บริติช เคานซิล เดินหน้าภารกิจยกระดับการศึกษาไทย ด้านภาษาอังกฤษ อุดมศึกษา ส่งเสริมอุตฯสร้างสรรค์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594242

บริติช เคานซิล เดินหน้าภารกิจยกระดับการศึกษาไทย ด้านภาษาอังกฤษ อุดมศึกษา ส่งเสริมอุตฯสร้างสรรค์

บริติช เคานซิล เดินหน้าภารกิจยกระดับการศึกษาไทย ด้านภาษาอังกฤษ อุดมศึกษา ส่งเสริมอุตฯสร้างสรรค์

วันพฤหัสบดี ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นางเฮลก้า สเตลมาเกอร์ ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า ภารกิจปี 2564 จะเดินหน้าสานความร่วมมือไทย – สหราชอาณาจักร  ผ่านการทำงานใน 3 ด้าน ได้แก่ ยกระดับทักษะภาษาอังกฤษ การพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาและวิทยาศาสตร์สู่ความเป็นสากล และการส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

ด้านการยกระดับทักษะภาษาอังกฤษ บริติช เคานซิล เดินหน้ายกระดับแบบครบวงจร ทั้งการเรียน การสอบ และการจัดสอบด้วยมาตรฐานระดับนานาชาติ รวมไปถึงพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษโดยรวมของประเทศ ได้แก่สนับสนุนกระทรวงศึกษาธิการ พัฒนาทักษะครูภาษาอังกฤษทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่ทักษะความเชี่ยวชาญในการใช้ภาษาอังกฤษ ทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่เป็นผลสืบทอด จากโครงการบูธแคมป์ ที่อบรมทักษะการสอนภาษาอังกฤษกับครูทั่วประเทศกว่า 12,000 คน เพื่อแก้ปัญหาการเรียนการสอนผ่านรูปแบบออนไลน์ที่ครูทั่วโลกต่างเผชิญอยู่  ส่วนโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษนั้น บริติช เคานซิล ได้นำเสนอการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ “บูสต์” (Boost) หรือการเตรียมพร้อมก่อนเข้าเรียนในห้องเรียนโดยใช้เวลาประมาณ 10 นาทีในการเรียนรู้และฝึกคำศัพท์ล่วงหน้าเพื่อเสริมความมั่นใจการเรียน  ส่วนการให้บริการสอบ IELTS และการสอบเฉพาะทางอื่น ๆ อาทิ IGSCSE, BMAT, Aptis  ในปีนี้ บริติช เคานซิลได้เตรียมพร้อมแผนการขยายศูนย์สอบเพิ่มเติม เพื่อเตรียมรองรับจำนวนผู้สอบที่อาจเพิ่มขึ้นหลังวิกฤติโควิด-19 โดยจะเป็นทั้งรูปแบบศูนย์สอบร่วมกับหน่วยงานพาร์ทเนอร์ อาทิ โรงเรียน มหาวิทยาลัย และหน่วยงานที่ปรึกษาการศึกษาต่อ และในรูปแบบศูนย์สอบอย่างเป็นทางการของบริติช เคานซิล เอง

ด้านการพัฒนาอุดมศึกษาและวิทยาศาสตร์สู่ความเป็นสากล บริติช เคานซิล ส่งเสริมโอกาสในการศึกษาต่อยังสหราชอาณาจักรให้กับนักเรียนไทย และการสร้างเครือข่ายศิษย์เก่าสหราชอาณาจักร  ควบคู่ไปกับการสร้างแพลตฟอร์มเครือข่ายศิษย์เก่าสหราชอาณาจักร ที่มีกำหนดการจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2565 และกิจกรรมรางวัลศิษย์เก่า สหราชอาณาจักรดีเด่น (The Study UK Alumni Award) ที่จะเริ่มเปิดรับสมัครในช่วงเดือนกันยายน 2564 นี้ ในขณะเดียวกัน บริติช เคานซิลได้ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมไปสู่มาตรฐานระดับสากล ตลอดจนพัฒนาระบบนิเวศทางการศึกษา และพัฒนาบุคลากรในแวดวงงานวิจัยและนวัตกรรม โดยในปีนี้ได้เริ่มต้น “โครงการความร่วมมือระดับอุดมศึกษาระหว่างประเทศไทยและสหราช-อาณาจักร” (Thai-UK World-class University Consortium) ทำการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยไทยเข้ากับมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างนักศึกษาและบุคลากร อันจะนำไปสู่การผลักดันมหาวิทยาลัยไทยให้ก้าวไปสู่ 100 อันดับแรกของโลกตามที่กระทรวง อว. ได้ตั้งเป้าหมายไว้

นอกจากนี้อีกหนึ่งโปรเจกต์ที่บริติช เคานซิล ยังคงสานต่อในการทำงานกับกระทรวง อว. คือ โครงการ “เฟมแล็บ ไทยแลนด์ 2021” เวทีค้นหานักสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่สามารถอธิบายหัวข้องานวิจัย หรือเรื่องราววิทยาศาสตร์ได้ใน 3 นาที โดยนอกจากเฟมแล็บจะกระตุ้นให้คนทั่วไปหันมาสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้นแล้ว ยังทำให้นักวิจัยและบุคลากรในแวดวงวิทยาศาสตร์หันมาสนใจพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์ เพื่อสามารถส่งต่อข้อมูลต่าง ๆ ให้คนทั่วไปได้เข้าใจอีกด้วย

ด้านการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นั้น ได้มีการแลกเปลี่ยน และการทำงานร่วมกันระหว่างบุคลากรในแวดวงสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ งานคราฟท์ ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ด้วยการเพิ่มบทเรียนในดิจิทัลคราฟท์ ทูลคิท (Digital craft toolkit) แพลตฟอร์มบทเรียนทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการงานคราฟท์ที่ถูกใช้ในอีกกว่า 10 ประเทศทั่วโลก โดยในปีนี้จะมีการเพิ่มบทเรียนที่มุ่งเน้นไปที่การสร้างความยั่งยืนให้แก่ธุรกิจ ทั้งในด้านการวางโมเดลธุรกิจ การเลือกวัสดุ และขั้นตอนการผลิตอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นเครื่องมือให้ศิลปินได้เรียนรู้โมเดลการสร้างธุรกิจงานคราฟท์อย่างครบวงจร และเพื่อให้ได้พัฒนาธุรกิจของตัวเองอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ในปี 2564/65 ยังมีอีก 2 โปรเจกต์ที่ได้รับการต่อยอดการกิจกรรมแฮกกาธอนในย่านนางเลิ้ง ที่ระดมบุคลากรในศูนย์รวมความคิดสร้างสรรค์ เพื่อใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหา และพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน ซึ่งทั้ง 2 โปรเจกต์จะเกี่ยวข้องกับการจัดการขยะในชุมชน ทั้งขยะพลาสติกและขยะสดจากตลาด และพัฒนาพื้นที่ในชุมชนให้มีความน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

นอกเหนือจาก 3 ภารกิจหลักที่กล่าวมาข้างต้น ในปีนี้ บริติช เคานซิล ได้จัดแคมเปญระดับโลก “The Climate Connection” ร่วมมือกับหน่วยงานพาร์ทเนอร์ทั่วโลกสร้างความตระหนักในประเด็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เริ่มต้นลงมือทำเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาสภาวะ Climate change ผ่านการดำเนินงานด้านการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม และภาษาอังกฤษ ในรูปแบบกิจกรรมต่าง ๆ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ เช่น พอดคาสต์สอนภาษาอังกฤษและสัมมนาการสอนภาษาอังกฤษภายใต้หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ นิทรรศการโชว์เคสงานวิทยาศาสตร์และศิลปะเพื่อการความยั่งยืน ที่จะจัดขึ้นตลอดทั้งปีเพื่อปูทางไปสู่กิจกรรมยิ่งใหญ่ประจำปีของสหราชอาณาจักรอย่าง การประชุมอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 26 (COP26) ที่จะจัดขึ้นที่เมืองกลาสโกว์ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2564 นี้ นางเฮลก้า กล่าวทิ้งท้าย

DPU ปรับหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ให้ทันสมัย หลังนักเรียนยุคใหม่ สนใจทำงานราชการมากขึ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594245

DPU ปรับหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ให้ทันสมัย หลังนักเรียนยุคใหม่ สนใจทำงานราชการมากขึ้น

DPU ปรับหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ให้ทันสมัย หลังนักเรียนยุคใหม่ สนใจทำงานราชการมากขึ้น

วันพฤหัสบดี ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผศ.ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์(มธบ.)หรือ DPU เปิดเผยว่า  หลังวิกฤตโควิด-19  นักเรียนหันมาสนใจเรียนสาขาที่สามารถทำงานราชการได้มากขึ้น จากยอดผู้สมัครเรียนปีการศึกษา2564 มีนักเรียนให้ความสนใจสมัครเรียนคณะรัฐประศาสนศาสตร์ เพิ่มขึ้นถึง 15 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก  ทั้งนี้ส่วนหนึ่งอาจมาจากคำแนะนำของผู้ปกครองที่อยากให้ลูกหลานเข้ารับราชการ เพราะมองว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงในทุกสถานการณ์  

ผศ.ดร.วลัยพร  กล่าวต่อไปว่า หลักสูตรระดับปริญญาตรี รัฐประศาสนศาสตร์  จะเป็นเรียนเกี่ยวกับการบริหารภาครัฐทั้งหมด เรียนแก่นสาระวิชาโครงสร้างการบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค  และส่วนท้องถิ่น   ฯลฯ  เมื่อเรียนจบ สามารถสมัครรับราชการในหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กระทรวง กรม จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ ทหาร  ในส่วนของรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง เช่น การประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค  ไปรษณีย์ไทย ส่วนบริษัทเอกชน เช่น ธนาคาร  งานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล (Human Resources : HR) และงานด้านบริหารจัดการทั่วไป  ในบริษัทต่างๆ

ผศ.ดร.วลัยพร  กล่าวด้วยว่า  ในส่วนของหลักสูตร รปศ.DPU ออกแบบมา โดยเน้นการเรียนแบบ Project-Based Learning หรือ การเรียนรู้จากประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริง ซึ่งนักศึกษาต้องลงไปศึกษาชุมชนหรือหมู่บ้าน รวบรวมข้อมูลของในพื้นที่มาศึกษาวิเคราะห์ แก้ไขปัญหาและเสนอกิจกรรมแก้ปัญหา ทำงานจิตอาสาไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง เพื่อเรียนรู้การให้ ความเสียสละ และรู้จักตัวเองมากขึ้น เพื่อให้คุ้นชินกับการทำงานราชการ และเป็นข้าราชการที่ดีในอนาคต นอกจากนี้ที่ DPU  จะมีการเสริม 6 ทักษะให้แก่นักศึกษา ได้แก่ ทักษะการเป็นผู้ประกอบการ,ทักษะทางเทคโนโลยี,ทักษะการวิเคราะห์และแก้ปัญหา,ทักษะการสื่อสาร,ทักษะการทำงานเป็นทีม,ทักษะด้านการมีความคิดสร้างสรรค์เป็นต้น

ผศ.ดร.วลัยพร  กล่าวอีกว่า ในปีการศึกษา 2565  นอกจากแก่นสาระวิชาหลักของสาขาแล้ว ภายในหลักสูตรจะสอดแทรกเนื้อหาของการบริหารงานภาครัฐยุคดิจิทัล เช่น สาระวิชาการนำรูปแบบองค์กรเสมือนจริงมาใช้กับการทำงานที่บ้านหรือ Work From Home  การจัดการประชุมออนไลน์ การสร้างนวัตกรรมชุมชนผ่านออนไลน์  การออกแบบการบริการประชาชนในมิติต่างๆผ่านโลกออนไลน์ การรู้เท่าทันข้อมูลออนไลน์ ฯลฯ ขณะเดียวกันยังเพิ่มการเรียนการสอนเป็นแบบโมดูล พร้อมเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกหรือข้าราชการเข้ามาเรียน Upskill Reskill เพื่อพัฒนาทักษะในการทำงาน ส่วนผู้เรียนสามารถเก็บสะสมหน่วยกิตไปใช้ในการเรียนต่อในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทได้

คุณหญิงกัลยา เร่งหน่วยอาสาอาชีวเกษตรและประมง ลงพื้นช่วยเหลือเกษตรกรเลี้ยงโค กระบือ โรคลัมปีสกิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594244

คุณหญิงกัลยา เร่งหน่วยอาสาอาชีวเกษตรและประมง ลงพื้นช่วยเหลือเกษตรกรเลี้ยงโค กระบือ โรคลัมปีสกิน

คุณหญิงกัลยา เร่งหน่วยอาสาอาชีวเกษตรและประมง ลงพื้นช่วยเหลือเกษตรกรเลี้ยงโค กระบือ โรคลัมปีสกิน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.ศุภชัย ศรีหล้า ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช)และประธานคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์อาชีวะเกษตรและประมง เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม 2564 หน่วยอาสาของวิทยาลัยเกษตรและประมง ร่วมกับกลุ่มสัตวบาลอาสาในหลายจังหวัด ออกช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ เพื่อให้การรักษาพร้อมทั้งฉีดวัคซีน รวมถึงให้ความรู้เรื่องโรคลัมปิสกินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องเกษตรกร ตามที่ได้รับมอบหมายนโยบายเร่งด่วนจาก ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยเฉพาะวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี และวิทยาลัยประมงทั่วประเทศ ให้จัดหน่วยอาสาช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ ที่ได้รับผลกระทบจากโรคลัมปีสกินอย่างเร่งด่วน

ดร.ศุภชัย กล่าวต่อว่า หน่วยอาสาของวิทยาลัยเกษตรและประมงที่เข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรในครั้งนี้ ออกให้บริการชุมชน ในหลายพื้นที่จำนวนหลายพันตัว อาทิ คณะครูและนักเรียนนักศึกษาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลพบุรีร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอพัฒนานิคม ดำเนินกิจกรรมคลินิกเทคโนโลยีเกษตรบริการด้านสัตวบาลและประมง ออกให้บริการชุมชน โดยมีการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคลัมปีสกิน ฉีดยาถ่ายพยาธิ ฉีดยาบำรุง ฉีดวิตามิน  และฉีดพ่นยากำจัดแมลงในคอกสัตว์ให้กับพื้นที่ในเขตอำเภอพัฒนานิคม รวมถึงวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี เป็นต้น

‘อนุทิน’ เผยไทยสั่งซื้อไฟเซอร์อีก 10 ล้านโดส ถึงช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594348

'อนุทิน'เผยไทยสั่งซื้อไฟเซอร์อีก 10 ล้านโดส ถึงช่วงไตรมาส 4 ปีนี้

‘อนุทิน’เผยไทยสั่งซื้อไฟเซอร์อีก 10 ล้านโดส ถึงช่วงไตรมาส 4 ปีนี้

วันพุธ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 18.54 น.

วันที่ 11 สิงหาคม 2564 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า  สำหรับการวางแผนการฉีดวัคซีนโควิด19 ก็มีการปรับให้เป็นไปตามสถานการณ์ตลอดเวลา การปรับสูตร การไขว้วัคซีน ทำงานโดยมีคณะทำงานวิชาการ 3-4 คณะ เข้าที่ประชุม ไม่ใช่ปลัดสธ.มาบอกว่าลองใช้แบบนั้น ลองใช้แบบนี้ ขอย้ำว่าการฉีดวัคซีนไขว้เพราะมีการกลายพันธุ์ ไม่ใช่ว่าเพราะวัคซีนไม่พอ และมีการศึกษาวิจัยทั้งหมด

ส่วนการจัดหาวัคซีนมีก็มีการพยายามจัดหาให้ได้มากตามเป้าหมาย เช่น โนวาแวกซ์มีการเจรจราแต่เป็นของปีหน้า ขณะที่ไฟเซอร์มีการสั่งซื้อแล้ว 20 ล้านโดส และจะซื้อเพิ่มอีก 10 ล้านโดส เป็นจัดซื้อทั้งหมด 30 ล้านโดสเข้ามาในไตรมาส 4 ของปี 2564 เมื่อบวกกับที่ได้รับบริจาค เท่ากับประเทศไทยจะมีไฟเซอร์ประมาณ 32.5 ล้านโดส

“เดิมไฟเซอร์จัดโควตาให้เรา 20 ล้านโดสในปีนี้ แต่จากการเจรจาเพื่อขอให้จัดส่งประเทศไทยเพิ่มขึ้น ไฟเซอร์ ก็จัดให้ประเทศไทยได้อีก 10 ล้านโดส เมื่อรวมกับที่บริจาค 1.5 ล้านโดส และจะบริจาคเพิ่มอีก 1 ล้านโดส ก็จะรวมเป็น 32.5 ล้านโดส”นายอนุทินกล่าว

‘เอนก’ เผยผู้หายป่วยโควิดกลับบ้าน 3 วันติด รวม 4,153 คน -ฉีดวัคซีนกว่า 22 ล้านโดสทั่วประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594286

'เอนก'เผยผู้หายป่วยโควิดกลับบ้าน 3 วันติด รวม 4,153 คน -ฉีดวัคซีนกว่า 22 ล้านโดสทั่วประเทศ

‘เอนก’เผยผู้หายป่วยโควิดกลับบ้าน 3 วันติด รวม 4,153 คน -ฉีดวัคซีนกว่า 22 ล้านโดสทั่วประเทศ

วันพุธ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 16.19 น.

วันที่ 11 สิงหาคม 2564 ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า วันนี้ (11 ส.ค.) ถือเป็นอีกครั้งที่จำนวนผู้หายป่วยจากโควิด -19 ได้กลับบ้านมากกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ และนับเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 9  – 11 ส.ค.2564 โดยในวันที่ 9 ส.ค.มีผู้หายป่วยกลับบ้านมากกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ 216 ราย วันที่ 10 ส.ค.จำนวน 2,963 ราย และวันที่ 11 ส.ค.จำนวน 974 รายตามลำดับ รวมกัน 3 วัน หายป่วยกลับบ้านถึง 4,153 คน อย่างไรก็ตามแน่นอนว่า จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง คือ ประมาณ 2 หมื่นรายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ผู้หายป่วยกลับบ้านเริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน จะสังเกตได้จากในวันที่ 3 ส.ค.2564 จำนวนผู้หายป่วยกลับบ้านเกือบสูงเท่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ ต่างกันเพียง 311 ราย ต่อมาในวันที่ 6 ส.ค.2564 เป็นครั้งแรกตั้งแต่ประกาศล็อคดาวน์เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2564 ที่จำนวนผู้หายป่วยกลับบ้านมากกว่าผู้ป่วยรายใหม่เกือบ 800 ราย อีกทั้งผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวอยู่นั้นเริ่มค่อยๆ ลดลงจากจำนวนสูงสุดเมื่อวันที่ 8 ส.ค.2564 มีถึง 214,786 ราย แต่ในวันนี้เหลือผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัว 210,042 ราย จะเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่จำนวนผู้หายป่วยจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งย่อมจะทำให้มีเตียงรองรับผู้ป่วยรายใหม่มากขึ้น ในขณะเดียวกันเราก็ต้องพยายามควบคุมจำ นวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ไม่ให้มากกว่านี้ และพยายามรักษาผู้ป่วยหนักให้ดีเพื่อจะส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตลดลงเรื่อย ๆ

รมว.อว. กล่าวต่อว่า ขณะนี้ ทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการล็อคดาวน์ และมีการระดมฉีดวัคซีนอย่างเห็นได้ชัด โดยฉีดวัคซีนไปแล้วเกือบ 22 ล้านโดสทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 10 ส.ค.วันเดียวฉีดทั่วประเทศได้ถึง 491,388 โดส อย่างไรก็ตาม เราต้องไม่ประมาทและควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และพยาบาลอย่างต่อเนื่อง อีกไม่นานสถานการณ์น่าจะเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ
 

‘สมเด็จพระสังฆราช’ มีพระดำรัสถวายพระพร ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594211

'สมเด็จพระสังฆราช'มีพระดำรัสถวายพระพร'สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง'

‘สมเด็จพระสังฆราช’มีพระดำรัสถวายพระพร’สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

วันพุธ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 12.49 น.

“สมเด็จพระสังฆราช”มีพระดำรัสถวายพระพร”สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระดำรัสถวายพระพรแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ ความว่า

อภิลักขิตสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง อาตมภาพในนามคณะสงฆ์ ขอตั้งกัลยาณจิต สำแดงความปีติโสมนัสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษามาโดยสวัสดี นับถึงบัดนี้ได้ ๘๙ พรรษาบริบูรณ์

สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ทรงประกอบพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ เพื่อเกื้อกูลสรรพชีวิตทั้งมนุษย์ สัตว์ตลอดจนพฤกษ์ไพร ให้ดำรงคงความผาสุกร่มเย็น เป็นนิพัทธราชจริยามาเนิ่นนานหลายทศวรรษ พระราชจริยวัตรอันอ่อนโยนละมุนละม่อม น้อมนำดวงจิตของพสกนิกรให้คลายความรุ่มร้อนแห้งแล้งกลับชุ่มเย็น ทรงแผ่พระเมตตาการุณยจิตอย่างอเนกอนันต์ ทรงสร้างสรรค์พลังแห่งความเป็นมารดาผู้รักและปรารถนาดีต่อบุตรอย่างจริงใจ พระเมตตาบารมีประการนี้ ย่อมบังเกิดแต่พระราชธรรมอันเป็นเหตุเชื่อมโยงให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเมตตาธรรม กล่าวคือ “ขันติธรรม” เพราะความอดทนอดกลั้น ย่อมจะทำให้บุคคลผู้ประสบโลกธรรมอันไม่น่าพึงใจ สามารถยับยั้งไม่ปฏิบัติตอบโต้ความรุนแรงที่ได้รับ โดยอาศัยความอดทนอยู่ได้ สงบอยู่ได้  ฉะนั้น ผู้ถึงพร้อมด้วยเมตตาและขันติ ทั้งสองประการ ย่อมเป็นที่รักที่ชอบใจของมหาชนทั่วไป สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “มนาโป โหติ ขนฺติโก.” แปลความว่า “ผู้มีความอดทนย่อมเป็นที่ชอบใจ” ในทุกสถาน

อุดมมงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา จึงขอประชาราษฎร จงสมัครสมานปรองดองกันสนองพระมหากรุณาธิคุณด้วยการประพฤติตนเสมือนลูกที่ดี เป็นผู้คิดดี พูดดี และทำดี มีความอดทนอดกลั้น และมีไมตรีจิตแผ่เผื่อเอื้อเฟื้อต่อกันอย่างไม่เลือกที่รักผลักที่ชัง เพื่อ “แม่แห่งชาติ” จักได้ทรงพระเกษมสำราญเบิกบานด้วยพระกำลังอันเข้มแข็ง และทรงเบาพระราชหฤทัยว่าลูกไทยของพระองค์ ล้วนมีสติสำนึกรู้อยู่ในคุณธรรม พร้อมเป็นกำลังของชาติบ้านเมืองสืบไป

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และพระราชกุศลธรรมจริยา โปรดอภิบาลรักษาสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ให้ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย เสด็จสถิตเป็นกำลังพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นมิ่งขวัญของประเทศชาติ ตราบจิรัฏฐิติกาล เทอญ.