ่ภายในบริเวณบ้านทันที โดยอัญเชิญเทพเจ้าแห่งความสำเร็จซึ่งแกะสลักจากหินอ่อน คาราร่า จากอิตาลี มาประดิษฐานเลย หลังจากนั้นำไม่นานเขาก็ได้รับเทียบเชิญให้เป็น ฯพณฯนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย 

 เขาเล่าให้นักข่าวฟังว่า เรื่องแบบนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะวันที่ตั้งศาลอยู่ดีๆ ก็มีฝนฟ้าตกลงมา ผมจะมีการบูชาทุกวันพฤหัสบดี ด้วยอ้อย นอกจากนี้แล้วนายสมัครยังมีความศรัทธาในครูเทพ หรือพ่อแก่ หรือฤๅษี อีกด้วย ทั้งนี้เขาจะไหว้พ่อแก่ด้วยผลไม้ ไหว้เป็นประจำทุกวันพฤหัสบดี
แต่ก่อนจะตั้งศาลเทพเจ้าแห่งความสำเร็จนี้ เขาประสบอุบัติเหตุหกล้ม จนหน้าฟาดพื้น แตกต้องเย็บถึง ๖ เข็มมาแล้ว!!
(ติดตามตอนต่อไป)

มทรส.ผุด ศูนย์พัฒนาวิชาชีพ ปั้นครูช่างมืออาชีพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

มทรส.ผุด ศูนย์พัฒนาวิชาชีพ ปั้นครูช่างมืออาชีพ (komchadluek.net)

มทรส.ผุด ศูนย์พัฒนาวิชาชีพ ปั้นครูช่างมืออาชีพ

มทรส.ผุด ศูนย์พัฒนาวิชาชีพ ปั้นครูช่างมืออาชีพ

11 ธันวาคม 2563 – 19:10 น.

มทรส. ก้าวสู่ “มหาวิทยาลัยชั้นนำด้านวิชาชีพและเทคโนโลยีชั้นสูง” ผุด ศูนย์พัฒนาวิชาชีพ ปั้นครูช่างมืออาชีพ พัฒนาคุณภาพบัณฑิต และกำลังคนรองรับอุตฯเป้าหมาย มุ่งวิจัยนวัตกรรมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสังคมและประเทศด้วย

นายธีรพล ขุนเมือง อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (มทรส) เปิดเผยว่า มทรส.ได้กำหนดวิสัยทัศน์ ในการก้าวเดิน ไว้อย่างชัดเจนว่าเป็น“มหาวิทยาลัยชั้นนำด้านวิชาชีพและเทคโนโลยีชั้นสูง”

ดังนั้นในแต่ละคณะ ซึ่งมี 6 คณะจะมุ่งเดินไปสู่จุดหมายที่กำหนดไว้เพื่อพัฒนาคุณภาพบัณฑิต และกำลังคนรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ตลอดจนพัฒนาเทคโนโลยี วิจัยนวัตกรรมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสังคมและประเทศด้วย

 คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมเป็นอีกคณะหนึ่ง ในการผลิตบัณฑิตที่เน้นมุ่งสู่ อาชีพครู ด้านช่าง ซึ่งจะต้องรู้จริง เก่งจริงเพื่อสามารถสอนผู้อื่นอย่างมืออาชีพ จึงมีการจัดตั้ง “ศูนย์พัฒนาวิชาชีพ ” ขึ้นที่ มทสร.พื้นที่ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมุ่งเน้น การผลิตครูช่าง และพัฒนากำลังคน รองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีตามยุทธศาสตร์ การพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ New s-curve

โดยภายในศูนย์ฯ จะแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ส่วน คือ ศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพและการศึกษา และ ศูนย์ความเป็นเลิศ สำหรับศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพฯ ประกอบด้วยด้านพัฒนาสื่อการสอนวิชาชีพและเทคโนโลยีพัฒนาการเรียนการสอน ออนไลน์ จัดอบรมด้านวิชาชีพครู แผนพัฒนาการศึกษานอกระบบ

 ในส่วนของศูนย์ความเป็นเลิศ ประกอบด้วย ด้านเทคโนโลยียานยนต์ ระบบอัตโนมัติและแขนกล ไฮดรอลิกเครื่องจักรกลและอุตสาหกรรม การผลิตชิ้นส่วนรวมทั้งการออกแบบและการจำลองทางวิศวกรรม

นายธีรพล กล่าวต่อไปว่าภายในศูนย์ฯนี้ มีอุปกรณ์การเรียน การสอน ที่ครบถ้วนและทันสมัยเพื่อรองรับการสอนให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรม 4.0 ควบคู่การฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น Upskill Reskill ตามมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติและมาตรฐานวิชาชีพ ทั้งนี้เพื่อพัฒนาอาจารย์ ให้มีทักษะสูงมีความเชี่ยวชาญสู่ความเป็นเลิศ ในการถ่ายทอดแก่นักศึกษาได้อย่างมืออาชีพ

รวมทั้ง พัฒนาคนในพื้นที่ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกด้ว โดยที่ผ่านมามีการฝึกอบรมในหลายด้านอาทิหลักสูตรอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีไฮเทคอยุธยา จำกัด กระทรวงอุตสาหกรรม รวมทั้งบริการทดสอบสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ สาขาวิชาชีพธุรกิจจัดการพื้นที่สีเขียว ของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ

และร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในการอบรม Electric vehicle(EV) และในปี 2564 จะร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม อบรมหลักสูตรต่างๆแก่บุคคลทั่วไปและสถานประกอบการด้วย อาทิ automation Machine and mechanical Design (TRIZ) Consult 5 man – day เป็นต้น

ซึ่งนอกจากคณาจารย์ของ มทรส.จะได้รับการพัฒนาให้มีทักษะที่สูงขึ้นแล้ว นักศึกษา จะได้เรียนรู้ จากการปฏิบัติจริง ตามหลักสูตร ที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ เมื่อสำเร็จการศึกษา จะสามารถ มีอาชีพมีงานทำอย่างมั่นคง

รวมทั้งบุคคลภายนอก ที่เข้ารับการฝึกอบรม ตามหลักสูตรต่างๆภายในศูนย์ฯนี้จะได้นำความรู้ เพื่อพัฒนาประเทศให้เป็นประโยชน์ทั้งแก่ชุมชนและสังคมต่อไปด้วย

มทรส.ผุด ศูนย์พัฒนาวิชาชีพ ปั้นครูช่างมืออาชีพ
มทรส.ผุด ศูนย์พัฒนาวิชาชีพ ปั้นครูช่างมืออาชีพ
มทรส.ผุด ศูนย์พัฒนาวิชาชีพ ปั้นครูช่างมืออาชีพ

ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานปีนี้ “สวัสดีปีฉลูวัว” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานปีนี้ “สวัสดีปีฉลูวัว” (komchadluek.net)

ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานปีนี้ “สวัสดีปีฉลูวัว”

ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานปีนี้ "สวัสดีปีฉลูวัว"

12 ธันวาคม 2563 – 15:06 น.

ส.ค.ส. พระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๔ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานปีนี้คือภาพ “สวัสดีปีฉลูวัว”

ในปีฉลู พ.ศ. ๒๕๖๔ นี้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานภาพฝีพระหัตถ์ รูปวัว หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส มาปักบนกระเป๋า  เสื้อโปโล ๕ สี  และเสื้อทีเชิ้ต ๔ สี   เสื้อทั้งหมดจะออกจำหน่ายเป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๔ นี้

ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานปีนี้ "สวัสดีปีฉลูวัว"

นอกจากพระราชทานภาพฝีพระหัตถ์แล้ว สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพรปีใหม่แด่ชาวไทยทุกท่าน “สวัสดีปีฉลูวัว พ.ศ. ๒๕๖๔” ดังนี้

เมื่อนึกถึง “วัว” ผู้คนจะนึกถึงสัตว์สี่เท้า ที่ยังประโยชน์ต่อมนุษยชาติอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื้อวัว และนมวัว ซึ่งเป็นอาหารโปรตีนอันโอชะ และอิ่มเอมของมวลมนุษย์ โดยสามารถนำมาเป็นอาหารนานาชนิด  นำมาเป็นเครื่องดื่มบำรุงร่างกายได้หลากหลาย ทำให้มนุษย์เติบโตแข็งแรง สมบูรณ์

ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานปีนี้ "สวัสดีปีฉลูวัว"

เมื่อได้อัญเชิญภาพฝีพระหัตถ์ “ปีฉลู” มาปักบนกระเป๋าเสื้อโปโล และทีเชิ้ต ทั้ง ๙ สี ทางร้านภูฟ้าจึงได้นำคำว่า “อิ่ม” มาขึ้นต้นกับเสื้อทั้ง ๙ สี อย่างมีความหมายถึง ความอิ่มเอม เปรมใจ และมีความสุขยิ่ง ดังนี้
เสื้อโปโลทั้ง ๕ จะมีชื่อสีต่าง ๆ ที่มีความหมายของคำว่า “อิ่ม” ทั้งสิ้นดังนี้
– สีฟ้า         อิ่มใจ                
– สีน้ำเงิน        อิ่มบุญ
– สีแสด         อิ่มเอิบ                
– สีขาว        อิ่มอุ่น
– สีเขียว        อิ่มโอษฐ์

ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานปีนี้ "สวัสดีปีฉลูวัว"

พรพระราชทานข้างต้น ที่กล่าวมาแล้วจะปรากฏบนด้านหน้าของเสื้อทีเชิ้ต ๒ สี คือ
– สีครีม         อิ่มเอม                
– สีชมพู        อิ่มสุข

ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานปีนี้ "สวัสดีปีฉลูวัว"

ถ้าท่านใดที่ชอบใส่เสื้อคอกลม แบบมีกระเป๋า ทางร้านภูฟ้าก็จะมีเสื้อให้ท่านเลือกซื้อ ๒ สี คือ
– สีเขียว        อิ่มจิต                
– สีม่วง        อิ่มทิพย์

ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานปีนี้ "สวัสดีปีฉลูวัว"

นอกจากเสื้อโปโล เสื้อคอกลม และทีเชิ้ตดังกล่าว ยังมีสินค้าอื่น ๆ ที่ท่านจะเลือกซื้อเป็นของขวัญปีใหม่ ได้แก่ บัตรอวยพรปีใหม่ สมุดบันทึก ปากกา กระบอกน้ำเก็บความร้อน-เย็น และเครื่องใช้อื่น ๆ รวมทั้งยังจัดจำหน่าย กระเป๋าผ้าต่าง ๆ ทั้งนี้ทางร้านได้รับเกียรติจากผู้ออกแบบจากแบรนด์ THEATRE เป็นที่ปรึกษาในการให้สีสำหรับผลิตภัณฑ์ นอกจากนั้นทางร้านยังมีสินค้าผ้าไหม ผ้าห่มทอมือ และสินค้าที่แปรรูปมาจากผ้าปกากะญอ อันเป็นสินค้าจากภูมิปัญญาชาวบ้านมาจัดจำหน่ายอย่างมากมาย    

ภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานปีนี้ "สวัสดีปีฉลูวัว"

สินค้าชุดนี้เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้าได้ที่ร้านภูฟ้าทั้ง ๒๐ สาขา และสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ http://www.phufa.org/shop  และติดตามข่าวสารทาง Facebook: PHUFA

‘แม้ว’ เมิน หรือ ‘หน่อย’ ทิ้ง ปัญหาหัวใจ พท. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘แม้ว’ เมิน หรือ ‘หน่อย’ทิ้ง ปัญหาหัวใจ พท. (komchadluek.net)

‘แม้ว’ เมิน หรือ ‘หน่อย’ทิ้ง ปัญหาหัวใจ พท.

 'แม้ว' เมิน หรือ 'หน่อย'ทิ้ง ปัญหาหัวใจ พท.

12 ธันวาคม 2563 – 17:12 น.

ทักษิณอยู่ไม่เป็น เล่นไม่เลิก ตอบโต้ “จตุพร” น้อยใจ “คุณหญิงหน่อย” ที่ทิ้งพรรค

++
    ไม่จบจริงๆ ปัญหาหัวใจในพรรคเพื่อไทย เมื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” ยังลุกขึ้นมาทวีตข้อความ “ขอบคุณคนที่ยังอยู่” และพาดพิง“ผู้ที่จากไป”
    ก่อนหน้านี้ “ทักษิณ” จะไม่ค่อยได้พูดถึงเรื่องภายในพรรคเพื่อไทย แต่กรณีการเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่ ทักษิณเกิดเลือกข้างเขียนจดหมายมาอ้อนให้คนเชียงใหม่ เลือก “พิชัย เลิศพงศ์อดิศร” ตัวแทนพรรคเพื่อไทย
    ต่อมา จตุพร พรหมพันธุ์ พยายามอธิบายว่า “บุญเลิศ บูรณุปกรณ์” ไม่ได้ทิ้งเพื่อไทย ตรงกันข้าม “เจ๊ใหญ่” ต่างหากที่ทิ้งตระกูล “บูรณุปกรณ์”
    “จตุพร” ได้แยกเรื่องของทักษิณกับ “เจ๊ใหญ่” ออกจากกัน ตัวเขายังเคารพรักทักษิณ แต่ไม่พอใจบทบาทเจ๊ใหญ่ในการก้าวก่ายการเมืองท้องถิ่น 

++
เหน็บตู่
++
    เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2563 ทักษิณ ชินวัตร ได้สื่อสารถึงสมาชิกพรรคเพื่อไทยผ่านทวิตเตอร์ โดยทวีตข้อความต่อเนื่องกันจำนวน 4 ข้อความ
    “ช่วงนี้ได้ข่าวมีหลายคนที่เดินออกจากพรรคเพื่อไทย หลายคนออกมาโจมตีบ้านเดิมของตัวเอง..”

 'แม้ว' เมิน หรือ 'หน่อย'ทิ้ง ปัญหาหัวใจ พท.

                            ข้อความในทวิตเตอร์ ส่งตรงมาจากดูไบ

    “คนที่จากไป” จะเป็นใครไม่ได้ หากไม่ใช่ “จตุพร” เพราะดูเหมือนประธาน นปช. จะวิพากษ์ตระกูลชินวัตรอย่างหนักหน่วง
    ทักษิณบอกว่า เป็นคนวางรากฐานพรรคเพื่อไทย มาตั้งครั้งเป็นพรรคไทยรักไทย “ ที่ผ่านมา เพื่อรักษาอุดมการณ์นั้น ผมได้ต่อสู้ และสูญเสียอะไรไปมาก ทั้งการไม่ได้อยู่ในแผ่นดินเกิด ไม่ได้อยู่กับครอบครัว และคนที่ผมรัก”
    พูดง่ายๆ ต้องเร่ร่อนอยู่ในต่างแดนเกือบ 20 ปี ก็เพราะต้องการรักษาอุดมการณ์ประชาธิปไตย

++
น้อยใจหน่อย
++
    สิ่งที่ทักษิณทวีตข้อความเกี่ยวกับพรรคเพื่อไทยเป็นครั้งแรกในรอบ 7-8 ปีหลังมานี้ ยังสะท้อนถึงความน้อยอกน้อยใจ ที่มีแกนนำพรรคกลุ่มหนึ่งยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย
    “..ผมไม่เสียใจที่วันนี้จะมีคนเดินจากไปเพื่อไปมีเส้นทางใหม่ เพราะผมคงไปบังคับหัวใจใครให้อยู่กับพรรคตลอดไปไม่ได้”
    ทักษิณคงหมายถึงกลุ่มคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และคนใกล้ชิด 4-5 คน ที่กำลังก่อร่างสร้างพรรคการเมืองใหม่

 'แม้ว' เมิน หรือ 'หน่อย'ทิ้ง ปัญหาหัวใจ พท.

                   คุณหญิงหน่อย ไปเกี่ยวข้าวที่ จ.น่าน 

    หากพิจารณาข้อความในทวิตเตอร์ ประเมินได้ว่า ทักษิณไม่สำรวจตัวเอง หรือสำรวจคนข้างกายเลยว่า ได้สร้างปัญหาอะไรไว้ แกนนำระดับคุณหญิงสุดารัตน์ และโภคิน พลกุล จึงอำลาพรรคไป
    ตรงกันข้าม ทักษิณรู้สึกน้อยใจที่อดีตแกนนำพรรค ทอดทิ้งตัวเขาและพรรคเพื่อไทยไปในห้วงเวลานี้
    เหนืออื่นใด ทักษิณส่งสัญญาณมาว่า “…ผมเชื่อว่า อุดมการณ์ที่มั่นคงของพรรคจะนำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จได้อย่างที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในอดีต และจะยังสามารถเป็นที่พึ่งที่หวังให้ประชาชนได้อย่างที่เคยเป็นมา”

อบจ.เมืองช้าง ‘บ้านใหญ่’ รวมใจ สกัดทีมก้าวหน้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อบจ.เมืองช้าง’บ้านใหญ่’ รวมใจ สกัดทีมก้าวหน้า (komchadluek.net)

อบจ.เมืองช้าง’บ้านใหญ่’ รวมใจ สกัดทีมก้าวหน้า

อบจ.เมืองช้าง'บ้านใหญ่' รวมใจ สกัดทีมก้าวหน้า

12 ธันวาคม 2563 – 12:08 น.

ศึกเมืองช้างใหญ่ กลุ่มเซราะกราวรวมใจ สลายสีเสื้อ สกัดดาวรุ่ง “คณะก้าวหน้า”

++
    คนสุรินทร์จำนวนไม่น้อย รู้สึกกังขาว่า เหตุใด “เสี่ยติ่ง” กิตติภัทร์ หรือ กิตติเมศว์ รุ่งธนเกียรติ นายก อบจ.เมืองช้าง 2 สมัยไม่ลงสนาม 
    ย้อนไปปี 2555 “เสี่ยติ่ง” ในนามกลุ่มทีมรวมพลัง เอาชนะธงชัย มุ่งเจริญพร ซึ่งมีกลุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดง ให้การสนับสนุน 
    อย่างไรก็ตาม การเมืองสุรินทร์ ก็ไม่ต่างจากจังหวัด “ไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร” สีเสื้อพรรคเป็นแค่อาภรณ์ประดับกาย ความเป็น “พวก” สำคัญกว่า
    แม้ผู้สมัครนายก อบจ.สุรินทร์ จะมีอยู่หลายคน แต่ที่แข่งกันจริงๆมีอยู่ 2 ขั้วคือ พรชัย มุ่งเจริญพร กลุ่มสุรินทร์รวมใจ กับหน้าใหม่มาแรง-มานพ แสงดำ คณะก้าวหน้า
    ส่วน เจ้าจอม เตียวเจริญโสภา อดีตนายก อบจ.สุรินทร์ และประดุจ มั่นหมาย อดีต ส.ส.สุรินทร์ ที่ลงสนามด้วย ก็น่าจะเป็นสีสัน

++
บ้านใหญ่ปรองดอง
++
    กลางเดือน ต.ค.2563 กลุ่มสุรินทร์รวมใจ ที่รวมตระกูลการเมืองของเมืองช้างไว้ทุกสีเสื้อได้มติเสนอชื่อ “พรชัย มุ่งเจริญพร” อดีตผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย ลงสมัครนายก อบจ.สุรินทร์

อบจ.เมืองช้าง'บ้านใหญ่' รวมใจ สกัดทีมก้าวหน้า

                พรชัย หาเสียงในนามสุรินทร์รวมใจ

    เฉพาะตระกูล “มุ่งเจริญพร” ก็อยู่ในการเมืองสุรินทร์มาร่วม 3 ทศวรรษ ไม่ต่างจาก “รุ่งธนเกียรติ” และ “ร่วมพัฒนา” 
    วันนี้ ปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.สุรินทร์ สังกัดภูมิใจไทย ,ชูชัย มุ่งเจริญพร อดีต ส.ส.สุรินทร์ ยังอยู่ค่ายเพื่อไทย และธงชัย มุ่งเจริญพร อดีต นายก อบจ.สุรินทร์ หนุน “เซี้ย สินอุดม” ได้เป็น ส.ส.สุรินทร์ พรรคพลังประชารัฐ
    ไม่น่าแปลกใจที่มีข่าว ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย 3 คน ถูกบ้านใหญ่เซราะกราวดึงไปเป็นพวก 
    สำหรับ อบจ.สุรินทร์ อยู่ในการดูแลของบ้านใหญ่เซราะกราวมาแต่สมัยที่แล้ว “พรชัย” คงถูกส่งมาสานต่อภารกิจของเสี่ยติ่ง

++
คนหนุ่มก้าวหน้า
++
    ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คาดหวังกับการเปลี่ยนแปลงในเมืองช้างพอควร เนื่องจากได้ผู้สมัครนายก อบจ.เป็นคนรุ่นใหม่ ตรงสเปกคณะก้าวหน้า
    ตัวแทนคณะก้าวหน้า สุรินทร์ ถือว่าไม่ธรรมดา “มานพ แสงดำ” อดีตนายก อบต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ เป็นผู้บริหารท้องถิ่นที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล เขาเป็นนักปกครอง นักพัฒนาที่มีความแตกต่างจากนายก อบต.ทั่วไป

อบจ.เมืองช้าง'บ้านใหญ่' รวมใจ สกัดทีมก้าวหน้า

               มานพ แสงดำ อดีตนายก อบต. แต่ผลงานระดับประเทศ

    “มานพ” ได้ทำให้ อบต.สลักได มีชื่อเสียงในการเลี้ยงโคลูกผสมญี่ปุ่นหรือโควากิว เกษตรกรทั่วประเทศรู้จักวิสาหกิจชุมชนโคขุนสุรินทร์วากิวครบวงจร ต.สลักได
    การต่อสู้ในเมืองช้างเที่ยวนี้ จึงสู้กันระหว่างการเมืองเก่ากับการเมืองใหม่ 

ฟังหูไว้หู ‘เจ๊’ แดนไกล ศึกในศึกนอก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ฟังหูไว้หู’เจ๊’ แดนไกล ศึกในศึกนอก (komchadluek.net)

ฟังหูไว้หู’เจ๊’ แดนไกล ศึกในศึกนอก

 ฟังหูไว้หู'เจ๊' แดนไกล ศึกในศึกนอก

12 ธันวาคม 2563 – 10:14 น.

ไม่จบ ศึกในค่ายเพื่อชิน “จตุพร” เปิดศึกถล่ม “เจ๊” ต่อเนื่อง ขุดเรื่องเก่ามาแฉซ้ำ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    การเลือกตั้งท้องถิ่นที่เชียงใหม่ สะท้อนภาพความแตกแยกในองคาพยพของทักษิณ ชินวัตร อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
    จนถึงวานนี้(11 ธ.ค.2563) จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เฟชบุ๊คไลฟ์ peace talk เปิดโปงกระบวนการ “ประชาธิปไตยเจ๊” ในพรรคเพื่อไทย หลังมีกลุ่มแดงเชียงใหม่ ตั้งโต๊ะแถลงขับไล่จตุพรออกจากประธาน นปช.
    ในทางลึก คนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งรู้สึกไม่พอใจบทบาทของ “ตู่ จตุพร” มาระยะหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มแดงก้าวหน้าที่ไปโหนม็อบเด็ก
    คำว่า “เจ๊” ของจตุพรนั้น ฟังความจากปากประธาน นปช.ก็รู้ว่าหมายถึงใคร แต่ที่นครดูไบในเวลานี้มีอยู่ 2 เจ๊คือ เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  

++
งานเลี้ยงรุ่น
++
    ช่วงกลางเดือน ก.พ.2563 ก่อนโควิดระบาด มีการเผยแพร่คลิปวิดีโองานเลี้ยงรุ่น “มงฟอร์ต 08” ฉลองครบรอบ 55 ปี ที่ดูไบ โดย ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เพื่อนๆ บินข้ามน้ำข้ามฟ้าไปดื่มไวน์แดงและเหล้าราคาแพง  

 ฟังหูไว้หู'เจ๊' แดนไกล ศึกในศึกนอก

                  เลี้ยงรุ่นมงฟอร์ต ที่ดูไบ

    ในคลิปงานเลี้ยงจากดูไบ มีภาพของ “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เดินทักทายเพื่อนๆ ของพี่ชาย ประหนึ่งว่าเป็นเจ้าของงานเลี้ยงครั้งนี้ 
    น่าจะเป็นครั้งแรกที่ยืนยันได้ว่า เจ๊แดงได้พำนักอยู่ที่ดูไบ ร่วมชายคาเดียวกันกับ “เจ๊ปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
    สภากาแฟเชียงใหม่อ่านเกม “งานเลี้ยงรุ่นมงฟอร์ต 08” ที่ดูไบทะลุไปถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นทันที  
    บังเอิญในห้วงเวลาเดียวกัน ได้มีการเปลี่ยนแปลงภายในสโมสรฟุตบอลเจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ที่มี “ส.ว.ก้อง” ชูชัยหรือพิชัย เลิศพงศ์อดิศร เป็นแม่ทัพ 
    เนื่องจากฤดูกาล 2020 ทีมเจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ได้เลื่อนชั้นมาเล่นไทยลีก 2 “ส.ว.ก้อง” จึงเปลี่ยนชื่อทีมเป็น “เชียงใหม่ ยูไนเต็ด” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เพื่อคนเชียงใหม่” 
    ส.ว.ก้องใช้เวลากว่า 3 ปี เปิดตัวกับคนเชียงใหม่ ผ่านสโมสรฟุตบอล ที่มีเจ๊แดงให้การสนับสนุน 

 ฟังหูไว้หู'เจ๊' แดนไกล ศึกในศึกนอก

                      ชูชัยหรือพิชัย เลิศพงศ์อดิศร

++
การเมืองนครพนม
++
    อีกประเด็นหนึ่งที่ “จตุพร” ประธาน นปช. พูดถึงคือ กรณีผู้สมัครนายก อบจ.นครพนม ที่ช่วงเลือกตั้ง ส.ส. ได้มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองในขั้วตรงข้ามฝ่ายประชาธิปไตย แต่ถึงเลือกตั้งท้องถิ่น ก็ขยับมาสังกัดเพื่อไทย
    วันที่ 30 พ.ย.2563 สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม จัดงานเปิดตัวลงสมัครนายก อบจ.อีกสมัย ในนามหัวหน้ากลุ่ม “รวมเพื่อไทย…เพื่อนครพนม” และคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย มีมติส่งสมชอบ ลงในนามพรรคด้วย
    วันนั้น เกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผู้รับผิดชอบภาคอีสาน ได้มาร่วมงานเปิดตัว “สมชอบ” และกลุ่มรวมเพื่อไทย…เพื่อนครพนม 
    กองเชียร์เพื่อไทยนครพนม งงเป็นไก่ตาแตก รวมถึง ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย 
    เสี่ยเกรียงนั้นเป็นสายตรง “เจ๊แดง” ตอนตั้งพรรคไทยรักษาชาติ เสี่ยเกรียงถึงขั้นลาออกจากเพื่อไทยไปสังกัดพรรคใหม่ ก่อนจะย้อนกลับเพื่อไทยอีกรอบ
    ทำไมเสี่ยเกรียง จึงข้ามฟากจากอุบลฯ ไปถึงนครพนม นี่คือคำถามที่จตุพรอยากทราบ

สธ.ย้ำสวมหน้ากากอนามัยถูกวิธี ลดเสี่ยงแพร่สัมผัสเชื้อได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สธ.ย้ำสวมหน้ากากอนามัยถูกวิธี ลดเสี่ยงแพร่สัมผัสเชื้อได้ (komchadluek.net)

สธ.ย้ำสวมหน้ากากอนามัยถูกวิธี ลดเสี่ยงแพร่สัมผัสเชื้อได้

สธ.ย้ำสวมหน้ากากอนามัยถูกวิธี ลดเสี่ยงแพร่สัมผัสเชื้อได้

12 ธันวาคม 2563 – 18:20 น.

กระทรวงสาธารณสุข เผยเน้นย้ำมาตรการสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะทุกครั้งอย่างถูกวิธี ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคโควิด 19 และโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ ได้ ส่วนการจัดกิจกรรมต่างๆทำได้ ขอให้ผู้จัด ผู้ร่วมกิจกรรมและเจ้าหน้าที่ เคร่งครัดมาตรการที่กำหนด พร้อมขอประชาช

วันนี้ (12 ธันวาคม 2563) ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี  นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค และ ผศ.นพ.กำธร มาลาธรรม นายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด-19  

โดย นพ.โอภาส กล่าวถึงสถานการณ์ผู้ป่วยโควิด-19 ที่มาจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ว่า ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อรวม 49 ราย  โดยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ติดเชื้อจากเมียนมาทั้งหมดเข้าสู่ระบบช่องทางปกติ เข้ารับการกักตัวในสถานกักกันของรัฐทั้งหมด (Local Quarantine) แสดงให้เห็นว่า มีมาตรการที่รัดกุมไม่พบผู้ติดเชื้อที่ลักลอบเข้าประเทศ ซึ่งวานนี้ (11 ธันวาคม) จ.เชียงรายร่วมกับ จ.ท่าขี้เหล็ก จัดระบบให้คนไทยที่ตกค้างเดินทางกลับอย่างถูกกฎหมาย มีผู้แสดงความจำนงแล้ว 107 คน เป็นผู้ใหญ่ 104 คน และเด็ก 3 คน โดยเมียนมาได้ตรวจหาเชื้อก่อนการเดินทางพบผู้ติดเชื้อ 5 คน  ส่งไปดูแลรักษาที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ทันที นับเป็นการสร้างความมั่นใจว่าจะไม่มีการแพร่เชื้อสู่ชุมชน ส่วนผู้ที่ไม่พบการติดเชื้อจะเข้ากักตัวในสถานกักตัวของรัฐที่ทาง จ.เชียงรายจัดให้ พร้อมตรวจหาเชื้อทันที  ซึ่งในกลุ่มนี้ได้พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 4 ราย เข้าสู่ระบบการรักษา รวมมีผู้ติดเชื้อเป็น 9 ราย

ทั้งนี้ จ.เชียงราย ได้เตรียมอุปกรณ์ ยารักษาโรค ห้องแยกโรคไว้เรียบร้อยแล้ว ให้ประชาชนมั่นใจว่า รัฐบาลพร้อมดูแลคนไทยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ แต่ขอให้เข้ามาอย่างถูกกฎหมายจะได้รับการอำนวยความสะดวก ครอบครัว ชุมชน สังคมปลอดภัย ขอย้ำว่าผู้ที่เดินทางมาจาก จ.เชียงใหม่ /เชียงราย ไม่ต้องกักตัวโดยผู้ที่ต้องเข้ารับการกักตัว และตรวจหาเชื้อ คือผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ได้แก่ คนในครอบครัว ผู้ที่พูดคุยกับผู้ติดเชื้อเกิน 5 นาที ในระยะไม่เกิน 1 เมตร  ผู้ที่ไอ/จามรดกัน และการอยู่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เกิน 15 นาที ซึ่งการสวมหน้ากากอนามัย
จะช่วยลดความเสี่ยงลงได้ ผู้ที่เดินทางมาจาก 7 จังหวัด และไม่ได้พบปะใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อในช่วงเวลานั้นๆ รวมถึงการผู้ที่สัมผัสพูดคุยกับผู้สัมผัสเสี่ยงสูงด้วยถือว่าไม่มีความเสี่ยง สามารถเดินทางได้ตามปกติ

สธ.ย้ำสวมหน้ากากอนามัยถูกวิธี ลดเสี่ยงแพร่สัมผัสเชื้อได้

การสวมหน้ากากอนามัย ยังเป็นมาตรการสำคัญที่ป้องกันการแพร่กระจายของโรค จากการสำรวจพบว่าคนไทยสวมหน้ากากอนามัยสูงมากกว่าร้อยละ 90 ซึ่งช่วยให้ป้องกันการแพร่ระบาดได้ และหากทุกคนสวมหน้ากาก ความปลอดภัยจากโรคโควิด 19 จะสูงขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ลงอย่างชัดเจนมากกว่า 10 เท่า  ยืนยันว่าการสวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธีทุกครั้งในที่สาธารณะ เป็นมาตรการสำคัญลดโรคติดต่อทางเดินหายใจได้  

อย่างไรก็ตาม เชื้อโควิด-19 มีการกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา  อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้น เชื้อมีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งสายพันธุ์ที่มีการแพร่ระบาดทั่วโลกกว่าร้อยละ 80 ในขณะนี้คือสายพันธุ์ G ซึ่งแตกต่างสายพันธุ์ที่มีการแพร่ระบาดจากอู่ฮั่น  โดยสายพันธุ์ G มีแนวโน้มการแพร่กระจายของโรคได้ง่ายกว่าเดิม แต่ความรุนแรงของโรคน้อยลง  การทดสอบในวัคซีนถือว่ามีประสิทธิภาพดี เกินกว่าร้อยละ 70 และจากการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งตัวพบว่า มีจุดเริ่มต้นมาจากประเทศอินเดีย เข้าสู่เมียนมาและเข้าสู่ประเทศไทย สามารถควบคุมให้อยู่ในวงจำกัดได้  

สธ.ย้ำสวมหน้ากากอนามัยถูกวิธี ลดเสี่ยงแพร่สัมผัสเชื้อได้
สธ.ย้ำสวมหน้ากากอนามัยถูกวิธี ลดเสี่ยงแพร่สัมผัสเชื้อได้

“ขอยืนยัน ขณะนี้ประเทศไทยไม่มีจุดใดที่มีการระบาด การจัดกิจกรรมต่างๆ ทำได้ โดยขอให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้  

1)ผู้จัดงาน ต้องเตรียมมาตรการต่างๆ ให้พร้อม เช่น ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวมหน้ากากอนามัย จัดจุดล้างมือให้เพียงพอ สแกนไทยชนะ และแจ้งข้อมูลข่าวสารให้ผู้ร่วมงานรับทราบ  

2)ผู้เข้าร่วมงาน ขอให้สวมหน้ากากอนามัยแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่กลางแจ้งอากาศถ่ายเทสะดวก เมื่อมีการสัมผัสจุดร่วมให้ล้างมือทำความสะอาด สแกนไทยชนะ และเมื่อกลับจากร่วมกิจกรรม ให้สังเกตอาการ หากไม่สบาย มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรสให้ไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการเข้าร่วมกิจกรรม

3) เจ้าหน้าที่ ให้ติดตามกำกับผู้ประกอบกิจกรรม หากพบว่าไม่ให้ความร่วมมือ ต้องตักเตือน หากยังไม่ปฏิบัติตาม ให้แจ้งระงับกิจกรรม หรือปิดสถานที่  หากทุกคนร่วมมือกันจะทำให้ท่องเที่ยวได้อย่างมีความสุข” นพ.โอภาส กล่าว

ด้าน นพ.โสภณ กล่าวถึงกรณีผู้ติดเชื้อโควิด 19 ที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์  หลังจากรายที่ 1 พบการติดเชื้อ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2563 ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน มีการค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูง พบบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อเพิ่ม 4 ราย (รายที่ 2,3,4,5) ต่อมาเมื่อตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 พบเพิ่มอีก 1 ราย (รายที่ 6) ขณะนี้ทุกรายอยู่ในการดูแลของแพทย์และอาการน้อย ไม่รุนแรง สำหรับผู้ติดเชื้อรายล่าสุด เพศหญิง อายุ 29 ปี เป็นบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งอยู่ในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 31 ราย ในระบบเฝ้าระวัง พบเชื้อจากการตรวจครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 โดยสรุปผลตรวจผู้สัมผัสของกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ทั้งหมด มีผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 888 ราย ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 51 ราย พบติดเชื้อเพียง 1 ราย (รายที่6) ซึ่งรายนี้มีผู้สัมผัส 10 คน ได้รับการตรวจหาเชื้อแล้วทั้งหมดผลเป็นลบ สถานการณ์สามารถควบคุมได้ และต้องติดตามสังเกตอาการจนครบ 14 วัน

สธ.ย้ำสวมหน้ากากอนามัยถูกวิธี ลดเสี่ยงแพร่สัมผัสเชื้อได้

ด้าน ผศ.นพ.กำธร กล่าวถึงสถานการณ์การพบผู้ลักลอบเดินทางจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ขณะนี้สามารถติดตามได้ทั้งหมด เป็นการติดเชื้อจากการอยู่ใกล้ชิดกัน ถือว่ายังไม่เป็นการระบาด อยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้  ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เข้าสู่ระบบการตรวจคัดกรอง  และกักกันที่ถูกต้องจากระบบโดยระบบการแพทย์และสาธารณสุขของไทยมีประสิทธิภาพ ควบคุมสถานการณ์ได้ ทั้งนี้ กลไกสำคัญที่สุดของการควบคุมโรค คือ ความร่วมมือของประชาชน ไม่ตื่นตระหนก ไม่ตื่นตูม “ตระหนักแต่ไม่ตระหนก”  และ “ตื่นตัวแต่ไม่ตื่นตูม” ขอให้ช่วยกันเฝ้าระวัง สังเกตผู้ที่เข้ามาทางพื้นที่ชายแดน หรือมีประวัติว่าได้อยู่ใกล้ชิดสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ หากเราร่วมมือกันตั้งแต่ต้นทาง ก็จะไม่ทำให้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น

สำหรับสถานการณ์โรคโควิด 19 ของประเทศไทยประจำวันที่ 12 ธันวาคม 2563 มีผู้ป่วยรายใหม่ 12 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 12 ราย ส่งผลให้มีผู้ป่วยสะสม 4,192 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,462 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศ 1,730 ราย เข้าสถานที่กักกัน 1,204 ราย หายป่วยสะสม 3,915 ราย ยังรักษาในโรงพยาบาล 217 ราย และเสียชีวิตสะสม 60 ราย ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งหมดเดินทางมาจากต่างประเทศและเข้ารับการกักกันตามระบบ ได้แก่ เยอรมนี สวีเดน สหราชอาณาจักร อินเดีย คูเวตประเทศละ 1 ราย และบาเรนห์ 7 ราย แบ่งเป็นคนไทย
9 ราย และคนต่างชาติ 3 ราย ทั้งหมดเข้ารับการรักษาตามระบบแล้ว โดยเป็นผู้ติดเชื้อไม่มีอาการ 11 ราย มีอาการ 
1 ราย คือ ปวดศีรษะ 

ส่วนสถานการณ์ในต่างประเทศ ทั่วโลกยังคงมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยการแพร่ระบาดส่วนใหญ่อยู่ในทวีปยุโรปและอเมริกา เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูหนาวทำให้เกิดการระบาดของโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจได้ง่าย เช่น ไข้หวัดใหญ่ โดยในวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 702,513 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อทั่วโลก 71,432,996 ราย ซึ่งคาดจำนวนผู้ติดเชื้อจริงอาจมากกว่าที่ได้รับรายงานอยู่มากโดยประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 16.2 ล้านราย  อินเดีย 9.8 ล้านราย บราซิล 6.8 ล้านราย รัสเซีย 2.5 ล้านราย ฝรั่งเศส 2.3 ล้านราย

เปิด 13 ข้อ ‘ดร.อานนท์’ ตอบชัดๆทำไมต้องบังคับใช้มาตรา 112 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิด13 ข้อ ‘ดร.อานนท์’ ตอบชัดๆทำไมต้องบังคับใช้มาตรา 112 (komchadluek.net)

เปิด13 ข้อ ‘ดร.อานนท์’ ตอบชัดๆทำไมต้องบังคับใช้มาตรา 112

เปิด13 ข้อ 'ดร.อานนท์' ตอบชัดๆทำไมต้องบังคับใช้มาตรา 112

12 ธันวาคม 2563 – 17:25 น.

เปิด13 ข้อ ‘ดร.อานนท์’ ตอบชัดๆทำไมต้องบังคับใช้มาตรา 112 อย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม

วันที่ 12 ธ.ค. 2563 –ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ได้โพสต์ข้อความเรื่อง “ทำไมต้องบังคับใช้มาตรา 112 อย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม” ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยมีเนื้อหาดังนี้

อ่านข่าว : “หมอภาคย์”พูดถึง ดีเบตระหว่างดร.อานนท์-รุ้ง เผยเทปนี้มีประโยชน์มาก

หนึ่ง มาตรา 112 มีสองมูลความผิด หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และ อาฆาตมาดร้าย ซึ่ง สำหรับคนปกติคือคดีหมิ่นประมาทและคดีขู่ฆ่าเอาชีวิต ในเมื่อคนธรรมดาสามัญ กฎหมายก็ยังต้องคุ้มครองหากมีมูลฐานความผิดเดียวกัน แล้วทำไมองค์พระประมุข ผู้ทรงเป็นรัฎฐาธิปัตย์ สำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ กฎหมายจะไม่คุ้มครอง

มีนักการเมืองที่มีความคิดล้มเจ้า เข้าไปร่วมการชุมนุมและให้เงินแก่แกนนำปลดแอก ตัวเองก็ยังฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาทได้ แล้วเหตุไฉน จะยกเลิกมาตรา 112 จะให้พระเจ้าแผ่นดินได้รับความคุ้มครองน้อยกว่าตนเองจะได้รังแกพระเจ้าแผ่นดินได้ตามอำเภอใจเช่นนั้นหรือ

สอง สากลและนานาประเทศ ล้วนแล้วแต่มีการคุ้มครองประมุขและองค์พระประมุขของประเทศตนเองทั้งนั้น ไม่ว่าจะการปกครองในระบอบไหน ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาปกครองกันไม่ได้เลย

สาม เวลาประมุขของประเทศไทยเสด็จหรือเดินทางมาเยือนประเทศไทยก็ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายแบบเดียวกันกับมาตรา 112 คือใช้มาตรา 113 แล้วทำไมไม่คุ้มครององค์พระประมุขของประเทศตัวเอง คงเป็นเรื่องลักลั่นกันมากที่สุด

สี่ องค์พระประมุขไม่ทรงอยู่ในฐานะที่จะฟ้องร้องคดีต่อผู้ละเมิดพระองค์ได้ ไม่เหมือนกับบุคคลธรรมดา จำเป็นต้องมีกฎหมายมาตรา 112 เพื่อให้เจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ดำเนินการฟ้องร้องและจับกุมดำเนินคดีได้แทนองค์พระมหากษัตริย์

ห้า มาตรา 112 เป็นการคุ้มครององค์พระประมุขของประเทศ อันสอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับ ดังรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา ๖ ได้บัญญัติไว้ว่า องค์พระมหากษัตริย์ทรงดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้

ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้

หก การไม่มีการลงโทษผู้กล่าวถ้อยคำหมิ่นประมาทหรือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้อย่างเสรี จะทำให้เกิดความเหยียดหยามได้ เพราะทำจนเคยชิน ดังภาษิตที่ว่า ความคุ้นเคยบ่มเพาะให้เกิดความเหยียดหยาม หากเป็นเช่นนั้น สถาบันพระมหากษัตริย์จะสั่นคลอนและเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

เจ็ด เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนว่า การหมื่นพระบรมเดชานุภาพ และการอาฆาตมาดร้าย เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน หลังจากนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศว่าพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่โปรดให้ใช้มาตรา 112 ทั้งที่ในความจริงอาจจะไม่โปรดให้ใช้เพราะจะเป็นการกลั่นแกล้งกันทางการเมือง หรือใช้อย่างไม่เป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม การกระทำผิดโดยการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและอาฆาตมาดร้ายนั้นเพิ่มขึ้นมาก เพราะไม่ต้องเกรงกลัวความผิดอีกต่อไป ทำให้สังคมขาดหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรม ขาดการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้บ้านเมืองไร้ขื่อไร้แป

แปด ทั้งนี้การไม่บังคับใช้มาตรา 112 ทำให้คนหลายคนคะนอง เหิมเกริม จ้วงจาบหยาบช้ามากยิ่งขึ้น เพราะรู้ว่าไม่ว่าจะทำผิดกฎหมายมาตรา 112 มากเพียงใดก็จะปลอดภัยไม่ได้รับการลงโทษ ทั้งยังได้รับแรงเสริมทางบวกจากหลายๆ คน เพราะจะได้กลายเป็นจ่าฝูง เป็นแกนนำ ในการล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ ในหมู่มวลชนปฏิกษัตริย์นิยม ยิ่งทำให้เกิดการกระทำผิดมากยิ่งขึ้น

เก้า กฎหมายทุกมาตรามีสภาพเป็นบทลงโทษและความรุนแรง เพื่อใช้ระงับและข่มขู่คาดโทษไม่ให้เกิดความรุนแรงที่ไม่พึงปรารถนาแก่สังคม การลงโทษและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดหลักนิติรัฐ ซึ่งนำไปสู่รัฐในอุดมคติหรืออุตมรัฐ สังคมใดก็ตามที่การบังคับใช้กฎหมายย่อหย่อนมากจะมีปัญหาอาชญากรรมและการกระทำผิดกฎหมายอย่างมากมาย เพราะคนในสังคมจะไม่เกรงกลัวต่อการกระทำความผิด เนื่้องจากจะไม่ได้รับโทษ ลอยนวล

สิบ ที่ผ่านมา การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มักเกิดจากการใช้ข้อความอันเป็นเท็จ โกหก ใส่ร้ายป้ายสี แทบทั้งสิ้น ไม่ได้นำความจริงมาพูดอย่างตรงไปตรงมา การแอบอ้างว่าให้ยกเลิกมาตรา 112 แล้วจึงจะพูดหรือวิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องที่เป็นจริง ในเมือก็สามารถพูดได้อย่างตรงไปตรงมา หากเป็นข้อเท็จจริงและมีหลักฐานรองรับอย่างถูกต้อง

ยกตัวอย่าง เช่น พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดการทรงงานแบบเงียบ ไม่โปรดให้ประชาสัมพันธ์ ไม่โปรดให้เป็นข่าว เรื่องนี้เป็นพระนิสัยส่วนพระองค์ แต่การที่ทรงทำเช่นนี้เป็นการไม่ถูกต้อง เพราะคนที่จ้องจะใส่ร้ายสถาบัน โพนทะนา โฆษณา ทำสงครามไซเบอร์ล้มเจ้าไม่หยุดหย่อน การนิ่งเฉยจะกลายเป็นการยอมรับ หากพระองค์ท่านจะเลือกทรงงานแบบเดิม ไม่โปรดให้ประชาสัมพันธ์เลยจะเป็นเรื่องแย่ ต้องปรับพระองค์ ยอมให้ประชาสัมพันธ์ ลดความเป็นส่วนพระองค์ลงบ้าง เพื่อไม่ให้ทรงถูกใส่ร้ายป้ายสีมากจนทำให้บ้านเมืองและสถาบันสั่นคลอน ผมมีความเห็นและวิเคราะห์ว่าทรงปรับพระองค์เองในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และกำลังทรงพยายามอยู่ ขอกราบบังคมทูล ถวายกำลังพระทัย

สิบเอ็ด สถาบันพระมหากษัตริย์มีการปรับตัวเองมาตลอดเวลา ในทุกยุคทุกสมัย แต่ขบวนการล้มเจ้าในประเทศไทยก็มีมาต่อเนื่องนับแต่รัชกาลที่ 6 ปฏิวัติ 2475 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย และนักการเมืองล้มเจ้า

สิบสอง พวกที่เรียกร้องเรื่องให้ยกเลิกมาตรา 112 นี้ล้วนแต่ปากว่าตาขยิบ มีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะตนเองกระทำผิดมาตรา 112 หรือสนับสนุนผู้คิดล้มเจ้า แต่กลับมาเรียกร้องให้ยกเลิก มาตรา 112 คนมีผลประโยชน์ทับซ้อนเช่นนี้ น้ำหนักคำพูดไม่มีเลย ทำเพื่อให้ตัวเองรอด หรือทำเพื่อให้พวกตัวเองรอด ไม่ได้กระทำโดยบริสุทธิ์ใจ ยกอย่าให้น้ำหนักให้มากนัก

สิบสาม หากมิได้หมิ่นประมาทหรืออาฆาตมาดร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ จะต้องเดือดร้อน กินปูนร้อนท้องไปทำไมเล่า การบังคับใช้มาตรา 112 ส่งผลดีต่อสังคมมากกว่าผลเสีย ในปัจจุบันที่เห็นชัดเจนก็พบว่ามีการกระทำความผิดชัดแจ้ง ไม่ได้มีการกลั่นแกล้งไม่เป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมายแต่อย่างใดเลย

ข้าพเจ้า ผศ.ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ขอสนับสนุน การบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และต่อต้านการยกเลิกใช้กฎหมายดังกล่าว

ยังๆไม่จบ..’โตโต้’ จะเลียนแบบ ‘เวียดกง’ ว่องไว ซ่องสุ่ม รอคอย และล่าถอยเมื่อภัยมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ยังๆไม่จบ..’โตโต้’ จะเลียนแบบ ‘เวียดกง’ ว่องไว ซ่องสุ่ม รอคอย และล่าถอยเมื่อภัยมา (komchadluek.net)

ยังๆไม่จบ..’โตโต้’ จะเลียนแบบ ‘เวียดกง’ ว่องไว ซ่องสุ่ม รอคอย และล่าถอยเมื่อภัยมา

ยังๆไม่จบ..'โตโต้' จะเลียนแบบ 'เวียดกง' ว่องไว ซ่องสุ่ม รอคอย และล่าถอยเมื่อภัยมา

12 ธันวาคม 2563 – 16:50 น.

ยังๆไม่จบ ‘โตโต้’ ปิยรัฐ จงเทพ  จะเลียนแบบ ‘เวียดกง’ ว่องไว ซ่องสุ่ม รอคอย และล่าถอยเมื่อภัยมา ชู “บางกอก โมเดล” เหตุกรุงเทพฯ เหมาะสมที่สุด

วันที่ 12 ธ.ค. 2563 นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ อดีต ผู้สมัครส.ส. จ.กาฬสินธุ์ เขต 1 พรรค อนาคตใหม่ หัวหน้ากลุ่มวีโว่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กดังนี้

อ่านข่าว : ม็อบมุ้งมิ้ง จับตา “โตโต้” สหายสายสีส้ม

การเคลื่อนไหว “เวียดกงโมเดล”

ต่างจากฮ่องกง โมเดล คือ ความคล่องแคล่ว ว่องไว ซ่องสุ่ม รอคอย และ ล่าถอยเมื่อภัยมา

ตรอกซอกซอยใน กรุงเทพมหานคร คือ ชัยภูมิ ที่ดีและเหมาะที่สุดในการลำเลียง เสมือน เส้นสายช่องทางใต้ดินของถ้ำเวียดกง ที่ใช้ต่อกรกับ มหาอำนาจอเมริกา

การเคลื่อนไหวรูปแบบนี้รัฐไทย รับมือไม่ทัน และหัวหมุนกันมากทีเดียว เพราะไม่รู้ จะโผล่ รูไหน ออกรูไหน หนีรูไหน พอ ล้อมเรา เราก็ทะลุ ตรอกซอกซอยไปล้อมคืน และเลี่ยงการปะทะ

คนมือเปล่า ทำได้มากสุดก็เท่านี้ การประท้วงรูปแบบนี้ WEVO เรียกว่า บางกอก โมเดล

โปรดติดตาม ตอนต่อไป