ราชบุรีเดือด “ปารีณา” ท้ารบ “ซุ้มราชันมังกร” เตือนลุงแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541335

ขุนน้ำหมึก

20 ม.ค. 2566

ราชบุรีเดือด “ปารีณา” ท้ารบ “ซุ้มราชันมังกร” เตือนลุงแล้ว

สมรภูมิราชบุรีร้อนแรง “ปารีณา” ส่งสัญญาณเตือนลุงป้อม รู้เท่าทัน “ซุ้มราชันมังกร” บ้านใหญ่เมืองโอ่ง มีหลายบ้าน ตระกูลไกรคุปต์ และกลิ่นประทุม ไม่ไร้เดียงสา

กูรูข้างสนาม “ปารีณา” วิเคราะห์สนามราชบุรี ส่งสัญญาณเตือนลุงป้อม รู้เท่าทัน “ซุ้มราชันมังกร” บ้านใหญ่เมืองโอ่งมีหลายซุ้ม ต่างคนต่างมีคลังกระสุน

“ปารีณา” ปากรักลุงป้อม แต่ใจเจ็บลึก เพราะศึกสมัยหน้า “ซุ้มราชันมังกร” ในสีเสื้อ พปชร. จะส่งกลุ่มทุนใหญ่โพธาราม ถล่มตระกูลไกรคุปต์ หวังให้สูญพันธุ์

ท่ามกลางศึก 2 ป.ชิงเมืองโอ่งมังกร ปารีณา ไกรคุปต์ ก็มาปรากฏตัวรอรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวันเปิดงานตรุษจีน ไชน่าทาวน์ราชบุรี 

มีข้อน่าสังเกตในงานตรุษจีนราชบุรี บุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี และกำนันตุ้ย-วิวัฒน์ นิติกาญจนา นายก อบจ.ราชบุรี ประมุขซุ้มราชันมังกร ไม่มาต้อนรับลุงตู่

หลายคนคงได้อ่านบทวิเคราะห์สนามเลือกตั้ง ส.ส.ราชบุรี สมัยหน้า ของปารีณา โดยฟันธงว่า ลุงป้อมจะได้ 1 ที่นั่ง และลุงเนวินนั้นได้ 2 ที่นั่ง

ทำไมปารีณา กล้าฟันธงแบบทำลายความฝันลุงป้อมเช่นนี้ คำตอบคือ กำนันตุ้ยแห่งซุ้มราชันมังกร คือคู่ปรปักษ์ทางการเมืองของตระกูลไกรคุปต์

สถานการณ์การเมืองในราชบุรี เริ่มมีความชัดเจนขึ้นแล้ว หลัง สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร เจรจากับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขอให้กำนันตุ้ย เป็นแม่ทัพ พปชร.ราชบุรี โดยจะรวบรวม ส.ส.ราชบุรี จากค่าย ปชป.ให้มาอยู่ทีมเดียวกัน

ฉะนั้น เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2566 ได้มีรายงานข่าวจากพรรค ปชป.ว่า อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี เขต 4 และชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 ได้แจ้งความประสงค์ว่าจะลาออก โดยคาดหมายว่า ทั้งคู่จะไปสังกัด พปชร. 

‘ศึกแค้นสั่งฟ้า’

สมัยหน้า “ปารีณา” ในฐานะกองเชียร์ คงต้องลุ้นให้พี่ชายลงสนามทวงคืนเก้าอี้ ส.ส.ราชบุรี เขต อ.โพธาราม และ อ.บ้านโป่ง กลับคืนมาจาก “ซุ้มราชันมังกร”

สจ.เส็ง-ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ผงาดในการเมืองราชบุรี หลังชัยชนะเลือกตั้งซ่อมปีที่แล้ว โดยลมใต้ปีกของ สจ.เส็ง คือพี่ชาย สมชาย กมลพันธ์ทิพย์ เจ้าของ The Resort Water Park อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี และเป็นนักธุรกิจ ผู้กว้างขวางในราชบุรี, สมุทรสาคร, นครปฐม และกาญจนบุรี

  สจ.เส็ง และหลานชาย จตุพร          สจ.เส็ง และหลานชาย จตุพร

ปลายปี 2561 ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ อดีต ส.อบจ.ราชบุรี เขต อ.โพธาราม เปิดตัวลงสมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 3 ในนามพรรคประชาธิปัตย์ 

การเลือกตั้งหนนั้น คนในโพธารามรู้ดีว่า กำนันตุ้ย-วิวัฒน์ นิติกาญจนา เป็นผู้สนับสนุน สจ.เส็ง ในการแข่งขันกับปารีณา เนื่องจากกำนันตุ้ย กับปารีณา อยู่กันคนละซุ้ม 

ผลการเลือกตั้งปี 2562 ปารีณา ได้ 46,409 คะแนน ชนะชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ที่ได้ 29,423 คะแนน

เมื่อปารีณาต้องพ้นจาก ส.ส. มีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี กำนันตุ้ยกับกลุ่มสามมิตร จึงเจรจากับลุงป้อม จนทางพรรค พปชร.มีมติไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส. ทำให้ สจ.เส็ง ชนะขาดลอย

การเลือกตั้งสมัยหน้า กำนันตุ้ยคิดการใหญ่ จึงวางตัว สจ.เส็ง-ชัยทิพย์ จะขยับไปสมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 5 ชนกับบุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี หลายสมัย


ส่วนเขต 3 สจ.เส็ง จะให้หลานชาย-จตุพร กมลพันธ์ทิพย์ รองนายก อบจ.ราชบุรี แข่งกับ สีหเดช ไกรคุปต์ พี่ชายปารีณา

ตระกูลไกรคุปต์ ในสีเสื้อพรรคภูมิใจไทย จึงลงพื้นที่อย่างหนัก และไม่เกรงกลัวคู่แข่งจากบ้านใหญ่โพธาราม เพราะเชื่อมั่นในฐานเสียง อ.จอมบึง จุดชี้ขาดชัยชนะเขตนี้

 ปารีณา ยังพาพี่ชายลงพื้นที่ทุกวันปารีณา ยังพาพี่ชายลงพื้นที่ทุกวัน

‘ผ่าซุ้มราชันมังกร’

“ปารีณา” รู้อยู่เต็มอกว่าเบื้องหลัง “ซุ้มราชันมังกร” คือ สมศักดิ์ เทพสุทิน จึงให้สัมภาษณ์ทำนองได้ข่าวว่า กลุ่มสามมิตรไปเจรจากับคนแดนไกล อาจทิ้งลุงป้อมไปก็ได้ในนาทีสุดท้าย

บนเส้นทางการเมืองของกำนันตุ้ย วิวัฒน์ นิติกาญจนา เริ่มจากเล่นการเมืองระดับท้องถิ่น ก่อนขยับลงสมัคร ส.ส.พรรคไทยรักไทย ปี 2544 และเป็น ส.ส.ราชบุรี 2 สมัย ตอนนั้น กำนันตุ้ยสังกัดกลุ่มวังน้ำยมของ สมศักดิ์ เทพสุทิน

หลังประหาร 2549 กำนันตุ้ยตามสมศักดิ์ ก่อร่างสร้างพรรคมัชฌิมาธิปไตย และเกาะกลุ่มอยู่ดัวยกันมา จนมาถึงพรรค พปชร.


ปลายปี 2563 ในนามกลุ่มพัฒนาราชบุรี โดยกำนันตุ้ย ได้รวบรวมบ้านใหญ่เกือบทุกซุ้มให้มาร่วมทีมนายก อบจ.ราชบุรี รวมถึง อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี ทายาทเครือวงษ์พิทักษ์ อ.บ้านโป่ง และชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์

ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรี กำนันตุ้ยโกยแต้มทิ้งคู่แข่งขาดลอย และได้ ส.อบจ.มาเกือบเต็มสภา นี่เป็นการประกาศศักดาของกลุ่มราชันมังกร

การเลือกตั้งสมัยหน้า กำนันตุ้ย จึงอาสาลุงป้อม กวาดเก้าอี้ ส.ส.ราชบุรี 5 ที่นั่ง โดยมีคู่ปรปักษ์ที่ต้องบดขยี้ให้ได้คือ ปารีณา ไกรคุปต์ และสรอรรถ กลิ่นประทุม ลูกพี่ใหญ่ของบุญลือ ประเสริฐโสภา

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ          โดย … ขุนน้ำหมึก

ครั้งแรก”อุ๊งอิ๊ง”ควง”เศรษฐา”ลงพื้นที่ย่านเยาวราช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541380

21 ม.ค. 2566

ครั้งแรก"อุ๊งอิ๊ง"ควง"เศรษฐา"ลงพื้นที่ย่านเยาวราช

“อุ๊งอิ๊ง”ควง”เศรษฐา”ลงพื้นที่ย่านเยาวราชครั้งแรก เพื่อขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์และรับฟังปัญหาในพื้นที่จากผู้ประกอบการ พบว่า พ่อค้าแม่ค้าต้องหยุดขายของทุกวันจันทร์ และต้องการปรับภูมิทัศน์

ไม่รู้เป็นเพราะถือฤกษ์งามยามดีหรือไม่ วันนี้ “วันตรุษจีน” นายเศรษฐา ทวีสิน สมาชิกพรรคเพื่อไทยและ 1 ในว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ถือโอกาสควงนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และกลุ่ม ส.ก. ส.ส. กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ย่านเยาวราช

ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของนายเศรษฐา นักธุรกิจแถวหน้าของเมืองไทย ที่ลงมาร่วมเดินบนถนนพบปะพี่น้องประชาชนพร้อมหารือกับผู้ประกอบการในย่านเยาวราช เช่น นายจิตติ ตั้งสิทธิภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ นายวิศิษฏ์ ลิ้มประนะ เจ้าของแบรนด์พริกไทย ตรามือ นางสาวเกยูร โชคล้ำเลิศ และนายเกรียงไกร กิตติธเนศวร เจ้าของแบรนด์ยู้ลูกชิ้นปลา นางสาวเกื้อกูล ลิ้มศิริ เจ้าของร้านรังนกโบราณ โดยจะเข้ามาช่วยพรรคดูเรื่องเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ

พรรคเพื่อไทยลงพื้นที่เยาวราชพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่เยาวราช นายเศรษฐา ทวีสิน และ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายเศรษฐา ทวีสิน และ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร

นายกสมาคมค้าทองคำ ยก “เยาวราช” เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญของโลก อยากให้นักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจที่มองเห็นโอกาสเข้ามาโดยต้องวางแผนให้ดี เช่นเดียวกับเจ้าของแบรนด์พริกไทย ตรามือ “เยาวราช” มีเสน่ห์ที่สตรีทฟูดจำนวนมากมายในราคาถูก มาตรการปิดแผงลอยทุกวันจันทร์ของสัปดาห์ถือว่ากระทบกับการทำมาหากินของผู้ประกอบการรายย่อยและความคึกคักของเยาวราช จะสังเกตว่ามาเยาวราชต้องเห็นแสงไฟ จึงขอเสนอให้ปิดแผงลอย 1 วันต่อเดือน ส่วนเจ้าของร้านรังนกโบราณ อยากให้นำสายไฟลงดิน เพื่อความสวยงาม 
 

นางสาวแพทองธาร ขอโอกาสให้พรรคเพื่อไทยได้เข้ามาแก้ปัญหาเหล่านี้ แต่การปรับเปลี่ยนพัฒนาพื้นที่เยาวราชควรทำแบบค่อยเป็นค่อยไป พรรคการเมืองไม่ได้คิดเรื่องการเมืองเพียงอย่างเดียว เรื่องเศรษฐกิจก็มีความสำคัญ มีหลายเรื่องที่พรรคเพื่อไทยได้รับฟัง น่าจะนำไปใช้ได้ทันที ขอให้มั่นใจในพรรคเพื่อไทย การคัดสรรไม่ว่าจะเป็น ส.ส.แต่ละเขต หรือแคนดิเดตพรรค เราเลือกคนที่มีคุณภาพแน่นอน 

อย่างไรก็ตามคณะเพื่อไทนได้ร่วมสักการะ เจ้าแม่กวนอิม พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศสร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ มูลนิธิศาลเจ้าเทียนฟ้า และเข้ากราบขอพรพระอาจารย์จีนคณาณัฐจีนพรต(เย็นงี้) เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่)

ครั้งแรก"อุ๊งอิ๊ง"ควง"เศรษฐา"ลงพื้นที่ย่านเยาวราช

พรรคเพื่อไทยหารือผู้ประกอบการย่านเยาวราชพรรคเพื่อไทยหารือผู้ประกอบการย่านเยาวราชพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่เยาวราชพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่เยาวราช

“ชาติพัฒนากล้า” เปิดนโยบายชุด 2 “เงินเดือน 40,000 บาทแรก ไม่ต้องเสียภาษี”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541371

21 ม.ค. 2566

"ชาติพัฒนากล้า" เปิดนโยบายชุด 2 “เงินเดือน 40,000 บาทแรก ไม่ต้องเสียภาษี”

“ชาติพัฒนากล้า” เปิดนโยบายชุด 2 “เงินเดือน 40,000 บาทแรก ไม่ต้องเสียภาษี” สำหรับมนุษย์เงินเดือน เชื่อเงินกลับมาเป็นรายได้หมุนเวียนในประเทศ

เมื่อสัปดาห์ก่อนพรรคชาติพัฒนากล้าเปิดนโยบายเศรษฐกิจชุดแรก “ยกเลิกแบล็กลิสต์ รื้อระบบสินเชื่อ”แก้ไขปัญหาได้โดยไม่ต้องใช้เงินภาษีแม้แต่บาทเดียว ด้วยการรื้อระบบเก็บข้อมูลของบริษัทเครดิตบูโร ยกเลิกระบบแบล็กลิสต์ ใช้ระบบ Credit Scoring หรือวิธีประเมินสินเชื่อตามจริงแทน

ล่าสุดวันนี้ 21 ม.ค. ไม่รอช้าออกนโยบายเศรษฐกิจชุดที่ 2 คือ “เงินเดือน 40,000 บาทแรก ไม่ต้องเสียภาษี” ซึ่งนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า และ ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ออกมาแถลงข่าวนโยบายนี้ประชาชนจะได้รับประโยชน์ทันที 4 ล้านคน โดย 2 ล้านคนที่รายได้ เงินเดือนไม่ถึง 40,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษีทันที ส่วนที่รายได้สูงกว่านั้น จะได้รับการยกเว้นภาษีในเงิน 40,000 บาทแรกด้วย

หากถามว่านโยบายนี้พุ่งเป้าไปถึงใคร ก็คือ กลุ่มมนุษย์เงินเดือนและฟรีแลนซ์ เดิมเกณฑ์เสียภาษีเงินเดือนต่ำอยู่ที่ 26,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษี แต่ไม่ได้เปลี่ยนมายาวนานหลายปี ในขณะที่ค่าครองชีพ ค่าผ่อนบ้าน ค่าเดินทางสูงขึ้น ในขณะที่บริษัทขนาดใหญ่ได้รับการลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เป็น 20% มายาวนานกว่า 10 ปีแล้ว ประกอบกับการประมาณการรายได้ของรัฐบาลปี 2567 รายได้ภาษีของรัฐจะเพิ่มขึ้นเกือบ 3 แสนล้านบาท จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่กำลังจะดีขึ้น จึงเป็นเวลาที่เหมาะสม ที่ต้องหันมาให้ความช่วยเหลือมนุษย์เงินเดือน

รายได้ที่จะเข้ารัฐส่วนนี้ มีสัดส่วนไม่ถึง 5% ของรายได้รวมของรัฐ หรือ 6,000 กว่าล้านบาทเท่านั้น ถ้าลดภาษีให้ส่วนนี้ได้ คนกลุ่มนี้ก็มีเงินในกระเป๋ามากขึ้น และเชื่อว่าเงินส่วนนั้นจะกลับมาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแน่นอน และบางส่วนจะกลับมาเป็นรายได้ของรัฐในรูปแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม นี่คือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นเป็นระดับนโยบายหาเสียงเมื่อปี 2562 แล้ว จากหลาสยพรรคการเมือง แต่กลับเงียบไม่เดินหน้าต่อจนถึงทุกวันนี้  


อย่างไรก็ตามวันที่ 24 ม.ค.66 นี้ จับตาว่าพรรคชาติพัฒนากล้าจะแถลงนโยบายชุดใหญ่อีกครั้ง เอารัฐจะเอาเงินรายได้มาจากไหนมาทำ ประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้นอีก 5 ล้านล้านบาทได้อย่างไร  

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้านายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า

พรรคชาติพัฒนากล้า แถลงนโยบายชุด 2พรรคชาติพัฒนากล้า แถลงนโยบายชุด 2

“จุรินทร์”นำทีมเยือนถิ่นเก่าปชป. ขอพรศาลเจ้าพ่อเสือ”วันตรุษจีน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541365

21 ม.ค. 2566

"จุรินทร์"นำทีมเยือนถิ่นเก่าปชป. ขอพรศาลเจ้าพ่อเสือ"วันตรุษจีน"

“จุรินทร์-เจิมมาศ-มาดามเดียร์”ขอพรศาลเจ้าพ่อเสือ”วันตรุษจีน” ขอคนไทยค้าขายดี เศรษฐกิจรุ่ง มั่นใจกระแสพรรคประชาธิปัตย์เริ่มกลับมาดี หลังเคยพ่ายเลือกตั้ง2562

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร และ นางวทันยา บุนนาค หรือ มาดามเดียร์ เดินทางไปไหว้ขอพรศาลเจ้าพ่อเสือ เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในเทศกาล “ตรุษจีน”

“ขอให้เมืองไทยค้าขายดี เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง ส่งออกดีๆ สร้างเงินให้ประเทศไทย สร้างเงินให้คนไทยทั้งประเทศได้เยอะๆ ตั้งแต่เกษตรกรคนตัวเล็กไปจนถึงคนตัวใหญ่” นายจุรินทร์อวยพร

พรรคประชาธิปัตย์ขอพรศาลเจ้าพ่อเสือพรรคประชาธิปัตย์ขอพรศาลเจ้าพ่อเสือ

ทั้งนี้ บริเวณศาลเจ้าพ่อเสือ ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตพระนคร เดิมถูกครองด้วยพรรคประชาธิปัตย์มาหลายสมัย แต่ปรากฎว่า เลือกตั้ง 2562 พ่ายแพ่ให้กับพรรคพลังประชารัฐ แต่ทางนางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ว่าที่ผู้สมัคร ส ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันตอนนี้กระแสของพรรคเริ่มดีขึ้น

โดย นางสาวนิภาพรรณ จึงเลิศศิริ คนของพรรคก็ได้รับคะแนนเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ที่ผ่านมาทีมงาน สก. ของพรรคลงพื้นที่ทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องได้รับเสียงตอบรับดีมาก บอกกับกระแสตอบรับนโยบาย “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” ดีมาก เช่น ธนาคารชุมชน ๆ ละ 2ล้านบาท เป็นนโยบายโดนใจคนกรุงทุกชุมชน รวมถึง นโยบายนมฟรี 365 วัน  ก็เป็นประโยชน์กับชาวกทม.ที่มีเด็กเล็กๆในครอบครัว

พรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่บริเวณศาลเจ้าพ่อเสือพรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่บริเวณศาลเจ้าพ่อเสือ

นายกฯ ร่วมงานเลี้ยง วันกองทัพบก ไร้เงา ประวิตร ติดตรุษจีนนครสวรรค์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541351

21 ม.ค. 2566

นายกฯ ร่วมงานเลี้ยง วันกองทัพบก ไร้เงา ประวิตร ติดตรุษจีนนครสวรรค์

นายกรัฐมนตรี ร่วมงานเลี้ยงรับรองวันกองทัพบก ไร้เงา “บิ๊กป้อม” ติดลงพื้นที่นครสวรรค์ ขณะที่ “องคมนตรี- บิ๊กแดง” ร่วมงานคึกคัก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานในงานเลี้ยงรับรองวันกองทัพบก ที่สโมสรทหารบก วิภาวดี โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี , พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ  พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี , พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รองราชเลขาธิการพระราชวัง , พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย เดินทางมาร่วมงานด้วย

นายกฯ ร่วมงานเลี้ยง วันกองทัพบก ไร้เงา ประวิตร ติดตรุษจีนนครสวรรค์

นอกจากนี้ ยังมี ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขาดเพียง พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ติดภารกิจเยือนประเทศเมียนมา ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตผู้บัญชาการทหาร แจ้งไม่มาร่วมงาน เนื่องจากเดินทางไปตรวจราชการที่ จ.นครสวรรค์

นายกฯ ร่วมงานเลี้ยง วันกองทัพบก ไร้เงา ประวิตร ติดตรุษจีนนครสวรรค์

อย่างไรก็ตาม ยังมีนายทหาร ตำรวจ ผู้ช่วยทูตทหาร มาร่วมงานกันอย่างคึกคัก โดยในงานมีการฉายวีดีทัศน์สื่อผสม กิจกรรมของกองทัพบกในปีที่ผ่านมา รวมถึงการแสดงบนเวทีหลายรายการ

นายกฯ ร่วมงานเลี้ยง วันกองทัพบก ไร้เงา ประวิตร ติดตรุษจีนนครสวรรค์

ฉาว”ปลัดสันทราย”แฉ ฝ่ายปกครองเชียงใหม่ เรียกรับส่วยทำบัตรแรงงานต่างด้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541338

20 ม.ค. 2566

ฉาว"ปลัดสันทราย"แฉ ฝ่ายปกครองเชียงใหม่ เรียกรับส่วยทำบัตรแรงงานต่างด้าว

“ปลัดสันทราย”แฉ ฝ่ายปกครองเชียงใหม่ เรียกรับส่วยทำบัตรแรงงานต่างด้าวนาน5ปี คดีไม่คืบหน้า พบทำเป็นขบวนการ มีหลักฐานแชทหลุดสลิปโอนเงิน

ฉาวอีกในวงการราชการ ล่าสุด นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะผู้ช่วยนายทะเบียนจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเคยเป็นผู้ร้องเรียนมาแล้วตั้งแต่ปี 2561 สมัยตัวเองเป็นปลัดอำเภอแม่ริม ว่า พบเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ศูนย์บริหารการทะเบียนภาค สาขาจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ลักลอบจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว กัมพูชา เมียนมา และเวียดนาม  

โดยทำเป็นขบวนการ คือ ชายฉกรรจ์ คอยเฝ้าประจำบริเวณจุดออกบัตร เพื่อทำการเก็บบัตรที่ออกแล้วเอาไว้ก่อน จากนั้นเรียกเก็บเงินกินเปล่าแบบไม่มีใบเสร็จจากแรงงานต่างด้าว คนละ 400 บาท นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมจัดทำบัตรคนละ 80 บาท ซึ่งให้เอกชนที่เป็นนายหน้าตัวแทนที่พาแรงงานต่างด้าวมาทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัว รวบรวมเงินจนครบตามยอดและนำมาจ่ายให้ภายในวันเดียวกันก่อน จึงจะมอบบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าวให้ หากไม่ยินยอมจะยึดบัตรเอาไว้

 นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

นอกจากนี้ยังมีหลักฐานเป็นสลิปการโอนเงินจากนายหน้าแรงงานต่างด้าวที่ร้องเรียนเพียงรายเดียว ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วต้องจ่ายเงินไปแล้วรวมกว่าแสนบาท โดยอ้างว่า เป็นไปตามนโยบายของข้าราชการในจังหวัดเชียงใหม่ ที่สั่งการกลุ่มบุคคลให้เข้าดำเนินการ ซึ่งมีแชทไลน์หลุดเป็นสลิปการโอนเงินหลายใบ

หลังจากนี้ นายบุญญฤทธิ์ จะเดินหน้านำรายละเอียดส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในฐานะนายทะเบียนจังหวัดเชียงใหม่ได้ทราบและพิจารณา เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาไม่ให้มีผู้อื่นเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์อย่างเด็ดขาด พร้อมกับตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ที่ลักลอบกระทำเช่นนี้

ฉาว"ปลัดสันทราย"แฉ ฝ่ายปกครองเชียงใหม่ เรียกรับส่วยทำบัตรแรงงานต่างด้าวสลิปการโอนเงินสลิปการโอนเงิน

หาม”นริศ ขำนุรักษ์” รมช.มหาดไทย ส่งรพ.ด่วน หลังวูบหมดสติขณะลงพื้นที่ตรัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541328

20 ม.ค. 2566

หาม"นริศ ขำนุรักษ์" รมช.มหาดไทย ส่งรพ.ด่วน หลังวูบหมดสติขณะลงพื้นที่ตรัง

หาม”นริศ ขำนุรักษ์” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ส่งโรงพยาบาล หลังวูบหมดสติ มีอาการชักเกร็ง ขณะลงพื้นที่ จังหวัดตรัง

20 ม.ค.2566 นายนริศ ขำนุรักษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มหาดไทย) ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.พัทลุง ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน หลังเกิดอาการวูบหมดสติ ขณะลงพื้นที่ จ.ตรัง ไปพบปะกับประชาชน ในพื้นที่ ตำบลบางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง และร่วมพิธีละหมาดภายในมัสยิด ต.บางเป้า เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ที่ผ่านมา 
 

นายนริศ ขำนุรักษ์  รมช.มหาดไทยนายนริศ ขำนุรักษ์ รมช.มหาดไทย

โดยนายนริศ เกิดอาการวูบ และมีอาการชักเกร็ง คณะผู้ติดตาม ต้องรีบน้ำตัวส่งรพ.กันตัง และ รีบส่งตัวไปรักษาที่รพ.ตรัง โดยเดินทางมาถึงในเวลา 14.50 น.

ต่อมานายนริศ รู้สึกตัว และยังคงมีสติพูดคุยได้ ก่อนที่จะนำตัวเข้ารักษาภายในห้องไอซียู 

หาม"นริศ ขำนุรักษ์" รมช.มหาดไทย ส่งรพ.ด่วน หลังวูบหมดสติขณะลงพื้นที่ตรังหาม”นริศ ขำนุรักษ์” รมช.มหาดไทย ส่งรพ.ด่วน หลังวูบหมดสติขณะลงพื้นที่ตรัง

ทั้งนี้ นายนริศ เคยมีประวัติการรักษาการทำบายพาสหัวใจด้วย โดยแพทย์ให้พักผ่อนแต่นายนริศ ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดตรัง

“ชัยวัฒน์”แจงที่มาเงิน98,000บาทในห้องอธิบดีกรมอุทยานฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541327

20 ม.ค. 2566

"ชัยวัฒน์"แจงที่มาเงิน98,000บาทในห้องอธิบดีกรมอุทยานฯ

“ชัยวัฒน์” พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีก16 คน เข้าให้ข้อมูลคณะกรรมการ เพื่อแจงที่มาเงินจำนวน98,000บาทในห้องอธิบดีกรมอุทยานฯ แฉเป็นเงินจ่ายรายเดือนตั้งแต่ผอ.คนก่อน จนต้องขอต่อรอง พร้อมวอนเร่งสอบสวน เกรงถูกข่มขุ่

คดีที่นายรัชฎา สุริยกุล   อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพืนธุ์พืช ถูกเจ้าหน้าที่บุกจับกุมฐานเรียกรับเงิน โดยพบเงินสดร่วม 5 ล้านบาทที่คาดว่า ผู้ใต้บังคับบัญชามอบให้

วันนี้ 20 มกราคม 2566 นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 พร้อมด้วย พยานอีก 16 คน ที่เป็นระดับผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ , หัวหน้าส่วนอุทยานฯ , หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และ ผู้อำนวยการส่วน เข้าให้ข้อมูลกับ นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง กรณีพบเงินสดขณะเข้าจับกุม 

นายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนและเจ้าหน้าที่อีก 16 คนเข้าให้ข้อมูลให้ฐานะพยานและผู้เสียหายในกรณีนี้ โดยในส่วนตนชี้แจงระยะเวลา ที่มาที่ไป ของการเข้าไปพูดคุยกับนายรัชฎา เนื่องจากมีปัญหาเรื่องงบประมาณ จำนวนเจ้าหน้าที่ที่ไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่ต้องจ่ายค่ารักษาตำแหน่ง แต่ตนมาไม่ทันในช่วงส.ค.และก.ย. ที่จ่ายไปก่อนแล้ว ประกอบกับช่วงนั้น ทุกคนมีปัญหาทางด้านการเงิน จนเป็นที่มาของการพูดคุยกัน และเข้าไปเจรจากับอธิบดีฯ ขอร้องและต่อรองเกี่ยวกับการเรียกเก็บต่างๆ สุดท้ายตนต้องเป็นผู้นำเงินไปจ่าย

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9

ซึ่งต่อมาตนเรียกคุยกับเจ้าหน้าที่เหล่านี้ แจ้งไปว่าจ่ายตามความสมัครใจ จนได้ข้อสรุปจ่ายอุทยานละ 7,000 บาท เขตพันธ์รักษาป่าละ 1,000 บาท รวมจ่ายเดือนละ 43,000 บาท ซึ่งเป็นที่มาของเงินจำนวน 98,000 บาท บรรจุอยู่ใน 2 ซองใหญ่ 43,000 บาท และ 1 ซองเล็ก 12,000 บาท 

โดยตนได้ชี้แจงว่า มีทั้งถูกบังคับข่มขู่ให้จ่ายเงิน แต่กำชับต้องไม่ได้นำเงินในส่วนของราชการหรือเบียดบังมาจ่าย เพราะเราคุยกันแล้วว่าห้ามไปทุจริตและนำเงินมาจ่าย ซึ่งทุกคนชี้แจงว่าไปกู้เงินมาและไปกู้สหกรณ์ 

แต่ที่สำคัญขนาดนั้นเงินงบประมาณยังไม่ออก จึงเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจให้ทุกคนได้ว่า ไม่มีใครทุจริตต่อหน้าที่

นายชัยวัฒน์ ระบุอีกว่า ตนทำงานปกป้องป่า งานลาดตระเวนถูกตัดงบ คนก็ถูกตัดลง มีการเรียกเก็บมาตั้งแต่สมัยอดีต ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 คนก่อน แต่ขณะนี้เกษียณไปแล้ว ตนมารับหน้าที่ต่อ เกิดผลกระทบโดยตรง

ทั้งนี้มั่นใจในหลักฐานทุกอย่างชัดเจน และต้องมีการคุ้มครอง ทั้งตำแหน่งหน้าที่การงานความปลอดภัยด้วย มิเช่นนั้นใครจะกล้าเป็นพยาน  

ส่วนที่มีการอ้างว่า เงินเช่าพระ ก็ได้ชี้แจงชัดเจนว่า ในชุดเราก็มี แยกเป็น 3 ส่วน ส่วนที่ 1 คือ เงินที่ต้องจ่ายรายเดือน ส่วนที่ 2 คือ หัวหน้าบางคน ได้มีการเช่าพระพุทธรูป ร.5 ไว้ ส่วนที่ 3 คือ การวิ่งเต้น จ่ายเงินค่าตำแหน่ง ซึ่งมองว่าไม่ชอบธรรม เจ้าหน้าที่ต้องหาเงินมาเพื่ออยู่ให้ได้ ทั้งๆที่เจ้าหน้าที่เหล่านี้รักป่ารักสัตว์ป่า เชื่อว่าคณะกรรมการจะเร่งสรุปสำนวนการสอบสวนให้เร็วที่สุด พร้อมขอให้เร่งดำเนินการ เพราะเกรงเจ้าหน้าที่จะถูกข่มขู่กดดัน 

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร พาพยานเข้าให้ข้อมูลนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร พาพยานเข้าให้ข้อมูล

ว่าที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ เป็นบุตรชาย’ประธานรัฐสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541323

20 ม.ค. 2566

ว่าที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ เป็นบุตรชาย'ประธานรัฐสภา'

‘สุรบถ หลีกภัย’ จ่อดำรงตำแหน่งส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนครบวาระสภาเดือนมีนาคมนี้

สุรบถ หลีกภัย หรือ ปลื้ม บุตรชายของชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ จะได้เป็นผู้เเทนฯสมัยเเรก ในช่วงท้ายของสภาฯชุดปัจจุบันซึ่งจะครบวาระ 4 ปี ในเดือนมี.ค. 2566 นี้เนื่องจาก อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นใบลาออกจาก การเป็นส.ส.ในช่วงบ่าย ต่อจาก ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น ส.ส. ต่อประธานสภาฯ ไปก่อนหน้า

หนังสือลาออกจากส.ส. ของอิสระ เสรีวัฒนวุฒิหนังสือลาออกจากส.ส. ของอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ

อิสระ ถือเป็นคณะทำงานใกล้ชิดของชวน หลีกภัย ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานต่างๆของประธานสภาฯ โดยตลอด รวมทั้งได้รับแต่งตั้งเป็น เลขานุการประธานรัฐสภา ก่อนหน้าจะมาดำรงตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป.

อิสระ ยอมรับว่าได้ยื่นใบลาออกแล้วจริง เป็นการลาออกจากส.ส. แต่ยัง เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่ได้ปรึกษานายชวน  เพราะเชื่อว่าปรึกษาก็คงไม่ยอมให้ลาออก แต่เห็นว่าในช่วงสุดท้ายของงานสภา คณะทำงานหลายคนจะต้องลงพื้นที่ รวมถึงนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงได้ตัดสินใจลาออก เพื่อเปิดทางให้กับผู้สมัครลำดับต่อไป แต่ยังคงทำงานอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ย้ายไปอยู่พรรคอื่น และในการเลือกตั้งสมัยหน้าหากผู้บริหารพรรคยังให้โอกาสก็พร้อมที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อต่อไป.

สำหรับสุรบถ หรือ ปลื้ม อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 33 ของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นอดีตรองโฆษกกระทรวงวัฒนธรรมเคยเป็นพิธีกรวีอาร์โซ และยังเคยเป็นที่ปรึกษารมว.ศึกษาธิการด้วย

รัฐบาลสัญญาจะจัดการปัญหาที่ดินให้’ชาวเล’เกาะหลีเป๊ะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541317

20 ม.ค. 2566

รัฐบาลสัญญาจะจัดการปัญหาที่ดินให้'ชาวเล'เกาะหลีเป๊ะ

22 ม.ค.นี่ บิ๊กโจ๊กบุก’เกาะหลีเป๊ะ’ ตรวจสอบปัญหาที่ดินให้ชาวเล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีย้ำต้องพิสูจน์สิทธิ์ ถึงราก

ข้อพิพาทเกาะหลีเป๊ะต้องสาวลึกถึงที่มาที่ไปไม่ใช่ดูแค่เอกสารสิทธิ์ ขอตัวแทนตัวแทนชาวเลมั่นใจความยุติธรรมยังมีในประเทศ  

การประชุมหารือเรื่อง การแก้ไขปัญหาข้อเท็จจริงกรณีปัญหาข้อพิพาท ในที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ที่ห้องประชุม 3 ชั้น 3 สำนักงาน ก.พ ถนนพิษณุโลก  ซึ่ง อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานโดย ได้ยืนยันหลังการหารือกับตัวแทนชาวเลเกาะหลีเป๊ะที่มาติดตามการแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าวว่า

ขอให้มั่นใจได้ว่าความยุติธรรมยังมีอยู่ในประเทศ  ขณะนี้ได้ดำเนินการตามขั้นตอนมาตลอดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงไปทำงานเชิงลึกถึงที่มาที่ไปที่ดิน ซึ่งต้องยอมรับว่ามีมานานแล้วจริงๆ และมีการดำเนินคดีแล้ว  แต่ยังไม่ยอมแพ้ จะดำเนินการให้ถึงที่สุด และยืนยันว่ามีการพิจารณาทั้งหมดเรื่องเอกสารสิทธิ์การครอบครองที่ดิน ประวัติตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรียืนยันว่าความยุติธรรมไม่ได้อยู่แค่บนเอกสารหลักฐานที่ปรากฎอยู่เท่านั้น แต่มีที่มาที่ไปของเอกสารหลักฐานด้วย ว่ามาโดยชอบโดยถูกต้องหรือไม่อย่างไร โดยการสืบลึกไปตั้งแต่อดีตทุกอย่างว่าสิทธิ์ใครที่ควรได้ก็ควรได้สิทธิ์  ใครไม่ควรได้ก็ไม่ควรได้ ขอให้มั่นใจ จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ขณะที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าจะลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะเพื่อติดตามการแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยตนเองในวันที่ 22 มกราคมนี้ และไม่เกรงกลัวเรื่องกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ แต่อย่างใด