อาสายุวกาชาดหนุนทัพช่วยเหลือ ผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591863

อาสายุวกาชาดหนุนทัพช่วยเหลือ  ผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19

อาสายุวกาชาดหนุนทัพช่วยเหลือ ผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19

วันจันทร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทยมีภารกิจในการปลูกฝังอบรมและเผยแพร่ให้เยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจหลักการและอุดมการณ์ของสภากาชาดไทยในด้านมนุษยธรรมและเข้าร่วมกิจกรรมกับสภากาชาดไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ในปัจจุบัน

สุนันทา ศรอนุสิน ผู้อำนวยการสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า “ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สภากาชาดไทยได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศในหลากหลายรูปแบบ สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย ได้นำอาสายุวกาชาด เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งการในบรรจุชุดธารน้ำใจฯ เพื่อส่งมอบให้กับผู้สูงอายุและผู้ยากไร้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 โดยมีสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย เป็นหน่วยงานหลักที่ดำเนินภารกิจดังกล่าว นอกจากนี้ยังได้รวบรวมอาสายุวกาชาดเป็นจิตอาสาช่วยประสานงานในภารกิจสภากาชาดไทยเปิดรับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไป สนับสนุนการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาค และอีกหนึ่งภารกิจที่สำคัญ คือการระดมอาสายุวกาชาดทั่วประเทศบริจาคโลหิตฝ่าวิกฤติโลหิตขาดแคลนหนัก ซึ่งกิจกรรมนี้ได้เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคม 2564 โดยมีอาสายุวกาชาดร่วมใจบริจาคโลหิตไปแล้ว จำนวน 571 คน (ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2564)”

ธัชกร หงษ์วิลัย อาสายุวกาชาด เปิดเผย ว่า “ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งกับสภากาชาดไทยในการได้มีส่วนช่วยเหลือสังคม ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการร่วมบรรจุสิ่งของในชุดธารน้ำใจฯ เพื่อนำไปช่วยเหลือ ผู้ที่เดือดร้อนต่อไป”

สิรภัทร กาญจนสินิทธ์ อาสายุวกาชาด เปิดเผยว่า “รู้สึกดีใจที่ได้ทำความดีร่วมกับผู้อื่นและได้ร่วมแสดงพลังจิตอาสาในการช่วยเหลือสังคมเราให้ดีขึ้น”

ชูเกียรติ จรัสรุ่งโรจน์ อาสายุวกาชาด เปิดเผยว่า “รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นด้านบรรเทาทุกข์ การบริจาคโลหิต หรือการบรรจุสิ่งของ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่ขาดแคลนในภาวะวิกฤติเช่นนี้”

สำหรับผู้ที่มีอายุระหว่าง 15-30 ปี มีความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมหรือร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย สามารถติดตามกิจกรรม ข่าวสาร และสมัคร ได้ที่เฟซบุ๊คเพจ : อาสายุวกาชาด สภากาชาดไทย หรือสอบถามข้อมูลอื่นๆ โทร.1664ผู้ยากไร้ที่ได้รับชุดธารน้ำใจฯผู้ยากไร้ที่ได้รับชุดธารน้ำใจฯ

อาสายุวกาชาดช่วยกันบรรจุชุดธารน้ำใจฯ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19อาสายุวกาชาดช่วยกันบรรจุชุดธารน้ำใจฯ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19อาสายุวกาชาดช่วยกันบรรจุชุดธารน้ำใจฯ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19อาสายุวกาชาดช่วยกันบรรจุชุดธารน้ำใจฯ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

น้ำพระราชหฤทัย ‘ในหลวง’ นำพาปวงประชาอุ่นใจสู้พ้นภัยโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591864

น้ำพระราชหฤทัย ‘ในหลวง’ นำพาปวงประชาอุ่นใจสู้พ้นภัยโควิด-19

น้ำพระราชหฤทัย ‘ในหลวง’ นำพาปวงประชาอุ่นใจสู้พ้นภัยโควิด-19

วันจันทร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

แม้สถานการณ์ภาวะวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะยังหาจุดสิ้นสุดไม่ได้ หากแต่ด้วยพระราชวิสัยทัศน์อันกว้างไกล แห่งองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงให้ความสำคัญต่อการวิเคราะห์ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ที่จำเป็นต้องดำเนินการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้ทราบผลและจำนวนผู้ติดเชื้อ เพื่อสามารถออกมาตรการหรือควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที จึงพระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยแก่กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 36 คัน รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ จำนวน 5 คัน รถต่อพ่วงชีวนิรภัย จำนวน 6 คัน รวมถึงรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัล จำนวน 2 คัน เพื่อปฏิบัติงานเชิงรุกภาคสนามในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่เป้าหมายอย่างต่อเนื่อง

ช่วงเช้าของวันพุธที่ 21 กรกฎาคม 2564 สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กระทรวงสาธารณสุข ได้ขับเคลื่อนนำน้ำพระราชหฤทัยอันทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ไปยังพสกนิกรในพระองค์ที่กำลังเดือดร้อนทุกข์แสนสาหัสจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ด้วยการนำรถพระราชทาน ประกอบด้วย รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย รถต่อพ่วงชีวนิรภัย และรถวิเคราะห์ผลด่วน ออกตรวจคัดกรองโควิด-19 ค้นหาเชิงรุกแก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง จำนวน 2 จุด คือ สนามกีฬากองทัพอากาศ(ธูปะเตมีย์) อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และ ราชมังคลากีฬาสถานหัวหมาก กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 7-30 กรกฎาคม เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป เว้นวันหยุดราชการ สำหรับสนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) เป็นจุดตรวจคัดกรองโควิด-19 ค้นหาเชิงรุก แก่ชาว จ.ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร ด้านทิศเหนือ ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่มีประชาชนที่ลงทะเบียนจองคิวตรวจคัดกรองผ่านแอปพลิเคชั่น Queq (คิวคิว) ต่างทยอยเดินทางมารับบริการตรวจคัดกรอง ตามมาตราการเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังช่วยลดความแออัดของประชาชนที่มารอรับการตรวจ

โดยวันนี้สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กระทรวงสาธารณสุข ได้นำรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย จำนวน 2 คัน รถต่อพ่วงชีวนิรภัย 2 คัน และ รถวิเคราะห์ผลด่วน 1 คัน มาตรวจคัดกรองโควิด-19 ค้นหาเชิงรุกแก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงวันละ 1,500-2,000 คน โดยเจ้าหน้าที่จะแจกบัตรคิวให้ประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น แล้วให้กรอกคัดกรองผ่านแอปพลิเคชั่น เพื่อกรอกข้อมูลยินยอมการตรวจ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจค้นหาโควิด-19 ด้วยวิธี Swab หรือ PCR และนำผลมาตรวจด้วยตรวจแอนติเจน เทสต์ คิท เมื่อผลออกมาเป็นลบก็จะให้ผู้เข้ารับการตรวจกลับบ้านในทันที แต่หากผลการตรวจผ่านแอนติเจน เทสต์ คิท เป็นบวก ทางเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบผลให้มีความแม่นยำอีกครั้งด้วยการให้ Swab ผ่านรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยอีกครั้ง แต่จะใช้น้ำยาตรวจอีกชนิดที่ได้ผลแม่นยำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติการตรวจคัดกรองเชิงรุกในวันนี้ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 7 เป็นต้นมา จนถึงวันนี้มีผู้มาเข้ารับการตรวจเชิงรุกเฉลี่ยวันละประมาณ 1,500 คน และตรวจพบผู้ติดเชื้อเฉลี่ยวันละ 10-15% เป็นการแสดงให้เห็นว่าในแต่ละวันพบผู้ติดเชื้อพอสมควร และทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนเตียง ดังนั้น ผู้ที่มีการยืนยันผลจากการตรวจชัดเจนแล้วว่ามีผลเป็นบวก ทางเจ้าหน้าที่จะส่งผลให้คลินิกบ้านอบอุ่นเข้าไปดูแลติดตามผู้ป่วยที่กลับไปรักษาตามบ้าน แต่ถ้าผู้ป่วยอาการหนักทางคลินิกบ้านอบอุ่น จะทำการหาเตียงเพื่อส่งตัวให้เข้ารับการรักษาในทันที ซึ่งในแต่ละวันไม่ได้มีเพียงประชาชนในเขตพื้นที่ จ.ปทุมธานีเท่านั้นที่มาเข้ารับการตรวจหาเชื้อแบบเชิงรุก หากแต่มีประชาชนในละแวกพื้นที่ใกล้เคียงต่างเดินทางมาเข้ารับการตรวจหาเชื้ออย่างต่อเนื่อง เพื่อความสบายใจของตนเองและครอบครัวรวมไปถึงผู้ใกล้ชิด

ตั้งแต่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด พระราชทานพระบรมราโชบายในการดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยในการนี้ พระราชทานเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานการณ์นี้คลี่คลายโดยเร็ว ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติสุขอีกครั้ง

นับเป็นความโชคดีของพสกนิกรชาวไทยอย่างแท้จริงที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์คอยประทับเคียงข้างพสกนิกรในยามที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ ให้ผ่านพ้นไปด้วยดีด้วยน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นที่ทรงต้องการให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าอยู่อย่างร่มเย็นภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารพระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยแก่กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 36 คัน รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ จำนวน 5 คัน รถต่อพ่วงชีวนิรภัย จำนวน 6 คัน รวมถึงรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัล จำนวน 2 คันพระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยแก่กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 36 คัน รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ จำนวน 5 คัน รถต่อพ่วงชีวนิรภัย จำนวน 6 คัน รวมถึงรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัล จำนวน 2 คันพระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยแก่กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 36 คัน รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ จำนวน 5 คัน รถต่อพ่วงชีวนิรภัย จำนวน 6 คัน รวมถึงรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัล จำนวน 2 คันพระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยแก่กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 36 คัน รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ จำนวน 5 คัน รถต่อพ่วงชีวนิรภัย จำนวน 6 คัน รวมถึงรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัล จำนวน 2 คันพระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยแก่กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 36 คัน รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ จำนวน 5 คัน รถต่อพ่วงชีวนิรภัย จำนวน 6 คัน รวมถึงรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัล จำนวน 2 คันพระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยแก่กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 36 คัน รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ จำนวน 5 คัน รถต่อพ่วงชีวนิรภัย จำนวน 6 คัน รวมถึงรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัล จำนวน 2 คันประชาชนเข้ารับการตรวจเชิงรุกเฉลี่ยวันละประมาณ 1,500 คนประชาชนเข้ารับการตรวจเชิงรุกเฉลี่ยวันละประมาณ 1,500 คนประชาชนเข้ารับการตรวจเชิงรุกเฉลี่ยวันละประมาณ 1,500 คนประชาชนเข้ารับการตรวจเชิงรุกเฉลี่ยวันละประมาณ 1,500 คนเจ้าหน้าที่ช่วยกันตรวจค้นหาโควิด-19 ด้วยวิธี Swab หรือ PCR ให้ประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น Queqเจ้าหน้าที่ช่วยกันตรวจค้นหาโควิด-19 ด้วยวิธี Swab หรือ PCR ให้ประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น Queqเจ้าหน้าที่ช่วยกันตรวจค้นหาโควิด-19 ด้วยวิธี Swab หรือ PCR ให้ประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น Queqเจ้าหน้าที่ช่วยกันตรวจค้นหาโควิด-19 ด้วยวิธี Swab หรือ PCR ให้ประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น Queqเจ้าหน้าที่ช่วยกันตรวจค้นหาโควิด-19 ด้วยวิธี Swab หรือ PCR ให้ประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น Queqเจ้าหน้าที่ช่วยกันตรวจค้นหาโควิด-19 ด้วยวิธี Swab หรือ PCR ให้ประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น Queqเจ้าหน้าที่ช่วยกันตรวจค้นหาโควิด-19 ด้วยวิธี Swab หรือ PCR ให้ประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น Queqเจ้าหน้าที่ช่วยกันตรวจค้นหาโควิด-19 ด้วยวิธี Swab หรือ PCR ให้ประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น Queq

Google มอบเงินผ่านองค์การยูนิเซฟ ช่วยบรรเทาวิกฤติโควิด-19 ในไทยกว่า 10 ล้านบาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591878

Google มอบเงินผ่านองค์การยูนิเซฟ  ช่วยบรรเทาวิกฤติโควิด-19 ในไทยกว่า 10 ล้านบาท

Google มอบเงินผ่านองค์การยูนิเซฟ ช่วยบรรเทาวิกฤติโควิด-19 ในไทยกว่า 10 ล้านบาท

วันจันทร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เนื่องด้วยประเทศไทยและประเทศใกล้เคียงกำลังเผชิญวิกฤติโควิด-19 ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง Google จึงได้ประกาศมอบเงินสนับสนุนจำนวน 7.5 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมด้วยการสนับสนุนอื่นๆ เพื่อช่วยบรรเทาวิกฤติการแพร่ระบาดในปัจจุบัน

Google.org ซึ่งเป็นหน่วยงานเพื่อการกุศลของ Google จะมอบเงินสนับสนุนจำนวน 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับองค์การยูนิเซฟเพื่อสนับสนุนความต้องการเร่งด่วนในการตอบสนองต่อสถานการณ์โควิด-19 ใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และปากีสถาน ภายใต้เงินสนับสนุนจำนวนนี้ จะมีการจัดสรรสำหรับการให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศไทยเป็นจำนวน 300,000 เหรียญสหรัฐ โดยองค์การยูนิเซฟจะนำเงินสนับสนุนส่วนนี้ไปใช้ในการจัดหาอุปกรณ์สุขอนามัย เช่น สบู่ เจลล้างมือ สเปรย์แอลกอฮอล์ หน้ากากผ้า และยาฆ่าเชื้อ ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรองค์กรพัฒนาเอกชน อุปกรณ์เหล่านี้จะถูกส่งไปยังจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงและได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกล่าสุดนี้ ไม่เพียงเท่านี้ องค์การยูนิเซฟจะยังคงเดินหน้าให้การสนับสนุนภาครัฐและภาคประชาสังคมในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และลดอัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิต รวมถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 

แจ็คกี้ หวาง Country Director, Google ประเทศไทย กล่าวถึงการสนับสนุนในครั้งนี้ว่า “จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบันทำให้แรงกดดันมหาศาลตกอยู่ที่ระบบสาธารณสุข และเงินสนับสนุนที่ Google.org มอบให้แก่องค์การยูนิเซฟในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับการสนับสนุนของเราสำหรับประเทศไทยในช่วงเวลาวิกฤติเช่นนี้ นอกจากนี้ เรายังคงมุ่งมั่นช่วยให้คนไทยเข้าถึงข้อมูลและเครื่องมือต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที เพื่อทำให้ทุกคนได้รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ ไม่พลาดการติดต่อสื่อสาร และปลอดภัยในสถานการณ์ปัจจุบัน”

ด้าน คาริน ฮัลชอฟ ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวว่า “ขอขอบคุณGoogle.org ที่ให้การสนับสนุนองค์การยูนิเซฟ เรายังคงเดินหน้ารับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยให้การเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 และบริการต่างๆอย่างเป็นธรรมแก่กลุ่มประชากรที่เปราะบางที่สุด การตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ในระดับสากลเท่านั้นที่จะสามารถปกป้องอนาคตของเด็กทุกคนและชุมชนที่พวกเขาอาศัยอยู่ และเราจะยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับพันธมิตรของเราต่อไป โดยจะอาศัยความเชี่ยวชาญ โซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรม และการระดมทุนที่มีความยืดหยุ่นของเหล่าพันธมิตร เพื่อช่วยลดผลกระทบจากโควิด-19 ในภูมิภาคนี้และทั่วโลก” 

นอกเหนือจากเงินสนับสนุนที่มอบให้กับองค์การยูนิเซฟแล้ว Google.org ยังจะมอบเงินสนับสนุนอีก 1 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (International Federation of Red Cross and Red Crescent Societies – IFRC) เพื่อตอบสนองความต้องการเร่งด่วนด้านการจัดหาออกซิเจนและอุปกรณ์ทางการแพทย์ในอินโดนีเซีย นอกจากนี้ Google.org จะมอบทุนสนับสนุนจากโครงการ Ad Grants จำนวน 5 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้กับหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นและองค์กรต่างๆ ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย เพื่อนำไปใช้ในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลด้านสาธารณสุขผ่านแคมเปญโฆษณา Google Ads ได้ฟรี ตั้งแต่ปีที่แล้ว Google ได้มอบทุนสนับสนุนจากโครงการ Ad Grants จำนวนกว่า 27 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อสนับสนุนรัฐบาลท้องถิ่น รวมถึงองค์การอนามัยโลก (World Health Organization – WHO) ที่ได้ทำการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลสาธารณะ (Public Service Announcement – PSA) ไปแล้วกว่า 343 ล้านครั้ง เพื่อช่วยให้ผู้คนได้ทราบถึงวิธีดูแลตนเองให้ปลอดภัยและข้อเท็จจริงต่างๆ เกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 

ไม่เพียงเท่านั้น นับตั้งแต่ที่เกิดการระบาดใหญ่ Google.org ยังได้มอบทุนสนับสนุนสำหรับการแจกจ่ายวัคซีนในเอเชียและทั่วโลกผ่านองค์กรพันธมิตรเพื่อวัคซีน หรือ GAVI (Global Alliance for Vaccines and Immunization) นอกจากนี้Google ยังมุ่งมั่นที่จะทำให้ทุกคนในประเทศไทยค้นพบข้อมูลที่เป็นประโยชน์และทันท่วงทีผ่านเครื่องมือและผลิตภัณฑ์ต่างๆเช่น การให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับโควิด-19 จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้บน Google Search และ YouTube นอกจากนี้ Google ยังได้ทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ระดับประเทศเพื่อให้แน่ใจว่าการศึกษาในประเทศไทยยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และพันธมิตรภาคเอกชนในการพัฒนาโครงการ “Saphan Digital” เพื่อให้การฝึกอบรมที่ครอบคลุมสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศไทยเกี่ยวกับทักษะที่จำเป็นในการทำธุรกิจออนไลน์

ฟู้ดเดลิเวอรี่ บาย สินธร เคมปินสกี้ ส่งตรงความอร่อยจากเชฟถึงบ้านคุณ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591868

ฟู้ดเดลิเวอรี่ บาย สินธร เคมปินสกี้  ส่งตรงความอร่อยจากเชฟถึงบ้านคุณ

ฟู้ดเดลิเวอรี่ บาย สินธร เคมปินสกี้ ส่งตรงความอร่อยจากเชฟถึงบ้านคุณ

วันจันทร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยส่งตรงให้คุณ ทุกที่ ทุกวัน กับโปรโมชั่น “ฟู้ดเดลิเวอรี่ บาย สินธร เคมปินสกี้” (Food Delivery by Sindhorn Kempinski)

เต็มอิ่มกับหลากหลายเมนูพิเศษที่ทีมเชฟคัดสรรวัตถุดิบชั้นดี มาปรุงอย่างพิถีพิถันเป็นเมนูความอร่อยสดใหม่ส่งตรงให้คุณได้
ลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็น เมนูอาหารไทยจากลูกจันทน์บาย เสน่ห์จันทน์ อาทิ ข้าวคลุกกะปิทรงเครื่องปลาช่อนผัดซอสกะปิ ยำส้มโอกุ้งเสียบ เส้นจันท์ผัดไทกุ้ง ดอกขจรผัดวุ้นเส้นกุ้งและแหนม แกงมอญคอหมูย่าง แกงรัญจวน หรือจะเลือกอิ่มอร่อยเมนูนานาชาติ อาทิ พิซซ่า
สปาเกตตี สลัด เมนูอาหารอาราบิกเมนูอาหารเมดิเตอร์เรเนียน รวมถึงครัวซองต์อบร้อน และอีกมากมายที่เตรียมไว้ให้คุณได้เลือกกว่า 40 รายการ

นอกจากนี้ ยังเพิ่มช่องทางบริการจัดส่งความอร่อยมากขึ้นเป็น 3 ช่องทาง ให้คุณได้สะดวกในการสั่งยิ่งขึ้น ตั้งแต่เวลา 06.30-20.30 น. พร้อมรับส่วนลดทันที 15% สำหรับเมนูที่ร่วมรายการ LINEMAN : https://bit.ly/SindhornKempinskiLineMan, Robinhood :
https://bit.ly/SindhornKempinskiX Robinhood, Grab: http://bit.ly/SindhornKempinskiGrabFood สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.02-0959999 หรือ email : fb.sindhorn@kempinski.com

คุณแหน : 2 สิงหาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591949

คุณแหน : 2 สิงหาคม 2564

วันจันทร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll ขอแสดงความยินดีกับ ดร.วีระชัย เตชะวิจิตร์ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารโรงเรียนและวิทยาลัยนานาชาติรีเจ้นท์ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ด้วย มีประสบการณ์สอนระดับมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริการวม 6 ปี อดีตมีตำแหน่งทางวิชาการเป็นรองศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเนวาดาลาสเวกัส และตำแหน่งล่าสุดก่อนกลับประเทศไทยได้รับการแต่งตั้งเป็นอาจารย์บรรยายประจำคณะ MBA ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย-ลอสแองเจลิส (UCLA)…

ll ครบรอบ 1 ปี ที่ ดร.สุโรจน์ ศุภสวัสดิกุลจากไป ครอบครัวไปทำบุญที่สถานปฏิบัติธรรมที่ได้สร้างไว้ที่ทองผาภูมิโดยมีหลานชาย ไปป์ บวชอุทิศให้คุณตาเป็นเวลา 1 เดือน…

ll ปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล ปธ.มูลนิธิ ส่งเสริมดนตรีสากลเยาวชน พร้อมคณะกก.อาทิ สาโรจน์ เล้าเจริญสมบัติจุมพจน์
เชื้อสาย
ปิ่นทิพย์ บูรณสถิตย์พร ร่วมยินดีกับ ภูกร ศรีณรงค์ ที่ได้เป็น ศิษย์เก่าเกียรติยศ ประจำปี 2564 ของคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ…

ll ยามนี้ นภสร ประนิช สุดปลื้มที่นักศึกษาแพทย์จุฬาฯที่ให้ทุนเรียนมาตลอด 6 ปี จบการศึกษาเป็นแพทย์เรียบร้อยแล้ว…

ll วันเกิดปีนี้ พิสิฐ ทางธนกุล ทำงาน WFH ทั้งวันแต่ได้ทำบุญออนไลน์สั่งปล่อยปลาที่วัดเทวราชกุญชร บริจาคให้ รพ.รามาฯ และช่วยคนพิการ แล้วอ่านไลน์เพื่อนๆ ส่งมาอวยพรทั้งวัน…

ll ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว รศ.พญ.คุณอร่าม สุคันธนาคอายุ 94 ปี สวดพระอภิธรรมถึง 2 ส.ค.18.00 น. วัดธาตุทอง ศาลา 4 สิทธิสยามการแล้วบรรจุ…

ll เพื่อนๆ BCC รุ่น 129 ระดมไลน์ยินดีกับ เพชร มาร์ ที่ลูกชายคนเก่ง ตาธาร มาร์ จบ ป.ตรีสาขาการแสดงและกำกับการแสดงภาพยนตร์ เกียรตินิยมอันดับสอง จากวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มศว เกรดขาดแค่ 0.03 ก็จะได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง…

ll ธ.กรุงศรีอยุธยา เชิญชวนร่วมสมทบค่าใช้จ่ายคนละ 99 บาท ผ่านสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)
ในการปฏิบัติภารกิจนำส่งผู้ป่วยโควิด-19 เดินทางกลับไปรับการรักษายัง รพ.ตามภูมิลำเนาของตนได้อย่างปลอดภัย เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาผู้ป่วยล้นเตียง รพ.ในกทม. ผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยา ชื่อบัญชี สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติเลขที่บัญชี 057-1-41391-7 ลดหย่อนภาษีได้1 เท่า สอบถาม โทร.081-9601669,085-2601669…

ll ขอแสดงความเสียใจกับ อุไร คุณานันทกุล ที่สูญเสียพี่สาววิไล จิตตั้งสกุล ด้วยโรคไตวายที่รพ.วิชัยยุทธด้วย อายุ 85 ..ลูกๆ อมรวุฒิพงศ์จิตตั้งสกุล และพรทิพา พิสุทธิศรัณย์ จัดงานสวดพระอภิธรรมคุณแม่ 31 ก.ค.-4 ส.ค. 18.00 น. วัดถาวรวราราม (ศาลาใหญ่)อ.เมือง กาญจนบุรี แล้วบรรจุ ณ สุสานวัดถาวรวราราม 5 ส.ค. 12.30 น. …ll

คุณแหน

ชีวิตยิ่งกว่าละคร ‘ขวัญ อุษามณี’ กับ 30 ปีในวงการบันเทิง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/593371

ชีวิตยิ่งกว่าละคร ‘ขวัญ อุษามณี’  กับ 30 ปีในวงการบันเทิง

ชีวิตยิ่งกว่าละคร ‘ขวัญ อุษามณี’ กับ 30 ปีในวงการบันเทิง

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 08.30 น.

คร่ำหวอดในวงการบันเทิงมานานถึงเกือบ 30 ปี ตั้งแต่ยังเด็ก แถมยังผ่านบทบาทการแสดงมาแล้วเกือบทุกรูปแบบ สำหรับนางเอกมากความสามารถ ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์ ที่ผ่านมาเธอฝากผลงานละครไว้มากมายหลายเรื่องจนทำให้เธอประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งยังขึ้นแท่นเป็นนางเอกอันดับต้นๆ ของเมืองไทย โดยหลังจากหมดสัญญากับทางต้นสังกัดใหญ่ เธอก็ขอผันตัวเองเป็นนักแสดงอิสระ เพราะต้องการหาประสบการณ์ใหม่ๆ และริเริ่มธุรกิจส่วนตัว ล่าสุดหลังห่างหายจากหน้าจอและบทบาทการแสดงไปถึง 2 ปี เธอกลับมารับงานแสดงอีกครั้ง ดังนั้นทีมข่าวบันเทิง “แนวหน้า”จึงไม่พลาดพูดคุยกับ “สาวขวัญ” ในฐานะนักแสดงอิสระเต็มตัวในวัย 33 ปี และเรื่องราวชีวิตของเธอมาฝากกัน

ตอนนี้รับงานในฐานะนักแสดงอิสระ

“ใช่ค่ะ อิสระเต็มตัว สามารถทำงานได้กับทุกที่ ก่อนหน้านี้หายไปประมาณ 2 ปี ก็ด้วยหลายๆ อย่าง โควิดด้วย แต่ขวัญก็โอเคนะคะทุกวิกฤติก็คือโอกาสให้เราได้เรียนรู้หายไปนานกลัวคนลืมไหม ก็ไม่น่าจะลืมเพราะขวัญทำงานมาตั้งแต่เด็ก วงการบันเทิงมันคือตัวตนของขวัญ ตอนนี้กลับมาแล้ว เล่นละครให้แฟนๆ ได้ชมกัน มีซีรี่ส์แม่นากพระโขนง เล่นคู่กับ นิว-ชัยพล ออกอากาศทางช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30”

ซีรี่ส์แม่นากพระโขนง อ่านบทแล้วทำไมถึงรับเล่น

“ขวัญว่ามันเป็นโอกาสของขวัญด้วยที่ได้มาสวมบทบาทเป็นบุคคลสำคัญและมีตัวตนจริงๆ ก็น่าแปลกที่ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัยที่เปลี่ยนไป แต่ทุกคนก็ยังมีความทรงจำเกี่ยวกับแม่นากกับพ่อมากตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น จริงๆ แม่นากเขาไม่ได้ร้ายนะไม่ได้ทำร้ายทุกคน แต่ทุกคนไปทำร้ายเขาก่อน เขาโดนแกล้งสารพัด จะมีไดอะล็อกหนึ่งซึ่งขวัญว่าเป็นการถ่ายทอดแม่นากออกมาได้กินใจมากๆเวลาขวัญเล่น ก็คือตอนที่พูดว่า “ตอนที่กูอยู่ไม่ให้กูมีความสุข แต่ตอนที่กูตายจะให้กูไปสู่สุคติ”ขวัญว่าคนที่พูดคำนี้ได้ก็ค่อนข้างที่จะสะเทือนใจมากเหมือนกันนะ”

เล่นซีรี่ส์พีเรียดคืองานหิน

“พีเรียดมันหนัก แล้วขวัญเป็นคนน้ำเหลืองไม่ดี ผิวแพ้ง่าย โดนแดดคือดำง่ายสำหรับเรื่องนี้มั่นใจทีมเขาดูแลดี อุ่นใจเพราะทีมงานเป็นที่ไว้ใจของแม่ รู้จักกันมานาน ทั้งพี่อ๊อดผู้กำกับหรือ กองนี้น่ารัก ทั้ง 2 ผู้จัด อย่าง พี่เอ็มมี่กับพี่เดย์รวมถึงพี่ชายแฮ็คส์ โปรดิวเซอร์ น่ารักกับทุกคน ไม่ใช่แค่ดารานักแสดงแต่พนักงานทุกคนเขาเอาใจใส่หมด อาหารการกินพร้อม มาที่ลำบากก็มีรถห้องน้ำให้ ไม่ใช่ให้ไปเข้าป่า ถ้าอยู่กับกองที่ดีก็พร้อมที่จะร่วมงาน ขวัญว่าเรื่องนี้มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือต้องการถ่ายทอดความเป็นแม่นากออกมาในแบบของเราให้ดีที่สุด”

ทำงานกับพระเอกรุ่นน้อง นิว-ชัยพล เป็นครั้งแรกเป็นไงบ้าง

“เจอกันเรื่องแรก น้องนิวน่ารัก ตั้งใจทำงานเป็นผู้ชายที่สุภาพ ถึงจะมีฉากที่พ่อมากกับแม่นากบ่งบอกถึงความรักกันแต่เขาก็เป็นผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษ ให้เกียรติผู้หญิง และตั้งใจทำงานเพราะ ขวัญต้องเล่นซีนอารมณ์เยอะมาก ก็ไม่สามารถเล่นได้หรอกถ้าขาดผู้ร่วมงานที่ดี”

เรื่องนี้กลับมาเล่นก็มีดราม่าหนักที่สุด

“เรียกได้ว่าดราม่าหนักที่สุดเลยถ้าเป็นซีนอารมณ์ของแม่นากนะ ร้องไห้เยอะสุดด้วยความที่เนื้อเรื่องเล่ากระชับ น้อยซีนด้วย แต่ละซีนก็พีคสุดหมดก็ต่างจากเรื่องอื่นๆ ที่ซีนเยอะๆ ก็จะมีเรื่องราวให้คิดเยอะ การร้องไห้ก็ไม่ได้ถี่ แต่อันนี้แทบจะทุกซีนก็ไม่ได้เรียกน้ำตาได้ปั๊ปแต่ขวัญได้คนเขียนบทที่ดี ทีมงานที่ดี เวลาทำงานทุกคนก็ให้ได้มีสมาธิ สิ่งที่ช่วยขวัญได้มากเลยคือผู้กำกับ นักแสดงร่วม และบทประพันธ์ ก็ไม่ใช่คนที่อยู่ดีๆ มานั่งร้องไห้ได้ถูกไหมองค์ประกอบหลายๆ อย่างมันช่วยทุกอย่าง”

เป็นคนกลัวผีมากแต่รับเล่นแม่นาก

“กลัวผีมาก แต่อยากถ่ายทอดในอีกแง่มุมของแม่นากที่คนอื่นไม่รู้ แต่ไม่รู้ว่าแม่นากโดนอะไรมาขนาดนี้ เด็กคนหนึ่งโดนบังคับแต่งงานรังแกสารพัด เป็นลูกเศรษฐีมีคนดูแลประคบประหงมแต่ยอมมาระหกระเหินเร่ร่อนกับผู้ชายคนนึงหอบผ้ามานอนในป่าอย่างนี้ ลำบากนะ เพราะความรักเขาถึงยอมมาลำบาก“

นอกจากงานในวงการก็หันไปทำธุรกิจ

“หลักๆ คือเราต้องดูบริษัทเราที่ทำอยู่ ทั้งบริษัททำความสะอาดครบวงจรที่ทำมาเกือบ 4 ปี อย่าง Security & Cleaning Service Thailand บริการแม่บ้าน มีพ่นฆ่าเชื้อ หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อ ฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวี มาก่อนโควิดด้วย พนักงานก็มีร้อยกว่าคนก็ค่อนข้างยากในการดูแล อีกอย่างคือเครื่องสำอางออแกนิก UZI Cosmetics สำหรับผิวแพ้ง่าย ที่ทำมาเกือบ 5 ปีเลือกสิ่งที่ดีที่สุดที่มันต้องผ่านตัวเอง ผลิตเองค่ะ การทำธุรกิจมันดี คือรายได้หลักเราคือมาจากงานแสดง แต่พอโควิดมันมา ถ้าเราทำหลายอย่างมันก็เหมือนมีไข่หลายตะกร้า ขวัญเลยอยู่ได้ ไม่อย่างนั้นขวัญก็แย่นะ”

สนใจทำงานเบื้องหลัง

“งานเบื้องหลังหรือผู้จัดละครก็มีคนติดต่อเข้ามา แต่ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือพาร์ทเนอร์ เพราะถ้าขวัญเป็นผู้จัดเอง ก็ต้องเอางานอื่นไปให้คนอื่นทำแล้ว ขวัญไม่สามารถเช็คดูกองทุกวันกับจัดสรรงบวางแผนอะไรได้ ซึ่งถ้าขวัญมีคนที่อยู่ข้างๆ ตรงนี้แล้วไว้ใจได้ก็น่าจะพบขวัญในพาร์ทการทำงานอื่นๆ ค่ะ”

หัวใจตอนนี้เป็นสีชมพู

“เรื่องความรักขวัญว่ามันเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมีเพียงแต่จะดูแลมันยังไง เหมือนดูแลต้นไม้ ไหนจะแสงแดด น้ำ การพรวนดิน การให้ปุ๋ย แต่จากประสบการณ์มาแล้วก็ต้องรู้จักหลบหลีก ตอนนี้ที่ขวัญเลือกทำก็คือตัดตัวแปลให้มันน้อยลง ชีวิตจะได้รู้ว่าผลกระทบที่มันสำเร็จหรือไม่สำเร็จมันเกิดจากอะไร ส่วนหนึ่งที่เราไม่ค่อยเปิดเผยครั้งนี้ ก็มีคนคุยค่ะ แต่ขวัญไม่เห็นประโยชน์อะไรจากการที่มาพูดเรื่องนี้

นอกจากมีพรีเซ็นเตอร์ร่วมกัน ทำงานด้วยกันเป็นกระแส แต่ขวัญว่าอยู่ได้ เพราะก็ทำงานมาตั้งแต่เด็ก ฉะนั้นเรื่องตรงนี้มันไม่จำเป็นนอกจากว่าวันหนึ่งขวัญมีคู่ครองก็ต้องบอกอยู่แล้วเพราะก็อยู่ตรงนี้มาตั้งแต่เด็ก ทุกคนที่มาทำข่าวก็พี่น้องขวัญทั้งนั้นมาแสดงความยินดีมาปาร์ตี้กัน และขวัญก็ต้องให้เกียรติสามีขวัญด้วย เขาก็ไม่ได้เกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่ถูกไหม ก็ต้องบอก ให้สถานะเขาเพียงแต่มันถึงเวลาหรือยัง ถ้าถึงเวลาแล้วขวัญพร้อมเดี๋ยวขวัญบอกเอง”

ยุทธนา นารี

‘บาส-สุรเดช’ พร้อม ‘แมะๆ’ ทำโครงการ ‘บาสเด็กอ้วนชวนอิ่มท้อง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/593347

‘บาส-สุรเดช’พร้อม‘แมะๆ’ทำโครงการ‘บาสเด็กอ้วนชวนอิ่มท้อง’

‘บาส-สุรเดช’พร้อม‘แมะๆ’ทำโครงการ‘บาสเด็กอ้วนชวนอิ่มท้อง’

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“เราไม่ทิ้งกันครับ และ เราจะสู้ไปด้วยกันครับ” กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 “บาส-สุรเดช พินิวัตร์” นักร้องนักแสดง สังกัด บริษัท สตาร์ ฮันเตอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์จำกัด ได้รวมกลุ่ม “แมะๆ” ที่เป็นแฟนคลับ และ Gameroomaddict จัดทำ โครงการ “บาสเด็กอ้วนชวนอิ่มท้อง” พร้อมมอบอาหารกล่อง 500 กล่อง แก่เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์เพื่อแทนคำขอบคุณ ณ มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์ฯ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มูลนิธิบ้านพระพร พร้อมลงพื้นที่แจกอาหารกล่องให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและ วัดหัวลำโพง พร้อมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ไปด้วยกัน “บาส-สุรเดช” ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @bbasjtr…

“เมื่อก่อนตอนที่ผมลำบาก แค่ได้รับการหยิบยื่นเพียงเล็กน้อยก็สุขใจแล้ว มันทำให้ผมรู้คุณค่าบางอย่างที่บางคนไม่เคยได้สัมผัส บางคนอาจจะมองว่าสิ่งนี้มันก็แค่ข้าวกล่องหนึ่ง แต่มันเป็นอะไรที่มันพิเศษสุดๆ สำหรับผู้ที่ได้รับในวันนี้ และสถานการณ์นี้ทำให้เกิดการสูญเสียมากมาย บาสขอเป็นแรงใจเล็กๆ ให้กับทุกคน สู้ๆ นะครับ ขอให้ผ่านวิกฤติช่วงเวลาแบบนี้ไปเร็วๆ ขอบคุณ แมะๆที่ทำให้เกิด #บาสเด็กอ้วนชวนอิ่มท้อง วันนี้ลงสนามเองก็ได้เห็น ได้รับรู้ถึงสิ่งที่ทุกคนเผชิญอยู่ในตอนนี้ ถึงใครไม่ช่วยประชาชนอย่างเรา เราก็จะช่วยเหลือกันต่อสู้และผ่านพ้นกันไปให้ได้ครับ!!”

Celebrity Gossip : 8 สิงหาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/593381

Celebrity Gossip : 8 สิงหาคม 2564

Celebrity Gossip : 8 สิงหาคม 2564

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

O ทันทีที่ คริส อู๋ นักร้องนักแสดงซุป’ตาร์จีน ถูกตำรวจปักกิ่งควบคุมตัวหลังถูกกล่าวหาว่าขืนใจสาว บัญชีของเขาในสื่อโซเชียลแดนมังกรก็หายเกลี้ยง ทั้งบัญชีในเว่ยป๋อ ที่เคยมีผู้ติดตามมากกว่า 50 ล้านบัญชีก็ปลิว รวมถึงบัญชีสตูดิโอของเขาก็ไม่เหลือ แถมสื่อออนไลน์ของจีนยังพากันลบเพลงของ คริส ออกเกือบหมด เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะที่ผ่านมา ต่อให้ดาราจะมีข่าวฉาวแค่ไหนก็ยังไม่ถึงขั้นถูกลบในเว่ยป๋อ ก่อนหน้านี้ คริส อู๋ ก็เพิ่งถูกแบรนด์สินค้าพาเหรดกันถอยห่าง กับกรณีที่ผู้หญิงนับสิบออกมากล่าวหาว่าถูกเขาใช้อิทธิพลในวงการบันเทิงล่วงละเมิดทางเพศ ล่าสุดมีสาวชาวอเมริกัน อ้างว่าเธอเคยไปปาร์ตี้ของเจ้าตัวครั้งหนึ่งในลอสแองเจลิส ซึ่งมีการยึดมือถือไปด้วย แล้วก็มีการส่งยาเม็ดเล็กๆ ให้กัน จากนั้นเธอไม่ได้สติ ก่อนจะรู้ตัวว่าถูกขืนใจซะแล้ว สาวนิรนามอ้างว่า เหตุผลที่ไม่คิดจะเอาเรื่องตอนนั้น เพราะอับอาย อีกทั้งยังไม่มีหลักฐานหนักแน่นพอ จนเกรงว่าจะถูกตราหน้าว่าข่มขู่หวังเงินจากไอดอลคนดัง แต่พอเห็น คริส อู๋ ตกเป็นประเด็นข่าวใหญ่ในจีน ทั้งยังถูกตำรวจปักกิ่งควบคุมตัว เธอจึงอยากบอกให้สังคมรับรู้ว่า เธอก็เป็นเหยื่อทางเพศของเขาเช่นกัน

O ดูเหมือนว่า จอห์นนี่ เด็ปป์ จะเริ่มกลับมามีแต้มต่อในคดีฟ้องร้องกับ แอมเบอร์ เฮิร์ด อดีตภรรยา หลังศาลนิวยอร์กสั่งให้องค์กรการกุศล เผยข้อมูลเรื่องเงินบริจาค 7 ล้านดอลลาร์ ที่แอมเบอร์ได้จากการคดีหย่า และอ้างว่าจะนำไปบริจาคเข้าการกุศลทั้งหมด แน่นอนว่า เด็ปป์ ยิ้มรับกับคำสั่งศาลครั้งนี้ เพราะข้องใจมาตลอดว่าแอมเบอร์ ไม่ได้นำเงินไปบริจาคตามที่ตัวเองกล่าวอ้าง เนื่องจากได้รับข้อมูลจากโรงพยาบาลเด็กลอสแองเจลิสว่าไม่มีเงินบริจาคของแอมเบอร์เข้ามาแม้แต่เซนต์เดียว ย้อนไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2020 เด็ปป์ แพ้คดีให้กับสื่อ The Sunที่เล่นข่าวว่า เขาเป็นพวกลงไม้ลงมือกับอดีตภรรยาจนชีวิตคู่ต้องพัง ซึ่งศาลเมืองผู้ดีเห็นว่ามีข่าวนี้ไม่ใช่แค่ข่าวโคมลอย ทั้งยังปัดตกการยื่นอุทธรณ์เพื่อสู้คดีรอบใหม่ของ เด็ปป์ อีกด้วย

O แอชลีย์ จัดด์ วัย 53 ปี กลับมาเดินได้อีกครั้งหลังประสบอุบัติเหตุในป่าดิบชื้นที่คองโกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยตอนนั้นขาซ้ายบาดเจ็บหนัก ทั้งยังใช้เวลานานถึง 55 ชั่วโมง กว่าจะพาตัวเธอมาถึงโรงพยาบาลจนหวั่นว่าอาจต้องตัดขาทิ้ง ล่าสุด จัดด์ อัพเดตอาการว่าเธอเดินได้แล้ว แม้จะไม่เหมือนเดิม ทั้งยังต้องมีอุปกรณ์เพิ่มเติมมา จนต้องทำความคุ้นเคยกับขาข้างซ้ายของตัวเอง แต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกดีที่ได้กลับมาสัมผัสธรรมชาติอีกครั้ง เพราะเธอได้เดินเล่นบนเขาที่สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเธอมารักษาตัวนั่นเอง จัดด์ยังไม่ลืมขอบคุณทุกคนที่ช่วยให้การรักษาผ่านพ้นไปด้วยดี หลังจากใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายอยู่นานถึง 5 เดือนเลยทีเดียว

O รีฮันนา ยังไม่รู้จะหวนกลับมาจับไมค์อีกครั้ง หลังเจ้าตัวประสบความสำเร็จกับการทำธุรกิจ จนตอนนี้นิตยสารฟอร์บส์ถึงขั้นยกให้เป็นนักดนตรีสาวที่รวยที่สุดในโลกด้วยทรัพย์สินที่เธอมีรวมกันกว่า 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 56,550 ล้านบาท ในจำนวนนี้ กว่า 1,400 ล้านดอลลาร์มาจากการถือหุ้น 50% ของเครื่องสำอาง Fenty Beauty ที่เธอเป็นผู้ก่อตั้ง ส่วนรายได้อย่างอื่นมาจากหุ้นของเธอในธุรกิจชุดชั้นใน Savage x Fenty และนอกนั้นเป็นรายได้กรุบกริบจากการเป็นนักร้อง – นักแสดง โดยบริษัทเกี่ยวกับความงามของ รีฮันนา ที่มีบริษัท LVMH ที่ผลิตแบรนด์หรูระดับโลกเข้าครองในอีก 50% ที่เหลือ เป็นที่เลื่องลือเรื่องการตอบโจทย์สาวๆ เกี่ยวกับความหลากหลายเพราะมีรองพื้นให้เลือกกว่า 50 เฉดสี รองรับทุกสีผิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสาวๆ ผิวสี ที่หาสีรองพื้นเหมาะกับตนเองยาก ส่งให้กลายเป็นแบรนด์ผู้นำในวงการเครื่องสำอางที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่เปิดตัวปี 2017เพราะตอบโจทย์ปัญหาของสาวๆ และราคาเข้าถึงง่าย

O เคลลี คลาร์กสัน กับ แบรนดอน แบล็คสต็อกลูกชายของผู้จัดการส่วนตัวของเธอเอง แต่งงานกันตั้งแต่ปี 2013แต่สุดท้ายได้ตัดสินใจแยกทางกันเมื่อปีก่อน แน่นอนว่าฝ่ายหญิงที่ประสบความสำเร็จในฐานะนักร้อง และมีฐานะการเงินดีกว่าฝ่ายชาย ทำให้เธอต้องเป็นฝ่ายจ่ายค่าเลี้ยงดูอดีตสามี ล่าสุดในการฟ้องหย่าศาลได้มีคำตัดสินให้ เคลลี ผู้เป็นภรรยาจ่ายค่าเลี้ยงดูอดีตสามี 195,601 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 6.4 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นค่าเลี้ยงดูอดีตสามี150,000 ดอลลาร์ และเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับตัวเองในการเลี้ยงลูกๆของทั้งคู่อีก 45,601 ดอลลาร์ต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายหญิงยังคงใจชื้นได้บ้าง เพราะศาลได้มีคำสั่งให้เธอเป็นฝ่ายดูแลลูกของทั้งคู่เป็นหลักตัวเลข 195,601 ดอลลาร์ต่อเดือน ก็ยังถือว่าน้อยกว่าที่ แบรนดอน แบล็คสต็อก เรียกไปมาก เพราะในตอนแรกเขาได้ขอค่าเลี้ยงดูต่อเดือนสูงถึง 436,000 ดอลลาร์ หรือกว่า 14 ล้านบาทต่อเดือนเลยทีเดียว

‘นาตาลี’ แทบหยุดหายใจ! ลุยเดี่ยวแอดเวนเจอร์ระทึก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/593345

‘นาตาลี’ แทบหยุดหายใจ! ลุยเดี่ยวแอดเวนเจอร์ระทึก

‘นาตาลี’ แทบหยุดหายใจ! ลุยเดี่ยวแอดเวนเจอร์ระทึก

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

แทบหยุดหายใจเลยทีเดียว “หนีเที่ยวกัน” พาหนีเที่ยวทิพย์ South Africa พิธีกร ลี-นาตาลี ลุยเดี่ยวแอดเวนเจอร์กลางป่า งานนี้ใจเต้นระทึกทุกวินาที เจอ ช้างแอฟริกา ทั้งโขลงขวางหน้ารถ! และ ฝูงสิงโต บุกมาประชิดตัว! ห้ามพลาด “หนีเที่ยวกัน” ทาง Workpoint ช่อง 23 ดูย้อนหลังได้ทาง YouTube Flukelee และไปหนีเที่ยวกันจุใจไร้ขีดจำกัด ที่เฟซบุ๊ค https://www.facebook.com/nheetiew/ และอินสตาแกรม @nheetiewgun.th

‘คุณน้ำผึ้ง’ ถาม…?? ลูกหาบหรือจะสู้ลูกหอบ…!! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/593343

‘คุณน้ำผึ้ง’ถาม...?? ลูกหาบหรือจะสู้ลูกหอบ...!!

‘คุณน้ำผึ้ง’ถาม…?? ลูกหาบหรือจะสู้ลูกหอบ…!!

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เที่ยวทิพย์ให้สุดแล้วหยุดที่เขา!!เขานี้คือ เขาช้างเผือก สายลุยเดินป่ารู้จักกันดีว่าเส้นทางพิชิต เขาช้างเผือก เสียวขนาดไหนงานนี้ “คุณน้ำผึ้ง” เลยชวน “น้อย” เที่ยวทิพย์ซะเลย โดยเขาช้างเผือก ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี มีความสูง1,249 เมตร จากระดับน้ำทะเลเส้นทางพิชิตยอดเขาช้างเผือกเบาๆ แค่เดินข้ามเขา 5 ลูกเอง คุณน้ำผึ้งมีถาม…?? ลูกหาบหรือจะสู้ลูกหอบ!! (เดี๋ยวก็รู้)

เริ่มต้นเดินขึ้นเขาผ่านเขาประถม เขาชะมด ยังดูชิลๆ ได้อยู่ แต่พอถึงเขาช้างน้อย เขาลูกช้าง อาการเริ่มออกซะแล้ว เหงื่อออกเป็นสายน้ำ เกียร์ต่ำเริ่มทำงานอัตโนมัติ เพราะทางขึ้นเขาแต่ละลูกเริ่มชันขึ้นเรื่อย (เอ้าฮึบๆๆ…) และแล้วก็มาถึงจุดพักตั้งแคมป์กางเต็นท์ที่เขาลูกช้าง แต่ก็ให้หยุดได้หายใจและทำใจได้ไม่นาน ก็ได้เวลาวัดใจพิชิตยอดเขาช้างเผือกข้างหน้า ป๊าดๆๆ….อากาศก็ไม่หนาว ทำไมคุณน้ำผึ้งถึงขาสั่น หน้าชา ก็ไม่ให้ขาสั่นหน้าชาได้ไงล่ะ เส้นทางขึ้นไปพิชิตยอดเขาช้างเผือก ต้องผ่านด่านโหดหลายด่าน ไม่ว่าจะต้องปีนป่ายโขดหินก้อนโน้นก้อนนี้แต่ที่เสียวสุดๆก็ต้องจุดที่เป็นสันคมมีดเรียกว่าไม่มีแตกแถว เพราะมองซ้ายก็เหว มองขวาก็เหว ค่อยๆ กระดึบๆ กันไป พอถึงยอดเขาช้างเผือก ถึงกับต้องขอตะโกนดังๆๆ ปลดปล่อยอารมณ์กันเลยทีเดียว งานนี้คงไม่ต้องเฉลยว่าลูกหาบหรือจะสู้ลูกหอบ ที่แน่ๆ วิวบนยอดเขาช้างเผือกสวยมากๆ จนทำให้หายเหนื่อย