รองฯกรมข้าวตรวจเยี่ยม ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชลบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706200

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมการข้าว พร้อมคณะลงพื้นที่ตามแผนการตรวจติดตามกำกับงานตามนโยบายกรมการข้าว เข้าตรวจรับทราบผลการดำเนินงานของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชลบุรี โดยมี น.ส.ฑิฆัมพร สุทธิฤทธิ์ ผอ.ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชลบุรี พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ภายในศูนย์ฯ คอยต้อนรับ

ในการนี้ รองอธิบดีกรมการข้าวได้รับฟังผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรคในการทำงาน รวมถึงข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหาโครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว โครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ โครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้า กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วยการปฏิบัติที่ดี (GAP Seed) โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการหลวง พร้อมกับมอบนโยบายการทำงานในโครงการแผนงานผลิตเมล็ดพันธุ์ และให้กำลังใจแก่ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยเน้นย้ำให้บุคลากรทุกคนปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มกำลังสติปัญญาและความสามารถ รวมทั้งยึดมั่นในประโยชน์ที่พี่น้องชาวนา จะได้รับเป็นหลัก

กยท.ขานรับยุทธศาสตร์ยางพารา20ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706197

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า ปัจจุบันภาคธุรกิจต่างๆ ให้ความสำคัญในเรื่องสังคมและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่หันมาเลือกใช้สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมที่มีความเหมาะสม ซึ่งรวมถึงสินค้าและผลิตภัณฑ์ในกลุ่มยางพารา อย่างเช่นกลุ่มบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ของโลก และกลุ่มผู้ซื้อในหลายประเทศที่มีนโยบายการรับซื้อน้ำยาง ผลิตภัณฑ์ยางและไม้ยางที่ได้จากสวนยางพาราที่ผ่านการรับรองการจัดการภายใต้มาตรฐานการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน (Forest Stewardship Council : FSCĬ) กยท.จึงเดินหน้าส่งเสริมสวนยางพาราของไทยให้เข้าสู่ระบบการรับรองป่าไม้ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ยางพารา ระยะ 20 ปี ทั้งการรับรองป่าไม้ (Forest Certification)แบ่งเป็น การรับรองการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน (Forest Management Certification : FM) และการรับรองกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์จากไม้และการค้า (Chain of Custody Certification : CoC) จึงครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการปลูกสร้างสวนยาง เก็บเกี่ยวแปรรูป จนถึงการซื้อ-ขายผลิตภัณฑ์จากยางพาราผ่านระบบตลาดยางพาราของ กยท.และหน่วยธุรกิจ ถือเป็นการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมยางพาราอย่างครบวงจร ที่คำนึงถึงการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย

“ตลาดกลางยางพาราของ กยท.และตลาดเครือข่ายตลาดกลางยางพาราทั่วประเทศ จะเป็นช่องทางซื้อขายระหว่างผู้ซื้อกับเกษตรกร สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางที่ผลิตยางตามมาตรฐาน FSCĬ โดย กยท.จะเข้าไปมีส่วนช่วยหาตลาดรองรับผลผลิตยางของเกษตรกรด้วย เบื้องต้น มีหลายบริษัทให้ความสนใจและแจ้งยอดสั่งซื้อผ่าน กยท.มาแล้ว กว่า 10,000 ตัน” นายณกรณ์ กล่าว

ว่าที่ สส.ตราด หาเสียงก่อนยุบสภาคึกคัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706198

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.ตราดก่อนหมดวาระอีก 2 เดือนเริ่มคึกคัก และลงตัวในเรื่องของผู้สมัครในแต่ละพรรคการเมือง โดยขณะนี้ มี 5-6 พรรคการเมืองเริ่มเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก โดยพรรคเพื่อไทยที่มีนายทินวัฒน์ เจียมอุย รองนายกอบจ.ตราด เป็นว่าที่ผู้สมัครในการเลือกตั้งครั้งนี้กำลังปรับอาคารของโรงแรมเหลายาอินแลนด์มาใช้เป็นศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทยจังหวัดตราด และนำป้ายหาเสียงประชาสัมพันธ์นโยบายของพรรคเพื่อไทยที่มีภาพของ นางสาวพินทองธาร ชินวัตรอยู่ในหลายนโยบายทั้งเรื่องการปราบปรามยาเสพติดและการให้ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท ซึ่งติดตามเส้นทางสายสำคัญของจังหวัดตราดและในทุกอำเภอด้วย

ขณะที่นายวศิน พงษ์ศิริ ว่าที่ผู้สมัคร สส.ตราด จากพรรคภูมิใจไทย นำป้ายของพรรคภูมิใจไทยมาติดตามถนนสายต่างๆ โดยเน้นในเรื่องการพักชำระหนี้ 3 ปี หยุดต้นปลอดดอกเบี้ย คนละ 1 ล้านบาท ซึ่งติดตั้งมาก่อนที่พรรคเพื่อไทย และมีสติ๊กเกอร์ติดผนังและรถยนต์ที่เขียนข้อความนโยบายของพรรคภูมิใจไทยได้แจกจ่ายไปตามฐานคะแนนของพรรคภูมิใจไทยกว่า 5,000 ใบขณะเดียวกันพยายามผลักดันโครงการขนาดใหญ่ของจังหวัดตราด เช่น การสร้างอ่างเก็บน้ำคลองแอ่งจนสำเร็จ การผลักดันให้มีการก่อสร้างสะพานข้ามเกาะช้าง และโครงการอื่นๆ ในจังหวัดตราดอีกหลายโครงการ และยังตั้งศูนย์ประสานงานของพรรคภูมิใจไทยในตำบลสังกระแจะอีกด้วย

ส่วนนายกิตติธัช ไชยอรรถ ว่าที่ผู้สมัครสส.ตราดของพรรคพลังประชารัฐ หลังจากลาออกจากพรรคสร้างอนาคตไทย และมาสมัครในพรรคพลังประชารัฐ และได้รับการคัดเลือกให้ลงสมัครสส.ตราดในนามพรรคพลังประชารัฐ ได้ออกหาเสียงและพบกับประชาชนในจังหวัดตราดทันทีพร้อมนำป้ายประชาสัมพันธ์ของพรรคพลังประชารัฐที่มี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค รวมอยู่ด้วยมาติดประกบกับพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีจำนวนไม่แตกต่างกัน

ขณะที่นายประทีป เลขาพันธ์ ที่เดิมสังกัดพรรคพลังประชารัฐ โดยผ่านกลุ่มของนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน แต่เมื่อนายสุชาติ ชมกลิ่น เปิดตัวร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ นายประทีป เลขาพันธ์ ได้ลาออกมาร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมรื้อป้ายศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐจังหวัดตราดทิ้งไป แล้วนำป้ายพรรครวมไทยสร้างชาติมาติดแทน และได้ประกาศนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติให้ชาวตราดได้รับรู้ผ่านการพบปะพี่น้องประชาชนชาวตราดแล้ว

กฟก.หารือนายกสภาฯ แนะแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706128

กฟก.หารือนายกสภาฯ แนะแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกร

กฟก.หารือนายกสภาฯ แนะแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกร

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.48 น.

กฟก. ยกทีมเข้าพบนายกสภาทนายความ หารือแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรให้บรรลุผลตาม MOU

วันที่ 23 ม.ค. 66 นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการ สำนักงาน กฟก. พร้อมด้วยนางรัชฎาภรณ์  แก้วสนิท ประธานกรรมการบริหารฯ  และคณะผู้บริหาร เข้าพบ ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อนำเสนอรายชื่อตัวแทนสภาทนายความที่ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ที่คณะกรรมการบริหารสภาทนายได้ส่งรายชื่อมาให้สำนักงาน กฟก. โดยสภาทนายความยินดีให้ความร่วมมือการแก้ไขปัญหาทางกฎหมายให้เกษตรกรสมาชิก กฟก. ทุกกรณีตามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ที่ได้ทำร่วมกันก่อนหน้านี้และในอนาคตจะมีการกำหนดหลักสูตรเพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมาย เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ นอกจากนี้ยังเห็นชอบการจัดเวทีสร้างความเข้าใจให้ผู้เกี่ยวข้องซึ่งจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง.-008

‘ดีป้า’ สานต่อภารกิจสร้างผู้นำยุคดิจิทัล เปิดหลักสูตร Digital CEO รุ่นที่ 6

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706330

‘ดีป้า’ สานต่อภารกิจสร้างผู้นำยุคดิจิทัล เปิดหลักสูตร Digital CEO รุ่นที่ 6

‘ดีป้า’ สานต่อภารกิจสร้างผู้นำยุคดิจิทัล เปิดหลักสูตร Digital CEO รุ่นที่ 6

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.56 น.

ดีป้า กระทรวงดิจิทัลฯ สานต่อภารกิจปั้นซีอีโอยุคดิจิทัลต่อเนื่อง เดินหน้าเปิดหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 6 อย่างเป็นทางการ คาด 109 ผู้บริหารที่ร่วมอบรมจะนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางบริหารจัดการและยกระดับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และผลักดันประเทศสู่ ‘ดิจิทัลไทยแลนด์’

​นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานในพิธีเปิดหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 6 ซึ่งจัดโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า อย่างเป็นทางการ โดยมีผู้บริหารระดับสูง ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมยกระดับองค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัล จำนวน 109 ราย โดยมี ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า พร้อมด้วย นายฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการใหญ่ และ ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล ดีป้า ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

​ทั้งนี้ นายชัยวุฒิ กล่าวปาฐถาพิเศษในหัวข้อ Thailand Digital Society โดยระบุว่า ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งรัฐบาลมุ่งมั่นผลักดันให้ประเทศไทยมีความพร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลผ่านนโยบายระดับประเทศการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการพัฒนากำลังคนดิจิทัลในทุกระดับ โดยเฉพาะการยกระดับผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งมีส่วนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนทุกคนให้ดียิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

​ด้าน ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าวว่า หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนไทยในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนโลก โดยที่ผ่านมา ดีป้า ได้ดำเนินหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลมาแล้ว 5 รุ่น สร้างผู้นำดิจิทัลมากกว่า 400 ราย ซึ่งภายหลังประสบความสำเร็จอย่างมากจากหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลทั้ง 5 รุ่น ดีป้า จึงสานต่อหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 6 ซึ่งผู้บริหารที่ร่วมอบรมในหลักสูตรฯ จะได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ด้านดิจิทัลในมิติต่าง ๆ พร้อมอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่มีผลต่อการดำเนินนโยบายและแผนงานในยุคดิจิทัล อาทิ Blockchain, IoT, AI, Cyber Security, Big Data and Analytics, 5G, Cloud Computing ฯลฯ เรียนรู้ประสบการณ์ด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจากวิทยาการผู้เชี่ยวชาญ และผู้คร่ำหวอดในแวดวงดิจิทัล รวมถึงการศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวคิด ทักษะ และประสบการณ์กับบริษัทเทคดิจิทัลชั้นนำ และองค์กรระดับแนวหน้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

​”ผู้บริหารที่ร่วมอบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลจะสามารถนำความรู้ที่ได้มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อต่อยอดแนวคิด ก่อนประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการและยกระดับองค์กรของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายผู้บริหารที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทย เพื่อผลักดันประเทศสู่ ‘ดิจิทัลไทยแลนด์’ ต่อไป” ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

​นอกจากนี้ ผู้บริหารที่เข้ารับการอบรมยังได้รับฟังบรรยายพิเศษในหัวข้อ Thailand Digital Competitiveness จาก ผศ.ดร.ณัฐพล Future Digital Technology and Disruptive Innovation และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงหลักของโลก (Mega Trends) จาก นางสาววิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษา บริษัท PwC Consulting (ประเทศไทย) รวมถึงการเสวนาในหัวข้อ Digital Transformation & Manpower หลังวิกฤตโควิด-19: โอกาสและอุปสรรค จากเหล่ารุ่นพี่ Digital CEO

ทั้งนี้มีผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รุ่นที่ 6 เช่น นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์, นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา,  นายแพทย์อภิชาต วชิรพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค  กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, นางจารุพรรณ อินทรรุ่ง ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์, นายเชษฐา ศุภวราสุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมบริษัท บูโอโน่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), ดร.ณรงค์พนธ์ บุญทรงไพศาล หัวหน้าส่วนงานกลยุทธ์และการลงทุนบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), นางสาวณัฐฐินี แก้วสอาด ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ, นางบุปผา กวินวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, นายปริสุทธิ์ ชินอมรพงษ์ ผู้อำนวยการ สำนักกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ  บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน), นางสาวภัทรา สุวรรณเดช  ผู้ช่วยผู้ว่าการ การไฟฟ้านครหลวง, นางมรกต ยิบอินซอย  กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิบอินซอย จำกัด, นางมาลินี ภาวิไล  ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, นางสาวศิริพร วงศ์ตรีภพ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), ดร.ฤทธิกร ภูมิมศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไปรษณีย์ลาว จำกัด, ดร.วงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานดิจิทัล บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน), นายแพทย์วริศ วิมลเฉลา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ โรงพยาบาลศรีสวรรค์, รองศาสตราจารย์ ดร.สถาพร เชื้อเพ็ง คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศรีราชา, นายสุเมธ สุรบถโสภณ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน), นายอภิเสต พงษ์สุวรรณ รองผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย,  นายอรรถวิทย์ เฉลิมทรัพยากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการเงิน บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), นายอุกฤษฎ์ ตั้งสืบกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด เป็นต้น  และสามารถดูประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมอบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รุ่นที่ 6 ได้ที่ http://www.depa.or.th/th/digitalceo

-(016)

ย้อนเวลาผิวเพื่อคืนความอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706152

ย้อนเวลาผิวเพื่อคืนความอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

ย้อนเวลาผิวเพื่อคืนความอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

แพทย์หญิงสุรีย์รัตน์ ศรีตั้งรัตนกุล, อรชุมา ดุรงค์เดช, วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์, กรุณา วัจนะพุกกะ

“ความร่วงโรยแห่งวัย” สิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มักเกิดจากหลายปัจจัย อาทิ อายุที่เพิ่มขึ้น ความเครียด แสงแดด มลภาวะ การถูกทำลายจากรังสียูวี พฤติกรรมการกิน-ดื่ม-สูบ รวมไปถึงปัจจัยภายในอย่าง โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) หรือ “ฮอร์โมนแห่งความหนุ่มสาว” ที่ค่อยๆ ลดลง แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผมจากสารสกัดธรรมชาติ “ธัญ” (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงสุรีย์รัตน์ ศรีตั้งรัตนกุล แนะ “เทคนิคย้อนเวลาผิวเพื่อคืนความอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ” กับผลิตภัณฑ์ “เฟเชียลเซรั่ม” (Facial Serum), “เอจอินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม” (Age inversion face cream), “เอจ อินเวอร์ชั่น อายเซรั่ม” (Age inversion eye serum) และ “แฮนด์ ครีม” (Hand cream) ร่วมกับเซเลบริตี้สาวสวย อาทิ อรชุมาดุรงค์เดช, วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ และ กรุณา วัจนะพุกกะ

แพทย์หญิงสุรีย์รัตน์ ศรีตั้งรัตนกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงามเผยว่า “ความร่วงโรยของผิวสามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ โดยแสดงออกเด่นชัดในรูปแบบของความหยาบกร้านริ้วรอยร่องตื้น (Fine line) ริ้วรอยร่องลึก(Wrinkle) ความเหี่ยวย่น ความหย่อนคล้อยสีผิวไม่สม่ำเสมอ ฯลฯ ซึ่งความร่วงโรยของผิวขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย ได้แก่ 1.ปัจจัยภายใน การเสื่อมสภาพจากการเปลี่ยนแปลงภายในที่เกิดจากอายุ พันธุกรรม ความเครียด และฮอร์โมน ส่งผลให้กระบวนการผลิตคอลลาเจนใต้ผิวลดลง ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น และเกิดริ้วรอยต่างๆ รวมถึงกระบวนการทำงานต่างๆ ของเซลล์ผิวก็ลดลงด้วย

และ 2.ปัจจัยภายนอก เป็นการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังที่เกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อมที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร อาทิ ริ้วรอยที่เกิดจากรังสียูวีในแสงแดด ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น แห้งกร้าน รวมถึงการเกิดความผิดปกติของเม็ดสี นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ มลภาวะ การแต่งหน้า การสูบบุหรี่ การพักผ่อนไม่เพียงพอ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้สารเสพติด ก็มีส่วนเร่งทำให้เซลล์ผิวเกิดการเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว เนื่องจากไปกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ ร่างกายจึงสูญเสียความสามารถในการซ่อมแซมเซลล์ผิวหนังด้วยตัวเอง ทำให้เม็ดสีผิวทำงานผิดปกติ เกิดรอยเหี่ยวย่น ฝ้า กระ และจุดด่างดำ

แพทย์หญิงสุรีย์รัตน์ ศรีตั้งรัตนกุล

ส่วนการป้องกันและชะลอไม่ให้ผิวเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร คุณหมอแนะว่า ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เน้นการดูแลผิวแบบล้ำลึก ที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูและชะลอการเสื่อมสภาพของผิวได้ ตัวอย่างเช่น สารสกัดจากชิโซะ ที่มีความโดดเด่นในด้านการให้ความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้าน และการเสื่อมสภาพของผิว อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase Inhibitor) ในกระบวนการสร้างเม็ดสี
เมลานิน, น้ำมันรำข้าว อุดมด้วยกรดไขมันที่เป็นประโยชน์, วิตามิน อี และสารแกมม่าออริซานอล (Gamma-Oryzanol)มอบความชุ่มชื้นพร้อมคุณสมบัติเป็นสารAnti-oxidant ทรงประสิทธิภาพ ปกป้องผิวจากมลภาวะ, สารสกัดจากใบบัวบก เสริมประสิทธิภาพในกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจน และโครงข่ายผิว, สารสกัดจากหัวปลี กระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน และคืนความยืดหยุ่นสู่ผิวเป็นต้น

สำหรับคนที่มีปัญหาผิวอย่างริ้วรอยหรือความไม่สม่ำเสมอของสีผิว อาจใช้ไพรเมอร์ (Primer) ก่อนการทาครีมรองพื้น เพื่อช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน ปกปิดริ้วรอยและช่วยให้รูขุมขนดูตื้นขึ้นได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้แป้งหรือเครื่องสำอางที่ผสมชิมเมอร์ เพราะทำให้ผิวเป็นประกายแวววาว ซึ่งเป็นการเน้นให้เห็นริ้วรอยชัดเจนขึ้น

ด้านโภชนการควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และมีส่วนช่วยในการบำรุงผิวพรรณ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิเดนท์ อย่างวิตามินซี วิตามินอี แคโรทีนอยด์ (Carotenoids) ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) และฟีนอล (Phenols) ซึ่งมีส่วนช่วยปกป้องความเสียหายของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายจากการทำลายของอนุมูลอิสระ พบได้มากในผักที่มีสีสันอย่าง บร็อคโคลี มะเขือเทศฟักทอง ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ธัญพืชขัดสีน้อย และถั่วชนิดต่างๆ ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อทดแทนน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป

นอกจากนี้พฤติกรรมการแสดงออกทางอารมณ์ผ่านใบหน้าอย่างการหัวเราะหรือขมวดคิ้ว หากทำซ้ำบ่อยๆ จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าถูกกดทับจนนำไปสู่ปัญหาการเกิดริ้วรอยหรือร่องลึกบนผิวหน้า นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และควรออกกำลังกายเป็นประจำ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอวันละ 7-9 ชั่วโมง รวมถึงหาวีธีผ่อนคลายความเครียดอย่างเหมาะสม เช่น การเล่นโยคะ การฝึกสมาธิ เพียงเท่านี้ก็สามารถป้องกันและชะลอความร่วงโรยของผิวก่อนวัยได้แล้วค่ะ”

‘หลักทรัพย์บัวหลวง’รวมพลังทำกิจกรรมเพื่อสังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706137

‘หลักทรัพย์บัวหลวง’รวมพลังทำกิจกรรมเพื่อสังคม

‘หลักทรัพย์บัวหลวง’รวมพลังทำกิจกรรมเพื่อสังคม

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พิเชษฐ สิทธิอำนวย กก.ผอ.หลักทรัพย์บัวหลวง นำทีมพนักงานไปอนุรักษ์พันธุ์บัว

ปี 2565 ที่ผ่านมานับเป็นอีกปีที่หลักทรัพย์บัวหลวง หนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำของเมืองไทยขวัญใจนักลงทุน ได้ดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการช่วยเหลือสังคม รวมไปถึงการอนุรักษ์ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังและมีพลัง โดยผู้บริหารและพนักงานได้ร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ ในหลายมิติ แบบใส่กันมาทั้งใจซึ่งหลายโครงการถูกทำมาอย่างต่อเนื่อง… ว่าแล้วเราลองไปสแกนดูกันดีกว่าว่าทั้งปีที่ผ่านมา มีโครงการอะไรดีๆ ที่น่าสนใจกันบ้าง

เริ่มที่ พิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ หลักทรัพย์บัวหลวงหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัท เล่าให้ฟังว่า “หลักทรัพย์บัวหลวง เชื่อว่าความยั่งยืนและสังคมที่ดีจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อทุกภาคส่วนมีความกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลกันคนละไม้คนละมือ ซึ่งโครงการต่างๆ ที่เราทำ นอกจากเป็นการช่วยเหลือสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยตรงแล้ว เรายังถือเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ในการปลูกฝังแนวความคิดเกี่ยวกับความยั่งยืนให้กับพนักงาน โดยที่พนักงานได้มีส่วนร่วมในการทำ กิจกรรม ได้ลงมือลงแรงกันอย่างจริงจัง”

สำหรับปี 2565 ที่เพิ่งผ่านมา ในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต บริษัทได้ดำเนินโครงการระยะยาวอย่าง “ไผ่ขวางสร้างสุข” เป็นปีที่ 2 โดยร่วมกับองค์กรธุรกิจเพื่อสังคมที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาชุมชนอย่าง “ดี มี สุข” เพื่อพัฒนาชุมชนรอบวัดไผ่ขวาง ใน จ.ฉะเชิงเทรา ทั้งด้านความเป็นอยู่ การวางแผนชุมชน รวมถึงการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ ซึ่งชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการได้จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อร่วมกันพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ในชุมชน โดยคาดว่าจะออกจำหน่ายได้ในเร็วๆ นี้ และยังมีการทดลองการทำการเกษตรแบบไม่ใช้สารเคมีซึ่งมีผลตอบรับที่ดี และมองไปถึงการขยายผลต่อไป

โครงการดนตรี รักษาสมดุลให้ใจ

ในส่วนของการช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาส บริษัทได้มีการระดมทุนครั้งใหญ่ประจำปีจากกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ได้เงินรวมกว่า 400,000 บาท เพื่อมอบเป็นค่าอาหารให้แก่เด็กในมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม และบ้านเด็กเร่ร่อน ที่มีเด็กในความดูแลราว 350 คน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยถ้ารวม2 ปี มีการบริจาคไปเกือบ 900,000 บาทนอกจากนี้ ในช่วงที่โรงเรียนกลับมาเปิดตามปกติ หลักทรัพย์บัวหลวงยังมอบชุดตรวจ ATK ให้กับ 5 โรงเรียนในเขตบางรัก โดยเป็นกลุ่มโรงเรียนที่เคยร่วมโครงการโรงเรียนคุณธรรมกับบริษัทซึ่งเป็นโครงการปลูกฝังให้นักเรียนมีความรู้คู่กับการมีคุณธรรมในการดำเนินชีวิต

ทุกปีหลักทรัพย์บัวหลวงจะสนับสนุนให้นักศึกษาที่มาฝึกงานกับบริษัท ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อปลูกฝังเยาวชนที่มาฝึกงานให้เห็นความสำคัญในการมีส่วนร่วมดูแลสังคม โดยในปีที่ผ่านมานศ.ฝึกงาน ได้จัดโครงการชื่อ “พี่พบน้อง สานความสุข” ระดมเงินบริจาคไปมอบเป็นทุนการศึกษา และจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนเฉพาะทาง รวมไปถึงจัดกิจกรรมร่วมสนุกที่สร้างชีวิตชีวาให้กับเด็กที่พิการทางสายตาที่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในด้านสิ่งแวดล้อม หลักทรัพย์บัวหลวงให้ความสำคัญทั้งในเรื่องของการอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติ มีการจัดกิจกรรมพาพนักงานและครอบครัวไปร่วมปลูกบัวหลวงสายพันธุ์อาภากรซึ่งเป็นสายพันธุ์หายาก และสนับสนุนการอนุรักษ์สายพันธุ์บัว ที่สถาบันบัวราชมงคลตะวันออก จ.ชลบุรี และยังได้จัดกิจกรรม “สร้างฝาย ให้สายน้ำ” ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อฟื้นฟูแหล่งกักเก็บน้ำให้ธรรมชาติ และลดปัญหาการขาดแคลนน้ำใช้ในชุมชน ซึ่งชาวหลักทรัพย์บัวหลวงได้พาลูกจูงหลานไปช่วยกันสร้างฝายไว้สู้กับสายน้ำในฤดูน้ำหลากและเก็บกักน้ำไว้ใช้ในชุมชนยามฤดูแล้งมาเยือน

โครงการพัฒนาชุมชนไผ่ขวางสร้างสุข

โครงการ “บัวหลวง ชวนแยกพลาสติก” ถูกจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกคนในองค์กรเป็นอย่างดีในการแยกและทิ้งขยะพลาสติกอย่างถูกวิธี เพื่อให้สามารถส่งกลับไปรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเป็นการทำโครงการร่วมกับ “เครือข่ายเพื่อความยั่งยืน แห่งประเทศไทย” นอกจากนี้พนักงานยังช่วยกันนำซองเอกสารมาใช้ซ้ำเพื่อให้เกิดขยะน้อยที่สุดถือเป็นการปลูกและปลุกจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อมของคนในองค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม และยังเปิดรับบริจาคปฏิทินปีเก่าเพื่อส่งไปรีไซเคิลเป็นสื่ออักษรเบรลล์ให้กับผู้พิการทางสายตา รวมถึงรับบริจาคสลิปใบเสร็จที่จะต้องถูกทิ้งเป็นขยะ ส่งไปรีไซเคิลเป็นสมุดให้กับนักเรียนที่ขาดแคลนตามโรงเรียนต่างๆ โดยได้รับความร่วมมือจากพนักงานอย่างมาก เพราะนอกจากจะเป็นการลดขยะแล้ว ยังสร้างประโยชน์ได้อีกด้วย

อีกกิจกรรมที่ดูเป็นเรื่องใหม่และน่าสนใจคือ “ดนตรี รักษาสมดุลให้ใจ” โดยพาพนักงานไปเรียนรู้ถึงสุขภาวะของผู้มีประเด็นทางสุขภาพจิต ที่ศูนย์บริการคนพิการลิฟวิ่ง โดยใช้ดนตรีมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนา เสริมสร้างทัศนคติที่ดีให้รู้จักการยอมรับและเรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับผู้มีปัญหาสุขภาพจิตในสังคมได้อย่างมีความเข้าใจ

นับเป็นเรื่องดีที่ได้เห็นองค์กรธุรกิจมีความพยายามอย่างจริงจังในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญคือการลงมือทำอย่างต่อเนื่องและยังส่งต่อแนวคิดไปถึงพนักงานได้อย่างน่าชื่นชม ซึ่งทั้งหมดนี้หลักทรัพย์บัวหลวงหวังเพียงว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งของพลังที่จะช่วยสร้างสังคมที่น่าอยู่ ให้กับประเทศของเราต่อไป

โครงการ บัวหลวง ชวนแยกพลาสติก

โครงการ บัวหลวง ชวนแยกพลาสติก

หลักทรัพย์บัวหลวงมอบเงินบริจาคให้บ้านเด็กเร่รอน

หลักทรัพย์บัวหลวงมอบเงินบริจาคให้บ้านเด็กเร่รอน

หลักทรัพย์บัวหลวงมอบเงินบริจาคให้มูลนิธิบ้านเด็กอ่อนในสลัม

หลักทรัพย์บัวหลวงมอบเงินบริจาคให้มูลนิธิบ้านเด็กอ่อนในสลัม

BLS มอบชุดตรวจ ATK ให้โรงเรียนเขตบางรัก

BLS มอบชุดตรวจ ATK ให้โรงเรียนเขตบางรัก

กิจกรรมสร้างฝายให้สายนํ้า

กิจกรรมสร้างฝายให้สายนํ้า

นักศึกษาฝึกงาน BLS จัดกิจกรรมเพื่อสังคม

นักศึกษาฝึกงาน BLS จัดกิจกรรมเพื่อสังคม

คอศิลปะพลาดไม่ได้ ศิลปินเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตระดับโลก บรรยายพิเศษที่งาน‘บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706134

คอศิลปะพลาดไม่ได้ ศิลปินเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตระดับโลก  บรรยายพิเศษที่งาน‘บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022’

คอศิลปะพลาดไม่ได้ ศิลปินเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตระดับโลก บรรยายพิเศษที่งาน‘บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022’

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อภินันท์ โปษยานนท์ ผอ.ศิลป์ของบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่และ มารีน่า อบราโมวิช

“บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022” เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ โดย มูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผสานความร่วมมือครั้งสำคัญกับ กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) และเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วน จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิดใหม่ CHAOS :CALM  โกลาหล : สงบสุข 

โดย “มารีน่า อบราโมวิช” ศิลปินคอนเซปชวลและเพอร์ฟอร์แมนซ์ระดับโลก แถลงข่าวบรรยายพิเศษภายใต้หัวข้อ “History of Long Durational Work and MAI” ที่จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 25 มกราคม 2566 เวลา 18.00-20.15 น.ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

กว่า 50 ปีที่ผ่านมา มารีน่า อบราโมวิช ได้รับการยอมรับในฐานะผู้บุกเบิกศิลปะการแสดงจากทั่วโลกโดยผลงานมักเป็นการทดลองต่อสู้กับร่างกายและจิตของเธอ มารีน่า อบราโมวิช ยังเคยร่วมแสดงผลงานกับบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ สองครั้งก่อนในปี 2561 และ 2563 และสำหรับในครั้งนี้เธอแสดงผลงานวีดีโอ 9 ชิ้น ที่คัดสรรมาโดยเฉพาะ สำหรับธีม CHAOS : CALM (โกลาหล : สงบสุข) รวมถึง2 ผลงาน ที่ได้มาสร้างสรรค์ในประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อนอีกด้วย 

มารีน่า อบราโมวิช ศิลปินคอนเซปชวลและเพอร์ฟอร์แมนซ์ระดับโลก

มารีน่า อบราโมวิช ให้สัมภาษณ์ว่า “ในช่วง พ.ศ.2564-2565 ที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความวุ่นวาย และสิ้นหวังจากสงคราม โรคระบาด และภัยธรรมชาติ คุณสมบัติที่สำคัญมากของศิลปินทุกวันนี้ ไม่ใช่แค่เป็นออกซิเจนของสังคม แต่ยังต้องสร้างความหวังและดึงจิตวิญญาณของคนขึ้นมาได้ด้วย ศิลปินจะต้องสามารถช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัย ความสงบสุข และความเชื่อมั่นต่อโลกใบนี้ และการบรรยายในครั้งนี้จะรวบรวมทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับการแสดงสด ผ่านสื่อภาพและวีดีโอที่แสดงถึงศิลปะของการแสดง พร้อมอธิบายความสัมพันธ์ของการแสดงและสื่ออื่นๆ อีกด้วย นอกจากนี้ฉันจะอธิบายถึงประวัติการแสดงสดแบบต่อเนื่อง ที่ไม่ใช่แค่ในเชิงทัศนศิลป์ แต่ยังพูดถึงด้านดนตรี โอเปร่า และในโรงละคร อยากจะพูดถึงผลงานแสดงแบบต่อเนื่องร่วมสมัย และแนะนำผู้ชมให้รู้จักกับ Abramovic Method (วิถีอบราโมวิช)

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022 กับแนวคิด CHAOS : CALM (โกลาหล : สงบสุข) ผลงานของฉันจะดีลกับความขัดแย้งอยู่เสมออยู่แล้วซึ่งเมื่อจะแสดงถึงความขัดแย้ง ฉันจะมองหาไปที่จุดกึ่งกลางของมัน มันมีคำพูดเก่าแก่ของซูฟี (Sufi)ที่บอกว่า “สิ่งที่แย่ที่สุดคือสิ่งที่ดีที่สุด” เมื่อเราท้าทายกับขีดสุดของร่างกายและจิตใจแล้ว เราจะสามารถพาตัวเองไปสู่จุดที่อยู่อีกขั้วหนึ่ง แล้วเราจะพบกับความสงบและสันติสุข ผลงานที่แสดงอยู่นั้นแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ โกลาหล (Chaos) ซึ่งประกอบไปด้วยงานของฉันคือ AAA-AAA, Sea Punishing,8 Lessons on Emptiness, The Scream, and Dragon Head ส่วน สงบสุข (Calm) จะมีผลงาน City of Angels, Boat Emptying, Stream Entering 2,The Kitchen และ The Current

สำหรับความประทับใจที่สุดในกรุงเทพมหานครเมืองแห่งนี้เป็นตัวอย่างที่เพอร์เฟกท์ของคำว่า โกลาหลและสงบสุข คุณจะต้องเผชิญหน้ากับตัวคุณเองกับทั้งเสียงรบกวน มลภาวะทางอากาศ รถติด และเหล่าฝูงชนบนถนน และในเวลาเดียวกันนั้นเองคุณก็จะพบกับวัที่มีคนนั่งทำสมาธิ คนสวดมนต์ภาวนา และความรู้สึกสงบอย่างสมบูรณ์แบบ ฉันชอบความขัดแย้งนี้ และสำหรับศิลปินที่นี่ช่างเป็นเมืองที่ให้แรงบันดาลใจให้คุณได้เตร็ดเตร่ไปทั่ว แล้วคุณก็จะได้ค้นพบกับอะไรใหม่ๆ ที่คุณไม่คาดคิดมาก่อน ติดตามช่องทางจัดจำหน่ายบัตรได้ทาง https://www.ticketmelon.com/bangkokartbiennale/worksofartandmai ราคาบัตร 3,000/2,000/800/300 บาท

ศัลยแพทย์แนะวิธีตรวจสอบซิลิโคนเสริมจมูกและคาง ก่อนตัดสินใจทำสวย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706177

ศัลยแพทย์แนะวิธีตรวจสอบซิลิโคนเสริมจมูกและคาง ก่อนตัดสินใจทำสวย

ศัลยแพทย์แนะวิธีตรวจสอบซิลิโคนเสริมจมูกและคาง ก่อนตัดสินใจทำสวย

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ซิลิโคนแบบมาเป็นแผ่นใหญ่และมีชื่อการค้า

แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมความงาม โรงพยาบาลบางมด นายแพทย์ ธนัญชัย อัศดามงคล แนะวิธีตรวจสอบ
ซิลิโคนเสริมจมูกและคาง หลังมีข่าวพบซิลิโคนเถื่อนไม่ได้มาตรฐาน เตือนประชาชนเลือกสถานบริการที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบได้

จากกรณีที่ ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค จับมือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา บุกทลายโรงสีร้างใน อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ลักลอบผลิตซิลิโคนเถื่อน ส่งคลินิกเสริมความงามทั่วประเทศ ล่าสุดตำรวจ ปคบ. ยังพบรายชื่อลูกค้าซิลิโคนโรงสีข้าว ที่เป็นคลินิกอื่นๆ อีกมากกว่า 30 แห่ง กระจายอยู่ในกรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ ในเรื่องนี้นพ.ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง ผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมความงาม โรงพยาบาลบางมด แนะนำถึงวิธีตรวจสอบ ซิลิโคนเสริมจมูก/เสริมคาง

ซิลิโคนแท่งที่ใช้ในการเสริมจมูก/เสริมคาง จะมี 2 รูปแบบ คือ 1.มาเป็นแผ่นใหญ่ แล้วให้ศัลยแพทย์นำไปตัดแบ่ง/เหลาเองในแต่ละเคส 2.แบบสำเร็จรูป ทำเป็นรูปทรงมาเรียบร้อยแล้ว

สำหรับกรณีที่ 1 หากซิลิโคนมาแบบเป็นแผ่นใหญ่ ควรจะมี ชื่อบริษัท และเลข LOT/serial number อยู่ที่ package ของแผ่นใหญ่ ที่มาจากโรงงาน ซึ่งหากศัลยแพทย์ตัดแบ่งเป็นชิ้นย่อยๆ แล้วจะต้องนำซิลิโคนไป sterile ก่อนใช้ในการผ่าตัดแต่ละเคสแล้ว โดยใน pack sterile ย่อยๆ เหล่านั้น ควรจะต้องมีเลข LOT แยกออกมาในแต่ละชิ้นแบบชัดเจนด้วย

สิ่งที่สามารถตรวจสอบ หรือสอบถามจากทางคลินิก หรือโรงพยาบาลได้ในกรณีนี้ คือ 1.ชื่อยี่ห้อของซิลิโคนที่ใช้ (เป็นสิ่งสำคัญที่สุด) 2.เลข LOT/serial number ที่มา
ใน package ใหญ่ ซึ่งในอดีต โรงพยาบาล หรือคลินิก อาจจะไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนนี้ไว้ ดังนั้นหากขอตรวจสอบย้อนหลังจะทำได้ลำบาก แต่หากคนที่ต้องการเสริมใหม่ ควรจะสามารถขอดูและตรวจสอบได้

สำหรับกรณีที่ 2 หากซิลิโคนนั้น ทำมาเป็นแบบสำเร็จรูป หมายถึงขึ้นรูปมาจากโรงงานแล้ว ส่วนมากจะแยกเป็น package ย่อยๆ และ sterile ไว้แล้ว ในกรณีเช่นนี้ จะมีเลข LOT หรือ serial number แยกมาในแต่ละชิ้น ซึ่งสิ่งที่สามารถตรวจสอบได้คือ ชื่อยี่ห้อซิลิโคน และเลข LOT/serial number ที่แยกมาเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ในกรณีถุงซิลิโคน สำหรับเสริมหน้าอก หรือ เสริมก้น/สะโพก การตรวจสอบจะทำได้ง่ายกว่าซิลิโคนเสริมจมูกและคาง เพราะทางบริษัทจะมีกล่องแยกมาอย่างชัดเจน มีชื่อผลิตภัณฑ์ ขนาด เลข LOT/serialnumber ที่ชัดเจน และยังมี card หรือใบรับประกัน ทั้ง paper หรือ online ให้คนไข้เก็บไว้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยในการทำศัลยกรรมความงาม ควรตรวจสอบและเลือกวัสดุที่ปลอดภัย มีมาตรฐานทางการแพทย์ และผ่าน อย. เท่านั้น นอกจากนี้ควรหาข้อมูลให้รอบด้าน เลือกศัลยแพทย์ที่เชี่ยวชาญ และโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน ข้อมูลเพิ่มเติม หรือปรึกษาศัลยกรรมความงาม สอบถามได้ที่ ศูนย์ศัลยกรรมความงามโรงพยาบาลบางมดโทร. 02-8670606 ต่อ 1200-1204

นพ. ธนัญชัย อัศดามงคล

นพ. ธนัญชัย อัศดามงคล

ซิลิโคนเสริมหน้าอก ก้น สะโพก จะตรวจสอบได้

ซิลิโคนเสริมหน้าอก ก้น สะโพก จะตรวจสอบได้

เลข LOT และ วันหมดอายุของการ sterile ระบุไว้

เลข LOT และ วันหมดอายุของการ sterile ระบุไว้

นอนดึกทำลายผิวไม่รู้ตัว OLAY แนะตัวช่วยพร้อมกู้ผิวพัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706178

นอนดึกทำลายผิวไม่รู้ตัว OLAY แนะตัวช่วยพร้อมกู้ผิวพัง

นอนดึกทำลายผิวไม่รู้ตัว OLAY แนะตัวช่วยพร้อมกู้ผิวพัง

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ไลฟ์สไตล์ยอดฮิตที่หลายๆ คนต้องเจออยู่ ณ ปัจจุบันคงหนีไม่พ้นการนั่งดูซีรี่ส์จนถึงเช้า การแฮงเอาท์ทำกิจกรรมกับกลุ่มเพื่อนจนถึงรุ่งสาง การนั่งปั่นงานจนโต้รุ่ง หรือ
เปิดตี้เล่นเกมส์จนพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งล้วนเป็นพฤติกรรมที่คนส่วนมากนึกไม่ถึงว่าสามารถนำไปสู่ปัญหาผิวมากมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อ้างอิงถึงศาสตร์แห่งการนอนหลับความเครียดและการอดนอนสามารถทำให้สภาพผิวดูเหนื่อยล้า ผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ และทำให้ผิวแห้งกร้าน ซึ่งจากการทดสอบโดยทีมนักวิจัยของโอเลย์ ค้นพบว่า การอดนอน 1 คืน สามารถก่อให้เกิดปัญหาผิวขนาดเล็กมากมายที่ส่งผลต่อปัญหาผิว เช่น ประสิทธิภาพของเกราะป้องกันผิวลดลง 13% ความขรุขระของผิวเพิ่มขึ้น 9% และความแห้งกร้านเพิ่มขึ้น 15%

โอเลย์ (OLAY) ในฐานะแบรนด์แห่งนวัตกรรมความงาม ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด ซึ่งถือเป็นสูตรที่ล้ำหน้าที่สุดของแบรนด์อย่าง OLAY Luminous Niacinamide + Rose Complex ที่อุดมไปด้วยส่วนผสมอันมีประโยชน์อย่างสารสกัดจากกุหลาบกัลลิก้า สารสกัดจากธรรมชาติที่ถูกเก็บด้วยมือก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ที่ช่วยฟื้นบำรุงและปลอบประโลมผิว ผนวกกับส่วนผสมอันเป็นเอกลักษณ์แบบฉบับอย่างไนอะซินาไมด์ประสิทธิภาพสูง ที่ซึมลึกขึ้นและมอบผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อเทียบกับไนอะซินาไมด์ธรรมดา เพิ่มพลังผิวที่ดูอ่อนล้าและมอบความชุ่มชื้นให้ผิวโกลว์สุขภาพดีผสมผสานกันทำให้สามารถฟื้นบำรุงผิวเหนื่อยล้าให้โกลว์อมชมพูและมีชีวิตชีวาได้ถึง 98% มาพร้อมกับเนื้อสัมผัสละมุน ละเอียดน่าใช้ บางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้ง ยังผ่านการพิสูจน์จากทางคลินิกแล้วว่า 94% ของผู้ใช้จริงยืนยันผิวเปล่งปลั่ง โกลว์ใสสุขภาพดีขึ้นเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง

พรีเซ็นเตอร์ผิวโกลว์ของแบรนด์อย่าง เบลล่า-ราณี แคมเปน ได้แชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับผิวไว้ว่า “ถึงแม้ว่าเบลล่าจะอยู่ในสายอาชีพที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทำงานตลอดเวลาและอาจจะนำมาซึ่งการพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่เบลล่าก็ยังมั่นใจในเรื่องผิวหน้าของตัวเองเพราะเรามีตัวช่วยที่เราวางใจอย่างโอเลย์ โดยเฉพาะสูตรใหม่ล่าสุดนี ที่ผสมผสานสูตรเทคโนโลยีล้ำหน้าจากไนอะซินาไมด์ประสิทธิภาพสูงและโรส คอมเพล็กซ์ ที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวที่ดูเหนื่อยล้าของเบลล่าให้โกลว์ใสอมชมพู ถึงจะคิวดึกลากไปคิวเช้าต่อ เบลล่าก็ยังมั่นใจ ผิวหน้าโกลว์ใสไม่ขี้ฟ้องว่าเหนื่อยล้าแน่นอนค่ะ”

นอกจากนี้ OLAY Luminous Niacinamide +Rose Complex ยังเป็นสูตรอ่อนโยน เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย เนื่องจากปราศจากพาราเบน ทาเลตปิโตรลาทัม และสีย้อมสังเคราะห์ อีกทั้ง ยังเลือกใช้ส่วนผสมอย่างกรดแอล-แลคติก (L-Lactic Acid) ที่อ่อนโยนที่สุดในบรรดาสาร AHA ที่ใช้กันโดยทั่วไปในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ซึ่งลดโอกาสการเกิดการรระคายเคือง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนกลางคืนที่พักผ่อนน้อย แต่ชอบการใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยง