ประโยชน์ 6 ข้อของบัตรเดบิตบัญชีเงินฝากที่ทุกคนต้องรู้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592010

ประโยชน์ 6 ข้อของบัตรเดบิตบัญชีเงินฝากที่ทุกคนต้องรู้

ประโยชน์ 6 ข้อของบัตรเดบิตบัญชีเงินฝากที่ทุกคนต้องรู้

วันจันทร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 11.46 น.

ในสังคมไร้เงินสดในปัจจุบัน หลายคนใช้สมาร์ทโฟนและแอปพลิเคชันในการจ่ายใช้สอยสินค้า จนคิดว่าไม่ต้องมีบัตรเครดิตจากธนาคารก็ได้ แต่หลายคนก็ยังเชียร์ให้มีบัตรเดบิตของบัญชีเงินฝากติดไว้ เพื่อประโยชน์ของตัวเอง ซึ่งจะมีอะไรบ้าง เราลองไปดูกัน 

กดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มได้ทุกที่

 แม้ว่าตอนนี้เราสามารถโอนจ่ายได้ทุกที่ทุกเวลา แต่ในบางที่และบางสถานการณ์การใช้เงินสดก็สะดวกสบายกว่ามาก โดยเฉพาะการจ่ายเงินจำนวนน้อยๆ อย่างค่าข้าวหรือค่าน้ำดื่ม นอกจากนี้ในบางร้านที่แม่ค้าพ่อค้าไม่ได้เตรียม QR Code ในการชำระเงิน อาจจะต้องเสียเวลาในการบอกเลขบัญชี การจ่ายด้วยเงินสดจึงช่วยประหยัดเวลาได้ 

รูดซื้อสินค้าได้เหมือนบัตรเครดิต

สำหรับคนที่ไม่อยากทำบัตรเครดิตเพราะไม่อยากต้องคอยพะวงเรื่องการจ่ายเงินหรือการเป็นหนี้บัตรเครดิต แต่ไม่อยากจะใช้เงินสด หรือคนที่อยากจะควบคุมค่าใช้จ่าย บัตรเดบิตเป็นบัตรที่ช่วยให้เราสามารถรูดซื้อสินค้าได้เหมือนบัตรเครดิต หรือว่าเราจะนำไปซื้อของออนไลน์ก็สามารถทำได้เหมือนบัตรเครดิตเช่นเดียวกัน 

สามารถรูดหรือกดเงินที่ต่างประเทศได้ 

 สำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวหรือเดินทางไปทำธุระที่ต่างประเทศ แล้วไม่อยากจะพกเงินสดไปจำนวนมาก การเลือกใช้บัตรเดบิตของบัญชีเงินฝากก็เป็นทางเลือกหนึ่ง เพราะสามารถรูดบัตรใช้จ่ายได้ และสามารถกดเงินสดมาใช้ได้ในกรณีฉุกเฉินเช่นกัน 

ได้ดอกเบี้ยและได้ Cash Back

 บัตรเดบิตที่ผูกไว้กับบัญชีเงินฝาก เป็นบัตรที่นำข้อดีของการฝากเงินและบัตรเครดิตเข้ามาไว้ด้วยกัน กล่าวคือ การใช้บัตรเดบิตที่ผูกกับบัญชีเงินฝากยังได้ดอกเบี้ยเช่นเดียวกับบัญชีปกติ และบางธนาคารยังมีโปรโมชัน Cash Back ในการใช้บัตรอีกด้วย แม้ว่าโปรโมชันจะไม่มากเท่ากับบัตรเครดิต แต่ก็คุ้มค่าอยู่เช่นเดียวกัน 

ผูกกับ App Store และ Google Play หรืออื่นๆ ได้เหมือนกับบัตรเครดิต

สำหรับคนที่ต้องการซื้อแอปฯ หรือซื้อของผ่านแอปฯ สามารถใช้บัตรเครดิตในการซื้อได้เช่นเดียวกันกับการใช้บัตรเครดิต ทำให้สามารถซื้อของที่เราต้องการหรือโปรแกรมที่เราอยากได้ได้อย่างสะดวกสบาย 

สามารถใช้ในการควบคุมค่าใช้จ่าย

บางคนใช้บัตรเดบิตบัญชีเงินฝากในการควบคุมค่าใช้จ่ายของตนเองในแต่ละเดือน โดยโอนเงินเข้าบัญชี จากนั้นก็ใช้จ่ายเงินเท่าที่มีในบัญชี หมดปัญหาการใช้เงินเกินความจำเป็นหรือฟุ่มเฟือย 

สำหรับคนที่ไม่อยากมีบัตรเครดิต แต่ไม่อยากใช้เงินสด หรืออยากจะซื้อสินค้าออนไลน์ การทำบัตรเดบิตจากบัญชีเงินฝากก็ช่วยให้เราบรรลุวัตถุประสงค์ได้เช่นเดียวกัน

การท่องเที่ยวฮ่องกง เปิด ‘ทัวร์แก้ปีชงออนไลน์’ บริการสักการะทำพิธีบูชา 3 วัดดังฮ่องกงยุคโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591873

การท่องเที่ยวฮ่องกง เปิด‘ทัวร์แก้ปีชงออนไลน์’  บริการสักการะทำพิธีบูชา 3 วัดดังฮ่องกงยุคโควิด-19

การท่องเที่ยวฮ่องกง เปิด‘ทัวร์แก้ปีชงออนไลน์’ บริการสักการะทำพิธีบูชา 3 วัดดังฮ่องกงยุคโควิด-19

วันจันทร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board) และบริษัท มิราม่า เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว “ทัวร์สักการะเทพเจ้าออนไลน์” ในฮ่องกง แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่ต้องการสักการะ ทำบุญเสริมดวง แก้ปีชง หรือแม้กระทั่งแก้บน แต่ไม่สามารถเดินทางไปฮ่องกงได้ด้วยตัวเอง

โอกาสการ #ทำบุญทิพย์ ครั้งนี้ มีจำกัด เพราะทัวร์พร้อมออกเดินทางและเปิดให้จองได้แล้วถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2564 นี้เท่านั้น! โดยผู้สนใจสามารถเลือกเยี่ยมชม 3 วัด ชื่อดังของฮ่องกง อย่าง วัดแชกง พร้อมหมุน “กังหันนำโชค” ขึ้นชื่อ วัดหว่องไทซิน ที่โด่งดังด้านการขอคู่จาก “เทพด้ายแดง”และวัดเจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำ พร้อมทำพิธีเปิดทรัพย์ “ยืมเงินเจ้าแม่กวนอิม” ผ่านทัวร์ทำบุญแบบออนไลน์นี้ได้อย่างง่ายดาย โดยท่านจะได้รับการดูแลและอำนวยความสะดวกตลอดกิจกรรมราวกับได้ไปทำพิธีที่วัดแห่งนั้นด้วยตัวเอง เช่น การจัดเตรียมชุดของไหว้ และการนำการสักการะตามขนบพิธี ผ่านรูปแบบออนไลน์เพื่อให้ทุกท่านเข้าถึงประสบการณ์แบบเสมือนจริงที่สุดในสถานการณ์ที่การเดินทางถูกจำกัดเช่นปัจจุบัน

ทัวร์สักการะเทพเจ้าออนไลน์ทั่วฮ่องกง จัดทัวร์ทุกวันจันทร์ (สามารถเลือกวันทัวร์ได้ถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2564) ราคาเริ่มต้นที่
3,999 บาท ผู้นำทัวร์ในฮ่องกงจะทำการซื้อชุดของไหว้ (กระดาษกงเต๊ก ธูป และเครื่องราง) ในนามของท่าน เพื่อสักการะต่อองค์เทพเจ้า และจะจัดส่งเครื่องรางไปให้แก่ท่านหลังพิธีสักการะเสร็จสิ้น

สามารถจองทัวร์ได้ที่เว็บไซต์ : Wonderfulpackage.com หรือสอบถามเพิ่มเติมข้อมูลได้ที่: Line Official Account : @wonderfulpackage

hibro แพลตฟอร์มให้บริการแพทย์ออนไลน์ เข้าใจทุกปัญหาสุขภาพของคุณผู้ชาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591872

hibro แพลตฟอร์มให้บริการแพทย์ออนไลน์  เข้าใจทุกปัญหาสุขภาพของคุณผู้ชาย

hibro แพลตฟอร์มให้บริการแพทย์ออนไลน์ เข้าใจทุกปัญหาสุขภาพของคุณผู้ชาย

วันจันทร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

hibro เปิดตัว Platform ให้บริการที่ปรึกษาปัญหาสุขภาพเฉพาะทางสำหรับคุณผู้ชายแบบออนไลน์ โดยไม่จำเป็นต้องออกไปพบแพทย์ด้วยตนเอง ทำให้คุณสามารถปรึกษาและเข้ารับการรักษาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้อย่างรวดเร็วเชื่อถือได้ และมีประสิทธิภาพ

hibro ได้ตระหนักถึงปัญหาที่คุณผู้ชายหลายคนต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หลั่งเร็ว หรือปัญหาศีรษะล้าน ผมร่วง ผมบาง และบ่อยครั้งเมื่อต้องจัดการกับปัญหาเหล่านี้ก็มักจะมีความกระอักกระอ่วนใจหรือไม่กล้าพบแพทย์ในการปรึกษา ฉะนั้น Platform ออนไลน์ของ hibro จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยลดความกังวลใจของผู้ใช้บริการลงและช่วยให้คุณผู้ชายมีความมั่นใจในการปรึกษาปัญหาต่างๆ กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงมากขึ้น ทั้งยังสามารถลดความเสี่ยงจากการเดินทางในสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังระบาดอยู่ด้วย

hibro อีกหนึ่งตัวช่วยที่จะเข้ามาลดความกังวลในการปรึกษาแพทย์ในทุกปัญหาของคุณผู้ชาย เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและเข้าสู่กระบวนการการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องยาที่ไม่ได้มาตรฐานและอันตรายต่อร่างกาย hibro จึงเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ทำให้การพบแพทย์ออนไลน์ของคุณง่ายขึ้น

ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องเดินทางไปพบแพทย์ด้วยตนเอง เพียงแค่เข้าเว็บไซต์ก็สามารถใช้งานได้ง่ายๆ ด้วยไม่กี่ขั้นตอน โดยแค่คุณตอบแบบสอบถามสั้นๆ เกี่ยวกับสุขภาพ และประวัติทางการแพทย์ออนไลน์ ระบบจะแนะนำผลิตภัณฑ์ หรือยาที่ใช้ในการรักษาตามข้อมูล จากนั้นก็จะส่งให้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยและตรวจสอบ รวมไปถึงแนะนำวิธีการรักษาอย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคล และสุดท้ายคุณก็สามารถรอรับผลิตภัณฑ์การรักษาหรือยาที่ได้รับการรับรองจาก อย. ที่ hibro จะจัดส่งให้ฟรีภายในสองวัน เมื่อได้รับของแล้ว ทีมเภสัชจะโทร.ไปอธิบายและแนะนำวิธีการใช้งานโดยละเอียด

นอกจากนี้ ยังมีการติดตามการรักษาสำหรับผู้ใช้บริการทุกท่าน หากมีคำถามหรือข้อกังวลเกี่ยวกับรักษาก็ยัง สามารถสอบถามทีมแพทย์ได้เสมอ ผ่านช่องทางติดต่อออนไลน์ที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ใกล้แพทย์ได้ตลอดเวลาบริการที่ปรึกษาปัญหาสุขภาพออนไลน์ hibro ไม่ต้องรอคิวนานสามารถเข้าใช้บริการได้ในทันทีที่ต้องการ ปลอดภัยและสามารถมั่นใจได้ในทุกขั้นตอนด้วยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ อีกทั้งผลิตภัณฑ์การรักษาที่ใช้ยังผ่านการรับรองจากทาง อย. และที่สำคัญค่ารักษาและค่าบริการเป็นราคาที่ทุกท่านสามารถเอื้อมถึง

สามารถใช้บริการได้ที่ https://sayhibro.com/ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ อีเมล : care@sayhibro.com Line Official Account : @hibro อินสตาแกรม : https://www.instagram.com/say.hibro/ เฟซบุ๊คhttps://www.facebook.com/get.hibro

หนังสือ SIRIVANNAVARI 16 YEARS OF GLORY #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591951

หนังสือ SIRIVANNAVARI 16 YEARS OF GLORY

หนังสือ SIRIVANNAVARI 16 YEARS OF GLORY

วันจันทร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

SIRIVANNAVARI BANGKOK จัดทำหนังสือครบรอบ 16 ปี ของแบรนด์ “SIRIVANNAVARI 16 YEARS OF GLORY” โดยได้รวบรวมภาพแห่งความทรงจำสุดเอ็กซ์คลูซีฟตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ในปีพ.ศ.2548 โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา (ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์) ทรงคัดเลือกรูปภาพหลายร้อยภาพอย่างพิถีพิถันด้วยพระองค์เอง เพื่อลงตีพิมพ์ในหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่ภาพสเกตช์ ภาพการฟิตติ้งนางแบบ ภาพเบื้องหลังเวที ภาพถ่ายแคมเปญโฆษณา ภาพรันเวย์ ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่จะนำพาผู้อ่านไปอยู่ในดินแดนของ SIRIVANNAVARI BANGKOK

นอกจากภาพความทรงจำอันสวยงามแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังนำเสนอเรื่องราวและเบื้องหลังต่างๆ ของแบรนด์ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ใดมาก่อน อาทิ บทสัมภาษณ์ขององค์ดีไซเนอร์ และที่มาของสัญลักษณ์นกยูง หนังสือ “SIRIVANNAVARI 16 YEARS OF GLORY” มีความโดดเด่นด้วยปกสีชมพูฟูเชีย อันเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งแสดงถึงวิสัยทัศน์และความสร้างสรรค์อันเหนือระดับขององค์ดีไซเนอร์

หนังสือ SIRIVANNAVARI 16 YEARS OF GLORY มีจัดจำหน่ายในช่องทางออนไลน์ดังนี้ Line Official : @sirivannavari_shop, Instagram : Sirivannavari Bangkok, Facebook : Sirivannavari Bangkok, www.
sirivannavari.com, www.asiabooks.com และ https://thailand.kinokuniya.com

ผลวิจัยชี้ฉีดฟิลเลอร์รักษาริ้วรอยรอบดวงตา เพิ่มความภาคภูมิใจและคุณภาพชีวิตของผู้หญิงได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591885

ผลวิจัยชี้ฉีดฟิลเลอร์รักษาริ้วรอยรอบดวงตา  เพิ่มความภาคภูมิใจและคุณภาพชีวิตของผู้หญิงได

ผลวิจัยชี้ฉีดฟิลเลอร์รักษาริ้วรอยรอบดวงตา เพิ่มความภาคภูมิใจและคุณภาพชีวิตของผู้หญิงได

วันจันทร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เสน่ห์ของใบหน้าและบริเวณรอบตายังมีส่วนเกี่ยวข้องกับอีกประเด็นที่มีการศึกษากันมานานและยิ่งถูกเน้นให้ความสำคัญมากขึ้นอีกในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาคือ “เรื่องของชีวิตและจิตใจ: ความภาคภูมิใจในตนเอง และคุณภาพชีวิต” โดยมีการศึกษามากมายในนานาประเทศ
พบว่า ใบหน้าและดวงตาที่มีเสน่ห์ เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สามารถนำพาให้เจ้าของใบหน้าและดวงตาคู่นั้นประสบพบเจอและได้รับสิ่งดีๆ จากสังคมได้ เช่น มีโอกาสได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่นๆ ง่ายกว่า ได้หน้าที่การงานที่ดีกว่า มีอภิสิทธิ์ทางเศรษฐสังคมที่เหนือกว่า มีโอกาสได้เลือกใช้ชีวิตที่ดีอย่างตรงใจมากกว่า นอกจากนี้ ยังมีโอกาสพบกับคู่ครองที่ดีกว่า และยังสร้างความสุขความพึงพอใจกับคู่ครองได้มากกว่าผู้ที่มีใบหน้าและดวงตาที่มีเสน่ห์น้อยกว่าซึ่งแม้จะน้อยกว่าเพียงเล็กน้อยก็ตาม

ในปัจจุบันแม้ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ทั่วโลกยังมีนโยบายและมาตรการบังคับสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ หลายส่วนของใบหน้าถูกปกคลุมด้วยหน้ากากอนามัย ยกเว้นบริเวณรอบดวงตา ซึ่งก็ยังรับภาระหน้าที่ต่างๆ เหล่านั้นอยู่เสมอมานั่นยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญว่าจากทุกองค์ประกอบของใบหน้าแล้ว บริเวณรอบดวงตาถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ที่มีผลต่ออารมณ์ ความรู้สึก และตัวตนของบุคคล ทั้งยังอาจมีอิทธิพลต่อปัจจัยต่างๆ ทางจิตสังคม รวมถึงความภาคภูมิใจในตนเอง และคุณภาพชีวิตได้โดยไร้ข้อจำกัดทางด้านสังคมและกาลเวลา

อย่างไรก็ตาม บริเวณรอบตาของทุกคนย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกชั่วขณะเวลา อาจเกิดริ้วรอยจากความชรา เกิดรอยหมองคล้ำใต้ตา มีความหย่อนคล้อยของถุงใต้ตา หรือแววตาอาจมีการเปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งในหลายๆ คนก็สามารถเกิดริ้วรอยความหมองคล้ำใต้ตาได้ทั้งที่อายุยังไม่ได้เข้าสู่วัยชรา อาจด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างจนก่อให้เกิดความกังวลจนเกิดอารมณ์เชิงลบ ส่งผลเชิงลบต่อปัจจัยทางจิตสังคมและมีผลกระทบต่อความภาคภูมิใจในตนเองให้เสื่อมถอยลง และมีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี ไม่ถูกใจเจ้าของใบหน้าและดวงตานั้นๆ อย่างแน่นอน

ปัจจุบันเราสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องความชราบริเวณรอบดวงตา โดยหลากหลายวิธีที่เหมาสมและปลอดภัยเช่น การฟื้นฟูปรับสภาพผิวด้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งมีมากมายในท้องตลาด รวมถึงการฉีดสารเติมเต็มผิว (ฟิลเลอร์) ที่ได้มาตรฐาน และนวัตกรรมเทคนิคต่างๆ อีกมากมายด้านการศัลยกรรมตกแต่งที่สามารถช่วยแก้ปัญหาและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน

ล่าสุดได้มีการศึกษาวิจัยเรื่อง “ความสัมพันธ์ระหว่างการฟื้นฟูปรับสภาพผิวบริเวณรอบตาด้วยสารเติมเต็มผิวแบบฉีดชนิดกรดไฮยาลูรอนิก กับความภาคภูมิใจในตนเอง คุณภาพชีวิต และพฤติกรรมสุขภาพ ของผู้หญิง” โดย นายแพทย์พีรพงศ์ เจียมจิรชาติ และผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์มาศ ไม้ประเสริฐ แห่งวิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ แพทย์เวชศาสตร์ป้องกันเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพเวชศาสตร์ความงาม และยังมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับการประเมินคุณภาพชีวิตตามหลักเวชศาสตร์ครอบครัว ทั้งในผู้ป่วยและผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงร่วมกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัชราภาตันติชูเวช แห่งภาควิชาครุศึกษา คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ผู้มีความรู้ความชำนาญและประสบการณ์ในการศึกษาและประเมินเชิงลึกด้านความภาคภูมิใจในตนเองที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ

ทั้ง ٣ ผู้เชี่ยวชาญได้หยิบยกประเด็นการศึกษาที่ “ทุกคนอาจรู้อยู่แล้วว่ามันน่าจะเป็นแบบนี้” แต่ถูกมองข้าม นำมาศึกษาในหลากหลายมุมมองและประเด็น ทำให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยพบว่า ปัญหาสุนทรียศาสตร์บริเวณรอบตามีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้หญิง และการฟื้นฟูปรับสภาพผิวบริเวณรอบดวงตาด้วยสารเติมเต็มผิวแบบฉีดก็สามารถช่วยเพิ่มความภาคภูมิใจในตนเองและคุณภาพชีวิตของผู้หญิงให้ดีขึ้นได้ ในขณะเดียวกันการดูแลสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคตามแนวทางเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ จะส่งผลดีต่อความภาคภูมิใจในตนเอง และคุณภาพชีวิต ก็อาจมีความสัมพันธ์ต่อผลการฟื้นฟูปรับสภาพผิวได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังได้เน้นย้ำถึงการฟื้นฟูปรับสภาพผิวบริเวณรอบตาที่เหมาะสมและปลอดภัย ซึ่งควรประกอบด้วยการประเมินและคัดกรองผู้เข้ารับการรักษาที่เหมาะสม การเลือกผลิตภัณฑ์และเทคนิคให้เหมาะสมกับข้อบ่งชี้และบริเวณที่ต้องการรักษา รวมถึงความรู้ความเข้าใจประสบการณ์ และเทคนิคการรักษาที่ดีของแพทย์ผู้ให้การรักษา ย่อมเป็นสิ่งจำเป็นและควรคำนึงถึงอยู่เสมอเพื่อลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดสารเติมเต็มผิว โดยเฉพาะการอุดตันหรือการตีบตันของหลอดเลือดจากการฉีดสารเติมต็มผิว หรือผลของการศัลยกรรมที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง อีกทั้ง ยังควรมีการติดตามผลการรักษาอย่างสม่ำเสมอร่วมด้วย เพราะ“ดวงตา คือ หน้าต่างของหัวใจ” การดูแลบริเวณรอบตาให้ดีย่อมส่งผลดีต่อชีวิตและจิตใจตามมา

มทร.อีสานเปิดศูนย์ TTM-CI รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ด้วยสมุนไพรไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591882

มทร.อีสานเปิดศูนย์ TTM-CI รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ด้วยสมุนไพรไทย

มทร.อีสานเปิดศูนย์ TTM-CI รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ด้วยสมุนไพรไทย

วันจันทร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร เปิดให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 การนำองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยและการใช้ยาสมุนไพรไทยเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้ชื่อศูนย์ดูแลในชุมชน (แผนไทย) : TTM-CI (TTM-CI : Thai Traditional Medicine – Community Isolation โดยได้รับเกียรติจากนายแพทย์ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 8 เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ฯ ดังกล่าว ณ โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย สกลนคร (หลวงปู่แฟ๊บ สุภัทโท) อ.พังโคน จ.สกลนคร

รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานเปิดเผยว่า มทร.อีสาน ภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายด้าน Food and Health โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภา มทร.อีสาน ได้มอบหมายนโยบายในการให้ความสำคัญในเรื่องการรักษาอาการเจ็บป่วย ด้วยศาสตร์ด้านแพทย์แผนไทยและการใช้พืชสมุนไพรไทยของคนในพื้นที่ภาคอีสาน ผ่านการดำเนินงานของโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยสกลนคร (หลวงปู่แฟ๊บ สุภัทโท) ที่เป็นโรงพยาบาลที่ให้บริการรักษาผู้ป่วยด้วยการแพทย์แผนไทย เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้และวิจัยด้านสุขภาพแบบนวัตวิถี เมื่อประเทศไทยเกิดสภาวการณ์วิกฤติการระบาดของโรคติดต่อไวรัสโคโรนา (COVID-19)

สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดสกลนครมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ติดเชื้อมาจากต่างจังหวัดแต่ขอกลับมารักษาตัวที่ภูมิลำเนา และการติดเชื้อภายในจังหวัดและอำเภอต่างๆ เอง จึงต้องจัดเตรียมพื้นที่รองรับ
ผู้ป่วยให้เพียงพอ ดังนั้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร จึงประสานขอความร่วมมือมทร.อีสาน วิทยาเขตสกลนคร โดยจัดตั้งศูนย์ TTM-CI ที่ โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยสกลนคร (หลวงปู่แฟ๊บ สุภัทโท) เป็นที่รองรับผู้ป่วยโควิดของจังหวัดสกลนคร ที่ตรวจพบติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว แต่ยังไม่แสดงอาการ มีเพียงอาการไม่พึงประสงค์และไม่ใส่อุปกรณ์ช่วยชีวิต หากผู้ป่วยมีอาการหนักขึ้น(เชื้อลงปอด) จะส่งต่อไปที่อยู่ใกล้เคียงได้แก่ โรงพยาบาลพังโคน โรงพยาบาลศูนย์สกลนคร หรือโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดิน

ในส่วนการรักษาอาการจากการติดเชื้อโควิด-19 ของศูนย์ TTM-CI นี้ จะเป็นการรักษาด้วยศาสตร์ด้านแพทย์แผนไทยบูรณาการร่วมกับแพทย์แผนปัจจุบัน ตามแนวทางของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข โดยใช้สมุนไพรไทย อาทิ ฟ้าทะลายโจร แก้ไข้ระงับอาการอักเสบ ยาตรีผลา บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ กระตุ้นภูมิคุ้มกันยาปราบชมพูทวีป บรรเทาอาการไอ คัดจมูก น้ำมูกไหล ปวดศีรษะ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ นอกจากนี้ มีตำรับยาสมุนไพรอื่นๆ ได้แก่ ยาจันทลีลา ยาประสะจันทร์แดง ยาหอม นวโกฐยาห้าราก ยาน้ำสาบานจากวัดคำประมง และตำรับยาจากหมอพื้นบ้าน โดยรักษาควบคู่ไปกับการบริโภคอาหารตามธาตุของผู้ป่วย โดยปรุงอาหารจากเครื่องเทศที่มีสรรพคุณต้านเชื้อโควิดและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค

“ขณะนี้ได้จัดเตรียมสถานที่โดยใช้พื้นที่อาคารผู้ป่วยนอก สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 50 เตียง มีบุคลากรทางการแพทย์จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร และ มทร.อีสาน มีกล้องวงจรปิดเพื่อความปลอดภัย และใช้ Social Media ในการติดต่อประสานงาน หากจำนวนผู้ป่วยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น สามารถขยายไปอาคารผู้ป่วยในสามารถรับได้อีกกว่า 100 เตียง อีกทั้งคณะทรัพยากรธรรมชาติ มทร.อีสาน มีโรงงานแปรรูปอาหาร และโรงงานผลิตยาสมุนไพรที่ได้มาตรฐาน มีการสอนนักศึกษาระดับปริญญาตรีและระดับปริญญาโท ในสาขาแพทย์แผนไทย และสาขาเกษตร จึงมีความพร้อมและศักยภาพการผลิตอาหารสุขภาพและยาสมุนไพรสำหรับผู้ป่วยโควิดได้ดี ทั้งยังมีนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ภายใต้มูลนิธิ BCL จำนวนกว่า 70 คน ที่สามารถผลิตวัตถุดิบอาหารและยาสมุนไพรได้อย่างต่อเนื่อง สร้างทักษะการเรียนรู้และใช้ประโยชน์ได้ทันสถานการณ์ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเป็นโมเดลต้นแบบของการพัฒนาระบบสุขภาพไทยอย่างครบวงจรและยั่งยืน” รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต กล่าวในที่สุด

TPIPP บริจาค 20 ล้านบาทให้ศิริราชมูลนิธิ จัดซื้อ ‘เครื่องไฮโฟลว์’ ในโครงการต่อลมหายใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591950

TPIPP บริจาค 20 ล้านบาทให้ศิริราชมูลนิธิ  จัดซื้อ‘เครื่องไฮโฟลว์’ในโครงการต่อลมหายใจ

TPIPP บริจาค 20 ล้านบาทให้ศิริราชมูลนิธิ จัดซื้อ‘เครื่องไฮโฟลว์’ในโครงการต่อลมหายใจ

วันจันทร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานกรรมการ บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP และนางอรพิน เลี่ยวไพรัตน์ รองประธานกรรมการฯ ได้ร่วมบริจาคเงินจำนวน 20 ล้านบาท ให้กับศิริราชมูลนิธิในโครงการต่อลมหายใจ สำหรับจัดซื้อเครื่อง “ไฮโฟลว์” เครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ป่วยปอดอักเสบรุนแรง ลดการใส่เครื่องช่วยหายใจและลดอัตราการเสียชีวิต สำหรับใช้ภายในโรงพยาบาลศิริราชและสนับสนุนโรงพยาบาลเครือข่ายโดยมี ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ และรองศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขา โรคระบบการหายใจและวัณโรคภาควิชาอายุรศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ร่วมรับมอบนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานกรรมการ บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP กล่าวว่า โรงพยาบาลศิริราชมีคนไข้มาใช้บริการและรักษามากมาย ซึ่งสวนทางกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีใช้อย่างจำกัด ดังนั้น เราเลยตั้งใจบริจาคเงินจำนวน 20 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อ “ไฮโฟลว์” เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยปอดอักเสบรุนแรง ลดการใส่เครื่องช่วยหายใจและลดการเสียชีวิต พร้อมทั้งสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของบริษัท เพื่อปกป้องบุคลากรทางการแพทย์จากไวรัสโควิด-19 อาทิ ไบโอน็อค ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคลเซียมและวิตามินซี ฆ่าเชื้อ CORONA VIRUS ภายในครึ่งชั่วโมง จำนวน 200 กระปุก, ผลิตภัณฑ์ยับยั้งเชื้อโรค Micromeknox Solution จำนวน 100 แกลลอน, น้ำยาบ้วนปากใช้ฆ่าเชื้อ CORONA VIRUS ภายในครึ่งชั่วโมง จำนวน 200 ขวด, แอลกอฮอล์ชนิดเจล จำนวน 100 แกลลอน และชุดป้องกันฝุ่นและเชื้อโรค จำนวน 650 ชุด เป็นต้น โดยบริษัทขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อการรักษาดูแลผู้ป่วยให้หายกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติต่อไป

ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน ส่งผลให้มียอดผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น ทำให้ “เครื่องไฮโฟลว์” ที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการรักษาจึงเป็นที่ต้องการสูง ทำให้บางครั้งเมื่อศิริราชได้รับบริจาคแต่เรามีเพียงพอ ก็จะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลต่างจังหวัดที่ขาดแคลน ซึ่งที่ผ่านมา ได้ส่งไปยังโรงพยาบาลแถบชายแดนภาคใต้พร้อมให้คำแนะนำ รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาในกรณีที่มีปัญหาอีกด้วย

อยู่ให้เป็นกับโรค ‘เกล็ดเลือดต่ำ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591884

อยู่ให้เป็นกับโรค ‘เกล็ดเลือดต่ำ’

อยู่ให้เป็นกับโรค ‘เกล็ดเลือดต่ำ’

วันจันทร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ลองจินตนาการดูว่า หากลูกของคุณไม่สามารถเล่นในสนามเด็กเล่นกับเพื่อนได้เหมือนปกติ ไม่ว่าจะเป็นการขี่จักรยาน เล่นกีฬา หรือแม้กระทั่งการทำกิจกรรมทั่วไปของเด็กๆ ที่มีความเสี่ยงต่อการกระทบกระแทก แม้เพียงเล็กน้อย อาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกมากจนกังวลว่าอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้คุณจะรู้สึกอย่างไร? หรือบางครั้งเมื่อคนอื่นเห็นรอยจ้ำเลือดและรอยฟกช้ำบนตัวของลูกคุณ คุณอาจถูกเข้าใจผิดว่ารอยช้ำเกิดจากกระทำการรุนแรงกับเด็ก

โรคเกล็ดเลือดต่ำจากภูมิคุ้มกันทำลายเกล็ดเลือด หรือ Immune thrombocytopenia (ITP) คือภาวะที่คนไข้มีเกล็ดเลือดลดลง เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันทำลายเกล็ดเลือด ส่งผลทำให้เลือดไม่สามารถแข็งตัวได้ จึงเกิดอาการเลือดออก มักมีเลือดออกตามผิวหนังหรือ ตามเยื่อบุต่างๆ เช่น เลือดกำเดา หรือเลือดออกตามทางเดินอาหาร บางรายอาจจะพบอาการ วิตกกังวล ซึมเศร้า และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตถ้าเกล็ดเลือดต่ำเป็นระยะยาวนาน

ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงนงนุช สิระชัยนันท์ สาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โรค ITP ปัจจุบันเชื่อว่าเกิดจากการที่ร่างกายติดเชื้อไวรัส จึงสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อทำลายเชื้อ แต่ส่งผลในการทำลายเกล็ดเลือดของตนเองด้วย สาเหตุอื่นที่พบได้โดยเฉพาะในคนที่เป็นเกล็ดเลือดต่ำแบบเรื้อรัง ได้แก่ โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) การติดเชื้อไวรัสเอดส์ หรือไวรัสตับอักเสบ เป็นต้น โรคนี้พบได้ทุกช่วงอายุ โดยมีอุบัติการณ์ราว 2-6 คนต่อประชากร 100,000 คนต่อปี ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีเกล็ดเลือดต่ำกว่า 50,000 ต่อไมโครลิตร อาการเลือดออกมักสัมพันธ์กับปริมาณเกล็ดเลือดโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกล็ดเลือดต่ำกว่า 10,000 ต่อไมโครลิตร จะมีโอกาสเลือดออกรุนแรงได้

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยหลายคนเข้าใจว่าโรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มากกว่าร้อยละ 80 ของผู้ป่วยโรคภาวะเกล็ดเลือดต่ำชนิด ITP ในเด็ก และร้อยละ 60-70 ในผู้ใหญ่ สามารถรักษาให้หายขาดได้ อันเป็นผลมาจากการรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ
ในกรณีที่เกล็ดเลือดต่ำ และมีอาการเลือดออก นอกจากนี้ การดูแลตัวเอง การบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย พักผ่อนให้เพียงพอ การออกกำลังกายอย่างพอดี พบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพดีขึ้น

การปฏิบัติตัวในช่วงที่มีเกล็ดเลือดต่ำ มีดังนี้ 1.การออกกำลังกายอย่างพอดี : ผู้ป่วยที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำควรเลี่ยงการออกกำลังกายที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายอย่างหักโหม และมีความเสี่ยงต่อการกระทบกระเทือนร่างกาย จึงแนะนำให้ออกกำลังกายด้วยการเดิน วิ่งเหยาะๆ หรือว่ายน้ำ เป็นต้น 2.เลือกรับประทานที่มีประโยชน์และปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย : อาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ ที่มีเกลือแร่และวิตามิน และโปรตีนจากเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่ ไข่ไก่ เป็นต้น 3.พักผ่อนให้เพียงพอ : วันละประมาณ 8 ชั่วโมง 4.สังเกตความเปลี่ยนแปลง : ได้แก่ อาการเลือดออกที่ผิดปกติ หรืออาการอ่อนเพลียซึ่งอาจเกิดจากการสูญเสียเลือด 5.แจ้งให้แพทย์ทราบ : หากผู้ป่วยจำเป็นต้องเข้าพบทันตแพทย์หรือพบแพทย์ท่านอื่นๆ เพื่อความปลอดภัยควรแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้าว่าตนมีโรคประจำตัวทุกครั้ง

อย่างไรก็ตาม กำลังใจจากครอบครัวและการมีส่วนร่วมของคนในครอบครัวในการดูแลผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ป่วยไม่ควรท้อแท้หรือหมดกำลังใจ แต่ควรที่จะเรียนรู้ ด้วยการหมั่นศึกษาและดำเนินชีวิตในแนวทางที่เหมาะสม เช่นนี้ผู้ป่วยภาวะเกล็ดเลือดต่ำก็จะสามารถใช้ชีวิตให้มีความสุขและมีคุณภาพได้โดยไม่ยาก

Nespresso x Chiara Ferragni ลิมิเต็ด อิดิชั่น แรงบันดาลใจแห่งความสดชื่นจากซัมเมอร์คอลเลคชั่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591874

Nespresso x Chiara Ferragni ลิมิเต็ด อิดิชั่น  แรงบันดาลใจแห่งความสดชื่นจากซัมเมอร์คอลเลคชั่น

Nespresso x Chiara Ferragni ลิมิเต็ด อิดิชั่น แรงบันดาลใจแห่งความสดชื่นจากซัมเมอร์คอลเลคชั่น

วันจันทร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เนสเพรสโซ (Nespresso) เปิดตัวคอลเลคชั่น “Nespresso x Chiara Ferragni” ลิมิเต็ด อิดิชั่น ผลงานคอลแลบล่าสุดที่เนสเพรสโซร่วมมือกับ เคียร่า เฟอร์รังงี (Chiara Ferragni) แฟชั่นไอคอนชาวอิตาเลียนของวงการแฟชั่นโลกที่มีผู้ติดตามทางออนไลน์กว่า 24 ล้านคน มาร่วมรังสรรค์คอลเลคชั่นพิเศษซึ่งประกอบไปด้วย เครื่องชงกาแฟและแอคเซสซอรี่เข้าชุด ให้แฟนๆสายแฟของเนสเพรสโซและเคียร่าได้เก็บสะสมกัน นอกจากนี้ เนสเพรสโซยังได้ขนทัพเหล่าเซเลบริตี้คอฟฟี่ เลิฟเวอร์ชื่อดัง มาเซอร์ไพรส์ให้ทุกคนได้ร่วมสนุกบนช่องทางโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

คอลเลคชั่น Nespresso x Chiara Ferragni สุดพิเศษนี้ได้ผสานการออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจมาจากซัมเมอร์คอลเลคชั่น เต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนานและสะท้อนผ่านตัวตนที่โดดเด่นของเคียร่า ผ่านการนำเอาไอคอนรูปดวงตาลายเซ็นที่เป็นเอกลักษณ์ของเคียร่าและการเลือกใช้โทนสีสันสดใสรับซัมเมอร์มาดีไซน์ให้คอลเลคชั่นลิมิเต็ดอิดิชั่นนี้ให้ความรู้สึกทันสมัยและโดดเด่นสะดุดตาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่

ความพิเศษของลิมิเต็ด คอลเลคชั่นนี้ เคียร่า ได้คัดสรรไอเท็มชิ้นโปรดนำมาดีไซน์เพื่อนำเสนอความเอ็กซ์คลูซีฟให้แฟนๆ ทั่วโลกของทั้งเนสเพรสโซและเคียร่าได้ตามสะสมโดยเฉพาะ ประกอบไปด้วย เครื่องชงกาแฟรุ่นคลาสสิกอย่าง Essenza Mini ดีไซน์ล้ำ น้ำหนักเบา และมีขนาดกะทัดรัดที่สามารถรังสรรค์กาแฟรสชาติเยี่ยมได้อย่างง่ายดาย โดยเคียร่าเลือกใช้สีชมพูสดใสและลวดลายแพทเทิร์นไอคอนรูปดวงตาสลับโลโก้เนสเพรสโซมาสร้างความว้าวให้กับเครื่องชงกาแฟ

นอกจากนี้ ยังมอบประสบการณ์อันสมบูรณ์แบบสำหรับคอกาแฟตัวจริงด้วยเครื่องทำฟองนมรุ่น Aeroccino 3 ที่มีลวดลายและสีสันเข้าชุดกัน ไม่เพียงเท่านั้นแฟนๆ ยังสามารถเลือกดื่มด่ำกับกาแฟแก้วโปรดได้กับแก้วมัคใส Coffee Mug ลายโมโนแกรม และแก้วมัคแบบพกพาได้ Nomad Travel Mug สีชมพูหวานกับไอคอนดวงตา
ซิกเนเจอร์สุดเก๋ สำหรับกาแฟในคอลเลคชั่นนี้ มีทั้งหมด 3 รสชาติ ได้แก่ Roma, Freddo Intenso และ Scuro ซึ่งเป็นกาแฟรสโปรดของเคียร่าอีกด้วย

เพื่อปลุกกระแสความหลงใหลในกาแฟของคนรุ่นใหม่เนสเพรสโซ ประเทศไทย มอบประสบการณ์การดื่มกาแฟที่สนุกกว่าครั้งไหนกับกิจกรรมไลฟ์สตรีมมิ่งและกิจกรรมร่วมสนุกต่างๆ ที่ทำได้จากที่บ้าน อาทิ สร้างความเซอร์ไพรส์ผ่านโซเชียลมีเดียที่ได้เหล่าคอฟฟี่เลิฟเว่อร์ชื่อดัง 6 คน อาทิ คริส หอวัง, แพทริเซีย กู๊ด, เต้ย-จรินทร์พร, เจมส์-ธีรดนย์, ใบเตย-สุวพิชญ์, เจนิส-เจณิสตา ที่มาร่วมนำเสนอประสบการณ์การดื่มกาแฟสุดพิเศษยิ่งขึ้นสำหรับคอลเลคชั่นนี้ สามารถติดตามได้ในอินสตาแกรมของเหล่าคนดัง รวมทั้งสตรีมมิ่งโปรลับ! จากบิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดัง ICEPADIE ที่จะมาชวนคุย พร้อมของรางวัล และโปรโมชั่นสุดพิเศษเฉพาะในไลฟ์ ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ค https://www.facebook.com/icepadie วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม 2564 เวลา 13.00-14.00 น.

คอลเลคชั่น Nespresso x Chiara Ferragni วางจำหน่ายให้แฟนๆ ในประเทศไทย ได้ตามสะสมพร้อมกันทางเว็บไซต์เนสเพรสโซ https://www.nespresso.com/th/หรือเนสเพรสโซ แอปพลิเคชั่นสำหรับ iPhone, iPad และ Android TM จำกัดจำนวนสั่งซื้อ 2 ชิ้น/รายการ/บัญชี ตลอดระยะเวลาการวางจำหน่าย หากลูกค้ามีการสั่งซื้อสินค้ามากกว่า 2 ชิ้น ระบบจะทำการยกเลิกออเดอร์โดยอัตโนมัติ ทางบริษัทจะทำการคืนเงินไปยังบัตรเครดิตของท่านภายในเวลา 7-14 วันทำการ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกเงื่อนไขได้ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

แฟนๆ ของเนสเพรสโซและเคียร่า เฟอร์รังงี สามารถติดตามรายละเอียดของกิจกรรมต่างๆ รวมถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ของคอลเลคชั่น นี้ได้ที่เฟซบุ๊ค : Facebook.com/Nespresso.thailand, อินสตาแกรม : @Nespresso.th #NespressoTH, และไลน์ ออฟฟิเชียล แอคเคานท์ : @NespressoTH

ภูมิคุ้มกันดีต้องมีสารอาหารครบพร้อมสู้ไวรัส ด้วยเบต้ากลูแคนและเห็ดหลากหลายชนิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591883

ภูมิคุ้มกันดีต้องมีสารอาหารครบพร้อมสู้ไวรัส  ด้วยเบต้ากลูแคนและเห็ดหลากหลายชนิด

ภูมิคุ้มกันดีต้องมีสารอาหารครบพร้อมสู้ไวรัส ด้วยเบต้ากลูแคนและเห็ดหลากหลายชนิด

วันจันทร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทยยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การดูแลระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนปอดอักเสบ และเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้กับไวรัส ซึ่งสารอาหารจำเป็น 8 ชนิดที่มีงานวิจัยรองรับว่าจะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย ได้แก่ เบต้ากลูแคนจากยีสต์เห็ดหลินจือ เห็ดยามาบูชิทาเกะ เห็ดไมทาเกะแอล-อาร์จินีน ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ อะเซโรลาเชอร์รี่สกัด และ ซิงค์

เบต้ากลูแคนจากยีสต์ (Yeast Beta-glucan) พบได้ในผนังเซลล์ของยีสต์ เห็ดรา ข้าวบาร์เลย์ และข้าวโอ๊ตมีคุณสมบัติในการปรับสมดุลการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ต้านการติดเชื้อจึงมีส่วนสำคัญที่จะช่วยลดการเกิดโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน

เห็ดหลินจือ (Reishi Mushroom) เห็ดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะของชาวจีน และถูกนำมาใช้ในแพทย์แผนจีนยาวนานกว่า 2,000 ปี เพราะมีคุณสมบัติช่วยป้องกันและยับยั้งเซลล์มะเร็ง, ช่วยบรรเทาอาการหอบหืด, ภูมิแพ้ และปอดอักเสบ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวในการจำกัดเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย

เห็ดยามาบูชิทาเกะ (Yamabushitake Mushroom) ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ทั้งในจีน ญี่ปุ่นและเกาหลี เพราะมีสรรพคุณในการต้านความชรา, ต้านมะเร็ง, โรคระบบ
ทางเดินอาหาร, เบาหวาน, ไขมัน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

เห็ดไมทาเกะ (Maitake Mushroom) ถูกนำมาใช้ยับยั้งเซลล์มะเร็งและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเม็ดเลือดขาวในการยับยั้งและต่อสู้กับเชื้อโรคในร่างกาย

แอล-อาร์จินีน (L-Arginine) ช่วยควบคุมการสร้างไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ในร่างกายที่ก่อให้เกิดการอักเสบ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ จึงช่วยต้านเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ปรสิต และมะเร็งได้เป็นอย่างดี

ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ (Citrus Bioflavonoids) พบมากในผลไม้รสเปรี้ยวตระกูลซิตรัส อุดมไปด้วยวิตามินซีที่มีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบและยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ลดการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด

อะเซโรลาเชอร์รี่สกัด (Acerola Cherry Extract) มีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 65 เท่า ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน เสริมประสิทธิภาพการทำงานของไตและการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ป้องกันโรคหวัด การติดเชื้อต่างๆ รวมทั้งต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย ช่วยดูแลสุขภาพเส้นผม ผิวพรรณและช่องปาก โดยอะเซโรลาเชอร์รี่หนึ่งผลให้วิตามินซีเท่ากับความต้องการของร่างกายในหนึ่งวัน

ซิงค์ (Zinc) หรือสังกะสี มีส่วนช่วยในการปรับสมดุลการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาวในการต่อสู้กับเชื้อโรคหรือเชื้อไวรัสที่เข้าสู่ร่างกาย

กิฟฟารีนช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นด้วย “กิฟฟารีน ฟลาโว กลูแคน” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อัดแน่นไปด้วยสารอาหารจำเป็นและมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้ง 8 ชนิด คือ เบต้ากลูแคนจากยีสต์ สารสกัดจากเห็ดหลินจือ เห็ดไมทาเกะ เห็ดยามาบูชิทาเกะซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ ซิงค์ อะเซโรลาเชอร์รี่สกัด (แหล่งของวิตามินซี) และแอล-อาร์จินีนที่มาในรูปแบบของแคปซูลช่วยให้รับประทานง่าย เพียงวันละ 1 แคปซูล ก่อนอาหารครึ่งชั่วโมงเป็นประจำ เท่านี้ก็สามารถช่วยให้คุณดูแลตัวเองได้ง่ายๆ ทุกวัน