คาร์เทียร์ประกาศรายชื่อ 33 ผู้ประกอบการสตรี ผู้คว้ารางวัล Cartier Women’s Initiative 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/724647

คาร์เทียร์ประกาศรายชื่อ 33 ผู้ประกอบการสตรี  ผู้คว้ารางวัล Cartier Women’s Initiative 2023

คาร์เทียร์ประกาศรายชื่อ 33 ผู้ประกอบการสตรี ผู้คว้ารางวัล Cartier Women’s Initiative 2023

วันจันทร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คาร์เทียร์ ประกาศรายชื่อ 33 ผู้ประกอบการสตรีผู้คว้ารางวัล Cartier Women’s Initiative 2023 เป็นการประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลจำนวนมากที่สุดนับแต่เปิดตัวโครงการ ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่คาร์เทียร์มีต่อการสนับสนุนผู้ประกอบการสตรีทั่วโลกที่สร้างความเปลี่ยนแปลง ด้วยธุรกิจที่รังสรรค์จากพลังบวก ขณะที่การประกาศผลผู้ชนะเลิศ11 รางวัล จะมีขึ้นในพิธีมอบรางวัลโครงการ Cartier Women’sInitiative ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2023 ณ กรุงปารีส

นับตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา โครงการ Cartier Women’s Initiative ได้ช่วยให้ผู้ประกอบการสตรีที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้สามารถบรรลุศักยภาพสูงสุด ด้วยการเผยแพร่ความสำเร็จของพวกเธอให้เป็นที่ประจักษ์ และให้การสนับสนุนทั้งด้านทุนทรัพย์ ด้านสังคม ตลอดจนบุคลากรที่จำเป็นต่อการสร้างธุรกิจให้เติบโตและพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ โดยโครงการ Cartier Women’s Initiative เปิดโอกาสให้ธุรกิจจากทุกประเทศและทุกภาคธุรกิจที่บริหารงานโดยผู้หญิง หรือมีผู้หญิงเป็นเจ้าของ และมุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนต่อสังคม ตามคำนิยามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ

16 ปีหลังการก่อตั้ง Cartier Women’s Initiative ได้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการสตรีที่สร้างความเปลี่ยนแปลงมาแล้วทั้งสิ้น 298 คน จาก 63 ประเทศ และได้มอบเงินทุนสนับสนุนธุรกิจของผู้ประกอบการเหล่านี้เป็นจำนวน 7,440,000 ดอลลาร์สหรัฐ ด้วยความเชื่อที่มีร่วมกันในอันที่จะหาทางแก้ปัญหาความท้าทายที่เร่งด่วนที่สุดของโลก

สำหรับการจัดโครงการในปี 2023 คาร์เทียร์ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้วยการเพิ่มรางวัลระดับภูมิภาค และรางวัล Thematic พร้อมเพิ่มเงินทุนสนับสนุนและเพิ่มจำนวนผู้ได้รับรางวัลเป็น 33 คน โครงการในปีนี้ประกอบด้วยรางวัลต่างๆ 11 รางวัล ได้แก่ รางวัลระดับภูมิภาค 9 รางวัล ซึ่งรวมภูมิภาคโอเชียเนีย และภูมิภาคแอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮาราที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในปีนี้ และรางวัล Thematic 2 รางวัล โดยหลังจากเปิดตัวรางวัลผู้บุกเบิกด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science and Technology Pioneer Award) ในปี 2021 ทางโครงการก็ได้เพิ่มรางวัล Thematic รางวัลที่ 2 คือ รางวัลความหลากหลาย ความเท่าเทียม และเปิดรับทุกคน (Diversity, Equity and Inclusion Award) ซึ่งมุ่งส่งเสริมการสร้างทางออกโดยผู้ประกอบการ เพื่ออุดช่องว่างด้านการเข้าถึง ผลลัพธ์ และโอกาส ให้แก่ชุมชนที่มักถูกมองข้ามหรือด้อยโอกาส โดยรางวัลนำร่องนี้ไม่มีเงื่อนไขด้านเพศสภาพ ต่างจากรางวัลอื่นๆ ที่มอบให้ผู้ประกอบการสตรีโดยเฉพาะ

การคัดเลือกผู้ได้รับรางวัลทั้ง 33 คน ซึ่งเป็นตัวแทนธุรกิจที่ชนะเลิศ 3 อันดับแรก ในประเภทรางวัลระดับภูมิภาค9 รางวัล และรางวัล Thematic 2 รางวัล ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว และนับเป็นครั้งแรกที่ผู้ประกอบการสตรีที่สร้างความเปลี่ยนแปลงจากประเทศอาร์มีเนีย บัลแกเรีย สาธารณรัฐโดมินิกัน และสิงคโปร์ ได้รับเลือกให้เป็นผู้ได้รับรางวัลใน Cartier Women’s Initiative

ซีริล วิญเญอรอง ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Cartier International กล่าวว่า “ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญที่คาร์เทียร์ตลอดมา และคาร์เทียร์ก็ได้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการสตรีอย่างเข้มแข็งมากว่า 16 ปี ในปีนี้เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้ขยายรางวัลให้ครอบคลุมผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในทุกภูมิภาคทั่วโลก ด้วยการเพิ่มรางวัล ระดับภูมิภาค 2 รางวัล และรางวัลความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการเปิดรับทุกคน (Diversity, Equality and Inclusion Award) ซึ่งเป็นรางวัลใหม่”

การประกาศผลผู้ชนะเลิศทั้ง 11 รางวัลจะมีขึ้นในพิธีมอบรางวัลโครงการ Cartier Women’s Initiative ในวันที่ 10 พฤษภาคม2023 ณ กรุงปารีส เพื่อให้สอดคล้องกับธีมประจำปีนี้ คือ พลังเพื่อความดีงาม (Forces for Good) พิธีมอบรางวัลจะสะท้อนความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะให้โครงการ Cartier Women’s Initiative มีวิวัฒนาการต่อไป เพื่อผลักดันการร่วมแรงร่วมใจ และสร้างความเปลี่ยนแปลงทั้งระบบอย่างสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ ข้อ 17 “ความเป็นหุ้นส่วนเพื่อเป้าหมายการพัฒนา” เพื่อส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนและเชิดชูพลังของการร่วมแรงร่วมใจ ผู้ชนะเลิศแต่ละรางวัลจะได้รับเงินทุนสนับสนุน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนผู้ชนะอันดับ 2 และ 3 จะได้รับเงินทุน 60,000 และ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ โดยทางโครงการได้เพิ่มเงินรางวัลในแต่ละปีเป็น 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นมูลค่าสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งโครงการเป็นต้นมา

นอกจากเงินทุนสนับสนุนจากโครงการ ผู้ได้รับรางวัลทั้ง 33 คนยังจะได้รับคำแนะนำปรึกษาที่ตรงตามธุรกิจ รวมทั้งโอกาสในการสร้างเครือข่าย และการเข้าเรียนในหลักสูตรของ INSEAD สถาบันบริหารธุรกิจชั้นนำอีกด้วย เยี่ยมชมข้อมูลโครงการและวีดีโอ เกี่ยวกับผู้ได้รับรางวัลได้ที่ www.cartierwomensinitiative.com

การแข่งขันขี่ม้าโปโลบนชายหาด ‘อินเตอร์คอนติเนนตัล-บี.กริม บีช โปโล 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/724628

การแข่งขันขี่ม้าโปโลบนชายหาด  ‘อินเตอร์คอนติเนนตัล-บี.กริม บีช โปโล 2023’

การแข่งขันขี่ม้าโปโลบนชายหาด ‘อินเตอร์คอนติเนนตัล-บี.กริม บีช โปโล 2023’

วันจันทร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ขบวนพาเหรด เชิญธงจาก 4 ประเทศ เข้าร่วมการแข่งขัน

บี.กริม ร่วมกับ กลุ่มบริษัท พราว, อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท และ บลูพอร์ต หัวหิน จัดงานแข่งขันขี่ม้าโปโลบนชายหาดการกุศลระดับทวีปเอเชียรายการ “อินเตอร์คอนติเนนตัล-บี.กริม บีช โปโล 2023” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ริมหาดหัวหินบริเวณด้านหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมอบรายได้สมทบทุน “มูลนิธิ ณภาฯ” ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา นำไปใช้ประโยชน์ในการส่งต่อความรักการช่วยเหลือผู้ต้องขังทั้งชายและหญิงในเรือนจำให้สามารถมีอาชีพมีความสามารถด้านกีฬาและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

สุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานที่ปรึกษาการจัดการแข่งขันฯ เผยว่า “บีช โปโล เป็นรายการแข่งขันขี่ม้าโปโลบนชายหาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรายการเดียวในภูมิภาคเอเชียจัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 12 ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายทั้งภาครัฐบาลและเอกชน รวมถึงสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย มูลนิธิ ณภาฯ และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันจัดงานและได้เลือกหัวหินซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกเป็นสถานที่จัดกิจกรรมกีฬาระดับนานาชาตินี้มาโดยตลอด เนื่องด้วยหัวหินเป็นเมืองที่มีทัศนียภาพสวยงามและมีมนต์เสน่ห์ของการขี่ม้าเลียบหาดซึ่งเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของหัวหิน รวมทั้งมีพื้นที่หน้าชายหาดที่กว้างเพียงพอสำหรับการแข่งขันผนวกกับกีฬาโปโลเป็นกีฬาที่นิยมของกลุ่มเซเลบริตี้จึงทำให้หัวหินเป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวในเมืองไทยที่มีความพร้อมและความเหมาะสมในการจัดการแข่งขันขี่ม้าบีชโปโลบนสนามทรายมายาวนานจนถึงปัจจุบัน”

Mr.Rodrigo Castro ตัวแทนทีมโปโลมาเก๊า รับถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานจัดการแข่งขัน, ประธาน บริษัท บี.กริมและนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ผู้ริเริ่มและเล่นกีฬาขี่ม้าโปโลชายหาดคนแรกของไทย กล่าวว่า “บีช โปโล ถือเป็นอีกหนึ่งการแข่งขันที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันขี่ม้าโปโลระดับนานาชาติ ความท้าทายที่เป็นเสน่ห์เฉพาะของการแข่งขันกีฬาขี่ม้าบีช โปโล คือ ต้องมีคำนวณและดูเวลาน้ำขึ้น-น้ำลง ในแต่ละปี เพื่อใช้พื้นที่บริเวณหาดทรายหลังจากที่น้ำทะเลลดลงจนได้ระดับที่เหมาะสมในการแข่งขัน นอกจากนี้ ยังมีการปรับเปลี่ยนใช้ลูกโปโลยางคล้ายลูกฟุตบอลขนาดเล็ก แทนลูกโปโลปกติ แต่ยังคงใช้กติกาการแข่งขันตามมาตรฐานสากล และถือเป็นปีพิเศษ เพราะเป็นปีที่ บี.กริม ในฐานะผู้สนับสนุนหลักฉลองครบรอบ 145 ปี แล้วภายในงานยังมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การประมูลสินค้าเพื่อนำรายได้สมทบทุนมูลนิธิ ณภาฯ การแสดงดนตรีจากวงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ทำการแสดงที่หัวหินในคอนเสิร์ตเพื่อขับกล่อมทุกคนในงานอีกด้วย”

ผลการแข่งขันทีมโปโลตัวแทนจากมาเก๊าเอาชนะประเทศเบลเยียม สามารถคว้าถ้วยพระราชทานฯ มาครองได้ด้วยคะแนน 5:3 โดยมีตัวแทนจากประเทศต่างๆ เข้าร่วมการแข่งขัน ได้แก่ ไทย ฮ่องกง เบลเยียม และมาเก๊า ท่ามกลางเสียงเชียร์และแสดงความยินดีจากตัวแทนภาครัฐ-ภาคเอกชน และเซเลบริตี้เข้าร่วมงานคับคั่ง

ประธานในงาน สุวัจน์ ลิปตพัลลภ และ นันทินี แทนเนอร์ ร่วมแสดงความยินดีกับนักโปโลจาก 4 ประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน ได้แก่ มาเก๊า, เบลเยียม, ฮ่องกง และไทย

ประธานในงาน สุวัจน์ ลิปตพัลลภ และ นันทินี แทนเนอร์ ร่วมแสดงความยินดีกับนักโปโลจาก 4 ประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน ได้แก่ มาเก๊า, เบลเยียม, ฮ่องกง และไทย

สุวัจน์ ลิปตพัลลภ พร้อมด้วย วาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ, พลกฤษ พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน, ว่าที่ พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รอง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์, นันทินี แทนเนอร์,พราวพุธ ลิปตพัลลภ กก.บริหาร กลุ่ม บ.พราว, นิธิชญา ศรีสุขพรชัย รอง กก.บริหารมูลนิธิ ณภาฯ,นพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน, อาชวันต์ กงกะนันทน์ ผอ.ททท. สนง.ประจวบคีรีขันธ์ และMr.Oliver Horn General Manager รร.อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท

สุวัจน์ ลิปตพัลลภ พร้อมด้วย วาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ, พลกฤษ พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน, ว่าที่ พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รอง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์, นันทินี แทนเนอร์,พราวพุธ ลิปตพัลลภ กก.บริหาร กลุ่ม บ.พราว, นิธิชญา ศรีสุขพรชัย รอง กก.บริหารมูลนิธิ ณภาฯ,นพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน, อาชวันต์ กงกะนันทน์ ผอ.ททท. สนง.ประจวบคีรีขันธ์ และMr.Oliver Horn General Manager รร.อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท

การแข่งขันขี่ม้าโปโลการกุศลบนชายหาดที่ยิ่งใหญ่

การแข่งขันขี่ม้าโปโลการกุศลบนชายหาดที่ยิ่งใหญ่

นางแบบกิตติมศักดิ์ ร่วมแสดงแฟชั่นโชว์บนหลังม้า

นางแบบกิตติมศักดิ์ ร่วมแสดงแฟชั่นโชว์บนหลังม้า

นางแบบกิตติมศักดิ์ ร่วมแสดงแฟชั่นโชว์บนหลังม้า

นางแบบกิตติมศักดิ์ ร่วมแสดงแฟชั่นโชว์บนหลังม้า

ดร.กฤษติกา คงสมพงษ์, จิตรลดา กัลย์จาฤก

ดร.กฤษติกา คงสมพงษ์, จิตรลดา กัลย์จาฤก

ระวังเล่นน้ำสงกรานต์นานเกินไป เสี่ยง ‘ปอดอักเสบ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/724642

ระวังเล่นน้ำสงกรานต์นานเกินไป เสี่ยง ‘ปอดอักเสบ’

ระวังเล่นน้ำสงกรานต์นานเกินไป เสี่ยง ‘ปอดอักเสบ’

วันจันทร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เทศกาลสงกรานต์ เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและความสนุกสนานที่สำคัญของคนไทยที่ขาดไม่ได้คือการเล่นน้ำสงกรานต์กิจกรรมช่วยคลายร้อนที่ถูกใจทุกเพศทุกวัย แต่ปัจจุบันมีกิจกรรมเปิดให้เล่นน้ำกันทั้งกลางวันและกลางคืน รวมถึงมีการเฉลิมฉลองที่สนุกสุดเหวี่ยงต่อเนื่องกันหลายวัน อาจทำให้ร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทันเสี่ยงที่จะติดเชื้อทางเดินหายใจและป่วยง่ายขึ้นอาจจะต้องนอนซมหมดสนุกได้

นายแพทย์ธนกร ทรรศนียศิลป์ อายุรแพทย์ระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่า การเล่นน้ำเป็นระยะเวลานานอาจทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะอาจทำให้มีความเสี่ยงป่วยติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เพราะการเล่นน้ำทำให้อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลง จึงมีความเสี่ยงในการติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจมากขึ้น โดยเมื่อร่างกายเปียกชื้นตลอดทั้งวัน แล้วเจอกับสภาพอากาศร้อนจัด จะทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน นอกจากนี้ การต้องอยู่ในที่ที่มีคนเยอะๆ และเล่นน้ำที่ไม่สะอาดหรือมีการปนเปื้อน จะทำให้มีการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ง่าย จนทำให้เกิดอาการป่วยตามมาเช่น ร้อนๆ หนาวๆ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะน้ำมูกไหล ปวดเมื่อยตามตัว หากยังฝืนเล่นต่อไปหรือไม่ได้รักษาอย่างถูกต้องจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อและพัฒนาเป็น “โรคปอดอักเสบ” ตามมาได้

โรคปอดอักเสบ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าปอดบวม เกิดจากการอักเสบของเนื้อปอด โดยเฉพาะที่บริเวณถุงลมของปอด ผู้ป่วยโรคปอดอักเสบอาจมีอาการแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุ อายุของผู้ป่วย และความรุนแรงของโรค โดยทั่วไปมักมีอาการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนนำมาก่อนเช่น มีไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ อาการปอดอักเสบที่พบบ่อยคือ ไข้ ไอ หายใจหอบเหนื่อย แต่ในบางรายอาจมีอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง เช่น มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ กระสับกระส่าย ผู้ป่วยบางรายจะมีหนาวสั่นได้ อาการของโรคจะรุนแรงในกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มที่มีโรคประจำตัวหรือมีภูมิต้านทานต่ำจะเกิดภาวะแทรกซ้อนจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

นพ.ธนกร ทรรศนียศิลป์

ผู้ที่จะเล่นน้ำช่วงสงกรานต์ไม่ควรเล่นน้ำต่อเนื่องกันนานจนเกินไปหากเป็นผู้ใหญ่ไม่ควรที่จะเล่นน้ำติดต่อกันเกิน 4 ชั่วโมง ส่วนเด็กเล็กไม่ควรเล่นติดต่อกันเกิน 1 ชั่วโมง ซึ่งการเล่นน้ำทั้งกลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จะทำให้อุณหภูมิร่างกายปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา หากพักผ่อนน้อยจะทำให้ป่วยได้ง่าย ที่สำคัญในช่วงนี้มีอากาศร้อนจัดไม่ควรผสมน้ำแข็งลงไปในน้ำที่ใช้เล่น เพราะอุณหภูมิที่ต่างกันเกินไปของน้ำกับแสงแดด อาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะช็อกได้ และทำให้ป่วยได้ง่ายกว่าการใช้น้ำอุณหภูมิปกติ ส่วนน้ำที่นำมาเล่นควรเป็นน้ำสะอาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคที่อาจมากับน้ำ หลังจากเล่นน้ำเสร็จแล้ว ควรรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย แต่หากใครเล่นน้ำแล้วมีอาการไข้หวัดแล้วยังไม่หายภายใน 2 วัน ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโรคปอดอักเสบสามารถป้องกันได้และลดความรุนแรงรวมถึงภาวะแทรกซ้อน ด้วยวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อนิวโมคอคคัส ควรฉีดในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ผู้ที่ไม่มีม้ามหรือม้ามทำหน้าที่ได้ไม่ดี ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง โรคพิษสุราเรื้อรัง โรคตับแข็งและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยที่ได้รับยาสเตียรอยด์หรือยารักษาโรคมะเร็ง ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ป่วยที่มีน้ำในไขสันหลังรั่วซึม ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคปอดอักเสบได้เป็นอย่างดี

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ผลไม้หน้าร้อนอร่อยมาก แต่ต้องระวังเบาหวาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/724643

รู้เรื่องยา

วันจันทร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หน้าร้อนในบ้านเมืองของเราสามารถทำให้เกิดความร้อนที่ร้อนจัดมาก แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังเป็นฤดูกาลแห่งผลไม้แสนอร่อยที่ออกมาให้กินกันไม่หวาดไม่ไหว มีให้เลือกกินได้ไม่ซ้ำกันทั้งเจ็ดวันเลย ทั้ง มะม่วงสารพัดชนิด มะยงชิด ทุเรียน เงาะ มังคุด ลิ้นจี่ ทั้งนี้ยังไม่นับรวมผลไม้ที่มีให้กินตลอดปีตลอดชาติ เช่น สับปะรด มะละกอ แตงโม กล้วย ขนุน เป็นต้น

แค่ผลไม้สดๆ ก็แสนอร่อยแล้ว ยังผนวกกับภูมิปัญญาของคนไทยเข้าไปอีก ก็ยิ่งเพิ่มความอร่อยให้กับผลไม้มากยิ่งขึ้นอย่าลืมว่าคนไทยมีความเป็นอัจฉริยะด้านอาหารการกินสูงมากสามารถดัดแปลงให้ผลไม้สามารถกินคู่กับของอื่นๆ ได้อย่างลงตัว เช่น มะม่วงกับน้ำปลาหวาน ข้าวเหนียวมูนกับมะม่วงสุกข้าวเหนียวทุเรียน เงาะลอยแก้ว ทั้งหมดทั้งมวลนี้ช่วยยกระดับความหวานชื่นใจชวนให้กินตลอดเวลา 

แต่มีคนกลุ่มหนึ่งที่น่าเป็นห่วงเพราะผลไม้ในช่วงหน้าร้อน คือกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน โรคเบาหวานจัดเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคเรื้อรังที่คนไทยเป็นกันมากกว่าสามล้านราย 

แม้จะป่วยด้วยโรคเบาหวาน แต่หากสามารถควบคุมโรคเบาหวานได้ก็ยังไม่น่าเป็นห่วงมากนัก แต่หากควบคุมไม่ได้ จะเป็นสาเหตุของโรคอื่นๆ ตามมาอีกหลายโรค อาทิ ไตวาย หลอดเลือดหัวใจตีบ อัมพฤกษ์ อัมพาตจากปัญหาหลอดเลือดสมอง เป็นต้น 

การควบคุมอาหารเป็นหัวใจของการรักษาระดับน้ำตาลในเลือด หากน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติก็รอดตัวไป แต่หากคุมไม่ได้ ก็จะมีปัญหาใหญ่ตามมาเรื่องการคุมน้ำตาลเป็นเรื่องที่คนไข้เบาหวานทุกคนรู้ดี แต่บางคนก็คุมสำเร็จ บางรายก็ไม่สำเร็จ 

ดังนั้นจึงขอพูดเรื่องการคุมการรับประทานผลไม้รสหวานจัดๆ ในช่วงหน้าร้อน ซึ่งบอกว่าเป็นเรื่องที่คุมได้ยากมากการห้ามรับประทานผลไม้รสชาติแสนอร่อยในช่วงหน้าร้อน ถือเป็นความใจร้ายอย่างหนึ่งสำหรับผู้รักรสชาติแสนอร่อยของผลไม้ไทย โดยเฉพาะผลไม้ที่มีให้กินปีละครั้ง แต่การที่คนเป็นเบาหวานจะกินผลไม้ ก็จำเป็นต้องระมัดระวังไว้ด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้อย่างดี เวลาไปตรวจตามนัดแล้วค่าน้ำตาลช่วงอดอาหารยังสูงเกินเกณฑ์ หรือมีค่าน้ำตาลสะสมสูงเกินเกณฑ์ หรือเป็น

คนไข้ที่ต้องฉีดอินซูลินทุกวัน คนกลุ่มนี้จะรับประทานกับผลไม้ได้ แต่ก็ยังมีข้อแลกเปลี่ยนคือ ต้องลดข้าวหรืออาหารหมวดคาร์โบไฮเดรตลงให้พอเหมาะ เพื่อเว้นพื้นที่ไว้ให้ผลไม้ที่อยากจะกินในบางวัน เช่น หากอยากกินทุเรียน 1 เม็ด (เน้นว่าเม็ดเล็กๆ) ก็อาจจะต้องลดข้าวลงสัก 1 ทัพพี เป็นต้น หรืออาจต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องอาหารแลกเปลี่ยน เช่น ข้าว 1 ทัพพี หรือ 1 ส่วน เทียบได้กับผลไม้ชนิดใด ในปริมาณมากเท่าใด เพื่อจะได้วางแผนแลกเปลี่ยนกันให้เหมาะสม ตัวอย่างของผลไม้ 1 ส่วน ก็คือ ทุเรียน 1 เม็ดเล็ก กล้วยน้ำว้า 1 ผล ลำไย 5-6 ผล มังคุด 4 ผล เป็นต้น

จะเห็นว่าปริมาณผลไม้ที่คนไข้เบาหวานกินได้ มักจะเป็นปริมาณแบบที่เรียกว่า “พอหอมปากหอมคอ” กินพอหายอยากหายคิดถึง ไม่ใช่กินทุเรียนทีละครึ่งลูก หรือส้มทีละหนึ่งกิโลกรัม ถ้าขืนกินในปริมาณแบบนั้น ต่อให้เป็นคนสุขภาพดีแต่ถ้าทำบ่อยๆ ก็ไม่น่าจะเป็นผลดีเช่นกัน

คนไข้เบาหวานที่มีเครื่องเจาะน้ำตาลในเลือด อาจจะสามารถติดตามค่าน้ำตาลในเลือดของตัวเองได้หลังจากรับประทานผลไม้โปรด ถ้าค่าน้ำตาลระหว่างมื้ออาหารเกินจาก 130 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก็ต้องตระหนักว่ามื้อที่แล้วอาจจะรับประทานอาหารกลุ่มที่เปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้มากเกินไปแล้วต้องไปปรับลดในมื้อต่อๆ ไปลง 

ทั้งนี้ผู้ป่วยไม่ควรปรับยาเองโดยเด็ดขาด เช่น รับประทานของหวานเยอะๆ แล้วไปเพิ่มยาลดน้ำตาลในเลือดเอง เพราะเวลาที่แพทย์ปรับยาแต่ละครั้ง ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย นอกจากเรื่องน้ำตาลในเลือดแล้ว ยังดูเรื่องการทำงานของตับ ไต หรือโรคร่วมอื่นๆ ของคนไข้ด้วย การที่คนไข้ปรับเพิ่มยาเองอาจส่งผลเสีย เช่น ทำให้เกิดอาการข้างเคียงของยา หรืออาจทำให้น้ำตาลต่ำเกินไปที่เรียกว่า ไฮโปไกลซีเมีย ได้

อีกประเด็นหนึ่งถ้าเลือกได้ ควรรับประทานผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำ เช่น ฝรั่ง แก้วมังกร แอปเปิ้ล แตงโม มะละกอ สับปะรด เป็นต้น

โดยสรุป คนไข้เบาหวานสามารถกินผลไม้ได้ แต่การกินให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ จะต้องกินโดยมีความรู้เกี่ยวกับอาหารแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ ต้องรับประทานยา
ตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ไม่ปรับเปลี่ยนขนาดยาเองและหากมีเครื่องตรวจน้ำตาลในเลือด ก็ควรตรวจวัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้ทราบว่าระดับน้ำตาลอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมหรือไม่

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เฮลีออน ในประเทศไทย ชวนบริจาคสมทบทุนทำฟันเทียมคืนรอยยิ้มผู้สูงอายุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/724640

เฮลีออน ในประเทศไทย ชวนบริจาคสมทบทุนทำฟันเทียมคืนรอยยิ้มผู้สูงอายุ

เฮลีออน ในประเทศไทย ชวนบริจาคสมทบทุนทำฟันเทียมคืนรอยยิ้มผู้สูงอายุ

วันจันทร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สูงอายุ คือผู้ที่มีบทบาทสำคัญในสังคมรวมถึงสถาบันครอบครัวของไทยมาตั้งแต่ยุคอดีตถึงปัจจุบัน แต่ด้วยโครงสร้างทางประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป การให้
ความสำคัญด้านสุขภาพของผู้สูงอายุจึงมีความจำเป็นอย่างมาก จากข้อมูลล่าสุดของกรมอนามัยชี้ 58٪ ของผู้สูงวัยไทยที่มีอายุ 74-60 ปี กำลังประสบปัญหาสูญเสียฟันจนเหลือฟันตามธรรมชาติน้อยกว่า 20 ซี่ และยังขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการฟันเทียมอย่างเท่าเทียม

เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ที่ผ่านมา เฮลีออนในประเทศไทย (Haleon in Thailand) ผู้นำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับผู้บริโภค มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุ เดินหน้าโครงการความร่วมมือภายใต้ชื่อ “เพราะรอยยิ้มไม่ควร ต้องรอ ความสุขก็เช่นกัน (Smiles Can’t Wait)” เพื่อสร้างความตระหนักรู้และมุ่งช่วยเหลือคนไทยผู้สูญเสียฟันและขาดแคลนทุนทรัพย์ให้สามารถเข้าถึงบริการฟันเทียมได้ง่ายขึ้น ได้บรรลุเป้าหมายในการร่วมมอบฟันเทียม 1,000 ชุดแก่ผู้สูงวัยที่ขาดโอกาสด้านบริการฟันเทียมในประเทศไทยไปแล้ว พร้อมสานต่อโครงการ CSR ให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินสมทบทุนทำฟันเทียม เพื่อมอบรอยยิ้มให้ผู้สูงอายุ ขยายโอกาสให้ได้รับฟันเทียมมากขึ้น สอดคล้องกับพันธกิจของบริษัท ในการยกระดับการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้คนทั่วโลกภายใต้แนวคิด #EveryMouthMatters เพื่อสร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้สูงวัยชาวไทย

นายฌอง ฟรองซัวส์ คูเว่ ผู้จัดการทั่วไป เฮลีออน ในประเทศไทย กล่าวว่า “เฮลีออน เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนควรมีโอกาสในการมีสุขภาพในช่องปากที่แข็งแรงให้นานที่สุด ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใครก็ตาม แต่เนื่องจากความต้องการฟันเทียมเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ทำให้หน่วยงานสาธารณสุขในประเทศไม่สามารถตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้ทั่วถึง ส่งผลให้ผู้สูญเสียฟันบางส่วนไม่สามารถเข้าถึงฟันเทียมและไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายจากการทำ
ฟันเทียมได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัยที่จัดเป็นประชากรกลุ่มที่เปราะบางที่สุด เฮลีออน ในประเทศไทย จึงจัดทำโครงการ Smiles Can’t Wait ด้วยความเชื่อที่ว่าการช่วยเหลือให้ผู้สูงวัยมีโอกาสเข้าถึงการทำฟันเทียม จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของพวกเขา ทั้งยังลดผลกระทบด้านอารมณ์และจิตใจ คืนความมั่นใจในรอยยิ้ม อีกทั้งยังช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการสูญเสียฟัน กล่าวได้ว่า โครงการครั้งนี้ทำให้ เฮลีออน ในประเทศไทย มุ่งหน้าสู่เป้าหมายการสร้างสรรค์ “สังคมที่ผู้คนทุกเพศทุกวัย มีสุขภาพพลานามัยที่ดีอย่างเท่าเทียม” ได้อย่างเป็นรูปธรรม”

(ซ้าย) ฌอง ฟรองซัวส์ คูเว่

เฮลีออน ในประเทศไทย ได้เริ่มเดินหน้าในการสนับสนุนและแก้ปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, กองทันตกรรมโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, โรงพยาบาลคณะทันตแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสมาคมร้านขายยาแห่งประเทศไทย ในการจัดทำฟันเทียมและส่งมอบให้แก่ผู้สูงอายุ โดยบริษัทตั้งเป้าหมายในการมอบอย่างน้อย ١,٠٠٠ ฟันเทียมให้ผู้สูงวัยในประเทศไทยที่มีปัญหาการสูญเสียฟันและต้องการฟันเทียมให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขและรอยยิ้มที่สดใสอีกครั้ง พร้อมยังเปิดโอกาสให้คนไทยทุกคน สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนมอบรอยยิ้มในผู้สูงอายุได้มากขึ้น ด้วยการร่วมกันบริจาคเงินสมทบทุนทำฟันเทียมผ่านช่องทางออนไลน์ โดยการสแกน QR Code กองทุนเติมรอยยิ้มคืนความสุขได้โดยตรงที่มูลนิธิของทั้ง 3 โรงพยาบาลที่สนับสนุนโครงการนี้

นางเมธิกา ศรีโรจน์ อายุ 72 ปี หนึ่งในผู้ที่ได้รับชุดฟันเทียมจากโครงการ Smiles Can’t Wait กล่าวว่า “เมื่อแก่ตัวลง ก็เสียฟันไปกว่า 20 ซี่ และต้องใช้ชีวิตกับปัญหานี้มานานกว่า 3 ปี เมื่อไม่มีฟันเหมือนเดิม นอกจากเคี้ยวอาหารไม่ไหว ไม่มั่นใจ ส่งผลให้ความสุขในชีวิตลดน้อยลง เรื่องนี้ใครไม่เจอกับตัวคงไม่รู้ นานวันเข้าปัญหานี้ก็ทำให้กลายเป็นคนหงุดหงิดง่าย ตอนที่ได้รู้ข่าวว่ามีโครงการดีๆ แบบนี้ จึงรู้สึกดีใจมาก เมื่อติดต่อไปก็ใช้เวลาเพียง 2 อาทิตย์ที่ลงชื่อกับทางโรงพยาบาลที่สนับสนุนโครงการ ก็ได้รับชุดฟันเทียมแล้ว ดีใจและตื้นตันใจมากๆ ตอนแรกก็ยังไม่ชินกับการ ใส่ฟันเทียม แต่หลังได้ลองใช้ประมาณ 4 อาทิตย์ก็เริ่มปรับตัวได้ เคี้ยวอาหารได้ง่ายขึ้น กลับไปทานอาหารที่ชอบได้แล้ว ดีใจมาก ทำให้เราใช้ชีวิต ได้มีความสุขมากขึ้นจริง ๆ ขอบคุณเฮลีออนในประเทศไทย ขอบคุณโครงการ และทันตแพทย์ที่มอบความสุขให้กับคนสูงวัยอย่างเรา อยากให้มีโครงการดีๆ แบบนี้ต่อไป เพื่อสร้างความสุขให้คนสูงวัยอื่นๆ ที่ประสบปัญหาเดียวกัน”

อากาศร้อน เติมสุขภาพ เติมน้ำให้กับร่างกาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/724641

อากาศร้อน เติมสุขภาพ เติมน้ำให้กับร่างกาย

อากาศร้อน เติมสุขภาพ เติมน้ำให้กับร่างกาย

วันจันทร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อากาศร้อนๆ นอกจากร่างกายจะสูญเสียน้ำไปกับเหงื่อ ทำให้ร่างกายอ่อนโรยได้ง่ายแล้ว การขาดน้ำในร่างกายยังมีผลต่อสุขภาพผิวของเราอีกด้วย  ไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อก(https://lifecenterthailand.wordpress.com) ชวนมาทำความเข้าใจว่า “น้ำ” จำเป็นและมีความสำคัญต่อสุขภาพผิวของเราอย่างไรบ้าง

ร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ทำให้น้ำมีความจำเป็นต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย ทั้งระบบการหมุนเวียนของเลือด ระบบย่อยอาหาร ระบบการปรับอุณหภูมิของร่างกาย รวมไปถึงระบบการขับถ่ายของเสีย ร่างกายจึงจำเป็นต้องมีปริมาณน้ำที่เพียงพอ เพราะเมื่อใดก็ตามที่ร่างกายขาดน้ำไป นอกจากจะทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายแปรปรวนแล้ว ก็จะทำให้ผิวสวยๆ ขาดความชุ่มชื่น สดใส และเกิดอาการแพ้ได้ง่ายๆ อีกด้วย

ในส่วนของผิวหนังของเรานั้น เนื่องจากผิวหนังของเราประกอบไปด้วยชั้นของเซลล์หลายๆ ชั้น โดยชั้นบนสุดคือเซลล์ของผิวหนังที่ตายแล้ว ที่เรามักจะขัดถู โดยใช้สคลับเพื่อผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก ซึ่งปกติผิวของเรานั้น ถ้าดูลึกลงไปในส่วนของเซลล์ จะพบว่ามีการเรียงตัวของเซลล์ในลักษณะยาวรีคล้ายใบไม้เรียงต่อกันเป็นตาข่าย โดยที่แต่ละเซลล์นั้นจะมีน้ำไปหล่อเลี้ยงตลอดเวลา ถ้าได้รับน้ำในปริมาณที่เพียงพอผิวจะดูสวย สดใส เพราะเมื่อแสงตกกระทบก็จะเกิดประกายที่ผิว อย่างที่เรามักเรียกกันว่า “ดูมีน้ำ มีนวล” แต่ถ้าเมื่อใดที่ผิวของเราขาดน้ำไปหล่อเลี้ยง เซลล์ผิวของเราจะเล็ก ฟีบลงดูเหี่ยวแห้ง ไม่มีชีวิตชีวา และนอกจากในส่วนของเซลล์ผิวแล้วทั้งรอบๆ เซลล์ และในชั้นคอลลาเจน ก็ต้องการน้ำเพื่อความตึงตัวเช่นกัน จึงเป็นเหตุผลง่ายๆ ว่าทำไมผิวสวยๆ จึงไม่ควรขาดน้ำ

เซลล์ผิวที่ขาดน้ำ เมื่อเราลองสัมผัส ก็จะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวจะหยาบ และกระด้าง ขาดความยืดหยุ่น จนบางครั้งถ้าผิวแห้งมากๆ อาจเกิดเป็นจุด หรือจ้ำแดงๆ และมีอาการแพ้ต่อสารเคมี หรือฝุ่นควันต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญ อาจเริ่มมีปัญหาในการใช้เครื่องสำอาง ที่ไม่ใช่เพียงอาการแพ้ง่าย แต่เมื่อแต่งหน้าแล้ว ก็อาจทำให้เครื่องสำอางไม่ติด รองพื้นแล้วหน้าเป็นขุย หรือทาครีมแล้วครีมไม่ซึมลงสู่ผิว เนื่องจากผิวที่ขาดน้ำนั้นจะไม่ดูดซึมอะไรเลย และจะเริ่มแสดงอาการโทรม ใบหน้าอิดโรย ไม่สดใส ออกมาในที่สุด

ทางออกที่ง่ายที่สุดก็คือ การเติมน้ำให้กับร่างกาย โดยดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว และสำหรับช่วงเวลาที่ดีในการดื่มน้ำ มีดังนี้ 1.เวลาตื่นนอน ควรดื่มประมาณ 1 แก้ว เพื่อลดความเข้มข้นของเลือด และกระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายในให้ตื่นตัว 2.เวลาสายๆ หรือ 9-10 โมงเช้า ควรดื่มประมาณ 2 แก้ว เพื่อชำระของเสียออกจากร่างกาย3.เวลาเที่ยงๆ หรือ ก่อนอาหาร 15 นาที ควรดื่มประมาณ ครึ่งแก้ว เพื่อช่วยให้ระบบการย่อยดีขึ้น แต่ถ้าใครอยากลดน้ำหนัก ลองเพิ่มปริมาณน้ำเป็น 1-2 แก้ว เพื่อจะได้อิ่มเร็วขึ้น

4.เวลาหลังอาหาร หลังจากมื้ออาหารประมาณ 40 นาทีควรดื่มน้ำประมาณครึ่งแก้ว เพื่อช่วยระบบย่อยอาหาร แต่ช่วงเวลานี้ไม่ควรดื่มน้ำเยอะเกินไป เพราะจะไปเจือจางน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ทำให้น้ำย่อยทำงานได้ไม่เต็มที่ 5.เวลาก่อนนอน ควรดื่มน้ำประมาณ 1 แก้ว เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงภาวะเส้นเลือดในสมองแตก หรือหัวใจวาย และช่วยชะล้างสิ่งตกค้างในลำไส้และกระเพาะอาหาร แต่ไม่ควรดื่มเกิน 1 แก้ว เพราะจะทำให้ไตทำงานหนักในระหว่างหลับ และตื่นมาปัสสาวะในช่วงกลางดึก เป็นสาเหตุทำให้นอนหลับไม่สนิท

ทั้งนี้ นอกจากการดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอแล้ว การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายที่เหมาะสม และการพักผ่อนให้เพียงพอก็เป็นเรื่องสำคัญ
ในการฟื้นฟู และซ่อมแซมเซลล์ผิวอีกด้วย

คุณแหน : 17 เมษายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/724651

วันจันทร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ศ.เกียรติคุณ พลโทหญิงแพทย์หญิงทิพย์ ศรีไพศาล พร้อมกรรมการและคณะทำงานมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท ในพระอุปถัมภ์ฯ กราบมุทิตาจิตและขอพรอาจารย์หมอ พลโทสุปรีชา โมกขะเวส ปรมาจารย์ออร์โธปิดิกส์รพ.พระมงกุฎเกล้า และประธานมูลนิธิฯเนื่องในวันปีใหม่ไทย ณ พระราชวังพญาไท…

ll เณศราภา ตันตกิตติ์ ทับสุวรรณผู้บริหารสาวเก่ง เตรียมจัดงาน Riverside, I do : The Montien Riverside Wedding Showcase 2023 เอาใจว่าที่บ่าว-สาว ด้วยแพ็กเกจ และโปรโมชั่นสุดพิเศษ พร้อมพาร์ทเนอร์ 22-23 เม.ย. 10.00-19.00 น.ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมมณเฑียรริเวอร์ไซด์ สอบถามเพิ่มเติมโทร. 02-2922999หรือ Line : @montienriverside…

ll ชุดของขวัญ ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ จากร้าน ๑๐๙ “เอกลักษณ์แบบไทย ถูกใจผู้รับ” อาทิ ตุ๊กตาไทยๆ “น้องพลอยฝ้าย”,ผ้าทอดอกจอก, น้ำอบปรุง กลิ่นหอมสดชื่นเป็น “ชุดสงกรานต์” เซตละ 850 บาท รวมทั้งมีสินค้าจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพร้านจิตรลดา และสินค้าพื้นเมืองจากจังหวัดต่างๆ ตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณพระบรมราชินี วางจำหน่ายที่ร้าน ๑๐๙ (หนึ่ง-ศูนย์-เก้า) ชั้น G สาขาศูนย์การค้าดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า และสาขาตลาด อ.ต.ก.โทร. 02-2258757-8 หรือ Facebook ศาลาเฉลิมกรุง…

ll พระราชทานเพลิงศพ อุทัยวรรณ ชิงดวง มารดา พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ณ ฌาปนสถาน กองทัพอากาศ ศาลา VIP สารัชถ์-นลินี รัตนาวะดีวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน23 เม.ย.15.00 น. …

ll รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ขอเชิญร่วมทำบุญเสริมสิริมงคลเนื่องในวันปีใหม่ไทย ร่วมบริจาคได้ที่บัญชี รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ธนาคารกรุงเทพ 091-0-20188-8 สาขา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์-รังสิต **บริจาคผ่านเลขบัญชี 100 ขึ้นไป ติดต่อขอรับใบเสร็จได้** หรือผ่านระบบออนไลน์ https://tuh.hospital.tu.ac.th:8027(ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า)…

ll นิติพงษ์-รุ่งฤดี ห่อนาค เป็นปลื้มกับลูกรัก “ตังเม” เพียงออ ห่อนาค นศ.ทุน Savannah College of Art and Design (SCAD)มีผลงาน Animation ทำร่วมกับเพื่อนเข้าฉายที่โรงภาพยนตร์ เมืองแอตแลนตา สหรัฐอเมริกาได้รับรางวัล Popular Vote จากผู้ชมประเภทหนังสั้น ที่ผลิตโดยนักศึกษา…

ll สงกรานต์12-15 เม.ย. ธนาลัย ลิมปรัตนคีรี ผอ.รร.อนุบาลวัดธาตุทอง นำครูและบุคลากร ช่วยงานวัดธาตุทอง หลังจากนั้นจะพาเพื่อนๆ 7 คน แว่บไปพักผ่อนดูพะยูน ล่องอันดามัน ที่เกาะกระดาน จ.ตรัง ชายหาดที่ดีที่สุดอันดับ 1 ของโลกโดยผลการจัดอันดับของ World Beach Guide เว็บไซต์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวชายหาดสำหรับนักเดินทางทั่วโลก ..โดยมีสามี วิชาญ ลิมปรัตนคีรี สามีชาวตรังคอยต้อนรับ…ll

คุณแหน

LYN เปิดตัวกระเป๋า 3 รุ่นใหม่ล่าสุด ดึง‘พิม-พิมประภา’สะท้อนความงดงาม เย้ายวน น่าค้นหา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/724626

LYN เปิดตัวกระเป๋า 3 รุ่นใหม่ล่าสุด  ดึง‘พิม-พิมประภา’สะท้อนความงดงาม เย้ายวน น่าค้นหา

LYN เปิดตัวกระเป๋า 3 รุ่นใหม่ล่าสุด ดึง‘พิม-พิมประภา’สะท้อนความงดงาม เย้ายวน น่าค้นหา

วันจันทร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ต้อนรับฤดูร้อนอันงดงามไปกับ “พิม-พิมประภา ตั้งประภาพร” และกระเป๋า 3 รุ่นใหม่ล่าสุดจาก “LYN Summer 2023 Collection” ที่จะมาเป็น Must Have ไอเทมของสาวๆ คนรักแฟชั่นในฤดูกาลนี้ ชวนสัมผัสตัวตนที่มีเสน่ห์และชวนให้หลงใหลของนักแสดงสาวมากความสามารถอย่าง “พิม-พิมประภา” ที่มาร่วมถ่ายทอดคาแร็กเตอร์ของกระเป๋าทั้ง 3 ดีไซน์ ได้แก่ Roselle, Awa และ Lynette ให้กลายเป็นส่วนผสมของฤดูร้อนที่แสนเย้ายวนใจและน่าค้นหา พร้อมทั้งพาสาวๆ มาดื่มด่ำกับโลกแฟชั่นอีกครั้ง

Roselle กระเป๋าสะพายทรงเพาช์เรียบเก๋ กับความพิเศษตรงดีไซน์แบบแพ็กคู่จากกระเป๋าใบเล็กที่เลือกถอดออกได้ พร้อมเทคนิคปั๊มลายโมโนแกรมดอกไม้บนตัวหนังที่ช่วยเพิ่มลูกเล่นแบบสาวหวาน สำหรับ Roselle สามารถเป็นกระเป๋าใบโปรดที่สามารถเลือกหิ้วได้ตั้งแต่ลุคแคชชวลไปจนถึงลุคแบบเฟมินีนที่มีความเป็นUrban สายสะพายสองแบบในหนึ่งเดียวทั้งสายหนังและสายโซ่ ประกอบกันออกมาเป็นส่วนผสมที่มีเสน่ห์และใช้งานได้คล่องตัวหลากหลาย

Awa กระเป๋าสะพายไหล่สายหนังที่ตอบโจทย์ความเป็นแฟชั่นนิสต้าของรูปทรงไอคอนิกแห่งยุค 90 ที่ถูกนำมาตีความใหม่ผ่านสีสันอันคลาสสิกในลายควิลท์เรขาคณิตทั่วทั้งใบทำให้เกิดมิติและเท็กซ์เจอร์ที่นุ่มสบายน่าสัมผัส ก่อนประทับตราด้วยหมุดโลโก้ทองขนาดเล็ก ฟังก์ชั่นแบบซิปบนใช้งานสะดวก พร้อมฐานกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมขึ้นรูปทำให้ไม่ว่าจะใส่ไอเทมมากน้อยแค่ไหน Awa จะยังคงรูปทรงอันเก๋ไก๋ไว้ได้ตลอด

Lynette กระเป๋าสะพายสายโซ่และหนังทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ชูโรงความเก๋ด้วยลายควิลท์อัดแน่นทั่วทั้งใบ พิเศษตรงดีไซน์ที่ผสมผสานระหว่างรูปทรงแบบบาแก็ตและฟังก์ชั่นแบบ wallet on chain ในขนาดเล็กกะทัดรัด ที่ทำให้สามารถสะพายไหล่ คล้องแขน หรือถือแบบคลัทช์ได้ในเวลาเดียวกัน สาวๆจะยิ่งสนุกกับการแต่งตัวมากขึ้นด้วยเฉดสีที่มีให้เลือก ตั้งแต่โทนเฟมินีนละมุนละไมใช้งานง่าย อย่างเบจอมชมพู และฟ้าพาสเทล ไปจนถึงแดงเลือดนกและดำ ที่มาในฟินิชแบบหนังแก้ว พร้อมเติมความเจิดจรัสให้กับลุคสวยๆ ในอีเว้นท์กลางคืนได้อย่างลงตัว

พบกับกระเป๋า 3 ดีไซน์ใหม่ Roselle, Awa และ Lynette จาก LYN Summer 2023 Collection ที่พร้อมจะเติมสีสัน ความเป็นฤดูร้อนสุดเย้ายวนให้กับผู้หญิงทุกคนที่รักในการแต่งตัวและเพิ่มเสน่ห์ความมั่นใจสุดแกลมแบบ “พิม-พิมประภา” วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ LYN ทุกสาขา และช่องทางออนไลน์บนเว็บไซต์LYNACCS.COM

5 เหตุผลที่‘True to Love (ตามใจรัก)’เป็นซีรี่ส์โรแมนติกคอเมดี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/724635

5 เหตุผลที่‘True to Love (ตามใจรัก)’เป็นซีรี่ส์โรแมนติกคอเมดี้

5 เหตุผลที่‘True to Love (ตามใจรัก)’เป็นซีรี่ส์โรแมนติกคอเมดี้

วันจันทร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

True to Love (ตามใจรัก) เป็นซีรี่ส์แนวโรแมนติกคอเมดี้บอกเล่าเรื่องราวของโค้ชด้านการออกเดทชื่อดัง อย่าง ยอนโบรา ที่ใช้นามแฝงว่า เดโบราห์ (รับบทโดย ยูอินนา) ผู้ที่เชื่อว่าการออกเดทให้ประสบความสำเร็จต้องมีกลยุทธ์และชั้นเชิง กับ อีซูฮยอก (รับบทโดยยุนฮยอนมิน) ผู้บริหารสำนักพิมพ์ ที่เชื่อว่าความรักต้องอาศัยความจริงใจล้วนๆ

ไม่ว่าคุณจะอยู่ฝั่งรักให้รุ่งต้องมุ่งกลยุทธ์หรือรักแท้ขอแค่จริงใจ มาร่วมติดตามเหตุผลที่ห้ามพลาดซีรี่ส์เรื่องนี้ไปพร้อมกัน ที่ Prime Video

การกลับมาของ ยูอินนา ตัวแม่แห่งวงการรอมคอม

แฟนๆ ส่วนใหญ่จะจดจำยูอินนาได้จากผลงานซีรี่ส์เรื่อง Guardian : The Lonely and Great God (ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ), The Spies Who Loved Me (สปายสายรัก) และ Touch Your Heart แต่หลังจากผลงานเรื่องล่าสุดของเธออย่าง Snowdrop แฟนๆ ก็ลุ้นกันว่าบทบาทเรื่องใหม่ของเธอจะเป็นอย่างไร และต่างพากันตื่นเต้นเมื่อได้รู้ว่าเธอจะกลับมารับเล่นซีรี่ส์แนวรอมคอมอีกครั้ง ยูอินนา กล่าวว่า “ฉันได้กลับมาเล่นซีรี่ส์แนวโรแมนติกคอเมดี้อีกครั้งหลังจากห่างหายแนวนี้ไป 3 ปี ถ้าเทียบกับผลงานเรื่องก่อนๆ ในเรื่องนี้ฉันพยายามถ่ายทอดตัวละครให้ดูเป็นคนในชีวิตจริงมากขึ้น และแสดงภาพที่ดูสวยหวานน่ารักเพียงด้านเดียวให้น้อยลง ตัวละครของฉันจะเป็นสาวแกร่งและมั่นใจฉันเลยพยายามจะถ่ายทอดตัวตนของ โบรา ออกมาให้ดีที่สุด” เชื่อได้เลยว่า ไม่ว่ายูอินนาจะได้รับบทบาทแบบไหน เธอไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวังอย่างแน่นอน

บทเรียนเกี่ยวกับความรักในเรื่องที่นำไปใช้ได้ในชีวิตจริง

เนื่องจากเรื่องนี้ตัวละครหลักเป็นโค้ชด้านการออกเดท เพราะฉะนั้น เราจะได้พบกับบทเรียนด้านความรักจากซีรี่ส์เรื่องนี้ ตัวละครแต่ละตัวจะมีสไตล์การออกเดทและ
เรื่องราวความรักที่แตกต่างกัน ซึ่งผู้ชมสามารถนำเคล็ดลับจากในเรื่อง ทั้งกลยุทธ์อันหลากหลาย คำแนะนำจากตัวละคร ไปปรับใช้ในชีวิตจริงได้ ผู้กำกับอีแทกน เล่าให้ฟังว่า “ผมคิดว่าทุกคนคงอยากรู้ว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในการออกเดทและมีความรัก ผมคิดว่าถ้าเรามีคำตอบที่แน่ชัดสำหรับเรื่องนี้ คงไม่มีหนังและซีรี่ส์มากมายเกี่ยวกับความรักนำเสนอออกมาซีรี่ส์ของเราไม่ได้บอกวิธีที่แน่นอน แต่จะเป็นแนวทางให้ผู้ชมได้ว่าความรักน่าจะเป็นอย่างไรและเราควรจะทำอย่างไร”

ตัวละครและความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับผู้ชม

ตัวละครและความสัมพันธ์ในเรื่องนี้จะสามารถเชื่อมโยงกับผู้ชมแต่ละคนได้ เมื่อคุณดูซีรี่ส์เรื่องนี้แล้ว คุณจะได้เห็นตัวคุณเองหรือเรื่องราวความรักของคุณ สะท้อนออกมาในส่วนใดส่วนหนึ่งหรือตัวละครบางตัวของซีรี่ส์ผู้กำกับอีแทกน กล่าวว่า “มีความสัมพันธ์หลากหลายรูปแบบในซีรี่ส์เรื่องนี้ อย่างเช่น คู่รักที่เพิ่งเริ่มต้นความสัมพันธ์ คู่แต่งงานที่กำลังเบื่อหน่ายในชีวิตคู่ ไปจนถึงคู่รักที่ต้องเลิกรากันและกำลังตั้งคำถามกับตัวเองว่าพวกเขาจะมีความรักได้อีกหรือไม่ เพราะฉะนั้นไม่ว่าสถานการณ์ความรักของคุณจะเป็นอย่างไร คุณจะได้เห็นภาพของตัวเองอยู่ในซีรี่ส์เรื่องนี้”

แท็กทีมความสนุกจาก 3 หนุ่มหล่อ

เมื่อเป็นซีรี่ส์โรแมนติกคอเมดี้ เราจะได้อินเคลิ้มไปกับเรื่องรัก และสนุกไปกับความตลกของเรื่องราว และบอกได้เลยว่าซีรี่ส์ True to Love หล่อและสนุกมาก!! ยูอินนา ถ่ายทอดความสนุกของซีรี่ส์ให้ฟังว่า นักแสดงชายทั้งสามคนต่างเป็นคนสนุกสนานและตลก ทำให้เธอรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้มาทำงาน เธอเล่าว่า “ตอนถ่ายทำทุกฉากสนุกมาก ยุนฮยอนมินพยายามปล่อยมุขและสร้างสีสันให้สนุกขึ้นไปอีก”จูซังอุค เพิ่มเติมว่า “ฮยอนมิน เป็นคนตลกมากทั้งบุคลิกและวิธีการพูด ผมเชื่อว่าผู้ชมจะสนุกและหัวเราะไปกับการแสดงของเขา” ยูอินนา เสริมว่า “ส่วนชานซองก็เป็นคนตลกมากๆเหมือนกัน เขาพยายามสร้างเสียงหัวเราะให้กับทุกคน” ด้าน ชานซอง กล่าวปิดท้ายว่า“จูซังอุคเองก็ตลกไม่แพ้กัน พวกเราสามคนแข่งกันว่าใครจะตลกที่สุด” ทั้งหล่อทั้งอารมณ์ดีแถมจัดเต็มมาแบบยกกำลังสาม ให้สามคำว่า ห้ามพลาด ห้ามพลาด ห้ามพลาด

ซีรี่ส์พลังบวกให้คุณผ่อนคลายและพักใจ

ถ้าคุณอยากพักเบรกจากความเครียดและความวุ่นวายที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตจริง เราแนะนำให้คุณปล่อยจอยปล่อยใจปรับอารมณ์ไปกับซีรี่ส์เรื่องนี้ ผู้กำกับอีแทกน เปิดใจว่า “ผมทำซีรี่ส์มามากกว่า 30 ปี จุดมุ่งหมายของผมในการเป็นผู้กำกับก็คืออยากจะมีชีวิตที่มีความสุขผมมีความฝันแบบนี้มาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก แต่เมื่อใช้ชีวิตมาเรื่อยๆ ผมค้นพบว่าบางทีชีวิตก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด โลกมอบโจทย์ที่ท้าทายให้เราอยู่เสมอ จนบางครั้งเราก็รู้สึกเหนื่อยใจผมหวังว่าซีรี่ส์เรื่องนี้จะทำให้วันหนักๆ ของคุณผ่อนคลายขึ้น และมอบรอยยิ้มให้กับผู้ชมได้” ถ้าใจมันท้อ ลองถอยจากเรื่องยากๆ ในแต่ละวัน แล้วเพิ่มพลังใจไปกับ True to Love

หล่อสายบุญ‘MEYOU’เดินสายทำบุญไหว้พระ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/724634

หล่อสายบุญ‘MEYOU’เดินสายทำบุญไหว้พระ

หล่อสายบุญ‘MEYOU’เดินสายทำบุญไหว้พระ

วันจันทร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หล่อสายบุญ!…ก็แอบเห็นใน IG Stories ช่วงหลังๆ เดินสายทำบุญไหว้พระ ปล่อยปลา สะสมบุญกับครอบครัวบ่อยมากขึ้น สำหรับ “MEYOU” (ชิษณุชา ตันติเมธ) ศิลปินหนุ่มเท่ นักแต่งเพลงรุ่นใหม่ จากค่าย White Music ก็ทำให้คิดไปว่า ที่ทำบุญบ่อย คงจากอุบัติเหตุไฟไหม้เมื่อปลายปีที่แล้วอ่ะ ล่าสุดเห็นไปที่วัดแก้วแจ่มฟ้า กับวิหารซุนหงอคง ก็ขอให้หมดเคราะห์หมดโศก บุญหนุนนำ ฟ้าเปิด และงานเพลงที่เตรียมจะปล่อยเร็วๆ นี้ แจ่มว้าวปังๆ ด้วยนะ สาธุ!