Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Monthly Archives: September 2021

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

คดีไม่คืบ! เมียพาผัวถูกรถชน ‘สมองพิการ-ตาบอด’ ขอความเป็นธรรมคู่กรณีหายเงียบ #SootinClaimon.Com

Posted on September 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/600022

คดีไม่คืบ! เมียพาผัวถูกรถชน 'สมองพิการ-ตาบอด' ขอความเป็นธรรมคู่กรณีหายเงียบ

คดีไม่คืบ! เมียพาผัวถูกรถชน ‘สมองพิการ-ตาบอด’ ขอความเป็นธรรมคู่กรณีหายเงียบ

วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564, 17.29 น.

5 ก.ย.64 น.ส.บังอร ภูถมเงิน อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 168/13 ม.3 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง ร้องผ่านสื่อมวลชนว่า จากกรณีสามีเกิดอุบัติเหตุถูกรถยนต์ข้ามเลนมาชน จนสามีสมองพิการ ตาบอดหนึ่งข้าง เดินไม่ได้ เกิดเหตุ ผ่านมา 8 เดือน คดีไม่คืบหน้า คู่กรณีที่เป็นฝ่ายผิด ไม่เคยมาดูแลกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว จึงมาขอความเป็นธรรม  

น.ส.บังอร ได้เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 ม.ค.64 ตนเองนั่งรถยนต์ กระบะ แคป สีแดง ทะเบียน ผ-7120 ระยอง มากับสามี โดยสามีเป็นคนขับ ขณะที่กำลังขับรถยนต์มุ่งหน้ากลับบ้าน พอขับมาถึง หน้าตลาดสุรชัย ถ.สุขุมวิท ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง จู่ๆรถยนต์นิสสัน มาร์ช สีชมพู ทะเบียน กบ-3109 จันทบุรี  ที่ขับมาจากฝั่งตรงข้ามได้เสียหลักขับข้ามเลน จากอีกฝั่งพุ่งมาชนรถยนต์ของตนเองเต็มแรง ชนตรงฝั่งคนขับพังทั้งแถบ จนเป็นเหตุให้สามีได้รับบาดเจ็บสาหัส ตนเองได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนคู่กรณี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดยมี ร้อยตำรวจโท เสฎฐวุฒิ  สุทธิวัฒน์มงคล รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง เจ้าของคดี 

หลังจากที่สามีเข้ารับการรักษาประมาณ 3 เดือน ปรากฎว่า สามีกลายเป็นคนพิการเดินไม่ได้ ตาซ้ายบอดสนิท แพทย์แจ้งว่า ก้านสมองขาดเลือด กะโหลกด้านแตกยุบ เป็นเหตุให้เดินไม่ได้ ต้องรอการฟื้นฟู ต้องใส่แพมเพิสตลอด เพราะไม่สามารถขับถ่ายได้เอง ตลอดระยะเวลา 8 เดือน คู่กรณีไม่เคยมาดูและมาเยี่ยมเลยแม้แต่ครั้งเดียว ต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด  ส่วนเรื่องคดีได้เดินทางเข้าไปติดตามคดีกับ ร.ต.ท.เสฏฐวุฒิ     ทุกสัปดาห์ ก็ไม่มีความคืบหน้า โดยตนเองไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่มีความรู้ ไม่มีเงิน เพราะต้องออกจากงานทั้งสองคน  (สามีเป็นพนักงานส่งเอกสาร ภรรยาเป็นพนักงานขายวัสดุก่อสร้าง) เนื่องจากตนเองต้องมาคอยดูแลสามีที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้  ทุกวันนี้ต้องกู้เงินมาใช้จ่ายในการรักษาตัว และ ค่าซื้อแพมเพิสที่ต้องใช้ทุกวัน รวมถึงค่าเลี้ยงดู บุตรชาย 2 คน อายุ 7 ขวบ กับ 11 ขวบ ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้ว ติดต่อไปทางคู่กรณี อ้อนวอนให้ช่วยเหลือ ทางคู่กรณีอ้างว่าไม่มีเงิน ทุกวันนี้ เงินจะซื้อแพมเพิสก็ยังไม่มี จะเดินทางมาที่โรงพักหรือไปไหนแต่ละที ก็ต้องขอความช่วยเหลือจากญาติและเพื่อนบ้านให้ขับรถสามล้อพ่วงพาไป เพราะสามีนั่งและเดินเองไม่ได้ ต้องคอยพยุงตลอดเวลา  จึงอยากร้องขอความเป็นธรรม เพราะทุกวันนี้ ลำบากมาก 

ต่อมา น.ส.บังอร ได้ พาสามี โดยขี่จยย.พ่วงข้าง มายัง สภ.เมือง ระยอง เพื่อพบร้อยเวรเจ้าของคดี แต่ปรากฎว่า ไม่อยู่ เพราะอยู่ระหว่างการกักตัวโควิด-19 และ ได้พบกับ  พ.ต.ท.ภฤศ  ภาสว่าง รอง ผกก.ป. สภ.เมือง ระยอง หลังจากทราบเรื่อง ได้รับปากว่าจะช่วยติดตามคดี และ ให้ความเป็นธรรมอย่างแน่นอน พร้อมทั้งมอบเงินช่วยเหลือค่าเดินทางจำนวนหนึ่ง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วอนรัฐเปิดทางเอกชนช่วยกำจัดขยะติดเชื้อ อึ้งพบตกค้าง 500 ตัน #SootinClaimon.Com

Posted on September 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/600007

วอนรัฐเปิดทางเอกชนช่วยกำจัดขยะติดเชื้อ อึ้งพบตกค้าง 500 ตัน

วอนรัฐเปิดทางเอกชนช่วยกำจัดขยะติดเชื้อ อึ้งพบตกค้าง 500 ตัน

วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564, 16.43 น.

นายก อบจ.ระยอง วอนภาครัฐช่วยลดขั้นตอน กฎระเบียบ เพื่อเปิดช่องให้ภาคเอกชนสามารถช่วยกำจัดขยะติดเชื้อของภาคตะวันออก ที่เพิ่มขึ้นถึงวันละ 12 ตัน ล่าสุดมีปริมาณขยะติดเชื้อตกค้างรอกำจัดเกือบ 500 ตัน 

5 ก.ย.64 รายงานแจ้งว่า ศูนย์บริการกำจัดขยะติดเชื้อภาคตะวันออก ตั้งอยู่ที่ ตำบลทับมา อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เริ่มเปิดดำเนินการเมื่อเดือนสิงหาคม 2562 สามารถรองรับปริมาณขยะมูลฝอยติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดระยอง ที่เพิ่มขึ้นโดยกำจัดด้วยระบบเตาเผาตามหลักวิชาการแห่งเดียวในภาคตะวันออก ได้วันละ 3.6 ตันต่อวัน ต่อมา ได้พัฒนา เป็นต้นแบบด้านการบริหารจัดการมูลฝอยติดเชื้อแบบศูนย์รวมของภาค ตะวันออก แต่ละวันจึงมีขยะติดเชื้อจากหลายจังหวัดในภาคตะวันออกที่ส่งเข้ามาเพื่อรอกำจัดเป็นจำนวนมากจนเกินกำลัง 

นายปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง พร้อมด้วย นายสุริยะ ศิริวัฒน์ รักษาการ ผอ.กองสาธารณสุข อบจ.ระยอง ลงพื้นที่ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจร ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เปิดเผยขั้นตอนการกำจัดขยะติดเชื้อที่ถูกส่งมาจากทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกซึ่งปัจจุบัน มีปริมาณมากจนเกินกำลังที่จะกำจัดในแต่ละวัน 

นายปิยะ กล่าวว่า อบจ.ระยอง มีศูนย์บริการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อที่ได้มาตรฐานแห่งเดียวในภาคตะวันออก โดยใช้เทคโนโลยีระบบเตาเผาแบบหมุนที่มีความร้อนสูง 800 – 1,000 ℃ มีศักยภาพกำจัดขยะได้ 3.6 ตันต่อวัน มีรถเก็บขนมูลฝอยติดเชื้อโดยเฉพาะ  ซึ่งรถดังกล่าวเป็นรถที่ออกแบบมาพิเศษมีห้องควบคุมอุณหภูมิตลอดเวลาที่ไปรับมูลฝอยติดเชื้อจากสถานพยาบาลต่างๆ ทั้งในจังหวัดระยอง และจังหวัดใกล้เคียงเพื่อนำมากำจัดให้เป็นไปตามหลักวิชาการ  

แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก  ทำให้ มีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ต่างๆ ส่งผลให้มีปริมาณมูลฝอยติดเชื้อที่ส่งเข้าระบบเตาเผาของ อบจ.ระยอง มีเพิ่มมากขึ้นวิธีแก้ไขปัญหาการตกค้างสะสมของขยะติดเชื้อ ต้องหาแหล่งกำจัดเพิ่มเติม เช่น เตาเผาขยะอุตสาหกรรม หรือโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ที่เป็นเตาเผาขยะที่มีอุณหภูมิสูงเพียงพอต่อการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อได้อย่างถูกหลักสุขาภิบาล แต่ทั้งนี้ จะต้องได้รับการสนับสนุน และผลักดันจากทางรัฐบาล ให้สามารถดำเนินการนำมูลฝอยติดเชื้อไปกำจัดที่เตาเผาขยะอุตสาหกรรม หรือโรงไฟฟ้าขยะชุมชนได้ ซึ่งการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในตอนนี้ ทาง อบจ.ระยอง มีแผนการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อส่วนเกิน โดยประสานไปยังบริษัท GPSC ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม ปตท. ที่รัฐบาลได้มอบหมายให้ร่วมมือในการกำจัดขยะของ จ.ระยอง ด้วยเทคโนโลยีการแปลงขยะเป็นพลังงาน ซึ่งบริษัท GPSC อยู่ระหว่างประสานโรงไฟฟ้าในเครือ เพื่อช่วยกำจัดขยะติดเชื้อของ จ.ระยอง

โดย จะ สามารถส่งกำจัดได้ครั้งละปริมาณมาก ซึ่งโรงไฟฟ้าของบริษัท GPSC มีศักยภาพสามารถรองรับขยะติดเชื้อได้ ทั้งนี้ อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาด้านเทคนิค และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง อาทิ ใบอนุญาตการรับซื้อไฟฟ้า (กกพ.) ที่ต้องใช้เชื้อเพลิงเฉพาะ และรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งยังต้องใช้เวลา ส่วนความกังวลของประชาชน ที่วิตกว่าจะมีขยะติดเชื้อเล็ดลอดออกไปนั้น ขอยืนยันว่า ขยะที่ทางศูนย์ฯไปรับมา จะต้องเก็บไว้ในศูนย์ฯ อย่างถูกวิธี ตามหลักวิชาการ และปลอดภัย ไม่มีการเล็ดลอดออกไป 

ด้านนายสุริยะ ศิริวัฒน์ รักษาการ ผอ.กองสาธารณสุข อบจ.ระยอง  กล่าวว่า ในส่วนของการเก็บขยะมูลฝอยติดเชื้อของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ก็เป็นไปตามหลักวิชาการตั้งแต่ต้นทาง คือสถานพยาบาล โดยเฉพาะตอนนี้ก็ได้มีโรงพยาบาลสนามเกิดขึ้น ในส่วนของโรงพยาบาลสนามก็จะมีการจัดถุงแดงเอาไว้ให้ เพราะฉะนั้นแล้วขยะมูลฝอยติดเชื้อก็จะถูกบรรจุอยู่ในถุงแดงซึ่งถุงแดงดังกล่าว ก็จะถูกบรรจุในถุงแดงอีกทีนึง หลังจากนั้นก็จะเอาไว้ที่จุดพักแล้วก็จะมีรถของมูลฝอยติดเชื้อ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นรถควบคุมอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศา เป็นรถเก็บเฉพาะ ทำให้มั่นใจได้ว่าไม่มีการแพร่กระจายระหว่างการขนส่งแต่อย่างใด รถของเราจะไปวิ่งเก็บถังแดงขึ้นสู่รถ แล้วก็เป็นการแลกเปลี่ยนถัง เอาถังเปล่าคืน เพื่อรอรับขยะในรอบต่อไป ถังแดงต่างๆก็จะถูกลำเลียงใส่รถจัดเก็บโดยเฉพาะ นำมาที่เตาเผากำจัดขยะมูลฝอยติดเชื้อ เพื่อรอการกำจัด เป็นไปตามหลักวิชาการ ตอนนี้ที่ศูนย์บริการกำจัดขยะมูลฝอย ติดเชื้อภาคตะวันออก มีศักยภาพกำจัดได้วันละ 3.5 – 4 ตัน ซึ่งจากสถานการณ์โควิด ทำให้โรงพยาบาลสนามเกิดขึ้น มากมายส่งผลให้มีขยะมูลฝอยติดเชื้อเพิ่มขึ้นด้วย ตอนนี้มีมากถึง 10 ถึง 12 ตันต่อวัน ทำให้เกิดขยะสะสมที่รอกำจัดอยู่ ตอนนี้ตกค้างอยู่ในพื้นที่ประมาณเกือบ 500 ตัน เป็นปัญหาที่รอการกำจัด ซึ่งท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ก็ได้ให้ความสำคัญ ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าต่างๆ ที่มีศักยภาพ  เพื่อจะมาช่วยดำเนินการ กำจัดขยะที่สะสมอยู่ เพื่อให้หมดไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เจ้าจ้อน’ ออกกำลังกายฟิตหุ่นเตรียมหาคู่ หลังโสดมาหลายปี #SootinClaimon.Com

Posted on September 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599991

‘เจ้าจ้อน’ ออกกำลังกายฟิตหุ่นเตรียมหาคู่ หลังโสดมาหลายปี

‘เจ้าจ้อน’ ออกกำลังกายฟิตหุ่นเตรียมหาคู่ หลังโสดมาหลายปี

วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564, 15.49 น.

เจ้าหน้าที่สวนสัตว์สงขลา ยังคงต้องทำงานดูแลสัตว์อย่างต่อเนื่องทุกวันเล็งให้ ‘เจ้าจ้อน’ ออกกำลังกายเล่นฟุตบอลทุกวัน เพื่อให้มีร่างกายแข็งแรง และมีแนวคิดที่จะหาคู่ให้เจ้าจ้อนคลายเหงา หลังครองโสดมานานหลายปี 

5 ก.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สวนสัตว์สงขลายังคงปิดให้บริการไปจนถึงวันที่ 14 กันยายน 2564 ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสงขลา ได้มีคำสั่งเพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 รวมทั้งลดจำนวนผู้ติดเชื้อให้ลดน้อยลงอย่างเข้มงวด 

ในขณะเดียวกัน สวนสัตว์สงขลาเองยังต้องดูแลสัตว์อย่างต่อเนื่องทุกวัน โดยไม่มีวันหยุด เพื่อให้สัตว์ได้กินอาหารตามปกติเพื่อดำรงชีวิต เช่นเดียวกับคน อย่างเช่น ฝูงกวางจำนวนมาก บริเวณส่วนแสดงกวางภายในสวนสัตว์สงขลา เจ้าหน้าที่ได้นำ อาหารจำพวกใบมะขามเทศ ที่กวางชอบ นำมาให้กวางกินเป็นอาหารทุกวัน อย่างทั่วถึงทุกตัว และใน  ส่วนแสดงนกเหงือกที่เป็นกรงอุโมงค์ ก็ได้นำอาหาร มีทั้ง กล้วย มะละกอ เข้าไปให้ถึงในกรงนกเหงือก แต่ละตัวก็ได้กินอย่างอิ่มหนำสำราญ แม้เป็นช่วงที่สวนสัตว์สงขลาปิดให้บริการ แต่นกก็มีสุขภาพ แข็งแรงดีทุกตัว ซึ่งจะดูได้จากขนนกเป็นเงามัน นกจะไม่หงอย ภาพรวมนกสดชื่นทุกตัว ตอนนี้นกทั้งหมด ในกรงนี้ มี 8 ตัว และมีกระจายอยู่ทั่วสวนสัตว์ก็หลายตัว เกิน 20 ตัว ซึ่งจุดจัดแสดงก็จะอยู่ใกล้ๆกระจายกันไป 

นายยงยุทธ บุญสร้าง อายุ 46 ปี หัวหน้าผู้ดูแลสวนนก มาปีนี้เข้าปีที่ 20 กล่าวว่า การดูแลหลักๆ  ก็ดูแลตามปกติ คือ จะมีสเต็ปของเขาในแต่ละวัน แต่ในช่วงนี้ พอไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเราก็มีเวลาเยอะ เพื่อจะได้ดูแลสภาพแวดล้อม ความเรียบร้อยต่างๆอะไรพวกนี้ ก็ถือว่า มันก็ได้อย่างเสียอย่าง โดยเรามีเวลาให้กับสัตว์มากขึ้น แต่ว่าเราก็ขาดรายได้ อันนี้ก็ต้องทำใจ เพราะสถานการณ์โควิดบังคับ  

สำหรับสุขภาพสัตว์ในช่วงนี้ก็แข็งแรงดี ซึ่งจะดูได้จากลักษณะภายนอก ขนนกจะเป็นเงามัน นกจะไม่หงอย คือดูสภาพรวมนกสดชื่น ส่วนทางด้านอาหาร ในแต่ละวัน หลักๆก็มี กล้วย มะละกอและก็มีเนื้อ มีไข่ อันนี้ก็สลับกันวันเว้นวัน เพื่อเสริมโปรตีนให้เขา บางครั้งก็มี พวกลูกหมากผลไม้ที่พอหาได้ ในสวน แล้วก็นำมาเสริมให้เขา ซึ่งเป็นไม้ป่าธรรมชาติ ในสวนที่ เราปลูกไว้ เช่น ลูกไทรลูกหมากเขียว คือจะเป็นการทุ่นค่าใช้จ่าย ไปได้ระดับหนึ่ง นกก็จะเพลิน เพราะอาหารพวกนี้เป็น ลูกไม้ธรรมชาติ  

สำหรับ ‘เจ้าจ้อน’ ลิงชิมแปนซีแสนรู้ ประจำสวนสัตว์สงขลา หลังจากสวนสัตว์ปิด ทำให้เจ้าจ้อนหงอยเหงา เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยว มาให้เจ้าจ้อนเห็นหน้าเลย มีแต่พี่เลี้ยง และเจ้าหน้าที่เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ พี่เลี้ยงก็ต้อง อยู่ตลอดทุกวัน โดยให้อาหารเจ้าจ้อน เสริมด้วยน้ำแดงของโปรด และให้ออกกำลังกาย เล่นฟุตบอล ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าจ้อนชอบมาก เพื่อให้เจ้าจ้อน มีร่างกายที่แข็งแรง จากการออกกำลังกายเล่นฟุตบอลทุกวัน แม้ว่า ในช่วงนี้สวนสัตว์สงขลาจะยังปิดอยู่ก็ตาม ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า ทางสวนสัตว์สงขลามีแนวคิดที่จะหาคู่ให้เจ้าจ้อนคลายเหงา หลังครองโสดมานานหลายปีโดยจะให้แต่ละสวนสัตว์ส่งภาพลิงชิมแปนซีสาวมาให้เจ้าจ้อนเลือกว่าชอบหรือพอใจลิงสาวตัวไหนมาเป็นคู่คลายเหงา ทางสวนสัตว์สงขลาก็จะทำการสู่ขอลิงตัวนั้น มาเป็นคู่เจ้าจ้อนต่อไป ซึ่งตรงนี้ต้องรอฟังข่าวดี 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พระ-ชาวบ้าน’ ร่วมกันทำ ‘ข้าวต้มมัด’ แจกฟรีทั้งตำบล #SootinClaimon.Com

Posted on September 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599987

'พระ-ชาวบ้าน' ร่วมกันทำ 'ข้าวต้มมัด' แจกฟรีทั้งตำบล

‘พระ-ชาวบ้าน’ ร่วมกันทำ ‘ข้าวต้มมัด’ แจกฟรีทั้งตำบล

วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564, 15.29 น.

‘วัดมุจลินทร์’ ลพบุรี ร่วมกับชาวบ้านทำ ‘ข้าวต้มมัด’ แจกฟรีทั้งตำบล ช่วยลดความเดือดร้อนช่วงโควิด 

5 ก.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่วัดมุจลินทร์ ตำบลมุจลินทร์ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ได้นำชาวบ้านที่อยู่รอบบริเวณวัดลงแขกร่วมกันห่อข้าวต้มมัดเพื่อนำไปแจกจ่ายฟรีให้กับทุกครัวเรือน ทั้งตำบลมุจลินทร์.ซึ่งมีราว 600 ครัวเรือน โดยจะนำข้าวต้มมัดที่ห่อสุกแล้วนำขึ้นรถกระบะ ออกแจกในทุกครัวเรือนทั้งตำบลที่มีจำนวน 9 หมู่บ้าน โดยมีจะพระคุณเจ้าไปทำการแจกเอง 

พระอธิการจรัญ ธัมมธโร เจ้าอาวาสวัดมุจลินทร์ กล่าวว่า เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความห่วงใยที่วัดต่อชาวบ้านในช่วงวิกฤติของสถานการณ์โรคระบาดโควิด19 และช่วงฝืดเคืองของเศรษฐกิจ ทำให้เป็นห่วง เป็นใยซึ่งกันและกัน ข้าวต้มมัดเป็นอาหารที่เป็นความหมายของความสามัคคีและห่วงใยกันดังนั้นโครงการข้าวต้มมัด วัดถึงชาวบ้านจึงเกิดขึ้นที่ตำบลมุจลินท์ โดยจะมีการแจกข้าวต้มมัดให้บ้านละ 3-6 มัดต่อครอบครัว 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เริ่มคึกคัก! นทท.เดินทางเข้าชม อุทยานฯ เกาะช้าง วันละ 50-100 ราย #SootinClaimon.Com

Posted on September 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599982

เริ่มคึกคัก! นทท.เดินทางเข้าชม อุทยานฯ เกาะช้าง วันละ 50-100 ราย

เริ่มคึกคัก! นทท.เดินทางเข้าชม อุทยานฯ เกาะช้าง วันละ 50-100 ราย

วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564, 15.11 น.

เริ่มคึกคัก! นทท.เดินทางเข้าชม อุทยานฯ เกาะช้าง วันละ 50-100 ราย ต้องปฏิบัติตามมาตรการ เตือนช่วงนี้น้ำตกมีความแรงอาจลงเล่นไม่ได้

5 ก.ย.64 รายงานแจ้งว่า หลังจากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จ.ตราดเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่แล้วตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 เป็นต้นมาปรากฏว่า เริ่มมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวแล้ว 

นายมานพ สามัญ หัวหน้าฝ่ายบริการ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เปิดเผยว่าตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 เป็นต้นมา ทางอุทยานฯเกาะช้างได้เปิดพื้นที่ 5 แห่งเพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าตามปกติ คือ น้ำตกธารมะยม สามารถเข้าชมได้ 100 คน/ช่วงเวลา น้ำตกคลองพลู 200 คน/ช่วงเวลา ,เกาะรัง(ดำน้ำดูประการัง) 1,000 คน/วัน,จุดชมวิวไก่เเบ้ 100 คน/ช่วงเวลา และเกาะง่าม ที่เปิดใหม่ จำนวน 100 คน/วัน ส่วนพื้นที่กางเต้นท์น้ำตกธารมะยม 40 คน/ช่วงเวลา แต่ยังไม่ให้อนุญาตให้เข้าเนื่องจากพื้นที่ติดกับโรงพยาบาลสนาม ต้องรอให้ปิดการใช้งานก่อน 

นายมานพ กล่าวว่า หลังจากที่เปิดเข้าชมแล้ว นักท่องเที่ยวยังไม่มากนักเนื่องจากยังไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์ไปในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาวันละ 50-100 คน เก็บค่าเข้าชมได้ 900 บาท ที่น้ำตกธารมะยม และในน้ำตกคลองพลู เก็บได้ 920 บาท ส่วนเกาะรังยังไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมา ซึ่งคาดว่าต่อไปในเดือนหน้าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งนักท่องเที่ยวยังไม่ทราบข้อมูลมากนัก 

นายมานพ สามัญ ยังแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวว่า ช่วงนี้ที่อำเภอเกาะช้างมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปริมาณน้ำในพื้นที่น้ำตกจะมีปริมาณมาก และอาจจะเกิดน้ำป่าหลากลงมาได้นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยวจึงต้องสังเกตสีของน้ำ เหมือนที่น้ำตกธารมะยม เมื่อวันที่ 3 กันยายน ต้องปิดชั่วคราวเพราะมีน้ำหลากลงมาอย่างไรก็ตามทั้งสองพื้นที่ทางอุทยานฯ เกาะช้างมีชุดกู้ภัยในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวไว้พร้อมแล้ว

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาต้องปฏิบัติตาม มาตรการด้านสาธารณสุขเข้มงวด หากพบว่ามีอุณหภูมิสูงเกินกว่า 37.5 องศา จะไม่อนุญาตให้เข้าชม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สิ้นแล้ว! แม่เฒ่าวัย 91 ชาวบุรีรัมย์ หลังผ่านปาฏิหาริย์ตายแล้วฟื้นมาร่วมเดือน #SootinClaimon.Com

Posted on September 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599971

สิ้นแล้ว! แม่เฒ่าวัย91ชาวบุรีรัมย์ หลังผ่านปาฏิหาริย์ตายแล้วฟื้นมาร่วมเดือน

สิ้นแล้ว! แม่เฒ่าวัย91ชาวบุรีรัมย์ หลังผ่านปาฏิหาริย์ตายแล้วฟื้นมาร่วมเดือน

วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.19 น.

5 กันยายน 2564 จากกรณีที่ คุณยายกระแส กลั่นสระน้อย อายุ 91 ปี ชาวบ้านบุกระสัง ต.บุกระสัง อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งป่วยด้วยโรคชราเหนื่อยหอบ หมอใส่เครื่องช่วยหายใจเพื่อประคับประคองอาการ แล้วญาติขอนำกลับมาอยู่ดูแลที่บ้านในช่วงบั้นปลาย เป็นเวลานานกว่า 3 เดือน

กระทั่งช่วงบ่ายวันที่ 18 ส.ค.2564  ยายก็หยุดหายใจเป็นเวลานาน 3 ชั่วโมง ญาติพี่น้องลูกหลานต่างก็ร้องห่มร้องไห้ และเตรียมข้าวของเพื่อจัดงานศพให้กับคุณยาย แต่ช่วงที่กำลังพูดคุยเรื่องการจัดงานศพก็เกิดไฟฟ้าที่บ้านดับถึง 3 ครั้ง ก่อนจะเกิดปาฏิหาริย์ยายฟื้นกลับคืนมาหายใจอีกครั้ง ท่ามกลางความดีใจของลูกหลาน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 21.15 น. คืนวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา ยายกระแส ได้เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบซึ่งครั้งนี้คุณยายได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับและคงไม่มีปาฏิหาริย์เป็นครั้งที่สอง ขณะที่ญาติพี่น้อง  ครอบครัวและลูกหลานต่างก็มาร่วมรดน้ำศพและกราบขอขมาท่ามกลางความโศกเศร้า 

โดยทางครอบครัวจะตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่บ้าน เพราะคุณยายมีความรักความผูกพันกับบ้านและลูกหลานมาก ก่อนจะนำไปประกอบพิธีฌาปนกิจในวันอังคาร ที่วัดในหมู่บ้าน และนำเถ้ากระดูกของคุณยายไปเก็บไว้ที่เจดีย์ภายในวัดที่เตรียมไว้ตามความประสงค์ของคุณยาย ซึ่งอยู่ใกล้กับเจดีย์ของสามีและลูกชายที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้

น.ส.วันวิสา กลั่นสระน้อย อายุ 51 ปี เล่าว่า คุณแม่เป็นคนอดทนและเข้มแข็งมาก หลังจากที่หยุดหายใจและเกิดปาฏิหาริย์ครั้งก่อน ก็อยู่กับลูกหลานมาได้เกือบ 20 วัน ซึ่งก่อนแม่จะสิ้นใจก็ยังรอลูกหลานเดินทางมาจากต่างจังหวัดจนครบจึงหมดลมหายใจ จากปาฏิหาริย์ครั้งก่อนที่แม่หยุดหายใจแล้วฟื้นลูกหลานทุกคนต่างก็ดีใจ แต่ก็ไม่อยากให้แม่ต้องทรมานหรือเจ็บปวดอีก ก็ขอให้แม่ไปสบายไปเป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์ ไม่ต้องเป็นห่วงลูกหลาน ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับแม่ที่หยุดหายใจแล้วฟื้นถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล      

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หมอเมืองคอนโพสต์ตลึง! ผ่าตัดเนื้องอกใหญ่ในท้อง เจอเส้นผม ไขมัน กระดูก เล็บ ฟัน #SootinClaimon.Com

Posted on September 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599962

หมอเมืองคอนโพสต์ตลึง! ผ่าตัดเนื้องอกใหญ่ในท้อง เจอเส้นผมไขมัน กระดูกเล็บฟัน

หมอเมืองคอนโพสต์ตลึง! ผ่าตัดเนื้องอกใหญ่ในท้อง เจอเส้นผมไขมัน กระดูกเล็บฟัน

วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564, 13.44 น.

5 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟสบุ๊ก นายแพทย์อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช มีการโพสต์คลิปและภาพ ในเฟสบุ๊กส่วนตัว “Arak Wongworachat “ พร้อมระบุข้อความว่า

“ตลึง!!!เนื้องอกขนาดใหญ่ในท้อง เมื่อผ่าก้อน เจอเส้นผมเป็นกระจุก ไขมัน กระดูก เล็บ และฟัน  เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นผู้ป่วยหญิงอายุน้อยเพียง17ปี มีประวัติ ปวดถ่วงในท้องน้อยมาประมาณ 4 เดือน ปวดมากตอนมีประจำเดือน ไม่คิดว่าตนเองผิดปกติอะไร คิดไปเองว่าปวดประจำเดือน เป็นปกติของผู้หญิง 2 วันก่อนมาโรงพยาบาล ระหว่างเดิน วิ่งเล่น รู้สึกปวดในท้องขึ้นมาทันทีทันใด ปวดบิดๆ ตื้อๆ แล้วก็หายไป แต่พอตกค่ำอาการปวดรุนแรงขึ้น จนนอนไม่หลับ วันรุ่งขึ้นอาการปวดเหมือนทุเลาลงหลังกินยาพารา แต่พอตกค่ำอาการปวดรุนแรงขึ้นอีก รู้สึกเหมือนมีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร กดเจ็บท้องน้อย บอกญาติที่บ้าน สงสัยว่าจะเป็นไส้ติ่งอักเสบ จึงรีบพาไปห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลสิชล

แพทย์เวรห้องฉุกเฉิน สั่งให้ตรวจโควิดแบบเร่งด่วน ผลเป็นลบ จึงเข้าประเมินอาการ ทันที ผู้ป่วยดูอ่อนเพลียมาก ซีด ปากแห้ง คอแห้ง ชีพจรเต้นเร็ว ความดันปกติ ตรวจหน้าท้อง ท้องน้อยโต กดเจ็บไปทั่วท้อง จึงสั่งให้งดอาหารและน้ำ เปิดเส้นให้น้ำเกลือ จองเลือด เอาเครื่องอัลตราซาวด์แบบมือถือมาตรวจ พบว่ามีก้อนในท้องขนาดใหญ่ สงสัยเบื้องต้นทันทีว่าน่าจะเป็นก้อนในรังไข่ ขั้วบิดพันกัน ใกล้แตก จึงรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช ให้ส่งผู้ป่วยเตรียมตัวพร้อมผ่าตัดทันที เมื่อเข้าห้องผ่าตัดทีมแพทย์ผ่าตัด แพทย์ดมยาสลบ ทีมพยาบาล ต้องเตรียมพร้อมปฏิบัติการเสมือนผู้ป่วยอาจจะติดโควิด19 ต้องใส่ชุดป้องกันเต็มที่

เมื่อเปิดท้อง พบก้อนขนาดใหญ่ประมาณ 12 เซนติเมตร สีดำคล้ำ เป็นก้อนรังไข่ที่ขั้วบิดพันกัน 3 รอบ จนก้อนขาดเลือดไปเลี้ยง มีบางส่วนของก้อนเยื่อหุ้มเริ่มปริแตกมีเลือดซึมไหลออกมา มีน้ำเหลือง เลือด ในอุ้งเชิงกรานประมาณ100cc จึงรีบตัดเอาก้อนออก ตรวจสอบรังไข่อีกข้าง ตัวมดลูกยังปกติ ทำความสะอาด เย็บปิด ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 นาที

เมื่อเอาก้อนออกมาผ่าดู พบว่ามีเส้นผมเป็นกระจุกเต็มก้อน ผสมกับ ไขมัน เศษกระดูกอ่อน เล็บและฟัน ผสมอยู่  ถ้าเป็นความเชื่อบางคน อาการที่ปรากฎอาจคิดว่าโดนของหรือคุณไสยฯ ทั้งๆที่ความจริงคือโรคถุงน้ำรังไข่ที่มีเซลล์ที่สามารถเจริญเติบโตไปเป็นเส้นผม เล็บ ฟัน ไขมัน อยู่ผิดที่ ไม่ใช่เรื่องของไสยศาสตร์แต่อย่างใด การตรวจอัลตราซาวด์ในช่องท้อง วินิจฉัยโรคได้ไม่ยาก 

ทั้งนี้หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ ชาวเน็ตมีการแชร์จำนวนมาก พร้อมแสดงความคิดเห็นต่างๆ นาๆ ส่วนใหญ่ชื่นชมทีมแพทย์ที่ให้การวินิจฉัยรักษาผู้ป่วยได้อย่างทันถ่วงที ส่วนหนึ่งแสดงความคิดเห็นสอบถามถึงสาเหตุดังกล่าวด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แทบช็อก! พลเมืองดีเห็นคาตา หญิงชราดิ่งสะพานพระนั่งเกล้า จมหายต่อหน้า #SootinClaimon.Com

Posted on September 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599959

แทบช็อก! พลเมืองดีเห็นคาตา หญิงชราดิ่งสะพานพระนั่งเกล้า จมหายต่อหน้า

แทบช็อก! พลเมืองดีเห็นคาตา หญิงชราดิ่งสะพานพระนั่งเกล้า จมหายต่อหน้า

วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564, 13.27 น.

5 กันยายน 2564 เมื่อเวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งจากนางจารุวรรณ ทิพย์โชติ อายุ 61 ปี พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ว่ามีหญิงสูงอายุกระโดดจากสะพานพระนั่งเกล้า ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและสูญหายไป จึงรุดเข้าตรวจสอบ

นางจารุวรรณ กล่าวว่า ในขณะที่ที่ตนเองขับขี่รถ จยย.ไปทำธุระมาและกำลังขับขี่รถ จยย.กลับบ้าน เมื่อขับมาถึงบนสะพานพระนั่งเกล้า ด้านขาเข้ามุ่งหน้าแยกแคราย พบเห็นหญิงสูงอายุคนหนึ่งอายุประมาณ 70-75 ปี ผิวขาว ผมดำปนขาว แต่งกายดีมีฐานะ สวมเสื้อสีชมพู กางเกงขายาวสีดำ กำลังปีนข้ามราวเหล็กสะพานจึงรีบจอดรถ จยย.พร้อมตะโกนห้าม แต่หญิงสูงอายุคนดังกล่าวไม่ฟัง

จนกระทั่งข้ามราวเหล็กไปได้และนั่งลงตรงขอบปูน ก่อนจะตัดสินใจกระโดดลงไปต่อหน้าต่อตา ด้วยความตกใจมากทำอะไรไม่ถูกพยายามขอความช่วยเหลือ โดยโบกเรียกรถจยย.ที่ขับผ่าน แต่ไม่มีใครจอดจึงได้ขับขี่รถ จยย. ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่อยู่บริเวณแยกพระนั่งเกล้า ล่าสุดยังไม่มีการค้นหา เนื่องจากเป็นกลางแม่น้ำและกระแสน้ำไหลเชี่ยว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เหนื่อย-หนัก’ ทั้งครอบครัว ‘เรียนออนไลน์’ ต้องปรับตัว #SootinClaimon.Com

Posted on September 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599867

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เหนื่อย-หนัก’ทั้งครอบครัว  ‘เรียนออนไลน์’ต้องปรับตัว

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เหนื่อย-หนัก’ทั้งครอบครัว ‘เรียนออนไลน์’ต้องปรับตัว

วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564, 07.30 น.

“จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่าเด็กใช้เวลานั่งมากกว่า 13 ชม.ต่อวัน เป็นเหมือนกันทั่วโลก แต่ในสถานการณ์โควิด พบว่าเด็กต้องนั่งนานขึ้น 14 ชม.เพราะต้องอยู่หน้าจอ โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่า เด็กต้องขยับร่างกายอย่างน้อย 60 นาทีต่อวันซึ่งเด็กไทยมีค่าเฉลี่ยในการขยับร่างกาย ร้อยละ 26 ในภาวะปกติ แต่เมื่อมีโควิด ค่าเฉลี่ยในการขยับเขยื้อนร่างกายลดลงเหลือเพียง ร้อยละ 17 โดยเป็นแบบเดียวกันทั้งโลกซึ่งส่งผลระยะยาวเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จะติดพฤติกรรมไม่ขยับเขยื้อนร่างกาย”

นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในวงเสวนา (ออนไลน์) เรื่อง “แนวทางส่งเสริมสุขภาพเด็กในช่วงเรียนออนไลน์” เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งเมื่อเด็กขยับร่างกายลดลง พฤติกรรมดังกล่าวจะติดตัวไปจนเป็นผู้ใหญ่ จึงแนะนำให้เด็กทำกิจกรรมในบ้าน ให้เด็กเคลื่อนไหวร่างกาย ครูปรับเปลี่ยนการเรียนการสอน ระหว่างเรียนให้มีช่วงพักเบรกเข้าห้องน้ำ พ่อแม่ชวนลูกทำงานบ้าน ออกกำลังกายพร้อมกับลูก เมื่อเรียนจบชวนลูกมาถกประเด็นวิเคราะห์ในเนื้อหาที่เรียน เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ร่วมกันในครอบครัว

ทั้งนี้ มุมบวกอีกด้าน การที่ลูกอยู่บ้านเป็นโอกาสที่พ่อแม่จะเล่านิทาน หรือคุยกับลูกได้มากขึ้น ซึ่งการเล่นยังช่วยพัฒนาสมองของเด็ก เมื่อเด็กขยับร่างกายจะทำให้มีสติปัญญา ไอคิวและอีคิวดีขึ้น โดยมีงานวิจัยระบุว่าการเล่นมีผลต่อการเรียนดีขึ้น มีปฏิสัมพันธ์ภายในห้องเรียนดีขึ้น ลดภาระครู แต่ระหว่างการเล่น ต้องป้อนข้อมูลสาระความรู้ใส่สมอง ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ไกลขึ้น

ขณะที่ ผศ.พญ.แก้วตา นพมณีจำรัสเลิศ รองผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เมื่ออยู่หน้าจอมากจะมีปัญหาเรื่องสายตา เพราะกะพริบตาน้อยลง จึงแสบตา ปวดหัว และนั่งท่าเดียวตลอดเวลาทำให้ปวดเมื่อยและเมื่อต้องเรียนอยู่ที่บ้าน ทำให้เด็กกินอาหารได้ตามใจชอบจนอ้วน พบว่าภาพรวมค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI ของเด็กสูงขึ้น อีกทั้งบางครั้งไม่ได้รับประทานอาหารเช้า ธาตุอาหารที่จะทำให้สมองเด็กเติบโตมาจากธาตุเหล็ก ซึ่งมาจากเนื้อสัตว์และผัก

ซึ่งโภชนาการสำคัญมากช่วงวัยเด็ก เมื่อเด็กอ้วนส่งผลต่อผู้ใหญ่ เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคความดัน หัวใจ และเบาหวาน นอกจากนี้เป็นห่วงเรื่องการนอนของเด็กที่ต้องระวัง เมื่อนอนไม่พอ ตื่นมาไม่สดชื่นไม่อยากเรียน ดังนั้นการเรียนออนไลน์ควรลดเวลาเรียนเหลือ 40 นาที พัก20 นาที การเรียนออนไลน์ของโรงเรียนควรแบ่งนักเรียนเป็น2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่พ่อแม่พร้อมสอน กับ 2.กลุ่มพ่อแม่ต้องทำงานและเด็กอยู่กับผู้สูงอายุ ซึ่งครูควรไปเยี่ยมหรือโทรศัพท์คุยกับผู้ปกครองของเด็กกลุ่มหลังเป็นพิเศษ

“อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ที่พ่อแม่อยู่บ้าน สามารถสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับลูกได้ เมื่อเด็กมีความเครียดพ่อแม่ควรรับฟัง และสื่อสารกับลูกหาทางออกร่วมกัน จะช่วยทำให้เด็กมีทักษะชีวิต มีความเข้มแข็งทางใจมากขึ้น ซึ่งเป็นพลังสำคัญจะส่งผลตอนโต ทำให้เขาประสบความสำเร็จในชีวิตได้ ถ้าบรรยากาศในครอบครัวเป็นบวก เด็กจะรู้สึกปลอดภัยที่มีพ่อแม่คอยรับฟังปัญหา” ผศ.พญ.แก้วตา กล่าว

ผศ.ดร.ปิยวัฒน์ เกตุวงศา หัวหน้าศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 เกิดผลกระทบในวงกว้าง จนเด็กและเยาวชนต้องปรับเปลี่ยนมาเรียนออนไลน์ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยเปิดห้องพูดคุยในคลับเฮาส์ เพื่อสำรวจความคิดเห็นของเด็กในช่วงเรียนออนไลน์ แล้วต่อยอดสำรวจความคิดเห็นของเด็กประถมศึกษา และมัธยมศึกษาทั่วประเทศจำนวน 300 คน เมื่อเดือน ก.ค. 2564

พบปัญหาสำคัญ 7 เรื่อง ได้แก่ 1.เด็กปวดตา เพราะนั่งนาน เนือยนิ่ง 2.มีความเครียด โดยเฉพาะนักเรียนที่จะขึ้นช่วงชั้นรอยต่อ ป.6 เข้าเรียนชั้น ม1.หรือ ม.6 เข้ามหาวิทยาลัย มีเสียงสะท้อนออกมา จะไม่มีโปรไฟล์ และผลการเรียนยืนยันเพื่อไปเรียนต่อ รวมทั้งกังวลว่าจะไม่สามารถสอบเข้าโรงเรียนดีๆได้ 3.จำนวนการบ้านมากขึ้น ทำให้นอนน้อยลง เพราะบางครั้งหลังทำการบ้านเสร็จ เด็กต้องเล่นมือถืออีกเล็กน้อยก่อนเข้านอน

4.เบื่อหน่าย ไม่อยากเรียน 5.กิจกรรมทางกายน้อยลง6.สภาพแวดล้อมที่บ้านไม่เอื้ออำนวย ทำให้ขาดสมาธิ และ 7.รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา จึงเห็นได้ชัดว่าเรียนออนไลน์มีความไม่พร้อมหลายประการ นอกจากปัญหาดังกล่าวแล้ว ยังมีเรื่องโภชนาการในเด็ก อย่างน้อยในกลุ่มเด็กวัยอนุบาลถึงระดับประถมศึกษาเมื่อมาโรงเรียน จะมีอาหารกลางวันที่มีโภชนาการตามวัย และนมโรงเรียนที่เสริมสร้างสมองและร่างกายให้เติบโต

อีกด้านหนึ่ง สนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า ปัญหาโควิด ยาวนานกว่าคิด แม้จะเตรียมรับมือมาตั้งแต่ปลายปี 2562 ส่วนใหญ่เด็กอยากมาโรงเรียน ยกเว้นเด็กมัธยมตอนปลายในโรงเรียนขนาดใหญ่ ที่มีความประสงค์ที่จะเรียนออนไลน์ แต่พบว่ามีเด็กชายขอบ เด็กบนดอย และเด็กที่อาศัยอยู่บนเกาะ นอกจากไม่สามารถเข้าอุปกรณ์เพื่อเรียนออนไลน์ได้ ยังมีปัญหาเรื่องโภชนาการ

“สพฐ.ได้แก้ปัญหาปรับงบประมาณ แจกเป็นเงินสดไปยังพ่อแม่ ไปซื้อหาวัตถุดิบในท้องถิ่นมาปรุงอาหารให้เด็ก พร้อมคำแนะนำตามโครงการไทยสคูลลันซ์ ที่ สสส.ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลจัดทำขึ้น โดยเน้นเมนูอาหารที่มีโปรตีนและผัก ซึ่งตามระเบียบแล้วเด็กมีค่าอาหารกลางวัน 20 บาทต่อคน ส่วนนมโรงเรียนได้ประสานผู้ส่งนมโรงเรียน เปลี่ยนจากนมพาสเจอร์ไรส์มาเป็นนม UHTแม้จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นอีกกล่องละ 1.20 บาทก็ตาม”รองเลขาฯ สพฐ. ระบุ

สนิท ยังกล่าวอีกว่า กระทรวงศึกษาธิการได้มีหนังสือแจ้งเรื่องกรอบการประเมินการเรียนการสอนของครู จากเดิมที่มี 70 เรื่องปรับให้เหลือ 10 เรื่อง ส่วนที่เหลือให้มาประเมินในช่วงที่เปิดเรียนได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามมีหลายโรงเรียนประกาศยกเลิกการสอบแล้ว สำหรับการเรียนออนไลน์ นอกจากนี้รัฐบาลได้เตรียมเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท เพื่อลดผู้ปกครอง และลดภาระค่าเทอม คาดว่าต้นเดือนกันยายน 2564 กระทรวงศึกษาธิการจะนำเงินชดเชยส่งถึงมือผู้ปกครอง โดยจ่ายหัวละ 2,000 บาท

อนึ่ง สำหรับแผนการกลับไปเปิดการเรียนการสอนในโรงเรียนนั้น กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งเป้าว่าหากเด็กและเยาวชนอายุ 12-18 ปี ซึ่งอยู่ในชั้นเรียนระดับมัธยมศึกษา ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ (ซึ่งเป็นยี่ห้อเดียวที่ฉีดให้ประชากรวัยนี้ได้) ตามเป้าหมายภายในเดือนต.ค. 2564 ก็จะสามารถเปิดภาคเรียนที่ 2ที่โรงเรียนได้ ส่วนเด็กที่อายุน้อยกว่านั้นต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : สกสว.เปิดเวที Brainpower Symposium เผยทิศทางการพัฒนากำลังคนเพื่อโลกยุคใหม่ #SootinClaimon.Com

Posted on September 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599889

สกู๊ปพิเศษ : สกสว.เปิดเวที Brainpower Symposium  เผยทิศทางการพัฒนากำลังคนเพื่อโลกยุคใหม่

สกู๊ปพิเศษ : สกสว.เปิดเวที Brainpower Symposium เผยทิศทางการพัฒนากำลังคนเพื่อโลกยุคใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โดยกลุ่มภารกิจการพัฒนา ทุนวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ด้านกำลังคนและสถาบันความรู้ ร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) จัดงานสัมมนาออนไลน์ Brainpower Symposiumในหัวข้อ “New Era, New Brainpower, New Skills: ทัศนะการพัฒนากำลังคนเพื่อโลกยุคใหม่”เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา

งานครั้งนี้ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บริหารระดับสูงจากสถาบันอุดมศึกษากว่า 100 แห่งทั่วประเทศ ร่วมรับฟังมุมมองต่อสถานการณ์และการคาดการณ์อนาคตด้านการพัฒนาบุคลากรนำไปสู่การออกแบบทิศทางการพัฒนาบุคลากรได้ตรงตามความต้องการของประเทศ ภายในงานยังมีการเปิดตัวหนังสือ “Multi Mentoring System วิจัยไทยก้าวไกลด้วย MMS” สังเคราะห์องค์ความรู้ด้านการพัฒนากำลังคนของประเทศ ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ริเริ่มและทำงานร่วมกันกับสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.)

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในการเปิดงานพร้อมกับกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “The Next Step of Brainpower” โดยระบุว่า ภารกิจของ อว. เกี่ยวข้องกับการสร้างกำลังคน (Manpower)ให้ตอบสนองความต้องการของประเทศ และการใช้ประโยชน์กำลังคนของประเทศที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด(Brainpower)ดังนั้น ทั้ง Manpower และ Brainpower จึงมีความเกี่ยวเนื่องกัน จำเป็นต้องพัฒนาควบคู่กันไป

ปัจจุบันประเทศไทยมีการส่งนักเรียนทุนไปเรียนที่สถาบันศึกษาชั้นนำ รวมถึงมีนักวิจัยที่ทำงานร่วมกับสถาบันวิจัยชั้นนำระดับโลก นอกจากนั้น ประเทศไทย ยังมีทุนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศหลายแหล่งทุน เช่น ทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทุนโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) ทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) เป็นต้น การส่งนักเรียนทุนไปเรียนต้องมียุทธศาสตร์ในการเลือกสาขาวิชาและประเทศที่เรียน รวมทั้งมีแนวทางในการรักษากำลังคนให้อยู่พัฒนาประเทศต่อไป

ระยะหลังภาคเอกชนให้ความสำคัญกับการวิจัยของประเทศมากขึ้น ปัจจุบันงบประมาณวิจัยของประเทศคือ 1.1% ของรายได้ประชาชาติ โดยเป้าหมายที่เราตั้งเป้าไว้ในอีก 6-7 ปีข้างหน้า คือ 2.0% ของ GDP การที่สัดส่วนงบการวิจัยและพัฒนาของเรา ได้ขยับจาก 0.38% ขึ้นเป็น 1.1% แล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการลงทุนของภาคเอกชนร่วมเป็นจำนวนมากโดยเมื่อเทียบสัดส่วนการลงทุนของภาคเอกชนและรัฐบาลแล้ว พบว่า ภาคเอกชนลงทุนในการพัฒนางานวิจัย คิดเป็นสัดส่วนการลงทุน 20:80 (ภาครัฐ:ภาคเอกชน)

ดังนั้น การวางยุทธศาสตร์การร่วมมือกับภาคเอกชนซึ่งมีสัดส่วนการลงทุนวิจัยมาร่วมพัฒนาให้เป็นไปตามความต้องการของประเทศ และถือเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของประเทศที่มีภาคส่วนของเอกชนลงทุนการวิจัยจำนวนมาก ทำให้กระทรวง อว. เกิดการปลดล็อกให้บัณฑิตทุนสามารถทำงานในภาคเอกชนได้เพื่อตอบโจทย์การพัฒนากำลังคนที่มีศักยภาพสูงของภาคเอกชน โดยร่วมมือกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กระทรวง อว. และบัณฑิตทุนเข้าด้วยกัน ในการพัฒนาแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงกับความต้องการของภาคเอกชน ภายใต้ชื่อTalent Thailand platform

การสร้าง Brainpower และ Manpower ของประเทศไทยในปัจจุบันนั้นเป็นการดูจากสถิติและความพร้อมของระบบในประเทศ แล้วนำไปเปรียบเทียบกับของต่างประเทศที่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วนั้นอาจยังไม่เพียงพอ แต่ควรปรับเปลี่ยนและตั้งเป้าหมายการพัฒนากำลังคนที่วัดจากความสำเร็จเชิงคุณภาพจากการตอบโจทย์ของภาคเอกชนหรือภาคอุตสาหกรรมมากกว่าค่าจำนวนการผลิต ดังเห็นได้จากภาพสะท้อนการลงทุนของภาคเอกชนในสัดส่วนที่มากกว่าภาครัฐจำนวนมากนั้น อะไรที่เป็นสาเหตุหลัก หรือเป็นลักษณะเฉพาะที่แท้จริงของประเทศที่ทำให้เกิดขึ้น

“ในอนาคตเราจะสร้าง Brainpower และ Manpower ที่เป็นเอกลักษณ์มีความเหมาะสมจำเพาะกับทิศทางของประเทศ เพื่อให้ประเทศเราเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วภายใน 20 ปีข้างหน้า และกระทรวง อว. จะมีการพัฒนาระบบและกลไกการสร้าง Brainpower และ Manpowerที่เท่าเทียมกับประเทศที่พัฒนาแล้วภายใน 10 ปี ข้างหน้า” ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก กล่าว

ทางด้าน รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า สกสว. มีภารกิจในด้านการบริหารแผนนโยบายและการจัดสรรงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและขับเคลื่อนการพัฒนาด้าน ววน. ให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยหนึ่งในประเด็น ววน. ที่คณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) และ สกสว. ให้ความสำคัญ คือการพัฒนากำลังคนในด้าน ววน. ให้กับประเทศ รวมถึงกำลังคนทักษะสูงในทุกภาคส่วนของสังคม

ในส่วนของแผนด้าน ววน. ปีงบประมาณ 2566-2570 ฉบับใหม่ ได้กำหนดยุทธศาสตร์เรื่องการพัฒนากำลังคนและสถาบันด้าน ววน. ให้เป็นฐานการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศแบบก้าวกระโดดและยั่งยืนโดย กสว. ได้มอบหมายให้ สกสว. ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดทำแผนการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรม ปีงบประมาณ 2565-2570 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรม 30 คน ต่อประชากร
1 หมื่นคน ในปี 2570 จากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 21-22 คน และให้บุคลากรด้าน ววน. กระจายตัวอยู่ในภาคส่วนต่างๆ ทั้งหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนอย่างเพียงพอ

สำหรับการสร้างกำลังคนทักษะสูง และการสร้างการเรียนรู้ทุกช่วงวัยเป็นบทบาทโดยตรงของสถาบันอุดมศึกษา ในการสร้างทักษะการใช้ชีวิตในโลกวิถีใหม่และประเด็นคุณธรรมและจริยธรรม ในปัจจุบันแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาที่ต้องมุ่งเน้นรายสาขาอย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี จำเป็นจะต้องมีการถอดรหัสทักษะของกำลังคนที่ต้องการสำหรับสาขานั้นๆ และนำ ววน. มาเป็นส่วนสนับสนุนในการจัดหาเครื่องมือ กลไก รูปแบบ และทดลองวิธีการใหม่ๆ ในการพัฒนากำลังคน รวมถึงแนวทางในการสร้างระบบนิเวศใหม่

ทั้งนี้ ด้านการอุดมศึกษา และ ววน. ต้องทำงานร่วมกันกับภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคประชาสังคม เพื่อพัฒนากำลังคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศ การมีกำลังคนที่มีทักษะสูงและคุณภาพสูง จะส่งผลให้ประเทศมีความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ และสามารถพัฒนาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง รวมทั้งการทำงานร่วมกันระหว่างนักวิจัยและผู้ที่มีทักษะสูง นอกจากจะเป็นแรงดึงดูดให้เกิดความร่วมมือและการลงทุนจากต่างประเทศ ยังสามารถทำให้เราดูดซับความรู้และสามารถรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีได้

ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของ ววน. ต่อการพัฒนากำลังคนของประเทศ สกสว. โดยกลุ่มภารกิจการพัฒนา ววน. ด้านกำลังคนและสถาบันความรู้ จึงได้ริเริ่มจัดงานBrainpower Symposium ขึ้น เพื่อเป็นเวทีทางวิชาการ ในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดของผู้เชี่ยวชาญ ในประเด็นการพัฒนา ววน. ด้านกำลังคนและสถาบันความรู้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสนทนาเชิงวิชาการ และความตระหนักรู้ในประเด็นที่สำคัญต่อการพัฒนากำลังคนของประเทศ สำหรับผู้กำหนดนโยบายและนักวิชาการ ซึ่งจะสามารถนำไปเป็นแนวทางในการศึกษาและออกแบบทิศทางการพัฒนาบุคลากรให้ตรงตามความต้องการของประเทศได้ และสำหรับภาคส่วนต่างๆ รวมถึงทั้งภาคเอกชนและประชาสังคมที่มีความสนใจ สามารถมีส่วนร่วมในการผลักดันการรับรู้ของสังคม และการสนทนาในโอกาสต่างๆ ในประเด็นที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

นอกจากนี้ภายในงานยังมีการเสวนาในหัวข้อ “New Era, New Brainpower, New Skills: ทัศนะการพัฒนากำลังคนเพื่อโลกยุคใหม่” และหัวข้อ “ก้าวข้ามวิกฤตกำลังคนไม่ตอบโจทย์ประเทศ”โดย วิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากภาคนโยบายและภาคเอกชน ร่วมวิเคราะห์ทิศทางการพัฒนากำลังคนของประเทศ ซึ่งงานสัมมนาในครั้งนี้ก่อให้เกิดกลไกความร่วมมือระหว่างสถาบันความรู้ พัฒนาให้นักวิจัยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศและผู้บริหารหน่วยงานในระบบ ววน. ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพของกำลังคนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,947,038 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ครบรอบ 10 ปี ‘คณะแพทยศาสตร์ สจล.’ ยกระดับการศึกษาแพทย์ไทยสู่ระดับนานาชาติ
มมส ยกระดับมาตรฐานสากล ติดทำเนียบ THE Asia University Rankings 2026
อภิสิทธิ์ ซัดกู้ 4 แสนล้าน เพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจ แซะ อนุทิน แก้ตรงจุด จะได้ไม่ต้องขับ รถพุ่มพวง
นายกฯ อังกฤษระส่ำ รัฐมนตรีช่วยลาออกแล้ว 4 คน บีบให้ลงจากตำแหน่ง
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
ไทยเป็นเจ้าภาพ การประชุม 'ACI APAC & MID RACE 2026' ดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค
บุกทำเนียบไล่บี้อนุทิน ทวงภาษีแม้ว คดีชินคอร์ป1.7หมื่นล.
ใบเตย อาร์สยาม ปล่อยช็อตเด็ดริมทะเล ทำไอจีแทบแตก
อนุทิน พบชาวเกาะพะงัน ประกาศจัดระเบียบชายหาด ลั่นไม่ยอมต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย

Recent Posts

  • อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 14 พฤษภาคม 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร
  • ผอ.เอฟบีไอ โต้เดือดกลางที่ประชุมวุฒิสภา หลังถูกกล่าวหาว่าดื่มหนักระหว่างปฏิบัติหน้าที่
  • “นาอูรู” เตรียมลงประชามติ เปลี่ยนชื่อประเทศเป็น “นาโอเอโร” เพื่อรื้อฟื้นอัตลักษณ์ดั้งเดิม
  • ทรัมป์โพสต์ภาพเวเนซุเอลา เป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ จุดกระแสวิจารณ์ทั่วโลก
  • จีนเรียกร้องปากีสถานเพิ่มบทบาทไกล่เกลี่ยระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d