ชาวตุรกีแตกตื่น พบเมฆประหลาดคล้าย UFO (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2608561

ชาวตุรกีแตกตื่น พบเมฆประหลาดคล้าย UFO (คลิป)

21 ม.ค. 2566 11:05 น.

ชาวตุรกีแตกตื่น พบเมฆประหลาดคล้าย UFO (คลิป)

เกิดปรากฏการณ์ประหลาดบนท้องฟ้าที่ตุรกี โดยผู้คนที่ได้เห็นในตอนแรกถึงกับแตกตื่น นึกว่า UFO บุกโลก

ชาวตุรกีถึงกับแตกตื่น และต่างโพสต์ภาพนิ่งและคลิปภาพในโลกโซเชียลมีเดียจากหลากหลายพื้นที่ หลังจากพบก้อนเมฆที่ก่อตัวเป็นรูปร่างแปลกประหลาดแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนบนท้องฟ้า ประกอบกับแสงสีส้มของพระอาทิตย์ที่กำลังขึ้นที่สะท้อนมา ยิ่งทำให้ก้อนเมฆที่ก่อตัวเป็นวงกลมขนาดใหญ่ก้อนนี้ยิ่งดูน่ากลัวยิ่งขึ้น โดยชาวโซเชียลต่างมองว่าก้อนเมฆที่ก่อตัวขึ้นมีรูปร่างเหมือนยูเอฟโอ (UFO) หรือจานบินของมนุษย์ต่างดาว

สำหรับปรากฏการณ์นี้ นับเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ถูกเรียกว่า “เมฆจานบิน” หรือ “เมฆรูปทรงเลนส์” โดยมีสาเหตุจากอากาศชื้นอิ่มตัวพัดผ่านยอดเขาสูง หรือบริเวณภูเขา จะทำให้เกิดการไหลของกระแสอากาศชื้นแบบลูกคลื่นขนาดใหญ่ หลายระลอกขึ้น เมื่ออากาศชื้นถูกพัดไหลสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามระลอกคลื่น อุณหภูมิจะค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ทำให้อากาศชื้นเริ่มกลั่นตัว ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “เมฆจานบิน” โดยจะเกิดขึ้นในระดับความสูง 2,000-5,000 เมตร เมื่อเมฆไหลลงต่ำมาเรื่อยๆ เมฆจะค่อยๆ ระเหยกลับไปอยู่ในสภาพอากาศชื้นอีกครั้ง จึงทำให้เมฆสลายไป โดยมีรายงานว่าเมฆประหลาดนี้ก่อตัวอยู่ในลักษณะนี้นานราว 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะหายไป.

ที่มา : เดอะการ์เดียน

เกาหลีใต้เตรียมยกเลิกสวมหน้ากากอนามัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2608483

เกาหลีใต้เตรียมยกเลิกสวมหน้ากากอนามัย

21 ม.ค. 2566 10:38 น.

เกาหลีใต้เตรียมยกเลิกสวมหน้ากากอนามัย

เกาหลีใต้เตรียมยกเลิกข้อกำหนดให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่ปิดเกือบทั้งหมด นับเป็นการสิ้นสุดมาตรการหลักในการคุมเข้มโควิด-19 ในขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงต่อเนื่อง

การยกเลิกข้อกำหนดในการสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่ปิดของเกาหลีใต้ จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 30 มกราคมเป็นต้นไป โดยจะมีผลในสถานที่ปิดเกือบทุกแห่ง ยกเว้นบริการขนส่งสาธารณะและตามสถานพยาบาลต่างๆ ที่ยังคงบังคับให้สวมหน้ากากอนามัยต่อไป

โดยเกาหลีใต้มีการประกาศใช้มาตรการบังคับสวมหน้ากากอนามัยตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคมปี 2020 ซึ่งนับว่าเป็นมาตรการสำคัญในการควบคุมการระบาดที่ยังคงบังคับใช้อยู่ หลังจากที่ได้ทยอยยกเลิกข้อจำกัดต่างๆ ทั้งการประกาศเคอร์ฟิวภาคธุรกิจ ไปจนถึงการเว้นระยะห่างทางสังคมไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามเกาหลีใต้ยังคงมีข้อบังคับให้ผู้ที่ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิดจะต้องแยกกักตัวเป็นเวลา 7 วัน

จี ยัง-มี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและควบคุมโรคเกาหลี กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนเรื่องข้อบังคับสวมหน้ากากอนามัยในอาคารจะเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 มกราคมนี้เป็นต้นไป หลังจากสิ้นสุดช่วงเทศกาลหยุดยาวตรุษจีน

ขณะที่ นายกรัฐมนตรีฮัน ด็อค-ซู กล่าวว่า แผนที่วางไว้ก็คือเปลี่ยนจากข้อบังคับมาเป็นข้อแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยแทน โดยมีการพิจารณาจากความมีศักยภาพด้านสาธารณสุขในการรับมือกับโควิด จำนวนผู้ป่วยหนัก และผู้เสียชีวิตที่ลดจำนวนลง รวมทั้งแนวโน้มจำนวนผู้ติดเชื้อที่ลดลงด้วย

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาทางการเกาหลีใต้ได้ประกาศใช้มาตรการใหม่สำหรับนักเดินทางที่มาจากจีนโดยเฉพาะ ซึ่งมีทั้งการคุมเข้มการออกวีซ่า และต้องมีการแสดงผลตรวจเชื้อก่อนเข้าประเทศ ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วจีนก็ประกาศยกเลิกการออกวีซ่าระยะสั้นให้แก่ชาวเกาหลีใต้เพื่อเป็นการตอบโต้.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

เจ้าของสวนสัตว์ชิลีนำซากสิงโตวางหน้าทำเนียบ ต้านนโยบายบังคับฝังไมโครชิพสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2608491

เจ้าของสวนสัตว์ชิลีนำซากสิงโตวางหน้าทำเนียบ ต้านนโยบายบังคับฝังไมโครชิพสัตว์

21 ม.ค. 2566 09:39 น.

เจ้าของสวนสัตว์ชิลีนำซากสิงโตวางหน้าทำเนียบ ต้านนโยบายบังคับฝังไมโครชิพสัตว์

วางซากสิงโตหน้าทำเนียบ เจ้าของและพนักงานสวนสัตว์ชิลีสุดทนนโยบายรัฐ ที่บังคับให้ฉีดยาซึมเพื่อฝังไมโครชิพสัตว์ทุกตัว

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2566 นายซีซาร์ คานัมปา เจ้าของสวนสัตว์ลอสแอนเจลิส ในกรุงซานติอาโกของชิลี นำซากศพสิงโตตัวหนึ่งออกมาวางที่บริเวณลานหน้าทางเข้าทำเนียบประธานาธิบดี ในกรุงซานติอาโก เพื่อเป็นการประท้วงที่รัฐบาลออกนโยบายบังคับให้สัตว์ทุกตัวต้องได้รับการฉีดยาซึมเพื่อฝังไมโครชิพ แล้วปรากฏว่าเจ้าสิงโตตัวนี้ที่มีชื่อว่า “ซีอุส” อายุ 14 ปี เกิดอาการช็อกตายระหว่างกระบวนการฝังไมโครชิพเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

นายคานัมปา เปิดเผยว่า ทางสำนักงานเกษตรกรรมและปศุสัตว์ (Agriculture and Livestock agency-SAG) ได้สั่งให้สัตวเพทย์ของสวนสัตว์ทำการฉีดยาซึมให้กับสัตว์ก่อนที่จะฝังไมโครชิพ ขณะที่ผู้ประท้วงคนอื่นๆ ชูป้ายที่มีข้อความว่า “รัฐบาลฆ่าสัตว์”

ด้านสำนักงานเกษตรกรรมและปศุสัตว์ออกแถลงการณ์ระบุว่า การใช้ยาซึมก่อนฝังไมโครชิพเป็นกระบวนการตามมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม หลังการประท้วงดำเนินไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทางตำรวจชิลีได้เข้ามาปิดถนนและสถานที่บริเวณรอบทำเนียบประธานาธิบดี ทำให้กลุ่มผู้ประท้วงต้องสลายตัวไป.

คาด “คริส ฮิปกินส์” รมว.ศึกษาธิการ จ่อนั่งเก้าอี้นายกฯ นิวซีแลนด์คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2608488

คาด "คริส ฮิปกินส์" รมว.ศึกษาธิการ จ่อนั่งเก้าอี้นายกฯ นิวซีแลนด์คนใหม่

21 ม.ค. 2566 09:15 น.

คาด “คริส ฮิปกินส์” รมว.ศึกษาธิการ จ่อนั่งเก้าอี้นายกฯ นิวซีแลนด์คนใหม่

คริส ฮิปกินส์” รมว.ศึกษาธิการนิวซีแลนด์ เตรียมรับตำแหน่งนายกฯ คนใหม่ต่อจาก “จาซินดา อาร์เดิร์น” หลังจากเป็นสมาชิกพรรคแรงงานคนเดียวที่เสนอชื่อให้รัฐสภาโหวตรับรองในวันพรุ่งนี้

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2566 บรรดาสำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่า นายคริส ฮิปกินส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตำรวจ และบริการสาธารณะของนิวซีแลนด์ จะเป็นผู้ที่มารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ หลังจาก นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น ประกาศลาออก และจะมีผลในเดือนหน้า

โดยเป็นที่คาดหมายว่า นายฮิปกินส์ วัย 44 ปี จะได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกพรรคแรงงานในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันพรุ่งนี้ เนื่องจากเขาเป็นคนเดียวที่ลงสมัคร ซึ่งคาดว่าเป็นความตั้งใจของพรรคแรงงานที่จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพ หลังการลาออกของนางอาร์เดิร์น

ทั้งนี้ นายฮิปกินส์ จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นเวลาเพียงไม่ถึง 8 เดือน ก่อนจะถึงการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนตุลาคม และหากเขาจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีต่อ ก็จะต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ อย่างปัญหาเงินเฟ้อ และความไม่เท่าเทียมทางสังคมที่เพิ่มมากขึ้น และล้วนเป็นปัญหาที่ทำให้คะแนนความนิยมของนายกรัฐมนตรีอาร์เดิร์นลดต่ำลง ที่ผ่านมาเขาเคยได้รับเลือกเป็น ส.ส.สมัยแรกเมื่อปี 2551 และได้รับเลือกเป็นรัฐมนตรี และทำหน้าที่บริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 ซึ่งทำให้เขามีผลงานเป็นที่รู้จัก.

อึ้ง อดีตมหาเศรษฐีเบอร์ 2 ของเอเชีย ทรัพย์สินหดหาย 93%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2608436

อึ้ง อดีตมหาเศรษฐีเบอร์ 2 ของเอเชีย ทรัพย์สินหดหาย 93%

21 ม.ค. 2566 04:55 น.

อึ้ง อดีตมหาเศรษฐีเบอร์ 2 ของเอเชีย ทรัพย์สินหดหาย 93%

อดีตมหาเศรษฐีอันดับ 2 ของเอเชีย ประธานบริษัท เอเวอร์แกรนด์ ทรัพย์สินหดหายจากช่วงพีกถึง 93% หลังเกิดวิกฤติอสังหาริมทรัพย์ในจีน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันที่ 20 ม.ค. 2566 ทรัพย์สินสุทธิของ นายฮุย กา หยาน (Hui Ka Yan) ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท ‘ไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป’ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจีน มีทรัพย์สินลดลงเกือบ 93% ตามข้อมูลจากดัชนีมหาเศรษฐีของบลูมเบิร์ก ทำให้ชายผู้เคยเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 2 ของทวีปเอเชียผู้นี้ มีทรัพย์สินลดลงจาก 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ในช่วงพีกที่สุดเมื่อปี 2560 เหลือเพียงราว 3 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น

เอเวอร์แกรนด์ กลายเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีหนี้สินมากที่สุดของจีน ที่ 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นศูนย์กลางของวิกฤติอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดขึ้นในแดนมังกรนับตั้งแต่ปี 2564 โดยนายฮุย หรือที่รู้จักกันในชื่อ ซู เจีย หยิน ในภาษาแมนดาริน ใช้ทรัพย์สินของตัวเองในการค้ำจุนบริษัท ขายบ้านทิ้งไปหลายหลัง กับเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวอีกหลายลำ

แต่การกระทำดังกล่าวไม่เพียงพอที่จะดึงเอเวอร์แกรนด์ออกจากวิกฤติ สุดท้ายบริษัทก็ผิดนัดชำระหนี้พันธบัตรในเดือนธันวาคม 2564 หลังจากพยายามระดมทุนมานานหลายเดือน เพื่อจ่ายเงินคืนให้แก่เจ้าหนี้, ซัพพลายเออร์ และนักลงทุน ต่อมาในปี 2565 เอเวอร์แกรนด์ก็ล้มเหลวในการทำตามแผนปรับโครงสร้างหนี้เบื้องต้น ทำให้อนาคตของบริษัทมืดมนลงไปอีก

ทั้งนี้ เอเวอร์แกรนด์ เป็นบริษัทขนาดยักษ์ มีลูกจ้างประมาณ 200,000 คน เคยทำยอดขายได้มากกว่า 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2563 เป็นเจ้าของโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์กว่า 1,300 โครงการ ใน 280 เมืองทั่วประเทศจีน

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์กังวลมานานแล้วว่าเอเวอร์แกรนด์อาจล้ม ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสี่ยงเป็นวงกว้างในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีน ส่งผลกระทบต่อบรรดาเจ้าของบ้าน และระบบการเงินอื่นๆ เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องนั้นมีมูลค่าทางการตลาดคิดเป็น 30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของจีน.

ที่มา : cnn

ขุนคลังสหรัฐฯ จี้คองเกรสเร่งขยายเพดานหนี้ หวั่นเกิดวิกฤติการเงินโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2608435

ขุนคลังสหรัฐฯ จี้คองเกรสเร่งขยายเพดานหนี้ หวั่นเกิดวิกฤติการเงินโลก

21 ม.ค. 2566 04:08 น.

ขุนคลังสหรัฐฯ จี้คองเกรสเร่งขยายเพดานหนี้ หวั่นเกิดวิกฤติการเงินโลก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกมาเตือนถึงหายนะทางการเงินที่อาจเกิดขึ้น หากสภาคองเกรสล้มเหลวในการขยายเพดานหนี้ หลังจากหนี้สินของสหรัฐฯ ถึงขีดจำกัดไปแล้วเมื่อวันพฤหัสบดี

เมื่อวันศุกร์ที่ 20 ม.ค. 2566 นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ออกโรงเตือนว่า อาจเกิดผลกระทบไปทั่วโลก หากรัฐบาลกลางใช้มาตรการพิเศษจนหมด และล้มเหลวในการขยายเพดานหนี้ หลังจากปริมาณหนี้สินของสหรัฐฯ ถึงขีดจำกัดที่ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐไปแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ตอนนี้ผลกระทบจากภาวะหนี้ชนเพดานของสหรัฐฯ ยังมีไม่มากนัก เนื่องจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ใช้มาตรการพิเศษเพื่อให้รัฐบาลยังสามารถใช้จ่ายต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม นางเยลเลน ระบุว่า วันที่มาตรการเหล่านี้ไม่อาจใช้ได้อีกต่อไปจะมาถึงอย่างเร็วที่สุดคือในช่วงต้นเดือนมิถุนายน

นางเยลเลน กล่าวอีกว่า หลังจากมาตรการพิเศษหมดลงแล้ว สหรัฐฯ อาจเผชิญการปรับลดความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ อันเป็นผลจากการที่สภาคองเกรสล้มเหลวในการขยายเพดานหนี้ ผลก็คือรัฐบาลกลางจะไม่สามารถชำระเงินได้ ซึ่งอาจขยายวงกว้างไปเป็นวิกฤติการเงินระดับโลก

“หากมันเกิดขึ้น ต้นทุนการกู้ยืมของเราจะสูงขึ้น และชาวอเมริกันทุกคนจะได้เห็นต้นทุนการกู้ยืมของตัวเองเพิ่มขึ้นตามไปด้วย” นางเยลเลน กล่าว “ยิ่งกว่านั้น การล้มเหลวในการชำระเงิน ไม่ว่าจะให้แก่ผู้ถือพันธบัตร, ผู้รับประโยชน์ประกันสังคม หรือกองทัพ จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ถดถอยอย่างไม่ต้องสงสัย และอาจก่อให้เกิดวิกฤติการเงินโลก”

“เรื่องนี้จะกระทบต่อบทบาทของเงินดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินสำรองที่ใช้ในการทำธุรกรรมทั่วโลกอย่างแน่นอน และชาวอเมริกัน… คนจำนวนมากจะตกงาน ต้นทุนการกู้ยืมของพวกเขาจะสูงขึ้น”

ทั้งนี้ สมาชิกสภาเดโมแครตกับรีพับลิกันยังตกลงกันเรื่องขยายเพดานหนี้ไม่ได้ โดยกลุ่มรีพับลิกันสายแข็งต้องการให้การขยายเพดานหนี้ผูกโยงกับการลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล ขณะที่ฝ่ายทำเนียบขาวตอบโต้ว่า พวกเขาจะไม่ยอมอ่อนข้อ หรือเจรจาในเรื่องการขยายเพดานหนี้ ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดภาวะชัตดาวน์เหมือนในปี 2554.

ที่มา : cnn

นายกฯ อังกฤษไม่รอด ‘ริชี ซูแน็ก’ โดนปรับฐานนั่งรถไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2608431

นายกฯ อังกฤษไม่รอด ‘ริชี ซูแน็ก’ โดนปรับฐานนั่งรถไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

21 ม.ค. 2566 02:22 น.

นายกฯ อังกฤษไม่รอด ‘ริชี ซูแน็ก’ โดนปรับฐานนั่งรถไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

ริชี ซูแน็ก นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ถูกตำรวจเรียกปรับเงิน ฐานโดยสารรถยนต์ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ระหว่างอัดคลิปวิดีโอโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 20 ม.ค. 2566 ว่า ตำรวจมณฑลแลงคาเชียร์ ในกรุงลอนดอน ออกใบแจ้งค่าปรับตายตัว (fixed penalty notice) แก่นายริชี ซูแน็ก นายกรัฐมนตรีวัย 42 ปี แห่งสหราชอาณาจักร หลังจากคลิปวิดีโอโปรโมตนโยบายเพิ่มรายจ่ายของรัฐบาลที่เขาโพสต์ลงอินสตาแกรม แสดงให้เห็นว่าเขานั่งรถยนต์โดยไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

ก่อนหน้านี้ นายซูแน็ก ได้ออกมากล่าวขอโทษต่อกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว โดยระบุว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด

ทั้งนี้ผู้โดยสารที่ถูกพบว่านั่งรถยนต์โดยไม่คาดเข็มขัดนิรภัยในกรณีที่ทำได้ อาจถูกใบสั่งปรับเงินในที่เกิดเหตุจำนวน 100 ปอนด์ (ราว 4,050 บาท) แต่ค่าปรับอาจเพิ่มขึ้นเป็น 500 ปอนด์ได้ หากต้องมีการขึ้นศาล

ส่วนผู้ที่ได้รับใบแจ้งค่าปรับตายตัวจะมีเวลา 28 วันในการจ่ายค่าปรับ หรือโต้แย้งบทลงโทษ โดยในกรณีที่มีการโต้แย้ง ตำรวจจะพิจารณาคดีที่เกิดขึ้นอีกครั้ง แล้วตัดสินใจว่าพวกเขาจะถอนค่าปรับ หรือนำเรื่องส่งให้ศาลตัดสิน

อนึ่ง นี่นับเป็นครั้งที่ 2 ที่นายซูแน็กได้รับใบแจ้งค่าปรับตายตัวขณะอยู่ในรัฐบาล โดยเมื่อเดือนเมษายนปีก่อน เขาถูกเรียกปรับพร้อมกับ นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และแคร์รี ภริยาของนายจอห์นสัน ข้อหาละเมิดกฎล็อกดาวน์ควบคุมโควิด-19 จากการไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของนายกรัฐมนตรีที่บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง.

ที่มา : bbc

‘อัลฟาเบท’ บริษัทแม่ ‘กูเกิล’ เตรียมหั่นพนักงาน 12,000 ตำแหน่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2608430

‘อัลฟาเบท’ บริษัทแม่ ‘กูเกิล’ เตรียมหั่นพนักงาน 12,000 ตำแหน่ง

21 ม.ค. 2566 01:16 น.

‘อัลฟาเบท’ บริษัทแม่ ‘กูเกิล’ เตรียมหั่นพนักงาน 12,000 ตำแหน่ง

อัลฟาเบท บริษัทแม่ของกูเกิล ประกาศแผนเลย์ออฟพนักงานทั่วโลกจำนวน 12,000 ตำแหน่ง ตามรอยบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หลายแห่งที่ประกาศลดพนักงานไปก่อนหน้านี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันที่ 20 ม.ค. 2566 ว่า ‘อัลฟาเบท’ บริษัทแม่ของบริษัท กูเกิล ประกาศแผนลดพนักงานจำนวน 12,000 ตำแหน่ง เพื่อแก้ปัญหาพนักงานล้นบริษัท ตามรอย ‘ไมโครซอฟท์’ กับ ‘แอมะซอน’ ซึ่งประกาศเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ว่าจะลดพนักงาน 10,000 ตำแหน่ง และ 18,000 ตำแหน่ง ตามลำดับ

การปลดพนักงานดังกล่าวจะกระทบแรงงานทั่วโลกของอัลฟาเบทราว 6% ในทีมต่างๆ รวมถึงทีมสรรหาบุคลากรและทีมวิศวกรรม

นายซันดาร์ พิชัย ซีอีโอของทั้งอัลฟาเบท และกูเกิล ร่อนจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ถึงพนักงาน ระบุว่า เขาเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดในการปลดพนักงานครั้งนี้ พร้อมกล่าวขอบคุณพนักงานที่ทำงานอย่างหนักในบทบาทของตัวเอง และเสริมว่า ผลงานที่พวกเขาได้ทำมานั้นประเมินค่าไม่ได้

นายพิชัยยังเปิดเผยแพ็กเกจค่าชดเชยการให้ออกจากงาน สำหรับลูกจ้างในสหรัฐฯ โดยจะได้ค่าจ้างชดเชยอย่างน้อย 16 สัปดาห์, โบนัสปี 2565, วันลาพักร้อนแบบไม่ถูกหักเงินเดือน และประกันสุขภาพเป็นเวลา 6 เดือน

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตอบรับในเชิงบวกต่อข่าวการลดพนักงานนี้ โดยหุ้นของอัลฟาเบทเพิ่มขึ้น 3.5% ในการซื้อขายทางอิเล็กทรอนิกส์ก่อนที่ตลาดจะเปิด เนื่องจากนักวิเคราะห์มองว่าที่ผ่านมาบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่มีค่าใช้จ่ายมากเกินไป และไม่มีท่าทีว่าจะชะลอตัวลงเลย

นายแดเนียล ไอฟ์ จากองค์กร Wedbush Securities กล่าวว่า การเลย์ออฟพนักงานที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นการใช้จ่ายอย่างไร้ความรับผิดชอบในแต่ละภาคส่วนเพื่อการเติบโตอย่างรวดเร็ว “ความเป็นจริงก็คือ บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จ้างพนักงานมากเกินไปในระดับที่ทำให้เกิดความไม่ยั่งยืน และมันกำลังทำให้เกิดการเลย์ออฟทั่วภาคเทคโนโลยีในตอนนี้”

ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ Layoffs.fyi นับตั้งแต่ต้นปี 2565 ในสหรัฐฯ เพียงแห่งเดียวมีลูกจ้างอุตสาหกรรมเทคโนโลยีถูกเลย์ออฟไปแล้วเกือบ 194,000 ราย ไม่รวมประกาศล่าสุดของอัลฟาเบท.

ที่มา : bbc

เหยื่อหิมะถล่มท่วมถนนบนเขาทิเบตพุ่งเป็น 20 ศพ สูญหายอีก 8 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2608353

เหยื่อหิมะถล่มท่วมถนนบนเขาทิเบตพุ่งเป็น 20 ศพ สูญหายอีก 8 ราย

20 ม.ค. 2566 23:32 น.

เหยื่อหิมะถล่มท่วมถนนบนเขาทิเบตพุ่งเป็น 20 ศพ สูญหายอีก 8 ราย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบผู้เสียชีวิตในเหตุหิมะถล่มท่วมรถยนต์จำนวนมากใกล้อุโมงค์สายหนึ่งบนเขาของทิเบตแล้ว 20 ศพ และกำลังเร่งค้นหาผู้สูญหายอีกอย่างน้อย 8 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันศุกร์ที่ 20 ม.ค. 2565 ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุหิมะถล่มท่วมถนนบริเวณปากอุโมงค์ ‘โดซง ลา’ (Doxong La) ไม่ไกลจากเมืองญิงจี ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทิเบต เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (17 ม.ค. 2566) เพิ่มขึ้นเป็น 20 ศพแล้ว ขณะที่มีผู้สูญหายอีก 8 ราย

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รถยนต์จำนวนมากถูกฝังอยู่ใต้หิมะ เจ้าหน้าที่กู้ภัยถูกส่งไปรับมือสถานการณ์ร่วม 1,000 นาย พร้อมกับเครื่องจักรขนาดใหญ่ 30 เครื่อง เพื่อช่วยในการค้นหา

สื่อในประเทศจีนเผยแพร่ภาพในวันศุกร์แสดงให้เห็น เจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามใช้เครื่องจักรขุดหิมะเพื่อหารถที่ถูกฝัง โดยนอกจากผู้เสียชีวิตและสูญหายดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้แล้ว 53 ราย โดย 5 รายในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส

ชาวบ้านท้องถิ่นบอกกับสำนักข่าว โกลบอล ไทม์ส ของจีนว่า ผู้ที่เดินทางบนถนนดังกล่าวในเวลาเกิดเหตุส่วนใหญ่ เป็นชาวทิเบตที่กลับบ้านเกิดเนื่องในวันตรุษจีน ซึ่งจะมาถึงในวันอาทิตย์ที่ 22 ม.ค.

ทั้งนี้ เมืองญิงจี ตั้งอยู่ที่ความสูง 3,100 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของทิเบต อย่างไรก็ตามภูมิภาคภูเขาแถบนี้มักเผชิญหิมะถล่มบ่อยครั้ง เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาก็เพิ่งเกิดหิมะถล่มบริเวณเส้นทางเดินเขาบนภูเขาเทราปาดี คา ดันดา ฝั่งอินเดีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 26 ศพ.

ที่มา : aljazeera

เขย่าโคราช “อุ๊งอิ๊ง”สุดปัง “หวังศุภกิจโกศล”ชักธงแดง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541344

ขุนน้ำหมึก

21 ม.ค. 2566

เขย่าโคราช “อุ๊งอิ๊ง”สุดปัง “หวังศุภกิจโกศล”ชักธงแดง

ชัดเจนแล้ว “อุ๊งอิ๊ง”แบรนด์สุดปัง “หวังศุภกิจโกศล”เลือกสวมเสื้อสีแดงลงสนามโคราช ปมแยกทางคือ กำนันป้อขัดแย้งกับบ้านใหญ่บุรีรัมย์มานานกว่า 2 ปี

แป้งมันพันล้านเปลี่ยนสี แบรนด์“อุ๊งอิ๊ง”เฮงๆปังๆ “หวังศุภกิจโกศล” บ้านใหญ่เสิงสาง สวมเสื้อสีแดงลงสนามนครราชสีมา แทนเสื้อตัวเก่าสีน้ำเงิน

กระแส “อุ๊งอิ๊ง” ก็เหตุผลหนึ่ง ลึกๆคือปมขัดแย้ง ระหว่าง “หวังศุภกิจโกศล” กับบ้านใหญ่บุรีรัมย์ จึงต้องแยกทางกันเดิน

มีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ กรณี วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม ที่ประกาศขอวางมือ พักรักษาสุขภาพ แต่มีความเคลื่อนไหวคนในตระกูล “หวังศุภกิจโกศล” และ ส.ส.ในสายแป้งมัน ที่จะทิ้งพรรคภูมิใจไทย ไปสังกัดพรรคเพื่อไทย 

วันที่ 20 ม.ค.2566 อภิชา เลิศพชรกมล ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น ส.ส. ต่อประธานสภาฯ พร้อมกับโพสต์เฟซบุ๊คเป็นภาพคู่อภิชากับกำนันป้อ และมีข้อความว่า “เราไม่ทิ้งกัน เป็นอดีต รมช คมนาคม และอดีต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วครับ ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้กันและกัน แล้วพบกันใหม่นะครับ”


อ่านที่อดีต ส.ส.อภิชาติ โพสต์ในเฟซบุ๊คส่วนตัว แสดงว่า กำนันป้อ-วีรศักดิ์ ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยคมนาคมแล้ว

นับจากนี้ไป ก็รอเพียงว่า ทายาทตระกูล “หวังศุภกิจโกศล” และอภิชา อดีต ส.ส.นครราชสีมา จะมาสวมเสื้อสีแดง แถลงข่าวที่พรรคเพื่อไทยวันไหนเท่านั้น
 

‘แป้งมันการเมือง’

กระแส “อุ๊งอิ๊ง” เป็นเหตุผลหนึ่งที่ตระกูล “หวังศุภกิจโกศล” โบกมือลาพรรคภูมิใจไทย แต่ลึก ๆ แล้ว เป็นความบาดหมางที่ลากยาวมานานกว่า 2 ปี ระหว่างบ้านใหญ่แป้งมันเสิงสาง กับบ้านใหญ่บุรีรัมย์

กำนันป้อ-วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ไม่ใช่คนแรกของอาณาจักรแป้งมันเอี่ยมเฮงอุตสาหกรรม ต.กุดโบสถ์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ที่กระโจนเข้าสู่ถนนการเมือง

  อภิชา อดีต ส.ส.โคราช โพสต์สั่งลาพรรคภูมิใจไทย ขอเคียงข้างกำนันป้อ อภิชา อดีต ส.ส.โคราช โพสต์สั่งลาพรรคภูมิใจไทย ขอเคียงข้างกำนันป้อ

ย้อนหลังไปเมื่อการเลือกตั้งปี 2529 ร.ต.วิชัย จิตรพิทักษ์เลิศ พี่ชายคนโตของหน่อย-ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา ภรรยากำนันป้อ ลงสมัคร ส.ส.นครราชสีมา พร้อมกับ เลิศ หงษ์ภักดี อดีตผู้ว่าฯนครราชสีมา 


เขตเลือกตั้งที่ ร.ต.วิชัย ลงสมัคร ส.ส. ก็อยู่ในพื้นที่ อ.เสิงสาง ,อ.ครบุรี และ อ.โชคชัย ที่ชาวบ้านปลูกมันสำปะหลัง จึงทำให้ ร.ต.วิชัย และเลิศ ได้เป็น ส.ส.นครราชสีมา

ปี 2550 กบ-จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล น้องสาวหน่อย-ยลดา และเป็นภรรยาของ สมศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีต ส.ว.นครราชสีมา (น้องชายกำนันป้อ) ลงสมัคร ส.ส.นครราชสีมา ในนามพรรคเพื่อแผ่นดิน ซึ่งมี ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี อดีต ส.ส.นครราชสีมา และเป็นลูกเขย เลิศ หงษ์ภักดี รับผิดชอบพื้นที่เมืองย่าโม

เนื่องจาก กบ-จิตรวรรณ ลงสมัคร ส.ส.ในพื้น อ.เสิงสาง และ อ.ครบุรี จึงได้รับเลือกเป็น ส.ส.นครราชสีมา เหมือนพี่ชายคนโต ร.ต.วิชัย จิตรพิทักษ์เลิศ

ปี 2562 กำนันป้อ-วีรศักดิ์ อาสาเป็นแม่ทัพโคราช พรรคภูมิใจไทย โดยเน้นที่เขต 9 (อ.หนองบุญมาก) และเขต 10 (อ.ครบุรี-อ.เสิงสาง) ซึ่งกำนันป้อประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

เนื่องจากเขต 9 อภิชา เลิศพชรกมล ชนะบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ และเขต 10 พรชัย อำนวยทรัพย์ คนสนิทกำนันป้อ ก็ชนะแรมโบ้อีสาน-สุภรณ์ อัตถาวงศ์

‘ฐานกำนันป้อ’

ชั่วโมงนี้ ตระกูล “หวังศุภกิจโกศล” มีทางเลือกเยอะ จะไปพรรคไหน ก็มีคนต้อนรับ แต่กำนันป้อเลือกแบรนด์ “อุ๊งอิ๊ง” เพราะขายได้ในรากหญ้าโคราช

สำหรับพื้นที่ กำนันปื๊ด-อภิชา เลิศเพชรกมล” หรือชื่อเดิม มีชัย จิตต์พิพัฒน์ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลโชคชัย สมัยหน้า ก็คงต้องเจอคู่ปรับเก่าคือ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย และอดีต ส.ส.นครราชสีมา 

นับแต่การเลือกตั้งปี 2550 จนถึงปี 2562 อภิชา กับบุญจง ต่อสู้กันในสังเวียนเลือกหลายครั้ง ผลัดกันแพ้-ชนะ แต่หนล่าสุด อภิชาชนะบุญจง ประมาณ 7 พันคะแนน

สมัยที่แล้ว บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ลงสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อพรรคพลังประชารัฐ และเมื่อกลางปีที่แล้ว บุญจง ตัดสินใจย้ายกลับบ้านเก่า พรรคเพื่อไทย (บุญจงเคยอยู่ไทยรักไทยและพลังประชาชน) แต่เจอกระแสต้านจากคนเสื้อแดง เพราะปี 2552 บุญจงทิ้งทักษิณไปร่วมหัวจมท้ายกับเนวิน

ดังนั้น บุญจงจึงล่าถอยมารอคอยสถานการณ์ให้คลี่คลาย และมีความหวังที่จะกลับเพื่อไทย สุดท้ายก็ต้องผิดหวัง เมื่อกำนันป้อย้ายเข้ามาสังกัดเพื่อไทย บุญจงจึงต้องหาพรรคสังกัดใหม่ เพื่อมาต่อสู้กับกำนันปื๊ด-อภิชา อีกครั้ง
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ              โดย … ขุนน้ำหมึก