ลุยเกษตรสุดเขตไทย : การจัดการน้ำทั้งระบบของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600508

ลุยเกษตร สุดเขตไทย : การจัดการน้ำทั้งระบบของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ช่วงนี้ประเทศไทยฝนตกหนักหลายพื้นที่“หนุ่มยูโร” เป็นห่วงสถานการณ์น้ำในประเทศ หวั่นจะเกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 2554 อาทิตย์ที่ผ่านมาหลายพื้นที่ต่างประสบกับปัญหาน้ำท่วมกันหนักหน่วงทั้งเหนือ ใต้ ออก ตก และภาคกลาง

การจัดการเรื่องน้ำของประเทศไทย มีหลากหลายหน่วยงาน ครั้งแรกๆ “หนุ่มยูโร”เข้ามาศึกษายังงงกับระบบการจัดการน้ำของประเทศไทย ทั้งกรมชลประทาน,กฟผ.ที่ดูแลเขื่อนต่างๆ รวมทั้งการก่อกำเนิดของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และสำนักระบายน้ำของกทม.อีก

เมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ทำให้รู้จักห้วย หนอง คลองบึง และประตูระบายน้ำมากขึ้น ชื่อประตูระบายน้ำต่างๆ ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด หลังจากนั้นเมื่อปี 2560 ยุคคสช.ก็ตั้งหน่วยงานหนึ่งขึ้นมาดูแลน้ำทั้งระบบ นั้นคือสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)ได้ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์มาทำหน้าที่เป็นเลขาธิการสนทช. เทียบเท่าปลัดกระทรวง หรือ ซี 11

แต่มติครม.เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564 แต่งตั้งนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมการฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)คนใหม่ โดย ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสทนช.คนปัจจุบัน เกษียณอายุราชการ

ดร.สมเกียรติ อธิบดีกรมชลประทานหมาดๆ ในยุคนั้นมาเป็นเสาหลักในการจัดทำยุทธศาสตร์น้ำของประเทศ และจัดทำร่างพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 เพียง 3 ปีออกดอกออกผล ทั้งบูรณาการหน่วยงานน้ำร่วม 40 หน่วย 10 กระทรวง ทั้งจัดระเบียบให้ทุกหน่วยอยู่ในแถว เพื่อขับเคลื่อนภารกิจบริหารจัดการน้ำของประเทศให้เห็นผลจากเดิมที่ต่างคนต่างทำ จากเดิมที่ใครมีแรงมากกว่า วิ่งชิงงบได้ก่อนใคร มาเป็นการหาเจ้าภาพรับผิดชอบแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ไล่ลงขนาดเล็ก 1.4 แสนแห่ง และมีโอกาสเข้าถึงงบเท่าเทียมกัน

ดร.สมเกียรติ จัดวางโครงสร้างกำกับดูแลน้ำ ตั้งแต่ระดับชาติ(คณะกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติ)ระดับลุ่มน้ำ(คณะกรรมการลุ่มน้ำ)และระดับจังหวัด(คณะอนุกรรมการน้ำจังหวัด) โดยมีสทนช.เป็นฝ่ายเลขานุการ ทำให้การขับเคลื่อนเป็นจริงได้

พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 เป็นเครื่องมือสำคัญในการออกกฎหมายลูกเพื่อขับเคลื่อนอย่างจริงจัง อาทิ การจัดตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำ จากภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม แล้วคัดเลือกเป็นตัวแทนในกรรมการระดับต่างๆ การจัดทำผังน้ำ การจัดเก็บค่าน้ำ ฯลฯ ถือเป็นผลงานหนึ่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่เพิ่งผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจหมาดๆ

ผลงานล่าสุด ดร.สมเกียรติประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการศึกษาเพื่อจัดทำแผนหลักบริหารจัดการทรัพยากรน้ำกลุ่มลุ่มน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พร้อมชี้แจงว่า ลุ่มน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่รวมประมาณ 104 ล้านไร่ มีลุ่มน้ำสำคัญ 3 ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูล และลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมักประสบกับสภาพทั้งปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วม ปัญหาโครงสร้างการจัดการน้ำ และปัญหาคุณภาพน้ำ

โดยพบว่าจากพื้นที่ Area Based อยู่ในภาคอีสาน 16 พื้นที่ เป็นพื้นที่ที่ปัญหาด้านน้ำถึง 14 พื้นที่ แบ่งเป็น พื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและภัยแล้ง 13 พื้นที่ อาทิ ลุ่มน้ำโมงตอนบน ลุ่มน้ำห้วยหลวง ลุ่มน้ำแม่น้ำสงคราม ลุ่มน้ำพุง-น้ำก่ำ ลุ่มน้ำชีตอนบน ลุ่มน้ำชีตอนกลาง ลุ่มน้ำมูล และ เมืองบุรีรัมย์-สุรินทร์ รวม 11.7 ล้านไร่ พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง 1 พื้นที่ คือ ลุ่มน้ำเลยตอนล่าง มีพื้นที่ 0.063 ล้านไร่ และเขตเศรษฐกิจพิเศษ 2 พื้นที่ ได้แก่ นครพนม และ มุกดาหาร รวม 0.042 ล้านไร่

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล มารับตำแหน่งเลขาฯ สทนช. ทุกคนหวังว่าสทนช.จะเดินหน้าต่อไป เป็นเสาหลักแห่งการบริหารจัดการน้ำของประเทศให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ชาวบ้านดีใจที่ได้มืออาชีพมาบริหารจัดการน้ำแทนคนเก่าครับ

‘หนุ่มยูโร’

รายงานพิเศษ : กรมวิทยาศาสตร์บริการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพรยกระดับสู่สากล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600295

รายงานพิเศษ : กรมวิทยาศาสตร์บริการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพรยกระดับสู่สากล

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ขับเคลื่อนพืชเศรษฐกิจใหม่ “กัญชง”สู่อุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมผลักดันเพื่อเพิ่มมูลค่าใช้ประโยชน์จากตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากส่วนอื่นของกัญชงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงพัฒนาให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานในระดับสากลเพื่อการส่งออกในอนาคตตอบโจทย์เศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

การดำเนินงานที่สำคัญ ตามนโยบายเร่งด่วนของคณะรัฐมนตรีในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรมทางการเกษตร บูรณาการในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกัญชงสู่งเชิงพาณิชย์ โดยดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สถาบันอุดมศึกษา ผู้ประกอบการ เกษตรกร มุ่งผลักดันกัญชงจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ และการศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการใช้กัญชงและผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและรายได้ให้แก่ประชาชน มุ่งส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากส่วนอื่นของกัญชงนอกจากเส้นใย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร เครื่องสำอาง วัสดุคอมโพสิท อาหารและอื่นๆ รวมถึงการพัฒนากัญชงให้มีคุณภาพ และได้มาตรฐานในระดับสากล

งานวิจัย CBD drink ด้านการทดสอบ CBD/THC ใน CBD drink ตอบสนองความต้องการของตลาดเครื่องดื่มเสริมอาหารซึ่งเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพสามารถเก็บรักษาได้นานตลอดจนพัฒนาเครื่องดื่มจากกัญชงให้ถูกหลักวิชาการและมีคุณภาพสอดคล้องตามที่มาตรฐานกำหนด การดำเนินงานบูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงานเพื่อให้เกิดเป็น NQI for innovationสำหรับกัญชงอย่างเป็นรูปธรรม ที่จะส่งผลต่อภาพรวมการผลักดันกัญชงสู่พืชเศรษฐกิจใหม่ ในวันที่ 19สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมศักยภาพห้องปฏิบัติการทดสอบ สอบเทียบและการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพร โดยมี นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการพร้อมคณะผู้บริหาร วศ. และดร.ณัฐวรพลรัชสิริวัชรบุล รักษาราชการแทน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เป็นผู้แทนลงนาม ซึ่งจัดในรูปแบบออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่น ZOOM เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)

นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ เปิดเผยหลังการลงนามว่าความร่วมมือฯครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการข้อมูล บริการทดสอบและสอบเทียบของกรมวิทยาศาสตร์บริการประกอบไปด้วยหน่วยงานภายใน ได้แก่ กองเทคโนโลยีชุมชน กองผลิตภัณฑ์อาหารและวัสดุสัมผัสอาหาร กองความสามารถห้องปฏิบัติการและรับรองผลิตภัณฑ์ และกองพัฒนาศักยภาพนักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ พร้อมบูรณาการร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จัดทำโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มจากกัญชง นำความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมอาหารมาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มผสมสารสกัด CBD เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ มีกระบวนการวิเคราะห์ทดสอบปริมาณสาร CBD แล THC ในผลิตภัณฑ์ รวมทั้งทดสอบความชำนาญห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพและความปลอดภัยตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งมีปริมาณสารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อการผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล ช่วยให้นอนหลับ ทำให้ร่างกายสดชื่น สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินงานโครงการจึงเป็นการตอบสนองอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สำคัญของประเทศ และสามารถยกระดับให้กัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ส่งผลให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่องยั่งยืน

ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์บริการ มีภารกิจให้บริการทางวิทยาศาสตร์ ดูแลส่งเสริมวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากพืชสมุนไพรและการวิเคราะห์ทดสอบ เพื่อเสริมสร้างการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมยกระดับการพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมถึงการพัฒนาบุคลากรในระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศ (National QualityInfrastructure : NQI) และต่อยอดผลงานด้านสารสกัดจากพืชสมุนไพร ร่วมกันกำหนดทิศทางการศึกษาวิจัย สร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อพัฒนาต่อยอดการสร้างมูลค่าให้กับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพร ตามหลัก BCG Model มุ่งยกระดับมาตรฐานสินค้าให้มีเอกลักษณ์และมีคุณภาพพร้อมผลักดันสู่เชิงพาณิชย์ ทั้งในประเทศและระดับสากล เพื่อสร้างมูลค่าให้กับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มจากพืชสมุนไพรให้ได้สินค้าที่มีเอกลักษณ์และมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับรวมทั้งบูรณาการในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการข้อมูล การบริการทดสอบและสอบเทียบ ผ่านระบบ MHESI One stop ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ service ภายใต้กระทรวง อว. เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเสริมสร้างศักยภาพห้องปฏิบัติการทดสอบสอบเทียบ และยกระดับบุคลากรในระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศไทย ด้วย วทน. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

NIAจัดงานSTARTUP X INNOVATION THAILAND EXPO 2021 #SootinClaimon.Com 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600291

NIAจัดงานSTARTUP X INNOVATION THAILAND EXPO 2021

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) จัดงาน STARTUP X INNOVATION THAILAND EXPO 2021 ภายใต้แนวคิด การเปล่งประกายแห่งเทคโนโลยีเชิงลึก นวัตกรรมด่านหน้าแห่งอนาคต วันที่ 15–18 ก.ย.นี้

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(NIA) กล่าวว่า จากวิกฤตโควิด-19 ในปี 2563 ส่งผลกระทบต่อวิถีการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ของคนในสังคม ทำให้หลายอุตสาหกรรมต้องปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมา NIA ก็ได้ควบรวม 2 งานยิ่งใหญ่แห่งปีด้านสตาร์ทอัพและนวัตกรรมเข้าด้วยกันกลายเป็นงาน “STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO”พร้อมปรับโฉมจากรูปแบบอีเว้นท์จริง (Physical)สู่รูปแบบออนไลน์ (Online) ผ่านแพลตฟอร์มอีเว้นท์ออนไลน์ในรูปแบบโลกนวัตกรรมเสมือนจริง(Virtual World) เต็มรูปแบบขึ้นเป็นครั้งแรกที่เป็นฝีมือคนไทย

สำหรับการจัดงาน “STARTUP THAILAND x INNOVATION THAILAND EXPO 2021” หรือ SITE 2021 ในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 กันยายนนี้ ผ่านเว็บไซต์ https://site.nia.or.th ทุกกิจกรรมเข้าร่วมฟรี!! ภายใต้แนวคิดหลัก คือ “DEEP TECH RISING: The Next Frontier of Innovation” เพื่อนำเสนอโอกาสการยกระดับเทคโนโลยีเชิงลึกที่ถือเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคตสำหรับการขับเคลื่อนประเทศใน 5 สาขา ได้แก่ เกษตร (AgTech) อาหาร (FoodTech)การแพทย์ (MedTech) อวกาศ (SpaceTech)และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนสําหรับบุคคล ซึ่งในกลุ่มเกษตร อาหารและการแพทย์ ยังสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Economy Model) อีกด้วย

ทั้งนี้ ภายในงานประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลักได้แก่ 1) Virtual Forum เวทีรวบรวมสุดยอดสตาร์ทอัพนวัตกรชั้นนำของเมืองไทย และวิทยากรชื่อดังจากต่างประเทศ กว่า 60 ท่าน มาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ กว่า 50 หัวข้อ 2) Opportunity โอกาสสำคัญในการหาคู่ค้าทางธุรกิจ ผ่านกิจกรรมที่จัดขึ้น ทั้ง Marketplace ตลาดจำหน่ายสินค้าในรูปแบบเสมือนกว่า 200 บูธ Online BusinessMatching การจับคู่ธุรกิจกับหน่วยงานธุรกิจกว่า30 บริษัท และ Online Business Consulting ที่บริการให้คำปรึกษาออนไลน์จากสุดยอดเมนเทอร์ ผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 ท่าน ใน 10 สาขาธุรกิจ 3) SHOW การแสดงสดผ่านทางออนไลน์ที่นำเรื่องราวที่น่าสนใจด้านดีพเทคที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อน และ 4) AWARD พิธีประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ Prime Minister Award ให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพของประเทศ และเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจให้แก่สตาร์ทอัพไทยให้ก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ

สกู๊ปพิเศษ : ชวนเลือกซื้อสินค้าโอท็อปสมุทรสาคร คัดสรรของดีมีคุณภาพจำหน่ายประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600289

สกู๊ปพิเศษ : ชวนเลือกซื้อสินค้าโอท็อปสมุทรสาคร  คัดสรรของดีมีคุณภาพจำหน่ายประชาชน

สกู๊ปพิเศษ : ชวนเลือกซื้อสินค้าโอท็อปสมุทรสาคร คัดสรรของดีมีคุณภาพจำหน่ายประชาชน

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นางศลิษา ม่วงใหม่ พัฒนาการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า ตนอยากให้คนทั่วไปช่วยกันมาสนับสนุนซื้อสินค้าโอท็อปของจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อส่งต่อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้กับคนที่คุณรัก แม้สถานการณ์ตอนนี้จะอยู่ในช่วงไม่ปรกติเกิดโรคระบาดโควิด-19 แต่ขอให้มั่นใจว่าคุณภาพสินค้าของพี่น้องชาวสมุทรสาครที่นี่มีมาตรฐาน จะนำไปรับประทานก็ปลอดภัย หรือจะนำไปใช้ก็ตอบโจทย์ในชีวิตประจำวัน ที่สำคัญพวกเขาไม่หยุดพัฒนาต่อยอดสินค้าเพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาด ดังนั้นตนจึงภูมิใจนำเสนอสินค้าโอท็อปของจังหวัดสมุทรสาครให้กับทุกคนทั่วประเทศ อยากให้มาช่วยกันสนับสนุนผู้ประกอบการโอท็อป ช่วยกันซื้อสินค้าโอท็อป อย่างน้อยเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กันและกัน เพราะขณะนี้พวกเขาไม่มีเวทีในการที่จะนำสินค้าไปขายไม่มีการจัดงานอีเว้นท์ ไม่มีงานโชว์สินค้า และที่สำคัญเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

“อยากให้คนทั่วไปรับรู้รับทราบว่าแม้ปัจจุบัน สถานการณ์ไม่ปรกติเหมือนที่ผ่านมาเพราะเกิดโรคระบาดโควิด-19 แต่ขอให้ทุกคนรับรู้ว่าสินค้าโอท็อปของจังหวัดสมุทรสาครยังคงมีมาตรฐานที่น่าเชื่อถือ จะนำไปรับประทานก็ปลอดภัยและอร่อย หรือของใช้ก็ตอบโจทย์ในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังมีคุณภาพเมื่อซื้อไปฝากใครก็ไม่ผิดหวัง พวกเขามีการต่อยอดไม่หยุดพัฒนา อยากให้มาช่วยกันสนับสนุนเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน และเป็นการส่งต่อสินค้าที่ดีมีคุณภาพให้กับคนที่คุณรัก”นางศลิษากล่าว

สำหรับสินค้าโอท็อปที่โดดเด่นทั้ง 3 อำเภอของจังหวัดสมุทรสาคร ที่จะนำมายกตัวอย่าง เริ่มกันที่อำเภอเมืองก็จะมีหลากหลายเช่นของวิสาหกิจบ้านชายทะเลรางจันทร์กะปิหวาน น้ำปลาหวาน ปลาแดดเดียว น้ำปลาหวานปลาร้า กลุ่มสัมมาชีพบ้านย่าก็จะจำหน่ายเกลือและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเกลือเช่นสบู่ดอกเกลือ ดอกเกลือใช้ล้างผักผลไม้ วิสาหกิจชุมชนพิณมิสา ที่ผลิตแชมพูและครีมนวดผมจากกระดูกปลาฉลามและของเหลืออื่นๆ จากอุตสาหกรรมอาหารทะเล กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารทะเลบ้านกระช้าขาวที่โดดเด่นเรื่องของกะปิสืบทอดกันมากว่า 100 ปี วิสาหกิจชุมชนกระเป๋าหนังนาเดีย สไบมอญบ้านเกาะ เป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นลุงแกละชาใบขลู่ กลุ่มผลิตภัณฑ์จากกระดาษเปเปอร์อาร์ตไทย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้านจากกระดาษเหลือใช้ที่สวยงาม หรือจะเป็นของฝากที่ทรงคุณค่า เรือฉลอมชายฝั่งจำลอง (สำเภาจีน)เสื้อมัดย้อมบ้านพันท้ายนรสิงห์ ชุดย่ามของขวัญและปลอกหมอน กล่องใส่ทิชชู่แบบรีฟิว พริกกรอบงา เค้กโบราณบ้านสบันงา ปลาทูซาเตี๊ยะ ช้างวางเทียนหอม

ส่วนสินค้าโอท็อปของอำเภอกระทุ่มแบน เช่น กล้วยอบแห้ง ร้านมิสเตอร์ชูเบญจรงค์ ดอนไก่ดี ขึ้นชื่อตัวท็อประดับประเทศไม่ว่าจะเป็น ถ้วยชาม ลายครามรวมถึงข้าวของเครื่องใช้ลายเบญจรงค์ หมี่กรอบช่างรังวัด แชมพูอัญชัน แชมพูสมุนไพร น้ำมันมะพร้าวสวนปานะ วิสาหกิจชุมชนบ้านเห็ดขวัญกะวัลย์ ฟาร์มแปรรูปเห็ดหลากหลายชนิด ฝรั่งหยีปรุงรสของกลุ่มผู้ปลูกไม้ผลตำบลหนองนกไข่ พลูวิคอล ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากสารสกัดใบพลู เห็ดทอดกรอบ มาลัยดอกไม้ประดิษฐ์ มะพร้าวน้ำหอมอบแห้ง ข้าวแต๋นน้ำแตงโม แผ่นข้าวกล้องอบกรอบ

และที่อำเภอบ้านแพ้วนอกจากผลไม้ของสดจากสวนเช่นฝรั่ง มะนาว กล้วย แก้วมังกรและเมล่อนจากสวนพิศิษฐที่ขึ้นชื่อแล้วก็ยังมี ดอกไม้สดอบแห้งของ ณัฐพรดอกไม้สดอบแห้ง ที่นำเอาดอกกล้วยไม้ ดอกบัว ดอกกุหลาบมาอบแห้งด้วยทรายและนำไปจัดลงในโหลแก้ว รูปทรงต่างๆสวยงาม กระเป๋ากระจูดตกแต่งด้วยลายดอกไม้ หมี่กรอบบ้านแพ้ว วิสาหกิจชุมชนกลุ่มงานกะลาเอก น้ำมัลเบอร์รี่สุรวุฒิฟาร์ม น้ำแกงส้มแม่พะนอ น้ำตาลดอกมะพร้าวอัดเม็ด มะนาวแปรรูป ผ้าสไบมอญขนมทองพับ

สินค้าข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างมานำเสนอ ยังมีหลากหลายให้เลือกหา เข้าไปดูหรือซื้อผ่านได้ที่เพจ “สมุทรสาคร OTOPTODAY”…รับรองไม่ผิดหวัง

และที่ลืมไม่ได้เลยเช่นเดียวกันนั่นก็คือ หลังโควิดซา…อย่าลืมมาเที่ยวจังหวัดสมุทรสาครกันนะ ใกล้กรุงเทพฯนิดเดียว

มทร.ธัญบุรีลุยเสริมศักยภาพอาจารย์ ให้คำแนะนำนักศึกษาเครียดยุคโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600290

มทร.ธัญบุรีลุยเสริมศักยภาพอาจารย์ ให้คำแนะนำนักศึกษาเครียดยุคโควิด

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า เนื่องจากปัจจุบันระบบการเรียนการสอนเป็นระบบออนไลน์ ทำให้นักศึกษาต้องมีการปรับตัวเป็นอย่างมากและมีจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถปรับตัวกับระบบการศึกษาและวิธีการเรียนแบบใหม่ รวมไปถึงสิ่งแวดล้อม จนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและการเรียน มีผลให้การเรียนตกต่ำ มีปัญหาการทำร้ายตนเอง หรือฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นผลมาจากความเครียดหรือสภาวะจิตใจที่สับสน หาทางออกไม่ได้ ขาดที่ปรึกษา

ดังนั้น เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น มทร.ธัญบุรี จึงได้จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาทักษะอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อสร้างคนคุณภาพในศตวรรษที่ 21 รูปแบบออนไลน์ขึ้นโดยมีการแบ่งออกเป็น 2 หลักสูตร คืออาจารย์ที่ปรึกษาพบผู้บริหารและรักษาสมดุลทางใจ เพื่อการดูแลนักศึกษายุค New Normal และหลักสูตร Work Shop พื้นที่แห่งความเข้าใจ เพื่อป้องกันภาวะเครียดและการฆ่าตัวตาย ซึ่งการจัดการสัมมนาทั้งสองหลักสูตรนี้มีอาจารย์ที่ปรึกษาของ มทร.ธัญบุรี เข้าร่วมกว่า 478 คน โดยมีการเชิญนักจิตวิทยาร่วมบรรยายให้กับคณาจารย์ของมหาวิทยาลัย ซึ่ง มทร.ธัญบุรี คาดว่าโครงการนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้อาจารย์ที่ปรึกษาสามารถใช้เป็นแนวทางให้คำปรึกษาเพื่อลดภาวะเครียด และเข้าใจบุคคลในภาวะที่สิ้นหวัง มีทักษะเพิ่มขึ้นในการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

“สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้การเรียนการสอนแบบออนไลน์ถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ อาจารย์ที่ปรึกษาจึงจะต้องมีความพร้อมที่จะเข้าถึงรับรู้และรับฟังนักศึกษา จากเดิมการเรียนแบบปกติ นักศึกษากับอาจารย์มีโอกาสที่จะทำความรู้จักกัน เมื่อนักศึกษามีปัญหาสามารถจัดเวลาพบอาจารย์ที่ปรึกษาได้ แต่การเรียนรูปแบบออนไลน์การมีปฏิสัมพันธ์จะมีระยะห่างเพิ่มขึ้น แต่ในรูปแบบนี้จะมีเวลาให้คำปรึกษาผ่านช่องทางออนไลน์ได้มากขึ้น ดังนั้นอาจารย์ที่ปรึกษาจึงจะต้องมีความรู้รอบด้านในการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อช่วยนักศึกษาได้อย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตามจากการติดตามผลการจัดสัมมนาดังกล่าวปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับจากอาจารย์ของมหาวิทยาลัยอย่างมาก และเรียกร้องอยากให้จัดการสัมมนาอีกอย่างต่อเนื่อง