สสส.ส่งเสริมถนนคนเดินปาย เที่ยวสนุก สุขใจ ปลอดภัย ปลอดโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สสส.ส่งเสริมถนนคนเดินปาย เที่ยวสนุก สุขใจ ปลอดภัย ปลอดโควิด-19 (komchadluek.net)

สสส.ส่งเสริมถนนคนเดินปาย เที่ยวสนุก สุขใจ ปลอดภัย ปลอดโควิด-19

สสส.ส่งเสริมถนนคนเดินปาย เที่ยวสนุก สุขใจ ปลอดภัย ปลอดโควิด-19

5 ธันวาคม 2563 – 13:39 น.

สสส.ส่งเสริมถนนคนเดินปาย เที่ยวสนุก สุขใจ ปลอดภัย ปลอดโควิด-19

ว่าที่ร้อยตรีนพรัตน์ ศุภกิจโกศล นายอำเภอปาย ร่วมด้วย นายอรรคเดช ตาปราบ นายกเทศมนตรีตำบลปาย ดร.ณัจยา แก้วนุ้ย ผู้แทนจาก สสส. ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปาย ผู้แทนสาธารณสุขอำเภอปาย ผู้แทนสภ.ปาย ตำรวจท่องเที่ยว ชมรมผู้ประกอบการถนนคนเดินปาย และส่วนราชการได้ร่วมเปิดกิจกรรมโครงการจัดระเบียบการจำหน่ายสินค้าในที่สาธารณะและส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีใหม่ ประจำปี 2563 “ถนนคนเดิน ปลอดเหล้าปลอดบุหรี่ ปลอดโฟม ลดการใช้ถุงพลาสติก ด้วยมาตรการโตวิด 19″  

สสส.ส่งเสริมถนนคนเดินปาย เที่ยวสนุก สุขใจ ปลอดภัย ปลอดโควิด-19

ในช่วงระยะเวลาเกิดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด 19 ถนนคนเดินปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับผลกระทบด้านการท่องเที่ยวและต้องหยุดกิจกรรมต่างๆ ลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากทางรัฐบาลสามารถดำเนินการควบคุมป้องกันได้แล้ว ถนนคนเดินปาย จึงได้กลับมาฟื้นฟูด้านการท่องเที่ยวอีกครั้งในรูปแบบวิถีใหม่ (New Normal) ซึ่งทางโครงการส่งเสริมอาหารปลอดภัย “อร่อยได้ ไร้แอลกอฮอล์” สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ให้การส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ เช่น การอบรมให้ความ รู้เรื่องการป้องกันโรคไวรัสโควิด 19 การลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (MOU) ระหว่างชมรมผู้ประกอบการถนนคนเดินปาย  หน่วยงานภาครัฐ และ สสส. เชิงนโยบายในการรณรงค์ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ในพื้นที่สาธารณะ ปลอดภาชนะโฟมและถุงพลาสติกบรรจุอาหาร และการรณรงค์เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ การประกวด ร้านอาหารอร่อย สะอาด ปลอดภัย ถูกหลักสุขภิบาลอาหาร ได้แก่  ร้านน้องเบส  ร้านไก่ตะใคร้ ข้าวก่ำอ้อยควั่น ร้านชิกเก้นมาซาร่า ร้านSpecial Healthy

สสส.ส่งเสริมถนนคนเดินปาย เที่ยวสนุก สุขใจ ปลอดภัย ปลอดโควิด-19

โดยมีกลุ่มจิตอาสาร่วมทำความสะอาด ล้าง พื้นถนนคนเดินปาย เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมต่างๆได้รับความร่วมมือด้วยดีจากชมรมผู้ประกอบการถนนคนเดินปาย เพื่อการจัดระเบียบการจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ พ.ศ. 2550 โดยกำหนดพื้นที่ผ่อนผันจำหน่ายสินค้า เพื่อสร้างรายได้ภาคครัวเรือน และขับเคลื่อนให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี ด้วยโภชนาการคุณภาพที่ดีของอาหาร เครื่องดื่ม สร้างการรับรู้และความเข้าใจ ส่งเสริมอาหารพื้นบ้าน อาหารท้องถิ่น วิถีชีวิต ศิลปะ วัฒนธรรม ซึ่ง เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างบรรยากาศแห่งการท่องเที่ยวถนนคนเดินปาย 
 “ทาง สสส. ได้เข้ามาร่วมส่งเสริมท่องเที่ยวถนนคนเดินปาย ปลอดภัย ปลอดเหล้า ปลอดโฟมบรรจุอาหาร ตั้งแต่ปี 2551 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้มาพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง เราได้ประสานกับหน่วยงานด้านสาธารณสุข เทศบาลตำบลปาย  มีการอบรมให้ความรู้ความเข้าใจและการป้องกันการแพร่ระบาด ทั้งนี้ขอฝากพี่น้องชาวปาย ให้ช่วยกันอนุรักษ์ และรักษาถนนคนเดินปายไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ได้เดินทางมาเที่ยวและหลงไหลมนต์เสน่ห์ของปายไปตราบนานเท่านาน” คำกล่าว ดร.ณัจยา แก้วนุ้ย ผู้จัดการโครงการอาหารปลอดภัยฯ

เบื้องลึก ‘สะสมทรัพย์’ เปลี่ยนผู้เล่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เบื้องลึก’สะสมทรัพย์’เปลี่ยนผู้เล่น (komchadluek.net)

เบื้องลึก’สะสมทรัพย์’เปลี่ยนผู้เล่น

 เบื้องลึก'สะสมทรัพย์'เปลี่ยนผู้เล่น

5 ธันวาคม 2563 – 16:51 น.

สาวลึก “สะสมทรัพย์” จากรุ่นปู่วัย 93 สู่รุ่นหลาน นครปฐมเปลี่ยน “บ้านใหญ่” ก็ต้องปรับตัว

++
    เลือกตั้งนายก อบจ.เมืองเจดีย์ใหญ่ ปีนี้ ไม่เหมือน 7-8 ปีที่แล้ว เพราะสมัยโน้นสู้กัน 2 ขั้ว “บ้านใหญ่สะสมทรัพย์” กับ “กลุ่มไม่เอาบ้านใหญ่” นำทีมโดยพรศักดิ์ เปี่ยมคล้า อดีต ส.ส.นครปฐม และเจ้าของคอกม้าชื่อดังแห่ง อ.ดอนตูม 
    ตัวแทนบ้านใหญ่คือ พเยาว์ เนียะแก้ว อดีตนายก อบจ.นครปฐม 3 สมัย แต่ปีนี้ บ้านใหญ่เปลี่ยนตัวผู้เล่น จากพเยาว์ เป็นลูกชายคนโตของไชยา สะสมทรัพย์
    มาวันนี้ ภูมิทัศน์การเมืองนครปฐมเปลี่ยน เมื่อพรรคอนาคตใหม่หรือพรรคก้าวไกล เบียดแทรกเข้ามาเป็น ส.ส.ได้ 2 เขต ก่อนจะเหลือ 1 เขต หลังการเลือกตั้งซ่อมเขต 5

++
บ้านใหญ่สะสมทรัพย์
++
    วันที่ 3 ธ.ค.2563 เป็นวันเกิดของ ประเสริฐ สะสมทรัพย์ อดีตนายกสโมสรโรตารี นครปฐม และอดีตนายกสมาคมอึ้งศรี นครปฐม ครบรอบ 93 ปี ผู้ปั้นลูกชาย 4 คนเป็นรัฐมนตรี และ ส.ส.นครปฐม
    “ประเสริฐ” ก่อร่างสร้างอาณาจักรธุรกิจ ในนามบริษัทกลุ่ม 79 เริ่มก่อตั้งด้วยการวิ่งรถสิบล้อ และเปลี่ยนมาทำธุรกิจรถทัวร์สาย 79 รวมถึงธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ค้าวัสดุก่อสร้าง โกดังข้าว และบริหารสนามกอล์ฟหรูระดับโลก

 เบื้องลึก'สะสมทรัพย์'เปลี่ยนผู้เล่น

               ประเสริฐ และลูกชาย(เผดิมชัย ไชยยศ ไชยา และอนุชา) 

    สะสมทรัพย์ รุ่น 2 มองเห็นโอกาสของการรับงานกำจัดขยะ จึงได้เริ่มกิจการมาตั้งแต่ปี 2539 ในนามบริษัท วัสดุภัณฑ์ธุรกิจ จำกัด เป็นคู่สัญญากับกรุงเทพมหานคร (กทม.)
    สะสมทรัพย์ รุ่น 3 ที่ทำให้กิจการกำจัดขยะได้รับการพัฒนาขึ้นและได้รับการยอมรับจากสังคมคือ “หนึ่ง” จิรวัฒน์ สะสมทรัพย์  

 เบื้องลึก'สะสมทรัพย์'เปลี่ยนผู้เล่น

              จิรวัฒน์ สะสมทรัพย์

    อย่างไรก็ตาม สะสมทรัพย์คือ ตระกูลการเมือง เมื่อ “โหน่ง” พาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ น้องชายเป็น ส.ส.นครปฐมไปแล้ว แต่ “หนึ่ง” ก็วางแผนไว้ว่า หากคิดเล่นการเมือง ต้องเริ่มที่ท้องถิ่น
    เมื่อทายาท “เสี่ยอ้อน” ไชยา สะสมทรัพย์ ขอลงสนาม ในสังกัดกลุ่มชาวบ้าน พเยาว์ เนี้ยะแก้ว จึงต้องไปลงสมัครในนามกลุ่มพลังแผ่นดิน

++
สายลมเปลี่ยนทิศ
++
    ผลการเลือกตั้ง ส.ส.นครปฐม ปี 2562 ต้องใช้คำว่า “ล้มบ้านใหญ่” เมื่ออดีต ส.ส.สาย “สะสมทรัพย์” สอบตกเพียบ เหลือเพียง “เสี่ยโหน่ง” พาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ ที่คว้าชัยในเขต 2 
    ดีแต่ว่า มีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 นครปฐม เมื่อ 23 ต.ค.2562 ปรากฏว่า เผดิมชัย สะสมทรัพย์ พรรคชาติไทยพัฒนา กลับมาแก้มือได้สำเร็จ เอาชนะ ไพรัฎฐโชติก์ จันทรขจร พรรคอนาคตใหม่ ไปได้แบบขาดลอย
    การเลือกตั้งนายก อบจ.นครปฐม คนรุ่นใหม่อย่าง ชัชวาล นันทะสาร หรือ “หมอชัช” ผู้สมัครนายก อบจ.นครปฐม ที่ก่อตั้งกลุ่มปลุกนครปฐม ก็หวังได้กระแสธนาธร พาเข้าป้ายเหมือน ส.ส.ก้าวไกล   

 เบื้องลึก'สะสมทรัพย์'เปลี่ยนผู้เล่น

                        ครอบครัวสะสมทรัพย์ 3 รุ่น

    บังเอิญว่า บ้านใหญ่สะสมทรัพย์ มีรุ่นลูกรุ่นหลาน เป็นคนรุ่นใหม่ จึงปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง
    รวมถึง “หนึ่ง” จิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ ที่อาศัยฐานการเมืองเก่าของตระกูล มาผสมผสานกับวิสัยทัศน์ยุคดิจิตอล จึงเสนอนโยบายพัฒนานครปฐมอย่างเป็นระบบ
    สมัยก่อนแค่ “พเยาว์ เนี้ยแก้ว” ไปยื่นสมัครนายก อบจ. ก็ชนะไปครึ่งทางแล้ว แต่สมัยนี้ นครปฐมเปลี่ยน บ้านใหญ่ไม่เปลี่ยนก็เอวัง  

ลุยเชียงใหม่ ‘ตู่’ ไม่ถอย ฉีกจดหมาย ‘แม้ว’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ลุยเชียงใหม่’ตู่’ ไม่ถอย ฉีกจดหมาย ‘แม้ว’ (komchadluek.net)

ลุยเชียงใหม่’ตู่’ ไม่ถอย ฉีกจดหมาย ‘แม้ว’

ลุยเชียงใหม่'ตู่' ไม่ถอย ฉีกจดหมาย 'แม้ว'

5 ธันวาคม 2563 – 14:56 น.

การเมืองแบบเจ๊ๆ กระทบสัมพันธ์คนกันเอง “ตู่” ไม่สนจดหมายนายใหญ่ ขอแฉ “พิชัย” ปกป้อง “บุญเลิศ”

++
    หลังจดหมายน้อยของ ทักษิณ ชินวัตร โผล่มากลางศึกเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่ ทำให้สนามนี้เป็นที่สนใจของคนทั้งประเทศ
    หลายคนอาจคิดว่า เกมเทหมดหน้าตักของทักษิณ อาจหยุดเกมรุกของ “ตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ แต่เปล่าเลย ประธาน นปช.ยังเดินทางขึ้นไปปราศรัยช่วย “บุญเลิศ บูรณุปกรณ์” ในหลายอำเภอ ทั้งไชยปราการ, ฝาง, ดอยเต่า,ฮอด และจอมทอง ระหว่างวันที่ 6-7 ธ.ค.2563
    จตุพรจะไปย้ำประเด็นเดิมว่า บุญเลิศไม่ได้ทรยศต่ออุดมการณ์ ไม่ได้ทิ้งเพื่อไทย แถมด้วยเรื่องคดีบอส วรยุทธ์
    ด้านพรรคเพื่อไทย ได้ระดมอดีต ส.ส.ไปช่วย “พิชัย เลิศพงศ์อดิศร” หาเสียงกันคึกคัก นำทีมโดย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี

ลุยเชียงใหม่'ตู่' ไม่ถอย ฉีกจดหมาย 'แม้ว'

                     จตุพร เดินหน้าปราศรัยที่เชียงใหม่

++
สุนัย-จตุพร
++
    จะว่าไปแล้ว อดีต ส.ส.เพื่อไทย ที่ไปปราศรัยช่วย “สว.ก้อง” พิชัย เลิศพงศ์อดิศร ไม่มีใครกล้าวิพากษ์จตุพร หรือเล่นเรื่องส่วนตัวของบุญเลิศ
    แต่ผู้ที่เปิดแผลบุญเลิศ และจตุพร กลับเป็น “สุนัย จุลพงศธร” อดีต ส.ส.นครสวรรค์ ที่หนีคดีความมั่นคงไปอยู่สหรัฐฯ
    “สุนัย” ปักหลักจัดรายการวิเคราะห์การเมืองทางช่องยูทูบมานานแล้ว มีแฟนคลับสายฮาร์ดคอร์เยอะ เพราะสุนัยโจมตีสถาบันเบื้องสูงเป็นด้านหลัก
    สุนัยพยายามชี้เป้าว่า บุญเลิศไปสวามิภักดิ์กับ “ผู้กองธรรมนัส” ผู้ใหญ่ในพรรครู้ดี ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ บุญเลิศถูกกล่าวหาจากกองเชียร์เพื่อไทยมาตั้งแต่ช่วงเลือกตั้ง ส.ส.
    บุญเลิศคาดอยู่แล้วว่า จะต้องเจอการเล่นนอกเกม จึงได้ติดต่อให้จตุพร เดินทางมาปราศรัยช่วยเคลียร์เรื่องคนทรยศพรรคเพื่อไทย หรือทิ้งตระกูลชินวัตร
    จตุพรโถมใจกายแอ่นอกการันตีว่า บุญเลิศไม่ได้ทิ้งเพื่อไทย และไม่ได้ฝักใฝ่เผด็จการ เพียงแต่บุญเลิศเป็นคนมีน้ำใจ นักการเมืองพรรคไหนไปเชียงใหม่ บุญเลิศก็ให้การต้อนรับ
    ใครจะเชื่อตู่หรือไม่? ไม่รู้ แต่ “เจ๊ใหญ่” ที่อยู่แดนไกลไม่คิดแบบนี้แน่ 

++
การเมืองแบบเจ๊ๆ 
++
    คนเพื่อไทยอาจรู้สึกแปลกใจที่เห็นภาพ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ถี่มาก ในการหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่
    เวทีของเพื่อไทยที่ อ.จอมทอง อดีตนายกฯสมชาย ในฐานะ “เขยเชียงใหม่” ปราศรัยภาษาคำเมือง และอ่านจดหมายน้อยของทักษิณ ทุกตัวอักษร 

ลุยเชียงใหม่'ตู่' ไม่ถอย ฉีกจดหมาย 'แม้ว'

              สมชาย หาเสียงเป็นภาษาคำเมือง 

    คนทั่วไปอาจไม่รู้ว่า พิชัย หรือชูชัย หรือ “สว.ก้อง” เป็นคนที่ “สมชาย-เยาวภา” วางแผนปั้นพิชัยมาแต่เริ่มทำทีมฟุตบอลเจแอล เชียงใหม่(ปัจจุบันชื่อเชียงใหม่ ยูไนเต็ด) ให้พิชัยได้ใกล้ชิดกับคนเมือง 

ลุยเชียงใหม่'ตู่' ไม่ถอย ฉีกจดหมาย 'แม้ว'

             พิชัย หรือชูชัย เด็กปั้นเจ๊แดง

    ช่วงหนึ่ง สว.ก้องได้ขยับไปทำทีมเชียงใหม่ เอฟซี จนเป็นที่รู้จักของคอบอลทั้งประเทศ ตามสูตรลูกหนังนำการเมือง  
    จึงไม่น่าแปลกใจที่ทักษิณ ลงทุนเขียนจดหมายจากดูไบ ถึงเชียงใหม่ 

คู่เอกสงขลา ‘ผู้การชาติ-ไพเจน’ เดิมพันอนาคต ปชป. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คู่เอกสงขลา’ผู้การชาติ-ไพเจน’ เดิมพันอนาคต ปชป. (komchadluek.net)

คู่เอกสงขลา’ผู้การชาติ-ไพเจน’ เดิมพันอนาคต ปชป.

คู่เอกสงขลา'ผู้การชาติ-ไพเจน' เดิมพันอนาคต ปชป.

5 ธันวาคม 2563 – 12:33 น.

ศึก อบจ.ภาคใต้ คู่นี้คู่เอก “ผู้การชาติ” ค่ายบูรพาพยัคฆ์ ชน “ไพเจน” ค่าย ปชป.สงขลา คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    สังเวียนเลือกตั้งนายก อบจ.ภาคใต้ ต้องยกให้สงขลาเป็นสมรภูมิ “ท้องถิ่นในระดับชาติ” เพราะเป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคพลังประชารัฐ กับพรรคประชาธิปัตย์
    แม้ พปชร.จะมีมติไม่ส่งผู้สมัครนายก อบจ.ลงสนามในนามพรรค แต่โดยข้อเท็จจริง “ผู้การชาติ” พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ก็คือแม่ทัพใหญ่ พปชร.สายใต้
    ฉะนั้น “พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล” แห่งทีมสงขลาประชารัฐ กับ “ไพเจน มากสุวรรณ์” ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ จัดว่าเป็นคู่เอกของภาคใต้ 
    มวยคู่นี้มีเดิมพันสูง ยิ่งกว่าศึกโคชนเงินล้าน เพราะเดิมพันด้วยอนาคตของ ปชป.สงขลา 
    เนื่องจากศึกเลือกตั้ง ส.ส.ปีที่แล้ว ผู้การชาติ นำทีม พปชร.สงขลา กวาดเก้าอี้ ส.ส.ได้ 4 ที่นั่ง (จาก 8 ที่นั่ง) ส่วน ปชป.เหลือแค่ 3 ที่นั่ง

++
จอมยุทธ์สงขลา
++
    ปลายปี 2562 “ผู้การชาติ” พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล จับมือ “แอ๊ด คาราบาว” จัดคอนเสิร์ตคาราบาวมหากุศล 5 วัน 5 อำเภอเป็นการเปิดตัวผู้การชาติ ในชื่อทีมสงขลาประชารัฐ พร้อมคำขวัญ “อบจ.สีขาว”
    “ผู้การชาติ” เคยเป็นผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 5 (สงขลา) และผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 43 จังหวัดนราธิวาส จึงมีเพื่อนพ้องน้องพี่มากมาย รวมถึงแอ๊ด คาราบาว
    เมื่อถอดเครื่องแบบทหารมาสมัคร ส.ส.สงขลา ปี 2535 จึงได้รับเลือกตั้งแบบพลิกความคาดหมาย แม้สมัยต่อมา จะไม่ได้เป็นผู้แทนฯ ผู้การชาติก็ไม่เคยทิ้งงานการเมือง
    พลันที่จบภารกิจเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ผู้การชาติ จึงประกาศเดินหน้าหาเสียงเตรียมลงสมัครนายก อบจ.สงขลา ทันที
    ลองมาดูรายชื่อทีมผู้บริหาร อบจ.สงขลา ของผู้การชาติ ประกอบด้วย รองนายกคนที่ 1 เอกพงษ์ ยีหล๊ะ หรือ “อิหม่ามกิ๊บ” กรรมการมัสยิดควนลัง อ.หาดใหญ่ 
    รองนายกคนที่ 2 สาทร สิกกะ อดีตนายก อบจ.สงขลา เคยร่วมทีมผู้การชาติมาแต่สมัยทีมสงขลารักไทย และรองนายกคนที่ 3อมรรัตน์ ศรีสถิตวงศ์ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลสำนักขาม อ.สะเดา 
    ส่วนเลขานุการนายก อบจ.คือ สมชาย เล่งหลัก อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 5 ที่พ่าย ส.ส.เดชอิศม์ ขาวทอง และเป็นคนที่ผู้การชาติไว้ใจมากที่สุดคนหนึ่ง และณัชนาริชาต์ คชาทอง พี่สะใภ้ ส.ส.หนุ่ย-ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา เขต 7 พรรคภูมิใจไทย
    เหนืออื่นใด ผู้การชาติ-นักมวยสไตล์บ้านบ้าน ได้พี่เลี้ยงชื่อ ไพร พัฒโน อดีตนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ และหิมาลัย ผิวพรรณ 

คู่เอกสงขลา'ผู้การชาติ-ไพเจน' เดิมพันอนาคต ปชป.

++
สายเลือด ปชป.
++    
    ตัวแทนฝั่ง ปชป.คือ ว่าที่ร้อยตรี ไพเจน มากสุวรรณ์ ที่ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ แต่ตำแหน่งนายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา (ศิษย์เก่า มว. รุ่น 74) ซึ่งเป็นรุ่นพี่ นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย 2 ปี ก็การันตีคอนเนกชั่น มว.ที่ไม่ธรรมดา
    “ไพเจน” เป็นชาว ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 (ม.ศ.5) แล้วไปศึกษาต่อที่วิทยาลัยการชลประทาน และทำงานที่กรมชลประทานมาโดยตลอด เคยเป็นผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานขนาดใหญ่ รับผิดชอบงานก่อสร้างเขื่อน อ่างเก็บน้ำ ประตูระบายน้ำ และระบบส่งน้ำ และเกษียณอายุราชการในตำแหน่งรองอธิบดีกรมชลประทาน
    เมื่อวันที่ 26 ก.ค.2563 พรรคประชาธิปัตย์ สงขลา เปิดตัว “ไพเจน” ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.สงขลา โดยการสนับสนุนของ 4 ส.ส.สงขลาคือ นิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ,ถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม ,เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา เขต 5 และ พล.ต.ต สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.สงขลา เขต 8 

คู่เอกสงขลา'ผู้การชาติ-ไพเจน' เดิมพันอนาคต ปชป.


    สำหรับทีมผู้บริหารของไพเจน ประกอบด้วยรองนายก คนที่ 1 ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว อดีต ส.ส.สงขลา (ถาวร เสนเนียม ส่งเข้าประกวด)
    รองนายกคนที่ 2 อับดลรอหมาน กาเหย็ม อดีตรองนายก อบจ.สงขลา ยุค นิพนธ์ บุญญามณี เป็นนายก อบจ.สงขลา
    รองนายกคนที่ 3 “น้ำหอม” สุภาพร กำเนิดผล ภรรยา “นายกชาย” เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา ส่วนเลขานุการนายกฯ นิพัฒน์ อุดมอักษร นักธุรกิจชาวหาดใหญ่
    มวยคู่เอก “ผู้การชาติ” กับ “ไพเจน” ในนาทีนี้ หากประเมินผลโพลล์(ลับ) คู่คู่สูสีกันมาก   

 ปัจจัยชี้วัดว่าใครจะแพ้ หรือชนะ น่าจะอยู่ที่ “พี่เลี้ยงระดับชาติ” ของทั้งสองฝ่าย

“ธนกร” ผิดหวัง “เพื่อไทย” ไม่ร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ธนกร”ผิดหวัง “เพื่อไทย” ไม่ร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ (komchadluek.net)

“ธนกร”ผิดหวัง “เพื่อไทย” ไม่ร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์

"ธนกร"ผิดหวัง "เพื่อไทย" ไม่ร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์

5 ธันวาคม 2563 – 14:32 น.

“ธนกร”ผิดหวัง “เพื่อไทย” ไม่ร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ ลั่นเป็นทางออกตามหลักประชาธิปไตย ติง”ประเสริฐ”คดีบ้านพักหลวงจบแล้ว ชี้ผูกพันทุกองค์กร อย่าหวังแต่จะโหนกระแสม็อบไปวันๆ

5 ธ.ค.63  นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย มีมติไม่ส่งตัวแทนร่วมเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ว่า ตนรู้สึกผิดหวังที่พรรคเพื่อไทยไม่เข้าร่วม ทั้งๆ ที่ถือเป็นทางออกตามหลักประชาธิปไตยในการแก้ปัญหาให้กับประเทศ ซึ่งคณะกรรมการฯ ก็มาจากทุกฝ่าย มีความเป็นกลางแน่นอน อยากให้ทุกฝ่ายเห็นแก่ประเทศ 

ที่ผ่านมาเรามีประสบการณ์ของความขัดแย้ง นำมาซึ่งความเสียหายของประเทศมากมาย ตนไม่เข้าใจว่า ในเมื่อคณะราษฏรและพรรคร่วมฝ่ายค้านต่างออกมาเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตย แต่เมื่อจะใช้หลักประชาธิปไตยแก้ปัญหา กลับไม่ยอมเข้าร่วม ดังนั้น อยากให้พรรคเพื่อไทยทบทวนใหม่ อย่าให้บ้านเมืองต้องเดินไปสู่วิกฤตอีก ช่วยกันถอนฟืนออกจากไฟดีกว่า

นายธนกร กล่าวอีกว่า วันนี้ประเทศประสบปัญหาหลายอย่าง รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างเพื่อประคองให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ แต่ก็ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายด้วย ส่วนกรณีที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุว่า เตรียมหาข้อมูลรวมทั้งอาจจะยื่นอภิปรายปมบ้านพักหลวงของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น เมื่อศาลรัฐธรรมนูญตัดสินแล้วว่าไม่ผิด และผูกพันทุกองค์กร ก็ควรจบเรื่องนี้ได้แล้ว ไม่เช่นนั้นพรรคเพื่อไทยก็จะไม่ต่างอะไรกับคณะราษฏรที่ออกมาโจมตีศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งวันนี้มีการแจ้งความดำเนินคดีกรณีละเมิดอำนาจศาลไปแล้ว อยากให้พรรคเพื่อไทยกลับสู่เส้นทางที่นักการเมืองควรจะเป็น ไม่ใช่เห็นเด็กทำแล้วก็เอาอย่างบ้าง โหนกระแสม็อบไปกับเขาด้วย ช่วยกันยุติปัญหาโดยใช้กลไกรัฐสภาดีกว่า

ซูเปอร์โพล เผย “ราษฎร พอใจ ลุงตู่” ชี้ สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ไม่มีใครเหมาะสมกับตำแหน่งนายกฯแทน ” พล.อ.ประยุทธ์ ” ได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ซูเปอร์โพล เผย “ราษฎร พอใจ ลุงตู่” ชี้ สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ไม่มีใครเหมาะสมกับตำแหน่งนายกฯแทน ” พล.อ.ประยุทธ์ ” ได้ (komchadluek.net)

ซูเปอร์โพล เผย “ราษฎร พอใจ ลุงตู่” ชี้ สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ไม่มีใครเหมาะสมกับตำแหน่งนายกฯแทน ” พล.อ.ประยุทธ์ ” ได้

ซูเปอร์โพล เผย "ราษฎร พอใจ ลุงตู่" ชี้ สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ไม่มีใครเหมาะสมกับตำแหน่งนายกฯแทน " พล.อ.ประยุทธ์ " ได้

5 ธันวาคม 2563 – 12:08 น.

ซูเปอร์โพล เผย ผลสำรวจเรื่อง ราษฎร พอใจ ลุงตู่ พบว่าร้อยละ 80.1 ระบุ สถานการณ์การบ้านเมืองในขณะนี้ ไม่มีใครเหมาะสมกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้

5 ธ.ค.63 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง “ราษฎร พอใจ ลุงตู่” กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 2 – 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา 

เมื่อถามถึง เรื่องราวต่าง ๆ ที่กลุ่มราษฎร พอใจให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้นำ ต่อไป หลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินกรณีบ้านพักทหาร พบว่า

อันดับแรกที่เป็นส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.4 ระบุเรื่องการศึกษาของเด็กและเยาวชน กองทุนเสมอภาคการศึกษา

รองลงมาคือ ร้อยละ 85.2 ระบุ เรื่อง มลพิษและสิ่งแวดล้อม การพัฒนาคูคลองให้สะอาดเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้ชุมชน

ร้อยละ 84.6 ระบุ เรื่อง การค้ามนุษย์

ร้อยละ 83.5 ระบุ เรื่อง ยาเสพติด

ร้อยละ 83.4 ระบุ เรื่อง เศรษฐกิจของประเทศ

ร้อยละ 83.3 ระบุเรื่อง ภัยพิบัติต่าง ๆ

ร้อยละ 83.2 ระบุเรื่อง ปากท้อง เศรษฐกิจ ฐานราก

ร้อยละ 82.1 ระบุเรื่อง อาชญากรรม ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ ราษฎร

ร้อยละ 78.6 ระบุ เรื่อง ตอบสนองความต้องการกลุ่มย่อย ๆ ใน ม็อบ เช่น สิทธิของกลุ่ม LGBTQ เด็ก สตรี และคนกลุ่มน้อย ต่าง ๆ และ

ร้อยละ 76.4 ระบุ เรื่อง โควิดระบาดรอบใหม่ ตามลำดับ

ที่น่าสนใจ คือ เมื่อถามความเห็นของ กลุ่มราษฎร ต่อ นักการเมืองที่บริสุทธิ์ เหมาะสมกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในสถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้ พบว่า

ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 80.1 ระบุ ไม่มี ในขณะที่

ร้อยละ 19.9 ระบุว่า มี เช่น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ นายสุทิน คลังแสง เป็นต้น

ที่น่าพิจารณา คือ เมื่อถามความต้องการของ กลุ่มราษฎร ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ผู้นำเหล่าทัพ ผู้นำฝ่ายปกครอง ไปกางเต้นท์สนาม บัญชาการ ซ่อมแซมฟื้นฟูเยียวยา ความทุกข์ยาก เดือดร้อนของประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติ ในพื้นที่ที่เสียหายให้กลับสู่ปกติสุขโดยเร็วที่สุด พบว่า

ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.5 ต้องการ

ในขณะที่ เพียงร้อยละ 5.5 ไม่ต้องการ

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องตอบสนองความต้องการของกลุ่มราษฎรที่นายกรัฐมนตรีต้องถือธงนำในการจัดการประเทศในมิติทางสังคมเพื่อฟื้นฟูเยียวยาตอบโจทย์ตรงเป้าความต้องการของกลุ่มราษฎรควบคู่ไปกับมิติด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจเพื่อรักษาความเชื่อมั่นและความพึงพอใจอย่างรวดเร็วฉับไวด้วยข้อมูลที่วิเคราะห์จิต พิชิตใจ ตอบสนองที่เป็นรูปธรรมกุมหัวใจทุกกลุ่มเป้าหมายมากกว่าใช้วาทกรรมทางการเมืองที่กลุ่มราษฎรจับต้องไม่ได้ จึงเสนอให้นับจากวันนี้ไป เรื่องราวของกลุ่มราษฎรในมิติทางสังคม เช่น การปฏิรูปศึกษา กองทุนเสมอภาคการศึกษา ยาเสพติด ค้ามนุษย์ มลพิษและสิ่งแวดล้อม และสาธารณสุขของประชาชนน่าจะโดดเด่นขึ้นด้วยพลังสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายกลุ่มพลเมือง (Civil Society) ผ่านกลไกจิตอาสาทั้ง 77 จังหวัด ของประเทศ ผลที่ตามมาคือ เสาหลักของชาติน่าจะได้รับการเสริมความแข็งแกร่งจากกลุ่มราษฎรมากขึ้นไปอีกได้ไม่ยากนัก

ซูเปอร์โพล เผย "ราษฎร พอใจ ลุงตู่" ชี้ สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ไม่มีใครเหมาะสมกับตำแหน่งนายกฯแทน " พล.อ.ประยุทธ์ " ได้

“พิชัย” ลงพื้นที่ ช่วย “ส.ว.ก๊อง” หาเสียง อบจ.เชียงใหม่ ชู 7 แนวทางช่วย SMEs #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“พิชัย” ลงพื้นที่ ช่วย “ส.ว.ก๊อง ” หาเสียง อบจ.เชียงใหม่ ชู 7 แนวทางช่วย SMEs (komchadluek.net)

“พิชัย” ลงพื้นที่ ช่วย “ส.ว.ก๊อง ” หาเสียง อบจ.เชียงใหม่ ชู 7 แนวทางช่วย SMEs

"พิชัย" ลงพื้นที่ ช่วย  "ส.ว.ก๊อง " หาเสียง อบจ.เชียงใหม่ ชู 7 แนวทางช่วย SMEs

5 ธันวาคม 2563 – 10:20 น.

“พิชัย” ช่วย “พิชัย” หรือ ส.ว.ก๊อง หาเสียง อบจ. เชียงใหม่ เสนอ 7 แนวทางช่วย SMEs และ แนวทางพัฒนาเชียงใหม่ใหม่ ขอ ชาวเชียงใหม่เลือก เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ ได้ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง นายก อบจ. ให้กับ  นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร อดีต สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเชียงใหม่ เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย โดยได้พบและรับฟังปัญหาจากตัวแทนภาคเอกชน อาทิ สตรีนักธุรกิจแห่งประเทศไทย จ. เชียงใหม่, ตัวแทนหอการค้า จ. เชียงใหม่, ตัวแทนศิษย์เก่าโรงเรียนดาราวิทยาลัย และประชาชนชาว จ. เชียงใหม่ ที่ตึกยูนิเซิร์ฟ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่โดยนายพิชัย ได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา SMEs ในภาพรวม 7 ข้อ คือ

1. รัฐบาลต้องคิดแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในภาพรวมโดยต้องคิดทุกด้าน ไม่ใช่คิดแค่เรื่องเล็กๆ เช่น การที่รัฐบาลหวังเพียงแค่ “คนละครึ่ง” และ “เราเที่ยวด้วยกัน” จะไม่สามารถฟื้นเศรษฐกิจได้จริง และจะทำให้หลงทาง เพราะ 2 นโยบายดังกล่าว แม้ประชาชนจะเห็นด้วยเพราะประชาชนกำลังลำบากกันมาก แต่ผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและผลต่อจีดีพีจะมีน้อยมาก และจะไม่สามารถฟื้นเศรษฐกิจได้จริง เป็นแค่การชะลอความนิยมที่ตกต่ำอย่างหนักของรัฐบาลเท่านั้น ดังนั้นการที่รัฐบาลโต้แบงก์ชาติว่าเศรษฐกิจไตรมาส 4 ไม่ได้แผ่วตามที่แบงก์ชาติเตือนโดยอ้าง 2 นโยบายนี้จึงไม่น่าจะถูกต้อง

2. ในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่มาตลอด และ มาซ้ำเติมด้วยวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด รัฐบาลจะต้องเร่งให้ซอฟต์โลน 1 ล้านล้านบาท ดอกเบี้ย 0% ช่วยเหลือภาคธุรกิจ SMEs  ซึ่งรวมถึง อุตสาหกรรม และ ท่องเที่ยวด้วย เพื่อให้ประคองธุรกิจไปได้ และต้องรักษาการจ้างงาน เพื่อแก้ปัญหาการว่างงานและรัฐบาลเองอาจจะสนับสนุนบางส่วนในการจ้างงานด้วย ทั้งนี้จะต้องเลือกด้วยว่าธุรกิจใดจะรอดพ้นและสามารถฟื้นตัวได้หลังโควิด เพราะหลายธุรกิจอาจจะต้องปิดตัวอยู่แล้วจากภาวะ disruption ของโลก โดยรัฐบาลต้องรับผิดชอบในกรณีที่เกิดหนี้เสีย มิเช่นนั้นธนาคารจะไม่กล้าปล่อยกู้แต่ทั้งนี้ต้องระวังการทุจริตในรูปแบบต่างๆ

3. เร่งพิจารณาเปิด Travel Bubble กับประเทศที่มีระดับการระบาดน้อย เพื่อให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาได้ เพื่อช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยวที่กำลังจะย่ำแย่ ก่อนที่ธุรกิจท่องเที่ยวจะตายกันหมด 

4. การปรับปรุงและส่งเสริมให้มีความสะดวกในการเปิดด่านการค้าชายแดนให้ค้าขายได้ง่าย โดยลดขั้นตอนพิธีศุลกากร เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการค้าขายระหว่างชายแดน ซึ่งจะช่วยธุรกิจ SMEs ให้ขายสินค้าได้มากขึ้น การค้าขายชายแดนจะเพิ่มสูงขึ้นอีกมาก

5. รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องร่วมกันออกมาตรการเพื่อทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอีก แม้ ธปท. จะออกมาตรการเป็นการส่งสัญญาณว่า ธปท. ต้องการเห็นค่าบาทที่อ่อนค่าลงแล้วแต่ยังไม่ได้ผล เพราะมาตรการอ่อนเกินไป ทำให้ค่าเงินบาทยังไม่อ่อนค่าเพียงพอ จึงอยากให้ รัฐบาล และ ธปท. ร่วมกันออกมาตราการเพิ่มเติมเพื่อให้ค่าบาทอ่อนลงอย่างแท้จริง

6. ตลอด 6 ปี รัฐบาลไม่สามารถเจรจาการค้าได้ ดังนั้น รัฐบาลจะต้องเร่งเจรจาเขตการค้าเสรี ทวิภาคี และ พหุภาคี เพื่อให้สินค้าจากประเทศไทยสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้โดยไม่โดนเก็บภาษี หลังจากที่สหรัฐตัด จีเอสพี ไทย 2 ครั้งในปีนี้ เช่น การเจรจาเขตการค้าเสรีกับ อียู สหรัฐ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ต้องเร่งดำเนินการ ซึ่งจะส่งเสริมให้มีการลงทุนเพิ่มขึ้นด้วย แต่ทั้งนี้ไม่แน่ใจว่าเขาจะเจรจาด้วยหรือไม่ เพราะล่าสุด วุฒิสภาสหรัฐยังประกาศหนุนประชาธิปไตยในไทย และ จี้รัฐบาลฟังเสียงผู้ชุมนุม เหมือนบอกว่าไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตย และไม่ฟังเสียงผู้ชุมนุมจำนวนมาก

7. เร่งนำเรื่องที่ 5 ทูต คือ สหรัฐ อังกฤษ เยอรมัน ญี่ปุ่น และ ออสเตรเลีย ที่ได้ออกมาแนะนำประเทศไทยในการแก้ไขปัญหามาพิจารณา ซึ่งเป็นการแนะนำครั้งที่ 2 แล้ว และเร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะปัญหาด้านศุลกากร และ ปัญหาซ้ำซ้อนของหน่วยงานรัฐ รวมถึงการต้องเร่งปรับระบบราชการเป็นระบบดิจิตอล ตามที่ได้เคยเสนอไว้นานแล้ว 

โดยนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้สมัคร นายก อบจ. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ตระหนักถึงปัญหาเร่งด่วนในขณะนี้คือ ปัญหาโควิด -19 ปัญหาการท่องเที่ยวตกต่ำ และปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ  นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้สมัครนายก อบจ. เชียงใหม่  จึงนำนโยบายของพรรคเพื่อไทยมาเพื่อแก้ไขปัญหาและต่อยอดเป็นนโยยายพิเศษสำหรับชาวเชียงใหม่ 3 ข้อดังนี้ 

1. นโยบายพิเศษเชื่อมโยงรัฐบาลกลางกับการบริหารท้องถิ่น โดยมุ่งออกนโยบายเฉพาะด้านสำหรับแต่ละพื้นที่เพื่อให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด และ ยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวเชียงใหม่
2. นโยบายยกระดับเชียงใหม่เป็น Smart City เหมือนเมืองสำคัญในต่างประเทศ และ การพัฒนาเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในภาคเหนือ เชื่อมต่อ ประเทศจีน เมียนมาร์ และ ลาว รวมถึงการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิตอลของภาคเหนือ 
3. นโยบายการพัฒนาระบบขนส่งในเชียงใหม่แบบเร่งด่วน เพราะปัจจุบันเชียงใหม่มีปัญหาการจราจรมาก 

ดังนั้น จึงอยากขอให้พี่น้องชาวเชียงใหม่ช่วยกรุณาเลือก นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร เบอร์ 1 ผู้สมัคร นายก อบจ. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เพื่อให้ได้พรรคเพื่อไทยทั้งพรรคให้มาช่วยกันคิดและช่วยกันพัฒนาเชียงใหม่ให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไปในอนาคต  

"พิชัย" ลงพื้นที่ ช่วย  "ส.ว.ก๊อง " หาเสียง อบจ.เชียงใหม่ ชู 7 แนวทางช่วย SMEs

“แรมโบ้” สวน “ปิยบุตร” มีแนวคิดอันตราย อยากมีอำนาจจนหน้ามืดไม่ยอมรับกติกาบ้านเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“แรมโบ้” สวน “ปิยบุตร” มีแนวคิดอันตราย อยากมีอำนาจจนหน้ามืดไม่ยอมรับกติกาบ้านเมือง (komchadluek.net)

“แรมโบ้” สวน “ปิยบุตร” มีแนวคิดอันตราย อยากมีอำนาจจนหน้ามืดไม่ยอมรับกติกาบ้านเมือง

"แรมโบ้" สวน "ปิยบุตร" มีแนวคิดอันตราย อยากมีอำนาจจนหน้ามืดไม่ยอมรับกติกาบ้านเมือง

5 ธันวาคม 2563 – 10:12 น.

“แรมโบ้” สวน “ปิยบุตร” มีแนวคิดอันตราย อยากมีอำนาจจนหน้ามืดไม่ยอมรับกติกาบ้านเมือง คนประเภทนี้ไม่สมควรได้ชื่อว่าเป็นอาจารย์ หรือตำแหน่งรองศาสตราจารย์ คนประเภทสมองกลวงสมองทึบทำตัวปัญญาอ่อนสอนนิสิตนักศึกษาไม่ได้

5 ธ.ค.63 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี   กล่าวถึงกรณีที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก การสู้กับกฎหมายและคำพิพากษาที่ไม่เป็นธรรม เชิญชวนประชาชนให้แสดงออกว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าไม่ใช่กฎหมายและคำพิพากษาแต่เป็นเศษกระดาษเปื้อนหมึก โดยระบุว่าไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นความคิดของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นถึงรองศาสตราจารย์ และเป็นอาจารย์  เพราะมีแนวคิดที่อันตรายมาก และคนแบบนี้ไม่สมควรที่จะไปสอนหนังสือคนอื่น ไม่ควรเอาความคิดสกปรกแบบนี้ไปสอนนิสิต นักศึกษาด้วย 

นายสุภรณ์ ยังมองว่านายปิยบุตร คงอยากมีอำนาจมาก จนทำให้สมองกลวง สมองทึบเหมือนคนปัญญาอ่อน หน้ามืดตามัว มองไม่เห็นว่าอะไรคือความถูกต้อง อะไรคือความไม่ถูกต้อง ยอมทำทุกอย่างแม้แต่ยอมเสียเกียรติความเป็นอาจารย์ของตัวเอง ไม่ยอมรับกฎกติกาบ้านเมืองที่มีอยู่  ซึ่งคนประเภทนี้ต่อให้หากเข้ามามีอำนาจบริหารบ้านเมืองจริง ก็ถือว่าเป็นอันตรายต่อประเทศชาติบ้านเมืองเป็นอย่างมาก

“ประชาชนทั้งประเทศเขาเคารพกฎหมาย กติกาบ้านเมือง ถึงทำให้ประเทศมีระเบียบ อยู่ได้อย่างสงบสุข  ก็มีแต่พวกอย่างนายปิยบุตร ที่ไม่ยอมรับกฎหมาย กติกาบ้านเมือง อยู่เบื้องหลังม็อบ เสี้ยมผู้ชุมนุมให้ทำผิดกฎหมาย จาบจ้วงสถาบัน คิดล้มล้างสถาบันตลอดมา ชอบยุยงปลุกปั่นทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ไม่ได้อย่างที่ใจตัวเองต้องการ แล้วยังมาปลุกประชาชนไม่ให้ยอมรับ และบอกว่ากฎหมาย เป็นกระดาษเปื้อนหมึก  โดยไม่ยอมรับอะไรจะเอาแต่ประโยชน์ของตัวเอง 

ทั้งนี้หากนายปิยบุตรยอมรับกฎหมาย กติกาบ้านเมืองนี้ไม่ได้เช่นคนทั้งประเทศ แนะนำให้นายปิยบุตร และพวกของตัวเอง รีบหนีออกจากประเทศนี้ไป อย่าอยู่ให้หนักแผ่นดินเลย คนไทยไม่ต้อนรับคนแบบนี้”  นายสุภรณ์กล่าว

เมนูเด็ดสูตรพระราชทานที่ไม่ควรพลาด งาน ‘เพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ประจำปี 2563’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – เมนูเด็ดสูตรพระราชทานที่ไม่ควรพลาด งาน ‘เพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ประจำปี 2563’ (naewna.com)

เมนูเด็ดสูตรพระราชทานที่ไม่ควรพลาด  งาน ‘เพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ประจำปี 2563’

เมนูเด็ดสูตรพระราชทานที่ไม่ควรพลาด งาน ‘เพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ประจำปี 2563’

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.20 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ชวนเที่ยวงาน “เพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ประจำปี 2563”  ครั้งแรกกับการ “ชม ชิม ช้อป แชร์” ได้ทั้งในสถานที่จริง 4- 8 ธันวาคม 2563  และโลกออนไลน์ 4-13 ธันวาคม 2563   ถือเป็นครั้งที่ 8  ภายใต้แนวคิด “25 ปี แห่งการแบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน”  โดยปีนี้จัดที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร  ในบรรยากาศที่ร่มรื่นทั้งไม้ใบและไม้ดอกนานาพันธุ์บานสะพรั่ง

วันนี้เราจะพาไป “ชิม  พึ่งพา Royal Cuisine”  เพราะเมนูอาหารสูตรพระราชทาน ถือเป็นไฮไลต์ของงาน  เริ่มที่ตำรับอาหารสูตรประทาน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ  “ตับบดเสวยพึ่งพา” เมนูเลื่องชื่อจากร้านพึ่งภาฯ ที่มีจำหน่ายเฉพาะงานนี้เท่านั้น รวมถึง ซีซาร์สลัด  ข้าวผัดเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)  ยามยาก และ ข้าวหมูย่างผงกะหรี่ข้าวคั่ว  ที่ต้องลิ้มลองให้ได้

นอกจากนี้  มูลนิธิ ณภาฯ ยังนำความอร่อยสุดพิเศษของ “ไอศกรีม ณภาฯ” ทั้ง 9 รสชาติ  มาจำหน่ายในงาน  ได้แก่ กะทิอัญชันมะพร้าวน้ำหอม กะทิสด นมฮอกไกโด ซึ่ง 3 รสชาตินี้ ไม่มีส่วนผสมของนมผง และยังมี สตอเบอร์รี่  สตอเบอร์รี่เชอร์เบท ชาไทยดั้งเดิม  ช็อคโกแลต ชาเขียวมัทฉะ และวนิลา

โดย Signature ต้องยกให้ไอศกรีมรส “กะทิอัญชัน มะพร้าวน้ำหอม” ไอศกรีมสีม่วงอมฟ้า เอกลักษณ์เฉพาะของ ณภาฯ  ซึ่งเป็นรสชาติที่ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระราชทานพระวินิจฉัยในการปรุงสูตรด้วยพระองค์เอง   จำหน่าย 2 ขนาด คือ Size เล็ก 4 Oz. ราคา 59 บาท โปรโมชั่น ซื้อ 3 Free 1 (size เล็ก) และ  Size ใหญ่ 16 Oz. ราคา 159 บาท โปรโมชั่นพิเศษ ซื้อ 2 Free 1 (size ใหญ่) โปรโมชั่นนี้เฉพาะหน้าร้านเท่านั้น  แต่หากไม่สะดวกมาที่งาน สามารถสั่งผ่าน LINE MAN โดยค้นหาคำว่า ณภาฯ ได้เลย

ส่วนเมนูเด่นจากโรงครัวพระราชทาน อาทิ ข้าวไก่ทอด ข้าวหน้าไก่ ผัดซีอิ๊ว แกงส้มปลาตะเพียนสาน  รวมถึงเมนูอร่อยจากร้านมูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา อาหารโอทอป 5 ดาว และอีกหลากหลายจากโรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ตกรุงเทพฯ พร้อมร้านเชลล์ชวนชิมกว่า 20 ร้านค้า อาทิ  โตเป็ดย่างบางโพ ขนมไทยแม่จิรา ส้มตำปาหนัน หมูสะเต๊ะจึงอังลัก พระรามสี่  ฯลฯ มารวมกันไว้ที่นี่แล้ว สายกินฟินได้ตลอดงาน

‘หลักธรรม หลักทำ ตามรอยพระยุคลบาท’ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘หลักธรรม หลักทำ ตามรอยพระยุคลบาท’น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (naewna.com)

‘หลักธรรม หลักทำ ตามรอยพระยุคลบาท’น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ  พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

‘หลักธรรม หลักทำ ตามรอยพระยุคลบาท’น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้เขียนหนังสือ หลักธรรม หลักทำ ตามรอยพระยุคลบาท ไว้เมื่อปีพ.ศ.2549 ซึ่งถ่ายทอดพระจริยวัตรอันงดงามของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รวมไปถึงหลัก 10 ประการตามรอยพระยุคลบาท

เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และวันพ่อแห่งชาติ แนวหน้าวาไรตี้ ได้คัดลอกมาเพียงบางส่วนเพื่อให้พสกนิกรชาวไทยมีหลักยึดในการดำเนินชีวิต

ในคำนำของหนังสือ หลักธรรม หลักทำ ตามรอยพระยุคลบาท ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เขียนไว้ตอนหนึ่งว่า“…พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในทุกด้าน โดยเฉพาะทรงมีความเป็นไทยอย่างที่สุด ดูได้จากพระราชจริยวัตรของพระองค์ทั้งเรียบง่ายพอดี และมีความอ่อนน้อมถ่อมตน นี่คือลักษณะของคนตะวันออกที่หาได้ยากแล้วในปัจจุบัน

ถึงเวลาที่คนไทยจะต้องหันมาตามรอยพระยุคลบาท โดยยึดเอาหลักธรรมทั้งหลายที่ทรงแสดงให้เห็น มาใช้เป็นหลักปฏิบัติ หรือเป็นหลักทำ ทั้งนี้ เพื่อความดีงามอันจะบังเกิดขึ้นในชีวิตที่เหลืออยู่นี้…”

หลัก 10 ประการ ตามรอยพระยุคลบาท

ข้อแรก คือ ทำงานอย่างผู้รู้จริง และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์

ท่านจำคำๆ หนึ่งได้ไหมครับที่เคยรับสั่งเอาไว้ รู้รักสามัคคี คำแรกคืออะไรที่ทรงสอนเอาไว้ “รู้” เพราะฉะนั้นการดำรงชีวิต ไม่ว่าท่านจะเป็นข้าราชการหรือใครก็ตามจะทำอะไรขอให้เริ่มที่ความรู้เสียก่อน

บ้านเมืองทะเลาะกันอยู่ทุกวันนี้อย่างน่าเศร้าใจที่สุดนั้นก็เพราะเอาคำว่า “น่า” ใส่เข้าไป…

ปัญญาคืออะไร ปัญญาคือความรู้ ฉะนั้นสิ่งแรกที่เราสรุปมา ณ ที่นี้ก็คือว่า ต้องเป็นผู้รู้จริงในการทำงาน พระองค์ท่านมีเอกสาร ศึกษาวิธีทำแต่ละเรื่อง ที่จะทำแต่ละเรื่อง ทรงศึกษาอย่างละเอียด ก่อนจะตัดสินพระทัยลงไปช่วยพัฒนาประชาชนนั้นศึกษาก่อนเลย เตรียมก่อน พระองค์ท่านรับสั่งศึกษาแผนที่ ศึกษาช่องทางน้ำ ศึกษาเรื่องกระบวนการพัฒนาจะเป็นอย่างไร และเมื่อพร้อมแล้วพระองค์ถึงจะลงไปทำ

ข้อที่ 2 คือความอดทน มุ่งมั่น ยึดธรรมะ และความถูกต้อง

พระเจ้าอยู่หัว 59 ปีนี่ทุกข์ยากมากๆ ทรงงานมาจนกระทั่งวันนี้ ผลพวงก็ออกมาตอนพระชนมายุ 72 พรรษา เสด็จฯ มาประทับที่พระราชวังไกลกังวล หัวหิน ก็เพื่อรักษาอาการปวดพระปฤษฎางค์ให้เข้าที่ ต้องใช้เวลาตั้ง 3-4 เดือน เท่าที่รับทราบมา ทรงใช้จนพระวรกายสึกหรอ ภาษาชาวบ้านอย่างนั้นดีกว่า แล้วเราจะนิ่งเฉยอยู่ได้อย่างไร ความอดทนของเราที่จำเป็นต้องมีเพื่อจะเผชิญกับเหตุการณ์นั้นน้อยกว่าพระองค์ท่านเยอะ เพราะเราเผชิญแค่ปัญหาในสำนักงานของเรา พระองค์ท่านปัญหาทั้งชาติ

ธรรมะ ความถูกต้อง ทรงถือยิ่งกว่าสิ่งใด ท่านรู้หรือไม่ว่าคนถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล ซึ่งส่วนมากเราก็พูดกันทั่วๆ ไป ท่านเชื่อหรือไม่ว่ากองนี้ใครแตะไม่ได้นะครับ ทำบุญอย่างเดียว เพราะเจ้าของเงินเขาระบุไว้ โดยเสด็จพระราชกุศล ซึ่งคนถวายนั้นถวายโดยเสด็จพระราชกุศล และมักจะคิดว่า จะทรงทำอะไรก็ทำเถอะ กองไหนตามพระราชอัธยาศัย กองนี้ก็ถึงไปใช้อะไรก็ได้ แต่พระองค์ก็ไม่เคยใช้ส่วนพระองค์เลย กำชับเรากำชับนักหนาเรื่องความถูกต้องในการดำเนินการ ต้องทุกกระเบียดนิ้ว ทุกกระบวนการต้องยึดความถูกต้องไว้…

ข้อที่ 3 ความอ่อนน้อมถ่อมตน เรียบง่าย และประหยัด

เห็นเวลาเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรไหมครับ ทรงโน้มพระวรกายหาประชาชน ในขณะที่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของเราเดินก๋า เหมือนภาพที่เห็น คนใหญ่คนโตระดับเจ้ากระทรวงเดินผูกผ้าขาวม้า เดินตรวจราชการลอยไปลอยมา เฉียดหัวชาวบ้าน

พระองค์ทรงน้อมพระวรกายไปหาประชาชน คุกเข่าหน้าประชาชน ถามทุกข์สุข ปรึกษาหารือกับเขาเป็นชั่วโมงๆ บางทีประทับพับเพียบ ประชาชนนั่งพับเพียบ พระองค์ท่านก็ทรุดพระวรกายนั่งพับเพียบเสมอบนพื้นเดียวกัน…

เรียบง่าย เวลาทรงงานต่างๆ นั้น ทรงประทับกับพื้นประทับพับเพียบ วิถีชีวิตไทยที่สอนเรื่องความเรียบง่าย พระองค์ท่านประสูติกาลต่างประเทศนะครับ โตต่างประเทศ ศึกษาต่างประเทศ แต่เหตุไฉนเสด็จกลับมาพระองค์ท่านเป็นไทยที่สุด วิถีชีวิตของไทยที่มีค่าที่เราละทิ้งและดูถูกด้วยซ้ำไป…

ข้อที่ 4 มุ่งประโยชน์คนส่วนใหญ่เป็นหลัก

จะทำอะไรนี่ขจัดความเห็นแก่ตัวออกไปได้ไหมมุ่งประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง พอมุ่งประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง นั่นคือประโยชน์ของแผ่นดิน ถามว่าเราไม่ได้รับประโยชน์หรือ เราก็อยู่ในแผ่นดินนี้ ถ้าเราถนอมแผ่นดินนี้ให้คงอยู่อย่างเจริญงอกงาม ให้อยู่อย่างยั่งยืนแล้ว เราก็ได้รับประโยชน์ไปด้วย เราต้องเห็นแก่ตัวในลักษณะที่ถูกต้อง…

เพราะฉะนั้นประโยชน์ส่วนรวมต้องทำ พระองค์ท่านได้ดำเนินการตลอดชีวิตของพระองค์ 59 ปีของการทรงงานอยู่นั้น ทรงยึดถือประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้งโดยตลอดไม่เคยนึกถึงพระวรกายแม้แต่น้อย ไม่เคยนึกถึงประโยชน์ของพระองค์แม้แต่น้อย…

ข้อที่ 5 รับฟังความเห็นของผู้อื่น เคารพความคิดที่แตกต่าง

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา (พ.ศ.2546) ทรงเตือนอีกนะครับ นั่งปรึกษาหารือกัน ฟังเขาแสดงเหตุผลออกมาแล้วเราแสดงเหตุผลออกไป แล้วดูซิ เหตุผลอันไหนจะยอมรับได้ถูกต้องมากกว่า และเมื่อตกลงกันแล้วก็เลิกเถียงกันต่อลงมือปฏิบัติเลย ทรงรับสั่งเอาไว้อย่างเรียบง่าย เพราะถ้าไม่ยอมกันแล้ว ต่างเอาชนะคะคานกัน แล้วเริ่มต้นก็ด้วยวาจา ผลสุดท้ายก็ร่างกาย และผลสุดท้ายก็ตีกัน แล้วเสร็จแล้วเกิดอะไรขึ้น บ้านพัง จะเป็นพฤษภาทมิฬ จะเป็น 14 ตุลา อะไรก็แล้วแต่ บ้านพัง บ้านของทุกคนด้วย ไม่ใช่บ้านของคนใดคนหนึ่ง

ข้อที่ 6 มีความตั้งใจจริงและขยันหมั่นเพียร

พระเจ้าอยู่หัวเวลาทำอะไรทรงมุ่งมั่นมาก เรื่องความขยันไม่ต้องพูด ทรงงานไม่มีวันเสาร์วันอาทิตย์ ไม่มีเวลากลางวันกลางคืน…

พระองค์ไม่รับสั่งอย่างที่เจ้าขุนมูลนายของเราชอบสั่งกัน ชอบพูดกัน น้ำมาแล้วพวกเราไปทำ ไม่ พระองค์อธิบายนี่น้ำท่วมมันมาวินาทีละเท่านั้น ระหว่างทางมันเติมเท่านั้น เพราะฉะนั้นระหว่างทางมันเติมมากี่ลูกบาศก์เมตร เคลื่อนย้ายด้วยความเร็วเท่านั้น เพราะฉะนั้นนับวันเวลาที่เท่านั้นจะถึงกรุงเทพฯ พอดี รับพระราชกระแสมา พรุ่งนี้เช้าเราจะเริ่มดำเนินการ ไม่ใช่พรุ่งนี้เช้า ต้องเดี๋ยวนี้ๆ เพราะน้ำไม่มีหยุด ไม่ใช่หยุดก่อนแล้วโอเค รอพรุ่งนี้เช้าถึงจะทำได้แล้วค่อยมา เผอิญน้ำเขาไม่ได้หยุดอย่างนั้น เขามาของเขาตลอด เราต้องรีบทำกันคืนนี้เลย

เรื่องความขยัน เรื่องความตั้งใจอะไรต่างๆ นั้นจะเห็นได้ชัดเจน ความตั้งใจจริงนี่เห็นไหมครับ ทรงเป็นเลิศหมดทุกอย่าง

ข้อที่ 7 มีความสุจริต และความกตัญญู

ความสุจริตเป็นเรื่องที่จะทรงแสดงให้เห็น ไม่ใช่เฉพาะความกตัญญู เห็นได้ชัดกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้ทรงแสดงให้เห็นเลย ความกตัญญูความกตัญญูต่อแผ่นดิน ความกตัญญูต่อสิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ ถ้าเป็นเรื่องของส่วนรวมนั้น พระเจ้าอยู่หัวได้ทรงแสดงให้เราดู และทรงเตือนพวกเราด้วยให้ยึดสิ่งนี้ไว้เพราะเป็นเรื่องจำเป็น เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เป็นเรื่องที่มีคุณค่า

ข้อที่ 8 พึ่งตนเอง ส่งเสริมคนดีและคนเก่ง

พึ่งตนเองก็คือ เศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียงนี้พระเจ้าอยู่หัวบอกว่า คำที่สำคัญที่สุดในเรื่องราวที่อธิบายมานี้ คือคำว่า “พอ” ทุกคนต้องกำหนดเส้นความพอให้กับตนเองให้ได้ และยึดเส้นนั้นไว้เป็นมาตรฐานของตนเองคำว่าพอนั้นก็ต้องดูตัวเอง ดูรายได้ของตัวเอง ดูขีดความสามารถของตัวเอง และขีดเส้นนั้นให้เหมาะสม ไม่ใช่เห็นเพื่อนเขามีอย่างนี้ ฉันอยากมีบ้าง เห็นเขาขี่รถเราอยากมีบ้างไม่มีเงินก็ไปกู้หนี้ยืมสิน ไปกู้สหกรณ์อะไรต่ออะไร สองรอบสามรอบขึ้นมา แล้วผลสุดท้ายอย่างไร ทุกข์ๆๆ เพราะฉะนั้นอย่าเอา ให้กลับอยู่ที่ความพอดี

ข้อที่ 9 รักประชาชน

ตอนหนึ่งที่พระองค์ท่านรับสั่งให้ผมไปจดมูลนิธิชัยพัฒนา ผมไปที่ กทม. (ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร) เองเราไม่อยากใช้อภิสิทธิ์อะไรทั้งสิ้น เพราะยิ่งอยู่ใกล้เจ้านายยิ่งต้องทำตัวให้ธรรมดาตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ก็ไปแจ้งเหมือนบุคคลธรรมดาทั่วไป ก็มีเจ้าหน้าที่ของ กทม. เขามาสอบสวน ถามบอกทำไมนายกฯไม่มาเอง ผมก็บอกนายกฯ งานเยอะมาไม่ได้เลยมอบฉันทะมา บ้านอยู่อำเภออะไรบอกอยู่อำเภอดุสิต บ้านเลขที่เท่าไร ไม่รู้ เขาก็ เอ อะไรบ้านไม่มีหลักแหล่งแล้วมาตั้งมูลนิธิได้อย่างไร สอบสวนไล่ผมต่อ ไล่ไปเรื่อย ทำอาชีพอะไรบอกไม่รู้จริงๆ ว่าอาชีพอะไร แต่เห็นทำหลายอย่าง ก็ตอบไปอย่างนั้น เจ้าหน้าที่เขาก็บอก อะไรบ้านก็ไม่มีเป็นหลักแหล่ง อาชีพก็ไม่มี แล้วตาก็เหลือบไปเรื่อยจนกระทั่งไปเห็นชื่อผู้ยื่นจริงๆ และผมเป็นแค่ตัวแทน
เท่านั้นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมอบอำนาจมาอุ๊ย อย่าให้ท่านมานะ มายุ่งตายเลย ขออย่ามาเลย จัดการให้เสร็จ ค่าจดทะเบียนสามสิบบาท ขอบริจาคเป็นคนแรกได้ไหม แล้วตกลงวันนั้นฟรี สามสิบบาทแกควักออกมาด้วยความตกอกตกใจมากเลย ก็กลับมากราบบังคมทูล นี่พอเขาถามว่าอาชีพอะไร ข้าพระพุทธเจ้าตอบไม่ได้

พระองค์ท่านตอบว่า คราวหลังถ้าเขาถามว่าฉันทำอาชีพอะไร ให้ตอบว่า “ทำราชการ” ผมเล่าตรงนี้เพื่อมาสู่พวกเราขณะที่พระองค์ท่านทำราชการ พวกเรานี่ทำอะไร “รับราชการ” ใช่หรือเปล่า รับจากพระองค์มาเพื่อทำต่อ

พระองค์ท่านทรงรักประชาชน ทำงานเพื่อประชาชน คนที่รับราชการ ถือว่ารับงานของราชะมาทำต่อ สิ่งแรกที่ต้องทำ คือต้องรักประชาชน ทำงานเพื่อประชาชน…

ข้อที่ 10 การเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน

พระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่ารู้ไหมบ้านเมืองอยู่รอดมาได้ทุกวันนี้เพราะอะไร เพราะคนไทยเรายังให้กันอยู่ คำสั้นๆ คำเดียว“เรายังให้กันอยู่” คนในครอบครัวยังช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่ คนในชุมชนยังเอื้อกันอยู่ ข้าราชการยังให้บริการแก่ประชาชน เวลาเกิดทุกข์ยากที่ไหน ทุกคนยังรวมตัวกันช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่ อันนี้เป็นสังคมที่หาไม่ได้ในโลก