เดินหน้าวิจัยเต็มตัว สารสกัด “เห็ดกระถินพิมาน-ตำรับสมุนไพรไทย” รักษาโรคมะเร็ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/462584

เดินหน้าวิจัยเต็มตัว สารสกัด “เห็ดกระถินพิมาน-ตำรับสมุนไพรไทย”  รักษาโรคมะเร็ง

31 มีนาคม 2564 – 14:02 น.

เป็นอีกก้าว ที่มุ่งสู่ความสำเร็จ เพื่อดูแลสุขภาพของคนไทย โดยสมุนไพร รักษาโรค  หลัง นักวิจัยไทย ผสานความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อทำการวิจัยและพัฒนาสารสกัดจาก พืชสมุนไพร เพื่อรักษา “มะเร็ง”

คณะวิทยาศาสตร์  โดยภาควิชาพฤกษศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงนามสัญญาเพื่อดำเนินการวิจัย กับ บริษัท เนเจอร์  เฮิร์บ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง จำกัด และบริษัทเฮิร์บ ฟอร์ ยู จำกัด  เพื่อต่อยอดและพัฒนางานวิจัยตำรับผงสมุนไพรและสารสกัดสมุนไพรที่มีเห็ดกระถินพิมานเป็นองค์ประกอบ  ให้เป็นยารักษาโรค ที่ทรงประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพยับยั้งเซลล์มะเร็ง

 เดินหน้าวิจัยเต็มตัว สารสกัด "เห็ดกระถินพิมาน-ตำรับสมุนไพรไทย"  รักษาโรคมะเร็ง

โดยมีตัวแทนของหน่วยงาน ได้แก่ ผศ.ดร.ภัทรา ยี่ทอง รองหัวหน้าภาควิชาพฤกษศาสตร์ฝ่ายวิจัย, ผศ.ดร.จิตรตรา เพียภูเขียว รองหัวหน้าภาควิชาพฤกษศาสตร์ฝ่ายบริหาร, รศ.ดร.ปฐมวดี ญาณทัศนี์จิต อาจารย์หัวหน้าโครงการวิจัย, คุณนันทวรรณชยา ภาจิตประพันธ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เนเจอร์ เฮิร์บ อินเตอร์เนชั่นแนลโฮลดิ้ง จำกัด และ คุณณัฐยา จันทร์บำรุง  กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮิร์บ ฟอร์ ยู จำกัด ร่วมลงนามสัญญาร่วมกัน

อย่างที่รู้กันว่า “เห็ดกระถินพิมาน”   เป็นพืชสมุนไพรไทยที่ได้รับการยอมรับว่า มีฤทธิ์ที่ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งในผู้ป่วยมะเร็ง  และฟื้นฟูผู้ป่วย  จนได้รับการบรรจุในบัญชียาแผนไทย เมื่อปี 2553 

แต่ขั้นตอนของการนำคุณสมบัติรักษาโรค ที่มีอยู่ในตัวของ “เห็ดกระถินพิมาน” ออกมาใช้ให้เต็มประสิทธิภาพนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นจึงเป็นที่มาของ ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้

โดย คุณนันทวรรณชยา เล่าถึงความเป็นมาเป็นไปต่อสัญญาความร่วมมือครั้งสำคัญ นี้ว่า เห็ดกระถินพิมาน เป็นสมุนไพรที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งและฟื้นฟูผู้ป่วยได้  ดังนั้นตนในฐานะผู้สนใจด้านการนำพืชสมุนไพรรักษาโรค จึงขอความร่วมมือกับนักวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ช่วยวิจัยและพัฒนา 

 เดินหน้าวิจัยเต็มตัว สารสกัด "เห็ดกระถินพิมาน-ตำรับสมุนไพรไทย"  รักษาโรคมะเร็ง

“ปีที่แล้วนี้เองที่ได้เจรจาและขอให้ทางภาควิชาพฤกศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ช่วยวิจัยให้ และผลที่ได้ มีแนวโน้มที่ดี ต่อการนำผลงานวิจัยนั้นพัฒนาต่อยอด จึงเป็นที่มาที่บริษัทเนเจอร์ เฮิร์บ อินเตอร์เนชั่นแนลโฮลดิ้ง จำกัด และ  บริษัท เฮิร์บ ฟอร์ ยู จำกัด  ขอทำสัญญาเพื่อให้การวิจัยครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ความมุ่งหวังสำคัญครั้งนี้ คือ การได้ดูแลร่างกาย และสุขภาพของคนไทย ด้วยตำรับยาสมุนไพร ปลอดสารตกค้าง ซึ่งทุกคนสามารถเข้าถึงได้ในอนาคต” คุณนันทวรรณชยา เปิดเผย 

ส่วนการวิจัยและพัฒนาครั้งนี้ ฟากฝั่งนักวิจัย “รศ.ดร.สีหนาท ประสงค์สุข หัวหน้าภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” บอกว่า สถาบันพร้อมสนับสนุนให้คณาจารย์และนักวิชาการ ร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อวิจัย พัฒนาต่อยอด เพื่อให้ได้สิ่งที่เป็นประโยชน์กับสังคม โดยภาควิชาพฤกษศาตร์ มีคณาจาร์ผู้เชี่ยวชาญการวิจัยเห็ดกระถินพิมานและสารสกัดสมุนไพร ทั้งนี้คณะพฤกษศาสตร์เริ่มต้นทดสอบผลิตภัณฑ์สารสกัดและผงสมุนไพรจากเห็ดกระถินพิมาน มาแล้ว 1 ปี กับผลที่ได้นั้น มีแนวโน้มที่ดี

ผลที่ออกมาในเชิงบวก ตามที่ “รศ.ดร.สีหนาท” เกริ่นไปนั้น ถูกขยายความเพิ่มเติมจาก ผู้วิจัยและพัฒนา “รศ.ดร.ปฐมวดี ญาณทัศนี์จิต” อาจารย์หัวหน้าโครงการวิจัย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า ตลอด 1 ปีที่ได้ศึกษา วิจัยนั้น  สารสกัดที่ได้ นำมาทดลองและทดสอบแล้วได้ผลและแนวโน้มที่ดี

“ผลที่ว่าเป็นแนวโน้มที่ดีนั้น  ทางวิทยาศาสตร์และงานวิจัยยัง ตอบชัดเป็นเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ จนกว่าจะได้ทดลองและวิจัยจนแล้วเสร็จกระบวนการ ซึ่งกระบวนการวิจัยตอนนี้คาดว่าจะใช้เวลาอีก 2 ปี อย่างที่ทราบกันในเบื้องต้นว่าเห็ดกระถินพิมานมีสรรพคุณช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ แต่สิ่งที่จะทำต่อไปในงานวิจัย คือ การทดสอบ ทดลอง ควบคู่กับตำรับยาสมุนไพรอื่นๆ เพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์ที่มีประสิทธิภาพ” รศ.ดร.ปฐมวดีกล่าว

กับความร่วมมือ ทั้งจากภาควิชาการ และเอกชนครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการสุขภาพของไทย ซึ่ง “คุณนันทวรรณชยา” กล่าวสรุปในตอนท้าย บนความคาดหวังที่ว่า  “ผลการวิจัยและพัฒนาครั้งนี้ จะเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิต และสุขภาพของประชาชนดีขึ้น แม้ต้องรอคอยถึง  2 ปี เพื่อให้กระบวนการวิจัยแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ แต่เชื่อเป็นเวลาที่ไม่นานเกินรอ”

เปิด 3 ลุคใหม่สไตล์ Material Girl จาก DISAYA #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/462558

เปิด 3 ลุคใหม่สไตล์ Material Girl จาก DISAYA

31 มีนาคม 2564 – 09:40 น.

DISAYA จัด Exclusive Afternoon Tea Party ณ Pink Bar เปิด 3 ลุคใหม่สไตล์ Material Girl ให้ชมก่อนใคร

ไม่ว่าจะออกมากี่คอลเลกชั่นก็ถูกใจสาวๆ จนกลายเป็นแฟชั่นไอเทมที่ต้องมีติดตู้เสื้อผ้า ล่าสุดคุณออม – ดิษยา สรไกรกิติกูล ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ แบรนด์ DISAYA จัดงานเอ็กซ์คลูซีฟปาร์ตี้ เชิญสาวๆ ดิษยา มานั่งจิบน้ำชายามบ่าย ณ Pink Bar บนชั้น 61 ของโรงแรม เลอบัว แอท สเตท ทาวเวอร์ พร้อมกับปล่อยลุคใหม่สไตล์ Material Girl ที่นำแรงบัลดาลใจจาก Costume Jewelry (คอสตูม จิวเวลรี่) ในยุค 80 และเพลง Material Girl ของมาดอนน่า (Madonna) เจ้าของฉายาราชินีเพลงป๊อบในยุค 80 มารังสรรค์เป็นคอลเลกชั่นใหม่ โดดเด่นด้วยดีเทลการนำไอเดียคอสตูม จิวเวลรี่ อย่าง มุกมาประดับบนเสื้อผ้า รวมถึงนำผ้าลูกไม้มาปักประดับเป็นโบว์ขนาดใหญ่เกิดเป็นลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ที่เพิ่มเสน่ห์ให้ลุคน่าสนใจ

เปิด 3 ลุคใหม่สไตล์ Material Girl จาก DISAYA
เปิด 3 ลุคใหม่สไตล์ Material Girl จาก DISAYA

โดยงานนี้ คุณออม – ดิษยา ได้เผย 3 ลุคแรกให้สาวๆ ได้อัพเดทเทรนด์ก่อนใครกับลุคสาวหวานเรียบหรูซ่อนเปรี้ยว ในโทนสีพาสเทล ตอกย้ำความเป็นสาว Fashionable ในแบบฉบับสาวดิษยา 

เปิด 3 ลุคใหม่สไตล์ Material Girl จาก DISAYA

เตรียมพบกับ Material Girl แบบคอลเลกชั่นเต็มได้ช่วงต้นเดือนเมษายนนี้ และสามารถอัพเดทเทรนด์ได้ที่ Instagram @disayaofficial สอบถามเพิ่มเติมที่  Lineofficial account @disaya

“ธัญญาชิตา” ลุยเดินหน้าตลาดกาแฟเพื่อสุขภาพ เปิดตัว “ปู พงษ์สิทธิ์” พรีเซนเตอร์ “คำภีร์คอฟฟี่” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/462524

“ธัญญาชิตา” ลุยเดินหน้าตลาดกาแฟเพื่อสุขภาพ เปิดตัว”ปู พงษ์สิทธิ์” พรีเซนเตอร์ “คำภีร์คอฟฟี่”

31 มีนาคม 2564 – 00:00 น.

“ธัญญาชิตา” ลุยเดินหน้าตลาดกาแฟเพื่อสุขภาพ พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์ “พี่ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์” เอาใจแฟนคลับคนทำงานทุกเพศทุกวัย

“คำภีร์คอฟฟี่” ผลิตและจำหน่ายโดย บริษัท ธัญญาชิตา จำกัด   เปิดตัวกาแฟเพื่อสุขภาพรับปี   2564  ในคอนเซ็ปต์ “กาแฟเพื่อสุขภาพสำหรับคนที่คุณรัก” จับกระแสกาแฟเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เน้นรสชาติอร่อยกลมกล่อมถูกคอคนไทย ด้วยเมล็ดกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า 100% ผ่านการผลิตและควบคุมคุณภาพอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอนโดยพร้อมวางจำหน่ายทั่วประเทศต้นเดือนพฤษภาคมนี้ ผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่ายนับพันรายของทีมขาย บริษัท ธัญญาชิตา จำกัด และ บริษัท มิสซีสว๊าว ประเทศไทย จำกัด

"ธัญญาชิตา" ลุยเดินหน้าตลาดกาแฟเพื่อสุขภาพ เปิดตัว"ปู พงษ์สิทธิ์" พรีเซนเตอร์ "คำภีร์คอฟฟี่"

นายสัณณ์ชัย เองตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธัญญาชิตา จำกัด กล่าวว่า ปลายปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ประสบความสำเร็จจากการออกจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตัวแรกซึ่งเป็นอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ “มาเจนต้า26” (Magenta26) ซึ่งมาพร้อมกับ #เมียยืนหนึ่ง จนเป็นที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่า เราเป็นส่วนหนึ่งของผู้ให้โอกาสสร้างงานสร้างอาชีพที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจและกระแสการดูแลสุขภาพ มาถึงในปี 2564 นี้ เราอยากสร้างความแปลกใหม่ให้ผู้บริโภคที่ชอบดื่มกาแฟที่มีรสชาติอร่อยเข้มข้น ด้วยเมล็ดกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า 100% ควบคุมการผลิตทุกขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน 

"ธัญญาชิตา" ลุยเดินหน้าตลาดกาแฟเพื่อสุขภาพ เปิดตัว"ปู พงษ์สิทธิ์" พรีเซนเตอร์ "คำภีร์คอฟฟี่"

ดังนั้นจึงช่วยให้คอกาแฟรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ปรับสมดุลการไหลเวียนของเลือดและความดันในร่างกาย บำรุงหลอดเลือดให้มีความยืดหยุ่นได้ดี และมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเสื่อมของหัวใจและหลอดเลือด พร้อมช่วยบำรุงข้อต่อ ลดความปวดเมื่อย ดูแลผิวพรรณอีกด้วย จึงเป็นที่มาของ   “คำภีร์คอฟฟี่” หรือเรียกง่ายๆ ว่า #กาแฟพี่ปู โดยวางจำหน่ายในรูปแบบกล่องบรรจุ 10 ซอง ราคากล่องละ 299 บาท โดย “พี่ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์” ศิลปินระดับตำนานและขวัญใจมหาชนตลอดกาลเป็นพรีเซ็นเตอร์

"ธัญญาชิตา" ลุยเดินหน้าตลาดกาแฟเพื่อสุขภาพ เปิดตัว"ปู พงษ์สิทธิ์" พรีเซนเตอร์ "คำภีร์คอฟฟี่"

และจะมีสื่อโฆษณาและกิจกรรมทั้งออนกราวน์และออนไลน์ที่สื่อสารกับผู้บริโภคทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะเริ่มเผยแพร่ต้นเดือนเมษายนนี้ รวมถึงจะมีการทำเพลงและมิวสิควิดีโอร่วมกันเร็วๆ นี้อีกด้วย

สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสาร หรือสมัครเป็นตัวแทนจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ “คำภีร์คอฟฟี่” สามารถสั่งซื้อออนไลน์พร้อมรับโปรโมชั่นได้ที่ Line ID : @kampeecoffee

จับโป๊ะ 15 ทต. ก้าวหน้าเอฟซี ‘ทอน’ มั่ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462612

จับโป๊ะ15 ทต.ก้าวหน้าเอฟซี ‘ทอน’ มั่ว

31 มีนาคม 2564 – 16:56 น.

ปล่อยให้อึมครึม ข่าวลือก้าวหน้าชนะ 15 เทศบาล ตรวจสอบแล้ว พบแค่ 10 เทศบาลที่ผู้สมัครก้าวหน้าชนะ

++
    เนื่องจากคณะก้าวหน้า ไม่ชี้ชัดกรณีผลการเลือกตั้งเทศบาลว่า ชนะกี่เทศบาล ที่ไหนบ้าง เพียงแต่แถลงไว้กว้างๆว่า “คณะก้าวหน้าขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากประชาชน ที่ออกมาเลือกทีมเทศบาลคณะก้าวหน้าทั่วประเทศ ปลายปากกาของท่านได้เปิดโอกาสให้นักการเมืองที่มีความตั้งใจ มีวิสัยทัศน์ ได้เข้าไปใช้ความสามารถพัฒนาบ้านเกิดของตัวเองในกว่า 10 ท้องถิ่น”

จับโป๊ะ15 ทต.ก้าวหน้าเอฟซี 'ทอน' มั่ว

ควันหลงศึกเทศบาล
    ในคำว่า “กว่า 10 ท้องถิ่น” ทำให้เอฟซีคณะก้าวหน้า นำเสนอรายงานผลเลือกตั้งที่คณะก้าวหน้าชนะในระดับ “เทศบาลตำบล” (ทต.) 15 แห่ง เผยแพร่ในสื่อโซเชียล และมีสำนักข่าวใหญ่ได้นำไปเสนอเป็นข่าวว่า “ก้าวหน้าชนะ 15 เทศบาล” ประกอบด้วย
    มุกดาหาร ทต.โพนทราย, ทต.หนองแคน ร้อยเอ็ด ทต.อาจสามารถ, ทต.ตำบลดงสิงห์, ทต.ขวาว
    อุดรธานี ทต.ศรีธาตุ, ทต.บ้านยวด, ทต.ปะโค หนองบัวลำภู ทต.บ้านโคก, ทต.เก่ากลอยอำนาจเจริญ ทต.นาป่าแซง
    ลำพูน ทต.เหมืองจี้, ทต.ทากาศ , ทต.ป่าสัก สมุทรปราการ ทต.ด่านสำโรง รวมแล้วเป็นเทศบาลตำบล(ทต.) 15 แห่ง 
    เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว พบว่า เทศบาลตำบล (ทต.) ที่อ้างถึงข้างต้นนี้ มีผู้สมัครนายกเทศมนตรีในนามก้าวหน้า ชนะเลือกตั้ง10 แห่ง และที่เหลืออีก 5 แห่งนั้น สังกัดกลุ่มอื่น

จับโป๊ะ15 ทต.ก้าวหน้าเอฟซี 'ทอน' มั่ว

มีเอฟซีก้าวหน้า ทำรายงานผลเลือกตั้ง ตรวจสอบแล้วผิดพลาดเยอะ 

++
มุกดาหาร 1 เทศบาล
++
    บรรจง ไชยเพชร ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลหนองแคน อ.ดงหลวง ในนามคณะก้าวหน้า ซึ่งบรรจงเคยเป็นผู้สมัคร ส.ส.มุกดาหาร เขต 2 พรรคเสรีรวมไทย
    ส่วน ทองออน สิงห์สุ ว่านายกเทศมนตรีตำบลโพนทราย อ.เมืองมุกดาหาร ที่ถูกระบุว่าสังกัดคณะก้าวหน้า แท้จริงแล้ว เขาลงสมัครในนามทีมพัฒนาบ้านเกิด เพียงแต่เครือญาติของทองออน เป็นหัวคะแนนพรรคก้าวไกล
++
ร้อยเอ็ด 2 เทศบาล
++
    คณะก้าวหน้า ร้อยเอ็ด ส่งผู้สมัครนายกเทศมนตรี 1 เทศบาลเมือง 8 เทศบาล ผลเลือกตั้งปรากฏว่า ผู้สมัครนายกเทศมนตรีของคณะก้าวหน้าได้รับเลือกตั้ง 2 แห่ง
    ทวีสิทธิ์ มนตรีชน ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลดงสิงห์ อ.จังหาร และเทพพร จำปานวน ว่าที่นายกเทศมนตรีอาจสามารถ อ.อาจสามารถ 
    ส่วน สถาพร รอเสนา ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลขวาว อ.เสลภูมิ ไม่เกี่ยวข้องกับคณะก้าวหน้า ซึ่งสมัยที่แล้ว สถาพรเป็นนายกเทศมนตรีตำบลขวาว
++
อุดรธานี 3 เทศบาล
++
    คณะก้าวหน้า อุดรธานี ส่งสมัครนายกเทศมนตรี ทั้งเทศบาลนคร เทศบาลเมืองและเทศบาลตำบล มี 3 เทศบาล คณะก้าวหน้าได้รับชัยชนะ แต่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ไม่เคยแวะไปหาเสียงช่วยเลย
    ถาวร นันทะแสง ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลศรีธาตุ อ.ศรีธาตุ ซึ่งชาวบ้านรู้จักกันดีในนามเสี่ยถา พ่อค้าพืชผลการเกษตร
    ทองคูณ ยางขัน ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลบ้านยวด อ.สร้างคอม และแก้ว เศวตวงศ์ ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลปะโค อ.กุดจับ
++
หนองบัวลำภู 1 เทศบาล
++
    คณะก้าวหน้า หนองบัวลำภู ส่งหลายเทศบาล แต่ได้รับเลือกตั้ง 1 แห่ง คือ ชัยวัฒน์ ดาวเรือง ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลบ้านโคก อ.สุวรรณคูหา
    ส่วน จิรศักดิ์ วิชัย ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลเก่ากลอย ไม่เกี่ยวข้องกับคณะก้าวหน้า

++
อำนาจเจริญ 1 เทศบาล
++
    ประจิณ สีทิม ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลนาป่าแซง อ.ปทุมราชวงษา ในนามคณะก้าว ซึ่งประจิณ เคยเป็น ส.ท.สมัยที่แล้ว และเป็นมือทำงานการเมืองของชัยศรี กีฬา อดีต ส.ส.อำนาจเจริญ 
++
ลำพูน 1 เทศบาล
++
    คณะก้าวหน้า ลำพูน ได้ส่งผู้สมัครนายกเทศมนตรีหลายแห่ง แต่ได้รับเลือกตั้งคนเดียวคือ พ.ต.ชนินทร พุฒิเศรษฐ์ ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลเหมืองจี้ อ.เมืองลำพูน 
    ส่วน พ.อ.คะนอง กันทะสัก ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลป่าสัก กลุ่มพลังตำบลป่าสัก ไม่เกี่ยวข้องกับคณะก้าวหน้า และบัญญัติ กิติกาศ ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลทากาศ อ.แม่ทา
++
สมุทรปราการ 1 เทศบาล
++
    สมพงษ์ วีรชาติวัฒนา ว่าที่นายกเทศมนตรีด่านสำโรง ซึ่งเป็นพี่ชายของสรชา วีรชาติวัฒนา อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ พรรคประชาธิปัตย์

“เก้าอี้” ร้าว “บอล” ร่วง สามมิตรสั่นไหว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462567

“เก้าอี้”  ร้าว “บอล” ร่วง สามมิตรสั่นไหว

31 มีนาคม 2564 – 10:53 น.

เอายังไงดี “สมศักดิ์”สายสามมิตร ทีมบอลตกชั้น เก้าอี้เลขาธิการพรรคก็ถูกเขย่า

++
ปิดฤดูไทยลีก 2020 ไปแล้ว ปรากฏว่า ไทยลีก 1 ทีมสุโขทัย เอฟซี พ่ายนัดสุดท้ายแก่ทีมสุพรรณบุรี เอฟซี ตกชั้นไปเล่นไทยลีก 2 เป็นที่เรียบร้อย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ชะตา “2 ส.” น้ำยมมีขึ้นมีลง “สมศักดิ์”นอนไม่หลับl

"เก้าอี้"  ร้าว "บอล" ร่วง สามมิตรสั่นไหว

สมศักดิ์ เจ๊เป้า ผู้สร้างทีมสุโขทัย เอฟซี

สรุปว่า สโมสรฟุตบอลอาชีพสายสามมิตร หรือสายวังน้ำยม เหลือรอดเล่นในไทยลีก 1 เพียงทีมเดียวคือ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ของ ส.ส.บุญยิ่ง นิติกาญจนา ส่วนสุโขทัย เอฟซี ของสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็ไปเล่นในไทยลีก 2 ร่วมกับชัยนาท ฮอร์นบิล ของอนุชา นาคาศัย     

“..วันนี้เราพลาด ในฐานะประธานสโมสรพูดไม่ออกบอกไม่ถูก มันช็อกและชาชั่วขณะ  คิดได้ว่าไม่มีประโยชน์อันใดที่จะหาจำเลย เพื่อตอกย้ำซ้ำเติมความผิดหวัง ความเศร้าเสียใจให้ทรุดหนักยิ่งขึ้น  แต่เราต้องลุกขึ้นให้เร็วเพื่อนั่ง ยืน และก้าวอย่างระมัดระวังต่อไป”    

นี่คือถ้อยแถลงของ “เจ๊เป้า” อนงค์วรรณ เทพสุทิน ประธานสโมสรฟุตบอลสุโขทัย เอฟซี    

สิบกว่าปีมานี้ สมศักดิ์ เทพสุทิน และอนุชา นาคาศัย ได้ใช้เวลาและทุนทรัพย์ทุ่มเทสร้างทีมลูกหนัง จากลีกภูมิภาคจนเลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดของประเทศ แต่ช่วงที่ทั้งสองหวนคืนสู่สังเวียนการเมือง ก็ไม่มีเวลาไปดูแลทีมบอล     

สุดท้าย ทีมค้างคาวไฟ และทีมนกใหญ่ต้องเล่นไทยลีก 2 ไปอีกหนึ่งฤดูกาล รอลุ้นปีหน้าว่าทีมไหนจะเลื่อนชั้นกลับมาไทยลีก 1 ได้หรือไม่?

"เก้าอี้"  ร้าว "บอล" ร่วง สามมิตรสั่นไหว

เสี่ยแฮงก์ ทีมชัยนาท ฮอร์นบิล

++
วังน้ำยมยุค 2
++
ช่วงหลังเลือกตั้ง 2562 ดูเหมือนว่า “กลุ่มสามมิตร” นำโดย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ,สมศักดิ์ เทพสุทิน และอนุชา นาคาศัย จะเป็นมุ้งใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐ แต่เวลาผ่านไป ได้เกิดมุ้งใหม่ๆ มีศักยภาพมากพอที่จะ “ดูด” กลุ่ม ส.ส.นกแล ไปอยู่ในสังกัด ทำให้กลุ่มสามมิตร ตกอยู่ในสถานะ “มุ้ง SME”    

ปีที่แล้ว มีการปรับโครงสร้างพรรคพลังประชารัฐ หลังสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ 4 กุมาร ออกจากพรรคไป อนุชา นาคาศัย ได้เลื่อนชั้นเป็นเลขาธิการพรรค ดูเหมือนจะเป็นคุณแก่กลุ่มสามมิตร ผ่านไปไม่ถึงปี เก้าอี้เลขาธิการพรรคของ “เสี่ยแฮงก์” เจอแรงเขย่าเข้าให้แล้ว    

นักข่าวสายการเมืองได้กลิ่นการเปลี่ยนแปลงภายในพรรค จึงพยามเอาไมค์ไปจ่อปากแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่มีใครให้คำตอบที่ชัดเจนได้    

อย่างสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ก็เจอคำถามเรื่องการเปลี่ยนตัวอนุชาออกจากเลขาธิการพรรค เสี่ยสมศักดิ์ตอบทีเล่นทีจริงว่า “เปลี่ยนแล้วให้ผมเป็นแทนใช่ไหม”     

เมื่อนักข่าวไปถาม “ลุงป้อม” ก็เกิดน็อตหลุด ดังที่เป็นข่าวใหญ่ไปในช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งท่าทีของหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ถูกตีความกันไปมากมาย 

"เก้าอี้"  ร้าว "บอล" ร่วง สามมิตรสั่นไหว

สันติ พร้อมพัฒน์

++
กลุ่มมะขามหวาน
++
ความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ เป็นเรื่องปกติของ “พรรครวมดาว” ไล่กลับไปอ่านประวัติศาสตร์การเมืองไทย การจัดตั้งพรรคการเมืองแบบร้อยพ่อพันแม่ ก็จะเจอปัญหาแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในพรรค    

ยิ่งพรรคพลังประชารัฐ เปรียบเสมือนทีมฟุตบอล “3 ป.ยูไนเต็ด” ที่มีตัวผู้เล่นถูกซื้อตัวมาจากทีมดังๆ ไม่ใช่นักเตะจากอะคาเดมี ก็โอกาสทะเลาะเบาะแว้งมีสูงยิ่ง    

เวลานี้ “กลุ่ม 3 ช.” ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ กำลังผงาดในพรรคพลังประชารัฐ ตีคู่มากับ “กลุ่มสันติ” จึงมีข่าวว่า สองก๊กนี้ผนึกกำลังกันเขย่าเก้าอี้เลขาธิการพรรคของเสี่ยแฮงก์    

“สันติ พร้อมพัฒน์” รมช.คลัง หัวหน้าก๊กมะขามหวาน อยากได้ตำแหน่งเลขาธิการพรรค มาแต่คราวที่แล้ว แต่หวยไปออกเสี่ยแฮงก์ จึงได้แค่ตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ควบผู้อำนวยการพรรค    

คนการเมืองแบบ “สันติ” โลว์โปรไฟล์ ไม่ค่อนให้สัมภาษณ์สื่อ แต่ “พวกเยอะ” เพราะใจถึง พึ่งได้ มาแต่สมัยพรรคความหวังใหม่ และพรรคพลังประชาชน จึงไม่แปลกที่เขาจะยกอาคารรัชดาวัน ตรงข้ามศาลอาญารัชดา ให้เป็นรังใหม่ของ พปชร.     

ดังที่ทราบกัน พรรค พปชร. เป็นแหล่งรวมอดีต ส.ส.พรรคการเมืองเครือข่ายทักษิณ เกือบครึ่งพรรค สันติจึงต่อสายได้ แถมทะลวงไปถึง ส.ส.เพื่อไทย อีกหลายก๊วนที่สามารถชักชวนให้มารับจ็อบได้เป็นคราวๆไป     

ด้วยเหตุนี้ กลุ่มสันติหรือกลุ่มมะขามหวาน จึงเติบใหญ่ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่กลุ่มสามมิตร กลับถดถอย    

เมษาหน้าแล้ง..รอดูสงครามการเมืองภายในพรรคลุงป้อม งานนี้ คงไม่มีใครยอมใคร

แฉเบื้องลึก “ทักษิณ” “ตู่-เต้น” ปลุกแดงเผาเมืองคืนชีพ ขับไล่ “พล.อ.ประยุทธ์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462562

แฉเบื้องลึก “ทักษิณ” “ตู่-เต้น” ปลุกแดงเผาเมืองคืนชีพ ขับไล่”พล.อ.ประยุทธ์” 

31 มีนาคม 2564 – 10:23 น.

แฉเบื้องลึก “ทักษิณ” “ตู่-เต้น” ปลุกแดงเผาเมืองคืนชีพ ขับไล่”พล.อ.ประยุทธ์”  คอลัมน์…  วิเคราะห์การเมืองร้อน   

“จตุพร พรหมพันธุ์” แกนนำ นปช.หลังออกจากคุก ก็สงบเสงี่ยมเจียมตัว เพราะว่าได้รับเงื่อนไขที่พอใจว่าให้ยุติการเคลื่อนไหวทางการเมือง 

“จตุพร” ได้เงื่อนไขบางอย่างมา เพื่อปลุกปั้น “พีซ ทีวี” อันเสมือนเป็นหัวใจของจตุพร เพื่อใช้ในการสื่อสารและเคลื่อนไหวกับสมาชิกที่ยังมีเครดิตอยู่ 

แต่อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ จตุพร ทำผิดเงื่อนไขราคาแพง ด้วยการออกมาป่าวประกาศเพื่อขับไล่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี 

จตุพร คงไม่กลัวว่าจะมีใครกล้าเอาความจริงออกมาโพทะนาว่ามีข้อตกลงลับอะไรกับจตุพร ในวันที่สนทนากันในเรือนจำ   

แน่นอนว่าการที่จตุพร หันเป้ามาถล่ม พล.อ.ประยุทธ์ นั้น ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า มีจังหวะก้าวเดียวกันกับ “ทักษิณ ชินวัตร” นายเก่าที่กลับมามีบทบาทในการสื่อสารผ่าน คลับเฮ้าส์ แอพฯดัง ที่มาในนาม “โทนี่ วูดซัม” และมาแบบถี่มากทีเดียว  

จะว่าไป หลายคนคงวิเคราะห์กันว่า เวลา 7 ปีอาจจะสุกงอมมากพอที่จะได้แนวร่วมออกมาขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ เนื่องจากมองว่า ม็อบเด็ก เดินผิดทางเพราะหันเป้าใส่ สถาบันเบื้องสูง  

ทักษิณ มีบทเรียนจากการถูกยึดอำนาจเมื่อปี2549 นั้นเพราะว่ามีสถาการณ์บางอย่างที่ ทักษิณ หันเป้าไปที่สถาบัน จึงพบกับความพ่ายแพ้ “ทักษิณ” เป็นคนฉลาดย่อมรู้ดีว่า การที่ “ธนาธร” ก็ดี  “ปิยบุตร”  ก็ดี “พรรณิการ์”  ก็ดี พุ้งเป้าไปที่การปฏิรูปสถาบัน นั้น ไม่มีทางทำสำเร็จ  

ฉะนั้นสิ่งที่ “ทักษิณ”  พูดเอาไว้ใน คลับเฮ้าส์ เรื่องเมสเสท นั้นก็คือข้อเรียกร้องต้องชัดเจน ไม่คลุมเครือ และที่สำคัญต้องหยุดอยู่แค่การเมืองคือรัฐธรรมนูญและรัฐบาลเท่านั้น จึงจะได้รับการสนับสนุน 
เฉกเช่นนี้ เลยทำให้ “จตุพร”  ออกมาเคลื่อนไหวอย่างหนัก ในวันที่กระแสของม็อบราษฎรเริ่มซาลงและมีจำนวนคนไปร่วมม็อบน้อยลง ประกอบกับ “เต้น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ”  ได้รับอิสรภาพแล้ว มันจึงเป็นจังหวะก้าวที่สอดรับกัน  

แน่นอนว่า “ทักษิณ” ยังมีความแค้นต่อ “พล.อ.ประยุทธ์” เพราะไปยึดอำนาจน้องสาวคือ “ยิ่งลักษณ์” ดังนั้นต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอา “พล.อ.ประยุทธ์” ลงจากอำนาจ  

ขณะที่นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า การออกมาตั้งพรรคไทยสร้างไทยของ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์”  อาจเป็นแผนของทักษิณ ไม่ใช่เพราะเพื่อไทยแตกแยกกันเอง 
เป็นการแบ่งงานทำกันโดยให้คนใกล้ชิดอย่าง ภูมิธรรม เวชยชัย , นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นคนคุมเกมในเพื่อไทย ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ ไปคุมพรรคไทยสร้างไทย  

ในเกมการเมืองของ “ทักษิณ” จึงคู่ขนาดทั้งการเมืองในสภาและการเมืองนอกสภา ทำแบบเดียวกับปี2553  เลย แต่ว่าครั้งนี้  “ทักษิณ” จะทำสำเร็จหรือไม่ ต้องติดตามวันที่ 4 เมษายน ว่าเสื้อแดงจะถูกกดปุ่มให้มาขับไล่ “พล.อ.ประยุทธ์” เท่าไหร่  

แต่ที่แน่ๆ “จตุพร” และ “ณัฐวุฒิ” ก็ยังรับใช้ทักษิณเคลื่อนไหวไม่เปลี่ยนแปลง. 

คิดได้แค่นี้ “หญิงหน่อย” ฉะเก็บภาษีเพิ่มช่วงโควิด ลั่นนายกฯ ลาออก จะช่วยชาติได้มากกว่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/462620

คิดได้แค่นี้ “หญิงหน่อย” ฉะเก็บภาษีเพิ่มช่วงโควิด ลั่นนายกฯ ลาออก จะช่วยชาติได้มากกว่า

31 มีนาคม 2564 – 19:00 น.

“หญิงหน่อย” เดือดซัดยับเก็บภาษีเพิ่มช่วงโควิด ลั่นถ้า “นายกฯ” คิดได้แค่นี้ “ลาออก” จะช่วยชาติได้มากกว่าเยอะ

วันนี้ 31 มี.ค. 2564 เฟซบุ๊ก “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan” โพสต์ข้อความถึงประเด็นข่าวรัฐบาลจะเก็บภาษีเพิ่มในช่วงนี้ โดยระบุว่า

แทนที่จะ #ลดภาษี #ลดภาระประชาชน นายกกลับเห็นชอบข้อเสนอ ให้เก็บภาษีเพิ่มในช่วงที่ประชาชนเดือดร้อนจาก #Covid19

เก็บภาษีเท่าเดิมก็จะตายกันหมดอยู่แล้ว รัฐควรคิดเพิ่มรายได้ให้ประชาชน ไม่ใช่มา #ขึ้นภาษีขูดรีดประชาชน

ถ้านายกมีปัญญาคิดได้แค่นี้ #ลาออก จะช่วยชาติได้มากกว่าเยอะค่ะ

คิดได้แค่นี้ "หญิงหน่อย" ฉะเก็บภาษีเพิ่มช่วงโควิด ลั่นนายกฯ ลาออก จะช่วยชาติได้มากกว่า
คิดได้แค่นี้ "หญิงหน่อย" ฉะเก็บภาษีเพิ่มช่วงโควิด ลั่นนายกฯ ลาออก จะช่วยชาติได้มากกว่า

รัฐบาล หนุน องค์กรภาคประชาสังคม ร่วมเป็นหุ้นส่วนพัฒนาประเทศ ไฟเขียวแผนปฏิบัติการฯ ระยะที่ 1 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/462585

รัฐบาล หนุน องค์กรภาคประชาสังคม ร่วมเป็นหุ้นส่วนพัฒนาประเทศ ไฟเขียวแผนปฏิบัติการฯ ระยะที่ 1

31 มีนาคม 2564 – 14:08 น.

รัฐบาลสนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคม ร่วมเป็นหุ้นส่วนพัฒนาประเทศ ไฟเขียวแผนปฏิบัติการฯ ระยะที่ 1

วันที่ 31 มี.ค.64 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ว่า ครม. เห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม ระยะที่ 1 (พ.ศ.2564 – 2565) ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอ เพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นกับสังคมไทยในปัจจุบันทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม หรือปัญหาอื่น ๆ มีความซับซ้อนมากกว่าในอดีต ทำให้หน่วยงานรัฐไม่สามารถจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม ซึ่งองค์กรภาคประชาสังคมเป็นกลไกสำคัญในการจัดการปัญหาของชุมชน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาประเทศ

ร่างแผนปฏิบัติการฯ ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ

1) สนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคมให้มีศักยภาพและมีบทบาทเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาประเทศ

2) ผลักดันกฎหมาย นโยบาย และกลไกที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคมให้เกิดความเข้มแข็ง

3) ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการความรู้และพัฒนาฐานข้อมูลองค์กรภาคประชาสังคม และ

4) สร้างกรอบทิศทางการส่งเสริมองค์กรภาคประชาสังคม ให้ภาคีภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคมใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานต่อไป โดยการขับเคลื่อนจะดำเนินการภายใต้

4 แผนงาน ด้วยงบประมาณ รวม 81 ล้านบาท ดังนี้

1) แผนพัฒนาศักยภาพขีดความสามารถขององค์กรภาคประชาสังคมให้มีความเข้มแข็งและมีธรรมาภิบาล

2) แผนพัฒนากฎหมาย นโยบาย กลไก มาตรการเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมองค์กรภาคประชาสังคม

3) แผนพัฒนาองค์ความรู้การศึกษาวิจัยเพื่อส่งเสริมและพัฒนาความเข้มแข็งองค์กรภาคประชาสังคม และ

4) แผนส่งเสริมสนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคมให้เป็นหุ้นส่วนในการพัฒนาประเทศและเชื่อมโยงการทำงานในระดับภูมิภาคและประชาคมโลก

นางสาวรัชดา กล่าวด้วยว่า ร่างแผนปฏิบัติการฉบับนี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพขององค์กรภาคประชาสังคมให้เป็นหุ้นส่วนในการพัฒนาประเทศและเชื่อมโยงการทำงานในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ อีกทั้ง เป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับองค์กรภาคประชาสังคม ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นทางสังคมอย่างสร้างสรรค์ เพิ่มโอกาสการทำงานร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

“ทราย-เฮียบุ๊ง” มีหนาว “วัชระ” ยื่นสรรพากร-ป.ป.ง.ตรวจสอบภาษี เส้นทางการเงิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/462583

“ทราย-เฮียบุ๊ง” มีหนาว “วัชระ” ยื่นสรรพากร-ป.ป.ง.ตรวจสอบภาษี เส้นทางการเงิน

31 มีนาคม 2564 – 13:59 น.

“ทราย-เฮียบุ๊ง” มีหนาว “วัชระ” ยื่นสรรพากร-ป.ป.ง.ตรวจสอบภาษี เส้นทางการเงินหลังเปิดรับบริจาคส่อผิดกม.

31 มี.ค.64 เมื่อเวลา 10.45น.ที่กรมสรรพากร นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือผ่านนางสาวภัทรษร เจียงวิเสริฐ หัวหน้าส่วนงานสารบรรณ กรมสรรพากร ถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร ให้ตรวจสอบภาษีแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร (กลุ่มปลดแอก) ที่เปิดรับบริจาคเงินโดยอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย โดยมีการจัดการชุมนุมตั้งแต่เดือนกันยายน 2563 ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่ามี น.ส.อินทิรา เจริญปุระ หรือทราย และ นายปกรณ์ พรชีวางกูร หรือเฮียบุ๊ง เป็นผู้เปิดรับบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการชุมนุมที่มีการกระทำผิดกฎหมายอย่างโจ่งแจ้งจนถึงปัจจุบัน 

นายวัชระ กล่าวว่า ในฐานะตนเป็นประชาชนผู้เสียภาษี และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่าการรับบริจาคเรี่ยไรดังกล่าว ไม่เป็นไปตามกฎหมายควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 อีกทั้งยังอาจเข้าข่ายความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 341 หรือ ม. 343 รวมไปถึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) และ มาตรา 14 (3) ซึ่งอาจเข้าข่ายในการตรวจสอบทรัพย์สิน เนื่องจากเข้าข่ายความผิดมูลฐาน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอีกด้วย 

ทั้งนี้ในอดีตเคยมีกรณีใกล้เคียงกับกรณีนี้มาแล้ว คือ การที่นายสมหวัง อัสราษี อดีตแกนนำเสื้อแดง ได้เปิดรับบริจาคเพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในปี 2553 จนต่อมาถูกกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เรียกเก็บภาษีเป็นเงิน 572 ล้านบาท จนในที่สุดถูกอายัดทรัพย์ อายัดบัญชี และถูกฟ้องล้มละลาย ดังนั้น เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เป็นการรักษาผลประโยชน์ของทางราชการและประชาชนผู้เสียภาษี จึงขอร้องเรียนให้กรมสรรพากรตรวจสอบกรณีนี้เป็นการเร่งด่วน เพื่อมิให้เกิดการละเมิดกฎหมาย และรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติต่อไป 

จากนั้น เวลา 11.33 น.นายวัชระ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนผ่าน ร.ต.อ.ไพรัช เทศพานิช เลขานุการกรม สำนักงาน ป.ป.ง.ต่อ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือป.ป.ง.ให้ตรวจสอบเส้นทางทางการเงินแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร จากการกระทำดังกล่าวด้วย โดยนายวัชระระบุว่า ต้องการทราบผลดำเนินการเรื่องนี้ภายใน 15 วัน

“สมศักดิ์” รับช่วงนี้ “กรมราชทัณฑ์” รับศึกหนัก ถูกโยงการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/462579

“สมศักดิ์” รับช่วงนี้ “กรมราชทัณฑ์” รับศึกหนัก ถูกโยงการเมือง

31 มีนาคม 2564 – 12:57 น.

“สมศักดิ์” รับช่วงนี้ “กรมราชทัณฑ์” รับศึกหนัก ถูกโยงการเมือง สั่ง จัดทำ SOPs 7 หมวด 73 เรื่อง ย้ำ การออกระเบียบทุกอย่างต้องยึดตามหลักสิทธิมนุษยชน จี้ ผบ.เรือนจำ ห้ามละเลยปัญหา ต้องแก้สถานการณ์ชี้แจงทุกประเด็นอย่าให้สังคมเข้าใจผิด

31 มี.ค.64 นาย สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม นายธนวัชร นิติกาญจนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม รวมถึงอธิบดีกรมต่างๆในสังกัดเข้าร่วมประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ประจำวันที่ 31 มีนาคม 2564

โดยนายสมศักดิ์ ได้ติดตามงานจากกรมราชทัณฑ์ ในเรื่องของการทำมาตรฐานการปฎิบัติงานหรือ (Standard Operating Procedures : SOPs) โดยระบุ กรมราชทัณฑ์ เวลานี้ถือว่าเป็นศึกหนัก เพราะถูกนำไปโยงกับการเมือง ดังนั้นการทำ SOPs ต้องชัดเจนตอบได้ในทุกประเด็น ต้องหมั่นประชุมทำความเข้าใจมาตรฐานการปฏิบัติงานกับผู้บัญชาการเรือนจำร่วมกันสม่ำเสมอเมื่อมีปัญหา ผู้บัญชาการเรือนจำทุกคนจะสามารถชี้แจงข้อพิพาทต่อสังคมได้ ไม่ใช่ปล่อยให้ลุกลาม

“เรื่องแบบนี้ปล่อยปละละเลยไม่ได้ เพราะสถานการณ์เวลานี้ไม่ปกติ ผู้บัญชาการเรือนจำต้องแสดงความสามารถ พร้อมแก้ไขปัญหาในทุกสถานการณ์มิใช่ต้องรอคำสั่งเพียงอย่างเดียว และขอย้ำว่าอย่ามองปัญหาเป็นเรื่องเล็กน้อย เมื่อเกิดต้องรีบแก้ไข ไม่ใช่ปล่อยให้มันใหญ่โตแล้วมาตามแก้ทุกอย่างทีหลังเพราะเวลานั้นสังคมอาจเข้าใจผิดไปแล้ว” รมว.ยุติธรรมกล่าว

สำหรับความคืบหน้าการจัดทำ SOPs กรมราชทัณฑ์ได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อจัดมาตรฐานการปฎิบัติงานด้านต่างๆที่เกี่ยวกับเรือนจำ ซึ่งมี 73 เรื่อง แบ่งเป็น 7 หมวดหมู่คือ

1.งานควบคุมเรือนจำ เช่น การรับตัว การตรวจค้น เป็นต้น

2.งานควบคุมภายนอกเรือนจำ เช่น การควบคุมตัวไปศาล การควบคุมผู้ต้องขังไปฝึกวิชาชีพในสถานประกอบการนอกเรือนจำ

3.งานพัฒนาพฤตินิสัย เช่น การเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย การควบคุมผู้ต้องขังไปสถานประกอบการภายนอกเรือนจำ

4.งานทัณฑปฎิบัติ เช่น การทำทะเบียนผู้ต้องขัง การพักโทษ

5.งานสาธารณสุขและสุขอนามัยผู้ต้องขัง

6.งานมาตรฐานปฏิบัติต่อผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

7.งานสนับสนุนอื่นๆ เช่น งานคลัง งานบริหารบุคคล งานตรวจสอบภายใน งานกฎหมาย การบริหารงานเงินนอกงบประมาณ เป็นต้น

ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์สามารจัดทำเสร็จแล้ว 39 เรื่อง อยู่ในหัวข้อที่ 1-2-5 และจะมีการจัดสัมมนาสร้างความรับรู้ ในวันที่ 6-7 เมษายน 2564 ที่กรมราชทัณฑ์

นายสมศักดิ์ ได้ระบุอีกว่า การจัดทำ SOPs ต้องละเอียดและรอบคอบต้องยึดสิทธิมนุษยชนเป็นหลัก ดังนั้นการพิจารณาในครั้งนี้ควรดึงกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เข้าร่วมพิจารณาด้วย