‘S’uvimol’ ชวนแม่ลูกคนดังร่วมช้อปปิ้งการกุศล ส่งมอบความห่วงใยบุคลากรทางการแพทย์สู้ภัยโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597751

‘S’uvimol’ ชวนแม่ลูกคนดังร่วมช้อปปิ้งการกุศล ส่งมอบความห่วงใยบุคลากรทางการแพทย์สู้ภัยโควิด-19

‘S’uvimol’ ชวนแม่ลูกคนดังร่วมช้อปปิ้งการกุศล ส่งมอบความห่วงใยบุคลากรทางการแพทย์สู้ภัยโควิด-19

วันศุกร์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

แก้ม-สามสรา และ คุณแม่ป้อม-มธุรส – ฝน-ชวมณฑ์ และ คุณแม่แพร-พัชรพิมล

แบรนด์ S’uvimol ชวนแม่ลูกส่งมอบความรักผ่านของขวัญชิ้นพิเศษ พร้อมจัดกิจกรรม Mother’s Day Charity ช้อปปิ้งการกุศลในวันแม่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา นำรายได้จากการขายกระเป๋าในราคาพิเศษ จำนวน 848,000 บาท โดยไม่หักค่าใช้จ่าย สมทบทุนให้มูลนิธิและโรงพยาบาลต่างๆ อาทิ ศิริราชมูลนิธิ, มูลนิธิดวงประทีป, มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก เชียงใหม่, มูลนิธิโรงพยาบาลขอนแก่น, มูลนิธิกระจกเงา และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เพื่อดำเนินการดูแลและช่วยเหลือ รักษาผู้ป่วยจากวิกฤต COVID-19 ต่อไปโดยมีคู่แม่ลูกใจบุญ แก้ม-สามสรา เอี่ยมเอกดุล และ คุณแม่ป้อม-มธุรส สกลธนารักษ์,คุณแม่ลูกสอง แก้ม-มลลิกา เรืองกฤตยากับน้อง “สิมิลัน” และน้อง “มาหยา”มาร่วมช้อปปิ้งการกุศล ส่งมอบความรักผ่านกระเป๋า S’uvimol ในครั้งนี้ด้วย

งานนี้ ฝน-ชวมณฑ์ ปวโรดมกล่าวถึงกิจกรรมวันแม่ที่ผ่านมาพร้อมขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนกิจกรรม Mother’s Day Charity เป็นอย่างดีว่า “วันแม่ที่ผ่านมาลูกๆ รวมตัวกันทำอาหารเวียดนามให้คุณแม่ (แพร-พัชรพิมล ยังประภากร) ทานที่บ้านค่ะ เพราะท่านชอบทานอาหารเวียดนามมากๆ ฝนอยากให้คุณแม่มีความสุข สุขภาพแข็งแรง สวยขึ้นทุกๆ วัน และสิ่งสำคัญที่สุด ฝนอยากจะขอกราบขอบพระคุณคุณแม่ที่ให้โอกาสฝนกับน้องๆ ได้ต่อยอดธุรกิจเครื่องหนังจระเข้ของคุณตา ทำให้เป็นแบรนด์ S’uvimol เป็นความภาคภูมิใจของครอบครัว รวมถึงเป็นความภูมิใจของประเทศไทยด้วย ที่คนไทยเรามีความสามารถ มีฝีมือในการสร้างสรรค์แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กโซติกคุณภาพออกสู่ระดับสากล และล่าสุดก็รู้สึกภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งได้ช่วยเหลือผู้ป่วย COVID -19 ผ่านกิจกรรม Mother’s Day Charity ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากๆ ฝนก็อยากจะขอบคุณทุกๆ ยอดการสั่งซื้อค่ะ”

ด้าน คุณแม่แพร-พัชรพิมล ยังประภากร กล่าวถึงลูกสาวด้วยความภูมิใจว่า “ต้องบอกว่าแม่ภูมิใจในตัวลูกๆ ทุกคน เพราะลูกเป็นคนดี มีความกตัญญูรักใคร่กัน และตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเป็นพุทธมามกะที่ดี ในด้านการทำงานแม้ในยามเจออุปสรรคก็ไม่ท้อแท้ และพยายามฝ่าฟันทุกปัญหาไปได้ด้วยดี สิ่งเหล่านี้ทำให้คุณแม่ภูมิใจว่าลูกจะสามารถดำเนินชีวิตของตนเองไปได้เป็นอย่างดี ซึ่งลูกทั้ง 4 คน ก็มีนิสัย 4 แบบ ไม่เหมือนกันทั้งนิสัยใจคอ การเลี้ยงแต่ละคนก็ต่างกันไป แต่แม่จะให้ลูกได้เรียนรู้ในแนวทางที่ตนชอบ ไม่ฝืนหรือบังคับจิตใจ รวมทั้งเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตให้คิดให้ตัดสินใจเอง ให้หาข้อมูล ให้คิดพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วให้ตัดสินใจ ผิดถูกค่อยว่ากัน แต่ในเบื้องต้นต้องกล้าคิด กล้าตัดสินใจก่อน ถูกก็ดี ผิดเป็นครู ไม่มีใครในโลกใบนี้ที่ตัดสินใจหรือทำถูกทุกอย่าง เราต้องเรียนรู้จากสิ่งผิดแล้วพัฒนาต่อยอดจากนั้นไป และต้องรู้จักการแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่นด้วย อย่างกิจกรรม Mother’s Day Charity ก็เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เราอยากจะช่วยเหลือทุกคนจริงๆ ค่ะ”

นอกจากจะอิ่มบุญกันถ้วนหน้าแล้ว แบรนด์ S’uvimol ยังมอบความสุขต่อที่สองให้กับสาวกคนรักกระเป๋าหนังเอ็กโซติกสำหรับคุณลูกค้าที่ช้อปปิ้ง Handbag รุ่น Square F, My Sweet Box, Madison, Beauty Glass Bag, June Bag, My Lucky Heart Bag, Picnic Boxและ Molly เพียงแสดงรูปประวัติการฉีด COVID-19 Vaccine จากแอปพลิเคชั่น หมอพร้อม รับทันทีของขวัญชิ้นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น Twilly 1 เส้น (เลือกได้ทุกลาย), Pom Pom Ball 1 ชิ้น (เลือกได้ทุกสี ทุกขนาด),Card Holder หนังงู 1 ชิ้น (เลือกได้ทุกสีในสต๊อก) ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 ติดตามรายละเอียดได้ทาง www.suvimol.com ช่องทาง Line Official @suvimolbkk, IG : suvimolbkk

ยูนิโคล่ ออทั่ม/วินเทอร์ 2021 ในคอนเซ็ปต์ ‘อนาคตข้างหน้า’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597752

ยูนิโคล่ ออทั่ม/วินเทอร์ 2021 ในคอนเซ็ปต์‘อนาคตข้างหน้า’

ยูนิโคล่ ออทั่ม/วินเทอร์ 2021 ในคอนเซ็ปต์‘อนาคตข้างหน้า’

วันศุกร์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น เผยโฉมยูนิโคล่ ยู (Uniqlo U) คอลเลคชั่นประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2021 กับแนวคิดที่สะท้อนถึงปัจจุบันและอนาคต

คอลเลคชั่นนี้ได้รับการออกแบบโดยผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ คริสตอฟ เลอแมร์ (Christophe Lemaire) และทีมงานที่ศูนย์วิจัยและพัฒนา ยูนิโคล่ (UNIQLO R&D) ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่สะท้อนถึงปัจจุบันและอนาคต โดยออกแบบคำนึงถึงการใช้ชีวิตในทุกแง่มุมของชีวิตประจำวันเพื่อสไตล์ของผู้หญิง ผู้ชาย และเด็ก ความนุ่มและการเล่นเลเยอร์ในการแต่งตัวถือเป็นลักษณะเฉพาะของเสื้อผ้าที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเพื่อการพักผ่อนที่บ้าน เดินทางไปทำงาน เล่น หรือเดินเล่นในสวนสาธารณะ รูปทรงเรียบง่ายและรายละเอียดที่ใช้งานได้จริง มอบความประณีตสำหรับทุกโอกาส ที่มาพร้อมเฉดสีกลางอันอ่อนละมุนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและน้ำหนักของสีซึ่งเผยให้เห็นถึงชุดสีที่กลมกลืนและสุขุม

คริสตอฟ เลอแมร์ ก่อตั้งแบรนด์ในชื่อของตัวเองตั้งแต่ปี 1991 นอกจากนี้ยังเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ให้กับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Lacoste และผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ให้กับผลิตภัณฑ์ผู้หญิงของ Hermès โดยในปี 2015 เลอแมร์ได้ร่วมมือกับยูนิโคล่ เพื่อสร้างสรรค์ UNIQLO AND LEMAIRE คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ปี 2015 และคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน ปี 2016เลอแมร์ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของศูนย์วิจัยและพัฒนา ยูนิโคล่ ปารีส ในปี 2016 ซึ่งเขาและทีมดีไซเนอร์ได้ร่วมกันรังสรรค์คอลเลคชั่น Uniqlo U

เสกสรรงานศิลปะด้วย ‘Art Tile Mosaic’ ให้การแต่งบ้านมีเสน่ห์ได้ไม่รู้จบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597764

เสกสรรงานศิลปะด้วย‘Art Tile Mosaic’ ให้การแต่งบ้านมีเสน่ห์ได้ไม่รู้จบ

เสกสรรงานศิลปะด้วย‘Art Tile Mosaic’ ให้การแต่งบ้านมีเสน่ห์ได้ไม่รู้จบ

วันศุกร์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“ศิลปะ” นอกจากจะเป็นผลงานที่ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ของผู้สร้างที่สะท้อนถึงรสนิยม อารมณ์ และความคิดของผู้สร้างแล้ว ยังให้ประโยชน์กับผู้ที่ชื่นชม ทั้งในแง่การนำไปใช้ ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในด้านความสุขที่ได้ชื่นชม หรือการช่วยผ่อนคลายสภาพจิตใจ จากภาวะความตึงเครียดให้กับผู้ที่ชื่นชมได้อีกด้วย

“โมเสก” นับเป็นกระเบื้องตกแต่งที่มีรูปแบบ ขนาด และสไตล์ ที่หลากหลาย สามารถนำมาใช้ตกแต่งบ้าน หรือสร้างสีสันในการตกแต่งในมิติต่างๆ ได้อย่างไม่รู้เบื่อ สังเกตได้ว่ากระเบื้องโมเสก มักถูกนำไปใช้กับงานศิลปะผ่านการสร้างสรรค์ของศิลปินในทุกยุคสมัย จนเป็นที่ยอมรับถึงความเป็นอมตะ หรือคลาสสิกของกระเบื้องชิ้นเล็กๆ ที่ไม่เคยเอาท์ไปจากความนิยมในแต่ละช่วงเวลาไปเลยจริงๆ จนอาจเรียกได้ว่า Mosaic Art เป็นงานศิลปะที่มีมูลค่าสำหรับผู้มีรสนิยมมานานนับพันปี

เพื่อไม่ให้พลาดเทรนด์การแต่งบ้านให้ดูดี มีสไตล์แบบไม่ซ้ำใคร วันนี้ คอตโต้ โดยบริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) ขอแนะนำศิลปะสร้างสรรค์ “งานโมเสก” หรือ Mosaic Art ที่ใช้กลวิธีนำวัสดุชิ้นเล็กๆ มาเรียงต่อกันให้เป็นลวดลายหรือรูปภาพที่นิยมใช้กันตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ได้ถูกปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้เข้ากับยุคสมัยจนถึงปัจจุบัน กับ 5 รูปแบบของงานโมเสก (Mosaic Art) ได้แก่

-งานโมเสกประเภทคลาสสิก (Classical Mosaic Art) ได้รับอิทธิพลจากยุคกรีกกับโรมันเป็นการนำเศษกระเบื้องหรือเครื่องปั้นดินเผามาตัดด้วยมือเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหินแกรนิตและหินอ่อน โดยลวดลายจะออกแนวแฟนตาซีตามความเชื่อในยุคโบราณ เช่น ลายนางเงือกเซนทอร์ หรือลวดลายง่ายๆ อย่างชามใส่ผลไม้ เป็นต้น ปัจจุบันงานยังคงถูกหยิบนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ทั้งแบบ Byzantine แบบยุค Renaissance ล้วนแต่ให้กลิ่นอายยุโรปในช่วงยุคคลาสสิก ชิ้นงานจะถูกสร้างสรรค์ขึ้นในสถานที่สาธารณะและคฤหาสน์ส่วนตัว แต่ในปัจจุบันได้ถูกหยิบมาใช้ในการตกแต่งห้องครัว ห้องน้ำ และสระว่ายน้ำด้วยรูปทรงเรขาคณิตแบบต่างๆ ซึ่งช่วยสร้างงานศิลปะ เพิ่มสุนทรียภาพภายในบ้านได้อย่างลงตัว

-งานโมเสก แบบ Pebble (Pebble Mosaic Art) จัดเป็นงานที่มีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด เป็นการนำหินกรวดมาสร้างสรรค์ชิ้นงาน มีการใช้เปลือกหอย เมล็ดพืชต่างๆ มาใส่ในชิ้นงานด้วย ซึ่งชิ้นงานแบบนี้จะมีพื้นผิวหยาบนิด ๆ ตามความโค้งมนของวัสดุที่เรานำมาใช้ทั้งนี้ Pebble ถือเป็นงานโมเสกที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง เพราะต้องคัดเลือกหินกรวดที่เหมาะสมตามลวดลายที่ต้องการ ปริมาณงานและดีไซน์ที่ค่อนข้างซับซ้อน ปัจจุบันงานโมเสกประเภทนี้จะค่อนข้างหายาก แต่ก็สามารถใช้กระเบื้องโมเสกที่ใกล้เคียงงาน Pebble ให้อารมณ์คล้ายๆ กันได้

-งานโมเสก แบบ Hand-Cut Mosaic Art แค่ชื่อก็บอกได้แล้วว่านี้คืองานใช้มือ งานโมเสกประเภทนี้มักจะใช้วัสดุจากแผ่นเซรามิกและแก้วเป็นหลัก โดยจะตัดเป็นชิ้นบางๆ และนำไปขึ้นรูปด้วยการตัดแต่ง มีการเล่นสีที่ซับซ้อน ทำให้ได้งานโมเสกที่สวยงามและมีสีสัน สุดๆ ผู้ที่ชื่นชอบงานโมเสกที่ออกแนวศิลปะร่วมสมัย ดูมีความโมเดิร์น และใช้สีสันที่หลากหลาย การเลือกใช้งานโมเสกแบบ Hand-Cut Mosaic Art ถือว่าตอบโจทย์มากที่สุด

-งาน Industrial Mosaic Art เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่ได้รับความนิยมอย่างมาก วัสดุที่นำมาใช้ส่วนใหญ่เป็นแก้วและกระจก ซึ่งมีความคล้ายกับโมเสกแบบคลาสสิก แต่วิธีการค่อนข้างแตกต่างกัน เช่น แบบ Classic อาจจะใช้กระเบื้องลายอิฐที่ผลิตจากแก้วบริสุทธิ์ ชิ้นงานจะมีความประณีตและดูกลมกลืนกับธรรมชาติ ส่วน Industrial เป็นชิ้นงานสำเร็จรูป ซึ่งจะใช้กับงานที่ค่อนข้างเป็นแพทเทิร์นและลวดลายซับซ้อน สไตล์ของงานจะค่อนข้างหลากหลายตามความนิยมในแต่ละช่วงเวลา กระเบื้องโมเสกแบบสำเร็จยังสามารถนำมาใช้กับ Pixel Art รวมถึงงานศิลปะแบบ 3 มิติได้  

-งาน Custom Ceramic Inserts ถ้าหากไม่ต้องการตกแต่งพื้นหรือผนังบ้านด้วยกระเบื้องทั้งหมด แต่ต้องการเพิ่มดีไซน์แทรกลงในกระเบื้องทั่วไปบางส่วนด้วยศิลปะโมเสก เพื่อเพิ่มลูกเล่นและความแปลกใหม่ทำให้พื้นหรือผนังกระเบื้องในบ้านดูไม่ธรรมดาต่อไป เช่น การเพิ่มลวดลายเฉพาะ ตัวอักษร หรือรูปภาพที่ต้องการ เป็นต้น ซึ่งการตกแต่งบ้านด้วยงานโมเสกประเภทนี้ไม่ยากอย่างที่คิด สามารถนำมาประยุกต์ใช้ และสะดวกด้วยบริการสุดพิเศษ “Art Tile Mosaic” จาก COTTO

“Art Tile Mosaic” บริการออกแบบวางลายโมเสกตามความต้องการของลูกค้า จะได้งานศิลปะที่เป็นงาน Masterpiece ที่มีเพียงชิ้นเดียวหรือหนึ่งเดียวในโลกสำหรับคุณเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ รูปเครื่องหมายวงศ์ตระกูล รูปดอกไม้ รูปปลาโลมาเรียงสลับไล่สีสัน รูปแบบชิ้นงานที่มีความละเอียดซับซ้อนไม่เป็นอุปสรรคในการสร้างสรรค์ดีไซน์ เพียงเลือกใช้กระเบื้องชิ้นเล็กพิเศษอย่าง “กระเบื้องโมเสกแก้ว Mixel” มีขนาดเล็กเพียง 4.8 มม. หนาเพียง 4 มม. มีสีสันและความแวววาวมากกว่ากระเบื้องเซรามิกทั่วไปอีกด้วย นอกจากนี้เป็นการสร้างความสวยงามอย่างยั่งยืนจากการผลิตด้วย Recycled Glass ถึง 98% เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรักษ์สิ่งแวดล้อม

สำหรับผู้ที่สนใจตกแต่งบ้านด้วยการสร้างสรรค์งานศิลปะส่วนตัวด้วย “Art Tile Mosaic” สามารถแอด LINE OFFICIAL :@COTTOlife เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ คลิก : https://line.me/ti/p/@cottolife หากสนใจตกแต่งบ้านด้วยกระเบื้องโมเสกสามารถเลือกใช้กระเบื้องโมเสกคุณภาพจาก COTTO ที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบและหลายสไตล์ ได้ที่ : https://bit.ly/3eEPeNy

สองสาว PITCHANA X PUNPUN สร้างสรรค์เสื้อผ้า ด้วยคอลเลคชั่นสร้างพลังบวก ช่วง Lockdown #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597762

สองสาว PITCHANA X PUNPUN สร้างสรรค์เสื้อผ้า  ด้วยคอลเลคชั่นสร้างพลังบวก ช่วง Lockdown

สองสาว PITCHANA X PUNPUN สร้างสรรค์เสื้อผ้า ด้วยคอลเลคชั่นสร้างพลังบวก ช่วง Lockdown

วันศุกร์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จากแนวคิดสุดครีเอทีฟพลิกบรรยากาศ Lockdown ให้มีสีสันและมีพลังบวกด้วยคอลเลคชั่นใหม่ที่สุดปัง ดีไซเนอร์สาว เจนิส-พีชนา เอกชัยผู้ก่อตั้งแบรนด์ PITCHANA ที่จุดเด่นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ล้วนเป็นเสื้อผ้าตัดเย็บประณีตด้วยสไตล์ชุดค็อกเทลไปถึงเดรสราตรีสุดหรู เมื่อถึงยุคโควิดที่ต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ PITCHANA จึงทำคอลเลคชั่นLeisurewear ที่เป็น CollaboratedCollection ครั้งแรก โดยจับมือกับซุป’ตาร์ ดัง ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์ โดยสองสาวได้รังสรรค์ดีไซน์เสื้อผ้าที่ใส่ได้ง่ายๆ เหมาะกับชีวิต Lockdown ที่ต้องอยู่บ้านแบบไม่น่าเบื่อ

โดยคอลเลคชั่นนี้ ใช้ผ้าซิลค์ฝรั่งเศสปรินท์ลายโลโก้มาเนีย โดยใช้อักษร PPซึ่งเป็นชื่อของสองสาว Pitchana และPunpun มาออกแบบหลายดีไซน์เก๋ ที่ใส่เบาสบายเหมาะกับอากาศร้อนช่วงนี้ มีหลายแบบหลายสีหลายไตล์ เบสต์เซลเลอร์เป็นแบบเสื้อเชิ้ตคู่กับกางเกงขายาวเข้าชุด, สลิปเดรสคอถ่วงสุดเซ็กซี่มีทั้งสั้นและยาว ฯลฯ แฟชั่นนิต้าที่ไม่อยากตกเทรนด์รีบช็อปออนไลน์กันได้

เพราะเป็นฮอตไอเท็ม บรรดาเซเลบฯดาราชั้นนำในเมืองไทยต่างพร้อมใจกันสวมใส่คอลเลคชั่นนี้ อาทิ สรัย วัชรพล,อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ, หญิง-รฐา โพธิ์งาม,แป้ง-พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์ และคริส หอวัง ต่างล้วนช่วยซัพพอร์ตคอลเลคชั่นนี้ ทำให้ยอดขายทะลุเป้าเกินความคาดหมาย ในยามวิกฤตโควิดหากลงมือทำทุกอย่างแบบตั้งใจจริงก็สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้เสมอ แฟชั่นนิสต้าทั้งหลายสามารถติดตามคอลเลคชั่นใหม่นี้ได้ที่ Line Official @pitchana และทางInstagram @pitchana_official

ถ้าจะ How to.. ทิ้ง ลองมา Think กับ 5 กระแสอินเซน ปรับพื้นที่บ้านให้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ รับวิกฤตโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597747

ถ้าจะ How to.. ทิ้ง ลองมา Think กับ 5 กระแสอินเซน ปรับพื้นที่บ้านให้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ รับวิกฤตโควิด-19

ถ้าจะ How to.. ทิ้ง ลองมา Think กับ 5 กระแสอินเซน ปรับพื้นที่บ้านให้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ รับวิกฤตโควิด-19

วันศุกร์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สร้างความใกล้ชิดธรรมชาติ

จากผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ที่ทำให้คนทั้งโลกต้องปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตไปในทุกๆ อย่างโดยเฉพาะวิถีการใช้ชีวิตภายใน “บ้าน”ที่ต้องกลายมาเป็นพื้นที่ทำงาน และพื้นที่อยู่อาศัยไปด้วยพร้อมกัน และทำให้หลายคนอาจรู้สึกวุ่นวายกับการจัดเก็บพื้นที่ ที่มีอยู่แต่เดิมให้เหมาะสมกับการใช้งานใหม่

ถ้าจะ How to.. ทิ้ง ลองมา Think แบบเซน

สิ่งแรกที่เป็นปัญหาใหญ่ในการปรับพื้นที่ใหม่ ที่เจ้าของบ้านต้องเผชิญก็คือ การจัดเก็บข้าวของภายในบ้าน จากหนังสือ “อะไรไม่จำเป็นก็ทิ้งไป” ที่เขียนโดย ซะซะกิ ฟุมิโอะ บอกว่า กฎเหล็กของการทำให้ข้าวของน้อยลงก็คือ การทิ้งของที่ไม่ได้ใช้ และทิ้งสิ่งที่คิดว่าคงจะไม่ได้ใช้อีกแล้ว โดยเริ่มต้นด้วย การจัดการกับจุดซ่อนสมบัติ ที่อาจจะต้องเผชิญหน้ากับข้าวของมากมาย แต่ให้ลองตั้งสติให้ดีๆ แล้วค่อยๆ จัดการมันออกไปทีละส่วน ต่อด้วยการทิ้งสิ่งที่เป็นขยะ ไม่ว่าจะเป็น กระป๋องเปล่า กล่องใส่ข้าว โบรชัวร์ หรือแม้แต่ของต่างๆ ที่แช่ทิ้งไว้อยู่ในตู้เย็นและอาจหมดอายุไปแรมปี ทิ้งสิ่งที่อาจจำเป็นต้องทิ้งอย่างของที่มีเหลือใช้หรือของที่มีซ้ำกันหลายชิ้น เพราะการที่เรามีของคล้ายๆ กันอยู่หลายชิ้น แถมยังวางไม่เป็นที่ ก็อาจทำให้เราจำไม่ได้ว่า มีของเหล่านี้อยู่ดังนั้น เพื่อลดจำนวนข้าวของลง ให้ลองทิ้งอันที่ชอบน้อยกว่าไป รวมถึงของที่ไม่ได้ใช้มานานเกิน 1 ปี เพราะนั่นหมายถึงว่า สิ่งนั้นไม่ได้เป็นสิ่งสำคัญในชีวิตยกเว้นข้าวของที่เตรียมเอาไว้ในกรณีฉุกเฉินยามเกิดภัยพิบัติต่างๆ หรือของบางอย่างที่อาจใช้วิธีบริจาคให้ตามศูนย์รับบริจาค หรือขาย ถ้าตัวเองใช้ไม่ได้หรือไม่ได้ใช้แล้ว และสุดท้าย หากยังตัดใจไม่ได้ ให้ถ่ายรูปของที่ตัดใจทิ้งไม่ได้เก็บไว้ดู ซึ่งหลายครั้งที่เราตัดสินใจทิ้งไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องของราคา แต่เป็นเพราะความทรงจำที่เรามีต่อของเหล่านั้น หากเป็นเช่นนี้แนะนำให้ลองใช้รูปถ่ายเป็นการเก็บความทรงจำแทนจะดีกว่า เพียงแค่นี้คุณก็อาจจะได้เห็นพื้นที่ของบ้านที่น่าจะปรับนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้เพิ่มขึ้นแล้ว

ทำไมต้องคิดแบบเซน การได้อยู่บ้านทำงาน นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่ทำให้เรามีเวลาในการใช้ชีวิตอยู่กับบ้านมากขึ้น ได้ใช้งานทุกพื้นที่ของบ้านอย่างจริงจังมากขึ้น หลายๆ คนมีเวลาในการตกผลึกความคิดเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนบ้านเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความรื่นรมย์ในการทำงานให้กับตัวเองมากขึ้น ภายใต้ข้อจำกัดของพื้นที่ที่ถูกสภาพเศรษฐกิจลิดรอนให้น้อยลงตามโอกาสทางการเงิน ทำให้แนวคิดการแต่งบ้าน แบบเรียบง่าย แต่มากฟังก์ชั่น กลายเป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่กำลังเป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะรูปแบบผสมผสานสไตล์โมเดิร์น มินิมอลแบบเซน ที่เน้นความน้อยแต่มากประโยชน์ เรียบง่ายแต่อบอุ่น ด้วยการเน้นสีโทนอ่อน และเพิ่มเติมความเป็นธรรมชาติด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือไม้ประดับเล็กๆ เพื่อช่วยให้พื้นที่พักอาศัย ดูผ่อนคลายสบาย สบาย จากพลังธรรมชาติได้อย่างลงตัว

คัมพานา ธรรมชาติที่สร้างบรรยากาศที่แสนพิเศษได้ไม่รู้จบ หนึ่งในผลิตภัณฑ์กระเบื้องเซรามิก ภายใต้บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน)ขอแนะนำ 5 กระแสอินเซน (Zen) ของการปรับพื้นที่บ้าน ให้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติแบบเซนไปพร้อมๆ กับกระเบื้องปูพื้นลายไม้ดีไซน์ต่างๆ จาก ซีรี่ส์เดอะฟอเรส คอลเลคชั่น มาร่วมสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้ผ่อนคลาย เพื่อช่วยเพิ่มสมาธิในการทำงาน พร้อมพักผ่อนให้รื่นรมย์ด้วยธรรมชาติใกล้ๆ ตัวในแบบของเซน

สร้างความใกล้ชิดธรรมชาติ

เริ่มต้นกันที่ 1.สร้างความใกล้ชิดธรรมชาติ ด้วยวิถีของเซนที่ให้ความเคารพธรรมชาติ เราจึงมักจะเห็นความผูกพันของการใช้ไม้ เป็นวัสดุตกแต่ง หรือเลือกใช้วัสดุเลียนแบบไม้ธรรมชาติ อาทิ เฟอร์นิเจอร์ที่มีหน้าโต๊ะเป็นไม้ ตลอดจนของแต่งบ้านกระจุกกระจิก อย่างกระถางต้นไม้จิ๋ว หรือการวางกระถางต้นไม้ไว้ตามมุมต่างๆ ซึ่งนอกจากจะช่วยฟอกอากาศแล้ว การเลือกกระเบื้องลายไม้ปูพื้น เดนทรีสีน้ำตาล ยังช่วยสร้างบรรยากาศให้ใกล้ชิดธรรมชาติ มากยิ่งขึ้นด้วย และดีมากขึ้นถ้ามุมของห้องมีหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดโอกาสให้แสงแดดอ่อนๆ ได้ล้อเล่นกับธรรมชาติเล็กๆ ของที่พักในยามเช้า ปล่อยให้สายตาได้มองพักผ่อนไปกับสีเขียวของใบไม้ พร้อมช่วยปลุกให้ร่างกายเกิดความกระปรี้กระเปร่าและตื่นตัวไปกับวันใหม่ของชีวิตในทุกวัน

2.สร้างความผ่อนคลายจากชีวิตประจำวัน ถ้าจะพูดถึงวิถีแห่งเซน ก็คงจะปฏิเสธ Japanese Living ไปด้วยไม่ได้ คนญี่ปุ่นมีไลฟ์สไตล์ที่ทำงานหนัก ชอบการพักผ่อนที่สงบเงียบและเป็นส่วนตัว การตกแต่งพื้นที่สำหรับการพักผ่อน จึงเลือกการตกแต่งโดยใช้หลักการคิดแบบเซนที่เน้นความที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ ในการตกแต่งโดยเฉพาะในส่วนของพื้นที่ใช้งาน เพื่อให้ความรู้สึกได้ผ่อนคลายด้วยธรรมชาติใกล้ๆ ตัว กระเบื้องลายไม้เชอร์แมนวู้ด สีน้ำตาล ที่ตัดรับกับผนังโทนสีอ่อนหรือสีขาวให้ดูมีมิติ ไม่ให้สว่างมากจนเกินไป พร้อมจัดวางเฟอร์นิเจอร์ตามที่จำเป็น เพื่อให้ห้องดูโปร่งโล่ง สะอาดตา ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดจากหน้าที่การงานได้เป็นอย่างดี

3.เลือกใช้โทนสีอบอุ่น เอกลักษณ์การแต่งบ้านสไตล์เซน หรือญี่ปุ่นอีกสิ่งหนึ่งก็คือ การใช้สีโทนอบอุ่น หรือ แนวเอิร์ธโทน ที่ได้รับความนิยมสูงสุด 3 โทนสี คือ สีน้ำตาลที่มาจากไม้สีเขียวที่มาจากต้นไม้ และสีเทาที่มาจากหินการตกแต่งจะเลือกโทนสีเหล่านี้ผสมผสานเข้าไว้ด้วยกัน และเพิ่มความพิเศษด้วยวัสดุที่มีลูกเล่นของพื้นผิวที่มีเส้นสายลายริ้วของเนื้อไม้ เพียงเท่านี้ก็ทำให้ห้องนั่งเล่นหรือห้องสำหรับใช้ทำกิจกรรมภายในครอบครัวดูอบอวลด้วยความสดใสจากกลิ่นอายของพลังจากธรรมชาติที่โอบล้อมใกล้ๆ ตัวแล้ว

เลือกใช้โทนสีอบอุ่น

4.ใช้พื้นที่แนวตั้งให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า แนวคิดแบบเซน ที่ถูกหล่อหลอมจนดูจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Japanese Living ที่น่าสนใจจนกลายเป็นอัตลักษณ์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของคนญี่ปุ่น การจัดสรรพื้นที่ในบ้านให้สามารถใช้สอยอย่างคุ้มค่า จึงนับเป็นเสน่ห์ อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการใช้พื้นที่ที่มีขนาดเล็กลง ของคนเมืองในปัจจุบัน พื้นที่แนวตั้งหรือผนังบ้านจึงถูกออกแบบให้สามารถใช้งานได้ด้วยการทำเฟอร์นิเจอร์ติดผนัง หรืออาจเป็นชั้นต่างๆ เพื่อใช้เป็นที่เก็บของ นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เก็บของต่างๆ ทั้งชิ้นเล็กและชิ้นใหญ่เพื่อการจัดวาง แยกประเภทของให้เป็นระเบียบ หยิบใช้งานได้ง่าย เน้นเฟอร์นิเจอร์ใช้พื้นที่น้อย แต่มากฟังก์ชั่น และไม่ลืมที่จะสอดแทรกสีเขียว เพื่อเติมเต็มความเป็นธรรมชาติสไตล์เซนเข้าไปด้วย พร้อมด้วยการนำกระเบื้องลายไม้ลัมเบอร์แลนด์-น้ำตาล มาเพิ่มเสน่ห์ให้ครัวน่ารักๆ แต่มากฟังก์ชั่นไปด้วยในตัว

5.เลือกดีไซน์เรียบง่าย ไม่ตกยุคคนญี่ปุ่นถอดแบบการออกแบบบ้านผ่านการใช้ชีวิตจริงจากกิจวัตรประจำวัน เราจะพบว่า การตกแต่งห้องต่างๆ ภายในบ้านจะถูกออกแบบให้สอดรับกับวิถีการใช้งานของพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม ไม่เว้นแม้แต่ ห้องน้ำ จะเห็นได้ชัดเจนว่าการจัดองค์ประกอบหลักที่น้อยแต่มากประโยชน์ และการเลือกใช้โทนสีอ่อน เรียบง่ายสบายตา ดูจะเป็นการเพิ่มเสน่ห์ให้ห้องน้ำสไตล์โมเดิร์น มินิมอลแบบเซนเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน ผสมผสานกับการเลือกใช้ กระเบื้องลายไม้ แทร็ก วู้ด-เนื้อ จากคัมพานา ที่โชว์เส้นสายลายไม้ให้ความรู้สึกสัมผัสถึงความเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติแล้ว ยังช่วยให้ง่ายต่อการดูแลรักษา ทำความสะอาด สอดรับกับวิถีชีวิตแบบ นิว นอร์มอล ตัวจริง

เสน่ห์ของแนวคิดการแต่งบ้านสไตล์เซนอีกสิ่งหนึ่งก็คือ การใช้งบประมาณไม่มาก ไม่ยุ่งยาก เพราะความน้อยแต่มากประโยชน์ใช้สอย ง่ายต่อการดูแลรักษาด้วยพื้นกระเบื้องที่มีพื้นผิวของลวดลายไม้ในดีไซน์และเฉดสีไม้ต่างๆ ของคัมพานา ช่วยเติมเต็มบรรยากาศผ่อนคลาย สบายๆ และอบอุ่นไปด้วยกลิ่นอายตะวันออกในแบบเซน ใครที่สนใจสามารถชมลวดลายของกระเบื้องในคอลเลคชั่นต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.campanatiles.com หรือ https://www.facebook.com/campanatiles สัมผัสพื้นผิวของสินค้าได้ที่ตัวแทนจำหน่ายกระเบื้องคัมพานาทั่วประเทศ หากต้องการช่างผู้ชำนาญในการติดตั้งแบบมืออาชีพ นัดหมายสำรวจหน้างานได้ที่ https://ctis.scgceramics.com/cisdemand/ หรือ https://www.facebook.com/CTISService/เลือกดีไซน์เรียบง่าย ไม่ตกยุคเลือกดีไซน์เรียบง่าย ไม่ตกยุคใช้พื้นที่แนวตั้งให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าใช้พื้นที่แนวตั้งให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า

ทีม Global Minds จากเชลล์ประเทศไทย คว้ารางวัลชนะเลิศออกแบบเมืองแห่งอนาคต ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597820

ทีม Global Minds จากเชลล์ประเทศไทย คว้ารางวัลชนะเลิศออกแบบเมืองแห่งอนาคต ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง

ทีม Global Minds จากเชลล์ประเทศไทย คว้ารางวัลชนะเลิศออกแบบเมืองแห่งอนาคต ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 18.41 น.

ทีม Global Minds จากเชลล์ ประเทศไทย คว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขันออกแบบเมืองแห่งอนาคต IMAGINE THE FUTURE SCENARIOS COMPETITION 2020/2021 ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง

26 สิงหาคม 2564  บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เดินหน้าส่งเสริมพลังของคนรุ่นใหม่ในการเป็นผู้นำออกแบบเมืองแห่งอนาคตและเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยส่งทีม Global Minds ซึ่งประกอบด้วยเยาวชนไทยจากหลากหลายมหาวิทยาลัยเป็นตัวแทนเข้าแข่งขัน Imagine the Future Scenarios Competition 2020/2021 ซึ่งเป็นโครงการที่ให้คนรุ่นใหม่จากทวีปเอชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง นำเสนอสถานการณ์จำลองในอนาคต ทั้งการดำรงชีวิตและการทำงาน ในปีนี้มีเยาวชนจำนวน 277 ทีม จากอียิปต์ สิงคโปร์ และไทย เข้าร่วมแข่งขัน โดยทีม Global Minds ได้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย คว้ารางวัลชนะเลิศพร้อมเงินรางวัล 4,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ด้วยแนวคิด “Modern Dragon vs Blind Falcon”

เยาวชนในปัจจุบันมองโลกของเราใน พ.ศ.2593 อย่างไร โลกของเราจะเป็นอย่างไรใน พ.ศ.2593 บ้านเราจะจมอยู่ใต้น้ำหรือไม่ ชีวิตของเราจะถูกปกครองโดยปัญญาประดิษฐ์หรือไม่ เหล่านี้คือคำถามที่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ได้สำรวจ และจำลองสถานการณ์ เพื่อเสนออนาคตที่มีความสมเหตุสมผล โดยเชลล์ได้จัดการแข่งขันนี้ขึ้นเป็นเวลา 5 ปีติดต่อกัน เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการได้รับมอบหมายให้จินตนาการถึงพลังงานที่สะอาดยิ่งขึ้นของเมืองในทวีปเอเชียหรือตะวันออกกลางใน พ.ศ.2593 รวมถึงวิธีที่เมืองจะเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตและการทำงาน

นายปนันท์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “เชลล์ขอแสดงความยินดีกับทีมเยาวชนทุกคนที่เข้าร่วมโครงการนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเมือง ขณะที่ตอบรับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายที่ทุกคนเผชิญทั้งในปัจจุบันและอนาคต เชลล์ ประเทศไทย มีความมุ่งมั่นในการสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อ Powering Progress อย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน สำหรับการสานต่อเจตนารมณ์ Trusted Partner for Better Life พันธมิตรที่ไว้วางใจได้นั้น โครงการประกวดแนวคิดมีส่วนสนับสนุนและเปิดเวทีให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตในแบบที่คนรุ่นใหม่จิตนาการและทำให้เกิดขึ้นร่วมกันได้ ผมเชื่อมั่นในพลังของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่จะร่วมมือกันพัฒนาเมืองแห่งอนาคตและสร้างเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดต่อไป

สำหรับตัวแทนทีมเยาวชนไทย ผมมีความภูมิใจและหวังว่าน้องๆ จะนำองค์ความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนมิตรภาพในระดับภูมิภาคนี้ ไปต่อยอดทางความคิดและส่งต่อพลังงานที่สร้างสรรค์ของพวกเขา เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและดียิ่งขึ้นบนความร่วมมือของทุกคนในสังคม”

สำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศแบบเสมือนจริง เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2564 นอกจากเยาวชนจากประเทศไทยจะได้รับรางวัลชนะเลิศแล้ว ยังมีเยาวชนจาก American University Cairo ประเทศอียิปต์ที่จำลองสถานการณ์ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ณ เมืองอเล็กซานเดรียใน พ.ศ.2593 ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง และ Nanyang Technological University จากสิงคโปร์ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง นำเสนอแบบจำลอง Sang Kancil vs Buto Ijo

ทีม Global Minds ตัวแทนประเทศไทย ซึ่งมีสมาชิกในทีม 5 คน ประกอบด้วย น.ส.นัชชา ยงพิพัฒน์วงศ์ จาก University of Oxford นายคณิน ตั้งชาติสิริ จาก University of Illinois at Urbana Champaign นายอยุช โคการ์ จาก University of British Columbia น.ส.ชนารดี ลีลาแม้นเทพ จาก Carnegie Mellon University และ น.ส.แครี่ เหล่าฤกษ์อุทัย จาก University of British Columbia เปิดเผยความรู้สึกหลังคว้ารางวัลชนะเลิศ ว่า “พวกเราภูมิใจและดีใจที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ เพราะการแข่งขัน IMAGINE THE FUTURE ทำให้เปิดโอกาสให้ได้คิด และขยายมุมมองโลกทัศน์ของพวกเราให้กว้างขึ้น โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความสำคัญของพลังงาน การพัฒนากระบวนการคิด และการจำลองสถานการณ์อย่างถูกต้องและครอบคลุม ผ่านการตีโจทย์ต่างๆ รวมถึงการได้ทำโปรเจกต์ การเรียนรู้การใช้เครื่องมือการทำ scenarios เพื่อวางรูปแบบของเมืองในอนาคตที่ต้องการเห็น และได้พบกับผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ ที่มาให้ความรู้และคำแนะนำต่างๆ เป็นอย่างดี”

ทีม Global Minds ได้นำเสนอแบบจำลองสถานการณ์เมืองแห่งอนาคต “ฮ่องกง” ด้วยแนวคิด “Modern Dragon vs Blind Falcon” โดยคาดการณ์ถึงความท้าทายต่างๆ ในอนาคตที่ฮ่องกงจะต้องเผชิญหน้าใน พ.ศ. 2593 ตามหลักการ “1 ประเทศ 2 ระบบ” ด้วยการฉายภาพอนาคต 2 รูปแบบภายใต้เงื่อนไขการปกครองต่างกัน ซึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่ออนาคตของฮ่องกง คืออำนาจการปกครองของจีนต่อฮ่องกงใน 2 รูปแบบ คือ 1. “มังกรยุคใหม่” (Modern Dragon) หมายถึงฮ่องกงภายใต้การปกครองของจีนอย่างเต็มรูปแบบ เป็นเมืองที่มีอัตราภาษีสูง เป็นรัฐสวัสดิการที่แข็งแกร่ง มีการอุดหนุนโครงการการศึกษา STEM ในฮ่องกงและเชินเจิ้น รวมถึงการสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศด้วยแรงงานที่มีทักษะ และการนำเทคโนโลยีใหม่รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้อย่างรวดเร็ว โดยฮ่องกงจะยังคงรักษาเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในฐานะเมืองท่าสำคัญ เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม

และ 2. “เหยี่ยวตาบอด” (Blind Falcon) คือฮ่องกงยังคงเป็นเขตปกครองพิเศษของจีนต่อไปอีก 50 ปี โดยผู้คนค่อยๆ ยอมรับการปกครองของปักกิ่ง อย่างไรก็ตาม สังคมยังคงแบ่งแยกความเชื่อ ในเชิงเศรษฐกิจ ฮ่องกงยังคงรักษาสถานะเป็นศูนย์กลางทางการเงินของเอเชีย และกลายเป็นศูนย์กลางสำหรับความร่วมมือเชิงนวัตกรรมระหว่างตะวันออกและตะวันตก

สำหรับสถานการณ์จำลองอื่นๆ ได้แก่ American University Cairo จากอียิปต์ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง นำเสนอแบบจำลอง Modern Atlantis vs Green Osiris จากคำถามที่ว่า อเล็กซานเดรียสามารถหลีกเลี่ยงภัยพิบัติจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นในพ.ศ. 2593 ได้หรือไม่ ในอนาคตที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทีมจากอียิปต์ได้พิจารณาตัวแปรต่างๆ เช่น ระบบเศรษฐกิจที่มีอำนาจมากขึ้น การดำเนินการด้านสภาพอากาศ ความเป็นอยู่ที่ดีของสังคม และการแปลงสู่การเป็นดิจิทัล เพื่อกำหนด 2 รูปแบบที่เกี่ยวกับอนาคตที่อเล็กซานเดรียใน พ.ศ.2593

รูปแบบที่ 1 “แอตแลนติสยุคใหม่” (Modern Atlantis) คือ แอตแลนติสสมัยใหม่ที่ระบบทุนนิยมจะช่วยให้สิ่งแวดล้อมฟื้นตัวและยกระดับคุณภาพชีวิตของแต่ละบุคคล เมืองอเล็กซานเดรียจะเป็นเมืองอัจฉริยะที่มีคาร์บอนต่ำ โดยใช้ประโยชน์จากเทรนด์ดิจิทัลล่าสุดและเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนต่างๆ นอกจากนี้ยังจะกลายเป็นศูนย์กลางระหว่างประเทศที่เป็นสากลเนื่องจากระบบเครือข่ายใต้ทะเลแบบไฮเปอร์ลูปที่เชื่อมต่อประเทศอเล็กซานเดรียและเมดิเตอร์เรเนียน

รูปแบบที่ 2 “เทพเจ้าโอไซริสที่สมบูรณ์” (Green Osiris) โดยประชาคมระหว่างประเทศรวมถึงอเล็กซานเดรียจะใช้ระบบเศรษฐกิจสังคม 2.0 ของอียิปต์ โดยจะปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ด้วยการใช้นโยบายที่ก้าวหน้าและใช้พลังงานนิวเคลียร์ สังคมจะเปลี่ยนจากการบริโภคนิยมแบบตามใจชอบ เป็นวิถีชีวิตที่ร่ำรวยซึ่งเต็มไปด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ความอยากรู้ และการแสดงออกที่เน้นความเป็นตัวของตัวเอง

Nanyang Technological University จากสิงคโปร์ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง นำเสนอแบบจำลอง Sang Kancil vs Buto Ijo ที่มาจากคำถามว่า กรุงจาการ์ตาจะทำอะไรได้บ้างเพื่อให้อยู่รอดใน พ.ศ. 2593 ทีมสิงคโปร์มุ่งเน้นไปที่วิธีที่กรุงจาการ์ตาสามารถปรับตัวให้เข้ากับปัญหา 2 ประการ คือการที่เมืองจะจมน้ำและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ที่สะท้อนถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่โลกกำลังเผชิญ ซึ่งอาจนำไปสู่การที่เมืองใหญ่ๆ จะจมอยู่ใต้น้ำในช่วงกลางศตวรรษ

โดยกำหนดแนวคิด 2 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 คือ “กวางเมาส์” (Sang Kancil) แสดงให้เห็นถึงกรุงจาการ์ตาที่ทนต่อการทรุดตัวของที่ดิน ผ่านนโยบาย การวางแผน และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยจะตรวจสอบแนวทางต่างๆ ที่สามารถนำมาใช้ได้ ตั้งแต่สิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมไปจนถึงการแก้ปัญหาทางสังคมเชิงระบบ เพื่อเอาชนะการทรุดตัว รูปแบบที่ 2 คือ “ยักษ์ใหญ่สีเขียว” (Buto Ijo) ที่จำลองกรุงจาการ์ตาที่กำลังปรับตัวเข้ากับความปกติใหม่ – ของระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และสำรวจว่าอิทธิพลจากต่างประเทศและในประเทศสามารถช่วยให้จาการ์ตายังคงความก้าวหน้าในพ.ศ. 2593 แม้จะมีปัญหาการทรุดตัวก็ตาม

‘มูลนิธิมาดามแป้ง-เมืองไทยประกันภัย’ ส่งกล่องน้ำใจให้แก่ผู้ป่วยโควิด-19 HI #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597748

‘มูลนิธิมาดามแป้ง-เมืองไทยประกันภัย’ ส่งกล่องน้ำใจให้แก่ผู้ป่วยโควิด-19 HI

‘มูลนิธิมาดามแป้ง-เมืองไทยประกันภัย’ ส่งกล่องน้ำใจให้แก่ผู้ป่วยโควิด-19 HI

วันพฤหัสบดี ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 16.59 น.https://www.youtube.com/embed/q21wEVtNNPM

มูลนิธิมาดามแป้ง ร่วมกับ เมืองไทยประกันภัย ส่งกล่องน้ำใจ 500 กล่อง ให้แก่ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 HI ในชุมชนคลองเตย และ 20 จังหวัดทั่วประเทศ

26 สิงหาคม 2564 มูลนิธิมาดามแป้ง ร่วมกับ บมจ. เมืองไทยประกันภัย ส่งมอบกล่องน้ำใจมูลนิธิมาดามแป้ง#ส่งต่อน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ให้แก่ศูนย์บริการสาธารณสุข 41 เพื่อส่งต่อให้กับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่พักรักษาตัวแบบ HI : Home Isolation ในเขตคลองเตย 450 กล่อง โดยมีนางกอบกุล จันทร์ตระกูล หัวหน้ากลุ่มงานพยาบาลและบริหารทั่วไป เป็นตัวแทนผู้รับมอบ และอีก 50 กล่อง ได้มอบให้กับผู้ป่วยที่เดือดร้อนในต่างจังหวัดใน 20 จังหวัดทั่วประเทศ อาทิ เชียงราย กาฬสินธุ์ สุพรรณบุรี สงขลา ฯลฯ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 200,000 บาท โดยกระจายไปอย่างทั่วถึงผ่านกลุ่มอาสากล้าใหม่มูลนิธิมาดามแป้ง

“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิมาดามแป้ง กล่าวว่า “ในสถานการณ์เช่นนี้ยอมรับได้ว่าทุกพื้นที่ต่างก็ได้รับผลกระทบ ในฐานะที่ทำงานกับคนในชุมชนคลองเตยใกล้ชิดตลอด 7 ปี ซึ่งได้ส่งความห่วงใยไปถึงทุกคนผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดช่วงที่ผ่านมา จึงได้จัดทำกล่องน้ำใจ #ส่งต่อน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ขึ้น ซึ่งของใช้ด้านในนอกจากเป็นของจำเป็นที่เราคัดสรรอย่างดีแล้ว ยังได้รับการสนับสนุนมาจากภาคเอกชน และเงินบริจาคของประชาชนที่กรุณาร่วมบุญกับเรามาตลอดด้วย นับเป็นการส่งต่อน้ำใจจากทุกโมเลกุลของสังคมอย่างแท้จริง”

“สำหรับของภายในกล่องน้ำใจนั้น ประกอบด้วย ยาสามัญประจำบ้าน อาหารแห้ง อย่างข้าวสาร ไข่ไก่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โจ๊กกึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง และสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ป่วย ได้แก่ ปรอทวัดไข้ หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอลล์ ฯลฯ ซึ่งเรายังได้วางแผนให้ความช่วยเหลือสังคมกระจายออกไปมากที่สุดและอย่างต่อเนื่องอีกด้วย” มาดามแป้ง กล่าวเพิ่มเติม

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้ สามารถบริจาคและสมทบทุนได้ที่บัญชี ธนาคารกสิกรไทย บัญชีเลขที่ 092-2-61340-0 ชื่อบัญชี มูลนิธิมาดามแป้ง เพื่อโครงการสร้างสังคมแห่งการให้ หรือร่วมสมัครเป็นทีมอาสากล้าใหม่กับเราได้ที่ http://bitly.ws/dsfM 

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงสวมฉลองพระองค์เสื้อยืดลายฝีพระหัตถ์และข้อความให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597727

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงสวมฉลองพระองค์เสื้อยืดลายฝีพระหัตถ์และข้อความให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงสวมฉลองพระองค์เสื้อยืดลายฝีพระหัตถ์และข้อความให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์

วันพฤหัสบดี ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 16.44 น.

26 สิงหาคม 2564 เพจเฟสบุ๊ก “มูลนิธิชัยพัฒนา”  เผยว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์นายกกิตติมศักดิ์และองค์ประธานกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระฉายาลักษณ์ ฉลองพระองค์เสื้อยืดลายฝีพระหัตถ์ และข้อความให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ ในนามมูลนิธิชัยพัฒนา และกองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 ( และโรคระบาดต่างๆ ) ความว่า

 “…ชัยพัฒนาสนับสนุนผู้ดูแลรักษาผู้ป่วย…ขอบคุณครับ/ค่ะ…”

พร้อมลงพระนามาภิไธย “สิรินธร”

โดยพระฉายาลักษณ์นี้จะพระราชทานแก่โรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อเป็นสิริมงคล และเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

หมายเหตุ -เสื้อยืดลายฝีพระหัตถ์ให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ มีจำหน่าย ณ ร้านภัทรพัฒน์ ทุกสาขา รายได้จากการจำหน่ายสมทบ “กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 (และโรคระบาดต่าง) “เสื้อลายฝีพระหัตถ์” จัดทำขึ้นเพื่อจำหน่าย โดยรายได้สมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา และกองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 (และโรคระบาดต่างๆ)

โดย “เสื้อยืดลายฝีพระหัตถ์” จะมีให้เลือก 2 ไซส์  คือรอบอก 38 นิ้ว  และรอบอก 42 นิ้ว ราคา 250 บาท ทั้งนี้จะมีไซส์พิเศษ XXL รอบอก 48 นิ้ว เร็วๆ นี้ *ยังไม่เปิดจอง*

สามารถสั่งจองสินค้าผ่านระบบเว็บไซต์ได้ที่ลิงก์ https://www.patpat9.com/p/4624

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Line Official: @patpat9shop , Facebook:m.me/Patpat9ShopByChaipat ,

เบอร์โทร: 02-282-4425 ต่อ 106, 110 

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เดินหน้าฝ่าโควิด เผยแพร่ความรู้ เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านสื่อเทคโนโลยี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597513

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เดินหน้าฝ่าโควิด เผยแพร่ความรู้  เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านสื่อเทคโนโลยี

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เดินหน้าฝ่าโควิด เผยแพร่ความรู้ เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านสื่อเทคโนโลยี

วันพฤหัสบดี ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พล.อ.อ.เสนาะ พรรณพิกุล

สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ หรือ New Normal พร้อมนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทหลักช่วยในการขับเคลื่อนภารกิจ เผยแพร่พระเกียรติคุณพระอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์ไทยด้านการเกษตร สืบสาน รักษา ต่อยอด แนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะด้านการเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีใหม่ โคกหนองนา พร้อมทั้งนำไปสู่องค์กรแห่งการทำคุณงามความดี คิดดี พูดดี ทำดีก่อเกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์แห่งการเรียนรู้เกษตรเศรษฐกิจพอเพียงที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย ผ่านกิจกรรมเรียนรู้ online ส่งตรงความรู้ ความสนุกถึงบ้านและห้องเรียน

พล.อ.อ.เอกเสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (พกฉ.) เปิดเผยว่า “การขับเคลื่อนการดำเนินงานของพกฉ.นั้นผมมีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันพิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปในสังคมมากยิ่งขึ้น เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณพระอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์ไทยด้านการเกษตร ผ่านทุกช่องทางที่มี ให้เกิดการรับรู้ต่อประชาชนในสังคมไทยมากที่สุด พร้อมทั้งขับเคลื่อนขยายผลเครือข่าย ภาคีความร่วมมือในระดับพื้นที่เพื่อให้คนรู้จักมากยิ่งขึ้น และจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 พิพิธภัณฑ์ฯ ได้ปรับกลยุทธ์การบริการให้สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ เพื่อรองรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้เข้าชม โดยคำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเป็นหลัก เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19ที่ในขณะนี้ยังคงเป็นเรื่องน่าเป็นห่วง ทางพิพิธภัณฑ์ฯ ได้ดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด”

พิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา

นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ยังนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเผยแพร่พระเกียรติคุณพระอัจฉริยภาพ กษัตริย์เกษตรสู่สังคมในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตรายการต่างๆ เพื่อนำเสนอเนื้อหาองค์ความรู้ด้านการเกษตรผ่านสื่อออนไลน์ รวมถึงขับเคลื่อนเชื่อมโยงการดำเนินงานและกิจกรรมร่วมกับเกษตรกรเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ และภาคีความร่วมมือทั่วประเทศ ถึงแม้ว่าปัจจุบันพิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จะปิดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในขณะนี้ การเผยแพร่ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการเกษตรสู่ผู้คนในสังคมผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อออนไลน์ เป็นส่วนสำคัญในการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดรับกับสังคมยุควิถีใหม่ของคนทุกเพศทุกวัย เช่น การเรียนรู้หลักสูตรเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง online สำหรับโรงเรียน สถาบันการศึกษา หน่วยงาน ด้วยการเรียนรู้แบบหมู่คณะ ผ่าน Application Zoom ส่งตรงความรู้ ความสนุก ถึงบ้านและห้องเรียน การจัดกิจกรรมท่องเที่ยวสุขสันต์ที่พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ออนไลน์ จัดหนัก จัดเต็ม 2 หลักสูตรต่อวัน ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เช่น หลักสูตรไอศกรีมผลไม้ เค้กกล้วยหอม การทำพิซซ่าขนมปัง ผ่าน Application Zoomการจัดหลักสูตรเรียนรู้อบรมออนไลน์ “วิชาของแผ่นดิน” ที่นำองค์ความรู้เคล็ดลับการทำเกษตรพึ่งตนเองจากวิทยากรมากความสามารถมาถ่ายทอด ผ่าน Live Facebook Fanpage พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เป็นประจำทุกวันเสาร์ และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป การผลิตรายการออนไลน์ ที่ทั้งสนุก มีสาระ และสามารถรับชมได้ทุกวัย โดยถ่ายทอดเรื่องราวของ นิทรรศการพิพิธภัณฑ์ในอาคาร ภาพยนตร์แอนิเมชั่น ฐานการเรียนรู้เกษตรเศรษฐกิจพอเพียงภายในพิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ พร้อมองค์ความรู้ภาคการเกษตรที่นำไปประยุกต์ใช้จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งสามารถรับชมผ่านทาง Facebook Fanpage และช่องทาง YouTube กษัตริย์เกษตร Channel ของทางพิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เรียนรู้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายทุกกิจกรรมการเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ป่าดงพงไพรพิพิธภัณฑ์ป่าดงพงไพรพิพิธภัณฑ์มหัศจรรย์พันธุกรรมพิพิธภัณฑ์มหัศจรรย์พันธุกรรมพิพิธภัณฑ์วิถีน้ำพิพิธภัณฑ์วิถีน้ำพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งลงมือปฏิบัติจริงในกิจกรรมการเรียนรู้ลงมือปฏิบัติจริงในกิจกรรมการเรียนรู้ลงมือปฏิบัติจริงในกิจกรรมการเรียนรู้ลงมือปฏิบัติจริงในกิจกรรมการเรียนรู้เส้นทางสืบสาน รักษา ต่อยอด Wisdom farm

เส้นทางสืบสาน รักษา ต่อยอด Wisdom farm

คุณแหน : 26 สิงหาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597532

คุณแหน : 26 สิงหาคม 2564

วันพฤหัสบดี ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

●● เมื่อ “ไทยต้อง ช่วยไทย” การสานต่อแนวคิด “เชื่อมต่อ ช่วยเหลือเพื่อคนไทย” ของ AIS โดย สมชัยเลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS  ร่วมสนับสนุนงบประมาณ6.5 ล้าน เพื่อสร้าง “หอผู้ป่วยกึ่งวิกฤต” (Field Cohort Ward) ให้ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย แบบเร่งด่วนอีกหนึ่งกำลังในการช่วยเหลือ ขยายพื้นที่รองรับผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 ที่ยังรอเตียง ลดความแออัด..

●● ยินดีกับชาวจุฬาฯที่ได้อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย นายกสมาคมหญิงคนแรก พร้อมคณะกก.อำนวยการสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์ฯ(สนจ.) ชุดใหม่ ได้แก่ ดร.ลักขณาลีละยุทธโยธิน, ศ.ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์,ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์, สราวุธทรงศิวิไล, พรพจน์ เพ็ญพาส, ชลิดาพันธ์กระวี, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, ศ.นพ.กำธร พฤกษานานนท์, สุชาติ พรชัยวิเศษกุล, เพียงพนอ บุญกล่ำ, ดร.ศรายุธ แสงจันทร์, ภิมลภา สันติโชค,อธิศีล ธัญญ์ ณ ป้อมเพชร, ราเมศวร์ ศิลปพรหม..

●● นราพัฒน์ แก้วทอง ผช.รมต.เกษตรฯ หนุนชาวพิจิตรเร่งปลูกฟ้าทะลายโจรเพื่อนำไปแปรรูปเป็นสมุนไพรช่วยสู้โควิด..

●● ข่าวดี ชุติมา ศรีปราชญ์ ได้เป็น ที่ปรึกษาด้านการบริหารเหรียญกษาปณ์และทรัพย์สินมีค่ากรมธนารักษ์..

●● สุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน ลงพื้นที่เพื่อติดตามจัดเก็บและขนส่งขยะอันตรายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อรวบรวมและนำไปกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ..

●● ยินดีกับ รศ.ดร.กุลทิพย์ ศาสตระรุจิ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ด้านการสื่อสารมวลชน) ในคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ..ส่วน ดร.อุรุญากรจันทร์แสง ได้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์..

●● ในโอกาสครบรอบ 55 ปี สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย อนุวัตร เฉลิมไชย นายกสมาคมฯได้เชิญ CMO ระดับแนวหน้าของประเทศกว่า 55 องค์กร มาร่วมพูดคุยออนไลน์แลกเปลี่ยนมุมมองทางการตลาด เพื่อหาแนวทางฟันฝ่าวิกฤตโควิด-19..

●● คณะนักศึกษาหลักสูตร วปรอ. รุ่น 388 บริจาคเงินให้กับสภากาชาดไทยในโครงการ “กองทุนกาชาด เพื่อจัดหาวัคซีนและยาโควิด-19 สำหรับประชาชน” โดยมี ขรรค์ ประจวบเหมาะ เป็นผู้รับมอบ..

●● อนุโมทนาบุญกับ บมจ.เซนต์เมด ที่บริจาคเครื่องให้ออกซิเจนอัตราการไหลสูง จำนวน 5 เครื่อง ให้แก่ รพ.บุษราคัม..●●

น้อง