ส.ส.ภท. พาชาวบ้านบุกก.เกษตรฯ ทวงน้ำทำนาปรัง ‘เฉลิมชัย’ ยันพร้อมแก้ปัญหาทุกพื้นที่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ส.ส.ภท.พาชาวบ้านบุกก.เกษตรฯ ทวงน้ำทำนาปรัง ‘เฉลิมชัย’ยันพร้อมแก้ปัญหาทุกพื้นที่ (naewna.com)

ส.ส.ภท.พาชาวบ้านบุกก.เกษตรฯ ทวงน้ำทำนาปรัง 'เฉลิมชัย'ยันพร้อมแก้ปัญหาทุกพื้นที่

ส.ส.ภท.พาชาวบ้านบุกก.เกษตรฯ ทวงน้ำทำนาปรัง ‘เฉลิมชัย’ยันพร้อมแก้ปัญหาทุกพื้นที่

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.24 น.

“ส.ส.ภูมิใจไทย”พาชาวบ้านบุกก.เกษตรฯ ทวงน้ำทำนาปรัง ขณะที่”รมว.เกษตรฯ”ยืนยันจะอยู่เคียงข้างพี่น้องเกษตรกร พร้อมแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในทุกพื้นที่

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 9 ธันวาคม 2563 นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ได้พาประชาชนจาก อ.ท่าม่วง และ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี กว่า 100 คน เดินทางเข้าพบ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เพื่อทวงถามกรณีการห้ามทำนาปรังในช่วงฤดูแล้งนี้

ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย ชี้แจงกับพี่น้องชาว จ.กาญจนบุรี ถึงความกังวลใจที่กรมชลประทานจะไม่สนับสนุนน้ำในการทำนาปรัง ว่า จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้บริหารจัดการน้ำในช่วงหน้าแล้งและไม่ให้ทำนาปรังนั้น ทางกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน จึงต้องทำตามมติ ครม.แต่จะต้องหาแนวทางในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรด้วย จึงต้องขอนำเรียนในเบื้องต้นว่า มติ ครม.ถือเป็นกฎหมายที่ต้องบังคับใช้ทั้งประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายกรมชลประทานหาวิธีการแก้ไข และต้องมีคำตอบให้พี่น้องเกษตรกรโดยเร็วที่สุด ส่วนไหนที่สามารถดำเนินการได้จะให้ดำเนินการในทันที และให้จัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือให้พร้อมสำหรับเข้าไปดูแลพี่น้องเกษตรกรอย่างเต็มที่

“อยากให้พี่น้องเกษตรกรแต่ละพื้นที่จัดเตรียมแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งจะมอบหมายให้กรมชลประทานเข้าไปช่วยเติมน้ำให้ และหากสามารถเพิ่มพื้นที่แหล่งกักเก็บน้ำได้ ก็จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการ นอกจากนี้ จะขอรับเอาข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะจากพี่น้องเกษตรกรเข้าไปหารือกับนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไป จึงขอยืนยันกับพี่น้องเกษตรกรว่า เราจะทำให้ดีที่สุด เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องเกษตรกร” นายเฉลิมชัย กล่าว

ด้าน นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาการแทนอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สิ่งที่กรมชลประทานสามารถดำเนินการได้ในทันที คือ ในช่วงเวลานี้ยังมีแผนการส่งน้ำตามปกติ ตามแผนการส่งน้ำนาปี จึงขอให้เกษตรกรสำรองน้ำในพื้นที่ให้เต็มพิกัด ถ้าติดขัดอะไรจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลให้เรียบร้อย นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังมีมาตรการต่างๆ เข้ามาช่วงเหลือ เช่น การส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อย หรือการส่งเสริมการทำประมงและการเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น ซึ่งโครงการต่างๆ เหล่านี้ จะเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในช่วงสถานการณ์ภัยแล้งได้

‘ม็อบสหกรณ์’ ทนไม่ไหว! บุกร้อง ‘รมช.มนัญญา’ ชะลอ 5 ร่างกฎกระทรวงใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ม็อบสหกรณ์’ทนไม่ไหว! บุกร้อง’รมช.มนัญญา’ ชะลอ5ร่างกฎกกระทรวงใหม่ (naewna.com)

'ม็อบสหกรณ์'ทนไม่ไหว! บุกร้อง'รมช.มนัญญา' ชะลอ5ร่างกฎกกระทรวงใหม่

‘ม็อบสหกรณ์’ทนไม่ไหว! บุกร้อง’รมช.มนัญญา’ ชะลอ5ร่างกฎกกระทรวงใหม่

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 13.06 น.

“ม็อบสหกรณ์”ทนไม่ไหว! บุกร้อง”รมช.มนัญญา” ชะลอ5ร่างกกกระทรวงใหม่ โวยบีบการทำธุรกรรมของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนจนเดินต่อไม่ได้

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2563 ผู้แทนสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน กว่า 500 คน นำโดย สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จำกัด ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย จำกัด และชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ 7 วิชาชีพ ไม่อาจนิ่งเฉยอีกต่อไปได้ จึงรวมตัวกัน ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแสดงออกและยื่นข้อเรียกร้องต่อ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะที่กำกับดูแลกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ให้ที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ มารับแทน

ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน กับร่างกฎกระทรวงตามมาตรา 89/2 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 และเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2563 อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง ตามมาตรา 89/2 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ เพื่อกำหนดเกณฑ์การดำเนินงานและการกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน จำนวน 12 ฉบับ โดยร่างกฎกระทรวง 7 ฉบับแรก สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนร่างกฎกระทรวง 5 ฉบับหลัง ยังอยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ร่างกฎกระทรวงทั้ง 12 ฉบับดังกล่าว แม้จะผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแล้ว แต่กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย ก็มิได้ให้ความสำคัญต่อความคิดเห็นของขบวนการสหกรณ์และมิได้หยิบยกมาพิจารณาปรับปรุงร่างกฎกระทรวงเพื่อมิให้เกิดปัญหาหรืออุปสรรคต่อการดำเนินงานของสหกรณ์ ยังคงยึดเอาความเห็นของกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งไม่เข้าใจระบบสหกรณ์และไม่มีหน้าที่รับผิดชอบหรือช่วยเหลือสหกรณ์

กฎกระทรวง 5 ฉบับหลังยังมีประเด็นสำคัญหลักๆ ที่สหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนไม่เห็นด้วยและจะเป็นอุปสรรคต่อการบริหารงานสหกรณ์หรือส่งผลกระทบต่อสมาชิกสหกรณ์ ดังนี้

1.เงินกู้สามัญของสมาชิกต้องชำระคืนให้เสร็จภายใน 150 งวด (12.5 ปี) ซึ่งสหกรณ์เห็นว่าควรกำหนดเป็นไม่เกิน 180 งวด (15 ปี) จะเหมาะสมและผ่อนคลายแก่สมาชิกมากกว่า

2.สมาชิกผู้กู้ต้องมีเงินได้รายเดือนหลังหักชำระหนี้ คงเหลือสุทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ตลอดอายุสัญญา ซึ่งสหกรณ์เห็นว่าเงินได้รายเดือนคงเหลือสุทธิควรยึดโยงกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

3.สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนใช้เกณฑ์เดียวกับสหกรณ์ออมทรัพย์ในการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ทั้งที่บริบทของสมาชิกและการชำระหนี้ของสหกรณ์สองประเภทนี้แตกต่างกัน ซึ่งสหกรณ์เห็นว่าควรใช้เกณฑ์เดียวกับสหกรณ์การเกษตร จะเหมาะสมมากกว่า

4.การไม่นำมูลค่าหุ้นของสมาชิกผู้กู้มาหักออกจากหนี้เงินต้นคงเหลือก่อนประมาณการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ซึ่งขบวนการสหกรณ์มีความเห็นว่า ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ เป็นการประมาณการความเสี่ยงที่จะเกิดหนี้สูญ ดังนั้น จึงควรนำมูลค่าหุ้นมาหัก (ซึ่งสหกรณ์มีบุริมสิทธิพิเศษตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์) เพื่อลดยอดหนี้ (ยอดความเสี่ยง) คงเหลือก่อนประมาณ การค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญได้ เพราะไม่ได้หักหนี้กันจริง ๆ ที่ต้องมาพิจารณาว่าหุ้นเป็นทรัพย์สินของสมาชิกหรือเป็นทุนของสหกรณ์

5.การทยอยประมาณการค่าเผื่อการปรับมูลค่าที่ดินแทนการชำระหนี้รอขายไว้ในอัตราร้อยละ 10 ต่อปี จนกว่าที่ดินแทนการชำระหนี้จะมีมูลค่าร้อยละ 50 ซึ่งสหกรณ์เห็นว่าควรตัดออก เพราะเมื่อกำหนดให้ตีราคาชำระหนี้ตามราคาประเมินของทางราชการหรือร้อยละ 70 ของราคาประเมินจากผู้ประเมินรับอนุญาตแล้ว ก็ไม่ควรประมาณการค่าเผื่อดังกล่าว อีกทั้งที่ดินมีแต่จะปรับเพิ่มมูลค่า

ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาและอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นต่อการดำเนินงานของขบวนการสหกรณ์ในอนาคตและเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหกรณ์ในฐานะผู้ปฏิบัติและผู้แบกรับภาระของสหกรณ์ไว้ ซึ่งไม่อาจจะนิ่งเฉยต่อไปได้อีก ในประเด็นดังต่อไปนี้

1.ขอรับทราบเนื้อหาของร่างกฎกระทรวงจำนวน 7 ฉบับ ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเสร็จแล้ว

2.ขอให้ชะลอการพิจารณาร่างกฎกระทรวงจำนวน 5 ฉบับหลังไว้ และตั้งคณะทำงานร่วมจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและผู้แทนขบวนการสหกรณ์ เพื่อพิจารณาปรับปรุงในประเด็นที่ยังเป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน

3. ขอให้ผู้แทนขบวนการสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเข้าร่วมชี้แจงในประเด็นที่ยังเป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการดำเนินงานของสหกรณ์ในชั้นตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อไปด้วย

หากกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย ยังคงเพิกเฉยต่อข้อเสนอแนะหรือข้อเรียกร้อง สหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน พร้อมที่จะยกระดับการเรียกร้องต่อไป

กรมปศุสัตว์จัดโครงการส่งความสุขปีใหม่ให้เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประจำปี64 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – กรมปศุสัตว์จัดโครงการส่งความสุขปีใหม่ให้เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประจำปี64 (naewna.com)

กรมปศุสัตว์จัดโครงการส่งความสุขปีใหม่ให้เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประจำปี64

กรมปศุสัตว์จัดโครงการส่งความสุขปีใหม่ให้เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประจำปี64

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 10.22 น.

9 ธันวาคม 2563 นายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ กำหนดจัดโครงการส่งความสุขปีใหม่ มอบให้เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประจำปี พ.ศ.2564 ซึ่งประกอบด้วย 4 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมที่หนึ่ง กิจกรรมมอบของขวัญเกษตรกรไทย มีกิน มีใช้ มีรายได้พอเพียง เป็นโครงการเร่งรัดกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า การผ่าตัดทำหมัน ควบคุมประชากร และการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เรื่องโรคพิษสุนัขบ้า เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าทั้งในคนและสัตว์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ช่วงเดือนตุลาคม 2563 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2564

กิจกรรมที่สอง กิจกรรมเพิ่มพลังปีใหม่ โดยการเปิดสถานที่ให้เกษตรกรนำสินค้ามาจำหน่าย ซึ่งประกอบด้วย การจำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ และผลิตภัณฑ์แปรรูปด้านปศุสัตว์จากเกษตรกรที่กรมปศุสัตว์ เพื่อส่งเสริมให้เกิดเป็นอาชีพ รวมทั้งการจำหน่ายชุดของขวัญปีใหม่ ผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์จากเกษตรกรไทย ร้าน Livestock Farm Outlet ผ่านระบบ Online ในช่วงเทศกาลปีใหม่ เป็นการกระจายรายได้จากกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นประชาชนทั่วไป สู่กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย และเกษตรกร

ทั้งนี้ในส่วนกิจกรรมที่สาม เป็นกิจกรรมเปิดสถานที่ราชการ ปรับภูมิทัศน์รองรับนักท่องเที่ยว โดยการเปิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศด้านปศุสัตว์ จำนวน 2 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์แม่ฮ่องสอน ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ระยอง อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง โดยจะเปิดให้ท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2564 เป็นเวลา 5 วัน

กิจกรรมที่สี่ กิจกรรมศูนย์บริการเฉพาะกิจช่วงปีใหม่/จิตอาสา ให้บริการประชาชนที่เดินทางช่วงเทศกาล ปีใหม่ เช่น บริการที่พักชั่วคราว ห้องน้ำ ขนมและเครื่องดื่ม ฯลฯ จำนวน 18 จุด ได้แก่ ด่านกักกันสัตว์นครราชสีมา ด่านกักกันสัตว์-อุดรธานี  ด่านกักกันสัตว์ลำปาง  ด่านกักกันสัตว์กำแพงเพชร ด่านกักกันสัตว์-เพชรบูรณ์  ด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ ด่านกักกันสัตว์เพชรบุรี ตำบลเขาใหญ่ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ศูนย์วิจัยและพัฒนาแพะแกะ ตำบลรามัน อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์นครสวรรค์ ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์อุบลราชธานี ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์- ศรีสะเกษ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์หนองคาย ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์มหาสารคาม ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหาร-สัตว์ยโสธร ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เพชรบุรี ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์แพร่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ลำปาง และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำพูน โดยจะเปิดให้บริการประชาชนในระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2564 เป็นเวลา 5 วัน

กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในช่วงวันหยุดปีใหม่ 2564 นี้ ประชาชนทั้งที่เป็นผู้บริโภค และนักท่องเที่ยว จะได้รับความสุข สะดวกสบาย สามารถเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ที่มีคุณภาพจากเกษตรกร ซึ่งถือว่าเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจแก่เกษตรกรผู้ผลิตสินค้าปศุสัตว์ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาผลผลิตให้เป็นอาชีพที่มั่นคง สามารถแข่งขันได้ทั้งในตลาดภายในประเทศ และสู่ตลาดโลกต่อไปในอนาคต 

ส่องเกษตร : ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบจริงจัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ส่องเกษตร : ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบจริงจัง (naewna.com)

ส่องเกษตร : ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบจริงจัง

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

หากจะว่ากันแล้วการเกษตรไม่ว่าจะในระดับโลกหรือระดับประเทศ นอกจากจะเป็นแหล่งอาหารแล้ว ยังถูกนำไปเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นคั่งทางเศรษฐกิจ ทั้งจากผลของการเกษตรโดยตรงหรืออาจใช้เป็นฐานในการสนับสนุนส่วนธุรกิจอื่นมาต่อยอดสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจนั้น และขยายไปสู่ธุรกิจอื่นๆ สำหรับผู้ประกอบการที่มองเห็นช่องทางในการสร้างธุรกิจของตนให้กว้างขวางออกไป โดยอาจขยายไปยังธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวพันกัน เช่น ธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง หรือธุรกิจที่ไม่ได้เกี่ยวพันกันโดยตรง เช่น ธุรกิจสื่อสาร อสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้าง เป็นต้น

นอกจากการเกษตรเป็นฐานของเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและพื้นฐานทางวัฒนธรรม โดยแต่ละท้องถิ่นต่างมีวิถีและวัฒนาธรรมเป็นของตนเองโดยผูกพันกับการทำการเกษตรในท้องถิ่นนั้น ในแต่ละขั้นตอนของการทำการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นการทำนา ทำสวน ทำไร่ ทำการประมง หรือการเลี้ยงสัตว์ แต่ละท้องถิ่นจะมีวิถีทางวัฒนธรรมของตนเองสืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เป็นความเชื่อและความศรัทธาที่มีต่ออาชีพของบรรพบุรุษที่สืบต่อมายังคนรุ่นปัจจุบัน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ถูกนำมาถ่ายทอดผ่านบทเพลงพื้นบ้าน การละเล่นท้องถิ่น ประเพณีต่างๆ บทเพลงบางบทเพลงที่ถูกถ่ายทอดเมื่อในอดีตปัจจุบันไม่เหลือภาพดังกล่าวให้เห็นแล้ว เช่น ดอกฝ้ายบานที่เมืองเลย สาวสวนแตงแห่งเมืองสุพรรณ เป็นต้น ส่งผลให้ผู้คนเป็นจำนวนมากที่เติบโตมาในวิถีดังกล่าวโหยหาความเป็นอยู่และประเพณีวัฒนธรรมเมื่อครั้งก่อนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของกระแสวัฒนธรรมและวิธีการทำการเกษตรที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว

แนวคิดการพัฒนาการเกษตรให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวจึงเป็นการผูกความถวิลหาวิถีการเกษตรเข้ากับวิถีการท่องเที่ยว โดยมีหลายลักษณะด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวชมความงดงามของแปลงเกษตร เช่น แปลงทานตะวัน ทุ่งนา แปลงดอกไม้ ไร่ชา เป็นต้น บางพื้นที่ถึงกับจัดเป็นกิจกรรรมประจำปีอย่างกรณีของเทศกาลท่องเที่ยวทุ่งทานตะวัน การท่องเที่ยวเชิงเกษตรบางลักษณะรวมกันเป็นชุมชน ออกมาในรูปของการท่องเที่ยวชุมชน ในลักษณะของวิถีผู้คนในชุมชนนั้น โดยนักท่องเที่ยวมีโอกาสเข้าพักกับผู้คนในชุมชนในลักษณะของโฮมสเตย์ หรือ ฟาร์มสเตย์ ร่วมกิจกรรมการเกษตรในชุมชน กิจกรรมทางวัฒนธรรม ร่วมประกอบอาหารท้องถิ่น บางชุมชมผมเห็นให้นักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการเพาะปลูก เช่น การทำนาปลูกข้าวมีการสื่อสารกันในแต่ละระยะของการเจริญเติบโตของข้าว และเชิญชวนให้มาร่วมกิจกรรมในแปลงนาที่ร่วมกันปลูกอย่างต่อเนื่องหรืออย่างไม้ผลก็มีการดำเนินการในลักษณะเดียวกัน โดยให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสช่วยผสมเกสรทุเรียนและซื้อทุเรียนต้นที่ตัวเองผสม สามารถเป็นเจ้าของต้นทุเรียนได้โดยไม่ต้องมีสวนทุเรียนเป็นของตนเอง มีเกษตรกรตัวจริงคอยดูแลจัดการและส่งข้อมูลการเจริญเติบโตให้ทราบผ่านทางระบบไลน์ เมื่อถึงเวลาเก็นผลผลิตก็มาร่วมเก็บผลผลิตด้วยกัน เป็นการสร้างความผูกพันให้เกิดขึ้น ผลทุเรียนที่เก็บเกี่ยวนักท่องเที่ยวที่ซื้อไว้ สามารถซื้อผลผลิตทั้งหมด หรือบางส่วนก็ได้โดยราคาเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ในครั้งแรก ซึ่งจะเห็นว่ารูปแบบการท่องเที่ยวเชิงการเกษตรมีรูปแบบที่หลากหลาย และมีวิวัฒนการมาโดยตลอด ตามสภาพแวดล้อมของแต่ละท้องถิ่นและความเข้มแข็งของท้องถิ่นนั้น ทั้งในลักษณะเกษตรกรรายย่อย ชุมชนท่องเที่ยว หรือบริษัทเอกชน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องพิจารณาทบทวนน่าจะเป็นนโยบายของภาครัฐในการสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวดังกล่าว การผลักดันอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดผมสัมฤทธิ์ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกยังไม่สามารถควบคุม ส่งผลกระทบต่อการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จำเป็นต้องส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทยให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้คนในประเทศเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น จากรูปแบบการท่องเที่ยวเติมๆ ทั้งการเที่ยวชมธรรมชาติ โบราณสถานเพียงอย่างเดียว มาเป็นการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ได้ความรู้ ความเพลิดเพลิน เพิ่มความหลากหลาย เป็นช่องทางในการสร้างความเข้าใจในอาชีพการเกษตรของพี่น้องเกษตรกรสาขาต่างๆ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมเห็นข่าวท่านนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายๆจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยงเชิงเกษตรอยู่หลายแหล่ง ก็ได้แต่หวังว่าประเด็นดังกล่าวทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะนำไปดำเนินการอย่างจริงจังและเข้มเข็ง เพื่อความอยู่ดีกินดีของพี่น้องเกษตรกรและผลประโยขน์ของคนในชาติร่วมกัน

สมชาย ชาญณรงค์กุล

11 ปีกรมหม่อนไหมสืบสานภูมิปัญญา สร้างรายได้- ยกระดับคุณภาพชีวิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – 11ปีกรมหม่อนไหมสืบสานภูมิปัญญา สร้างรายได้-ยกระดับคุณภาพชีวิต (naewna.com)

11ปีกรมหม่อนไหมสืบสานภูมิปัญญา สร้างรายได้-ยกระดับคุณภาพชีวิต

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังพิธีเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนากรมหม่อนไหมครบรอบปีที่ 11 ณ กรมหม่อนไหมว่า กรมหม่อนไหมจัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยพระองค์ทรงมีพระราชปณิธานที่จะส่งเสริมอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เพื่อสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอันนำมาสู่การสถาปนากรมหม่อนไหมขึ้นเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2552 เพื่อเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบด้านการส่งเสริมวิจัยและพัฒนาหม่อนไหมทั้งระบบ รวมถึงการอนุรักษ์สืบสานศิลปหัตถกรรมและภูมิปัญญาไหมให้คงอยู่คู่ประเทศไทย โดยตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมากรมหม่อนไหมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินงานภายใต้ภารกิจสำคัญ เพื่อทำให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนสอดคล้องกับยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์ระยะ 20 ปี และนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรเสริมสร้างความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรรม โดยใช้การตลาดนำการผลิตการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตการยกระดับมาตรฐานสินค้าและการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

“สินค้าหม่อนไหมถือเป็นผลผลิตที่เป็นเอกลักษณ์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมการดำรงชีพแบบวิถีชาวไทย ซึ่งจำเป็นต้องมีการอนุรักษ์และสืบทอดให้คงอยู่คู่สังคมไทยตลอดจนต้องมีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เกิดนวัตกรรมและการแปรรูปสินค้าตามความต้องการของตลาดอย่างมีมาตรฐานและมีความปลอดภัย ซึ่งเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงผ้าไหมไทยและผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหมให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ และในวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปกรมหม่อนไหมจึงต้องมีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นโดยในฐานะที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลจึงต้องพัฒนาตัวเองต้องมีการนำงานวิจัยและนวัตกรรมเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าและยกระดับให้ดียิ่งขึ้นต้องกล้าคิดกล้าทำบนพื้นฐานของความสุจริตเป็นที่ตั้ง รวมถึงจะต้องเข้าไปดูแลพี่น้องเกษตรกรเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน อย่างไรก็ตามกระทรวงเกษตรฯพร้อมผลักดันและสนับสนุนการพัฒนาหม่อนไหม
ทั้งระบบและสนับสนุนทั้งเกษตรกรและภาคเอกชนที่จะเข้ามาต่อยอดให้สินค้าและผลิตภัณฑ์หม่อนไหมมีชื่อเสียงระดับโลกต่อไป” นายเฉลิมชัยกล่าว

ด้านนายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการจัดแสดงนิทรรศการการสาธิตการประกอบอาหารจากหม่อนไหม และการออกร้านจำหน่ายสินค้าหม่อนไหม ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา กรมหม่อนไหมได้ดำเนินงานตามภารกิจและสนองงานพระราชดำริด้านหม่อนไหมของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงโครงการตามนโยบายของรัฐบาลและโครงการของกระทรวงเกษตรฯมาโดยตลอดโดยในปี 2563 ได้มีการพัฒนาบุคลากรด้านหม่อนไหมทั้งระบบ ตั้งแต่การสร้างทายาทหม่อนไหมเกษตรกรหม่อนไหมจนถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านหม่อนไหม เพื่อให้เป็นต้นแบบในการพัฒนาศักยภาพการผลิตการแปรรูปและการตลาดหม่อนไหมตลอดจนสนับสนุนและช่วยเหลืองานด้านหม่อนไหมทั้งในระดับศูนย์ระดับเขตและระดับประเทศโดยได้คัดเลือกผู้มีผลงานดีเด่น 3 ประเภท ได้แก่ เกษตรกรดีเด่นระดับเขต 6 คน ทายาทหม่อนไหมดีเด่นระดับเขต 6 คน และพนักงานราชการดีเด่นของกรมหม่อนไหม 34 คน

กษ.เฝ้าระวังโควิดกำชับจนท.ห้ามการ์ดตก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – กษ.เฝ้าระวังโควิดกำชับจนท.ห้ามการ์ดตก (naewna.com)

กษ.เฝ้าระวังโควิดกำชับจนท.ห้ามการ์ดตก

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังเป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)ผ่านระบบ ZOOM ว่า ตามรายงานของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) พบผู้ป่วยในจ.เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา พิจิตร ราชบุรี สิงห์บุรี และกรุงเทพมหานคร โดยมีแนวโน้มขยายวงกว้างและรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมและจำกัดการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จึงจัดการประชุมดังกล่าวขึ้น เพื่อสื่อสาร สร้างความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ

ดร.ทองเปลวกล่าวว่า เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมและจำกัดการแพร่ระบาดของ COVID-19 จึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯติดตามสถานการณ์จากความก้าวหน้าผลสอบสวนผู้ป่วย และตรวจสอบ timeline ของผู้ป่วยCOVID-19 หากมีความเกี่ยวข้องกับข้าราชการ พนักงานราชการและลูกจ้างในสังกัด ขอให้พิจารณาดำเนินการตามมาตรการกักตัว 14 วัน รวมถึงให้ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างในสังกัด ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้แก่ สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย หมั่นทำความสะอาดมือและอุปกรณ์ที่สัมผัส เว้นระยะห่างหรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น ใช้แพลตฟอร์มไทยชนะทุกครั้งที่ผ่านเข้า-ออก สถานที่สาธารณะ และงดเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง แต่หากจำเป็นต้องเดินทางไปราชการในพื้นที่เสี่ยง ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และมาตรการตามข้อกำหนดของผู้ว่าราชการจังหวัด หรือหน่วยงานควบคุมโรคในพื้นที่อย่างเคร่งครัด อีกทั้ง ยังให้หน่วยงานวางแผนล่วงหน้าในการปฏิบัติงาน สำหรับข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างในสังกัด กรณีให้ปฏิบัติราชการที่บ้าน (Work from Home) หากสถานการณ์การแพร่ระบาดมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น

“กระทรวงเกษตรฯได้เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตามมาตรการของกรมควบคุมโรคมาโดยตลอด จากการจัดตั้งศูนย์ประสานการปฏิบัติภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จึงขอกำชับในทุกหน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามและดำเนินการตามมาตรการตามประกาศของจังหวัดอย่างเคร่งครัด” ดร.ทองเปลว กล่าว

‘ผู้เข้าประกวดนางสาวไทย’ โชว์รอยยิ้มสดใสกลางสวนดอกไม้ เที่ยวคุ้มเสือเเม่ริมเเละชมสัตว์ยามค่ำคืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘ผู้เข้าประกวดนางสาวไทย’โชว์รอยยิ้มสดใสกลางสวนดอกไม้ เที่ยวคุ้มเสือเเม่ริมเเละชมสัตว์ยามค่ำคืน (naewna.com)

'ผู้เข้าประกวดนางสาวไทย'โชว์รอยยิ้มสดใสกลางสวนดอกไม้ เที่ยวคุ้มเสือเเม่ริมเเละชมสัตว์ยามค่ำคืน

‘ผู้เข้าประกวดนางสาวไทย’โชว์รอยยิ้มสดใสกลางสวนดอกไม้ เที่ยวคุ้มเสือเเม่ริมเเละชมสัตว์ยามค่ำคืน

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 12.23 น.

ถึงเเม้จะเจอเรื่องตื่นเต้นกันมา คณะสาวงามผู้เข้าประกวดนางสาวไทยประจำปี 2563  ก็ยังสามารถโชว์รอยยิ้มสดใส ลุยกิจกรรมเก็บตัวโปรโมทการท่องเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ ต่อเป็นวันที่ 6โดยเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. สาวงามได้เดินทางไปทำกิจกรรม ณ ปางเปาบีช คาเฟ่ เเอนด์เรสเตอรองท์ ที่ อ.เเม่เเตง ร่วมเก็บภาพ ณ ชายหาดจำลอง มีนักมวยชื่อดังของเมืองไทย บัวขาว บัญชาเมฆ มาร่วมสอนโพสท่ามวยสุดเท่ห์ให้สื่อมวลชนได้เก็บภาพ จากนั้นเข้าเยี่ยม ศูนย์พัฒนาการศึกษาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เข้าพบผู้สนับสนุนการประกวดนางสาวไทย ร่วมถ่ายภาพกับคณะผู้บริหารเซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ ถ่ายภาพกับคณะผู้บริหารสยามทีวี เเละเยี่ยมชม สยามทีวี ดิจิตอลสโตร์ ศูนย์จำหน่ายเครื่องใช้ไฟไฟ้ดิจิตอลของคนเชียงใหม่ เเละรับประทานอาหารล้านนาในเเบบขันโตก ณ ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่

ต่อด้วยเช้าวันที่ 8 ธ.ค.เข้าสู่วันที่ 6 ของการเก็บตัวผู้เข้าประกวดนางสาวไทย เหล่าสาวงามโชว์รอยยิ้มสุดสดใสกับหมู่มวลดอกไม้ ณ ทุ่งดอกไม้ I love flower farm  สัมผัสความสดชื่นของธรรมชาติ ณ สวนพฤกศาสตร์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ รับประทานอาหารกลางวัน ณ คุ้มเสือเเม่ริม Tiger kingdom สาวงามได้ชมเเละสัมผัสกับเสือเเบบใกล้ชิด ปิดท้ายด้วยการเยี่ยมชมบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ในยามราตรี ณ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ก่อนกลับที่พัก

สัมผัสความเอ็กซ์คลูซีฟของ Prada Abstract และ Prada Cleo #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – สัมผัสความเอ็กซ์คลูซีฟของ Prada Abstract และ Prada Cleo (naewna.com)

สัมผัสความเอ็กซ์คลูซีฟของ Prada Abstract และ Prada Cleo

สัมผัสความเอ็กซ์คลูซีฟของ Prada Abstract และ Prada Cleo

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

Prada (พราด้า) ร่วมกับ ดิ เอ็มโพเรียม นำเสนอโปรเจ็คป็อปอัพครั้งใหม่ ภายใต้ชื่อ ‘Prada Abstract’ ด้วยดีไซน์สีขาวดำแสนตระการตา ชวนให้หลงใหล รวบรวมเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ และรองเท้าสำหรับสุภาพสตรี โดยมีดาราเหล่าเซเลบริตี้แถวหน้าของเมืองไทยร่วมสัมผัสความเอ็กซ์คลูซีฟของ Prada Abstract และ Prada Cleo กระเป๋าดีไซน์คลาสสิคและล้ำสมัย อาทิ ราณี แคมเปน, ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์, ศิริน หอวัง, อรธิรา ภาคสุวรรณ, ปียารัตน์ ชวนะนันท์

คอนเซ็ปต์หลักและแรงบันดาลใจของ Prada Abstract คือ ดีไซน์ที่ไม่ต้องพึ่งสีสันเพื่อเน้นความเป็น Prada ที่ทันสมัย การตกแต่งป็อปอัพในครั้งนี้เป็นสีขาวและสีดำทั้งหมด โดยให้พื้นและกำแพงเป็นสีขาว และโลโก้สามมิติเป็นสีดำ นอกจากนี้คอนเซ็ปท์สีขาวดำถูกนำไปใช้ในการบอกเล่าเรื่องราวความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ฉายบนจอแอลอีดีบนกำแพงขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นภาพภูเขาน้ำแข็งเปริโต โมริโน ในอาร์เจนติน่าที่กำลังแตกหัก น้ำตกอันกว้างใหญ่ไพศาล คลื่นในมหาสมุทร และพื้นผิวอันแหลมคมในแอนตาร์ติกา  พร้อมกันนี้ พื้นที่ได้ตกแต่งด้วยชั้นจัดวางสินค้าซึ่งเป็นรูปแบบไอคอนิกของแบรนด์ที่เรียกว่า Prada Niches (พราด้า นิเช่) และกล่องสี่เหลี่ยมหลากหลายขนาดที่แสดงภาพเคลื่อนไหวของธรรมชาติอย่างเป็นหนึ่งเดียวกับภาพบนกำแพง

และเพื่อเป็นการฉลองการเปิดร้านป็อปอัพ Prada Abstract ในครั้งนี้ จะมีการจำหน่ายกระเป๋า Prada Cleo ที่เปิดตัวใน Prada Multiple Views SS21 โดยกระเป๋ารุ่นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากสไตล์ในอดีตผสมผสานกับเทคนิคอันประณีตของ Prada นำมารังสรรค์เป็นดีไซน์ที่คลาสสิกและล้ำสมัย ชวนให้นึกถึงอดีตไปพร้อมๆกับมองไปสู่อนาคต เป็นความรู้สึกอันคุ้นเคยที่จะพาไปสู่สิ่งใหม่ สไตล์ของกระเป๋า Cleo นั้นมีความเรียบง่าย ประณีต รูปทรงดูทันสมัยและโดดเด่น รังสรรค์ด้วยเทคนิคที่ถ่ายทอดสืบเนื่องมาเป็นเวลานาน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของ Prada ในด้านเครื่องหนังนับตั้งแต่ปี 1913 เป็นต้นมา รูปทรงของกระเป๋าดูอ่อนหวาน ผสมผสานทรงที่ดูแข็งแกร่งเข้ากับเส้นโค้งที่แฝงไปด้วยความอ่อนหวานและบริสุทธิ์ ฐานกระเป๋าเป็นเส้นโค้งผสมผสานกับขอบด้านข้างที่โค้งมน ออกแบบมาให้รับกับรูปทรงของร่างกายเวลาถือกระเป๋า วัสดุของกระเป๋า Cleo นั้นมีความน่าหลงใหล เป็นหนังลูกวัวขัดและหนังลูกวัวแบบขัดมัน ประดับด้วยโลโก้สามเหลี่ยมเคลือบเงา มีทั้งแบบมีฝาปิดและแบบไม่มีฝาปิด โดยกระเป๋า Cleo นั้นมาในสีสันที่หลากหลาย ทั้งสีขาว สีดำ สีเงิน และสีอความารีนอันเป็นสีเอกลักษณ์ของ Prada กระเป๋า Cleo คือความงามแห่งอดีตเพื่อมองไปสู่อนาคต สื่อถึงความเป็น Prada ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์และความใส่ใจในนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง

ร่วมค้นพบสินค้ามากมาย อาทิ เสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ และรองเท้าสำหรับสุภาพสตรีที่คัดสรรมาพิเศษได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ ถึง 13 ธันวาคม 2563 ณ Prada Abstract ป็อปอัพสโตร์ ที่ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม

ของขวัญสุดล้ำค่าจาก แพนดอร่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ของขวัญสุดล้ำค่าจาก แพนดอร่า (naewna.com)

ของขวัญสุดล้ำค่าจาก แพนดอร่า

ของขวัญสุดล้ำค่าจาก แพนดอร่า

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

 PANDORA (แพนดอร่า) เครื่องประดับและจิวเวลรีแบรนด์ดังสัญชาติเดนมาร์ก ผู้สร้างสรรค์เครื่องประดับอันเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ระดับโลก รังสรรค์จิวเวลรีคอลเลคชั่นพิเศษต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข ในช่วงเวลาแห่งการมอบของขวัญมิกกี้ เมาส์ และมินนี่ เมาส์ พร้อมด้วยเพื่อนซี้พลูโต     ยกขบวนความสดใสร่วมเฉลิมฉลองด้วยชาร์มสุดพิเศษรับเทศกาลแห่งรอยยิ้ม ตกแต่งด้วยหมวกซานตาครอส โอบกอดกันถือกล่องของขวัญ เพื่อมอบให้แด่คนรู้ใจ พร้อมอวยพรว่า Have a very Disney Christmas!             พร้อมคอลเลคชั่นที่ทำให้ Long Holidays ของคริสต์มาสนี้มีสีสันด้วยเครื่องประดับที่ถ่ายทอดความมหัศจรรย์อันเยือกเย็นของฤดูหนาวและเปล่งประกายความทรงจำอันแสนสุข          ด้วยชาร์มต้นคริสต์มาส ซานตาคลอส กวางเรนเดียร์ และสโนว์แมน ในราคาเริ่มต้น 1,850 บาท นอกจากนี้ ยังมีชุดกิ๊ฟท์เซ็ทTimeless Collection เพื่อเป็นของขวัญแด่คนที่เรารักหรือคนในครอบครัว ด้วยเครื่องประดับ Snowflex Gift Set ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเกล็ดหิมะที่ปกคลุมดอกไม้ในฤดูหนาว และ Love Gift Set สร้อยข้อมือประดับด้วยชาร์มที่โดดเด่นจากประกายเพชรรูปหัวใจเล่นระดับ สื่อความในใจอย่างเลอค่าแด่คนพิเศษ เป็นของขวัญในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้และในทุกโอกาส ในราคาเริ่มต้น 5,300 บาท

            พิเศษ PANDORA มอบของขวัญสุดพิเศษส่งท้ายปีเมื่อซื้อ 4,999 บาท รับฟรี Jewelry box มูลค่า 1,999 บาท    เมื่อซื้อ 6,999 บาท รับฟรี Limited Edition bangle มูลค่า 3,500 บาท

ส่งความสุขด้วย PANDORA ในช่วงเวลาพิเศษได้ที่ร้าน PANDORA ทุกสาขา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Call Center 02.264.5080

‘เอส แอนด์ พี’ คัดสรรไข่ไก่สด สะอาด ปลอดภัย จากแม่ไก่อารมณ์ดี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘เอส แอนด์ พี’คัดสรรไข่ไก่สด สะอาด ปลอดภัย จากแม่ไก่อารมณ์ดี (naewna.com)

‘เอส แอนด์ พี’คัดสรรไข่ไก่สด สะอาด ปลอดภัย จากแม่ไก่อารมณ์ดี

‘เอส แอนด์ พี’คัดสรรไข่ไก่สด สะอาด ปลอดภัย จากแม่ไก่อารมณ์ดี

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ที่ยั่งยืน ด้วยการดำเนินธุรกิจอย่างมุ่งมั่น ใส่ใจในทุกกระบวนการดำเนินงาน ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบต้นน้ำเข้าสู่กระบวนการผลิต กระจายไปยังหน้าร้านจนส่งมอบถึงมือลูกค้า ล่าสุดได้ปรับวัตถุดิบของเมนูไข่ โดยคัดสรรไข่ไก่สด คุณภาพดีปลอดสารพิษ จากแหล่งผลิตที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐานสากล ณ ฟาร์มไข่ไก่อัครากรุ๊ป จ.นครนายก

มณีสุดา ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร เผยว่า “เอส แอนด์ พี ดำเนินธุรกิจตามนโยบายเพื่อความยั่งยืนของบริษัทฯ โดยคำนึงถึงความสมดุลของมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับคำมั่นสัญญาของบริษัทฯ ที่ว่า “Healthier Family, Happier World” เพื่อให้ผู้บริโภค คู่ค้า พันธมิตรได้มาซึ่งสุขภาพดีและมีความสุขไปพร้อมกัน เราคำนึงถึงคุณค่าและความปลอดภัยของอาหารเป็นสำคัญ ด้วยการจัดหา จัดซื้อ จัดจ้าง อย่างโปร่งใสจากแหล่งวัตถุดิบท้องถิ่นและเกษตรกรโดยตรง เพื่อพัฒนาวัตถุดิบและเรียนรู้ร่วมกัน นำมาซึ่งการเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ล่าสุดเอส แอนด์ พี ได้คัดสรรวัตถุดิบอย่าง “ไข่ไก่จากแม่ไก่อารมณ์ดี” โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ ด้วยการเลี้ยงไก่แบบไร้กรง หรือ เคจฟรี (Cage Free) เมื่อแม่ไก่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระตามธรรมชาติ จะทำให้แม่ไก่อารมณ์ดี สุขภาพแข็งแรง ปลอดสารพิษจากยาปฏิชีวนะและสารเร่งการเจริญเติบโต เราจึงได้ไข่ไก่สด ใหม่คุณภาพดี ปลอดสารพิษ และมีรสชาติดีตามธรรมชาติ” “ที่ร้านเอส แอนด์ พี มีเมนูไข่ไก่เคจฟรี ให้เลือกหลากหลาย ได้แก่ เมนูอาหารเช้า “ไข่กะทะทรงเครื่อง” และ อิงลิชเบรกฟาสต์ “ออมเลทหนานุ่ม”

นอกจากนี้ยังมีเมนูไข่นุ่มขายดีตลอดกาล อย่าง “ข้าวกะเพราไก่ไข่นุ่ม”สุดพิเศษด้วยการเลือกใช้ไก่ที่เลี้ยงด้วยสมุนไพร ปลอดสารพิษ “ข้าวกุ้งผัดพริกขี้หนูไข่นุ่ม” เมนูซิกเนเจอร์ของ เอส แอนด์ พีและ “ข้าวหมูคูโรบูตะทอดกระเทียมพริกไทยไข่นุ่ม” ลิ้มลองเมนูไข่ไก่เคจฟรีได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 2564 ณ ร้านเอส แอนด์ พีสาขาในกรุงเทพฯและปริมณฑล”