‘มิลเลนเนียล ช้อยส์’ ขยายธุรกิจให้ครบวงจร สวนกระแสเปิดตัว ‘Mint’ สื่อแฟชั่นแนวใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘มิลเลนเนียล ช้อยส์’ ขยายธุรกิจให้ครบวงจร สวนกระแสเปิดตัว’Mint’ สื่อแฟชั่นแนวใหม่ (naewna.com)

'มิลเลนเนียล ช้อยส์' ขยายธุรกิจให้ครบวงจร  สวนกระแสเปิดตัว'Mint' สื่อแฟชั่นแนวใหม่

‘มิลเลนเนียล ช้อยส์’ ขยายธุรกิจให้ครบวงจร สวนกระแสเปิดตัว’Mint’ สื่อแฟชั่นแนวใหม่

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

มิลเลนเนียล ช้อยส์(Millennials Choice)วันสต็อปเซอร์วิสด้านคอนเทนต์บันเทิงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเจาะกลุ่มมิลเลนเนียล เดินหน้าขยายธุรกิจให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดตัวMint Magazineนิตยสารแฟชั่นน้องใหม่อัดแน่นจัดเต็ม ในรูปแบบ Crossed Platform Media ที่พร้อมฉีกกรอบนิตยสารแฟชั่นแบบเดิมๆ ด้วยกลยุทธ์ Fanbase Economy

กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ของก้อง 24 จำกัด ผู้ก่อตั้งMillennials Choice หรือ ก้อง ไฮฟ์ ช่างตัดผมแนวหน้าของเมืองไทย กล่าวถึงที่มาของการขยายธุรกิจในครั้งนี้ว่า งานหลักยังคงเป็นช่างตัดผม ซึ่งปัจจุบันไฮฟ์ ซาลอนมี 3 สาขา (ได้แก่ เซ็นทรัลเอ็มบาสซี เซ็นทรัลเวิลด์ และโครงการเวลา สินธร)และในปีหน้ามีแผนว่าจะเปิดเพิ่มอีก 1 สาขา ขณะที่มิลเลนเนียล ช้อยส์ ซึ่งหลายคนอาจคุ้นหูเพราะเป็นชื่อแฟชั่นอีเว้นต์ประจำปีที่รวมพลทีนไอดอลและนักแสดงชั้นนำของไทยมาร่วมเดินพรมแดงเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินธุรกิจด้านคอนเทนต์บันเทิง ให้บริการครบวงจรทั้งออร์แกไนเซอร์อีเว้นต์โปรดักชั่น และบริการจัดหาอินฟลูเอ็นเซอร์/KOL สายแฟชั่นและไลฟ์สไตล์

“แพชชั่นในการเป็นช่างทำผมของผมไม่เคยเปลี่ยน เพียงแต่อาชีพนี้ทำให้ผมค้นพบตัวเองมากขึ้น เลยมีไอเดียใหม่ๆ มาต่อยอดธุรกิจหรือคอนเนคชั่นที่ผมมี ผมไม่ได้มองว่าเราเป็นเอเจนซี่ แต่เราเป็นมากกว่านั้น เราคือ One-Stop Service ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าในการนำเสนอคอนเทนต์ผ่านช่องทางและรูปแบบต่างๆ ที่เข้าถึงกลุ่มมิลเลนเนียล ซึ่งเป็นกลุ่มที่ผมถนัด มีคอนเนคชั่น และมองว่าจะเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลมากในอนาคต โดยจุดเด่นของเจนนี้ คือ มีแพชชั่น และพร้อมที่จะจ่ายหรือทุ่มเทเพื่อสิ่งที่ชอบ ผมเลยตัดสินใจเปิดนิตยสารแฟชั่นแนวใหม่ ชื่อว่า Mint เพื่อเจาะกลุ่มผู้อ่านเจนมิลเลนเนียลโดยเฉพาะเป็นครั้งแรกของไทย”

อย่างไรก็ตาม แม้หลายคนจะมองว่าเสี่ยงที่กระโจนมาทำธุรกิจสื่อในช่วงนี้ แต่เรามั่นใจว่ามาถูกทางด้วยคอนเซ็ปต์ที่ไม่เหมือนใคร มีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจน และยังได้ ป้อม – สรญา วัฒนเจียมวงษ์อดีตบรรณาธิการนิตยสารหัวนอกชื่อดัง มาเสริมทัพช่วยดูแลในภาพรวม         

             “ในช่วงที่ร้านต้องปิดเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19ทำให้เกิดโอกาสมีเวลามาลุยโปรเจกต์Mint Magazineซึ่งตอนแรกวางแผนว่าจะเปิดตัวปลายปี แต่พอเจอโควิด-19 เลยเป็นตัวเร่งให้ทำงานไวขึ้น สามารถเปิดตัวได้ตั้งแต่กลางปี ผมมั่นใจกับธุรกิจนี้ ไม่ได้มองว่าเสี่ยง เพราะด้วยคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจน คิดมาแล้วว่าจะบริหารพื้นที่ทั้งในเล่ม และแพลตฟอร์มต่างๆ อย่างไรให้ตอบโจทย์ลูกค้าแบรนด์ กลยุทธ์ของเราไม่ได้หวังเม็ดเงินจากการซื้อพื้นที่โฆษณา แต่มองไปถึงการต่อยอดในการทำคอนเทนต์ร่วมกับแบรนด์ในรูปแบบต่างๆ โดยมีเหล่าอินฟลูเอ็นเซอร์ที่เรามีคอนเนกชั่นมาเป็นสื่อกลางในการสื่อสารในรูปแบบที่แปลกใหม่ ตอบโจทย์ว่ากลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นเจนมิลเลนเนียมพวกเขาเหล่านั้นต้องการอะไร”

          ด้าน สรญา วัฒนเจียมวงษ์ Publisher Co-Founder นิตยสาร Mint กล่าวเสริมว่า จุดแข็งของ Mint Magazine คือเราเป็นนิตยสารแฟชั่นไทยหัวแรกที่จับกลุ่มมิลเลนเนียลชูกลยุทธ์ “Fanbase Economy”หรือ ใช้อินฟลูเอ็นเซอร์หรือKOL ที่มีฐานแฟนเป็นสื่อกลางในการพูดแทนแบรนด์ต่างๆ ด้วยคอนเทนต์ที่หลากหลายแต่โดนใจผู้อ่าน          

                “เราวางแผนที่จะออกนิตยสารเหมือนคอลเลกชั่นแฟชั่นคือปีละ 4 ฉบับ แต่หากในอนาคตมีเสียงเรียกร้องมากขึ้น เราอาจจะออกถี่ขึ้น โดยศิลปินที่ขึ้นปกจะเน้นที่มีฐานแฟน เช่นปกแรก เป็น4 หนุ่ม F4                   เวอร์ชั่นไทย ซึ่งขึ้นปกของเราเป็นที่แรกหลังจากเปิดตัวส่วนปกที่ 2 เป็นการกลับมารวมตัวสุดเอ็กซ์คลูฟซีฟของ 9 หนุ่ม9×9(ไนน์บายนาย)ซึ่งยากมาก เพราะตอนนี้แต่ละคนก็แยกย้ายไปมีสังกัดใหม่ๆ แต่เราก็จัดให้เพื่อตอบโจทย์แฟนๆ ที่คิดถึงและอยากเห็นการรวมตัวของศิลปินที่ชื่นชอบอีกครั้ง ซึ่งนอกจากแฟนๆ จะได้อิ่มเอมกับคอนเทนต์ที่เราเสิร์ฟครบทุกแพลตฟอร์ม เรายังมีสื่อออฟไลน์ ซึ่งทำหน้าที่เหมือนโฟโต้บุ๊ค ควรค่าแก่การเก็บสะสมให้กลุ่มผู้อ่านโดยกิมมิคของเรา คือศิลปินบนปกจะมาแจกนิตยสารให้กับผู้อ่านถึงมือ”

ทั้งนี้ สองผู้บริหารคนเก่งเชื่อว่า Mint Magazineจะมาช่วยเติมเต็มอีโคซิสเต็มของมิลเลนเนียล ช้อยส์ในทุกมิติ สมกับเป็นวันสต็อปเซอร์วิสด้านคอนเทนต์บันเทิงของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

ส่งมอบ ‘ศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ’ ฟื้นฟูจิตใจแก่เด็ก เยาวชน และสตรีที่ถูกกระทำรุนแรง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ส่งมอบ’ศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ’ ฟื้นฟูจิตใจแก่เด็ก เยาวชน และสตรีที่ถูกกระทำรุนแรง (naewna.com)

ส่งมอบ'ศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ' ฟื้นฟูจิตใจแก่เด็ก เยาวชน และสตรีที่ถูกกระทำรุนแรง

ส่งมอบ’ศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ’ ฟื้นฟูจิตใจแก่เด็ก เยาวชน และสตรีที่ถูกกระทำรุนแรง

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

 ปัญหาความรุนแรงของสังคมโดยเฉพาะกับเด็กและสตรีเกิดขึ้นรายวัน เป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนควรให้ความช่วยเหลือ และแก้ไขอย่างจริงจัง กลุ่มเซ็นทรัลจึงได้มอบเงินสนับสนุนในการสร้างและปรับปรุงจำนวนมากกว่า 5 ล้านบาท ก่อสร้าง “ศูนย์พึ่งได้  โรงพยาบาลตำรวจ”  ศูนย์บริการแบบครบวงจร     (One Stop Crisis Center) แก่เด็ก-สตรีที่ถูกกระทำรุนแรงแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ตั้งแต่การตรวจรักษาร่างกายจนถึงการฟื้นฟูสภาพจิตใจ ซึ่งได้จัดให้มีพิธีส่งมอบอย่างเป็นทางการ โดยมี พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล ,บุษบา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร กลุ่มเซ็นทรัล  ร่วมกันส่งมอบศูนย์พึ่งได้ฯ  ให้แก่ พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ โดยมี นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้เกียรติร่วมงานด้วย            ณ ลานกิจกรรม ชั้น 2 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยภายใต้โครงการเพื่อสังคม “เซ็นทรัล ทำ” อย่างต่อเนื่อง โดยการรณรงค์ลดการใช้ความรุนแรงแก่เด็กและสตรีเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราให้ความสำคัญมาตลอด 73ปี ของการดำเนินธุรกิจ ซึ่งกลุ่มเซ็นทรัลเป็นธุรกิจค้าปลีกแห่งแรกของประเทศไทยที่ร่วมลงนามแสดงเจตจำนงเรื่อง “Women’s Empowerment Principles (WEPs) ” ; หลักการแห่งการเสริมสร้างศักยภาพและพลังของผู้หญิง ร่วมกับ UN Women องค์กรระดับโลกผู้ให้การสนับสนุนเรื่องสิทธิสตรีอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ การร่วมสนับสนุนก่อสร้างและปรับปรุง “ศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ” ในครั้งนี้ ได้ระดมทุน จำนวน 5,848,250 บาท จากธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ประกอบด้วย  เซ็นทรัลพัฒนา (ซีพีเอ็น), โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซนทารา, ไทวัสดุ, เพาเวอร์บาย, โรบินสัน และเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล เป็นต้น   ศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ  นับเป็นศูนย์บริการ       แบบครบวงจรที่ ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือเด็กและสตรีที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทั้งจากครอบครัวและสังคม โดยทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายแบบบูรณาการครบวงจร หรือ One Stop Crisis ในจุดเดียว ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจชันสูตร, งานชันสูตรผู้ป่วยคดี, การตรวจร่างกาย การเก็บหลักฐานและวัตถุพยานตามกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์, การให้คำปรึกษาและแนะนำการป้องกันโรค, การบำบัดฟื้นฟูทางจิตใจและสังคมจากพยาบาล, นักสังคมสงเคราะห์, นักจิตวิทยา,แพทย์นิติเวช และทีมสหวิชาชีพทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาล ไปจนถึงการคุ้มครองสวัสดิภาพเพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความปลอดภัยและการป้องกันมิให้ถูกกระทำซ้ำ เพื่อให้สามารถกลับมามีกำลังใจที่เข้มแข็งและใช้ชีวิตในสังคมได้อีกครั้ง 

ทางด้าน พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ  นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า “ศูนย์พึ่งได้ เป็นการบริการในรูปแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวของทีมสหวิชาชีพ ที่ครอบคลุมตั้งแต่ การรวบรวมพยานหลักฐาน การดูแลผู้ถูกกระทำแบบองค์รวม ทั้งด้านร่างกาย  จิตใจ  อารมณ์  และสังคม  โดยยึดผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง มุ่งเน้นหลักความปลอดภัย  รวมถึงการเก็บรักษาความลับของผู้รับบริการ นอกจากนี้ ศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ มีการอบรมให้ความรู้ ในการดูแลและการตรวจผู้ป่วยคดีแก่แพทย์ฝึกหัด ให้มีความครบถ้วนถูกต้อง สามารถสนับสนุนกระบวนการยุติธรรมได้ รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษาดูงานจากหน่วยงานทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

ปัจจุบันมีจำนวนผู้รับบริการจากการกระทำรุนแรงในครอบครัว และการละเมิดทางเพศมากที่สุดในประเทศ คือเฉลี่ยปีละ 800 ราย ประกอบกับปัญหาดังกล่าวมีความซับซ้อนและมีผลกระทบรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายได้อย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ จึงมีการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยผ่านเพจ Because We Care เพื่อให้ผู้เสียหายหรือผู้แจ้งเหตุ  สามารถร้องทุกข์ ขอคำปรึกษา หรือแจ้งเบาะแสได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด  เนื่องจากมีการประสานการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่ายในหลายพื้นที่และครอบคลุมทุกจังหวัดของประเทศ  ทั้งนี้การพัฒนาและปรับปรุงสถานที่ทำการของศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ โดยกลุ่มเซ็นทรัลในครั้งนี้ ก็เพื่อช่วยรองรับจำนวนผู้รับบริการ รวมทั้งดำเนินการให้เกิดความรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจในการรับบริการอีกด้วย”

ศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ เปิดให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 และทำการปรับปรุงสถานที่เรื่อยมา โดยกลุ่มเซ็นทรัลได้มอบเงินสนับสนุนเป็นจำนวน 5,848,250 บาท สำหรับปรับปรุงสถานที่แห่งใหม่ให้ทันสมัย สวยงาม เป็นสัดส่วน ให้ความรู้สึกปลอดภัย และไว้วางใจแก่ผู้มาใช้บริการ ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว ณ ชั้น 1 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา

Holiday Heart Syndrome รับมือสัญญาณเตือน ภาวะหัวใจฉุกเฉินช่วงปีใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – Holiday Heart Syndrome รับมือสัญญาณเตือน ภาวะหัวใจฉุกเฉินช่วงปีใหม่ (naewna.com)

Holiday Heart Syndrome  รับมือสัญญาณเตือน ภาวะหัวใจฉุกเฉินช่วงปีใหม่

Holiday Heart Syndrome รับมือสัญญาณเตือน ภาวะหัวใจฉุกเฉินช่วงปีใหม่

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เราอาจดูแลสุขภาพร่างกายเราเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าจะปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บได้ตลอดรอดฝั่ง เช่น โรคภาวะหัวใจฉุกเฉิน ที่เกิดขึ้นแบบฉับพลัน ปาร์ตี้ปีใหม่อยู่ดีๆ เกิดอาการของโรคหัวใจขึ้นมา ถึงแม้ว่าจะไม่เคยตรวจเจอความผิดปกติใดๆ มาก่อน แต่ถ้าเรามีความเสี่ยง ก็อาจเจอกับโรคได้

นายแพทย์ชาติทนง ยอดวุฒิ อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวว่า Holiday Heart Syndrome สัมพันธ์โดยตรงกับคนหนุ่มสาวอายุน้อย ที่พักผ่อนน้อย อดนอน สังสรรค์ปาร์ตี้หนักติดต่อกันหลายคืน โดยเฉพาะคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากในเวลารวดเร็ว หรือติดต่อกันเป็นเวลานานหลายวัน ดังนั้น เพื่อป้องกันภาวะดังกล่าวก่อนที่จะเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว ควรที่จะทราบถึงปัจจัยเสี่ยงก่อนว่าเข้าข่ายของกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ อาจจะต้องมีการตรวจร่างกาย และสืบหาความเสี่ยงเหล่านั้นด้วย

โรคหัวใจที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันเช่น ภาวะหัวใจฉุกเฉิน แม้จะตรวจไม่เจอความผิดปกติมาก่อน แต่แค่มีความเสี่ยงก็อาจจะมีภาวะนั้นได้ โดยพบว่าแม้ไม่มีอาการอะไรนำมาก่อน แต่มีประวัติเสี่ยงก็อาจเจอกับภาวะของโรคได้ เช่น  1.โรคเส้นเลือดหัวใจตีบฉับพลันชนิด (Plaque rupture) ที่มาด้วยภาวะหัวใจขาดเลือดแบบกราฟหัวใจ ST elevation ( ST elevation myocardial infarction) พบว่า จะมีความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ผู้ชายที่อายุมากขึ้น ร่วมกับความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ การไม่ออกกำลังกาย โรคอ้วนภาวะเครียดสะสม หรืออาจจะมีประวัติครอบครัวที่เป็นหลอดเลือดหัวใจตีบอยู่แล้ว โดยอาการของโรคนี้อาจเกิดขึ้นแบบฉับพลันทันทีทันใด เช่น มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก จุกลิ้นปี่ ร้าวไปที่กรามหรือที่แขน เหงื่อแตกใจสั่น และอาจจะพบว่าเป็นขณะกำลังออกแรงหรือออกกำลังกาย 

2.โรคเส้นเลือดใหญ่ที่ขั้วหัวใจแตกฉุกเฉิน (Dissecting Aortic aneurysm) ซึ่งปัจจัยเสี่ยงจะคล้ายกับโรคเส้นเลือดหัวใจตีบฉับพลัน หรืออาจจะมีประวัติเรื่องของการตรวจพบว่ามีเส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพองอยู่ก่อนหน้าแล้ว หรืออาจจะมีปัญหาในเรื่องของเส้นเลือดแดงส่วนอื่นในร่างกายตีบอยู่ก่อนหน้าแล้ว เป็นต้น อาการของโรคนี้คือ เจ็บแน่นกลางหน้าอกขึ้นมาทันทีทันใด และมีอาการแน่นทะลุร้าวไปถึงหลังร่วมด้วย 3.ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแบบฉับพลัน ( Acute Atrial fibrillation or Holiday heart syndrome) คือ อาการใจเต้นผิดจังหวะเกิดขึ้นทันทีทันใดอาจจะพบได้ในคนที่พักผ่อนน้อยอดนอน สังสรรค์ปาร์ตี้หนักติดต่อกันหลายคืน ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากนานหลายวัน คนไข้จะมีอาการใจสั่น หมดสติ หน้ามืดเป็นลม และชีพจรไม่ได้จังหวะ

โดยทั่วไป อาการที่เกิดจากโรคหัวใจโดยตรง มักจะเกิดขึ้นแบบรวดเร็วฉับพลัน อาจจะคล้ายกับอาการของคนพักผ่อนน้อยอดหลับอดนอน อาการหน้ามืดเป็นลมธรรมดาที่มักจะเป็นครั้งเดียวแล้วหายไป แต่ถ้าเป็นจากโรคหัวใจมักจะไม่หายเอง และอาจจะมีอาการเป็นซ้ำได้หลังจากที่อาการดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นจากโรคหัวใจมักจะมีการตรวจพบลักษณะของร่างกายผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย ดังนั้น ควรตรวจวินิจฉัยให้แน่ใจว่าไม่ได้เป็นแค่หน้ามืดเป็นลมจากการพักผ่อนน้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนที่มีปัจจัยเสี่ยงดังที่กล่าวข้างต้น

นอกจากนี้ การพักผ่อนน้อย อดนอน และปาร์ตี้เยอะร่วมกับการดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากและติดต่อกันนานแบบสุดเหวี่ยง ไม่ได้กระตุ้นให้เป็นแค่โรคหัวใจเท่านั้น แต่ยังเป็นการกระตุ้นให้มีอาการของโรคในระบบอื่นได้ด้วย อีกทั้งชีวิตประจำวันของทุกคนมีเรื่องให้คิดให้วางแผนมากมาย จนบางครั้งเราอาจลืมคิดถึงสุขภาพของตัวเองว่าสำคัญอย่างยิ่ง ผู้ที่มีความเสี่ยงควรใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง หลีกเลี่ยงปัจจัยหรือควบคุมปัจจัยเสี่ยงให้ได้มากที่สุด เช่น รักษาภาวะความดันโลหิตสูง ควบคุมน้ำตาลในคนที่มีความเสี่ยงโรคเบาหวาน และควบคุมอาหารในคนที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงในช่วงหยุดยาว ควรพักผ่อนร่างกายให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หนักและดื่มน้ำเปล่า แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้หรือมีอาการที่เข้าข่ายข้อควรระวังที่จะบ่งชี้ว่าเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจฉับพลัน ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาลที่มีความพร้อมทางการแพทย์ฉุกเฉิน โดยโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ พร้อมรองรับการรักษาตลอด 24 ชม. ไม่มีวันหยุด โดยทีมแพทย์ฉุกเฉินผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและทรวงอก โดยมีความพร้อมของเครื่องมือ เช่น เครื่องปอดและหัวใจเทียม (Transport ECMO) ระบบการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤตติดตั้งอุปกรณ์การแพทย์ชั้นสูง ร่วมกับทีมแพทย์ พยาบาลฉุกเฉิน และทีมสหสาขาวิชาชีพต่างๆ เพื่อการรักษาอย่างเต็มความสามารถ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ โทร.1719 หรือ http://bangkokhearthospital.com

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ไปในการบำเพ็ญกุศล 100 ปีชาตกาล พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ไปในการบำเพ็ญกุศล 100 ปีชาตกาล พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต (naewna.com)

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ไปในการบำเพ็ญกุศล  100 ปีชาตกาล พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ไปในการบำเพ็ญกุศล 100 ปีชาตกาล พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีบำเพ็ญกุศล100 ปีชาตกาล พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ในการนี้ มูลนิธิวิภาวดีรังสิต ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานผ้าไตร 10 ไตร เพื่อถวายพระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ และ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระกรุณาเสด็จลงทรงเป็นประธานสงฆ์ในพิธีบำเพ็ญกุศล ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เมื่อวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2563

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ทรงมีพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าวิภาวดี รัชนี ทรงเป็นธิดาในพระราชวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ (พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส ต้นราชสกุลรัชนี) และหม่อมเจ้าพรพิมลพรรณ (วรวรรณ) รัชนี ประสูติเมื่อวันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2463ทรงมีอนุชาร่วมพระบิดาพระมารดาเดียวกันหนึ่งองค์ คือ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ทรงศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัยจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6แล้ว จึงศึกษาหลักสูตรสมบูรณ์ศึกษาที่โรงเรียนนี้เพิ่มเติมอีก 3 ปี ทรงสำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. 2485 ภายหลังที่ทรงสำเร็จการศึกษาแล้ว พระองค์หญิงได้ทรงรับใช้พระบิดาอย่างใกล้ชิด กรมหมื่นพิทยาลงกรณ เป็นที่รู้จักกันดีในวงการประพันธ์ในนาม “น.ม.ส.” ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็น “กวีเอก” ผู้หนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์ คล้ายพระบิดาพระองค์หญิงทรงพระปรีชาสามารถหลายประการ โดยเฉพาะทางอักษรศาสตร์ ทรงเขียนเรื่องสำหรับเด็ก เมื่อพระชันษาเพียง 14 ปี และทรงใช้นามปากกาว่า “ว.ณ ประมวญมารค” ทรงนิพนธ์นวนิยายเรื่อง ปริศนา รัตนาวดีเจ้าสาวของอานนท์ ฯลฯ อีกทั้งสารคดีเรื่องตามเสด็จปากีสถาน ต่อมาทรงนิพนธ์นวนิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่อง พระราชินีนาถวิกตอเรีย คลั่งเพราะรัก ฯลฯ นอกจากนั้นยังได้ทรงนิพนธ์เรื่องสั้นรวมทั้งบทละครวิทยุด้วย พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ทรงเสกสมรสกับหม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต เมื่อวันที่6 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 โดยทรงเป็นคู่สมรสคู่เดียวที่ได้รับพระราชทานน้ำพระมหาสังข์จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงมีธิดา 2 คน คือหม่อมราชวงศ์วิภานันท์ และ หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต

พระองค์หญิงทรงเข้ารับราชการสนองพระเดชพระคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรภาคต่างๆ ในราชอาณาจักร ตั้งแต่ พ.ศ.2500และต่อจากนั้นได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โดยเสด็จในตำแหน่งนางสนองพระโอษฐ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ รวม 25 ประเทศ

ในระยะ 10 ปีสุดท้าย ของพระชนม์ชีพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์หญิงปฏิบัติภารกิจแทนพระองค์ ในด้านการพัฒนาพื้นที่ทุรกันดารภาคใต้ ทรงนำหน่วยพระราชทานไปช่วยเหลือประชาชนในท้องที่ที่ไกลและทุรกันดารที่สุด โดยมิได้ทรงย่อท้อต่อความยากลำบากในการเดินทางหรือที่พักแรม เมื่อพระองค์หญิงเสด็จที่ใดก็ได้นำความไปกราบบังคลทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และต่อมา ความเจริญก็ค่อยๆ ไปถึงที่นั้น จนในที่สุดชาวบ้านจึงได้ขนานพระนามว่า “เจ้าแม่” พระองค์หญิงทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิต ของประชาชนให้ดีขึ้นด้วยการเสด็จเยี่ยมเยียนพาแพทย์ไปรักษาพยาบาลคนที่เจ็บป่วย จัดสิ่งของหยูกยาไปช่วยชาวบ้าน ที่ยากไร้หรือประสบภัยแจกอุปกรณ์การศึกษาแก่เด็กนักเรียน แนะนำการงานอาชีพและส่งเสริมศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทั้งยังคงนำสิ่งของพระราชทานไปเยี่ยมบำรุงขวัญเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร พลเรือน สมาชิกกองอาสาสมัครรักษาดินแดนแม้ในเขตที่มีผู้ก่อการร้ายปฏิบัติการอย่างรุนแรง ก็ยังทรงพระอุตสาหะเสด็จไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ถึงแนวหน้าจนกระทั่งวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2520 ระหว่างทางเสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อนำสิ่งของพระราชทานไปเยี่ยมบำรุงขวัญเจ้าหน้าที่ที่อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทรงทราบจากวิทยุว่ามีตำรวจตระเวนชายแดนได้รับบาดเจ็บจากกับระเบิด 2 นายด้วยความที่ทรงห่วงใยผู้บาดเจ็บ เกรงว่าจะได้รับการรักษาพยาบาลไม่ทันท่วงทีจึงรับสั่งให้นักบินเฮลิคอปเตอร์ร่อนลงเพื่อรับเจ้าหน้าที่ที่บาดเจ็บ 2 นายนั้นไปส่งโรงพยาบาล ขณะนักบินนำเครื่องร่อนลงต่ำใกล้บ้านเหนือคลอง อำเภอเวียงสระจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้ก่อการร้ายได้ระดมยิงเฮลิคอปเตอร์กระสุนทะลุเข้ามาถูกพระองค์หญิง ทรงได้รับบาดเจ็บสาหัสและสิ้นพระชนม์ก่อนเสด็จถึงโรงพยาบาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9จึงทรงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้สถาปนาหม่อมเจ้าวิภาวดี รังสิต เป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่4 เมษายน พุทธศักราช 2520 และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์ ถึงแม้ว่าพระองค์หญิงได้สิ้นพระชนม์ไป 43 ปีแล้ว แต่คุณงามความดีของท่านยังคงอยู่ในความทรงจำของชาวใต้ ชาวสุราษฎร์ฯ ได้กำหนดวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของทุกปี คือวันที่ 16 กุมภาพันธ์ เป็น“วันวิภาวดี” เพื่อทำพิธีสดุดีและบำเพ็ญกุศลถวาย ณ พระอนุสาวรีย์5 แห่ง ทั่วจังหวัดสุราษฎร์ธานีพระรูปพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ในพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

พระรูปพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ในพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยมี ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ประธานฯ มูลนิธิวิภาวดีรังสิต, ม.ร.ว.วิภานันท์ รังสิต, ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล กรรมการและเลขานุการ, กรรมการมูลนิธิฯ และราชสกุลรังสิต เฝ้าฯรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยมี ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ประธานฯ มูลนิธิวิภาวดีรังสิต, ม.ร.ว.วิภานันท์ รังสิต, ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล กรรมการและเลขานุการ, กรรมการมูลนิธิฯ และราชสกุลรังสิต เฝ้าฯรับเสด็จ

Life & Health : บอกลา…พฤติกรรมพาแก่เร็ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – Life & Health : บอกลา…พฤติกรรมพาแก่เร็ว (naewna.com)

Life & Health : บอกลา...พฤติกรรมพาแก่เร็ว

Life & Health : บอกลา…พฤติกรรมพาแก่เร็ว

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

แม้ว่าเรื่องของความแก่จะเป็นสิ่งที่หลายคนเกลียดและอยากจะหลีกเลี่ยงให้ไกลที่สุด เพราะไม่เพียงแค่เรื่องของสุขภาพภายในเท่านั้น หากแต่รูปร่างหน้าตาผิวพรรณ ต่างก็ส่งสัญญาณฟ้องให้เห็นจนเราเองก็ตกใจ หรือมีข้อข้องใจเรื่องของความเปลี่ยนแปลงทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและสุขภาพภายในที่ควงคู่กันมาอย่างรวดเร็วก่อนเพื่อนในวัยเดียวกัน

ข้อมูลจาก ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ศุกระฤกษ์ กรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ เปิดเผยว่า สิ่งที่ทำให้เราดูสูงวัยขึ้นอาจไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของอายุเท่านั้น หากแต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นตัวการเร่งความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ให้เร็วขึ้นโดยที่เราเองอาจคาดไม่ถึงเลยด้วยซ้ำ ส่วนจะเกิดจากอะไรบ้างนั้น ลองมาสังเกตตัวเองกันดูหน่อยมั้ย!!

เลือกกินตามใจปาก

คุณรู้หรือไม่ว่ารูปแบบพฤติกรรมการรับประทานอาหารของเราเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำร้ายสุขภาพและทำให้ร่างกายทรุดโทรม โดยเฉพาะอาหารที่ให้พลังงานมาก เช่น ของทอด ของหวาน อาหารที่มีไขมันชนิดอิ่มตัว (ไขมันจากสัตว์ กะทิ) คาร์โบไฮเดรตและโปรตีนที่ให้แคลอรีสูง ฯลฯ ไม่เพียงแต่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเท่านั้น หากยังกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระซึ่งเป็นตัวการร้ายทำลายผิวและอวัยวะต่างๆ เสื่อมก่อนวัยและทำลายคอลลาเจนที่อยู่ในเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับและอาจเกิดริ้วรอยได้ง่าย ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักสด ผลไม้หลากสีซึ่งมีวิตามิน แร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีผลดีต่อร่างกายและผิวพรรณโดยตรง

นอนน้อย พักผ่อนไม่พอ

การนอนน้อยหรืออดนอน ไม่เพียงทำให้เรารู้สึกเพลีย ไม่สดใสเท่านั้น ยังส่งผลให้ระบบต่างๆ ทำงานผิดปกติ ภูมิคุ้มกันลดเจ็บป่วยง่าย แถมผิวพรรณเหี่ยวย่น ริ้วรอยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ใครอยากหน้าเด็กควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ เข้านอนให้เร็วขึ้น เพราะช่วงเวลาระหว่าง 4 ทุ่ม ถึงตี 2 จะเป็นช่วงที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินที่ทำให้หลับลึก ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ แถมในช่วงที่เราหลับลึกร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมนซึ่งทำหน้าที่กระตุ้นการซ่อมแซมฟื้นฟูเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะคอลลาเจนใต้ผิวหนัง แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรนอนคว่ำหรือตะแคง เพราะมีส่วนทำให้เกิดตีนกาและรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า

สูบบุหรี่ & ดื่มแอลกอฮอล์

ทั้งบุหรี่และแอลกอฮอล์ เป็นตัวการร้ายที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะผลาญวิตามินสำคัญ โดยเฉพาะวิตามินบี ซึ่งกระตุ้นการเกิดสารอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดความเสื่อมของเซลล์ในร่างกายแล้ว ยังเป็นวายร้ายทำลายผิวพรรณให้แห้งกร้านสูญเสียความตึงตัว เกิดริ้วรอย รวมถึงยังทำให้การไหลเวียนเลือดไปที่ผิวหนังไม่ดี ทำให้ใบหน้าหมองคล้ำ ไม่สดใสหยาบกร้าน ที่สำคัญยังเป็นต้นเหตุให้สุขภาพร่างกายเสื่อมโทรมลงและเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งอีกด้วย ดังนั้นถ้าอยากรักษาสุขภาพผิวให้เต่งตึง อ่อนเยาว์สมวัย เลิกสูบบุหรี่และเลิกดื่มแอลกอฮอล์กันเถอะ

เครียดบ่อย

ความเครียดดูเหมือนจะเป็นศัตรูตัวร้ายของความอ่อนเยาว์มากที่สุด เพราะหากเกิดความเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมา ซึ่งถ้ามีฮอร์โมนตัวนี้มากเกินไปเซลล์ต่างๆ จะเสื่อมสภาพเร็ว อีกทั้งยังทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายแปรปรวน ซึ่งไม่เพียงทำให้ร่างกายและจิตใจเสื่อมโทรมลงเท่านั้น หากยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว เพราะความเครียดสัมพันธ์กับโรคต่างๆ แทบทุกโรคทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด ฯลฯ ดังนั้นเมื่อรู้ตัวว่าเครียดต้องรีบปรับเปลี่ยนอารมณ์ไม่ยึดติดกับความเครียดนานเกินไป ปล่อยวางความคิด หรือหยุดจากงานตรงหน้าไปทำกิจกรรมอย่างอื่นสักระยะ โดยหากิจกรรมที่ช่วยสร้างความผ่อนคลาย เช่น ฟังเพลง เดินไปพูดคุยกับเพื่อน ฯลฯ เมื่ออารมณ์แจ่มใสขึ้นจึงค่อยเริ่มต้นกันใหม่

ไม่ทากันแดด

แสงแดดเป็นตัวการสำคัญในการทำร้ายผิว ที่ส่งผลต่อความหมองคล้ำ ผิวเหี่ยวย่น เกิดริ้วรอย แต่ส่วนใหญ่คนจะทาครีมกันแดดเฉพาะเวลาไปเที่ยว โดยไม่สนใจว่าระหว่างวันขณะทำงานนั้น ผิวหนังและผิวหน้าก็จะถูกรังสียูวีทำลายด้วยเช่นกัน ฉะนั้นไม่ว่าจะอยู่ในที่ร่มหรือกลางแจ้ง สภาพอากาศจะเป็นแบบไหนก็ไม่ควรละเลยการทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30-50 เป็นประจำ และหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลา 10.00-15.00 น. หากจำเป็นควรกางร่ม หรือสวมหมวก และสวมแว่นกันแดดทุกครั้ง

เมคอัพจัดเต็ม

แม้การแต่งหน้าจะเป็นปัจจัยเคียงข้างความสวยงาม แต่การประโคมเมคอัพแบบจัดเต็มอยู่บ่อยๆ สุขภาพผิวหน้าเราก็จะอ่อนแอลงทุกวันเพราะฤทธิ์ของสารเคมีในเครื่องสำอางที่ใช้เป็นประจำ จะส่งผลให้ผิวหน้าเราเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร ยิ่งถ้าล้างเครื่องสำอางออกไม่หมดจะทำให้รูขุมขนทำงานไม่สะดวก เกิดการอุดตัน เกิดการสะสมของสิ่งสกปรกจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดความหมองคล้ำ เกิดสิว ริ้วรอยและเกิดความเสื่อมสภาพได้อย่างรวดเร็ว หากไม่อยากแก่เร็วลองหันมาแต่งหน้าแบบบางๆ เผยให้เห็นความสวยธรรมชาติดูบ้าง หรือหากต้องแต่งหน้าควรต้องใส่ใจกับขั้นตอนการทำความสะอาดผิวหน้าโดยเช็ดทำความสะอาดเมคอัพให้หมดจด เพราะนี่คืออีกหนึ่งเคล็ดลับผิวหน้าสวยใสที่ไม่ควรมองข้าม

ใครที่อยากสวย ใส หน้าเด็ก ไม่ดูแก่กว่าวัย ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าต้อง ลด ละ เลิก พฤติกรรมที่บอกเหล่านี้ พร้อมกับเริ่มต้นดูแลตัวเองเสียแต่เนิ่นๆ ทั้งการเลือกรับประทานอาหารที่ดีมีคุณค่า ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนอย่างเพียงพอ ทำจิตใจให้แจ่มใสและมองโลกในแง่ดี คุณก็จะดูดี มีเสน่ห์ และช่วยยืดเวลาให้ดูอ่อนเยาว์กว่าวัยจนหลายคนต้องอิจฉา

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

เอาใจสายธรรม จัดรายการ ‘สรรสาระรับอรุณ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – เอาใจสายธรรม จัดรายการ’สรรสาระรับอรุณ’ (naewna.com)

เอาใจสายธรรม จัดรายการ'สรรสาระรับอรุณ'

เอาใจสายธรรม จัดรายการ’สรรสาระรับอรุณ’

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี สำหรับ “อุทัย มูลแก้ว” พิธีกรจากรายการ “สามเณรปลูกปัญญาธรรม” ผู้คร่ำหวอดอยู่ในสายงานพิธีกร และพิธีการ ตลอดจนการบรรยายให้กับหน่วยงาน และงานสัมมนาต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักร และจากวันที่ 1 ธันวาคม นี้เป็นต้นไป  อุทัย มูลแก้ว พร้อมใกล้ชิดสายธรรมมากขึ้น ด้วยการจัดรายการวิทยุ “สรรสาระรับอรุณ”  ทางสถานีวิทยุ สวท.เชียงราย เอฟเอ็ม 95.75 เมกะเฮิรตซ์ (FM 95.75 MHz.) และทางเพจเฟซบุ๊ก “สวท.เชียงราย”  ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 5.00 – 6.00 น.

อุทัย มูลแก้ว ผู้ดำเนินรายการ ได้เล่าให้ฟังว่า“สืบเนื่องจากงานพิธีกรในรายการสามเณรปลูกปัญญาธรรมที่ผมทำทุกๆปี บวกกับงานอีเว้นท์ที่เกี่ยวกับธรรมะ ญาติธรรมก็มักจะถามผมมาเสมอๆว่า จะเจอผมกับเรื่องราวดีๆ ที่มีธรรมะนำทางได้จากช่องทางไหนอีกบ้าง ก็พอดีกับที่ท่าน ผอ.สวท.เชียงราย  ได้กรุณาเปิดโอกาสให้ผมได้จัดรายการวิทยุที่มีเนื้อหารายการอิงไปทางธรรมะ ชื่อรายการว่า “สรรสาระรับอรุณ” โดยผมจะนำเหตุการณ์ซึ่งกำลังเป็นที่สนในปัจจุบันมาเล่าและสอดแทรกหลักคิดทางศาสนา ซึ่งจะไม่จำกัดเฉพาะศาสนาใดศาสนาหนึ่ง เพราะหลักธรรมของแต่ละศาสนาเป็นสากลที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่เยาวชนก็ฟังได้ เพราะผมจะมีช่วงนิทานยามเช้าที่แฝงหลักธรรมซึ่งเยาวชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย และด้วยสถานีวิทยุ สวท.เชียงราย เป็นสถานีวิทยุที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงรายซึ่งเป็นภาคเหนือของประเทศไทย ผมก็จะมีช่วงของดีล้านนา โดยจะนำขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนาที่แฝงหลักคิดทางศาสนามาเล่าให้ฟังกันด้วยครับ ซึ่งท่านผู้ฟังในภูมิภาคอื่นๆ ก็จะได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน ผมก็ขอเชิญชวนญาติธรรมทุกท่าน ติดตามฟังผมได้ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่ตีห้าถึงหกโมงเช้านะครับ ทาง สวท.เชียงราย เอฟเอ็ม 95.75 เมกะเฮิรตซ์ และทางเพจเฟซบุ๊ก “สวท.เชียงราย ด้วยครับ” 

ติดตามรับฟัง รายการ “สรรสาระรับอรุณ”   ดำเนินรายการ โดย อุทัย มูลแก้ว ได้ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 5.00 – 6.00 น.  ทางสถานีวิทยุ สวท.เชียงราย เอฟเอ็ม 95.75 เมกะเฮิรตซ์ และทางเพจเฟซบุ๊ก “สวท.เชียงราย

เนสเพรสโซ ผุดแคมเปญ ‘Doing is Everything’ คืนกาแฟแคปซูลใช้แล้วเพื่อนำไปรีไซเคิล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – เนสเพรสโซ ผุดแคมเปญ’Doing is Everything’ คืนกาแฟแคปซูลใช้แล้วเพื่อนำไปรีไซเคิล (naewna.com)

เนสเพรสโซ ผุดแคมเปญ'Doing is Everything'  คืนกาแฟแคปซูลใช้แล้วเพื่อนำไปรีไซเคิล

เนสเพรสโซ ผุดแคมเปญ’Doing is Everything’ คืนกาแฟแคปซูลใช้แล้วเพื่อนำไปรีไซเคิล

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

Nespresso (เนสเพรสโซ) ผู้นำด้านกาแฟแคปซูลและเครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูลระดับพรีเมียมจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สานต่อโครงการรีไซเคิล ด้วยการชวนลูกค้ามาร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนในแคมเปญ “Doing is Everything”ภายใต้แนวคิด “การมอบชีวิตใหม่ให้อะลูมิเนียมและกากกาแฟ” เพื่อตอกย้ำจุดยืนในการส่งมอบกาแฟที่มีคุณภาพให้แก่ผู้บริโภคควบคู่กับการใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อม โดยสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงนำถุงรีไซเคิลพร้อมกาแฟแคปซูลใช้แล้วจำนวนอย่างน้อย 50-80แคปซูลมาคืนที่เนสเพรสโซบูติกทุกสาขาและรับฟรี! ชุดปลูกผักออร์แกนิก (Nespresso Grow Kit)สามารถนำไปปลูกเองได้ที่บ้านคนละ 1 ชุด ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไปหรือจนกว่าสินค้าจะหมด

สามารถตรวจสอบจุดรับแคปซูลใช้แล้วใกล้บ้านคุณได้ที่ https://www.nespresso.com/th/th/how-to-recycle-coffee-capsules และติดตามข่าวสารรวมทั้งกิจกรรมของ Nespressoได้ที่ Facebook.com/Nespresso.thailand, Instagram: @Nespresso.th #NespressoTH, Line: @NespressoTH

เดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดกิจกรรม ในงานนิทรรศการ ‘ความสุขที่พ่อให้’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – เดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดกิจกรรม ในงานนิทรรศการ ‘ความสุขที่พ่อให้’ (naewna.com)

เดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดกิจกรรม ในงานนิทรรศการ 'ความสุขที่พ่อให้'

เดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดกิจกรรม ในงานนิทรรศการ ‘ความสุขที่พ่อให้’

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2563 ร่วมจัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด “เดอะมอลล์ กรุ๊ป สิ่งที่พ่อสอน สานต่อที่พ่อทำ”  ในงานนิทรรศการ “ความสุขที่พ่อให้” จัดโดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี  โดยได้ร่วมออกร้าน “กลุ่มเดอะมอลล์” นำผลิตภัณฑ์จากกูร์เมต์ไทย (Gourmet Thai) มาจำหน่ายเพื่อร่วมสืบสาน รักษา ต่อยอด และสนับสนุนสินค้าโอทอปซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย พร้อมสาธิตการประกอบอาหารเมนูสุขภาพ  บริเวณ ถนนสนามไชย เมื่อเร็วๆนี้

นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เผยว่า “ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช  บรมนาถบพิตร ในวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ในฐานะเป็นองค์กรภาคเอกชนที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคมไทย โดยเฉพาะการสนับสนุนการสร้างอาชีพ และการสนับสนุนชุมชน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชนแบบยั่งยืน จึงได้ร่วมจัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด “เดอะมอลล์ กรุ๊ป สิ่งที่พ่อสอน สานต่อที่พ่อทำ”  ในงานนิทรรศการ “ความสุขที่พ่อให้” จัดโดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี  

โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมสนับสนุนและส่งเสริมผลผลิตที่มีคุณภาพของชุมชน  โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกระจายผลผลิตจากชุมชนสู่ผู้บริโภค นำผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ สานต่อภูมิปัญญาไทย จาก กูร์เมต์ มาร์เก็ต ภายใต้แบรนด์ กูร์เมต์ ไทย แบรนด์ของฝากระดับพรีเมี่ยมจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยมาจำหน่าย เพื่อสนับสนุนสินค้าชุมชนให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล  โดยภายในงานรวบรวมสินค้าโอทอป หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และมีชื่อเสียงจากทั่วทุกภาคของประเทศไทยมาให้ได้ลิ้มลองความอร่อย เช่น ผลไม้จากชุมชนบ้านไร่ท้ายบ้าน รวบรวมของดีข้าวแต๋น  จากจังหวัดลำปาง, กาละแม จากจังหวัดสุรินทร์, มะม่วงกวนแปรรูปจากจังหวัดสุโขทัย,  และโรตีสายไหม จากจังหวัดอยุธยา, ไอศครีมกะทิสดจากจังหวัดสมุทรสงคราม และเครื่องดื่มสมุนไพร เช่น  น้ำใบเตย, น้ำกระเจี๊ยบ, น้ำเก๊กฮวย, น้ำมะตูม,น้ำใบบัวบก ฯลฯ พร้อมของฝากที่    คัดสรรมาอย่างพิเศษเพื่อนำมาจำหน่ายให้แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน  นอกจากนี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ยังได้สานต่อแนวคิดการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำผลิตภัณฑ์ทดแทนการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง โดยเลือกใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากธรรมชาติ ย่อยสลายได้ง่าย อาทิ แก้วน้ำดินเผาจากเกาะเกร็ด นนทบุรี, กระทงใส่ขนมจากใบตอง

นอกจากนี้ ได้ เปิด กูร์เมต์ คิทเช่นส์ ให้ความรู้และสาธิตการทำอาหารเมนูสุขภาพสำหรับคุณพ่อ โดยนำวัตถุดิบหลักจากโครงการหลวง มาใช้ประกอบอาหาร อาทิ มะเขือเทศเชอรี่แดง, ผักสลัดเขียว, ถั่วแขก, แตงกวาญี่ปุ่น, ฟักทองญี่ปุ่น, กะหล่ำปลีแดง, ข้าวโพดสองสี,ผักกาด บัตเตอร์เฮด, ร๊อกเก็ตสลัด ฯลฯ พบกับเซเลบริตี้เชฟชื่อดัง อาทิ เชฟแอน- ภาวิตา แซ่เจ้า มาช่วยแนะนำวิธีการทำอาหารทุกขั้นตอน พร้อมด้วยนักแสดงชื่อดัง “เข้ม-หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล” เข้าครัวร่วมปรุงเมนูสุขภาพ “กุ้งก้ามแดงลุยสวนสมุนไพร”

ทั้งนี้มีประชาชนแต่งกายด้วยเสื้อเหลือง เข้าร่วมงานวันพ่อแห่งชาติ ชมนิทรรศการ “ความสุขที่พ่อให้” และอุดหนุนสินค้าโอทอป ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทยกันอย่างคึกคัก 

คุณแหน : 9 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – คุณแหน : 9 ธันวาคม 2563 (naewna.com)

คุณแหน : 9 ธันวาคม 2563

คุณแหน : 9 ธันวาคม 2563

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

●● ยินดีกับ ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช ได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น ม.รามคำแหง ประจำปี 2563..

●● มร.ทาฮา แมคเฟอร์สัน เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทยร่วมยินดี “10 ปีการพัฒนาต่อยอด รร.วิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยตามอุดมการณ์” พร้อมรับโล่ฯจาก ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศธ. ในฐานะที่การศึกษานิวซีแลนด์ได้สนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักเรียนทุนดีเด่นของรร.อย่างต่อเนื่องและการฝึกทักษะภาษาอังกฤษให้กับคณาจารย์ของรร.ในเครืออีกด้วย…

●● โอกาสครบรอบ 42 ปี ร้านอาหารสามเสนวิลล่าสุวิทัศน์ สุรสิงห์โตทอง จัดงานฉลองสุดปังคนดังแห่ร่วมงานเพียบ อาทิ สัณหจุฑาจิราธิวัฒน์,ดร.วสุเชษฐ์ โสภณเสถียร,ฐนิวรรณ กุลมงคล,วิเธียรณ์ จันทะเรือง, รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์,จิระพันธ์ปรีชาวิทย์ ตอกย้ำความเป็นตำนานอาหารไทยที่มีเอกลักษณ์ให้ผู้คนทุกรุ่นได้สัมผัส…

●● เพื่อนๆ Brain 2 เตรียมนัดเลี้ยงฉลองใหญ่ให้ สมชาย อัศวเศรนี ประธานรุ่นที่ได้ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย..

●● ใกล้เวลาลั้นลาส่งท้ายปี ผศ.พญ.สุวิรากร ธรรมศักดิ์ ผอ.เดอร์มาติกส์คลินิก@สยามสแควร์ ชวนสาวๆ ล็อกผิวสวย..ใสวิ้งปังข้ามปี กับโปรพิเศษสุดๆ 3 in 1สวยครบจบในโปรเดียว สนใจโทร.02-6584633 หรือ https://www.facebook.com/Dermatiks..

●● งานเลี้ยงมงคลสมรสของ ดร.รัฐศาสตร์ กรสูตกับ ศุภากร หล่อพิพัฒน์ 27 ธ.ค.นี้เวลา 18.00 น. ณ ห้องรอยัล บอลรูม รร.แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ..

.●● ชื่นชม สุรพล โอภาสเสถียร ผจก.ใหญ่ เครดิตบูโร ที่ตอบรับแนวคิดชีวิตวิถีใหม่ในยุคโควิด-19 และตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยมีเครื่องตรวจบูโรอัตโนมัติด้วยระบบการยืนยันตัวตนแบบขั้นสูงที่ใช้ใบหน้าและเลขประจำตัวปชช. และสามารถรับรายงานพร้อมเครดิตสกอร์ผ่านทางอีเมล สะดวกรวดเร็ว ในรูปแบบ# Bureau Lab ตรวจฟรี ถึงสิ้น ธ.ค.นี้ณ สถานี BTS หมอชิตเท่านั้น..

●● ชาวดิจิทัลซีอีโอ รุ่น 1 อาทิ เกศรา มัญชุศรี,อารยายมนา,รศ.ดร.ชนินทร์ ทินโชติ,ดร.ชัยทัตแซ่ตั้ง,วีระนงค์ ฉ่ำทรัพย์,นันทวรรณ สุรีย์,พีระเดช นพทีปกังวาล,เลิศรัตน์ รตะนานุกูล,โอม ศิวะดิตถ์ ไปสังสรรค์ย้อนความหลังทริปภูเก็ตทั้งล่องเรือชมเกาะชิมอาหารมิชลินไกด์จนตัวแทบปริ..

●● ยินดีกับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต ได้แก่ ธีรนันท์ศรีหงส์,ดาราพร ถิระวัฒน์,อรรถพลอรรถวรเดช,อัมพร ปุรินทวรกุล,อนุชิตอนุชิตานุกูล..

●● ครบ 15 ปี สยามพารากอนพาสินี ลิ่มอติบูลย์,เกตุวลี นภาศัพท์,ศุภลักษณ์ อัมพุช และ ชฎาทิพจูตระกูล ผู้บริหารหญิงเก่ง จัดงานฉลองพร้อมการแสดงพิเศษและมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำ อาทิ นิว-จิ๋ว,แก้ม-วิชญาณี,เบน-ชลาทิศ 9 ธ.ค. 18.30 น. ฮอลล์ออฟเฟม ชั้น M ..●●

น้องใหม่

กรมวิทย์ เตือน! ห้ามรับประทาน-ห้ามจับ ‘หมึกสายวงน้ำเงิน’ พิษร้ายอันตรายถึงตาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – กรมวิทย์ เตือน! ห้ามรับประทาน-ห้ามจับ ‘หมึกสายวงน้ำเงิน’ พิษร้ายอันตรายถึงตาย (naewna.com)

กรมวิทย์ เตือน! ห้ามรับประทาน-ห้ามจับ  ‘หมึกสายวงน้ำเงิน’ พิษร้ายอันตรายถึงตาย

กรมวิทย์ เตือน! ห้ามรับประทาน-ห้ามจับ ‘หมึกสายวงน้ำเงิน’ พิษร้ายอันตรายถึงตาย

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เตือนระวังอันตรายจากหมึกสายวงน้ำเงินหรือหมึกบลูริง (Blue-ringed octopus) มีพิษร้ายแรงมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก มีสารพิษเรียกว่าเตโตรโดท็อกซิน
(Tetrodotoxin) ซึ่งเป็นพิษชนิดเดียวกับที่พบในปลาปักเป้า รุนแรงกว่าไซยาไนด์ถึง 1,200 เท่า ทนความร้อนได้สูงถึง 200 องศาเซลเซียส รับประทานเพียงแค่ 1 มิลลิกรัม ก็ทำให้เสียชีวิตได้ เน้นย้ำห้ามนำมารับประทานเด็ดขาดถึงแม้จะนำไปทำให้สุกด้วยความร้อน ปิ้ง ย่าง ทอดหรือต้มก็ไม่สามารถทำลายพิษได้ และห้ามจับหรือสัมผัสเพราะหากถูกกัดก็อาจได้รับพิษเช่นกัน

นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า หมึกสายวงน้ำเงินหรือหมึกบลูริง(Blue-ringed octopus) เป็นหมึกยักษ์จำพวกหนึ่งแต่มีขนาดเล็กตัวเต็มวัยมีขนาดลำตัว ประมาณ 4-5 เซนติเมตรมี 8 หนวด แต่ละหนวดยาวประมาณ15-20 เซนติเมตร หมึกสายวงน้ำเงินมีจุดเด่นที่ต่างจากหมึกทั่วไปตรงที่มีลวดลายเป็นวงแหวนสีน้ำเงินกระจายตามลำตัวและหนวด ซึ่งจะตัดกับสีของลำตัวที่ออกเป็นสีเหลืองน้ำตาลอย่างชัดเจน วงแหวนสีน้ำเงินเหล่านี้สามารถเรืองแสงได้เมื่อถูกคุกคาม ทั่วโลกพบหมึกสายวงน้ำเงินทั้งหมดประมาณ 4 ชนิด สำหรับในประเทศไทยมีรายงานการพบหมึกสายวงน้ำเงินสกุล Hapalochlaena maculosa ในน่านน้ำไทยทั้งทางฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย หมึกสายวงน้ำเงินมีสารพิษที่มีความร้ายแรงมากผสมอยู่ในน้ำลาย ผู้ที่ถูกกัดอาจตายได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง จึงนับเป็นหนึ่งในสัตว์น้ำ ที่มีพิษร้ายแรงมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก สารพิษของหมึกสายวงน้ำเงินนั้น เรียกว่า เตโตรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin) ซึ่งเป็นพิษชนิดเดียวกับที่พบในปลาปักเป้า ทั้งนี้เตโตรโดท็อกซินที่พบทั้งในหมึกสายวงน้ำเงินและปลาปักเป้าไม่ได้ถูกสร้างจากภายในตัว ของพวกมันเอง เพราะสัตว์เหล่านี้ไม่มียีนที่ควบคุมการสร้างพิษนี้ มีการศึกษาพบว่าพิษนี้สร้างจากเชื้อแบคทีเรียบางชนิด เช่น แบคทีเรียในวงศ์Vibrionaceae, Pseudomanas sp.,Photobacterium phosphorium ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่อนุญาตให้มีการนำเข้าตามบัญชีแนบท้ายพระราชกฤษฎีกา “ห้ามมิให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2547” 

ทั้งนี้ เตโตรโดท็อกซิน เป็นพิษที่มีผลต่อระบบประสาท โดยปริมาณที่มนุษย์รับประทานแล้วเสียชีวิตคือ ประมาณ 1 มิลลิกรัม ซึ่งมีความรุนแรงกว่าไซยาไนด์ถึง 1,200 เท่า ยิ่งไปกว่านั้นพิษนี้ทนความร้อนได้สูงถึง 200 องศาเซลเซียส ดังนั้นจึงไม่สามารถทำลายพิษได้ด้วยการใช้ความร้อนปกติในการปรุงอาหาร นอกจากนี้ ยังไม่มียาแก้พิษ ผู้ป่วยที่ได้รับพิษเตโตรโดท็อกซินมีอัตราตาย สูงถึง 50-60 เปอร์เซ็นต์ และในกรณีที่ถูกหมึกสายวงน้ำเงินกัด ซึ่งพิษที่เกิดจากกัดจะเกิดอย่างรวดเร็วภายใน 5 นาทีหลังถูกกัด เริ่มจากมีอาการชาบริเวณริมฝีปาก ลิ้น ต่อมาชาบริเวณใบหน้า แขนขาและเป็นตะคริวในที่สุด น้ำลายไหล คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสียซึ่งอาการปวดท้องจะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นกล้ามเนื้อจะเริ่มทำงานผิดปกติ อ่อนแรง ในผู้ป่วยที่ได้รับพิษปริมาณมากระบบประสาทส่วนกลางจะไม่ทำงาน หายใจไม่ออกเนื่องจากกล้ามเนื้อกะบังลมและหน้าอกไม่ทำงาน ทำให้ไม่สามารถนำอากาศเข้าสู่ปอดได้ผู้ป่วยจะเสียชีวิตภายใน 4-6 ชั่วโมงแต่ก็มีรายงานการเสียชีวิตเร็วที่สุดหลังจากได้รับพิษไปเพียง 20 นาทีเท่านั้น 

อย่างไรก็ตาม การปฐมพยาบาลเบื้องต้นต้องหาวิธีนำอากาศเข้าสู่ปอด เช่น เป่าปาก จากนั้นต้องรีบนำส่งแพทย์โดยด่วน เพื่อใช้เครื่องช่วยหายใจ ถ้าช่วยชีวิตเป็นผล ผู้ป่วยจะฟื้นเป็นปกติภายใน 24 ชั่วโมง เว้นแต่ว่าจะขาดอากาศนานเกินไปจนทำให้สมองตาย สำหรับผู้ที่ได้รับพิษจากหมึกสายวงน้ำเงินกัด ควรทำการปฐมพยาบาลในทันทีหลังถูกกัด โดยใช้เทคนิคการกดรัดและตรึงอวัยวะส่วนนั้นไม่ให้เคลื่อนไหว เพื่อทำให้พิษไม่แพร่กระจายเข้าระบบไหลเวียนโลหิต โดยใช้ผ้าพันจากอวัยวะส่วนปลายไล่มาจนถึงบริเวณเหนือแผลที่ถูกกัด ถ้าเป็นบริเวณแขนหรือขาให้ใช้วัสดุไม้ดามไว้ด้วย ถ้าถูกกัดบริเวณลำตัวในกรณีที่พันได้ให้พันด้วย แต่อย่าให้แน่นจนทำให้หายใจลำบาก และไม่ควรกรีดปากแผลที่ถูกกัด เพราะจะทำให้พิษกระจายมากขึ้น เทคนิคนี้เป็นการซื้อเวลาเพื่อให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้นก่อนนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล 

ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีห้องปฏิบัติการพิษวิทยาที่สามารถตรวจสอบความเป็นพิษของหมึกสายวงน้ำเงินได้ แต่ที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีการส่งตรวจ ดังนั้น เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค จึงได้จัดทำสื่อเผยแพร่ในรูปแบบอินโฟกราฟิกที่เข้าใจง่ายและเผยแพร่ผ่านในหลายช่องทาง เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้ที่จะนำไปใช้ในการสังเกตลักษณะทางกายภาพของหมึกสายวงน้ำเงินที่มีจุดเด่นที่สำคัญสีสันลำตัว คล้ายวงแหวนสีน้ำเงินหรือสีม่วงและสามารถเรืองแสงได้เมื่อคุกคามหรือรบกวน ดังนั้นห้ามนำมารับประทานเด็ดขาด ถึงแม้จะนำไปทำให้สุกด้วยความร้อน ปิ้ง ย่าง ทอดหรือต้มก็ไม่สามารถทำลายพิษได้ และห้ามจับหรือสัมผัสเพราะหากถูกกัดก็อาจได้รับพิษเช่นกัน