เบื้องหลังความสำเร็จ ‘ซุป’ตาร์ช่วยขาย’ โครงการดีๆ ของกระทรวง อว. #SootinClaimon.Com 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601828

เบื้องหลังความสำเร็จ ‘ซุป’ตาร์ช่วยขาย’ โครงการดีๆ ของกระทรวง อว.

เบื้องหลังความสำเร็จ ‘ซุป’ตาร์ช่วยขาย’ โครงการดีๆ ของกระทรวง อว.

วันอังคาร ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง

โครงการซุป’ตาร์ช่วยขายเผยเบื้องหลังความสำเร็จของโครงการ โดยมี ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการและโฆษกกระทรวงกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,รศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี, แสงชัยธีรกุลวานิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ทั้งหมดคือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโครงการนี้

โครงการซุป’ตาร์ช่วยขาย เป็นความร่วมมือระหว่าง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มหาวิทยาลัย สมาพันธ์เอสเอ็มอี และยังจับมือกับดารานักแสดงทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่จิตอาสามาช่วยกัน live ขายสินค้าให้กับผู้ประกอบการพ่อค้าแม่ค้า รวมทั้งนักศึกษาจิตอาสาจากทั้ง 2 มหาวิทยาลัยมาช่วยงานเบื้องหลังถ่ายภาพสินค้าให้ใหม่ หรือ ทำเพจให้ใหม่นอกจากนี้ อว. ได้ส่งวิทยาลัยชุมชน (วชช.) ลงไปสอนการใช้ Social Mediaหรือให้ความรู้ในสิ่งที่ผู้ประกอบการทำไม่ได้ ทั้งหมดนี้คือการสอนพวกเขาจับปลา เพื่อรับมือในช่วงวิกฤตโควิด-19 ให้ผ่านไปได้ ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งนี้พ่อค้าแม่ค้าสามารถขายสินค้าได้มากขึ้น มีรายได้มากขึ้นสามารถต่อลมหายใจและมีกำลังใจที่จะเดินหน้าต่อไป

อย่างไรก็ตาม จากผลสำเร็จของโครงการซุป’ตาร์ช่วยขายนี้ กระทรวง อว. พร้อมที่จะเดินหน้าต่อเพื่อที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน รวมทั้งเป็นกองหนุนให้กับคนไทยทุกคน และจะเปิดโครงการ “ซุป’ตาร์มหาลัย” โดยให้นิสิตนักศึกษามาช่วยพ่อค้าแม่ค้าในการขายสินค้าเพื่อเพิ่มยอดขายและสอนเทคนิคการขายออนไลน์ต่อไป

LINE เปิดฟีเจอร์ MyShop บริจาคออนไลน์ ระดมทุนให้มูลนิธิและหน่วยงานจิตอาสาได้ง่ายๆ หลายช่องทาง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601829

LINE เปิดฟีเจอร์ MyShop บริจาคออนไลน์ ระดมทุนให้มูลนิธิและหน่วยงานจิตอาสาได้ง่ายๆ หลายช่องทาง

LINE เปิดฟีเจอร์ MyShop บริจาคออนไลน์ ระดมทุนให้มูลนิธิและหน่วยงานจิตอาสาได้ง่ายๆ หลายช่องทาง

วันอังคาร ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

LINE ประเทศไทย แนะนำฟีเจอร์ MyShop ที่สามารถนำมาปรับใช้และพัฒนาเพื่อตอบรับการใช้งานกลุ่มหน่วยงานจิตอาสาและมูลนิธิ ช่วยให้การบริจาคสมทบทุนเข้าถึงหน่วยงานโดยตรงได้ทันที สะดวก ปลอดภัย ลดการสัมผัสและการเดินทาง อีกทั้ง อำนวยความสะดวกให้ผู้ที่ต้องการบริจาคสามารถร่วมสนับสนุนกิจกรรมการกุศลต่างๆ ด้วยระบบที่ใช้งานง่ายและรวดเร็ว และเข้าถึงได้ทั้งทางลิงก์ URL, LINE OA และ LINE SHOPPING

เมื่อกล่าวถึง LINE Official Account (OA) และฟีเจอร์ MyShop หลายๆ คนคงคุ้นชินกับเครื่องมือทางการตลาดสำคัญ สำหรับแบรนด์ ธุรกิจร้านค้ารายย่อย ไปจนถึงห้างสรรพสินค้ารองรับกระบวนการซื้อขายสินค้าแบบครบวงจร ด้วยฟีเจอร์มากมายตั้งแต่เปิดหน้าร้านออนไลน์ โปรโมทสินค้าผ่านหน้าแชท ไปจนถึงการปิดการขาย ล่าสุด ฟีเจอร์ MyShop ได้ถูกนำไปปรับใช้
เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับ หน่วยงานการกุศล หรือกลุ่มจิตอาสาต่างๆ ให้เป็นช่องทางรับเงินบริจาคแบบเร่งด่วนภายใต้สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 อาทิ กลุ่มเส้น-ด้าย ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถบริจาคผ่านรูปแบบการเลือกซื้อสินค้า อาหาร หรือบริการรถรับ-ส่งผู้ติดเชื้อ เพื่อเป็นการสนับสนุนการดำเนินงาน เป็นต้น

MyShop บน LINE Official Account ช่วยอำนวยความสะดวกให้การระดมเงินบริจาคได้อย่างไร 1.ศูนย์รวมข้อมูลสำคัญอย่างเป็นทางการและน่าเชื่อถือ เมื่อผู้ใช้งานเกิดข้อสงสัยเกี่ยวข้องกับหน่วยงานหรือมูลนิธิ การสร้างบัญชีทางการกับ LINE OA ก็ยังเป็นหนึ่งช่องทางที่น่าเชื่อถือสำหรับผู้ใช้งานได้เลือกใช้ในการรับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน

2.ช่องทางการติดต่อกับหน่วยงานโดยตรงแบบเรียลไทม์ ปลอดภัยจากมิจฉาชีพ รองรับการสื่อสารแบบโต้ตอบระหว่างหน่วยงานกับผู้บริจาค ทำให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และยังป้องกันปัญหาการปลอมแปลงบัญชีของกลุ่มมิจฉาชีพ เพราะ LINE OA มีเครื่องหมาย Verified หรือตราสัญลักษณ์ยืนยันข้างชื่อบัญชี เพื่อยืนยันว่าบัญชีดังกล่าวคือบัญชีจากหน่วยงานและมูลนิธิจริง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือกับหน่วยงาน

3.ฟังก์ชั่นรองรับการชำระเงิน MyShop บน LINE OA ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบในการเป็น Payment Gateway ที่รองรับการทำธุรกรรมทางการเงินสำหรับทั้งผู้สนใจช่วยเหลือและมูลนิธิ ให้ได้รับความสะดวกสบายมากที่สุด และยังช่วยให้การช่วยเหลือหน่วยงานเป็นไปได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ หมดปัญหาการออกไปนอกเคหสถานและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

4.ระดมทุนเพื่อการกุศลได้ง่ายผ่านหลายช่องทาง สามารถสร้างเป็นลิงก์ URL สำหรับการประชาสัมพันธ์หรือการส่งต่อทางโซเชียลมีเดียต่างๆ สะดวกกับผู้ที่สนใจให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ผู้บริจาคสามารถเข้าถึงช่องทางรับบริจาคได้ทั้งทาง LINE OA และ LINE SHOPPING อีกด้วย

ทั้งนี้ ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องการทำงานของกลุ่มจิตอาสาและเจ้าหน้าที่มูลนิธิต่างต้องแข่งกับเวลาในการช่วยเหลือชีวิตผู้ประสบภัยให้ทัท่วงที MyShop บน LINE OA พร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับหน่วยงานจิตอาสาและมูลนิธิ สามารถประยุกต์ใช้งานในการสื่อสารเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยหรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในอนาคตให้รอดพ้นได้อย่างปลอดภัย และยังขับเคลื่อนประเทศไทยให้กลับมาสู่สภาวะปกติได้อีกครั้ง

‘พาณิชย์’ สนับสนุน ‘แพลนต์เบส’ แบรนด์ ‘มัดใจ’ ผลิตภัณฑ์ฝีมือคนไทย ส่งมอบความยั่งยืนเพื่อชาววีแกนทั่วโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601836

‘พาณิชย์’ สนับสนุน ‘แพลนต์เบส’ แบรนด์ ‘มัดใจ’ ผลิตภัณฑ์ฝีมือคนไทย ส่งมอบความยั่งยืนเพื่อชาววีแกนทั่วโลก

‘พาณิชย์’ สนับสนุน ‘แพลนต์เบส’ แบรนด์ ‘มัดใจ’ ผลิตภัณฑ์ฝีมือคนไทย ส่งมอบความยั่งยืนเพื่อชาววีแกนทั่วโลก

วันอังคาร ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เพื่อเกาะกระแสกับตลาด “แพลนต์เบส” ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และคาดว่ากำลังจะเข้ามาดิสรัปต์ “เนื้อสัตว์จริง” ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ โครงการพัฒนานักส่งออกรุ่นใหม่ : Young Exporter from Local to Global หรือ YELG โดย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดตัว “แพลนต์เบส” ผลิตภัณฑ์จากเห็ดแครง แบรนด์“มัดใจ” หรือ MJ Mudjai plant based food ฝีมือของคนไทย ภายใต้บริษัท อินโนโฟ จำกัด ผู้คิดค้นแพลนต์เบสจากวัตถุดิบในท้องถิ่น ที่มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องรสชาติ ความคล้ายคลึง และคุณประโยชน์ที่อัดแน่นยิ่งกว่าการรับประทานเนื้อสัตว์จริง และที่ไม่ธรรมดายิ่งกว่านั้นคือ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้เตรียมออกจำหน่ายในต่างประเทศ เพื่อพิสูจน์ให้ผู้บริโภคทั้งโลกได้รู้ว่า “แพลนต์เบส” จากเมืองไทยนั้นมีรสชาติดีไม่แพ้ชาติใด

ภาณุวัตร กิ้มหิ้น

ภาณุวัตร กิ้มหิ้น กรรมการบริษัท อินโนโฟ จำกัด ผู้พัฒนา MJ Mudjai plant based food กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนมีอาชีพปลูกยางพาราเป็นหลัก แต่เนื่องจากความไม่แน่นอนของราคายางที่บางปีต่ำมาก บางปีสูงมากทำให้ไม่สามารถควบคุมรายได้ในแต่ละปีได้ รวมไปถึงต้นทุนการลงทุนและกำไรค่อนข้างไม่สอดรับกับต้นทุน จึงทำให้เริ่มมองหาอาชีพเสริมด้านอื่นๆ เพื่อสร้างรายได้จึงได้เริ่มต้นทำฟาร์มเห็ดแครง ปลูกแซมในร่องสวนยาง เพราะเพื่อนทำอยู่และรายได้ค่อนข้างดีสามารถขายได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ250 บาท ประกอบกับในพื้นที่สามารถเพาะเห็ดแครงได้ในคุณภาพดี ตนจึงหันมาร่วมกับเพื่อนๆ ทำฟาร์มเห็ดแครงและเริ่มทำเห็ดแครงอบแห้ง ส่งขายไปยังประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆ เพื่อทดลองตลาดก่อน ซึ่งปรากฏว่าเห็ดแครงอบแห้งได้รับความนิยมค่อนข้างมาก เพราะสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายอย่าง หลังจากนั้นได้มีการส่งเสริมให้เกษตรในพื้นที่หันมาเพาะเห็ดแครงกันมากขึ้นเพื่อทำเป็นรายได้เสริมในช่วงที่ไม่สามารถกรีดยางได้ หรือในช่วงที่ราคายางตกต่ำ

“เมื่อเห็นช่องทางและมีประสบการณ์การเพาะเห็ดแครง รวมถึงปริมาณความต้องการที่มากขึ้น ผมและเพื่อนเริ่มร่วมมือกันก่อตั้งบริษัทขึ้นมา และเริ่มมองหาวิธีการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเห็ดแครงให้มีความหลากหลาย รวมไปถึงเปิดสอนพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ที่สนใจเพาะปลูกเห็ดแครง จนสร้างเป็นเครือข่ายเกษตรกรเพื่อช่วยเหลือเรื่องความรู้และรับซื้อผลผลิตคืน เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันได้ โดยเริ่มจากการพิจารณาคุณสมบัติของเห็ดแครงที่มีความหนึบคล้ายเนื้อสัตว์ก่อน และมีสารอาหารประเภทโปรตีนสูงและต่อยอดโดยการคิดว่าเราจะสามารถทำอะไรกับคุณสมบัติพิเศษของเห็ดแครงได้บ้าง จนเป็นที่มาของการพัฒนาแพลนต์เบสแบรนด์ Mudjai : มัดใจ ในปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นในการทำแพลนต์แบสมาจากที่ตนได้เข้าร่วมโครงการกับหน่วยงานรัฐ จึงทำให้รู้ว่าตลาดแพลนต์เบสในต่างประเทศกำลังโตมาก แต่ในขณะนั้นประเทศไทยยังไม่ได้มีการพูดถึงมากเท่าที่ควร และยังไม่มีการผลิตแพลนต์เบสขึ้นมาขายในประเทศเองแต่เป็นการนำเข้ามาจากต่างประเทศเท่านั้น ดังนั้น ผมและทีมงานจึงจุดประกายแนวคิดว่าเราควรจะทำแพลนต์เบสจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่สามารถเสิร์ฟไปให้คนทั่วโลกได้ลองรับประทานได้ จึงเป็นที่มาของแบรนด์มัดใจ และได้เริ่มคิดสูตรที่จะนำเห็ดแครงมาพัฒนาเป็นโปรตีนทางเลือกให้แก่กลุ่มคนที่รับประทานมังสวิรัติหรือวีแกน รวมไปถึงกลุ่มคนที่ดูแลสุขภาพ จากนั้นประมาณช่วงปี 2018 จึงเริ่มปล่อยผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดซึ่งพบว่าได้รับความนิยมค่อนข้างดีสำหรับเห็ดแครงนั้นเป็นเห็ดท้องถิ่นของทางภาคใต้ ที่พบมากในฤดูฝนดอกขนาดเล็ก 1-4 ซม. สีขาวอมน้ำตาล คุณสมบัติที่โดดเด่นของเห็ดแครงคือมีเนื้อสัมผัสที่เด้งสู้ฟันมีโปรตีนค่อนข้างสูง ประมาณ 17% ซึ่งเห็ดชนิดอื่นๆ มีแค่ 2-3% มีสารเบต้ากลูแคนสูงซึ่งช่วยในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง รวมทั้งมีกรดอะมิโนจำเป็นทุกชนิดเหมือนกับเนื้อสัตว์ และมี fiber สูงช่วยในระบบการย่อยและการขับถ่าย ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวจึงเป็นข้อแตกต่างของแบรนด์มัดใจและแบรนด์อื่น ๆ อย่างมาก ซึ่งจะเห็นได้ว่าแพลนต์เบสของเราเป็นอาหารที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อความยั่งยืนของจริง”

ภาณุวัตร กล่าวอีกว่า ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของทางบริษัทที่วางจำหน่ายมีทั้งหมด 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร Freeze dry เป็นการแปรรูปอาหารให้คงไว้ซึ่งรสชาติเหมือนรสชาติอาหารสด ซึ่งจะมีทั้งหมด 2 เมนู ได้แก่ ลาบ แกงคั่ว ทั้งสองเมนูจะใช้เห็ดแครงเป็นวัตถุดิบหลัก และผสมผสานสมุนไพรท้องถิ่นเข้าไป ซึ่งนอกจากจะให้รสชาติดีแล้ว สมุนไพรยังส่งผลต่อร่างกายร่วมด้วย และกลุ่มอาหารแช่แข็ง(Frozen) จะเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แพลนต์เบสจากเห็ดแครงและขนุนอ่อน แบบไม่มีการปรุงแต่งรสชาติ ไม่ใส่สี และไม่แต่งกลิ่น เน้นการให้รสชาติที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด เพื่อให้ผู้บริโภคนำไปปรุงอาหารได้ตามใจชอบ นอกจากนี้ ทางแบรนด์มัดใจยังได้ตระหนักถึงแนวการบริโภคของกลุ่มผู้รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ขณะนี้ไม่ได้ต้องการแต่เรื่องคุณประโยชน์แต่ต้องควบคู่ไปกับรสชาติที่ดี จึงมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมเพื่อให้มีความหลากหลายอย่างหมูปิ้งแพลนต์เบสไขมันต่ำที่ทางบริษัทมีการเสียบไม้ ปรุงให้รสชาติอร่อยเสมือนหมูปิ้งของจริงเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่กว้างมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคนที่เลือกทานโปรตีนทางเลือกเพื่อสุขภาพแบรนด์ชุมชนกับแนวคิดติดปีกสู่ตลาดโลก

“มัดใจเล็งเห็นว่าแพลนต์เบส เป็นอาหารทางเลือกที่มีอัตราการเติบโตมากที่สุด โดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรป และตะวันตก ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาผู้บริโภคเริ่มหันมาสนใจ และให้ความสำคัญกับอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม การทำธุรกิจอาหารที่เป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการทำธุรกิจแบบ Circular Economy จากการเล็งเห็นความนิยมดังกล่าว ทางแบรนด์จึงมีแนวคิดที่จะนำสินค้าแพลนต์เบสไทยให้เป็นที่รู้จัก และต่อยอดวัตถุดิบให้มีมูลค่าที่สูงขึ้น จึงได้ร่วมโครงการพัฒนานักส่งออกรุ่นใหม่ หรือ YELG ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งทำให้บริษัทได้กลยุทธ์ใหม่ๆ และได้แนวทางสำหรับการทำธุรกิจส่งออกไปต่างประเทศค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นหลักการบริหารจัดการงบประมาณ ช่องทางในการขออนุญาตสำหรับทำการส่งออก ร่วมไปถึงการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมของตลาด ความรู้เหล่านี้ช่วยให้การวางแผนธุรกิจเป็นไปในทิศทางที่ดีและเหมาะสมและแน่นอนว่าความรู้ที่ได้มาจะช่วยขับเคลื่อนให้เป้าหมายการส่งสินค้าไปจำหน่ายต่างประเทศเป็นจริงได้มากขึ้นด้วย โดยบริษัทวางแผนว่าหลังจากจบการระบาดโควิด-19 จะเดินหน้าเพื่อส่งสินค้าไปขายในต่างประเทศตามเป้าหมายที่วางไว้” ภาณุวัตรทิ้งท้าย

24 กันยายน ‘วันมหิดล’ รวมพลังแห่งการให้ ช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาส รพ.ศิริราช #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601802

24 กันยายน ‘วันมหิดล’ รวมพลังแห่งการให้ ช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาส รพ.ศิริราช

24 กันยายน ‘วันมหิดล’ รวมพลังแห่งการให้ ช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาส รพ.ศิริราช

วันอังคาร ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล รองประธานกก.จัดงานหารายได้ และประธานกก.ฝ่ายจัดรายการโทรทัศน์ เนื่องในวันมหิดล ประธานการแถลงข่าวออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting, รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผอ.รพ.ศิริราช ประธานกก.ขอรับบริจาคเนื่องในวันมหิดล, ปริศนา กล่ำพินิจ รองผจก.ฝ่ายกิจการองค์กร (ช่อง 3), นศพ.อนุวัฒน์ แก่นนาคำประธานกลุ่มอาสา ม.มหิดล

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล รองประธานกรรมการจัดงานหารายได้และประธานกรรมการฝ่ายจัดรายการโทรทัศน์เนื่องในวันมหิดล เป็นประธานการแถลงข่าวออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting ร่วมกับ รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการ รพ.ศิริราช ประธานกรรมการขอรับบริจาคเนื่องในวันมหิดล โดยมี รศ.พญ.วนัทปรียา พงษ์สามารถ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม, กฤษฏิ์ ชูพินิจ ผู้อำนวยการฝ่ายคอนเทนต์ดีวีลอปเมนต์ บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย จำกัด, คงทน เจือวานิชผู้อำนวยการฝ่ายผลิตรายการ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก, สมพันธ์ จารุมิลินท รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด, ณฐนนท์ ดนัยพิริยะ ผู้อํานวยการฝ่ายออกอากาศ บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด พร้อมด้วย ปริศนา กล่ำพินิจ รองผู้จัดการฝ่ายกิจการองค์กร สำนักกิจการและสื่อสารองค์กร สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3, สุชาดา วงษ์โสภา เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์องค์กรและบริหารนักแสดง ช่อง 7HD, วรางค์ จันทรประเสริฐ คัดเตอร์ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน), ณณิญา พรหมเงิน ผู้อำนวยการสายงานละครโทรทัศน์ช่อง 8, ภูษิต ไล้ทอง ที่ปรึกษาฝ่ายผลิต บริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน), ทิพย์สุดา แสงคำผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร ช่องเวิร์คพอยท์ 23 และ กาลเวลาเสาเรือน ผู้ประกาศข่าวช่องเวิร์คพอยท์ 23 เข้าร่วมแถลงข่าวเมื่อวันอังคารที่ 7 กันยายน 2564

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า วันที่ 24 กันยายน ของทุกปี เป็น “วันมหิดล”ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย” โดยตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ทรงทุ่มเทพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชทานพระราชทรัพย์ ในการวางรากฐานพัฒนาการแพทย์และสาธารณสุขไทยให้เจริญก้าวหน้า ทรงเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาศิริราชให้เจริญก้าวหน้ามาถึงปัจจุบัน ทรงเมตตาแก่ผู้ป่วยโดยไม่เลือกฐานะยากดีมีจนให้ได้รับการรักษาอย่างทั่วถึง พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างให้พวกเราดำเนินตามรอยพระราชปณิธาน ทุกปีในวันมหิดล คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ถือเป็นประเพณีปฏิบัติในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมเป็นผู้ “ให้” ด้วยการบริจาคเงินตามรอยพระบาทช่วยผู้ป่วยด้อยโอกาสรพ.ศิริราช

รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์

โดยคณะฯ ได้รับพระกรุณาธิคุณจากศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเป็นประธานจัดงานหารายได้เนื่องใน “วันมหิดล” พร้อมทั้งพระราชทานสัมภาษณ์ในรายการพิเศษเนื่องใน “วันมหิดล” นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แก่คณะกรรมการจัดงานและผู้ป่วยของ รพ.ศิริราชโดยปีนี้กิจกรรมการจัดรายการพิเศษ “วันมหิดล” ภายใต้แนวคิด “ศิริราชร่วมใจ ต้านภัยโควิด 19” การนี้ ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานสัมภาษณ์พร้อมบันทึกแถบวีดิทัศน์ประเด็นสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 ภายใต้แนวคิด “เราจะสู้โควิดไปด้วยกัน”เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ชาวไทยให้ต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งจะออกอากาศรายการพิเศษถ่ายทอดสดไปพร้อมๆ กัน ในวันเสาร์ที่18 กันยายน เวลา 16.00-18.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ททบ.5 และไทยรัฐทีวี, TNN 2  และรับชมรายการพร้อมกัน170 ประเทศทั่วโลก ทาง Thai TV Global Network และยังถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ค TV5HD1, sirirajpr, mahidolday

ด้าน รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการ รพ.ศิริราช ประธานกรรมการขอรับบริจาคเนื่องในวันมหิดล กล่าวว่า การขอรับบริจาคถึงปีนี้เป็นปีที่ 61 แล้ว ซึ่งในปีนี้ เป็นที่ทราบกันว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จึงได้งดกิจกรรมการออกไปรับบริจาคตามสถานที่ต่างๆ และได้ปรับเปลี่ยนเน้นรูปแบบออนไลน์เป็นหลัก ในส่วนของธงที่ระลึกจะจัดส่งให้ทางไปรษณีย์ให้กับผู้บริจาค ซึ่งสีธงจะตรงตามวันที่ 24 กันยายน ของปีนั้นๆ ปีนี้ตรงกับวันศุกร์ ธงเป็น“สีฟ้า”

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา และ ปริศนา กล่ำพินิจ

ทั้งนี้ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวปิดท้ายว่า ยังมีผู้ป่วยด้อยโอกาสมารับบริการเพิ่มมากขึ้นทุกปี แม้ยังอยู่ในสถานการณ์โรคโควิด-19จึงมีความจำเป็นต้องจัดกิจกรรมหารายได้เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเหล่านั้นให้เข้าถึงการรับบริการ และยังคงสานต่อพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนกในการช่วยเหลือผู้ป่วยทุกเศรษฐานะ เพื่อให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงขอเชิญชวน
ให้คนไทยทุกคนมีส่วนร่วมตามรอยพระบาทด้วยการเป็นผู้ “ให้” แก่ผู้ป่วยด้อยโอกาสรพ.ศิริราช เพราะการให้ของทุกท่านเปรียบเสมือนท่านมีส่วนในการรักษาผู้ป่วยเหล่านั้น โดยสามารถบริจาคตามศรัทธา ผ่านทางช่องทางต่างๆ ดังนี้ บริจาคออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์วันมหิดล หากบริจาค 100 บาท ขึ้นไปรับธงวันมหิดล 1 ผืน บริจาค 500 บาท ขึ้นไปรับ WIN Masks 2 ชิ้น (สามารถเลือก Size S, M, L), บริจาคด้วยตนเอง ที่ ศิริราชมูลนิธิ 1) ตึกมหิดลบำเพ็ญ ชั้น 1 รพ.ศิริราช ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-4197658-60, 02-4141414 และ 02-4197688 โทรสาร02-4197687 e-mail : donate_siriraj@hotmail.com line: @sirirajfoundation รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ชั้น 2 โซน B ทุกวัน เวลา 09.00-15.30 น. 3) ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ชั้น G วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.30-15.30 น. และ บริจาคผ่าน Application ธนาคารที่ท่านมีบัญชีเงินฝาก หรือที่ธนาคารทุกสาขาทั่วประเทศ ชื่อบัญชี “ศิรราชมูลนิธิ” (ธงวันมหิดล) ประเภทออมทรัพย์ โดยสแกนผ่าน QR Codeนศพ.อนุวัฒน์ แก่นนาคำนศพ.อนุวัฒน์ แก่นนาคำ

‘รักษ’ ชวนดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ด้วย ‘โยคะ’ ศาสตร์ผสมผสานดั้งเดิมจากอินเดีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601826

‘รักษ’ ชวนดูแลสุขภาพแบบองค์รวม  ด้วย ‘โยคะ’ ศาสตร์ผสมผสานดั้งเดิมจากอินเดีย

‘รักษ’ ชวนดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ด้วย ‘โยคะ’ ศาสตร์ผสมผสานดั้งเดิมจากอินเดีย

วันอังคาร ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

วนมาบรรจบครบปีอีกครั้งกับเดือนกันยายน หรือที่ในหลายประเทศนับให้เป็น “เดือนโยคะแห่งชาติ”(National Yoga Month) ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ.2008 โดยกระทรวงสาธารณสุขของอเมริกา เพื่อให้คนเห็นถึงประโยชน์ต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจจากการฝึกโยคะ อีกทั้งยังสามารถทำการฝึกด้วยตัวเองได้ที่บ้าน จึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายจวบจนปัจจุบัน

“โยคะ” เป็นศาสตร์อายุรเวทโบราณที่ถือกำเนิดในประเทศอินเดียมากว่า 5,000 ปี ที่ยังคงสืบต่อมาจนปัจจุบันและได้รับความนิยมไปทั่วโลกซึ่งเป็นศาสตร์ที่เน้นสร้างความสมดุลแบบองค์รวมทั้งร่างกายและจิตใจ สามารถช่วยกระตุ้นระบบการทำงานของอวัยวะและต่อมต่างๆ ภายในร่างกาย รวมถึงช่วยปรับสมดุล ช่วยสร้างกล้ามเนื้อและฟื้นฟูสภาพร่างกายให้ดีขึ้น พร้อมทั้งช่วยสร้างสมาธิให้มีสติ ช่วยยกระดับจิตใจให้สงบนิ่งและมั่นคง ทั้งนี้ในปัจจุบันได้มีการนำศาสตร์ของการฝึกโยคะมาทำควบคู่กับการดูแลสุขภาพในรูปแบบต่างๆ มากมาย เพื่อช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายมีสุขภาพดียิ่งขึ้น อาทิ การฝึกโยคะควบคู่กับการรักษาด้วยอายุรเวทศาสตร์ อันเป็นภูมิปัญญาการดูแลรักษาร่างกายโดยจะเน้นเรื่องอาหาร การใช้ชีวิต การใช้สมุนไพร ให้สอดคล้องกับธรรมชาติของร่างกายหรือธาตุประจำตัว เพื่อควบคุมความสมดุลและก่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว

ด้วยเหตุนี้ ที่ “รักษ” (RAKxa) ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม แห่งแรกในไทยและภูมิภาคเอเชีย จึงเน้นการฝึกโยคะในรูปแบบผสมผสานควบคู่กับดูแลตนเองด้วยทรีตเมนต์แบบอายุรเวทศาสตร์ร่วมด้วย ซึ่งเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยโดยได้คัดสรรทรีตเมนต์เพื่อรักษาและเพิ่มความสมดุลให้ร่างกาย อาทิElakizhi ทรีตเมนต์ดั้งเดิมแบบอินเดีย คือการประคบด้วยสมุนไพรแบบอายุรเวทที่ใช้การต้มลูกประคบในน้ำมันยา (Medicated oil) เพื่อช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและข้อต่อ ตลอดจนช่วยในผู้มีปัญหาผิวแพ้ง่าย มีผดผื่น, MarmaHealing การนวดด้วยน้ำมันยา (Medicatedoil) และกดจุดตามวิธีการแบบอายุรเวทเริ่มตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นไปถึงศีรษะ (Marma point) ซึ่งเชื่อว่าเป็นการทำให้ช่องพลังงานต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น THALAPOTHICHIL การใช้สมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นพอกบริเวณศีรษะร่วมกับการนวดกดจุดแบบอายุรเวท เพื่อช่วยลดความร้อนบริเวณศีรษะที่เกิดจากความเครียด อีกทั้งยังช่วยให้เส้นผมและหนังศีรษะมีสุขภาพดีนอกจากนี้ ทุกทรีตเมนต์ของศาสตร์อายุรเวทจะใช้สมุนไพรและ Medicated oil ที่แตกต่าง โดยเน้นให้เหมาะกับธาตุประจำตัวของแต่ละบุคคล ดังนั้นเมื่อฝึกโยคะควบคู่กับการทำทรีตเมนต์ต่างๆดังกล่าว ควบคู่กับการรับประทานอาหารที่ดี จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดี ทั้งด้านสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจได้อย่างยั่งยืน

สำหรับในเดือนกันยายน หรือเดือนแห่งโยคะ (National Yoga Month) “รักษ” (RAKxa) จึงอยากเชิญชวนให้ ทุกคนมาฝึกโยคะแบบผสมผสาน เพื่อสุขภาพองค์รวมที่ดี และเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย อาทิ โปรแกรม Wellness workshop Animal Yoga ซึ่งเป็นการฝึกโยคะโดยการเลียนแบบการเคลื่อนไหวร่างกายมาจากสัตว์ชนิดต่างๆ ฯลฯ พร้อมจัด “โปรโมชั่นทรีตเมนต์ 1 แถม 1 ตั้งแต่วันนี้-30 กันยายนนี้ เท่านั้น สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่รักษ 02-0553100 หรือคลิก http://www.rakxawellness.com LINE Official : @rakxawellness และ Instagram : @rakxawellness

‘มูลนิธิมาดามแป้ง-เมืองไทยประกันภัย’ ลุยช่วยคนคลองเตย หนุนศูนย์ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของชุมชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601889

‘มูลนิธิมาดามแป้ง-เมืองไทยประกันภัย’ ลุยช่วยคนคลองเตย หนุนศูนย์ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของชุมชน

‘มูลนิธิมาดามแป้ง-เมืองไทยประกันภัย’ ลุยช่วยคนคลองเตย หนุนศูนย์ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของชุมชน

วันจันทร์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2564, 18.10 น.

13 กันยายน 2564 มูลนิธิมาดามแป้ง จับมือ เมืองไทยประกันภัย ขยายความช่วยเหลือ และให้การสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ชุมชนคลองเตย หรือ CCC- Community Covid -19 Care Center สำหรับการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อกลุ่มสีเขียว-สีเหลือง ขนาด 300 เตียง ที่โกดัง สเตเดียม การท่าเรือแห่งประเทศไทย อย่างเต็มที่และรอบด้าน รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท พร้อมสนับสนุนประกันภัยสำหรับผู้ป่วยที่เข้ารักษาในศูนย์ทุกคน เพื่อช่วยเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความห่วงใย และบรรเทาความเดือดร้อนของสังคมไทย

มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานกรรมการมูลนิธิมาดามแป้ง ในฐานะกรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงการสนับสนุนครั้งนี้ว่า “คลองเตยเป็นชุมชนที่เราผูกพันและรักจากการทำงานด้านกีฬา ทำให้เราได้ทำงานเชิงลึกกับคนในพื้นที่มาต่อเนื่องภายใต้โครงการคลองเตยดีดี ทั้งการจัดตั้งครัวมาดาม #ส่งต่อน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน จนก่อตั้งเป็นมูลนิธิมาดามแป้ง เราก็ไม่เคยห่างหายไปจากพื้นที่นี้ เมื่อเกิดความร่วมมือกันของหลายหน่วยงานตั้งศูนย์ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ชุมชนคลองเตยขึ้น เราก็พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความห่วงใย และบรรเทาความเดือนร้อนของคนในชุมชน พร้อมคืนกำไรทางใจที่เคยได้รับกลับคืนสู่สังคม เพราะการให้ด้วยใจและทำได้จริง ย่อมเกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชน”

สำหรับการสนับสนุนศูนย์ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ชุมชนคลองเตย / CCC- Community Covid -19 Care Center ที่ โกดัง สเตเดียม การท่าเรือแห่งประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิมาดามแป้ง และ เมืองไทยประกันภัย มีดังนี้

1.ลิฟต์ยก จำนวน 2 ตัว เพื่อใช้ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุภายในศูนย์

2.เต๊นท์ขนาดใหญ่สำหรับการคัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อ จำนวน 4 หลัง ใช้สำหรับการตรวจหาเชื้อแบบการใช้ ATK / RT-PCR รวมถึงเป็นจุดวางของและอาหารให้แก่ผู้ป่วย

3.กรมธรรม์ประกันภัยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้แก่กลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาตัวภายในศูนย์ โดยให้ความคุ้มครองวงเงินผลประโยชน์หากอยู่ในภาวะโคม่า (Coma) กรณีติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จำนวน 100,000 บาท ระยะเวลาคุ้มครอง 6 เดือน

4.เครื่องผลิตออกซิเจน ขนาด 5 ลิตร จำนวน 5 เครื่อง แก่สำนักงานเขตคลองเตย เพื่อส่งต่อให้แก่ศูนย์ดูแลผู้ป่วย

5.การปรับปรุงพื้นที่ภายในและภายนอกโดยทีมอาสากล้าใหม่มูลนิธิฯ และสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องใช้จำเป็นในศูนย์ อาทิ ชุดโต๊ะ-เก้าอี้, พัดลมอุตสาหกรรม, ติดฟิล์มกรองแสงลดความร้อนห้องคอนโทรล ฯลฯ

6. หน่วยเคลื่อนที่เร็ว เพื่อแบ่งเบาภาระหน้าที่ของบุคลากร และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในงานรับ-ส่งผู้ป่วย ซึ่งปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมงรอบกรุงเทพฯ ผ่านสายด่วน “มาดามแป้ง เฟรนด์ คลับ” เบอร์ 02-2907979 โดยทีมอาสากล้าใหม่มูลนิธิฯ

มาดามแป้ง กล่าวเพิ่มเติมว่า “ต้องขอขอบคุณสำหรับความไว้วางใจจากหลาย ๆ หน่วยงาน ที่ทำให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งการช่วยเหลือพี่น้องชาวคลองเตยอีกครั้ง และขอเป็นกำลังใจให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ จากโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รวมถึงเหล่าอาสากล้าใหม่ทุกท่าน ที่ทำงานอย่างหนักปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่ย่อท้อ สิ่งใดที่เราจะสนับสนุนเพิ่มเติมได้ เราพร้อมสนับสนุนการทำงานของทุกท่านอย่างเต็มที่ต่อไป”

นอกจากนี้ ทุกท่านยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้ สามารถบริจาคและสมทบทุนได้ที่บัญชี ธนาคารกสิกรไทย บัญชีเลขที่ 092-2-61340-0 ชื่อบัญชี มูลนิธิมาดามแป้ง เพื่อโครงการสร้างสังคมแห่งการให้ หรือร่วมสมัครเป็นทีมอาสากล้าใหม่กับเราได้ที่ http://bitly.ws/dsfM 

-(016)

ยูนิโคล่เปิดตัว LifeWear magazine รับซีซั่น Fall/Winter 2021 #SootinClaimon.Com 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601596

ยูนิโคล่เปิดตัว LifeWear magazine รับซีซั่น Fall/Winter 2021

ยูนิโคล่เปิดตัว LifeWear magazine รับซีซั่น Fall/Winter 2021

วันจันทร์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลก เปิดตัวนิตยสาร LifeWear magazineฉบับประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ปี 2021 เป็นนิตยสารแจกฟรี ที่จะเล่าถึงปรัชญา LifeWear ของยูนิโคล่ ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้นและใช้ชีวิตให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

ธีมครั้งนี้คือ “Neighborhood Living” เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงเพื่อนบ้านรอบตัว ผ่านบทสัมภาษณ์และบทความที่จะทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับพื้นที่อยู่อาศัยที่หล่อหลอมเป็นวิถีชีวิตในแต่ละวัน และยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์ในเชิงบวกระหว่างการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายกับปรัชญา LifeWear

ทาคาฮิโระ คิโนชิตะ (Takahiro Kinoshita) รองประธานและผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของ Fast Retailing Group ตั้งคำถามกับสถานการณ์ปัจจุบันว่า “คิดว่าตอนนี้เราไม่สามารถเดินทางไปที่อื่นสะดวกอย่างที่เคย หรือว่าเป็นโอกาสใหม่ที่จะได้ขยายพื้นที่ของตัวเอง?” ทาคาฮิโระ ได้กล่าวเพิ่มอีกว่า “แน่นอนว่าตอนนี้การเดินทางไปต่างประเทศเป็นเรื่องยาก นักท่องเที่ยวหลายคนสามารถไปท่องเที่ยวได้ทุกมุมโลกผ่านรูปภาพ หรือความทรงจำเก่าๆ ที่มี ถึงอย่างไรตอนนี้เราก็ทำได้แค่อดทน เรายังไม่สามารถเจอเพื่อนใหม่ๆ ที่อื่นได้ แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เราได้กลับมามองถึงพื้นที่ที่เราอยู่อาศัย และสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขกับครอบครัวและเพื่อนๆ ที่อยู่รอบตัวเรามากขึ้น ซึ่งบทความสุดพิเศษในนิตยสาร LifeWear magazine ฉบับนี้จะพูดถึงวิถีชีวิต การแต่งกายของผู้คนในประเทศต่างๆ รวมถึงผู้คนที่เขาเรียกว่า ‘บ้าน’”

คุณแหน : 13 กันยายน 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601594

คุณแหน

คุณแหน : 13 กันยายน 2564

วันจันทร์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll ขอเชิญสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ระลึกจากลายภาพฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี คอลเลคชั่น“สิริศิลปิน ศิลป์เพื่อชีวิต” สมทบทุนมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ สำหรับจัดซื้อยาเวชภัณฑ์เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อช่วยเหลือคนไทยให้ผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน LINE @bhadrafoundation มูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ฯ ร่วมสมทบทุนบริจาคได้ที่ ธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี “สิริศิลปิน ศิลป์เพื่อชีวิต” มูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์เลขที่บัญชี 229-303199-9 ลดหย่อนภาษีได้2 เท่า…

ll ทุกวันจันทร์แฟนๆ แนวหน้าติดตามอ่านคอลัมน์ “มุมมองหมอ” โดยรศ.นพ.ปิยะ เนตรวิเชียร ที่หน้า 2 บอกว่าคุณหมอเขียนวิเคราะห์เจาะลึก ทำให้ได้ความรู้มากมาย อ่านง่ายในยุคที่ต้องรู้เท่าทันโรคโควิด-19…

ll รัสชัย เหรียญพาณิชย์ ฉลองวันเกิดด้วยการบริจาคเงินช่วยคนพิการและช่วยกองทุนครูเกษียณของ รร.กรุงเทพคริสเตียน ด้วยเป็นศิษย์เก่า BCC รุ่น 128…

ll จัดหาทุนให้เยาวชนยากไร้ ด้อยโอกาสได้รับทุนการศึกษาต่อเนื่องมาตลอด ก่อนเกษียณ ก.ย.ปีนี้ สฤษดิ์ วิฑูรย์ ผวจ.อุบลราชธานี และมาดาม ยุพาภร วิฑูรย์ ประธานแม่บ้านมหาดไทย จ.อุบลราชธานี มอบเงินส่วนตัว เกือบ 3 แสนบาท ให้มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน เพื่อให้เด็กๆ ในจังหวัดได้รับทุนการศึกษาเพิ่มเติมอีก 8 คน จนจบชั้นสูงสุด…

ll ส่วน พงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ เพื่อนๆ ฝากแสดงความยินดีที่จะได้เป็นว่าที่ ผวจ.อุบลราชธานี…

ll อนุโมทนาบุญกับ สมควร ไพชยนต์วิจิตร และครอบครัว ที่บริจาคเงิน 10 ล้านบาท เพื่อสมทบทุนโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกส่วนต่อขยาย รพ.จุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย โดยมี ขรรค์ ประจวบเหมาะและ จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รับมอบ…

ll ในภาวะวิกฤตยังมีรอยยิ้มเกิดขึ้นได้อยู่เสมอ ธณพร ตันติยานนท์ แห่งสยามพารากอน ร่วมเป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย เชิญทุกคนมาร่วมสร้างรอยยิ้ม เติมพลังใจ จัดพื้นที่ Siam Paragon Fabulous Flavour Forward ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน รวบรวมร้านขนม อาหารแบรนด์คนไทยส่งต่อความอร่อยให้อิ่มสุขไปด้วยกัน ภายใต้การดำเนินการตามมาตรการสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด โดยจะมีไปจนถึงวันที่ 20 ก.ย….

ll วันเกิดปีนี้ ประภา ปูรณโชติ เดินสายทำบุญเริ่มที่วัดชนะสงคราม และไปปล่อยปลาที่ท่าน้ำวัดเทวราชกุญชร แล้วไปทอดผ้าป่าที่วัดกองแก้วนพคุณ จ.สระแก้ว…

llน้ำกระชายขวดของ องอาจ คล้ามไพบูลย์ ชื่อ CRA-CHAI อร่อย ติดตามดูได้ที่ Line@CRACHAI_FAH Line@CRACHAI_fah

ll หลังจากทำลูกตาลลอยแก้วให้ลูกค้าติดใจมาแล้ว ณัชฐานันท์ “แป้ง” รูปขจรแตกยอดใส่ใจทำทองพับ และน้ำพริกมะม่วงอร่อยเพิ่มในชื่อแบรนด์เดิม “ฉลุยหลังบ้าน”สอบถามได้ที่ ID : @Chaloui.langbann IG&FB :ฉลุยหลังบ้าน โทร.098-5242496…ll

คุณแหน

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดพิกัดร้านอาหาร‘ไทย ซีเล็คท์’ ชวนอิ่มอร่อยสุดพรีเมียมทั้งที่ร้านและที่บ้าน ช่วยร้านอาหารฝ่าวิกฤตโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601591

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดพิกัดร้านอาหาร‘ไทย ซีเล็คท์’ ชวนอิ่มอร่อยสุดพรีเมียมทั้งที่ร้านและที่บ้าน ช่วยร้านอาหารฝ่าวิกฤตโควิด

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดพิกัดร้านอาหาร‘ไทย ซีเล็คท์’ ชวนอิ่มอร่อยสุดพรีเมียมทั้งที่ร้านและที่บ้าน ช่วยร้านอาหารฝ่าวิกฤตโควิด

วันจันทร์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

อย่างที่ทราบกันดีว่า อาหารไทย ถือเป็นอาหารที่มีเสน่ห์และมีชื่อเสียงไปทั่วโลกทั้งด้านรสชาติของอาหารที่เอร็ดอร่อยเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสานความหลากหลายของเมนูทั้งคาว และหวานที่มีมากมายให้ได้ลิ้มลอง ซึ่งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ทำให้ร้านอาหารเหล่านี้ต่างได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง กรมธุรกิจการค้าพาทุกคนไปเปิดพิกัดร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์“ไทย ซีเล็คท์” (Thai SELECT) ที่ได้เข้าร่วมแคมเปญ “DBD ชวน ฟิน กิน Thai SELECT” ที่จัดโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ อันเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการช่วยสนับสนุนร้านอาหารในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ให้มียอดขายเพิ่มขึ้นและก้าวข้ามวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี

เริ่มกันที่ร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ “ไทย ซีเล็คท์ ซิกเนเจอร์” (Thai SELECT SIGNATURE) โดยตราสัญลักษณ์นี้จะมอบให้ร้านอาหารที่ขายอาหารไทยแท้อย่างอาหารไทยโบราณหรืออาหารชาววังที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม พร้อมมีการตกแต่งสวยงามทั้งในอาหารและบรรยากาศของร้าน ตลอดจนการให้บริการที่เป็นเลิศ เช่น บ้านสุริยาศัย ร้านอาหารไทยที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกผสานตัวเรือนไทยเพื่อให้ร่วมสมัยบนถนนสุรวงศ์ เขตบางรัก ที่พร้อมมอบบริการด้วยเมนูอาหารไทยดั้งเดิมตำรับชาววังที่ยังคงเอกลักษณ์และความประณีตไว้อย่างงดงาม

ต่อกันที่ร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ “ไทย ซีเล็คท์ คลาสสิก” (Thai SELECT CLASSIC) โดยตราสัญลักษณ์นี้จะมอบให้ร้านอาหารที่จำหน่ายอาหารไทยต้นตำรับคุณภาพดีเยี่ยมและมีการตกแต่งในอาหารและบรรยากาศของร้านในเกณฑ์คุณภาพดีเยี่ยม เช่น ร้านเลลาว ร้านอาหารไทยอีสานที่มีต้นกำเนิดอยู่ที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ทำอาหารอร่อยเลื่องลือจนต้องยกสาขามาเปิดเอาใจคนเมืองที่กรุงเทพฯ ตรงย่านอารีย์ ร้าน Zaap Classic ร้านอาหารอีสานครบวงจร ที่มีหลากหลายสาขา ครัวอัปษร ร้านอาหารไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องเมนูอาหารไทย และรสชาติที่เป็นต้นตำรับไทย ร้าน Salada Organic Kitchen(ซาลาด้า ออร์แกนิค คิทเช่น)ร้านอาหารสำหรับสายรักสุขภาพ โดยร้านนี้มีจุดเด่นตรงการเลือกใช้วัตถุดิบแบบออร์แกนิคมาเป็นส่วนประกอบหลัก หรือร้านธรรมชาติโอชา ที่ตั้งอยู่ย่านบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ที่โดดเด่นในเรื่องของบรรยากาศร้านที่สวยงามร่มรื่นไปด้วยธรรมชาติรวมถึงเมนูอาหารไทยรสชาติเข้มข้นจัดจ้านหลากหลายเมนู ตลอดจนขนมหวานและเครื่องดื่มสุดอร่อย เป็นต้น

ปิดท้ายกันที่ร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ “ไทย ซีเล็คท์ ยูนีก” (Thai SELECT UNIQUE) โดยตราสัญลักษณ์นี้จะมอบให้ร้านอาหารที่จำหน่ายอาหารไทยต้นตำรับคุณภาพดีเยี่ยม มีการตกแต่งในอาหารและบรรยากาศของร้านเกณฑ์ดีเยี่ยม ตลอดจนส่วนสำคัญ คือ มีรายการอาหารที่อนุรักษ์อัตลักษณ์ท้องถิ่นรวมอยู่ด้วย เช่น บ้านไอซ์ ร้านอาหารปักษ์ใต้เก่าแก่แบบต้นตำรับที่เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆ คนร้านคั่วกลิ้งผักสด ร้านอาหารใต้รสชาติต้นตำรับแบบจัดจ้านพร้อมด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศ ร้านม่านเมือง ร้านอาหารเหนือที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพทั้งในด้านรสชาติและบรรยากาศ ร้านคำพูน ร้านแนวอาหารอีสานที่มีความโดดเด่นเรื่องส้มตำสไตล์อีสานแท้ๆ เป็นต้น

ตลอดทั้งเดือนกันยายน 2564 แคมเปญ “DBD ชวน ฟิน กิน Thai SELECT” แจกส่วนลดสุดพิเศษเมื่อสั่งอาหารกับร้านอาหารไทยซีเล็คท์ที่มีให้เลือกมากมายกว่า 70 ร้าน ผ่านแอปฯ “Robinhood” เพียงพิมพ์รหัส THAISELECT รับส่วนลดค่าอาหารทันที มูลค่า 50 บาท เมื่อสั่งขั้นต่ำ 100 บาท ตลอดจนรับส่วนลดราคาอาหาร On Top 5-20% เฉพาะร้านที่ร่วมรายการเพิ่มเติม ในขณะที่ “Hungry Hub” สามารถสั่งผ่านแอปฯ หรือเลือกรับประทานที่ร้านรับเซตเมนูอาหารสุดพิเศษ สำหรับ 2 คนขึ้นไป ในราคา599 บาท 999 บาท และ 1,499 บาท พร้อมพิมพ์รหัส THAISELECT รับส่วนลดค่าอาหารทันที มูลค่า 100 บาท

แคมเปญโฆษณาจาก Emporio Armani ภายใต้คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2021/22 #SootinClaimon.Com 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601588

แคมเปญโฆษณาจาก Emporio Armani  ภายใต้คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2021/22

แคมเปญโฆษณาจาก Emporio Armani ภายใต้คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2021/22

วันจันทร์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

Emporio Armani แบรนด์แฟชั่นระดับโลกที่อบอวลไปด้วยสไตล์ ตอกย้ำตัวตนอันหลากหลายของแบรนด์ที่ถูกก่อตั้งมากว่า 40 ปี ผ่านโปรเจกท์สุดพิเศษ “itself a container” ที่ถูกป่าวประกาศไปในหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งพิมพ์ไปถึงแคมเปญโฆษณาหรืองานนิทรรศการไปถึงถ้อยแถลง แสดงให้เห็นชัดเจนถึงจิตวิญญาณแห่งความต่อเนื่อง ความหลากหลายและความเป็นหนึ่งเดียว

ด้วยความเชื่อมั่นนี้ แคมเปญโฆษณาตัวใหม่ประจำคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2021/22 จึงไม่ได้ถูกเล่าเรื่องผ่านผู้ส่งสารเพียงผู้เดียว หากแต่ถูกถ่ายทอดผ่านช่างภาพถึง 6 คนซึ่งมีความแตกต่างทางด้านอายุ ต่างมุมมอง และต่างให้นิยามของความงดงามที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งช่างภาพทั้ง 6 คน ได้ตีความและถ่ายทอดเรื่องราวของคอลเลคชั่นตามมุมมองของตัวเอง ภายใต้จิตวิญญาณเดียวกัน นั่นก็คือ Emporio

ช่างภาพแต่ละคนได้ทำการจับภาพโดยโฟกัสที่ตัวบุคคลหรือกลุ่มคน จากภาพสีไปสู่ขาวดำ จากภาพกลางแจ้งธรรมดาไปสู่ภาพในสตูดิโอและบรรยากาศในเมือง นางแบบและนายแบบทุกคนล้วนแล้วแต่มีบุคลิกและสีหน้าที่ชัดเจน โดดเด่นแตกต่างกันไป เมื่อนำทั้งหมดมารวมกันภาพเหล่านี้ได้ร่วมสร้างเรื่องราวพิเศษไม่เหมือนใคร ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้วิธีการที่แตกต่างกัน แต่กลับมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือการเน้นย้ำให้เห็นถึงโครงร่างและดีไซน์ของเสื้อผ้า จิตวิญญาณของคนเมือง และการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นสู่รุ่นอันโดดเด่น

และด้วยแนวคิดนี้เองแคมเปญประจำคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2021/22 จึงเป็นเพียงทีเซอร์ในการบอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพในวงกว้าง ซึ่งจะถูกตีพิมพ์ฉบับเต็มในนิตยสาร Emporio Armani ฉบับนักสะสม ในเดือนกันยายน นี้ ภายใต้บทบรรณาธิการฉลองครบรอบ 40 ปีของแบรนด์

แฟนพันธุ์แท้เมืองไทย ตามไปอัพเดทคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว 2021/22 จาก Emporio Armani ได้ที่ ดิ เอ็มควอเทียร์ชั้น G เซ็นทรัล ชิดลม ชั้น 4 Line : @Emporioarmani_th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-0212199