‘ประภัตร’แจงงบฯปี’67 ยันเกิดประโยชน์กับเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707522

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯและผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ที่กรมชลประทาน สามเสน กทม.โดย นายประภัตรกล่าวว่า การจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ แม้ว่าหลังจากนี้จะมีการเลือกตั้ง และยังไม่สามารถคาดการณ์รัฐบาลชุดใหม่ได้ แต่สิ่งสำคัญคือทุกหน่วยงานต้องเตรียมพร้อมที่จะดำเนินการได้ทันที และเป็นประโยชน์สูงสุดให้แก่พี่น้องประชาชน

ด้านนายประยูรกล่าวว่า ได้ให้ความสำคัญตั้งแต่การจัดทำแผนปฏิบัติราชการของกระทรวงเกษตรฯ ระยะเวลา 5 ปี (2566–2570) และแผนปฏิบัติราชการ ปี 2567 ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 รวมทั้งการจัดทำโครงการสำคัญเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากนี้ ยังทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจ ผลสัมฤทธิ์หรือประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ เป้าหมายการให้บริการกระทรวงฯ และตัวชี้วัดของกระทรวงเกษตรฯ ให้สอดคล้องและเป็นไปตามเป้าหมายและตัวชี้วัดแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่กระทรวงเกษตรฯ เกี่ยวข้อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติชัดเจนยิ่งขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์ “เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ต่อปี”

ทั้งนี้ การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 นอกจากยึดในเรื่องดังกล่าวแล้ว ยังยึดแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) นโยบายสำคัญของรัฐบาล นโยบายกระทรวงเกษตรฯ แผนปฏิบัติการด้านต่างๆรวมทั้งการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางในการจัดทำงบประมาณ โดยกระทรวงเกษตรฯ เสนอของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 โดยให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนการเกษตร 5 ยุทธศาสตร์

รวมทั้งยังคงให้ความสำคัญนโยบายหลัก 15 ด้าน อาทิ การส่งเสริมสถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบการ และ Start up การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้านการเกษตร การวิจัยและพัฒนา และการประกันรายได้เกษตรกร เป็นต้น ซึ่งมีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลด้านการเกษตร การเพิ่มรายได้ เพิ่มประสิทธิภาพ พัฒนาสินค้า พัฒนาเกษตรกร และส่งเสริมปศุสัตว์และประมง สร้างความเข้มแข็งให้วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ กลุ่มผู้นำสตรี ยกระดับรายได้เกษตรกรระดับรากหญ้า และปรับปรุงระบบที่ทำกินและการบริหารจัดการน้ำ

วช.หนุนถ่ายทอดฯ การใช้โดรนอัตโนมัติ โครงการร้อยใจรักษ์ ช่วยเกษตรพื้นที่สูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707517

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผอ.สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีโดรนระบบอัตโนมัติเพื่อประยุกต์ใช้งานการพัฒนาพื้นที่สูง ในการสำรวจพื้นที่การเกษตร การขนส่งสิ่งของ และการป้องกันการเกิดไฟป่า โดยมีนายณรงค์ อภิชัย ผอ.สำนักบริหารโครงการ และประธานสายปฏิบัติการพัฒนามูลนิธิแม่ฟ้าหลวง นายสมบูรณ์ แสงจันทร์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้ผลคุณภาพบ้านห้วยส้าน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และนายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ หัวหน้าโครงการฯ พร้อมด้วยเกษตรกร ต้อนรับที่โครงการร้อยใจรักษ์ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า ได้สนับสนุนทุนแก่สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ในการดำเนินโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีโดรนระบบอัตโนมัติเพื่อประยุกต์ใช้งานการพัฒนาพื้นที่สูง ในการสำรวจ การเกษตร และการป้องกันอุบัติภัย ปัจจุบันเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ ได้ถูกพัฒนาและนำมาใช้งานในหลากหลายด้าน ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจในด้านต่างๆ มากมาย อีกทั้งยังทำให้การดำเนินธุรกิจสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น การที่สมาคมฯ ได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับผู้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่โครงการร้อยใจรักษ์ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่ผู้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่จะได้นำองค์ความรู้ไปพัฒนาการทำเกษตรในพื้นที่สูงให้มีประสิทธิภาพต่อไป

กรมชลฯร่วมสอบปมถมดินรุกล้ำคลอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707521

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายนรเศรษฐ สองทอง ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 14 กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีการถมที่ดินรุกล้ำคลองธรรมชาติในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่าได้ตรวจสอบร่วมกับเทศบาลเมืองหัวหิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าคลองโคกเกลือบริเวณนอกเขตคันคลองชลประทาน1R-RMC1 ซึ่งเป็นคลองธรรมชาติ มีการถมดินบริเวณปากคลองจริง โดยเทศบาลเมืองหัวหิน ระบุว่า ผู้ถือครองที่ดินมีเอกสารสิทธิแต่ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและอำนาจหน้าที่ของท้องถิ่น ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 14โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี สำนักงานที่ดิน จ.ประจวบคีรีขันธ์สาขาหัวหิน จะเข้าร่วมประชุมร่วมกับเทศบาลเมืองหัวหิน และอำเภอหัวหิน หารือแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป

อนึ่ง กรมชลประทาน ได้ดำเนินการโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองหัวหินและวังไกลกังวลอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่ปี 2542-2545 ด้วยการจัดทำคูระบายน้ำและยกระดับถนนรอบสระน้ำจืด พร้อมขุดลอกคลองระบายน้ำสายหัวหิน รวมทั้งคลองธรรมชาติ ได้แก่ คลองโคกเกลือ คลองบางเกวียนหัก คลองนิน (คลองอีออก) และคลองห้วยสนามบิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากคลองระบายน้ำสายหัวหินให้สามารถระบายลงสู่ทะเลได้รวดเร็วขึ้น แต่คลองธรรมชาติดังกล่าว สำนักงานชลประทานที่ 14ไม่ได้ประกาศเป็นทางน้ำชลประทาน ตาม พ.ร.บ.การชลประทานหลวง พ.ศ.2485 จึงไม่มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมดูแลการบุกรุกพื้นที่ ซึ่งกรมชลประทานไม่ได้นิ่งนอนใจในปัญหาที่เกิดขึ้น ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตรวจสอบเอกสารสิทธิ ตามขั้นตอนกฎหมาย เพื่อให้ความจริงปรากฏต่อไป

‘ดนุช ตันเทอดทิตย์’จัดทัพลุยต่อยอดโครงการ U2T for BCG เต็มกำลังเร่งเครื่องพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาดผู้บริโภค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/707590

'ดนุช ตันเทอดทิตย์'จัดทัพลุยต่อยอดโครงการ U2T for BCG เต็มกำลังเร่งเครื่องพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาดผู้บริโภค

‘ดนุช ตันเทอดทิตย์’จัดทัพลุยต่อยอดโครงการ U2T for BCG เต็มกำลังเร่งเครื่องพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาดผู้บริโภค

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 11.48 น.

ปีงบประมาณ 2566 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ยังคงมุ่งเน้นเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและบริการด้าน BCG หรือ Bio Circular Green Economy การผสมผสานระหว่างเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green) ในพื้นที่ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อให้ผลิตภัณฑ์และบริการออกสู่ตลาดอย่างเป็นระบบ มีการทำตลาดและขายสินค้าทั้ง online/offline ทั้งในและต่างประเทศ โดย อว.เป็นผู้พัฒนาระบบ ในการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม (Platform) ที่สำคัญมีการจัดทำข้อมูล Thailand Community Data (TCD) ให้สมบูรณ์ครบทุกพื้นที่ รวมถึงการถ่ายทอดการใช้ประโยชน์จาก TCD ให้ผู้ที่จะใช้ประโยชน์ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและชุมชน
 
โดยในวันที่ 27 ม.ค.นี้ ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะ เป็นประธานเปิดงาน “U2T For BCG to Smart City : กาลครั้งหนึ่งเมื่อสินค้าชุมชนบุกเมือง” ที่ลานกิจกรรม Zpotlight ศูนย์การค้า Zpell @ ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต จัดโดยมหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่เป้าหมายในการจัดกิจกรรมตาม “โครงการส่งเสริมการตลาด เพื่อประชาสัมพันธ์และแนะนำผลิตภัณฑ์สินค้า U2T for BCG” จัดแสดงสินค้าออกสู่ตลาดผู้บริโภค เพื่อขยายโอกาสและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจและภาคบริการ
 
ดร. ดนุช  ตันเทอดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า “โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานรากหลังโควิดด้วยเศรษฐกิจ BCG หรือ โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล U2T for BCG เป็นโครงการที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยของรัฐ 70 กว่าแห่ง มหาวิทยาลัยเอกชน 20 แห่ง ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นต่อจากโครงการเดิมกว่า 3,000 ตำบล และนำมาสู่การขยายผลในโครงการปัจจุบันกว่า 7,000 ตำบล ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้มีเสียงตอบรับจากสังคมและเสียงสะท้อนจากชุมชนท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก ถือเป็นการสร้างปรากฎการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกครั้งของกระทรวง อว.
ในการเตรียมความพร้อมและพัฒนาทักษะให้กับประชาชน เพื่อรองรับการฟื้นตัวของประเทศ หลังสถานการณ์โควิด โดยใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG ในการขับเคลื่อนควบคู่ไปกับการจัดทำ Thailand Community Data (TCD) หรือข้อมูลชุมชนขนาดใหญ่ที่มีความสมบูรณ์ครบถ้วนในทุกพื้นที่”

ทั้งนี้  การเข้าใจ เข้าถึง พัฒนาในพื้นที่นำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรม ผลงานวิจัย ผลงานทางวิชาการมากมาย ซึ่งเราได้เห็นศักยภาพในแต่ละพื้นที่ แต่ละตำบลว่ามีศักยภาพ ทั้งในด้านทุนทางมนุษย์ ทุนประวัติศาสตร์ ทุนทางทรัพยากรธรรมชาติ ทุนทางสังคม ทุนทางประเพณีวัฒนธรรม และทุนอื่นๆ มากมาย ที่นำมาสร้างสรรค์สู่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน และยกระดับให้เกิดมาตรฐานต่างๆ มากขึ้น พร้อมทั้งยังทำให้ผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนเข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศได้มากขึ้น และง่ายขึ้นผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการพัฒนาบรรจุภัณฑ์เป็นสินค้า BCG มุ่งสู่การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องด้วยกระแสของสังคมโลกได้ตระหนักถึงการใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การมีโครงการ U2T for BCG เข้าไปในพื้นที่ยิ่งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่ตระหนักในสิ่งแวดล้อมและยังมีกำลังใจ มีพลังในการขับเคลื่อนท้องถิ่น รักษ์ในท้องถิ่นบ้านเกิด ทำให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ บัณฑิตจบใหม่ กลับมาอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวอย่างอบอุ่น เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และพัฒนาตนเองให้เป็นสตาร์ทอัพหรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เกิดการสร้างนวัตกรรมและแนวคิดธุรกิจใหม่ที่สร้างคุณค่าแก่สังคมและประเทศชาติ

ดร.ดนุช กล่าวต่อว่า กระทรวง อว.เองได้วางแผนงานไว้อย่างเป็นระบบที่จะเชื่อมโยงพื้นที่กับการทำงานของกระทรวงให้มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น ซึ่ง อว.มีหน่วยงานในสังกัด ที่พร้อมสนับสนุนทีมของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ พร้อมวางระบบการขอตำแหน่งทางวิชาการให้กับคณาจารย์ ไม่ว่าจะเป็นการขอผลงานทางวิชาการรับใช้สังคม หรือมาตรฐานเกณฑ์ใหม่ ๆ ที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลง ขณะนี้ อว.ได้มีการวางแผนงานการตลาด แผนงานการให้องค์ความรู้ แผนงานธุรกิจที่จะรับรองการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนในอนาคตไว้เรียบร้อยแล้ว 

“ปีนี้ อว. จะตอกย้ำด้วย โครงการส่งเสริมการตลาดเพื่อประชาสัมพันธ์และแนะนำผลิตภัณฑ์สินค้า U2T for BCG หลังจากใช้แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบ BCG หรือ Bio Circular Green Economy การผสมผสานระหว่างเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green) เข้าไปพัฒนาผลผลิตของพี่น้องประชาชน ประสบความสำเร็จด้วยดี เมื่อมีสินค้าแล้วก็ต้องมีการจัดจำหน่าย เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงจุด ตรงความต้องการ ซึ่งสิ่งที่ อว.ต้องทำ คือ สร้างความเข้าใจและปรับตัวในการผลิตสินค้าให้สอดคล้องกับ BCG ซึ่ง อว.ได้ผสานความร่วมมือกับอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย หรือ Science Park ,คลินิกเทคโนโลยี, ผู้ผลิตสินค้าระดับโอทอป(OTOP) และหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษา หรือ University Business Incubator : UBI เข้ามาช่วยให้คำปรึกษาและร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ U2T อย่างเต็มที่ ถือเป็นการโชว์สินค้า แชร์เทคโนโลยี และนำไปต่อยอดต่อไปได้ หากใครมีความสนใจหรือต้องการพัฒนาสินค้าต่างๆ สามารถติดต่อไปได้ที่มหาวิทยาลัยใกล้บ้าน เราพร้อมให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยี การตลาด การจัดการ เพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มศักยภาพการจัดจำหน่ายในช่องทางออนไลน์ให้ด้วย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนได้เป็นผู้ประกอบการมืออาชีพในอนาคต” 

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่นำมาแสดงที่งาน “U2T For BCG to Smart City : กาลครั้งหนึ่งเมื่อสินค้าชุมชนบุกเมือง” ที่ลานกิจกรรม Zpotlight ศูนย์การค้า Zpell @ ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ครั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังในการนำผลิตภัณฑ์เด่นของแต่ละจังหวัด ภายใต้โครงการ U2T FOR BCG ที่ 3 สถาบันการศึกษา ประกอบด้วย  มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้นำองค์ความรู้ ด้านนวัตกรรมต่างๆ ไปประยุกต์ใช้กับชุมชนผ่านรูปแบบต่างๆ อาทิ การอบรม สาธิตการทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ สอนด้านการตลาด รวมถึงการจัดจำหน่ายสินค้า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยงานแสดงสินค้าเหล่านี้จะจัดขึ้นในจังหวัดเป้าหมายหลัก ตลอดเดือน มกราคม – มีนาคม 2566

จากพิพิธภัณฑ์มีชีวิตสู่‘เรือนวราพร’พร้อมเปิดตัวในงาน Bangkok Design Week 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/707483

จากพิพิธภัณฑ์มีชีวิตสู่‘เรือนวราพร’พร้อมเปิดตัวในงาน Bangkok Design Week 2023

จากพิพิธภัณฑ์มีชีวิตสู่‘เรือนวราพร’พร้อมเปิดตัวในงาน Bangkok Design Week 2023

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิอินสาท-สอาง และ มูลนิธิหมอฟรานซีส คริสเตียน เชิญชวนคนไทยร่วมเปิด “เรือนวราพร” พื้นที่สีเขียวเล็กๆ เพื่อชุมชนในซอยเจริญกรุง 43 และที่ทำการของมูลนิธิฯ เพื่อระลึกถึง “อาจารย์วราพร สุรวดี” ผู้ก่อตั้ง “พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก” แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมท้องถิ่นและวิถีชีวิตของชาวบางกอกในช่วงพ.ศ.2470-2500 ภายในงาน Bangkok Design Week 2023 ระหว่างวันที่ 4-12 กุมภาพันธ์ 2566

หลังจากส่งมอบ พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก” ให้กรุงเทพมหานครฯ เมื่อปี พ.ศ.2547 มูลนิธิฯ ได้สานต่อเจตนารมณ์ของอาจารย์วราพรในการเผยแพร่ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม โบราณคดี พุทธศาสนา สาธารณสุข ตลอดจนสนับสนุนกิจการเพื่อคุณภาพชีวิตและมลภาวะ และร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ต่อไป

ภายหลังจากการสูญเสียอาจารย์วราพร ในวัย 82 ปี เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2560 ทั้งสองมูลนิธิฯ ได้ร่วมกันดำเนินการก่อสร้างเรือนวราพรขึ้นอย่างเรียบง่ายทว่าร่มรื่นสบายตา บนพื้นที่ขนาด105 ตารางวา ผืนดินที่อาจารย์วราพรและคนไทยร่วมกันบริจาคเงินซื้อที่ดินมูลค่า 40 ล้านบาท เพื่อยุติการก่อสร้างอาคารสูง 8 ชั้น อันจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกอย่างมาก โดยอาจารย์วราพรได้ใช้เงินส่วนตัว30 ล้านบาท และยอดบริจาคจากคนไทยทั้งประเทศกว่า 10 ล้านบาท(ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน) กลายเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความหวงแหนของคนไทยที่มีต่อมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยแรงบันดาลใจนั้นนำไปสู่การก่อสร้าง “เรือนวราพร” ที่คนไทยต่างก็เป็นเจ้าของพื้นที่สีเขียวเล็กๆ แห่งนี้ร่วมกัน

มูลนิธิฯจะจัดแสดงนิทรรศการเพื่อบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเรือนวราพรไว้อย่างเรียบง่าย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เมือง-มิตร-ดี” สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของย่านการค้าเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ผสมผสานความเป็นพหุวัฒนธรรมของย่านเจริญกรุงตลาดน้อย ทรงวาด และพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างมีเสน่ห์และร่วมสมัย โดยมี “กุลยา กาศสกุล” กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิอินสาท-สอาง และมูลนิธิหมอฟรานซีส คริสเตียน เป็นภัณฑารักษ์

ผู้สนใจสามารถเข้าชมเรือนวราพรได้ ภายในงาน Bangkok Design Week 2023 ระหว่างวันที่ 4-12 กุมภาพันธ์ 2566 ติดกับพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกในซอยเจริญกรุง 43 หลังจากนั้นทางมูลนิธิฯ จะดำเนินการก่อสร้างพร้อมตกแต่งให้สมบูรณ์ หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง https://www.facebook.com/BkkMuseum

ฉลองตรุษจีน มอบความสุข ความรัก ความโชคดี ตระการตากับโชว์ยิ่งใหญ่สุดประทับใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/707457

ฉลองตรุษจีน มอบความสุข ความรัก ความโชคดี  ตระการตากับโชว์ยิ่งใหญ่สุดประทับใจ

ฉลองตรุษจีน มอบความสุข ความรัก ความโชคดี ตระการตากับโชว์ยิ่งใหญ่สุดประทับใจ

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และดิ เอ็มควอเทียร์ ร่วมกับ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนต้อนรับปีเถาะทองคำ จัดงาน “เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ แฮปปี้ ไชนีส นิวเยียร์” มอบความสุข ความรัก ความโชคดีให้กับทุกๆ คน พบกับเทพมังกรฟ้าประทานพร สูงกว่า 10 เมตร พร้อมชมโชว์พิเศษสุดประทับใจด้วยบทเพลง และความตระการตาของแสง สี เสียง ในบรรยากาศคลาสสิก โมเดิร์นไชนีส ยุค 60พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารระดับจักพรรดิจันทรา รวบรวมกว่า 30 ร้านดังระดับตำนานจากทั่วฟ้าเมืองไทย และเสริมความมั่งมีศรีสุขกับอาหารมงคล พร้อมกิจกรรมอีกมากมาย ที่ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์

สุธาวดี ศิริธนชัย กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ กล่าวว่า งานนี้จัดขึ้นเพื่อมอบความสุข ความรัก ความโชคดีให้กับทุกๆ คน รังสรรค์ เทพมังกรฟ้าประทานพร สูงกว่า 10 เมตร และกระต่ายมงคลสีชมพูสดใสร่วมอำนวยพร โชคดี ร่ำรวย สุขภาพดีเพื่อเป็นมงคลกับทุกคน พร้อมตระการตากับการแสดง เดอะพิ้งเพอรี่ตี้ อีร่า ออฟ เดอะดราก้อน คิงดอม ในบรรยากาศคลาสสิก โมเดิร์นไชนีส ยุค 60 เนรมิตเอ็มควอเทียร์ พาร์ค เป็นคลับหรู พร้อมบทเพลงจีนสุดประทับใจที่ขับขานโดย ดาราสุดฮอต ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร, หญิง-รฐา โพธิ์งาม ร่วมด้วยศิลปินชั้นนำ ลูกหว้า-พิจิกา,วง Vietrio และวงซิสเตอร์ไทม์ พร้อมแสงสีตระการตาสร้างความประทับใจให้กับผู้บริหารและแขกที่มาร่วมชมการแสดงทุกๆ คน

ภายในงานยังได้เพลิดเพลินกับ เดอะมาเวลรัส ลูน่าร์ มาร์เก็ต อิ่มอร่อยกับอาหารระดับจักพรรดิจันทรารวบรวมกว่า 30 ร้านดังระดับตำนานจากทุกสารทิศมาไว้ที่เดียว ก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกคุณประนอม, ขนมจีบต้มเฮียเสก, JIANBING THAILAND ตำนานเครปจีน, ขาหมูต้มถั่วกระทะทองและเชฟซ้ง ก๋วยเตี๋ยวหลอดระดับตำนาน เป็นต้น พร้อมเลือกชิมชาสุดพรีเมียม “Miracle Of Teaมหัศจรรย์แห่งชา” จาก AKAYA ต้อนรับปีกระต่ายทองไฮไลท์สุดพิเศษ ชาสุ่มดอกไม้บานที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก 4 สาวงามในตำนานของเมืองจีน หอมกลิ่นดอกไม้ สวยงามและสุขภาพดีจากดอกลิลลี่ กุหลาบ ดอกมะลิและเก๊กฮวย ป้องกันเส้นเลือดอุดตัน ลดไขมัน บรรจุในชุดโถชาเพ้นท์ลายสีส้มสดใส และชุดชากระต่ายมงคล ชาผู่เอ่อร์สุก 10 ปี ไข่มุกมังกรสุดยอดชาอายุวัฒนะที่ผ่านกรรมวิธีบ่มเป็นชาสุก นอกจากนั้น ยังพบกับชุดชาจักรพรรดิ สุขภาพดีด้วยชาตำรับจักรพรรดิของเมืองจีน และผลิตภัณฑ์สุขภาพอีกมากมาย เสริมความมั่งมีศรีสุขกับสุดยอดเมนูอาหารมงคลใน เอ็มไดนิ่ง ไชนีส อัสพิเชียส คูซีน มอบความมงคลผ่านวัตถุดิบทรงคุณค่า จากร้านอาหารชื่อดังภายในศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และดิ เอ็มควอเทียร์ เช่น Hong Bao, Man Fu Yuan Kitchen, Four Seasons, Lukkaithong, Kub Kao Kub Pla และ Laem Charoen Seafood เป็นต้น จัดถึง 31 มกราคม 2566 ที่ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์

เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ผู้บริหารเอ็มดิสทริค และ ธีรวัฒน์
ตรีรัตน์ดิลกกุล ผู้บริหารธนาคารยูโอบี ประเทศไทย

เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ผู้บริหารเอ็มดิสทริค และ ธีรวัฒน์ ตรีรัตน์ดิลกกุล ผู้บริหารธนาคารยูโอบี ประเทศไทย

ศุภลักษณ์ อัมพุช และ อิทธิฤทธิ์ รัตนทารส อัมพุช

ศุภลักษณ์ อัมพุช และ อิทธิฤทธิ์ รัตนทารส อัมพุช

อรทิรา ภาคสุวรรณ และ สุธาวดี ศิริธนชัย

อรทิรา ภาคสุวรรณ และ สุธาวดี ศิริธนชัย

พล.ท.ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ และ จรรยา สว่างจิตร

พล.ท.ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ และ จรรยา สว่างจิตร

สุดถนอม กรรณสูต

สุดถนอม กรรณสูต

การแสดง “เดอะ พิ้งเพอรี่ตี้ อีร่า ออฟ เดอะดราก้อน คิงดอม”
โดย ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร และ หญิง-รฐา โพธิ์งาม

การแสดง “เดอะ พิ้งเพอรี่ตี้ อีร่า ออฟ เดอะดราก้อน คิงดอม” โดย ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร และ หญิง-รฐา โพธิ์งาม

โครงการ‘ปันนํ้าใส ด้วยนํ้าใจไทยประกันชีวิต’ส่งเสริมคุณภาพชีวิตชุมชนไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/707453

โครงการ‘ปันนํ้าใส ด้วยนํ้าใจไทยประกันชีวิต’ส่งเสริมคุณภาพชีวิตชุมชนไทย

โครงการ‘ปันนํ้าใส ด้วยนํ้าใจไทยประกันชีวิต’ส่งเสริมคุณภาพชีวิตชุมชนไทย

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปัจจุบันสถานศึกษาและชุมชนในท้องถิ่นทุรกันดารยังคงประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาดทั้งในการอุปโภคและบริโภค บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เป็นบริษัทที่มุ่งดำเนินธุรกิจด้วยการสร้างความยั่งยืนผ่านการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชนและสังคม ควบคู่กับการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้องค์กร ตามวิสัยทัศน์การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน บริษัทจึงได้จัดโครงการ “ปันน้ำใส ด้วยน้ำใจไทยประกันชีวิต”มอบโรงเรือนกรองน้ำดื่มสะอาดแก่โรงเรียน ตำรวจตระเวนชายแดน 8 แห่งทั่วภูมิภาค

โครงการ “ปันน้ำใส ด้วยน้ำใจไทยประกันชีวิต” มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียน และบุคลากรในโรงเรียน รวมถึงคนในชุมชนได้มีน้ำดื่มที่สะอาดถูกหลักอนามัย สามารถใช้ในการอุปโภคและบริโภคได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว โดยบริษัทได้ดำเนินการส่งมอบโรงเรือนกรองน้ำสะอาดแก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 8 แห่ง ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดนหลวงประกอบนิติสารและท่านผู้หญิงถวิล บ้านคลิตี้ล่าง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี, โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านไทยเสรี อำเภอเซกาจังหวัดบึงกาฬ, โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนปูนอินทรี 50 ปี (บ้านห้วยกระแสน) อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ, โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหางแมว อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี, โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนมหาราช 1 อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา, โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา, โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่ลอง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านดอยล้าน อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย พร้อมกันนี้ทีมฝ่ายขายจิตอาสาไทยประกันชีวิตยังได้ร่วมลงพื้นที่จัดกิจกรรมสันทนาการ และมอบสิ่งของจำเป็นต่างๆ อาทิ ทาสีโรงอาหาร ปลูกต้นไม้ มอบทุนการศึกษา มอบอุปกรณ์การเรียนและกีฬา จัดเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตเยาวชนในแต่ละพื้นที่อีกด้วย

ไทยประกันชีวิตมุ่งส่งมอบคุณค่าตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนบน 3 ด้านหลัก คือ Environment Social และ Governance หรือ ESG ผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยโครงการปันน้ำใส ด้วยน้ำใจไทยประกันชีวิต เป็นหนึ่งในโครงการที่เสริมสร้างสังคม (Social) ของบริษัทขณะเดียวกันไทยประกันชีวิตยังมุ่งปลูกฝังบุคลากรในการสร้างคุณค่าให้แก่ตนเองในฐานะ “ผู้ให้” และร่วมส่งต่อคุณค่าให้กับสังคมไทยต่อไป

ระดมทุนจัดหา‘กล่องมหัศจรรย์’ ให้กับเด็กกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/707459

ระดมทุนจัดหา‘กล่องมหัศจรรย์’ ให้กับเด็กกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ

ระดมทุนจัดหา‘กล่องมหัศจรรย์’ ให้กับเด็กกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร เฟรนด์ออฟยูนิเซฟ จับมือยูนิเซฟระดมทุนเพื่อจัดส่ง กล่องมหัศจรรย์ ซึ่งบรรจุอุปกรณ์การเรียนรู้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญาให้กับเด็กๆ กลุ่มเปราะบางทั่วประเทศไทย

เป๊ก-ผลิตโชค กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาเด็กปฐมวัยว่า“หกปีแรกของชีวิตเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดเพราะฉะนั้นเราต้องทำทุกอย่างเพื่อช่วยให้เด็กๆ ได้กินอาหารที่มีประโยชน์ ได้เล่นสนุก และได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรักและการดูแลเอาใจใส่จากคนรอบข้าง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของพวกเขาอย่างเต็มที่ แต่น่าเสียดายที่เด็กหลายล้านคนในประเทศไทยยังขาดอุปกรณ์การเรียนรู้และการสนับสนุนที่จะช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้และพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ”

ผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทยในปี 2562 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติและยูนิเซฟ พบว่า เด็กเล็ก 6 ใน 10 คน ในประเทศไทย (หรือประมาณ 2.8 ล้านคน) มีหนังสือเด็กที่บ้านไม่ถึง 3 เล่ม ในขณะที่มีเด็กเพียง 2 ใน 10 คนเท่านั้น (หรือประมาณ 860,000 คน) ที่มีของเล่นที่บ้าน นอกจากนี้มีพ่อเพียง 3 ใน 10 คน ที่ทำกิจกรรมกระตุ้นการเรียนรู้กับลูกที่บ้าน

กล่องมหัศจรรย์จากยูนิเซฟจะบรรจุหนังสือ ของเล่น สื่อการเรียนรู้ และคู่มือสำหรับผู้ปกครองในการกระตุ้นการเรียนรู้ของลูกผ่านการทำกิจกรรมหรือการเล่นเกมง่ายๆ กับลูก โดยในปีนี้ยูนิเซฟจะจัดส่งกล่องมหัศจรรย์ อย่างน้อย 7,000 กล่อง ให้กับเด็กกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ รวมถึงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบใน 23 จังหวัด เพื่อช่วยให้เด็กทุกคนได้เริ่มต้นชีวิตอย่างเท่าเทียม

เป๊กกล่าวเสริมว่า “กล่องมหัศจรรย์จะช่วยให้เด็กๆ ไม่สะดุด ได้เรียนรู้และฝึกทักษะอย่างต่อเนื่องเวลาอยู่ที่บ้านไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาปกติหรือในเวลาที่ยากลำบาก เช่น การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้องปิดลงชั่วคราว”

“มาร่วมกับผมและยูนิเซฟนะครับ มาเป็นผู้บริจาครายเดือนหรือสนับสนุนโครงการกล่องมหัศจรรย์ เพื่อจัดหาของเล่นและอุปกรณ์การเรียนรู้ให้กับเด็กกลุ่มเปราะบาง เพื่อช่วยให้เด็กทุกคนได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะที่สำคัญอย่างเต็มที่ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนก็ตาม”

ชมวีดีโอเป๊กในโครงการกล่องมหัศจรรย์ได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=FyUHgKim1Uw บริจาค 100 บาท ร่วมจัดซื้อกล่องมหัศจรรย์ พิมพ์ M9 ส่ง SMS มาที่ 4712225 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.unicef.or.th/play

กลับมาแล้ว !!! เทศกาลริมนํ้ากรุงเทพแห่งปี‘Bangkok Riverside Fest’ นำเสนอเสน่ห์และวัฒนธรรมท้องถิ่น ระดมทุนเพื่อบริจาคให้ช้างในประเทศไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/707482

กลับมาแล้ว !!! เทศกาลริมนํ้ากรุงเทพแห่งปี‘Bangkok Riverside Fest’  นำเสนอเสน่ห์และวัฒนธรรมท้องถิ่น ระดมทุนเพื่อบริจาคให้ช้างในประเทศไทย

กลับมาแล้ว !!! เทศกาลริมนํ้ากรุงเทพแห่งปี‘Bangkok Riverside Fest’ นำเสนอเสน่ห์และวัฒนธรรมท้องถิ่น ระดมทุนเพื่อบริจาคให้ช้างในประเทศไทย

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลับมาสร้างสีสันความสนุกอีกครั้งกับ Bangkok Riverside Fest หรือเทศกาลริมน้ำกรุงเทพ ประจำปี 2566 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ ณ ลานจัดงานริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้กับโรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ รีสอร์ท (Anantara Riverside Bangkok Resort) มาพร้อมกับกิจกรรมมากมายสำหรับทุกครอบครัว ชวนทุกคนมาเดินเลือกซื้อสินค้าจากร้านไอจี สนุกไปกับคอนเสิร์ตและดีเจที่จะมาเล่นเพลงสดให้ได้โยกไปตามจังหวะ รับประทานอาหารและเครื่องดื่มแสนอร่อย พร้อมเชียร์การแข่งขันเรือสุดมันส์ ระดมทุนเพื่อบริจาคให้แก่โครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับช้างในประเทศไทย

ไฮไลต์ที่ทำให้เทศกาลริมน้ำกรุงเทพโดดเด่นไม่เหมือนใคร เริ่มที่ การแข่งขันเรือยาวช้างไทย จุดเด่นของงานคือ การร่วมชมแชมป์ปัจจุบันแข่งพายเรือหางยาวกับผู้เข้าแข่งขันอีก 7 ทีม ท่ามกลางบรรยากาศสุดตื่นเต้น ซึ่งจะประกาศรางวัลผู้ชนะเลิศช่วงเย็นของวันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566

ดนตรี ร่วมโยกไปตามจังหวะกับดีเจที่จะมาเล่นเพลงสด และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังของไทย ในวันศุกร์พบกับ PiXXiE, POLYCAT และ VIOLETTE WAUTIER วันเสาร์พบกับ MEAN, LIPTA และ 4EVE ปิดท้ายคืนวันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566 ด้วย Patrickananda และ Wanyai Feat. Mon Monik

เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง เทศกาลริมน้ำกรุงเทพพร้อมต้อนรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว ในทุกช่วงวัย รวมถึงเหล่าน้องหมาเพราะมีพื้นที่กว้างขวางให้น้องหมาได้วิ่งเล่นมากมาย การพายเรือคายัคและบอร์ดยืนพายเพลิดเพลินไปกับการรับชมลีลาการพายเรือคายัคและบอร์ดยืนพายของเหล่ามืออาชีพทั้งหลายและห้ามพลาดที่จะร่วมลุ้นเชียร์ไม่ให้พวกเขาพลาดตกน้ำ

การแข่งเรือชักเย่อ สนุกไปกับการชมเกมการแข่งขันพายเรือแบบชักเย่อที่มันส์สุดเหวี่ยง และเตรียมหลบน้ำกระเซ็นไว้ให้ดี โซนอาหารแสนอร่อย อิ่มท้องไปกับตัวเลือกร้านอาหารมากมายทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติจากร้านอาหารชื่อดังทั่วประเทศพร้อมเชฟร้านดังในกรุงเทพฯ ลานเครื่องดื่มผู้ร่วมงานสามารถนั่งพักพร้อมดื่มด่ำไปกับเครื่องดื่มมากมายท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ เที่ยวชมร้านดังจากไอจีกว่า 36 ร้านและเลือกซื้อสินค้ามากมาย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า สินค้างานฝีมือและของที่ระลึกต่างๆ เพื่อสนับสนุนช่างฝีมือไทยและธุรกิจขนาดย่อม เด็กๆ ก็สนุกได้ไปกับการทำว่าวจากสมาคมกีฬาว่าวไทยจุฬา หรือจะกระโดดโลดเล่นบนแทรมโพลีน และสนุกไปกับสนามซอฟท์บอลที่เพลย์โซน กิจกรรมเพื่อสังคม เที่ยวสนุกและทำความดีเพื่อสังคมไปพร้อมกัน เทศกาลริมน้ำกรุงเทพครั้งนี้มุ่งเน้นในการนำเสนอเสน่ห์และวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมร่วมระดมทุนเพื่อบริจาคให้แก่โครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับช้างในประเทศไทย

สอบถามข้อมูลและซื้อบัตรเข้าร่วมงาน Bangkok Riverside Fest เทศกาลริมน้ำกรุงเทพ ได้ที่ www.bangkokriversidefest.comหรือสำรองที่พัก อนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯรีสอร์ท ได้ที่ www.anantara.com/en/riverside-bangkok/offers

‘รติ ไอร้อนทราย’ส่งต่อสุขภาพดีด้วย‘ออกซิเจนบูสเตอร์’ ออกซิเจนเสริมบรรจุกระป๋องเข้มข้น 95% ตัวช่วยฟื้นฟูระดับออกซิเจนในร่างกาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/707477

‘รติ ไอร้อนทราย’ส่งต่อสุขภาพดีด้วย‘ออกซิเจนบูสเตอร์’  ออกซิเจนเสริมบรรจุกระป๋องเข้มข้น 95% ตัวช่วยฟื้นฟูระดับออกซิเจนในร่างกาย

‘รติ ไอร้อนทราย’ส่งต่อสุขภาพดีด้วย‘ออกซิเจนบูสเตอร์’ ออกซิเจนเสริมบรรจุกระป๋องเข้มข้น 95% ตัวช่วยฟื้นฟูระดับออกซิเจนในร่างกาย

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เทรนด์ดูแลสุขภาพมาแรงอย่างต่อเนื่อง สตาร์ทอัพหนุ่มรุ่นใหม่นายรติ ไอร้อนทราย กรรมการผู้จัดการ และ CEO บริษัท ไบโอรอว์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายออกซิเจนเสริมบรรจุกระป๋องเข้มข้น 95% รายแรกของประเทศไทย เปิดตัว “ออกซิเจนบูสเตอร์ (Oxygen Booster)” ตัวช่วยฟื้นฟูระดับออกซิเจนในร่างกายได้อย่างรวดเร็วได้รับออกซิเจน 5 เท่าของอากาศทั่วไป ผลิตจากออกซิเจนเข้มข้น 95%จากบริษัทผู้ผลิตออกซิเจนทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียงของประเทศเยอรมนี และเป็นแบรนด์แรกในเอเชียที่ผ่านการรับรองมาตรฐานค่าออกซิเจนจากสถาบันวิจัย Atlantic Analytical Laboratory ประเทศสหรัฐอเมริกา ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย รวมถึงคนรักสุขภาพ ทุกเพศ ทุกวัย คุณแม่ ตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีอาการหลังโควิด (Post Covid)

นายรติ ไอร้อนทราย กรรมการผู้จัดการ และ CEO บริษัท ไบโอรอว์ จำกัด กล่าวว่า “เรารู้ดีว่าร่างกายของมนุษย์ขาดออกซิเจนไม่ได้ เพราะออกซิเจนเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างพลังงานให้เซลล์ต่างๆ ของร่างกายโดยเฉพาะสมอง เมื่อเซลล์ในร่างกายได้รับปริมาณออกซิเจนไม่เพียงพอ สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณได้นั่นคือเหตุผลที่จุดประกายให้เราก่อตั้งขึ้นในปี 2563 เพื่อผลิตและจัดจำหน่ายออกซิเจนเสริมบรรจุในกระป๋อง ภายใต้แบรนด์ “ออกซิเจนบูสเตอร์ (Oxygen Booster)” เป็นรายแรกของประเทศไทยเพื่อเป็นทางเลือกในการช่วยคืนความสดชื่นให้ร่างกายอย่างรวดเร็ว ด้วยออกซิเจนเข้มข้นถึง 5 เท่าของอากาศทั่วไป”

“เราเป็นบริษัท Start Up สัญชาติไทย หลังจากที่เราสำรวจตลาดผลิตภัณฑ์ออกซิเจนเสริมในประเทศไทย พบว่า มีการนำเข้าจากประเทศจีนและไต้หวันมาจำหน่าย ซึ่งมาตรฐานยังไม่เทียบเท่าผลิตภัณฑ์ออกซิเจนเสริมบรรจุในกระป๋องที่ผลิตในสหรัฐอเมริกา และยุโรป เราอยากให้คนไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ จึงตัดสินใจผลิตออกซิเจนบูสเตอร์ โดยใช้ออกซิเจนจากบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ที่ได้มาตรฐานระดับโลกและเป็นเกรดเดียวกับที่โรงพยาบาลชั้นนำเลือกใช้ บรรจุโดยการบวนการผลิตที่ผ่านการรับรอง GMP จากคณะกรรมการอาหารและยา รวมไปถึงบรรจุภัณฑ์กระป๋องอะลูมิเนียมที่ได้มาตรฐานสูง ปลอดภัยจากการปนเปื้อนต่างๆ และสามารถคงความเข้มข้นของออกซิเจนได้ตลอดระยะเวลา 3 ปี จากความทุ่มเทอย่างหนักของเราทำให้ ออกซิเจนบูสเตอร์ (Oxygen Booster) ผ่านการรับรองมาตรฐานค่าออกซิเจนเข้มข้น 95% จากสถาบันวิจัย Atlantic Analytical Laboratory ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นแบรนด์แรกในเอเชีย”

สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันของผลิตภัณฑ์ออกซิเจนเสริม คือความสะดวกในการใช้งาน ขณะที่ร่างกายต้องการออกซิเจนแบบฉับพลันทันใด ออกซิเจนบูสเตอร์ (Oxygen Booster) ได้ออกแบบมาให้มีฝาครอบเป็นหน้ากากในตัว สะดวกในการใช้เพียงแค่นิ้วกด และออกแบบโค้งเว้าให้รับกับรูปหน้า ซึ่งบริษัทได้ยื่นจดสิทธิบัตรเพื่อคุ้มครองการออกแบบในส่วนของฝาครอบหน้ากากในตัวเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ในอนาคตอาจมีคู่แข่งใหม่ในตลาด แต่รูปแบบดีไซน์ไม่สามารถลอกเลียนได้ และชิ้นส่วนพลาสติกที่เป็นส่วนประกอบทั้งหมดเป็นชนิดเดียวกับที่ใช้บรรจุอาหาร (Food Grade)

“เรามุ่งหวังให้ออกซิเจนบูสเตอร์เป็นสินค้าสำหรับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัยเหมือนน้ำดื่ม คือแม้จะเป็นสิ่งที่สามารถได้มาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ แต่ขณะเดียวกันก็มีทางเลือกให้สามารถซื้อมาใช้เสริมในชีวิตประจำวัน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้เช่นกัน”

ใครที่สามารถใช้ออกซิเจนบูสเตอร์ (Oxygen Booster) ได้บ้าง? นักกีฬาผู้ชื่นชอบการออกกำลังกาย นักท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ชื่นชอบกิจกรรมผจญภัยผู้ที่พร่องออกซิเจนหลังดำน้ำ ผู้มีอาการหลังโควิดหรือหายใจไม่อิ่มผู้สูงอายุ คุณแม่ที่มีอาการหายใจไม่อิ่มจากการตั้งครรภ์ ผู้ที่คร่ำเคร่งกับงานจนสมองเหนื่อยล้า หรือใส่หน้ากากอนามัยนานเกินไปจนหายใจไม่เต็มที่ เผชิญมลภาวะ หรือ PM2.5 นอนกรน ตื่นมาไม่สดชื่น หรือแม้แต่เป็นตัวช่วยในภาวะฉุกเฉิน

“เราสามารถบูสต์ออกซิเจนระหว่างวันได้เรื่อยๆ เพื่อคืนความสดชื่นและความตื่นตัวให้กับร่างกาย ช่วงแรกเราเปิดตัวกับกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายเป็นกลุ่มเป้าหมายแรก เนื่องจากผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลัง หรือนักกีฬา มีความรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญของออกซิเจนต่อการเพิ่มศักยภาพการเล่นกีฬาได้ โดยเฉพาะช่วงวินาทีที่หมดแรง การเติมออกซิเจนเสริมจะช่วยให้หายเหนื่อยได้เร็วขึ้น มีแรงพร้อมไปต่อได้จนจบเกมการแข่งขัน”

ที่ผ่านมา ออกซิเจนบูสเตอร์ (Oxygen Booster) ได้รับการยอมรับจากบุคคลที่มีชื่อเสียงในกลุ่มผู้รักการออกกำลังกายและแวดวงกีฬา อาทิ มร.ราฟาเอล มอนเตโร ผู้เชี่ยวชาญด้าน Fitness Training ของทีมชาติไทยและพรีเมียร์ลีก สโมสรฟุตบอลราชบุรี เอฟซี นักปั่นจักรยานทีมชาติไทยนักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งทีมชาติไทยนักมวย และสำนักงานการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เป็นต้น และกำลังขยายตัวเข้าสู่นักกีฬาหรือผู้ชื่นชอบกีฬาแบดมินตัน เทนนิส จักรยาน และวิ่งนอกจากนี้ ออกซิเจนบูสเตอร์ (Oxygen Booster) ยังได้รับความไว้วางใจจาก Under Armour แบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาระดับโลก ให้เป็นตัวช่วยผู้เข้าร่วมในการแข่งขัน Cross Fit Combine เมื่อเดือนตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา รวมทั้งร่วมเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการแข่งขันบาสเกตบอลเยาวชนนานาชาติ 2566 (INTERNATIONAL YOUTH BASKETBALL CHAMPIONSHIP 2023) ซึ่งจะจัดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศไทยระหว่างวันที่ 8-11 เมษายน 2566

“ปีนี้เราตั้งใจจะส่งต่อสุขภาพดีด้วยออกซิเจนบูสเตอร์ (Oxygen Booster) ไปยังกลุ่มคุณแม่ตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีอาการหลังโควิด (Post COVID) ซึ่งส่วนใหญ่จะมีภาวะหายใจไม่อิ่ม ส่งผลให้เหนื่อยง่าย และไม่กระปรี้กระเปร่า และท้ายที่สุดคือทุกคนที่ต้องสวมหน้ากากอนามัยออกจากบ้านกันทุกวัน ไม่ว่าจะสวมหน้ากากเพราะป้องกันโควิด-19 หรือป้องกัน PM2.5 หากสวมหน้ากากอนามัยนานเกินกว่า 30 นาที จะเริ่มรู้สึกมึนงง ไม่สดชื่น เนื่องจากได้รับออกซิเจนไม่เต็มที่ หากมีระดับออกซิเจนที่ดีอยู่ตลอดเวลา ก็จะเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพที่ดีระดับเซลล์ โดยเฉพาะเซลล์สมอง ดังนั้น การมีออกซิเจนเสริมที่สามารถหยิบใช้ได้สะดวกตลอดเวลา จะเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่ดีต่อสุขภาพ ในยุคที่เรายังต้องระวังตัวเองจากโควิด”

ปัจจุบัน ออกซิเจนบูสเตอร์ (Oxygen Booster) วางจำหน่ายที่ Supersports, Ari Shop, CCM Thailand บนเว็บไซต์ www. oxygen-booster.com และร้านค้าออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มหลัก ทั้ง Shopee, Lazada และ Line My Shop เป็นต้น หรือที่ FB : Oxygen Booster : ออกซิเจนบูสเตอร์