ประชุม “พลังประชารัฐ” ลุ้นปรับโครงสร้างพรรค 15กันยายนนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483395

ประชุม “พลังประชารัฐ” ลุ้นปรับโครงสร้างพรรค 15กันยายนนี้

13 ก.ย. 2564

พรรค “พลังประชารัฐ” นัดประชุม ส.ส. 15 กันยายนนี้ พลเอกประวิตร ไม่ลาออกจากหัวหน้าพรรค ธรรมนัส ถูกแขวนคาโครงสร้างทางการเมือง

ประชุม "พลังประชารัฐ" ลุ้นปรับโครงสร้างพรรค 15กันยายนนี้ประชุม “พลังประชารัฐ” ลุ้นปรับโครงสร้างพรรค 15กันยายนนี้

พรรคพลังประชารัฐแจ้งว่าจะมีการประชุมส.ส.เวลา 09.00 น. วันที่15 ก.ย. นี้ที่ชั้น 6 ห้องพรรคพลังประชารัฐ อาคารรัฐสภา โดยพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคจะเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคยืนยัน ว่า พล.อ.ประวิตร จะไม่ลาออก ทำให้ไม่มีการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคใดๆ หมายความว่า ทุกอย่างก็นิ่ง พล.อ.ประวิตรยังเป็นผู้นำทัพพลังประชารัฐในการเลือกตั้งครั้งหน้า 
ทุกอย่างนิ่งจริงอย่างที่ไพบูลย์ว่าจริงหรือไม่ หลายคนคงมีคำถามว่าจะนิ่งได้อย่างไร ในเมื่อ เลขาธิการฯและเหรัญญิกของพรรคถูกปลดพ้นเก้าอี้รัฐมนตรี ธรรมชาติของนักการเมือง เมื่อเก้าอี้รัฐมนตรีว่างลงความเคลื่อนไหวต่อรอง ไม่ต่างจากฝูงแร้ง 
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

-อย่าประมาท “3ป” สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นความจริง

-“โหวตวาระ3” หักปากกาเซียน แก้ไข รธน. เลือกตั้งบัตร2ใบผ่านฉลุย

“แก้รัฐธรรมนูญ” สุดท้ายอาจจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ

ประชุม "พลังประชารัฐ" ลุ้นปรับโครงสร้างพรรค 15กันยายนนี้ประชุม “พลังประชารัฐ” ลุ้นปรับโครงสร้างพรรค 15กันยายนนี้

ระหว่างลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยที่จังหวัดสมุทรปราการ พลเอกประยุทธ์ กล่าวฝากไปถึงผู้ว่าฯและทุกกระทรวง ให้ดูแลปัญหาที่นำเสนอมาโดย ส.ส.ซึ่งอยู่ในคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน เพราะเป็นคำตอบให้กับประชาชนในพื้นที่ หากฟังกันให้ดีๆ เราเคยได้ยินข้อเรียกร้องแบบนี้ จากอดีตรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคาดการณ์ว่ารัฐบาลจะยุบสภา ให้เลือกตั้งใหม่ต้นปี 2565 เพราะต้องขยายเพดานกู้ให้เกิน60% เนื่องจากไม่มีเงินใช้ การกู้เงินต้อง
เสนอเป็นพ.ร.ก. และต้องให้สภาเห็นชอบ นี่อาจสบช่องให้กลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส ใช้โอกาศ ที่มีเสียงส.ส.ในมือ 40คน โหวตคว่ำ กฏหมายทำให้พลเอกประยุทธ์ต้องแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการลาออกหรือยุบสภา  
 

รัฐธรรมนูญ กำหนดให้สส.ต้องสังกัดพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วันในขณะที่การยุบสภาผู้แทนราษฎรให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา ซึ่งต้องกำหนดวันเลือกตั้งใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปภายใน60วันการที่พลเอกประวิตร ยังยืนยันในทำนองหัวหกก้นขวิดกับพลเอกประยุทธ์ 
นั่นหมายความว่า สถานะของร้อยเอกธรรมนัสและพวก อยู่ในกำมือของพรรคพลังประชารัฐ หากคิดจะย้ายออกไปต้องใช้มติพรรคขับออก จึงจะย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ได้  เลขาธิการพรรคการเมืองใหญ่ตกอยู่ใน สภาพถูกดองเค็มไม่จากสส.งูเห่าฝ่ายค้าน  ในขณะที่ วาระรัฐบาลอยู่อีกปีกว่า ถ้าร.อ.ธรรมนัสจะกลับมา แวดวงมายามีสะเทือน 

เยือนถิ่นนันทิดา “บิ๊กตู่” ใกล้ชิด ส.ส. โชว์คุมพรรคเอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483338

เยือนถิ่นนันทิดา “บิ๊กตู่” ใกล้ชิด ส.ส. โชว์คุมพรรคเอง

12 ก.ย. 2564

ย่างก้าวใหม่ “บิ๊กตู่” นำร่องปากน้ำ เยือนบ้านใหญ่อัศวเหม ปรับกลยุทธ์ดีล ส.ส.ทุกซุ้ม เรียกความเป็นเอกภาพของพลังประชารัฐ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

นี่คือย่างก้าวใหม่ของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการเข้ามาใกล้ชิด ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ มากขึ้น โดยเลือกพื้นที่ปากน้ำ ที่มั่นของตระกูล “อัศวเหม”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นับแต่เกิดธรรมนัสเอฟเฟกต์ภายในพลังประชารัฐ “บิ๊กตู่” ได้รับปากแกนนำพรรคบางกลุ่มว่า จะขอดีลกับ ส.ส.โดยตรง ลดช่องว่างระหว่างนายกรัฐมนตรี กับตัวแทนประชาชน

ชั่วโมงนี้ “บิ๊กตู่” ได้มอบให้สันติ พร้อมพัฒน์, สุชาติ ชมกลิ่น, วิรัช รัตนเศรษฐ์ และกลุ่มสามมิตร ช่วยกันดูแล ส.ส.ให้ทั่วถึง

วันที่ 12 ก.ย.2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปตรวจราชการที่ จ.สมุทรปราการ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ และตรวจความพร้อมแผนป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง

น่าสังเกตว่าคณะผู้ติดตาม ประกอบด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

ด้านฝ่ายต้อนรับ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ มาเกือบครบทีม นำโดย อัครวัฒน์ อัศวเหม, กรุงศรีวิไล สุทินเผือก, อัครวัฒน์ อัศวเหม, ฐาปกรณ์ กุลเจริญ, ยงยุทธ สุวรรณบุตร และไพลิน เทียนสุวรรณ พร้อมด้วยนันทิดา แก้วบัวสาย นายก อบจ.สมุทรปราการ และทีมงานสภา อบจ.สุมทรปราการ

‘ตู่อยู่ไหน’

เมื่อ “บิ๊กตู่” มาเจอ “นายกฯตู่” ย่อมมีสีสันเป็นธรรมดา ทุกสำนักข่าวต่างจับประเด็นนี้เป็นข่าวพาดหัว เนื่องจากนายก อบจ.สมุทรปราการ เจอดราม่า “ตู่หายไปไหน” ในโซเชียลมาหลายรอบแล้ว

พลันที่ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี เดินทางไปถึงปากน้ำ จึงได้ถามหา นันทิดา แก้วบัวสาย นายกอบจ.สมุทรปราการ ว่า ไปไหน ขอให้ดูแลประชาชนนะจ๊ะ โดยต้องเร่งสร้างองค์ความรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่

“บิ๊กตู่” ได้ชื่อว่าเป็นผู้ติดตามกระแสข่าวในโซเชียลทุกเรื่อง ย่อมไม่พลาดกรณีดราม่า “นายกฯตู่” จึงเอ่ยปากทักถามก่อนคนอื่น โดยตัวนายกฯตู่นั้น ยืนรอต้อนรับอยู่ด้านหลังแถว ส.ส.ค่ายอัศวเหม

นอกจากนี้ “บิ๊กตู่” ยังพูดกับ ส.ส.สมุทรปราการว่า “สำคัญที่เราเป็น ส.ส. ไม่ใช่ว่าจะให้เฉพาะความต้องการเขาอย่างเดียว จะต้องให้หลักคิดกับเขาด้วย ว่าหากต้องการอย่างนี้ จะต้องทำอย่างไร ส่วนโครงการต่างๆก็เป็นเรื่องที่ต้องเสนอเข้ามาในรัฐบาล”

‘บ้านใหญ่ปากน้ำ’

การเลือกตั้งปี 2562 ตระกูล “อัศวเหม” หรือบ้านใหญ่ปากน้ำ ได้เข้ามาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ชู “บิ๊กตู่” เป็นนายกรัฐมนตรี โดย อัครวัฒน์ อัศวเหม หลานชายของวัฒนา อัศวเหม เป็นหัวหน้าทีม

ทีมพลังประชารัฐปากน้ำ ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย ได้ ส.ส. 6 คน ในจำนวน ส.ส.ทั้งหมด 7 คน แต่ทีมอัศวเหม ก็ไม่ได้ต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีเหมือนกลุ่มอื่นๆ

ส.ส.สมุทรปราการ พลังประชารัฐ แยกออกเป็น 2 ทีมคือ ทีมอัศวเหม และทีมบ้านป่ารอยต่อ

ทีมบ้านใหญ่อัศวเหม ประกอบด้วยเขต 1 อัครวัฒน์ อัศวเหม ,เขต 2 ยงยุทธ สุวรรณบุตร ,เขต 3 ภริม พูลเจริญ, เขต 5 กรุงศรีวิไล สุทินเผือก และเขต 6 ฐาปกรณ์ กุลเจริญ

ส่วนเขต 7 (อ.พระสมุทรเจดีย์) ไพลิน เทียนสุวรรณ สายตรง “เสธ.อ้น” บ้านป่ารอยต่อ โดยตระกูลเทียนสุวรรณ ของสมัคร เทียนสุวรรณ บริษัท เทียนทองขนส่ง จำกัด ได้ยึดครองพื้นที่การเมืองท้องถิ่น อ.พระสุมทรเจดีย์ มานานกว่า 50 ปีแล้ว

“ไพลิน” อดีต ส.อบจ.สมุทรปราการ เขต อ.พระสมุทรเจดีย์ เธอเอาชนะนันทวรรณ ประสพดี ภรรยาของประชา ประสพดี อดีตรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ด้วยกระแส “บิ๊กตู่”

นอกจากการเมืองระดับชาติ ตระกูลอัศวเหม ยังยึดครองสนามการเมืองท้องถิ่น โดย “ตู่” นันทิดา แก้วบัวสาย เป็นนายก อบจ.สมุทรปราการ และประภาพร อัศวเหม ภรรยาของพูลผล อัศวเหม เป็นนายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ

ความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐครั้งล่าสุด บ้านใหญ่อัศวเหมได้แสดงจุดยืนอยู่ข้าง “บิ๊กตู่” ฉะนั้น สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน จึงเลือกพื้นที่ปากน้ำให้นายกฯ ลงพื้นที่พบประชาชน และให้กำลังใจ ส.ส.ทั้ง 6 คน

ทำความรู้จัก “คนรุ่นใหม่”เจ้าของไอเดียเครื่องมือต้านโกง ผู้ใหญ่ต้องอึ้ง #SootinClaimon.Com 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483301

ทำความรู้จัก “คนรุ่นใหม่”เจ้าของไอเดียเครื่องมือต้านโกง ผู้ใหญ่ต้องอึ้ง 

12 ก.ย. 2564

รายงานพิเศษ : เผยโฉม”คนรุ่นใหม่” กับเบื้องหลังแนวคิดพัฒนาเครื่องมือตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นชนิดที่หลายคนต้องอึ้ง นับเป็นเรื่องน่ายินดีกับการสร้างชาติไทยไร้คอร์รัปชั่น ไปด้วยกัน

งานวันต่อต้านคอร์รัปชัน เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งทางองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT และเครือข่าย ร่วมจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “คบเด็กสร้างชาติ” ในรูปแบบ Virtual Event ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน 

ทำความรู้จัก "คนรุ่นใหม่"เจ้าของไอเดียเครื่องมือต้านโกง ผู้ใหญ่ต้องอึ้ง ทำความรู้จัก “คนรุ่นใหม่”เจ้าของไอเดียเครื่องมือต้านโกง ผู้ใหญ่ต้องอึ้ง 

ภายในงานนี้ได้เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ผู้เข้าแข่งขันเข้ารอบ 5 ทีมสุดท้าย ของกิจกรรม ACTkathon: Anti-Corruption VIRTUAL HACKATHON 2021 “พลิกเกมโกงให้อยู่หมัด สร้างไอเดียรัฐเปิดเผย” ร่วมนำเสนอไอเดียเครื่องมือ และสะท้อนมุมมองถึงปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน  ความตั้งใจในการสร้างชาติในฐานะคนรุ่นใหม่ 


ทำความรู้จัก "คนรุ่นใหม่"เจ้าของไอเดียเครื่องมือต้านโกง ผู้ใหญ่ต้องอึ้ง ทำความรู้จัก “คนรุ่นใหม่”เจ้าของไอเดียเครื่องมือต้านโกง ผู้ใหญ่ต้องอึ้ง 

ชานนท์ ไตรสิงห์ (โจ๊ก) ตัวแทนทีม Voice of Change : ระบบร้องเรียนในระดับองค์กร แพลตฟอร์มที่รับเรื่องและรวบรวมข้อมูลคัดกรองเบื้องต้นเพื่อนำ ไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น


ชานนท์ กล่าวเปรียบเทียบแพลตฟอร์มของพวกเขาเหมือนวัคซีน การทุจริตเป็นไวรัส และประเทศชาติเสมือนร่างกาย เพราะฉะนั้นหน้าที่ของวัคซีนไม่ได้มีหน้าที่กำจัดตัวไวรัส  แต่เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแกร่ง ต่อสู้กับไวรัส ไม่ให้เกิดผลเสียต่อร่างกายเรา

เช่นเดียวกับ แพลตฟอร์มที่สร้างขึ้น ไม่ได้มีหน้าที่ไปตัดสินว่าใครผิดใครถูก ไม่สามารถทำให้การทุจริตหายไปได้หมดก็จริง  แต่ตัวแพลตฟอร์มนี้จะช่วยรวบรวม ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ทำให้การทุจริตทำได้ยากขึ้น ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย คือ ความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆ ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการใช้แพลตฟอร์มตรงนี้ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

“แพลตฟอร์มของเราเป็นเหมือนวัคซีน การทุจริตเหมือนไวรัส ประเทศชาติเหมือนร่างกาย วัคซีนไม่ได้มีเพื่อกำจัดไวรัสแต่เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เรา ซึ่งความคาดหวังของผมในอนาคต ก็อยากให้แพลตฟอร์มเหล่านี้ เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆที่สามารถใช้งานได้จริง แล้วค่อยแพร่ขยายออกไป เหมือนเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในการต่อสู้กับการทุจริต เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง”

ทำความรู้จัก "คนรุ่นใหม่"เจ้าของไอเดียเครื่องมือต้านโกง ผู้ใหญ่ต้องอึ้ง ทำความรู้จัก “คนรุ่นใหม่”เจ้าของไอเดียเครื่องมือต้านโกง ผู้ใหญ่ต้องอึ้ง 
 

กษิมาภรณ์ ชุ่มใจ (กัล) ตัวแทนทีม Blocklander : แก้ปัญหารุกล้ำ พื้นที่ป่าสงวน ไอเดียการใช้ “แผนที่รวมศูนย์ (Centralized Map)” รวบรวมแผนที่ ภาพถ่ายดาวเทียม ใช้เทคโนโลยี Building Detect ตรวจจับสิ่งก่อสร้างจากภาพถ่ายดาวเทียม

กษิมาภรณ์ กล่าวว่า ทุกวันนี้หลายคนมีความคิดว่าคอร์รัปชันเป็นปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ เพราะเป็นปัญหาที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานาน พวกตนก็เป็นส่วนหนึ่งของคนรุ่นใหม่ที่เคยมีความคิดนี้เช่นกัน แต่เมื่อได้เข้าร่วมแข่งขัน ACTkathon: Anti-Corruption VIRTUAL HACKATHON 2021 แล้ว พบว่ามีคนจำนวนหนึ่งที่มีความสนใจปัญหานี้ และจากการพูดคุยต่อยอดกับทางทีม ACT ที่รับปากว่าจะสนับสนุนพัฒนาไอเดียของทีมให้เกิดขึ้นได้จริงในอนาคต  ก็รู้สึกมีความหวังว่า มีความเป็นไปได้ที่สังคมไทยเราจะไร้คอร์รัปชันได้

“สิ่งที่คาดหวังจากกระบวนการต้านโกงในอนาคต คือ อยากให้มีการตรวจสอบและลงโทษคนที่โกง คอร์รัปชันจริงๆ ให้เห็นว่ามันมีผลลัพธ์เกิดขึ้น เพื่อกระตุ้นให้สังคมขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะหนึ่งความคิดที่อยากจะเปลี่ยนแปลง ถ้านำมารวมกันหลายความคิด ก็จะเกิดเป็นพลัง ขับเคลื่อนให้สังคมไทยไร้คอร์รัปชันได้จริง”

วรพัชชา บุญมี (หลุย) ตัวแทนทีม PICA :  เรดาห์จับโกง  แอปพลิเคชันร้องเรียนที่เปิดให้คนทั่วไปช่วยจับโกงผ่านเทคโนโลยีที่มีอยู่ในมือ และแชร์ต่อได้

ทำความรู้จัก "คนรุ่นใหม่"เจ้าของไอเดียเครื่องมือต้านโกง ผู้ใหญ่ต้องอึ้ง ทำความรู้จัก “คนรุ่นใหม่”เจ้าของไอเดียเครื่องมือต้านโกง ผู้ใหญ่ต้องอึ้ง 

วรพัชชา กล่าวว่า ปัญหาคอร์รัปชันของประเทศไทยมีมานานและฝังรากลึก  แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่แค่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือคนใดคนหนึ่งจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เอง เพราะฉะนั้น หัวใจสำคัญของกระบวนการต้านโกง ในมุมมองของพวกเรา จึงไม่ได้คาดหวังว่า จะต้องมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอะไร แต่ว่าเราคาดหวังว่าเทคโลโลยีที่เอาเข้ามาใช้ จะต้องเข้าถึงง่าย จูงใจให้คนอยากเข้ามามีส่วนร่วม  เพื่อสร้างความเชื่อที่ว่า การต่อต้านคอร์รัปชันเป็นหน้าที่ที่ทุกคนต้องทำ ดังนั้นอยากเชิญชวนคนรุ่นใหม่ และคนรุ่นใหญ่ไฟแรง ที่อยากเห็นสังคมไทยไร้คอร์รัปชันทุกคนว่า ขอให้เชื่อมั่นว่า ทุกคนไม่ได้อยู่คนเดียว ตัวพวกเราทีม PICA และเพื่อนๆอีก 4 ทีม รวมถึงผู้ใหญ่จากหลายๆองค์กรก็ได้ให้คำมั่นสัญญาว่า เราจะร่วมสู้ไปด้วยกัน 
 


“เพราะพวกเราเชื่ออย่างหนักแน่นว่า แรงกระเพื่อมเพียงเล็กๆจากสองมือของคนทุกคน ถ้ามันถูกส่งไปยังจุดเดียวกัน ด้วยการปักธงเป้าหมายเดียวกัน สร้างเป็นเครือข่ายของคนที่รักความโปร่งใส ไม่ยินยอมที่จะจมอยู่กับปัญหาเดิมๆ ขอให้ลุกขึ้นมาต้านโกงด้วยกัน สร้างสังคมที่ไร้การเอารัดเอาเปรียบ การรวมพลังนี้ก็จะต้องชนะเหล่าคนโกงอย่างแน่นอน แล้วก็พาประเทศไทยไปให้ไกลกว่านี้กัน”

ทำความรู้จัก "คนรุ่นใหม่"เจ้าของไอเดียเครื่องมือต้านโกง ผู้ใหญ่ต้องอึ้ง ทำความรู้จัก “คนรุ่นใหม่”เจ้าของไอเดียเครื่องมือต้านโกง ผู้ใหญ่ต้องอึ้ง 

ศุภฤกษ์ พิสิฐศุภกานต์ (จัมพ์) ตัวแทนทีม Corruption Analysis กินยกแก็ง : แพลตฟอร์มต้านโกงซึ่งใช้พลังของ data มาช่วยในการ identify ปัญหาและเรื่องราวต่างๆ โดยทำการวิเคราะห์ข้อมูลผ่าน 3 ตัวละครหลัก ได้แก่ นักการเมือง ญาตินักการเมือง และนักธุรกิจ

ศุภฤกษ์ กล่าวว่า แพลตฟอร์ม กินยกแก๊ง เริ่มจากความคิดว่า คอนเน็กชัน ที่ดูเป็นคำธรรมดาในสังคมไทย แต่ถ้าคอนเน็กชันนั้นอยู่บนผลประโยชน์จากภาษีของประชาชน ก็จะนำไปสู่เป็นการใช้เงินภาษีที่ไม่มีประสิทธิภาพโดยส่วนตัวค่อนข้างเชื่อว่าทุกคนในประเทศอยากเห็นประเทศดีขึ้นทั้งนั้น ดังนั้น อยากจะเชิญชวนทุกคนให้ออกมาทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด และมีส่วนช่วยอะไรบางอย่างให้กับสังคมไม่ว่าจะเรื่องเล็กน้อยหรือใหญ่โตก็ตาม ที่สำคัญต้องไม่เพิกเฉย ท้อถอย ยอมแพ้กับการคอร์รัปชันก่อน 

“แค่เราอย่าไปยอมว่า ฉันโดนคอร์รัปชัน  แล้วก็จะปล่อยมันผ่านไป เราแค่ออกมาแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือทำอะไรบางอย่าง เพื่อสะท้อนว่า เราไม่ได้เป็นผู้ถูกกระทำอย่างเดียว  ผมก็คิดว่ามันน่าจะช่วยได้ ไม่มากก็น้อยแน่นอน”

ทำความรู้จัก "คนรุ่นใหม่"เจ้าของไอเดียเครื่องมือต้านโกง ผู้ใหญ่ต้องอึ้ง ทำความรู้จัก “คนรุ่นใหม่”เจ้าของไอเดียเครื่องมือต้านโกง ผู้ใหญ่ต้องอึ้ง 

ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ (มิกกี้)  ตัวแทนทีมขิงบ้านเรา : รู้จักชุมชนของเราให้ดีกว่าที่เคย แพลตฟอร์มเน้นไปที่การตรวจสอบการใช้งบประมาณของท้องถิ่น โดยพัฒนาแพลตฟอร์มต่อยอดแอปพลิเคชั่น ACT Ai ทำให้การนำเสนอข้อมูลของงบประมาณท้องถิ่นเข้าใจง่าย เพื่อให้คนช่วยกันติดตามการใช้งบประมาณอย่าง มีเป้าหมายหลักอยู่ที่การ “ให้คนในชุมชนรู้จักชุมชนของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น

ยุทธนา กล่าวว่า  เชื่อว่าประเทศไทยสามารถเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วได้   อย่างน้อยก็ในช่วงชีวิตของตน ซึ่งตนอยากส่งต่อประเทศไทยที่น่าอยู่ให้กับคนรุ่นหลัง เพราะโดยส่วนตัวยังมีความหวังกับประเทศนี้อยู่ จึงอยากมีส่วนร่วมที่จะทำให้ประเทศนี้ดีขึ้น โดยเชื่อว่าปัญหาหนึ่งปัญหาเราสามารถหาทางออกได้หลายวิธี อย่างเช่นปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน  เราก็ได้ไอเดียปราบโกงแล้วอย่างน้อย 20 ไอเดีย จากเวที ACTkathon: Anti-Corruption VIRTUAL HACKATHON 2021 

ทำความรู้จัก "คนรุ่นใหม่"เจ้าของไอเดียเครื่องมือต้านโกง ผู้ใหญ่ต้องอึ้ง ทำความรู้จัก “คนรุ่นใหม่”เจ้าของไอเดียเครื่องมือต้านโกง ผู้ใหญ่ต้องอึ้ง 


“ เพราะว่าเรากำลังต่อสู้กับปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งมันเป็นสงครามระยะยาว และเราก็ทำกันแค่ไม่กี่คน แค่นี้ไม่ได้ด้วย ผมอยากให้ทุกท่านร่วมสนับสนุนพวกเราทุกๆทีม หวังว่าในอนาคตจะได้เห็นโครงการแบบนี้อีกและก็หวังว่าทุกโครงการจะได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องด้วย เพราะว่าปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน มันเป็นเรื่องของพวกเราทุกคน”

ทำความรู้จัก "คนรุ่นใหม่"เจ้าของไอเดียเครื่องมือต้านโกง ผู้ใหญ่ต้องอึ้ง ทำความรู้จัก “คนรุ่นใหม่”เจ้าของไอเดียเครื่องมือต้านโกง ผู้ใหญ่ต้องอึ้ง 


เป็นเสียงสะท้อนและความมุ่งมั่นของคนรุ่นใหม่บางส่วน ที่ต้องการสร้างชาติไทยไร้คอร์รัปชัน ซึ่งจะกลายเป็นจริงไม่ได้หากขาดความร่วมมือผสานพลังของทุกฝ่าย รวมทั้ง คนรุ่นใหญ่ หรือ ผู้ใหญ่ ที่จะมาร่วมมือ ร่วมคบเด็กสร้างชาติไปด้วยกัน

พี่น้อง 3 ป.ป่วน “ทักษิณ” สบช่อง 2 ใบทวงคืนอำนาจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483303

พี่น้อง 3 ป.ป่วน “ทักษิณ” สบช่อง 2 ใบทวงคืนอำนาจ

12 ก.ย. 2564

3ป.ปริร้าว พปชร.ใกล้วงแตก “ทักษิณ” ยิ้มร่า เลือกตั้งบัตร 2 ใบ กำชัยเด็ดขาด วาดฝันกลับไทยแบบเท่ๆ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

พลันที่รัฐสภาเห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องระบบเลือกตั้ง จากบัตรใบเดียวเป็น “บัตร 2 ใบ” ทุกสำนักข่าววิเคราะห์ตรงกันว่า “ทักษิณ ชินวัตร” ได้กลับบ้านแน่นอน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักการเมืองรุ่นเก๋าต่างรู้ว่า ระบบเลือกตั้งคล้ายรัฐธรรมนูญ 2540 ใช้บัตร 2 ใบ เป็นเกมถนัดของ “ทักษิณ” ซึ่งผ่านการเลือกตั้งสูตรนี้มา 4 ครั้ง เครือข่ายทักษิณได้จัดตั้งรัฐบาลทุกครั้ง

ยิ่งพี่น้อง “3ป.” มีรอยร้าว กรณีปลด 2 ช. ยิ่งทำให้พลังประชารัฐปั่นป่วน ส่ออาการพรรคแตก พรรคเครือข่ายของ “ทักษิณ” จึงเป็นต่อหลายช่วงตัว

หลายคนจึงกังขา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่รู้เลยหรือว่า แก้ระบบเลือกตั้งเข้าทาง “ทักษิณ”

หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตัดสินใจยุบสภาในเร็ววันนี้ ก็ใช้กติกาเลือกตั้งเดิม เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญระบบเลือกตั้ง ต้องรอการทำกฎหมายลูกอีกหลายเดือน

ในสถานการณ์วันนี้ พลังประชารัฐก็พ่ายเพื่อไทยอยู่ดี เพราะสถานการณ์ “ขาลง” ของ พล.อ.ประยุทธ์ ฉุดรั้งให้ความนิยมของพลังประชารัฐตกต่ำลงไปด้วย

‘ปิดฉาก 3ป.’

แม้ผลสำรวจความเห็นประชาชนของนิด้าโพลล์ จะเชื่อว่า “3ป.” น่าจะมีบทการในการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่ “ทักษิณ” กลับมองว่า “3ป.” คงได้เวลากลับบ้านพักผ่อน

อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญ 2560 ได้กำหนดให้ ส.ว. 250 คน ยังมีส่วนร่วมในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และนี่คืออุปสรรคสำคัญของเครือข่าย “ทักษิณ”

วงจรการเมืองไทย วนเวียนอยู่กับการรัฐประหารสลับกับเลือกตั้งมาเป็นระยะๆ ช่วง 3 ทศวรรษมานี้ คณะทหารมิอาจรักษาอำนาจไว้ได้นานเหมือนยุคจอมพลถนอม จึงต้องเปิดทางให้มีการเลือกตั้งทั่วไป

คณะทหารต้องพึ่งพา “นักเลือกตั้ง” ตั้งพรรคเฉพาะกิจเพื่อการสืบทอดอำนาจ ฉะนั้น นักการเมืองไทยจึงคุ้นเคยกับคณะทหารเป็นอย่างดี

ดังที่รู้กันว่า กลุ่มพี่น้อง 3ป. ที่ยืนยงอยู่ในอำนาจการเมือง ทั้งสมัยรัฐบาลสมัคร ,รัฐบาลอภิสิทธิ์ ,รัฐบาลยิ่งลักษณ์ และรัฐบาลประยุทธ์ 2 ก็เพราะบทบาทของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ได้ฉายา “มิสเตอร์ดีล”

ก่อนหน้านั้น “บิ๊กป้อม” มีตัวช่วยอีกคนคือ “บิ๊กกี่” พล.อ.นพดล อินทปัญญา เพื่อนรักร่วมรุ่น ตท.6 ซึ่ง “บิ๊กกี่” มีคอนเนคชั่นที่ไม่ธรรมดา และรู้จักนักการเมืองค่าย “ทักษิณ” ทุกคน

“บิ๊กป้อม” รู้ดีว่า เวลาของ “ประยุทธ์” ใกล้หมดลงแล้ว จึงมอบให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นตัวช่วยในภารกิจ “ดีลการเมือง” หลังเลือกตั้งทั่วไปสมัยหน้า เพราะธรรมนัสยังมีเยื่อใยไมตรีกับคนแดนไกล

บังเอิญ ผลพวงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ “ธรรมนัส” แตกหัก “บิ๊กตู่” เลยส่งผลให้ภารกิจของ “บิ๊กป้อม” สะดุด และยังหาทางออกของเรื่องนี้ไม่ได้

‘ยุคป่ารอยต่อ’

“ทักษิณ” รู้ดีว่า ส.ว. 250 คน อยู่ในมือของ “3 ป.” ดังนั้น การที่พรรคเพื่อไทย จะกลับมาจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างราบรื่น ก็ต้องหา “จุดเชื่อมต่อ” ไปยังสภาสูง ซึ่งบุคคลผู้นั้นจะเป็นใครไม่ได้ หากไม่ใช่ “บิ๊กป้อม”

จะว่าไปแล้ว “ทักษิณ” อาจไม่สนิทชิดเชื้อกับ “บิ๊กป้อม” แต่ตัวเขาสนิทกับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ มากกว่า และวันนี้ “พัชรวาท” ก็ยังตั้งกลุ่มก๊วนอยู่ในสภาสูง

ปี 2547 “บิ๊กป้อม” ขยับเข้าสู่ตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ทบ. ในยุคที่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร เป็น ผบ.ทบ. โดยลึกๆแล้ว “คุณหญิงอ้อ” คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ก็มีบทบาทสนับสนุนอยู่ไม่น้อยเลย ก่อนที่ “บิ๊กเหวียง” พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร รัฐมนตรีกลาโหม จะชงให้เป็น ผบ.ทบ.

ในวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังจะต้องลงจากหลังเสือ “บิ๊กป้อม” จึงสร้างเครือข่าย “บ้านป่ารอยต่อ” ขึ้นมาแทน ด้วยความเป็น “มิสเตอร์ดีล” ที่รู้จักนักการเมืองทุกพรรค

สงครามยังไม่จบ “ป.ประยุทธ์” อย่าเพิ่งนับศพ 2 รมช. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483273

สงครามยังไม่จบ “ป.ประยุทธ์” อย่าเพิ่งนับศพ 2 รมช.

12 ก.ย. 2564

การที่ “ป.ประยุทธ์” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจ นายกฯ ปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ออกจากตำแหน่งรมช.เป็นการใช้อำนาจที่ไม่เกิดประโยชน์อะไร กลับกันรังแต่จะมีโทษทางการเมืองที่จะติดตามมา

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ก็เพราะว่าพลันที่ ร.อ.ธรรมนัส รับทราบ เจ้าตัวได้ประกาศเดินคนละทางกับพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อย่าลืมว่า ร.อ.ธรรมนัส ไม่ได้เป็นแค่รมช.เกษตรฯเท่านั้น แต่ยังมีสถานะเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พรรคแกนนำรัฐบาลและเป็นพรรคการเมืองที่สนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ไปหักหลังด้วยการปลด ร.อ.ธรรมนัส เพื่อแก้แค้นที่ ร.อ.ธรรมนัส กับพวกวางแผนล้มพล.อ.ประยุทธ์ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจสำเร็จก็ตาม แต่มันทำให้เกิดรอยร้าวขึ้นระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ กับพล.อ.ประวิตร ด้วย

อย่าลืมเช่นเดียวกันว่า ร.อ.ธรรมนัส เป็นเลขาธิการพรรคพปชร. ที่มีพล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรค เสมือนเป็นมือขวา ส่วน นฤมล เป็นเหรัญญิกพรรค เสมือนเป็นมือซ้าย

นฤมล ภิญโญสินวัฒน์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์

การที่ น้องป.ประยุทธ์ มาตัดแขนซ้าย แขนขวา ของ พี่ป.ป้อม นั้น นักเลงเขาไม่ทำกัน นี่ย่อมจะสร้างรอยร้าวให้เกิดอย่างไม่ต้องสงสัย

เมื่อเกมแก้แค้นและหักหลังเดินมาถึงจุด ที่ร่วมทางกันไม่ได้ ระหว่างพรรคพลังประชารัฐและรัฐบาล ถามว่าสถานะของรัฐบาลที่ต้องพึงพาอาศัยเสียงสนับสนุนจากพปชร.จะเป็นเช่นใด

พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะสะใจที่ได้แก้แค้นร.อ.ธรรมนัส แต่หาลืมไปว่า ในฐานะของรัฐบาลจะต้องใช้เสียงส.ส.ในการสนับสนุน ไม่ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ต้องลงมติ หรือการลงมติในกฎหมายที่สำคัญของรัฐบาล อาทิกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงิน

ภาพของความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล ปรากฎจากคำให้สัมภาษณ์ของ จุรินทร์ ลักษณวิศิฎฐ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่คร่ำหวอดกับการเมืองมานานว่า เมื่อพปชร.ไม่มีความเป็นเอกภาพ ย่อมกระทบกับเสถียรภาพของรัฐบาลแน่นอน

แน่นอนว่ารัฐบาลกำลังจะเสนอ พ.ร.ก.กู้เงินอีก1ล้านล้าน ในครม.ไม่มีปัญหาอนุมัติได้เลยมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ แต่พ.ร.ก.จะต้องเสนอเข้าสภาให้ส.ส.ให้ความเห็นชอบภายใน1 เดือน ตรงนี้แหละจะเป็นปัญหาใหญ่ เพราะรัฐบาลต้องการเสียงสนับสนุน

พล.อ.ประยุทธ์ หรือกุนซืออย่าง เสธ.ก. เสธ.ม. หรือเสธ.อ. อย่ามองแค่ว่าใช้เงินซื้อเอาก็ผ่านได้ เหมือนใช้เงินตอนไม่ไว้วางใจ  จริงอยู่ ส.ส.หิวกล้วย แต่การจ่ายเงินไปแล้วอาจไม่ได้คะแนนเสียงตามมา เหมือนคะแนนไม่ไว้วางใจนายกฯที่ผ่านมา

พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐพล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

วันนี้สงครามยังไม่จบ เพราะจะมีเอฟเฟคจากกรณีปลด2 รมช.ตามมาแน่นอน ที่สภา ส.ส.ขาดประชุม สภาล่ม ขณะที่ในพรรคพปชร.ไม่เป็นเอกภาพแตกไปคนละทาง ครั้นจะหวัง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จะหวัง สุชาติ ชมกลิ่น หรือชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ นั้น จะหวังได้แค่ไหนเพราะ สุริยะ ก็ยังแค้นพล.อ.ประยุทธ์ เรื่องเก้าอี้พลังงานอยู่

สุดท้ายเมื่อรัฐบาลทำงานไม่ได้ เพราะไม่มีเสียงส.ส.ในสภาฯคอยสนับสนุน และพล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่กล้าเสนอกฎหมายการเงินเข้าสภาฯ เพราะกลัวถูกคว่ำ การบริหารงานก็ไปต่อไม่ได้ สุดท้ายไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยุบสภาเลือกตั้งใหม่

ส่องซุ้ม “ธรรมนัส” ลูกน้องหายเพียบ แต่เพื่อนตายยังอยู่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483189

ส่องซุ้ม “ธรรมนัส” ลูกน้องหายเพียบ แต่เพื่อนตายยังอยู่

11 ก.ย. 2564

ตามไปดูซุ้ม “ธรรมนัส” หัวโขนหลุด ลูกน้องหาย แต่เพื่อนตายยังอยู่ ไปไหนไปด้วยกัน ตั้งพรรคใหม่ ไม่เอา 2ป. คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ความเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ยังมีผู้สนใจใครรู้เยอะ ว่านับจากนี้ “ธรรมนัส” จะก้าวไปหนทางไหน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ค่ำวันที่ 10 ก.ย.2564 “ธรรมนัส” สื่อสารกับประชาชนเป็นครั้งแรก หลังถูกปลดจากตำแหน่ง โดยโพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว ขอบคุณทุกกำลังใจ และจะทำงานเพื่อพี่น้องต่อไป

ท่ามกลางข่าวรอยปริร้าวของ “3ป.” จังหวะก้าวต่อไปของ “ธรรมนัส” เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก จะตั้งพรรคใหม่ หรือยังซุ่มเงียบอยู่ รอวันเปิดตัวหลังยุบสภา

อีกด้านหนึ่ง ส.ส.พลังประชารัฐ ในซุ้มผู้กองธรรมนัส มีคนสนใจไถ่ถามว่า จะเหลืออยู่กี่คน หลังลูกพี่ไร้หัวโขน แต่ “เสี่ยปั้น” ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก เขต 3 ได้แชร์โพสต์ของธรรมนัส พร้อมอัพสเตตัสว่า “พร้อมยืนอยู่ข้าง…นาย เสมอ”

“เสี่ยปั้น” น่าจะเป็น ส.ส.ในซุ้มผู้กองคนแรก ที่ประกาศยืนเคียงข้าง “นาย” (ธรรมนัส) ส่วนคนอื่นๆ ก็ไม่มีท่าทีที่ชัดเจนต่อสาธารณะ

‘เช็กชื่อซุ้มผู้กอง’

เท่าที่มีการตรวจสอบ ส.ส.พลังประชารัฐ ซุ้มธรรมนัส ที่ยังยืนอยู่เคียงข้างในชั่วโมงนี้ มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2 คนคือ เอกราช ช่างเหลา และบุญสิงห์ วรินทรลักษณ์

ส่วน ส.ส. 6 คน ได้แก่ จีรเดช ศรีวิลาศ ส.ส.พะเยา เขต 2, ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 1,ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก เขต 1, ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก เขต 3, วัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง เขต 4 และวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น เขต 2

ก่อนหน้านั้น ส.ส.ซุ้มผู้กอง พลังประชารัฐ มีทั้ง ส.ส.ภาคเหนือ ,ภาคกลาง, ภาคอีสาน, ภาคใต้ และกรุงเทพฯ ประมาณ 40 ชีวิต แต่หลังแตกหัก “ป.ประยุทธ์” ลูกน้องผู้กองหายไปเยอะ

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เปรียบเสมือนเงาตามตัว “ธรรมนัส” คือ ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ซึ่งไผ่ เป็นลูกชายของเรืองวิทย์ ลิกค์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร หลายสมัย

ดังที่ทราบกัน ส.ส.กำแพงเพชร แบ่งเป็น 2 ขั้วคือ ขั้วเรืองวิทย์ ลิกค์ กับ ขั้ววราเทพ รัตนากร ฉะนั้น ไผ่ ลิกค์ จึงแยกตัวไปเป็นขุนพลของธรรมนัส ส่วน ส.ส.กลุ่มวราเทพ สังกัดกลุ่มสามมิตร

“เสี่ยปั้น” ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก อดีตรองนายก อบจ.ตาก ลูกชายจำเนียร บูลย์ประมุข อดีตกำนันตำบลแม่จะเรา อ.แม่ระมาด จ.ตาก

ส่วน ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก เขต 1 เป็นทายาทของ ณัฐวุฒิ ทวีเกื้อกูลกิจ นายก อบจ.ตาก 2 สมัย ผู้ที่ได้ฉายาว่า ประมุขบ้านใหญ่เมืองตาก

ทั้งภาคภูมิและธนัสถ์ เคยลงสมัคร ส.ส.ตาก พรรคเพื่อไทย เมื่อเลือกตั้ง 2557 แต่ครั้งนั้น ศาลชี้เลือกตั้งโมฆะ ต่อมา เลือกตั้ง 2562 “ธรรมนัส” ชวนกลุ่มบ้านใหญ่เมืองตาก ลงสนามในสีเสื้อพลังประชารัฐ

เชื่อว่า ตระกูล “ลิกค์” และบ้านใหญ่เมืองตาก คงจะอยู่เคียงข้างผู้กอง ไม่ว่าจะไปสังกัดพรรคใด หรือตั้งพรรคเอง

‘ที่มั่นพะเยา’

หลายคนอาจสงสัยว่า “ธรรมนัส” ไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ แล้ว จะส่งผลต่อพื้นที่การเมืองใน จ.พะเยา มากน้อยแค่ไหน

จะว่าไปแล้ว คู่แข่งของธรรมนัส ก็มีแต่ค่ายเพื่อไทย และตระกูลตันบรรจง ส่วน ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ หรือชื่อใหม่ รฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์ หัวหน้าพรรคเสมอภาคนั้น น่าจะเป็นพันธมิตรของผู้กองมากกว่า

ย้อนไปดูวันที่ “ธรรมนัส” หวนคืนบ้านเกิดลุยการเมือง ก็พบว่า เพื่อไทยและเสื้อแดงเต็มพื้นที่ โดยเฉพาะอิทธิพลบารมีของตระกูล “ตันบรรจง”

ปี 2555 ธรรมนัสเริ่มต้นที่การเมืองท้องถิ่น โดยสนับสนุน “เสี่ยอิ๊ด” วรวิทย์ บุรณศิริ ชิงเก้าอี้นายก อบจ.พะเยา สามารถล้มไพรัตน์ ตันบรรจง แชมป์เก่า 4 สมัยได้สำเร็จ

กลางปี 2556 ธรรมนัส หนุน จุฬาสินี โรจนคุณกำจร ยึดเก้าอี้นายกเทศมนตรีเมืองพะเยาและตัวเขาเป็นประธานที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองพะเยา

ปลายปี 2556 อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ยุบสภา ธรรมนัสจึงฟอร์มทีมผู้สมัคร ส.ส. ครบ 3 เขต ในนามพรรคชาติไทยพัฒนา ตามคำชักชวนของ ชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา สมัยโน้น

ต่อมา เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ชักชวนธรรมนัส ให้ไปลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แต่การเลือกตั้งปี 2557 เป็นโมฆะ เขาจึงชวดได้เป็น ส.ส.

เลือกตั้งปี 2562 ธรรมนัส แม่ทัพพลังประชารัฐ ยึด ส.ส.พะเยา 2 เขต เหลือพื้นที่เขต 2 ให้ “เสี่ยมี่” วิสุทธิ์ ไชยณรุณ แชมป์เก่า ค่ายเพื่อไทย

ที่แน่ๆ การเลือกตั้งสมัยหน้า ธรรมนัสไม่เอา ป.ประยุทธ์ และย้ายมาอยู่ฝ่ายเดียวกับพรรคเพื่อไทย จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะยึดเก้าอี้ ส.ส.เมืองพะเยาไว้ได้อีกสมัย

อย่าประมาท “3ป” สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นความจริง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483121

อย่าประมาท “3ป” สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นความจริง

11 ก.ย. 2564

ความสัมพันธ์ “3ป” ไม่ธรรมดา มองด้วยตาเปล่า ยังสรุปไม่ได้ ที่ผ่านมาทุกความเคลื่อนไหว สุดท้าย เลือดข้นกว่าน้ำ

อย่าประมาท "3ป" สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นความจริงอย่าประมาท “3ป” สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นความจริง

ไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษาพลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี คาดการว่า รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ กำลังเผชิญมรสุมใหญ่ หลังรัฐสภาโหวตสนับสนุนการเลือกตั้งแบบบัตรสองใบ ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มติสนับสนุน472 คะแนน มีเสียงสว.อยู่149 คน เกิดขึ้นหลังพลเอกประยุทธ์ปลดรัฐมนตรี ผู้ใกล้ชิด พลเอกประวิตรสองราย  ในขณะที่สว.อีกเกือบร้อยงดออกเสียง  
มตินี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อแผนตั้งพรรคใหม่ของพลอ.อนุพงษ์เพื่อสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ แทน พปชร. ส่วนพรรคเล็กพรรคน้อย และพรรคที่จัดตั้งขึ้นใหม่หลายพรรคในช่วงที่ผ่านมา คงเหมือนนกที่ต้องหาคาคบใหม่เพื่อร่วมรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้ง2ใบ เป็นประโยชน์ต่อพรรคใหญ่คือ พท,พปชร. ทำให้เห็นภาพของรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง ว่ามีพรรคอะไรบ้าง 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไพศาล ตั้งคำถามว่ามีใครทำให้ สว.พลิกโผ   ใครคนนั้น มีบทบาทกำหนดให้ใครเป็นนายกหลังเลือกตั้งด้วยหรือไม่  เป็นคนเดียวกับที่พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องแจ้งเรื่องการปลด2รัฐมนตรีให้ทราบหรือเปล่า

หลังปรับเลขาฯและเหรัญญิกฯพ้นเก้าอี้รัฐมนตรี มีข่าวว่า ภายในพรรคพลังประชารัฐจัดสรรกำลังกันใหม่ กลุ่มส.ส.ภาคใต้จะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานไว้ดูแลกันในพื้นที่  มุ้งเก่ามีเจ้ากระทรวงเป็นแกนนำจะรับผิดชอบกันไปตามสัดส่วนสมาชิก กลุ่มใหญ่อย่างสามมิตรแกนนำ1คนอาจต้องรับดูแลสมาชิกหลาย10ราย ส่วนกลุ่มเล็กๆก็ว่ากันไปประมาณ10 รายในแต่ละสังกัด และนี่จะทำให้มีการต่อรองจากกลุ่มก๊วนต่างๆอย่างหนักตามมา

หากยังจำกันได้ ก่อนหน้านี้ พลเอกประยุทธ์ เคยพูดเสมอว่า จะอยู่ครบวาระจะไม่ยุบสภา  แต่ในความเป็นจริงก็ต้องยอมรับว่า พลเอกประยุทธ์ อยู่ในสถานะขาลอย ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับ ส.ส.พลังประชารัฐ   ในเมื่อพลเอกประยุทธ์ ตัดแขนตัดขาของพี่ใหญ่  ถ้าเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ปาหี่ ก็ไม่มีเหตุผลอะไร ที่พี่ใหญ่ต้องเกรงใจพลเอกประยุทธ์ แต่ความหนียวแน่นของ พี่น้องสามป. ต้องยอมรับว่าก็มีให้เห็น มาเป็นระยะกรณีพลตำรวจโท สุรเชษฐ หักพาล เป็นตัวอย่าง ถูกเขี่ยพ้นเส้นทาง ว่าที่ผบ.ตร. ก็กลับมาเข้าไลน์มีลุ้นในตำแหน่งได้ ด้วยอิทธิฤทธิ์ 3ป.และ ต้องไม่ลืมว่า พล.อ.ประวิตร มีจุดเชื่อมต่อกับหลายพรรคการเมือง

พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณพลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ

ทางสายใหม่ “ธรรมนัส” ตอกเสาเข็ม พรรคอีสานล้านนา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483060

ทางสายใหม่ “ธรรมนัส” ตอกเสาเข็ม พรรคอีสานล้านนา

10 ก.ย. 2564

แค้นนี้ต้องชำระ “ธรรมนัส” เดินทางสายใหม่ ตั้งพรรคอีสานล้านนา ตั้งเป้า 30 ที่นั่ง รอร่วมรัฐบาลสมัยหน้า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

หลังถูกปลดจากตำแหน่ง “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รมช.เกษตรและสหกรณ์ บอกกับนักข่าวว่า ขอเลือกตั้งทางเดินของตัวเอง อาจชื่อพรรคคนพะเยา หรือพรรคอีสานล้านนา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำไม “ธรรมนัส” หลุดปากคำว่า “อีสานล้านนา” ซึ่งชื่อนี้ เป็นยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของธรรมนัส ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ มาก่อนแล้ว

ดังนั้น พรรคพลังประชารัฐ จึงเลือกประชุมใหญ่ที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2564 และเป็นวันที่ “ธรรมนัส” ได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรค

อย่าลืมว่า “ธรรมนัส” มีเพื่อนตายสหายศึกชื่อ “เอกราช ช่างเหลา” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ภาคอีสานตอนบน

ช่วงกลางเดือน ก.ค.2564 “เอกราช” เปิดบ้านที่ขอนแก่น แถลงข่าว เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปรับตำแหน่งให้ “ธรรมนัส” เป็นรัฐมนตรีว่าการ เนื่องจากธรรมนัส เป็นคนทำงานทุ่มเท ทำงานเพื่อพรรคมาโดยตลอด

ก่อนหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจประมาณ 2 สัปดาห์ กลุ่ม ส.ส.เครือข่ายเพื่อนเอกราช ได้พูดจากันในสภากาแฟว่า หลังจบศึกซักฟอก มีการปรับ ครม. “ธรรมนัส” ได้เป็น มท.1 แน่นอน

พลันที่มีสถานการณ์เปลี่ยนแปลง “ประยุทธ์” แตกหัก “ธรรมนัส” สมาชิกเครือข่ายเพื่อนเอกราช กระซิบว่า “นายให้คนที่พะเยา จดทะเบียนพรรคการเมืองไว้แล้ว นายจะทำพรรคขนาด 30 ที่นั่ง”

วันที่ 10 ก.ย.2564 “ธรรมนัส” ไม่เข้าประชุมร่วมรัฐสภา เช่นเดียวกับมือขวา “เอกราช” และมือซ้าย “ไผ่ ลิกค์” ส.ส.กำแพงเพชร

‘จงอางอีสาน’

ในแวดวงคนการเมืองอีสาน ไม่ค่อยเชื่อฝีมือ เอกราช ช่างเหลา มากนัก เนื่องจากช่วงเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 พรรคพลังประชารัฐ มอบให้เอกราช ดูแลพื้นที่อีสานกลาง และอีสานเหนือบางจังหวัด ได้แก่ขอนแก่น, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม ,กาฬสินธุ์, อุดรธานี, หนองคาย และบึงกาฬ

ปรากฏว่า ผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ สอบตกแบบไม่ได้ลุ้น และได้ ส.ส.มาแค่คนเดียวคือวัฒนา ช่างเหลา ลูกชายของเอกราช ที่เขต 2 ขอนแก่น

เอกราชเลียนแบบเนวิน ใช้ลูกหนังนำการเมือง ปั้นลูกชาย “วัฒนา” ผ่านการกีฬา เริ่มจากซื้อทีมปากช่อง ยูไนเต็ด จากกลุ่มการเมืองโคราช เปลี่ยนชื่อเป็น “ขอนแก่น ยูไนเต็ด” โดยตั้งฉายาทีมว่า จงอางผยอง และทีมขอนแก่นยูไนเต็ด ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในไทยลีก 1

“ธรรมนัส” รู้จุดอ่อนเอกราช จึงพยายามวางเครือข่ายงานมวลชน ผ่านมือทำงานมวลชนคนหนึ่ง ประสานกับสมัชชาเกษตรกรอีสาน, สมัชชาเกษตรกร 4 ภาค, สมัชชาคนจน ฯลฯ

การจะเอาชนะพรรคเพื่อไทยในอีสาน จะต้องทำงานหนักกว่าเดิม “ธรรมนัส” รู้ดี จึงเดินแนวทางพรรคมวลชนมากขึ้น แต่เกิดความขัดแย้งในพลังประชารัฐ จึงต้องแยกตัวออกมา

ดังนั้น พรรคการเมืองของธรรมนัสที่จะตั้งขึ้นใหม่ คงต้องยึด “พะเยาโมเดล” มาเป็นต้นแบบที่จะทะลุทะลวงพื้นที่อีสาน อาจจะเริ่มที่ขอนแก่น และชัยภูมิ

‘ธรรมนัส-เอกราช’

“ธรรมนัส” คนเมืองพะเยา โคจรมากับ “เอกราช” ครูเมืองขอนแก่น เมื่อ 14-15 ปีที่แล้ว โดยการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ร่วมกัน

เอกราชเคยเป็นครูในสังกัดเทศบาลนครขอนแก่น และเติบโตบนเส้นทางสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น สิบกว่าปีที่แล้ว เอกราชมีฐานะการเงินเติบโตอย่างรวดเร็ว และได้ทำโครงการบ้านจัดสรร ภายใต้ชื่อบริษัท หนึ่งนคร จำกัด

ต่อมา เอกราชได้รู้จัก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โดยลงขันทำธุรกิจซื้อขายที่ดินผืนใหญ่ย่านรังสิต-ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

บนเส้นทางการเมือง เอกราช เคยอยู่เบื้องหลังผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อแผ่นดิน สมัยปี 2550 และพรรคภูมิใจไทย ปี 2554 และหลังรัฐประหาร 2557 เอกราชได้รับเลือกเป็นสมาชิก สปช. ท่ามกลางความประหลาดใจของ กปปส.ขอนแก่น

“ธรรมนัส” ได้อาศัยความเป็นอดีตนายทหาร ตท.รุ่น 25 ช่วยผลักดันให้เอกราช มีตำแหน่ง สปช. ทั้งที่สมัยเสื้อแดงยึดกรุงเทพฯ เอกราชเคยถูก ศอฉ.เรียกพบ เพราะสงสัยว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงเสื้อแดง แต่เขาก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายทักษิณ

นับจากวันนี้เป็นต้นไป เอกราช จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างพรรคขนาด 30 ที่นั่ง ภายใต้การนำของ “ธรรมนัส” ตามยุทธศาสตร์การเมืองอีสานล้านนา

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวง สองพระนักเทศน์ ทำดีกลับเป็นผลร้าย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483045

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวง สองพระนักเทศน์ ทำดีกลับเป็นผลร้าย

10 ก.ย. 2564

พระมหาสมปอง พระมหาไพรวัลย์ สองพระนักเทศน์ คู่หูคู่ฮา คู่ดวงสมพงศ์ “ซินแสเข่ง” ผ่าดวง เจอปีชงปะทะ ความคิดสวนทาง ตกเหตุขัดแย้งเป็นศัตรู ทำดีกลับเป็นผลร้าย เตือนดวงตกให้ระวัง ไม่ทำ ไม่สร้างปัญหาเอง เพราะตกปีปะทะอัปมงคลอุปสรรค กระแสตีกลับต้องชี้แจง

นายชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง หรือ “ซินแสเข่ง” ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย ได้วิเคราะห์เจาะลึกผ่า “ดวง” ของพระสองนักเทศน์ชื่อดัง ถึงดวงชะตาปีปะทะ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

พระมหาไพรวัลย์ วรวัลโณ และพระมหาสมปอง ตาลปุตโต นักเทศน์ชื่อดังสวนกระแส ถูกจับตาไม่สำรวม เปิดเพจไลน์สดดังกระหึ่มชั่วข้ามคืน

“ทำดีไม่ขึ้นกระแสตีกลับว่าสมควรหรือไม่ คนดูวิจารณ์หนัก ว่าผิดหรือถูก กับพระมหาไพรวัลย์ และพระมหาสมปอง รอบปีที่ผ่านมา 2563 และ 2564 ตกดวงชะตาขัดแย้ง ทำอะไรก็สับสน กลายเป็นสร้างศัตรู สร้างความไม่ไว้วางใจ แตกแยกวุ่นวาย ด้วยกันทั้งคู่” ซินแสเข่ง กล่าว

ปีที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในช่วงระหว่างมรสุมชีวิต ตั้งใจทำดีแต่เป็นผลเสียตอบกลับ โรมรัน สาดซัดไม่สมหวัง ให้ร้ายป้ายสี ไม่หวังดี 

ทั้งที่พระสมปอง ในดวงเกิด 3 พฤศจิก่ยน 2521 อายุ 42/43 ปี ชะตานั้นเข้าเคราะห์ ปีให้ร้าย มีความเป็นพระอยู่ในตัว กล้าได้กล้าเสีย ดื้อรั้นอยากรู้ อยากเห็น เอาความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง มีชีวิตที่ต้องเหน็ดเหนื่อยด้วยตนเอง เป็นคนที่ทะเยอทะยานไม่นิ่งอยู่กับที่ 

พระมหาสมปอง ตาลปุตโต  พระนักเทศน์ชื่อดังพระมหาสมปอง ตาลปุตโต พระนักเทศน์ชื่อดัง

“สองปีนี้ท่านก็ขอให้ใจเย็น หลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง ผ่านปีนี้ไปแล้วท่านก็จะดีกว่า ทำอะไรเหมือนทำร้ายตนเอง เพราะยังไงในดวงชะตาท่านก็เป็นพระตลอดชีวิต” ซินแสเข่ง วิเคราะห์ดวงชะตาพระมหาสมปอง

ส่วนดวงชะตาของ ท่านมหาไพรวัลย์ วรวัลโณ เกิดปี 2534 อายุ 30 / 31 ปี ได้บวชเป็นพระ และใช้เส้นทางนี้ได้ศึกษาพระธรรมจนมีตำแหน่งเป็น ท่านมหาด้วยวัยแค่ 30 เท่านั้น ถือว่าเป็นวาสนา และมีชื่อเสียงในการวิจารณ์วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เรื่องต่างๆ ทางรายการทีวี จนติดอันดับพระดัง

 ลักษณะโหงวเฮ้ง และปีเกิด ท่านเป็นบุคคลที่ชอบช่วยเหลือคนอื่น มีเสน่ห์ในการใช้เสียงเป็นสื่อ สามารถโน้มน้าวให้คนอื่นคล้อยตามได้ ในเวลาที่พูดเทศน์ บุคลิคอารมณ์ เรียนรู้อะไรเร็วกล้าแสดงออก มีดวงตาที่บ่งบอกเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบาย

พระมหาไพรวัลย์ วรวัลโณ พระมหาไพรวัลย์ วรวัลโณ

“ในช่วงรอบปีนี้และปีที่ผ่านมาเป็นช่วงจังหวะที่มีผลให้ร้ายต่อดวงชะตา ตกดวงขัดแย้งที่ควรหลีกเลี่ยง ที่จะก่อให้เกิดความเป็นศัตรูให้กับตนเอง สร้างความสับสนเป็นมรสุม ชีวิตท่านจะเปลี่ยนแปลงได้ใน ปี 2566 ปีเสริมดวงชะตาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุด” ซินแสเข่ง วิเคราะห์ดวงชะตาพระมหาไฟรวัลย์

แผนดับสูญ “ก้าวไกล” ส.ว.สาย 3ป. โหวตผ่านบัตร 2 ใบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/482988

แผนดับสูญ “ก้าวไกล” ส.ว.สาย 3ป. โหวตผ่านบัตร 2 ใบ

10 ก.ย. 2564

ส.ว.เครือข่าย 3ป. รวมหัวสกัด “ก้าวไกล” โหวตผ่านแก้รัฐธรรมนูญแบบปี 2540 เอื้อเพื่อไทย แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ก่อนโหวตร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงจุดยืน “งดออกเสียง” และประกาศว่า “ก้าวไกล” พร้อมที่จะสู้ในทุกกติกา ในทุกสนาม ในทุกเมื่อ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

พลพรรค “ก้าวไกล” ค้านแนวคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง จากบัตรใบเดียวเป็น “บัตร 2 ใบ” มาแต่แรก จนมีวิวาทะกับแกนนำพรรคเพื่อไทยบางคน

แม้ช่วงพิจารณาชั้นกรรมาธิการ 2 “ก้าวไกล” พยายามเสนอบัตร 2 ใบ ส.ส.เขต 350 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน แต่คิดคำนวณ ส.ส.แบบเยอรมัน แต่ก็ถูกตีตกไป เสียงกรรมาธิการส่วนใหญ่เลือกตั้งแบบรัฐธรรมนูญ 2540

การลงมติวาระ 3 สะดุดเล็กน้อย เมื่อ ส.ว.บางกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวค้านกติกาบัตร 2 ใบ กลัวเผด็จการรัฐสภา จะกลับมา บวกกับปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ ทำให้เกิดกระแสข่าว ส.ว.จะโหวตคว่ำวาระ 3

ว่ากันว่า ช่วงเช้าวันที่ 10 ก.ย.2564 ที่อาคารรัฐสภา แกนนำ ส.ว.สายบิ๊กตู่ ได้ประชุมปรึกษาหารือกัน ก่อนจะเคาะให้ลงมติ “เห็นชอบ” ตามกลุ่ม ส.ว.สายบิ๊กป้อม

เหตุผลหลักที่ ส.ว.ส่วนใหญ่เห็นชอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องระบบเลือกตั้ง เพราะไม่ต้องการเห็น “ส.ส.ปัดเศษ” และความวุ่นวายของพรรคเล็ก รวมถึงสกัดการเติบโตของพรรคสีส้ม

ระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคก้าวไกล เครือข่าย 3 ป. เชื่อว่า ก้าวไกลเป็นอุปสรรคต่อระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ส่วนเพื่อไทยนั้น มีช่องทางสื่อสารถึงกันได้

‘ตัดตอนค่ายสีส้ม’

แกนนำพรรค “ก้าวไกล” รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า พลังประชารัฐ กับเพื่อไทย เห็นดีเห็นงามในการแก้ไขระบบเลือกตั้ง ตามแนวทางของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 คือใช้บัตร 2 ใบ (เลือกคนและเลือกพรรค) ส.ส.เขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน เป็นการตัดตอนเครือข่าย “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ”

ผลการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 โดยกติกาบัตรใบเดียว ระบบจัดสรรปันส่วนผสม ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว พรรคเพื่อไทย ได้ 7,920,630 เสียง ส.ส.เขต 136 คน แต่ไม่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียว

ขณะที่พรรคอนาคตใหม่(พรรคก้าวไกล) ได้ 6,265,950 เสียง ส.ส.เขต 30 คนและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 50 คน

นี่คือสิ่งที่พรรคเพื่อไทย มองว่า กติกาบัตรใบเดียว ใช้ระบบจัดสรรปันส่วนผสมนั้น เอื้อต่อพรรคก้าวไกล ที่ไม่ชำนาญ “ส.ส.เขต” แต่อาศัยเก็บแต้มจากทุกเขตเลือกตั้ง ก็ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

สมัยที่ใช้รัฐธรรมนูญ 2540 บัตร 2 ใบ (เลือกคนและเลือกพรรค) ผลการเลือกตั้ง 6 ม.ค.2544 พรรคไทยรักไทย ได้ ส.ส.เขต 200 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 48 คน รวม 248 คน

เลือกตั้ง 6 ก.พ.2548 พรรคไทยรักไทย ได้ ส.ส.เขต 310 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 67 คน รวม 377 คน เป็นรัฐบาลพรรคเดียว

พรรคเพื่อไทยจึงดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระบบเลือกตั้ง และเป็นความบังเอิญที่พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ เห็นดีด้วย

สรุปว่า นักเลือกตั้งเก๋าเกม ต่างมีศัตรูร่วมคือพรรคก้าวไกล ที่มี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นหัวแถว และธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รับบทกองเชียร์ขอบสนาม

‘ทักษิณฝันหวาน’

ด้านหนึ่ง ทักษิณ ชินวัตร และเพื่อไทย ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า การเลือกตั้งสมัยหน้า “ก้าวไกล” คือคู่แข่งที่จะแบ่งแต้มในฝ่ายประชาธิปไตย

ดังนั้น ระบบเลือกตั้งแบบรัฐธรรมนูญ 2540 เป็นเรื่องที่เพื่อไทยชำนาญมากที่สุด ดังที่ “ทักษิณ” เคยพูดไว้ในคลับเฮาส์

“เรื่องเลือกตั้งก็มีระบบเขต 400 เขต ปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน ไปถึงก็โหวต 2 ใบ ใบหนึ่งเลือกคน อีกใบเลือกพรรค ก็เอาใบของคนมาตัดสินเขตนั้นเลย พรรคก็เอามาดู กกต.กลาง ว่าใครได้เท่าไร ข้อดี ประชาชนได้เลือกทั้งพรรคทั้งคน ประชาชนตัดสินได้เองว่าจะเลือกพรรคอะไร ส.ส. คนไหน ซึ่งผมไม่ค่อยมีปัญหา แบบปี 2540 ชัด ประชาชนชิน”

มิหนำซ้ำ ทักษิณยังวิจารณ์ข้อเสนอ “ก้าวไกล” ที่ให้ใช้บัตร 2 ใบแต่คิดคะแนนแบบเยอรมันว่า “อย่างที่ก้าวไกลบอกว่า 2 บัตรแบบเยอรมนีนั้น ผมไม่ชำนาญเลยไม่รู้ เพราะผมเองเป็นผลผลิตของปี 2540”

“ก้าวไกล” กลายเป็นก้างขวางคอทักษิณ และเพื่อไทย เพราะมีฐานคะแนนตลาดเดียวกันคือ ฝ่ายประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการ

สำหรับเครือข่าย “3ป.” ก็มองว่า ก้าวไกลเป็นศัตรูหมายเลข 1 แต่เพื่อไทยนั้น มีจุดเชื่อมต่อที่จะพูดคุยกันได้ ไม่ใช่เรื่องยาก