ประจำเดือนผิดปกติ สิ่งแจ้งเตือนที่คุณละเลย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ประจำเดือนผิดปกติ สิ่งแจ้งเตือนที่คุณละเลย (naewna.com)

ประจำเดือนผิดปกติ สิ่งแจ้งเตือนที่คุณละเลย

ประจำเดือนผิดปกติ สิ่งแจ้งเตือนที่คุณละเลย

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ แต่หากหนุ่มๆ จะอ่านแล้วบอกต่อคนที่คุณรัก เธอคงจะเป็นปลื้ม ที่คุณใส่ใจถึงสุขภาพส่วนตัวของเธอ

ประจำเดือน หรือ ระดู หรือที่รู้จักกันทั่วไปในคำที่เรียกทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษ และละตินว่า เมนส์ (Mens) คือ เลือดและเนื้อเยื่อที่ออกจากช่องคลอดทุก 24- 35 วัน นานประมาณ 3-6 วัน ซึ่งการสังเกตประจำเดือนนี่แหละ สามารถบอกถึงสุขภาพโดยรวมของคุณได้คร่าวๆ

หญิงที่มีประจำเดือนปริมาณมาก อาจเกิดจากความผิดปกติทางฮอร์โมน การแข็งตัวของเลือดผิดปกติหรืออาจมีเนื้องอกในโพรงมดลูก

หญิงที่มีประจำเดือนปริมาณน้อย อาจเกิดจากฮอร์โมนที่ผิดปกติ แต่ในผู้ป่วยที่เกิดอาการนี้หลังการติดเชื้อ หรือเคยได้รับการขูดมดลูก อาจเป็นเพราะมีพังผืดในโพรงมดลูก

หญิงที่มีประจำเดือนกะปริดกะปรอย หากเป็นในช่วง2 สัปดาห์ หลังมีประจำเดือน และมีเลือดออกไม่มากอยู่ 2- 3 วัน อาจเป็นเลือดจากฮอร์โมนปกติที่เปลี่ยนแปลงหลังไข่ตก แต่หากมีเลือดออกอยู่หลายวัน อาจเกิดจากความผิดปกติทางฮอร์โมน มีติ่งเนื้อในโพรงมดลูก ติ่งเนื้อที่ปากมดลูก มดลูกอักเสบ หรือ มะเร็ง

หญิงที่มีประจำเดือนเว้นช่วงห่าง คือมีรอบประจำเดือนห่างกันมากกว่า 35 วัน และในผู้ป่วยบางรายอาจมีเลือดประจำเดือนออกมากเป็นบางเดือนสลับกับเลือดออกกะปริดกะปรอย เหล่านี้อาจเกิดจากภาวะเครียด หรือฮอร์โมนที่ผิดปกติ ซึ่งผลกระทบต่อสุขภาพ ขึ้นอยู่กับชนิดของฮอร์โมนที่ผิดปกติ เช่น หากเกิดจากภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง จะทำให้มีขนดก ผิวมัน มีบุตรยาก และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก หลอดเลือดหัวใจ ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดสูง ผู้ป่วยจึงควรหาสาเหตุและรักษา พร้อมทั้งตรวจติดตามโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว หากรับประทานยาคุมกำเนิดหรือ ฉีดยาคุมกำเนิด บางคนอาจมีเลือดออกกะปริดกะปรอยได้อันเป็นผลข้างเคียงจากยา แต่หากไม่ได้คุมกำเนิดแล้วมีเลือดออกผิดปกติ อาจมีสาเหตุจากการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติได้จึงควรมาพบแพทย์โดยเร็ว

การเริ่มต้นตรวจสุขภาพด้วยตัวคุณเอง คือการสังเกตลักษณะประจำเดือนและหากพบว่า ประจำเดือนผิดปกติ หรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอยอยู่นานหลายวัน ก็ควรปรึกษาสูติ-นรีแพทย์เพื่อการค้นหา ป้องกัน และรักษาโรคแต่เนิ่นๆ โดยผู้ป่วยควรจดบันทึกลักษณะประจำเดือน จำนวนวัน และระยะห่างของประจำเดือนเพื่อให้แพทย์ได้ข้อมูลสำหรับการวินิจฉัยโรคมากที่สุด………แต่ สำหรับสาวๆ ที่คิดว่าการมาพบสูติ-นรีแพทย์ หมายถึงการตรวจภายในด้วยนั้น ขอยืนยันว่า ไม่จำเป็นต้องตรวจในผู้ป่วยทุกรายนะคะ ดังนั้น สาวๆ สามารถมาขอคำปรึกษาได้เลยค่ะ

พญ.ทวิวัน พันธศรี

ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เปิดนิทรรศการ INspiration ผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมศิลปินกลุ่มอิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – เปิดนิทรรศการ INspiration ผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมศิลปินกลุ่มอิน (naewna.com)

เปิดนิทรรศการ INspiration ผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมศิลปินกลุ่มอิน

เปิดนิทรรศการ INspiration ผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมศิลปินกลุ่มอิน

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นิทรรศการ INspiration โดย ศิลปินกลุ่มอิน (IN) รวบรวมผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมกว่า 120 ชิ้น มาจัดแสดง ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยมี วสิษฐ์แต้ไพสิษฐพงษ์ เป็นประธานในพิธีเปิดเมื่อเร็วๆ นี้

กลุ่มอิน (IN) เกิดจากการรวมตัวกันของศิลปิน เพื่อแสดงถึงอุดมการณ์ของคนทำงานศิลปะที่มุ่งสะท้อนอัตลักษณ์ไทยและปรัชญาทางพุทธศาสนา ประกอบด้วยศิลปิน6 ท่าน คือ ชัชวาล รอดคลองตัน(ประธานกลุ่ม), ภูษิต กาญจนศิริปาน,วาสนา สีสัง, ทรงฤทธิ์ เหมือยพรม,สุพร แก้วดา และ นิโรจน์ จรุงจิตวิทวัส ซึ่งแต่ละท่านล้วนแล้วแต่มีฝีมือโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เคยได้รับรางวัลจากเวทีการประกวดหลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประกวดจิตรกรรมบัวหลวง ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทีการประกวดผลงานจิตรกรรมที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางในวงการศิลปะไทย ปัจจุบัน ศิลปินทุกท่านยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานศิลปะออกมาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถพัฒนาตนเองให้ก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินแถวหน้าและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงการศิลปะนิทรรศการในครั้งนี้ยังได้รับเกียรติให้จัดแสดงผลงานของศิลปินรับเชิญกิตติมศักดิ์ 3 ท่าน คือ ศ.เกียรติคุณปรีชา เถาทอง (ศิลปินแห่งชาติ), อ.ปัญญา วิจินธนสาร (ศิลปินแห่งชาติ) และ รศ.ดร.สุวัฒน์ แสนขัติยรัตน์ ร่วมด้วยศิลปินรับเชิญอีก3 ท่าน คือ กฤษณะ ชวนคุณากร, เอกสิทธิ์ จิรัตติกานนท์ และ ธัฐบดินทร์ บุญเนื่อง จึงถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไปที่จะได้รับชมจิตรกรรมไทยร่วมสมัยจากฝีมือศิลปินมืออาชีพ ได้ศึกษาเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจในด้านศิลปกรรม นิทรรศการนี้ยังจัดขึ้นเพื่อรำลึกและเชิดชูเกียรติรศ.ดร.สุวัฒน์ แสนขัติยรัตน์ ศิลปินผู้ล่วงลับ ที่เหล่าศิลปินสมาชิกกลุ่มทุกท่านให้ความเคารพนับถืออีกด้วย

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ INspiration จัดแสดงจนถึงวันที่ 21 ธันวาคม2563 เวลา 10.00-19.00 น. (ปิดทุกวันพุธ) ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ถนนราชดำเนินกลาง (เชิงสะพานผ่านฟ้า) กรุงเทพฯ

คุณแหน : 5 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – คุณแหน : 5 ธันวาคม 2563 (naewna.com)

คุณแหน : 5 ธันวาคม 2563

คุณแหน : 5 ธันวาคม 2563

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จฯทรงเป็นประธานจุดเทียนมหามงคลสดุดีเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ5 ธ.ค. เวลา 19.19 น. ณ ท้องสนามหลวง..ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย ที่ได้ทรงร่วมจุดเทียนร่วมกับพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า นอกจากนี้ยังได้พระราชทานเข็มกลัดเพื่อให้ประชาชนที่มาร่วมในพิธีเป็นที่ระลึกในวันสำคัญปีนี้ด้วย นำมาซึ่งความปลาบปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ปวงพสกนิกรเป็นล้นพ้น…

ll รัฐบาลกำหนดจัดพิธีและกิจกรรม เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ในวันชาติ และ วันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค. เพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยเริ่มจัดงานตั้งแต่วันนี้ถึง 6 ธ.ค…วันที่ 5 ธ.ค. 07.30 น.จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร 189 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ส่วนกลางจัดที่ท้องสนามหลวง…ส่วนภูมิภาคจัดที่ศาลากลางจังหวัด…เวลา 19.19 น. มีพิธีจุดเทียนมหามงคลน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ…ส่วนกิจกรรมต่างๆ หลายหน่วยงานร่วมกันจัดงานตั้งแต่บริเวณ ถ.สนามไชย สวนสราญรมย์และมิวเซียมสยาม…ขอเชิญประชาชนร่วมงานกันได้…นอกจากนี้ วัดพระแก้ว ยังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบไหว้ และเยี่ยมชมได้ในตอนกลางคืนอีกด้วย…ขอเชิญประชาชนร่วมงานกันได้…

ll มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย เชิญท่องเที่ยว ชิม ช้อปในงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563 “25 ปี แห่งการแบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน” ในปีนี้พิเศษกับรูปแบบการจัดงานมิติใหม่ที่เพิ่มความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าร่วมชมงานได้อย่างทั่วถึง ทั้งรูปแบบออนกราวนด์ เที่ยวชมงานในสถานที่จริงท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่นและความสวยงามของ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯเขตจตุจักร กทม.ระหว่าง 4-8 ธ.ค.และรูปแบบออนไลน์ ระหว่าง 4-13 ธ.ค.ผ่าน www.เพื่อนพึ่งพา.com ทั้ง 2 รูปแบบประชาชนจะได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ มากมายทั้งการช็อปปิ้งสินค้าคุณภาพจากร้านพึ่งพา ร้านค้าพระบรมวงศานุวงศ์ ร้านภริยาเหล่าทัพ และร้านจากหน่วยงานเอกชนกว่า 30 ร้าน อีกทั้งยังได้ร่วมแบ่งปันกับการ “บรรจุถุงยังชีพพระราชทาน” ด้วยตนเอง ชิมเมนูอาหารจากโรงครัวพระราชทาน ร้านโอท็อป 5 ดาว และเชลล์ชวนชิมกว่า 20 ร้านค้า โดยรายได้จากการจัดงานนำเข้าสมทบทุน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย…

ll การเลือกตั้งกรรมการบริหารชุดใหม่ของ สมาคมสหประชาชาติฯได้ อดีต ออท. ดร.มนัสพาสน์ ชูโต เป็นนายกสมาคมฯต่ออีกสมัย และเตรียมฉลอง75 ปีการก่อตั้ง…ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม
ความเข้าใจสันติภาพและความอยู่ดีกินดีของมนุษยชาติ ผูกพันสัมพันธภาพสมาชิกสหประชาชาติที่มีต่อประชากรโลก เน้นการเผยแพร่สหประชาชาติแก่เยาวชนและส่งตัวแทนไปประชุมสมัชชา รวมทั้งจัดกิจกรรมสัญจรไปสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ…ll

บารอนเนส

มอบทุนการศึกษาสมเด็จย่า 90 พัฒนาศักยภาพ ‘พยาบาล’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – มอบทุนการศึกษาสมเด็จย่า 90 พัฒนาศักยภาพ ‘พยาบาล’ (naewna.com)

มอบทุนการศึกษาสมเด็จย่า 90 พัฒนาศักยภาพ ‘พยาบาล’

มอบทุนการศึกษาสมเด็จย่า 90 พัฒนาศักยภาพ ‘พยาบาล’

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

มูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีในพระราชูปถัมภ์ จัดพิธีมอบทุนการศึกษาสมเด็จย่า 90 ประจำปี 2563 ให้สถาบันการศึกษาต่างๆ รวม 700 ทุน ประกอบด้วยวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี30 แห่งทั่วประเทศ เป็นจำนวน600 ทุน, วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบกจำนวน 40 ทุน, วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ จำนวน 40 ทุน และวิทยาลัยพยาบาลทหารอากาศ 20 ทุน นอกจากนี้ ยังได้มอบทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอีก 8 โรงเรียน รวมเป็นทุนการศึกษาที่มอบในปีนี้ทั้งสิ้น 7,750,000 บาท

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และประธานมูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในพระราชูปถัมภ์ กล่าวว่า มูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราฯ สร้างประโยชน์มากมาย ช่วยเหลือนักศึกษาวิทยาลัยพยาบาล ซึ่งเป็นอาชีพที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับคนอีกจำนวนมาก เป็นอาชีพที่ผูกพันกับคนทุกกลุ่มทุกเพศ ทุกวัย ดังนั้น การพัฒนาส่งเสริมบุคลากรพยาบาลให้มีคุณภาพคุณธรรม และเป็นที่พึ่งพาของผู้ป่วยจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง นางพวงเพชรบุญสาย เลขานุการมูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีในพระราชูปถัมภ์ กล่าวว่า มูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินฯก่อตั้งขึ้นในปี 2523 ซึ่งมูลนิธิได้เฉลิมฉลองโอกาสที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเจริญพระชนมพรรษา 90 พรรษา ด้วยการมอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข โดยใช้ชื่อทุนว่า “ทุนการศึกษาสมเด็จย่า 90”

แรกเริ่มมูลนิธิฯ ได้มอบทุนการศึกษาให้ทุนละ 5,000 บาทต่อปีแต่ได้เพิ่มเป็นทุนละ 8,000 บาทในปี 2550 และในปี 2562 ได้เพิ่มเป็นทุนละ 10,000 บาท เป็นทุนสำหรับการศึกษาตั้งแต่ชั้นปีที่ 1จนจบหลักสูตร 4 ปี ทุนนี้ไม่มีข้อผูกมัดให้นักศึกษากลับมาใช้ทุน แต่หวังที่จะเห็นนักศึกษาที่ได้รับทุนจะปฏิบัติตนให้เป็นพยาบาลที่ดีให้สมกับที่ได้รับทุนนี้ โดยตลอด 30 ปีที่ผ่านมา มีผู้ได้รับ“ทุนการศึกษาสมเด็จย่า 90” รวมทั้งสิ้น5,354 ทุน สำเร็จการศึกษาแล้วจำนวน 1,098 คน

นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้ร่วมกับบริษัท บี.กริม เตรียมความพร้อมให้นักศึกษาที่จะออกไปปฏิบัติงานเมื่อจบการศึกษา จัดอบรม “โครงการตามรอยสมเด็จย่า” สำหรับนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 3 ของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ที่ได้รับ “ทุนการศึกษาสมเด็จย่า 90” ให้มาเข้าค่ายในกรุงเทพฯ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาพยาบาลรุ่นใหม่ ได้เรียนรู้แนวคิด ความเสียสละ และการมุ่งเน้น
ประโยชน์ส่วนรวม เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ทางวิชาชีพพยาบาล และอุดมการณ์ตามรอยสมเด็จย่า เพื่อการพัฒนาประเทศชาติต่อไป ซึ่งมีการจัดมาแล้วรวม 4 รุ่น แต่ปีนี้จำเป็นต้องงดกิจกรรมดังกล่าวด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

อย่างไรก็ตาม มูลนิธิฯ ได้รับเงินสนับสนุน จากบริษัท บี.กริม รวมถึงหน่วยงานต่างๆ องค์กรเอกชน ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธาที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมของมูลนิธิเป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ ได้มีการจัดเดิน-วิ่ง Run for Nurses ซึ่งจัดครั้งแรกในปี 2562 สำหรับปีนี้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงได้ปรับรูปแบบการแข่งขันจากการเดินวิ่งในสวนสาธารณะที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากมาเป็นรูปแบบ Virtual Run เพื่อนำรายได้จากการจัดกิจกรรมสมทบ“ทุนการศึกษาสมเด็จย่า 90” ทำให้มูลนิธิมีศักยภาพและประสิทธิภาพในการดำเนินกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์ต่อไป ซึ่งคุณสมบัติผู้ที่จะได้รับทุนนั้น นอกจากจะต้องเรียนดีขาดแคลนทุนทรัพย์ มีความประพฤติดีแล้ว สิ่งสำคัญคือการมีทัศนคติที่ดีและถูกต้องต่อวิชาชีพพยาบาล

นางสาวญานิศา พลายอินนักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือหรือ นพร. ปี 2 ซึ่งได้รับทุนต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 กล่าวว่า ได้นำเงินที่ได้รับมาบริหารจัดการทั้งอุปกรณ์การเรียน และค่าใช้จ่ายทั่วไป ช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว ส่วนตัวอยากเป็นพยาบาลตั้งแต่เด็กเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น เนื่องจากคุณพ่อ เป็นทหารเรือและคุณแม่ เป็นพยาบาล ที่สำคัญที่สุดคือ มีสมเด็จย่าเป็นแรงบันดาลใจและแบบอย่างของความมุ่งมั่น กล้าหาญเสียสละ รู้สึกซาบซึ้งในพระคุณของสมเด็จย่าที่มีต่อวิชาชีพพยาบาล

นางสาววชิราภรณ์ มยุโรวาทนักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลกองทัพอากาศ หรือ นพอ. ปี 1 กล่าวว่ารู้สึกดีใจมากเพราะเป็นการได้รับทุนนี้เป็นครั้งแรก ตนเป็นคนร้อยเอ็ดที่บ้านทำนา อาศัยอยู่กับคุณแม่ 2 คนฐานะทางบ้านไม่ได้ดีมาก การได้ทุนที่สามารถนำมาแบ่งเบาภาระของที่บ้านได้ ส่วนตัวอยากเป็นพยาบาลตั้งแต่เรียนมัธยมต้น เพราะต้องการเดินตามรอยพระบาทของสมเด็จย่าซึ่งเป็นแบบอย่างของการช่วยเหลือคนการเสียสละ ทุ่มเท เดินทางเพื่อไปรักษาคนที่อยู่บนดอย ในพื้นที่ห่างไกล

นางสาวอมรรัตน์ รัชตรังสี นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบกหรือ นพบ. ปี 1 กล่าวว่า ตนไม่เคยได้รับทุนมาก่อน การถูกคัดเลือกให้ได้รับทุนการศึกษาสมเด็จย่า 90 รู้สึกดีใจมาก สามารถนำมาจัดสรรเพื่อการใช้จ่ายต่างๆ ลดภาระคุณพ่อ คุณแม่ เมื่อได้มีโอกาสได้สัมผัสกับอาชีพพยาบาล นอกจากเป็นอาชีพที่ท้าทายแล้ว ยังเป็นอาชีพที่พิเศษที่ได้ทำเพื่อผู้อื่น ต้องขอบคุณความเมตตาของสมเด็จย่า ซึ่งเป็นแบบอย่าง และแรงบันดาลใจที่ทำให้ตนอยากจบไปเพื่อประกอบอาชีพพยาบาล เพื่อสามารถช่วยเหลือและทำเพื่อผู้อื่นเช่นกัน

นางสาวสศิมา สวดมาลัย นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีจังหวัดนนทบุรี ปี 3 ซึ่งได้รับทุนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1 กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจ และเป็นเกียรติที่ได้รับคัดเลือกให้ได้รับทุนการศึกษาสมเด็จย่า 90 ซึ่งเท่ากับว่าได้สานต่องานของพระองค์ท่าน ส่วนตัวใฝ่ฝันเป็นพยาบาลตั้งแต่เด็ก จากการที่ได้ไปเฝ้าคุณยายที่ป่วยหนัก ได้เห็นพยาบาลดูแลคุณยายอย่างดี เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้อยากทำอาชีพนี้ เพื่อดูแลและช่วยเหลือคนอื่น ซึ่งพบว่าทุกคำขอบคุณที่ได้รับจากผู้ป่วย ถือเป็นกำลังใจชั้นดีที่จะทำให้เราสามารถทำงานให้สำเร็จลุล่วง

มูลนิธิครอบครัวพอเพียง มอบรางวัลเกียรติยศ ครั้งที่ 14 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – มูลนิธิครอบครัวพอเพียง มอบรางวัลเกียรติยศ ครั้งที่ 14 (naewna.com)

มูลนิธิครอบครัวพอเพียง มอบรางวัลเกียรติยศ ครั้งที่ 14

มูลนิธิครอบครัวพอเพียง มอบรางวัลเกียรติยศ ครั้งที่ 14

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

มูลนิธิครอบครัวพอเพียง จัดพิธีมอบ “รางวัลเกียรติยศ” ครั้งที่ 14 โครงการครอบครัวพอเพียงสู่สถานศึกษาและชุมชน ประจำปีการศึกษา 2562 เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนครอบครัวพอเพียงมีจิตสำนึกในการเป็นจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวมในฐานะรากแก้วของแผ่นดิน ตลอดจนการสร้างเครือข่ายสมาชิกเยาวชนครอบครัวพอเพียงขยายไปยังเยาวชนในสถานศึกษาและในชุมชน
ภายใต้ชื่อ “ศูนย์ครอบครัวพอเพียง” ให้มีจิตอาสา น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติอย่างเข้าใจและยั่งยืน โดยมี ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี ณ ห้องประชุมอเนกประสงค์ อิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย โดยในปีนี้ได้มีการมอบรางวัลกว่า 479 รางวัล จากการคัดเลือกคณาจารย์และเยาวชนครอบครัวพอเพียงจำนวน 500 คนจาก 152 สถานศึกษา ทั้งนี้ โครงการได้จัดมอบ “รางวัลเกียรติยศ” ในสาขาต่างๆอาทิ รางวัลผู้บริหารสถานศึกษาตามศาสตร์ของพระราชาเป็นเลิศ, รางวัลครูดีศรีแผ่นดิน, รางวัลศูนย์ครอบครัวพอเพียงดีเด่น และ รางวัล Volunteer star แก่นักเรียน นักศึกษาเป็นต้น

อริยสิริ พิพัฒน์นรา ประธานกรรมการมูลนิธิครอบครัวพอเพียง กล่าวว่า“มูลนิธิครอบครัวพอเพียง ได้ดำเนินโครงการครอบครัวพอเพียงสู่สถานศึกษาและชุมชน จัดพิธีมอบ “รางวัลเกียรติยศ” ขึ้นทุกๆ ปีการศึกษา เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับผู้บริหารสถานศึกษา คณาจารย์และเยาวชนครอบครัวพอเพียง ให้ทุกๆ คน พร้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นหลักการในการดำเนินชีวิตและพัฒนาสังคม ตลอด 14 ปีที่ทางมูลนิธิทำโครงการมากมายก็เพื่อการส่งเสริมการพัฒนา มาจากรากแก้วของสังคมนั่นก็คือเยาวชน เราถึงพยายามสร้างเครือข่ายครอบครัวพอเพียงให้ได้มากที่สุด เพื่อการพัฒนาสังคมแบบถาวรและยั่งยืน”

ด้าน ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กในยุคดิจิทัลว่า “ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม ทุกอย่างเปลี่ยนไปตามโลกที่เราเรียกกันว่า ยุคดิจิทัลดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาคุณภาพชีวิตคือการวางแผนการเลี้ยงดู การวางแผนการศึกษา เริ่มจากการเลี้ยงดูให้เด็กอยู่กับธรรมชาติให้มาก อยู่กับการสร้างจินตนาการให้มาก พ่อแม่สอนศีลธรรมลูก เพื่อการพัฒนาสมองก่อนเข้ารับการศึกษา เมื่อเข้ารับการศึกษา ในทุกวันนี้ ดิฉันได้วางแบบแผน รากฐานให้กระทรวงศึกษาธิการ เน้นสอนเด็กยุคดิจิทัล ให้เกิดการพูด ฟัง อ่าน เขียน การวิเคราะห์ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา อย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดกระบวนการคิดอย่างมีตรรกะ มีการวางแผน โดยระบบทั้งหมดนี้จะทำให้เด็กมีกระบวนการเรียนรู้อย่างมีระบบ มีการวางแผนที่ถูกต้อง ทำให้เด็กรู้ตัวเองว่าชอบอะไร ถนัดอะไร เช่นถนัดวิทยาศาสตร์, ชอบเทคโนโลยี, สนใจนวัตกรรม, เก่งคอมพิวเตอร์ เป็นต้น การวางรากฐานเหล่านี้จะทำให้คุณภาพของเด็กไทยสามารถประสบความสำเร็จได้รวดเร็ว และสิ่งที่จะตามมานั่นก็คือ การมีคุณภาพชีวิตที่ดีครอบครัวที่ดี สภาพแวดล้อมที่ดี สังคมที่ดีทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง”

สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ จัดพิธีน้อมรำลึกฯ ‘วันพ่อแห่งชาติ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ จัดพิธีน้อมรำลึกฯ’วันพ่อแห่งชาติ’ (naewna.com)

สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ จัดพิธีน้อมรำลึกฯ'วันพ่อแห่งชาติ'

สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ จัดพิธีน้อมรำลึกฯ’วันพ่อแห่งชาติ’

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 20.31 น.

สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ จัดพิธีถวายพานพุ่มราชสักการะ พิธีถวายบังคม และพิธีจุดเทียนน้อมรำลึกฯ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ

4 ธันวาคม 2563 ​สถานกงสุลใหญ่ ณ เมือมุมไบจัดพิธีเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2563 ณ โรงแรม Taj Palace เมืองมุมไบ 

โดยมีนายธนวัต ศิริกุล กงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ เป็นประธาน และมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานทีมประเทศไทย คู่สมรส รวมถึงประชาชนชาวไทยที่พำนักอยู่ในเมืองมุมไบ และเมืองใกล้เคียงในเขตอาณ ารวม 50 คน เข้าร่วมพิธีถวายพานพุ่ม พิธีถวายบังคมต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และพิธีจุดเทียนน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

​ภายในงาน มีการจัดตั้งโต๊ะประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมเครื่องทองน้อย และพานพุ่มสักการะ พร้อมด้วยโต๊ะประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ พานพุ่มสักการะ และประดับธงชาติ และธงพระปรมาภิไธย วปร. เพื่อแสดงความจงรักภักดี

​พร้อมกันนี้ ได้จัดนิทรรศการพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจในการพัฒนาประเทศของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยนิทรรศการพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนิทรรศการการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร  โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ

​นอกจากนี้ ในวันที่ 4 ธันวาคม 2563 สถานกงสุลใหญ่ฯ จัดกิจกรรมจิตอาสา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยบริจาคทุนทรัพย์เพื่อเลี้ยงอาหารกลางวันสำหรับเด็กเร่รอนในเมืองมุมไบ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ ณ มูลนิธิ Vatsalya Foundation เมืองมุมไบ

ทั้งนี้ การจัดพิธีฯ ดังกล่าว เน้นการรักษาความสมดุลระหว่างการถวายพระเกียรติยศ การน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และการกำหนดขั้นตอนพิธีการที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และข้อกำหนดเรื่องการรักษาระยะห่างทางสังคมและมาตรการด้านสุขอนามัย การจำกัดจำนวนคน เพื่อการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ของทางการอย่างเคร่งครัด 

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงาน ‘เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงาน ‘เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563’ (naewna.com)

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  เสด็จฯ ทรงเปิดงาน ‘เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563’

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงาน ‘เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563’

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 20.03 น.

4 ธันวาคม 2563 เวลา 17.15 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563” ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถนายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยเฝ้ารับเสด็จฯและทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัย

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาทรงเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายของที่ระลึก และเข้ารับพระราชทานเข็มที่ระลึกงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2563” พร้อมกราบบังคมทูลกล่าวสำนึกในพระกรุณาธิคุณจากนั้นทรงโปรดให้ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ในการจัดงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563 พร้อมทอดพระเนตรการแสดงจินตลีลาโดยศาลาเฉลิมกรุง

จากนั้นสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรมหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ  สยามบรมราชกุมารี  และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาทรงพระดำเนินไปยังบริเวณที่เปิดงานฯ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรมหาวชิราลงกรณวรราชภักดี  สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ  สยามบรมราชกุมารี  ทรงตัดแถบแพรเปิดงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ)2563”เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการพันธกิจมูลนิธิฯร้านค้าพึ่งพา ร้านพระบรมวงศานุวงศ์โครงการกำลังใจ ในพระดำริฯ โรงครัวพระราชทานจากนั้นเสด็จประทับรถไฟฟ้า ทอดพระเนตร ร้านสมาคมแม่บ้านเหล่าทัพ และร้านค้ารับเชิญต่างๆ ภายในบริเวณงานฯ แล้วจึงเสด็จพระราชดำเนินกลับ

งาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563” ถือเป็นครั้งที่ 8 และเพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศสามารถเข้าชมงานได้ตลอดเวลา จึงแบ่งการจัดงานเป็น 2 รูปแบบ คือ รูปแบบออนกราวนด์ เที่ยวชมงานในสถานที่จริง ท่ามกลางความร่มรื่นและสวยงามของต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ บริเวณสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เป็นเวลา 5 วัน ระหว่างวันที่ 4-8 ธันวาคม 2563  โดยมีทางเข้าหลัก (Gate Way) ถ.กำแพงเพชร 4 และรูปแบบออนไลน์เสมือนจริงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Virtual Event)  เป็นเวลา 10 วัน ระหว่างวันที่ 4-13 ธันวาคม 2563  ผ่าน http://www.เพื่อนพึ่งพา.com

ผู้เข้าชมงานสามารถเลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ  เลือกอิ่มอร่อยจากร้านค้า ได้ทั้งที่สถานที่จัดงานฯ และสั่งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ได้ทาง Shopee และสั่งซื้ออาหารได้จาก Lineman  และ “Wongnai” รวมถึงร่วมชมการแสดงคอนเสิร์ตในรูปแบบของ Virtual Concert 25 ปี เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ผ่านทาง http://www.เพื่อนพึ่งพา.com โดยรายได้จากการจัดงานนำเข้าสมทบทุน มูลนิธิอาสา เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธฯ ต่อไป

กิจกรรมที่น่าสนใจภายในงาน (Key Highlight) อาทิ การจัดนิทรรศการของมูลนิธิฯ ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างครบวงจรและยั่งยืน,  ชมและถ่ายรูปกับสิ่งของที่บรรจุถุงยังชีพพระราชทานในรูปแบบ Sculpture สวยงามและร่วมแพคถุงยังชีพพระราชทานถ่ายรูปเป็นที่ระลึก, ชมและอุดหนุนสินค้าที่ระลึก “ร้านพึ่งพา” คอลเลคชั่น “น้ำพึ่งเรือ” ที่ออกแบบโดย ม.ล.จิราธร จิรประวัติ  เป็นลายพิเศษ ทันสมัย เหมาะสมกับสถานการณ์ New Normal  พร้อมกับอุดหนุนสินค้าผลิตภัณฑ์ยั่งยืนจากชุมชนผู้ประสบภัย และสินค้าจาก 20 ชุมชนเครือข่ายเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เช่น ผ้าตีนจก ผ้าคราม, ผ้าทอเมืองน่าน, ผ้าฝ้ายทอมือไทยพวน (จ.สุโขทัย), ผ้าฝ้ายย้อมคราม (จ.สกลนคร), เสื้อผ้ากระเหรี่ยงเครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลง, ชาห้วยน้ำกืน และกาแฟปางงุ้ง ฯลฯ

ชมการออกร้านพระบรมวงศานุวงศ์    อาทิ  ไตรโครงการ, มูลนิธิโครงการหลวง, โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา, ดอยคำ, ภูฟ้า, โครงการซแรย์ อทิตยา, วังเลอดิส,  มูลนิธิ ณภาฯ,  มูลนิธิจุฬาภรณ์ “ถักร้อย-สร้อยรัก”, มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า,  มูลนิธิเพชรรัตน์-สุวัทนา (วังรื่นฤดี), โครงการกำลังใจในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาฯ, มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเมนูพิเศษ “ตับบดเสวย” สูตรประทานจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และจับจ่ายซื้อสินค้าของร้านสมาคมภริยาและแม่บ้านเหล่าทัพ   ร้านค้าเครือข่ายของมูลนิธิฯ และร้านค้าอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ สภาพัฒนาชุมชน, เครือสหพัฒน์, มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา, เมืองไทยประกันภัย, King Power,สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย, Central,The Mall, CP,Big C 

อิ่มอร่อยกับอาหารหลากหลายร้านดัง พิเศษกับ “ไอศกรีม ณภาฯ” ไอศกรีมสูตรพิเศษที่ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถันจนได้ไอศกรีมที่หอมหวานรสชาติกลมกล่อม และในปีนี้เช่นเคยกับ Signature ไอศกรีมรสกะทิอัญชันมะพร้าวน้ำหอม และไอศกรีมสีม่วงอมฟ้า เอกลักษณ์เฉพาะของ ณภาฯ ซึ่งเป็นรสชาติที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี  กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระราชทานพระวินิจฉัยในการปรุงสูตรด้วยพระองค์เอง  มาจำหน่ายให้ได้ลิ้มลองกันในงาน  รวมทั้งอาหารและขนมจากโรงแรมชั้นนำและร้านเชลล์ชวนชิมกว่า 13 ร้านค้า อาทิ โตเป็ดย่างบางโพ โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ, ขนมไทยแม่จิรา, ส้มตำปาหนัน, หมูสะเต๊ะจึงอังลัก, พระรามสีเจ๊กใหม่กาแฟโบราณ และร้านค้าอื่นๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้ ขอเชิญชวนร่วมกิจกรรมพิเศษ วันที่ 6 ธันวาคม 2563 ชม Virtual Concert 25 ปี เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ผ่านทาง http://www.เพื่อนพึ่งพา.com ที่รวบรวมศิลปิน ดารา นักแสดง จากหลายค่าย อาทิ ป๊อด-โมเดิร์นด็อก, จ่อยไมค์ทองคำ,  นัท ไมค์ทองคำ, บิ๊กเอ็ม และ ฮาน่า จากช่อง 7 HD รวมทั้ง มินท์ และ แจ็คกี้ จากช่อง 3 HD  เป็นต้น  และยังมีการบรรเลงเพลงจากวงดุริยางค์ทหารบก วงดุริยางค์ทหารเรือ วงดุริยางค์ทหารอากาศ และวงดุริยางค์ตำรวจวงสุนทราภรณ์ และวงเฉลิมราชย์  เป็นต้น

‘Sam Smith’ แรงไม่มีแผ่ว!! ทำเพลงใหม่ ‘Kids Again’ ฮิตติดชาร์ตในประเทศไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘Sam Smith’ แรงไม่มีแผ่ว!! ทำเพลงใหม่ ‘Kids Again’ ฮิตติดชาร์ตในประเทศไทย (naewna.com)

‘Sam Smith’ แรงไม่มีแผ่ว!! ทำเพลงใหม่  ‘Kids Again’ ฮิตติดชาร์ตในประเทศไทย

‘Sam Smith’ แรงไม่มีแผ่ว!! ทำเพลงใหม่ ‘Kids Again’ ฮิตติดชาร์ตในประเทศไทย

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ทำเอาเพลงฮิตเมื่อปี 2014 อย่าง “I’m Not he Only One” ของศิลปินท็อปฟอร์มระดับโลก Sam Smith กลับมาเปรี้ยงปังชั่วข้ามคืนอีกครั้ง หลัง ทอม-อิศรา และ กระแต อาร์สยาม ร่วมโชว์พลังเสียงคู่กันผ่านรายการ “The Wall Song ร้องข้ามกำแพง” ส่งผลความปังต่อเนื่องให้เพลง “Kids Again” เพลงใหม่สไตล์ร็อกบัลลาดจากอัลบั้มใหม่ ล่าสุด “Love Goes”เข้าอันดับชาร์ตเพลงในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย

ซึ่ง “Kids Again” ถือว่าเป็นอีกเพลงโปรดของใครหลายคนยิ่งฟังก็ยิ่งเพราะแถมยังเป็นซาวนด์ที่พวกเราไม่เคยเห็น Sam Smith ทำมาก่อนประกอบกับเสียงร้องอันโหยหวนชวนให้นึกถึงวันเก่าๆ ซึ่งหนึ่งในผู้ร่วมแต่งเพลงคือ Ryan Tedder แห่ง OneRepublic เพลงดังกล่าวถูกปล่อยออกมาพร้อม MV พูดถึงการมองย้อนกลับไปในอดีตสมัยที่ แม่แซม ยังเป็นเด็ก รักสนุก และได้เรียนรู้ชีวิตจากอดีตของตัวเองถ่ายทำที่ Brighton Palace Pier สวนสนุกติดทะเลในประเทศอังกฤษ ที่สามารถสัมผัสถึงภาพความสนุกสนานในวัยเยาว์ผสมกับความเหงาเบาๆ อีกหนึ่งเพลงบัลลาดฟังสบายจาก Sam Smith ที่จะทำให้ทุกคนต้องหลงใหลจนต้องกลับไปฟังซ้ำอย่างแน่นอน

‘เป้ แซ็ก’ ลุยงานเดี่ยวค่าย ‘เมลอดิก คอนเนอร์’ ดึง ‘พีค-ภัทรศยา’ เล่นเอ็มวีเพลงแรก ‘ยิ้มหาย’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘เป้ แซ็ก’ ลุยงานเดี่ยวค่าย ‘เมลอดิก คอนเนอร์’ ดึง ‘พีค-ภัทรศยา’ เล่นเอ็มวีเพลงแรก ‘ยิ้มหาย’ (naewna.com)

‘เป้ แซ็ก’ ลุยงานเดี่ยวค่าย ‘เมลอดิก คอนเนอร์’  ดึง ‘พีค-ภัทรศยา’ เล่นเอ็มวีเพลงแรก ‘ยิ้มหาย’

‘เป้ แซ็ก’ ลุยงานเดี่ยวค่าย ‘เมลอดิก คอนเนอร์’ ดึง ‘พีค-ภัทรศยา’ เล่นเอ็มวีเพลงแรก ‘ยิ้มหาย’

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ถึงเวลาลุยงานเดี่ยวเต็มตัว สำหรับ PAE SAX (เป้ แซ็ก) หรือ เป้-ไพสิฐ คำกลั่น หลังจากประกาศพักวงเดิม ก็ขอเดินหน้าในฐานะศิลปินใหม่ค่าย เมลอดิก คอนเนอร์ ในเครือ Muzik Move (มิวซิกมูฟ) กับซิงเกิ้ลแรกในชีวิต ยิ้มหาย (Lost smile) ในอีพีอัลบั้ม “Confession” กับแนวดนตรีแจ๊สพร้อมกับแซกโซโฟนคู่ใจ 

โดยที่มาของเพลง ยิ้มหาย (Lost Smile) เกิดขึ้นจากไอเดียของ ฟองเบียร์ มีความคิดว่า ถ้าเจอคนคนหนึ่งที่อยู่สภาวะที่รอยยิ้มของเขาหายไป จนทำให้สังเกตได้ว่ามีอะไรที่เลวร้ายเกิดขึ้นกับเขาจนทำให้เขาคนนั้นไม่มีความสุข เหมือนกับว่ารอยยิ้มเป็นสิ่งที่ถ้าหายไปแล้วมันเหมือนจุดที่แย่ที่สุดในชีวิตคนคนหนึ่งราวกับว่ารอยยิ้มเป็นสิ่งที่บ่งบอกความสุขได้มิวสิกวีดีโอได้เพื่อนสนิทอย่าง พีค-ภัทรศยา มาแสดงเป็นสาวสวยที่มาดูดนตรีวงวงหนึ่งในบาร์แจ๊ส ซึ่งเธอเคยมีความสัมพันธ์กับนักร้องในบาร์นี้มาก่อน และเธอก็เคยมีรอยยิ้มที่สดใสจนวันหนึ่งเธอดูเปลี่ยนไป ไม่มีรอยยิ้มเหมือนเคยและร้องไห้ออกมา เหมือนกับว่าเขาคนนั้นขโมยรอยยิ้มที่เป็นความสุขของเธอไปด้วย ไฮไลท์ของอีพีอัลบั้ม“Confession” ประกอบด้วยเพลงร้องเพลงแรก ยิ้มหาย (Lost Smile) ซึ่งยังได้รวบรวมเพลงฮิตของมิวซิกมูฟมาทำใหม่ในสไตล์ดนตรีบรรเลงผสานกับเสียงแซกโซโฟนนุ่มๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลง เตลิด จาก วง Zeal (ซีล) ที่นำมาทำใหม่ในรูปแบบNeo Soul, เพลง เข้าข้างตัวเอง (อีกแล้ว)จากวง ETC. (อีทีซี) ที่ทำเป็นรูปแบบ JazzChilling รวมทั้งอีกหลายๆ เพลงดัง ไม่ว่าจะเป็น ถ้าฉันเป็นเขา (วง อินดิโก้), ดีใจด้วยนะ (อิ้งค์-วรันธร), จีบ…(MayI?) (แหนม-รณเดช) และ เมื่อคืน (วง Season Five feat. The Parkinson) นำมาทำใหม่ให้เป็นเพลงบรรเลงที่ฟังง่ายและไพเราะ หลากหลาย ให้เหมาะกับทุกๆ วัน ในทุกห้วงอารมณ์ของคนฟัง

ยอมตกเป็นทาส ‘เป้-อารักษ์’ เอาใจคนคลั่งรัก ปล่อยเพลงใหม่ล่าสุด ‘หมา’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ยอมตกเป็นทาส ‘เป้-อารักษ์’ เอาใจคนคลั่งรัก ปล่อยเพลงใหม่ล่าสุด ‘หมา’ (naewna.com)

ยอมตกเป็นทาส ‘เป้-อารักษ์’ เอาใจคนคลั่งรัก  ปล่อยเพลงใหม่ล่าสุด ‘หมา’

ยอมตกเป็นทาส ‘เป้-อารักษ์’ เอาใจคนคลั่งรัก ปล่อยเพลงใหม่ล่าสุด ‘หมา’

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ถือเป็นอีกหนึ่งศิลปินที่ยังคงเดินหน้าทำผลงานเพลงใหม่ๆ ให้แฟนๆ ฟังไม่ขาดสาย สำหรับศิลปินมากความสามารถอย่าง “เป้-อารักษ์” (Pae Arak) หรือ “เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ” สังกัดค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก)หลังจากปล่อย 2 เพลงโดนใจจากEP Album ชุดใหม่ล่าสุด “BIG” ไม่ว่าจะเป็น “เห็นหน้าเธอฉันเจอแต่ปัญหา” และ “เพื่อนที่ทำงาน” เรียกน้ำย่อยพร้อมกวาดกระแสตอบรับจากแฟนๆ ไปอย่างดีเยี่ยม ล่าสุดหนุ่มเป้ กลับมาปล่อยเพลงใหม่สไตล์กวนส่งท้ายปีอย่าง “หมา” เอาใจคนคลั่งรักที่ยอมตกเป็นทาสแต่โดยดี

โดยเพลง “หมา” เป้ได้แรงบันดาลใจมาจากการเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือสุนัขจรจัด จนเกิดเป็นความผูกพัน จึงนำเอาความรู้สึกนั้นมาเขียนเป็นเพลงรักเนื้อหาสุดกวน ที่เปรียบเทียบความสัมพันธ์ของคนที่ยอมได้ทุกอย่างจนเหมือน “น้องหมา” ที่จงรักภักดีกับเขาผู้เป็น “เจ้าของหัวใจ” ยอมเดิน ยอมคลานตามใจสั่ง ซึ่งทำนองเพลงนี้ เป้ตั้งใจถ่ายทอดจังหวะแบบ Blues ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เป้ได้ลองทำดนตรีแบบนี้ด้วย นอกจากนั้น เป้ยังได้เพื่อนมือกีตาร์คู่ใจอย่าง “อัด-วงวริศ จาก The Pisat Band” มาช่วยออกแบบท่อนโซโล่กีตาร์ รวมถึงได้ “บิ๊ก-ภานุวัฒน์ พืชกสิชลพสุธา” หรือ “บิ๊กจาก The Pisat Band” มานั่งแท่นโปรดิวเซอร์ควบคุมทุกขั้นตอน ทำให้เพลงนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ในส่วนของมิวสิกวีดีโอเพลงนี้เป้ขอโชว์ฝีมือขั้นสุด ด้วยการลงมือกำกับเองทุกขั้นตอน รวมไปถึงการถ่ายทำที่เป้ตั้งใจเล่าเรื่องผ่าน Dog’s eye viewให้ความรู้สึกสมจริง ในมุมมองแบบน้องหมาที่เฝ้ามองเจ้าของอันเป็นที่รักด้วย นอกจากนั้นยังได้แขกรับเชิญสุดพิเศษอย่าง “มิเรียมศรพรหมมาศ” มาร่วมเซอร์ไพรส์ในมิวสิกวีดีโอด้วย