‘เจมส์’จัดใหญ่บท‘ครูแวมไพร์’ฮา ดราม่า บู๊ แบบหมดแมกซ์ ใน‘ครูเพ็ญศรีกับเลดี้ปอบ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/724631

‘เจมส์’จัดใหญ่บท‘ครูแวมไพร์’ฮา ดราม่า บู๊ แบบหมดแมกซ์  ใน‘ครูเพ็ญศรีกับเลดี้ปอบ’

‘เจมส์’จัดใหญ่บท‘ครูแวมไพร์’ฮา ดราม่า บู๊ แบบหมดแมกซ์ ใน‘ครูเพ็ญศรีกับเลดี้ปอบ’

วันจันทร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่มากความสามารถสำหรับ “เจมส์-กิจเกษม แมคแฟดเดน” ที่ล่าสุดมาเป็นนักแสดงรับเชิญให้กับละคร ฮา เพี้ยน จกตับ อย่าง “ครูเพ็ญศรีกับเลดี้ปอบ” ทางช่องเวิร์คพอยท์ 23 งานนี้บอกเลยว่าหนุ่มเจมส์ จัดเต็มความฮาแบบหมดแมกซ์ หลังต้องประกบกับตัวแม่คอเมดี้อย่าง “ตุ๊กกี้-สุดารัตน์” และ “แพท-ณปภา” ในบท“ครูแวมไพร์แห่งหนองแม่เป็ด”

“เรื่องนี้ผมรับบทเป็น กาย ครับ ซึ่งในเรื่องจะเป็นแฟนเก่าของ ครูเลดี้ (แพท-ณปภา) ที่เป็นแวมไพร์ แต่มารับหน้าที่เป็นครูพิเศษแทน ครูเพ็ญศรี (ตุ๊กกี้-สุดารัตน์) ช่วงที่ครูเพ็ญศรีไปปฏิบัติธรรมซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ คือเรามีจุดประสงค์บางอย่างในการที่จะทำให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ต่อ บทนี้ผมได้เล่นหลากหลายอารมณ์และสนุกมากๆ ได้เข้าฉากกับ ไนกี้-นิธิดล ในบท ครูบอย เพราะว่าเราเข้ามาเป็นตัวแปรความรักระหว่างเขากับนางเอกด้วย ซึ่งบทของผมก็จะมีทั้งบู๊ ฮา ดราม่า ครบมาก ได้ร่วมงานกับพี่ๆ น้องๆ นักแสดง ทีมงาน และ พี่คุ้ย ผู้กำกับฯ(ทวีวัฒน์ วันทา) ยิ่งทำให้สนุกดับเบิ้ลไปอีกครับ รู้สึกประทับใจมาก ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำ แล้วยิ่งเป็นละครแนวคอเมดี้ด้วย มันจะมีการรับส่งมุขกันอยู่ตลอดยิ่งเข้าทางเลยคับ ชอบมาก พี่คุ้ยแกให้ผมเต้นเพลง วัดป่ะหล่ะ ของน้องๆ 4EVE ด้วย บอกเลยว่างานนี้ผมก็ปล่อยหมดแมกซ์เหมือนกันนะ (หัวเราะ) ยังไงก็ฝากติดตาม ครูเพ็ญศรีกับเลดี้ปอบ ด้วยนะครับ”ทุกวันจันทร์-วันพุธ กับเวลาความสุข เวลาแฮปปี้ เวลาแฟมิลี่ 1 ทุ่มตรง ทางช่องเวิร์คพอยท์ 23 และ 20.00 น. ดูย้อนหลังที่แรก บนแอป iQIYI (อ้ายฉีอี้)และเว็บ iQ.com ครับ

‘จอย-ศิริลักษณ์’รับบทเครื่องด่าตัวแม่จะแคร์เพื่อ แรงสุดตั้งแต่เล่นละครมา ภูมิใจ บทพิกุลให้กำลังใจคนสู้ชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/724630

‘จอย-ศิริลักษณ์’รับบทเครื่องด่าตัวแม่จะแคร์เพื่อ แรงสุดตั้งแต่เล่นละครมา ภูมิใจ บทพิกุลให้กำลังใจคนสู้ชีวิต

‘จอย-ศิริลักษณ์’รับบทเครื่องด่าตัวแม่จะแคร์เพื่อ แรงสุดตั้งแต่เล่นละครมา ภูมิใจ บทพิกุลให้กำลังใจคนสู้ชีวิต

วันจันทร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นาทีนี้เรื่องเปิดเครื่องด่าต้องยกให้ตัวละครพิกุล ที่รับบทโดย “จอย-ศิริลักษณ์ ผ่องโชค” ในละคร เพลงรักรอยแค้น ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8งานนี้สาวจอย ตีบทสาวปากแจ๋วได้แตกกระจุย ไม่ว่าจะด่ากับ เคลลี่ ธนะพัฒน์หรือเหล่าแม่ค้านั่งตลาด ก็แซ่บถึงใจ ปล่อยเต็มที่ไม่มีกั๊ก ด่าเป็นด่า ตบเป็นตบ แต่ใครเลยจะรู้ว่า กว่าสาวจอยจะถ่ายทอดบทบาทนี้ออกมาได้ถึงพริกถึงขิงขนาดนี้ ต้องทำการบ้านหนักมาก เพราะเป็นบทบาทที่ไม่เคยเล่นมาก่อน แถมยังทิ้งท้ายว่า ถึงแม้บทจะแรงแต่ก็ภูมิใจ ที่ได้ถ่ายทอดบทพิกุล เพราะเป็นตัวละครที่ให้กำลังใจคนได้อีกด้วย โดย จอย-ศิริลักษณ์ เปิดเผยว่า

“คาแร็กเตอร์เรื่องนี้ ในความอ่อนโยน จิตใจดีก็เลยเป็นคนที่ค่อนข้างแกร่ง แต่ว่าก็จะมีจุดพลิกของเขาที่ว่าในความทุ่มเท แล้วมันพังทลายมันก็เลยเสียใจสุด ๆ จนเปลี่ยนจากความรักเป็นความแค้น ตัวพิกุลจริงๆ เค้าเหมือนเป็นตัวละครที่เป็นกำลังใจให้คนดู ถึงแม้ว่าในละครมันจะคนละยุคกับปัจจุบันก็ตาม แต่จอยก็คิดว่ามันน่าจะมีอะไรที่สัมพันธ์กับชีวิตของคนเราในแง่ต่างๆ เหมือนกัน เพราะชีวิตจริงของเราภาพกว้างคืนมันต้องสู้ชีวิต เราต้องอดทน เจออะไรเราก็ต้องลุยแต่สุดท้ายเราก็ต้องก้าวข้ามผ่านอุปสรรคให้ได้ แต่คนจะแข็งแกร่งยังไงก็ตามจอยเชื่ออยู่อย่างนึงเรื่องของพลังของความรัก มันค่อนข้างสำคัญและทำให้ใจของเราค่อนข้างเปราะบาง แล้วเราจะทำยังไงดีถ้าเป็นอย่างพิกุลที่ต้องแบกรับอะไรหลายๆ อย่าง จากชีวิตนางเอกกลับกลายเป็นคนที่ต้องร้าย ตบมาฉันตบกลับ ยิ่งตัวละครตัวนี้มีหนี้สินเยอะคิดว่าอันนี้เป็นจุดนึงที่ถ้าดูตอนนี้ เชื่อว่าหลายคนอาจจะคล้ายกับพิกุล ในชีวิตจริงพิกุลไม่สามารถจะเข้าไปแก้ไขเยียวยาปัญหาของใครได้ แต่อย่างน้อยที่สุดดูแล้ว ได้ระบายความรู้สึกร่วมกันในละครเรื่องนี้ บางทีชีวิตจริงเราอาจจะไม่ได้ลุกไปตบกับใคร แต่ได้รับชมละครก็เหมือนได้ระบายไปกับความรู้สึกของพิกุลก็แล้วกัน เรื่องนี้จอยสุดมากในบทแรงมาแรงกลับ ถึงเวลาเล่นจริง ภาษา ท่าทาง อาจจะไม่ใช่ทางที่จอยเล่นมาเลย เอาตรง ๆ จอยยังไม่เคยเล่นละครที่จะต้องด่าหรือใช้ถ้อยคำขนาดนี้มาก่อน ค่อนข้างมีความลึกในตัวละครเลยต้องทำการบ้านเยอะมากด่ายังไงให้รู้สึกว่า เกลียด แต่ก็คือรักเค้ามากแต่จุดที่หักเหที่สุดเรียกว่าเป็นตัวต้นกำเนิดของเรื่องคือความรักที่รักสุดๆ และกลายเป็นความแค้นสุดๆ พอถึงเจนต่อๆ มาที่มีรุ่นลูกที่ต้องรักกันอันนี้ค่อนข้างยากมาก ยากที่บทพิกุลจอยต้องเล่นเป็นแม่ที่ลูกอายุโต เลยทำให้จอยต้องทำการบ้านเยอะ ไม่ว่าจะด่ากัน ประชดประชันในแง่ของคนรัก ต้องมีความปกป้องลูก จอยว่างานนี้เป็นงานที่ยากท้าทายสำหรับจอยมากๆ ค่ะ”ติดตามละคร เพลงรัก รอยแค้น ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลาใหม่ 18.00- 19.00 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27 และสามารถรับชมย้อนหลังที่แรกที่เดียวที่ TrueID ผ่าน 3 ช่องทางแอปพลิเคชั่น, เว็บ และกล่อง TrueID TV ดูฟรีทุกเครือข่าย

‘ไต้ฝุ่น-กนกฉัตร’วางแผนกระชับรัก‘พริ้ง-ชุติญา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/724632

‘ไต้ฝุ่น-กนกฉัตร’วางแผนกระชับรัก‘พริ้ง-ชุติญา’

‘ไต้ฝุ่น-กนกฉัตร’วางแผนกระชับรัก‘พริ้ง-ชุติญา’

วันจันทร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“เจ้าชู้ประตูดิน” เห็นทีสำนวนนี้คงบอกถึงตัวตนของ “ไต้ฝุ่น-กนกฉัตร” หรือ ประภาส ในละคร เพลงรัก รอยแค้น ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ได้มากที่สุดตอนนี้ที่หลังจากผ่านจากวันหยุดยาวสงกรานต์ก็ขอเปิดด้วยซีนกระชับรักละมุนๆ ใน อีพี 21ต่อทันที งานนี้เหยื่อรายใหม่ เอ๊ย สาวรายใหม่ของไต้ฝุ่น อย่าง “พริ้ง-ชุติญา” ดันหลงคารมหนุ่มเจ้าเสน่ห์เข้าซะแล้ว เพราะแค่คำชวนที่ว่าไปเต้นรำที่บ้านเราไหม กลับกลายเป็นจุดหักเหในชีวิตทันที!!

เป็นฉากที่ ประภาส (ไต้ฝุ่น-กนกฉัตร) และ เพียงเพ็ญ (พริ้ง-ชุติญา) นัดเจอและพากันไปดินเนอร์สองต่อสอง พร้อมทั้งบรรยากาศที่เป็นใจ ทำให้ก่อตัวเป็นความโรแมนติกมากขึ้นเรื่อยๆประภาสใช้เสน่ห์ที่มีหว่านทำให้ เพียงเพ็ญตกหลุมรักและยังใช้สูตรเดิมด้วยการใช้ความสามารถในการเต้นทำให้สาวประทับใจ และชวนเพียงเพ็ญไปเต้นรำต่อกันที่บ้าน เพียงเพ็ญดื่มด่ำในบรรยากาศ ทั้งสองคนจูบกันเบื้องหลังฉากนี้ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งฉากที่จะทำให้ได้เห็นว่า ประภาส หรือไต้ฝุ่นนั้นเจ้าชู้แค่ไหนเพราะเล่นหว่านเสน่ห์ตัวแม่ยังไม่พอ ยังมาหว่านเสน่ห์ตัวลูกอย่างพริ้งต่ออีก งานนี้นักแสดงน้องใหม่แกะกล่อง พริ้งถึงขั้นตื่นเต้นมาก เพราะนี่เรียกว่าเป็นการเล่นฉากเลิฟซีนครั้งแรก และที่น่าตื่นเต้นไปมากกว่านั้น นั่นคือ นี่คือฉากแรกที่ พริ้ง กับ ไต้ฝุ่นเข้าด้วยกัน พอไต้ฝุ่นเห็นอาการของพริ้งเริ่มประหม่า ก็รับบทพี่ชายที่แสนดี พยายามเล่น พยายามจูน เพื่อทำให้พริ้งคลายกังวล และซีนนี้ต้องมีการเต้นรำด้วย ทั้งพริ้ง และไต้ฝุ่นก็ซ้อมเต้นกันเพลินๆ แต่พอถึงจังหวะที่ต้องเคลิ้มตัวมองตา จูบกัน พริ้งถึงขั้นเกือบหลุด เพราะเขินนัยน์ตาเสน่ห์ของไต้ฝุ่นมากๆ แต่ก็เป็นข้อดีเพราะนี่คือการส่งอารมณ์ชั้นดี ทำให้การแสดงของพริ้งไหลลื่น ไปตามฟีลลิ่ง จุ๊บกันได้โรแมนติกสุดๆไปเลย งานนี้ต้องลุ้นว่า ความสัมพันธ์ประภาสกับเพียงเพ็ญจะเลยเถิดกันไปถึงขั้นไหน เพราะอย่าลืมว่า ประภาสก็กำลังคบหาอยู่กับคุณนายจันทร์เพ็ญ ที่เป็นแม่ของเพียงเพ็ญอยู่ด้วย กุมมือสวดมนต์และลุ้นไปพร้อมกันได้ในละคร เพลงรัก รอยแค้น อีพี 21 วันจันทร์ที่ 17เมษายน 2566 เวลาใหม่ 18.00-19.00 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27 และสามารถรับชมย้อนหลังที่แรกที่เดียวที่ TrueID ผ่าน 3 ช่องทางแอปพลิเคชั่น, เว็บ และกล่อง TrueID TV ดูฟรีทุกเครือข่าย

‘ไผ่ พงศธร’ร้องต่อไม่ไหว โดดลงเวทีแอดมิทโรงหมอ เสียงหายกะทันหัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/724735

'ไผ่ พงศธร'ร้องต่อไม่ไหว โดดลงเวทีแอดมิทโรงหมอ เสียงหายกะทันหัน

‘ไผ่ พงศธร’ร้องต่อไม่ไหว โดดลงเวทีแอดมิทโรงหมอ เสียงหายกะทันหัน

วันอาทิตย์ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2566, 18.32 น.

‘ไผ่ พงศธร’ร้องต่อไม่ไหว โดดลงเวทีแอดมิทโรงหมอ เสียงหายกะทันหัน

16 เม.ย.2566 ทำแฟนเพลงอดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ เมื่อนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ไผ่ พงศธร กำลังร้องรำทำการแสดงบนเวทีแต่จู่ๆต้องรีบลงจากเวทีรีบไปโรงพยาบาลด้วยอาการเสียงหายกะทันหัน 

โดยเฟซบุ๊ก ดาราภาพยนตร์ เผยถึงเรื่องนี้ว่า ไผ่ พงศธร ประกาศขอยกเลิกคอนเสิร์ตกลางคัน เนื่องจากเสียงหายกะทันหัน หลังจากเจ้าตัวเพิ่งขึ้นเวทีโชว์ได้เพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งล่าสุด ไผ่ พงศธร โพสต์ภาพตนเองในโรงพยาบาล พร้อมข้อความว่า 

ก่อนขึ้นเวทีแค่ 2 ชั่วโมง อยู่ๆเสียงก็หาย ไม่บอกไม่กล่าว ขึ้นเวทีได้แค่ 2 เพลงไปต่อไม่ไหว วันนี้ไผ่ต้องกราบขอโทษเจ้าภาพ และแฟนเพลงทุกๆ คนที่มาให้กำลังใจไผ่หน้าเวทีด้วยครับ เสียงบ่มีแต่กะถ่ายรูปนำกันเอาเน๊าะ ให้น้องๆ รถแห่รันความสนุกต่อครับ ไผ่มาฉีดยาที่โรงพยาบาล ขอบคุณทุกๆ กำลังใจนะครับ

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fdarapappayon%2Fposts%2Fpfbid02g5F7LjDZukfhAymghwgzmHFrrGD5LqKSY8tGjvnjGn3uDpxPsYohnf2rYWBi3pWpl&show_text=true&width=500

‘ลูกสาว’เผยอาการคุณพ่อ’หม่ำ’ คอนเฟิร์มซี่โครงหัก ปอดช้ำ เจ้าตัวไม่วายปล่อยมุขตลกได้อีก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/724649

'ลูกสาว'เผยอาการคุณพ่อ'หม่ำ' คอนเฟิร์มซี่โครงหัก ปอดช้ำ เจ้าตัวไม่วายปล่อยมุขตลกได้อีก

‘ลูกสาว’เผยอาการคุณพ่อ’หม่ำ’ คอนเฟิร์มซี่โครงหัก ปอดช้ำ เจ้าตัวไม่วายปล่อยมุขตลกได้อีก

วันอาทิตย์ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2566, 13.02 น.

วันที่ 16 เมษายน 2566 หลังจาก หม่ำ จ๊กมก ต้องแอดมิตจากเหตุการณ์ลื่นล้มจนซี่โครงหักตอนเล่นสงกรานต์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (หาม’หม่ำ จ๊กมก’เข้าโรงพยาบาลกลางดึก หลังเล่นสงกรานต์ ซี่โครงหัก 3 ซี่)

ล่าสุด มด เอ็นดู วงษ์คำเหลา ภรรยาตลกดัง หม่ำ จ๊กมก โพสต์คลิปสามี ขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่เป็นห่วง โดย หม่ำ สีหน้ายังอิดโรย ซึ่งบอกว่า ดีขึ้น ยังเจ็บอยู่ ส่วนภรรยาคอยให้กำลังใจพรุ่งนี้ยังต้องเอ็กซเรย์อีกรอบดูว่าข้างในเป็นอย่างไรบ้าง แต่หมอบอกว่าปอดมีช้ำนิดหนึ่ง

ก่อนที่ หม่ำ ที่นอนป่วยยังปล่อยมุขฮาว่า ซี่โครงก็หัก หน้าก็หัก ดั้งก็หัก โอ๊ยหักทุกอย่าง นิ้วก้อยก็หัก แต่ไม่เคยหักอกเมีย

ขณะที่  เอ็ม บุษราคัม ลูกสาวซึ่งตอนนี้ยังอยู่ที่ฮ่องกงกับสามีและลูกๆ โพสต์ภาพขณะวิดีโอคอลล่าสุด ไปหาผู้เป็นพ่อที่โรงพยาบาล พร้อมทั้งระบุข้อควาว่า “คอนเฟิร์ม ซี่โครงหักและปอดช้ำจริงแต่ก็ดื้อจะออกโรงพยาบาลภายในวันพรุ่งนี้ เลยโดนหลานๆตักเตือนเลยว่า อย่าดื้อนะคะตาตา …. วันนี้ดีขึ้น ทานข้าวได้ คุยได้ หัวเราะได้ หายไวไวนะคะตาตา หายดีแล้วค่อยจัดทริปใหม่ก็ได้ เด่วจะพาไปเที่ยวให้หนำใจเลยค่ะ”

‘มาดามเดียร์’ ชวนชาวสงขลาเขต 1 ‘เปลี่ยน’ มาเลือกปชป.พรรคไม่มีกลุ่มทุนชี้นำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546952

16 เม.ย. 2566

'มาดามเดียร์' ชวนชาวสงขลาเขต 1 'เปลี่ยน' มาเลือกปชป.พรรคไม่มีกลุ่มทุนชี้นำ

‘มาดามเดียร์’ ชวนชาวสงขลาเขต 1 ‘เปลี่ยน’ มาเลือกประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 พรรคไม่มีกลุ่มทุนชี้นำ และ สส.ที่มีอุดมการณ์ พร้อมยก 4 เหตุผลที่ต้องเลือก ‘สรรเพชญ บุญญามณี’ เบอร์ 4 เข้าสภา

ที่โรงยิมสนามกีฬาติณสูลานนท์ อ.เมือง จ.สงขลา น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมปราศรัยขอเสียงสนับสนุนให้นายสรรเพชญ บุญญามณี ผู้สมัคร สส. สงขลา เขต 1 หมายเลข 4 ซึ่งในเวทียังมี นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบายการเมือง ร่วมปราศรัยด้วย ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่มาร่วมรับฟังอย่างคึกคัก

โดย น.ส.วทันยา กล่าวว่า วันนี้รู้สึกอบอุ่นและดีใจมากที่ได้มาเจอคนสงขลา ซึ่งตนอยู่ที่ กทม. เมื่อเช้าได้ไปเดินตลาด ตนและคน กทม. เหนื่อย แต่ไม่ได้เหนื่อยเพราะทำงานหนัก แต่กลับเป็นการเหนื่อยใจ และเสียใจในช่วงผ่านมาเราเห็นปัญหาของประชาชน แต่หลายครั้งเราไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้ และเมื่อเวลาเราทำแบบนี้ทุกๆ ครั้ง เราเสียใจที่รู้ว่าปัญหาเกิดจากอะไร แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ 

เปลี่ยนพรรคการเมืองต้องเลือกพรรคที่ไม่มีเจ้าของ

ทั้งนี้เพราะเรามีการเมืองที่ไม่ดี เป็นการเมืองที่อยู่แต่ในวังวนของความขัดแย้ง เป็นการเมืองที่มัวแต่ทะเลาะกันเอง ทำให้ขาดโอกาสในการพัฒนาประเทศ ทำให้สูญเสียโอกาสของประเทศ และของเยาวชนที่จะได้มีโอกาสดีๆ เหมือนเด็กในต่างประเทศ 

ดังนั้นเวลาที่เราต้องเปลี่ยนการเมือง เพราะที่ผ่านมาเราอยู่บนการเมืองของขั้วความขัดแย้ง ที่ฝ่ายหนึ่งอ้างว่าตัวเองสวมเสื้อประชาธิปไตย อ้างว่าตัวเองมาจากประชาชน แต่เมื่อเข้าไปในสภากลับทุจริตเชิงนโยบาย โกงกินเงินงบประมาณ 

ส่วนอีกฝ่ายที่อ้างว่าเข้ามาเพื่อจะมาจัดการกับความขัดแย้ง บอกว่าให้เลือกความสงบ แต่ปรากฎว่าก็จบลงที่เศรษฐกิจเงียบสงัด ความขัดแย้งก็เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม และท้ายที่สุดก็ทุจริตไม่ต่างกัน

น.ส.วทันยา กล่าวต่ออีกว่า วันนี้สิ่งแรกที่เราต้องเปลี่ยน คือ เปลี่ยนพรรคการเมือง เราต้องเลือกพรรคการเมืองที่ไม่มีเจ้าของ ไม่มีกลุ่มทุนมาคอยชี้นำ เพราะพรรคการเมืองนั้นจะเป็นพรรคการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง นั่นคือพรรคประชาธิปัตย์ เรายืนอยู่คู่พี่น้องคนใต้ และคนไทยมาได้ 77 ปี และนั่นคือเครื่องยืนยันและการันตีให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเดียวที่มีจุดกำเนิดที่เกิดขึ้นมาจากประชาชน ทำเพื่อประชาชน และเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง

มาดามเดียร์ ชวนชาวสงขลาเขต 1 เปลี่ยนมาเลือกพรรคการเมืองที่ไม่มีเจ้าของมาดามเดียร์ ชวนชาวสงขลาเขต 1 เปลี่ยนมาเลือกพรรคการเมืองที่ไม่มีเจ้าของ

'มาดามเดียร์' ชวนชาวสงขลาเขต 1 'เปลี่ยน' มาเลือกปชป.พรรคไม่มีกลุ่มทุนชี้นำ

เปลี่ยนมาเลือก สส.มีอุดมการณ์เพื่อปชช.

ส่วนสิ่งที่ต้องเปลี่ยนที่ 2 คือ เปลี่ยนไปเลือก สส. ที่มีอุดมการณ์ สส.ที่ไม่ไปเข้าพรรคการเมืองเพราะถูกประมูลตัวไป เพราะเมื่อถูกประมูลตัวไป เท่ากับว่าเขาเริ่มต้นนับ 1 ทั้งที่ยังไม่เข้าสภาด้วยเงิน ดังนั้นเมื่อเข้าไปสภาคิดว่าเขาจะเลือกประชาชนหรือเงิน และเมื่อเขาอยู่พรรคการเมืองที่มีเจ้าของ มีนายทุน และยังเริ่มต้นก่อนเข้าสภาด้วยการเลือกเงิน พี่น้องประชาชนก็คงจะรู้ว่านักการเมืองเหล่านั้น เมื่อเข้าไปในสภาจะมุ่งหาผลประโยชน์ มุ่งกอบโกยผลประโยชน์ ทำเพื่อตัวเอง โดยไม่ได้ทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

มาดามเดียร์ ลุยหาเสียงช่วย นายสรรเพชญ บุญญามณี ผู้สมัคร สส. เขต 1 สงขลา เบอร์ 4 พรรคประชาธิปัตย์ มาดามเดียร์ ลุยหาเสียงช่วย นายสรรเพชญ บุญญามณี ผู้สมัคร สส. เขต 1 สงขลา เบอร์ 4 พรรคประชาธิปัตย์

น.ส.วทันยา ยังกล่าวถึง 4 เหตุผลว่าทำไมต้องเลือก “สรรเพชญ” โดยระบุว่า แม้ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์จะมีเลือดไหลออก แต่ก็มีเลือดใหม่อย่าง นายสรรเพชญ ที่เป็นเลือดใหม่ DNA ประชาธิปัตย์ไหลเข้ามาเช่นกัน และนายสรรเพชญ คือ ผู้ที่ควรได้รับโอกาส เพราะที่ผ่านมาได้ทำงานให้พี่น้องชาวสงขลาด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจมาโดยตลอด

มาดามเดียร์ ลุยหาเสียงช่วย นายสรรเพชญ บุญญามณี เบอร์ 4 มาดามเดียร์ ลุยหาเสียงช่วย นายสรรเพชญ บุญญามณี เบอร์ 4

อีกทั้งนายสรรเพชญ ยังถือว่าเป็นช้างเผือกของพรรคประชาธิปัตย์ที่พลาดไม่ได้ อย่างที่มีผลโพลจากหลายสำนักได้ประเมินไว้ และท้ายที่สุดนายสรรเพชญถือเป็นคนที่มีอุดมการณ์ยืนหยัด ประชาธิปัตย์ เท่ากับ ประชาชน

มวลชนชาวสงขลามวลชนชาวสงขลา

‘คุณหญิงสุดารัตน์’ ชูคลองฝั่งธนฯ ‘คาแนล ทาวน์’ แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546950

16 เม.ย. 2566

'คุณหญิงสุดารัตน์' ชูคลองฝั่งธนฯ 'คาแนล ทาวน์' แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

‘คุณหญิงสุดารัตน์’ นำทัพลุยหาเสียงทางน้ำ ชูคลองฝั่งธนฯ ‘คาแนล ทาวน์’ ยลวิถีชุมชนริมคลอง ขึ้นชั้นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก กระตุ้นเศรษฐกิจยั่งยืน ตั้งเป้าสร้างรายได้ 50,000 ล้านบาท

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เบอร์ 32 พร้อมด้วยน้องจินนี่ ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ และผู้สมัคร สส.ฝั่งธนบุรี ประกอบด้วย หมอแมพ กันตพงศ์ ดีชัยยะ ผู้สมัคร สส.หมาย7 เขตที่31 , นายธวัชชัย ทองสิมา ผู้สมัคร สส. เบอร์1 เขต26 ,นายสมพร คงโครัด ผู้สมัคร สส. เขต28 เบอร์ 6 ,นางนิธิสนี กลิ่นพันธหิรัญ ผู้สมัคร สส. เขต 32 เบอร์ 10 ,นายกิติ วงษ์กุหลาบ ผู้สมัคร สส. เบอร์ 10 เขต 29 ,นายอมรศักดิ์ สินเหลือ ผู้สมัคร สส. เบอร์ 1 เขต 25 ,นายเศรษฐสรร จันทร์ทอง ผู้สมัคร สส.เบอร์ 10 เขต 27 และนายภัชริ นิจศิริภัทร ผู้สมัคร สส.เบอร์ 12 เขต 24 กรุงเทพมหานคร พรรคไทยสร้างไทย ได้ร่วมล่องเรือเพื่อและพบปะพี่น้องประชาชนตามเส้นทางคลองต่างๆ ในเขตฝั่งธนบุรี ศึกษาแนวทางการสร้างรายได้ ให้พี่น้องในพื้นที่ฝั่งธนบุรี

ระหว่างเดินตลาดน้ำตลิ่งชัน ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทั้งพ่อค้าแม่ค้า และลูกค้า มาขอถ่ายรูปกันอย่างคับคั่งตลอดทาง รวมทั้งมีพ่อค้าแม่ค้ามามอบของกินของอร่อยให้จำนวนมาก อาทิ ร้านป้ากุลไข่เค็มไอโอดีน ,ร้านข้าวโพดเทียน ,ร้านแก้วข้าวโพด ,ร้านคุณมากน้ำส้มคั้น ,ร้านกรือโป๊ะคุณป้า เป็นต้น

นอกจากนี้ ประชาชนยังได้นำสลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 32 มาให้คุณหญิงสุดารัตน์ พร้อมทั้งอวยพรขอให้เป็นนายกรัฐมนตรี และเลือกพรรคไทยสร้างไทยอย่างแน่นอน 100%

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวทั้งไทยและชาวต่างชาติมักจะมาแบบ one day trip เพื่อล่องเรือ เที่ยวตลาดน้ำ แวะไหว้พระที่วัด แต่จริงๆฝั่งธนบุรีมีคลองอีกหลายสายที่ยังสมบูรณ์ น้ำไม่เน่าเสีย และมีสิ่งมีค่าที่น่าสัมผัสอย่างยิ่ง คือวิถีชีวิตริมคลอง นักท่องเที่ยวสามารถพายเรือเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ มีเรือขายอาหารและสินค้า มีบ้านเรือนบรรยากาศดีๆ มีร้านค้าและคาเฟ่ตลอดริมฝั่งคลอง แต่ขาดการสนับสนุน พัฒนาให้เป็นจุดขายในด้านการท่องเที่ยวของชาวฝั่งธนบุรี

คุณหญิงสุดารัตน์ นำทัพผู้สมัคร สส. กทม. พรรคไทยสร้างไทย ลุยหาเสียงทางน้ำ ฝั่งธนบุรีคุณหญิงสุดารัตน์ นำทัพผู้สมัคร สส. กทม. พรรคไทยสร้างไทย ลุยหาเสียงทางน้ำ ฝั่งธนบุรี

พรรคไทยสร้างไทย หาเสียงทางน้ำพรรคไทยสร้างไทย หาเสียงทางน้ำ

ฝั่งพระนครมีเยาวราชเป็นไชน่าทาวน์ พรรคไทยสร้างไทยจะผลักดันให้ฝั่งธนฯมี “Canal town” เพื่อเป็นเป้าหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก มาพักผ่อนยาวๆ ที่โฮมสเตย์ริมคลอง บรรยากาศไทยๆ นั่งอ่านหนังสือ ทำงานที่ศาลาริมน้ำ ตกเย็นนั่งเรือไปทานอาหารตามย่านต่างๆ เช่น ตลาดพลู ท่าดินแดง ตื่นเช้าตักบาตรริมคลอง พายเรือคายัค พายซัพบอร์ดไปเที่ยวคาเฟ่สองฝั่งคลองได้ และที่สำคัญทุกๆ การใช้จ่าย จะเป็นรายได้เติมเข้ากระเป๋าคนตัวเล็ก เติมเข้าชุมชน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือไม่ได้รับการสนับสนุน และการโปรโมทจากภาครัฐ รวมทั้งไม่มีการจัดระเบียบ ต้องเริ่มจากการสนับสนุนให้ชุมชนริมคลอง มีงบประมาณในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวริมคลอง สนับสนุนให้มีเรือเมลให้นักท่องเที่ยวในราคาที่เป็นธรรม และการให้มีไกด์นำการท่องเที่ยวอย่างถูกต้อง

พรรคไทยสร้างไทยเรามีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบโดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางเรือของทุกคลองในฝั่งธนบุรี สร้างโปรเจค “Canal town” ของฝั่งธนบุรีให้โด่งดังไปทั่วโลก เพราะมีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีวัฒนธรรมที่น่าสนใจ รวมทั้งมีวัดที่สำคัญอีกมากมาย เราจะสร้างรายได้ให้ชาวฝั่งธนไม่ต่ำกว่าปีละ 50,000 ล้านบาท จากโครงการ”Canal town”

จากนั้นลงเรือ คุณหญิงสุดารัตน์ และทีมผู้สมัครพรรคไทยสร้างไทยฝั่งธนบุรี ได้ขึ้นรถแห่จาก วัดบางไทร ไปยังเขตบางพลัด และขึ้นเวทีปราศรัย ร่วมกับ นายณัฐวัฒน์ พอใช้ได้ ผู้สมัคร สส. เขต 33 เบอร์12 ก่อนเสร็จสิ้นภารกิจลุยหาเสียงฝั่งธนบุรี ซึ่งใช้เวลาตลอดทั้งวัน

คุณหญิงสุดารัตน์ นำทัพลุยหาเสียงทางน้ำ ชูคลองฝั่งธนบุรี Canal town แหล่งท่องเที่ยวระดับโลกคุณหญิงสุดารัตน์ นำทัพลุยหาเสียงทางน้ำ ชูคลองฝั่งธนบุรี Canal town แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

คุณหญิงสุดารัตน์ นำทัพลุยหาเสียงทางน้ำ ชูคลองฝั่งธนบุรี Canal town แหล่งท่องเที่ยวระดับโลกคุณหญิงสุดารัตน์ นำทัพลุยหาเสียงทางน้ำ ชูคลองฝั่งธนบุรี Canal town แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

‘กรณ์’ ประกาศรื้อโครงสร้าง ‘สลากกินแบ่ง’ เพิ่มโอกาสคนไทยเป็นเศรษฐี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546948

16 เม.ย. 2566

'กรณ์' ประกาศรื้อโครงสร้าง 'สลากกินแบ่ง' เพิ่มโอกาสคนไทยเป็นเศรษฐี

‘กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า’ ประกาศรื้อโครงสร้าง ‘สลากกินแบ่ง’ ” เพิ่มโอกาสประชาชนเป็นเศรษฐี คืนเงิน 5,500 ล้านบาทต่อปีให้คนไทย ผ่านรางวัลแจ็กพอต 

พรรคชาติพัฒนากล้า ถือฤกษ์ดีวันหวยออก 16 เมษายน 2566 แถลงนโยบาย “รื้อโครงสร้างสลากกินแบ่งรัฐบาล” หวังเพิ่มโอกาสให้คนไทยมีโอกาสได้เป็นเศรษฐี

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคฯ แถลงว่า วลีอมตะที่เรามักได้ยินมาเสมอคือ  คนรวยเล่นหุ้น คนจนเล่นหวย ซึ่งหุ้นยิ่งเล่นยิ่งรวย แต่หวยประชาชนทั่วไป ซื้อความหวังด้วยการซื้อลอตเตอรี่

'กรณ์' ประกาศรื้อโครงสร้าง 'สลากกินแบ่ง' เพิ่มโอกาสคนไทยเป็นเศรษฐี

และมันก็ไม่มีค่าเมื่อไม่ถูกรางวัล ระบบสลากกินแบ่งถึงเวลาต้องเปิดโปง ถึงเวลาที่จะต้องมารื้อโครงสร้างสลากกินแบ่ง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนในฐานะผู้เล่นมากขึ้น 

นายกรณ์ อธิบายว่า ปี 2557 มีลอตเตอรี่ขายงวดละเพียงแค่ 37 ล้านใบ เพิ่มขึ้นทุกปีเป็น 100 ล้านใบ ด้วยเหตุผลข้ออ้างของฝ่ายรัฐบาลว่าต้องการเพิ่มปริมาณเพื่อต่อสู้กับลอตเตอรี่ราคาแพง คือหวังว่าปริมาณเพิ่มขึ้นแล้วราคาลอตเตอรี่จะลดลง

แต่ผลก็ตามที่เห็นกันว่าลอตเตอรี่ที่ซื้อขายตามแผง ราคาไม่ได้ลดลง เฉลี่ยอยู่ที่ใบละ 100 บาท ซี่งเมื่อมาเจาะลึกจากผลของการเพิ่มจำนวนลอตเตอรี่ ใครได้ประโยชน์บ้างและมหาศาล 

'กรณ์' ประกาศรื้อโครงสร้าง 'สลากกินแบ่ง' เพิ่มโอกาสคนไทยเป็นเศรษฐี

ปี 2557 – 2565 แบ่งเป็นส่วนกำไรของกองสลาก เงินที่เป็นรายได้ส่งเข้าแผ่นดิน และส่วนยอดขายหรือรายได้ของกองสลาก ยอดขายปี 2557 มีรายได้โดยรวมของกองสลากอยู่ที่ประมาณ 60,000 กว่าล้านบาท เพิ่มขึ้นมาเป็น 170,000 ล้านบาท ในปัจจุบัน ในช่วงเวลาเดียวกัน รายได้ที่ส่งเข้ารัฐ อยู่ทีประมาณ 14,000 ล้านเพิ่มขึ้นมา เป็น 44,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30,000 ล้านบาท

ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกัน กำไรของสำนักงานกองสลาก แต่ก่อน 1,000 ล้านต่อปี เพิ่มขึ้นมาจนปีล่าสุด อยู่ที่ระดับ 6,000 กว่าล้านต่อปี

นี่คือสาเหตุ ที่เรามองว่าถึงเวลาที่เราควรต้องคืนรายได้ คืนกำไรส่วนนี้ ซึ่งล้วนเก็บได้จากประชาชนคนไทย 20 ล้านคนที่ซื้อลอตเตอรี่ทุก ๆ 16 วัน กลับคืนให้ประชาชน

ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา รัฐมีรายได้ 3.2 เท่า กองสลากกำไรเพิ่มขึ้น 5.8 เท่า แต่ราคาลอตเตอรี่ก็ยังแพงอยู่ ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ซ้ำแล้วกองสลาก เพิ่งได้ขอมติจากคณะรัฐมนตรี ได้รับอนุมัติอย่างเป็นหลักการที่จะเพิ่ม สินค้าผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคตจะมีล็อตโต้ 6 เบอร์

และจะมีสิ่งที่เรียก 3 ตัว N3 เป็นผลิตภัณฑ์เพิ่ม ซึ่งก็ยิ่งทำให้เพิ่มรายได้ให้กับกองสลากเพิ่มขึ้น เป็นเหตุที่เราต้องมาทบทวนเพื่อแบ่งปันกำไร วันนี้ ประเด็นที่อยากเสนอเพิ่มเติม จากงวดที่เพิ่งผ่านมา

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า อันดับแรกขอให้ประชาชนซื้อลอตเตอรี่ผ่านแอปเป๋าตัง จะทำให้ระบบสามารถจะระบุได้ว่าผู้ซื้อมีภูมิลำเนาในจังหวัดใด โดยยึดตามบัตรประชาชน

วิธีการที่จะกำหนดว่าเราจะได้รางวัลหรือไม่ในแต่ละจังหวัดคือ อิงกับรางวัลที่ 1 เลข 6 ตัวในแต่ละงวด ง่าย ๆ คือ เลขที่ใกล้รางวัลที่ 1 ที่สุดไม่ว่าจะบนหรือล่างของรางวัลที่ 1

“ยกตัวอย่างเหมือนเราตีกอล์ฟ ให้ใกล้หลุมบาท และในรายที่ตีตกทราย ตกน้ำ ไม่ได้หมายความว่าท่านไม่มีสิทธิ เพราะหากไม่มีใครที่ตีได้ใกล้หลุมเท่าท่าน ๆ ก็มีสิทธิได้รางวัล วิธีการนี้จะทำให้เราสามารถคืนกำไรที่ 5,500 บาทคืนคนไทย นอกจากนี้ยังสามารถนำกำไรจากการขายลอตเตอรี่ของรัฐไปสนับสนุนทุนการศึกษา และทุนธุรกิจสร้างสรรค์ได้ เพื่อส่งเสริมให้มีผู้ประกอบการรายใหม่ขึ้นมาในสังคมของเรา ” หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าว  

ผู้สื่อข่าวาถามว่า โครงการนี้ เป็นการมอมเมาประชาชนหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า การมอมเมามันน่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่การเพิ่มจำนวนล็อตเตอรี่ แต่เราไม่เพิ่ม แต่เราเสนอว่าการแบ่งควรแบ่งในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ถ้ารัฐงดที่จะจ่ายค่าการตลาดที่รัฐบาลขายเองบนแอปเป๋าตังใบละเกือบ 10 บาท

เงินส่วนนั้นก็จะเพียงพอต่อการที่จะมาจ่ายรางวัลเพิ่มในส่วนของรางวัลแจ็คพอต 1 ล้านบาทที่ชาติพัฒนากล้ากำลังเสนอ เพราะฉะนั้นไม่มีผลต่องบประมาณ และไม่มีผลต่อการส่งเงินเข้ารัฐ

และเรื่องนี้ได้หารือกับผู้ออกแบบแอปเป๋าตังแล้วว่า โครงการนี้ทำได้ และคำถามที่มักเจอบ่อยคือ ทำไมเป็นรมว.คลังไม่ทำ ก็ต้องบอกว่า รายได้กองสลากไม่ได้มีมากขนาดนี้ และขณะนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีที่เอื้อให้ทำได้

ภาคเหนือตอนล่างเดือด! ‘สมศักดิ์’ ประกาศ ‘ล้มบ้านใหญ่’ ให้สูญพันธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546947

16 เม.ย. 2566

ภาคเหนือตอนล่างเดือด! 'สมศักดิ์' ประกาศ 'ล้มบ้านใหญ่' ให้สูญพันธุ์

แกนนำเพื่อไทย ลุยหาเสียงภาคเหนือตอนล่างเดือด! ‘สมศักดิ์’ ประกาศ ล้มบ้านใหญ่ให้สูญพันธุ์ มั่นใจ กวาดเก้าอี้เพิ่มได้เท่าตัว ปลื้มโพลแคนดิเดตนายกฯ คะแนนเพิ่มขึ้น ลั่นแลนด์สไลด์แน่

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายสุธรรม แสงประทุม แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีหลายสมัย นายวิวรรธนไชย ณ กาฬสินธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย และอดีตสส.หลายสมัย ลงพื้นที่โรงแรมวังจันทร์ริเวอร์วิว อ.เมือง จ.พิษณุโลก เพื่อปราศรัยช่วย น.ส.ณัฐทรัชต์ ชามพูนท ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก เขต 1 เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย โดยมี นายนพพล เหลืองทองนารา เขต 2 เบอร์ 10 นายจเด็ศ จันทรา เขต 3 เบอร์ 2 น.ส.พิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ เขต 4 เบอร์ 5 และ นายธนวิน โรจน์สุนทรกิตติ เขต 5 เบอร์ 7 เข้าร่วมด้วย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนเข้าร่วมกว่า 1,000 คน

ภาคเหนือตอนล่าง ‘เพื่อไทย’ แลนด์สไลด์แน่

โดย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นโอกาสดี ที่ได้มาพบกับพี่น้องประชาชน เพื่อนำเสนอนโยบายดีๆ ของพรรคเพื่อไทย รวมถึงจากการฟัง น.ส.ณัฐทรัชต์ ปราศรัย ตนมั่นใจว่า ได้เป็นดาวสภาอย่างแน่นอน เพราะพูดจาเข้าใจง่าย เป็นกันเอง จึงอยากขอโอกาส ให้เป็นผู้แทนของชาวพิษณุโลก 

ส่วนกระแสนิยมของพรรคเพื่อไทยในแต่ละเขต ยืนยันว่า ไม่เป็นรองใคร แต่การจะรักษากระแสไว้ได้ ต้องขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนด้วย โดยในช่วงที่ผ่านมา ตนมีโอกาสเดินทางไปหลายเขต ในภาคเหนือตอนล่าง พี่น้องประชาชนให้การตอบรับนโยบายของพรรคเพื่อไทยอย่างดียิ่ง ตั้งแต่ตนสมัคร สส. ปี2526 ยังไม่เคยเห็นประชาชนชื่นชอบนโยบายของพรรคการเมืองไหน มากเท่าพรรคเพื่อไทยขนาดนี้ ทำให้เรื่องแลนด์สไลด์ก็ไม่ใช่สิ่งที่พูดเล่น แต่จะเป็นจริงอย่างแน่นอน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย

ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทยผู้สมัคร สส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย

‘สมศักดิ์’ ประกาศ‘ล้มบ้านใหญ่’

นายสมศักดิ์ ยังฉายภาพรวมการลงพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างว่า ตนเดินทางร่วมกับนายสุธรรม มาแล้ว 7 จังหวัด อย่างละ 2 รอบ น่าภาคภูมิใจเพราะพี่น้องประชาชนตอบรับนโยบายของพรรคเพื่อไทยเป็นจำนวนมาก โดยบางจังหวัดที่คิดว่าเป็นเมืองปิด แต่เมื่อไปสัมผัสแล้ว พบว่า พี่น้องประชาชนตอบรับอย่างล้นหลาม 

ทำให้มั่นใจว่า พรรคเพื่อไทย จะได้ผู้แทนในภาคเหนือตอนล่างเพิ่มขึ้นเท่าตัว กลุ่มบ้านใหญ่แต่ละจังหวัดแทบจะหมดไป ทำให้คำว่าแลนด์สไลด์จะเกิดขึ้นจริง ดังนั้น จากนี้ มีเวลากว่า 1 เดือน ได้เน้นย้ำกับผู้สมัคร สส. อย่าประมาท ให้ลงพื้นที่ต่อเนื่อง เพื่อนำเสนอนโยบายของพรรค และสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน 

ส่วนผลสำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล ตนมองว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย มีความนิยมเพิ่มมากขึ้น เพราะเรามีแคนดิเดตถึง 2 คน ที่ติดโผ โดยเมื่อนำตัวเลขของทั้ง 2 คน มารวมกัน จึงนับว่า เป็นความนิยมที่สูงขึ้นนับจากการสำรวจครั้งที่ผ่านมา

นายสุธรรม แสงประทุม แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีหลายสมัย นายสุธรรม แสงประทุม แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีหลายสมัย

ขณะที่นายสุธรรม กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย มีรากฐานมาจากพรรคไทยรักไทยเคยทำนโยบายสำเร็จจำนวนมาก เช่น กองทุนหมู่บ้าน ที่ไม่ต้องให้พี่น้องประชาชนไปกู้นอกระบบ ซึ่งใช้ได้จนถึงปัจจุบัน แต่เมื่อถูกยึดอำนาจ เขาก็ไม่ต้องการช่วยเหลือคนจน จึงไม่รดน้ำพรวนดินกองทุนหมูบ้านต่อ แต่พรรคเพื่อไทย ที่นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย จะเข้ามารับหน้าที่แบกทุกข์ และแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนต่อ เหมือนความสำเร็จในอดีตของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

ดังนั้น วันนี้ พี่น้องประชาชน ไม่ต้องให้ยศพลเอกมานำเราอีกต่อไป เพราะในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ก็ต้องตกอยู่ในความลำบาก จากเศรษฐกิจตกต่ำ พรรคเพื่อไทยจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้ทั้งหมด

อีกทั้ง บรรยากาศการหาเสียงวันนี้ ทำให้ตนนึกถึงบรรยากาศในช่วงพรรคไทยรักไทย ที่ได้นำสเนอนโยบาย แล้วพี่น้องประชาชนตอบรับอย่างมาก จนสุดท้ายสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ 

กระแสพรรคเพื่อไทยวันนี้ คล้ายในสมัยพรรคไทยรักไทย จึงทำให้เห็นพลังที่พุ่งแรง บวกกับได้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่เป็นรัฐบาลทุกครั้ง เข้ามาช่วยขับเคลื่อน จึงทำให้มั่นใจว่า สามารถชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ได้ เพราะจากการลงพื้นที่ ได้เห็นแววตาผู้คนที่ได้ฝากความหวังไว้กับพรรคเพื่อไทย

เป็นสิ่งที่น่าชื่นใจมาก เพราะเป็นการร่วมมือระหว่างพี่น้องประชาชน กับพรรคการเมืองอย่างแท้จริง ที่ได้ร่วมกันสร้างพรรคของประชาชน ทำให้ครอบครัวใหญ่แต่ละจังหวัด จะแพ้ครอบครัวเพื่อไทย อย่างแน่นอน

ยาเสพติดหมด-กัญชาเอาคืนไป

น.ส.ณัฐทรัชต์ กล่าวว่า การมาพบกันวันนี้ เพราะเรามีหัวใจเดียวกัน อีก 28 วัน ก็จะถึงวันที่จะตัดสินอนาคตของพวกเราอีกครั้ง โดย 8 ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า พี่น้องประชาชน ต้องเจอปัญหารายได้ลดลง ทำการเกษตรก็ไม่ได้กำไร แถมยังต้องเป็นหนี้อีก ดังนั้น พรรคเพื่อไทย เราจะปั้มหัวใจเศรษฐกิจให้กลับมาฟื้นด้วยหลายนโยบาย และหลังจากเศรษฐกิจดี คุณภาพชีวิตก็ต้องดีด้วย เพราะปัจจุบันเรามักจะเห็นข่าว ผู้เสพยาเสพติดก่อเหตุสะเทือนขวัญ 

โดยพรรคเพื่อไทยกลับมา ยาเสพติดต้องหมดไป พร้อมเอากัญชาคืนไป รวมถึงหมดปัญหาระบบสุขภาพ ซึ่งไม่ต้องไปนั่งรอโรงพยาบาลตั้งแต่ตีสี่ แต่กว่าจะได้ตรวจก็ช่วงบ่ายถึงค่ำอีกแล้ว

จากนั้น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ ได้เดินทางต่อไปที่ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เพื่อปราศรัยช่วย นายจักรวาล ชัยวิวัฒน์นุกูล ผู้สมัคร สส. สุโขทัย เขต 4 เบอร์ 5 โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักเช่นกัน มีประชาชนเข้าร่วมฟังการปราศรัยกว่า 1,000 คน

มีประชาชนเข้าร่วมฟังปราศรัย กว่า 1,000 คนมีประชาชนเข้าร่วมฟังปราศรัย กว่า 1,000 คน

ครั้งแรก ‘สุวัจน์’ นำทีม ‘โคราชคัมแบ็ค’ เปิดเวทีปราศรัย 19 เม.ย. 66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546941

16 เม.ย. 2566

ครั้งแรก 'สุวัจน์' นำทีม 'โคราชคัมแบ็ค' เปิดเวทีปราศรัย 19 เม.ย. 66

‘สุวัจน์’ นำทัพขุนพลพรรคชาติพัฒนากล้า ทีม’โคราชคัมแบ็ค’ เปิดเวทีปราศรัยโคราช ครั้งแรก สนาม เขต 4 อ.สูงเนิน ชูนำเศรษกิจยุคทองกลับคืนมา

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่าในวันที่ 19 เม.ย. 2566 เวลา 15.00-18.30 น.พรรคชาติพัฒนากล้า(ชพก.)จะจัดปราศรัยครั้งแรกในเขตอำเภอสูงเนิน​ จ.นครราชสีมา นำโดย นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค นพ.วรรณรัตน ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรค พ.อ.วินัย สมพงษ์ ที่ปรึกษาพรรค นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค 

พร้อมผู้สมัคร สส. เขต1​ นายวัชรพล​ โตมรศักดิ์​ รองหัวหน้าพรรค​ ผู้สมัคร​ สส.​ เขต​ 2​ และ​ นายสมบัติ กาญจนวัฒนา ผู้สมัคร เขต 4 ( อ.สูงเนิน ) พร้อมด้วย ผู้สมัคร สส. พรรคชาติพัฒนากล้า จ.นครราชสีมา ทั้ง 16 เขต

เปิดไทม์ไลน์’ชาติพัฒนากล้า’ปราศรัยครั้งแรก

โดยก่อนการปราศรัย เวลา 15.30 น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค พร้อมด้วยผู้บริหารพรรค และผู้สมัคร สส. จ.นครราชสีมา จะเดินทางไปสักการะพระนอน (พระนอนหินทราย อายุกว่า 1300 ปี) วัดธรรมจักรเสมาราม ต.เสมา อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา

ทีมโคราชคัมแบ็ค  พรรคชาติพัฒนากล้าทีมโคราชคัมแบ็ค พรรคชาติพัฒนากล้า

จากนั้นในเวลา 16.00 น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค พร้อมด้วย ผู้บริหารพรรค และ ผู้สมัคร สส.จ.นครราชสีมา ลงพื้นที่พบพี่น้องประชาชน บริเวณ ตลาดสดสูงเนิน

และในเวลา 17.30 น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรค และผู้สมัคร สส.จังหวัดนครราชสีมา เปิดเวทีปราศรัยครั้งแรก อำเภอสูงเนิน ของพรรคชาติพัฒนากล้า ณ ศาลเอนกประสงค์ เทศบาลตำบลกุดจิก อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา นโยบายที่สำคัญในการปราศรัย ของพรรคชาติพัฒนากล้ากับชาวโคราช ชูนโยบายที่จะนำเศรษฐกิจยุคทอง กลับมาอีกครั้งหนึ่ง

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้านายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้า