มุมนี้มีนัด : 26 สิงหาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597502

มุมนี้มีนัด : 26 สิงหาคม 2564

วันพฤหัสบดี ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

● สัมมนาออนไลน์

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ขอเชิญชวนเอสเอ็มอี และวิสาหกิจชุมชนร่วมสัมมนาออนไลน์“ฟ้าทะลายโจร และกระชายขาว สุดยอดสมุนไพรไทย ผลิตและบริโภคอย่างไรให้ปลอดภัยได้มาตรฐาน” ผ่านองค์ความรู้ต่างๆทั้งในด้านคุณสมบัติที่สามารถต้านไวรัสCOVID-19 การพัฒนาเชิงอุตสาหกรรมควรพัฒนาอย่างไร สารสกัดกระชายขาวกับการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ และทานสมุนไพรไทยอย่างไรให้ปลอดภัย ฯลฯ โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านยาและสมุนไพรไทยจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มหาวิทยาลัยมหิดล และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่31 สิงหาคม 2564 เวลา 08.30-12.00 น.ผ่านระบบ ZOOM Meeting และ Facebooklive ทางเพจกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้-30 ส.ค. 2564 ทางลิงก์ https://bit.ly/3k3qtLZ หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม โทร. 02-4306877 หรือ 086-9054779(กรรณิการ์) และ 062-9926691(อรวรางค์)

● ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เตรียมจัดงาน “ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ”ในรูปแบบออนไลน์ วันที่ 26 สิงหาคม2564 เวลา 14.00-16.30 น. เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความตระหนักถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมไมซ์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ภายในงานประกอบด้วย การกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “อนาคตประเทศไทยกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติ” โดย นายวิโรจน์ นรารักษ์ รองเลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ การบรรยายในหัวข้อ “ทิศทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ ปี 2565” โดย นายจิรุตถ์อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ นอกจากนี้ยังมีการเสวนาพิเศษในหัวข้อ “ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ สนใจเข้าร่วมงาน สามารถรับชมผ่านทางเฟซบุ๊คไลฟ์ ที่ Facebook MICE inThailand และ ช่อง Youtube: Business Event Thailand

BURT’S BEES เปิดตัว บิวตี้ไอเท็มใหม่ คืนความมั่นใจให้ริมฝีปากเนียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597498

BURT’S BEES เปิดตัว บิวตี้ไอเท็มใหม่  คืนความมั่นใจให้ริมฝีปากเนียน

BURT’S BEES เปิดตัว บิวตี้ไอเท็มใหม่ คืนความมั่นใจให้ริมฝีปากเนียน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มาแรงในชั่วข้ามคืนสำหรับ 5 บิวตี้ ไอเท็มใหม่จาก Burt’s Bees (เบิร์ต บีส์) ผู้นำผลิตภัณฑ์จากส่วนผสมธรรมชาติยอดนิยมอันดับหนึ่งจากอเมริกาที่ได้รับความสนใจอย่างมากในเกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง และอเมริกา พร้อมเสิร์ฟความสวยให้สาวไทยเป็นเจ้าของลิปบาล์ม 2 รสชาติใหม่! สไตล์ทรอปิคัลมาพร้อมทินท์ลิปบาล์ม 2 เฉดสีที่ได้แรงบันดาลใจจากสีสันอันสวยงามของดอกไม้ และมิราเคิลบาล์มสูตรใหม่ หนึ่งในไอเท็มยอดนิยมในตำนานสำหรับทุกคนในครอบครัว

ในยุคที่ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ทำให้หลายคนก็มีปัญหาปากแห้งลอก ปากแตก และปากคล้ำ ซึ่งเกิดจากการเสียดสีของหน้ากากอนามัย หรือการใช้ลิปที่มีส่วนผสมของสารเคมี ตัวการที่ทำให้ริมฝีปากแห้ง ปากลอก ปากคล้ำทาลิปสติกแล้วสีตกร่องและปากลอกเป็นขุยคืนความมั่นใจให้ริมฝีปากเนียนสวยด้วย Burt’sBees Lip Balm2 รสชาติใหม่ มีส่วนผสมของ“บีส์แว็กซ์” (Beeswax) ธรรมชาติ 100% มาพร้อม Tinted Lip Balm2 เฉดสีใหม่ลิปบาล์มมีสีจากธรรมชาติ 100% ที่ได้แรงบันดาลใจจากสีสันของดอกไม้ ปราศจากพาราเบนส์ พาทาเลตส์ ปิโตรเลียมเจลลี่ และสารเคมีอันตรายทุกชนิด

อีกหนึ่งปัญหากวนใจในช่วงฤดูฝน คือยุงร้ายและแมลงสัตว์กัดต่อย ทำให้เกิดผดผื่น แดง คัน และผิวคล้ำจากการเกา เบิร์ต บีส์พัฒนา Res-Q Tin with Cica สูตรใหม่บาล์มอเนกประสงค์สำหรับทุกคนในครอบครัว ให้คุณสนุกกับทุกกิจกรรมได้อย่างมั่นใจ และเป็นไอเท็มขายดีตลอดกาลที่หลายคนชื่นชอบ

เริ่มต้นดูแลริมฝีปากและผิวพรรณอย่างถูกวิธี ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติแท้ของเบิร์ตส์ บีส์ (BURT’S BEES) เพื่อสุขภาพผิวที่ดีและช่วยให้คุณสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ ได้แล้ววันนี้ที่ www.burtsbees.co.th และ LINE Official Account: @burtsbeesth

ขอเชิญร่วมประกวดวาดภาพไอเดียต้นแบบ โครงการ ‘ยอดมนุษย์ผู้พิชิตโควิด’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597511

ขอเชิญร่วมประกวดวาดภาพไอเดียต้นแบบ โครงการ ‘ยอดมนุษย์ผู้พิชิตโควิด’

ขอเชิญร่วมประกวดวาดภาพไอเดียต้นแบบ โครงการ ‘ยอดมนุษย์ผู้พิชิตโควิด’

วันพฤหัสบดี ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

อตินุช ตันติวิท ผู้ก่อตั้ง ATTA แกลอรี่

ยอดมนุษย์เป็นตัวแทนของการต่อสู้ที่ยาวนานระหว่างความดีและความเลวร้าย ในปี 2562 มีวายร้ายชนิดใหม่เกิดขึ้นในรูปแบบของไวรัส ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการใช้ชีวิต และการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันและกันของมนุษยชาติในระหว่างที่เราเรียนรู้เรื่องการอยู่รอดในช่วงวิกฤตนี้นั้น มีคำถามหนึ่งที่ผุดขึ้นมาคือ “ยอดมนุษย์ผู้พิชิตโควิด หน้าตาจะเป็นอย่างไรหนอ?”

วิภู ศรีวิลาศ ศิลปินไทยที่พำนักอยู่ในออสเตรเลีย ตอบโจทย์คำถามนี้ด้วยการริเริ่มโครงการ “COVID Superheroes ยอดมนุษย์ผู้พิชิตโควิด” ขึ้นมาในออสเตรเลีย โดยโครงการนี้ได้กระตุ้นให้คนทั่วไปได้จินตนาการถึงยอดมนุษย์ที่มีพลังพิเศษที่สามารถต่อสู้กับ COVID-19และสามารถที่จะช่วยให้ผู้คนผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ โครงการนี้เป็นเสมือนการบันทึกความรู้สึกและประสบการณ์ของสถานการณ์อันเลวร้ายในรูปแบบที่สร้างสรรค์ และเต็มไปด้วยพลังบวก

วิภู และ ATTA “N” ATTA Art Space โดย อตินุช ตันติวิท ผู้ก่อตั้ง ATTA แกลอรี่ ขอเชิญชวนบุคคลทั่วไปเข้าร่วมโครงการโดยส่งภาพวาดลายเส้นCOVID Superheroes ยอดมนุษย์ผู้พิชิตโควิด เพื่อทำการประกวดคัดเลือกไปเป็นต้นแบบ และแรงบันดาลใจการสร้างงานประติมากรรม สามารถส่งภาพวาดเข้าร่วมโครงการได้เพียงคนละ 1 ภาพเท่านั้นและเพื่อให้ยอดมนุษย์ของคุณมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและสมจริง ควรใส่รายละเอียดต่างๆ เช่น พลังพิเศษ หรืออาวุธพิเศษที่จะต่อสู้กับไวรัสร้ายได้, อุปนิสัย,จุดอ่อน, เพศ หรือนิสัยที่น่ารำคาญ ในการออกแบบ พร้อมกับเรื่องเล่าสั้นๆ หรือสโลแกน เกี่ยวกับยอดมนุษย์ไม่เกิน 50 คำ

ผลงานที่น่าสนใจที่สุด 12 ชิ้น จะได้รับเลือกให้เป็นแรงบันดาลในการสร้างงานประติมากรรม โดย 12 ศิลปินร่วมสมัย และเป็นหัวข้อของการเขียนเรื่องสั้น โดย นักเขียนรับเชิญ 12 ท่านและภาพวาดที่ได้รับคัดเลือก งานประติมากรรม และเรื่องสั้นของ 12 ยอดมนุษย์ผู้พิชิตโควิดจะถูกนำมาจัดแสดงในนิทรรศการ COVID Superheroesยอดมนุษย์ผู้พิชิตโควิด ที่ ATTA “N” ATTAArt Space ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2564 สำหรับรายละเอียดการเข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วยการวาดภาพลายเส้นและลงสี COVID Superheroesยอดมนุษย์ ผู้พิชิตโควิด (ไม่จำกัดเทคนิคการสร้างภาพ) ขนาด A4, ถ่ายรูปผลงานเป็นไฟล์ดิจิทัล (.jpg, .png) แนบมากับอีเมล เพื่อผ่านกระบวนการคัดเลือก, พิมพ์ ชื่อผลงาน และเรื่องเล่าสั้นๆหรือสโลแกนเกี่ยวกับยอดมนุษย์ไม่เกิน 50 คำมาในอีเมล, ตั้งหัวข้ออีเมลว่า COVIDSUPERHEROES และส่งอีเมลมาที่ info@atta-n-atta.com ภายในวันที่ 29 สิงหาคม2564 โดยจะประกาศผลบน Instagram @atta_n_atta.bkk และ Facebook ของ ATTA “N” ATTA Art Space ภายในกลางเดือนกันยายน 2564วิภู ศรีวิลาศ ศิลปินไทย ผู้ริเริ่มโครงการ “COVID Superheroes ยอดมนุษย์ผู้พิชิตโควิด”วิภู ศรีวิลาศ ศิลปินไทย ผู้ริเริ่มโครงการ “COVID Superheroes ยอดมนุษย์ผู้พิชิตโควิด”

ดิสนีย์ เลือก Co-Branding ‘ละมุน’ เป็น Mom Magic Moment Collection #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597505

ดิสนีย์ เลือก Co-Branding ‘ละมุน’  เป็น Mom Magic Moment Collection

ดิสนีย์ เลือก Co-Branding ‘ละมุน’ เป็น Mom Magic Moment Collection

วันพฤหัสบดี ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ละมุนเบบี้ รักษาตำแหน่งผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคสำหรับแม่และเด็กครึ่งปีแรก 2564 โตรับกระแสสุขภาพ จากสินค้าHighlight ถุงเก็บน้ำนมลดกลิ่นหืนตัวจริง โกยส่วนแบ่งการตลาด สวนกระแสภาวะเศรษฐกิจยุคโควิด ทุบสถิติมูลค่าการตลาด 230 ล้านบาท ภายในปี 2564 จากการที่ Disney เลือก ละมุนเบบี้ เป็นสินค้าออร์แกนิคสำหรับแม่และเด็กแบรนด์ไทยรายแรกที่ได้รับความไว้วางใจให้ทำ Co-Branding ร่วมกันจนออกมาเป็น Mom Magic MomentCollection โดยหยิบความน่ารักของคาแร็กเตอร์แบมบี้ ดัมโบ้ ออกมาทำสินค้าคอลเลคชั่นแรกในรูปแบบลายเส้นพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแม่ละมุนโดยเฉพาะ

หญิง-เนตรนพิศ รุ่งธนเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ละมุนเบบี้ จำกัดLamoon x Disney Mom Magic MomentCollection กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้“ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช” คุณแม่ป้ายแดงยุคใหม่ ซึ่งเป็นแม่ละมุนตัวจริง ใช้ละมุนตั้งแต่แรกคลอดจนหลงรัก จนตอบรับการเป็น Brand Ambassador ย้ำภาพความอ่อนโยนแม่ละมุน ที่เป็นคุณแม่ทันสมัย และที่สำคัญคือเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกรักเท่านั้น ดึงกระแสเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพื่อส่งต่อภูมิคุ้มกันให้ลูกยุคโควิด

สำหรับปี 2564 ละมุนเบบี้ ตั้งเป้ารายได้การเติบโตไว้ประมาณ 25% โดยหัวใจหลักจะมาจากการพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้ามากขึ้นการทำการตลาดที่เข้าถึงคุณแม่ตั้งแต่เตรียมพร้อมการตั้งครรภ์ รวมถึงการออกสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ Lamoon Vitaที่เริ่มเปิดตัวสินค้าไปแล้วเมื่อปลายปี 2563

สำหรับสินค้า Lamoon Mom Magic Moment สามารถหาซื้อได้ทั้งร้านค้าออนไลน์และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ www.lamoonbaby.comFacebook, Instagramและ Line@ LamoonbabyLazada,Shopee,Central Robinson

โครงการส่งต่อ 1,000 เตียงสนามสู้โควิดจากอีจัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597524

โครงการส่งต่อ 1,000 เตียงสนามสู้โควิดจากอีจัน

โครงการส่งต่อ 1,000 เตียงสนามสู้โควิดจากอีจัน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เนื่องด้วยสถานการณ์ปัญหาไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบรุนแรงในคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศและส่งผลทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาที่ผ่านมา รวมทั้งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัครสาธารณสุขจำนวนมาก เนื่องจากโรงพยาบาลประจำจังหวัดหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน รวมทั้งหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ต้องจัดจุดพักคอยรองรับผู้ป่วยโควิดที่เดินทางกลับไปรักษาตัวที่บ้านเกิดจำนวนมาก และประสบปัญหาเตียงสนามขาดแคลนเนื่องจากกำลังผลิตเตียงกล่องไม่เพียงพอต่อความต้องการ 

เพจอีจัน ซึ่งเป็นเพจข่าวที่มีคนติดตามกว่า11 ล้านคน ร่วมกับกลุ่มบริษัท EPG และบริษัทขนส่งTriple i เล็งเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นจึงร่วมกันจัด “โครงการส่งต่อ1,000 เตียงสนามสู้โควิดจากอีจัน” ขึ้นโดยจะส่งมอบเตียงสนาม แอร์โรคลาส ที่มีความเหมาะสมทั้งน้ำหนักที่เบาสะดวกในการขนย้าย ทำความสะอาดได้ง่ายและผลิตจากวัสดุคุณภาพทนทานสามารถใช้งานได้นาน ซึ่งเหมาะสมกับสถานการณ์ในขณะนี้พร้อมตั้งเป้าหมายในการส่งเตียงสนามแก่ลูกเพจที่ร้องขอมาซึ่งประกอบไปด้วย โรงพยาบาลสนาม สำนักงานสาธารณสุข อบต. เทศบาล และองค์กรสาธารณสุขท้องถิ่นในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อจะได้ช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์บรรเทาวิกฤตโควิด บรรเทาปัญหาเตียงสนามไม่เพียงพอในปัจจุบัน

ทูตพาณิชย์กรุงกัวลาลัมเปอร์ โชว์ผลงานโปรเจกท์เด่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597504

ทูตพาณิชย์กรุงกัวลาลัมเปอร์ โชว์ผลงานโปรเจกท์เด่น

ทูตพาณิชย์กรุงกัวลาลัมเปอร์ โชว์ผลงานโปรเจกท์เด่น

วันพฤหัสบดี ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

โน้ต-วรวรรณ วรรณวิล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ “ทูตพาณิชย์” เจ้าพ่อโปรเจกท์ที่เพิ่งย้ายไปประจำที่มาเลเซียได้ไม่นาน ก็โชว์ผลงานโปรเจกท์แรก “สวัสดีไทยแฟร์” งานนี้ต้องขอตบมือดังๆ ให้กับความสำเร็จที่ได้เสียงตอบรับดีสวนกระแสกับสถานการณ์เศรษฐกิจในตอนนี้ มีการปรับกลยุทธ์ใช้การขายสินค้าบนอิออน ออนไลน์ถือว่าประสบความสำเร็จมาก ที่สำคัญ อิออนยอมสั่งซื้อของไทยเข้าไปขายทันที 40 กว่าล้านบาท แถมยังกล่อมให้อิออนเอาสินค้าพวก สปา โอท็อป เข้าไปขายด้วยได้อีก นี่ยังไม่รวม มาทำงาน 6 เดือน ขายผลไม้ออนไลน์ไปแล้ว 3 รอบ โกยเงินเข้าประเทศไปแล้วไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท เห็นอย่างนี้ก็ปลื้มใจแทนคนไทยส่วนโปรเจกท์ต่อไปขอบอกว่ายังมีอีกเยอะ

สวมหน้ากาก 2 ชั้นลดความเสี่ยง ด้วยหน้ากากผ้าวาโก้ ใส่ได้ถึง 100 ครั้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597494

สวมหน้ากาก 2 ชั้นลดความเสี่ยง  ด้วยหน้ากากผ้าวาโก้ ใส่ได้ถึง 100 ครั้ง

สวมหน้ากาก 2 ชั้นลดความเสี่ยง ด้วยหน้ากากผ้าวาโก้ ใส่ได้ถึง 100 ครั้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในปัจจุบัน พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและกระจายไปเกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศ ทางภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ จึงได้รณรงค์ให้ประชาชนเคร่งครัดในการสวมใส่หน้ากากตลอดเวลา และหากไปในแหล่งชุมชนหรือคนพลุกพล่าน ควรสวมหน้ากาก 2 ชั้น โดยใส่หน้ากากทางการแพทย์ไว้ด้านใน สวมทับหน้ากากผ้าไว้ด้านนอก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อได้ดียิ่งขึ้น

เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงพร้อมลดค่าใช้จ่ายด้วยการสวมหน้ากากผ้าวาโก้ “Wacoal 3DMask” เนื้อผ้าสเปเซอร์ ผลิตจากเส้นใย Nylon70% ขนาดเล็กระดับ Microfiber มีความละเอียดสูงอีกทั้งมีส่วนผสมของ Spandex Melt 30%หลอมละลายยึดติดเข้ากับโครงสร้างผ้า ซึ่งถักแบบ 2 ชั้น (Interlock Knit) ด้วยเครื่องถักที่มีความหนาแน่นสูง ทำให้ผ้ามีความอ่อนนุ่ม ไม่รุ่ย ไม่รันไม่ม้วน ยืดหยุ่นตัวดี กระชับเข้ากับรูปหน้าเมื่อสวมใส่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากสีและสารเคมีอันตราย มอก.2346:2550 และผ่านการทดสอบการผ่านของอากาศ (Air PermeabilityTest) เป็นไปตามข้อกำหนดของสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ได้ค่าการผ่านอากาศได้น้อยกว่า 50 cm³/cm²/sec. จึงมีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่น PM 2.5 และยังช่วยลดการกระจายของเชื้อโรค สามารถซักทำความสะอาดและนำกลับมาใช้ซ้ำได้มากถึง 100 ครั้ง

หน้ากากผ้าวาโก้ Wacoal 3D Mask Healthy with style ปลอดภัยทั้งที่ต้องมีสไตล์มีจำหน่ายแล้วที่วาโก้ช็อปและเคาน์เตอร์วาโก้ทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมช่องทางออนไลน์ www.facebook.com/wacoal.th สอบถามโทร. Call Center 02-2969979

ศิริราชเผยผลวิจัยวัคซีนโควิดพบฉีดแบบไขว้ SVตามด้วย AZ ใน 3-4 สัปดาห์ ภูมิขึ้นสูง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597500

ศิริราชเผยผลวิจัยวัคซีนโควิดพบฉีดแบบไขว้  SVตามด้วย AZ ใน 3-4 สัปดาห์ ภูมิขึ้นสูง

ศิริราชเผยผลวิจัยวัคซีนโควิดพบฉีดแบบไขว้ SVตามด้วย AZ ใน 3-4 สัปดาห์ ภูมิขึ้นสูง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เผยผลความคืบหน้างานวิจัยวัคซีนโควิด ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โดยศูนย์วิจัยคลินิกศิริราชพบว่าการฉีดวัคซีนแบบเข็มสลับ ซิโนแวคก่อน แล้วตามด้วยแอสตร้าเซเนก้าใน 3-4 สัปดาห์ ภูมิขึ้นสูงเฉลี่ย 1,355 หน่วยใกล้เคียงกับการฉีดไฟเซอร์ 2 เข็มที่มีภูมิขึ้นเฉลี่ย 1,900 หน่วย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยคลินิกไม่แนะนำให้แอสตร้าเซเนก้าเป็นเข็มหนึ่งและตามด้วยซิโนแวคเป็นเข็มสองเพราะสร้างภูมิคุ้มกันได้ต่ำกว่า

ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยคลินิก (SICRES)กล่าวว่า งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนโควิดในช่วงแรกเป็นการศึกษาในอาสาสมัครบุคลากรทางการแพทย์ ที่ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม และวัคซีน แอสตร้าเซเนก้า 2 เข็ม ใช้การทดสอบด้วยวิธีเดียวกัน ในผู้ที่มีคุณสมบัติคล้ายกัน พบว่าหลังฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มมีภูมิคุ้มกันขึ้นสูงสู้การฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า 2 เข็ม ไม่ได้ และเมื่อทดสอบการต่อต้านไวรัสเดลต้าที่มีชีวิต พบว่าซิโนแวคสองเข็มจะปกป้องได้ไม่ดีเท่าแอสตร้าเซเนก้าซึ่งสอดคล้องกับรายงานที่พบการติดเชื้อเดลต้าจำนวนมากในผู้ที่เคยฉีดซิโนแวค2 เข็มมาก่อน อย่างไรก็ดี ก็ยังพบว่าวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มยังป้องกันการติดเชื้ออย่างรุนแรง และการเสียชีวิตได้ค่อนข้างสูงมากกว่า 70%

การเกิดเชื้อกลายพันธุ์ทำให้การฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มแบบเดิม ป้องกันเชื้อเดลต้าไม่ได้ดี แม้ว่าการฉีดวัคซีนจะยังสามารถลดความรุนแรงได้ จึงได้มีการศึกษาการฉีดสลับเข็มไขว้ระหว่างซิโนแวค+แอสตร้าเซเนก้า แอสตร้าเซเนก้า+ซิโนแวคและซิโนแวค+ไฟเซอร์ แอสตร้าเซเนก้า+ไฟเซอร์

ผลการศึกษา โดยทำการวัดภูมิต่อไวรัสโดยวิธีที่ใช้ทั่วไปanti-RBDIgG(BAU/mL) หลังเข็มสอง 2 สัปดาห์ พบว่าการฉีดสลับเข็ม ซิโนแวคก่อนตามด้วยแอสตร้าเซเนก้าพบภูมิจาก 24 หน่วยขึ้นสูงเป็น 1,355 หน่วย แต่ถ้าฉีดแอสตร้าเซเนก้าก่อน แล้วตามด้วยซิโนแวค พบว่าภูมิขึ้นน้อยกว่ามาก จาก 147 หน่วยขึ้นเป็น 222 หน่วย เมื่อเปรียบเทียบกับการฉีดชนิดเดียวกัน ซิโนแวค 2 เข็มภูมิขึ้น 229 หน่วยฉีดแอสตร้าเซเนก้า 2 เข็มภูมิขึ้น 424 หน่วยไฟเซอร์ 2 เข็มภูมิขึ้น 1,900 หน่วย ส่วนคนที่เป็นโควิด-19 ในช่วงระบาดที่สมุทรสาครเมื่อผ่านไป 4 สัปดาห์ภูมิขึ้น 181หน่วยและจากวัดภูมิแบบจำเพาะต่อสายพันธุ์เดลต้าที่มีชีวิต พบว่าถ้าฉีดเข็มสลับซิโนแวคแล้วตามด้วยแอสตร้าเซเนก้า สามารถต่อต้านเดลต้าได้ดีกว่าการฉีดแอสตร้าเซเนก้าแล้วตามด้วยชิโนแวค หรือซิโนแวค 2 เข็มมาก และดีกว่าการฉีดด้วยแอสตร้าเซเนก้า 2 เข็มเล็กน้อย

ส่วนผลการศึกษาเข็มสลับไฟเซอร์กับวัคซีนตัวอื่น ต้องรออีก 1 เดือนจึงจะทราบผล เนื่องจากเพิ่งได้รับวัคซีนมาศึกษา

นอกจากนี้การระบาดของเชื้อกลายพันธุ์โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลต้า ทำให้มีความจำเป็นที่ต้องฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้กับบุคลากรด่านหน้าที่เคยฉีดวัคซีนซิโนแวคมาแล้ว 2 เข็ม เพราะถ้าติดเชื้อแม้จะไม่รุนแรงก็ต้องหยุดงาน ไม่มีคนดูแลผู้ป่วย ศูนย์วิจัยคลินิกศิริราชจึงได้เริ่มทำการศึกษาเพิ่มเติมโดยแบ่งการฉีดกระตุ้นเข็มที่ 3 ออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่แอสตร้าเซเนก้า ซิโนฟาร์ม ไฟเซอร์เต็มโดส และไฟเซอร์ครึ่งโดส(ซึ่งมีศึกษาการใช้ครึ่งโดสของวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอฉีดกระตุ้นมาบ้างแล้วในต่างประเทศ)

เบื้องต้นผลการศึกษา โดยทำการวัดภูมิด้วยวิธีทั่วไป พบว่า ผู้ที่ได้วัคซีนแอสตร้าเซเนก้าเป็นเข็ม 3 หลังจากฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มไปแล้ว 2 เดือน พบว่าภูมิขึ้นจาก 52 หน่วยเป็น 1,500 หน่วย ไม่ต่างจากการฉีดไฟเซอร์ 2 เข็มมากนัก ส่วนผู้ฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มเป็นเข็ม 3 ภูมิขึ้นจาก 44 หน่วย เป็น 218 หน่วย ซึ่งภูมิขึ้นในระดับที่น้อยกว่าการใช้แอสตร้าเซเนก้าเป็นเข็ม 3 และยืนยันด้วยการตรวจภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะต่อเดลต้าที่มีชีวิต ก็พบว่าแอสตร้าเซเนก้าเป็นเข็ม 3 ให้ผลต่อต้านไวรัสได้ดีกว่ามาก

จากผลการศึกษาเหล่านี้ จึงขอแนะนำว่าในยามนี้ที่มีสายพันธุ์เดลต้าระบาดเช่นนี้ ควรฉีดเข็มสลับ ซิโนแวคแล้วตามด้วยแอสตร้าเซเนก้า ซึ่งจะให้ประสิทธิภาพดีและใช้วัคซีนที่เรามีได้อย่างมีประโยชน์สูงสุด สูตรสลับแบบนี้จะดีกว่าการฉีดแอสตร้าเซเนก้า 2 เข็ม เพราะทำให้จบการฉีดเข็มที่ 2ได้เร็วกว่า คือภายใน 3-4 สัปดาห์แทนที่จะเป็น 10-12 สัปดาห์และยังมีให้ระดับภูมิคุ้มกันที่วัดได้สูงกว่าด้วยซึ่งทางกระทรวงเริ่มฉีดแบบนี้ในขณะนี้แล้ว และไม่แนะนำการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าแล้วตามด้วยซิโนแวค หรือซิโนแวค 2 เข็ม ส่วนการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ต้องรอดูว่ามีวัคซีนอะไรในประเทศ ตอนนี้แอสตร้าเซเนก้าดีที่สุดเมื่อเทียบกับซิโนฟาร์ม ส่วนไฟเซอร์ต้องรอดูผลการทดลองที่จะออกมาในอีกประมาณ 2 อาทิตย์

ขณะนี้ทางศูนย์วิจัยคลินิกมีอีกหลายโครงการเกี่ยวกับโควิด-19 ที่กำลังดำเนินอยู่ เช่น การฉีดวัคซีนให้กับคนที่เคยติดเชื้อโควิดมาแล้ว การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในหญิงตั้งครรภ์ ในเด็ก และการฉีดวัคซีนเข้าใต้หนัง (Intradermal) สำหรับประชาชนที่สนใจอยากเข้าร่วมโครงการวิจัยในอนาคต โปรดติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์เชิญชวนสมัครเข้าร่วมโครงการได้ จากทางศูนย์วิจัยคลินิก SICRES คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล โทร.02-4141914 www.sicres.org

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ จัดตั้งสำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลก มุ่งสร้างสรรค์บุคลากรคุณภาพ เพื่อยกระดับองค์ความรู้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597525

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ จัดตั้งสำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลก  มุ่งสร้างสรรค์บุคลากรคุณภาพ เพื่อยกระดับองค์ความรู้

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ จัดตั้งสำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลก มุ่งสร้างสรรค์บุคลากรคุณภาพ เพื่อยกระดับองค์ความรู้

วันพฤหัสบดี ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ในภาวะที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดต่อที่อุบัติขึ้นใหม่จากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จนทำให้โรคโควิด-19 กลายเป็นภัยคุกคามสำคัญที่ประชาคมต้องร่วมกันรับมือรอบด้านทั้งในด้านการรักษาและการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ การระบาดของโรคโควิด-19 ในครั้งนี้คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะพัฒนาและยกระดับความรู้ทางด้านสาธารณสุขให้ตอบสนองสังคมที่มิใช่เพียงบริบทของสังคมหากแต่เป็นบริบทของสังคมโลกจึงมีแนวคิดในการจัดตั้ง “สำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลกคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”ขึ้นอย่างเป็นทางการโดยจะใช้ชื่อเพื่อการสื่อสารในระดับสากล ว่า School of Global Health, Faulty of Medicine, Chulalongkorn University โอกาสนี้ ผู้หญิงแนวหน้า ขอนำบทสัมภาษณ์ ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากวารสาร ฬฉบับเดือนสิงหาคม มาให้ได้อ่านกัน

จากการพัฒนาหลักสูตรเพื่อความเป็นนานาชาติ สู่วิสัยทัศน์การยกระดับเพื่อตอบสนองบริบทสังคมโลก

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการจัดตั้งสำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลกว่านับตั้งแต่ที่เข้าดำรงตำแหน่งคณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.นพ.สุทธิพงศ์ มีแนวคิดที่จะผลักดันและส่งเสริมให้งานวิชาการมีความเป็นนานาชาติ (Internationalization) มากยิ่งขึ้น กอปรกับศักยภาพด้านบุคลากรของคณะแพทยศาสตร์ที่ล้วนมีความโดดเด่นในหลากหลายสาขาและมีผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่โดดเด่นมาโดยตลอดการพัฒนาหลักสูตรให้มีความเป็นนานาชาติทั้งในระดับปริญญาตรี ระดับบัณฑิตศึกษา ตลอดจนดุษฎีบัณฑิตจึงเป็นแนวทางมุ่งพัฒนามาโดยตลอด

จวบจนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โรคอุบัติใหม่ที่สร้างความเสียหายไม่เพียงแต่ระบบสาธารณสุขของบางประเทศ แต่ยังส่งผลถึงสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่างๆ อีกด้วย ปัญหาสุขภาพที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ทุกภาคส่วนของสังคมโลกในครั้งนี้ ศ.นพ.สุทธิพงศ์ พร้อมด้วยคณะทำงานจึงเห็นว่าการเกิดโรคโควิด-19เป็นปัญหาทางสุขภาพที่ท้าทายไม่ใช่เพียงแค่ในประเทศแต่เป็นความท้าทายร่วมกันของสังคมโลก จึงไม่สามารถมองได้เพียงเฉพาะการศึกษาองค์ความรู้ด้านพัฒนาการของเชื้อไวรัส การรักษาและการป้องกันการติดเชื้อเท่านั้นแต่ยังต้องให้ความสำคัญไปถึงการศึกษาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดการด้านสุขภาวะในอนาคตอีกด้วย แนวความคิดนี้เองจึงเป็นที่มาในการขับเคลื่อนการศึกษาวิชาการด้านสุขภาพโลก (Global Health) ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมผ่านการจัดตั้งสำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลก โดย ศ.นพ.สุทธิพงศ์กล่าวว่า “คำว่า Global Health มองทั้งเรื่องการศึกษา การวิจัยและนวัตกรรม รวมถึงงานบริการทางการแพทย์โดยมีวัตถุประสงค์คือทำให้ทั้ง 3 องค์ประกอบนี้สร้างผลผลิตที่ตอบสนองต่อปัญหาทางสาธารณสุขที่พลเมืองต้องเผชิญทั้งในปัจจุบันและอนาคตโดยมุ่งหวังถึงสุขภาพที่ดีของประชากรโลก และลดความเหลื่อมล้ำในด้านสุขภาพ”

แกนหลักเพื่อการผลักดันองค์ความรู้ของนักวิชาการให้เกิดการต่อยอดในระดับโลก

กลไกการส่งเสริมให้งานวิจัยและวิชาการของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นในเวทีโลก ศ.นพ.สุทธิพงศ์ กล่าวว่า “ในคณะแพทยศาสตร์เรามีนักวิจัยและนักวิชาการผู้มากความสามารถในหลากหลายด้าน แต่จะทำอย่างไรให้ผลงานเป็นที่รู้จักมากขึ้นในเวทีระดับโลก จึงเป็นที่มาว่าเราต้องสร้างตัวกลางที่จะจัดสรรและเชื่อมโยงงานวิจัยของคณะแพทยศาสตร์กับการศึกษาในระดับโลก”ดังนั้นการจัดตั้งสำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลกจึงมีเป้าหมายในการเป็นตัวกลางในการดำเนินการดังกล่าวพร้อมขับเคลื่อนงานภายใต้วัตถุประสงค์ดังนี้

1.เพื่อเป็นแกนหลักในการบริหารหลักสูตรนานาชาติ สร้างหลักสูตรใหม่ให้โดดเด่นในการตอบโจทย์สุขภาพโลก

2.เพื่อผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่และกำลังคนที่มีสมรรถนะและศักยภาพสูงให้ตอบสนองต่อระบบการดูแลสุขภาวะ

3.เพื่อเปิดโอกาสและสร้างความเท่าเทียมในการเรียนรู้ เสริมศักยภาพและเพิ่มพูนสมรรถนะของบุคลากรจากภาคส่วนต่างๆ ในประเทศไทยและจากนานาประเทศ

4.เพื่อสร้างระบบและเครือข่ายทางการวิจัยร่วมกับนักวิจัยจากทุกภูมิภาคของโลกในการตอบโจทย์ความท้าทายด้านวิชาการสุขภาพโลก

5.เพื่อเป็นแหล่งเชื่อมโยงเครือข่ายและองค์กรทั้งในระดับประเทศและนานาชาติที่เอื้อต่อการผลิตงานวิจัยและประสานความร่วมมือกับสถาบันพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน

กระแสสุขภาพโลก ภารกิจสำคัญที่สังคมโลกมุ่งส่งเสริม

หากกล่าวถึงความสำคัญของสุขภาพโลกให้ผู้อ่านทุกท่านได้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างได้จากสภาวการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่มีมาตั้งแต่ปลายปี พ.ศ.2562 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ทุกประเทศทั่วโลกที่จับตามองและให้ความสนใจในการศึกษาไปถึงต้นตอของธรรมชาติของโรค โดยแต่ละประเทศต่างระดมสมอง และสรรพกำลังค้นคว้าหาวิธีรักษาและป้องกัน ซึ่งการระบาดครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของสุขภาพโลกได้ดียิ่ง เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจและสภาพสังคมอย่างรุนแรงเมื่อการระบาดของโรคดำเนินอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันอัตราการเสียชีวิตของผู้ติดโรคเองนั้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เพียงพอของระบบอภิบาลสุขภาพในระดับประเทศและระดับโลก จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในระดับนานาชาติในด้านต่างๆ เช่น การศึกษาวิจัยนวัตกรรมด้านการแพทย์พยาบาล การบริการด้านสุขภาพ การผลิตวัคซีนและยารักษาโรค เป็นต้น ทั้งนี้ การแก้ปัญหาในแต่ละลำดับขั้นตอนล้วนเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเพราะยังต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมในการเข้าถึงข้อมูลสินค้าและการบริการ ในขณะเดียวกันทุกประเทศจำเป็นต้องมีนโยบายการบริหารจัดการสถานการณ์อย่างรอบคอบ เพื่อจัดมาตรการอันเป็นที่ยอมรับและประชาชนทุกหมู่เหล่ายอมปฏิบัติตามอย่างพร้อมเพรียงเพื่อให้การป้องกันโรค การดำรงชีวิต สภาพเศรษฐกิจและสังคมขับเคลื่อนไปได้โดยทุกฝ่ายได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ

ในปี พ.ศ.2557 มีการริเริ่ม “วาระความมั่นคงด้านสุขภาพโลก (Global Health Security Agenda : GHSA)” โดยประเทศพันธมิตรกว่า 30 ประเทศรวมทั้งประเทศไทยด้วย ภายหลังการระบาดของไวรัสอีโบลาในแอฟริกาตะวันตกเพื่อยกระดับการเฝ้าระวังโรคระบาดให้เข้มแข็งผ่านยุทธศาสตร์การป้องกัน (Prevent) การเฝ้าระวัง (Detect) และการตอบโต้ (Respond)ที่มีประสิทธิภาพ ในปัจจุบันมีสมาชิก 69 ประเทศ ประเทศไทยมีบทบาทนำ 2 ด้าน คือ ด้านการพัฒนากำลังคน และด้านการเฝ้าระวังโรคติดต่อและการพัฒนาเครือข่ายห้องปฏิบัติการระดับชาติ อีกทั้งยังเป็นประเทศสนับสนุนการป้องกันเชื้อดื้อยาดังนั้นจะเห็นได้ว่า “สุขภาพโลก” ไม่ใช่ปัญหาที่หน่วยงานใดหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ หากแต่เป็นเรื่องของประชาชนทุกคนและหน่วยงานจากทุกภาคส่วนต้องระดมความคิดงานวิจัย เพื่อออกนโยบายและสรรสร้างเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาอย่างทันสมัยตอบโจทย์ของบริบทโลกในปัจจุบันมาเป็นแรงขับเคลื่อนสู่การเปลี่ยนแปลงรอบด้านอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์และสาธารณสุข เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม สังคมและสิ่งแวดล้อม

ส่งเสริมการศึกษาประเด็นสุขภาพโลกอย่างรอบด้านภายใต้ 3 ประเด็น

การดำเนินงานของสำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลกมีแนวทางในการดำเนินงานภายใต้ 3 ประเด็นหลักที่ครอบคลุมทั้งในเรื่ององค์ความรู้ด้านสุขภาพและการบริหารจัดการเพื่อการเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างเท่าเทียม ดังต่อไปนี้

1.โรคที่ติดต่อได้ (Communicable Diseases-CD)

2.โรคไม่ติดต่อ (Non-Communicable Diseases-NCD)

3.ระบบสุขภาพ (Health systems)

แต่ละประเด็นจะมุ่งเน้นการประสานความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกันจากทั้ง 22 ภาควิชาในคณะแพทยศาสตร์มาทำให้งานวิจัยมีศักยภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาด้านระบบสุขภาพที่จะมีการประสานความร่วมมือทั้งหน่วยงานภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาทิ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขหน่วยงานภายนอกอย่างกระทรวงสาธารณสุขและองค์กรต่างประเทศเพื่อเชื่อมต่อให้เกิดการเพิ่มพูนความรู้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระยะที่ 1 : นำร่องพัฒนาหลักสูตรเริ่มใช้ในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2564

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะเริ่มดำเนินการจัดตั้งสำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลกควบคู่ไปกับการนำร่องในการพัฒนาหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิต Clinical Science (International Program) : Global Health and Tropical Medicine โดย ศ.นพ.สุทธิพงศ์อธิบายว่า หลักสูตรดังกล่าวจะได้รับการปรับปรุงเพื่อให้ผู้เรียนได้เห็นถึงภาพรวมของการศึกษาที่เป็นระดับโลกมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นข้อกังวลด้านสุขภาพที่สังคมโลกเผชิญร่วมกัน (Global Concern)

อย่างไรก็ดี การพัฒนาหลักสูตรเนื้อหายังรวมไปถึงการปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีด้าน Tele-Education เพื่อสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้เรียน ขณะเดียวกันผู้เรียนยังต้องได้รับทักษะและประสบการณ์อย่างเต็มที่ โดยในอนาคตมีแนวคิดที่จะส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนด้วยการจัดหาเนื้อหาหลักสูตรออนไลน์จากสถาบันชั้นนำระดับโลกมาเป็นเนื้อหาและบทเรียนสำหรับให้ผู้เรียนศึกษาความรู้ทางทฤษฎีหรือต่อยอดซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยเติมเต็มให้ได้รับความรู้ที่เป็นนานาชาติยิ่งขึ้นอีกด้วย

ระยะที่ 2 : พัฒนาหลักสูตรใหม่ตอบโจทย์ประเด็นสุขภาพโลก

นอกจากการพัฒนาหลักสูตรแล้ว สำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลกยังเตรียมที่จะเข้าไปมีบทบาทในการดูแลและพัฒนาหลักสูตรนานาชาติทุกหลักสูตรของคณะแพทยศาสตร์เพื่อให้บัณฑิตมีความสนใจในประเด็นระดับโลกพร้อมกับส่งเสริมให้ผู้เรียนในทุกหลักสูตรเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานระดับโลกได้มากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ยังเตรียมการสร้างหลักสูตรใหม่ที่มีเนื้อหาในด้านสุขภาพโลกอย่างแท้จริง ศ.นพ.สุทธิพงศ์ เล่าถึงแนวคิดในการผลิตบัณฑิตของสำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลกว่าเป็นการจัดการเรียนการสอนเฉพาะบุคคล (Personalized learning) ตามเป้าหมายอาชีพและความสนใจของนิสิต (Career of choice) กล่าวคือจะเป็นตัวกลางในการจัดหาและประสานความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศตลอดจนต่างประเทศในสายงานที่สนใจมาให้เพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์และเครือข่ายในการทำงานด้านนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น หากผู้เรียนมีความสนใจศึกษาด้านนโยบายสุขภาพ สำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลกจะเป็นตัวกลางให้ได้มีโอกาสในการเรียนรู้ทักษะและประสบการณ์จากหน่วยงานผู้ออกนโยบายในระดับประเทศ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรสากลที่ลงพื้นที่ปฏิบัติงานในด้านนี้มุ่งหวังว่าผู้เรียนจะเป็นบัณฑิตที่มีความพร้อมทั้งในด้านองค์ความรู้ เครือข่ายการทำงาน มีทักษะความเป็นผู้นำตอบสนองต่อประเด็นสุขภาพในระดับโลกและเพียบพร้อมด้วยคุณธรรมจริยธรรม

ไม่เพียงแต่หลักสูตรระดับปริญญาบัณฑิตที่คณะแพทยศาสตร์เตรียมที่จะพัฒนาและเปิดใหม่เพื่อตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพของโลกเท่านั้น ศ.นพ.สุทธิพงศ์ ระบุว่ายังมีแนวโน้มที่จะพัฒนาหลักสูตรระดับประกาศนียบัตร (Non-degree) สำหรับบุคคลทั่วไปตลอดจนบุคลากรในสายงานสาธารณสุขที่มีความสนใจต้องการทบทวนทักษะความรู้ (Re-skill) และพัฒนาความรู้ (Up-skill) อีกด้วย

ส่งเสริมโอกาสงานวิจัยให้มีพื้นที่แลกเปลี่ยนกับนักวิจัยระดับโลก

การส่งเสริมให้บัณฑิตพร้อมทำงานขับเคลื่อนประเด็นสุขภาพในฐานะพลเมืองนั้น ไม่เพียงจะต้องจัดการเรียนรู้ให้ตรงตามความสนใจหรือเป้าหมายของผู้เรียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโอกาสในการเข้าถึงแหล่งความรู้และบุคคลผู้เป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาอย่างแท้จริง พันธกิจที่สำคัญอีกด้านหนึ่งจึงเป็นเรื่องของการผลักดันให้งานวิจัยของบุคลากรคณะแพทยศาสตร์มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับสถาบันในระดับโลก ซึ่งสำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลกได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันชั้นนำระดับโลกมาเป็น International Advisory Board ซึ่งจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มาช่วยในด้านการนำงานวิจัยของบุคลากรคณะแพทยศาสตร์ได้ร่วมแลกเปลี่ยนและนำเสนอโครงการให้กับผู้ที่มีความสนใจตรงกันและมีทัศนคติที่มุ่งผลประโยชน์ส่วนรวมการสร้างเครือข่ายพันธมิตรรอบโลกและการชี้แนะแหล่งทุนสนับสนุนขนาดใหญ่โดยมีนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญระดับโลกกว่า 10 ท่าน ที่ตอบรับมาร่วมเป็น International Advisory Board อาทิ Dr.Dennis Carroll จาก Texas A&M University ประเทศสหรัฐอเมริกา Prof.Michelle A.Williams, Dean of the Faculty, Harvard T.H. Chan School of Public Health ประเทศสหรัฐอเมริกา Prof. Drew Weissman จาก University of Pennsylvania ประเทศสหรัฐอเมริกา และ Prof.Vivekanand Jha จาก The George Institute for Global Health ประเทศอินเดีย โดยความร่วมมือจากนักวิจัยภายในองค์กรและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศนี้จะเป็นส่วนสำคัญผลักดันให้นิสิตที่ศึกษาในหลักสูตรได้รับโอกาสฝึกฝนประสบการณ์กับสถาบันระดับโลกซึ่งจะทำให้บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษามีความพร้อมในการทำงานเพื่อขับเคลื่อนประเด็นสุขภาพของพลเมืองโลกอย่างแท้จริง

ต้นแบบการให้ความสำคัญกับประเด็นสุขภาพของโลกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การจัดตั้งสำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลกครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นที่จะเสริมความแข็งแกร่งในด้านความร่วมมือกับต่างประเทศของคณะแพทยศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและตอบสนองกับเป้าหมายของประชาคมโลก โดยมี ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผู้อำนวยการบริหารโครงการพัฒนาวัคซีนโควิด-19ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลก ขับเคลื่อนการบริหารจัดการลักษณะนี้เป็นการบริหารจัดการที่ปรับเปลี่ยนให้คล่องตัวและมีประสิทธิภาพ (Sandbox Operation) ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ส่งเสริมให้แต่ละหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยประยุกต์ใช้ ดังนั้น การจัดตั้งสำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลกจึงจะเป็นตัวอย่างที่นำร่องหน่วยงานอื่นๆ ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยต่อไป

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “ความคาดหวังเราอยากจะสร้างนักวิจัยนักวิชาการที่จะศึกษาในหลักสูตรนี้ในรูปแบบตามความสนใจของตนเอง ภายใต้แกนหลักสำคัญคือประเด็นสุขภาพของสังคมโลกเพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรนี้ตระหนักถึงการทำงานเพื่อให้ประชาคมจากทั่วทุกมุมโลกสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพและการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมกัน”

เคทีซีจัด ‘เรียนรู้ ต่อยอด ยั่งยืน’ ปี 3 แบบออนไลน์ ส่งต่อวิถีเกษตรพอเพียงสู่น้องบกพร่องทางการได้ยิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597508

เคทีซีจัด ‘เรียนรู้ ต่อยอด ยั่งยืน’ ปี 3 แบบออนไลน์  ส่งต่อวิถีเกษตรพอเพียงสู่น้องบกพร่องทางการได้ยิน

เคทีซีจัด ‘เรียนรู้ ต่อยอด ยั่งยืน’ ปี 3 แบบออนไลน์ ส่งต่อวิถีเกษตรพอเพียงสู่น้องบกพร่องทางการได้ยิน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สุดปรารถนา ดำรงชัยธรรม

เคทีซีผนึกโรงเรียนโสตศึกษา ทุ่งมหาเมฆ และโสตศึกษา นนทบุรี สานต่อโครงการ “เรียนรู้ต่อยอด ยั่งยืน” ปี 3 เตรียมเยาวชนไทยที่บกพร่องทางการได้ยินพัฒนาศักยภาพเพื่อการพึ่งพาตนเองใช้แนวคิดการแบ่งปันความรู้แบบไตรภาคีสร้างเครือข่ายองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น โดยปรับแผนการเรียนรู้แบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom ในช่วงสถานการณ์วิกฤตโควิด-19

นางสุดปรารถนา ดำรงชัยธรรม ผู้อำนวยการ – ทรัพยากรบุคคล “เคทีซี” กล่าวว่า “เนื่องจากสถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดในวงกว้างรุนแรงมากขึ้น
เคทีซีจึงได้ปรับแผนการเรียนการสอนของโครงการ “เรียนรู้ต่อยอด ยั่งยืน” ปี 3 ในรูปแบบออนไลน์ และบันทึกวีดีโอผ่านช่องทางของโรงเรียนโดยใช้หลักสูตรและสานต่อแนวคิดการแบ่งปันความรู้จากรุ่นสู่รุ่น (Train the Trainer) โดยวิทยากรภาษามือจากคุณครูและนักเรียนโรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ ซึ่งเคยเป็นผู้รับในปีที่ 2 จะเป็นผู้ร่วมส่งต่อความรู้ในปีที่ 3 ให้กับเพื่อนๆ โรงเรียนโสตศึกษา นนทบุรีซึ่งเป็นโรงเรียนการศึกษาพิเศษ สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน49 คน”

“ความสำเร็จของโครงการฯสองครั้งที่ผ่านมามีนักเรียนและครูที่เข้าร่วมในโครงการรวม 156 คน จากโรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์ และโรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ โดยเคทีซีเน้นให้ความสำคัญกับการแบ่งปันความรู้ที่เป็นประโยชน์ให้แก่สังคมโดยเฉพาะการส่งเสริมให้คนในสังคมพัฒนาอาชีพสร้างรายได้เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยให้มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม”

“โครงการ “เรียนรู้ ต่อยอด ยั่งยืน” ริเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2562 ด้วยเชื่อมั่นว่าการบกพร่องทางกายของเยาวชนมิใช่อุปสรรคในการเรียนรู้ หากได้รับโอกาสในการพัฒนาที่เหมาะสม จึงได้นำการเรียนรู้เพาะเห็ดออร์แกนิค ตามวิถีเกษตรพอเพียง และความรู้ทางการเงิน เข้ามาเป็นหลักสูตรการสอนโดยเน้นการลงมือปฏิบัติและพัฒนาความรู้ไปสร้างอาชีพ ตลอดจนสามารถส่งต่อเครือข่ายองค์ความรู้ให้กับสังคมต่อไป”

สมชาย บ้านไร่

นายสมชาย บ้านไร่ ผู้อำนวยการ โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า “โครงการเรียนรู้ ต่อยอด ยั่งยืน”ปี 3 นี้จะเปิดโอกาสให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินได้ศึกษาเรียนรู้ในเรื่องการเพาะเห็ด และการทำผลิตภัณฑ์จากเห็ดเต็มรูปแบบ ทั้งการเพาะ การดูแล การแปรรูปการออกแบบผลิตภัณฑ์และการจำหน่าย ซึ่งถือว่านักเรียนที่ได้เข้าร่วมโครงการจะสามารถนำความรู้พื้นฐานนี้ไปต่อยอดพัฒนาการเรียนรู้ในวิชาอื่นๆ และประกอบอาชีพต่อไป”

นางจุฑารัตน์ เรืองเดช รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนโสตศึกษา ทุ่งมหาเมฆ กล่าวว่า “ในปีการศึกษา 2563 โรงเรียนได้รับเกียรติจากเคทีซี และโรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภ์ ส่งต่อโครงการ “เรียนรู้ ต่อยอด ยั่งยืน ปี 2” ซึ่งนอกจากโรงเรียนจะได้รับโรงเพาะเห็ดที่มีมาตรฐาน และก้อนเชื้อเห็ดที่มีคุณภาพแล้ว สิ่งที่มีคุณค่าและประโยชน์ยิ่งก็คือ การส่งมอบความรู้ ประสบการณ์ และกระบวนการจัดการ โดยตลอดระยะเวลาที่ร่วมโครงการ นักเรียนได้เรียนรู้กระบวนการทำโรงเพาะเห็ด การบริหารจัดการโครงการการดูแล-เก็บเกี่ยวผลผลิต การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์และสร้างสรรค์เป็นเมนูอาหารต่างๆ ก่อให้เกิดรายได้ ทั้งยังสร้างให้นักเรียนเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ มีภาวะผู้นำ เป็นประโยชน์โดยตรงแก่นักเรียน และในปีนี้เป็นความยินดียิ่งของโรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ ที่จะได้ส่งต่อโครงการที่มีประโยชน์นี้ให้กับเพื่อนต่างโรงเรียนคือ โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนนทบุรี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการ “เรียนรู้ ต่อยอด ยั่งยืน” ปี 3จะยั่งยืนส่งต่ออย่างต่อเนื่องไปอีกนานเท่านาน”

จุฑารัตน์ เรืองเดช

นางสาวเนตรนภา ขวัญสุข หนึ่งในทีมวิทยากรนักเรียนโรงเรียนโสตศึกษา ทุ่งมหาเมฆ สื่อสารผ่านล่ามภาษามือถึงประสบการณ์ตอนที่เข้าร่วมเรียนรู้ในโครงการฯ
ครั้งที่ 2 ว่า “ตอนที่คุณครูบอกว่า เคทีซีจะมาสร้างโรงเพาะเห็ดให้โรงเรียนของเรา และคุณครูกับเพื่อนๆ หูหนวกจากโรงเรียนเศรษฐเสถียรจะมาเป็นวิทยากรให้ความรู้ พวกเรารู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก เพราะพวกเราไม่เคยเห็น ไม่เคยทำโรงเพาะเห็ดมาก่อน โรงเพาะเห็ดที่สร้างสวยงามมาก ติดตั้งระบบไฟฟ้า ระบบพ่นละอองน้ำพร้อมใช้งาน”

“ขอบพระคุณครูและเพื่อนๆ จากโรงเรียนเศรษฐเสถียรพี่ๆ จากเคทีซี และครูรัตน์จากฟาร์มเห็ดโพธิ์ทองมากค่ะที่นำสิ่งดีๆ มาให้พวกเรา และยินดีมากที่ทราบว่าปี 2564 นี้จะได้มีโอกาสนำความรู้และประสบการณ์ของพวกเราไปถ่ายทอดให้เพื่อนๆ และน้องๆ ที่โรงเรียนโสตศึกษา จังหวัดนนทบุรี เราจะทำให้ดีที่สุด ขอบคุณเคทีซีที่ให้โอกาส ให้ความรู้และประสบการณ์ดีๆ แก่พวกเรา”