‘บ้านเอื้ออาทรแห่งแรกของโลก’ 500 ปียังเก็บค่าเช่าปีละ 34 บาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661393

วันที่ 24 ส.ค. 2564 เวลา 16:01 น.

'บ้านเอื้ออาทรแห่งแรกของโลก' 500 ปียังเก็บค่าเช่าปีละ 34 บาท เปิดตำนาน Fuggerei หมู่บ้านช่วยคนจนในเยอรมนี แม้ผ่านมา 500 ปีแต่ค่าเช่ายังเท่าเดิม

ฟุกเกอไร (Fuggerei) ที่ชาวบ้านมักเรียกกันว่าเป็น “หมู่บ้านในเมือง” เพิ่งครบรอบ 500 ปีไปหมาดๆ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา แม้จะมีการปรับปรุงพัฒนาจนเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยคือความต้องการช่วยเหลือสังคมด้วยค่าเช่าราคาเพียงปีละ 0.88 ยูโรเท่านั้น

หมู่บ้านแห่งนี้อยู่ที่เมืองเอากส์บวร์ก ประเทศเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นในปี 1521 โดย ยาค็อบ ฟุกเกอร์ (Jakob Fugger) พ่อค้าผู้ร่ำรวยชาวเยอรมัน ที่เล็งเห็นว่าในสมัยนั้นครอบครัวที่ยากจนจะต้องถูกส่งไปยังสถานสงเคราะห์และต้องถูกแยกจากกันในที่สุด

แต่ Fugger เชื่อว่าการช่วยให้ครอบครัวได้อยู่ด้วยกันและให้พื้นที่ส่วนตัวกับพวกเขา จะทำให้พวกเขาตั้งหลักและยืนหยัดด้วยตัวเองได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นแนวคิดที่ไม่ค่อยมีใครทำในเวลานั้น

ดังนั้น Fuggerei จึงถือเป็นโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อสังคม หรือ ‘โครงการบ้านเอื้ออาทร’ ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และยังคงจัดหาที่อยู่อาศัยราคาถูกโดยได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐสำหรับผู้อยู่อาศัยในเอาก์สบวร์กที่ประสบปัญหาทางการเงิน

Fugger ลงนามในสัญญาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 1521 โดยระบุเงื่อนไขในการเช่าไว้ว่าจะคิดค่าเช่าเพียง 1 กิลเดอร์ หรือเท่ากับ 0.88 ยูโรต่อปี (ราว 34 บาท) เพื่อช่วยแบกรับภาระทางการเงินของผู้อยู่อาศัย แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่าผู้เช่าจะต้องเป็นผู้ที่มีปัญหาด้านการเงินแต่ไม่มีหนี้สิน ต้องอาศัยในเอากส์บวร์กมาไม่ต่ำกว่า 2 ปี และเป็นชาวคาทอลิก

ภาพโดย Wolfgang B. Kleiner/Wikipedia

การใช้ชีวิตที่นี่อาจต้องแลกกับการตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น การช่วยงานสวน ช่วยดูแลรักษาบ้านเรือนและอาคารต่างๆ การอธิษฐานให้ Fugger ผู้ก่อตั้ง 3 ครั้งต่อวัน หรือช่วยตรวจตั๋วนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ของหมู่บ้านแห่งนี้

ตลอด 500 ปีที่ผ่านมา Fuggerei มีความเปลี่ยนแปลงไปบ้างอย่างเช่นจำนวนห้องที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการสร้างร้านกิฟต์ช็อป และพิพิธภัณฑ์สำหรับนักท่องเที่ยว

ในปี 1943 ยังได้มีการสร้างบังเกอร์เพื่อเป็นที่หลบภัยให้แก่ผู้อยู่อาศัยจากการถูกโจมตีทางอากาศและการทิ้งระเบิด โดยเกือบ 70% ของ Fuggerei ถูกทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปเลยคือราคาเช่าถูกแสนถูกเพื่อช่วยเหลือบรรดาผู้อยู่อาศัยที่ประสบปัญหาด้านการเงิน

ที่หลายคนเรียกที่นี่ว่าหมู่บ้านในเมือง เพราะที่นี่ออกแบบมาให้มีพื้นที่สำหรับพบปะสังสรรค์ สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้าน มีบรรยากาศที่อบอุ่น มีโบสถ์ และพื้นที่สีเขียว รวมถึงจตุรัสเล็กๆ ให้ผู้อยู่อาศัยได้มานั่งเล่นพบปะกัน

ภาพโดย Lernerfolg/Wikipedia

Ilona Barber วัย 71 ปี ซึ่งอยู่ที่นี่มา 6 ปีด้วยเงินบำนาญอันน้อยนิด เธอเผยว่าเธอมีความสุขในบั้นปลายชีวิตอยู่กับสัตว์เลี้ยงและเพื่อนบ้านที่น่ารัก ทุกคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกันอยู่เสมอ

ไม่เพียงแต่ผู้สูงอายุเท่านั้น แต่หมู่บ้านแห่งนี้รองรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผ้สูงอายุที่ไม่ได้ทำงานแล้ว พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว คนหนุ่มสาวที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิต หรือคู่รักวัยกลางคนที่กำลังมองหาความสงบสุข

Noel Guobadia วัย 27 ปี อาศัยอยู่ที่นี่กับแม่และน้องชายตั้งแต่เขายังเป็นวัยรุ่น แม่ของเขาเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวซึ่งประสบปัญหาด้านการเงิน

ในตอนแรกเขากังวลมากที่ต้องมาอยู่ที่นี่ เพราะมันเป็นที่ดินเก่าแก่และมีแต่ผู้สูงอายุ อีกทั้งครอบครัวของเขายังเป็นครอบครัวแรกของที่นี่ที่เป็นแรงงานข้ามชาติ

แต่เมื่อมาอยู่แล้วความกังวลของเขาก็หมดไป ทุกคนนั่งสังสรรค์ด้วยกันที่ลานเบียร์ และให้ความช่วยเหลือกันเสมือนเป็นคนในครอบครัว

สำหรับเขาแล้วที่นี่เป็นโอกาสที่คนหนุ่มสาวจะสามารถพัฒนาชีวิตของพวกเขาโดยไม่ต้องกังวลกับค่าเช่าบ้าน

“ผมสามารถอยู่ได้ด้วยเงินก้อนเล็กๆ ที่หาได้ระหว่างการฝึกงาน เพราะไม่มีภาระค่าเช่าบ้านราคาแพง ทำให้ผมมีโอกาสที่จะโฟกัสกับชีวิตตัวเอง และสร้างรากฐานให้กับชีวิต”

ภาพโดย Tiia Monto/Wikipedia

ปัจจุบันหมู่บ้านแห่งนี้มีผู้อยู่อาศัยประมาณ 150 คน จากห้องเช้าทั้งหมด 140 ห้อง ซึ่งสามารถรับผู้อยู่อาศัยได้ประมาณ 30 ถึง 40 คนต่อปี โดยตอนนี้มีรายชื่อผู้ที่รอคิวอยู่ประมาณ 80 คน

ห้องพักของพวกเขาขนาดประมาณ 45 ถึง 65 ตารางเมตร มีห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องนอน และห้องว่างเล็กๆ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างน้ำประปาและโทรทัศน์ โดยห้องชั้นล่างหนึ่งห้องเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนทั่วไปเข้าชมได้

ข้อมูลจาก Deutsche Welle

‘กมลา’ ยั่วพญามังกรไม่หยุด ชี้ตัวการคุกคามทะเลจีนใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661363

วันที่ 24 ส.ค. 2564 เวลา 12:49 น.

‘กมลา’ ยั่วพญามังกรไม่หยุด ชี้ตัวการคุกคามทะเลจีนใต้สหรัฐยืนยันความร่วมมืออาเซียน อินโด-แปซิฟิก โต้อิทธิพลจีน

กมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวในระหว่างการเดินทางเยือนสิงคโปร์เมื่อวานนี้ (23 ส.ค.) โดยยืนยันความมุ่งมั่นของสหรัฐที่มีต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และให้คำมั่นว่าสหรัฐจะสนับสนุนอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง ตลอดจนจัดการกับข้อกังวลเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้ของจีน

แฮร์ริสระบุว่าสหรัฐรับรู้ถึงท่าทีข่มขู่คุกคามและอ้างสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้ของจีน โดยการกระทำดังกล่าวบ่อนทำลายกฎระเบียบระหว่างประเทศ และเป็นการคุกคามอำนาจอธิปไตยของนานาประเทศ พร้อมเน้นย้ำว่าสหรัฐจะยืนเคียงข้างพันธมิตรในการเผชิญกับภัยคุกคามจากจีน

โดยแฮร์ริสได้เข้าพบหารือกับนายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง และประธานาธิบดีฮาลิมาห์ ยาค็อบ ของสิงคโปร์เพื่อสนับสนุนความสัมพันธ์กับพันธมิตรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามที่จะตอบโต้อิทธิพลของจีนที่เพิ่มมากขึ้น

แฮร์ริสยังกล่าวว่าความร่วมมือกับสิงคโปร์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทั่วทั้งอินโด-แปซิฟิก มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสหรัฐ และภูมิภาคนี้มีความสำคัญต่อความมั่นคงของสหรัฐเป็นอย่างมาก

โดยในวันนี้ (24 ส.ค.) แฮร์ริสมีกำหนดการเยือนกรุงฮานอย ประเทศเวียดนามด้วย

รอยเตอร์สระบุว่าภารกิจส่วนหนึ่งของแฮร์ริสคือการโน้มน้าวให้ภูมิภาคนี้เห็นว่าความมุ่งมั่นของสหรัฐที่มีต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นมั่นคงและไม่จะเหมือนกับอัฟกานิสถาน ซึ่งก่อนหน้านี้สหรัฐถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการถอนกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถาน

ทั้งนี้ สหรัฐปฏิเสธการอ้างสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้ของจีนมาโดยตลอด และสนับสนุนคู่ขัดแย้งในข้อพิพาททะเลจีนใต้ของจีนซึ่งได้แก่ บรูไน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน และเวียดนาม

โดยกองทัพเรือสหรัฐได้แสดงท่าทีต่อต้านการอ้างสิทธิ์ของจีนโดยการเดินเรือผ่านพื้นที่พิพาทอยู่เป็นประจำ เพื่อแสดงถึงเสรีภาพในการเดินเรือ

ด้านจีนคัดค้านภารกิจของสหรัฐโดยกล่าวว่าการกระทำดังกล่าวไม่ได้ช่วยส่งเสริมสันติภาพหรือความมั่นคง และเมื่อเดือนที่แล้วนักการทูตระดับสูงของงจีนกล่าวว่าสหรัฐกำลังสร้างศัตรูในจินตนาการเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาภายในประเทศ และเพื่อปราบปรามจีน

อย่างไรก็ตามการคานอำนาจจีนเป็นหัวใจของนโยบายแห่งชาติของสหรัฐมาหลายปีแล้ว ขณะที่รัฐบาลโจ ไบเดน เรียกสิ่งนี้ว่าเป็นบททดสอบทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่ที่สุดแห่งศตวรรษ

Photo by EVELYN HOCKSTEIN / POOL / AFP

อิสราเอลชี้ Pfizer เข็ม 3 กันติดเชื้อ-ป่วยหนักได้ดีกว่า 2 เข็ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661359

วันที่ 24 ส.ค. 2564 เวลา 12:30 น.

อิสราเอลชี้ Pfizer เข็ม 3 กันติดเชื้อ-ป่วยหนักได้ดีกว่า 2 เข็มPfizer เข็ม 3 กันติดเชื้อและอาการรุนแรงได้ดีขึ้นในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป

กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลเผย วัคซีนป้องกัน Covid-19 เข็มที่ 3 ของ Pfizer เพิ่มการป้องกันการติดเชื้อและอาการรุนแรงในกลุ่มอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับเพียง 2 เข็ม

ข้อมูลการศึกษาของ Gertner Institute และ KI Institute พบว่า ในกลุ่มอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปการปกป้องของวัคซีน 10 วันหลังจากฉีดเข็มที่ 3 สูงกว่าหลังจากฉีดเข็มที่ 2 ถึง 4 เท่า และป้องกันอาการรุนแรงและการเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้มากกว่า 5-6 เท่า

ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับสถิติของ Maccabi ผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขที่เป็นหนึ่งในหลายองค์กรที่ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อป้องกันการระบาดของสายพันธุ์เดลตาในอิสราเอล

ก่อนหน้านี้กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลประกาศว่าภูมิคุ้มกันจากวัคซีนจะค่อยๆ ลดลงหลังจากเวลาผ่านไป โดยชาวอิสราเอลที่ได้รับวัคซีนแล้วและมีอาการรุนแรงอยู่ในกลุ่มอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปและมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว

ทั้งนี้ อิสราเอลเริ่มฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้ประชากรสูงอายุเมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ประกาศลดอายุผู้มีสิทธิ์ฉีดเข็มที่ 3 ลงมาเหลือ 40 ปี รวมทั้งให้สิทธิ์หญิงตั้งครรภ์ ครู และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่อายุน้อยกว่า 40 ปีด้วย โดยต้องฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน

นอกจากนี้ สหรัฐ แคนาดา ฝรั่งเศส และเยอรมนี ก็ประกาศเตรียมฉีดเข็ม 3 เช่นเดียวกัน

Photo by JACK GUEZ / AFP

ตอลิบันกลับคำ! สั่งประหารชายอัฟกันพี่น้องล่ามของกองทัพสหรัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661355

วันที่ 24 ส.ค. 2564 เวลา 11:30 น.

ตอลิบันกลับคำ! สั่งประหารชายอัฟกันพี่น้องล่ามของกองทัพสหรัฐตอลิบานสั่งประหารชีวิตชายอัฟกันที่เป็นพี่น้องของล่ามของกองทัพสหรัฐทั้งที่เคยประกาศว่าจะนิรโทษกรรมให้ทุกคน

สำนักข่าว CNN รายงานโดยอ้างว่า กลุ่มตอลิบานสั่งประหารชีวิตชายชาวอัฟกันรายหนึ่งในข้อหาให้ความช่วยเหลือสหรัฐและให้ความคุ้มครองพี่น้องรายหนึ่งที่ทำงานเป็นล่ามให้กองทัพสหรัฐในอัฟกานิสถาน

เรื่องดังกล่าวได้รับการเปิดเผยหลังจาก CNN ได้รับจดหมายที่เป็นคำสั่งของตอลิบาน โดยอดีตเจ้าหน้าที่รายหนึ่งที่เคยทำงานร่วมกับล่ามรายดังกล่าวยืนยันโชคชะตาของสองพี่น้อง

กลุ่มตอลิบานส่งจดหมายไปถึงชายที่เป็นพี่น้องของล่ามของกองทัพสหรัฐ 3 ฉบับในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา โดยฉบับแรกซึ่งเขียนด้วยลายมือระบุว่า “คุณถูกกล่าวหาว่าช่วยเหลือคนอเมริกัน และคุณยังถูกกล่าวหาว่าให้ความคุ้มครองแก่พี่น้องของคุณที่เป็นล่าม” พร้อมกับสั่งให้ชายรายนี้เดินทางไปรับฟังการไต่สวน

จดหมายฉบับที่ 2 ซึ่งเขียนด้วยลายมือเช่นกันเป็นการแจ้งเตือนเรื่องที่ชายรายนี้ไม่ไปขึ้นศาล  

ส่วนฉบับที่ 3 ซึ่งเป็นการพิมพ์แจ้งว่า เนื่องจากายรายนี้เพิกเฉยต่อคำเตือนให้หยุดเป็นข้ารับใช้ผู้รุกรานที่เข้ามาทำสงครามศาสนา และไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกให้ไปขึ้นศาล จึงถูกตัดสินแบบลับหลังจำเลยว่ามีความผิด และถูกตัดสินประหารชีวิต โดย “คำตัดสินของศาลนี้ถือเป็นที่สุดและคุณไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง” และระบุอีกว่า “คุณเลือกทางนี้เอง”

จดหมายทั้งสามฉบับเขียนในภาษาปาทานและมีตราประทับที่ตรงกับจดหมายของกลุ่มตอลิบานฉบับอื่นๆ

จดหมายทั้งสามฉบับขัดแย้งกับคำมั่นสัญญาของ ซาบิอุลเลาะห์ มูจาฮิด โฆษกตอลิบานที่ให้ไว้ในการแถลงข่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า จะไม่มีใครในอัฟกานิสถานได้รับอันตราย และจะไม่มีการแก้แค้นชาวอัฟกันและครอบครัวที่เคยทำงานให้กองกำลังต่างชาติ

จดหมายนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งว่าทำไมชาวอัฟกันจึงหวาดกลัวการกลับมาของกลุ่มตอลิบาน และพากันหาทางหนีออกจากประเทศที่สนามบินฮามิดคาไซในกรุงคาบูลจนเกิดความโกลาหลเหยียบกันเสียชีวิตหรือตกจากเครื่องบินในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

Photo by KARIM JAAFAR / AFP

WHO เตือนโควิดกลายพันธุ์อีก ถ้าทุกชาติยังเข้าไม่ถึงวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661353

วันที่ 24 ส.ค. 2564 เวลา 10:59 น.

WHO เตือนโควิดกลายพันธุ์อีก ถ้าทุกชาติยังเข้าไม่ถึงวัคซีนอนามัยโลกเตือนอาจมีโควิดกลายพันธุ์ใหม่หากอัตราการฉีดวัคซีนโดยรวมทั่วโลกยังคงต่ำ พร้อมเรียกร้องให้ชะลอฉีดเข็ม 3 เพื่อแบ่งให้ประเทศอื่น

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าวานนี้ (23 ส.ค.) เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวในระหว่างการเยือนฮังการีว่าทุกประเทศควรให้ความสำคัญกับการเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลก มิเช่นนั้นอาจเกิดโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ที่รุนแรงกว่าที่มีอยู่ก็เป็นได้

เนื่องจากขณะนี้ยังมีอีกหลายประเทศที่อัตราการฉีดวัคซีนอยู่ที่เพียง 1% ถึง 2% ของประชากรเท่านั้น ดังนั้นประเทศที่มีวัคซีนเพียงพอควรบริจาควัคซีนไปยังประเทศที่ประชากรยังไม่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 หรือ 2 และการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ควรเลื่อนออกไปก่อน

เทดรอสระบุว่าตนผิดหวังกับขอบเขตการบริจาควัคซีนทั่วโลกเนื่องจากยังมีอีกหลายพื้นที่กำลังดิ้นรนเพื่อวัคซีนเข็มแรก ในขณะที่ประเทศร่ำรวยยังคงมีคลังวัคซีนเพิ่มขึ้นเพื่อเข็มที่ 3

พร้อมเผยว่าปัจจุบันทั่วโลกได้ส่งมอบวัคซีนไปแล้ว 4.8 พันล้านโดส โดยร้อยละ 75 ถุกส่งไปยังประเทศร่ำรวย 10 ประเทศ ขณะที่ในแอฟริกานั้นได้รับวัคซีนไม่ถึงร้อยละ 2

“ไวรัสสามารถแพร่ระบาดได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำ และสายพันธุ์เดลตายิ่งทำให้การแพร่ระบาดรุนแรงยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็อาจมีไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่มีความรุนแรงมากขึ้นด้วย” เทดรอสกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาฮังการีเป็นประเทศแรกในสหภาพยุโรป 27 ประเทศที่อนุญาตให้พลเมืองลงทะเบียนเพื่อรับวัคซีนเข็มที่ 3 โดยขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนไปแล้วมากกว่า 187,000 คน แต่ได้บริจาควัคซีนให้แก่ประเทศอื่นๆ ไปแล้วมากกว่า 1.5 ล้านโดส

เทดรอสได้กล่าวขอบคุณฮังการีที่บริจาควัคซีนเหล่านั้น แต่หวังว่าจะมีการบริจาคเพิ่มขึ้นอีกหลังจากนี้ พร้อมเสริมว่า “ไม่มีใครปลอดภัยจนกว่าทุกคนจะปลอดภัย”

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสหรัฐก็ได้ประกาศแผนการที่จะฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้แก่ชาวอเมริกันทุกคนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา แต่ยืนยันว่ายังมีวัคซีนเพียงพอที่จะบริจาคให้ประเทศอื่นๆ ด้วย

Photo by AFP

เอกชนซื้อเองได้หรือไม่? จะเกิดอะไรหลังสหรัฐรับรอง Pfizer? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661346

วันที่ 24 ส.ค. 2564 เวลา 08:55 น.

 เอกชนซื้อเองได้หรือไม่? จะเกิดอะไรหลังสหรัฐรับรอง Pfizer?การรับรองครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อการใช้ในสหรัฐเป็นหลักและเพื่อแก้ปัญหาในสหรัฐเป็นหลัก ซึ่งผู้คนจำนวนมากยังไม่เชื่อใจในวัคซีน

1. การอนุมัติให้ใช้ทั่วไปจะพิจารณาโดยคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวัคซีนและผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่เกี่ยวข้องของ FDA ประกอบด้วย 15 นักวิทยาศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกันวิทยา ระบาดวิทยา

2. ความปลอดภัยของวัคซีนขึ้นอยู่กับว่า “มีประโยชน์ที่ทราบมากกว่าความเสี่ยงที่ทราบและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น” (จากข้อมูลของ FDA) หากเป็นไปตามนี้ก็สามารถอนุญาตให้ใช้ทั่วไป หลังจากมีการอนุมัติใช้ฉุกเฉินเท่านั้น

3. การใช้ฉุกเฉินทำให้หลายคนกังวลว่ามันอาจจะยังอยู่ในช่วงการทดลองและอาจมีผลข้างเคียง ความกังวลนี้ทำให้ผู้คนไม่กล้าฉีดวัคซีน และทำให้สหรัฐเริ่มรับมือไม่ไหวเมื่อเกิดการระบาดของเดลต้า

4. การอนุมัติจาก FDA อาจทำให้นายจ้างภาคเอกชนและโรงเรียนจำนวนมากขึ้นออกคำสั่งบังคับใช้พนักงาน นักเรียน นักศึกษาต้องฉีดวัคซีน ซึ่งไบเดนขานรับเรื่องนี้ทันทีหลังการอนุมัติโดย FDA

5. การสำรวจของ Kaiser Family Foundation แสดงให้เห็นว่า 32% ของผู้ใหญ่ที่ไม่ได้รับวัคซีนกล่าวว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะได้รับวัคซีนหากได้รับการอนุมัติจาก FDA

6. วัคซีนที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) จะทำให้บริษัทที่เป็นผู้ผลิตสามารถทำการตลาดโดยตรงกับผู้บริโภคได้

7. การตรวจสอบวัคซีนมาตรฐานของ FDA ยังรวมถึงการเจรจากับผู้ผลิตเพื่อพิจารณาว่าจะติดฉลากวัคซีนอย่างไร และบริษัทจะโฆษณาวัคซีนได้อย่างไร

8. กระบวนการอนุมัติจะเป็นการสร้างแบรนด์ให้กับวัคซีนและทำให้เกิดการโฆษณาไปยังประชาชนผ่านโทรทัศน์ วิทยุ และสื่ออื่นๆ ในฐานะสินค้า เพื่อพยายามผลักดันการฉีดวัคซีนและการขาย

9. การอนุมัติจะช่วยให้ผู้ผลิตวัคซีนสามารถขึ้นราคาได้ ซึ่งพวกเขาได้กล่าวไว้แล้วว่าจะทำตามที่การระบาดใหญ่ลดน้อยลง ดังนั้นการการอนุมัติจะนำไปสู่ยุคที่วัคซีนจะไม่มีการแจกฟรีอีกต่อไป

10. แต่เช่นเดียวกับวัคซีนอื่นๆ เช่น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล วัคซีนโควิด-19 ระบบสาธารณสุขของรัฐอาจจะช่วยอุดหนุนราคาวัคซีนอย่างน้อยบางส่วน

11. การอนุมัติยังเป็นการปูทางให้บริษัทหรือองค์กรตั้งข้อแม้ให้ลูกค้าฉีดวัคซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคการท่องเที่ยว การพักผ่อน และการบริการจะได้รับประโยชน์เพราะชาวอเมริกันเต็มใจที่จะเดินทาง รับประทานอาหารนอกบ้าน เยี่ยมชมสวนสนุก และเข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้น

12. ผลที่เห็นชัดในแง่เศรษฐกิจคือ การอนุมติครั้งนี้ผลักดันตลาดให้ดัชนีหุ้นสูงขึ้น หนุน Dow Jones Industrial Average ขึ้น 300 จุด และผลักดัน S&P 500 และ Nasdaq สู่ระดับสูงสุดใหม่

ข้อมูลจาก

How full FDA approval could pave the way for COVID-19 vaccine mandates

FDA vaccine approval is good news for markets, employment, economy

Photo by Angela Weiss / AFP

สหรัฐอนุมัติการใช้ Pfizer เต็มรูปแบบ เร่งสกัดเดลตา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661339

วันที่ 24 ส.ค. 2564 เวลา 08:21 น.

สหรัฐอนุมัติการใช้ Pfizer เต็มรูปแบบ เร่งสกัดเดลตาสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) อนุมัติวัคซีน Pfizer-BioNTech อย่างสมบูรณ์ เปิดทางให้มีการบังคับมาตรการฉีดวัคซีนอย่างเต็มที่มากขึ้น เนื่องจากการระบาดของเดลตาโจมตีประเทศ

ประมาณ 52% ของประชากรอเมริกันได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว แต่หน่วยงานด้านสุขภาพเล็งเป้าหมายไปที่ผู้คนที่ลังเลใจเรื่องวัคซีน จนขัดขวางการรณรงค์ระดับชาติ

ในคำปราศรัยทางโทรทัศน์ ประธานาธิบดีโจ ไบเดนเรียกการอนุมัติของ FDA ว่าเป็น “มาตรฐานทองคำ”

“วันนี้ผมขอเรียกร้องให้บริษัทในภาคเอกชนเพิ่มมาตรการบังคับฉีดวัคซีนซึ่งจะ (ทำให้วัคซีน) เข้าถึงผู้คนอีกหลายล้านคน” เขากล่าว

วัคซีนของ Pfizer ซึ่งขณะนี้จะวางตลาดภายใต้ชื่อแบรนด์ Comirnaty เป็นรายแรกที่ได้รับการอนุมัติเต็มรูปแบบ

Pfizer มากกว่า 200 ล้านโดสได้รับการจัดการภายใต้การอนุมัติให้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน (EUA) ที่ได้รับเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2020

การตัดสินใจอนุมัติอย่างเต็มที่ในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปนั้นอิงตามข้อมูลล่าสุดจากการทดลองทางคลินิกของวัคซีนที่มีผู้คนมากกว่า 40,000 คน ซึ่งพบว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพ 91% ในการป้องกันโรคโควิด

องค์การอาหารและยาติดสหรัฐตามข้อมูลจากผู้รับวัคซีน 12,000 รายหกเดือนจากชุดวัคซีนของพวกเขา

ผลข้างเคียงที่รายงานโดยทั่วไปส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและรวมถึงอาการปวดและบวมบริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ หนาวสั่นและมีไข้

หน่วยงานกำลังดำเนินการตรวจสอบข้อมูลด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับภาวะการอักเสบของของกล้ามเนื้อหัวใจ (myocarditis) ซึ่งเป็นภาวะที่หายากมากแต่เป็นกรณีน่าเป็นห่วงมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในเจ็ดวันหลังจากการให้วีคซีนที่สอง

ตรวจพบความเสี่ยงสูงสุดในเด็กชายอายุระหว่าง 12 ถึง 17 ปี โดยมีข้อมูลที่มีอยู่ซึ่งบ่งชี้ว่าบุคคลส่วนใหญ่ฟื้นตัวได้ แต่บางคนต้องการการดูแลอย่างเข้มข้น

กองทัพสหรัฐฯ กล่าวหลังจากประกาศว่าจะบังคับใช้วัคซีนได้ไม่นาน และคาดว่าธุรกิจส่วนตัวและมหาวิทยาลัยจำนวนมากมายจะใช้มาตรการเดียวกันในอีกไม่นาน

นครนิวยอร์กยังระบุด้วยว่า ต้องการให้พนักงานแผนกการศึกษาทุกคนได้รับวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งโดสภายในวันที่ 27 กันยายน

วัคซีนยังคงใช้ได้ภายใต้การอนุญาตใช้ในกรณีฉุกเฉินสำหรับเด็กอายุ 12 ถึง 15 ปี แต่เนื่องจากขณะนี้ได้รับการอนุมัติโดยสมบูรณ์แล้ว แพทย์อาจกำหนดให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีหากเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์

Photo by Robyn Beck / AFP

เมื่อ Ant Group ของแจ็ค หม่าสั่นคลอนบัลลังก์ของ ‘สีจิ้นผิง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661325

วันที่ 23 ส.ค. 2564 เวลา 21:04 น.

เมื่อ Ant Group ของแจ็ค หม่าสั่นคลอนบัลลังก์ของ 'สีจิ้นผิง'  ความซับซ้อนซ่อนเงื่อนของการเมืองจีนเริ่มเผยให้เห็นชัดขึ้นจากกรณีนักการเมืองในค่ายของสีจิ้นผิงถูกเล่นงานเพราะพัวพันกับบริษัทฟินเทคของแจ็ค หม่า

การเล่นงาน Alibaba Group Holding Ltd. ของรัฐบาลจีนดูเหมือนจะยังไม่จบ เพราะโจวเจียงหย่ง เลขาธิการคณะกรรมการพรรคเทศบาลเมืองหางโจว วัย 53 ปี ถูกสอบสวนฐานละเมิดวินัยพรรคและกฎหมายของรัฐอย่างร้ายแรง เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2564 โดยคณะกรรมการกลางเพื่อการตรวจสอบวินัย (CCDI) ซึ่งเป็นองค์กรกำกับวินัยภายในของพรรค และคณะกรรมการกำกับดูแลแห่งชาติ และหน่วยงานต่อต้านการทุจริตสูงสุดของประเทศจีน

สาเหตุของการจับกุมมีเบาะแสมาจากรายงานจากบุคคลหนึ่ง (วึ่งเราจะเอ่ยถึงต่อไป) ที่ระบุว่าครอบครัวของโจวซื้อหุ้นในบริษัทฟินเทคแห่งหนึ่งเป็นเงิน 500 ล้านหยวนก่อนการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน ก่อนที่แผนการจดทะเบียนจะถูกยกเลิก รายงานนี้ไม่ได้ระบุชื่อบริษัท

แต่จากข้อมูลที่เรามีทำให้อดคิดไม่ได้ว่ามันหมายถึง Ant Group ของ แจ็ค หม่าที่ถูกเล่นงานในเวลาไล่เลี่ยกันก่อนที่จะเปิดขายหุ้นครั้งแรกแล้วโดนเบรคจนหัวทิ่ม ตามมาด้วยการเล่นงาน Alibaba อย่างหนักหน่วงของรัฐบาลจีน

ที่สำคัญคือ Alibaba มีสำนักงานใหญ่ที่หางโจว แจ็ค หม่า เป็นพลเมืองอกิติมศักดิ์ของหางโจว คนใหญ่คนโตของหางโจวจำนวนหนึ่งสนิทสนมกับ Alibaba

เมื่อวันอาทิตย์ Ant Group ปฏิเสธว่าไม่มีบุคคลบางคนซื้อหุ้นของบริษัทก่อนการเสนอขายหุ้น IPO เมื่อปีที่แล้วและระบุว่าข้อมูลที่อกมาเป็นข่าวลือออนไลน์ แต่ปรากฎว่าพอเปิดตลาดวันจันทร์ หุ้นของ Alibaba ในตลาดปรับลดลง ย่อมหมายความว่าตลาดหวั่นใจไม่น้อย

ดูเผินๆ การสั่งสอบโจวเจียงหย่งดูเหมือนจะเป็นการกวาดล้างการคอร์รัปชั่น เพราะก่อนหน้านี้ก็มีการสั่งสอบเจ้าหน้าที่ระดับสูงของมณฑลเจ้อเจียงอีกคน ในชั่วเวลาเพียง 4 วันมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหางโจวโดนเล่นงานแล้วสองคน คือโจวเจียงหย่ง (วันที่ 21 สิงหาคม) และหมาเสี่ยวฮุย (วันที่ 19 สิงหาคม) นายกเทศมนตรีเขตหนิงไห่ เมืองหนิงปัว (โจวเจียงหย่ง ก็เคยทำงานที่หนิงปัวมาก่อน)

แต่มันยังมีมากกว่านี้อีก เหมือนกับว่าเจ้าใหญ่นายโตที่เจ้อเจียงกำลังถูกถอนรากถอนโคนครั้งใหญ่ สื่อภาษาจีนต่างเรียกว่า “แผ่นดินไหวใหญ่” ที่เจ้อเจียง

หลังจากโจวและหมาโดนเล่นงาน วันที่ วันที่ 23 สิงหาคม สวีกวงเย่า รองผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมของเขตอิ๋นโจว เมืองหนิงปัว, เฉินเสี่ยวหลง อดีตเลขาธิการพรรคและผู้อำนวยการศูนย์การจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเมืองหูโจว และ หวงเสียงฉง รองผู้จัดการทั่วไปของ บจก. แห่งหนึ่งในเมืองเวินโจวอยู่ระหว่างการพิจารณาและสอบสวนทางวินัยเช่นกันจากรายงานของสื่อแนวสอบสวนของจีน “ไฉจิง”

ย้อนกลับไปวันที่ 22 กรกฎาคม จางสุ่ยถัง อดีตรองเลขาธิการและผู้อำนวยการสำนักงานต้อนรับของรัฐบาลมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งเกษียณอายุมาแล้ว 7 ปี ก็ยอมมอบตัวและยอมรับการตรวจสอบทางวินัย

มันยังไม่เหมดแค่นั้น เมื่อเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2564 ฉู่เมิ่งสิง อดีตเลขาธิการคณะกรรมการพรรคเขตไหสู่ เมืองหนิงปัวถูกตั้งข้อหาว่าละเมิดวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง และอยู่ภายใต้การตรวจสอบทางวินัยและการกำกับดูแลและการสอบสวนโดยคณะกรรมการตรวจสอบวินัยประจำมณฑลเจ้อเจียง

ในกรณีต่างๆ นี้ต้องจับตากรณีโจวเจียงหย่ง หมาเสี่ยวฮุย และฉู่เมิ่งสิง เราะทั้งสามคนนี้มีความสนิทสนมกันมากและมีพื้นเพมาจากเมืองหนิงปัว ส่วนพวกที่ถูกสอบสวนคนอื่นๆ ก็มีความเกี่ยวข้องกับทั้งสามคนนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

แล้วความสัมพันธ์ของคนทั้งหมดนี้โยงไปถึง หูหมิ่นชุน ทนายความหญิงที่มีบริษัทในหนิงปัว ที่สำคัญเธอเป็นภรรยาของฉู่เมิ่งสิง หลังจากที่สามีของเธอถูกจับ เธอก็วิ่งเต้นกับคนใหญ่คนโตต่างๆ หนึ่งในนั้นคือโจวเจียงหย่ง ซึ่งแม้ว่าจะเห็นอกเห็นใจและเป็นเพื่อนกับสามีของเธอแต่เขาก็ไม่ช่วยอะไร

ด้วยความสิ้นหวัง หูหมิ่นชุนจึงรายงานเรื่องครอบครัวของโจวเจียงหย่งใช้เงิน 500 ล้านหยวนซื้อหุ้นก่อนการจะเปิด IPO ของบริษัทฟินเทคแห่งหนึ่ง (ที่ลือกันว่าเป็น Ant Group) และจะได้เงินคืน 520 ล้านหยวนถ้าบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้ เธอรายงานเรื่องนี้โดยใช้ชื่อจริงของโจวเจียงหย่งและคนอื่นๆ โดยไม่ใช้นามแฝงเอาเลย

เรื่องนี้มีประเด็นที่ควรพูดถึง 3 ประเด็น

ประเด็นแรก นี่คือการ “สั่งสอน” Alibaba และแจ็ค หม่า เหมือนที่รัฐบาลจีนเริ่มทำมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว อันมีจุดเริ่มต้นมาจากการแสดงความเห็นท้าทายอำนาจรัฐในแง่การเงินของแจ็ค หม่า เมื่อเร็วๆ นี้ประเด็นนี้ก็ยังมีน้ำหนักเพราะรัฐบาลจีนสั่งจัดระเบียบ ออกใบเหลือง ใบแดงกับบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีครั้งแล้วครั้งเล่า หลังจากจัดการกับภาคธุรกิจแล้ว คงถึงเวลาที่จะจัดการกับภาคการเมืองที่ไปพัวพันกับภาคธุรกิจมากเกินไป กรณีของโจวเจียงหย่งนั้นสนิทสนมกับแจ็ค หม่าค่อนข้างมาก เขาส่งเสริมหม่าและไปร่วมงานเปิดตัวอีเวนต์ของ Alibaba ครั้งใหญ่ๆ และยังมอบตำแหน่งพลเมืองกิตติมศักดิ์ของหางโจวให้กับหม่า ดังนั้นโจวจึงน่าจะถูกจับตาเป็นพิเศษ

จะเห็นได้จากแถลงการณ์จากกรรมการกลางเพื่อการตรวจสอบวินัย (CCDI) สั่งให้สมาชิกของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในหางโจวแก้ไขตัวเองเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ตนเองหรือญาติไปพัวพันด้วย และเมื่อวันจันทร์ CDDI กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ของพรรคที่ยังดำรงตำแหน่งเกือบ 25,000 คนที่มีฐานะนำในรัฐบาลหางโจว รวมถึงผู้ที่เกษียณอายุภายในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา กำลังดำเนินการ “ตรวจสอบตนเอง” เพื่อตรวจว่าตนเองมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

ประเด็นที่สอง มีข้อสังเกตจาก เริ่นเจี้ยนหมิง ศาสตราจารย์จากคณะบริหารรัฐกิจแห่งมหาวิทยาลัยวิชาการบินและการอวกาศของปักกิ่งกล่าวกับสื่อจีน “เหลียนเหอ เจ่าเป้า”ว่า นับตั้งแต่การประชุมใหญ่ระดับชาติของพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 18 มีการสอบสวนเจ้าหน้าที่ระดับมณฑลและผู้บริหารส่วนกลางมากกว่า 80 คนในแต่ละปี แต่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในเจ้อเจียงค่อนข้างน้อย อาจเป็นเพราะว่าเจ้าหน้าที่ของเจ้อเจียงได้รับการยกย่องอย่างสูงและมีความสามารถมาโดยตลอด

แต่การที่เจ้าหน้าที่เจ้อเจียงถูกเล่นงานคนแล้วคนเล่าในเวลานี้ แสดงว่าปัญหาคอร์รัปชั่นยังกำจัดไม่หมดสิ้นและยังต้องใช้เวลาอีกนาน และสีจิ้นผิงจริงจังกับเรื่องนี้มากถึงกับบอกว่าการคอร์รัปชั่นเป็น “ความเสี่ยงสูงสุดต่อการปกครอง” ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเท่าที่มีในเวลานี้

ประเด็นที่สาม เรื่องนี้อาจมีนัยทางการเมือง มณฑลเจ้อเจียงเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญและมีแต่คนเก่งไปบริหาร และอย่างที่ศาสตราจารย์เริ่นเจี้ยนหมิง กล่าวไว้ว่าแต่ไรมาเจ้าหน้าที่ของเจ้อเจียงรอดพ้นการสอบสวนเรื่องคอร์รัปชั่นมาโดยตลอด เจ้อเจียงถูกเรียกว่า “เกาะแห่งความปลอดภัยทางการเมือง”

แต่การกวาดล้างคอร์รัปชั่นของสีจิ้นผิงถูกมองว่ามีนัยทางการเมืองมาโดยตลอด เบื้องลึกอาจเป็นการกำจัด “กลุ่มการเมือง” (แฟ็คชั่นหรือ “พ่าย” หรือ “ซี่” ในภาษาจีน) ซึ่งในการเมืองจีนนั้นมี “พ่าย” อยู่ 2 กลุ่มหลักคือ “ซ่างไห่ปาง” กับ “ถวนพ่าย” และกลุ่มอื่นๆ ที่เรียกว่า “ซี่”

“พ่าย” หรือ “ซี่” เหล่านี้บ้างก็ยอมรับสีจิ้นผิง บ้างก็รอเวลาสั่นคลอนเก้าอี้เขา ที่เจ้อเจียงนั้นมี “พ่าย” ที่เรียกว่า “จือเจียงซินจวิน” (ทหารใหม่แห่งจือเจียง)

“จือเจียง” เป็นอีกชื่อของมณฑลเจ้อเจียงหมายถึงตอนล่างของแม่น้ำเฉียนถังซึ่งไหล่ผ่านหางโจวด้วย “จือเจียงซินจวิน” เป็นกลุ่มหรือพ่ายของสีจิ้นผิงโดยเฉพาะ คนเหล่านี้เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของสีจิ้นผิง เมื่อตอนที่เขาเป็นเลขาธิการคณะกรรมการพรรคประจำมณฑลเจ้อเจียง รวมถึงคนอื่นๆ ที่สีจิ้นผิงคัดเลือกมาทำงานด้วยเขาอยู่ที่ฝูเจี้ยนและ “เพื่อนร่วมชั้น” ของเขาที่มหาวิทยาลัยชิงหวารวมถึงเจ้าหน้าที่พรรคฯ ที่ทำงานใกล้ชิกับสีจิ้นผิง แน่นอนว่าใครอยู่ “พ่าย” นี้ย่อมเจริญก้าวหน้าได้ไว

โจวเจียงหย่งอยู่ในกลุ่ม “จือเจียงซินจวิน” (บางแห่งว่าไม่ได้เป็นสายนี้โดยตรง) ได้รับการส่งเสริมอย่างรวดเร็วตั้งแต่การประชุมแห่งชาติครั้งที่ 18 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการหลักพรรคประจำเจ้อเจียงที่อายุน้อยที่สุด หากไม่เกิดเหตุไม่คาดฝัน เขาควรจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการมณฑลเจ้อเจียง หรือส่งไปรับตำแหน่งงเดียวกันนี้ในมณฑลอื่น แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นจนได้ ดังนั้นกรณีนี้จึงสั่นสะเทือนกลุ่มของสีจิ้นผิงอย่างมาก และรายงานสื่อออนไลน์ที่แฉเรื่องนี้ถูกลบไปในภายหลัง

แต่ก็น่าสนใจที่ 1 วันก่อนจะถูกสั่งสอบ โจวเจียงหย่งคงไม่ทราบเรื่องเลยจำออกไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แสดงว่านี่คือการจัดการลงดาบแบบสายฟ้าฟาดจากเบื้องบนเป็นแน่ เพราะการแฉเรื่องของเขาเท่ากับสั่นคลอนกลุ่ม “จือเจียงซินจวิน” และอำนาจของสีจิ้นผิง มันหมายความว่าฐานที่มั่นของสีจิ้นผิงที่ไม่เคยโดนเล่นงานเรื่องคอร์รัปชั่น แท้จริงแล้วมีเรื่องหมกเม็ดเอาไว้ และมันทำให้ภาพลักษณ์ของสีจิ้นผิงในฐานะพระเอกขี่ม้าขาวมาปราบคอร์รัปชั่นต้องแปดเปื้อนไปด้วย

เรื่องนี้แสดงว่าสีจิ้นผิงไม่ปราณีกระทั่งคนในกลุ่มของตัวเอง แต่มันเป็นแบบนั้นจริงหรือเปล่า?

อันที่จริงมันมีตัวอย่างมาก่อนหน้านี้แล้วจากกรณีการระบาดของโควิด-19 ระลอกล่าสุดที่เหอหนาน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเหอหนานหลายคนถูกโยกย้ายหรือลดตำแหน่งเพราะความไม่มีประสิทธิภาพในการรับมือ แต่ยังมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกเล่นงานเพราะรับมือกับน้ำท่วมที่เจิ้งโจว, เหอหนานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ

สื่อนอกจีนชี้ว่าอาจจะมีการสั่งพักงาน โหลวหยางเซิ่ง เลขาธิการคณะกรรมการพรรคประจำมณฑลซึ่งพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อต้นเดือนมิถุนายนนี่เอง และ สวีลี่อี้ สมาชิกประจำคณะกรรมการหลักของพรรคประจำมณฑล ระหว่างที่พรรคฯ สั่งสอบสวนกรณีความล้มเหลวเรื่องการจัดการน้ำท่วมที่เจิ้งโจว ทั้งคู่เป็นคนของ “จือเจียงซินจวิน” ซึ่งหมายความว่าเป็นคนของสีจิ้นผิงนั่นเอง โดยเฉพาะสวีลี่อี้เคยอยู่เจ้อเจียงมาถึง 30 ปีและเคยเป็นลูกน้องของสีจิ้นผิงด้วย

แต่เฉินพั่วคง นักวิเคราะห์การเมืองชาวอเมริกันเชื้อสายจีนชี้ว่า การตั้งกรรมการสอบคนของสีจิ้นผิงมีนายกรัฐมนตรีหลี่เค่อเฉียงพัวพันด้วย หลี่เค่อเฉียงนั้นไม่ไปสั่งการคุมน้ำท่วมที่เจิ้งโจวแต่สั่งจากข้างนอกและไม่ได้ไปเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยอย่างที่ควรจะไป แต่เขากลับเสนอให้ “แสวงหาความจริงจากข้อเท็จจริง เผยแพร่ข้อมูลอย่างเปิดเผยและโปร่งใส” จากกรณีนี้

คำพูดนี้เหมือนจะไม่มีอะไรผิดปกติ แต่มันเหมือนจะกระแทกกระทั้นอีกฝ่ายอำนาจว่า “ไม่โปร่งใส”

ปรากฎว่าทางพรรคจึงตั้งคณะสอบสวนขึ้นมาและคนของสีจิ้นผิงก็หายหน้าไป (แม้แต่สีจิ้นผิงก็ไม่ไปดูความเสียหายที่เจิ้งโจวแต่ไปทิเบตเสียอย่างนั้น) คณะสืบสวนที่ตั้งมานั้นตั้งมาจากหน่วยงานในอาณัติของสภาแห่งรัฐ ซึ่งเป็นหน่วยที่อยู่ในอำนาจของกลุ่มหรือ “พ่าย” อื่นๆ นอกอำนาจสีจิ้นผิง และเฉินพั่วคงชี้ว่า “พ่าย” อื่นๆ นั้นถือหางหลี่เคอเฉียง โดยเฉพาะสมาชิกพรรคอาวุโสที่มีประสบการณ์ นี่คือสัญญาณของการท้าทายอำนาจสีจิ้นผิงอย่างหนึ่ง

หลายคนคงจะไม่ทราบว่า หลี่เค่อเฉียงแม้จะเป็นนายกฯ คู่กับประธานสีจิ้นผิงแต่ก็มาจากกลุ่มการเมืองคนละกลุ่มกับสีจิ้นผิง (มาจาก “ถวนพ่าย” หรือกลุ่มที่นำโดยหูจิ่นเทา) และหลี่เค่อเฉียงเป็นหมากสำคัญของกลุ่มอำนาจอื่นๆ ในพรรคที่จะคานอำนาจกับสีจิ้นผิงที่นับวันยิ่งใช้กำปั้นเหล็กในการบริหารประเทศมากขึ้น

ประเทศจีนอาจดูเป็นเอกภาพภายใต้การบริหารของสีจิ้นผิง แต่หลายเรื่องเขาสร้างความไม่พอใจในหมู่ “พ่าย” ต่างๆ ในพรรคโดยเฉพาะการกุมอำนาจที่พวกตัวเอง ผู้คนจึงกำลังจับตาว่า หลังจากเกิด “แผ่นดินไหวใหญ่” ที่เจ้อเจียงแล้ว จะเกิดแผ่นดินใหวใหญ่ที่อื่นๆ เพื่อสั่นคลอนสีจิ้นผิงอีกหรือไม่

โดย กรกิจ ดิษฐาน

Photo by LEO RAMIREZ / AFP

จำคุกอดีตรัฐมนตรีอินโดนีเซีย 12 ปี โกงเงินช่วยเหลือประชาชนสู้โควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661327

วันที่ 23 ส.ค. 2564 เวลา 19:16 น.

จำคุกอดีตรัฐมนตรีอินโดนีเซีย 12 ปี โกงเงินช่วยเหลือประชาชนสู้โควิดอดีตรัฐมนตรีกระทรวงกิจการสังคมของอินโดนีเซียถูกจำคุกเป็นเวลา 12 ปี ในวันจันทร์หลังจากถูกตัดสินว่ารับสินบน 1.2 ล้านดอลลาร์ที่เกี่ยวข้องกับความช่วยเหลือด้านอาหารสำหรับครอบครัวที่ยากจนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่ของโคโรนาไวรัส

ศาลในกรุงจาการ์ตาพิพากษาโทษหนักแก่ จูเลียรี บาตูบารา ภายหลังเขาถูกจับกุมเมื่อเดือนธันวาคพร้อมกับกระเป๋าเดินทาง เป้สะพายหลัง และซองจดหมายที่เต็มไปด้วยเงินสด

“ศาลตัดสินจำคุกจำเลย 12 ปี และสั่งให้เขาจ่ายค่าปรับ 500 ล้านรูเปียห์ (35,000 ดอลลาร์) หรือรับโทษจำคุกอีก 6 เดือน” มูฮัมหมัด ดามิส ประธานผู้พิพากษากล่าวกับการพิจารณาคดี ซึ่งทำการพิจารณาคดีออนไลน์ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยจากไวรัส

อดีตนักการเมืองรายนี้ยังได้รับคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายประมาณ 1 ล้านดอลลาร์ หรืออาจต้องโทษจำคุกเพิ่มอีก 2 ปี ศาลกล่าว

บาตูบารารับเงินสดจากผู้รับเหมาสองรายที่จ้างมาเพื่อจัดหาบรรจุภัณฑ์อาหารที่นำไปแจกชาวอินโดนีเซียที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19

ประธานาธิบดี โจโก วิโดโด ให้คำมั่นว่าจะไม่ปกป้องเจ้าหน้าที่ทุจริตหลังจากการจับกุมของ บาตูบาราและชี้ว่าเงินกองทุนที่ถูกขโมยไปนั้นเป็น “เงินของประชาชน”

การรับสินบนยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในอินโดนีเซีย ซึ่งนักการเมืองถูกมองว่าเป็นกลุ่มทุจริตมากที่สุด

หน่วยงานต่อต้านการทุจริตของประเทศได้จับกุมเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รวมถึงอดีตรัฐมนตรีกระทรวงประมงเอธี ปราโบโวซึ่งเมื่อเดือนที่แล้วและถูกจำคุกเป็นเวลา 5 ปีในคดีการรับสินบนที่เชื่อมโยงกับการส่งออกกุ้งก้ามกราม

อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รุนแรงที่สุด โดยมีผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้วเกือบ 4 ล้านคน และผู้เสียชีวิตมากกว่า 126,000 คน แม้ว่าตัวเลขอย่างเป็นทางการจะถือว่าต่ำมาก เนื่องจากการทดสอบต่ำและการรวบรวมข้อมูลทำกันอย่างประปราย

Photo by RICKY PRAKOSO / AFP

[Myanmar] “Stay at Home” order imposes in Chaungzon #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40005335

[Myanmar] “Stay at Home” order imposes in Chaungzon


Up to five townships in Mon State had been declared as “Stay at Home” townships as Ministry of Health imposed “Stay at Home” order in Chaungzon Township on August 24, sources said.

Residents of Chaungzon Township (excluding government employees) are required to live in their own homes and people who are working in private services such as banking and financial services, fuel stations, food and cold storage factories; Manufacture and distribution of pharmaceuticals and medical equipment, production and distribution of purified water and factories producing personal care items are not included in the order, it said.

In addition, organizations and companies have to do business from home and citizens included in the “Stay at home” order are required to stay at home and only one person per house should go shopping except for those who go to work in government departments, organizations, companies and factories. If you have to go to a hospital or clinic, only two people per house are allowed. They have to wear a mask to go out of the house. Only vehicles that will transport personnel on duty and vehicles that are allowed to pass through are allowed to pass through the area. In addition to the driver, one more person is allowed in the vehicle for shopping in the neighborhood and two more people are allowed in the vehicle to go to the hospital, it said.

Also, if someone wants to travel for emergency cases, he or she must report to the relevant ward administration members to get permission. Failure to comply with the order will result in disciplinary action under existing laws, which will be effected from 4 am on August 25, it said.

From June 28 to August 24, there were 1,114 confirmed cases of COVID-19 in Chaungzon Township and 89 of them are died, according to the ministry.

The ministry imposed “Stay at Home” order in Mawlamyine, Thaton and Thanbyuzayat townships on July 8 and Bilin Township on August 3.

Published : August 27, 2021