‘อุ๊บ วิริยะ’ เสียใจจนร้องไห้ แยกทาง ‘ลุงพล’ เพราะนักข่าวช่องดัง! สาบานให้เซ็กซ์เสื่อม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘อุ๊บ วิริยะ’เสียใจจนร้องไห้ แยกทาง’ลุงพล’เพราะนักข่าวช่องดัง! สาบานให้เซ็กซ์เสื่อม (naewna.com)

'อุ๊บ วิริยะ'เสียใจจนร้องไห้ แยกทาง'ลุงพล'เพราะนักข่าวช่องดัง! สาบานให้เซ็กซ์เสื่อม

‘อุ๊บ วิริยะ’เสียใจจนร้องไห้ แยกทาง’ลุงพล’เพราะนักข่าวช่องดัง! สาบานให้เซ็กซ์เสื่อม

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 11.17 น.

รายการ “ถามสุดซอย” ออกอากาศวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 22.20 – 23.15 น. ทางช่องเนชั่น ช่อง 22 ดำเนินรายการโดย “ธัญญ่า ธัญญาเรศ เองตระกูล” ได้เปิดใจสัมภาษณ์ “อุ๊บ วิริยะ” นักปั้นมือทอง ผิดใจ “ลุงพล-ป้าแต๋น” เกิดอะไรขึ้น

เกิดอะไรขึ้น?

“ก็มีดราม่านิดหน่อย มีเหตุการณ์ที่ไม่แฮปปี้ เราทำอะไรเราชัดเจน ทำจริงจังเพราะเป็นงาน เราซีเรียสมาก ก็มีเหตุการณ์ที่กกกอก ไปถ่ายกาแฟยี่ห้อหนึ่ง โดยที่ไปถ่ายที่บ้านเขาอำนวยความสะดวก ก็มีลุงพล ป้าแต๋น พี่อุ๊บ เป็นพรีเซ็นเตอร์ เสร็จแล้วมีน้องคนนึงเข้ามา ตอนเข้ามาก็ไม่ได้ว่าเพราะน้องรู้จักกัน เขาเป็นนักข่าวช่องนึง แต่ทีนี้น้องเขามีชื่อเสียง ยูทูปเบอร์มีการถ่ายทำสัมภาษณ์ถ่ายทอดสดเป็นชั่วโมง”

น้องที่ว่าคือน้องไอซ์ สารวัตร มากองถ่าย?

“เขาสนิทกันอยู่แล้ว ก็มาพูดคุย การที่เขามาทีมงานก็ไม่ได้ว่าอะไร คิดว่า 20-30 นาที แต่ทีนี้ถ่ายเป็นชั่วโมง มีการไลฟ์สดยูทูปเบอร์ด้วย เขาเป็นขวัญใจแฟนคลับ เราก็ไม่ได้ว่าอะไรอยู่แล้ว ไปอยู่ในครัว แต่ทีนี้่เขานานไป ทางทีมงานก็เรียกพี่ไปดูว่ามีการเอากาแฟอีกยี่ห้อนึงมาแจก มาให้ลุงพล อาจมามอบ แต่มันก็ไม่สมควร เพราะเป็นกาแฟชนกาแฟ ถ้าเป็นน้ำดื่ม ผลไม้ อะไรอย่างอื่นก็ไม่น่าเกลียด”

ตัวน้องไอซ์ทราบมั้ยว่าวันนั้นมาถ่ายกาแฟกัน?

“ข่าวที่ออกไปเขาบอกว่าไม่ทราบ แต่มีการตั้่งบูธกาแฟ ที่สินค้าที่ติดต่อวางไว้หน้าบ้านอยู่แล้ว มีฉาก มีบลูสกรีนมีหมด แต่ตามหลักไม่สมควร ในฐานะที่เราเป็นมืออาชีพ ถ้าเป็นเมืองนอกเขาฟ้องร้องตายเลยนะ เขาจะด้วยสาเหตุจงใจหรือไม่จงใจเราก็ไม่ทราบ แต่ตามหลักไม่ควรทำอย่างนั้น”

ได้เคลียร์กันมั้ย?

“ไม่ได้พูดอะไรกัน เพียงแต่พี่พูดว่าไม่มีมารยาท ซึ่งเป็นคำสุภาพ เราไม่ได้ด่าในทางคำหยาบโลน ตอนนั้นคิดว่าหลายวันแล้ว เขาเป็นเด็กคงขอโทษ ถ้าเขาขอโทษเราจะบอกว่าเออ เราก็ใช้คำรุนแรงไป เพราะเราก็ต้องปกป้องลูกค้าเป็นเรื่องธุรกิจ ต้องแยกแยะระหว่างงานกับส่วนตัว เราอยู่ในวงการเดียวกัน ถ้าพี่ผิดพี่ขอโทษ ถ้าน้องผิดน้องก็ขอโทษพี่ พี่สปิริตอยู่แล้ว แล้วเพจพี่ก็จะเอาไปลง เพราะเวลามีอะไรพี่ก็เล่าให้ฟังอยู่แล้ว ก็เลยเป็นข่าวว่านักข่าวช่องนึงไร้มารยาท เจ้าของเขาตอนแรกก็โกรธ แต่ตอนหลังบอกว่าใจเย็น ไม่อยากให้มีปัญหา เดี๋ยวจะพังกันทั้งสองยี่ห้อ แต่เพจมันออกไปแล้ว คนก็เลยรับรู้ ตัวลุงตัวป้าก็รับรู้ด้วย เลยเป็นเรื่องราวตามต่อมา”

ไอซ์ขอโทษมั้ย?

“ไม่ได้ขอโทษ”

แล้วลุงพล-ป้าแต๋น?

“เขาทราบจากเพจที่มันออกไป หลังจากนั้นมาทางลุงก็โทรมา เขาขอยุติงานทุกอย่าง เพื่อให้กำลังใจน้อง เราก็ไม่เป็นไร ตรงนี้ก็คิดเหมือนกันนะว่าทำไมไม่แยกแยะเรื่องงานเรื่องส่วนตัว หลังจากนั้นทัวร์ก็ลงกันทั้งคู่ (หัวเราะ)”

ลุงพลขอยุติงานที่พี่อุ๊บรับไว้เป็นสิบกว่างานเหรอ?

“ใช่ ถ้าทำงานไม่มีความสุข ไม่สบายใจ ไม่ต้องทำงานร่วมกันก็ได้ เราก็เคารพการตัดสินใจของเขา เราก็ไปบอกลูกค้า ลูกค้าก็ไม่เป็นไร แต่จริงๆ ตามหลักมันไม่ได้เนอะ”

เหตุการณ์ที่เกิด น้อยใจมั้ย?

“น้อยใจ และเสียใจ เพราะมืออาชีพ เราทำงานในวงการมา 40 ปีไม่เคยเจออะไรแบบนี้ พระเจ้าช่วยกล้วยทอด เลยตามนั้นเลย ถ้าใครเทมา ดิฉันก็เทกลับค่ะ หลายคนคิดว่าอยากได้ลุงพลเป็นผัว ไปยุแยงตะแคงรั่ว ไม่มีค่ะ น้อยใจก็น้อยใจ ไม่ยุ่งก็ไม่ยุ่ง พี่ก็อัปเดตโทรเล่าให้หมอปลาฟัง เพราะเดี๋ยวจะหาว่าผู้ใหญ่รังแกเด็ก”

ลุงพลรักน้องไอซ์มากกว่าพี่อุ๊บหรือเปล่า?

“อันนั้นเป็นเรื่องส่วนตัว เราไม่ก้าวก่ายกัน เรื่องงานเอาปัจจุบันให้ดีที่สุด ไม่น้อยใจตรงนี้ เป็นเรื่องของเขา จะไปน้อยใจทำไม”

ได้คุยกับลุงพลมั้ย?

“ก็ไม่ได้คุยเลย เขาบอกว่าเขาต้องการให้กำลังใจน้องคนนั้น (หัวเราะ) กับป้าแต๋นก็ไม่ได้คุยกันเลย เขาผัวเมียคงคุยกัน แต่เราไม่คุย เราไปคุยกับหมอปลาและน้ำฟ้า เพราะไม่มีใครแล้ว จะได้สบายใจว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เราไม่ได้เป็นคนเท แคนเซิลงานใคร หมอปลาช่วยด้วย”

เรื่องเกิดเมื่อไหร่?

“ตั้งแต่วันที่ 23 อาทิตย์นึงแล้ว”

คิดถึงมั้ย?

“คิดถึงวันเก่าๆ ที่เคยทำงานร่วมกันมา คนนี้ให้ใจ รักใครรักเต็มร้อย เกลียดใครสักสลึงอย่าได้กินเลย”

ร้องไห้มั้ยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น?

“มีวันนึงไลฟ์สดร้องไห้ ฉันผิดเหรอ ทำไมต้องเจอแบบนี้ อยู่วงการมา 40 ปีไม่เคยเจอ ที่สุด ก็ไปไหว้พระทำบุญ มันเสียใจด้วย เวลาทำอะไรทำเต็มร้อยอยู่แล้ว แต่ก็เข้าใจอาจด้วยอารมณ์เขาด้วย เราก็มีอารมณ์โกรธไปว่าเขาว่าไม่มีมารยาท เราไม่ได้มีปัญหากับไอซ์ เราไม่ได้ปลื้มเขาเป็นพิเศษ อยู่คนละส่วนกัน โอกาสเจอกันก็น้อย ส่วนงานที่ตะวันนา เขาก็โทรมาขอเดินเอง พี่ก็สปิริตพอ อยากให้ทุกคนพูดความจริง ความจริงคือความจริง”

อะไรทำให้รักลุงพล-ป้าแต๋น?

“ตอนแรกสงสารที่เขาถูกกล่าวหา แล้วสังคมก็ไปลงโทษเขา มีสองกระแสต่อต้าน มีทั้งด่าและรัก และพิสูจน์มาแล้วว่าเขาไม่ใช่คนร้าย กระแสด้านลบก็เป็นด้านบวก เพราะสงสาร นึกถึงวันที่เขาไม่มีข้าวกิน อยู่กันสองคนผัวเมีย เหมือนเอฟซีเขาที่ไปช่วยด้วยใจ ช่วยในสิ่งที่เราทำได้ ก็คืองานในวงการบันเทิง เขามีพรสวรรค์ด้านการร้องเพลง หน้าตาก็ดี ก็เลยเอาจุดนี้มาช่วยเขา”

อยู่ในวงการมา 40 ปี ครั้งนี้เสียใจที่สุดมั้ย?

“น่าจะใช่นะ เหมือนคนที่เราดูแล เราสนับสนุน ทำไมไม่ทำงานตลอดรอดฝั่ง มาแพแตกกลางคันแบบนี้ ส่วนหนึ่งความไม่เข้าใจกันก็มีผล ทำให้เสียใจกับตรงนี้มาก”

คิดว่าลุงพลใจร้ายมั้ย ยกเลิกงานพี่?

“ก็อาจด้วยเหตุผลของเขาพี่ก็ไม่ทรา แต่อยากให้แยกแยะเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวเราเป็นคนของประชาชน เราต้องแยกแยะ คนเข้าสู่วงการนี้ได้ต้องมีสามัญสำนึก แยกแยะเรื่องงาน ถ้าทำไม่ได้ก็ออกจากวงการไปดีกว่า นี่พูดถึงส่วนรวมนะ”

กับป้าแต๋น่ล่ะ?

“ไม่ได้คุยกันเลย ปกติสนิทกันมาก ไปไหนก็เหมือนน้อง ประคองดูแล สามารถถือรองเท้าใส่รองเท้าให้แกได้ ไปกกกอกมีความสุขมาก ไปกินข้าวบ้านแก ถึงขั้นให้นอนเตียงเดียวกับแก แต่พี่ไม่เอา พี่ไปนอนรีสอร์ต พี่สบายใจ มาแล้วมีความสุขทุกครั้งสมัยที่ยังไม่มีปัญหา เราไปแล้วอยากให้มีประโยชน์ มีสาระกับชาวกกกอก ให้เด็กมีความรู้ ความมั่นใจกับชาวกกกอก ตอนแรกคิดว่าจะไปจัดแฟชั่นโชว์ ประกวดร้องเพลง ประกวดเต้นทุกเดือน”

หมอปลาเกี่ยวข้องเรื่องนี้ยังไง?

“หมอปลาถึงอายุน้อยกว่า แต่เขามีหลักการในชีวิต เขาช่วยคนดี ไม่ช่วยคนผิด ช่วยคนไม่ได้หวังผลอะไร ไม่เคยรับบริจาค เป็นคนที่เข้ามาช่วยลุงพลตั้งแต่แรก เป็นคนที่ทำให้ลุงพลกลับมามีชีวิตที่ดี และพี่ก็ไปร่วมทีมกับหมอปลาเพื่อมาช่วยครอบครัวนี้ พอเกิดเรื่องนี้มาก็นึกถึงหมอปลา โทรไปเล่าให้ฟัง เขาก็เข้าใจ จนมาสรุปเรียบร้อยว่าใครผิดใครถูก ก็เลยมีการเจรจา หมอปลาทำหน้าที่กาวใจ เดี๋ยวจะนัดคุยกัน ผิดถูกก็ว่ากันไป ขอโทษขอโพยก็จบ ส่วนร่วมงานกันหรือเปล่าต้องดูอีกที ถ้าเคลียร์จบไม่มีอะไรหมางใจ ออกมาจากใจจริง พี่โอเค พร้อมร่วมงานต่อไป ตัวพี่เวลาทุ่มเทก็อยากให้ถึงฝั่ง มาทะเลาะกันก็พังหมดทั้งคู่ คนก็จ้องด่าเย้ยหยัน ถ้ากลับมาสมานฉันท์ดี ก็ต้องดูกันต่อไป”

หมอปลาอยู่ข้างพี่อุ๊บ บอกว่าลุงพลผิด?

“เขาวิเคราะห์จากการสื่อสาร แต่เขาไม่เข้าข้างเรานะ แต่เขาก็บอกว่าจะไม่เข้าข้างคนผิด จะเข้าข้างคนที่ถูกต้อง เป็นคนที่ไว้ใจ ทำให้เราสบายใจขึ้น หมอปลาบอกว่่าจะนัดคุยกันออกสื่อ ทุกคนจะได้เห็นภาพมาเคลียร์กันให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน ถ้าคนผิดไม่รับผิดชอบต่อการทำผิด เขาก็บอกว่าจะไม่เกี่ยวข้องอีกต่อไป หมอปลาก็ทำตัวเป็นกลางดีที่สุด มีเจตนาดี และเป็นคนชัดเจน ถ้าใครผิดเขาจะไม่เข้าข้าง”

น้องไอซ์จะมามั้ย?

“อันนี้พี่ไม่ทราบ ก่อนแถลงข่าวก็จะมีการพูดคุยกันก่อน เราบริสุทธิ์ใจ เราไปอยู่แล้ว ถ้าโอเค ฝ่ายนั้นเข้าใจ ปรับความเข้าใจก็โอเค ถ้าพี่ทำผิดไปก็พร้อมขอโทษเด็กอยู่แล้ว หมอปลาก็มีเจตนาที่ดี  เคยเป็นทีมเดียวกัน ถ้ามาแตกกันก็ดูไม่ดี เข้าใจเจตนาหมอปลา”

ถ้าลุงพลขอโทษ น้องไอซ์ต้องขอโทษด้วยมั้ย?

“พี่ไม่ทราบตรงนี้ เดี๋ยวต้องรอดูอีกที”

อยากบอกอะไรลุงพล ป้าแต๋น?

“การให้ที่ดีที่สุดคือการให้อภัย ส่วนการมาร่วมงานกันหรือไม่นั้น ขอให้ระยะเวลาเป็นสิ่งเยียวยา มันอาจเกิดขึ้นได้ในการกลับมาร่วมงาน เป็นเรื่องปกติ สิ่งที่เกิดขึ้่นแค่ช่วงนึง อาจทำให้รักกันมากกว่าเก่าหรือไม่รักกันก็ได้ ต้องรอดูกันต่อไป แต่สำหรับพี่ก็เหมือนเดิม พี่สอนตลอดเวลา พี่ชอบคำนี้มาก อย่าทิ้งคนที่ร่วมสู้อยู่เคียงข้าง อย่าลืมคนที่ช่วยสร้างทางยิ่งใหญ่ อย่าละเลยคนที่เคยมีน้ำใจ อย่าลืมเป็นผู้ให้เมื่อได้ดี พี่สอนทุกคน เวลาเจอเขาก็สอนตลอด”

แต่มีอีกประเด็น เหมือนลุงพลจะมีผู้จัดการใหม่ที่ชื่อนกยูง?

“อันนี้พี่ไม่ทราบ แต่ทราบว่าเป็นหลานสาวของพี่สาวลุงพล เห็นบางเพจ ก็นำเสนอไป”

ถ้าเป็นจริงๆ ?

“ก็ไม่เสียใจ พี่เหมือนที่ปรึกษา แต่คนเป็นผู้จัดการดาราหรือบันเทิงได้ต้องมีประสบการณ์ในด้านวงการบันเทิงมา ถ้าเขาทำได้ก็โอเค เป็นเรื่องที่อาจต้องเรียนรู้กันต่อไป อยู่ที่เขาทั้งสอง คงไม่ไปวุ่นวาย ไม่ไปท้วงติง เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา”

แล้วอย่างนี้เรื่องงาน พี่อุ๊บจะรับงานให้เขาอยู่มั้ย?

“อย่างที่บอกเรื่องงานเป็นเรื่องอนาคต ถ้าเขาอยากทำงานกับพี่ต่อไปก็ต้องมีความจริงใจ ทำไปได้แต่ต้องเป็นมืออาชีพ ให้แยกแยะเรื่องงานกับงานส่วนตัว ต้องดูกันต่อไป เพราะในอนาคตยังมีอีก 10 งานที่เขาและพี่ต้องเจอกัน ถ้าได้คุยปรับความเข้าใจกัน  อาจมีรอยยิ้ม รักกันมากกว่าเดิมก็ได้”

เรื่องเงินบริจาคคืออะไร?

“อันนี้ไม่ได้รับรู้หรือมีส่วนเกี่ยวข้อง เห็นว่าลุงเขาเปิดสร้างเศียรพญานาคอยู่ใกล้ๆ บ้านเขา อาจเป็นความศรัทธาเลื่อมใส แต่การเปิดรับบริจาคต้องระวัง ต้องมีที่มาที่ไป เป็นเรื่องละเอียดอ่อน อาจเข้าตัวและทำให้เดือดร้อนมาก ที่สำคัญหมอปลาแอนตี้เรื่องนี้มาก คงเตือนกันแล้ว”

ยังรับบริจาคต่อเนื่องมั้ย?

“เห็นว่าปิดแล้ว อาจด้วยเหตุผลหมอปลา ก็เลยออกมาชี้แจง เพราะเรื่องบางอย่างเราไม่รับรู้นะ”

เหตุผลอะไรทำไมต้องสร้าง?

“เขาบอกว่าเสริมบารมี อาจเป็นความเชื่อส่วนตัว”

คิดว่าเหมาะสมมั้ย?

“เราต้องดูที่มาที่ไปว่าเพื่ออะไรหรือเปล่า เป็นเรื่องต้องระวัง ขนาดดาราดังๆ ก็เจอมาแล้ว ต้องชี้แจงหลักการให้ดี เป็นดาบสองคม ทำเพื่ออะไร ตอนนี้เขามีการถมที่ ต้องใช้เงินเยอะ เพราะถ้าทำก็ต้องทำทั้งตัว ต้องใช้เงินเป็นหลักล้าน ต้องมีบุญบารมีจริงๆ ถึงทำได้”

เหตุการณ์ที่เกิดจะจบยังไง?

“อยากให้เหมือนหนังไทย ต่างคนต่างมีความสุข หรือแยกย้ายไปตามวิถีชีวิตของตน เราอย่าไปยึดติดอะไร เราไม่อยู่กับคนที่รักตลอดชีวิตหรอก ต้องมีแนวทางชีวิตตัวเองต่อไป หรืออาจจะแยกย้ายกันทำงาน หรือกลับมาร่วมงานกัน ก็ต้องรอดูต่อไป”

ทะเลาะกับลุงพล เรื่องจริงหรือปั่นกระแส เพราะลุงพลเงียบ?

“โอ้ย ตายแล้ว ให้ไปสาบานวัดไหนดี ทุกวัดเลยมั้ย เรื่องจริงไม่ได้ปั่นกระแส ใครจะมายอมหน้าด้านหน้าทน ดิฉันทนไม่ได้หรอกค่ะ ยังมียางอาย แหกตาประชาชนมันบาป เรื่องจริงไม่ได้ปั่นเลยค่ะ”

ถ้าพี่อุ๊บผิดคำสาบานขอให้เสื่อมสมรรถภาพ?

“ได้ค่ะ ชีวิตนี้ไม่คิดเรื่องเซ็กซ์แล้วค่ะ เอางานเอาเงินเป็นหลัก ทำงานเลี้ยงหมาแมวมีความสุขกว่า ยินดีไร้สมรรถภาพค่ะ (หัวเราะ)”

อมรินทร์ทีวี!ทุบต่อ ‘เพลงบินใบงิ้ว’ ละครร้อนแรงปี 2564 คว้า ‘วาววา’ นั่งแท่นนางเอก เล่นชู้ ‘เป้-พีค-กอล์ฟ’ แซ่บลืม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – อมรินทร์ทีวี!ทุบต่อ‘เพลงบินใบงิ้ว’ละครร้อนแรงปี 2564 คว้า‘วาววา’นั่งแท่นนางเอก เล่นชู้‘เป้-พีค-กอล์ฟ’แซ่บลืม (naewna.com)

อมรินทร์ทีวี!ทุบต่อ‘เพลงบินใบงิ้ว’ละครร้อนแรงปี 2564  คว้า‘วาววา’นั่งแท่นนางเอก เล่นชู้‘เป้-พีค-กอล์ฟ’แซ่บลืม

อมรินทร์ทีวี!ทุบต่อ‘เพลงบินใบงิ้ว’ละครร้อนแรงปี 2564 คว้า‘วาววา’นั่งแท่นนางเอก เล่นชู้‘เป้-พีค-กอล์ฟ’แซ่บลืม

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เล่นใหญ่จัดเต็มตลอด สำหรับผลงานละครสุดปังและมีคุณภาพของ สถานีอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 ล่าสุดบอสใหญ่ “คุณศิริ บุญพิทักษ์เกศ” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด ขอตีเหล็กตอนร้อน สั่งลุยเปิดกล้องละคร “เพลงบินใบงิ้ว” ละครเรื่องใหม่อีกหนึ่งเรื่อง จากบทประพันธ์ของนักเขียนตัวแม่ “กฤษณา อโศกสิน” ที่จับมือพันธมิตร เจ้าแม่คอนเทนต์ละครตัวแม่ “ฉอด-สายทิพย์” แห่งเช้นจ์2561 เดินหน้าผลิตละครเข้มข้นเพื่อครองใจคุณผู้ชม กับละครลอตใหม่เพื่อกระชากเรตติ้งในปี 2564 หลังจากเปิดตัวด้วยละครท็อปฟอร์ม “ตะวันตกดิน” คว้าดาราเจ้าบทบาทมาประชันกันคึกคักไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่รับประกันความสนุกครบรสไฟลุกที่หน้าจอตามฉบับละครช่อง อมรินทร์ทีวีเอชดี ช่อง 34

โดยครั้งนี้ทีมผู้ผลิตสุดเริ่ด “พี่ฉอด-สายทิพย์” เสือปืนไว ขอต่อสายตรงจีบนางเอกฟรีแลนซ์สุดฮอต “วาววา-ณิชชา” ด้วยตัวเองกับการคัมแบ๊กกลับมารับบทนางเอกผู้น่าสงสาร“เปลแก้ว” ประชันฝีไม้ลายมือกับพระเอกมาดเข้ม “กอล์ฟ-อนุวัฒน์” ในบทบาทสุดเจ้าชู้ “จอมทอง” มีบ้านเล็กบ้านน้อยอย่าง นางร้ายยุค 5G “เจนิส-เจณิสตา” โดยยังมีตำนานแอ๊บแบ๊วอย่าง “จอย-ชลธิชา” มาเป็นจอมขโมยซีนอีกด้วย ซึ่งชีวิตรักครอบครัวนี้ยังต้องไปพัวพันปีนต้นงิ้ว เกี่ยวข้องกับอีกหนึ่งคู่รักอย่าง สาวพีค-ภัทรยา และ หนุ่มเป้-อารักษ์ ที่กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในรอบ 12 ปีในบทบาท “ยวนตา” สาวไฮโซสุดแซ่บที่ถึงแม้จะมีสามีแล้วอย่าง “แนวไพร” แต่ก็ยังเปย์ผู้ชาย เลี้ยงต้อย “แจกัน” ที่ได้พระเอกสายวาย “ซี-พฤกษ์” โดดมาลงละครเต็มตัวครั้งแรกแบบแซ่บถึงพริกถึงขิงงานนี้ยังได้ผู้กำกับฝีมือดี“หนุ่ย-ศุทธสิทธิ์” มานั่งแท่นผู้กำกับละคร หลังเคยฝากผลงานยืนหนึ่งครองใจคุณผู้ชมชาวอมรินทร์ทีวี เอชดี 34 มาแล้วในละครเรื่องแรกของสถานีอย่าง “สามีสีทอง” โดยยกทีมงานไปถ่ายทำทีเซอร์เรียกน้ำย่อยกันที่ Y/A/O Residence เพียงแค่เข้าซีนวันแรกก็บอกเลยว่าเคมีดีงามมากแม่! ซึ่งละครเรื่องนี้มีกำหนดออกอากาศให้ได้ชมกันกลางปี 2564 รับรองว่าละคร “เพลงบินใบงิ้ว” ร้อนแรงสุดพลังแน่นอน!!!

ค่ายดีด้าฯ จัดหนักบวงสรวงละคร 3 เรื่อง รีเมคสุดฮิต ‘ปางเสน่หา-ธิดาวานร-ตุ๊กตา’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ค่ายดีด้าฯ จัดหนักบวงสรวงละคร 3 เรื่อง รีเมคสุดฮิต‘ปางเสน่หา-ธิดาวานร-ตุ๊กตา’ (naewna.com)

ค่ายดีด้าฯ จัดหนักบวงสรวงละคร 3 เรื่อง  รีเมคสุดฮิต‘ปางเสน่หา-ธิดาวานร-ตุ๊กตา’

ค่ายดีด้าฯ จัดหนักบวงสรวงละคร 3 เรื่อง รีเมคสุดฮิต‘ปางเสน่หา-ธิดาวานร-ตุ๊กตา’

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด เสิร์ฟความสุขส่งท้ายปีแบบรัวๆ จัดพิธีบวงสรวงเปิดกล้องพร้อมกัน 3 ละครเด็ดช่อง 7 HD “ปางเสน่หา” “ธิดาวานร” และ “ตุ๊กตา” ที่ บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น ซ.ติวานนท์ 40 จ.นนทบุรี พิเศษไปกว่านั้นคือทั้ง 3 เรื่อง เป็นละครรีเมคที่เคยเป็นละครยอดฮิตในอดีตมาก่อนพร้อมกันนี้ บอส “ลอร์ด” สยม สังวริบุตรกรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด ได้เปิดตัวลูกสาวคนเก่งลูกไม้ใต้ต้นอย่างเป็นทางการ “ไผ่หลิว”อาภานุช สังวริบุตร รองกรรมการบริหาร บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด ที่มาทำงานละครกับคุณพ่อเต็มตัว

ฤกษ์ดีบวงสรวงในช่วงเช้า เหล่านักแสดงทั้ง 3 เรื่อง ก็มารวมตัวกันพร้อมหน้า ทำเอาบรรยากาศคึกคักและอบอุ่น“ปางเสน่หา” พร้อมหน้าด้วยพระ-นาง2 คู่ “อ๊อฟ”ชนะพล สัตยา, “แม็กกี้” อาภา ภาวิไล, “โก้” วศิน อัศวนฤนาท, “พิ้งค์พลอย” ปภาวดี ชาญสมอน และเสริมความสนุกด้วย “แอมป์” พีรวัศกุลนันท์วัฒน์, “เกรซ” บุศรินทร์ วงศ์ลีลนนท์ฯลฯ ละคร “ตุ๊กตา” นำทีม โดยพระเอกหนุ่ม “บูม” กิตตน์ก้อง ขำกฤษ นางเอกสาว “แม็กกี้” อาภา ภาวิไล พร้อมด้วย จาด้า อินโตร์เร, “โอ๊ต” ชาคริต บุญสิงห์,“เกี่ยวก้อย” ขวัญกวินท์ ธำรงรัฐเศรษฐ์ ฯลฯ

ด้านละครยอดฮิตแม่มา “ธิดาวานร” คึกคักด้วยทัพนักแสดง อาทิ นางเอกน้องใหม่ป้ายแดง “ปิ่น” ชรินพร เงินเจริญ และพระเอกมาดเข้ม “เมฆ” จุติจำเริญเกตุประทีป, “อ้น” กรกฎ ตุ่นแก้ว,“ฝน” ปริตา ไชยรักษ์ ฯลฯ สมทบด้วยนักแสดงมากฝีมือ เมื่อได้ฤกษ์แล้ว บอส “ลอร์ด” พร้อมด้วยลูกสาว “ไผ่หลิว” ก็นำทีมเริ่มพิธีบวงสรวง แม้แดดจะร้อนไปบ้างแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค ทุกคนพร้อมใจกันทำพิธีบวงสรวงเป็นมงคลจนเสร็จลุล่วงด้วยดี จากนั้นก็เข้าสู่โหมดเฮฮาปาร์ตี้ เมื่อ ช่อง 7 HD เซอร์ไพรส์แบบสดๆ บทไม่มี ยกเค้กวันเกิดมาเบิร์ธเดย์ย้อนหลังให้กับ “น้องปิ่น-ชรินพร” นางเอกป้ายแดง ในละคร “ธิดาวานร” ที่เกิดเมื่อ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้บรรยากาศคึกคักอีกครั้ง จากนั้นเหล่านักแสดงต่างก็แยกย้ายกันไปให้สัมภาษณ์ และพร้อมถ่ายทอดบทบาทในละครออกมาให้แฟนๆ ได้ชมกันทางช่อง 7HD เร็วๆ นี้

‘เซฟฟานี่-ปูเป้-หลุยส์-โดนัท’ ชวน เดิน-วิ่งการกุศล ‘7HD Charity Virtual Run 2020’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘เซฟฟานี่-ปูเป้-หลุยส์-โดนัท’ ชวน เดิน-วิ่งการกุศล ‘7HD Charity Virtual Run 2020’ (naewna.com)

‘เซฟฟานี่-ปูเป้-หลุยส์-โดนัท’  ชวน เดิน-วิ่งการกุศล ‘7HD Charity Virtual Run 2020’

‘เซฟฟานี่-ปูเป้-หลุยส์-โดนัท’ ชวน เดิน-วิ่งการกุศล ‘7HD Charity Virtual Run 2020’

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ช่อง 7HD รวมพลคนดังสายคนรักสุขภาพ เซฟฟานี่ อาวะนิค/ปูเป้-เกศรินทร์ น้อยผึ้ง/หลุยส์ เฮส และ โดนัท-ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์ มาร่วมแนะนำเคล็ดลับการวิ่ง ออกกำลังกายให้ได้ประโยชน์สูงสุด และร่วมทำบุญไปกับ กิจกรรม เดิน-วิ่งการกุศล “7HD Charity Virtual Run 2020” ซึ่งรายได้จากค่าสมัครไม่หักค่าใช้จ่าย ร่วมสมทบ “กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 (และโรคระบาดต่างๆ)”

“เซฟฟานี่” นางเอกสาวมีคำแนะนำเพื่อให้การออกกำลังกายมีผลดีต่อสุขภาพมาฝาก “สิ่งแรกคือการวอร์มอัพก่อนออกกำลังกาย จะช่วยเพิ่มการหมุนเวียนของระบบหัวใจและหลอดเลือด และยังช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย ไปกระตุ้นให้ระบบหมุนเวียนของเลือดในกล้ามเนื้อให้หมุนเวียนได้ดีขึ้น ช่วยลดความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อและยังลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บด้วย ส่วนการคูลดาวน์ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะจะทำให้ระบบหมุนเวียนต่างๆ กลับมาอยู่ในภาวะปกติ เพราะหากหยุดออกกำลังกายทันที อาจทำให้มีอาการปวดศีรษะได้ เพราะอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตลดลงอย่างรวดเร็วเกินไป”

“หลุยส์” ย้ำว่า “นอกจากการวอร์มร่างกายแล้ว ยังมีเคล็ดลับที่จะให้วิ่งได้ระยะทางไกลขึ้น ได้แก่ 1.วิ่งไม่ต้องสนใจความเร็ว 2.ค่อยๆ เพิ่มเวลาวิ่งครั้งละ5-10 นาทีต่อสัปดาห์ 3.เพิ่มระยะทางใหม่ในแต่ละวัน 4.เติมพลังด้วยเพาเวอร์บาร์หรือเอนเนอร์จีเจล และข้อสุดท้าย5.จงอดทน อดทน และอดทนครับ เท่านี้ก็จะทำให้คุณสามารถวิ่งได้นานขึ้นครับ”

“ปูเป้-เกศรินทร์” กล่าวเสริมว่า “สำหรับนักวิ่งมือใหม่อย่างเป้ ควรเริ่มต้นจากการวิ่งเบาๆ และไม่จำเป็นต้องเร่งฝีเท้า หรือรีบวิ่งเพื่อไปแข่งกับใคร เมื่อกำลังแรงเริ่มคงที่จึงค่อยปรับสปีดให้เร็วขึ้น เพราะเราสามารถกำหนดการวิ่งให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตัวเองได้ จงหมั่นฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เป็นการออกกำลังกายที่ไม่ทำร้ายร่างกายตัวเอง ได้รับประโยชน์ครบถ้วนและลดความเสี่ยงการเกิดโรคประจำตัวต่างๆ ได้แก่ โรคหัวใจ โรคความดันเลือด โรคเบาหวาน ลดระดับไขมันในเลือด และยังทำให้สุขภาพจิตดี อารมณ์แจ่มใสขึ้นด้วยค่ะ”

“โดนัท-ภัทรพลฒ์” เผยอีกว่า “การตั้งเป้าหมายให้กับตัวเอง จะเป็นอีกหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลให้ลุกขึ้นมาออกกำลังกาย เพราะจะทำให้เรารู้สึกสนุกและมีความสุขที่ได้สร้างความสำเร็จตามที่เราตั้งไว้ และหากขณะออกวิ่งแล้วรู้สึกท้อ ให้มองไปที่เป้าหมาย หรือหาสิ่งสร้างความบันเทิงระหว่างทางด้วยการฟังเพลง หรือฟังเรื่องเล่าที่ชอบ นึกถึงความสุขมองย้อนกลับไปวันแรกที่เราเริ่มวิ่ง สนุกไปกับความสำเร็จที่ผ่านมา จะช่วยปลุกพลังในตัวเราให้ฮึดสู้ได้ไม่น้อย นอกจากมีพลังบวกแล้วผลลัพธ์คือทำให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้นนะครับ”

ขอเชิญชวนร่วมสมัคร กิจกรรม เดิน – วิ่งการกุศล “7HD Charity VirtualRun 2020” สนับสนุนโดย ลอรีเอะเนเชอรัล คูล, นมถั่วเหลืองไวตามิ้ลค์, น้ำยาปรับผ้านุ่มดาวน์นี่ และน้ำแร่ผสมวิตามินบีรวม ตราอควา วิตซ์(By Jele) โดยรายได้จากค่าสมัครไม่หักค่าใช้จ่าย ร่วมสมทบ “กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 (และโรคระบาดต่างๆ)” ติดตามรายละเอียด ได้ที่ http://www.ch7hd.com/7hdcharityvirtualrun2020 หรือลงทะเบียนได้ที่ http://www.runlah.comได้ตั้งแต่วันนี้-30 ธันวาคมเท่านั้น ประกาศผลจับเวลาและรางวัลพิเศษอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 มกราคม 2564

บวงสรวงละคร ‘ยมทูตกับภูตสาว’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – บวงสรวงละคร ‘ยมทูตกับภูตสาว’ (naewna.com)

บวงสรวงละคร ‘ยมทูตกับภูตสาว’

บวงสรวงละคร ‘ยมทูตกับภูตสาว’

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ได้ฤกษ์ดีบวงสรวงกันไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับละครเรื่อง “ยมทูตกับภูตสาว” ของผู้จัดสุดจี๊ด “ไก่-วรายุฑ มิลินทจินดา” จากค่ายเลิฟดราม่า ที่เรื่องนี้จับเอาคู่พระ-นางเคมีสุดจิ้นอย่าง “ออกัส-วชิรวิชญ์” และ “อาย-กมลเนตร”มาเจอกันในเวอร์ชั่นสนุกสุดฮา เมื่อคนหนึ่งเป็นยมทูตผู้เย็นชา ส่วนอีกคนเป็นวิญญาณผีสาวสุดป่วนที่ไม่ยอมตาย อะไรจะเกิดขึ้นต้องติดตามดูกันต่อไป พร้อมด้วยทัพนักแสดงอีกคับคั่งทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า จูเนียร์-กาจบัณฑิต, น้ำขิง-อวิกา, บีม-กวี, แนตตี้-นาตาชา, น้องอันดา-กุลฑีรา, ก้อย-นฤมล, ปาล์ม-ศุภชัย, แปลน-ธนวัฒน์, กุน-กิตติคุณ, ภูเขา-วรพรต, โจ้-ศาโรจน์, กร-กรณรัสย์, โอนีล-ฐิตินันท์,ดิว-ญาณวี, ไก่-นิภาวรรณ, โอ๊ค-กีรติ,เอก-วิชัย ฯลฯ ดูจากบรรยากาศบวงสรวงที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและความสนุกกับการแสดงระบำอารตีที่นางเอก ๅอาย-กมลเนตร และนักแสดงนำพร้อมใจกันแสดงเพื่อถวายแด่องค์พ่อพระพิฆเนศแล้วบอกเลยว่าเรื่องนี้บันเทิงแน่นอน

‘ปู๋ 25hours’ แต่งเพลง และโปรดิวซ์ เพลง ‘สัญญาลอยลอย’ ดันวง KORDYIM (โคตรยิ้ม) สุดตัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘ปู๋ 25hours’ แต่งเพลง และโปรดิวซ์ เพลง ‘สัญญาลอยลอย’ ดันวง KORDYIM (โคตรยิ้ม) สุดตัว (naewna.com)

‘ปู๋ 25hours’ แต่งเพลง และโปรดิวซ์ เพลง ‘สัญญาลอยลอย’  ดันวง KORDYIM (โคตรยิ้ม) สุดตัว

‘ปู๋ 25hours’ แต่งเพลง และโปรดิวซ์ เพลง ‘สัญญาลอยลอย’ ดันวง KORDYIM (โคตรยิ้ม) สุดตัว

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

วงดนตรีอารมณ์ดี วง KORDYIM(โคตรยิ้ม) สุดยอดวงเอ็นเตอร์เทน เจ้าแห่งงานเลี้ยงงานปาร์ตี้จากสังกัดสนามหลวงมิวสิก ในเครือ จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ฯ ประกอบด้วย “ทีม-อานันท์ พัวนิรันดร์ (ร้องนำ), แรก-คณินกุมประสิทธิ์ (กีตาร์), เอฟ-ทรงพลเดชสุวรรณ (เบส) และ แชมป์-สิทธิกร กลัดเพชร (กลอง)” พร้อมปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดแล้ว จากคำถามสุดฮิตที่วงถูกถามมาตลอด ว่าอยากเห็นด้านซึ้งของวงบ้าง ถึงเวลานั้นแล้วกับเพลงใหม่ “สัญญาลอยลอย” เพลงซึ้งปนเศร้ากับคำตัดพ้อแบบมูฟออนไม่ได้ ผลงานส่งท้ายปลายปี กับการมีโปรดิวเซอร์ครั้งแรก โดย “ปู๋ 25hours (ปิยวัฒน์ มีเครือ) งานนี้โปรดิวเซอร์ถึงขั้นชมหนักว่าวงโคตรยิ้มชัดเจนในแนวทางและยังมีความสร้างสรรค์ทางดนตรีสูง

“ทำงานกับวงนี้สนุกสนานมาก ตามคาแร็กเตอร์พวกเขาเลย ที่สร้างรอยยิ้มให้เราได้จริงๆ แต่วงมีความตั้งใจในการทำงานสูง ทำการบ้านมาเสนอในรูปแบบดนตรีที่น้องๆ คิดมา จากเริ่มแรกที่มาคุยกันก็มีเมโลดี้มาให้ฟังเยอะมาก ค่อยๆ กรองออกจากคลังเพลงของเขา จนได้เมโลดี้ที่ถูกใจที่สุด เราก็ได้มาเติมเต็มในด้านเนื้อร้องที่ได้โครงมาจากคำเศร้าๆ คำหนึ่ง คือ คำสัญญาลอยลอยของเมื่อวาน เราแต่งเพลงนี้ออกมาตามลักษณะวง คือไม่เศร้าจนเกินไป มีคำที่แสดงอารมณ์ที่เป็นการทวงถาม อยู่กับความรู้สึกตัวเองไม่ฟูมฟาย จนเป็นเพลงนี้อย่างสมบูรณ์ด้วยเสียงร้องและวิธีการร้องของเจ้า “ทีม” นักร้องนำที่เข้าถึงตรงตามที่ต้องการครับ ในฐานะโปรดิวเซอร์ผมอยากให้ความตั้งใจของวงนี้นำไปสู่การเติบโตและความสำเร็จอีกขั้นของวงโคตรยิ้ม ผมพร้อมสนับสนุนส่งต่อดีเอ็นเอให้เต็มที่ครับ” ปู๋ 25hours กล่าว

‘ฐปณีย์’ เปิดชีวิตนักข่าว ‘เคยถูกขู่ฆ่า-ซากหมูตายก็เคยกินมาแล้ว’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘ฐปณีย์’เปิดชีวิตนักข่าว ‘เคยถูกขู่ฆ่า-ซากหมูตายก็เคยกินมาแล้ว’ (naewna.com)

'ฐปณีย์'เปิดชีวิตนักข่าว 'เคยถูกขู่ฆ่า-ซากหมูตายก็เคยกินมาแล้ว'

‘ฐปณีย์’เปิดชีวิตนักข่าว ‘เคยถูกขู่ฆ่า-ซากหมูตายก็เคยกินมาแล้ว’

วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 20.20 น.

ถูกยกเป็นนักข่าวสายลุย อย่าง แยม ฐปณีย์ เอียดศรีไชย กับชีวิตในวงการนักข่าวภาคสนามกว่า 20 ปี บอกไม่คิดจะเปลี่ยนตำแหน่ง เพราะนักข่าวภาคสนามทำให้ได้เจอประสบการณ์ใหม่ที่ไม่มีใครได้เจอมากมาย ต้องไปอยู่ในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์มาแล้วทั้งสงคราม ภัยพิบัติต่างประเทศ อีกทั้งเคยถูกขู่ฆ่ามาแล้ว ซึ่งเจ้าตัวได้เผยถึงเรื่องอาหารการกินว่าบางครั้งต้องกินซากหมูตาย แถมยังเล่าประสบการณ์ขนหัวลุก เจอผีหลังสึนามิ ผ่านทาง รายการคุยแซ่บSHOW ทางช่องวัน 31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และใบเฟิร์น พัสกร เป็นพิธีกร

วลี “คุณกิตติคะ” มันเริ่มมาจากอะไร?

ฐปณีย์ : มาจากการที่เราเป็นนักข่าวภาคสนาม คุณกิตติอยู่ในสตูดิโอรายงานเหตุการณ์ส่งมาหาเรา การที่เราจะบอกว่านี่เป็นรายการสด เป็นคำที่เรารับก่อนจะรายงานสด คุณกิตติส่งมาหาเรา มันต้องมีการขานรับกัน เราไม่คิดว่าจะเป็นวลีเด็ด แต่คำนี้ก็ติดหูมาเป็น 10 ปีแล้วเนาะ มันมาจากคนดูข่าวเราทุกคืน ติดหูติดตาคน

เคยคิดตั้งแต่เด็กมั้ยว่าจะเป็นนักข่าว?

ฐปณีย์ : เคยคิดตอนเด็กๆ ว่าเราอยากจะเป็นนักเขียนมากกว่า แต่นักข่าวออกทีวีไม่เคยคิดเลยคะ เราเรียนจบจากที่สงขลา แต่ก็อยากเรียนวารสาร แต่สอบไม่ได้ จนต้องเรียนคณะอื่นแต่รู้สึกว่าเรียนแล้วไม่ใช่ เลยลองสมัครเรียนโทวารสาร ได้มารู้จักกับเพื่อนๆ เพื่อนแนะนำให้ไปสมัครนักข่าว เราก็ไม่รู้ลองไปเรื่อยไปอบรมดีเจบ้าง ติดเพื่อนไม่ทำโฆษณาบ้าง แต่นักข่าวเราลองไปสมัครดู เค้าถามเราแค่สามคำ เป็นนักข่าวทำงานตอนกลางคืนได้มั้ย ออกงานต่างจังหวัดได้มั้ย ทำงานแบบไม่หลับไม่นอนได้มั้ย เราตอบได้หมด เขาบอกงั้นมาพรุ่งนี้ทำงานเลย ตั้งแต่วันนั้น 20 ปีก็ไม่เคยได้หลับได้นอน (หัวเราะ) ก่อนมาเป็นนักข่าวทำงานเป็นเลขาผู้บริหาร ใส่ประโปรง ได้เงินเยอะแต่เราก็ทิ้งไปทำนักข่าว เพราะว่าเราคนหาตัวเองเจอแล้ว

เป็นนักข่าวสนามตลอด 20 ปีทำไมไม่เปลี่ยนเลย?

ฐปณีย์ : เรายังต้องลงสนามไปทำข่าวทุกวัน เพราะว่ามันมีโอกาสมากกว่าคนอื่น เราได้เดินทางไปประเทศที่บางครั้งไม่คิดเลยว่าจะได้เดินทางไป เราไม่คิดว่าวันนึงจะได้ไปอยู่ในสถานการณ์ซีเรีย สถาณการณ์แผ่นดินไหว มันได้เปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆ เป็นประสบการณ์ใหม่ ได้เจอผู้นำระดับโลก เราไปทำงานแต่เราได้อยู่ในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ บางครั้งอันตรายมากที่ขู่ฆ่าจากผู้มีอิทธิพล ที่ไปตีแผ่

ถูกขู่ฆ่า?

ฐปณีย์ : ข่าวบุกรุกที่ดิน เป็น 10 ปีแล้ว เรายังเด็กๆ จากที่เราเคยดูในหนัง ถูกขู่ฆ่า ตั้งค่าหัว แต่พอในความเป็นจริงเรามีค่าหัววะ หลายคนอาจจะกลัวนะมีค่าหัว แต่เราดีใจเราเท่ห์มีค่าหัว ด้วยความโชคดีเขาไปจ้างซุ้มมือปืนที่มีคนรู้จักเรา เขาก็ช่วยพูดว่าเราไม่ใช่คนแบบนั้น ทุกวันนี้ไม่กลัวแล้ว เพราะว่าเราผ่านเหตุการณ์แบบนี้มามากแล้ว ถ้าเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง เราพูดความจริง เราไม่จำเป็นต้องกลัวอะไร แม้ตายไปความจริงยังอยู่ถือว่าเราได้ทำหน้าที่ของเรา ปัจจุบันสิ่งที่น่ากลัวกว่ากระสุนปืนคือกระสุนในคีบอร์ดในโลกโซเชียลการไล่ล่ากัน การใส่ร้ายกัน มันทำให้คนหลายคนตายไปจากสังคมนี้ เพราะคีย์บอร์ด

เจอข้อความเครียดๆ ดูแลจิตใจยังไง?

ฐปณีย์ : มีสติทบทวนตัวเอง สิ่งที่ถูกวิจารณ์มันเป็นอย่างไร ถ้าไม่จริงเราก็ชี้แจงแก้ไขด้วยความจริงใจ ส่วนคนจะรับฟังเราหรือไม่พื้นฐานความน่าเขื่อถือของเราเป็นสิ่งสำคัญ

หมูที่ฟิลิปปินส์ไม่ดียังไง?

ฐปณีย์ : เราต้องเดินทางไปสถานที่เกิดเหตุ หมูที่ฟิลิปปินส์มันมาจากการไปทำข่าวพายุใต้ฝุ่น เกาะพังราบเลย ซึ่งกว่าเราจะไปถึงที่นั่นคือยากลำบากมากๆ ทันทีที่เข้าไปในเมืองพังราบเป็นหน้ากลอง ศพยังวางเรียงอยู่ตามท้องถนน หมูที่ตายนอนตาย เราออไปทำข่าวทุกวัน วันนั้นกลับมาที่บ้านพักเอามาม่าไปก็แบ่งกันกิน เพราะไม่มีอาหาร วันที่ 4 ของเหตุการณ์ เขาบอกวันนี้จะมีหมูให้กินนะ ทุกคนก็ดีใจ พอเริ่มกินหมูไปเราก็บอกว่าไม่ต้องบอกนะว่าหมูจากที่ไหนเราก็รู้อยู่แล้ว คงเป็นหมูที่นอนเรียงตายกันอยู่ เรากินตอบแทนน้ำใจเขา

ไปทำข่าวเจอผี?

ฐปณีย์ : มีเจอหลายรูปแบบ แต่ครั้งนี้หลังเหตุการณ์สึนามิ ประเทศไทย 1 ปีหลังจากเหตุการณ์ พานักข่าวไปพักโรงแรมที่เคยโดนสึนามิ มีพี่หนังสือพิมพ์คนนึงไปพักก่อนแล้วเขาเจอ เราก็แบบเรื่องจริงหรอ เราก็พากันไปที่ห้องพี่คนนั้น 4-5 คนเพราะไม่เชื่อไปพิสูจน์ นั่งล้อมบนเตียง เรามองไปที่ผนังห้อง เหมือนเป็นกลุ่มควันแล้วค่อยๆ ก่อเป็นตัว เราก็วิ่งกันกระเจิงเลย ตัวเราสั่น ปากสั่น นอนบนเตียงคลุมโปง เราได้ยินเสียงร้องเหมือนเด็กข้างๆ หู แต่พี่เราก็ทำให้เราหัวเราะทำให้หายตัวสั่นไปได้เยอะ

แอบคบนักข่าวต่างช่อง อนุวัต?

ฐปณีย์ : ไม่จริงคะ จริงๆ คือมีข่าวเอาไปเขียนว่ามีข่าวซุกลูก แต่พอเปิดเข้าไปในนั้นมีรูปคู่เรากับคุณอนุวัต ทำให้คนคิดว่าซุกลูกคือมีกับคุณอนุวัตหรือเปล่า เหมือนเป็นคู่จิ้นในวงการข่าว จริงๆ เป็นเพื่อนกัน

ข่าวซุกลูกคืออะไร?

ฐปณีย์ : เอาลูกน้องชายมาเลี้ยงเป็นลูกตัวเอง เลี้ยงตั้งแต่เด็กๆ เรียกเราแม่แยม พอเราโพสต์โซเชียลคนก็คิดว่าเป็นลูกเราจริงๆ

ตอนนี้มีแฟนมั้ย?

ฐปณีย์ : ไม่มีคะ เราก็คุยได้ที่ผ่านมาก็เคยมี แต่พอเราเป็นนักข่าวเราก็ไม่ค่อยมีเวลา เรารู้สึกว่าตัวเองชอบเดินทาง ชอบทำอะไรที่คล่องตัว ถ้ามีห่วงแล้วมันไม่สุด แต่พอมาถึงวัยเราเฉยๆ แล้วกับเรื่องพวกนี้ เวลาแต่ละวันตอนนี้ทำหลายอย่างมาก

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

หล่อแล้วยังตลก!! ‘เวียร์’ เล่าเรื่องสุดฮา เมื่อเพื่อนชวนไปกินปลาส้ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – หล่อแล้วยังตลก!! ‘เวียร์’เล่าเรื่องสุดฮา เมื่อเพื่อนชวนไปกินปลาส้ม (naewna.com)

หล่อแล้วยังตลก!! 'เวียร์'เล่าเรื่องสุดฮา เมื่อเพื่อนชวนไปกินปลาส้ม

หล่อแล้วยังตลก!! ‘เวียร์’เล่าเรื่องสุดฮา เมื่อเพื่อนชวนไปกินปลาส้ม

วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 19.09 น.

น่ารักน่าเอ็นดู! พระเอกหนุ่ม เวียร์ ศุกลวัฒน์ ได้มาอัดคลิปบนอินสตาแกรมส่วนตัวถึงการเข้าใจคิดว่าเพื่อนจะพาไปกินปลาส้ม 

ล่าสุด เจ้าตัว ได้อัดคลิปเล่าเรื่องราวสุดฮาว่า เพื่อนชวนไปกินปลาส้ม แต่เหมือนว่าการสื่อสารจะเข้าใจผิด ซึ่งปลาส้มในที่นี้ก็คือปลาแซลมอล หนุ่มเวียร์ยังบอกด้วยว่า คิดว่าจะพาไปกินปลาส้มจริงๆ เพราะตัวเองห่อข้าวเหนียวไปกินถึงร้านเพราะเข้าใจผิดคิดว่าจะพาไปกินปลาส้มจริงๆ 

‘ณัฏฐพล’ กร้าว! อย่านำแฟชั่น ‘ทรงผม-เครื่องแบบ’ มากดดัน ยันไม่เคยมีร้องชุดนร.แพง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ณัฏฐพล’กร้าว! อย่านำแฟชั่น‘ทรงผม-เครื่องแบบ’มากดดัน ยันไม่เคยมีร้องชุดนร.แพง (naewna.com)

‘ณัฏฐพล’กร้าว! อย่านำแฟชั่น‘ทรงผม-เครื่องแบบ’มากดดัน ยันไม่เคยมีร้องชุดนร.แพง

‘ณัฏฐพล’กร้าว! อย่านำแฟชั่น‘ทรงผม-เครื่องแบบ’มากดดัน ยันไม่เคยมีร้องชุดนร.แพง

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 13.51 น.

‘ณัฏฐพล’กร้าว! อย่านำแฟชั่น‘ทรงผม-เครื่องแบบ’มากดดัน ยันไม่เคยมีร้องชุดนร.แพง

1 ธันวาคม 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยถึงกรณีนักเรียนกลุ่มหนึ่งมีการเชิญชวนให้แต่งชุดไปรเวทไปโรงเรียน เพื่อแสดงสัญลักษณ์ถึงความต้องการเสรีภาพ ว่า หากครูพบนักเรียนแต่งชุดไปรเวท แล้วห้ามเด็กเข้าเรียน คงไม่ได้ เพราะ ศธ.กำหนดระเบียบไว้ชัดเจนแล้ว ถ้านักเรียนไม่สามารถทำตามระเบียบได้ควรทำอย่างไร เช่น ขั้นแรกต้องพูดคุยกับนักเรียน ขั้นต่อมาคือจะสอบถามผู้ปกครอง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ทุกๆปัญหาที่นักเรียนยกเป็นประเด็นขึ้นมา ศธ.มีกระบวนการรับฟังและหาทางแก้ไขให้เหมาะสม ผ่านคณะกรรมการพิจารณาข้อร้องเรียนของนักเรียน นักศึกษา ซึ่งทางคณะกรรมการพิจารณาฯ ได้เสนอให้ ศธ.แนวทางแก้ไขระเบียบในเรื่องต่างๆแล้ว แต่ยังขาดการรับฟังจากผู้ปฏิบัติหน้าที่ว่าจะสามารถทำได้จริงตามข้อเสนอแนะได้หรือไม่

“การแสดงออกครั้งนี้ เหมือนกับกดดันให้เราต้องตัดสินใจทางใดทางหนึ่ง ซึ่งผมคงไม่ตัดสินใจโดยที่มีความกดดันจากภาคสังคม ผมตัดสินใจบนพื้นฐานความถูกต้อง และความเหมาะสมกับระยะเวลาข้อมูลที่มีอยู่ รวมทั้งความพร้อมของผู้ปฏิบัติในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ ฉะนั้นขอให้ทุกคนเข้าใจด้วย หวังว่าน้องๆทุกคนที่รับข้อมูลอย่างมีความเข้าใจที่ดีว่าจะเข้าใจว่าอีกไม่นาน ศธ.จะหาแนวทางแก้ปัญหา และผมมั่นใจว่าทุกแนวทางที่เราแก้ไขปัญหา คงไม่ถูกใจทุกคน” รมว.ศธ. กล่าว

รมว.ศธ. ระบุว่า เราต้องความเข้าใจว่าเราอยู่ในสังคมที่ใหญ่ เราไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนได้ โดยเฉพาะหน่วยงานของรัฐ ที่ต้องนึกถึงนักเรียน ผู้ปกครองทั่วทั้งประเทศ หากเราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยไม่คำนึงถึงผลรอบด้าน จะเป็นปัญหาระยะยาว และจะเป็นเรื่องที่เราไม่ควรมานั่งแก้ไขในขณะที่การศึกษามีหลายเรื่องที่เป็นประเด็นแก้ไขเป็นอันดับต้นๆ ผมไม่อยากพูดว่าผมหรือเครื่องแต่งกายเป็นเรื่องของแฟชั่น แต่เรากลับเอาเรื่องผมและเครื่องแต่งกายมากดดันก่อนเรื่องคุณภาพการศึกษา หลักสูตรการศึกษาที่เป็นปัญหาหลักของการศึกษา

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลายคนบอกว่าชุดนักเรียนแพงเกินไป แต่ในความจริงแล้วชุดนักเรียนอยู่ในงบอุดหนุนเรียนฟรี 15 ปี ของรัฐอยู่แล้วใช่หรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า รัฐบาลพยายามสนับสนุนเรื่องเครื่องแบบนักเรียน แต่อาจจะไม่ได้เนื้อผ้าที่ทุกคนพอใจ อาจจะลงทุนเพิ่มเติมบ้าง แต่จะมีเด็กในประเทศเป็นล้านคนที่ใช้งบประมาณจากรัฐซื้อเครื่องแบบนักเรียนได้ ตนไม่ได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองเลยว่าเครื่องแบบนักเรียนจะเป็นปัญหาทำให้ภาวะเศรษฐกิจของครอบครัวได้รับผลกระทบ การแต่งชุดไปรเวทอาจจะทำให้มีผลกระทบในระยะยาว เช่น นักเรียนอาจจะมองว่าเสื้อผ้าของตนสกปรก เทียบกับเพื่อนไม่ได้ เป็นต้น ฉะนั้นตนหวังว่านักเรียนจะเข้าใจในการวางมาตรฐานเครื่องแบบนักเรียนของ ศธ.

‘นร.บดินทรเดชาฯ’ แต่งไปรเวทมาเรียนถูกแยกพบ ผอ. พร้อมร้องขอแต่งมาเรียนสัปดาห์ละวัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘นร.บดินทรเดชาฯ’แต่งไปรเวทมาเรียนถูกแยกพบ ผอ. พร้อมร้องขอแต่งมาเรียนสัปดาห์ละวัน (naewna.com)

'นร.บดินทรเดชาฯ'แต่งไปรเวทมาเรียนถูกแยกพบ ผอ. พร้อมร้องขอแต่งมาเรียนสัปดาห์ละวัน

‘นร.บดินทรเดชาฯ’แต่งไปรเวทมาเรียนถูกแยกพบ ผอ. พร้อมร้องขอแต่งมาเรียนสัปดาห์ละวัน

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 13.38 น.

วันที่ 1  ธันวาคม 2563 ที่โรงเรียนบดินทร์ สิงห์ สิงหเสนี เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ดร.วิสิทธิ์ ใจเถิง ผู้อำนวยการโรงเรียนบดินทร (สิงห์ สิงหเสนี) พร้อมคุณครูคณะกรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครอง ได้เดินทางมายังโรงเรียนแต่เช้าเพื่อดูความเรียบร้อยที่บริเวณประตูใหญ่ของโรงเรียนฯ เนื่องจากมีกลุ่มนักเรียนเลว ประกาศเชิญชวนนักเรียนให้แต่ชุดไปรเวทมาเรียน และจะไม่ใส่ชุดนักเรียนมาเรียนแล้ว 

โดยนักเรียนส่วนใหญ่ใส่ขุดนักเรียนปกติเดินทางเข้ามาโรงเรียน ตั้งแต่ 06.00 น. โดยทาง ผอ.โรงเรียนได้สั่งให้ครู คณะกรรมการสถานศึกษา และคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง ช่วยดูแลความเรียบร้อย และในเวลา 07.25 น. ก่อนประตูโรงเรียนจะปิดในเวลา 07.30 น. กลุ่มภาคีนักเรียน KKC นักเรียนเลว ที่ใช้ชื่อว่า “บอดิน ไม่อินเผด็จการ” ประมาณ 20 คน ใส่ชุดไปรเวทมาร่วมแสดงสัญลักษณ์ เดินถือป้ายข้อความ “ บังคับแต่งชุดนักเรียน คือ การละเมิดสิทธิของนักเรียน” “ยกเลิกกฏระเบียบล้าหลัง”   “โรงเรียนนี้ไม่ให้นักเรียนขึ้นห้องเรียน” เดินเข้ามาภายในโรงเรียน ทางเจ้าหน้าที่จึงขอให้กลุ่มนักเรียนเข้าไปพักที่พิพิธภัณฑ์ เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) โดย ดร. วิสิทธิ์ ใจเถิง ผอ.โรงเรียนบดินเดชาฯ ได้ไปพบเพื่อสอบถามเหตุผลที่นักเรียนใส่ชุดไปรเวทมาเรียน และชี้แจงว่าที่ยังไม่ให้นักเรียนขึ้นเรียนด้วยชุดไปรเวท เพราะโรงเรียนต้องปฏิบัติตามกฏระเบียบของกระทรวงศึกษาฯ ร่วมถึงข้อตกลงระหว่างโรงเรียน กับผู้ปกครอง และนักเรียนที่มีร่วมกันไว้ เพราะโรงเรียนบดินเดชาฯ มีนักเรียนกว่า 4,200 คน เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนทุกคน และเมื่อนักเรียนที่แต่งชุดไปรเวทมา ทางโรงเรียนจึงต้องเชิญผู้ปกครองนักเรียนมารับทราบปัญหา

ตามที่ โรงเรียนได้ออกประกาศโรงเรียนบดินเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เรื่อง การแต่งเครื่องแบบนักเรียนของโรงเรียนบดินเดชาฯ ไปเมื่อวันที่ 30 พ.ย. ที่ผ่านมา  ถึง พ.ร.บ.เครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551 มาตรา 5 ให้นักเรียนแต่งเครื่องแบบนักเรียน หากนักเรียนคนใดไม่แต่งเครื่องแบบนักเรียนโดยไม่ได้รับการยกเว้นตามวรรคสองอาจได้รับโทษทางวินัยตามระเบียบที่กระทรวงศึกษาฯกำหนด จึงประกาศให้นักเรียนโรงเรียนบดินเดชาฯ แต่งเครื่องแบบนักเรียนตามระเบียบปฏิบัติของลูกบดินทร กรณีที่นักเรียนไม่แต่งเครื่องแบบนักเรียนและต้องการเข้าเรียนในชั้นเรียนให้ทางโงเรียนเชิญผู้ปกครองมารับทราบปัญหาและดูแลนักเรียนในปกครอง และทางโรงเรียนได้ทำความเข้าใจกับนักเรียนถึงความสำคัญของเครื่องแบบนักเรียนและประโยชน์ในการดูแลความปลอดภัยนักเรียน และการใส่ชุดนักเรียนสามารถจำแนกนักเรียนจากบุคคลภายนอกได้ และขอความร่วมมือผู้ปกครองทำความเข้าใจกับนักเรียน การใส่เครื่องแบบนักเรียนของโรงเรียนบดินเดชาฯ เป็นเกียรติและความภาคภูมิใจที่มีมายาวนานจึงควรธำรงรักษาเกียรติยศและศักดิ์ศรีไว้       

ทั้งนี้ ตัวแทนกลุ่มนักเรียน  “บอดิน ไม่อินเผด็จการ” กล่าวว่า ที่ใส่ชุดไปรเวทมาเรียนวันนี้เพื่อแสดงสัญลักษณ์ เพราะเราต้องการให้โรงเรียนพัฒนา และไม่ได้มาเรียกร้องให้โรงเรียนยกเลิกการแต่งชุดนักเรียน แต่พวกตนต้องการให้ใส่ชุดอะไรมาเรียนได้ เพราะการใส่ชุดนักเรียนก็ไม่ได้ทำให้นักเรียนปลอดภัย แต่งชุดนักเรียนก็ยังถูกคุกคาม ที่ผ่านมาพวกตนได้เสนอความเห็นแก่โรงเรียนแล้วตั้งแต่เดือน ก.ย. จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากที่เรียกร้องไป

“การใส่ชุดไปรเวทมาเรียนวันนี้ ทางโรงเรียนจะลงโทษโดยการตัดคะแนนความประพฤติพวกเราก็ยอม ก็ยังดีกว่าการห้ามพวกเราขึ้นห้องเรียน โดยทางโรงเรียนบอกว่าต้องให้ผู้ปกครองมารับทราบปัญหาก่อน แต่ผู้ปกครองเราบางคนไม่ว่างมาได้รับทราบและครูก็บอกว่าอนุญาตให้พวกเราขึ้นเรียนไม่ได้เพราะต้องปฏิบัติตามกฏระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ” กลุ่ม บอดิน ไม่อินเผด็จการ” กล่าว 

หลังจากนั้น ดร.วิสิทธิ์ ใจเถิง ผู้อำนวยการโรงเรียนบดินทร (สิงห์ สิงหเสนี) พร้อมคุณครู คณะกรรมการสถานศึกษา และคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง  ก็ได้ชี้แจงกับกลุ่ม “บอดิน ไม่อินเผด็จการ”  อีกครั้ง หลังจากที่ กลุ่มนักเรียนไม่แจ้งผู้ปกครองมารับทราบปัญหา โดยบอกว่าผู้ปกครองไม่ว่าง ครูขอดูบัตรนักเรียนก็ไม่ให้ดู  ทางประธานนักเรียนจึงได้มาต่อรองให้ว่า ถ้าผู้ปกครองไม่มา ขอเป็นครูที่ปรึกษามารับทราบแทนได้ไหม ประกอบกับมีผู้ปกครองนักเรียนบางคนมารับทราบปัญหาแล้ว และบางคนมีชุดนักเรียนอยู่ในกระเป๋าก็เปลี่ยนชุดก่อนขึ้นเรียนแล้ว ตนจึงอนุโลมให้นักเรียนที่เหลือขึ้นเรียนได้  แต่มีข้อตกลงว่าถ้าวันต่อไป แต่งชุดไปรเวทมาเรียนอีกก็จะต้องถูกลงโทษตามขั้นตอนของระเบียบ 

ดร.วิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่นักเรียนเสนอให้ทางโรงเรียนทำประชาพิจารณ์เรื่องการแต่ชุดไปรเวทมาโรงเรียนได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน รวมถึงผ่อนปรนระเบียบทรงผม นั้น ตนตั้งใจจะให้มีการทำประชาพิจารณ์อยู่แล้ว ครูภายในโรงเรียนก็ทราบดี เพื่อให้ทราบว่านักเรียนส่วนใหญ่คิดเห็นอย่างไรก่อนนำไปดำเนินการต่อตามขั้นตอนกฏหมายเพื่อแก้ไขกฏระเบียบ

“ผมพร้อมรับฟังข้อคิดเห็นของนักเรียนทุกคน เพราะถือว่าร้องเรียนตรงจุด เพราะผมเป็นคณะอนุกรรมการพิจารณาข้อเรียกร้องของนักเรียน นักศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ  และเป็นเลขาอนุการของคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎร์ ก็จะนำข้อเรียกร้องของนักเรียนในวันนี้เข้าไปพิจารณาในที่ประชุมก่อนปิดสภาฯในช่วงเดือน ก.พ.นี้”