มิวเซียมสยาม ชวนเรียนรู้ นิทรรศการเปิดตำนานพ้อต่อเมืองภูเก็ต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/595568

มิวเซียมสยาม ชวนเรียนรู้  นิทรรศการเปิดตำนานพ้อต่อเมืองภูเก็ต

มิวเซียมสยาม ชวนเรียนรู้ นิทรรศการเปิดตำนานพ้อต่อเมืองภูเก็ต

วันพุธ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มิวเซียมสยาม ร่วมกับ เทศบาลนครภูเก็ต ชวนเรียนรู้เรื่องราวของประเพณีพ้อต่อที่ชาวภูเก็ตยึดถือปฏิบัติมานับ 100 ปี ผ่านนิทรรศการ เปิดตำนานพ้อต่อเมืองภูเก็ต The Legend of Ghost Festival Phuket ทั้งนี้ จากตำนานดังกล่าว ในช่วงเดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติจีนซึ่งตรงกับเดือนสิงหาคม- กันยายน ของทุกปี ชาวภูเก็ตเชื่อว่าเป็นช่วงเวลาที่ประตูนรกจะเปิดออกเพื่อปลดปล่อยเหล่าผีให้กลับมาเยี่ยมโลกมนุษย์เป็นเวลาหนึ่งเดือน ชาวไทยเชื้อสายจีนภูเก็ตจึงมีการจัดพิธีกรรมเซ่นไหว้อุทิศบุญกุศลให้กับบรรพบุรุษและผีไร้ญาติ ที่เรียกว่า โฮ่เฮียตี่ หรือ เพื่อนที่แสนดี ในศูนย์กลางของชุมชน โดยมีการส่งเสริมการเรียนรู้ความเป็นมาของประเพณีพ้อต่อผ่านตำนานและเรื่องเล่าใน 6 โซนด้วยกัน ประกอบด้วย

โซนที่ 1 กำเนิดประเพณีพ้อต่อเมืองภูเก็ต : เรื่องราวความเป็นมาของประเพณีพ้อต่อ ประเพณีที่ชาวจีนปฏิบัติมาแต่โบราณและกลายเป็นประเพณีที่ชาวจีนโพ้นทะเลยึดถือปฏิบัติกันอย่างเข้มแข็ง

โซนที่ 2 ตำนานพ้อต่อก้ง : เปิดตำนานความเชื่อของชาวภูเก็ตเกี่ยวกับ “พ้อต่อก้ง” ผู้ควบคุมเหล่าผีให้อยู่ในความเรียบร้อย

โซนที่ 3 เซ่นไหว้อะไรดี ? : สำรับอาหารคือเครื่องมือสื่อสารกับโลกวิญญาณและเป็นส่วนสำคัญในพิธีกรรมการเซ่นไหว้ในประเพณีพ้อต่อ เซ่นไหว้อะไรดี ? คำตอบอยู่ในแผ่นถอดรหัส

โซนที่ 4 ถอดรหัสเต่าแดง : เรียนรู้ที่มาและความหมายที่ซ่อนอยู่ใน “เต่าแดง” ของไหว้ที่ขาดไม่ได้ในประเพณีพ้อต่อผ่านตำนานโบราณ 5 เรื่อง

โซนที่ 5 พ้อต่อเมืองภูเก็ต : นำเสนอเรื่องราวตลอดหนึ่งเดือนของเทศกาลพ้อต่อเมืองภูเก็ต ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร หาคำตอบผ่านปฏิทินแผ่นยักษ์

โซนที่ 6 เกมเขาวงกตเปิดตำนานประเพณีพ้อต่อ : ในช่วงประเพณีพ้อต่อชาวจีนเชื่อว่าเป็นช่วงเวลาที่ประตูนรกเปิดออกเพื่อปลดปล่อยบรรดาผีให้กลับมาเยี่ยมโลกมนุษย์เป็นเวลา 1 เดือนเดือนนี้มีความเชื่อข้อห้ามข้อควรปฏิบัติมากมายเรียนรู้ผ่านเกมเขาวงกต

โดยนิทรรศการเปิดตำนานพ้อต่อเมืองภูเก็ต เริ่มเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้ ถึง6 กันยายน 2564 หรือ สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ 02-2252777 ต่อ 529

สานต่อพระปณิธานฯ จัดศูนย์บริการฉีดวัคซีน สร้างภูมิคุ้มกันโควิด-19 ให้กับผู้พิการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/595612

สานต่อพระปณิธานฯ จัดศูนย์บริการฉีดวัคซีน  สร้างภูมิคุ้มกันโควิด-19 ให้กับผู้พิการ

สานต่อพระปณิธานฯ จัดศูนย์บริการฉีดวัคซีน สร้างภูมิคุ้มกันโควิด-19 ให้กับผู้พิการ

วันพุธ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ศ.คลินิก พญ.โฉมศรี โฆษิตชัยวัฒน์ อธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ , ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ, รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์ พยาบาลและบุคลากรจิตอาสา ร่วมกับ บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) และบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด จัดกิจกรรมบริการฉีดวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” สร้างภูมิคุ้มกันโควิด-19 ให้กับผู้พิการ จำนวน 5,000 ราย สานต่อพระราชปณิธานใน ศ.ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีองค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรและพระราชทานแนวนโยบายให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ติดต่อจัดหาวัคซีนป้องกันโควิดและเร่งสร้างภูมิคุ้มกันโควิด-19 ในกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางผู้พิการ และผู้ประสบความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาด

ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ณ ลานกิจกรรมชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้จัดสรรวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” ที่ได้รับบริจาคมาจากหน่วยงานองค์กรต่างๆ ที่ได้รับการจัดสรรวัคซีนฯ ให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ พระภิกษุและนักบวช รวมถึงประชาชนในชุมชนกลุ่มพื้นที่เสี่ยง พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับการฉีดวัคซีนฯ ทั้งนี้ได้นำระบบการฉีดวัคซีนภาคสนามที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์พัฒนา ร่วมกับ บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส (AIS) นำ Tablet และ Card Reader มาใช้ในการลงทะเบียนและบริหารจัดการข้อมูล ซึ่งผู้รับบริการฉีดวัคซีนจะนั่งอยู่กับที่ตั้งแต่เริ่มต้นลงทะเบียนด้วยบัตรประชาชน วัดความดันฉีดวัคซีน และเฝ้าระวังอาการหลังฉีดจนเสร็จไม่ต้องเดินไปตามจุดต่างๆ โดยมีเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล เป็นผู้ที่เดินให้บริการเอง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ขอขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วนที่ร่วมสานหัวใจแบ่งปันวัคซีน เพื่อให้ประชาชนได้รับวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันได้เร็วที่สุด ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ยูนิโคล่ชวน ตอบโจทย์ความสบายในทุกวัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/595559

ยูนิโคล่ชวน ตอบโจทย์ความสบายในทุกวัน

ยูนิโคล่ชวน ตอบโจทย์ความสบายในทุกวัน

วันพุธ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หลายคนอาจกำลังมองหาของขวัญให้กับคนสำคัญในวันแม่ปีนี้เพื่อเป็นตัวแทนความรักและความห่วงใยในช่วงเวลาที่ต้องห่างกัน ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น จึงขอแนะนำเสื้อผ้าคุณภาพดีที่สร้างสรรค์มาด้วยความใส่ใจตามปรัชญาไลฟ์แวร์(LifeWear) ที่ตอบโจทย์ความสบายในทุกวัน พร้อมเคล็ดลับง่ายๆ ในการเลือกซื้อเสื้อผ้าให้คุณแม่ เพื่อเป็นแนวทางในการคัดสรรของขวัญแทนใจไปมอบให้คุณแม่ซึ่งจะทำให้คุณแม่รู้สึกสบาย มีสุขภาพดีและเคลื่อนไหวคล่องตัวยิ่งขึ้นในชีวิตประจำวัน

สบายกับวันชิลๆ ภายในบ้าน

ลองสังเกตดูว่าปกติแล้วคุณแม่ชอบใส่เสื้อผ้าสไตล์ไหนเวลาอยู่บ้าน หรือมีชุดโปรดของคุณแม่ตัวไหนที่ถึงเวลาซื้อใหม่แล้ว เราอาจเลือกชุดลำลองที่ดูชิลๆ ใส่สบายให้คุณแม่ได้ผ่อนคลายในทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะนอนพักผ่อน ฟังเพลง ดูรายการโปรด ทำอาหาร หรือรดน้ำต้นไม้ โดยยูนิโคล่ขอแนะนำไอเทมใส่สบายอย่าง บราไร้โครงรีแล็กซ์ (Wireless Bra Relax)ที่ไร้ตะเข็บ ไร้ตะขอ มาพร้อมคัพในตัว ไม่อึดอัด สวมทับด้วยเสื้อยืดแอริซึ่มUNIQLO U ทรงหลวมแขนสั้นเสื้อยืดผ้าคอตตอนที่ให้ผิวสัมผัสเหมือนผ้าไหม ใส่คู่กับกางเกงเดรป เนื้อผ้าใหม่ซึ่งใช้ผ้าซาตินที่หนาขึ้นโดยยังคงให้ความรู้สึกเรียบเนียน สวมใส่สบายเหมือนเดิม

สบายแม้วันที่ต้องทำงาน

สำหรับคุณแม่ที่ต้องทำงานที่บ้านหรือทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ที่มีประชุมแบบเปิดกล้อง เราอาจลองเลือกชุดที่ทำให้คุณแม่ดูดีหรือดูทางการขึ้นมาอีกหน่อยด้วยดีไซน์และคัตติ้งเนี้ยบๆ ที่มีขนาดพอดีตัว โดยควรเลือกสีเรียบๆที่คุณแม่ชอบใส่ เพราะจะช่วยเสริมความมั่นใจในการทำงานได้ไม่น้อย สำหรับไอเทมที่ควรมีติดตู้เสื้อผ้าคุณแม่ไว้ก็มีทั้งเสื้อเชิ้ตผ้าเรยอนสุดพลิ้วที่ดูเรียบหรู ลงตัวทั้งสไตล์ลำลองและทางการ มีให้เลือกหลายสีหลากสไตล์ทั้งแขนสั้นและแขนยาว แถมยังป้องกันการเกิดรอยยับอีกด้วย หรือจะเป็นเสื้อเชิ้ตผ้าลินินผสมปกกว้างแขนสั้นก็ดูดี สามารถใส่คู่กับ Smart Ankle Pants กางเกงสมาร์ทขาห้าส่วนสุดอเนกประสงค์ที่สวมใส่สบายและดูแลรักษาง่าย

สบายๆ กับการสร้างเสริมสุขภาพที่ดี

การดูแลรักษาสุขภาพของคุณแม่ให้สดใสแข็งแรงอยู่เสมอถือเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากการรับประทานอาหารดีๆ พักผ่อนอย่างเพียงพอ เราก็สามารถชวนคุณแม่มาออกกำลังกายพร้อมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการเต้นแอโรบิก เล่นโยคะ จ็อกกิ้งเบาๆ ในบริเวณบ้าน หรือจะชวนคุณแม่มาเต้นเพลงโปรดพร้อมกันเพื่อเพิ่มความสนุก ยูนิโคล่จึงขอแนะนำไอเทมที่จะช่วยให้เคลื่อนไหวร่างกายได้ดีและรู้สึกสบายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เสื้อยืดแอริซึ่ม(AIRism) คอวีแขนสั้นไร้ตะเข็บที่ดูดีและมาพร้อมกับเทคโนโลยีดราย (DRY) ซึ่งช่วยให้เหงื่อแห้งเร็ว แม้จะเหงื่อออกแต่ก็รู้สึกเรียบลื่นและเย็นสบายตลอดเวลาหรือถ้าต้องออกไปนอกตัวบ้าน ก็มีไอเทมที่สามารถป้องกันผิวจากแสงแดด เช่น เสื้อฮู้ด AIRism Mesh UV Protection แขนยาว ซึ่งมีน้ำหนักเบาใส่สบาย ใส่กับกางเกงเลกกิ้ง AIRism UV Protection Soft Leggings ก็ลงตัว เพราะเลกกิ้งนี้ยืดหยุ่นและระบายอากาศได้ดี แถมยังกันแดดได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ยูนิโคล่ยังเพิ่มความพิเศษให้กับการซื้อเสื้อผ้าเพื่อเป็นของขวัญ โดยล่าสุดได้เปิดตัวถุงของขวัญพร้อมสายหูรูดแบบใหม่ที่ทำจากผ้าคอตตอน 100% ซึ่งช่วยให้การห่อของขวัญง่ายยิ่งขึ้น แถมยังเหมาะที่จะเป็นกระเป๋าถือหรือถุงใส่ของอีกด้วย สามารถนำมาใช้ซ้ำได้อีกหลายครั้ง จำหน่ายในราคาเพียง 100 บาทเท่านั้น

ยูนิโคล่ขอเป็นตัวแทนในการส่งต่อความรักและความห่วงใยของคุณในช่วงเทศกาลวันแม่ปีนี้ โดยสามารถช็อปและเลือกไอเทมที่ถูกใจในราคาพิเศษได้ที่ร้านยูนิโคล่ หรือทางเว็บไซต์uniqlo.com และทางแอปพลิเคชั่นยูนิโคล่เพียงค้นหาคำว่า UNIQLO TH บนApple App Store หรือ Google Play Store

ความหวังของผู้ป่วยยากไร้ ในวันที่โควิด-19 กลับมาระบาดระลอกใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/595555

ความหวังของผู้ป่วยยากไร้ ในวันที่โควิด-19 กลับมาระบาดระลอกใหม่

ความหวังของผู้ป่วยยากไร้ ในวันที่โควิด-19 กลับมาระบาดระลอกใหม่

วันพุธ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญกับการกลับมาระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ซึ่งสร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อผู้คนทุกอาชีพ ทุกสถานะ โดยเฉพาะกับกลุ่มคนที่ต้องทำมาหากินและผู้ยากไร้จำนวนมาก ท่ามกลางสถานการณ์ที่วิกฤติครั้งนี้ หลายชีวิตยังคงต่อสู้ ดิ้นรนกับอุปสรรคและความยากลำบากที่เกิดขึ้น เพื่อว่าสักวันหนึ่งจะได้พบกับความหวังครั้งใหม่ มูลนิธิรามาธิบดีฯในฐานะองค์กรการกุศลที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อให้คนไทยเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่มีคุณภาพ จึงขอเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนช่วยให้คนไทยกลับมามีชีวิตที่ดีอีกครั้ง ผ่านการระดมทุนเพื่อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เพียงพอกับสถานการณ์ที่เร่งด่วนควบคู่ไปกับการยื่นมือให้ความช่วยเหลือ ผู้ป่วยยากไร้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโรคระบาดนี้

เรื่องราวของเด็กหญิงชาวต่างชาติ อายุเพียง 9 เดือน ที่ถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ จ.สมุทรปราการ จากการติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งถือได้ว่าเป็นเคสแรกๆ ของผู้ป่วยเด็กที่อายุน้อยและมีอาการค่อนข้างรุนแรง จึงสร้างความท้าทายให้กับทีมบุคลากรทางการแพทย์เป็นอย่างยิ่ง

อ.พญ.สโรชา อิทธิอมรกุลชัย

อาจารย์ แพทย์หญิงสโรชา อิทธิอมรกุลชัย กุมารแพทย์เวชบำบัดวิกฤต ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ แพทย์เจ้าของไข้ เล่าว่า โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ ได้รับการส่งตัวผู้ป่วยรายนี้มาจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เนื่องจากผู้ป่วยมีอาการปอดอักเสบขั้นรุนแรงจนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และต้องการเครื่องช่วยหายใจและห้องไอซียูความดันลบ แม้จะเป็นช่วงที่ดึกมากแล้วในคืนนั้นเราก็รีบรับมาเพื่อทำการรักษาทันทีเพราะ “ทุกนาทีหมายถึงชีวิตของเด็กคนหนึ่ง ซึ่งรอไม่ได้”

“ความท้าทายสำหรับผู้ป่วยรายนี้คือ ถึงแม้เราจะมีองค์ความรู้จากผู้ป่วยโควิด-19 ผู้ใหญ่ที่มีอาการปอดอักเสบรุนแรงมากขึ้นกว่าเมื่อปีที่แล้ว แต่สำหรับอาการรุนแรงในเด็กนั้นพบได้น้อยมากและในช่วงเวลานั้นหนูน้อยคนนี้น่าเป็นผู้ป่วย รายแรกในไทยที่อาการรุนแรงจนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ในการรักษามีการประชุมหารือจากทีมกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านโรคติดเชื้อ ทางเดินหายใจ เวชบำบัดวิกฤต ระบบหัวใจ และด้านโลหิต มาช่วยกันวางแผนการรักษากันเป็นประจำ ทุกคนต่างก็ทำงานแข่งกับเวลาเนื่องจากอาการของผู้ป่วยก็เริ่มทรุดลงเรื่อยๆ จากอาการทางปอดที่รุนแรงขึ้น แต่ทีมแพทย์-พยาบาลก็ไม่ย่อท้อช่วยกันดูแลอย่างเต็มความสามารถ ภายใต้ชุด PPE ที่เป็นทั้งเครื่องป้องกันการติดเชื้อ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เหนื่อยมาก พอถอดชุดมาเหงื่อเปียกชุ่มไปหมด เพราะต้องเข้าไปดูแลผู้ป่วยเป็นเวลานาน ทั้งการให้ยาวัดค่าออกซิเจน ใช้อุปกรณ์ช่วยขับเสมหะและพ่นยาแบบพิเศษ ดูแลท่อช่วยหายใจ และให้ยาลดความดันปอด

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อรักษาและบรรเทาอาการของโรค การทำงานยิ่งเพิ่มความยากขึ้นไปอีก เพราะเด็กยังเล็กมาก ทั้งการสื่อสารระหว่างหมอกับญาติผู้ป่วยยากจริงๆ ด้วยภาษาที่ต่างกัน การรักษาเป็นไปอย่างสุดกำลังความสามารถจนในที่สุดเราก็สามารถช่วยเหลือจนหนูน้อยหายเป็นปกติ พ่อแม่ได้ลูกที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ กลับไปอยู่ในอ้อมอก ส่วนหมอ-พยาบาล ก็ได้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของหนูน้อยวัย 9 เดือน เป็นรางวัลตอบแทน จนได้เดินทางกลับประเทศบ้านเกิดอีกครั้ง และต้องขอขอบคุณธารน้ำใจของผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ร่วมกันบริจาคเงินผ่านมูลนิธิรามาธิบดีฯในโครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้”

ส่วน ป้าเอ-สุปราณี ต้นพิม อายุ 47 ปี อดีตพนักงานทำความสะอาด เป็นอีกหนึ่งคนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ป้าเอตกงานอย่างกะทันหันและว่างงานอยู่ราว 3-4 เดือน หลังจากการปิดตัวชั่วคราวของบริษัทที่ตนทำงาน หลังมีการประกาศมาตรการเพื่อลดการแพร่เชื้อ เธอจึงหันมารับจ้างทำความสะอาดบ้านแบบรายวัน พอให้มีรายได้ประทังชีวิตด้วยค่าจ้างวันละ 400 บาท แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ก็เกิดขึ้นกับเธออีกครั้ง หลังจากที่เธอรู้ตัวว่าติดโรคโควิด-19

“หลังจากที่รู้ผล รามาธิบดีก็ให้ป้ารักษาตัวอยู่ที่บ้าน (Home Isolation) ทางโรงพยาบาลเขาดูแลเราดีมากเลย แต่ละวันจะมีเจ้าหน้าที่คอยจัดส่งยาและอาหารมาให้ตลอด พอได้กินยาตามที่หมอสั่งไปประมาณ 2 สัปดาห์ อาการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ และป้ายังได้รับกำลังใจที่ดีจากเพื่อนๆ และสามีที่โทร.มาพูดคุยถามไถ่อาการตลอดด้วยเลยทำให้คลายความกลัวไปได้บ้างพอรักษาตัวจนใกล้จะหายดี ป้าก็เริ่มกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ก็ได้รับความอนุเคราะห์จากมูลนิธิรามาธิบดีฯมอบเงินช่วยเหลือให้อีก 2,000 บาท ป้าก็อยากขอบคุณมูลนิธิ ที่ทำให้ป้ามีชีวิตอยู่ต่อไปได้” แม้ตอนนี้เธอจะยังไม่สามารถกลับไปทำงานได้เช่นเดิม แต่ก็ยังมีกำลังใจที่ดี จนทำให้ผ่านพ้นวิกฤติชีวิตครั้งนี้ไปได้

ในยามวิกฤติเช่นนี้ ทุกคนสามารถเป็นแสงสว่างแห่งความหวัง เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้กับชีวิตผู้ป่วยยากไร้ ด้วยการร่วมสนับสนุนเงินบริจาคเพื่อสมทบทุนเข้า “โครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้” ในการจัดหาเงินทุนสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และมอบค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่นๆ ในการดำรงชีพให้แก่ผู้ป่วยยากไร้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมไปถึงการจัดหาเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย เพื่อช่วยในการรักษาให้ผู้ป่วยยากไร้ได้กลับมามีชีวิตที่ดีอีกครั้ง ผ่านมูลนิธิรามาธิบดีฯ ชื่อบัญชี มูลนิธิรามาธิบดี ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 879-2-00448-3, ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 026-3-05216-3, ธนาคารกรุงเทพเลขที่ 090-3-50015-5 และบริจาคออนไลน์ http://www.ramafoundation.or.th สอบถามโทร.02-2011111 และเราจะร่วมกันสู้เพื่อก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

เกษรวิลเลจ ปรับกลยุทธ์รับมือช่วงล็อกดาวน์ ส่ง 4 ความพิเศษ ด้วยบริการ Luxury Delivery #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/595566

เกษรวิลเลจ ปรับกลยุทธ์รับมือช่วงล็อกดาวน์  ส่ง 4 ความพิเศษ ด้วยบริการ Luxury Delivery

เกษรวิลเลจ ปรับกลยุทธ์รับมือช่วงล็อกดาวน์ ส่ง 4 ความพิเศษ ด้วยบริการ Luxury Delivery

วันพุธ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เกษรวิลเลจ (GAYSORN VILLAGE) เดินหน้าปรับกลยุทธ์ใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ล็อกดาวน์ในปัจจุบันด้วย 4 บริการพิเศษที่จะช่วยเติมเต็มบริการ Gaysorn To You “Bring The Gaysorn Expereince to Your Place” ที่เหนือระดับกว่าเดิม พร้อมเนรมิตทุกประสบการณ์ช็อปปิ้งให้พิเศษและอุ่นใจขึ้นอีกขั้น เพื่อสอดรับกับมาตรการคุมเข้มด้านการควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ โดย 4 บริการพิเศษประกอบด้วย

Gaysorn Concierge-Customer Relations พบกับผู้ช่วยช็อปปิ้งจากเกษรวิลเลจพร้อมอำนวยความสะดวกและให้บริการลูกค้าอย่างมืออาชีพ ทั้งการแนะนำสินค้าและบริการให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า เช่นหาของขวัญที่เหมาะกับคนรู้ใจ เช็คโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ต่างๆ หรือให้คำปรึกษาในเรื่องของสินค้าและบริการได้อย่างครบครัน ด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพียงแอด Gaysorn’sLINE Official Account ใหม่ล่าสุด @GaysornVillage

Gaysorn Luxury Delivery ยกระดับการซื้อสินค้าออนไลน์และส่งถึงมือลูกค้าท่ามกลางความปลอดภัยกว่าที่เคย กับบริการจัดส่งสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟโดยร่วมมือกับ The Black Tie Service ผู้ให้บริการด้าน Lifestyle Experience เพื่อส่งมอบประสบการณ์อันเหนือระดับให้ลูกค้าเกษรวิลเลจถึงบ้าน ด้วยรถตู้ VAN VIPพร้อมมาตรการดูแลด้านความสะอาดปลอดภัยอย่างเข้มงวดเริ่มจากรถทุกคันที่นำมาให้บริการมีการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อทุกครั้ง ด้วยแอลกอฮอล์ก่อนและหลังการให้บริการ การใช้เครื่องฟอกอากาศแบบตัวกรองพิเศษอบโอโซนฆ่าเชื้อในรถ ไปจนถึงพนักงานขับรถที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 และสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งตลอดการปฏิบัติงาน และบริการ Same Day Delivery by Gaysorn ที่จัดส่งอาหารและสินค้าที่สั่งซื้อออนไลน์โดยรถมอเตอร์ไซค์เกษรวิลเลจจัดส่งทั่วกรุงเทพฯ การันตีความมั่นใจให้ลูกค้าเลือกช็อปปิ้งอย่างไร้กังวล *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

Free Delivery by Kerry Express ในช่วงสถานการณ์ล็อกดาวน์ เกษรวิลเลจอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่ซื้อสินค้า เพิ่มช่องทางในการส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าได้อย่างปลอดภัยและสะดวกกว่าเดิม โดยร่วมกับเคอรี่ เอ็กซ์เพรส สาขาเกษรวิลเลจ เพื่อจัดส่งสินค้าทั่วประเทศไทยถึงหน้าบ้านให้ลูกค้ารอรับสินค้าที่บ้านได้อย่างอุ่นใจ *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

Gaysorn Experience to Your Place เอาใจลูกค้าแบบจัดเต็ม กับบริการที่จะช่วยสร้างประสบการณ์สุดพิเศษแบบเหนือระดับ เพียงแจ้งความต้องการซื้อสินค้าผ่าน Gaysorn Concierge-Customer Relations ทางช่องทาง LINE OA ใหม่จากเกษรวิลเลจ นัดวันที่สะดวก ผู้ช่วยช็อปก็จะเนรมิตสินค้าจากหลากหลายแบรนด์ดังไปให้ทุกท่านเลือกสรรถึงบ้าน พร้อมพนักงานให้ข้อมูลสินค้าอย่างละเอียด ด้วยขั้นตอนง่ายๆ แค่ปลายนิ้วคลิกก็สามารถเลือกซื้อสินค้าได้เสมือนมาช็อปปิ้งเองที่เกษรวิลเลจ 

เพิ่มอรรถรสให้การช็อปปิ้งในช่วง Work from Home ไม่น่าเบื่ออีกต่อไปกับบริการ Gaysorn To You “Bring The Gaysorn Expereince to Your Place” ยกระดับการซื้อสินค้าออนไลน์อย่างมั่นใจ ไร้กังวลเหมือนมาช็อปเองที่เกษรวิลเลจ ด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพียงสั่งซื้อสินค้าหรืออาหารจากร้านในเกษรวิลเลจผ่าน Gaysorn Concierge-Customer Relations ทางช่องทางใหม่ Gaysorn’s LINE Official Account @GaysornVillage เปิดให้บริการตั้งแต่วันนี้-30 กันยายนนี้ โดยสามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้าร่วมรายการเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/GaysornVillag

‘ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/595562

‘ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19’

‘ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19’

วันพุธ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

โลตัส จับมือเครือข่ายพันธมิตรมูลนิธิ กลุ่มจิตอาสา ร่วมแจกอาหาร2,000,000 กล่อง ให้กับชุมชนและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภายใต้โครงการ “ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19” สนับสนุนโดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ตั้งจุดแจกข้าวกล่อง 40 จุด ให้เครือข่ายจิตอาสาและมูลนิธิที่เป็นพันธมิตร มารับข้าวกล่องเพื่อกระจายสู่ชุมชนต่อไป

นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานคณะผู้บริหารธุรกิจโลตัส ประเทศไทย กล่าวว่า “สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยปัจจุบันยังคงมีความน่ากังวล และได้ส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชนที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น หลายคนต้องทำการแยกกักตัวที่บ้าน และจำนวนมากต้องขาดรายได้ รวมถึงผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อยทั้งในและนอกศูนย์การค้า ที่ประสบปัญหาขาดรายได้ทำให้ โลตัส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เครือข่ายพันธมิตร มูลนิธิ กลุ่มจิตอาสา และองค์กรสื่อ จับมือกันในโครงการ “ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19”มอบอาหาร 2,000,000 กล่องให้กับชุมชนและประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยอาหาร 1,000,000 กล่อง เป็นการสนับสนุนร้านอาหารรายย่อยในการประกอบอาหาร ส่วนอีก 1,000,000 กล่อง ร่วมสมทบโดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมบริจาคมังคุด 100,000 แพ็ก ที่เครือเจริญโภคภัณฑ์รับซื้อจากเกษตรกรในภาคใต้ และหน้ากากอนามัยซีพีอีกด้วย

ทั้งนี้ โลตัส ใช้สาขา 10 สาขา ได้แก่ สาขาพระราม 4, ศรีนครินทร์, หลักสี่, หนองจอก, พระราม 1, รังสิต, ปทุมธานี, พระราม 2, บางปู และบางกะปิ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชุมชนต่าง ๆ เป็นจุดศูนย์กลางในการแจกข้าวกล่อง มังคุด และหน้ากากอนามัย จากทั้งหมด 40 จุด ภายใต้โครงการ “ครัวปันอิ่ม” เพื่อให้มูลนิธิและเครือข่ายจิตอาสา มารับทุกวันก่อนกระจายต่อถึงมือชุมชน

‘โครงการครัวปันอิ่ม’ ถึงมือพี่น้อง 72 ชุมชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/595610

‘โครงการครัวปันอิ่ม’ ถึงมือพี่น้อง 72 ชุมชน

‘โครงการครัวปันอิ่ม’ ถึงมือพี่น้อง 72 ชุมชน

วันพุธ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

อีกหนึ่งธารน้ำใจช่วยพี่น้องชุมชนในกรุงเทพฯ ฝ่าวิกฤติโควิด-19 กลุ่มอาสาดุสิต (ประเทศไทยกลับมาสดใสดีกว่าเดิม) โดย ปิยาภรณ์ วงษ์บัณฑูรย์ ประธานฯ มูลนิธิสยามนนทบุรี โดยฤทธิกร ก๊อใจ ผู้แทนประธานฯ หนังสือพิมพ์สยามรัฐ โดย ชื่นชอบ คงอุดม ผู้ช่วยประสานงานหนังสือพิมพ์ฯ เว็บไซต์ M Thai โดย สุธี จันทร์แต่งผลบรรณาธิการข่าว รพ.สัตว์ ทรีดีเพ็ท โดย วิสิษฐกอวรกุล ประธานกรรมการ พร้อมด้วยกลุ่มทรูโดย มนัสส์  มานะวุฒิเวช กรรมการผู้จัดการใหญ่(ร่วม) ร่วมเปิดโครงการครัวปันอิ่ม ณ ชุมชนดอนเมือง ส่งมอบอาหารปรุงสุก สด สะอาด ถูกหลักอนามัย รสชาติอร่อย พร้อมด้วยหน้ากากอนามัยซีพี แก่พี่น้องใน 72 ชุมชนเขตดอนเมืองที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 โดยมี สุชีพอารีประชาภิรมย์ ผู้อำนวยการเขตดอนเมือง และ พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์ ผู้กำกับการ สถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง ร่วมงาน

ทั้งนี้ โครงการครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงความดีสู้ภัยโควิด เป็นการผนึกกำลังของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วนกว่า 100 องค์กร ทั้งมูลนิธิ กลุ่มจิตอาสา ภาคประชาสังคม และองค์กรเอกชน เพื่อกระจายอาหารสู่ชุมชนใน 40 จุดทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งชุมชนดอนเมือง เป็นจุดแรกใน 5 จุดที่กลุ่มทรูดูแลรับผิดชอบ ร่วมกับพันธมิตร ส่งมอบอาหารวันละ 1,000 กล่อง แบ่งเป็นอาหารจากบมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ) วันละ 500 กล่อง และอาหารจากร้านค้าในชุมชนใกล้เคียง วันละ 500 กล่องเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นมีรายได้ รวมถึงมอบหน้ากากอนามัยซีพีจำนวนวันละ 3,000 ชิ้น เป็นระยะเวลาต่อเนื่องนาน 2 เดือน ซึ่งการสนับสนุนดังกล่าว สะท้อนถึงความตั้งใจของกลุ่มทรู ที่ต้องการเคียงคู่คนไทย ให้ผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ไปด้วยกัน

ศิริราช สร้างไอซียูสนาม ‘หอผู้ป่วยวิกฤตโรคโควิด-19’ รองรับผู้ป่วยหนัก เปิดทำการ 30 ส.ค.นี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/595573

ศิริราช สร้างไอซียูสนาม ‘หอผู้ป่วยวิกฤตโรคโควิด-19’  รองรับผู้ป่วยหนัก เปิดทำการ 30 ส.ค.นี้

ศิริราช สร้างไอซียูสนาม ‘หอผู้ป่วยวิกฤตโรคโควิด-19’ รองรับผู้ป่วยหนัก เปิดทำการ 30 ส.ค.นี้

วันพุธ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รพ.ศิริราช ขยายพื้นที่จัดตั้งไอซียูสนาม สร้างหอผู้ป่วยวิกฤตโรคโควิด-19 รองรับผู้ป่วยหนักที่มีโรคซ้ำซ้อนเต็มรูปแบบ โดยความร่วมมือให้บริการจากบุคลากร รพ.ในเครือทั้ง 3 แห่ง คือ รพ.ศิริราช รพ.ศิริราชปิยมหาราชการุณย์ และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก รวม 20 เตียง งบประมาณรวม 100 ล้านบาท เปิดทำการวันแรก 30 สิงหาคม 2564

รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ จนทำให้ศักยภาพการให้บริการของห้องความดันลบใน รพ.ศิริราช เต็มทุกพื้นที่ แม้จะเร่งขยายและดัดแปลงพื้นที่เดิมเพื่อให้สามารถรองรับผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับจำนวนผู้ป่วยหนักที่ขยายตัวขึ้นทุกขณะโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวซับซ้อนหรือมีภาวะเร่งด่วนทางการแพทย์ต้องทำการผ่าตัดรักษาเร่งด่วน แถมพ่วงติดเชื้อโควิดเข้าไปด้วย ผู้ป่วยกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤติความดันลบซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการรักษา และเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถเข้าไปดูแลผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัย

รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์

ดังนั้น รพ.ศิริราช จึงได้เร่งขยายพื้นที่บริเวณข้างสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ใกล้กับท่าเรือรถไฟ เพื่อจัดตั้งหอผู้ป่วยวิกฤตโรคโควิด-19 รองรับผู้ป่วยหนัก เป็นจำนวนรวม 20 เตียง จะสามารถเปิดทำการและรับผู้ป่วยได้ในวันที่ 30 สิงหาคม 2564โดยได้รับความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจในการให้บริการเป็นอย่างดีจากบุคลากรทางการแพทย์ในเครือทั้ง 3 โรงพยาบาล คือ รพ.ศิริราช รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ทั้งนี้ ได้จัดเตรียมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป และพยาบาลเข้าประจำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยหนักครอบคลุมทั่วถึงทุกกลุ่มโรคที่ติดเชื้อโควิด

ไอซียูสนามศิริราช จัดสร้างขึ้นใหม่เพื่อเป็นหอผู้ป่วยวิกฤตโรคโควิด-19 โดยได้รับความร่วมมือในการออกแบบและจัดสร้างอาคารแบบโมดูลาร์ จาก บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2564 แล้วเสร็จในวันที่ 28 สิงหาคม 2564

รูปแบบการก่อสร้างอาคารแบบโมดูลาร์ รวม 2 หลัง มีลักษณะสำเร็จรูปหรือเป็นทรงกล่อง เพื่อลดความซับซ้อนของโครงสร้างอาคาร ติดตั้งและประกอบได้อย่างรวดเร็ว ขนาดความจุผู้ป่วยหนักหลังละ 10 เตียง รวม 20 เตียง ลักษณะเป็นหอผู้ป่วยไอซียูรวม (Cohort ICU)ห้องความดันลบ ครบครันด้วยเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย มีห้องเล็กด้านหน้าสำหรับเปลี่ยนชุด PPE มีระบบสนับสนุนเพื่อความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์ อาทิ ระบบปรับสภาวะอากาศ (HVAC) โทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ศูนย์เฝ้าติดตามสภาวะผู้ป่วยวิกฤต (Central Monitor) ระบบเรียกพยาบาลฉุกเฉิน (Nurse Call) ระบบพลังงานสำรองฉุกเฉิน (Emergency Power Supply) แก๊สทางการแพทย์ (Medical Gas) และเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีอาคารสนับสนุนเพื่อเป็นที่ทำงานและที่พักบุคลากรห้องเก็บยา และเวชภัณฑ์อีกจำนวน 5 ตู้ ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับตู้คอนเทนเนอร์สำนักงานสำเร็จรูป มีครุภัณฑ์ที่จำเป็น ระบบปรับอากาศ อาคารห้องน้ำ ห้องอาบน้ำสำเร็จรูป 8 ตู้ อาคารที่จัดให้เป็นห้องเครื่องแก๊สทางการแพทย์ ซึ่งนับเป็นหัวใจหลักของการดูแลผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด-19 รวมทั้งหน่วยงานสนับสนุนอื่นๆ

ขณะนี้ไอซียูสนามศิริราช เพื่อผู้ป่วยวิกฤตโรคโควิด-19 ดำเนินการใกล้เสร็จเรียบร้อย และพร้อมรับผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเริ่มวันที่ 30 สิงหาคม 2564 โดยใช้งบประมาณรวม 100
ล้านบาท

“ท่ามกลางวิกฤต การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งต้องร่วมมือกันเร่งสร้างไอซียูสนาม รองรับผู้ป่วยวิกฤตนั้น ทาง รพ.ศิริราช จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสนับสนุนสร้างหอผู้ป่วยวิกฤตโรคโควิด-19 ได้ที่ ศิริราชมูลนิธิ กองทุน “ศิริราชสู้ภัยโควิด” ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 901-3-50034-4 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-4197646-8ในวันเวลาราชการ” รศ.นพ.วิศิษฎ์ กล่าวทิ้งท้าย

คุณแหน : 18 สิงหาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/595593

คุณแหน : 18 สิงหาคม 2564

วันพุธ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 02.00 น.

ll ยินดีกับ วิทยา ผิวผ่อง ได้เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา ติดตาม และสืบสานแนวพระราชดำริ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา โดยมีอนุกรรมาธิการฯ เช่น ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร,เจษฎา เดชสกุลฤทธิ์,ดร.สมชาย อัศวเศรณี,ณรงค์ศักดิ์ ภูมิศรีสอาด,วาสนา ทิพย์สุวรรณ,ทวี จุลศักดิ์ศรีสกุล,ประเวศ จารุพันธ์,ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์,อิทธิพัทธ์ เศรษฐยุกานนท์,บังอร สุพิพัฒนโมลี..

ll พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ และ น.อ.นพ.พิสิทธิ์ เจริญยิ่ง ไปตรวจความพร้อมของโครงการ“ทัพฟ้าต่อลมหายใจ ต้านภัยโควิด-19”ที่จัดโดย กองทัพอากาศ ร่วมกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อให้การสนับสนุนก๊าซออกซิเจนให้แก่หน่วยงานองค์กรต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนออกซิเจน..

ll วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.สมุทรสาคร และ นพ.อนุกูล ไทยถานันดร์ ผอ.รพ.สมุทรสาคร รับมอบเครื่องให้ออกซิเจนอัตราการไหลสูง จากศิษย์เก่าคณะวิศวฯ ม.มหิดล รุ่นที่ 2 โดยมี นลินี กาญจนามัยและ ธำรงเกียรติ อุทัยสาง เป็นตัวแทนมอบ..

ll พันธ์ภิรมย์ ใบหยก ฝากขออนุโมทนาบุญกับเพื่อนสนิทมิตรสหายทุกท่านที่ร่วมช่วยกันจัดหาเครื่องวัดออกซิเจนที่ปลายนิ้ว 2,500 เครื่อง เพื่อมอบให้กับรพ.กลาง รพ.ศิริราช และ รพ.เจริญกรุง-ประชารักษ์ ช่วยโครงการกักตัวที่บ้านของแต่ละโรงพยาบาล เป็นการลดจำนวนผู้ป่วยที่ต้องมานอนในโรงพยาบาล รวมทั้งได้บริจาคเครื่อง X-Ray ให้ รพ.ผู้สูงอายุบางขุนเทียน ด้วย..

ll ยินดีกับ ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ ได้เป็น กก.ผู้ทรงคุณวุฒิ(ด้านสิทธิมนุษยชน)ในคณะกก.ส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ..

ll เพื่อลดความเสี่ยงเลี่ยงโควิด สุรพล โอภาสเสถียร ผจก.ใหญ่ บจ.ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ แนะตรวจเครดิตบูโรผ่านออนไลน์ รับรายงานทางอีเมลได้ทันที..ll ทิพวรรณ รู้ตระกูล ที่ได้ไปบริจาคโลหิตช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยที่ รพ.ศิริราช แทนการจัดงานฉลองวันเกิดปีนี้..

ll ชื่นชม วราภรณ์ โอสถาพันธุ์ที่สยามคูโบต้า ร่วมช่วยสู้โควิด เปิดลงทะเบียนรับกล่องส่งใจ 1 หมื่นชุด เพื่อช่วยผู้ป่วยโควิดที่เข้าระบบดูแลที่บ้าน รอบแรก 17-18 ส.ค.รอบสอง 30-31 ส.ค. รายละเอียดลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่านทางเฟซบุ๊คแฟนเพจ FB : SiamKubotaClub หรือโทร.1747..

ll ปรบมือรัวๆ ให้ ณัฐสรณ์ ดำเนินชาญวนิชย์ ที่เป็นห่วงเพื่อนๆ ชาว CDA#2 ช่วงโควิดระบาดนี้ จึงส่งผลิตภัณฑ์ Double A Care ทั้งหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์สเปรย์ ไปให้ถึงที่บ้านทุกคน..

ll ยามนี้ นพ.ณรงค์ ธาดาเดช คุณหมอนักบริหารมืออาชีพไฟแรง อดีต ผอ.รพ.ศูนย์อุดรธานี ได้ไปรับตำแหน่งเป็น ผอ.รพ.เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์ หลังโควิดซาเพื่อนๆ นัดไปฉลองที่เวียงจันทน์..ll

น้องใหม่

พระราชทานเพลิงศพ ท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ สตรีผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ‘พล.อ.ชาติชาย’ อดีตนายกฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/595613

พระราชทานเพลิงศพ ท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ  สตรีผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ‘พล.อ.ชาติชาย’ อดีตนายกฯ

พระราชทานเพลิงศพ ท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ สตรีผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ‘พล.อ.ชาติชาย’ อดีตนายกฯ

วันอังคาร ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 17.45 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเพลิงศพ ท่านผู้หญิงบุญเรือนชุณหะวัณ ม.ป.ช., ม.ว.ม., ท.จ.ว., อ.ป.ร.5 ภริยา พล.อ.ชาติชายชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 17และอดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา โดยท่านผู้หญิงบุญเรือน ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม 2564 ในวัย 101 ปี นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ครอบครัว “ชุณหะวัณ” อย่างหาที่สุดมิได้ โดยครอบครัว “ชุณหะวัณ” และครอบครัว“พหิทธานุกร” ได้จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ ท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณมีครอบครัว เครือญาติ “ทัพพะรังสี”,“อดิเรกสาร” และ “เชี่ยวสกุล”เข้าร่วมงาน โดย บุตรสาว วาณี ชุณหะวัณ,กร ทัพพะรังสี (หลานรัก) อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา,สุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี,ดร.ปานปรีย์-ปวีณา พหิทธานุกร (หลานยาย),ธิษะณา-สิริจรรยา ชุณหะวัณ (หลานย่าซึ่งเป็นบุตรสาวของ ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ) เมื่อวันอาทิตย์ที่15 สิงหาคม 2564 ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหารเขตบางเขน กทม.

ท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ นามสกุลเดิม “โสพจน์” เกิดเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2463 เป็นบุตรคนที่ 3 จากทั้งหมด 4 คน บิดาเป็นลูกพี่ลูกน้องทางพระชนนีของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีบุตร-ธิดาด้วยกัน 2 คน คือ วาณี ชุณหะวัณและ ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ท่านผู้หญิงบุญเรือนได้รับการอุปการะจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเป็นผู้ติดตามเมื่อครั้งเดินทางไปโลซาน สวิตเซอร์แลนด์ โดยโดยสารเรือจากปีนังเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2476 พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลพระอัฐมรามาธิบดินทร พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระพี่เลี้ยง เนื่อง จินตดุล ต่อมาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงจัดให้ท่านไปอยู่กับครอบครัวชาวสวิตเซอร์แลนด์ และไปศึกษาต่อที่โรงเรียนประจำสำหรับเด็กผู้หญิง ท่านผู้หญิงบุญเรือนสำเร็จการศึกษาด้านการเลี้ยงเด็กและตามเสด็จฯ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เดินทางกลับประเทศไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2481 เป็นครูสอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนอนุบาลละอออุทิศ (โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต)

ท่านผู้หญิงบุญเรือน สมรสกับ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 17 มีบุตร-ธิดาด้วยกันสองคน คือ วาณีชุณหะวัณ และไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ (ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2563) มีหลาน 2 คน คือ ปวีณา หงส์ประภาส และธิษะณา ชุณหะวัณ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ ท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ ภริยา พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี

ธิษะณา ชุณหะวัณ หลานย่าของท่านผู้หญิงบุญเรือน โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คส่วนตัวใจความว่าท่านผู้หญิงติดเชื้อโควิด-19 จากคนดูแล ใจความว่า “คุณย่าได้จากไปแล้วจากการติดเชื้อโควิด-19 เมื่อเช้าเวลา 01.38 น. ไปด้วยอายุ101 ปี ขอบพระคุณสำหรับทุกอย่างในชีวิตของแก้วและที่ทำคุณูปการให้แก่ประเทศเรา ท่านเป็นสตรีหมายเลข 1 ที่พูดได้ถึง 7 ภาษา และเป็นผู้ช่วยของคุณปู่สมัยเป็นนักการทูต(คุณปู่จะพูดภาษาต่างชาติได้น้อยกว่าคุณย่า)ทำให้คุณปู่เวลาไปเจรจากับทูตประเทศอื่นๆ รัฐมนตรีต่างประเทศนายกรัฐมนตรีหรือประธานาธิบดีต่างประเทศ สมัยคุณปู่เป็นทูตและเป็นรัฐมนตรีการต่างประเทศมาจนถึงเป็นนายกรัฐมนตรี ประสบความสำเร็จในการต่างประเทศมาก จนกระทำการ “เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า” ในช่วงสงครามเย็นได้สำเร็จ เพราะมีสตรีหมายเลข 1 คนนี้คอยอยู่เคียงข้าง

ทีมงานผู้หญิงแนวหน้า ได้ใกล้ชิดและทำข่าว ท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ มาเป็นเวลานาน รู้สึกถึงความอ่อนหวาน ความใจดี,มีเมตตาของท่านผู้หญิง เป็นอย่างดี ขอร่วมส่งดวงวิญญาณของท่านผู้หญิง สู่สุคติในสัมปรายภพ ด้วยเทอญ

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาวาณี ชุณหะวัณ บุตรสาวผู้วายชนม์ ร่วมไว้อาลัยคุณแม่เป็นครั้งสุดท้ายวาณี ชุณหะวัณ บุตรสาวผู้วายชนม์ ร่วมไว้อาลัยคุณแม่เป็นครั้งสุดท้ายลูก-หลานท่านผู้หญิง ธิษะณา ชุณหะวัณ, ปัทมรัตน์ พหิทธานุกร,
วาณี ชุณหะวัณ, ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร และ สิริจรรยา
ชุณหะวัณ

ลูก-หลานท่านผู้หญิง ธิษะณา ชุณหะวัณ, ปัทมรัตน์ พหิทธานุกร, วาณี ชุณหะวัณ, ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร และ สิริจรรยา ชุณหะวัณกร ทัพพะรังสี (หลาน) อดีตรองนายกฯ และ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกฯกร ทัพพะรังสี (หลาน) อดีตรองนายกฯ และ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกฯดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร และ
ปัทมรัตน์ พหิทธานุกรดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร และ ปัทมรัตน์ พหิทธานุกรดร.อดิทธิ์ เชี่ยวสกุลดร.อดิทธิ์ เชี่ยวสกุลลูกหลานช่วยกันจัดตกแต่งดอกไม้ด้วยความตั้งใจอย่างเต็มที่ แม้จะมีเวลา
วันเดียวแต่ก็ตกแต่งได้อย่างสวยงามสมเกียรติผู้วายชนม์

วาณี ชุณหะวัณ บุตรสาวผู้วายชนม์ ร่วมไว้อาลัยคุณแม่เป็นครั้งสุดท้ายลูกหลานช่วยกันจัดตกแต่งดอกไม้ด้วยความตั้งใจอย่างเต็มที่ แม้จะมีเวลา วันเดียวแต่ก็ตกแต่งได้อย่างสวยงามสมเกียรติผู้วายชนม์ วาณี ชุณหะวัณ บุตรสาวผู้วายชนม์ ร่วมไว้อาลัยคุณแม่เป็นครั้งสุดท้าย