พาณิชย์-DITP ติดอาวุธทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการภาคเหนือ ดึงกูรูติวเข้ม ‘ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ รุ่นที่ 6’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704076

พาณิชย์-DITP ติดอาวุธทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการภาคเหนือ  ดึงกูรูติวเข้ม ‘ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ รุ่นที่ 6’

พาณิชย์-DITP ติดอาวุธทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการภาคเหนือ ดึงกูรูติวเข้ม ‘ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ รุ่นที่ 6’

วันเสาร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พาณิชย์-DITP ต่อยอดความสำเร็จเดินหน้าติดอาวุธในการทำธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการภาคเหนือ ผ่านโครงการ “ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ รุ่นที่ 6” เพื่อยกระดับธุรกิจไทยก้าวไกลสู่ตลาดโลก

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือสถาบัน NEA ได้ดำเนินการตามนโยบายของ นายจุรินทร์
ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการกระตุ้นและส่งเสริมให้ภาคธุรกิจทุกระดับใช้ประโยชน์จากระบบการค้าออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการต่อยอดและประยุกต์นำเอาองค์ความรู้ด้านการค้าออนไลน์ที่ทันสมัยไปใช้ในการดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ

สถาบัน NEA จึงได้จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ by NEA” อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 นี้ เป็นการจัดโครงการรุ่นที่ 6 ระหว่างวันที่ 2-3 กุมภาพันธ์ 2566 ณ โรงแรมเชียงใหม่ แกรนด์วิว โฮเต็ล & คอนเว็นชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการในส่วนภูมิภาคให้เข้าถึงองค์ความรู้ด้านการค้าออนไลน์อย่างครบวงจร ผ่านกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ในรูปแบบการสัมมนาเชิงบรรยายควบคู่กับการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ที่ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้ลงมือทำจริงและได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด

โครงการ “ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ รุ่นที่ 6” ได้มีการยกระดับและพัฒนาเนื้อหาหลักสูตรที่จะเสริมความรู้และทักษะที่มีประโยชน์ในการทำการทำการค้าออนไลน์อย่างครบวงจร ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ อัดแน่นตลอด 2 วันของการฝึกอบรม ไม่ว่าจะเป็นสาระความรู้จากกูรูผู้เชี่ยวชาญที่จะเผยประสบการณ์และเคล็ดลับความสำเร็จ เพื่อจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจในการต่อยอดสินค้าและบริการของท้องถิ่นให้พร้อมเข้าสู่ตลาดโลกอย่างมืออาชีพ การจับเทรนด์ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ เทคนิคการสร้างคอนเทนต์ต่างๆ ให้น่าสนใจ การทำวีดีโอคอนเทนต์และการ Live สด เทคนิคการขายสินค้าบนแพลตฟอร์มชั้นนำ การขนส่งสินค้ากฎหมายธุรกิจออนไลน์ และการใช้ Digital Marketing ทำการตลาดออนไลน์

สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ ขอเชิญชาวจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงผู้สนใจด้านการค้าออนไลน์และการค้าระหว่างประเทศ เข้าร่วมโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ by NEA” รุ่นที่ 6 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 2-3 กุมภาพันธ์ 2566 ณ โรงแรมเชียงใหม่ แกรนด์วิว โฮเต็ล & คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ จังหวัดเชียงใหม่ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมอบรมโครงการฯ ได้ที่ https://bit.ly/3UIr5Hp ตั้งแต่วันนี้-20 มกราคม 2566 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย รับจำนวนจำกัดเพียง 250 คน เท่านั้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (New Economy Academy : NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โทร.093-2582469 หรือ 1169 กด 1 Facebook Fan Page : สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ เว็บไซต์ https://nea.ditp.go.th

ลิ้มรสอาหารไทยโบราณ ในคอนเซปต์แสบซนที่ ‘Feelings’ สุขุมวิท 19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704021

ลิ้มรสอาหารไทยโบราณ ในคอนเซปต์แสบซนที่ ‘Feelings’ สุขุมวิท 19

ลิ้มรสอาหารไทยโบราณ ในคอนเซปต์แสบซนที่ ‘Feelings’ สุขุมวิท 19

วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.15 น.

เมื่อพูดถึงอาหารไทยโบราณ หลายคนคงนึกถึงภาพภัตตาคาร หรือร้านอาหารไทยที่ถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบไทยแท้ ภาพถ่ายโบราณ ประหนึ่งว่าเราคงต้องนุ่งโจงห่มสไบไปทานอาหารแน่ๆ แต่คุณจะไม่ได้พบกับบรรยากาศแบบนั้นที่ ‘Feelings’ Thai Eatery and Barแน่ๆเพราะแค่ชื่อร้านก็สนุกแล้ว

เชฟทวี เพียรพัฒนกิจ เชฟใหญ่ของ‘Feeling’ Thai Eatery and Bar ผู้เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์กว่า 21 ปีทั้งอาหารไทยและนานาชาติ ผู้ร่วมคิดค้นเมนูและคอนเซปต์ภายในร้าน เล่าให้ฟังว่า ด้วยโลเคชั่นของร้านที่ตั้งอยู่ภายใน โรงแรม SQ Boutique บนถนนสุขุมวิท 19 ซึ่งเป็นย่านที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติพักอาศัยเป็นจำนวนมาก และในละแวกนี้มีร้านอาหารฝรั่งอยู่จำนวนไม่น้อย ทางผู้บริหารโรงแรมจึงต้องการความแตกต่างและมองว่าร้านอาหารไทยโดยเฉพาะอาหารโบราณยังไม่มี จึงต้องการนำเสนอประสบการณ์อาหารไทยให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมถึงคนไทยได้มีทานอาหารไทยโบราณในบรรยากาศที่แตกต่าง

“รายการอาหารที่คัดสรรมาใส่ไว้ในเมนูมีไม่มาก แต่เป็นเมนูที่มีครบทั้ง 4 ภาคของประเทศไทย ซึ่งเป็นเมนูที่ไม่ได้หาทานได้ง่ายๆ ตามร้านอาหารทั่วไป แต่ทุกเมนูเป็นเมนูอาหารโบราณ เป็นต้นตำรับตามท้องถิ่น เน้นวัตถุดิบชั้นดี มีความสดใหม่ โดยเฉพาะเมนูแกงทั้งหลาย ทางครัวของเราจะตำเครื่องแกงเองทั้งหมด เพื่อให้ได้รสชาติตามตำรับ และมั่นได้ว่าไม่มีสารกันบูด เพื่อให้ลูกค้าได้ลิ้มรสชาติอาหารอร่อยๆ ที่แท้จริง”

ส่วนการตกแต่งร้านจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าแตกต่างจากร้านอาหารไทยด้วยความเป็น Thai Eatery and Bar คือเป็นร้านอาหารและบาร์ จึงเน้นสีสันสดใส ทันสมัยสไตล์Modern Art Deco กลางวันเป็นร้านอาหาร พอช่วงเย็นด้วยลูกเล่นของแสงและสีสันก็เปลี่ยนมู้ดจากร้านอาหารเป็นบาร์ได้ในพริบตา ประกอบกับการภาพวาดสุดแซ่บ เติมความสนุกสนานด้วยดีเจที่มาเปิดแผ่น ไม่ว่าจะนั่งทานอาหาร หรือชิลล์กับเครื่องดื่ม ก็ช่วยสร้างบรรยากาศความสนุกให้คุณเพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาดีๆ ได้อย่างน่าประทับใจ

สำหรับเมนูแนะนำ ที่เชฟทวีได้เลือกมาให้เราได้ลิ้มลอง เริ่มต้นจากอาหารเรียกน้ำย่อย หมูห่มสบงอาหารทานเล่นที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยอยุธยา หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ หมูโสร่ง นั้นเอง ความพิเศษของเมนูนี้คือการเลือกใช้เนื้อหมูส่วนสันคอมาบด แล้วหมักด้วยส่วนผสมพิเศษจนมีรสสัมผัสนุ่มละมุนแถมรสชาติยังกลมกล่อม นำมาปั้นเป็นลูกกลมๆ แล้วพันด้วยเส้นหมี่ซั่วอย่างประณีตจนดูคล้ายลูกตะกร้อ แล้วนำไปทอดจนเหลืองกรอบ เพิ่มอรรถรสรับประทานคู่กับน้ำจิ้มสูตร Homemade รสชาติเปรี้ยวอมหวาน เข้ากันได้อย่างลงตัว

ระกาลงสรง อาหารจานนี้เชฟทวี นำไก่ห่อใบเตยสูตรลับมรดกตกทอดของครอบครัวมานำเสนอด้วยความภูมิใจ จุดเด่นคือกลิ่นและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกับไก่ห่อใบเตยของที่ไหน เพราะนำไก่ไปหมักกับใบเตยโขลกละเอียด เพิ่มกลิ่นหอมรัญจวนใจด้วยผงพะโล้ และรสนุ่มนวลด้วยหัวกะทิ หมักทิ้งไว้ข้ามคืนเพื่อให้เครื่องปรุงแทรกไปยังทุกอณูของเนื้อไก่ ก่อนจะนำห่อด้วยใบเตยหอมแล้วนำไปทอดเพิ่มกลิ่นหอมรัญจวนชวนน้ำลายสอมากขึ้นไปอีก

คนไทยแท้ต้องทาน “ข้าว” เมนูกับข้าวเชฟทวีชวนชิมอาหารไทยโบราณรสจัดจ้าน ที่ถูกปากชาวไทยเทศ จานแรก ไก่-หมูอำพัน เมนูนี้ เชฟทวีเล่าประวัติให้ฟังว่า ดัดแปลงมาจาก ‘ผัดส้มเสี้ยว’ อาหารชาววังเลิศรสตำรับวังบางขุนพรมที่หากินได้ยากยิ่งในปัจจุบัน ความโดดเด่นของเมนูนี้คือกลิ่นหอมของไก่หรือหมูที่ผัดกับสมุนไพร และเครื่องพริกแกงเหลืองพริกชี้ฟ้าซึ่งโขลกกันสดใหม่ในแต่ละวัน ทั้งยังมีรสชาติครบรสอันเป็นเอกลักษณ์คือรสหวานเค็มและอมเปรี้ยวอ่อนๆ จากส้มซ่า และมีเสน่ห์ด้วยกลิ่นหอมอบอวลของสมุนไพรและใบโหระพา

ตามมาด้วย กะพงเหลือง เคืองสิบชาติ แกงส้มใต้ตำรับเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสูตรโบราณที่ตกทอดมาจากรุ่นคุณย่าของเชฟทวี เอกลักษณ์คือกลิ่นหอมของขมิ้นชันในพริกแกงที่โขลกกันสดใหม่ไร้สารกันบูด ผสานความเผ็ดเปรี้ยวของทั้งพริกสด พริกแห้ง และน้ำมะขาม เพิ่มความหวานจากน้ำตาลปึกมะพร้าว เคี่ยวจนได้รสชาติเข้มข้นจัดจ้านลงตัว ที่สำคัญคือปลากระพงสดๆ ชั้นดี เนื้อแน่นๆ และมะละกอดิบที่ไม่แก่จนเกินไป เคี่ยวจนน้ำแกงเข้าเนื้อ ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ เป็นเมนูที่ใครได้ทานก็ติดใจ

น้ำพริกหรือเมนูเครื่องจิ้ม ถือเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์การทานอาหารของคนไทย ที่ไม่ว่ามื้อไหนก็ต้องมีน้ำพริกทานกับผักสด ผักต้มเคียงมา และที่ Feelings นำเสนอ แสร้งว่าทรงโปรด นับเป็นเมนูชาววังประเภทสำรับเครื่องจิ้ม อาหารทรงโปรดของรัชกาลที่ 5 ความโดดเด่นของเมนูนี้คือการนำกุ้งสดเผามาฉีกเป็นชิ้นๆ ผสมเครื่องสมุนไพรไทย เพิ่มเติมความเปรี้ยวจากน้ำส้มซ่า เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม เสิร์ฟเคียงกับผัดสด 5 ชนิด และปลาดุกฟูทอดที่หมักด้วยสูตรลับของทางร้าน กินเปล่าก็อร่อย กินกับข้าวก็เจริญอาหาร

นอกจากนี้ที่ ‘Feeling’  ยังเต็มไปด้วยเมนูไทยโบราณอื่นๆ ที่น่าสนใจและมีชื่อสนุกแซ่บชวนฉงนน่าลิ้มลองอื่นๆ อาทิ  กุ้งเกยหาด ซี่โครงจรรโลงใจ กุ้งตะไลสไบทอง ส้มโอซ่อนชู้ สลิดพิชิตใจ ตำเย้ายวนรัญจวนใจ สำรับพาเพลิน แกงคั่วผัวหลงหอย ต้มแซ่บลืมผัว และอื่นๆ อีกมากมาย รอให้คุณได้ไปลิ้มลอง

อ่านแล้วชื่อหลายๆ เมนู แล้วทุกคนอาจจะ เอ๊ะอ๊ะอยู่ในใจ ทำไมชื่ออาหารของ Feelings จึงดูแปลกๆ ซึ่งเชฟทวี ไขข้อข้องใจบอกว่า ไม่มีอะไรมาก แค่อยากให้ลูกค้าที่มารับประทานอาหารได้รู้สึกสนุกเลือกเมนู และตั้งชื่อให้มีความเซ็กซี่เข้ากับบรรยากาศของร้านก็แค่นั้นเอง

เพื่อให้ทุกท่านดื่มด่ำกับอาหารไทยกันได้อย่างออกรสยิ่งขึ้น มิกโซโลจิสต์ของทางร้านยังได้สร้างสรรค์เครื่องดื่มซิกเนเจอร์สูตรพิเศษ โดยเป็นคราฟท์ค็อกเทลที่ปรุงจากสมุนไพรและเครื่องเทศไทย เรามีเครื่องดื่มแก้วเด่นที่เป็นลายเซ็นต์ของร้าน อาทิ Som Tum Tini ​มาร์ตินี่สูตรไทยทวิสต์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาหารอย่างส้มตำ มีส่วนผสมของเหล้าวอดก้า น้ำเสาวรส น้ำมะนาว โหระพา และใบมะกรูด ให้ความเปรี้ยวหวานสดชื่น กรุ่นกลิ่นสมุนไพรลงตัว50 Feelings of Rum เครื่องดื่มสุดพิถีพิถัน โดดเด่นด้วยความหอมหวานของลิ้นจี่ เพราะนำเอาลิ้นจี่ไป Infuse กับเหล้ารัม ผสมด้วยไวน์แดงและเครื่องเทศอย่างไทย เหล้าหวานรสส้ม และลิ้นจี่สดปั่น จนได้ออกมาเป็นค็อกเทลที่มีมิติลึกล้ำหอมหวาน

นอกจากนี้เพื่อให้ทุกท่านได้เปิดประสบการณ์ลิ้มรสชาติใหม่ๆ มิกโซโลจิสต์ของเรายังขยันคิดค้นเครื่องดื่มแก้วพิเศษนำเสนอเป็นโปรโมชันประจำทุกเดือน และเรายังคัดสรรผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นไวน์ หรือสปิริตไทยชั้นดีของไทยเอาไว้ให้ท่านได้ละเลียดจิบดื่มด่ำกันไปพร้อมๆ กับอาหารไทยเป็นการเติมเต็มอรรถรส

ไปลิ้มรสอาหารไทยโบราณในบรรยากาศโมเดิร์น‘Feelings’ Thai Eatery and Bar ตั้งอยู่ที่ชั้น 1ชั้น 1 โรงแรม SQ Boutique Hotel ในซอยสุขุมวิท 19 เดินเพียง 5 นาทีจาก BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท เปิดให้บริการทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 11.30-23.00 น. วันศุกร์เปิดให้บริการถึง 22.30 น. สำรองที่นั่ง : Tel. 098-804-4719, Line: @937iblfr และติดตามข่าวสารของร้านได้ที่ https://web.facebook.com/feelingsbkk  หรือ https://www.sq-hotel.com/feelings.php

BASF เปิดตัว ‘BASF Virtual Kids Lab’ ชุดเกมทดลองทางวิทยาศาสตร์แบบออนไลน์ภาษาไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704019

BASF เปิดตัว ‘BASF Virtual Kids Lab’ ชุดเกมทดลองทางวิทยาศาสตร์แบบออนไลน์ภาษาไทย

BASF เปิดตัว ‘BASF Virtual Kids Lab’ ชุดเกมทดลองทางวิทยาศาสตร์แบบออนไลน์ภาษาไทย

วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.13 น.

บีเอเอสเอฟ ประเทศไทย เปิดตัว “BASF Virtual Kids Lab” ชุดเกมทดลองทางวิทยาศาสตร์บนแพลตฟอร์มออนไลน์จำนวน 3 เกม ในรูปแบบภาษาไทยเป็นครั้งแรก  โดยมีการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับเด็กอายุ 6-12 ปี เพื่อช่วยสนับสนุนให้พวกเขาสามารถสำรวจโลกอันน่าทึ่งของเคมีผ่านการทดลองเสมือนจริงที่สนุกสนานและมีการโต้ตอบได้อย่างหลากหลาย  ดังนั้น การคลิกเพียงครั้งเดียวของเด็กๆ นี้ จะเป็นการจุดประกายความหลงใหลในวิทยาศาสตร์ธรรมชาติของพวกเขาได้ตั้งแต่อายุยังน้อย  รวมทั้ง การเปิดตัว “BASF Virtual Kids Lab” ครั้งนี้ ยังเป็นการร่วมเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งจัดขึ้นในวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมในทุกๆ ปี 

โดยเกมทดลองใหม่ทั้ง 3 ชุดนี้ประกอบด้วย ชุดที่ 1 “พลังงานจากแสงอาทิตย์” เป็นการทดลองที่ช่วยให้น้องๆ ได้เรียนรู้ถึงการทำงานของโซลาร์เซลล์ รวมทั้ง สอนวิธีเพื่อช่วยในการเปลี่ยนแสงแดดให้เป็นแหล่งพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้มากที่สุด  ชุดที่ 2 “ขนมปังแสนหวาน” เป็นการทดลองที่ช่วย ให้เรียนรู้เกี่ยวกับการย่อยสลายด้วยเอนไซม์ และสารอาหารต่างๆ ที่มีอยู่ในอาหาร และชุดที่ 3 “การแยกพลาสติก” การทดลองที่ช่วยให้เรียนรู้คุณสมบัติ ต่างๆ ของพลาสติกแต่ละชนิด เพื่อให้สามารถแยกขยะพลาสติกได้ถูกต้อง ซึ่งเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญในกระบวนการรีไซเคิล ตลอดจนเข้าใจถึงประโยชน์ ของพลาสติกและการใช้พลาสติกในชีวิตจริงอย่างมีความรับผิดชอบ

“เราเล็งเห็นว่าเด็กคืออนาคตของชาติ และการลงทุนในคนรุ่นต่อไปถือเป็นความรับผิดชอบของพวกเราทุกคน ที่บีเอเอสเอฟ เรามีความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนพวกเขาโดยการบ่มเพาะเยาวชนรุ่นใหม่ผู้ที่มีความชื่นชอบในวิทยาศาสตร์ และช่วยให้พวกเขาได้สำรวจโลกที่น่าตื่นตาตื่นใจของเคมีได้ทุกที่ทุกเวลา จากชุดทดลองเกมวิทยาศาสตร์จำนวน 3 ชุด ในรูปแบบภาษาไทยบนแพลตฟอร์มออนไลน์  “BASF Virtual Kids Lab“ เราหวังว่าความมุ่งมั่นของเราจะเป็นแรงบันดาลใจผลักดันให้เด็กๆ ได้ค้นพบวิทยาศาสตร์ด้วยความตื่นเต้นในโลกเสมือนจริง รวมทั้งช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของพวกเขาอีกด้วย” รสจันทร์ โลหะกิจสงคราม กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทบีเอเอสเอฟในประเทศไทยและเวียดนาม กล่าว

“BASF Virtual Kids Lab” เป็นห้องแล็บเสมือนจริงในรูปแบบออนไลน์ที่ให้เด็กๆ ได้ลงมือทดลองเชิงโต้ตอบที่หลากหลาย และทุกการทดลองจะมีคำอธิบายประกอบที่อ่านเข้าใจง่ายไว้ให้ ทำให้เด็กๆเพลิดเพลินกับโลกของเคมีได้ทุกที่ทุกเวลา โดยมี ดร.บับเบิลส์ มาเป็นตัวละครอนิเมชันที่จะคอยให้คำแนะนำเด็กๆ อย่างผู้เชี่ยวชาญ  นอกจากนี้จะมีการเพิ่มการทดลองใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยห้องแล็บ เสมือนจริงนี้ยังมีให้บริการในภาษาเยอรมัน ภาษาอังกฤษ และภาษาอื่นๆอีกมากมาย ได้แก่ ภาษาดัตช์ สเปน จีน เกาหลี ญี่ปุ่น เวียดนาม และอินโดนีเซีย สามารถเข้าไปสนุกสนานกับการทดลองได้ที่ http://www.kidslabthailand.com

สำหรับ บีเอเอสเอฟ ในประเทศไทย เราได้ร่วมทำงานเพื่อชุมชนในโครงการต่างๆ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อการศึกษา รวมถึงการปรับปรุงโรงเรียน การบริจาคทุนการศึกษา และการสร้างสนามเด็กเล่นสาธารณะ โดยโครงการ “BASF Kids’ Lab” ได้เปิดตัวในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ที่ช่วยให้นักเรียนมากกว่า 10,000 คน ได้เข้าสำรวจความมหัศจรรย์ของเคมีในชีวิตประจำวันผ่านการทดลองเสมือนจริงได้อย่างสนุกสนานและปลอดภัย

-(016)

ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) คว้ารางวัล ‘อย. ควอลิตี้ อวอร์ด’ เป็นปีที่ 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/703996

ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) คว้ารางวัล 'อย. ควอลิตี้ อวอร์ด' เป็นปีที่ 2

ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) คว้ารางวัล ‘อย. ควอลิตี้ อวอร์ด’ เป็นปีที่ 2

วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2566, 12.53 น.

บริษัท ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) จำกัดผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวภายใต้แบรนด์ แจ็คแอนด์จิล (Jack’n Jill) ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการประกันคุณภาพและความปลอดภัยอาหารด้วยการคว้ารางวัล “อย. ควอลิตี้ อวอร์ด ประจำปี 2565” เป็นปีที่ 2จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)เพื่อส่งเสริมสถานประกอบการด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพให้มีคุณธรรมและจริยธรรมในการผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างปลอดภัย สถานประกอบการที่รักษาคุณภาพมาตรฐานเป็นเลิศด้วยดีมาโดยตลอด รวมทั้งเชิดชูและประกาศเกียรติคุณสถานประกอบการผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค ตลอดจนเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่สถานประกอบการรายอื่น โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัล

ซึ่งในปีนี้ บริษัท ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) จำกัด คว้ารางวัลทั้งสิ้น 2 รางวัล ได้แก่

1.รางวัลสถานประกอบการผลิตภัณฑ์สุขภาพดีเด่นด้านอาหาร (ประเภททั่วไป) โดยมี นายวัฒน์ธวุฒิ เอื้อภูมิรัตน์ ผู้อำนวยการด้านการผลิตและห่วงโซ่อุปทานเป็นตัวแทนในการรับรางวัล

2.รางวัลผลิตภัณฑ์สุขภาพดีเด่น ประเภทส่งเสริมการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ ด้วย ผลิตภัณฑ์พัฟเค้กสอดไส้ครีมกลิ่นส้ม ตราดิวเบอร์รี่ (Dewberry Puff Cake Orange)โดยมีนายบุญญรัตน์ ชูเนตร์ ผู้จัดการฝ่ายประกันคุณภาพและความยั่งยืน เป็นตัวแทนในการรับรางวัล

นายฐานันท์ สุวรรณรักษ์ รองประธานและผู้จัดการทั่วไปประเทศไทย ลาว และ กัมพูชา บริษัท ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “ในฐานะที่ยูอาร์ซีเป็นแบรนด์ผู้ผลิตขนมชั้นนำของประเทศไทยการได้รับรางวัล อย. ควอลิตี้ อวอร์ด ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจและเป็นการตอกย้ำว่า ยูอาร์ซี (ประเทศไทย)ให้ความสำคัญสูงสุดกับด้านคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์มุ่งเน้นผลิตอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพระดับสากลดำเนินงานอย่างมีธรรมาภิบาล และรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่พนักงาน ชุมชน และประชาชนทั่วไปภายใต้โครงการUR Greenซึ่งเราให้คำมั่นสัญญาว่าจะคงรักษามาตรฐาน และจะไม่หยุดยั้งในการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์สร้างความสุขให้กับผู้บริโภคทุกคนผ่านขนมขบเคี้ยวของเราต่อไป”

 ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก http://www.facebook.com/urcthailandofficial หรือเว็บไซต์ http://www.urcthailand.com

‘อาจารย์ยิ่งศักดิ์’นัดเปิดใจเคลียร์แม๊ ‘แตงโม’ยืนยันยังไม่มีการยอมความ เผยผลบุญส่งถึงแตงโมแน่นอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/704217

'อาจารย์ยิ่งศักดิ์'นัดเปิดใจเคลียร์แม๊ 'แตงโม'ยืนยันยังไม่มีการยอมความ เผยผลบุญส่งถึงแตงโมแน่นอน

‘อาจารย์ยิ่งศักดิ์’นัดเปิดใจเคลียร์แม๊ ‘แตงโม’ยืนยันยังไม่มีการยอมความ เผยผลบุญส่งถึงแตงโมแน่นอน

วันเสาร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.28 น.

หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันกับการเสียชีวิตนางเอกดัง “แตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์”ที่สุดท้ายถูกพิสูจน์หลักฐานได้แล้วว่าชีวิตจากอุบัติเหตุตกเรือ แต่มีอีกหนึ่งคนที่สังคมยังจับตามองกันอยู่ ไม่ว่าคุณแม๊ “ภนิดา ศิระยุทธโยธิน”จะขยับตัวทำอะไรก็ผิด วันนี้ “คนดังนั่งเคลียร์” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง8 เลยขอพาแม๊มาเปิดใจเคลียร์ หรือโดนเคลียร์ กับทุกประเด็นร้อนที่สังคมประณามเธอ ว่าเรื่องราวทั้งหมดจริงหรือไม่

คุณแม่ได้เลี้ยงดูแต่งโมตั้งแต่แรกเกิด ดูแลทั้งหมดกี่ปี ก่อนที่คุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงชีวิต?

ถ้าดูแลจริงๆแล้ว ตั้งแต่เกิด ตั้งแต่อยู่ในท้อง ถึง 3 ขวบ

 แม่อุปโลกน์ ไม่ใช่แม่จริงๆ ตกลงจริงๆแล้วโมใช่ลูกคุณแม่ไหม ไม่มีมูลหมาไม่ขี้?

คุณแม่ก็อุ้มท้องมานะ สูติบัตรก็แตงโม เกิดมาก็ชื่อแตงโมเลย นามสกุลก็คุณพ่อเขา พัชรวีระพงษ์ และคุณแม่ก็สงสัย ข่าวนี้ตั้งแต่ เมื่อ 10 ปีที่แล้วก็เกิดขึ้นนะคะ น้องโมมีแม่อยู่ต่างจังหวัด แต่ตอนนี้ตายไปแล้ว ก็หน้าเนี่ยคนนี้ และก็กลับมาอีกรอบหนึ่งตอนน้องโมเสีย คิดไม่ออกเลย คิดว่าเป็นสื่อนี้แหละที่ต้องการสร้างข่าว อ.ยิ่งศักดิ์เสริมต่อว่าสื่อจะทำไปทำไม? เขาอาจจะอยากทำลายคนแม่มั้ง อาจจะอยากสร้างข่าวให้เป็นประเด็นดังๆ ควบคู่กับข่าวน้องโม

มีคนบอกลูกอายุไม่เท่าไรก็ทิ้งไปมีครอบครัวใหม่ ให้น้องโมมีชีวิตลำบาก ต้องอยู่กับพ่อสองคน ดูแลตัวเองจริงไหม?

มันไม่ใช่ทิ้งนะคะ  กับคุณพ่อเขาเราได้หย่าขาดจากกัน เราก็ไม่สามารถใช้ชีวิตคู่ด้วยกันได้ หย่าได้วันเดียว รุ่งขึ้นก็แม่มานอนกับลูกหน่อยจะไปทำงานต่างประเทศ นี่มันหมายถึงการหย่าหรือเปล่า เพราะในท้ายหย่าเขาจะลงว่าคุณแม่จะมีสิทธิ์เอาลูกไปเลี้ยงได้ เมื่อเสาร์-อาทิตย์ แต่นี่อย่าไปวันเดียว เขาก็เรียกคุณแม่ไปเลี้ยงลูกแล้ว หลังจากนั้นมาเราก็ติดต่อกันตลอด ไม่ได้เรียกว่าการหย่า จนถึงวินาทีสุดท้ายคุณพ่อเสียชีวิต คุณแม่ยังต้องไปนั่งให้เขาจับมือ

การที่สังคมมาว่า แม่โผล่มาเอาสมบัติ และแสดงตนว่าเป็นแม่ ไม่เป็นความจริง?

ไม่ได้แสดงตนนะ มันเป็นเรื่องจริง ลูกอยู่ในท้องดิฉันมา 9 เดือน เกิดมาก็ชื่อแตงโมเลยค่ะ ในสูติบัตรเนี่ย

ณ ปัจจุบันตอนนี้ คุณแม่รู้สึกอย่างไรบ้าง?

คิดถึงลูกนะคะ คิดถึงมากด้วย เพราะว่าเราจากกันแบบเราไม่เห็นหน้ากันเลย และเราไม่รู้เลยว่าน้องไปไหน ตอนที่ไปที่สะพาน ตอนทราบข่าวว่าน้องตกน้ำเนี่ย มันไม่ใช่ คุณแม่ก็จะบอกกับพี่ชายเขาว่า มันต้องไม่ใช่น้องโม ทำไมต้องเป็นน้องโมตกน้ำ น้องมาทำอะไรแถวนี้ มาอยู่ในน้ำได้อย่างไร ลูกเราไม่เคยเป็นแบบนี้ คุณแม่ยอมรับไม่ได้

เขาบอกกันแม่กลัวผีน้องแตงโมใช่ไหม ไม่กล้าเข้าบ้าน บ้านน้องโมก็ไม่กล้าเข้าไปเหยียบ?

ใครบอก เกินเหตุแล้วพูดแบบนี้

น้องโมจากไปจะปีหนึ่งแล้ว คุณแม่ได้อะไรซึ่งแสดงถึงการระลึกถึงน้องโมไหม?

น้องโมนับถือศาสนาคริสต์นะคะ แต่คุณแม่เนี่ยได้ทำบุญกับพระสงฆ์ ถวายสังฆทานให้น้อง ซึ่งศาสนาคริสต์เนี่ย เมื่อคนเสียชีวิตไปแล้ว เขาก็จะขึ้นไปอยู่บนฟ้าแล้ว ไปเป็นนางฟ้า น้องโมไปเป็นนางฟ้าแล้ว แต่เราอยากทำบุญให้ลูก อาจารย์บอกว่าไม่ต้องทำไม่ถึง

แล้วน้องโมไปเป็นนางฟ้า แต่แม่กรวดน้ำทำบุญ น้องโมจะได้บุญกุศลตรงไหนล่ะแม่?

ได้ ไปเช็กมาแล้ว น้องโมได้รับแล้ว สิ่งที่คุณแม่ทำให้

ทราบว่าคุณแม่ยังมีการเอาข้าวไปให้น้องโมที่หน้ารูปทุกวัน ลูกไม่ต้องไปผุดไปเกิด เพราะเรียกลงมาหาทุกวันหรอคะ?

 จุดธูปด้วย(หัวเราะ) อยากทำบุญให้ลูกนะคะ ทำให้เขา คุณแม่ระลึกถึงเขาตลอดเวลา และต้องการทำบุญให้เขา ก็ตัดสินใจเลย เอาศาสนาพุทธนี่แหละที่เรานับถืออย่างน้อยพระก็ได้สวดให้ เอารูปเขาไปวางไว้ พระก็สวดให้ ก็ถึงค่ะ ถึงจริงๆด้วย

เรื่องคดีความมันไปถึงไหนแล้ว ตัดสินไปเสร็จหรือยัง?

ยังเลยค่ะ ยังอยู่ในศาลชั้นต้น

แม่คิดว่าแตงโมตาย เพราะอุบัติเหตุ หรือฆาตกรรมคะ?

ถ้าจะให้ตอบแบบถูกต้องเนี่ยนะคะ ก็คือต้องรอศาลเป็นผู้ตัดสิน ต้องรอศาลค่ะ เพราะจะต้องสืบพยานโจทก์ พยานจำเลย เยอะแยะ

แต่ในความรู้สึกของแม่ แม่คิดว่าลูกตกน้ำตายจริงๆเหรอ?

ไม่แน่ใจอ่ะ บอกตรงๆว่าไม่แน่ใจคือ มันมีข่าว มีอะไรเข้ามาเยอะแยะทางสื่อนะ แต่ทางที่เป็นชิ้นเป็นอันว่าน้องโดนฆาตกรรมหรืออะไรแบบเนี่ย  มันยังไม่มี แต่มันก็มีข่าวไม่ดีออกมา ทำให้เราคิด

ในเมื่อคุณแม่บอกต้องรอศาลใช่ไหม แต่มีคนบอกว่าคุณแม่ยอมความเพราะเห็นแก่เงิน ขอเรียกเพิ่มอย่างนั้น อย่างเนี่ย?

ยังๆไม่ยอมความนะ ยังไม่จบนะคะ ในศาลอีก 2 ปี ถึงปี 67 ค่ะ อันนี้ที่ขอเรียกเพิ่มมันไม่เป็นความจริงเลย คุณแม่ไม่เคยพูด และในวันที่ 22 ที่เราไปศาล ก่อนขึ้นศาลก็มีสัมภาษณ์ ก็ไม่มีนักข่าวถามเรื่องเงิน 2 หมื่นบาทนี่เลย ลงมาจากศาลก็ไม่มีใครถามนะ ปรากฎว่าพอกลับบ้านแล้ว เห็นข่าวนี้เต็มจอเลย ข่าวทุกข่าวเลย คุณแม่ไปเรียกร้องเงินเพิ่มอีก 2 หมื่นบาท ไปเอามาจากไหนข่าว คุณแม่ยังไม่รู้ ไม่ทราบเลย มันไม่จำเป็นที่คุณแม่ต้องไปพูดแบบนี้ มันไม่ได้หิวเงิน มันเป็นกฎหมาย เขาเรียกค่าสินไหม น้องโมเสียชีวิต คุณแม่ก็ได้เงินเยียวยาจากกระทรวงยุติธรรม ซึ่งต้องทำตามกฎหมายมีผู้เสียชีวิต ทุกคนได้หมด และทางผู้ที่ร่วมกระบวนการทางในเรือเขาก็ร่วมรับผิดชอบ ให้เอง เขาก็จ่ายมาด้วยความรับผิดชอบของเขา ไม่ได้ไปเรียกไปขอ  เขาขอกราบเท้า ขอโทษคุณแม่ คุณแม่บอกว่าต่อหน้าตำรวจได้ไหม ต่อหน้าสื่อเยอะๆได้ไหม เขาบอกได้ นั้นแหละคือสิ่งที่เขาทำ และเขาก็เสนอมาเองเขาจะดูแลคุณแม่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าน้องโมดูแลคุณแม่ น้องโมทำงานปีล่ะ 160 ล้านนะคะ สิ่งที่น้องโมได้ เขาก็ทำจริงๆ เขาก็โอนเงินเข้าบัญชีคุณแม่ตลอดตั้งแต่น้องโมเสียชีวิต

พอแม่พูดแบบนี้ สังคมก็เลยพูดเลยว่าแม่ยอมหุบปากเลย ยอมไปหมดเลย ไม่ต้องสืบเลย ลูกตายเพราะอะไร ก็เพราะได้เงินทอนแล้ว?

ยังไม่เคยพูดเลย ก็คิดกันไปเอง ทุกวันนี้สืบอยู่ว่า น้องเสียชีวิตเพราะเหตุใด และทำเพราะเหตุใด มันก็ต้องสืบเนอะ

ถ้าสมมติศาลตัดสินว่าน้องโมเสียชีวิต เพราะอุบัติเหตุตกน้ำรับได้ไหม

รับได้ทุกเรื่อง

แต่ถ้าศาลตัดสินว่าคนนี้ฆ่าลูกฉันตาย แม่จะแค้น อาฆาต จนไฟลุกไหม?        

แม่ไม่ทำแบบนั้นหรอกค่ะ แม่มีโรคความดันสูง แม่ทำเหมือนอาจารย์ไม่ได้ เดี๋ยวเส้นเลือดแตก คุณแม่ก็ต้องรับทราบ ก็อาจจะคุยกับเขาคนที่ทำร้ายลูกเราว่าทำไมต้องทำเช่นนี้ เพราะเหตุใด มันต้องมีสาเหตุ ใช่ไหมคะ

แล้วคิดไหมว่าลูกเรา ดาราสาวตัวน้อยๆ ทำไมการตายของลูกมันกลายเป็นเรื่องสลับซับซ้อน เหมือนหนังบันลือโลก คิดไหมทำไมลูกเราถึงต้องมีรายละเอียดเยอะอย่างนี้?

ให้พูดตรงๆนะ ไปคบเพื่อนไม่ดี คนไม่ดี ชักนำเขาไป ปกติเขาไม่ไปไหนนะ เขาอยู่แต่บ้านกับเบิร์ด เจียวไข่ทานข้าวกันที่บ้าน ป้อนข้าวกันอยู่ เล่นกับแมว น้องโมเขาไม่ไปไหน มีวันนั้นเนี่ย จริงๆเขาเลิกติดต่อกับเพื่อนคนนี้ไปแล้ว 3 เดือน ไม่ได้คุยกันแล้ว ไม่ได้จ่ายเงินอะไรกันแล้ว ค่าบริการดูแลเนี่ย ก็ไปได้อีกคนหนึ่งเขาจัดการให้ ทีนี้คนนี้กลับมาคุยโทรศัพท์ โทรเรียกน้องโมไปลงเรือกัน อืมไปทำงาน เดี๋ยวเขาก็บอกไปทำงาน เดี๋ยวเขาก็บอกว่าไม่ได้ทำ ไม่ได้ทำงาน ก็เรียกไปเที่ยว ไปชิลล์ๆ กินไวน์ชิลล์ๆในเรือ

อันนี้แม่ก็ได้ฟังจากปากเขามาว่าช่วยไปเที่ยวเฉยๆ?

ใช่ๆ แต่ทำงานก็ไม่เห็นทำหนิ ทำอะไร คุณแม่ก็ไม่เห็นทำ น้องโมแต่งตัว เตรียมตัวไปทำงาน เห็นไหม เห็นชุดน้องไหม

เราเป็นแม่ เราเลี้ยงลูกมาอย่างดี เป็นเลือดในอก แล้ววันหนึ่งลูกเราจากไป เราก็เสียใจ แต่เรากลายเป็นแม่ที่ไม่ดีในสายตาสังคมส่วนหนึ่ง ท้อบ้างไหมแม่?

ถ้าถามว่าท้อไหม คุณแม่ไม่ท้อนะคะเพราะคุณแม่ไม่ได้อ่านคอมเมนต์ อ่านน้อยมากเลย ดูแต่คลิปอะไรพวกนี้ คุณแม่ก็มีวิธีทำใจของคุณแม่เอง เราก็ปลอบใจตัวเองว่า คนด่าได้เดี๋ยวก็ดีได้ เขามีสิทธิ์ที่จะด่าเรา หากเขาคิดว่าเราเป็นเช่นนั้นนะ ก็ด่าได้หมดแหละ ด่าคุณแม่ ด่าได้ แต่ขอให้เป็นเรื่องจริง ขอบคุณที่มีคุณแม่อยู่ในหัวใจ ถึงจะด่าหรือจะว่า หรือจะคิดถึงคดีของน้องโม ก็ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริงๆที่ยังที่ใส่ใจน้องโมอยู่

หลังจากนี้ศาลจะตัดสินและจบลงอย่างไร แต่ที่รู้ตอนนี้ในรายการมีคำถามมากมาย ที่สังคมอยากรู้ เลยเป็นสาเหตุเชิญคุณแม๊มาเปิดใจ แฟนๆสามารถไปรับชม และรับฟังกับคำถามเต็มๆ แบบเอ็กซ์คลูซีฟใน  รายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 16.55 น. ทางช่อง 8 หรือดูย้อนหลังได้ที่ยูทูบของช่อง8 https://youtu.be/PTUi54oe13Eเท่านั้น

w014

กระแสแรงฉุดไม่อยู่! หลังปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์ตัวเต็ม ‘ทิดน้อย’ยอดวิวทะลุ 4 ล้าน เพียงข้ามคืน!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/704215

กระแสแรงฉุดไม่อยู่! หลังปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์ตัวเต็ม 'ทิดน้อย'ยอดวิวทะลุ 4 ล้าน เพียงข้ามคืน!

กระแสแรงฉุดไม่อยู่! หลังปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์ตัวเต็ม ‘ทิดน้อย’ยอดวิวทะลุ 4 ล้าน เพียงข้ามคืน!

วันเสาร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.25 น.

ล่าสุด M39 ทนกระแสเรียกร้องของคอหนังไม่ไหว จัดหนักจัดเต็ม ปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์ “ทิดน้อย” เรียกน้ำย่อยให้แฟนคลับเตรียมฮากันกรามค้าง ซึ่งหลังจากที่ปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์ตัวเต็มไปเพียงข้ามคืน ก็สามารถทำยอดวิวสร้างกระแสไปไม่น้อยในแต่ละแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะบน Tiktok : @aum_patchrapa_no.1th ที่มีผู้ชมทะลุ 4 ล้านวิวกันเลยทีเดียว

ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่กระแสแรงมากที่สุดในเวลานี้ สำหรับภาพยนตร์ไทยเรื่อง “ทิดน้อย” ผลงาน การกำกับ เขียนบท และแสดงเอง ของซุป’ตาร์ตลกเมืองไทย “เท่ง เถิดเทิง” ที่สามารถคว้านางเอกซุป’ตาร์คิวทอง และยังเป็นตัวแม่แห่งวงการบันเทิงไทยอย่าง “อั้ม- พัชราภา ไชยเชื้อ” และยังคว้าตัวพระเอกหนุ่ม “อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม” ที่จะมาพลิกบทบาททางการแสดงแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ผ่านการเล่าเรื่องราวความรักของ “ทิดน้อย” ชายผู้มีความรักที่มั่นคง โดยนิยามความรักในครั้งนี้ว่า รักแท้ แท้ แท้ แท้ ผลิตโดย “บริษัท เอ็ม เทอร์ตี้ไนน์ จากัด (M39)

มาลุ้นกันว่าบทสรุปของตำนานรักแท้ แท้ แท้ แท้ ตำนานความรักของ “ทิดน้อย” ที่ไม่มีใครเคยเล่าขาน จะเป็นอย่างไร และนางเอกของเรื่องอย่าง “อั้ม-พัชราภา” จะเลือกใคร?? ระหว่าง รักแท้ กับ รักแท้ แท้ แท้ แท้ 25 มกราคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

รับชมตัวอย่างภาพยนตร์ตัวเต็มได้ที่ https://youtu.be/rP9-RtJi_nk

w014

ขอบคุณจากหัวใจ‘มนต์แคน แก่นคูน’แชมป์ 3 ปีซ้อน ‘ต่าย อรทัย’ท็อป 9 ศิลปินที่มียอดสตรีมบนยูทูบสูงที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/704084

ขอบคุณจากหัวใจ‘มนต์แคน แก่นคูน’แชมป์ 3 ปีซ้อน  ‘ต่าย อรทัย’ท็อป 9 ศิลปินที่มียอดสตรีมบนยูทูบสูงที่สุด

ขอบคุณจากหัวใจ‘มนต์แคน แก่นคูน’แชมป์ 3 ปีซ้อน ‘ต่าย อรทัย’ท็อป 9 ศิลปินที่มียอดสตรีมบนยูทูบสูงที่สุด

วันเสาร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ถือว่ากระแสแรงไม่แผ่วเลย สำหรับศิลปินลูกทุ่งของ “แกรมมี่โกลด์” ที่ล่าสุดเว็บไซต์ Chart Masters ได้ประกาศรายชื่อ 10 อันดับ Most Streamed Artists in 2022 YouTube Thailand ศิลปินที่มียอดสตรีมบนยูทูบสูงที่สุดประจำปี 2022 ซึ่งอันดับ 1 ได้แก่ “มนต์แคน แก่นคูน” โดยมียอดเข้าชมถึง 802 ล้านวิว ซึ่งเป็นปีที่ 3 แล้วที่บ่าวเสียงสุดสะแนนคนนี้ได้ครองแชมป์ในอันดับที่ 1 ส่วนสาวดอกหญ้า “ต่าย อรทัย” ก็ติดในอันดับที่ 9 มียอดเข้าชม 315 ล้านวิว ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับวงการลูกทุ่งบ้านเราที่กระแสเพลงลูกทุ่งยังคงได้รับความนิยมกับพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศตลอดมา

มนต์แคน แก่นคูน เผยว่า “ต้องขอขอบคุณกำลังใจที่มากมายตลอดมาเลยครับ ตั้งแต่มนต์แคนเข้าวงการใหม่ๆ จนตอนนี้กำลังใจก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ขอบคุณผู้ที่อยู่เบื้องหลังงานเพลงทุกเพลง ขอบคุณบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ขอบคุณค่าย “แกรมมี่โกลด์” ขอบคุณ คุณครู “สลา คุณวุฒิ” ที่ดูแลมนต์แคนและผลิตผลงานดีๆ ให้มนต์แคนเป็นผู้ถ่ายทอด มนต์แคนสัญญาว่าจะตั้งใจทำงานทุกชิ้นให้ออกมาดีที่สุดให้สมกับความเมตตาที่พี่น้องแฟนเพลงมอบให้ ขอขอบพระคุณครับ”

ต่าย อรทัย กล่าวว่า “พอได้ทราบข่าวว่าติดอันดับศิลปินที่มียอดเข้าชมในยูทูบมากที่สุด ก็ปลื้มใจมากๆ เลยค่ะ ถือว่าเป็นกำลังใจที่สำคัญในชีวิตการเป็นนักร้องของต่าย ขอบคุณพี่น้องแฟนเพลงที่ยังเมตตาและชื่นชอบผลงานเพลงของต่ายในวันนี้ ขอบคุณคุณครู “สลา คุณวุฒิ” และ “แกรมมี่โกลด์” ที่เป็นบ้านหลังที่สอง ที่ดูแลและผลักดันต่ายรวมถึงศิลปินในค่ายทุกคนให้มีผลงานดีๆออกมาให้พี่น้องแฟนเพลงได้รับชมรับฟังกัน ขอบคุณหลายๆ ค่ะ”

โดยตอนนี้ทั้งมนต์แคน และต่าย อรทัย ก็มีผลงานที่กระแสมาแรงที่ถือว่าช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา หลายงานต้องเปิด หลายบ้านต้องร้อง นั่นก็คือ “นางไอ่ของอ้าย” ของ มนต์แคน และ “ผาแดงของน้อง” จาก “ต่าย อรทัย” ที่ตีคู่ความฮิตมาแบบคู่ขนานเลยก็ว่าได้ ติดตามผลงานของทั้งคู่รวมถึงศิลปินท่านอื่นๆ ได้ทางช่องยูทูบ Grammy Gold Official เด้อจ้า

‘BLACKPINK’ จัดเต็ม!สมมงเกิร์ลกรุ๊ประดับโลก ใน ‘BLACKPINK [BORN PINK’ WORLD TOUR Bangkok’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/704052

‘BLACKPINK’ จัดเต็ม!สมมงเกิร์ลกรุ๊ประดับโลก  ใน ‘BLACKPINK [BORN PINK’ WORLD TOUR Bangkok’

‘BLACKPINK’ จัดเต็ม!สมมงเกิร์ลกรุ๊ประดับโลก ใน ‘BLACKPINK [BORN PINK’ WORLD TOUR Bangkok’

วันเสาร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จบลงไปแล้วสำหรับเวิลด์ทัวร์ใหญ่รับปี 2566 ของ 4 สาวเกิร์ลกรุ๊ป “BLACKPINK”กับคอนเสิร์ต BLACKPINK [BORN PINK] WORLD TOUR Bangkok ที่สนามกีฬาแห่งชาติ (ศุภชลาศัย) เมื่อ 7-8 มกราคมที่ผ่านมา สร้างความประทับใจให้เหล่าบลิ๊งค์กว่า 80,000 คน รวม 2 รอบการแสดง

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยบลิ๊งค์จัดเต็มเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับธีมสีดำ-ชมพู เมื่อไฟในสเตเดี้ยมค่อยๆ ดับลงเสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่ม พร้อมการปรากฏตัวของ 4 สมาชิก ได้แก่ จีซู เจนนี่ โรเซ่ และ ลิซ่า BLACKPINK เปิดการแสดงด้วย3 เพลงฮิตติดหู How You Like That, Pretty Savage และ Whistle รวมไปถึงการแสดงเพลงจากอัลบั้มล่าสุด BORN PINK อย่าง Pink Venom และ Shut Down นอกจากเพลงดังที่สาวๆ นำมาแสดงจนครบแล้ว ยังมีช่วงที่ให้สมาชิกได้แสดงเพลงเดี่ยวของแต่ละคน และในการแสดงรอบวันเสาร์ บลิ๊งค์ไทยและเหล่าสมาชิกก็ได้ทำการฉลองวันเกิดย้อนหลังให้กับพี่ใหญ่อย่างจีซู ด้วยเค้กก้อนโตจากแฟนๆ ก่อนจบโชว์สาวๆ ให้คำสััญญาว่าจะกลับมาหาบลิ๊งค์ไทยอีกแน่นอน ถือเป็นการเปิดเอเชียทัวร์ที่สมบูรณ์แบบ และสร้างความสุขให้กับแฟนๆ ต้อนรับปี 2566 นี้ BLACKPINK เป็นหนึ่งในศิลปินเกาหลีที่สร้างปรากฏการณ์ระดับโลกไว้มากมายผลงานชุดล่าสุด BORN PINK สร้างสถิติใหม่ด้วยการเป็นศิลปินที่มีฐานแฟนใหญ่ที่สุดใน YouTube ด้วยผู้ติดตามกว่า 83 ล้านคน และเมื่อปลายปีที่ผ่านมา BLACKPINK ยังเป็นศิลปินเกาหลีหญิงกลุ่มแรกได้รับเลือกจากนิตยสาร TIME ให้เป็น Entertainer of the Year ประจำปี 2565 อีกด้วยหลังจบโชว์ที่กรุงเทพฯ BLACKPINK มีตารางเอเชียทัวร์อีก 10 ประเทศทั่วเอเชีย รวมการแสดงในประเทศญี่ปุ่นที่เพิ่งประกาศเพิ่มไปเมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

โอ๊ยเล่าเรื่อง : Blue Again

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/704069

โอ๊ยเล่าเรื่อง : Blue Again

โอ๊ยเล่าเรื่อง : Blue Again

วันเสาร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Blue Again คือหนังไทยเรื่องเล็กๆ แต่คุณภาพคับแก้วหนังขนาดยาวเรื่องแรกของผู้กำกับหญิง ฐา-ฐาปณี หลูสุวรรณที่ถูกเลือกให้เข้าร่วมในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ครั้งที่ 27(Busan International Film Festival : BIFF) ได้รับเลือกให้เข้าชิงในสาขา New Currents ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับผู้กำกับหน้าใหม่ ก่อนจะกลับมาเปิดตัวในเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ (World Film Festival of Bangkok) ครั้งล่าสุดฐาปณี หลูสุวรรณ เหมาทำหลายๆ หน้าที่ในหนัง โดยเฉพาะงานหลักๆ คือ กำกับและเขียนบทภาพยนตร์ ใช้เวลาในการปลุกปั้นงานชิ้นนี้ ค่อยๆ ทำไปนานกว่า 8 ปี จากหนังที่ตอนแรกวางไว้แค่ 1 ชั่วโมง จนได้หนังที่มีความยาว ยาวถึง 5 ชั่วโมง ก่อนที่จะตัดเหลือ 3 ชั่วโมงต้องชม ฐาปณี ที่ทำให้ Blue Again ออกมาเป็นหนังไทยที่ลงตัวในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านโปรดักชั่น งานด้านภาพ การตัดต่อการบันทึกเสียง บทหนัง ดนตรีประกอบ เครื่องแต่งกาย รวมไปถึงการแสดงที่ทำได้ดี ทั้งนักแสดงนำหรือสมทบ Blue Again ใช้วิธีการเล่าเรื่อง ตัดสลับไปมา 2 เหตุการณ์ ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยตั้งแต่ ปี 1-4 เน้นๆ ความสัมพันธ์กับ แพร สลับกับช่วงคริสต์มาสที่ เอ กลับไปบ้านที่สกลนคร ได้เจอกับ สุเมธ เพื่อนเก่าเพียงคนเดียวในหมู่บ้าน และรู้เรื่องราวปมในใจของแม่เธอ

สิ่งที่ Blue Again พูดถึงชัดเจนเน้นๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ คือ การบูลลี่ในสังคม ทั้งในชีวิตจริงและในโซเชียล หนังวางให้เกิดขึ้นในช่วงปี 2011-2014 นอกจากนี้ ยังแทรกประเด็นทางการเมืองใส่เข้ามาเป็นระยะๆ ใน Blue Again มีฉากดราม่า ขยี้อารมณ์ เรียกน้ำตา ที่มีทั้งปริ่มๆ ซึมๆ ไปจนถึงปล่อยโฮออกมาโดยไม่บีบคั้นอะไรมากมาย ใช้การแสดงที่ดูเป็นธรรมชาติ เนื้อเรื่องที่ค่อยๆ ทำให้เราผูกพัน ตามดูความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ พัฒนา มีการเปลี่ยนของแต่ละตัวละครมากระตุ้นต่อมน้ำตาของคนดู Blue Againเลือกใช้นักแสดงโนเนมที่ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยดูมาก่อนมารับบทในเรื่อง และทุกคนเล่นดี รับ-ส่งบทกันไปมา การแสดงร่วมกันเป็นทีมกลายเป็นจุดเด่นจุดแข็งของหนังเรื่องนี้

ตะวัน จริยาพรรุ่ง แบกหุ่นรูปร่างใหญ่แบบสาวลูกครึ่งรับบท เอ ได้อย่างมีพลัง แบกหนังเอาไว้คนเดียว แสดงเหมือนไม่ได้แสดง ทำได้ดี การแสดงภายนอกที่ชัดเจน หรืออินเนอร์ภายในที่ค่อยปล่อยออกมา อสมาภรณ์ สมัครพันธ์ สวมบทแพร หรือหมวยตลาดน้อย ดูธรรมชาติมาก มีทั้งความเป็นสาวติสๆ ในแนวเด็กอาร์ตเด็กศิลป์ มีความเป็นลูกไล่ของเพื่อนๆดูเป็นมิตรกับทุกๆ คน สบายๆ การแสดงกำลังดี ศรัณย์เมศรัตนพงษ์ ในบท สุเมธ แรกๆ ดูเฉยๆ ธรรมดาๆ แต่ยิ่งดูไปๆในความนิ่งนั้นกลับมีเสน่ห์ กลายเป็นดูดีขึ้นมา ณพรรธน์ตรีผลาวิเศษกุล ในบท กัน หนุ่มคอสเพลย์ในคณะที่อยู่คนเดียว ไม่จำเป็นต้องมีเพื่อน แต่ไปๆ มาๆ กลับดูจริงใจ มีความเป็นเพื่อนมากกว่าคนอื่นๆ บทไม่เยอะแต่ออกมาทีไรเด่นทุกที Blue Again คือหนังไทยเล็กๆ ที่ดีงาม ดูสมบูรณ์ลงตัวไปในทุกๆ ด้าน นานๆ จะมีงานดีๆ งานหนังนอกกระแสที่โดนใจ ประทับใจออกมาให้ชอบสักเรื่องหนึ่ง Blue Again คือหนังไทยที่ดีที่สุดในรอบปี 2565ถ้ามีโอกาสอยากให้ลองมาดูกันจริงๆ อยากจะให้ 10/10 คะแนน แต่ติดแค่ช่วงท้ายเกี่ยวกับเรื่องศาสนา ที่หนังขัดอกขัดใจ เหลือแค่9.5/10 คะแนน

‘แจน’พลิกบทแซ่บที่สุดในชีวิต!!สวมคาแร็กเตอร์สาว Sideline สวยเซ็กซี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/704065

‘แจน’พลิกบทแซ่บที่สุดในชีวิต!!สวมคาแร็กเตอร์สาว Sideline สวยเซ็กซี่

‘แจน’พลิกบทแซ่บที่สุดในชีวิต!!สวมคาแร็กเตอร์สาว Sideline สวยเซ็กซี่

วันเสาร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เรียกได้ว่าเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญ ที่แซ่บที่สุด เซ็กซี่ที่สุดในชีวิตของนักแสดงสาวฮอต “แจน-พลอยชมพู ศุภทรัพย์” กับบท “แคท” สาว Sideline สวยแซ่บในซีรี่ส์ “Midnight Motel แอปลับโรงแรมรัก” เรื่องราวของวัยรุ่นสร้างตัว…จน “สร้างเรื่อง” จาก “GMMTV”ที่เจ้าตัวตั้งใจทุ่มเทมากๆ และดีใจสุดๆที่ได้มีส่วนร่วมตีโจทย์ตัวแสดงและดีไซน์คาแร็กเตอร์ร่วมกับ “พี่โม่” ผู้กำกับฯ (อธิป วัชชุชัยอนันต์) ถ่ายทอดออกมาได้โดดเด่นเฉพาะตัว จนแฟนๆ ร้องว้าวกันเลยทีเดียว โดย “แจน” เผยว่า

“สำหรับบทบาท “แคท” ในซีรี่ส์เรื่องนี้ เป็นบทบาทที่ค่อนข้างท้าทายตัวเองมากๆ และเป็นบทที่ไกลตัวสุดๆ ทั้งแซ่บและเซ็กซี่ที่สุดในชีวิตที่รับเล่นมาเลยค่ะ อีกทั้งเราก็ไม่เคยเล่นบทแบบนี้มาก่อนด้วย เลยต้องหาคาแร็กเตอร์ให้ฉีกจากเดิม โดยได้ร่วมตีโจทย์ตัวแสดงและดีไซน์คาแร็กเตอร์ “แคท” ร่วมกับ“พี่โม่ ผู้กำกับฯ” เพื่อให้คนดูรู้สึกแปลกใหม่กับบทบาทสาว Sideline ที่เราแสดงซึ่งเราก็ตั้งใจทำในทุกๆ ซีนอย่างเต็มที่เรียกว่าเป็นการทำงานที่สนุกและรู้สึกแฮปปี้มากค่ะแม้ว่าบทเราจะค่อนข้างหนักแต่บรรยากาศกองก็ไม่เงียบเหงา สนุกสนานเฮฮาสุดๆ บวกกับทุกคนในกองก็สนิทกันมากด้วย เลยส่งพลังเอนเนอร์จี้ให้กันตลอดเวลา ทำให้เราไม่หมดพลังลงไปง่ายๆ ค่ะ ก็อยากให้แฟนๆ ลองติดตามบทบาทใหม่ของแจนครั้งนี้ และฝากให้กำลังใจตัวแสดง “แคท” กันเยอะๆ นะคะ”ติดตามชม “MIDNIGHT MOTEL แอปลับโรงแรมรัก” สตรีมที่เดียวบน “Disney+ Hotstar” ทุกวันพุธ และพฤหัสฯ เวลา 18.00 น. โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Disney+ Hotstar และสมัครสมาชิกผ่าน App Store หรือ Google Play หรือรับชมผ่านเว็บไซต์ www.disneyplushotstar.com และอัปเดตทุกความเคลื่อนไหวได้ที่ http://www.facebook.com/gmmtvofficial & IG & YouTube & Twitter : GMMTV