เด้งเจ้าอาวาสพ้นวัดมณฑปเซ่นป้าย ‘ไม่รับศพตำรวจ’ พร้อมตั้งรักษาการแทนทันที #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594916

เด้งเจ้าอาวาสพ้นวัดมณฑปเซ่นป้าย'ไม่รับศพตำรวจ' พร้อมตั้งรักษาการแทนทันที

เด้งเจ้าอาวาสพ้นวัดมณฑปเซ่นป้าย’ไม่รับศพตำรวจ’ พร้อมตั้งรักษาการแทนทันที

วันเสาร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 12.16 น.

เจ้าคณะแขวงบางระมาด-ฉิมพลี สั่งเด้ง”พระสมุห์อนันต์” เจ้าอาวาสวัดมณฑป หลังติดป้ายประกาศ “ไม่รับศพตำรวจ” พร้อมตั้งกก.สอบสวนข้อเท็จจริง ชี้อาจเข้าข่ายละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ ล่าสุดแต่งตั้งรักษาการแทนทันที

14 สิงหาคม 2564 หลังจากกลายเป็นประเด็นงวิพากษ์วิจารณ์กรณีพระสมุห์อนันต์ โชติธมฺโม เจ้าอาวาสวัดมณฑป แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กทม. ติดป้ายประกาศขึ้นป้ายผ้าไม่รับศพตำรวจ ถูกแชร์ว่อนในโลกออนไลน์

มีรายงานว่า พระครูพิพัฒน์ วรคุณ เจ้าคณะแขวงบางระมาด-ฉิมพลี ได้ลงนามในหนังสือ ที่ จว. 3/2564 ของสำนักงานเจ้าคณะแขวงบางระมาด-ฉิมพลี เรื่อง ให้พระสังฆาธิการพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ โดยระบุว่า

ด้วยเจ้าคณะแขวงบางระมาด-ฉิมพลี ได้ทราบการเผยแพร่ข่าวจากสื่อสาธารณะและสื่อออนไลน์ กรณี พระสมุห์อนันต์ โชติธมฺโม แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ติดป้ายประกาศของวัด ข้อความว่าวัดมณฑป ไม่รับศพตำรวจ และให้สัมภาษณ์สื่อสาธารณะและสื่อออนไลน์ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมอย่างกว้างขวาง อาจเข้าข่ายละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ จึงได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ถ้าจะให้คงอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ในระหว่างสอบสวน จะเป็นการเสียหายแก่คณะสงฆ์

อาศัยอำนาจตามความในข้อ 56 วรรค 3 แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ. 2541) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535

จึงให้ พระสมุห์อนันต์ โชติธมฺโม เจ้าอาวาสวัดมณฑป แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป

ล่าสุดเจ้าคณะแขวงบางระมาด-ฉิมพลี ยังได้มีคำสั่งที่ 4/2564 ลงวันที่ 12 ส.ค. 2564 เรื่อง แต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดมณฑป  โดยให้พระครูกาญจนกิจจารักษ์ (บัณฑิต) ฉายา ปภสฺสโร อายุ 49 พรรษา 25 สังกัด วัดกาญจนสิงหาสน์ วรวิหาร แขวง คลองชักพระ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดกาญจนสิงหาสน์ วรวิหาร เป็น ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดมณฑป ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 12 สิงหาคม 2564

วัดพระธรรมกายชวนปลูกพืชสมุนไพร ขิง กระชาย ฟ้าทะลายโจร สู้ภัยโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594808

วัดพระธรรมกายชวนปลูกพืชสมุนไพร ขิง กระชาย ฟ้าทะลายโจร สู้ภัยโควิด-19

วัดพระธรรมกายชวนปลูกพืชสมุนไพร ขิง กระชาย ฟ้าทะลายโจร สู้ภัยโควิด-19

วันศุกร์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 18.12 น.

วัดพระธรรมกายชวนปลูกพืชสมุนไพร ขิง กระชาย ฟ้าทะลายโจร สู้ภัยโควิด-19

13 สิงหาคม 2564 พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกายกล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 วัดพระธรรมกาย จึงได้จัด “โครงการปลูก ขิง กระชาย ฟ้าทะลายโจร พืชสมุนไพร สู้ภัยโควิด-19” โดยให้ทุกวัดทุกและศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมประจำจังหวัด ปลูกสมุนไพร อาทิ ขิง กระชาย ฟ้าทลายโจร เป็นต้น เพื่อสุขภาพ ป้องกัน  รักษา เยียวยา และฟื้นฟูร่างกาย ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 

“โครงการปลูก ขิง กระชาย ฟ้าทลายโจร พืชสมุนไพร สู้ภัยโควิด-19 จัดขึ้นเพื่อเป็นการป้องกัน รักษา และฟื้นฟูร่างกาย ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดอยู่ทั่วประเทศ จึงมีนโยบายให้ทุกวัดทุกศูนย์ของวัดพระธรรมกายช่วยกันปลูกพืชสมุนไพร เท่าที่พื้นที่จะปลูกได้ ซึ่งนอกจากเพื่อสุขภาพแล้ว ยังเป็นกิจกรรมบุญที่ทำให้ใจได้อยู่ในบุญ และเป็นขวัญกำลังใจ สร้างบรรยากาศแห่งบุญกุศล ลดความเครียด คลายกังวล ด้วยการเริ่มทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ ด้วยความสดชื่น แจ่มใส ของจิตใจ ตามหลักพระพุทธศาสนา คือ ละชั่ว ทำดี ทำใจให้ผ่องใส ได้อีกด้วย” พระครูสมุห์สนิทวงศ์ กล่าว

พระครูสมุห์สนิทวงศ์ กล่าวด้วยว่า วัดและศูนย์ต่าง ๆ เริ่มทยอยปลูกฟ้าทะลายโจรแล้ว อาทิ ธุดงคสถานปราจีนบุรี มีกระจายต้นฟ้าทะลายโจรไปยังศูนย์ตามจังหวัดต่าง ๆ ในโซนภาคตะวันออก ได้แก่ จ.สระแก้ว ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมอรัญประเทศ 100 ต้น, ศูนย์ปฏิบัติธรรมตาพระยา 2,000 ต้น, จ.ระยอง ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมระยอง 700 ต้น, จ.จันทบุรี ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมจันทบุรี 600 ต้น, ศูนย์ปฏิบัติธรรมเขาคิชฌกูฏ 100 ต้น,จ.ชลบุรี ที่ธุดงคสถานชลบุรี 1,000 ต้น, ศูนย์ปฏิบัติธรรมชลบุรี 100 ต้น, ศูนย์ปฏิบัติธรรมพนมสารคาม 100 ต้น, ศูนย์พุทธบุตรนานาชาติ 600 ต้น และศูนย์วัดหนองไผ่ล้อม 600 ต้น รวมจำนวน 5,800 ต้น ซึ่งผลผลติจากฟ้าทะลายโจร 1 ต้น สามารถผลิตแคปซูลได้ถึง 10 แคปซูล

สำหรับ 3 สมุนไพร ทางรอดสู้ภัยโควิด-19 ประกอบด้วย 1.ฟ้าทะลายโจร ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อโควิดเข้าสู่เซลล์ร่างกาย แบบแคปซูลกินภายใน 72 ชม.หลังรับเชื้อ ติดต่อกัน 5 วัน หรือกินยอดใบ 5-10 ใบต่อมื้อ 3-4 ครั้งต่อวัน 2.กระชายขาว ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส มีสาร Panduratin ช่วยในการต้านไวรัส ทั้งในระยะก่อนและหลังการติดเชื้อ มีทั้งแบบแคปซูล หรือต้มสุกดื่มน้ำ และปรุงเป็นอาหาร 3.ขิง มีสารสำคัญ Zingerol และ Gingerol ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส มีทั้งแบบแคปซูล ผง หรือต้มดื่มตอนเช้าช่วยบำรุงปอด

บอร์ด กพฐ.เห็นชอบให้ผอ.โรงเรียนตัดสินใจ สอบ-ไม่สอบปลายภาคเทอม 1 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594721

บอร์ด กพฐ.เห็นชอบให้ผอ.โรงเรียนตัดสินใจ สอบ-ไม่สอบปลายภาคเทอม1

บอร์ด กพฐ.เห็นชอบให้ผอ.โรงเรียนตัดสินใจ สอบ-ไม่สอบปลายภาคเทอม1

วันศุกร์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 15.16 น.

“บอร์ด กพฐ.” เห็นชอบให้ ผอ.โรงเรียน ตัดสินใจสอบ-ไม่สอบปลายภาคเทอม 1 ปรับวิธีการวัด-ประเมินผลแบบอื่นแทน แล้วสอบปลายภาคในเทอม 2 แทน

13 สิงหาคม 2564 นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังประชุม กพฐ.ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ว่า สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เสนอการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 โดยที่ประชุมให้ความเห็นว่าการเรียนการสอนในสถานการณ์นี้ ควรให้อิสระกับโรงเรียนในการนับเวลาเรียน จัดการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผลนักเรียน โดยเฉพาะการสอบปลายภาคของภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนตัดสินใจว่าควรจะสอบหรือไม่ โดยให้พิจารณาดูความพร้อมของนักเรียนเป็นหลัก หากไม่สอบปลายภาคของภาคเรียนที่ 1/2564 สถานศึกษาอาจจะปรับวิธีการวัดและประเมินผลอย่างไร เช่น อาจไปสอบภาคเรียนที่ 2/2564 ครั้งเดียว เป็นต้น

“ผมมองว่าขณะนี้เราต้องปรับให้โรงเรียนมีความยืดหยุ่นมากที่สุดในการวัดและประเมินผลนักเรียน ภายใต้ตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ โดยตัวชี้วัดนั้นต้องไปปรับให้ทันกับสถานการณ์ด้วย เช่น จากเดิมต้องจัดสอบเพื่อวัดและประเมินว่านักเรียนมีความรู้ตามมาตรฐานของตัวชี้วัดหรือไม่ แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน หากโรงเรียนสามารถกำหนดให้มีกิจกรรม หรือวิธีอื่นที่สามารถทดสอบ หรือประเมินว่านักเรียนผ่านเกณฑ์ หรือตัวชี้วัดที่สำคัญว่านักเรียนต้องรู้ และควรรู้อะไร ผมมองว่าไม่มีปัญหา เป็นอิสระของโรงเรียนอยู่แล้ว แต่ผมมองว่าตอนนี้ สพฐ. ควรยกเลิกประเมินความสามารถด้านภาษาไทยและความสามารถด้านคณิตศาสตร์ หรือ NT และการประเมินความสามารถด้านการอ่านออกเสียงและอ่านรู้เรื่อง หรือ NT ปีการศึกษา 2564 ออกไปก่อน เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้โรงเรียนวัดและประเมินผลนักเรียน” นายเอกชัย กล่าว

นายเอกชัย กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ สังคมกำลังจับตามองปัญหาการเรียน เพราะผู้ปกครอง นักเรียนเครียดจากการเรียน ตนมองว่าปีที่ผ่านมา สพฐ.ได้ทำการรวบรวมปัญหาการเรียนออนไลน์ไว้อยู่แล้ว จึงน่าจะนำข้อมูลที่มีอยู่มาดูรายละเอียดว่านักเรียนแต่ละกลุ่ม แต่ละพื้นที่ เช่น นักเรียนในเมือง นักเรียนในชนบท มีปัญหาแตกต่างกันอย่างไร และนำมาปรับใช้ และปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอน ปรับการวัดและประเมินผล โดยอาจจะไม่เน้นเนื้อหาความรู้ แต่เน้นทักษะที่นักเรียนจำเป็นต้องใช้ นอกจากนี้ ตนได้เสนอให้ สพฐ.ลดภาระงานครูด้วย เนื่องจากการเรียนออนไลน์เพิ่มภาระให้ครูอย่างมาก เพราะครูต้องมานั่งเก็บข้อมูลการเข้า-ขาดเรียน ของนักเรียน แทนที่ครูจะมีเวลาในการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะกับการออนไลน์ แต่ต้องมานั่งกังวลเรื่องการกรอกเอกสารข้อมูลของนักเรียน ดังนั้น สพฐ.ควรจะลดภาระให้ครูในส่วนนี้ลง

‘ครูกัลยา’ ชูนโยบาย Coding For All เป็นทางรอดสู้ทุกวิกฤต เร่งกระจายการเรียนรู้สู่ประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594626

‘ครูกัลยา’ ชูนโยบาย Coding For All เป็นทางรอดสู้ทุกวิกฤต เร่งกระจายการเรียนรู้สู่ประชาชน

‘ครูกัลยา’ ชูนโยบาย Coding For All เป็นทางรอดสู้ทุกวิกฤต เร่งกระจายการเรียนรู้สู่ประชาชน

วันศุกร์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 11.51 น.

11 สิงหาคม 2564 ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงข่าวผ่านระบบ Zoom ร่วมกับดร.กวินทร์เกียรติ นนธ์พละ รองเลขาธิการ สพฐ.ดร.ศุภชัย ศรีหล้า ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะทำงานนโยบายและยุทธศาสตร์อาชีวะเกษตรและประมง ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สสวท. นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์โค้ดดิ้งแห่งชาติ และนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษก รมช.ศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) ชูนโยบาย Coding For All คือทางรอดสู้ทุกวิกฤต ตอบโจทย์ชีวิตคนไทยยุคดิจิทัล พร้อมเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายกระจายการเรียนรู้สู่ประชาชนทุกกลุ่ม พัฒนาหลักสูตร Coding สำหรับนักเรียน-นักเรียนพิเศษ-บุคคลทั่วไปในทุกกลุ่มอาชีพ

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า นโยบาย Coding For All ได้ถูกขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 2 ปี นับว่าประสบความสำเร็จมีความคืบหน้าไปอย่างมาก มีคณะทำงานและคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนในหลายภาคส่วนอย่างเป็นระบบแม้จะเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก็ตามแต่ก็สามารถขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายที่ต้องการเร่งกระจายการเรียนรู้ Coding ไม่เฉพาะแต่ครูและนักเรียนเท่านั้น แต่ต้องกระจายไปสู่ทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ ทุกช่วงวัยให้ได้มากที่สุด

“นโยบาย Coding เป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่ดิฉันเร่งผลักดันมาตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการ เพราะเชื่อว่า Coding คือ ทางรอดของทุกเรื่อง ทางรอดของทุกวิกฤต หากเรามีความรู้เรื่อง Coding แล้วจะเผชิญหน้ากับกี่วิกฤตเราก็จะผ่านมันไปได้  เราจะสร้างองค์ความรู้และปลูกฝัง Coding ให้กับประชาชนทุกภาคส่วน โดยใช้ภาคการศึกษานำ และใช้กลไกกระทรวงศึกษาธิการในการขับเคลื่อนนโยบายอย่างต่อเนื่อง” ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว

ปัจจุบันคณะทำงานและคณะอนุกรรมการ Coding แห่งชาติ ได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายส่งเสริมการเรียน Coding สำหรับประชาชนทุกช่วงวัย ทั้งในส่วนของตัวผู้สอนและผู้เรียนซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน โดยที่ผ่านมาได้มีการจัดอบรมครู และบุคลากรการศึกษาไปแล้วมากมาย มีการพัฒนาหลักสูตร Coding ร่วมกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) มีการออกแบบการเรียน Unplugged Coding ฉบับนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 1-3 ในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลเพื่อเป็นคู่มือให้ครูผู้สอนสามรถนำไปปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสม

ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมี Coding กับการศึกษาพิเศษ เพราะการศึกษาไทย จะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เด็กพิการและเด็กด้อยโอกาสสามารถเรียนรู้ Coding ได้อย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ จะจัดการเรียนการสอน Coding สำหรับครูผู้สอน รวมถึงเด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส ให้มีทักษะชีวิตที่ดี สามารถพึ่งตนเองได้ อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข มีศักดิ์ศรี มีคุณภาพชีวิตที่ดี

รวมไปถึง Coding สำหรับบุคคลทั่วไป ที่จะช่วยสร้างความเข้าใจด้าน Coding และกระบวนการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ทำงานเป็นขั้นตอน และแก้ไขปัญหาอย่างมีกระบวนการ ให้แก่ประชาชนทั่วไปในทุกกลุ่มอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพเกษตรกร โดยนำหลักการเรื่อง Coding มาปรับใช้ในการทำการเกษตร เป็นการปลูกความคิดให้กับเกษตรอย่างเป็นระบบ สร้างเกษตรกรให้มีความรู้และทักษะ โดยการวางแผนการทำงานและปฏิบัติงาน เกิดเป็น Smart Farm สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรได้หลายเท่าตัว

 “ในวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าภาคการเกษตรนับว่ามีความสำคัญยิ่ง แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบกับทุกภาคส่วน แต่ภาคเกษตรได้รับผลกระทบไม่มากเท่า      กลับจะมีโอกาสเติบโต เมื่อแรงงานวัยหนุ่มสาวที่สามารถเข้าถึงองค์ความรู้บนสื่อออนไลน์ และมีทักษะด้านดิจิทัล ต่างเดินทางกลับภูมิลำเนาทำอาชีพเกษตรกรเลี้ยงปากท้อง ซึ่งคนเหล่านี้หากได้รับองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ได้เรียนรู้ Coding กับการเกษตร คิดอย่างเป็นระบบ วางแผน และลงมือทำ จะแก้ปัญหาความยากจน สร้างความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืนให้กับคนไทยและเศรษฐกิจไทยได้อย่างแน่นอน” ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว

ทั่วไทยร่วมใจถวายพระพร พระพันปีหลวง 12 สิงหาคม-วันแม่แห่งชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594573

ทั่วไทยร่วมใจถวายพระพร  พระพันปีหลวง  12 สิงหาคม-วันแม่แห่งชาติ

ทั่วไทยร่วมใจถวายพระพร พระพันปีหลวง 12 สิงหาคม-วันแม่แห่งชาติ

วันศุกร์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 02.00 น.

ทั่วไทยร่วมใจถวายพระพรพระพันปีหลวง 12 สิงหาคม-วันแม่แห่งชาติ

สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พสกนิกรร่วมทำบุญตักบาตร

นายกฯ-ภริยาเป็นประธานพิธีวางพานพุ่มและถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม ทั่วไทยจัดทำบุญตักบาตรสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เมื่อเวลา 07.55 น. วันที่ 12 สิงหาคม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลปล่อยโค นก และปลา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2564 ณ ท่าวาสุกรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

จากนั้น เวลา 09.00น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ไปเป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเพล ถวายผ้าไตร และถวายเครื่องสังฆทาน แด่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และพระสงฆ์ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2564 ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เวลา 09.00น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ ไปเป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเพล ถวายผ้าไตร และถวายเครื่องสังฆทาน แด่พระสงฆ์ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2564 ณ วัดพระอารามหลวง จำนวน 8 วัด ได้แก่ วัดบวรนิเวศวิหาร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม วัดราชาธิวาสวิหาร วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ วัดชนะสงคราม และวัดหงส์รัตนาราม กรุงเทพมหานคร

นายกฯนำถวายพระพรชัยมงคล

ที่ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มและถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2564 โดยมีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เข้าร่วมพิธี โอกาสนี้ นายกฯและผู้ร่วมพิธีถวายความเคารพหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แล้วนายกฯวางพานพุ่มทองพานพุ่มเงิน เปิดกรวยกระทงดอกไม้หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นกล่าวกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล

สภาฯจัดพิธีถวายพระพร

ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา และนายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครบ 89 พรรษา ณ บริเวณโถงชั้น 1อาคารรัฐสภา โดยประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ถวายความเคารพหน้าพระฉายาลักษณ์ และเปิดกรวยกระทงดอกไม้สดหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล จากนั้นประธานสภาผู้แทนราษฎร และคณะร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีพระแม่ไทย

เวลา 08.30น.ที่โถงกลางชั้น2 อาคารศาลยุติธรรม ศาลฎีกา สนามหลวง นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2564 โดยมีผู้บริหารศาลยุติธรรมเข้าร่วมในพิธี โอกาสนี้ ประธานศาลฎีกาและคณะผู้บริหารศาลยุติธรรมได้ร่วมลงนามถวายพระพรผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ด้วย

กองทัพจัดกิจกรรมยิ่งใหญ่

พลอากาศเอก แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เป็นประธานกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 89 พรรษา 12 สิงหาคม 2564 ณ ห้องรับรองกองทัพอากาศ กองบัญชาการกองทัพอากาศ โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพอากาศ ร่วมในพิธี

พสกนิกรร่วมทำบุญตักบาตร

วันเดียวกัน ประชาชนชาว จ.สงขลา สวมหน้ากากอนามัยเดินทางมาทำบุญตักบาตรพระสงฆ์กันอย่างคึกคัก เช่น ที่ย่านการค้าวชิรา ถนนทะเลหลวง อ.เมือง จ.สงขลา ประชาชนออกมาทำบุญตักบาตรในวันแม่แห่งชาติ และถวายเป็นพระราชกุศลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2564 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แม้เป็นช่วงล็อกดาวน์ของจังหวัด เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ด้าน นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย นำชาวชุมชนบ้านป่าแดง บ้านฝั่งหมิ่น และบ้านร่องเสือเต้น ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย ร่วมกิจกรรม “ปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ” เนื่องในวันที่ 12 สิงหาคม โดยปลูกต้นกุหลาบจำนวน 389 ต้น บริเวณสวนสาธารณะริมน้ำกกยามเย็น ซึ่งเป็นสถานที่ออกกำลังกายของคนในชุมชน ให้มีความสวยงาม เป็นการสร้างเสน่ห์เมืองเชียงราย เพื่อดึงดูดใจให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมาพักผ่อน ชมวิวทิวทัศน์ และออกกำลังกาย เพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรง

ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าฯประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานกิจกรรมโครงการน้ำพระทัยพระราชทานส่วนภูมิภาค สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย 76 จังหวัด ประจำปี 2564 โดยจัดทำอาหารปรุงสุกพระราชทานมอบให้แก่ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนำไปเลี้ยงผู้ต้องขังหญิง พร้อมมอบของใช้ให้ผู้ต้องขังหญิงแม่ลูกอ่อนในเรือนจำประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม จำนวน 280 คน นอกจากนี้ยังได้มอบกระเช้าแม่และเด็กพระราชทาน นำไปมอบให้กับผู้ต้องขังหญิงที่คลอดลูกภายในเรือนจำอีกจำนวน 3 คนอีกด้วย

‘ครูโอ๊ะ’ เปิดโครงการล้านเมล็ดพันธุ์ ศธ.ห่วงใย ต้านภัยโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594539

'ครูโอ๊ะ'เปิดโครงการล้านเมล็ดพันธุ์ ศธ.ห่วงใย ต้านภัยโควิด

‘ครูโอ๊ะ’เปิดโครงการล้านเมล็ดพันธุ์ ศธ.ห่วงใย ต้านภัยโควิด

วันพฤหัสบดี ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 21.08 น.

“ครูโอ๊ะ”เปิดโครงการล้านเมล็ดพันธุ์ ศธ.ห่วงใย ต้านภัยโควิด เฉลิมพระเกียรติ”สมเด็จพระพันปีหลวง” พร้อมนำชาว กศน.ทั่วประเทศรวมใจปลูกฟ้าทะลายโจร-มอบต้นกล้าพร้อมคู่มือ ชวนประชาชนปลูกเพื่อแม่-ใช้เป็นยาในครัวเรือน

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2564 เวลา 09.30 น.ที่กระทรวงศึกษาธิการ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานเปิดกรวยกระทงดอกไม้ พร้อมกล่าวอาเศียรวาทสดุดี วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2564 และลงนามถวายพระพรชัยมงคล เพื่อแสดงความจงรักภักดี โดยมี นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ. , นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ. , นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดศธ. , นายวรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการ กศน.และบุคลากร เข้าร่วมพิธี

จากนั้น นางกนกวรรณ เป็นประธานเปิดโครงการ “ล้านเมล็ดพันธุ์ ศธ.ห่วงใย ต้านภัยโควิด” เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านระบบถ่ายทอดสด (Live) ทางเฟซบุ๊ก “ETV Channel” และ รมช.ศธ.ได้มอบต้นกล้าฟ้าทะลายโจรให้แก่ผู้บริหารฝ่ายการเมืองและผู้บริหาร ศธ.และถือฤกษ์ดีร่วมปลูกต้นฟ้าทะลายโจรในพื้นที่กระทรวงศึกษาธิการ ณ บริเวณหน้าศูนย์การเรียนรู้วังจันทรเกษม พร้อมๆ กับชาว กศน.ทั่วประเทศ ที่ได้รับเมล็ดพันธุ์จากโครงการ “ล้านเมล็ดพันธุ์ ศธ.ห่วงใย ต้านภัยโควิด” พร้อมใจปลูกฟ้าทะลายโจรทั่วประเทศ ทั้งในพื้นที่สำนักงาน บริเวณบ้านพัก หรือพื้นที่ที่มีความเหมาะสม

รมช.ศธ.กล่าวตอนหนึ่งว่า เนื่องในวโรกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สำนักงาน กศน.กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระองค์ผู้ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย เพื่อร่วมทำความดี โดยร้อยเรียงภารกิจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของชาว กศน.เพื่อให้ก่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการเรียนรู้ คงไว้ซึ่งความไว้วางใจและศรัทธาจากประชาชนในทุกพื้นที่ที่พวกเราอยู่

“เป็นที่รู้กันดีว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบกับประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กศน.ในการส่งเสริมการเรียนรู้ในมิติต่างๆ เพื่อให้คนในสังคมมีสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสภาวะทางสังคมที่ดี ส่งผลต่อสังคมสุขภาวะที่ดี และถือวาระพิเศษในวันนี้ วันแม่แห่งชาติ วันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี ขอเชิญชวนชาว กศน.ร่วมปลูกฟ้าทะลายโจร เพื่อใช้เป็นยาและขยายพันธุ์พร้อมกันทั่วประเทศ ถือเป็นการทำความดีเพื่อแม่ของแผ่นดินและแม่ผู้ให้กำเนิดของเรา อันจะเป็นการตอบแทนความรักของแม่ ความรักอันยิ่งใหญ่ที่ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน ดูแลพระในบ้านของเรา ให้ได้รับความรักความอบอุ่น ไม่ถูกทอดทิ้งให้ท่านต้องเดียวดาย

ซึ่งการปลูกหรือส่งต่อเมล็ดพันธุ์อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ แต่เราต้องร่วมกันดูแลและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตปกติใหม่ (New normal) เพื่อสร้างการเรียนรู้ให้กับประชาชนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจจะส่งผลให้คนมีภาวะซึมเศร้า หดหู่ และวิตกกังวลมากขึ้น โดยสำนักงาน กศน.ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้ง 4 องค์กร ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน สมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม ตลอดจนเครือข่ายในพื้นที่ จัดอบรมพัฒนาครู กศน.ในหลักสูตร “การจัดกิจกรรม กศน. ป้องกันภาวะซึมเศร้า คงสมรรถนะทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ” เพื่อนำความรู้และประสบการณ์ ไปต่อยอดกับต้นทุนเดิมของ กศน.ด้านทักษะนันทนาการ ให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในทุกชุมชน หากจังหวัดใดสถานการณ์คลี่คลาย ขอให้สร้างการบูรณาการองค์ความรู้กับงานในหน้าที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และขอฝากไปยังโค้ชประจำจังหวัด ได้นำการสะท้อนมุมมองการดำเนินงานระดับพื้นที่ ไปประเมินผลและรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องต่อไปด้วย

“ท้ายสุด ขอแสดงความขอบคุณผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการ กศน.และ ผอ.กศน.จังหวัดสมุทรสาคร ที่ริเริ่มโครงการ “ล้านเมล็ดพันธุ์ ศธ.ห่วงใย ต้านภัยโควิด” เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จนเกิดผลเป็นรูปธรรม ขอขอบคุณสำนักงาน กศน.กทม.ที่ร่วมผลักดันและจัดทำคู่มือประชาชน “การเรียนรู้ ชีวิต สุขภาพ ฟ้าทะลายโจร สู้ภัยโควิด-19″ และสนับสนุนการกระจายเมล็ดพันธุ์รวมทั้งต้นกล้าไปยัง กศน.ทั่วประเทศ ครูโอ๊ะเชื่อมั่นในตัวพวกเราชาว กศน.เพราะเราคือ กศน.เพื่อประชาชน ซึ่งจะไม่ได้เป็นเพียงแค่คำพูด แต่เราจะร่วมกันสร้างศรัทธาให้สมกับที่เราเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

ต่อมาในเวลา 10.30 น.รมช.ศธ.และคณะ เดินทางไปยังสถานีกลางบางซื่อ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เพื่อมอบต้นกล้าฟ้าทะลายโจร และคู่มือการปลูกฟ้าทะลายโจร ให้กับผู้ที่มาฉีดวัคซีน จำนวนกว่า 90 ต้น ได้นำไปปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ทางยาภายในครัวเรือน

ศูนย์คุณธรรมเร่ง งานวิจัย ‘ครอบครัวไทยไร้ความรุนแรง’ หวังใช้กับครอบครัว ในยุคโควิดนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594450

ศูนย์คุณธรรมเร่ง งานวิจัย 'ครอบครัวไทยไร้ความรุนแรง' หวังใช้กับครอบครัว ในยุคโควิดนี้

ศูนย์คุณธรรมเร่ง งานวิจัย ‘ครอบครัวไทยไร้ความรุนแรง’ หวังใช้กับครอบครัว ในยุคโควิดนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 15.13 น.

ณ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม และหัวหน้าโครงการวิจัย “ชุดแผนงานครอบครัวไทยไร้ความรุนแรง” กล่าวไว้ในเวทีวิชาการออนไลน์ ชุดแผนงานครอบครัวไทยไร้ความรุนแรงว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และปัญหาด้านเศรษฐกิจ ยังคงเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยตรง ถึงครอบครัวคนไทยทั่วทั้งประเทศ   อีกทั้งสถานการณ์ด้านเด็กและเยาวชน ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง ด้วยสภาพสังคมในปัจจุบัน จากหลากหลายสาเหตุ ก่อให้เกิดพฤติกรรมความเสี่ยงต่างๆ ปัญหาเด็กติดเกม การใช้ความรุนแรงในครอบครัว  รวมถึงมาตรการการป้องกันและส่งเสริมด้านครอบครัวและชุมชนยังขาดระบบการจัดการที่เข้มแข็ง  แม้ว่าจะมีกลไกภาครัฐ ที่ทำหน้าที่ในการพัฒนาให้ชุมชนเข้มแข็ง แต่ด้วยยุคสมัยที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้คนที่เร่งรีบส่งผลทำให้เกิดปัญหา  หรือพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ที่พบได้ในเด็ก เยาวชน และครอบครัว  เช่น การขาดทักษะการจัดการด้านอารมณ์  ปัญหาความรุนแรงภายในครอบครัวในรูปแบบต่างๆ จึงเกิดจากการขาดการคิดไตร่ตรองหรือรู้วิธีการจัดการเมื่อต้องเผชิญกับปัญหา รับมือและแรงกดดันต่างๆได้  รวมถึงการขาดที่พึ่งในบทบาทพี่เลี้ยงที่ปรึกษาให้กับเด็ก เยาวชนและครอบครัว เหมือนเช่นอดีตที่เคยเกิดขึ้น

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กล่าวว่า ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)  ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัย จาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)   จึงได้ดำเนินโครงการวิจัยเรื่อง “ชุดแผนงานโครงการครอบครัวไทยไร้ความรุนแรง” โดยได้รับความมือจากหน่วยงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ  เพื่อสนับสนุนให้การดำเนินการโครงการวิจัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมุ่งเน้นการพัฒนาคน  พัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในชุมชน  สู่การพัฒนาระบบพี่เลี้ยงที่ปรึกษาชุมชน  สร้างพลังที่เข้มแข็งให้กับครอบครัวและชุมชน  เพื่อให้เกิดรูปแบบการสร้างภูมิคุ้มกันของเด็ก เยาวชน และครอบครัว ที่เป็นรูปธรรมยั่งยืนด้วยการ

  1. พัฒนาศักยภาพคนท้องถิ่น ให้มีทักษะการเป็นพี่เลี้ยง และนำไปสู่โมเดลครอบครัวพลังบวก  ในสังคมที่ไร้ความรุนแรง
  2. พัฒนากลไกการมีส่วนร่วม  ในรูปแบบภาคีเครือข่ายคนทำงาน ด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว ที่ยั่งยืน
  3. พัฒนากิจกรรมสร้างสรรค์ โดยคนท้องถิ่น ด้วยทรัพยากรท้องถิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่เหมาะสมกับวัยของเด็กและเยาวชน เพื่อนำไปสู่แผนพัฒนาระดับประเทศ

โดยได้ดำเนินโครงการในพื้นที่จังหวัด 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดอุดรธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดสุราษฎร์ธานี

โครงการครอบครัวไทยไร้ความรุนแรง ประกอบด้วย 3 โครงการย่อย ได้แก่

  1. โครงการ Positive Parenting in Family (Promotion Model)

ซึ่งดูแลโดย ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)

“ระบบนิเวศน์ของเด็ก มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคุณธรรมของเด็ก”

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม อธิบายว่า โครงการนี้วางแผน และออกแบบ สร้างระบบพี่เลี้ยงชุมชน มุ่งเน้นการสร้างและพัฒนาศักยภาพ แกนนำพลังบวกในชุมชน โดยใช้กระบวนการเสริมพลังบวก นำจุดแข็งของชุมชน ทุนมนุษย์ ทุนสังคม และจุดแข็งของเด็กและเยาวชน  ทุนชีวิต ทักษะ 5 ด้าน ในการบริหารจัดการชุมชนในการแก้ปัญหา มาเป็นฐานในการพัฒนา ทำให้เกิดระบบพี่เลี้ยงที่ปรึกษาในชุมชน พัฒนาภาคีครอบครัวให้เกิดความเข้มแข็ง ด้วยบริบทของชุมชน

  1. โครงการ Healthy Gamer Prevention Model

ดูแลโดย ภาควิชาจิตเวชศาสตร์  คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

รศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล  ได้กล่าวในเวทีวิชาการว่า “ ปัญหาเด็กติดเกม เกิดจากผู้ปกครอง ขาดทักษะการสื่อสารและการมีกิจกรรมสัมพันธ์ในครอบครัว จึงมีแนวคิดที่จะขยายผลองค์ความรู้ เกี่ยวกับการดูแลป้องกันและแก้ไขปัญหาการติดเกม ไปสู่ชุมชน โดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน ผ่านการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการ ซึ่งเป็นบุคคลในชุมชนนั้น และในหนึ่งหน่วยจะประกอบด้วย พ่อแม่อาสา 1 คน ครูอาสา 1 คน และเยาวชนอาสา 1คน ร่วมกันผลักดันและขับเคลื่อนกระบวนการดูแลป้องกัน และแก้ไขปัญหาการติดเกม

  1. โครงการ Family Against Violence in Dysfunctional Family (protection model)

ดูแลโดยสำนักงานอัยการสูงสุด และ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ผศ.ดร.ขันทอง วัฒนะประดิษฐ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย กล่าวในเวทีวิชาการเดียวกันว่า “ ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว เป็นเรื่องที่ใกล้ตัว และมักถูกละเลย จนถูกมองว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว”  จนในที่สุด  ความรุนแรงที่เกิดขึ้นยกระดับไปสู่การทำร้ายร่างกาย ซึ่งอาจรุนแรงถึงเสียชีวิต หรือเกิดเป็นบาดแผลภายในจิตใจ  โครงการได้วางแผนและออกแบบ ผ่านกระบวนการการสร้างกลไกทางสังคม พัฒนาระบบพี่เลี้ยงชุมชน ให้มีความเข้มแข็ง บูรณาการเพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันของเครือข่ายพลังชุมชน และภาคีเครือข่าย ในการร่วมแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ทั้งในเชิงป้องกัน เฝ้าระวัง และให้ความช่วยเหลือ คุณโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอัยการปราบปรามทุจริตภาค 9 กล่าวเสริมว่า โครงการจะพัฒนาองค์ความรู้ ศึกษากฎหมายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนากฎหมายที่มีความเหมาะสม ในการใช้แก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ที่เหมาะสมกับบริบทที่นำไปใช้ปฏิบัติ

โครงการครอบครัวไทยไร้ความรุนแรง  มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน  จึงพัฒนาระบบ    พี่เลี้ยงในชุมชน ที่มีทั้งกระบวนการพัฒนาคน พัฒนากลไก และพัฒนากิจกรรมเพื่อการพัฒนา   โดยการเชื่อมโยง และสร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ระหว่างภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง  ทั้งภาครัฐ เอกชน หรือตัวแทนชุมชนเอง ซึ่งจะสร้างให้เกิดการเรียนรู้  และการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม สามารถติดตามโครงการได้ที่เวปไซด์ศูนย์คุณธรรม www.moralcenter.or.th โครงการวิจัยเรื่อง ชุดแผนงานครอบครัวไทยไร้ความรุนแรง

โปรดเกล้าฯ ปธ.องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ บำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594430

โปรดเกล้าฯ ปธ.องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ บำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหา

โปรดเกล้าฯ ปธ.องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ บำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหา

วันพฤหัสบดี ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.03 น.

โปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี ผู้แทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลปล่อยโค นก และปลา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา “สมเด็จพระพันปีหลวง”

12 ส.ค.64 เมื่อเวลา 07.55 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลปล่อยโค นก และปลา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2564 ณ ท่าวาสุกรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

เวลา 09.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ไปเป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเพล ถวายผ้าไตร และถวายเครื่องสังฆทาน แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกและพระสงฆ์ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2564 ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

ในวันเดียวกันนี้ เวลา 09.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์  ไปเป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเพล ถวายผ้าไตร และถวายเครื่องสังฆทาน แด่พระสงฆ์ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2564 ณ วัดพระอารามหลวง จำนวน 8 วัด ได้แก่ วัดบวรนิเวศวิหาร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม 
วัดราชาธิวาสวิหารวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ วัดชนะสงคราม และวัดหงส์รัตนาราม กรุงเทพมหานคร
 

ข่าวดี! ‘ตรีนุช’ สั่งสพฐ.ต่อสัญญาจ้าง ‘ครูวิทย์-คณิต’ เกือบ 2 พันคน ลั่นไม่ทิ้งใคร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594428

ข่าวดี!‘ตรีนุช’สั่งสพฐ.ต่อสัญญาจ้าง‘ครูวิทย์-คณิต’เกือบ2พันคน ลั่นไม่ทิ้งใคร

ข่าวดี!‘ตรีนุช’สั่งสพฐ.ต่อสัญญาจ้าง‘ครูวิทย์-คณิต’เกือบ2พันคน ลั่นไม่ทิ้งใคร

วันพฤหัสบดี ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 13.43 น.

ข่าวดี!‘ตรีนุช’สั่งสพฐ.ต่อสัญญาจ้าง‘ครูวิทย์-คณิต’เกือบ2พันคน ลั่นไม่ทิ้งใคร

12 สิงหาคม 2564 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตนได้รับหนังสือเรียกร้องจากกลุ่มเพื่อนครูลูกจ้างชั่วคราว ในตำแหน่งบุคลากรวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ โครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากิจกรรมครูคลังสมอง ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอให้ทบทวนคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ด่วนที่สุดที่ ศธ.04010/ว.34 ลงวันที่ 7 ม.ค.2564

ทั้งนี้ หนังสือดังกล่าวระบุว่า โครงการดังกล่าวจะสิ้นสุดการจัดสรรงบประมาณในวันที่ 30 ก.ย.2564 ซึ่งส่งผลให้ไม่มีการต่อสัญญาจ้าง ทำให้บุคลากรกลุ่มนี้ จำนวน 1,964 คน ตกงานทันที โดยตนได้หารือ กับ ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) แล้วเห็นว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ทำให้ สพฐ.ต้องเลื่อนการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กลุ่มทั่วไป ประจำปี 2564 ออกไป ส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินการบรรจุครูผู้ช่วยได้ทันในการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 นี้ และจะมีโรงเรียนจำนวนหนึ่งที่จ้างครูกลุ่มนี้ปฏิบัติการสอน หากสิ้นสุดสัญญาจ้างในวันที่ 30 ก.ย.จะไม่มีครูสอนต่อเนื่อง ดังนั้น จึงเห็นควรให้จ้างลูกจ้างชั่วคราว ในตำแหน่งบุคลากรวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ โครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากิจกรรมครูคลังสมอง สพฐ.ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบันต่อ

นางสาวตรีนุช ระบุว่า ตนได้ตรวจสอบการจ้างลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งบุคลากรวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ โครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากิจกรรมครูคลังสมอง พบว่า เป็นโครงการที่มุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ให้แก่นักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และโรงเรียนมัธยมศึกษา ขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่ขาดแคลนครูวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ซึ่งสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาคัดเลือก โดยดำเนินโครงการมา3 ระยะ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2556 และจะสิ้นสุดโครงการในปีงบประมาณ 2564 หรือ วันที่ 30 ก.ย.นี้ ซึ่งตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ครูกลุ่มนี้จัดการสอนได้ดีบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ ถ้าต่อสัญญาจ้างเด็กก็จะมีครูสอนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งหากครูไม่ได้รับการต่อสัญญาจ้างในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็น่าเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง

“ศธ.จะช่วยเหลือครูบุคลากรไม่ทอดทิ้งใคร ทุกคนได้ต่อสัญญาจ้างแน่นอน และการต่อสัญญาจ้างนี้ก็จะทำให้ครูมีคุณสมบัติครบในการสมัครสอบบรรจุตำแหน่งครูผู้ช่วยตาม ว 16 กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ซึ่งเป็นการสอบเฉพาะกลุ่มสัญญาจ้างที่ปฏิบัติหน้าที่สอนอยู่ในสถานศึกษาสังกัด สพฐ.ไม่น้อยกว่า 3 ปี” รมว.ศธ. กล่าว

[Myanmar] CBM denies the rumours of abolishing bank notes and the closure of banks #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40004637

[Myanmar] CBM denies the rumours of abolishing bank notes and the closure of banks


The rumours of Ks10,000 and Ks5,000 bank notes would be revoked and the banks would be closed, are not true and banks have been instructed to provide regular banking services, according to Central Bank of Myanmar (CBM).

The rumours of abolishing Ks5,000 and Ks10,000 and the closure of the banks are came out and some people are worried about the rumors and withdrew their money, announced the CBM on August 13.

The public can continue to use money with confidence without worrying about money and banking operations, and the banks have been instructed to provide regular banking services, it said.

“The closure of three banks is just a rumour. It is trying to disrupt the stability of the country’s economy and the banks’ ability to operate in accordance with the rules and regulations, and is adding to the plight of the people, who are suffering from epidemics, deaths and distress. At present, the central bank does not take any action or try to close any banks,” said Win Thaw, Vice Governor of the CBM.

The CBM is focusing on stabilizing the financial system. Banks are providing services in accordance with the regulations, the statement said.

The Ministry of Information has announced banks, offices and schools will be closed from August 16 to 22 to curb the spread of the COVID-19 virus.

According to the Transferable Contracts Act, all banks will be closed from August 16 to 20, 2021, as these are public holidays, according to the CBM.

“Banks have not been included in the ongoing government holidays. All offices are closed except for the CBM and banks that the required medicines and medical equipment can be imported easily and people can do what they need to do in the wake of the economic downturn while suffering from the effects of the COVID-19. It’s been three weeks now. As a result, the spread of the disease has been steadily declining. However, as the central bank and banks did not close, their staffs are infected. For this reason, the banks will be closed on public holidays this time. The reason not close the banks, is not to interrupt the commodity flow and to make it easy to import necessary items. Now, the government has allowed banks, including the central bank, to close for this week,” he said.

Published : August 14, 2021

By : THE NATION