‘ศรีสุวรรณ’ ร้องมหาเถรสมาคม-สำนักพุทธฯ สอบเอาผิด ‘2พส.’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600109

‘ศรีสุวรรณ’ร้องมหาเถรสมาคม-สำนักพุทธฯ สอบเอาผิด‘2พส.’

‘ศรีสุวรรณ’ร้องมหาเถรสมาคม-สำนักพุทธฯ สอบเอาผิด‘2พส.’

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 08.55 น.

6 กันยายน 2564 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯได้ทำคำร้องส่งไปยังมหาเถรสมาคม (มส.) ผ่าน ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อขอให้มีบัญชาสอบสวนเอาผิดภิกษุอลัชชี (ผู้ไม่ละอาย) ที่ชอบเล่นโซเชียลมีเดียโดยไลฟ์สดเอาธรรมะมาสอนเป็นเรื่องตลกขบขัน แต่พอมีคนสนใจเข้ามาดูมากๆ รวมทั้งมีเพจที่มาคอมเมนท์ขายสินค้า มาโปรโมทแบรนด์ตัวเอง กลับมาทวงถามให้จ่ายค่ามาใช้พื้นที่เพจของตนในขณะไลฟ์สดนั้น

พฤติกรรมดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่า พส. ดังกล่าวมิใช่วัตรปฏิบัติของภิกษุ ที่เป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มุ่งแสวงหาปรมัติอันเป็นทางหลุดพ้นจากกิเลสสงสาร เพื่อถึงการดับทุกข์ โดยมีพระวินัยบัญญัติที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงให้ภิกษุทุกๆรูปที่บวชมาในพระศาสนาต้องปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัยบัญญัติทุกรูป ถ้าทำไม่ได้ก็จะเป็นเพียงคนโกนหัวแล้วเอาผ้ามาห่มตนให้ดูเหลืองคล้ายดั่งพระภิกษุ ที่ไม่สังวรณ์ว่าตนต้องบิณฑบาตเลี้ยงชีพเป็นอาจิณ หาใช่มาแสวงหาเงินทองความร่ำรวยจากการบวชเป็นพระ ที่บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อเหมือนประชาชนทั่วไปเท่านั้น

ข้ออ้างของการไลฟ์สดเพื่อต้องการเผยแพร่ธรรมะให้เท่าทันยุคสมัยโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นคนรุ่นใหม่จะได้เข้าถึงธรรมะได้นั้น เห็นว่าเป็นเพียงข้ออ้างที่ไร้น้ำหนักของเหล่า พส.พวกนี้เท่านั้น เพราะคนจะซาบซึ้งในธรรมะต้องมาจากระบบการสั่งสอนอบรมมาตั้งแต่ครอบครัว วัด โรงเรียนร่วมกัน มิใช่มาจากภิกษุที่ทำตนเป็นคณะตลกที่เปลี่ยนหน้าจากหม่ำ เท่ง โหน่ง มาเป็น 2 พส.กลุ่มนี้แต่อย่างใด และเชื่อว่าไม่มีใครซาบซึ้งจากข้อธรรมะ ที่นำมาพูดให้ขบขันได้ แต่กลับเป็นการทำให้ศาสนามัวหมองถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์จากเหล่า พส.ดังกล่าว โดยสังเกตดูได้จากการโพสต์ทวงเพจต่างๆที่มาโปรโมทแบรนด์ของตนในขณะที่ พส.ไลฟ์โดยให้เบอร์พร้อมเพย์ อย่างไม่ละอายต่อพระธรรมวินัย

ทั้งนี้ ตามพระวินัยปิฎก ได้ระบุเอาไว้ในพระมหาวิภังค์ ว่า “อนึ่ง ภิกษุใด รับ ก็ดี ให้รับ ก็ดี ซึ่งทอง เงิน หรือ ยินดีทอง เงิน อันเขาเก็บไว้ให้ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์” อันถือเป็นอาบัติ เป็นโลกวัชชะ หรือการกระทำที่ทำให้ขาวโลกติเตียนได้ และการเผยแพร่ธรรมะด้วยวิธีตลกขบขัน ไม่ปรากฏในพระไตรปิฎกแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้เหล่า พส.พวกนี้ก็เคยมีปัญหาจากข้อขัดแย้งเกี่ยวกับค่าตัวที่ไปเป็นวิทยากรในเวทีต่างๆมาแล้ว หรือบางรูปก็ไปช่วยไลฟ์โฆษณาสินค้าต่างๆด้วย ซึ่งก็เข้าข่ายต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ด้วยเช่นกัน ซึ่งตามหลักพระธรรมวินัยนั้นหากต้องอาบัติลักษณะนี้บ่อยครั้งต้องหลุดจากความเป็นพระดั่งโทษปาราชิกเลยทีเดียว

ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ไม่อาจปล่อยให้ภิกษุอลัชชีเหล่านี้กระทำการย่ำยีพุทธศาสนาได้อีกต่อไป จึงส่งคำร้องไปยังมหาเถรสมาคมผ่านสำนักพุทธฯเพื่อให้มีบัญชาวางกฎเหล็กห้ามภิกษุใดๆกระทำเยี่ยงนี้อีกและให้สอบสวนเอาผิด พส.ที่ต้องอาบัติซ้ำดังกล่าวเพื่อลงโทษขั้นเด็ดขาดต่อไป

‘SACIT’ คลอดแผนปฏิบัติการระยะ 3 เสริมศักยภาพงานศิลปหัตถกรรมไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600027

‘SACIT’คลอดแผนปฏิบัติการระยะ3  เสริมศักยภาพงานศิลปหัตถกรรมไทย

‘SACIT’คลอดแผนปฏิบัติการระยะ3 เสริมศักยภาพงานศิลปหัตถกรรมไทย

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายพรพล เอกอรรถพร รักษาการผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เปิดเผยว่า ตามที่มี พ.ร.ฎ.จัดตั้งสถาบันส่งเสริม ศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2564 ซึ่งได้มีการเปลี่ยนชื่อจาก ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ เป็น สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ “SACIT” นั้น SACIT จะมีภารกิจในการดำเนินงานที่เข้มข้นขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ไทยในทุกมิติอย่างยั่งยืนในฐานะองค์กรหลักในการดูแลและสนับสนุนศิลปหัตถกรรมไทยทั้งระบบ เพื่อสืบสาน สร้างสรรค์ ส่งเสริมให้ก้าวไกลสู่สากล และสร้างความยั่งยืนให้กับงานศิลปหัตถกรรมไทย

โดยได้ดำเนินการพัฒนาแผนปฏิบัติการระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2563-2565) ส่วนเพิ่มปี พ.ศ. 2566 และแผนปฏิบัติการประจำปี พ.ศ. 2565 ทั้งในส่วนกระบวนการ/เครื่องมือ/ตัวชี้วัดการ ประเมินผล และค่าเป้าหมายทั้งเป้าหมายรายปี และเป้าหมายสิ้นสุดของแผนยุทธศาสตร์ และนำเสนอรูปแบบ และ/หรือบทบาทการดำเนินงานของ SACIT ที่มีความเป็นไปได้ในอนาคต โดยทำการวิเคราะห์ ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไขปัญหา ศักยภาพงานศิลปหัตถกรรมไทย

พร้อมปัจจัยที่ส่งผลต่อ ความสามารถในการแข่งขัน ประเมินความสามารถในการแข่งขันและแนวโน้มในอนาคต ของงานศิลปหัตถกรรมไทย รวมทั้งมีการกำหนดแนวทางสนับสนุนของภาครัฐ แผนผังแสดงความเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายรัฐบาล และแผนปฏิบัติราชการกระทรวงพาณิชย์

นายพรพล กล่าวเสริมว่า ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาพันธกิจ อำนาจหน้าที่ ของ SACIT พบว่า มีความสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ใน 3 ประเด็น ได้แก่ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาค ทางสังคม และด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การสร้างแผนยุทธศาสตร์องค์กรเพื่อบรรลุเป้าหมาย

ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่ 1 การตลาดบูรณาการงานศิลปหัตถกรรมไทย ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาผู้ประกอบการศิลปหัตถกรรมไทยและผลิตภัณฑ์ ยุทธศาสตร์ที่ 3 สืบสาน ส่งเสริมคุณค่า และเผยแพร่ภูมิปัญญางานศิลปหัตถกรรมไทย ยุทธศาสตร์ที่ 4 การยกระดับองค์กรสู่ความเป็นเลิศ อย่างไรก็ดี แม้ประเด็นยุทธศาสตร์ของ SACIT นั้นจะมีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐในหลากหลายประเด็น แต่ SACIT ยังคงต้องรับฟังความคาดหวังของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่มุ่งหวังให้บทบาทของ SACIT ส่งเสริมและสนับสนุนงานศิลปหัตถกรรมไทยให้มีความ
เข้มแข็งรอบด้าน

ตลอดจนเดินหน้าสืบสาน อนุรักษ์ความเป็นพหุปัญญาของครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรมและทายาทช่างศิลปหัตถกรรมตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญในการถ่ายทอดความรู้ของงานด้านศิลปหัตถกรรมไทย เป็นต้น นอกจากนี้ จะต้องเพิ่มศักยภาพงานศิลปหัตถกรรมไทยที่เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ และการสร้างงานในกลุ่มงาน ฝีมือและงานหัตถกรรมให้กับประชากรไทยด้วย

“แม้ผลประเมินความสามารถในการแข่งขันและแนวโน้มในอนาคตของงานศิลปหัตถกรรมไทยยังคงพบอุปสรรคในมิติต่างๆ และปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอกรวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตลอดจนได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ในการส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทยใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมเข้ามาช่วย ทั้งการผลิต การจัดจำหน่าย การส่งออกสินค้า เน้นส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และมีเอกลักษณ์ประจำชาติ ก่อให้เกิดการขยายตัวทางการตลาดเพิ่มขึ้นซึ่งถือเป็นทิศทางที่ดี ที่จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ประเทศไทยก้าวข้ามปัญหาทางเศรษฐกิจได้”นายพรพล กล่าว

พศ.ชี้ ‘มหาสมปอง-มหาไพรวัลย์’ ไลฟ์ตามยุคสมัย ยกให้เจ้าอาวาสพิจารณาความเหมาะสม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600055

พศ.ชี้‘มหาสมปอง-มหาไพรวัลย์’ไลฟ์ตามยุคสมัย ยกให้เจ้าอาวาสพิจารณาความเหมาะสม

พศ.ชี้‘มหาสมปอง-มหาไพรวัลย์’ไลฟ์ตามยุคสมัย ยกให้เจ้าอาวาสพิจารณาความเหมาะสม

วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564, 19.28 น.

พศ.ชี้‘มหาสมปอง-มหาไพรวัลย์’ไลฟ์ตามยุคสมัย ยกให้เจ้าอาวาสพิจารณาความเหมาะสม

5 กันยายน 2564 จากกรณีการไลฟ์เฟซบุ๊กของ “พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ” และ “พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต” พระภิกษุวัดสร้อยทอง กทม. ที่สร้างความฮือฮาต่อเนื่อง 2 คืนที่ผ่านมา มียอดผู้ชมไลฟ์เกิน 2 แสนคน โดยเนื้อหาการไลฟ์พูดคุยมีความบันเทิงเป็นเนื้อหาหลัก สอดแทรกธรรมะ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์นั้น

ล่าสุดนายสิปป์บวร แก้วงาม รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และโฆษก พศ. เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าว ว่า การพิจารณาถึงความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมนั้น จะเป็นหน้าที่ของเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ หรือเจ้าอาวาส ที่เป็นผู้บังคับบัญชาขั้นต้นของพระทั้ง 2 รูป โดยตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 บัญญัติไว้ชัดเจนในมาตรา 38 ว่า เจ้าอาวาสมีหน้าที่อบรมบ่มนิสัยบรรพชิตและคฤหัสถ์ ให้ตั้งอยู่บนความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา และหากบรรพชิตและคฤหัสถ์ไม่อยู่ในโอวาทของเจ้าอาวาส เจ้าอาวาสสามารถขับไปเสียจากวัดได้

“โดยส่วนตัวจะไม่ไปวิเคราะห์แทนพี่น้องประชาชน เพราะเชื่อว่าประชาชนมีองค์ความรู้ มีความคิดเป็นของตนเอง สามารถวินิจฉัย พินิจพิเคราะห์ได้เองว่า การแสดงลักษณะนี้อยู่ในความสำรวมของสงฆ์หรือไม่” นายสิปป์บวร กล่าว

นายสิปป์บวร กล่าวอีกว่า แม้หลายคนจะเห็นว่าการแสดงธรรมเช่นนี้เป็นวิธีการใหม่ รูปแบบใหม่ เป็นนวัตกรรมหนึ่งในการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาออกสู่สังคม ตนมองว่าการเผยแผ่พระพุทธศาสนาถือเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว เพราะสังคมเราต้องการให้พระนำหลักธรรมคำสอนสู่สังคม เพื่อให้ทุกคนมีหลักธรรมประจำใจในการดำรงชีวิต ไม่ให้เกิดความผิดพลาดและสร้างความเดือนร้อนต่อสังคม แต่สิ่งสำคัญในความเป็นพระภิกษุสงฆ์ คือ ความสำรวมในความเป็นสงฆ์ ซึ่งตนเชื่อว่าประชาชนสามารถพิจารณาได้เองว่าพระทั้ง 2 รูป ที่เผยแผ่พุทธศาสนาผ่านไลฟ์นั้น มีความเหมาะสมหรือไม่

ข่าวดี! อว.จับมือบีโอไอ ป้อนแรงงานคุณภาพสูงบริษัทไต้หวัน รับค่าจ้างไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600025

ข่าวดี! อว.จับมือบีโอไอ ป้อนแรงงานคุณภาพสูงบริษัทไต้หวัน รับค่าจ้างไม่ต่ำกว่า1.5หมื่น

ข่าวดี! อว.จับมือบีโอไอ ป้อนแรงงานคุณภาพสูงบริษัทไต้หวัน รับค่าจ้างไม่ต่ำกว่า1.5หมื่น

วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564, 18.05 น.

อว.จับมือบีโอไอ ป้อนแรงงานคุณภาพสูงตามความต้องการอุตสาหกรรมไฮเทคจากไต้หวัน ได้ฝึกทักษะควบคู่ทำงานจริง รูปแบบโรงเรียนในโรงงาน รับค่าจ้างไม่ต่ำกว่า15,000/เดือน

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2564 ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยหลังการประชุมหารือร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เรื่องการสนับสนุนกำลังคนทักษะสูงตามความต้องการของอุตสาหกรรมระดับสูงจากต่างประเทศ โดยกล่าวว่า อว. พร้อมสนับสนุนบีโอไอ ในการสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนจากต่างประเทศ ทั้งนักลงทุนเก่าและนักลงทุนใหม่ ที่จะลงทุนด้านเทคโนโลยีระดับสูงในประเทศไทย ซึ่งต้องการแรงงานคุณภาพสูง มีทักษะที่จำเป็นในการทำงานในโรงงานที่มีเทคโนโลยีระดับสูง โดย สอวช. และ สวทช. มีประสบการณ์ในการจัดหา ดูแล ประสานงาน และฝึกอบรมแรงงาน ภายใต้โครงการบูรณาการการเรียนรู้กับการทำงาน (Work-integrated Learning: WiL) ในรูปแบบ โรงเรียนในโรงงาน โดยทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยและบริษัทเอกชน

รมว.อว.กล่าวต่อว่า ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมในวันนี้ คือ บริษัทแคล-คอมพ์ จากไต้หวัน เป็นผู้ผลิตและประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ ลงทุนตั้งโรงงานในประเทศไทยมากว่า 30 ปี มีความต้องการขยายฐานการผลิตร่วมกับบริษัทที่ย้านฐานการผลิตจากประเทศจีน เนื่องจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา โดยต้องการแรงงานทักษะสูงประมาณ 400 ตำแหน่ง ภายในปีนี้ แรงงานดังกล่าวจะได้รับการฝึกฝนทักษะไปพร้อมๆ กับการทำงานจริง ได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 15,000 บาท โดยมีนักศึกษาระดับปริญญาโทเป็นพี่เลี้ยง ทั้งนี้ บริษัทมีแผนขยายโรงงานและรับแรงงานเพิ่มไม่ต่ำกว่า 2,000 ตำแหน่ง ในอนาคต

“นี่เป็นเพียงตัวอย่างของหนึ่งบริษัทจากต่างประเทศที่เลือกลงทุนด้านเทคโนโลยีระดับสูงในประเทศไทย เมื่อมีการประชาสัมพันธ์ถึงความพร้อมของประเทศไทยโดยบีโอไอ ประกอบกับการดำเนินการจัดตั้งศูนย์พัฒนากำลังคนเพื่อสนับสนุนการลงทุน โดย อว. จะทำให้มั่นใจได้ว่า ประเทศไทยจะมีแรงงานทักษะสูงที่พร้อมป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมไฮเทค สร้างงานและรายได้ให้แก่คนไทย เพิ่มจีดีพีให้แก่ประเทศ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวหรือ Resiliency ของประเทศไทย ที่จะผ่านพ้นวิกฤตและมุ่งสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในอนาคต” ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าว

มรภ.สวนสุนันทา หนุนนักวิจัยส่งผลงานประกวดในเวทีนานาชาติ หลังคว้าแชมป์เหรียญทองมาหลายรุ่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/599970

มรภ.สวนสุนันทา หนุนนักวิจัยส่งผลงานประกวดในเวทีนานาชาติ หลังคว้าแชมป์เหรียญทองมาหลายรุ่น

มรภ.สวนสุนันทา หนุนนักวิจัยส่งผลงานประกวดในเวทีนานาชาติ หลังคว้าแชมป์เหรียญทองมาหลายรุ่น

วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.18 น.

สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้จัดทำ “โครงการส่งเสริมการประกวดผลงานวิชาการสู่เวทีระดับชาติและนานาชาติ” เพื่อเป็นเวทีในการเผยแพร่ผลงานวิจัยของอาจารย์และนักวิจัยของมหาวิทยาลัยให้เป็นรู้จักในระดับประเทศและระดับนานาชาติ สามารถนำไปต่อยอดขยายผลสู่การปฏิบัติ พัฒนาท้องถิ่นและภูมิปัญญาไทย สร้างชุมชนที่มีความเข้มแข็งมีรายได้ที่ยั่งยืน

รองศาสตราจารย์ ดร.รจนา จันทราสา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กล่าวว่า สถาบันวิจัยและพัฒนา ได้ผลักดันให้มีการจัดทำ “โครงการส่งเสริมการประกวดผลงานวิชาการสู่เวทีระดับชาติและนานาชาติ” มาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้อาจารย์ และนักวิจัยของ มรภ.สวนสุนันทา ได้พัฒนาสร้างสรรค์งานวิจัยหรือสิ่งประดิษฐ์ โดยเปิดโอกาสให้นักวิจัยได้มีพื้นที่แสดงความสามารถของตนให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวไทยและชาวต่างชาติ เรียกได้ว่า “ เป็นคลังความรู้ สร้างปัญญาและนวัตกรรมด้านวิจัย บริการวิชาการเพื่อพัฒนาท้องถิ่นสู่สากล” ที่สามารถส่งเสริมในการสร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากล ที่สำคัญ คือนักวิจัยสามารถพัฒนาผลงานของตนเองไปสู่นวัตกรรมเชิงพาณิชย์ต่อไป

ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สามารถคว้ารางวัลมาได้กว่า 100 รางวัล โดยแต่ละผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะมีผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถเป็นที่ปรึกษาและเป็นผู้พิจารณาประเมินผลงานให้กับนักวิจัยที่ต้องการเข้าร่วมการประกวดผลงานวิชาการในเวทีระดับชาติและนานาชาติ โดยคัดเลือกจากผลงานวิจัยนวัตกรรมที่มีความโดดเด่น และมีศักยภาพ ที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยได้ จากนั้นสถาบันวิจัยและพัฒนา ส่งเสริมนักวิจัยให้ไปแข่งขันยังเวทีของแต่ละประเทศ ประกอบไปด้วยเวที เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง รัสเซีย โรมาเนีย และแคนาดา ทั้งนี้ ที่ผ่านมาผู้เข้าร่วมการประกวดจะต้องนำผลงาน โปสเตอร์ และข้อมูลสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ ไปจัดแสดงในแต่ละเวทีเพื่อให้คณะกรรมการตัดสิน แต่นับตั้งแต่ปี 2563 มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จึงมีการเปลี่ยนเป็นรูปแบบการประกวดออนไลน์ ซึ่งแต่ละเวทีรูปแบบการนำเสนอแตกต่างกัน โดยการส่งผลงานเข้าประกวด จะเป็นการนำเสนอแบบ Poster หรือการนำเสนอแบบ Presentation

โดยในปีนี้มีผลงานเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้นจำนวน 29 ผลงาน ตัวอย่างผลงานที่มีความโดดเด่นและได้รับรางวัลจากเวทีนานาชาติ ได้แก่ ผลงาน “ภาชนะจากเส้นใยหญ้าแฝก Eco-friendly containers from vetiver fibers” ได้รับรางวัล เหรียญทอง (Gold Medal) จากเวที 2020 International Innovation & Invention Competition (2020IIIC) ประเทศไต้หวัน ผลงาน “กระดาษจากสาหร่ายในนากุ้ง RE-NO-WASTE” ได้รับรางวัล เหรียญทอง (Gold Medal) จากเวที 2020 IIDC Hong Kong International Invention and Design Competition เกาะฮ่องกง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และ ผลงาน “กระดาษจากเปลือกถั่ว Peanut shell Paper” ได้รับรางวัลเหรียญทอง (Gold Medal) จากเวที X European Exhibition of Creativity and Innovation : E U R O I N V E N T 2021 ประเทศโรมาเนีย

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภานุ พัฒนปณิธิพงศ์ รองคณบดีฝ่ายแผนงานและประกันคุณภาพ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มรภ.สวนสุนันทา กล่าว ถึงผลงานภาชนะจากเส้นใยหญ้าแฝกว่า จากการวิจัยพัฒนาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หัตถกรรมจักสานจากใบหญ้าแฝกร่วมกับชุมชนเครือข่ายกลุ่มหัตถกรรมจักสานหญ้าแฝกจังหวัดพะเยา อุดรธานีและสุรินทร์ ซึ่งพบว่าใบหญ้าแฝกสามารถนำมาทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้มากมาย จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเรื่องของการแปรรูปใบหญ้าแฝกที่สามารถนำไปใช้ได้หลากหลายมากขึ้น หรือมีคุณลักษณะของสมบัติทางกายภาพที่มีคุณภาพสูงขึ้น จนได้ออกมาเป็นผลงานจานจากกระดาษหญ้าแฝก ที่มีคุณสมบัติมีความเหนียว แข็งแรงทนทานต่อการดึงและการฉีกขาดได้ดี สามารถนำไปใช้เป็นภาชนะใส่อาหารที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน สามารถตอบโจทย์ด้านการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า รวมทั้งได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมรองรับกระแสนิยมการอนุรักษ์ธรรมชาติของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน

การสร้างสรรค์ผลงานดังกล่าวอยู่บนพื้นฐานความต้องการและศักยภาพความสามารถของชุมชนเครือข่ายกลุ่มหญ้าแฝกที่มีความพร้อมด้านทรัพยากร ด้านบุคลากร และสภาพแวดล้อมทางกายภาพ กระบวนการสร้างสรรค์ผลงานเริ่มจากการมีส่วนร่วมเรียนรู้ ทั้งร่วมคิด ร่วมทำ และการใช้ประโยชน์ร่วมกันของชุมชนและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งหลังจากที่ชุมชนได้ฝึกปฏิบัติการสร้างสรรค์ผลงานซ้ำๆ จนมีคุณภาพมาตรฐานสม่ำเสมอ ก็สามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่การผลิตเพื่อการค้าได้

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์นภดล สังวาลเพ็ชร รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะศิลปกรรมศาสตร์ มรภ.สวนสุนันทา กล่าวว่า แนวคิดในการออกแบบผลงาน “กระดาษจากสาหร่ายในนากุ้ง” เป็นการนำทรัพยากรที่มีในธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากสาหร่ายในนากุ้ง ที่ชาวบ้านเรียกว่าสาหร่ายผมนาง (วัชพืชที่เกิดจากกระบวนการเลี้ยงกุ้ง) ลักษะคล้ายเส้นใย มีความเหนียว เงา สีเขียวอ่อน แต่ถ้ามีสาหร่ายมากเกินไปจะทำให้น้ำเน่าเสีย เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจะตักสาหร่ายขึ้นจากบ่อนำไปทิ้งทำให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม จึงเป็นแนวคิดที่จะนำสาหร่ายในนากุ้งนี้มาพัฒนาเป็นวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกรได้ จากการวิเคราะห์ทั้งลักษณะของสาหร่ายและสภาพแวดล้อมชุมชน พบว่าการแปรรูปที่มีความเหมาะสม ควรเป็นการแปรรูปเป็นกระดาษสาจากสาหร่ายในนากุ้ง

จุดเด่นและเอกลักษณ์ของผลงานกระดาษจากสาหร่ายในนากุ้ง มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายได้โดยธรรมชาติ สามารถใช้เป็นวัสดุทดแทนกระดาษในการออกแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น กระดาษมีความโปร่งแสงสามารถนำมาผลิตเป็นโคมไฟ ดูดซับน้ำได้ดีสามารถนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์กระจายน้ำหอมเพื่อปรับอากาศในห้องหรือที่พักอาศัย หรือที่รองแก้วน้ำ มีเส้นใยยาวและจำนวนมากสามารถนำมาผลิตเป็นแผ่นซับเสียง หรือนำไปอัดขึ้นรูปเป็นภาชนะบรรจุอาหาร นอกจากนี้ ยังมีพื้นผิวและสีที่เป็นเอกลักษณ์ สามารถนำมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก เช่น ปกสมุด ที่คั่นหนังสือ หรือนำมาห่อช่อดอกไม้ ซึ่งการออกแบบผลงานกระดาษจากสาหร่ายในนากุ้งนี้ เป็นการแก้ปัญหาทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ที่เกิดจากปริมาณของสาหร่ายที่ส่งผลกระทบต่ออาชีพการทำนากุ้ง ทำให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย กลายเป็นขยะมูลฝอยปริมาณมาก และส่งกลิ่นเหม็นรบกวน ทั้งยังเป็นแนวทางการสร้างรายได้และอาชีพเสริมให้กับชุมชนได้อีกทางหนึ่งด้วย

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกพงศ์ อินเกื้อ คณบดีศิลปกรรมศาสตร์ มรภ.สวนสุนันทา กล่าวถึงผลงานกระดาษจากเปลือกถั่วว่า แนวคิดการออกแบบผลงานกระดาษจากเปลือกถั่ว เริ่มต้นจากต้องการเพิ่มมูลค่ากับสิ่งเหลือทิ้งจากการเกษตรด้วยเทคโนโลยีที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อนและชุมชนสามารถผลิตได้เอง กิจกรรมทั้งหมดชาวบ้านสามารถทำได้และได้ผลผลิตที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาด โดยจุดที่น่าสนใจคือการสร้างพื้นผิวของกระดาษจากเปลือกถั่ว ซึ่งปกติไม่เป็นที่นิยมนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ส่วนใหญ่จะพบในการนำไปทำปุ๋ย กระดาษจากเปลือกถั่วจึงมีความน่าสนใจในตัวของมันเอง ในกระบวนการผลิตก็สามารถใช้กระบวนการที่ไม่ซับซ้อนนั่นคือการทำกระดาษสา แต่เรามีสูตรพิเศษในสัดส่วนและการเตรียมเปลือกถั่วในขั้นต้น นอกจากนี้ยังมีซังข้าวโพดซึ่งมีความเป็นเส้นใยสูงพอสมควรเป็นส่วนประกอบในอัตราส่วนที่เหมาะสม ก็จะได้กระดาษที่มีพื้นผิวสวยงามและเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเปลือกถั่ว อย่างไรก็ตาม หัวใจของงานออกแบบในลักษณะนี้คือการมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งเหลือทิ้งทางการเกษตร ประเทศไทยยังมีสินค้าเกษตรจำนวนมาก ถ้าเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งเหลือทิ้งเหล่านี้ได้จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาล

6 สูตรกาแฟแก้วโปรดของเหล่าคอฟฟี่เลิฟเวอร์ที่รังสรรค์เองได้ที่บ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/661212

วันที่ 22 ส.ค. 2564 เวลา 13:30 น.6 สูตรกาแฟแก้วโปรดของเหล่าคอฟฟี่เลิฟเวอร์ที่รังสรรค์เองได้ที่บ้านเปลี่ยนตัวเองเป็นบาริสต้ายืนหนึ่งง่ายๆ ได้ที่บ้าน Nespresso เผย 6 สูตรกาแฟแก้วโปรดของเหล่าคอฟฟี่เลิฟเวอร์ตัวแทนคนรุ่นใหม่

ในช่วงที่เราต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บ้านติดต่อกันเป็นเวลานานหลายเดือน เชื่อว่าสายคาเฟ่หลายคนคงอดที่จะคิดถึงกิจกรรมคาเฟ่ฮอปปิ้งและการถ่ายรูปอัพลงโซเชียลมีเดียที่ร้านโปรดไม่ไหว แต่เพื่อให้คุณออกจากรูทีนแสนจำเจในแต่ละวัน เนสเพรสโซ (Nespresso) จับมือคอฟฟี่เลิฟเวอร์ตัวแทนคนรุ่นใหม่ทั้ง 6 คน อาทิ คริส หอวัง, เติร์ด ลภัส, เจสซี่ ชูวเทอว์, เต้ย จรินทร์พร, หลิน มชณต และ โม มนชนก ให้คุณสร้างสรรค์ประสบการณ์การดื่มกาแฟแบบเย็นรสชาติใหม่ที่จะดับทุกองศาร้อนจากคอลเล็กชั่น Barista Creations for Ice กาแฟที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความคิดสร้างสรรค์และความเชี่ยวชาญของเหล่าบาริสต้าระดับโลก กับสูตรเมนูกาแฟ 6 สูตรที่คัดสรรมาสำหรับแฟนๆ แล้วว่าสามารถทำตามได้ง่ายๆ ที่บ้าน จากส่วนผสม และอุปกรณ์ ที่หาไม่ยากอย่างที่คิด นอกจากได้กาแฟรสชาติอร่อยแล้ว ยังเหมาะถ่ายรูปเก็บไว้อัพโซเชียลเพิ่มยอดไลค์เสมือนมีบาริสต้ามาทำให้เองที่บ้านเป็นที่สุด แต่จะง่ายจริงแบบที่ว่าหรือไม่ งานนี้ต้องตามมาดูวิธี พร้อมลงมือทำไปพร้อมกันเลย!

สูตรที่ 1 ‘Freddo Intenso Tiki Sparkle’

แก้วนี้ได้สาวแซ่บ คริส หอวัง มาเปิดมิติใหม่แห่งการดื่มกาแฟ ด้วยการผสมผสานกาแฟเข้ากับจิงเจอร์เบียร์หรือมะนาวโซดา เพิ่มกิมมิกตัดรสชาติด้วยขิงสดหรือเปลือกมะนาว ที่จิบกี่ครั้งก็ซาบซ่า กระปรี้กระเปร่า ลืมร้อนกันเลยทีเดียว

วิธีทำ

1. สกัดกาแฟแคปซูล Freddo Intenso 40 มล. ลงในแก้วเชคเกอร์ พร้อมน้ำแข็ง 1 ก้อน จากนั้นทำการเขย่าให้ส่วนผสมเข้ากัน

2. เพิ่มความเย็นด้วยน้ำแข็งอีก 4 ก้อน แล้วเติมไซรัป Tiki 10 มล. ตัดรสชาติด้วยน้ำมะนาวสด 1 ซีก และใบโหระพาสด 4-5 ใบ เพิ่มความซ่าด้วยจิงเจอร์เบียร์ หรือ น้ำมะนาวโซดา 90 มล.

3. เทกาแฟเย็นลงในแก้ว ตกแต่งด้วยขิงสดหรือเปลือกมะนาวฝาน และใบโหระพา เป็นอันเสร็จ พร้อมเสิร์ฟดับร้อนกันได้เลย

สูตรที่ 2 ‘Provencal Freddo Delicato Lemonade’

กาแฟมิติใหม่จาก เจสซี่ ชูวเทอว์ สาวสวยไฟลุกที่มารังสรรค์กาแฟรสชาติสดชื่นจากน้ำเลมอนสด พร้อมกลิ่นหอมหวานจากวานิลลาไซรัป ที่มิกซ์กันแล้วให้รสชาติกลมกล่อมลงตัวจนต้องขอชิมอีกสักแก้ว

วิธีทำ

1. เทไซรัปวานิลลา 15 มล. และน้ำเลมอนสด 10 มล. ลงในแก้ว

2. เติมน้ำแข็งอีก 4 ก้อน และเลมอนฝาน

3. เติมโทนิควอเตอร์ 100 มล.

4. ใส่น้ำแข็ง 1 ก้อน และสกัดกาแฟ Freddo Delicato สกัดกาแฟ 40 มล. โดยนำเข้าเครื่อง Barista Recipe Maker เลือกเมนู Iced Nitro

5. เมื่อได้กาแฟหอมกรุ่นมาเรียบร้อย ก็ถึงเวลาผสมทุกอย่างให้เข้ากัน รินใส่แก้วพร้อมเสิร์ฟเพิ่มความสดชื่นคู่กับของว่างระหว่างมื้ออาหาร

สูตรที่ 3 ‘Coffee Pink Grapefruit Tonic’

กาแฟแก้วสีสวยสไตล์สาวเก๋อย่าง หลิน มชณต ที่ถึงแม้ชื่ออาจจะฟังดูไม่ธรรมดา แต่ขั้นตอนการทำนั้นง่ายมาก สามารถรังสรรค์ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที เหมาะกับการเพิ่มความสดชื่น ผ่อนคลายในวันที่มีประชุมตลอดวันเป็นที่สุด

วิธีทำ

1. เริ่มต้นด้วยการเทไซรัป Pink Grapefruit ลงไปในแก้ว

2. ตามด้วยน้ำแข็งทั้ง 4 ก้อนและโทนิควอเตอร์ 80 มล.

3. สกัดกาแฟ Freddo Delicato โดยเลือกฟังก์ชั่นการสกัดแบบ Espresso ที่ตัวเครื่อง โดยสูตรนี้ใช้ทั้งหมด 2 แคปซูล ผสมลงในแก้วให้เข้ากันเป็นอันจบขั้นตอนสุดท้าย

สูตรที่ 4 ‘Exotic Coconut Flavour Macchiato Over Ice’

สูตรกาแฟสุดโปรดของ เติร์ด ลภัส หนุ่มฮอตขวัญใจสาวๆ ที่ได้ร่วมสนุกไปกับการรังสรรค์กาแฟรสชาติใหม่ล่าสุดอย่างรส Coconut Flavour Over Ice จากคอลเล็กชั่น Barista Creations for Ice

วิธีทำ

1. รินนม 100 มล. ลงในเครื่อง Barista Recipe Maker แล้วเลือกเมนู Ice Frappe

2. ใส่ไซรัปน้ำอ้อย 10 มล. เปลือกมะนาวฝาน และน้ำแข็ง 3 ก้อน ลงในแก้ว

3. รินฟองนมเย็นที่เตรียมไว้ลงในแก้ว

4. สกัดกาแฟ Coconut Flavour Over Ice 40 มล. ลงในแก้วที่เตรียมไว้

5. ตกแต่งด้วยผงมะพร้าวอบแห้ง

สูตรที่ 5 ‘Pinky Rainbow Over Ice’

กาแฟสีหวานที่แมตช์กับคาแรกเตอร์สาวหวานอย่าง เต้ย จรินทร์พร ที่มาพร้อมเลเยอร์กาแฟสีพาสเทลฟรุ้งฟริ้ง พร้อมเพิ่มความหอมมันด้วยท็อปปิ้งวิปครีมด้านบน ตกแต่งท็อปปิ้งแสนน่ารัก ฉีกทุกกฎแห่งโลกกาแฟ

วิธีทำ

1. รินนม 100 มล. ไซรัปสตรอว์เบอร์รี่ 10 มล. และน้ำแข็ง 2 ก้อนใส่ลงในแก้ว

2. ใช้เครื่องชงกาแฟ Atelier เลือกเมนู Cold Foam สกัดกาแฟ Freddo Intenso 40 มล. ลงในแก้ว

3. เติมน้ำแข็ง 3 ก้อนลงในแก้ว

4. เติมวิปครีม ตกแต่งด้วยท็อปปิ้งสีรุ้งและมาร์ชเมลโล

สูตรที่ 6 ‘Latte Marine Blue’

กาแฟลาเต้เย็นของสาว โม มนชนก เพิ่มดีเทลสดใสด้วยชั้นเลเยอร์สีฟ้าขาว เสิร์ฟพร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากโรสแมรี่ ปลุกความสดชื่นให้สุดกว่าที่เคย

วิธีทำ

1. รินบลูคูราเซาไซรัป และชูการ์ไซรัปลงไปในแก้ว View Recipe เพิ่มความเย็นสดชื่นด้วยน้ำแข็ง

2. รินนมลงไปในแก้ว

3. สกัดกาแฟ Freddo Intenso 40 มล. (ใช้ 2 แคปซูล) และตกแต่งด้วยใบโรสแมรี่

ติดตามความสนุกกับการครีเอทเมนูกาแฟสุดสร้างสรรค์ของเหล่าคอฟฟี่เลิฟเวอร์ทั้ง 6 ผ่านการชมวิดีโอ พร้อมเคล็ดลับการชงกาแฟง่ายๆ ที่ตั้งใจเตรียมมาแชร์ให้กับแฟนๆ ได้รังสรรค์ออกมาเหมือนตามแบบต้นฉบับเป๊ะ โดยสามารถติดตามรับชมผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัวของทั้ง 6 คนบนแฮชแท็ก #SummerWithNespresso #NespressoTH พร้อมกันวันนี้ สำหรับใครที่อยากจะรังสรรค์สูตรเมนูกาแฟต่างๆ สามารถเยี่ยมชมเว็ปไซต์ของ Nespresso หน้า “สูตรกาแฟ” เนสเพรสโซมีเมนูกาแฟให้เลือกทำตามได้ง่ายๆ หลากหลายเมนู สามารถเลือกครีเอทเมนูกาแฟที่ชื่นชอบทั้งเมนูร้อนและเมนูเย็นได้ที่ nespresso