ลูกเรือ แอร์ สจ๊วต รู้สึกอย่างไร…ถ้าต้องกลับไปบิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/661814

วันที่ 30 ส.ค. 2564 เวลา 08:30 น.ลูกเรือ แอร์ สจ๊วต รู้สึกอย่างไร...ถ้าต้องกลับไปบินเจาะความรู้สึกพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน และพนักงานที่เกี่ยวข้อง พวกเขารู้สึกอย่างไรกับการทำงานช่วงนี้ พร้อมซูมงานวิจัยเรื่อง “ทัศนคติของลูกเรือต่อการทำงานในช่วงที่มีโรคระบาด” จากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ว่าเหล่าลูกเรือ แอร์ สจ๊วต รู้สึกอย่างไรถ้าต้องกลับไปบิน

บทความโดยอาจารย์สถาวร เลิศสุวรรณกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เผยว่า COVID-19 ส่งผลกระทบกับทุกอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการบินก็โดนหนักไม่เบา ในช่วงที่ผ่านมาอุตสาหกรรมการบินต้องเผชิญความท้าทายหลายรูปแบบ ส่งผลให้พนักงานเกิดความเครียดและความกังวล ซึ่งจากงานวิจัยเรื่อง “ทัศนคติของลูกเรือต่อการทำงานในช่วงที่มีโรคระบาด” จากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ระบุว่า พนักงานมีความกังวลและความเครียดในรูปแบบต่าง ๆ เนื่องจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในขณะนั้น

แต่ในช่วงกลางปี 2564 หลังจากการฉีดวัคซีนเริ่มเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง ประกอบกับมีระบบ มาตรการป้องกันที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สายการบินต่าง ๆ และประชาชนเริ่มมีความมั่นใจ และสายการบินก็ทยอยกลับมาให้บริการ และมีการเรียกตัวพนักงานให้กลับมาประจำการ

แล้วพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน และพนักงานที่เกี่ยวข้อง พวกเขารู้สึกอย่างไรกับการทำงานช่วงนี้?

ได้มีการการสำรวจสอบถามความคิดเห็นของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของหลาย ๆ สายการบิน พบว่า หลายคนรู้สึกเครียดตอนทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเจอกับผู้โดยสารที่ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของสายการบินแต่อย่างไรก็ตาม พนักงานอีกส่วนหนึ่งก็รู้สึกว่าไม่เครียดเท่าใดนัก เนื่องจากเข้าใจถึงธรรมชาติของงานว่าต้องพบเจออะไรบ้าง

จริง ๆ แล้วงานบริการบนเครื่องบินนั้น พนักงานอาจจะต้องเผชิญกับสิ่งต่าง ๆ มากมายนอกเหนือจาก COVID-19 อาทิเช่น ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ และโรคต่าง ๆ บางครั้งอันตรายอาจเกิดขึ้นได้จากผลของ Flight Turbulence (การตกหลุมอากาศ) ทีอาจทำให้เกิดแผล การฟกช้ำ หรือศีรษะกระทบกระเทือนจากการกระแทก เป็นต้น หรือแม้กระทั่งอาการ Shift Work Disorder (SWD) หรือความผิดปกติของการนอนจากการทำงานเป็นกะ ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้

สรุปว่า ลูกเรือนั้นมีความเข้าใจถึงธรรมชาติของงานเป็นอย่างดี และพร้อมเผชิญความท้าทายต่าง ๆ นั่นเอง โดยสิ่งที่ทำได้ และต้องทำ คือป้องกันตนเองให้ดีที่สุด ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ ขั้นตอนของสายการบิน และองค์กรด้านการบินอย่างเคร่งครัด โดยเน้นเรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสาร ของตนเอง ควบคู่กับการบริการที่ดีเลิศไปพร้อม ๆ กัน

แต่มีปัจจัยที่น่าสนใจปัจจัยหนึ่งที่งานวิจัยเรื่อง Flight Attendants’ Attitudes Against The Pandemic Outbreaks: Investigate On How Pandemics Affect On The Job Stress and Job Performance ของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ค้นพบคือ ความเครียดที่เกิดจากแรงกดดันของญาติ (พ่อ แม่ พี่ น้อง) ของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ที่ส่วนใหญ่จะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของลูก หลาน พี่น้อง ที่เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เนื่องจากไม่ได้รับข้อมูลด้านมาตรการความปลอดภัยต่าง ๆที่ สายการบินกำหนดอย่างเพียงพอ ส่งผลให้เกิดแรงกดดันกับพนักงานเมื่อต้องไปทำงานนั่นเอง

ซึ่งในช่วงนี้ภาพรวมจะดีขึ้นเนื่องจากมีการสื่อสารที่เข้าถึงทุกกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ และนโยบายการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรในกลุ่มเสี่ยง ทำให้ความเครียดที่เกิดจากความกังวลในการทำงานลดลง ด้านสมาคมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (The Association of Flight Attendants: AFA) ที่มีสมาชิกที่เป็นลูกเรือกว่า 50,000 คน จากกว่า 20 สายการบิน ระบุว่าทางสมาคมหวังว่าสายการบินต่าง ๆ จะเข้มงวดเรื่องการบังคับใช้กฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อเป็นการป้องกันสวัสดิภาพของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ทางสมาคมได้มีการออกข้อเรียกร้องต่อสายการบินต่าง ๆ หลายอย่าง เช่น การขอให้เลิกบริการผ้าร้อน มีการขอให้ใช้แก้วน้ำแบบใช้แล้วทิ้งแทน เป็นต้น

ด้านสายการบินเองก็มีมาตรการต่าง ๆ ออกมามากมาย เช่น การให้พนักงานใส่ชุดและอุปกรณ์ป้องกัน การให้ผู้โดยสารใส่หน้ากากตลอดเวลาการเดินทาง อย่างสายการบินฝั่งอเมริกา และอีกหลายสายการบินได้มีการยกเลิกการบริการอาหารและเครื่องดื่มขณะเดินทาง เป็นต้น ล่าสุดทางองค์กรอย่าง ICAO และ IATA เองก็ได้หาแนวทางการเดินทางทางอากาศที่ปลอดภัยมากยิ่งขี้น เช่น การใช้ IATA Travel Pass หรือ Vaccine Passport และคาดว่าจะนำมาใช้จริงในเร็วๆ วันนี้ 

สรุปแล้ว การที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่จำกัดอย่างบนเครื่องบิน และด้วยธรรมชาติของงานด้วยแล้ว ความเครียดจากการทำงานนั้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ด้วยมาตรการทั้งขององค์กรด้านการบิน ภาครัฐ สายการบิน ทีมงานที่ดี หรือแม้กระทั่งการปฏิบัติตัวของตัวพนักงานเอง ล้วนมีส่วนช่วยให้บรรเทาความเครียดลงได้

ซูม 6 เพอร์เฟ็กต์พาร์ทเนอร์ที่เปลี่ยนลุคในแต่ละวันให้ดูไม่จำเจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/661534

วันที่ 26 ส.ค. 2564 เวลา 09:10 น.ซูม 6 เพอร์เฟ็กต์พาร์ทเนอร์ที่เปลี่ยนลุคในแต่ละวันให้ดูไม่จำเจซูมทีละเรือน กับ Piaget Polo Date เพอร์เฟ็กต์พาร์ทเนอร์ล่าสุดที่สาวๆ ต่างคอนเฟิร์มว่าต้องมี!

เพียเจต์ โปโล เรือนเวลาที่เฉลิมฉลองปรัชญาการใช้ชีวิตอันเปี่ยมสุขตามแบบฉบับเพียเจต์ โซไซตี้ อย่างแท้จริง ถือเป็นอีกคอลเลคชั่นที่เมซงประณีตในการรังสรรค์ โดยผสมผสานทั้งความล้ำสมัย ฟังก์ชั่นการทำงาน และดีเทล ความสนุกสนานไว้บนชิ้นงานได้อย่างไร้ที่ติ เพอร์เฟ็กต์พาร์ทเนอร์ที่เปลี่ยนลุคในแต่ละวันให้ดูไม่จำเจ

THE ORIGINS OF THE PIAGET POLO

เพียเจต์ โปโล เปิดตัวครั้งแรกปี 1979 ในฐานะสปอร์ต วอท์ช สุดหรู ที่รังสรรค์เพื่อตอบโจทย์เหล่าเกม เชนเจอร์ ผู้ซึ่งไม่เคยหยุดนิ่งและกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเองในแบบไม่ตามใคร ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกีฬายอดนิยมสำหรับสังคมชั้นสูงอย่างกีฬาโปโล รวมถึงวิถีชีวิตสุดหรูของชาวเจ็ตเซ็ต และด้วยดีไซน์อันเป็นซิกเนเจอร์ จึงส่งให้เรือนเวลาชิ้นนี้ดึงดูดความสนใจของเหล่าคนดังจากหลายแวดวงได้ไม่ยาก อาทิ เจ้าพ่อป๊อปอาร์ต Andy Warhol, นักแสดงมากฝีมือ Roger Moore ไปจนถึงอดีตนักเทนนิสชายระดับตำนาน อย่าง Bjorn Borg และภรรยาของเขา Mariana

EVOLUTION OF THE POLO STYLE

เพียเจต์ โปโล เดท (Piaget Polo Date) ตัวเรือน 36 มิลลิเมตร คือ นิยามและตัวตนใหม่ของคอลเลคชั่นเพียเจต์ โปโล ที่ถอดรหัสมาจากดีไซน์ดั้งเดิมของรุ่นไอคอนในปี 1979 สะท้อนอารมณ์และเอกลักษณ์ของตัวเองผ่านดีไซน์ โค้ดของเมซงได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Style, Casual elegance และ Freedom

ทว่า เพียเจต์ โปโล เดท ในเจนเนอเรชั่นใหม่นี้กลับหลงใหลในการรังสรรค์ที่แตกต่างออกไป โดยปรับแต่งดีเทลบางอย่างเพื่อเพิ่มความโฉบเฉี่ยวและร่วมสมัย ให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันมากขึ้น

THE STYLISTIC CODES OF THE PIAGET POLO

เอกลักษณ์ที่ขาดไม่ได้ของเพียเจต์ โปโล รุ่นล่าสุดนี้ ยังคงเป็นหน้าปัดรูปทรงสี่เหลี่ยมมนหรือทรงคุชชั่นเช่นเคย แต่ครั้งนี้มาในดีไซน์กะทัดรัดบนตัวเรือนทรงกลมขนาด 36 มิลลิเมตร ซึ่งภายในยังเสริมความเป็นเลิศด้วยการใส่ระบบกลไกอัตโนมัติ 500P1 แบบบางเอาไว้ และเมื่อพลิกกลับก็ยังเผยให้เห็นการทำงานของกลไกได้อย่างชัดเจนผ่านกระจกฝาหลังแซฟไฟร์คริสตัล พื้นหน้าปัดสลักลวดลายกิโยเช่ (Guilloché) ตามแนวนอน เข็มบอกเวลาแบบ สเกเลตันทรง Dauphine มาพร้อมช่องหน้าต่างบอกวันที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา และอินเด็กซ์ประดับเพชร สายนาฬิกาเกือบทุกรุ่นออกแบบให้ถอดเปลี่ยนสายรัดข้อมือได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นแบบสายหนังจระเข้ เรียบหรู สเตนเลสสตีล หรือทองคำ 

และนี่คือ 6 เพอร์เฟ็กต์พาร์ทเนอร์ล่าสุด ที่สาวๆ ต่างคอนเฟิร์มว่าต้องมี!

เริ่มต้นด้วยเพียเจต์ โปโล เดท ตัวเรือนสเตนเลสสตีล จับคู่สายรัดข้อมือวัสดุเดียวกัน มีให้เลือก 2 สไตล์ โมเดลคลาสสิคที่มาพร้อมหน้าปัดไอคอนนิคสีน้ำเงิน และอินเด็กซ์ประดับเพชร ขณะที่อีกตัวเรือนมาพร้อมหน้าปัดสีโอพาลีน ตกแต่งด้วยเพชรบริลเลียนต์คัตทั้งบนขอบตัวเรือนและอินเด็กซ์โรสโกลด์

ต่อด้วยอีก 2 โมเดลในโทนสีอบอุ่น กับเพียเจต์ โปโล เดท ตัวเรือนโรสโกลด์ มาพร้อมหน้าปัดสีโอพาลีน ประดับเพชร จับคู่สายรัดข้อมือได้ทั้งแบบสายหนังจระเข้สีเทา หรือสายโรสโกลด์เข้ากับตัวเรือน

เอาใจผู้ที่ชื่นชอบไอเท็มแนวระยิบระยับกับ 2 เวอร์ชั่นสุดท้าย โดยไฮไลต์อยู่ที่ดีไซน์หน้าปัดที่ถูกเติมเต็มด้วยเพชรแบบ Fully-paved; จับคู่สายหนังจระเข้สีน้ำเงิน และสายรัดข้อมือประดับเพชร

สัมผัสเรือนเวลาและเครื่องประดับชั้นสูงจากเพียเจต์ (Piaget) ได้แล้ววันนี้ ณ เพียเจต์ บูติค โดย เอส ที ไดเมนชั่น ชั้น M สยามพารากอน โทร. 02-610-9678

5 เทคนิคหางานสำหรับคนเรียนจบยุคโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/661529

วันที่ 26 ส.ค. 2564 เวลา 08:02 น.5 เทคนิคหางานสำหรับคนเรียนจบยุคโควิด-19จบใหม่ก็ยังได้ไปต่อ กับ 5 เทคนิคหางานสำหรับคนเรียนจบยุคโควิด-19

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การสมัครเข้าทำงานในองค์กรต่าง ๆ เริ่มมีความซับซ้อนกว่าแต่ก่อน มีการสัมภาษณ์งานหลายรอบ มีบททดสอบมากมาย ด้วยสาเหตุจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ต่อเนื่องมาจนถึงยุคโควิด 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้การหางานของเด็กจบใหม่ยิ่งเพิ่มความยากลำบาก เพราะงาน 1 ตำแหน่ง อาจต้องแข่งขันกับคนอีก 100 คน แต่นั่นก็ไม่ได้ความว่า คุณจะไม่มีโอกาสในการสมัครเข้าทำงานที่ไหนเลย มีหลายเทคนิคในการสมัครงาน มาดู 5 เทคนิคการหางานสำหรับเด็กจบใหม่ที่เรียนจบยุคโควิด-19

1 เรซูเม่ปัง

ด่านแรกเลยก่อนจะเข้าไปสู่การได้สัมภาษณ์งาน คือการพิจารณาคัดเลือกจากเรซูเม่ การเขียนเรซูเม่ให้ปังจนองค์กรต้องเรียกสัมภาษณ์นั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญทีเดียว เรเซูม่ควรเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ข้อมูลกระชับไม่เวิ่นเว้อ ใส่ทักษะความสามารถที่โดดเด่น และผลงานสร้างชื่อเสียงที่จะเป็นประโยชน์กับองค์กรลงไปด้วย

เขียนเรซูเม่สำหรับเด็กจบใหม่ ควรเขียนอะไรลงไปในเรซูเม่บ้าง ?

ระบุเฉพาะข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญและจำเป็นต่อการพิจารณาในการทำงาน ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรระบุในเรซูเม่ของคุณ ควรเป็นข้อมูลการติดต่อที่ถูกต้องและอัปเดต ที่ควรจะมีในเรซูเม่ของคุณ นั่นคือ ประวัติการศึกษา สาขาที่เรียนจบ (หากคุณได้เกรดนิยมหรือได้คะแนนสูง สามารถระบุเพิ่มเติมลงในเรซูเม่เพื่อเพิ่มแรงจูงใจของผู้พิจารณาเพิมเติมได้) นอกจากนี้ทักษะพิเศษต่างๆ ถ้าหากคุณมี จะยิ่งเป็นประโยชน์ในการพิจารณาเพิ่มเติม อาทิ ทักษะการใช้โปรแกรมกราฟฟิค การถ่ายรูป หรือการใช้โปรแกรมเฉพาะทาง ฯลฯ รวมถึงความสามารถพิเศษต่างๆ เช่น การสื่อสาร ภาษา และทักษะเฉพาะทางด้านเทคนิค

ทั้งนี้ ในเรซูเม่ของคุณ ควรจะแนบรูปภาพที่ใช้ในการสมัครงาน ขอย้ำ ว่าเป็นรูปภาพที่ใช้ในการสมัครงาน (รูปถ่ายที่สุภาพ) ส่วนข้อมูลวันเกิด น้ำหนัก และส่วนสูง รวมถึงเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ คุณอาจพิจารณาตามความเหมาะสมสำหรับการระบุข้อมูล เพราะบางสายงานอาจต้องการข้อมูลเหล่านี้เพื่อการพิจารณาในการคัดเลือกเข้าสัมภาษณ์งานอีกด้วย

ภาษาที่เขียน ถ้าเป็นไปได้ขอแนะนำให้เขียนเรซูเม่ให้เป็นภาษาอังกฤษ(เนื่องด้วยหลายๆบริษัท โดยเฉพาะบริษัทต่างชาติมักจะมีผู้บริหารเป็นชาวต่างชาติ ทำให้พิจารณาประวัติของคุณได้รวดเร็วยิ่งขึ้น) แต่ถ้าใครที่คิดว่าเรซูเม่ภาษาอังกฤษอาจจะยากไป จะเขียนเป็นเรซูเม่ภาษาไทยก็ได้ครับ (เราขอแนะนำวิธีการเขียนเรซูเม่เป็นภาษาอังกฤษที่นี่)

จุดมุ่งหมายสำหรับงานที่ต้องการ รวมถึงการระบุเงินเดือน แนะนำให้เขียน “จุดมุ่งหมายในอาชีพ” (Career Objective) ไว้ที่ย่อหน้าแรกของเรซูเม่ ส่วนนี้จะช่วยสรุปให้ผู้ประกอบการทราบว่าคุณต้องการทำงานตำแหน่งอะไร และต้องการทำอะไรให้กับองค์กร ภายใน 2 บรรทัด ถ้าคุณใช้คีย์เวิร์ด หรือคำที่ผู้ประกอบการกำลังมองหาอยู่ลงไป จะทำให้เรซูเม่ฉบับนี้เตะตาให้ผู้ประกอบการตัดสินใจอ่านเรซูเม่ของคุณต่อ ส่วนต่อมาคือการระบุเงินเดือน ซึ่งส่วนมากเด็กจบใหม่มักจะยังไม่ทราบฐานเงินเดือนในสายอาชีพของตนเอง ลองเข้าไปค้นหาตำแหน่งงานว่างตามสาขาอาชีพของคุณใน JobsDB แล้วคุณอาจจะลองประเมินเงินเดือนที่ต้องการ หรือถ้าคุณยังไม่แน่ใจ อาจระบุเป็น เงินเดือนตามตกลง ไว้ในเรซูเม่ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

ประสบการณ์การทำงานก่อนเรียนจบอย่ามองข้าม สิ่งสำคัญที่คุณอาจเลือกเขียนเพิ่มลงในเรซูเม่ได้ในกรณีที่จบใหม่ไม่มีประสบการณ์ทำงาน สามารถเขียนได้ทั้งการฝึกงาน, ทำงาน part-time, ทำงานเป็นอาสาสมัคร หรือมีโอกาสเป็นผู้นำในกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างเรียน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการมองหาจากเด็กจบใหม่ นายจ้างสามารถพิจารณาข้อมูลเหล่านี้ในการตัดสินใจรับคุณเพิ่มเติมได้อีกด้วย ทั้งนี้หากประสบการณ์ที่คุณเคยมีมาเหมาะสมกับงานที่ต้องการสมัคร ยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการทำงานได้มากยิ่งขึ้นอีก

หลักการเขียน “ประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้อง” นี้ ให้เขียนเรียงลำดับตามช่วงเวลา ให้ช่วงเวลาล่าสุดขึ้นต้น โดยเขียนระยะเวลา (วัน/ เดือน/ ปี) ตามด้วยลักษณะการทำงาน (ชื่อหรือตำแหน่ง) และเขียนรายละเอียดหน้าที่ความรับผิดชอบ รวมถึงทักษะที่ใช้ในการทำงาน (ทักษะทั่วไปและทักษะเฉพาะทางด้านเทคนิค) แต่ต้องเขียนให้สั้น กระชับ ได้ใจความ แค่ 1-2 บรรทัดเท่านั้นนะคะ และต้องพยายามเขียนให้สอดคล้อง เชื่อมโยงกับตำแหน่งงานที่จะสมัคร เพื่อให้เรซูเม่ดูน่าสนใจ ดึงดูดให้ผู้ประกอบการสนใจอยากที่จะเชิญไปสัมภาษณ์งาน

การเขียนเรซูเม่ คือการงานเขียนให้น่าอ่านอย่างน่าสนใจ โดยการเลือกเขียนสิ่งที่สำคัญ สิ่งที่น่าสนใจ และสิ่งที่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการลงไป เขียนให้มีความต่อเนื่อง ตามลำดับเวลาและพยายามให้อยู่ภายใน 1 หน้ากระดาษ และเขียนเล่าเรื่องง่าย ๆ ตามคำถามเหล่านี้ คุณคือใคร, คุณทำอะไรมาบ้าง, จุดมุ่งหมายในการทำงานของคุณคืออะไร และคุณวางแผนที่จะไปให้ถึงเป้าหมายนั้นอย่างไร เขียนให้น่าสนใจ เชื่อมโยงกันในแต่ละย่อหน้า เพื่อชักจูงใจให้ผู้ประกอบการใช้เวลาในการอ่านเรซูเม่ของน้องให้ได้นานที่สุด และอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะปกติแล้วผู้ประกอบการจะสแกนดูเรซูเม่แต่ละฉบับแค่ 7 วินาทีเท่านั้นเอง

2 ปรับทักษะให้เข้ากับยุค

ทักษะการทำงานที่แค่เพียง Hard skill และ Soft skill อาจไม่เพียงพอต่อการทำงานในยุคโควิดอีกต่อไปแล้ว แต่ควรต้องมีทักษะด้าน Meta skill เป็นความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ยิ่งในยุคโควิดแบบนี้ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จึงถือเป็นทักษะที่จำเป็น ขณะเดียวกันก็ต้องพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เสมอ และมีความสามารถพิเศษรอบด้าน

3 มี Resilience สูง

เป็นการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก คนที่สามารถปรับตัวได้เร็ว เรียนรู้งานได้เร็ว ย่อมมีโอกาสได้งานสูง เราเห็นการ Work From Home, Workation หรือ Remote Work เกิดขึ้นมากมายในยุคโควิดนี้ รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงานทางไกล เช่น Zoom VDO Conference, Google Meeting หากเราสามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เหล่านี้ได้เร็ว ก็จะทำให้มีโอกาสถูกจ้างงานได้มากกว่าคนที่เรียนรู้และปรับตัวได้ช้า

4 ไม่เลือกงาน

เหตุผลที่ผู้สมัครงานส่วนใหญ่ไม่ได้งาน เพราะมัวแต่ตัดสินใจเลือกงานที่ชอบหรืองานที่ถนัด รวมถึงเลือกที่ผลตอบแทนที่คุ้มค่า เลือกองค์กรใหญ่ที่รู้สึกว่ามีความมั่นคงและมีชื่อเสียง ซึ่งนั่นจะยิ่งทำให้โอกาสได้งานนั้นน้อยลงไปอีก แนะนำว่าลองค้นหางานในฝันผ่าน JobsDB เด็กจบใหม่ที่เรียนจบยุคโควิดและกำลังหางานจะได้ไม่ต้องกังวลใจเพราะสามารถหางานได้ง่ายๆ จากเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน

5 เลือกสายงานที่อ้าแขนรับ

หากอยากเพิ่มโอกาสที่จะได้งาน แนะนำให้เลือกสมัครงานในสายงานที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน เช่น งานด้านการขาย ที่แทบทุกองค์กรเปิดรับสมัครเป็นจำนวนมากเสมอ งานด้านเทคนิคเฉพาะทาง เช่น งานช่างเทคนิค งานด้านโปรแกรมเมอร์ งานไอที งานสายการผลิตต่าง ๆ รวมถึงงานด้านบริการหลังการขาย

อัพสกิลที่สนใจไปให้สุด เปิด 10 กรุ๊ป LINE OpenChat แชร์ความรู้รอบด้าน 10 หมวดหมู่ฟรี!! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/661457

วันที่ 25 ส.ค. 2564 เวลา 11:05 น.อัพสกิลที่สนใจไปให้สุด เปิด 10 กรุ๊ป LINE OpenChat แชร์ความรู้รอบด้าน 10 หมวดหมู่ฟรี!!พลิกวิกฤตเป็นโอกาส อัพสกิลเปิดโลกการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่ตัวเองสนใจใน 10 กรุ๊ป LINE OpenChat ชวนติดตาม เสริมทักษะ แชร์ความรู้รอบด้านใน 10 หมวดหมู่แบบฟรีๆ

Work From Home ช่วงล็อกดาวน์อยู่บ้านช่วงนี้ ทำให้หลายคนรู้สึกเสียดายเวลาและคันไม้คันมืออยากทำกิจกรรมสารพัด ขณะเดียวกันนี่ก็คือช่วงเวลาที่หลายคนพลิกเป็นโอกาสในการเรียนและพัฒนาทักษะสิ่งที่ตัวเองสนใจ แต่บางครั้งก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรและเริ่มต้นที่ไหนดี

สำหรับคนที่อยากอัพสกิล หนึ่งในทางเลือกที่โพสต์ทูเดย์อยากแนะนำ คือ LINE OpenChat เป็นคอมมูนิตี้แหล่งสาระความรู้ออนไลน์อีกที่ที่กำลังมาแรง รวมผู้คนที่สนใจและมีความชอบในเรื่องเดียวกันมาแบ่งปันพูดคุยได้ตลอด 24 ชม. ซึ่ง OpenChat เป็นแหล่งรวมผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านต่างๆ หลากหลายแทบจะครอบคลุมทุกความสนใจ โดยมีกรุ๊ปสาระความรู้มากกว่า70,000 กรุ๊ปให้เลือก ทั้งยังสามารถสนทนาโต้ตอบกันได้แบบเรียลไทม์ ง่ายๆ เพียงเข้าจากแท็บ Home บนแอปฯ LINE แล้วเลือก OpenChat ใต้แถบรวมกลุ่ม จะพบกับหน้าแรกซึ่งรวมกรุ๊ปต่างๆ ไว้ให้เลือกเข้าร่วม ทั้งยังสามารถสร้างกรุ๊ปใหม่ได้ที่นี่ 

10 กรุ๊ป LINE OpenChat ชวนติดตาม เสริมทักษะ แชร์ความรู้รอบด้านใน 10 หมวดหมู่

1. หมวดเรียนภาษา – กรุ๊ป “เรียนรู้ภาษาอังกฤษจากชีวิตประจำวัน”-

อยากเก่งอังกฤษห้ามพลาด กับกรุ๊ปสอนภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ศัพท์ง่ายๆ ใช้ได้บ่อย                     พร้อมแลกเปลี่ยนคำศัพท์ใหม่

2. หมวดถ่ายภาพ – กรุ๊ป “มือใหม่หัดถ่ายภาพขาย” – มีช่างภาพหน้าใหม่มากมายในยุคโซเชียล กรุ๊ปนี้จึงเป็นกรุ๊ปแนะแนวผู้ที่สนใจการถ่ายภาพ ขายออนไลน์ และ Footage Stock ฉบับเริ่มต้น พร้อมคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ รวมถึงวิธีแก้ปัญหาต่างๆ ในการส่งรูปขาย

3. หมวดความงาม – กรุ๊ป “เคล็ดลับสวยเป๊ะ” – แหล่งรวมคนรักสวยรักงามที่พร้อมแบ่งปันเคล็ดลับและเทคนิคแต่งหน้าทำผม แต่งตัว เมคโอเวอร์  ปรับลุคและเรื่องราวเคล็ดลับสารพันสำหรับสาวๆยุคใหม่โดยเฉพาะ

4. หมวดต้นไม้ – กรุ๊ป “มือใหม่หัดปลูกแคคตัส” – คนรักต้นไม้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะได้อยู่บ้านปลูกต้นไม้ หนึ่งในนั้นคือ “แคคตัส” กรุ๊ปนี้จึงรวมเอาคนรักแคคตัสมาพูดคุยแบ่งปันสารพัดวิธีรักษาแคคตัสต้นโปรดให้อยู่กับเราไปนานๆ พร้อมเทคนิคสำหรับมือใหม่หัดเลี้ยง

5. หมวดงานอดิเรก (วาดภาพ) – กรุ๊ป “ฝึก+สอนวาดรูป ลงรูป จัดกิจกรรม” – สำหรับใครที่เริ่มหลงใหลในลายเส้นและอยากเริ่มต้นวาดภาพเพื่อเป็นงานอดิเรก หรือจะใช้เป็นเครื่องมือช่วยเยียวยาจิตใจ กรุ๊ปนี้จะช่วยแชร์และสอนการวาดภาพจากประสบการณ์จริง พร้อมกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมาย

6. หมวดเทคโนโลยี – กรุ๊ป “Excel, Word, PPT คนออฟฟิศ” – มนุษย์ออฟฟิศไม่น้อยบอบช้ำกับการใช้โปรแกรม Excel, Word และ PowerPoint กรุ๊ปนี้จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแชร์เคล็ดลับและวิธีการใช้งานในแบบที่โดนใจ ตอบข้อสงสัยได้ถูกจุด รับรองได้เทคนิค                 เอาไปใช้กับงานที่กำลังทำอยู่แน่นอน

7. หมวดไฟแนนซ์ – กรุ๊ป “Crypto Club มือใหม่หัดเทรด Bitcoin วิเคราะห์กราฟฟรี” – บิทคอยน์เป็นเรื่องที่คนรุ่นใหม่กำลังให้ความสนใจกันอย่างแพร่หลายหลายคนสนใจแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรกรุ๊ปนี้จะมีผู้เชี่ยวชาญมาแนะนำวิธีการเทรดบิทคอยน์เบื้องต้นพร้อมชวนแลกเปลี่ยนความรู้กับนักเทรดมือโปร

8. หมวดอาหาร – กรุ๊ป “มือใหม่หัดทำอาหาร” – อยู่บ้านว่างๆผันตัวเป็นเชฟหน้าใหม่กับกรุ๊ปหัดทำอาหารแชร์สูตรลับพร้อมบอกต่อเทคนิคทำอาหารที่ควรรู้พื้นที่เปิดกว้างสำหรับคนทำอาหารมือใหม่ไม่มีผิดมีถูกต่อยอดเป็นอาชีพเสริมได้อีกด้วย

9. หมวดกีฬา – กรุ๊ป “โค้ชโชคสอนวิ่งและเดินเร็ว” – การวิ่งเป็นกีฬาที่กำลังได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม เพราะเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง โค้ชโชค สอนวิ่งผู้เชี่ยวชาญจะมาแชร์วิธีวิ่ง เดินเร็ว วิ่งมาราธอน เคล็ดลับการลดน้ำหนักและตารางฝึกวิ่ง ให้มือใหม่ได้เรียนรู้และทำตามกันได้ง่ายๆ

10. หมวด HR Community – กรุ๊ป “ความรู้ HR” – เรื่องเป็นการเป็นงานก็มีกรุ๊ปเฉพาะบน OpenChat เช่นกันอย่างเช่นนานาสาระเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลใครที่ทำงานอยู่ในสายนี้ก็สามารถเข้าไปส่องเคล็ดลับหรือแชร์ปัญหาการบริหารจัดการคนพร้อมระดมไอเดียแก้ไขได้เช่นกัน

สนใจเรื่องไหนลองไปค้นหาตัวเองกันได้ใน LINE ช่วยให้ไลฟ์สไตล์คุณในช่วงล็อกดาวน์สะดวก สบายขึ้นผ่านแคมเปญ “WE LOVE YOU” ได้ที่  https://lin.ee/IjS8xtx/wcvn/PR/weloveyou

ครั้งแรกกับลีลานาฏกรรม ความงดงามที่ปรากฏบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/661454

วันที่ 25 ส.ค. 2564 เวลา 10:45 น.ครั้งแรกกับลีลานาฏกรรม ความงดงามที่ปรากฏบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือVan Cleef & Arpels เผยคอลเลคชั่น LADY DANSE AND LADY DANSE DUO WATCHES เอกลักษณ์ความงามเหนือชั้นบนหน้าปัดบอกเวลา

สายใยแห่งความผูกพันระหว่าง Van Cleef & Arpels กับศิลปะการเต้น มีจุดเริ่มต้นขึ้นเมื่อทศวรรษที่ 1920 ในกรุงปารีส ลูอิส อารเปลส์ ผู้รักการแสดงบัลเลต์เป็นชีวิตจิตใจ มักจะพาโคลด หลานชายของตนไปยังโรงอุปรากรการนิเยร์ ซึ่งอยู่ห่างจากบูติกที่จัตุรัสว็องโดมไปไม่กี่ก้าว ส่วนเข็มกลัดนางระบำหรือที่เรียกกันว่า “บัลเลรินา คลิป” (ballerina clip) ชุดแรกของเมซงนั้นก็ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1940 และกลายเป็นผลงานสัญลักษณ์ประจำ Van Cleef & Arpels ในเวลาอย่างรวดเร็ว ท่วงท่าที่ดูคล่องแคล่ว และอ่อนช้อย ร่วมกับความงดงามของเครื่องแต่งกายบนเข็มกลัดเหล่านี้สะกดสายตาและจุดอารมณ์ปรารถนาให้ครอบครองขึ้นในใจของบรรดานักสะสมทั้งหลายได้ทันที วงหน้าที่เผยเนื้อทองของตัวเรือน หรือใช้เพชรเดี่ยวเจียระไนอย่างประณีต ได้รับการเติมเต็มด้วยเครื่องประดับศีรษะอันเลอค่า เช่นเดียวกันกับรองเท้าหัวแหลมและกระโปรงบานฟูฟ่องของนางระบำที่ต่างรองรับความพิถีพิถันของงานฝังเพชรกับรัตนชาติหลากสี ก่อเป็นลีลาพลิ้วไหวตามอากัปการเคลื่อนกายไปตามจังหวะเพลง

นี่เป็นครั้งแรกที่ลีลานาฏกรรมจะมาปรากฏความงามบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อคอลเลคชั่น Extraordinary Dials ผลงานซึ่งโดดเด่นเป็นหนึ่งจากเอกลักษณ์ความงามเหนือชั้นบนหน้าปัดบอกเวลา ภายในกรอบตัวเรือนขนาด 33 มม. ของงานออกแบบทั้งสองคือ Lady Danse และ Lady Danse Duo ต่างถ่ายทอดช่วงเวลาอันเปี่ยมพลังอารมณ์ของศิลปินในสองรูปแบบ นั่นก็คือก่อนขึ้นเวที และระหว่างดำเนินการแสดง

บนหน้าปัดของงานออกแบบนาฬิกา Lady Danse นางระบำปลายเท้าเจ้าของวงหน้าเพชรเดี่ยว กำลังเตรียมพร้อมก้าวออกไปสู่เวทีการแสดง ด้วยแรงบันดาลใจจากแฟชั่นการแต่งกายระหว่างทศวรรษ 1950 ถึง 1960 ชุดเดรสที่เธอสวมรองรับงานฝังทับทิม และใช้ทองคำต่างงานเดินขอบขลิบริมกระโปรงเพื่อร่วมกันจำลองความพลิ้วไหวของน้ำหนักผ้าบางเบาระหว่างเธอเตรียมออกท่าวาดลวดลายการเต้น พร้อมกับเผยให้เห็นงานจิตรกรรมย่อส่วนบนรองเท้าที่ช่วยเติมเต็มความครบครัน เรือนร่างประติมากรรมนูนต่ำของเธอ โดดเด่นตัดกับฉากหลังพื้นหน้าปัด ซึ่งอาศัยเทคนิคฝังแผ่นรัตนชาติปูพื้นก่อทรวดทรงสามมิติ ในการดำเนินเทคนิคอันละเอียดอ่อนเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นแม่มุกมาเธอร์-ออฟ-เพิร์ล, หินเทอร์คอยซ์ และโมราสีเขียวคริโซเพรส ล้วนผ่านการตัดเจียนเป็นแผ่นบางในขนาดซึ่งผ่านการคำนวณอย่างแม่นยำให้สามารถนำมาบรรจงวางเคียงกันได้อย่างสม่ำเสมอ และไล่ระดับความกลมกลืนเพื่อก่อมิติความลึก ทวีความโดดเด่นให้แก่อากัปการเคลื่อนไหวของนางระบำปลายเท้า การแสดงของเธอยังต่อเนื่องมาสู่ด้านหลังตัวเรือนนาฬิกาซึ่งใช้ศิลปะการสลักลวดลายเล่าเรื่องราวที่ปรากฏอยู่บนหน้าปัดได้อย่างคล้องจอง 

ในขณะเดียวกัน นาฬิกาข้อมือ Lady Danse Duo คือบรรยากาศตระการตาของกลุ่มนักเต้น ซึ่งกำลังวาดลวดลายอยู่หน้าสถาปัตยกรรมอันชวนให้นึกถึงกลิ่นอายแห่งมหานครนิวยอร์ก หมู่ตึกหินไข่นกการเวกกับทองคำขาวฝังเพชร ก่อโครงสร้างรูปทรงนูนต่ำตัดกับฉากหลังที่ปูพื้นด้วยแผ่นแม่มุกขาว เครื่องแต่งกายของนักเต้นทั้งสาม อาศัยความวิจิตรบรรจงของงานจิตรกรรมย่อมส่วนจำลองท่วงท่าที่พร้อมเพรียง ส่วนอีกด้านของเวทีบนหน้าปัดตัวเรือน นางระบำปลายเท้าในชุดกระโปรงตูตูสีแดงสด กำลังก้าวตามจังหวะการนำของคู่เต้นไปบนเวทีสามมิติปูพื้นด้วยแผ่นพลอยน้ำสมุทรลาพิซ ลาซูลิ อีกหนึ่งความประณีต ซึ่งไม่อาจมองข้ามของผลงานชิ้นนี้อยู่ที่งานประกอบแถบรัตนชาติสีน้ำเงินเข้มต่างขนาดไล่ระดับ เพื่อเน้นให้เห็นถึงมิติภาพความลึกเชิงรายละเอียดบนผืนหน้าปัด ในขณะเดียวกัน ด้านหลังตัวเรือนก็รองรับงานสลักลายเป็นภาพคู่เต้น ซึ่งดูคล้ายกำลังหยุดพักร่วมกันก่อการแสดงจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง 

พบกับนาฬิกา Lady Danse และ Lady Danse Duo ที่ Van Cleef & Arpels บูติค ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม ชั้น G , เว็บไซต์  vancleefarpels , และ Van Cleef & Arpels ป๊อปอัพ บูติค ชั้น M สยามพารากอน หรือโทร. 001 800 852 5410

จับตา 4 ไอเท็มชี้กระแสรักสุขภาพและใส่ใจสิ่งแวดล้อมมาแรง สะท้อนไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุค New Normal #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/661449

วันที่ 25 ส.ค. 2564 เวลา 10:05 น.จับตา 4 ไอเท็มชี้กระแสรักสุขภาพและใส่ใจสิ่งแวดล้อมมาแรง สะท้อนไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุค New Normalรายงานความมั่งคั่งและไลฟ์สไตล์จากทั่วโลก ประจําปี 2021 (Global Wealth and Lifestyle Report 2021 – GWLR) วิเคราะห์เทรนด์ผู้บริโภค เผย 4 ไอเท็มล่าสุดที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ในยุค New Normal

หลายคนอาจสงสัยว่าไลฟ์สไตล์จากทั่วโลกประจําปี 2021 เป็นอย่างไร ในยุค New Normal การระบาดของไวรัสโควิด-19 จะทำให้ไลฟ์สไตล์ของผู้คนเปลี่ยนไปแค่ไหน ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ เผย “รายงานความมั่งคั่งและไลฟ์สไตล์จากทั่วโลกประจำปี 2021” (Global Wealth and Lifestyle Report 2021 – GWLR) ที่จัดทำขึ้นโดยจูเลียส แบร์ (Julius Baer) ผู้นำธุรกิจบริหารความมั่งคั่งชั้นนำระดับโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นำเสนอข้อมูลและผลการวิเคราะห์เทรนด์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค เพื่อสะท้อนแนวโน้มหลักด้านการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน และสถานการณ์ตลาดค้าปลีกในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

โดยดัชนีล่าสุดนี้ได้เปิดเผย 4 ไอเท็มหลักที่บ่งบอกให้เห็นถึงกระแสรักสุขภาพและใส่ใจสิ่งแวดล้อม ได้แก่ จักรยาน เทคโนโลยี ลู่วิ่งออกกำลังกาย และประกันสุขภาพ สอดรับกับกระแสการลงทุนที่นักลงทุนในปัจจุบันให้ความสนใจในการลงทุนอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว

กลุ่มสินค้าและบริการที่เพิ่มเข้ามาในดัชนีฉบับล่าสุดโดยจูเลียส แบร์ ได้จัดทำขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงเทรนด์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในยุค New Normal เนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 และข้อจำกัดต่าง ๆ ส่งผลให้สินค้าและบริการ เช่น แกรนด์เปียโน งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส บริการด้านความงาม และเทรนเนอร์ไม่รวมอยู่ในดัชนีปีนี้ ซึ่ง4 ไอเท็มหลักที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากมีดังต่อไปนี้

1. จักรยาน ถือเป็นภาคการค้าปลีกที่เติบโตอย่างรวดเร็วในโลกที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้กระทั่งในช่วงก่อนเกิดโรคระบาด โดยพบว่ามียอดขายจักรยานเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงปี 2020 การปั่นจักรยานช่วยเอื้อประโยชน์ด้านสุขภาพจากการออกกำลังกาย และยังช่วยลดการใช้ระบบขนส่งสาธารณะของประชาชน นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มเม็ดเงินอุดหนุนจากรัฐบาลของเมืองต่าง ๆ รอบโลกที่คว้าโอกาสในการลดปัญหาการจราจร รวมถึงส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยหันมาใช้รูปแบบการคมนาคมที่คำนึงถึงสภาพอากาศมากขึ้น เราได้รวมจักรยานไว้เป็นหนึ่งในรายการสินค้าใหม่ในดัชนีไลฟ์สไตล์ของเราเป็นครั้งแรกเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์สำคัญนี้ โดยดัชนีไลฟ์สไตล์ของเราแสดงให้เห็นถึงข้อมูลโดยรวมว่าในเมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล การซื้อจักรยานเสือหมอบ (Road bike) คุณภาพสูงนั้นมีราคาแพงมากที่สุด เพราะมีอัตราภาษีนำเข้าอยู่ในระดับสูงมาเป็นเวลานาน ซึ่งเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย มีราคาแพงน้อยที่สุดเพราะอัตราภาษีสินค้าและบริการในระดับที่น่าดึงดูดใจ รวมถึงมีฐานการผลิตในประเทศที่แข็งแกร่งและช่วยผลักดันยอดขาย ข้อมูลจากดัชนีของเราระบุว่าเอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีราคาจักรยานเสือหมอบถูกที่สุดในโลก แม้ว่าจะนับรวมสถิติของมะนิลาในประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งมีภาษีการขายค่อนข้างต่ำแต่เป็นเมืองที่แพงที่สุดเป็นอันดับสองในด้านราคาจักรยานเสือหมอบ โดยเมืองที่มีราคาแพงที่สุดสำหรับการซื้อจักรยานเสือหมอบกระจายตัวอยู่ทั้งในภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

2. เทคโนโลยี ความจำเป็นในการอยู่บ้านเพื่อกักตัวรักษาระยะห่างของผู้คนในช่วงการระบาดของโควิด-19 ในปีที่ผ่านมานี้ ส่งผลให้ความสามารถในการเชื่อมต่อจากระยะไกลมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปี 2020 ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตประมาณ 4.5 พันล้านคนทั่วโลก โดยใช้เวลาเกือบหนึ่งในสามของทุกวันบนโลกออนไลน์ ซึ่งมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์เป็นการใช้งานบนโซเชียลมีเดีย และเนื่องด้วยแนวโน้มความต้องการด้านการเชื่อมต่อดิจิทัลอย่างต่อเนื่องที่นับวันก็ยิ่งจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เราจึงได้รวมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตที่ขายพร้อมกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (แพ็กเกจเทคโนโลยี) บนอุปกรณ์สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เป็นหนึ่งในรายการใหม่ในดัชนีของเราเป็นครั้งแรกเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงด้านไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคนี้ นอกจากนี้ ดัชนีของเรายังระบุว่าเซาเปาโลเป็นเมืองที่แพงที่สุดในการซื้อแพ็กเกจเทคโนโลยีสะท้อนให้เห็นถึงต้นทุนที่สูงในการนำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มายังประเทศบราซิล ด้านจาการ์ตาเป็นเมืองที่มีราคาแพ็กเกจเทคโนโลยีถูกที่สุดในดัชนีของเรา สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเชื่อมต่อดิจิทัลกับประเทศอินโดนีเซียซึ่งเป็นตลาดโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก จากข้อมูลนี้ เรามองว่าเอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีราคาเข้าถึงได้มากที่สุด (Most affordable region) สำหรับรายการสินค้าใหม่นี้ ในขณะที่ยุโรปเป็นภูมิภาคที่มีราคาเข้าถึงได้ยากที่สุด ซึ่งหลายเมืองในยุโรปมีค่าแพ็กเกจเทคโนโลยีแพงที่สุด รวมถึงมิลานที่มาในอันดับสองรองจากเซาเปาโล

3. ลู่วิ่งออกกำลังกาย ในดัชนีปีนี้มีข้อมูลที่ระบุว่าผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล (เทรนเนอร์) ถูกแทนที่ด้วยลู่วิ่งเพื่อสะท้อนถึงความต้องการในการออกกำลังกายที่บ้านมากขึ้น แม้ว่าโปรแกรมการออกกำลังกายต่าง ๆ จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ด้วยมาตรการด้านความปลอดภัยเพื่อรับมือกับการปิดของโรงยิม และศูนย์ออกกำลังกายทั่วโลกในช่วงการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ ทำให้หลายคนต้องนำโปรแกรมการออกกำลังกายส่วนตัวมาปฏิบัติที่บ้านของตนเอง เฉพาะในสหรัฐอเมริกาประเทศเดียว มียอดขายลู่วิ่งระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนตุลาคม 2020 เพิ่มขึ้นถึง 135 เปอร์เซ็นต์ และรายได้จากการขายอุปกรณ์เพื่อสุขภาพและฟิตเนสได้เพิ่มสูงขึ้นถึงสองเท่าในช่วงเวลาเดียวกัน ในปัจจุบัน ด้วยตารางเวลาที่ยืดหยุ่น และการที่ผู้ให้บริการฟิตเนสหลายรายได้หันมาเปิดบริการแบบออนดีมานด์ ส่งผลให้เทรนด์การรักสุขภาพที่บ้านเติบโตขึ้นในระยะยาว ทวีปอเมริกาถือเป็นภูมิภาคที่มีสนนราคาของลู่วิ่งที่ถูกที่สุด โดยเม็กซิโกซิตี้เป็นเมืองที่มีราคาเข้าถึงได้มากที่สุดโดยรวม (Most affordable city) แม้แต่เซาเปาโลซึ่งเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแสนแพงก็ยังอยู่ในอันดับกลางในหมวดหมู่นี้ ยุโรปเป็นภูมิภาคที่มีราคาแพงที่สุดในโลกสำหรับรายการนี้ โดย 5 ใน 10 เมืองที่ราคาลู่วิ่งแพงที่สุดต่างอยู่ในยุโรป เช่น มอสโก และซูริกอยู่ที่ 3 และ 4 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม 2 เมืองที่ติดอันดับลู่วิ่งราคาแพงที่สุดในโลกกลับอยู่ในเอเชีย ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ และโตเกียวตามลำดับ ซึ่งสะท้อนถึงค่าครองชีพที่สูงลิ่วในการอาศัยอยู่ในใจกลางเมืองเหล่านี้

4. ประกันสุขภาพ การให้บริการด้านเฮลธ์แคร์ และสุขภาพเป็นสิ่งที่ผู้คนต่างหันมาให้ความสำคัญมากขึ้นอย่างยิ่งในปีที่ผ่านมา และเนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ทั่วโลกต้องมาเผชิญกับสถานการณ์ที่เป็นบททดสอบถึงขีดจำกัด ทำให้ผู้คนและครอบครัวต่างหันมาให้ความสนใจในด้านการรักษาสุขภาพ คาดว่าอุตสาหกรรมการประกันสุขภาพทั่วโลกจะเติบโตในอัตราร้อยละ 4.7 ต่อปีระหว่างปัจจุบันจนถึงปี 2027สะท้อนให้เห็นถึงการจัดลำดับความสำคัญของผู้มั่งคั่งในด้านการทำประกันสุขภาพในปีต่อ ๆ ไปหลังจากนี้ การจัดอันดับสำหรับรายการใหม่บนดัชนีนี้แสดงถึงความแตกต่างด้านราคาอย่างเห็นได้ชัดในระดับภูมิภาค อาจขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ของแต่ละประเทศ รวมถึงว่ามีการดูแลสุขภาพที่ทางรัฐจัดให้แก่ประชาชน โดยเมืองที่มีราคาประกันสุขภาพแพงที่สุดและต่ำที่สุดคือ กรุงเทพฯ และเซี่ยงไฮ้เป็นสองเมืองที่ตั้งอยู่ในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งโดยรวมแล้วเป็นภูมิภาคที่มีราคาไม่แพงมากสำหรับบริการเหล่านี้ โดยข้อมูลแสดงถึงส่วนต่างของราคาที่สำคัญ เช่น กรุงเทพฯ มีราคาแพงเกินค่ามาตรฐาน ทวีปอเมริกาเป็นภูมิภาคที่มีราคาแพงที่สุดสำหรับการทำประกันสุขภาพ โดยยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกามีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยน้อยกว่าการประกันสุขภาพในอเมริกา อย่างไรก็ตาม พบว่ามีการกระจายตัวของกลุ่มเมืองที่มีราคาแพงที่สุดสำหรับรายการนี้ ได้แก่ โจฮันเนสเบิร์ก มิลาน โมนาโก ปารีส กรุงเทพฯ และแวนคูเวอร์

ด้านภาพรวมของความมั่งคั่งและไลฟ์สไตล์จากทั่วโลกปี 2021 ของเอเชียแปซิฟิก แสดงให้เห็นว่าผู้คนในเอเชียปัจจุบันยังตระหนักว่าการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยเหล่านี้ถือเป็นการลงทุนที่อาจช่วยรักษาความปลอดภัย และเพิ่มความมั่งคั่งได้ในอนาคต ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการลงทุน การเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจในเอเชียได้สร้างความมั่งคั่งจำนวนมหาศาล จึงก่อให้เกิดความแออัดยัดเยียดของสังคมเมือง และด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้เกิดความคาดหวังในคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้น รวมถึงแรงกดดันต่อการจัดหาที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ดังนั้น ผู้มีรายได้สูงต่างหันมาแสวงหาอสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนนอกภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ ‘ที่อยู่อัจฉริยะ’ (Smart address) เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่รุ่นต่อไป นอกจากนี้ในตลาดเอเชียยังมีแรงอุปสงค์ขับเคลื่อนธุรกิจของฝั่งตะวันตกโดยแบรนด์ต่าง ๆ ได้จัดทำสินค้าลิมิเต็ดเอดิชันที่ผลิตขึ้นโดยเฉพาะพร้อมกลิ่นอายเอเชียในคอลเลกชัน และการเปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์ในตลาดเอเชียขึ้น ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าภูมิภาคเอเชียมีสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นมากกว่าภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก

กรุงเทพมหานคร ยังคงเป็นหนึ่งในเมืองที่แพงที่สุดในโลกสำหรับเครื่องแต่งกาย โดยชุดสูทคุณภาพดีจะมีราคามากกว่าราคาเฉลี่ยระดับสากลถึง 5 เท่า ถึงแม้ว่ากรุงเทพฯ จะเป็นเมืองในฝันของเหล่านักช้อปแต่ในรายงานระบุว่าในปี 2020 ผู้หญิงที่ซื้อรองเท้าส้นสูงจากดีไซเนอร์จะจ่ายน้อยลงราว ๆ 17 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี 2019 ซึ่งถือว่ามีการจับจ่ายในหมวดสินค้าเครื่องประดับ กระเป๋าถือ น้อยลง เนื่องด้วยจากผลกระทบของโรคโควิด-19 นอกจากนี้กรุงเทพฯ ยังคงเป็นจุดหมายแห่งการช้อปปิ้งยอดนิยมสำหรับผู้มาเยือนจากต่างประเทศเนื่องด้วยต้นทุนของเที่ยวบินชั้นธุรกิจ และห้องสวีทของโรงแรมที่ต่ำกว่าระดับตลาดสากล และนักลงทุนสามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ในเมืองในราคาที่ต่อรองได้ โดยมีราคาเกือบครึ่งหนึ่งของค่าเฉลี่ยอสังหาฯ ทั่วโลก ซึ่งตลาดในกรุงเทพฯ มีจำนวนอสังหาริมทรัพย์เพียงพอสำหรับผู้ซื้อ จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนที่ร่ำรวยจำนวนมากต่างพากันมาซื้อบ้านหลังที่สองในกรุงเทพฯ

มร.โจเซฟ คาเซราส กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารฝ่ายแนะนำการลงทุน และผลิตภัณฑ์ บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด กล่าวว่า “เราเชื่อว่าการลงทุนอย่างยั่งยืนเป็นกุญแจสำคัญในการรับประกันผลตอบแทนในระยะยาวให้กับลูกค้าของเรา โดยเทรนด์การลงทุนด้านรักษ์สิ่งแวดล้อมนั้นมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้น เห็นได้จากการใช้จักรยานที่เพิ่มขึ้นหรือการหันมาใช้ยานพาหนะไฟฟ้าที่มีการปล่อยไอเสียเป็นศูนย์ ดังนั้น นักลงทุนควรที่จะเลือกสรรการลงทุนกับบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ มั่นคง และมีงบดุลที่ดี รวมทั้งยังต้องเป็นบริษัทที่คำนึงถึงความรับผิดชอบใน 3 ด้านหลักได้แก่ สิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) หรือที่เรียกกันในหมู่นักลงทุนว่า ESG ซึ่งในยุคปัจจุบันที่ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น นักลงทุนควรมองหาการลงทุนที่ยืดหยุ่น (Core Satellite Approach) และควรกระจายความเสี่ยงในการลงทุนไม่ควรที่จะลงทุนแค่ผลิตภัณฑ์ตัวใดตัวหนึ่ง โดยบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ พร้อมที่จะนำความเชี่ยวชาญ โดยมีทีม Expert Advisory ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่มีความรู้ และมีประสบการณ์ ความสามารถด้านการบริหารความมั่งคั่งที่ได้มาตรฐานของจูเลียส แบร์ให้คำแนะนำ และเป็นที่ปรึกษาให้กับลูกค้าคนสำคัญเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารพอร์ตได้อย่างยืดหยุ่น สร้างความยั่งยืนได้ในระยะยาว”

‘ความฝันของเด็กรุ่นใหม่’ สิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องเปิดใจรับฟัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/661334

วันที่ 24 ส.ค. 2564 เวลา 07:45 น.'ความฝันของเด็กรุ่นใหม่' สิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องเปิดใจรับฟังคุยกับ Daddy G จากรั้วเด็กหัวการค้า เมื่อความฝันของเด็กรุ่นใหม่เป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องเปิดใจรับฟัง และความท้าทายบทใหม่ของการศึกษากับค่านิยมของเด็ก Gen Z ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงในยุค New normal

หลังจากมีจุดชูโรงของตัวเองในเรื่องการสร้าง “เด็กหัวการค้า” ผ่านสื่อมาตลอดหลายปี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มหาวิทยาลัยเอกชนส่งภาพยนตร์โฆษณาชุด “FOLLOW YOUR DREAMS” ออกมาพร้อมกับ Key Message ที่พูดถึง “การทำตามฝัน” คือการเสนอมุมมองที่ต่างออกไป และชวนให้เด็กรุ่นใหม่ตั้งคำถามว่า “แล้วทำไมไม่ทำตามฝันของตัวเอง” จนสร้างยอดวิวถล่มทลายกว่า 4 ล้านวิวจากทุกช่องทาง ในช่วงเวลาเพียงเดือนเศษ ๆ ทั้งหมดนี้เริ่มจากการคิดริเริ่มที่จะฉีกกรอบการสื่อสารเดิม ๆ และเริ่มที่จะเปิดใจรับฟังเสียงของคนที่สำคัญที่สุดของมหาวิทยาลัย นั่นคือ “นักศึกษา”

บทสัมภาษณ์ต่อไปนี้คือคำบอกเล่าจาก ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หรือที่เด็กหัวการค้าต่างขนานนามว่า “Daddy G” ถึงโจทย์การทำงานของมหาวิทยาลัยอย่างสร้างสรรค์ และความท้าทายบทใหม่ของมหาวิทยาลัยไทยในยุค new normal ที่จะต้องรับมือกับค่านิยมการศึกษาของเด็ก Gen Z ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

ความฝันที่เป็นจริง ต้องบริหารจัดการอย่างมีแผน

Daddy G เริ่มแบ่งปันแนวคิดหนึ่งจากชีวิตส่วนตัวที่สอดคล้องกับเรื่องของการทำตามความฝันว่า “การจะทุ่มเททำอะไรสักอย่างตามความฝันแล้วบรรลุสู่เป้าหมายได้ หัวใจสำคัญคือการที่เราต้องบริหารจัดการได้อย่างมีแผนการ อย่างส่วนตัวผมรู้ตัวตั้งแต่เด็ก ๆ ว่าผมฝันอยากเป็นอะไร แล้วต้องหาวิธีการไปถึงเป้าหมายให้เจอ จนกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่ก็มีเรื่องการวางแผนครอบครัว อย่างการมีลูกก็ดี ผมอยากมีลูกสามคน บนเงื่อนไขของเวลาที่จะไม่กระทบกับสุขภาพของภรรยาเมื่อเธออายุมากขึ้น หรือแม้กระทั่งเรื่องการเรียนของลูก ๆ ผมตั้งใจว่าลูก ๆ ของผมต้องเรียนจบภายในเวลาที่เหมาะสมคือก่อนผมอายุ 60 สิ่งที่ผมจะบอกผ่านมุมมองจากชีวิตส่วนตัวก็คือ ความฝันที่ดีและสำเร็จที่เป็นรูปธรรม คือการสร้างเงื่อนไขด้านเวลาให้ตัวเอง แล้วลงมือทำอย่างจริงจัง ถึงจะเป็นความฝันแต่ก็ต้องเป็นสิ่งที่บริหารจัดการได้”

ความฝันของเด็ก เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องเปิดใจรับฟัง

“อย่างช่วงที่ลูกผมต้องตัดสินใจเข้าเรียนมหาวิทยาลัย หรือเริ่มต้นชีวิตการทำงาน ผมมีมุมมอง คำแนะนำที่ดีพอจะให้เขาได้ ว่าควรเรียนต่อสาขาอะไร มหาวิทยาลัยไหน หรือจะเข้าทำงานบริษัทไหนดี แต่สุดท้ายถ้าเขาไม่ได้คิดอย่างที่เราแนะนำ เราฐานะพ่อ ก็ต้องเปิดใจว่าชีวิตเขาต้องการอะไร อยากเรียนอะไร เพราะการตัดสินใจมันจะอยู่กับเขา ผมเอาแนวคิดด้านชีวิตส่วนตัวมาประยุกต์ใช้กับการทำงาน ในวันที่เราต้องเข้ามาบริหารมหาวิทยาลัย เราก็ตั้งโจทย์ใหม่ให้กับ ม.หอการค้าไทยว่า ภารกิจสำคัญของ

มหาวิทยาลัยเอกชนอย่างเราคือนอกจากจะต้องให้ความรู้ ให้การศึกษาแก่เด็ก ๆ ในเชิงวิชาการแล้ว ขณะเดียวกันความที่เราเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน เราคือสถาบันการศึกษาที่แสวงผลกำไรและความยั่งยืนในแบบที่องค์กรธุรกิจหนึ่งเป็น เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมีแนวคิดการบริหารมหาวิทยาลัยผสมผสานกับการบริหารธุรกิจร่วมด้วย ถ้าโจทย์ของการทำธุรกิจคือการทำให้ลูกค้ามีความสุข ต้องเป็น Top of mind brand ที่เข้าไปอยู่ในใจของลูกค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ก็มีแนวทางแบบนั้นเช่นกัน ลูกค้าที่หมายถึงนักศึกษา ต้องมีความสุข รู้สึกได้ถึงความใส่ใจดูแลจากมหาวิทยาลัย นักศึกษาจึงเป็นคุณค่าอันดับ 1 เสมอ ดังนั้น ภารกิจที่สำคัญของเราคือ เด็กที่เรียนกับเราต้องมีความสุข เหมือนกับที่ธุรกิจสินค้า บริการอย่างใดอย่างหนึ่งจะมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า ซึ่งเราเริ่มจากการฟังเสียงของเด็กเป็นอย่างแรก”

บทบาทของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อ “ความฝัน” สำคัญพอ ๆ กับ “ความรู้”

“ตัวอย่างจากการทำหนังโฆษณา FOLLOW YOUR DREAMS ช่วยให้เห็นว่าจินตนาการและความฝันเป็นสิ่งที่มีอยู่ในตัวเด็กทุกคน นี่คือจุดเริ่มต้นที่เราตีความสารของคำว่า “FOLLOW YOUR DREAMS” ก็คือ message ที่เราอยากส่งสารไปยังเด็กรุ่นใหม่ว่า มหาวิทยาลัยจะเปิดกว้างพอสำหรับความฝันของพวกเขา ให้อิสระทางความคิดในการสร้างสรรค์งานชิ้นนี้อย่างเต็มที่ เด็ก ๆ อยากเห็นซอมบี้ เราก็ปล่อยให้เขาทำหนังซอมบี้ เพราะผมเชื่อว่านั่นคือสิ่งที่เขาฝันอยากจะทำ เป็นโฆษณาที่เด็ก ๆ ไม่ได้อยากให้มุ่งขายของ ขายข้อดีของ มหาวิทยาลัย แต่เราใช้การเล่าเรื่องแบบ Story telling ตามที่เด็ก ๆ อยากให้เป็น”

“ความเด่นชัดอีกอย่างเกี่ยวกับบทบาทของ ม.หอการค้าไทย คือการสร้าง Dream Space โดยเรายกอาคารให้ฝ่ายกิจการนักศึกษาไปเลยหนึ่งอาคาร ซึ่งทั้งอาคารเราตกแต่งด้วยแนวคิด Colorful & Joyful คือมีสีสันขณะเดียวกันต้องสนุกสนานด้วย แนวทางการเรียนการสอนก็เช่นกัน เราใช้แนวคิด Plearn ที่ผสมผสานระหว่างคำว่า Play and Learn เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ในทางวิชาการไปพร้อม ๆ กับประสบการณ์ใน Lab รูปแบบ “Sandbox” ที่ไม่ใช่เพียงสนามเด็กเล่นที่ให้แต่ความสนุก แต่เราให้ทั้งความรู้พร้อมกับประสบการณ์ทำงานจริง ด้วยการจำลองการทำงานในรูปแบบบริษัทขึ้นมา นักศึกษาจะได้ใช้องค์ความรู้ที่ได้จากการเรียนในสาขาวิชาของตัวเองมาร่วมบูรณาการกับสนามจำลองการทำงานที่ไม่มีความเสี่ยง และสนุกไปกับประสบการณ์ที่เรามอบให้โดยมีบริษัทจำลองดังกล่าวเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ”

ความท้าทายของมหาวิทยาลัยในยุค New normal

อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้คำชี้แนะทิ้งท้ายถึงความท้าทายธุรกิจการศึกษาไว้อย่างน่าสนใจ “ใบปริญญาไม่สำคัญ เรามีข้อพิสูจน์ให้เห็นกันมานานจากผู้นำทางธุรกิจระดับโลกอย่าง มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก บิลเกต หรือสตีฟจ๊อบ บุคคลเหล่านี้ประสบความสำเร็จโดยไม่ผ่านกระบวนการ

การศึกษาเพื่อรับใบปริญญา นักธุรกิจสตาร์ทอัพบางคนก็มองข้ามเรื่องใบปริญญา ดังนั้นเด็กยุคใหม่ในแถบบ้านเราจะเริ่มมีแนวคิดที่คล้ายคลึงกับคนแถบตะวันตกมากขึ้น คือไม่วิ่งหาปริญญาเป็นอันดับแรก แต่เขาจะเริ่มจากการสะสมประสบการณ์ ค้นหาและสร้างตัวตนก่อน จึงค่อยคิดเรื่องเรียนเพื่อเอาใบปริญญา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในบ้านเราอย่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ก็เริ่มมีนโยบายสนับสนุนแนวคิดเด็กรุ่นใหม่ คือให้เด็กสามารถลงทะเบียนเรียนสะสมหน่วยกิต ควบคู่ไปกับชีวิตประจำวันที่สามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานได้พร้อมกัน ต่อเมื่อต้องการสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ก็เข้าสู่ระบบของมหาวิทยาลัย 1 ปี ก็สำเร็จการศึกษา บางมหาวิทยาลัย เปิดโอกาสให้เด็กเรียนปริญญากันตั้งแต่ยังเรียน ม.ปลาย แล้วก็ได้ใบปริญญาในช่วงเวลาที่เร็วขึ้นกว่าเด็กสมัยก่อน อีกความท้าทายคือการตั้งคำถามของคนบางกลุ่มว่าทำไมเด็กถึงต้องเรียนมหาวิทยาลัยโดยใช้เวลาถึง 4 ปี ทั้งที่ยุคนี้สื่อออนไลน์มีองค์ความรู้เพื่อประกอบวิชาชีพมากมายโดยที่เด็กสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็วและนำความรู้ที่ได้ไปใช้งานจริงได้ทันที นี่คือความท้าทายที่มหาวิทยาลัยจะต้องวางกลยุทธ์เพื่อทานกระแสโลกที่เปลี่ยนไปเช่นนี้ รวมถึงอัตราการเกิดของเด็กรุ่นใหม่ที่ลดลงเรื่อย ๆ นำไปสู่จำนวนของเด็กที่จะเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาที่น้อยลงเช่นกัน เพราะฉะนั้นความท้าทายของเราคือการเริ่มตั้งคำถามแล้วว่าเราควรวางหลักสูตรระยะสั้นโดยให้เด็กสามารถเรียนรู้ สร้างประสบการณ์ทำงานไปพร้อมกับการสะสมหน่วยกิตได้อย่างไร ขณะที่โจทย์ท้าทายอีกข้อหนึ่งคือเราจะทำอย่างไรให้ใบปริญญาที่นักศึกษาจะได้รับ มีความคุ้มค่าพอที่เด็กจะทุ่มเทเวลาให้ และยิ่งเด็กรุ่นใหม่ Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับปริญญามีจำนวนที่น้อยอยู่แล้ว รวมถึง Gen Y ที่ทุ่มเทเวลาไปกับการทำงานตามช่วงวัย การให้ความสำคัญกับการศึกษาเพื่อระดับวิทยฐานะที่สูงขึ้น ก็น้อยลงไปอีก”

“ผมมองว่านี่เป็นความท้าทายยุคใหม่ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ต้องเผชิญไม่ต่างกัน และต้องสร้างกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นไปกับการเปลี่ยนของกระแสสังคมเพื่อสร้างแรงจูงใจคนรุ่นใหม่ และที่สำคัญคือต้องนึกเสมอว่า มหาวิทยาลัยมีหน้าที่มอบอะไรแก่นักศึกษา อย่างที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ทำอยู่ก็คือ ฟังความต้องการของเด็ก แล้วปล่อยให้เขาลงมือทำอย่างมีอิสระทางความคิดและความฝัน”

เป็นเจ้าหญิงตามวันเกิด ฉลองสัปดาห์แห่งเจ้าหญิงดิสนีย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/661287

วันที่ 23 ส.ค. 2564 เวลา 12:40 น.เป็นเจ้าหญิงตามวันเกิด ฉลองสัปดาห์แห่งเจ้าหญิงดิสนีย์ฉลองสัปดาห์แห่งเจ้าหญิงดิสนีย์ มาดูกันดีกว่าว่าคุณคือเจ้าหญิงดิสนีย์คนไหน

มีแฟนๆ ดิสนีย์จำนวนไม่น้อยทั่วโลกที่ปวารณาตัวเป็นแฟนดิสนีย์เพราะชอบเรื่องราวของเจ้าหญิงดิสนีย์ในภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องต่างๆ ที่ดิสนีย์สร้างสรรค์ไว้มากมายหลายเรื่อง นับตั้งแต่ปี 1937 ที่ดิสนีย์เผยเรื่องราวของสโนวไวท์ใน Snow White and the Seven Dwarfs ออกมาเป็นเรื่องแรก เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

แน่นอนว่าสาวๆ หลายๆ คนที่ดูหนังเจ้าหญิงเรื่องต่างๆ จากดิสนีย์ก็อดไม่ได้ที่จะวาดฝันและแต่งแต้มจินตนาการกันต่อ ว่าฉันจะเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์คนไหนดี เพราะดูเรื่องนี้ก็ชอบ ดูเรื่องนั้นก็ใช่ แถมบางเรื่องยังพาเจ้าหญิงอย่างเราออกไปผจญภัยในโลกสุดแฟนตาซีที่เราไม่อยากให้ความสนุกจบลงเลย ในสัปดาห์แห่งเจ้าหญิงดิสนีย์ที่เริ่มต้นตั้งแต่ 23 สิงหาคมเป็นต้นไปนี้ ดิสนีย์เลยขอถือโอกาสชวนคุณมา “ลองเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์ตามวันเกิด” กันดูดีกว่า ใครเกิดวันไหน มีอุปนิสัยอย่างไร แล้วจะตรงกับเจ้าหญิงคนไหนของดิสนีย์ ต้องไปอ่านกัน

วันอาทิตย์ : มีความกระตือรือร้นสูง มั่นใจ มีไหวพริบ และกล้าหาญ นี่คือคุณลักษณะที่แท้จริงของคนที่เกิดในวันอาทิตย์ คุณเป็นคนตรงไปตรงมา เสียสละ และเป็นคนรักครอบครัว ความกระตือรือร้นและความรู้สึกของคุณอยู่ในจุดที่สมดุล คุณมีความลึกซึ้ง มีเกียรติ ยุติธรรม และเด็ดขาด คุณยังมีทั้งความกล้าหาญและความมุ่งมั่นด้วย

คุณคือเจ้าหญิง : มู่หลาน

วันจันทร์ : คนที่เกิดวันจันทร์มักจะเป็นคนที่มีนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตน คุณเป็นคนใจดีและมีความใจกว้าง ชอบช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ คุณสนใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และชอบใช้ความสามารถของตัวเองเพื่อทำให้ชีวิตของคนอื่นดีขึ้น คุณยังเป็นคนที่เป็นตัวของตัวเองเสมอ

คุณคือเจ้าหญิง : เบลล์

วันอังคาร : ลักษณะสำคัญและโดดเด่นที่สุดของคนที่เกิดในวันอังคารก็คือ คุณเป็นคนสนุกสนาน ใจกว้างและกระตือรือร้น คุณมักจะมีบุคลิกที่ไม่ชอบอยู่นิ่งๆ ซึ่งก็อาจทำให้คุณมีเรื่องที่ต้องโต้แย้งกับคนอื่นอยู่บ้าง แต่คุณจะเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น มีความอยากรู้อยากเห็น และกล้าพอที่จะผลักดันตนเองไปข้างหน้าและไล่ตามความทะเยอทะยานและความต้องการที่อยู่ในใจคุณ

คุณคือเจ้าหญิง : ราพันเซล

วันพุธ : คนที่เกิดวันพุธมีความสามารถสูงในการทำและบรรลุผลสำเร็จในทุกสิ่งที่คุณตั้งใจไว้ คุณมักจะมองหาชีวิตที่ได้ผจญภัยและมีแนวโน้มที่จะเบื่อง่าย คุณรักธรรมชาติและติดดินมากๆ ยิ่งไปกว่านั้น คุณยังเชื่อในเรื่องจิตวิญญาณด้วย คุณมีความมุ่งมั่น ยอมรับความท้าทายใหม่ๆ และกล้าต่อสู้เพื่อสิ่งที่คุณให้คุณค่าเสมอ

คุณคือเจ้าหญิง : โมอาน่า

วันพฤหัสบดี : คนที่เกิดในวันพฤหัสบดีมักเป็นนักปรัชญาที่ยิ่งใหญ่และมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาและความยากลำบากในชีวิตในแบบของตัวเองเสมอ คุณไม่ต้องการให้ความทุกข์เข้ามาในชีวิต และคุณมักจะมองหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองและคนอื่นมีกำลังใจ คุณเป็นคนที่มองความเป็นจริงและไม่เชื่อในการสร้างวิมานในอากาศ คุณเลือกใช้ชีวิตตามความเป็นจริงเสมอ คุณยังเป็นคนที่กล้าหาญและมีความยืดหยุ่นสูงด้วย

คุณคือเจ้าหญิง : แอเรียล

วันศุกร์ : รักสงบ เจียมเนื้อเจียมตัว และชอบช่วยเหลือคนอื่น นี่คือบุคลิกของคนที่เกิดในวันศุกร์ คุณเป็นคนขยันหมั่นเพียรและทำงานหนัก คุณมีความกระตือรือร้นและมีความทะเยอทะยานที่จะก้าวไปทำตามความฝันและเป้าหมายในชีวิตให้สำเร็จ คุณใจดี อบอุ่น และจริงใจ และคุณมักจะปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความเคารพอย่างเท่าเทียมกัน

คุณคือเจ้าหญิง : ซินเดอเรลล่า

วันเสาร์ : มีเหตุผล รักอิสระ มีชีวิตชีวา และเข้มแข็ง นี่คือคุณสมบัติที่แสดงถึงธรรมชาติและบุคลิกภาพของคนที่เกิดในวันเสาร์ คนเกิดวันนี้บางครั้งอาจรักความเงียบ แต่ส่วนใหญ่ชอบที่จะเสี่ยง พร้อมลองสิ่งใหม่ๆ และไม่กลัวที่จะพูดในสิ่งที่ใจคิด คุณเป็นคนที่มีความแม่นยำและเป็นคนละเอียด แม้แต่ในรายละเอียดที่เล็กน้อยที่สุด เพราะคุณเป็นคนที่รู้จักเห็นอกเห็นใจและห่วงใยผู้อื่นเสมอ

คุณคือเจ้าหญิง : จัสมิน

ปักหมุด 4 ที่เที่ยว ‘จอร์เจีย’ ตามรอยซีรีส์อินจัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/663600

วันที่ 20 ก.ย. 2564 เวลา 12:30 น.ปักหมุด 4 ที่เที่ยว 'จอร์เจีย' ตามรอยซีรีส์อินจันเลิก #เที่ยวทิพย์ แล้วทำแพลนเที่ยวจอร์เจียตามรอยซีรีส์อินจัน กับ 4 โลเคชั่นที่แนะนำว่าต้องไปปักหมุดให้ได้

ซีรีส์ไทย “อินจัน” ก่อความฝันในการเก็บกระเป๋าเดินทางออกท่องเที่ยวอีกครั้ง เพราะหลายประเทศเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว รวมถึงประเทศ “จอร์เจีย” ที่ถูกใช้เป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำซีรีส์อินจันด้วย ก่อนเริ่มการถ่ายทำทีมงานได้ลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลและศึกษาเกี่ยวกับสถานที่กันซึ่งใช้ระยะเวลากว่าเดือน เพื่อหาโลเคชั่นที่จะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปในยุคที่อินจันยังมีชีวิตอยู่

ผู้กำกับ กัลป์ กัลย์จาฤก บอกถึงเหตุผลที่เลือกจอร์เจียเป็นสถานที่ถ่ายทำหลักว่า “เพราะจอร์เจียเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศสวยงามและหลากหลาย แต่ละเมืองที่ไปก็มีเสน่ห์ที่ต่างกัน ซึ่งตอบโจทย์โลเคชั่นที่ตามหาสำหรับซีรีส์อินจันที่เน้นการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตในวัยหนุ่มของอินจันที่ตั้งรกรากอยู่นอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา และช่วงชีวิตที่ออกตระเวนโชว์ในหลายประเทศ ซึ่งจอร์เจียเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทั้งโลเคชั่นแนวธรรมชาติที่มีทิวเขายิ่งใหญ่สุดลูกหูลูกตา เมืองชนบทที่ดูเหมือนย้อนกลับไปในอดีตและ โรงละครโบราณ ซึ่งจุดนี้ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผู้ชมชื่นชอบการชมซีรีส์เรื่องนี้ เพราะให้ความรู้สึกเหมือนได้ออกเดินทางไปกับซีรีส์ผ่านการชมโลเคชั่นและซีนสวยๆ ตลอดทุกอีพี”

โดยเมืองหลักที่ใช้ในการถ่ายทำที่จอร์เจีย คือ Tbilisi (ทบิลิซี่) เมืองหลวงอันเก่าแก่ ก่อตั้งมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 5 ที่ยังคงความสวยงามของบรรยากาศยุโรปย้อนยุค ที่อยู่ร่วมกับวิวทิวทัศน์ธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน น่าจะถูกจริตสายเที่ยวที่ชอบตามรอยซีรีส์ หรือนักเดินทางที่ฝันอยากไปเยือนจอร์เจียสักครั้ง ระหว่างที่รอให้โลกของเรากลับสู่สถานการณ์ปกติ ชวนดูซีรีส์อินจันทาง Disney+ Hotstar ให้ครบทุกอีพี แล้วแคปโลเคชั่นที่อยากไปเห็นรอไว้เลย แต่ถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นที่โลเคชั่นไหน

นี่คือ 4 โลเคชั่นที่เราแนะนำว่าต้องไปปักหมุดให้ได้ รอไว้เลย แต่ถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นที่โลเคชั่นไหน นี่คือ 4 โลเคชั่นที่เราแนะนำว่าต้องไปปักหมุดให้ได้

1 Tbilisi State University มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในจอร์เจีย

เริ่มกันที่โลเคชั่นแรกที่เมืองทบิลิซี่ เมืองหลวงของจอร์เจีย ตามรอย อีพี. 3 เป็นตอนที่อินจันตัดสินใจจะผ่าตัดแยกร่างเพื่อจะได้แต่งงานกับซาร่าและอาดิเลด ด้วยความที่ Tbilisi State University เป็นมหาลัยฯ เก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1918 จนถึงตอนนี้ก็อายุกว่า 100 ปี แล้ว ไม่ว่าจะมุมไหนก็เต็มไปด้วยมนต์ขลัง อย่างห้องประชุมของมหาลัยฯ ถูกเปลี่ยนให้เป็นหอประชุมทางการแพทย์ แค่เดินชมความงามของอาคารเรียนที่เก่าแก่ สถาปัตยกรรมที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังก็คุ้มแล้วกับมาเยือน

2. Mestia หมู่บ้านกลางหุบเขา Caucasus mountains

โลเคชั่นที่มีฉากหลังเป็นไม้กางเขนโลหะนี้ ขอยกให้เป็น Hidden Gems กันเลย เพราะทีมงานบอกว่าไปเจอโดยบังเอิญระหว่างเดินทางไปสำรวจหุบเขา Caucasus mountains ซึ่งโลเคชั่นที่มีไม้กางเขนขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านนี้เรียกว่า จุดชมวิว Tshakazagari เป็นหน้าผาโล่งๆ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของหมู่บ้าน Mestia หมู่บ้านกลางหุบเขาคอเคซัสที่อยู่ในเขต Svaneti ได้อย่างเต็มตา ถ้าได้แวะมาหมู่บ้านนี้แล้ว สายชิลล์ชอบเดินชมเมืองหาเวลาเดินเล่นให้ทั่ว เมืองไม่เล็กไม่ใหญ่ ให้เวลา 1 วันเต็มๆ กำลังดี ส่วนสายลุยที่นี่มีที่เที่ยวชมธรรมชาติที่เหมาะสำหรับการเดินแทรกกิ้งใครสามารถขึ้นไปถึงธารน้ำแข็งบนยอดเขาสูงบอกได้คำเดียวว่าคุ้ม

3. หมู่บ้าน Sartichala ในเมือง Gardabani

สองคู่รักที่อยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ สุดสายตาก็ยังเป็นพื้นที่สีเขียว เป็นอีกหนึ่งฉากในอีพี.2 ที่ดูแล้วสัมผัสได้ถึงความโรแมนติกและสะท้อนความต้องการชีวิตที่สงบ เรียบง่ายของอินจัน ทีมงานบอกว่านี่เป็นโลเคชั่นที่จัดอยู่ในหมวด Hidden Gem เช่นกัน เหมาะหมู่บ้าน Sartichala ในเมือง Gardabani แม้จะเป็นหมู่บ้านที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศ แต่ก็ยังสามารถรักษาเสน่ห์และวิถีชีวิตของผู้คนไว้ได้อย่างดี พิกัดหมู่บ้านตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำอิโอริ บนที่ราบสูงอิโอริ ถ้าคุณชอบเที่ยวแบบเรียบง่าย ได้สัมผัสธรรมชาติและเรียนรู้วัฒนธรรมของคนท้องถิ่น จดเมืองนี้ไว้ในลิสต์เลย

4. Kutaisi Lado Meskhishvili State Academic Theatre โรงละครที่เก่าแก่ที่สุดในจอร์เจีย

หากว่ากันตามประวัติศาสตร์แล้ว อินจัน ต้องเดินทางไปแสดงโชว์ทั่วอเมริกาและอีกหลายประเทศในยุโรป ดังนั้นเราจึงเห็นโลเคชั่นในหลายอีพีที่เกี่ยวข้องกับการแสดงโชว์ และที่นี่ก็เป็นหนึ่งโลเคชั่นที่เราไม่อยากให้คุณพลาด เพราะ Kutaisi Lado Meskhishvili Professional State Drama Theatre เป็นหนึ่งในโรงละครที่เก่าแก่ที่สุดในจอร์เจียและในยุโรป สร้างมาตั้งแต่ปี 1861 ภายในฮอลล์แสดงขนาดใหญ่จุผู้ชมได้ 830 คน และฮอลล์เล็กจุผู้ชมได้ 100 ที่นั่ง สำหรับยุคนั้นก็ถือว่าเป็นโรงละครที่หรูหราอย่างมาก ปัจจุบันโรงละครแห่งนี้ยังเปิดใช้งานอยู่

จริงๆ แล้วจอร์เจียยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมาก อย่าง ปราสาทเทพนิยาย Ananuri, โบสถ์ Gergeti Trinity Church เปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันสำคัญของประเทศจอร์เจีย หรือ Uplistsikhe ป้อมปราการของขุนนางที่คล้ายกับเมืองถ้ำของคัปปาโดเปียในตุรกี ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ใช้เวลากับประเทศที่ร่ำรวยอารยธรรมแบบนี้สัก 1- 2 อาทิตย์

แต่ถ้าใครยังไม่พร้อมเดินทาง เชิญ #เที่ยวทิพย์ ด้วยกันก่อนได้ในซีรีส์ อินจัน (Extraordinary Siamese Story: Eng and Chang) ชมได้ทุกตอน เฉพาะที่ Disney+ Hotstar เท่านั้น

Welcome Back to Central Village แบรนด์เนมช้อปปิ้งสุดคุ้ม Safe Plus+ สะอาด มั่นใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/663598

วันที่ 20 ก.ย. 2564 เวลา 12:10 น.Welcome Back to Central Village แบรนด์เนมช้อปปิ้งสุดคุ้ม Safe Plus+ สะอาด มั่นใจ #ช้อปให้หายคิดถึง Central Village 2nd Anniversary Celebration มอบความสุขx2 ด้วยโปรเอาท์เล็ตปังที่สุดเท่าที่เคยเอาใจนักช้อปให้ช้อปสะดวก มั่นใจ ปลอดภัยสูงสุดแบบศูนย์การค้ายุคใหม่ COVID-FREE ด้วยมาตรการ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+”

ขึ้นชื่อผู้นำลักชูรี่เอาท์เล็ตตัวจริงแห่งแรกในไทยที่ครองใจลูกค้ายาวนานต่อเนื่องกว่า 2 ปีที่เปิดให้บริการ สำหรับ Central Village ด้วยการดึงดูดขาช้อปแบรนด์เนมตลอดทั้งปี แถมโดดเด่นด้วยบรรยากาศ Outdoor เหมือนช้อปปิ้งเอาท์เล็ตเมืองนอก พร้อมการเดินทางที่แสนสะดวกด้วยโลเคชั่นใกล้ที่สุดจาก CBD เพียง 30 นาที อีกทั้งยังมีส่วนลดสุดคุ้มค่า ลดจริงทุกวันตลอดทั้งปีสูงสุด 90% และ on-top ด้วยโปรโมชั่นที่ดีที่สุดในแต่ละซีซั่น  

ในฐานะเดสติเนชั่นสำหรับแบรนด์เนมช้อปปิ้งระดับโลก Welcome Back to Central Village ครั้งนี้มีอะไรดีให้นักช้อปกันบ้างตามมาดูกัน

Welcome Back to Central Village #ช้อปให้หายคิดถึง หลังภาครัฐประกาศคลายล็อคดาวน์ในสัปดาห์แรก ยอดทราฟฟิคกลับมาฟื้นตัวกว่า 85% และมียอดใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับก่อนล็อคดาวน์ และมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าลูกค้ายังคงคิดถึงและโหยหาการประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบ Physical Store

อัดโปรฯ แรงต่อเนื่องตลอดปี ล่าสุดเปิดแคมเปญ ‘Central Village 2nd Anniversary Celebration ฉลองครอบรอบ 2 ปี มอบความสุขx2’ ลดสูงสุดถึง 90% ลด on-top เพิ่มสูงสุดถึง 50% และโปรโมชั่นบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ – 3 ต.ค. 64 ดึงดูดขาช้อปด้วยการเน้นกระตุ้นยอดขายกับส่วนลดที่คุ้มค่าเพิ่มจากราคาเอาท์เล็ตมากขึ้นไปอีกทั้ง Physical Store และ Online จัดแคมเปญต่อเนื่องพร้อมโปรโมชั่นรองรับตลอดทั้งปี โดยได้รับการตอบรับจากนักช้อปเป็นอย่างดีมาโดยตลอด อาทิ Super Brand Grand Sale, Central Village 1st Anniversary, Jim Thompson Clearance Sale, Year’s End Sale

สำหรับแคมเปญ Central Village 2nd Anniversary Celebration ฉลองครบรอบ 2 ปี ความสุขx2 ช้อปสนุก ความสุขเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ตั้งแต่วันนี้ – 3 ต.ค. 2564 พบสินค้าแบรนด์ชั้นนำที่มีเฉพาะที่เซ็นทรัล วิลเลจเท่านั้น ลดสูงสุด 90%* และส่วนลด on-top ฉลองสองปีลดเพิ่มอีกกว่า 50%* อาทิ Adidas ลดสูงสุด 70% พิเศษ สำหรับลูกค้าที่เกิดในเดือนกันยายน รับส่วนลดเพิ่ม 20%* หากเป็นสมาชิก The1 รับส่วนลดเพิ่ม 300 บาท เมื่อช้อปครบ 3,000บาท, Coach ลดสูงสุด80% และลดเพิ่มสูงสุด 30% เมื่อช้อปครบ 4 ชิ้น, Michael Kors ลดสูงสุด 70% และสินค้า One price ราคา 1,490 บาท, Kate Spade ลดสูงสุด 80% พิเศษลดเพิ่ม 20% สำหรับสินค้าร่วมรายการ และรับฟรีกระเป๋าคล้องมือ (Small Wristlet Bag) เมื่อช้อปครบ 18,000 บาท, Polo Ralph Lauren ลดสูงสุด 80% รับส่วนลด 900 บาท เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท, Outlet by Club21 ลดสูงสุด 90% รับส่วนลดเพิ่ม 20% เมื่อช้อป 4 ชิ้นขึ้นไป, Coccinelle ลดสูงสุด 80% และลดเพิ่ม 50% เมื่อช้อปสำหรับสินค้าร่วมรายการครบ 2 ชิ้น, Radley London ลดสูงสุด 70% และลดเพิ่ม19% เมื่อช้อปสินค้าลด50%, Keds ลดสูงสุด 70% และลดเพิ่ม 20% เมื่อช้อปครบ 2 คู่, ลดเพิ่ม 200 บาท เมื่อช้อปครบ 2,000 บาท และรับฟรีรองเท้า 1 คู่ เมื่อช้อปครบ 3,000 บาท, G2000 รับส่วนลด 70% เมื่อช้อปสินค้า 2 ชิ้น, รับส่วนลด 80% เมื่อช้อปสินค้า 3 ชิ้น, Jim Thompson ลดสูงสุด 80% รับส่วนลดเพิ่ม 50% เมื่อช้อปครบ 4 ชิ้น

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่เกิดในเดือนกันยายน รับฟรี บัตรกำนัล VIP One Day Pass สำหรับเข้าใช้บริการห้องรับรองพิเศษ 1 ใบ, ช้อป 8,000-. รับฟรีหน้ากากผ้า PASAYA Fabric Mask, ช้อป 35,000-. รับ Cash Voucher 300 บาท, พิเศษ ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ช้อป 35,000-. รับ Cash Voucher 600 บาท, Top Spender 2 ท่านแรก เมื่อสะสมยอดซื้อครบ 500,000 บาทขึ้นไปตลอดรายการ รับแพคเกจ Yacht Trip (Siamese Cat Half Day Trip) พร้อมห้องพักโรงแรม Hilton Pattaya 2 คืน และโปรโมชั่นเครดิตเงินคืนสูงสุด 15% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

ผู้นำ Luxury Outlet Chat & Shop ท็อปฟอร์มไม่หยุดด้วยยอดขายสินค้าที่เติบโตต่อเนื่อง การันตีด้วยยอดขายกว่า 12 ล้านบาทภายในสามเดือน สร้างฐานลูกค้า Online Shopping ให้เพิ่มมากขึ้น เหมาะกับยุค Shop From Anywhere และลูกค้าที่ชอบความสะดวกสบาย รองรับวิถีชีวิตใหม่ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ด้วยกลยุทธ์ Intensive Omnichannel สั่งซื้อสินค้าและบริการได้ง่ายๆ ผ่านปลายนิ้วด้วยบริการ ‘Chat & Shop – Home Delivery – Drive Thru Pick Up’ เพียง add LINE OA: @CentralVillage https://lin.ee/vwF2C3l สั่งผ่านแอดมินได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11:00-18:00 น. หรือ ช้อปผ่าน Facebook Live ได้ทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี เวลา 16:00-18:00 น. แล้วรอสินค้าจัดส่งถึงหน้าบ้านเหมือนยก เซ็นทรัล วิลเลจ มาไว้ที่บ้านคุณ โดยในช่วงล็อคดาวน์ที่ผ่านมายอดขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เติบโตกว่า 12 ล้านบาทภายในระยะเวลาสามเดือน และมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นในทุกๆ เดือน ตอกย้ำเบอร์หนึ่งผู้นำ Luxury Outlet Chat & Shop ตัวจริง โดยที่ผ่านมาเราได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าชาวไทยทั่วประเทศ และกลุ่มลูกค้าประเทศเพื่อนบ้านอย่าง CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) และมาเลเซีย

นึกถึงแหล่งแบรนด์เนมช้อปปิ้งสุดคุ้ม ต้องที่เซ็นทรัล วิลเลจ เท่านั้น! เพราะใกล้ที่สุด เพียง 30 นาที จากศูนย์กลางธุรกิจ CBD เดินทางสะดวกด้วยทำเลที่ดี บรรยากาศดีที่สุด ด้วยดีไซน์ศูนย์รูปแบบสถาปัตยกรรมไทยโมเดิร์น ท่ามกลางบรรยากาศ Outdoor ที่อากาศถ่ายเท สร้าง Shopping Vibes เหมือนช้อปปิ้งเอาท์เล็ตเมืองนอก และคุ้มค่าที่สุด ลดจริง ลดทุกวัน ตลอดทั้งปี จะซื้อมาใช้เองก็คุ้ม จะซื้อไปขายต่อก็ปล่อยง่าย ด้วยแบรนด์สินค้าทั้งจากในและต่างประเทศที่ขนมาให้เลือกช้อปกันแบบจุใจกว่า 220 แบรนด์ใน 130 ร้านค้า ที่ส่วนใหญ่เป็น First Time Outlet Shop ในประเทศไทย และอีกกว่า 67 แบรนด์ ได้เลือกเปิด Exclusive Outlet Store เฉพาะเซ็นทรัล วิลเลจ อาทิ Chloé, Coach, Ermenegildo Zegna, Jimmy Choo, Kate Spade, Kenzo, Marimekko, Max & Co, MCQ, Michael Kors, Moschino, Outlet by Club21, Polo Ralph Lauren, Salvatore Ferragamo, Tommy Hilfiger, Valentino, Victoria’s Secret, Vivienne Westwood, Bath & Body Works, Coccinelle, Jim Thompson และลักชูรี่แบรนด์ชื่อดังระดับโลกอื่นๆ ที่จะเข้ามาเสริมทัพเพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและบริการต่อไปอีกในอนาคต เติมเต็มทุกมิติการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมระดับโลกในราคาลดทุกวันตลอดทั้งปีให้แก่ลูกค้าทุกคน

นอกจากนี้ยังตอบโจทย์นักช้อปยุคใหม่ที่เป็น Bargain Shoppers และกลุ่ม Young Affluents ที่เลือกใช้จ่ายแบบคุ้มค่ากับสินค้าคุณภาพดีในราคาถูกลงกว่าครึ่ง เพราะเรารู้จักลูกค้าของเราเป็นอย่างดี เข้าถึง Lifestyle Insight จากฐานข้อมูล The1 ที่นำมาวิเคราะห์ความต้องการ และพฤติกรรมที่มีต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้สามารถปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคโควิด เทรนด์การช้อปปิ้งเอาท์เล็ตจะกลายเป็นช้อปปิ้งแพลตฟอร์มที่ดีที่สุด เพราะสินค้าลดราคาถูกมาก และยังมีส่วนลด on-top เพิ่มอีกในแต่ละซีซั่น ซึ่งเหมาะกับพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินที่ประหยัดขึ้นของคนไทย

ช้อปสะดวก มั่นใจ ปลอดภัยสูงสุดแบบศูนย์การค้ายุคใหม่ COVID-FREE ด้วยมาตรการ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+” ยกระดับเข้มข้นสูงสุด ลูกค้าที่มาใช้บริการสามารถวางใจมาตรฐานความสะอาดที่สอดคล้องตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำเป็นพิเศษในการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล รวมไปถึงให้พนักงานให้บริการ

มีการฉีดวัคซีน – ตรวจคัดกรองวันแรก 100% และต่อเนื่องทุกสัปดาห์ – กักตัวอย่างเป็นระบบ – เว้นระยะห่าง – สะอาดปลอดภัยตลอดเวลาทุกวัน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทั้งผู้เช่าร้านค้า และพนักงานที่พร้อมให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการอย่างเต็มที่ รวมถึงการประเมินร้านค้าผ่าน Thai Stop Covid Plus, พนักงานประเมินตนเองผ่าน Thai Safe Thai ทุกวัน ตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อตอกย้ำความมั่นใจให้แก่ผู้มาใช้บริการ โดยทางศูนย์ฯ ขอความร่วมมือลูกค้าทุกท่าน ร่วมกันสังคม สะอาด ปลอดภัย ด้วยความสมัครใจ อาทิ การฉีดวัคซีน การตรวจ ATK เพื่อให้มั่นใจร่วมกันว่า เซ็นทรัล วิลเลจ จะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคน

เซ็นทรัล วิลเลจ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Bangkok Luxury Outlet เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. Starbucks เปิดให้บริการ 09.00-20.00 น. Tops Market เปิดให้บริการ 08.00-20.00 น. และสามารถติดตามรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์: http://www.centralvillagebangkok.com, LINE: @centralvillage, Facebook: Central Village, Instagram: centralvillagebangkok