มาตามนัด “คาร์ม็อบ 6 กันยา” รวมตัวแยกราชประสงค์ มุ่งแยกอโศก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/482278

มาตามนัด “คาร์ม็อบ 6 กันยา” รวมตัวแยกราชประสงค์ มุ่งแยกอโศก

06 ก.ย. 2564

“คาร์ม็อบ 6 กันยา” มาตามนัด รวมตัวแยกราชประสงค์ ก่อนเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าแยกอโศก ขณะที่การจราจรเริ่มติดขัด ตร.แนะเลี่ยงเส้นทาง

6 ก.ย.2564 ตามที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประกาศนัดชุมนุม “คาร์ม็อบ” เพื่อขับไล่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี รวมตัวกันที่บริเวณแยกประสงค์  ในเวลา 16.00 น. ก่อนที่จะเคลื่อนตัวไปที่ แยกอโศก 

อ่านข่าวที่น่าสนใจ 

“ม็อบราชประสงค์” โดนแล้ว.! ศรีสุวรรณ แจ้งจับ17แกนนำ

“ม็อบ 3 กันยา” ยึดแยกราชประสงค์ ตั้งเวทีปราศรัยไล่ “นายกฯ”

“ณัฐวุฒิ” ปลุก”คาร์ม็อบ” ระดมพล”กดดัน “ไล่ประยุทธ์” 29 สิงหา

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศ บริเวณบริเวณแยกราชประสงค์ เริ่มมีกลุ่มผู้ชุมนุม คาร์ม็อบ รวมตัวกัน โดยมีรถยนต์ประมาณ 40 คัน และรถจักรยานยนต์ประมาณ 50 คัน ทำให้เสียช่องทางการจราจรไป  3 ช่องทาง กลุ่มผู้ชุมนุม คาร์ม็อบ จะเคลื่อนขบวนไปที่บริเวณแยกอโศกโดยใช้เส้นทางถนนสุขุมวิทขาออก  ซึ่งมีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด และนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย  ร่วมชุมนุมที่แยกอโศกแล้ว 

มาตามนัด "คาร์ม็อบ 6 กันยา" รวมตัวแยกราชประสงค์ มุ่งแยกอโศกมาตามนัด “คาร์ม็อบ 6 กันยา” รวมตัวแยกราชประสงค์ มุ่งแยกอโศก

ขอบคุณภาพ ทวิตเตอร์ JS100 

ขณะที่บริเวณถนนอโศกมนตรี ช่วงทางแยกอโศก กลุ่มผู้ชุมนุม มีการนำแผงเหล็กมาปิดกั้นไม่ให้รถที่มาจากถนนรัชดาฯ ไม่สามารถตรงเข้าไปที่ถนนอโศกมนตรีได้ 

มาตามนัด "คาร์ม็อบ 6 กันยา" รวมตัวแยกราชประสงค์ มุ่งแยกอโศกมาตามนัด “คาร์ม็อบ 6 กันยา” รวมตัวแยกราชประสงค์ มุ่งแยกอโศก

มาตามนัด "คาร์ม็อบ 6 กันยา" รวมตัวแยกราชประสงค์ มุ่งแยกอโศกมาตามนัด “คาร์ม็อบ 6 กันยา” รวมตัวแยกราชประสงค์ มุ่งแยกอโศก

มาตามนัด "คาร์ม็อบ 6 กันยา" รวมตัวแยกราชประสงค์ มุ่งแยกอโศกมาตามนัด “คาร์ม็อบ 6 กันยา” รวมตัวแยกราชประสงค์ มุ่งแยกอโศก

ม็อบเผาทำลายตู้ควบคุมอุโมงค์ใต้ดิน “แยกดินแดง” หวั่นเกิดอุบัติเหตุ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/482258

ม็อบเผาทำลายตู้ควบคุมอุโมงค์ใต้ดิน”แยกดินแดง”หวั่นเกิดอุบัติเหตุ

06 ก.ย. 2564

ไม่น่าทำแบบนี้เลย เสียหายหนักมาก สำนักระบายน้ำกทม. เผยกลุ่มผู้ชุมนุมเผาทำลายตู้ควบคุมระบบอุโมงค์ใต้ดิน “แยกดินแดง”ไม่สามารถใช้การได้กระทบระบบควบคุมระบายน้ำในอุโมงค์หากน้ำท่วม แถมไฟดับ ขออภัยในความไม่สะดวกหากเกิดอุบัติเหตุ

เหตุการณ์ชุมนุมก่อความวุ่นวายที่บริเวณ“แยกดินแดง” ไม่ว่ามาจากกลุ่มที่อ้างชื่อว่า “ม็อบทะลุแก๊ส” หรือ กลุ่มวัยรุ่นหัวรุนแรง หรือจะ กลุ่มใดก็ตาม มิเพียงสร้างผลกระทบให้พี่น้องประชาชนที่อยู่แฟลตดินแดงและบริเวณใกล้เคียง ต้องตกอยู่ในอาการหวาดผวา อาจได้รับลูกหลงเป็นอันตรายจากการปะทะระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ 

แม้มีการออกมาเคลื่อนไหวจากประชาชนที่อยู่บริเวณนั้น เรียกร้องให้ยุติการรวมตัวที่บริเวณแยกดินแดง รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมาแถลงย้ำเตือนผู้ชุมนุมไม่ให้ก่อเหตุรุนแรงแล้วก็ตาม แต่ก็ยังปรากฎการก่อเหตุขึ้นเกือบทุกวัน 

ล่าสุด เพจสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ได้เผยแพร่ภาพความเสียหายตู้ควบคุมระบบในอุโมงค์แยกดินแดง 

พร้อมกับนำเสนอข้อความว่า 

เมื่อคืนวันที่ 5 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณแยกดินแดง ได้ทำลายทรัพย์สินของทางราชการโดยการทุบทำลายและจุดไฟเผา ทำให้ได้รับความเสีย ไม่สามารถใช้งานได้

ม็อบเผาทำลายตู้ควบคุมอุโมงค์ใต้ดิน"แยกดินแดง"หวั่นเกิดอุบัติเหตุม็อบเผาทำลายตู้ควบคุมอุโมงค์ใต้ดิน”แยกดินแดง”หวั่นเกิดอุบัติเหตุ

ภาพจากเพจสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร

ประกอบด้วยตู้ควบคุมหลัก ตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ตู้ควบคุมระบบเครื่องปรับอากาศ ตู้ควบคุมระบบเครื่องสูบน้ำ ตู้ควบคุมวัดระดับน้ำท่วมอุโมงค์ทางลอดดินแดง และระบบกล้อง CCTV ภายในอุโมงค์ทางลอดดินแดง

ม็อบเผาทำลายตู้ควบคุมอุโมงค์ใต้ดิน"แยกดินแดง"หวั่นเกิดอุบัติเหตุม็อบเผาทำลายตู้ควบคุมอุโมงค์ใต้ดิน”แยกดินแดง”หวั่นเกิดอุบัติเหตุ

ภาพจากเพจ สำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ต้องขออภัยในความไม่สะดวกและอาจเกิดอุบัติเหตุได้เนื่องจากขาดไฟฟ้าแสงสว่างภายในอุโมงค์และหากมีฝนตกหนักจะส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมภายในอุโมงค์ทางลอดดังกล่าวด้วยเช่นกัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่ นายสรรเสริญ​ เรืองฤทธิ์​ หัวหน้ากลุ่มงานระบบโทรมาตรสำนักการระบายน้ำ  กรุงเทพ​มหานครฯ ให้ข้อมูลว่า  สำหรับ ตู้ขนาดใหญ่เป็นตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าของอุโมงค์ และตู้เล็กเป็นตู้ควบคุมระบบสื่อสารของเครื่องวัดน้ำท่วม (อยู่ที่ผิวการจราจร) อยู่ในตู้เหล็ก มีกุญแจล็อคแน่นหนา ติดตั้งในพื้นที่ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(ใต้ทางด่วน)
อยู่ไม่ไกลจากป้อมตำรวจ น่าจะเป็นสาธารณะสมบัติที่ค่อนข้างปลอดภัย​

ม็อบเผาทำลายตู้ควบคุมอุโมงค์ใต้ดิน"แยกดินแดง"หวั่นเกิดอุบัติเหตุม็อบเผาทำลายตู้ควบคุมอุโมงค์ใต้ดิน”แยกดินแดง”หวั่นเกิดอุบัติเหตุ

ม็อบเผาทำลายตู้ควบคุมอุโมงค์ใต้ดิน"แยกดินแดง"หวั่นเกิดอุบัติเหตุม็อบเผาทำลายตู้ควบคุมอุโมงค์ใต้ดิน”แยกดินแดง”หวั่นเกิดอุบัติเหตุ

ภาพจาก เพจสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร

วันเดียวกัน  ( 6 ก.ย.64 ) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) โฆษก บช.น.  เปิดเผยว่า ในช่วงเย็นวันนี้ ที่มีการนัดชุมนุมของกลุ่ม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ซึ่งประกาศนัดชุมนุม คาร์ม็อบ ที่บริเวณแยกราชประสงค์ และจะเคลื่อนขบวนไปยัง แยกอโศก

ในขณะที่ บริเวณแยกดินแดง ยังมีการรวมตัวของ “กลุ่มทะลุแก๊ส”  ซึ่งการชุมนุมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และต้องยอมรับว่า กลุ่มผู้ที่ก่อความวุ่นวาย บริเวณแยกดินแดง ทราบข้อจำกัดของตำรวจ ที่จะไม่เข้าไปติดตามจับกุมบริเวณที่พักอาศัย ชุมชนแฟลตดินแดง จึงมีการใช้ชุมชนเป็นเกราะกำบัง หรือ แฝงตัวเป็นคนในแฟลตดินแดง เพื่อทำร้ายเจ้าหน้าที่ และสร้างความเข้าใจผิดระหว่างผู้อาศัยในชุมชนและตำรวจ 

ทั้งนี้ ตำรวจสน.ดินแดง ได้เข้าร่วมหารือกับผู้นำชุมนุมแฟลตดินแดงแล้ว เพื่อป้องกันและหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว พบว่ากลุ่มผู้ที่ก่อความวุ่นวายบางส่วน มีการแต่งกายคล้ายบุคลากรทางการแพทย์ หรือ สื่อมวลชน แฝงตัวเข้าร่วมชุมนุมด้วย ดังนั้นจึงขอให้อาสาสมัครทางการแพทย์ และสื่อมวลชนที่  แยกบุคคลเหล่านี้ออกจากกลุ่ม เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด

วุฒิเห็นชอบ ‘ชาญชัย แสวงศักดิ์’ นั่ง “ปธ.ศาลปกครองสูงสุด” คนใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/482252

วุฒิเห็นชอบ ชาญชัย แสวงศักดิ์”นั่ง “ปธ.ศาลปกครองสูงสุด” คนใหม่

06 ก.ย. 2564

ประชุมวุฒิ 15 ได้มีมติเห็นชอบให้นายชาญชัย แสวงศักดิ์ รองประธานศาลปกครองสูงสุด ดำรงตำแหน่ง “ประธานศาลปกครองสูงสุด”

ซึ่งขั้นตอนต่อไปนายกรัฐมนตรีจะนำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป  ทั้งนี้ ตามมาตรา 15/1 วรรคหนึ่ง แห่งพรบ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542

 กรณีดังกล่าว สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่17 ก.พ.64  คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ได้มีมติคัดเลือกนายชาญชัย แสวงศักดิ์ รองประธานศาลปกครองสูงสุด ให้ดำรงตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุดตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย. เป็นต้นไป เนื่องจากนายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุดคนปัจจุบันจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่26 ก.ย.64

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายชาญชัย แสวงศักดิ์ สำเร็จการศึกษาขั้นสูงสุด ปริญญาเอก นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตทางกฎหมายมหาชนภายใน จากมหาวิทยาลัย Aix – Marseille III สาธารณรัฐฝรั่งเศส ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครอง เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ปัจจุบันมีตำแหน่งทางวิชาการ ศาสตราจารย์พิเศษ สาขาวิชากฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

ผลงานคดีที่สำคัญเป็นตุลาการเจ้าของสำนวนในคดีหมายเลขแดงที่ อ.349/2549 ระหว่างสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ร้อง กับบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ผู้คัดค้าน
 และคดีหมายเลขแดง ที่ อ.33/2557 ระหว่าง นายถวิล เปลี่ยนศรี ผู้ฟ้องคดี กับนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดี

“วุฒิชัย” ส.ส.นครนายก เพื่อไทย ติดโควิด-19 เผยกักตัวตั้งแต่ 2 ก.ย. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/482229

“วุฒิชัย” ส.ส.นครนายก เพื่อไทย ติดโควิด-19 เผยกักตัวตั้งแต่ 2 ก.ย.

06 ก.ย. 2564

ส.ส.นครนายก พรรคเพื่อไทย “วุฒิชัย กิตติธเนศวร” ติด โควิด-19 จากคนขับรถเผยกักตัวตั้งแต่ 2 ก.ย.และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย.

“นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร” ส.ส.นครนายก พรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลองครักษ์ ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 5 กันยายนจากการติดเชื้อโควิด-19 จากคนขับรถ 

ซึ่งก่อนหน้านี้ประมาณวันที่ 2 กันยายนช่วงเย็น ตนรู้สึกไม่สบาย มีอาการคล้ายเป็นไข้ จะไปตรวจที่คลินิคก็ปิด ตนจึงได้ซื้อชุดตรวจ ATK มาตรวจเองซึ่งผลออกมาเป็นบวก จึงได้ทำการกักตัวเองทันที และได้ประสานเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลให้มารับตัวทั้งตนและคนขับรถไปรักษา

“ดร.วุฒิชัย กิตติธเนศวร “(คลิก)สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย  อดีตประธานสภาจังหวัดนครนายก 4 สมัย และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก

เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคเพื่อไทย แต่ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 ได้ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย

ในการเลือกตั้งปี 2562 เขาได้ย้ายกลับมาอยู่พรรคเพื่อไทยและเป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต จังหวัดนครนายก ในนามพรรคเพื่อไทย

“วุฒิชัย กิตติธเนศวร” เกิดเมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2497 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโท จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก สาขารัฐประศาสนศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

นำตัว “ทราย เจริญปุระ” สมยศ กับพวกพร้อมความเห็นควรฟ้องผิด 112-116 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/482221

นำตัว “ทราย เจริญปุระ” สมยศ กับพวกพร้อมความเห็นควรฟ้อง ผิด112-116

06 ก.ย. 2564

ตำรวจสน.บางเขน นำตัว”ทราย เจริญปุระ” – สมยศ กับพวกพร้อมความเห็นควรฟ้อง ผิด112-116 ชุมนุมเมื่อปีที่เเล้ว อัยการนัดฟังคำสั่งฟ้องหรือไม่ 27 ก.ย.นี้

มื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 6 กันยายน 64 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษกพนักงานสอบสวน สน.บางเขน สน.บางเขนนำสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายอานนท์ นำภากับ,กับพวกรวม 8คน ในความผิดฐานร่วมกันดูหมิ่นสถาบันฯ ,ยุยงปลุกปั่นตามมาตรา116 เเละข้อหาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ในการชุมนุมเมื่อวันที่ 29 พ.ย.63ตั้งเเต่เวลา 15-22 .00 น. ซึ่งเดิมได้ประกาศว่าจะมุ่งไปที่ กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เเต่ภายหลังย้ายมายังกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ เขตบางเขน

เหตุเกิดที่หน้ากรมทหารราบที่ 11 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขนกรุงเทพมหานคร

โดยนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่าวันนี้พนักงานสอบสวนนำสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 8 เรียงลำดับคือ นายอานนท์ นำภา, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน, นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือ ไบร์ท, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข
,พรหมศร วีระธรรมจารี หรือ ฟ้า, น.ส.พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ, นางสาวณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือ แหวน พยาบาลอาสา ,น.ส.อินทิรา เจริญปุระ หรือทราย พร้อม, ข้อหา หมิ่นสถาบันเบื้องสูง มาตรา 112 , มาตรา 116 , มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองและข้อหาอื่น ฯ ส่วน น.ส.อินทิรา จะมีข้อหาร่วมชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาตเพิ่มมาอีก
ภายหลังรายงานตัวเสร็จแล้ว พนักงานอัยการได้นัดฟังคำสั่งคดีวันที่ 27 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ในวันนี้มี น.ส.อินทิรา หรือ ทราย , นายสมยศ กับพวกจำนวน 5 คน เดินทางมารายงานตัวกับพนักงานอัยการ ส่วนอีก 3 คน คือ นายพริษฐ์, นายอานนท์ และนายพรหมศร หรือฟ้า ขณะนี้ยังถูกควบคุมอยู่ในเรือนจำ

ด้าน น.ส.อินทิรา กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่นายอานนท์นัดชุมนุมกันที่ กรมทหารราบ 11 เมื่อปีที่แล้ว 

ส่วนทรายเองแค่ไปนั่งกินข้าวกับหน่วยพยาบาลอาสา ซึ่งไม่ควรจะมาโดนคดีหมิ่นเบื้องสูง มาตรา 112 ก็ยังงงเหมือนกันว่าเอาข้าวไปแจกผู้ชุมนุม เข้าข่ายผิดกฎหมายอย่างไร แต่ก็มีที่โพสต์เฟซบุ๊กชักชวนให้มาร่วมชุมนุมในวันดังกล่าว ส่วนตัวมองว่าเป็นคดีที่จุกจิก และรู้สึกแย่ตรงที่เงินประกันค่อนข้างสูง โดยเป็นเงินจากกองทุนราษฎรที่ช่วยกันบริจาค ควรจะได้นำไปช่วยเหลือในการต่อสู้คดีอื่นมากกว่า

วันชัย ชี้ มีสัญญาณไม่ปกติของกลุ่ม ส.ว. โหวตวาระ 3 “ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/482214

วันชัย ชี้ มีสัญญาณไม่ปกติของกลุ่ม ส.ว. โหวตวาระ 3 “ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ”

06 ก.ย. 2564

ส.ว. วันชัย สอนศิริ ชี้ มีสัญญาณไม่ปกติของกลุ่ม ส.ว. โหวตวาระ 3 “ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ไม่ขอยืนยันว่าวาระ 3 จะผ่านหรือไม่ เชื่อแม้ผ่านวาระ 3 ก็อาจไม่ได้ใช้กฎหมาย เพราะมีกรอบเวลาและการเมืองเปลี่ยนช่วงนี้แรงพอสมควร

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงการลงมติในวาระ 3 “ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม” ว่า หลังโหวตวาระ 2 ส.ว.ได้หารือกันตลอด

โดยเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นเรื่องของพรรคการเมือง-นักการเมืองล้วน ๆ ในมุมความได้เปรียบทางการเมืองและอำนาจโดยไม่ได้เป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

ซึ่งมีการหารือระหว่าง ส.ว.จำนวนมาก ในทำนองว่าจะ “รับ-ไม่รับร่างฯ” โดยในวันที่ 9 กันยายนจะมี ส.ว.บางกลุ่มหารือเพื่อให้ได้ความชัดเจน โดยมีสัญญาณบางอย่างที่บ่งชี้ว่าอาจจะไม่รับร่างฯ ก็ได้ซึ่งต้องดูต่อไป

เพราะแต่ละวันมีความเปลี่ยนแปลงได้จนถึงเวลาโหวต พร้อมย้ำว่ามีสัญญาณไม่ปกติของกลุ่ม ส.ว. จึงไม่ขอยืนยันว่าวาระ 3 จะผ่านหรือไม่ แต่เชื่อว่า ส.ว. จะตัดสินใจยืนข้างประชาชน

ส่วนการโหวตไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีของสภาผู้แทนฯหรือปัญหาคลื่นใต้น้ำในพรรคพลังประชารัฐนั้นไม่เกี่ยวกับการโหวตแก้รัฐธรรมนูญ    เพียงแต่สะท้อนบางสิ่งที่เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองและเชื่อว่าการแก้รัฐธรรมนูญของพรรคการเมือง มีผลเปลี่ยนแปลงต่อการโหวต 

ทั้งนี้นายวันชัย ยังปฏิเสธข้อสังเกตสัญญาณสั่งคว่ำรัฐธรรมนูญวาระ3 จากฝ่ายการเมือง แต่เป็นสัญญาณชัดจาก ส.ว.ที่คุยกัน

และหาก ส.ว.ที่ให้ความเห็นชอบวาระ 2 มาแล้วหากวาระ 3 เปลี่ยนใจไม่รับร่างรัฐธรรมนูญจะตอบคำถามสังคมได้แต่จะตอบแบบไหนอย่างไรเป็นเรื่องของแต่ละคน

พร้อมทั้งยังประเมินด้วยว่า แม้รัฐสภาจะผ่านร่างรัฐธรรมนูญวาระ
3 ไปได้ แต่อาจจะไม่ได้ทันใช้ เพราะมีกระบวนการทูลเกล้า การยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ การทำกฎหมายลูกใช้เวลา 60 วัน และการเมืองเปลี่ยนช่วงนี้แรงพอสมควร 

จับพิรุธ “ปมดาวเทียมไทยคม 4” ร้องนายกฯ ตั้งกรรมการสอบ รมต.- ปลัดดีอีเอส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/482199

จับพิรุธ “ปมดาวเทียมไทยคม4” ร้องนายกฯ ตั้งกรรมการสอบ รมต.-ปลัดดีอีเอส

06 ก.ย. 2564

หมอวรงค์ ร้อง นายกฯ ตั้งกรรมการสอบ ชัยวุฒิ-ปลัดดีอีเอส หลังไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกานักการเมือง “ปมดาวเทียมไทยคม4” สิ้นสุดสัญญา 10 ก.ย.นี้

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี ยื่นหนังสือถึงพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กรณีการดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศจะหมดอายุในวันที่ 10 กันยายน 2564

ประกอบกับมีคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2553 ที่เกี่ยวข้องกับ”ดาวเทียมไทยคม 4″(ไอพีสตาร์) และสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทอินทัชต่อ”บริษัทไทยคม” ซึ่ง ป.ป.ช. แนะให้คณะรัฐมนตรี ควรกำหนดแนวทางให้เป็นไปตามคำพิพากษา

แต่ล่าสุด นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือดีอีเอส ได้ตอบฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ตรงตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศข้อที่15 เรื่องส่งมอบทรัพย์สินเป็นการกระทำเอื้อประโยชน์กับ “บริษัท ไทยคม จำกัด”มหาชน

ทำให้รัฐได้รับความเสียหายขอเรียกร้องให้นายกฯและคณะรัฐมนตรี นำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก่อน 10 กันยายน และให้มีมติ ดังนี้

1.ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงรัฐมนตรีดีอีเอสและสอบสวนวินัยร้ายแรงปลัดกระทรวงฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตที่ไม่ได้ปฏิบัติไปตามคำพิพากษาศาลฎีกาฯมติคณะรัฐมนตรีและข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.

2.ให้กระทรวงดีอีเอสยกเลิกสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ฉบับที่ 5 ตามคำพิพากษาศาลฎีกาฯ และมติคณะรัฐมนตรี 22 กุมภาพันธ์2554 (ให้คงหุ้นอินทัชใน”บริษัทไทยคม” ไม่น้อยกว่า 51%)

3.ให้กระทรวงดีอีเอส รวบรวมเรียกร้องค่าเสียหายจาก”บริษัทไทยคม” และบริษัทอินทัช ในกรณีบริษัทไทยคมที่ นำดาวเทียมไอพีสตาร์ไปใช้หาประโยชน์ต่างประเทศร้อยละ 94เพื่อเป็นการบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว

4.ให้กระทรวงดีอีเอส ตรวจสอบการส่งมอบดาวเทียม สถานีควบคุมดาวเทียม และอุปกรณ์ต่าง ๆ ตลอดจนลูกค้าให้เป็นไปตามเงื่อนไขข้อ 15 ของสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ

แม้ว่ากสทช.ชุดรักษาการยกเลิกประมูลสัญญาสัมปทาน”ดาวเทียมไทยคม” แต่ต้องติดตาม กสทช. ชุดใหม่ที่จะเข้ามาดำเนินการ

โดยย้ำว่าดาวเทียมที่เป็นสมบัติของชาติต้องส่งมอบในรูปแบบของสัญญาสัมปทานเท่านั้นไม่ใช่ระบบใบอนุญาต เพราะแม้จะให้เอกชนดำเนินการ แต่ทุกอย่างอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของรัฐทั้งหมด

ด้านนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับเรื่องไว้และกล่าวว่าจะรีบส่งให้นายก ฯ ทันที เพราะสัญญาจะใกล้สิ้นสุด 10 กันยายนนี้แล้ว

ฝืนความรู้สึกไม่ได้ เดียร์ “แหกมติพรรค” งดออกเสียง อนุทิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/482184

ฝืนความรู้สึกไม่ได้ เดียร์ “แหกมติพรรค” งดออกเสียง อนุทิน

06 ก.ย. 2564

เดียร์ ยืดอกรับผิดชอบ โหวตสวน “มติพรรคร่วมรัฐบาล” รับไม่ได้ “อนุทิน” แก้ปัญหาโควิด ล้มเหลว จัดหาวัคซีนไม่มีประสิทธิภาพ

ฝืนความรู้สึกไม่ได้ เดียร์ "แหกมติพรรค" งดออกเสียง อนุทินฝืนความรู้สึกไม่ได้ เดียร์ “แหกมติพรรค” งดออกเสียง อนุทิน

นางสาว วทันยา วงศ์โอภาสี  ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ ในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ถึงสาเหตุที่งดออกเสียงอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขว่า เพราะไม่สามารถฝืนความรู้สึกตัวเองได้ จากการที่ลงพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร พบเห็นถึงความล้มเหลวในการแก้ปัญหาโควิด-19มากมาย  จึงต้องแสดงจุดยืนในฐานะตัวแทนประชาชน ไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวใดๆ แต่นายอนุทิน ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดหาวัคซีน ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ก่อนหน้านี้ ในการอภิปรายเงินกู้ห้าแสนล้านส่วนตัวได้เคยแสดงความเห็นเรื่องการใช้เงินกู้ จัดหาวัคซีนที่ไม่มีประสิทธิภาพมาครั้งหนึ่งแล้ว 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฉลุย 264 : 208 สภาผู้แทนฯลงมติไว้วางใจ พล.อ. ประยุทธ์ “นายกฯ” และรมว.กลาโหม

นายกฯ ลั่นใจใหญ่เท่ากำปั้น เมินผลโหวตรองบ๊วย ไม่ทำให้เสียกำลังใจ
“พปชร.” ไม่แตกแถวหนุน นายกฯถ้วนหน้า ด้านพรรคเล็กเสียงแตกทั้งหนุนและไล่

ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ยังพร้อมรับมาตรการกำหนดโทษจากพรรค ซึ่งก่อนหน้านี้ เคยถูกพักงานสภามาหกเดือนจากการงดออกเสียงสวนมติพรรคเช่นเดียวกัน แต่คำชี้แจงของนายอนุทินตอบคำถามเพื่อนสมาชิกฯ ได้ไม่ชัดเจน ไม่สามารถตอบข้อสงสัยของประชาชนได้ จึงต้องของดออกเสียงอีกครั้ง และเป็นคนละส่วน กับการลงมติไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศบค. 

ฝืนความรู้สึกไม่ได้ เดียร์ "แหกมติพรรค" งดออกเสียง อนุทินฝืนความรู้สึกไม่ได้ เดียร์ “แหกมติพรรค” งดออกเสียง อนุทิน

ในส่วน สส.กลุ่มดาวฤกษ์ คนอื่น ซึ่งโหวตตามมติพรรคไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ เปลี่ยนแปลงไป เพราะ6 สส.กลุ่มดาวฤกษ์ เป็นเพื่อนที่ทำงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง 

ฝืนความรู้สึกไม่ได้ เดียร์ "แหกมติพรรค" งดออกเสียง อนุทินฝืนความรู้สึกไม่ได้ เดียร์ “แหกมติพรรค” งดออกเสียง อนุทิน

รมว. ท่องเที่ยว -ททท. -เอกชน ประกาศความพร้อม “เปิดหัวหิน” รับต่างชาติ 1 ต.ค. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/482156

รมว. ท่องเที่ยว -ททท. -เอกชน ประกาศความพร้อม “เปิดหัวหิน” รับต่างชาติ 1 ต.ค.

05 ก.ย. 2564

รมว.ท่องเที่ยว พิพัฒน์ รัชกิจประการ ททท. พร้อมเอกชน ประกาศความพร้อม “เปิดหัวหิน” รับต่างชาติ 1 ต.ค.นี้ ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่กักตัว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ  รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ หัวหิน รีชาร์จและแนวทาง”เปิดเมืองหัวหิน”ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่กักตัว ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้กระทรวงการท่องเที่ยว ฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดประเทศภายใน 120 วัน

พร้อมจัดทำแผนตั้งแต่ระยะที่ 1 คือการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ สมุย พลัส โมเดล เกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่ เขาหลัก จังหวัดพังงา และเกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
 

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนแผนระยะที่ 2 กำหนดเริ่ม 1 ตุลาคมนี้ จะมีการเปิดประเทศเพิ่มอีก 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ  ชลบุรี  ในพื้นที่พัทยา บางละมุง สัตหีบ ,เพชรบุรี ในพื้นที่ชะอำ ประจวบคีรีขันธ์ ในพื้นที่”หัวหิน”และเชียงใหม่ในพื้นที่อำเภอเมือง แม่แตง แม่ริม และดอยเต่า

นายพิพัฒน์ รมว.ท่องเที่ยว กล่าวต่อว่า การเปิดประเทศครั้งนี้เชื่อว่าผู้ประกอบการมีความพร้อม แต่วัคซีนยังมาไม่ครบจึงยังเปิดไม่ได้ รวมถึงสิ่งที่ปฏิบัติได้ยากในเมืองท่องเที่ยวขณะนี้คือ หากเป็นไปได้ขอให้จัดเป็นพื้นที่สีเหลือง เพื่อให้สามารถทานอาหารและดื่มสุราได้

นอกจากนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯจะนำไทยแลนด์ริเวียร่ามาเป็นตัวเชื่อมการท่องเที่ยวระหว่างจังหวัด

โดยจะเสนอศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 และที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวาระต่อไปด้วย

กระทรวงการท่องเที่ยวฯจะติดตามสถานการณ์การระบาดโควิดในประเทศอย่างใกล้ชิดจนถึงวันที่ 14 กันยายนนี้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะน้อยลงหรือไม่ หากผู้ติดเชื้อน้อยลงจนเหลือหลักพัน จากปัจจุบันผู้ติดเชื้ออยู่ที่หลักหมื่นคนนั้น จะมีการหารือในที่ประชุม ศบค.และกระทรวงสาธารณสุขว่าจากสถิติของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อคิดเป็น 0.3% เท่านั้น

ทำให้จะมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะลดวันกักตัวเหลือ 7 วัน จาก 14 วัน พร้อมมั่นใจว่าพื้นที่ 5 จังหวัดดังกล่าว โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ได้รับวัคซีนที่ 70% ของประชากรแล้ว ส่วนพื้นที่อื่นยังคงขาดวัคซีนอีกจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์

โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯจะเจรจากับศบค.กระทรวงสาธารณสุขให้จัดสรรวัคซีน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่รองรับการเปิดประเทศต่อไป

ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า รูปแบบการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในโครงการหัวหิน รีชาร์จ นักท่องเที่ยวต่างชาติจะต้องทำการตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR หรือการเก็บตัวอย่างเชื้อบริเวณลำคอ และหลังโพรงจมูก
จำนวน 3 ครั้ง โดยเมื่อมาถึงสนามบินต้องตรวจครั้งที่ 1 ทันที

จากนั้นเดินทางเข้าโรงแรมที่พักผ่านรถโดยสารที่ได้รับมาตรการตามกำหนดไว้ นักท่องเที่ยวจะไม่สามารถออกจากห้องพักได้ จนกว่าจะมีการยืนยันว่าไม่พบเชื้อโควิด จึงจะสามารถเดินทางท่อง
เที่ยวในเส้นทางท่องเที่ยวกำหนดเฉพาะซีลรูทได้แบบไม่มีการกักตัว

นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า ให้ตรวจซ้ำอีก 2 ครั้ง ในวันที่ 6-7 และวันที่ 12-13 ซึ่งหากไม่พบเชื้อโควิดและอยู่ในพื้นที่ครบ 14 วันแล้ว ถึงจะสามารถเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่อื่นทั่วประเทศไทยได้ จึงยืนยันว่าคนในพื้นที่สามารถสบายใจได้ในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้

ผู้ว่าการฯ ททท. กล่าวด้วยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ให้นโนบายพิจารณาพื้นที่อื่นเพิ่มเติม ในระยะต่อจากนี้ด้วย เช่น พื้นที่เชียงคาน จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย พื้นที่เกาะกูด เกาะช้าง จังหวัดตราด เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับการท่องเที่ยวในไทยนั้นตั้งแต่ตุลาคมเป็นต้นไปคาดหวังว่าจะเห็นการท่องเที่ยวไทยกลับมา เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น

โดยคาดว่าในปีนี้ตลาดไทยเที่ยวไทยจะมีการเดินทางในประเทศไม่ต่ำกว่าปี 2563 อยู่ที่ 90 ล้านคน-ครั้ง ซึ่ง ททท.พยายามกัดฟันทำให้ได้ตามที่วางเป้าหมายไว้

ผู้ว่าการการท่องเที่ยวฯ กล่าวว่า ส่วนตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1.2 ล้านคน แต่ขณะนี้หวังให้เห็นที่ 1 ล้านคนให้ได้ก่อน

เพราะจากข้อมูลจำนวนต่างชาติเดินทางเข้าไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้มีจำนวน 40,000 คนบวกกับเข้ามาในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์อีก 26,400 คนในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมที่ผ่านมา รวมเกือบ 100,000 คน ซึ่งเหลืออีก 900,000 คน ที่ต้องเข้ามาในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี หากสามารถมาได้เดือนละ 300,000 คน เชื่อว่ายังมีโอกาสได้เห็นจำนวน 1 ล้านคนในปีนี้

เกณฑ์ “ผ่อนชำระหนี้” ใครรับเงินรัฐสภาเกินสิทธิ อ่านราชกิจจานุเบกษาประกาศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/482139

เกณฑ์ “ผ่อนชำระหนี้” ใครรับเงินรัฐสภาเกินสิทธิ อ่านราชกิจจานุเบกษาประกาศ

05 ก.ย. 2564

ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ลงนามหลักเกณฑ์ “ผ่อนชำระหนี้” ใครรับเงินเกินสิทธิที่ได้รับอ่านราชกิจจานุเบกษาประกาศแล้ว

เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศรัฐสภา เรื่อง หลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการ “ผ่อนชำระหนี้” กรณีบุคคลหรือทายาทได้รับเงินหรือสิทธิประโยชน์จากส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเกินสิทธิหรือได้รับไปโดยไม่มีสิทธิ พ.ศ. 2564 ความว่า โดยที่พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. 2554 มาตรา 6 บัญญัติให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เป็นส่วนราชการสังกัดรัฐสภามีฐานะเป็นนิติบุคคลและมีอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา และมาตรา 15 บัญญัติให้ ก.ร. มีอำนาจออกระเบียบรัฐสภาหรือประกาศรัฐสภาเกี่ยวกับการบริหารงานทั่วไป การงบประมาณการเงินและทรัพย์สิน และการดำเนินการอื่นของส่วนราชการสังกัดรัฐสภา

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. 2554 ก.ร. จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศรัฐสภา เรื่อง หลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการผ่อนชำระหนี้กรณีบุคคลหรือทายาทได้รับเงินหรือสิทธิประโยชน์จากส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเกินสิทธิหรือได้รับไปโดยไม่มีสิทธิ พ.ศ. 2564”

ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3 ในประกาศนี้

“คบง.รส.” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารเกี่ยวกับการงบประมาณ การเงินและทรัพย์สินของส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการงบประมาณ

“พ้นจากหน้าที่” หมายความว่า การออกจากราชการ การออกจากตำแหน่ง การสิ้นสุดสัญญาจ้างการสิ้นสุดสมาชิกภาพ การพ้นจากตำแหน่ง หรือการพ้นจากหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งนั้น

“ผู้ขอผ่อนชำระ” หมายความว่า ข้าราชการรัฐสภา พนักงานราชการและลูกจ้างของส่วนราชการสังกัดรัฐสภา สมาชิกรัฐสภา อดีตสมาชิกรัฐสภา หรือบุคคลซึ่งได้รับเงินหรือสิทธิประโยชน์จากส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเกินสิทธิหรือได้รับไปโดยไม่มีสิทธิหรือทายาทของบุคคลดังกล่าวข้างต้น หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง

“หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภา” หมายความว่า เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการวุฒิสภา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น

ข้อ 4 การอนุมัติให้ผ่อนชำระตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ ต้องมิใช่กรณีที่เกิดจากการกระทำโดยไม่สุจริตของผู้ขอผ่อนชำระ ต้องเป็นกรณีที่ผู้ขอผ่อนชำระขอผ่อนชำระเต็มจำนวนที่ต้องชดใช้คืน และต้องมิใช่การขอผ่อนชำระในชั้นศาล

เงินหรือสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากส่วนราชการสังกัดรัฐสภากินสิทธิหรือได้รับไปโดยไม่มีสิทธิให้หมายความรวมถึงค่าดอกเบี้ย ค่าฤชาธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีและบังคับคดี (ถ้ามี) ด้วย

ข้อ 5 ให้หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติให้ “ผ่อนชำระหนี้” ตามประกาศนี้

ข้อ 6 อัตราดอกเบี้ยในการผ่อนชำระให้คิดในอัตราที่กฎหมายกำหนด

ข้อ 7 หากผู้ขอผ่อนชำระหนี้พ้นจากหน้าที่ระหว่างการผ่อนชำระ ข้อตกลงเรื่องการผ่อนชำระเป็นอันยุติ และให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเรียกให้ชดใช้เงินที่ค้างชำระอยู่ทั้งหมดทันที เว้นแต่ กรณีที่หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาอาจอนุมัติให้ผ่อนชำระต่อไปได้ตามควรแก่กรณี โดยอาจพิจารณาจากความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ เช่น รายได้ ค่าใช้จ่าย และทรัพย์สินของผู้เสนอขอผ่อนชำระหนี้หรือคู่สมรส

ข้อ 8 ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการขอผ่อนชำระหนี้ตามประกาศนี้ได้ให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเสนอต่อ คบง.รส. เพื่อพิจารณาเห็นชอบ

ข้อ 9 นอกจากที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ ให้นำหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการ “ผ่อนชำระหนี้” กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือทายาทได้รับเงินเกินสิทธิหรือได้รับเงินไปโดยไม่มีสิทธิ และแบบหนังสือรับสภาพหนี้สัญญาผ่อนชำระและสัญญาค้ำประกัน ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการผ่อนชำระหนี้กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือทายาทได้รับเงินเกินสิทธิหรือได้รับเงินไปโดยไม่มีสิทธิลงวันที่ 12 กันยายน 2546 ตลอดจนหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด มาใช้บังคับโดยอนุโลม โดยคำว่า “หน่วยงานของรัฐ” และ “เจ้าหน้าที่” ในประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าวให้ใช้คำว่า “ส่วนราชการสังกัดรัฐสภา” และ “ข้าราชการรัฐสภา พนักงานราชการและลูกจ้างของส่วนราชการสังกัดรัฐสภา สมาชิกรัฐสภา อดีตสมาชิกรัฐสภา หรือบุคคลซึ่งได้รับเงินหรือสิทธิประโยชน์จากส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเกินสิทธิหรือได้รับไปโดยไม่มีสิทธิ” ตามลำดับ แทนในทุกที่

ข้อ 10 การดำเนินการตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการผ่อนชำระหนี้กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือทายาทได้รับเงินเกินสิทธิหรือได้รับเงินไปโดยไม่มีสิทธิ ลงวันที่ 12 กันยายน 2546 และหลักเกณฑ์วิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด ให้ถือว่าการดำเนินการนั้นชอบด้วยประกาศนี้

กรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการผ่อนชำระหนี้กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือทายาทได้รับเงินเกินสิทธิหรือได้รับเงินไปโดยไม่มีสิทธิ ลงวันที่ 12 กันยายน 2546 และหลักเกณฑ์วิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนดให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเสนอต่อ คบง.รส. เพื่อพิจารณาเป็นกรณีไป

ประกาศ ณ วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา

ผ่อนชำระหนี้, ราชกิจจานุเบกษา, รัฐสภาผ่อนชำระหนี้, ราชกิจจานุเบกษา, รัฐสภา

ผ่อนชำระหนี้, ราชกิจจานุเบกษา, รัฐสภาผ่อนชำระหนี้, ราชกิจจานุเบกษา, รัฐสภา