ทำไมอินเดียกับไทยถึงมีท่าทีกลับไปกลับมาเรื่องผู้อพยพเมียนมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/649350

วันที่ 31 มี.ค. 2564 เวลา 21:00 น.ทำไมอินเดียกับไทยถึงมีท่าทีกลับไปกลับมาเรื่องผู้อพยพเมียนมาประเทศเพื่อนบ้านเมียนมากลืนไม่เข้าคลายไม่ออกรับมือผู้อพยพหนีตายทะลักชายแดน

ความขัดแย้งระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนทวีความตึงเครียด หลังจากกองทัพสั่งโจมตีทางอากาศเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยงที่กองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ควบคุมอยู่ เพื่อล้างแค้นที่ KNU ยึดฐานทัพทหารไปก่อนหน้านี้เพื่อตอบโต้ที่กองทัพใช้ความรุนแรงกับประชาชน

สถานการณ์นี้ทำให้เกิดความกังวลว่าการสู้รบกันระหว่างกองทัพกับกองกำลังชนกลุ่มน้อยจะทะลักข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะไทยกับอินเดียที่กำลังเผชิญกับผู้อพยพหลายพันคนที่หนีตายออกมาจากบ้านเกิด

อินเดียกับไทยเจอชะตากรรมเดียวกันคือ ถูกตำหนิว่าใจดำไม่ยอมให้ความช่วยเหลือคนเมียนมาที่เดือดร้อน

ก่อนหน้านี้ โลกโซเชียลมีเดียอินเดียวิจารณ์รัฐบาลอย่างหนักหลังรัฐบาลท้องถิ่นในรัฐมณีปุระซึ่งอยู่ติดกับเมียนมามีคำสั่งไม่ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและกลุ่มประชาสังคมต่างๆ จัดหาอาหารและที่พักให้ผู้อพยพ โดยอนุญาตเพียงให้ช่วยคนที่บาดเจ็บและต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์เท่านั้น

ส่วนเสียงติติงในไทยก็ดุเดือดไม่แพ้กันจนแฮชแท็ก #หยุดส่งผู้ลี้ภัยไปตาย ติดเทรนด์ในทวิตเตอร์ หลังจากมีข่าวว่ารัฐบาลไทยผลักดันผู้อพยพชาวกะเหรี่ยงที่ถูกกองทัพโจมตีทางอากาศกลับรัฐกะเหรี่ยงกว่า 10,000คน

มาร์ก ฟาร์แมเนอร์ หัวหน้ากลุ่ม Burma Campaign UK เผยว่า ชาวเมียนมาหลายพันคนถูกบังคับให้ย้อนกลับไปที่ค่ายผู้อพยพ Ee Thu Hta ในฝั่งเมียนมา ส่วนองค์กรไม่แสวงกำไร Friends Without Borders Foundation ในไทยเผยว่า ชาวเมียนมาราว 8,000 คนต้องหนีเข้าไปซ่อนตัวในป่า ขณะที่อีก 3,000 คนข้ามแม่น้ำสาละวินเข้ามาในแม่ฮ่องสอน

ในเวลาต่อมาก็มีปฏิกิริยาจากทางการไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศปฏิเสธข่าวดังกล่าว และยืนยันว่าไทยได้ให้ความช่วยเหลือคนที่ข้ามแดนเข้ามา ส่วนพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกกับผู้สื่อข่าวว่ายังไม่มีผู้อพยพเข้าไทย ด้าน ธานี แสงรัตน์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศย้ำว่าไม่มีการผลักดันผู้ประท้วงกลับ และมีชาวเมียนมาหลายคนได้รับการปฐมพยาบาลที่พรมแดน

นายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนเผยว่า ชาวกะเหรี่ยงเข้ามาอยู่ในจุดแรกรับซึ่งกองกำลังนเรศวรควบคุมดูแลเป็นการรับเบื้องต้น หากสอบสวนแล้วอาจจะแค่ตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวก็จะให้กลับเข้าไปในเขตประเทศเมียนมาที่อยู่อาศัยเดิม แต่ถ้าหากผู้อพยพเหล่านี้ได้รับผลกระทบถึงขั้นอาจจะเสี่ยงต่อชีวิตก็จะดูแลไว้ระยะเวลาหนึ่งตามหลักมนุษยธรรมตามสมควร 

ท่าทีของอินเดียก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเช่นกัน

ช่วงกลางเดือน มี.ค. รัฐบาลกลางของอินเดียมีคำสั่งให้ 4 รัฐที่มีพรมแดนติดกับเมียนมาและกองกำลังกึ่งทหารที่ลาดตระเวนตามแนวชายแดน เพิ่มความเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้ชาวเมียนมาลักลอบข้ามพรมแดน และผลักดันผู้อพยพออกนอกประเทศ

ทว่านอกจากทางการรัฐมิโซรัมจะจัดหาที่พักอาศัยชั่วคราวให้แล้ว โซรัมแทง มุขมนตรีรัฐมิโซรัม ยังเขียนจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี นเรนทระ โมดี ระบุว่ารัฐบาลอินเดียควรคำนึงถึงมนุษยธรรม

แต่ต่อมาทางการรัฐมณีปุระก็ต้องผลักดันผู้อพยพ 8 คนกลับไป หลังจากกระทรวงมหาดไทยสั่งห้ามรัฐมณีปุระ รัฐนาคาแลนด์ และรัฐอรุณาจัลประเทศ ซึ่งอยู่ติดกับเมียนมาให้สถานะผู้ลี้ภัยกับชาวเมียนมา โดยให้เหตุผลว่าอินเดียไม่ได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย ห้ามจัดหาอาหารหรือให้ที่พักและให้ผลักดันกลับอย่างนุ่มนวล ทำได้เพียงให้การรักษาพยาบาลเท่านั้น

หลังจากถูกวิจารณ์หนักในโลกโซเชียล ทางการรัฐมณีปุระก็เปลี่ยนท่าทีใหม่ให้ยกเลิกคำสั่งผลักดันผู้อพยพ และยืนยันว่าจะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยชนตามความจำเป็นแก่ผู้อพยพ โดยอ้างว่าคำสั่งแรกของกระทรวงมหาดไทยเกิดจากการตีความผิดพลาด

ความกังวลเรื่องผู้อพยพทะลักข้ามแดนยังลามไปถึงจีน สำนักข่าวเคียวโดรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า หลังสถานการณ์ทางการเมืองในเมียนมาตึงเครียดจากการรับประหาร ทางการจีนได้เพิ่มความเข้มงวดในการอนุญาตให้คนเมียนมาเข้าประเทศ มาตรการของจีนเริ่มตั้งแต่การห้ามชาวเมียนมาเข้าพักในโรงแรม และบางครั้งก็มีการจับกุมตัว

ที่ผ่านมาทางการจีนพยายามรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากับเมียนมา แต่แหล่งข่าวเผยว่า มาตรการนี้ชี้ให้เห็นว่าสีจิ้นผิงเองก็กลัวชาวเมียนมาทะลักเข้าประเทศจนเป็นอันตรายต่อสถานการณ์ความมั่นคงในประเทศเช่นกัน

นอกจากนี้ แหล่งข่าวในเมืองรุ่ยลี่ในมณฑลยูนนานซึ่งมีพรมแดนติดกับเมียนมาเผยว่า ช่วงกลางและปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา หน่วยงานความมั่นคงของจีนสั่งห้ามไม่ให้ผู้ประกอบการโรงแรมที่พักให้ชาวเมียนมาเข้าใช้บริการ ทั้งที่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาโรงแรมในเมืองรุ่ยลี่ยังเปิดประตูรับชาวเมียนมา แม้ว่าขณะนั้นทางการจีนยกระดับคุมเข้มการแพร่ระบาดของ Covid-19  

ขณะที่แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมในเมืองรุ่ยลี่เผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ มีคนที่เดินทางมาจากเมียนมา 1 คนถูกควบคุมตัวหลังเช็กอินเข้าพักในโรงแรมกับชาวเมียนมาอีกคนที่อาศัยอยู่ในจีนมานานแล้ว

นอกจากนี้ทางการเมืองรุ่ยลี่ยังยกระดับการตรวจตราด้านความมั่นคงในพื้นที่ที่อยู่ติดพรมแดน โดยถนนบางเส้นถูกปิด และทางการจีนยังจับกุมชาวเมียนมาอีกหลายคนที่พยายามประท้วงที่กองทัพเมียนมาควบคุมตัวอองซานซูจี

ทั้งนี้ ในเมียนมามีกองกำลังชนกลุ่มน้อยติดอาวุธอย่างน้อย 20 กลุ่มที่มีความเคลื่อนไหวทั้งทางการเมืองและการทหาร โดยในจำนวนนี้ 10 กลุ่ม รวมทั้งกลุ่ม KNU ลงนามสัญญาหยุดยิงกับรัฐบาลเมียนมาเมื่อปี 2011 แต่เมื่อรัฐบาลทหารใช้กำลังกับประชาชนที่ต่อต้านการทำรัฐประหาร กองกำลังชนกลุ่มน้อยบางกลุ่มก็ประกาศฉีกสัญญาดังกล่าว แล้วหันมาช่วยคุ้มครองประชาชน

ลี มอร์เกนเบสเซอร์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยกริฟฟิธของออสเตรเลียที่วิจัยการเมืองในอาเซียนเผยกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า มีความเป็นไปได้ว่าการชุมนุมประท้วงจะลุกลามเป็นสงครามกลางเมืองหรือสงครามระหว่างประเทศ เนื่องจากธรรมชาติของพรมแดนเมียนมาที่สามารถผ่านได้ง่าย และกองกำลังชนกลุ่มน้อยติดอาวุธที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล จึงมีความเป็นไปได้ว่าวิกฤตในเมียนมาจะข้ามเข้าไปในพรมแดนประเทศเพื่อนบ้าน

ด้วยเหตุนี้ บรรดาประเทศเพื่อนบ้านจึงต้องรับมือกับสถานการณ์ผู้อพยพด้วยความระมัดระวัง

Photo by Handout / Free Burma Rangers / AFP

ทำความรู้จักกับ Stablecoins คริปโตลูกครึ่งเงินจริง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/649359

วันที่ 31 มี.ค. 2564 เวลา 19:26 น.ทำความรู้จักกับ Stablecoins คริปโตลูกครึ่งเงินจริงในขณะที่ Visa และ PayPal เปิดทางให้ใช้คริปโตในการทำธุรกรรมได้ เป็นอีกสองบริษัทใหญ่ที่แสดงความเชื่อมั่นในคริปโต

Visa ใช้ Stablecoin ชำระธุรกรรมเพื่อดึงดูดฟินเทค

บริษัทบัตรเครดิตและการชำระเงิน Visa Inc. กล่าวว่าจะใช้ Stablecoin ที่อิงกับเงินดอลลาร์สหรัฐเพื่อชำระธุรกรรม เนื่องจากคริปโตเคอร์เรนซี่และเทคโนโลยีบล็อคเชนได้รับการยอมรับมากขึ้นในระบบการเงินอย่างเป็นทางการ

ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการนำร่อง Visa ใช้ USD Coin ซึ่งเป็น Stablecoin อย่างหนึ่งเพื่อชำระธุรกรรมผ่าน Ethereum ด้วยความช่วยเหลือของแพลตฟอร์ม Crypto.com และ Anchorage ซึ่งเป็นธนาคารสินทรัพย์ดิจิทัล และ Visa จะเสนอบริการให้กับพันธมิตรเพิ่มเติมในปลายปีนี้

ที่จริงแล้วบริษัทการเงินแบบดั้งเดิมเริ่มยอมรับคริปโตเคอร์เรนซี่และโครงการบล็อคเชนมากว่าทศวรรษหลังจากการสร้างบิตคอยน์ (Bitcoin) ในปี 2009 แจ็ค ฟอเรสเทล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Visa กล่าวว่าการเคลื่อนไหวของบริษัทในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นความพยายามในการให้บริการบริษัท เทคโนโลยีทางการเงิน หรือ ฟินเทค

“ฟินเทคแบบคริปโตเนทีฟต้องการพันธมิตรที่เข้าใจธุรกิจของตนและความซับซ้อนของสกุลเงินดิจิทัล” ฟอเรสเทลกล่าวในแถลงการณ์ “ การประกาศในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญเกี่ยวกับความสามารถของเราในการตอบสนองความต้องการของฟินเทค”

แต่ว่า Stablecoin คืออะไรและมันทำงานอย่างไร?

Stablecoins คือสกุลเงินดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อลดความผันผวนของราคาของเงินดิจิทัลนั้นๆ ให้เหลือน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับสินทรัพย์หรือตะกร้าสินทรัพย์ที่ “มั่นคง” Stablecoin สามารถตรึงไว้กับสกุลเงินดิจิทัล, ตรึงกับเงินจริง (Fiat money) เช่น เงินดอลลาร์สหรัฐ หรือสินค้าโภคภัณฑ์ (เช่น โลหะมีค่าหรือโลหะอุตสาหกรรม)

Stablecoin จะมีเสถียรภาพราคาผ่านการสร้างหลักประกัน (การสำรอง) หรือผ่านกลไกอัลกอริทึมในการซื้อและขายสินทรัพย์อ้างอิงหรืออนุพันธ์ ข้อดีของ Stablecoin ที่ได้รับการสนับสนุนจากสินทรัพย์ต่างๆ ก็คือจะได้รับความเสถียรจากสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวอยู่นอกพื้นที่ของสกุลเงินดิจิทัล อย่างที่เราจะเห็นว่า แม้ว่า Bitcoin จะยังคงเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด แต่ก็มีแนวโน้มที่จะได้รับความผันผวนสูงมากโดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของปี 2020

เว็บไซต์ Investopedia ชี้ว่า เพราะความผันผวนในระยะสั้นเช่นนี้ทำให้ Stablecoin และสกุลเงินดิจิทัลยอดนิยมอื่นๆ ไม่เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันของสาธารณชน โดยพื้นฐานแล้วสกุลเงินควรทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเงินตรา และเป็นวิธีการจัดเก็บมูลค่าของเงิน และมูลค่าของสกุลเงินควรจะค่อนข้างคงที่ในระยะยาว ผู้ใช้จะไม่กล้านำไปใช้หากไม่แน่ใจในกำลังซื้อในอนาคต (ว่าจะหายไปมากแค่ไหนเพราะความผันผวน)

ตามหลักการแล้วคริปโตควรรักษาอำนาจการซื้อไว้อย่างมีเสถียรภาพและควรมีอัตราเงินเฟ้อต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อจะกระตุ้นให้ใช้โทเค็นแทนที่จะออมมัน ดังนั้น Stablecoins เป็นทางออกเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้โดยผูกมันเข้ากับเงินจริงๆ ที่มีทุนสำรองหรือทองคำหนุนหลังอยู่ดังนั้นมันจึงมีมูลค่าที่ “จับต้องได้” หรือที่เรียกว่า “หลักประกัน” ดังนั้นเงินสกุลจริงจึงไม่ผันผวนรุนแรง ต่างจากคริปโตที่ผันผวนง่าย ดังนั้น Stablecoins จึงเป็นตัวเชื่อมโยงในจุดนี้

ตัวอย่างเช่น ถ้าผูกคริปโตเข้ากับเงินจริจะรักษาเงินสำรองในสกุลเงินจริง เช่นดอลลาร์สหรัฐเพื่อเป็นหลักประกันในการออกเหรียญคริปโตจำนวนที่เหมาะสม โดยเงินสำรองดังกล่าวได้รับการดูแลโดยผู้ดูแลอิสระและมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เป็นไปตามการปฏิบัติตามที่จำเป็น

ส่วน USD Coin ที่ Visa จะมาใช้นั้น เป็น Stablecoins  ซึ่งตรึงอยู่กับดอลลาร์สหรัฐและทำงานบนบล็คเชนของสกุลเงินคริปโต Ethereum, Stellar และ Algorand โดย USDC แต่ละเหรียญอิงกับเงินดอลลาร์ที่สำรองไว้บริหารโดยบริษัท Centre โดย ณ เดือนมีนาคม 2021 มีการหมุนเวียน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ใน USDC

PayPal อนุญาตให้ผู้ซื้อในสหรัฐซื้อขายด้วยสกุลเงินดิจิทัล

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา PayPal เริ่มอนุญาตให้ผู้คนในสหรัฐใช้สกุลเงินดิจิทัลเพื่อซื้อสินค้าจากร้านค้าหลายล้านรายที่ใช้แพลตฟอร์มทางการเงิน PayPal สำหรับการทำธุรกรรมออนไลน์

ก่อนหน้านี้ยักษ์ใหญ่ด้านการชำระเงินได้อนุญาตให้ผู้ใช้ซื้อขายหรือเก็บเงินดิจิทัลได้แล้ว แต่ฟีเจอร์ Checkout with Crypto ใหม่ถูกเพิ่มเข้ามาเป็นตัวเลือกให้ใช้สำหรับการซื้อสินค้า

“ในขณะที่การใช้การชำระเงินดิจิทัลและสกุลเงินดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วการเปิดตัว Checkout with Crypto ยังคงมุ่งเน้นไปที่การผลักดันการยอมรับสกุลเงินดิจิทัลเป็นหลัก” แดน ชูลแมนน์ ผู้บริหารระดับสูงของ PayPal กล่าวในบล็อกโพสต์

“การเปิดใช้งานคริปโตเคอร์เรนซี่เพื่อทำการซื้อในธุรกิจต่างๆ ทั่วโลกเป็นบทต่อไปในการขับเคลื่อนการแพร่หลายและการยอมรับสกุลเงินดิจิทัลในระดับมหาชน”

ร้านค้าจะได้รับเงินเป็นเงินมาตรฐานโดย PayPal จะแปลงสกุลเงินดิจิทัลเป็นดอลลาร์สหรัฐเพื่อชำระธุรกรรม ณ เวลาที่ขาย

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Tesla เริ่มยอมรับ Bitcoin เป็นสกุลเงินเพื่อซื้อรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการตามข้อมูลที่ทวีตโดยเอลอน มัสก์ หัวหน้าผู้บริหารของ Tesla

“ตอนนี้คุณสามารถซื้อ Tesla ด้วย Bitcoin ได้แล้ว” มัสกล่าวในทวิตเตอร์ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามแผนที่ประกาศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า Tesla จะยอมรับสกุลเงินดิจิทัลเป็นรูปแบบการชำระเงิน

Photo by Ozan KOSE / AFP

รู้จักกองกำลัง KNU ที่สู้กับกองทัพเมียนมานานหลายสิบปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/649341

วันที่ 31 มี.ค. 2564 เวลา 18:12 น.รู้จักกองกำลัง KNU ที่สู้กับกองทัพเมียนมานานหลายสิบปีสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือกะเหรี่ยง KNU คือใครและเกี่ยวข้องกับไทยอย่างไร

สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือกะเหรี่ยง KNU แถลงการณ์เรียกร้องให้นานาชาติและรัฐบาลไทยให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองชาวกะเหรี่ยงที่หลบหนีการโจมตีของรัฐบาลทหารเมียนมาหลังจากที่กองกำลังเมียนมาเข้าโจมตีรัฐกะเหรี่ยงส่งผลให้ประชาชนกว่า 10,000 คนต้องอพยพหลบหนีออกจากพื้นที่รวมถึงมายังประเทศไทย

STATEMENT: Karen National Union urge int’l community and Thai government to provide humanitarian assistance and protection to Karen people fleeing current onslaught of Myanmar junta as its group troops advance into KNU territory from all fronts.#WhatsHappeningInMyanmar pic.twitter.com/Sd8KF1HQuI

— Hnin Zaw (@hninyadanazaw) March 30, 2021

รู้จักกะเหรี่ยง KNU

กะเหรี่ยง KNU ซึ่งขณะนี้นำโดย Saw Mutu Say Poe คือกลุ่มติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในเมียนมาที่ทำการสู้รบกับรัฐบาลตามแนวชายแดนในบริเวณที่เรียกว่า “กอซูแล” ร่วมกับกองกำลังย่อยที่มีชื่อว่า “กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง KNLA” มานานนับศตวรรษแล้ว

ตั้งแต่ปี 2491 หลังจากที่เมียนมาได้รับเอกราชก็เกิดความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลเมียนมาและกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงส่วนหนึ่งที่ต้องการเอกราชและสิทธิในการปกครองตนเอง จึงจัดตั้งกองกำลังในพื้นที่ต่อสู้กับรัฐบาลและกองทัพเมียนมาเพื่อป้องกันเขตของตน

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2531 เกิดเหตุการณ์ “8888 ทมิฬ” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่ในเมียนมาแต่ไม่สำเร็จและต้องยุติลงเนื่องจากรัฐบาลปราบปรามอย่างรุนแรงส่งผลให้กองกำลังของกะเหรี่ยง KNU อ่อนแอลงไปด้วยจากการปราบปรามของรัฐบาล

กลุ่มย่อยอื่นๆ

  • กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง KNLA คือหน่วยงานทางทหารของกะเหรี่ยง KNU เกิดขึ้นในปี 2492 หลังจากที่รัฐบาลเมียนมาปราบปรามกลุ่มผู้ต่อต้านด้วยความรุนแรง ชาวกะเหรี่ยงจึงรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มเพื่อสู้กับรัฐบาลและเรียกร้องเอกราช

แม้ในตอนแรกกองทัพกะเหรี่ยงจะมีชัยชนะในภาคเหนือของเมียนมา และเข้ายึดครองมัณฑะเลย์ได้ แต่เนื่องจากไม่ได้รับการสนับสนุนเพียงพอ ภายหลังจึงต้องถอนกำลังกลับไปยังภาคตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังคงต่อสู้เพื่อเอกราชของกะเหรี่ยงต่อไปโดยมีฐานที่มั่นอยู่ใกล้กับชายแดนไทย

  • องค์กรป้องกันแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNDO) เป็นกองกำลังติดอาวุธอีกกลุ่มหนึ่งของกะเหรี่ยง KNU ควบคู่กับ KNLA ซึ่งเริ่มต่อสู้กับรัฐบาลตั้งแต่ปี 2490 ในฐานะกองกำลังติดอาวุธของกะเหรี่ยง KNU ก่อนที่จะมีการตั้ง KNLA เป็นกองกำลังติดอาวุธอย่างเป็นทางการ
  • ก๊อด อาร์มี่ (God’s Army) เป็นกองกำลังติดอาวุธหัวรุนแรงที่นับถือศาสนาคริสต์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกะเหรี่ยง KNU ก่อตั้งขึนในปี 2540 นำโดยจอห์นนี่ และลูเทอร์ พี่น้องฝาแฝดซึ่งมีอายุเพียง 10 ปี ปฏิบัติการในลักษณะกองโจรโดยมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงในประเทศไทยถึง 2 ครั้งในระยะเวลาห่างกันเพียงไม่กี่เดือน คือเหตุการณ์บุกยึดสถานทูตเมียนมาประจำประเทศไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2542 และเหตุการณ์บุกยึดโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรีในเดือนมกราคม 2543
  • กองกำลังกะเหรี่ยงประชาธิปไตยฝ่ายพุทธ (DKBA) นำโดยพระภิกษุ U Thuzanaเป็นกลุ่มของชาวกะเหรี่ยงที่นับถือศาสนาพุทธซึ่งแยกตัวออกมาจากกะเหรี่ยง KNU เมื่อปี 2538 เนื่องจากความขัดแย้งทางศาสนาโดยมองว่าพวกเขาถูกเอาเปรียบ เหลื่อมล้ำ และไม่ได้รับความเป็นธรรมจากชาวกะเหรี่ยง KNU ที่นับถือศาสนาคริสต์

กองกำลัง DKBA ยอมร่วมมือกับรัฐบาลต่อสู้กับกะเหรี่ยง KNU เพื่อแลกกับการได้รับอาณาเขตส่วนหนึ่งให้ปกครองตนเอง และมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้รัฐบาลยึดกองบัญชาการของกะเหรี่ยง KNU ได้ ก่อนที่ DKBA จะปิดตัวลงไปในปี 2553

  • กองกำลังกะเหรี่ยงประชาธิปไตยฝ่ายพุทธ กองพล 5 (DKBA-5) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2553 ซึ่งแยกตัวออกมาจาก DKBA ในระหว่างการเลือกตั้งทั่วไปปี 2553 DKBA-5 ได้โจมตีกองกำลังของรัฐบาลและลงนามในข้อตกลงหยุดยิงกับรัฐบาลเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2554

กระทบถึงไทย?

กะเหรี่ยง KNU ยังคงต่อสู้กับรัฐบาลเมียนมาเรื่อยมาโดยมีการตั้งกองกำลังทหารตามแนวชายแดนไทย และหลายครั้งที่ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงและรัฐบาลเมียนมาเข้ามาเกี่ยวข้องกับประเทศไทย

ในปี 2542 กองกำลังนักศึกษาจากก๊อด อาร์มี่ จำนวน 12 คน เข้าบุกยึดสถานทูตเมียนมาประจำประเทศไทยพร้อมอาวุธปืนและระเบิด ซึ่งจับเจ้าหน้าที่และประชาชนราว 20 คนเป็นตัวประกันโดยยื่นข้อเสนอแลกกับการที่รัฐบาลเมียนมาปล่อยตัวออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านในขณะนั้น ก่อนที่สถานการณ์จะยุติลงเมื่อรัฐบาลไทยยอมจัดเฮลิคอปเตอร์ไปส่งพวกเขาที่ชายแดนไทย-เมียนมาตามคำต่อรอง

เวลาผ่านไปไม่ถึงปีกองกำลังเดียวกันนี้เข้าบุกยึดโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรีด้วยการปลอมตัวเป็นผู้โดยสารนั่งรถประจำทางก่อนที่จะใช้ปืนและระเบิดขู่ให้คนขับพาไปยังโรงพยาบาล และจับตัวแพทย์ พยาบาล และผู้ป่วยนับ 1,000 คนเป็นตัวประกัน

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 Padoh Mahn Sha La Phan เลขาธิการสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงถูกลอบสังหารในบ้านพักที่แม่สอด ประเทศไทย

ไม่กี่ปีให้หลังในช่วงปี 2553 กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง KNLA หลบหนีเข้ามายังประเทศไทยหลังจากที่ทหารของกองกำลังกะเหรี่ยงประชาธิปไตยฝ่ายพุทธ (DKBA) เพิ่มขึ้นจำนวนมาก

ต่อมาปี 2561 การสู้รบระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยง KNU และ KNLA กับกองกำลังทหารของรัฐบาลเมียนมาเกิดขึ้นบริเวณรอยต่อระหว่าง ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และ ต.ท่าสองยาง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก

และล่าสุดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้คือเหตุการณ์รัฐประหารในเมียนมาที่กำลังทวีความรุนแรงทั่วประเทศโดยกองกำลังทหารเมียนมาปราบปรามกลุ่มผู้ต่อต้านอย่างรุนแรงซึ่งรวมถึงการทิ้งระเบิดถล่มฐานที่มั่นของกะเหรี่ยง KNU ส่งผลให้ชาวกะเหรี่ยงนับหมื่นชีวิตต้องอพยพลี้ภัยไปยังประเทศข้างเคียงอย่างอินเดียและไทย

AFP PHOTO/KC Ortiz

ต้านพลังแบนไม่ไหว? H&M จะทุ่มเทคืนศรัทธาในตลาดจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/649329

วันที่ 31 มี.ค. 2564 เวลา 15:26 น.ต้านพลังแบนไม่ไหว? H&M จะทุ่มเทคืนศรัทธาในตลาดจีน หลังเจอเข้ากับพลังการคว่ำบาตรของชาวจีนและถูกถอดจากอแอปในจีน แบนด์แฟชั่นดังจากสวีเดนก็แสดงท่าที

H&M ยักษ์ใหญ่ด้านเสื้อผ้าของสวีเดนและผู้ค้าปลีกแฟชั่นรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกกล่าวเมื่อวันพุธที่ 31 มีนาคมว่ากำลังทำ “ทุกอย่าง” เพื่อแก้ไขปัญหาการคว่ำบาตรในจีนซึ่งเกิดจากการตัดสินใจที่จะหยุดการจัดหาฝ้ายจากซินเจียงมาผลิตสินค้าของตนเนื่องจากรายงานที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่ามีการบังคับใช้แรงงานชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยมุสลิมอื่นๆ เพื่อทำอุตสาหกรรมฝ้ายในซินเจียง

H&M และแบรนด์แฟชั่นอื่นๆ ถูกชาวจีนรวมพลังการคว่ำบาตรหลังจากแบรดน์เหล่านี้มีแถลงการณ์ที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดแรงงานในไร่ฝ้ายในซินเจียง ภูมิภาคตะวันตกสุดของจีน โดยมีคนดังและบริษัทเทคโนโลยีของจีนถอนความร่วมมือกับ H&M, Nike, Adidas, Burberry และ Calvin Klein โดยที่ H&M ถูกลบออกจากแอพสำหรับช็อปปิ้งของจีนด้วยซ้ำ

“เรากำลังทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานของเราในประเทศจีนเพื่อทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ เพื่อจัดการกับความท้าทายในปัจจุบันและหาทางไปข้างหน้า” H&M กล่าวในแถลงการณ์ “เราทุ่มเทเพื่อฟื้นคืนความไว้วางใจและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า เพื่อนร่วมงาน และพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศจีน”

ในวันเดียวกันมีรายงานว่าา H&M ขาดทุนในช่วงเดือนธันวาคม 2020 – กุมภาพันธ์ 2021 ซึ่งตรงกับตัวเลขคาดการณ์โดยประมาณและกล่าว่าจะไม่เสนอเงินปันผลในการประชุมสามัญประจำปีที่กำลังจะมาถึง แต่อาจเป็นไปได้ในปีต่อไป

ทั้งนี้ ผลขาดทุนก่อนหักภาษีในไตรมาสแรกทางการเงินขอ H&M อยู่ที่ 1,390 ล้านโครนา (5,000 ล้านบาท) เทียบกับกำไร 2,500 ล้านในปีก่อนหน้า (8,993 ล้านบาท) ผลคาดการณ์โดยนักวิเคราะห์ที่สำรวจโดย Refinitiv คาดการณ์โดยเฉลี่ยว่า H&M จะขาดทุน 1,410 ล้านโครนา

Photo by GREG BAKER / AFP

สหรัฐสั่งนักการทูตออกจากเมียนมา ความรุนแรงหนักข้อขึ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/649310

วันที่ 31 มี.ค. 2564 เวลา 14:05 น.สหรัฐสั่งนักการทูตออกจากเมียนมา ความรุนแรงหนักข้อขึ้นแม้ว่าจะมีเสียงเรียกร้องจากชาเมียนมาบางกลุ่มก่อนหน้านี้ให้สหรัฐช่วยเหลือต่อต้านเผด็จการทหาร แต่ล่าสุด สหรัฐส่งสัญญาณจะไม่ยุ่งด้วย

เมื่อวันพุธที่ 31 มีนาคมรัฐบาลสหรัฐสั่งให้นักการทูตที่มีห้าที่ไม่สำคัญมากนักเดินทางออกจากเมียนมาท่ามกลางความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นหลังการรัฐประหารของกองทัพ ตามด้วยการประท้วงและต่อต้านรายวันของประชาชนและการปราบปรามโดยทหารที่ทำให้พลเรือนเสียชีวิตมากกว่า 520 คนแล้ว

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่าได้สั่งให้ “พนักงานรัฐบาลสหรัฐที่ไม่ได้ทำงานฉุกเฉินและสมาชิกในครอบครัว” เดินทางออกจากเมียนมา ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่าการตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นเพื่อปกป้องความปลอดภัยและความมั่นคงของเจ้าหน้าที่และครอบครัว

มหาอำนาจโลกประเทศต่างๆ ประณามการปราบปรามอย่างรุนแรงต่อผู้ไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจซ้ำแล้วซ้ำเล่าและโจมตีรัฐบาลทหารด้วยมาตรการคว่ำบาตร แต่แรงกดดันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกองทัพเมียนมา ตัวอย่างเช่นเมื่อวันเสาร์ซึ่งเป็นวันกองทัพประจำปี ปรากฎว่ามีการสูญเสียชีวิตครั้งใหญ่ที่สุดจากการทำร้ายของทหารเมียนมาโดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 107 คน

Photo by STR / AFP

วิกฤตชิปเกิดจากสงครามการค้า สหรัฐบีบจีนฉกเทคโนโลยี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/649305

วันที่ 31 มี.ค. 2564 เวลา 13:37 น.วิกฤตชิปเกิดจากสงครามการค้า สหรัฐบีบจีนฉกเทคโนโลยีสงครามการค้าของสหรัฐผลักดันให้จีนขโมยเทคโนโลยีและคนเก่งๆ จากไต้หวัน

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า มาร์ก หลิว ประธานของ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. หรือ TSMC กล่าวกับผู้สื่อข่าวในงานอุตสาหกรรมในซินจู๋ ประเทศไต้หวันว่า ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนส่งผลให้การขาดแคลนชิปลุกลามไปทั่วอุตสาหกรรม

หลิวกล่าวว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ – จีนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานและผลักดันให้บางบริษัทเพิ่มคำสั่งซื้อเป็นสองเท่าเพื่อรักษาความมั่นคงสินให้กับค้าคงคลัง บริษัทอื่นๆ รีบเข้ามาเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดหลังจากการคว่ำบาตร Huawei Technologies Co.

ผู้บริหาร TSMC กล่าวว่าการระบาดของโคโรนาไวรัสจะส่งผลกระทบเชิงลบเช่นเดียวกันต่อการผลิตไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม

หลิวยังกล่าวว่า แต่ละประเทศที่พัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศของตนเอง จะทำให้เกิดสมรรถภาพทางธุรกิจที่ “ไม่ทำกำไร” เป็นจำนวนมาก และความพยายามระดับโลกในการพัฒนาการพึ่งพาตันเงอในการผลิตชิปนั้น “ ไม่สมเหตุผลตามความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ”

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไจ้หวันกล่าวว่าสงครามการค้ากำลังผลักดันให้ปักกิ่งเพิ่มความพยายามในการขโมยเทคโนโลยีและลักลอบดึงผู้ที่มีความสามารถจากไต้หวันเพื่อเพิ่มศักยภาพของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของจีน

ที่ผ่านมารัฐบาลสหรัฐตั้งเป้าไปที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีของจีนในช่วงที่มีข้อพิพาททางการค้า โดยมีการคว่ำบาตรบริษัทต่างๆ รวมถึง Huawei Technologies Ltd ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอุปกรณ์โทรคมนาคมโดยกล่าวว่าพวกบริษัทเหล่านี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ

ไต้หวันซึ่งมีอุตสาหกรรมชิปที่เฟื่องฟูและเป็นผู้นำระดับโลกในเทคโนโลยีด้านนี้ กังวลมานานแล้วเกี่ยวกับความพยายามของจีนในการลอกเลียนแบบความสำเร็จของไต้หวันด้วยวิธีการที่ทั้งถูกต้องและไม่ถูกต้อง

หวางเหมยฮวา รัฐมนตรีเศรษฐกิจไต้หวันกล่าวว่าสงครามการค้าได้สร้างความเสี่ยงใหม่ โดยชี้ว่า “ผลกระทบจากสงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐ – จีน ทำให้การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของจีนแผ่นดินใหญ่ถูกขัดขวาง แต่พวกเขายังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอุตสาหกรรม … เพื่อให้เกิดความพอเพียงในห่วงโซ่อุปทาน การลักลอบล้วงข้อมูลและการแทรกซึมจึงเป็นวิธีที่เร็วที่สุดสำหรับจีนแผ่นดินใหญ่ในการดำเนินการนี้”

คนงานชิปของไต้หวันมีประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและพูดภาษาเดียวกันซึ่งหมายความว่าพวกเขาเป็น “เป้าหมายโดยตรงในการล้วข้อมูลประเทศจีน” เธอกล่าวเสริม

หูมู่หยวน รองผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของไต้หวันกล่าวว่าความพยายามของจีนไม่เพียง แต่เป็นภัยคุกคามต่อไต้หวันเท่านั้น แต่รวมถึงญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ด้วย ซึ่งคุกคามการค้าโลกและการแข่งขันที่เป็นธรรม

“ยิ่งไปกว่านั้นคอมมิวนิสต์จีนกำลังขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศอื่นเพื่อเพิ่มอำนาจของตนเอง” เขากล่าวเสริม

Photo by Kazuhiro NOGI / AFP

รัฐบาลสหรัฐเร่งแก้ปัญหาชาวเอเชียถูกทำร้ายกว่า 3 พันครั้งในเวลาไม่ถึงปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/649288

วันที่ 31 มี.ค. 2564 เวลา 11:42 น.รัฐบาลสหรัฐเร่งแก้ปัญหาชาวเอเชียถูกทำร้ายกว่า 3 พันครั้งในเวลาไม่ถึงปีรัฐบาลสหรัฐประกาศยกระดับป้องกันการเหยียดเอเชียหลังอาชญากรรมจากความเกลียดชังพุ่งถึง 149%

สำนักงานตำรวจนิวยอร์ก (NYPD) กำลังเร่งตามชายผิวสีชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกาที่ทำร้ายร่างกายหญิงชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียวัย 65 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมาในแมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก โดยภาพจากกล้องวงจรผิดพบว่าชายคนดังกล่าวเตะหญิงชาวเอเชียจนร่วงลงไปกองกับพื้นพร้อมด่าทอและเหยียบซ้ำอีกหลายครั้ง

ขณะที่ NYPD ระบุว่ากำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวและตามล่าตัวชายผู้ก่อเหตุพร้อมขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันแจ้งเบาะแส ซึ่งนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาหน่วยงานด้านการสืบสวนและป้องกันอาชญากรรมจากความเกลียดชังพบคดีลักษณะนี้ราว 33 คดีแล้ว พร้อมระบุว่าได้สั่งเพิ่มเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนในชุมชนเอเชียมากขึ้น

Help identify the below individual wanted in connection to an assault. On Monday, March 29th at 11:40 AM, at 360 West 43rd St, a female, 65, was approached by an unidentified male who punched and kicked her about the body and made anti-Asian statements. Info???1-800-577-TIPS. pic.twitter.com/LkwfYhMCLr— NYPD Hate Crimes (@NYPDHateCrimes) March 29, 2021

Help identify the below individual wanted in connection to an assault. On Monday, March 29th at 11:40 AM, at 360 West 43rd St, a female, 65, was approached by an unidentified male who punched and kicked her about the body and made anti-Asian statements. Info???1-800-577-TIPS. pic.twitter.com/LkwfYhMCLr

— NYPD Hate Crimes (@NYPDHateCrimes) March 29, 2021

การก่ออาชญากรรมจากความเกลียดชังทางเชื้อชาติกำลังเป็นปัญหาใหญ่และทวีความรุนแรงมากขึ้นในสหรัฐ โดยองค์กร STOP AAPI Hate ระบุว่าชาวเอเชียในสหรัฐตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงจากความเกลียดชังราว 3,795 ครั้งภายในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งปีที่ผ่านมา ขณะที่ศูนย์ศึกษาความเกลียดชังและลัทธิหัวรุนแรงระบุว่าอาชญากรรมจากความเกลียดชังชาวเอเชียพุ่งสูงถึง 149% ในปี 2020

ด้านรัฐบาลสหรัฐก็ได้ประกาศดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดขึ้นโดยระบุว่าจะมีการจัดสรรงบประมาณกรณีพิเศษเพื่อจัดการกับปัญหา และจัดตั้งคณะกรรมการ “COVID-19 Equity Task Force” เพื่อป้องกันและยุติความหวาดระแวงต่อชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย

ขณะที่กระทรวงยุติธรรมก็ประกาศจะดำเนินการเพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมจากความเกลียดชังตลอดจนการรวบรวมข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลอาชญากรรมจากความเกลียดชังของประเทศมีความโปร่งใส และจะมีการจัดฝึกอบรมด้านสิทธิพลเมืองทั่วประเทศเพื่อส่งเสริมการใช้กฎหมายของรัฐและท้องถิ่นเกี่ยวกับอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชัง

Photo by Kena Betancur / AFP

ก.เกษตร เร่งแก้ปัญหาราคายางพารา-ด้าน “กยท.”ขานรับเร่งผลักดันแนวคิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/462599

ก.เกษตร เร่งแก้ปัญหาราคายางพารา-ด้าน “กยท.”ขานรับเร่งผลักดันแนวคิด 

31 มีนาคม 2564 – 15:31 น.

กระทรวงเกษตรฯ เร่งแก้ไขปัญหาราคายางพาราให้ราคา  ด้าน กยท. ขานรับนโยบายเร่งผลักดันแนวคิด Business model  3 ขา กยท. โรงงานและเกษตรกร สร้างมูลค่าเพิ่มให้ราคายางและเสริมความเข้มแข็งของเกษตรกร   

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)  กล่าวว่า ขณะนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  โดย นายเฉลมชัย ศรีอ่อน  รมว.เกษตรฯ มีนโยบายให้ทุกหน่วยเร่งแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร ทางการยางก็ไม่นิ่งนอนใจ  โดยจัดทำแนวทางการแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ ใช้รูปแบบ บิสเนสโมเดล  Business model  หรือโมเดล  3  ขา เป็นการดำเนินการระหว่าง  กยท. ผู้ประกอบการโรงงาน และเกษตรกร ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องราคายางพาราและเสริมสร้างความแข็งแรงให้เกษตรกรและผู้ประกอบการมากขึ้น  โดย กยท.จะทำหน้าที่อุดหนุนสินเชื่อ ส่วนเกษตรกรมีหน้าที่ ส่งวัตถุดิบ เพื่อให้โรงงาน ใช้สมรรถภาพกำลัง ในการผลิตเต็มที่

ก.เกษตร เร่งแก้ปัญหาราคายางพารา-ด้าน "กยท."ขานรับเร่งผลักดันแนวคิด 

ความคิดโมเดล 3 ขา เกิดขึ้นจาก การที่ กยท. เห็นว่า มี สถานประกอบการโรงงานหลายแห่ง ที่ผลิตสินค้าเกี่ยวกับยางพารา ทำได้ไม่เต็มสมรรถภาพ เนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบและเงินทุน ดังนั้น การยางแห่งประเทศไทย จะขอเป็นตัวกลางประสานให้เกิดความร่วมมือขึ้น  ยกตัวอย่างเช่น  เกษตรกรมีวัตถุดิบ   ผู้ประกอบการมีโรงงาน และการยางแห่งประเทศไทยมีเงินทุน  สามารถเข้าไปช่วยในเรื่องสภาพคล่องได้

” ธุรกิจโมเดล 3 ขา จะเป็นการเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน   ผมหวังว่า โครงการนี้ จะทำให้เกษตรกร มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจมากขึ้น ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ แทนที่จะต่างคนต่างทำ ก็มาช่วยกัน  ทำให้ต้นทุนลดลง  ชาวบ้านก็ได้ส่วนแบ่งมากขึ้นจากบิสเนสโมเดล นี้   ทำให้ทุกคนอยู่ได้ ถ้าเราไม่ช่วยกันทำจะเกิดความเสียหายทั้งระบบ เกษตรกรและโรงงานก็จะไม่รอดพ้นวิกฤติไปได้” นายณกรณ์กล่าว

ก.เกษตร เร่งแก้ปัญหาราคายางพารา-ด้าน "กยท."ขานรับเร่งผลักดันแนวคิด 

นายณกรณ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้เริ่มพูดคุยและเดินหน้าไปบ้างแล้ว  โดยวางแผนจะทยอยเริ่มที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ภาคเหนือ ภาคใต้   เช่น ยางก้อนถ้วย จะทำมากที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถึง 99% ของผลผลิตทั้งหมด  ส่วนภาคใต้ จะเน้นเรื่องน้ำยาง  ตนอาจจะดูบริบทของแต่ละพื้นที่ก่อนว่า เขาต้องการอะไร ถนัดด้านไหน ค่อยเอาธุรกิจไปใส่ให้ นโยบายนี้เป็นแผนของปี 64 ที่เราจะทำร่วมกัน  ตนเชื่อว่าถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี ในเรื่องของการแปรรูป การเพิ่มมูลค่า การนำไปใช้  จะเป็นการบริหารที่สมดุลทำให้รัฐแก้ปัญหาราคายางได้อย่างยั่งยืนขึ้น

“ ผมชอบการฉีดวัคซีนให้เขาแข็งแรง มากกว่าการไปให้ยาตอนเขาป่วย ผมรู้ว่า อีกหน่อยจะเกิดเรื่องนี้ เราก็เข้าไปจัดการ ไม่ใช่พอเกิดปัญหาแล้วเรามานั่งประกันรายได้ และชดเชย ผมว่ามันต้องเปลี่ยน เราต้องทำล่วงหน้า ไม่ต้องรอให้ปัญหาเกิดแล้วค่อยมาตามแก้กันที่หลัง เราต้องมองไปล่วงหน้า  ทั้ง ไตรมาส 3 และไตรมาส 4 “ นาย ณกรณ์ กล่าว

ก.เกษตร เร่งแก้ปัญหาราคายางพารา-ด้าน "กยท."ขานรับเร่งผลักดันแนวคิด 

สำหรับสถานการณ์ยางพาราในปีนี้ ค่อยข้างดี  และมีแนวโน้มจะแตะ ที่  70 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่เริ่มดีขึ้น ธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ยางล้อ ก็มีความต้องการยางแผ่นมากขึ้น  นอกจากนี้จากปัญหาโควิด 19 ของปีที่แล้วทำให้เราต้องใช้ยางเก่าในสต๊อกจนยางเหลือใช้แค่ 1 เดือน ทั้งที่เราจะต้องสต๊อกยางเผื่อไว้ใช้อย่างน้อย 2 เดือน  ดังนั้นปีนี้จะต้องเริ่มสต็อกยาง ไม่อย่างนั้นปีนี้จะมีความเสี่ยง   เพราะ อุปกรณ์ทางการแพทย์  เช่นถุงมือยาง ก็ยังมีความต้องการสูง

5 หนังสือดีๆที่แนะนำสำหรับนักอ่านใน Lazada #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/462605

5 หนังสือดีๆที่แนะนำสำหรับนักอ่านใน Lazada

31 มีนาคม 2564 – 15:47 น.

5 หนังสือดีๆที่แนะนำสำหรับนักอ่านใน Lazada

หนังสือทุกเล่มเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่และสำรวจแนวคิดใหม่ๆเสมอ การอ่านหนังสือช่วยเพิ่มความรู้และเพิ่มความฉลาดขึ้นทั้งด้านอารมณ์กับจิตใจ ทาง คมชัดลึก จึงอยากมาแชร์หนังสือดีๆ 5 เล่มที่อยากให้ผู้อ่านทุกคนได้มีโอกาสได้อ่านกัน

  1. Atomic habits – เพราะชีวิตดีได้กว่าที่เป็น

ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิต มักจะมาจากการขาดวินัย แล้วจะแก้ไขได้ยังไง? ทางออกที่ดีที่หนังสือเล่มนี้เสนอไว้คือ เราต้องเปลี่ยนสิ่งที่เราต้องการจะเปลี่ยนแปลงให้เป็น “นิสัย” เพราะนิสัยเป็นสิ่งที่อยู่อย่างคงทนถาวร เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่เหมาะกับคนที่ต้องการสร้างนิสัยดี ๆ หรือเลิกนิสัยแย่ ๆ 

5 หนังสือดีๆที่แนะนำสำหรับนักอ่านใน Lazada

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

  • ของการนอน เป็นการพาไปรู้จักการนอนหลับ ความแตกต่างของการนอนหลับในแต่ละช่วงวัย การนอนแบบ REM และ NREM
  • เหตุใดเราจึงควรนอนหลับ เล่าถึงอันตรายของการอดนอน ชีวิตที่สั้นลงเกี่ยวอะไรกับการนอน และการนอนเพียงคืนละ 6 ชม. กี่วันถึงจะเท่ากับคนที่ไม่ได้นอน 1 วันเต็ม เป็นต้น
  • เราฝันอย่างไร และเพราะอะไร Why we sleep – นอนเปลี่ยนชีวิต

บอกเล่าเรื่องราวของการนอนแบบเป็นขั้นเป็นตอนด้วยภาษาง่าย ๆ ผ่านการตั้งคำถามง่าย ๆ เช่น การนอนหลับ คือ อะไร? ความฝัน คือ อะไร จำเป็นไหมที่จะฝัน? โดยแบ่งออกเป็น 4 พาร์ทใหญ่ 

  • ว่าด้วยเรื่อง อธิบายถึงเรื่องของการฝันโดยเฉพาะ มีเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากมายในเรื่องของการฝัน
  • ยานอนหลับ พูดถึงโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการนอนน้อย การนอนไม่หลับ และการละเมอ
5 หนังสือดีๆที่แนะนำสำหรับนักอ่านใน Lazada

    สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

2. The art of being brilliant – 24 ชั่วโมงที่ดีเริ่มตั้งแต่นาทีแรกที่คุณตื่น

พบกับเคล็ดลับทางจิตวิทยาที่ทำให้คุณสามารถ “ควบคุม” สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตของเราได้อย่างง่ายดายตั้งแต่นาทีแรกที่เราตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ซึ่งจะช่วยให้คุณพบกับสิ่งดีๆไปตลอดทั้งวัน และยังทำให้คุณเครียดน้อยลง มีความสุขมากขึ้น และประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างคาดไม่ถึง

5 หนังสือดีๆที่แนะนำสำหรับนักอ่านใน Lazada

  สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

3. The happiness advantage – ความสุขกับความสำเร็จ อะไรเกิดก่อนกัน

หนังสือจิตวิทยาเล่มนี้มีการสำรวจเรื่องความสุขและความสำเร็จที่แท้จริงผ่านงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและสถาบันอื่น ๆ อีกหลายแห่ง รวมกันมาเป็น 7 หลักจิตวิทยาที่จะช่วยให้คุณพบความสำเร็จและความสุขที่แท้จริง ผ่านการถ่ายทอดเป็นตัวอักษร ให้ผู้อ่านเกิดข้อสงสัยว่า “ความสุข” กับ “ความสำเร็จ” สิ่งไหนเกิดก่อน เกิดหลัง? หนังสือจะกล่าวถึงจิตวิทยาเชิงบวก ที่จะทำให้มนุษย์มีความสุขมากขึ้นได้จากการกระทำง่าย ๆ คือปรับวิธีคิด ดังเช่นคำพูดว่าความคิดเป็นนายตัวเอง

5 หนังสือดีๆที่แนะนำสำหรับนักอ่านใน Lazada

 สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

4. The power of when – พลังแห่ง “เมื่อไหร่”

ธรรมชาติของมนุษย์แต่ละคนมีนาฬิกาชีวิตที่แตกต่างกัน ตามเวลาที่ฮอร์โมนต่าง ๆ หลั่งออกมาส่งผลให้เกิดความรู้สึกต่างๆ กล่าวได้ว่าบุคลิกตามนาฬิกาชีวิตของคนเราแบ่งได้เป็น 4 ประเภท

  • โลมา นอนแบบครึ่งหลับครึ่งตื่น วิตกกังวลง่าย รู้สึกไม่สดชื่น จึงมักจะดื่มกาแฟในแต่ละวันมากเกินไป จนส่งผลให้มีปัญหาในการนอนหลับต่อไปอีก
  • สิงโต ตื่นแต่เช้าและเข้านอนเร็ว กระฉับกระเฉงตอนเช้า มีสุขภาพดี แต่ก็มีปัญหาเรื่องเวลาทานอาหารไม่ตรงกับคนอื่น อ่อนล้าช่วงเย็น
  • หมี มีแรงขับในการนอนสูง หากวันธรรมดานอนน้อยจะนอนชดเชยช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งทำให้วงจรชีวิตรวนได้ เป็นนาฬิกาชีวิตที่ตรงกับคนปกติมากที่สุด
  • หมาป่า ช่วงเช้าสมองตื้อ เครื่องติดตอนเย็น มีความคิดสร้างสรรค์และกล้าเสี่ยง มีแนวโน้มจะตามใจตัวเอง

 สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

#หนังสือ #หนังสือแนะนำ #หนังสือน่าอ่าน #หนังสือดี #คมชัดลึก

ทนายสองฝั่งเคลียร์จบ คดีเงินระหว่าง “เมเปิ้ล-แคท” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/462586

ทนายสองฝั่งเคลียร์จบ คดีเงินระหว่าง “เมเปิ้ล-แคท”

31 มีนาคม 2564 – 14:25 น.

ทนายสองฝั่งเคลียร์จบ คดีเงินระหว่าง “เมเปิ้ล-แคท”

เคลียร์จบแบบเงียบๆไปแล้ว กับคดีเรื่องเงินหลายล้านที่ลงทุนทำธุรกิจความงามด้วยกัน ระหว่างเซ็กซี่สตาร์ “เมเปิ้ล พัชชุดาญ์ พันธุ์พิพัฒน์” หรือ เมเปิ้ล แม็กซิม กับนักร้องชื่อดัง แคท แคทรียา อิงลิช

ทนายสองฝั่งเคลียร์จบ คดีเงินระหว่าง "เมเปิ้ล-แคท"

โดยทนายทั้งสองฝ่ายได้นัดเคลียร์กันแบบเงียบๆ ดูหลักฐานกันและกันไปแล้ว แต่จะจบแยกด้วยดีหรือไม่คงต้องรอให้ทั้งสาวเมเปิ้ลและแคท รวมทั้งทนายของทั้งสองฝ่ายออกมาชี้แจงดีกว่า เพราะหลายคนที่ติดตามคดีนี้มาตั้งแต่ต้นก็เริ่มงงว่า เอ๊ะ ไหนว่ามีปัญหาเรื่องเงินกัน แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้ไกล่เกลี่ยจบ ยอมความกันก่อนจะขึ้นศาลได้แบบนี้

ทนายสองฝั่งเคลียร์จบ คดีเงินระหว่าง "เมเปิ้ล-แคท"
ทนายสองฝั่งเคลียร์จบ คดีเงินระหว่าง "เมเปิ้ล-แคท"
ทนายสองฝั่งเคลียร์จบ คดีเงินระหว่าง "เมเปิ้ล-แคท"
ทนายสองฝั่งเคลียร์จบ คดีเงินระหว่าง "เมเปิ้ล-แคท"