‘อธิบดีกรมข้าว’ลุยงาน! ตรวจความก้าวหน้าก่อสร้าง’ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723734

'อธิบดีกรมข้าว'ลุยงาน! ตรวจความก้าวหน้าก่อสร้าง'ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี'

‘อธิบดีกรมข้าว’ลุยงาน! ตรวจความก้าวหน้าก่อสร้าง’ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี’

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 15.46 น.

“อธิบดีกรมข้าว”ลุยงานตรวจความก้าวหน้าก่อสร้างศูนย์เมล็ดสุพรรณ หวังเพิ่มโอกาสเกษตรกรเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ดี

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยผู้บริหารกรมการข้าว ลงพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานและเร่งรัดการเบิกจ่าย โครงการก่อสร้างศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี ต.รั้วใหญ่ อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี บนพื้นที่กว่า 20 ไร่

อธิบดีกรมการข้าว​ เปิดเผยภายหลังการตรวจพื้นที่ในการสร้างศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรีว่า กรมการข้าวได้ดำเนินงานโครงการขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยการก่อสร้างศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเพิ่มเติมในจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกข้าวมากกว่า 300,000 ไร่ต่อปี (นาปีและนาปรัง) และยังไม่มีหน่วยงานที่มีภารกิจในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชั้นพันธุ์ขยาย ชั้นพันธุ์จำหน่ายอยู่ในพื้นที่  ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการก่อสร้างศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี พร้อมติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์เพื่อการปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ และครุภัณฑ์สำหรับใช้ในการปฏิบัติงาน วงเงินกว่า 250 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการประชาชนได้ในปีงบประมาณ 2567

“หากสร้างศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรีแห่งนี้เสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าจะมีกำลังการผลิตเมล็ดพันธุ์ไม่น้อยกว่า 5,000 ตัน/ปี ซึ่งจะช่วยขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวภาพรวมของกรมการข้าว เกิดหน่วยงานสนับสนุนด้านวิชาการและบริการประชาชนในพื้นที่ ตอบสนองนโยบายของรัฐในการส่งเสริมการผลิตข้าวผ่านโครงการต่างๆ สร้างความมั่นคงทางเมล็ดพันธุ์ของประเทศ ตลอดจนให้เกษตรกรได้มีเมล็ดพันธุ์ดีมีคุณภาพใช้เพาะปลูก อีกทั้งเพื่อเป็นการขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในพื้นที่ขาดแคลนต่อไป” อธิบดีกรมการข้าว กล่าว

– 006

‘ฮีทสโตรก’ ภัยใกล้ตัวหน้าร้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723735

'ฮีทสโตรก' ภัยใกล้ตัวหน้าร้อน

‘ฮีทสโตรก’ ภัยใกล้ตัวหน้าร้อน

วันพุธ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สภาพอากาศในช่วงนี้ร้อนแรงจนทำให้ใครหลายคนเหงื่อตก จนไม่กล้าสู้แดดไปตาม ๆกัน มีการคาดการณ์ว่าฤดูร้อนปีนี้จะพุ่งสูงไปถึง 43 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว โดยแสงแดดและอากาศที่ร้อนระอุในช่วงกลางวัน ส่งผลให้ผู้ที่อยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ๆ อาจมีความเสี่ยงอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ จากโรคลมแดด หรือ “ฮีทสโตรก” เนื่องจากร่างกายปรับสภาพไม่ทัน

นายแพทย์นริศ สมิตาสิน อายุรแพทย์โรคสมองและระบบประสาท โรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่า โรคลมแดด หรือฮีทสโตรก จะมาพร้อมกับอากาศที่ร้อนจัดจนทำให้ร่างกายปรับสภาพไม่ทัน เมื่อความร้อนในร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส สมองส่วนควบคุมอุณหภูมิของร่างกายจะเกิดความผิดปกติ จนส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิตและระบบสมอง สำหรับกลุ่มเสี่ยงของโรคนี้ ได้แก่

  • ผู้ที่ต้องทำงานกลางแดดหรือออกกำลังกายกลางแดดเป็นเวลานาน
  • กลุ่มคนที่เป็นโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน
  • กลุ่มเด็กและผู้สูงอายุ ซึ่งร่างกายจะระบายความร้อนได้ไม่ดีเหมือนวัยหนุ่มสาว
  • ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน
  • ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ผู้ที่ทำงานในห้องแอร์เย็น ๆ แล้วต้องออกมาเจออากาศร้อนจัด อาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน
  • ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะร่างกายจะสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากกว่าปกติ

สำหรับสัญญาณเตือนที่สำคัญของโรคฮีทสโตรกที่สามารถสังเกตได้เริ่มจาก

  • เมื่อมีอากาศร้อนแต่ไม่มีเหงื่อออก
  • หน้าแดง ตัวร้อนจัด
  • กระหายน้ำ
  •  วิงเวียน ปวดศีรษะ คลื่นไส้
  •  หายใจเร็ว กล้ามเนื้อเกร็ง มึนงง
  • มีอาการชัก รูม่านตาขยาย ความรู้สึกตัวน้อยลง จนหมดสติ

หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกต้อง อาจทำให้หัวใจหยุดเต้นและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งการช่วยเหลือเบื้องต้น ควรพาผู้ป่วยเข้าร่ม นอนราบ ยกเท้าสูง ปลดหรือคลายเสื้อผ้าที่รัดแน่นออก ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบตามตัว โดยเฉพาะข้อพับ ขาหนีบ ซอกคอ เพราะเป็นจุดที่ความร้อนสะสมอยู่เยอะ และใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน เพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายให้ต่ำลงอย่างรวดเร็วที่สุด และรีบนำส่งโรงพยาบาล  

การดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคลมแดด             

สำหรับการดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคลมแดด ผู้ที่มีความเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงการต้องทำงานที่อยู่กลางแดดจัดเป็นเวลานาน ควรพักเข้าร่มเป็นระยะ เพราะถ้าอยู่กลางแดดนานจะทำให้ความร้อนสะสมได้ ส่วนในกลุ่มนักกีฬาและกลุ่มที่ชอบออกกำลังกายไม่ควรออกกำลังกายกลางแดดแต่เลือกออกกำลังกายในช่วงเช้าหรือเย็นแทน หลีกเลี่ยงไปอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนจัด ไม่ควรให้เด็ก ผู้สูงอายุ อยู่ในรถที่จอดรถทิ้งไว้กลางแจ้งเป็นเวลานาน ในช่วงฤดูร้อนควรมีอุปกรณ์ป้องกันแสงแดด เช่น หมวกหรือร่ม เลือกเสื้อผ้าที่โปร่ง ไม่หนา มีสีอ่อน จะช่วยระบายความร้อนได้ดี ควรดื่มน้ำ อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว และดื่มน้ำระหว่างวันแม้จะไม่กระหายน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นและลดอุณหภูมิในร่างกาย และที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ

ฮีทสโตรกเป็นโรคที่มีความรุนแรงและอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ในช่วงฤดูร้อนที่มีอากาศร้อนจึงจำเป็นต้องทราบถึงสัญญาณเตือนในการเกิดโรค จัดควรหมั่นสังเกตอาการตัวเองและบุคคลใกล้ชิดที่เป็นกลุ่มเสี่ยง หากพบว่ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ขอให้รีบมาพบแพทย์ทันทีเพื่อลดความเสี่ยงในการเสียชีวิต

สำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ “รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์” ชวนคนไทยทำบุญรับเทศกาลปีใหม่ไทย พร้อมมอบกระเป๋าผ้างานแฮนเมดจากน้องผู้พิการที่นำสตอรี่งานศิลป์มาลงบนผืนผ้าทำให้เกิดชิ้นงานสร้างสรรค์ เป็นแฟชั่นฮิตติดเทรน เพื่อแทนคำขอบคุณจากน้องๆ สำหรับผู้ใหญ่ใจบุญที่ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือเด็กพิเศษ “รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์” ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป บริจาคตั้งแต่ 1,000 บาท รับกระเป๋าผ้าฟรี! ทันที โดยผู้มีจิตศรัทธา สามารถบริจาคช่วยเด็กนักเรียนพิเศษได้โดยตรงที่ ธนาคารกรุงไทย 591-6-00135-5 ชื่อบัญชี โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ และนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า สอบถามรายละเอียดที่โทรศัพท์ 092-739-0990 หรือ เฟชบุ๊ค ชื่อ : เด็กพิเศษพระมหาไถ่

ข้อมูลจาก นางสาววรรณวนัช  กันพรม ผู้จัดการโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ สถานศึกษาสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญา เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีนักเรียนนักศึกษาที่อยู่ในความดูแลกว่า 172 คน ซึ่งเด็กที่อยู่ในโรงเรียนเป็นเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญา การเรียนรู้ ออทิสติก และมีความพิการซ้อน เช่นหูหนวก ตาบอด ซึ่งต้องการความดูแลอย่างใกล้ชิด โรงเรียนฯ ต้องการส่งเสริมศักยภาพเด็กเหล่านี้ได้พึ่งพาตนเองและดำรงชีวิตอิสระในสังคมอย่างมีความสุข โดยทางโรงเรียนฯ ได้ร่วมกับศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จ.ชลบุรี จัดให้มีการศึกษาเฉพาะบุคคลในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานและสร้างอาชีพ จัดการฝึกอบรมและมีกิจกรรมพิเศษเฉพาะกลุ่ม โดยมีอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัยและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ พร้อมอาหารมื้อเที่ยงโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ

เรียบเรียงโดย ผศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

Lee ชวนเช็คอินความเป็นไทยผ่านคอลเลคชั่นพิเศษ Lee Thai Collection

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723709

Lee ชวนเช็คอินความเป็นไทยผ่านคอลเลคชั่นพิเศษ Lee Thai Collection

Lee ชวนเช็คอินความเป็นไทยผ่านคอลเลคชั่นพิเศษ Lee Thai Collection

วันพุธ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Lee Thai – ช้างไทย

Lee เดนิมแบรนด์ที่มีประวัติและตำนานมาตั้งแต่ปี 1889 ผู้นำด้านแฟชั่นร่วมสมัยที่อยู่ในกระแสตลอดมา พร้อมส่งเสริมความภาคภูมิใจให้กับท้องถิ่นที่ Lee วางจำหน่าย ล่าสุด Lee ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการปลุกกระแสความเป็นไทยต้อนรับ Spring-Summer 2023 ด้วยแคปซูลคอลเลคชั่น “Lee Thai Collection” สุดพิเศษ ออกแบบมาเฉพาะที่ประเทศไทยเท่านั้น ให้สาวกเดนิมได้จับจองเป็นเจ้าของกันแล้ววันนี้ที่ http://www.lee.co.th และหน้าร้าน Lee ทุกสาขาทั่วประเทศไทย

Lee ชวนสาวกเดนิมชาวไทยมาร่วมภาคภูมิใจความเป็นไทยพร้อมเช็คอินสถานที่ท่องเที่ยวเลื่องชื่อ และวัฒนธรรมไทยอันงดงาม กับ Lee Thai Collection แคปซูลคอลเลคชั่นสุดพิเศษ ต้อนรับ Spring-Summer ฤดูกาลการท่องเที่ยวไทยและประเพณีมากมาย ด้วยการนำแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองไทย ลายไทยอันเป็นอัตลักษณ์สำคัญ มาเป็นลายสกรีนในคอลเลคชั่นนี้แค่เห็นก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นที่ไหน

แน่นอนว่าซัมเมอร์นี้ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ต่างพากันไปเช็คอินบนชายหาดและหมู่เกาะอันสวยงาม Lee Thai Collection นำเสนอความงดงามของทะเลไทย 2 แห่ง ได้แก่ ชายหาดอันขาวสะอาดตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าสดใสของ “อ่าวนาง” จ.กระบี่ และ “เกาะเขาตะปู” จ.พังงา สกีนลายลงบนโลโก้ Lee ที่เป็นไอคอนประจำแบรนด์

“พระปรางค์วัดอรุณ” สถาปัตยกรรมที่มีความงดงาม ตั้งตระหง่านโดดเด่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังขึ้นในยามเช้า และในช่วงเวลาเย็นที่พระอาทิตย์กำลังตก รวมถึงแสงไฟที่สาดส่องยามค่ำ ยิ่งทำให้พระปรางค์วัดอรุณ มีความงดงามยิ่ง เป็นที่ประทับใจของผู้ได้ชม ใน Lee Thai Collection จึงได้นำแสงและเงาของพระปรางค์วัดอรุณในยามอาทิตย์อัสดง มาพร้อมโลโก้ Lee สกรีนเป็นลายกราฟิกในคอลเลคชั่นนี้ ให้สาวกเดนิมได้สวมใส่ก็เหมือนว่าได้ไปชมด้วยตาตนเอง

“มวยไทย” คือที่หนึ่งศิลปะการต่อสู้ประจำชาติไทยที่สามารถใช้อวัยวะทุกส่วนของร่างกายเป็นอาวุธป้องกันตัว ไม่เฉพาะคนไทยรวมถึงผู้คนทั่วโลกต่างยกย่องและให้ความสนใจเรียนมวยไทยกันมากมาย Lee จึงไม่พลาดที่จะร่วมภาคภูมิใจไปกับคนไทยด้วยการนำท่าทางแม่ไม้มวยไทยมาผสมผสานเป็นส่วนหนึ่งของลายกราฟิกใน LEE JEANS และเพิ่มความพิเศษให้กับลายนี้ด้วยการใช้สี 3 สี ได้แก่ สีขาว สีแดง และสีน้ำเงิน ด้วยเทคนิคพิเศษของแบรนด์จึงทำให้เห็นลายพิมพ์แต่ละข้างเป็นสีที่แตกต่างกัน

“ช้างไทย” สัตว์ที่มีความสำคัญและผูกผันกับวิถีชีวิตคนไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ช้างจึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของประเทศไทย Lee จึงนำช้างไทยมาเป็นส่วนหนึ่งของ Lee Thai Collection กับช้างไทยลวดลายสวยงาม โดยใช้เทคนิคพิมพ์ฟอยล์ทองเพื่อให้ลายพิมพ์ช้างมีมนต์เสน่ห์มากยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ไทยที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้ “ผ้าไทย” อันมีลวดลายการทอเป็นอัตลักษณ์ในแต่ละท้องถิ่นที่โดดเด่นสวยงามแตกต่างกัน Lee ในฐานะผู้นำด้านแฟชั่นร่วมสมัยและอยู่ในกระแสเสมอมา จึงไม่พลาดที่จะหยิบยกลวดลายของผ้าไทยมาใส่ในโลโก้ Lee ที่เป็นไอคอนประจำแบรนด์ เพื่อร่วมเผยแพร่ความสวยงามของผ้าไทยโดยใช้เทคนิคการปักลวดลายลงไป ทำให้เหมือนว่าได้สัมผัสผ้านั้นจริงๆ รวมไปถึงลาย “แผนที่ประเทศไทย”ที่ปรากฏลายกราฟิกผ้าไทยในแต่ละภาคมารวมไว้ในแผนที่ประเทศไทย

ดีไซน์สุดพิเศษ Lee Thai Collection จะปรากฏอยู่ในสินค้าหลักของทางแบรนด์อย่าง เสื้อยืด โปโล ฮู้ดดี้ เสื้อกล้ามแจ๊กเกต และกางเกงยีนส์ ทั้งชายและหญิง พร้อมให้แฟนๆ ได้จับจองเช็คอินความเป็นไทยต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ พบกับโปรโมชั่นพิเศษ ซื้อ 1 ชิ้น ลด 15% ซื้อ 2 ชิ้น ลด 30% เฉพาะสินค้าใหม่และสินค้าราคาปกติ ตั้งแต่วันนี้-15 เมษายน นี้ ที่ http://www.lee.co.th และหน้าร้าน Lee ทุกสาขาทั่วประเทศไทย

Lee Thai - โลโก้สีธงชาติไทย

Lee Thai – โลโก้สีธงชาติไทย

Lee Thai - เกาะเขาตะปู

Lee Thai – เกาะเขาตะปู

Lee Thai - แผนที่ประเทศไทย

Lee Thai – แผนที่ประเทศไทย

‘ปกป้อง มะลิ’ นักธุรกิจอสังหาฯ รุ่นใหม่ ตั้งใจสร้าง ‘บ้าน’ สำหรับคนทุกวัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723708

‘ปกป้อง มะลิ’ นักธุรกิจอสังหาฯ รุ่นใหม่ ตั้งใจสร้าง ‘บ้าน’ สำหรับคนทุกวัย

‘ปกป้อง มะลิ’ นักธุรกิจอสังหาฯ รุ่นใหม่ ตั้งใจสร้าง ‘บ้าน’ สำหรับคนทุกวัย

วันพุธ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เพราะคลุกคลีอยู่กับธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มานานสิบปีรับบทลูกมือและเรียนรู้มาจากผู้เป็นพ่อผู้ก่อตั้ง บริษัท ไทยควอลิตี้ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ผู้บริหารโครงการภายใต้แบรนด์ วนาสิริ ซึ่งเปิดตัวมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 มาถึงวันนี้ “ปกป้อง มะลิ” ทนายความหนุ่มวัย 40 ปี ที่วันนี้ขอวางประมวลกฎหมาย ผันตัวมาเป็นคนสร้างบ้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่กับโครงการบ้าน “วนาสิริ พลัส”

ปกป้อง มะลิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยควอลิตี้ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (TQ) เล่าว่า แม้จะเลือกเรียนด้านกฎหมายและยึดอาชีพทนายความ นับตั้งแต่คุณพ่อก่อตั้งบริษัทอสังหาฯ และทำโครงการที่อยู่อาศัย ตนเองก็เข้ามาเป็นผู้ช่วยและเรียนรู้งานในทุกส่วนของธุรกิจ ไม่ว่าจะงานด้านเอกสาร การก่อสร้าง ตั้งแต่ลงเสาเข็ม จนบ้านสร้างเสร็จ รวมไปถึงงานขาย เรียกได้ว่า Learning by doing นั่นเอง การมารับไม้ต่อบริหารธุรกิจจึงไม่ใช่สิ่งไกลตัวเขาเลย

“วนาสิริ ถือเป็นแบรนด์เล็กๆ ในธุรกิจนี้ แต่จุดเด่นคือเจ้าของโครงการสามารถดูแลในทุกส่วนด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด ในทุกๆ โครงการที่เราทำ รวมไปถึงบริการหลังการขายต่างๆ เราก็ดูแลลูกบ้านเหมือนคนในครอบครัวจนมาถึงวนาสิริ พลัส เป็นโครงการแรกที่ผมเข้ามาบริหารเต็มตัว เราก็ยังคงคอนเซ็ปต์นั้นอยู่”

สำหรับ “วนาสิริ พลัส” ตั้งอยู่ที่ถนนราชพฤกษ์ 346 ปทุมธานี เป็นโครงการน้องใหม่ภายใต้แบรนด์ วนาสิริ แต่เป็นโครงการแรกที่ ปกป้อง เข้ามาบริหารโครงการอย่างเต็มตัว “ผมตั้งใจสร้าง วนาสิริ พลัส ให้เป็นบ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัว ภายใต้แนวคิดบ้านเดี่ยวชั้นเดี่ยวที่ให้พื้นที่ใช้สอยมากกว่าบ้านสองชั้น โครงการนี้จึงแตกต่างจากที่อื่นๆ ด้วยเราเน้นพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านมากกว่าพื้นที่ด้านนอก ตัวบ้านมีขนาดเกือบเต็มพื้นที่ เพราะผมมองว่าไลฟ์สไตล์คนในยุคปัจจุบันทำงานกลับมาเหนื่อยๆ วันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็ต้องการพักผ่อนให้เต็มที่ จึงต้องการบ้านที่ดูแลง่าย”

ไม่เพียงเท่านั้น วนาสิริ พลัสยังตอบรับกระแสการอนุรักษ์พลังงานผ่านการออกแบบบ้านและการก่อสร้างที่ช่วยประหยัดพลังงาน

“บ้านเราเป็นเมืองร้อน การออกแบบบ้านผมก็ได้แรงบันดาลใจมาจากแบบบ้านดั้งเดิมในหลายๆ ประเทศที่มีภูมิอากาศใกล้เคียงกันสิ่งที่ต้องคำนึงคือความสูงโปร่ง ดีไซน์บ้านทรงกล่องเพดานสูง คำนึงถึงทิศทางของแสงและลม ออกแบบให้มีช่องแสงที่สามารถรับแสงสว่างตามธรรมชาติได้ ลดการใช้แสงสว่างจากไฟฟ้าและสามารถเปิดรับลมธรรมชาติ ตัวบ้านก่อด้วยพนังมวลเบาฉาบปูนจึงมีความแข็งแรงรับน้ำหนักได้ดี และยังช่วยลดความร้อนภายในบ้าน แม้แต่บนหลังคายังสามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อประหยัดพลังงานไฟฟ้า และวนาสิริยังเป็นโครงการแรกที่นำสายไฟฟ้า สายสื่อสารทั้งหมดลงดินภายในโครงการจึงมีทัศนียภาพที่สวยงามมากขึ้น”

นอกจากนี้ วนาสิริ พลัส ยังตอบโจทย์การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย ด้วยพื้นที่ทางลาดสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ใช้วีลแชร์ วัสดุปูพื้นที่มีพื้นผิวด้านลดโอกาสการลื่นล้มของผู้สูงอายุ แต่ดูแลทำความสะอาดง่าย มีความคงทน ให้บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบครัวที่มีสมาชิกหลายเจเนอเรชั่นอยู่รวมกันอย่างมีความสุข

ทุกวันนี้ ปกป้อง ทุ่มเทเวลาให้กับโครงการวนาสิริ พลัส อย่างเต็มกำลัง แต่งานด้านกฎหมาย ก็ยังคงไม่ทิ้ง แม้จะไม่ได้รับว่าความเหมือนเช่นที่ผ่านมา หากมีคนเดือดร้อนมาปรึกษาข้อกฎหมายเขาก็ยังยินดีให้ความช่วยเหลือ และส่งต่อเคสไปให้กับเพื่อนๆ ทนายที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ

“เรื่องกฎหมายเป็นสิ่งที่ผมรัก เช่นเดียวกันกับธุรกิจอสังหาฯ เพียงแต่ตอนนี้ผมขอทุ่มเวลาให้กับโครงการวนาสิริ พลัส เมื่อประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ก็คงจะมีเวลาให้กลับไปรับว่าความได้บ้าง เพราะอาชีพทนายความก็เป็นอาชีพหนึ่งที่เราได้มีส่วนช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เป็นอาชีพที่ผมภาคภูมิใจเช่นกัน”

สำหรับเป้าหมายในฐานะนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป้าหมายแรกคือการปิดโครงการวนาสิริ พลัส ให้ได้ภายใน 2 ปี และเตรียมวางแผนที่จะลุยตลาดที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมในย่านชานเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำพา TQ ก้าวไปสู่แถวหน้าของธุรกิจอสังหาฯ ในอนาคตอันใกล้

‘ทิสโซต์’ ความงดงามของเรือนเวลาดีไซน์ใหม่ คอลเลคชั่น ‘พีอาร์เอ็กซ์’ จากกลิ่นอายยุค 70

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723712

‘ทิสโซต์’ ความงดงามของเรือนเวลาดีไซน์ใหม่ คอลเลคชั่น ‘พีอาร์เอ็กซ์’ จากกลิ่นอายยุค 70

‘ทิสโซต์’ ความงดงามของเรือนเวลาดีไซน์ใหม่ คอลเลคชั่น ‘พีอาร์เอ็กซ์’ จากกลิ่นอายยุค 70

วันพุธ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หากพูดถึงคอลเลคชั่นนาฬิกาที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากของแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง “ทิสโซต์” (Tissot) แน่นอนว่า“พีอาร์เอ็กซ์” (PRX) จะต้องเป็นคอลเลคชั่นที่เหล่าคนรักนาฬิกาทุกคนล้วนมีไว้ในครอบครอง เพราะด้วยดีไซน์ที่มีความคลาสสิกเหนือกาลเวลาและในขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ซึ่งความเท่และกลิ่นอายจากยุค 70 บนตัวเรือนที่มีความบางสามารถเข้ากับขนาดของข้อมือได้เป็นอย่างดี รวมถึงเฉดสีบนหน้าปัดที่มีความหลากหลาย จึงทำให้ “พีอาร์เอ็กซ์” (PRX) เป็นนาฬิกาที่สามารถเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับผู้สวมใส่ได้ในทุกโอกาส โดยล่าสุด “ทิสโซต์” (Tissot) ได้ประกาศเปิดตัว “พีอาร์เอ็กซ์” (PRX) ดีไซน์ใหม่ที่มีทั้งหมด 3 รุ่น ประกอบไปด้วย ทิสโซต์พีอาร์เอ็กซ์ พาวเวอร์เมติก 80 (TissotPRX Powermatic 80), ทิสโซต์ พีอาร์เอ็กซ์ โครโนกราฟ วัลชู (Tissot PRX Chronograph Valjoux) และทิสโซต์ พีอาร์เอ็กซ์ 40 205 ควอตซ์ (Tissot PRX 40 205 Quartz) ที่ยังคงไว้ซึ่งความคลาสสิกและมาพร้อมกับเฉดสีใหม่ที่น่าหลงใหลกว่าเดิม

“ทิสโซต์” แบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1853 โดยมีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 170 ปี ในเครือเดอะ สวอทช์ กรุ๊ปเทรดดิ้ง (ประเทศไทย) ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นาฬิกาประสิทธิภาพสูงในดีไซน์ที่ความทันสมัยอย่างมีเอกลักษณ์อีกทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ได้การยอมรับในแวดวงกีฬา ในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาที่มีเทคโนโลยีระบบจับเวลาด้านความเที่ยงตรงแม่นยำสูงสุด

โดยไฮไลท์ของคอลเลคชั่นนี้คือ ทิสโซต์ พีอาร์เอ็กซ์ พาวเวอร์เมติก 80 (Tissot PRX Powermatic 80) เรือนหน้าปัดสีฟ้า ตัวเรือนสเตนเลสสตีล ที่เหล่าแฟนนาฬิกาต่างรอคอย โดยยังคงไว้ซึ่งดีไซน์ตัวเรือนรูปทรงถังขนาดเล็กและขอบหน้าปัดที่บางเฉียบ พร้อมเทคนิคการสร้างสรรค์ลวดลายตารางแบบทรงนูนที่พิมพ์ลงบนผืนหน้าปัด นอกจากนี้ยังมีเรือนหน้าปัดสีดำและสีน้ำเงินที่มาพร้อมสายยางสีดำสัญลักษณ์ของความเท่แบบมีสไตล์

สำหรับรุ่น ทิสโซต์ พีอาร์เอ็กซ์โครโนกราฟ วัลชู (Tissot PRX ChronographVajoux) เรือนเวลารูปทรงทันสมัยบนตัวเรือนที่สร้างสรรค์จากสเตนเลสสตีลขัดซาติน บนหน้าปัดสีเงินขนาด 42 มม. พร้อมเพิ่มเอกลักษณ์ด้วยหน้าปัดสไตล์ “Panda” ซึ่งเป็นที่นิยมในยุค 70 โดยมีหน้าปัดย่อยสีน้ำเงินบนพื้นหลังสีเงิน ตรงตำแหน่ง 3, 6 และ 9 นาฬิกา ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกลไกคาลิเบอร์วัลชู A05.H31 และกำลังสำรองพลังงานสูงถึง 60 ชั่วโมง

ปิดท้ายที่ ทิสโซต์ พีอาร์เอ็กซ์ 40205 ควอตซ์ (Tissot PRX 40 205 Quartz)เรือนเวลาที่ชวนให้รำลึกถึงรุ่นเดิม แต่เพิ่มความสดใหม่ด้วยหน้าปัดสีขาว ที่มาพร้อมสายยางเข้าคู่กัน อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่“ทิสโซต์” ใช้เทคนิคการเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา (Super-LumiNova®)บริเวณหน้าปัดของนาฬิกาเพื่อช่วยการอ่านค่าในที่แสงน้อย นอกจากนี้ยังมีเรือนเวลาดีไซน์คลาสสิกบนหน้าปัดสีน้ำเงินและสีดำที่จับคู่มากับสายยางสีดำอันโดดเด่น

พบกับคอลเลคชั่น “พีอาร์เอ็กซ์” ดีไซน์ใหม่ได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ ทิสโซต์” ทุกสาขาทั่วประเทศไทย หรือช็อปออนไลน์ทาง 

คุณแหน : 12 เมษายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723717

วันพุธ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาเมืองสะอาด จ.ชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและปชช.จิตอาสา ร่วมกิจกรรม ณ ต.ท่าบุญมี อ.เกาะจันทร์จ.ชลบุรี..

ll เพื่อนๆ และเหล่าลูกศิษย์ร่วมยินดีกับ รศ.ดร.ภก.ชาลี ทองเรือง ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นอธิการบดี ม.พิษณุโลก..

ll กรกฤช จุฬางกูร สุดปลื้มกับงานเลี้ยงรวมรุ่นของชาว Brain 1-5 ที่มีคนมาร่วมงานกว่า 170 คน โดยประธาน รุ่น 1 ถึง รุ่น 5 คือ ไพรัตน์ เอื้อชูยศ,สมชาย อัศวเศรณี,วรวิทย์ เจนธนากุล,อารีย์วรรณ จิระประกอบชัย และ ดร.มะลิวรรณ ประยงค์พันธุ์ ได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานนี้..

ll ชาญณรงค์ บุริสตระกูล วันเกิดปีนี้ฉลองกับลูกชายที่เกิดวันเดียวกันที่บ้านโดยปีนี้“น้องดีน”อายุครบใช้คำนำหน้าว่านาย..

ll ถาวร เผด็จสุวันนุกูล ชวนเพื่อนๆ ชาว CDA#3 ภานุมาส แสนทวี,กษิญา จรัญวงศ์,จิรพิพัฒน์ วรพิพัฒน์,นงลักษณ์ วัชระเกียรติพงษ์, วิวรรธน์ เทียนศิริ,ชวลิต หวังธำรง,นันทภรณ์ อังศุกุลธร,วิชญ์ วงศ์หาญเชาว์ มาสังสรรค์รับสงกรานต์..

ll ชาว Digital CEO#5 ยินดีกับ ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ที่ EXIM BANK ได้รับรางวัล Corporate of Tomorrow องค์กรขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้เติบโตในโลกการค้ายุคใหม่อย่างยั่งยืน จากสื่อออนไลน์ The People..

ll ขอเชิญร่วมงานทอดผ้าป่าสามัคคี โครงการก้าวแรกของพระบรมศาสดาเพื่อผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าผู้ป่วยยากไร้ ณ ประเทศเนปาล และถ่ายทอดความรู้ความชำนาญให้กับแพทย์เนปาล โดยภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ฯ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมทำบุญได้ที่บัญชี วัดป่าบ้านตาดเพื่อผู้ป่วยยากไร้ข้อและกระดูก SCB เลขบ/ช.510-458808-1 สาขาอุดรธานี..

ll ปณิธาน มีไชยโย ผอ. อ.ต.ก. ร่วมกับผู้ประกอบการค้าในตลาด อ.ต.ก. ร่วมอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมไทยจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระรดน้ำดำหัว พร้อมจัดกิจกรรมเทศกาลวันสงกรานต์ ภายในตลาด อ.ต.ก. 13-17 เม.ย.นี้ FC ทั้งหลายที่อยู่ กทม. ห้ามพลาด..

ll ดร.ปรีสาร รักวาทิน ชวนผู้สนใจสมัคร“หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรม”รุ่นที่ 4 (CDA#4) มุ่งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเปลี่ยนแปลงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน รายละเอียด ดที่ www.depa.or.th/th/cda หรือโทร.089-2030183..ll

น้องใหม่

ไอซีเอส ยกขบวนร้านดังตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไตล์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723791

ไอซีเอส ยกขบวนร้านดังตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไตล์

ไอซีเอส ยกขบวนร้านดังตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไตล์

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 18.45 น.

“ไอซีเอส” เดินหน้าเฟสสอง รับเศรษฐกิจฟื้น ยกขบวนร้านดังตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไตล์ลูกค้าร้านอาหาร-สินค้าไอที-แฟชั่น-สุขภาพ-เครื่องสำอาง

ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ ตรงข้ามไอคอนสยาม เดินหน้าเฟสสองเต็มตัว ขนทัพแม็กเนตร้านดังเปิดบริการแล้ววันนี้ เพื่อตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของลูกค้าได้ครบทุกกลุ่ม ตอกย้ำแลนด์มาร์คใหม่ย่านฝั่งธนบุรี นำโดยกลุ่มอาหาร ร้านกาแฟสตาร์บัคส์ Rep Coffee ซานตาเฟ่ ชาบูและสุกี้ยากี้ Katei Shabu, You & I, เอี่ยวไถ่สุกี้, เตี๋ยวเรือเสาวรีย์ พร้อมร้านหนังสือ    ซีเอ็ดบุ๊กเซ็นเตอร์ สินค้าวาไรตี้และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น Daiso, Jaymart,  VIVO, กันยง แอร์ และสินค้าพร้อมบริการอื่นๆ อีกมากมาย เสริมทัพหลังจากเปิด Lotus’s Privé แห่งแรกไปเมื่อต้นมกราคม นอกจากนั้น เตรียมเปิดพื้นที่สำนักงานให้บริการ 1 เม.ย. นี้ เช่นกัน

ไอซีเอส Lifestyle Complex แห่งใหม่ย่านฝั่งธนบุรี ตั้งอยู่ริมถนนเจริญนคร พื้นที่ 5 ไร่ (ฝั่งตรงข้ามไอคอนสยาม เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าเจริญนคร BTS สายสีทอง) ในรูปแบบ “มิกซ์ยูส” ซึ่งให้บริการครบครันทั้งพื้นที่รีเทล อาคารสำนักงาน และโรงแรม เป็นอาคารสูง 29 ชั้น ตอบโจทย์ความครบครันทุกมิติ ทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองในฝั่งธนบุรี  ภายใต้แนวคิด  Always A Good Day ‘ความสุขของทุกวันที่ ICS’ หลังเปิดให้บริการเฟสแรกเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ถึงวันนี้ประกาศความพร้อมในการเปิดให้บริการในเฟสสอง ยกขบวนร้านค้าชั้นนำ สินค้าเด็ด แบรนด์ดัง ที่พร้อมเข้ามาตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ลูกค้าได้อย่างครบครันมากยิ่งขึ้น โดยดีเดย์เปิดให้บริการเต็มพิกัดตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม เป็นต้นไป  

คุณสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอซีเอส จำกัด กล่าวว่า ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์  ตรงข้ามไอคอนสยาม ถือเป็นแลนด์มาร์คใหม่ย่านฝั่งธนบุรี  โดยมีความตั้งใจให้ที่นี่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ลูกค้าให้ครบทุกมิติ  โดยหลังจากที่ได้เปิดบริการไอซีเอสเมื่อมกราคมที่ผ่านมา  ก็พบว่าได้รับการตอบรับอย่างดี สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยทั้งฝั่งกรุงเทพมหานครและฝั่งธนบุรี และนักท่องเที่ยวต่างชาติได้  ซึ่งไอซีเอสจะเข้ามาเสริมความครบครันของเมืองด้วยรูปแบบ “มิกซ์ยูส” ทั้งธุรกิจรีเทล โรงแรม และพื้นที่สำนักงานออฟฟิศ  

“ไอซีเอสจะช่วยเพิ่มความถี่ในการใช้บริการของกลุ่มลูกค้าทั้งบริเวณย่านคลองสานและฝั่งธนบุรีทั้งหมด ด้วยสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันมากขึ้น ทำให้ลูกค้าสามารถมาใช้บริการได้ทุกวัน โดยมีแม็กเนตสำคัญ เป็นความร่วมมือกับธุรกิจค้าปลีกชั้นนำของเมืองไทย โลตัส เปิดตัวแบรนด์  Lotus’s Privé (โลตัส พรีเว่) เป็นสาขาแรกที่โครงการไอซีเอส บนพื้นที่ประมาณ 2,900 ตารางเมตร ชั้น B1 ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทันสมัยในระดับพรีเมียมอีกด้วย นอกจากนี้ในเฟสถัดมา พร้อมเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป  ซึ่งลูกค้าจะพบกับความครบครันของร้านค้าที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อตอบไลฟ์สไตล์ของทุกเพศทุกวัย  ทั้งร้านอาหาร สินค้าไอที แฟชั่น เครื่องสำอาง และสุขภาพ”  คุณสุพจน์ กล่าว

สำหรับร้านค้าที่จะเปิดให้บริการเพิ่มเติม ที่จะมาเติมเต็มความครบครัน เริ่มที่ ชั้น M  พบกับร้านขายสินค้าเครื่องอาบน้ำ สกินแคร์ Soap for Soul  และ ร้านกาแฟสตาร์บัคส์  ชั้น ร้านขายอัญมณี SYN Diamondร้านทำเล็บรูปแบบใหม่สไตล์คาเฟ่ Flash Nail,  ชั้น 2 ห้างทอง พรีเมี่ยม โกลด์ เยาวราชร้านค้าราคาเริ่มต้น 60 บาท สินค้าวาไรตี้นำเข้าจากญี่ปุ่น Daiso, Jaymart ร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถืออุปกรณ์เสริมและแกดเจ็ต, กันยง แอร์VIVO แบรนด์สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริมชั้นนำ, #Hashtag956 เปิดให้บริการ 2 จุด, Gadget House, Focus Film ร้านจำหน่ายและให้บริการติดฟิล์มและกระจกกันรอย

ชั้น 3  ร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊กเซ็นเตอร์ , MUSE โรงเรียนสอนดนตรี, MR.D.I.Y ร้านค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน อุปกรณ์ฮาดแวร์ และสินค้าหลากหลาย, ซานตาเฟ่ ร้านอาหารประเภทสเต๊ก และอาหารสไตล์ตะวันตก, HQ กระเป๋าเดินทาง, โคเวย์ ร้านจำหน่ายเครื่องกรองน้ำ,เตี๋ยวเรือเสาวรีย์Rep Coffee  ชั้น 4 Happy Pig ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลี, Katei Shabu บุฟเฟ่ต์​ชาบูสุกี้ยากี้ สไตล์คันไซ และ อาหารญี่ปุ่น, Joyliday สวนสนุกน้องใหม่, You & I ร้านสุกี้บุฟเฟต์สไตล์จีนสุดพรีเมียม,เอี่ยวไถ่สุกี้ ต้นตำรับสุกี้หม้อไฟสูตรโบราณ, Mamemi คาเฟ่นมถั่วเหลือง, Muscle Inc แหล่งรวมแบรนด์เสริมอาหารชั้นนำSIP ปังปิ้งโรตี, ร้านกาแฟพันธุ์ไทย   และสำหรับพื้นที่อาคารสำนักงาน  พร้อมเปิดบริการในวันที่ 1 เมษายน นี้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเติมเต็มกลุ่มลูกค้าของโครงการไอซี
เอสให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ ไอซีเอส ได้มอบความพิเศษในช่วงเทศกาลสงกรานต์ กับแคมเปญโปรโมชั่น ไอซีเอส สงกรานต์ มั่งมีศรีสุข 2023 ระหว่างวันที่ 7 เมษายน 2566 – 21 พฤษภาคม 2566  สำหรับ สมาชิก VIZ ที่มี ONESIAM SuperApp  ซื้อสินค้าภายในช็อปในไอซีเอส (ยกเว้นอาหาร เครื่องดื่ม แลกโลตัส พรีเว่) ครบ 1,500 บาท แลกรับ SUMMER BAG 1 ใบ มูลค่า 250 บาท หรือช็อปสินค้าภายโลตัส พรีเว่, อาหาร และเครื่องดื่มภายในไอซีเอส ครบ 800 บาท รับคูปองส่วนลดจาก Lotus’s Privé มูลค่า 50 บาททันที ***ตรวจสอบเงื่อนไข ณ จุดขาย

นอกจากนี้ ไอซีเอส ยังเดินหน้าจับมือพันธมิตร  โรงพยาบาลศิริราช  เตรียมเปิดตัว SIRIRAJ H  Solutions”  เป็นศูนย์ดูแลสุขภาพครบวงจรที่มีการขยายบริการนอกพื้นที่โรงพยาบาลแห่งแรกในศูนย์การค้า และโรงแรมระดับโลก ฮิลตัน การ์เด้น อินน์ กรุงเทพ ไอซีเอส เจริญนคร ที่พร้อมเปิดบริการห้องพักกว่า 241 ห้อง ภายในปี 2566 นี้อีกด้วย

ไอซีเอส ถือเป็นการขยับครั้งสำคัญที่จะสามารถเป็นพื้นที่รองรับการขยายของธุรกิจภาคบริการของไอคอนสยาม ความเป็น ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ของที่นี่  สามารถตอบโจทย์และเป็นแม่เหล็กสำคัญอีกตัวหนึ่งที่จะสนับสนุนไอคอนสยาม แลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้มีความสมบูรณ์ในการให้บริการสำหรับคนทุกกลุ่ม และ ครบมิติมากขึ้น   และวันนี้พร้อมแล้วให้ทุกคนมาสัมผัสความครบครันทุกมิติ ทั้งสินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าไอที แบรนด์แฟชั่น ธุรกิจบริการด้านความงามและเครื่องสำอางระดับแถวหน้า รวมไปถึงร้านค้าที่ให้บริการด้านต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และร้านอาหารแบรนด์ดังมากมาย  กับคอนเซ็ปต์ “Always A Good Day ความสุขของทุกวันที่ ICS” ที่ครบครันทุกมิติมากยิ่งขึ้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 1338  หรือ Facebook: ICS

-(016)

คาราบาว เปิดโครงการ ‘Carabao Coach The Coaches’ ปี 3

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723782

คาราบาว เปิดโครงการ 'Carabao Coach The Coaches' ปี 3

คาราบาว เปิดโครงการ ‘Carabao Coach The Coaches’ ปี 3

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 18.39 น.

“คาราบาว” เปิดโครงการ Carabao Coach The Coaches ปี 3 ต่อยอดคาราบาว คัพ อัปสกิลโค้ชฟุตบอลไทย เทียบเท่ามาตรฐานโลก

บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำการเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ การแข่งขันฟุตบอลคาราบาว คัพ และผู้นำด้าน Sport Marketing นำประสบการณ์ฟุตบอลระดับโลกมาสู่วงการฟุตบอลไทย ด้วยการร่วมมือกับฟุตบอลลีกอังกฤษ (EFL) สานต่อโครงการ Carabao Coach the Coaches ปี 3 ส่งผู้ฝึกสอนฟุตบอลที่มีความสามารถ และประสบการณ์จากประเทศอังกฤษมาถ่ายทอดความรู้ ทักษะ และเทคนิคฝึกสอนฟุตบอลให้กับผู้ฝึกสอนชาวไทยระดับเยาวชน เพื่อยกระดับ เสริมสร้างศักยภาพผู้ฝึกสอนและส่งต่อความรู้สู่เยาวชนในเมืองไทย ซึ่งผู้ที่ผ่านการอบรมในหลักสูตรนี้จะได้พัฒนาทักษะการฝึกสอนฟุตบอลเทียบเท่ามาตรฐานระดับโลก สามารถพัฒนาฝึกฝนนักเตะระดับเยาวชนเพื่อเตรียมพร้อมในการก้าวขึ้นสู่นักเตะอาชีพในอนาคต

โดยรายชื่อผู้ฝึกสอนจาก EFL ในครั้งนี้ ล้วนเต็มไปด้วยความสามารถและประสบการณ์ที่จะนำมาถ่ายทอดให้กับผู้ฝึกสอนฟุตบอลไทย ประกอบด้วย Larry McAvoy Professional Development Lead Phase และ Dom Colman โค้ชผู้รักษาประตูสโมสรฟุตบอลมิลล์วอลล์ ร่วมกับ Lauren Asquith อดีตนักฟุตบอลหญิงสู่ Player Care Manager สโมสรฟุตบอลดาร์บี เคาน์ตีและ Josh Butler ที่ปรึกษา และหนึ่งในทีมสตาฟโค้ชของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้และสโมสรฟุตบอล ดาร์บี เคาน์ตี

นายกมลดิษฐ สมุทรโคจร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กิจกรรมการอบรมจะเน้นทั้งเนื้อหาภาคทฤษฏีและปฎิบัติ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำไปพัฒนา ต่อยอดการสอนนักฟุตบอลระดับเยาวชนให้มีทักษะการฝึกฝนการเล่นที่ถูกต้อง พร้อมเปิดโอกาสให้ซักถามและแลกเปลี่ยนความรู้ รวมถึงประสบการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด ความพิเศษของโครงการนี้คือ เปิดอบรมพร้อมจัดเตรียมที่พักและอาหาร ให้กับผู้ที่เข้าอบรมฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

สำหรับรายละเอียดการอบรมในโครงการ Carabao Coach the Coaches กำหนดจำนวนผู้เข้าอบรมทั้งสิ้น 360 คน แบ่งเป็น 6 รุ่นๆ ละ 60 คน อบรมรุ่นละ 2 วัน ณ ราชประชา ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยเริ่มอบรมรุ่นที่ 1 วันที่ 24 – 25 มีนาคม 2566, รุ่นที่ 2 วันที่ 26 – 27 มีนาคม 2566, รุ่นที่ 3 วันที่ 28 – 29 มีนาคม 2566, รุ่นที่ 4 วันที่ 1 – 2 เมษายน 2566, รุ่นที่ 5 วันที่ 3 – 4 เมษายน 2566 และรุ่นที่ 6 ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้าย วันที่ 5 – 6 เมษายน 2566

-(016)

ICONSIAM จัดงาน ‘ICONSIAM Summer Kite Playground 2023’ สืบสานวัฒนธรรมการเล่นว่าวไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723781

ICONSIAM จัดงาน ‘ICONSIAM Summer Kite Playground 2023’ สืบสานวัฒนธรรมการเล่นว่าวไทย

ICONSIAM จัดงาน ‘ICONSIAM Summer Kite Playground 2023’ สืบสานวัฒนธรรมการเล่นว่าวไทย

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 18.36 น.

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), กรุงเทพมหานคร, และพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ร่วมสืบสานวัฒนธรรมการละเล่นว่าวไทย ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จัดงาน ICONSIAM Summer Kite Playground 2023” ครั้งที่ 3  โดยเนรมิตริเวอร์ พาร์ค ให้เป็นสนามเล่นว่าวริมแม่น้ำเจ้าพระยาขนาดใหญ่  พบกับขบวนว่าวแฟนซียักษ์สุดอลังการ  ว่าวเอ็กซ์คลูซีฟจาก 5 ศิลปินรุ่นใหม่ พร้อมกิจกรรมเวิร์คช้อปที่จะสร้างประสบการณ์สุดพิเศษอีกมากมาย ตลอด 11 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 10 เมษายน 2566  ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

สำหรับพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ ได้รับเกียรติจาก นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยพเหล่าพันธมิตร  คุณนัฏฐวุฒิ  แก้วผลึก หัวหน้างานส่งเสริมกิจกรรมนานาชาติ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย   และเหล่าศิลปินให้เกียรติเข้าร่วมงานเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ ริเวอร์ พาร์ค  ไอคอนสยาม

ภายในงานICONSIAM Summer Kite Playground 2023” จะได้พบกับกิจกรรมพิเศษสุดประทับใจมากมาย ประกอบด้วย ลานอนุรักษ์สืบสาน จัดโดยสมาคมกีฬาว่าวไทย จุฬา-ปักเป้า พบกับการออกร้านจากชุมชนจำหน่ายว่าวไทยนานาชนิด, สาธิตการทำว่าวใบไม้ โดยผู้เชี่ยวชาญการประดิษฐ์ว่าวจากใบไม้, การสาธิตการแข่งขันต่อสู้ระหว่างว่าวจุฬาและว่าวปักเป้าทุกวัน, กิจกรรม Work Shop การเพ้นท์ว่าว จำนวน 1,500 ชิ้นตลอดงาน, สอนวิธีการเล่นว่าวในรูปแบบต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญ ทุกวันช่วงเวลา 17.00 น. และการแสดงว่าวไฟ LED ในช่วงค่ำ

ลานมหัศจรรย์ริมน้ำ ลานความสุขที่ผู้ใหญ่ได้ย้อนวัยเด็กมองสูงสู่ฟ้าในยามเย็น พร้อมพบกับว่าว LED ลอยระยิบระยับเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา จัดแสดงทุกวันในช่วงค่ำ, เพลิดเพลินกับการรับชมโชว์ว่าวแฟนซีขนาดใหญ่ ตั้งแต่ขนาด 1-30 เมตร คุณลักษณะของว่าวนี้จะทำเป็นรูปร่างมองเห็นโดยรอบ เช่น ว่าวรูปปลาหมึก ว่าวรูปกบ หรือสัญลักษณ์ของประเทศ มาทำเป็นว่าว และพบกับความงามของบอลลูนแฟนซีที่จะทำทุกคนต้องประทับใจ

ลานเพลินว่าวอาเซียน สานสัมพันธ์กลุ่มอาเซียน กับ สมาคมว่าวต่างๆ ในอาเซียน อาทิ ไทย จีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ญี่ปุ่น พม่า ลาว,  พบกับการ Collaboration Artist  เป็นครั้งแรกในประเทศไทย กับการจัดแสดงว่าวในลวดลายสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 5 แบบ ที่ออกแบบโดย 5 ศิลปินไทยรุ่นใหม่ นักสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ประกอบด้วย วิศุทธิ์ พรนิมิต หรือคุณตั้ม กับผลงานที่มีชื่อว่า Love Spread” เจ้าของการ์ตูน “มะม่วง” ตัวการ์ตูนที่เป็นตัวแทนของการมองโลกในแง่ดีและมีความอ่อนโยน โดยครั้งนี้ออกแบบเป็นน้องมะม่วงส่งจูบ ซึ่งเปรียบเสมือนการส่งต่อความรักให้กับทุกๆ คน โปรยมาจากฟากฟ้าให้กับผู้คนที่อยู่ข้างล่างได้อย่างทั่วถึงกัน โดยเน้นดีไซน์ที่ไม่ซับซ้อน เพราะว่าเป็นงานที่ต้องมองจากที่ไกล จึงเน้นวาดรูปง่ายๆ และออกแบบสีให้ชัด ให้ตัดกับท้องฟ้า ก้อนเมฆ อย่างลงตัว, ชรารัตติ์ สาระอาภรณ์ หรือคุณแม็กกี้ เจ้าของคาแรคเตอร์เด็กผู้หญิงผมบลอนด์ แก้มกลม สุดติดตาที่ชื่อว่า ชาล็อต (Chalotte) ที่มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานในชื่อ “Charlotte in the Sky” โดยครีเอทมาจากคำว่า “Sky Gallery” งานนี้เธอใช้ตัวชาล็อตแทนภาพความทรงจำในวัยเด็กที่เห็นว่าวโบยบินบนท้องฟ้า ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของชาล็อต, สิรินาฏ สายประสาท หรือคุณกวาง นักวาดภาพประกอบชื่อดัง เจ้าของนามปากกา S I R I และเจ้าของคาแรคเตอร์ Tomato Girls ที่ได้แรงบันดาลใจนับจากวันที่มีลูกสาวฝาแฝด ผลงานที่เกิดขึ้นจากความรัก ที่ได้สร้างขึ้นตั้งแต่ลูกสาวฝาแฝดอายุเพียง 6 เดือน โดยสร้างสรรค์ผลงานภายใต้ชื่อ Flying Together”,  ธนธรณ์ ภัทรธาดา หรือคุณเอิร์ธ ศิลปินหนุ่มไฟแรง ที่มาร่วมรังสรรค์ผลงานชิ้นพิเศษในชื่อ SKY Sketching” ภาพสเก็ตช์บนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยจินตนาการ โดยนำคาแรคเตอร์เด็กมีปีก ตัวการ์ตูนที่เขาได้สร้างขึ้นอยู่ก่อนแล้ว มาโลดแล่นอยู่บนว่าว และ กฤษฏิ์พัณณ์ สุวรรณวัฒนาสุข หรือ คุณเคน กับผลงานในชื่อ “Time to go home” ที่ต้องการให้คนได้นึกถึง “บ้าน” ซึ่งบ้านในทีนี้ไม่ใช่เรื่องของ “สถานที่” แต่เป็นเรื่องของ “ผู้คน” ผลงานชิ้นนี้จึงออกมาโดยให้รู้สึกเหมือนบ้านที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า ลอยไปมาในทิศทางต่างๆ เหมือนกับการที่เราได้วิ่งไปยังบ้านต่างๆ ที่เป็นคนรอบตัวเรา  ผลงานของศิลปินทั้ง 5  เรียกว่าเป็น ICONSIAM Sky Gallery ครั้งแรกในประเทศไทยกับผลงานศิลปะบนท้องฟ้าเหนือโค้งน้ำเจ้าพระยาที่สวยงามที่สุด  ตั้งแต่เวลา 16.00 -22.00 น. ของวันที่ 31 มีนาคม – 10 เมษายน ศกนี้ ณ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม

นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่ไอคอนสยาม จับมือกับ TikTok ออกแบบลวดลายสุดพิเศษลงบนพื้นว่าว และตกแต่งบนบอลลูนจำลอง มาสร้างสีสันให้ภายในงาน พร้อมให้ทุกคนได้แชะรูปสวยๆ กันอย่างจุใจ ทั้งนี้ยังมีแคมเปญสนุกๆ ชวน TikTok Creator ทำ content ถ่ายคลิปแชร์โมเมนต์เล่นว่าวแบบสดใสรับซัมเมอร์ที่ไอคอนสยาม โดยติดแฮชแท็ก #เล่นว่าวริมน้ำ และติดแท็กสถานที่ ICONSIAM เพื่อร่วมสนุกรับของขวัญพิเศษจาก ICONSIAM Summer Kite Artists Limited Collection สำหรับ 5 คลิปวิดีโอสุดครีเอทถูกใจคณะกรรมการ รับไปเลย Mini Kite จาก ICONSIAM x Artists collection จาก 5 ศิลปิน แบบละ 1 รางวัล จํานวนรวม 5 รางวัล ประกาศผลทาง Hashtag page #เล่นว่าวริมนํ้า บน Application TikTok วันที่ 21 เมษายน 2566 และพิเศษสำหรับ 500 คลิปแรกที่ร่วมสนุกในแคมเปญ และติด #เล่นว่าวริมนํ้า รับเลย! สติกเกอร์ ICONSIAM Summer Kite Artists Limited Collection บรรดา TikTok Creator ที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.iconsiam.com

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความสุขสุดมหัศจรรรย์ พร้อมตอกย้ำให้ไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาเยือน ในงาน ICONSIAM Summer Kite Playground 2023” ตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงงานศิลปะบนท้องฟ้า ICONSIAM SKY GALLERY”  เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ผ่านผลงานสุดสร้างสรรค์จาก 5 ศิลปินชั้นนำ นอกจากนี้ภายในงานพบกับขบวนว่าวแฟนซียักษ์สุดอลังการ ตื่นตากับมหัศจรรย์ว่าว LED ลอยแหนือแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมการสาธิตการแข่งขันต่อสู้ระหว่างว่าวจุฬาและว่าวปักเป้า สนุกกับกิจกรรม Workshop เรียนรู้การประดิษฐ์และสร้างว่าวด้วยตนเอง และพบกับครั้งแรก! กับการจัดแสดงบอลลูนยักษ์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา  พร้อมกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ตลอดการจัดงานทุกวัน  ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม – 10 เมษายน 2566   ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือ www.iconsiam.com และ Facebook: ICONSIAM

-(016)

ยูโอบี จัดดินเนอร์อาหารไทยต้นตำรับแบบฉบับไฟน์ไดนิ่ง ต้อนรับลูกค้าซิตี้เวลธ์ เซ็กเมนต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723778

ยูโอบี จัดดินเนอร์อาหารไทยต้นตำรับแบบฉบับไฟน์ไดนิ่ง ต้อนรับลูกค้าซิตี้เวลธ์ เซ็กเมนต์

ยูโอบี จัดดินเนอร์อาหารไทยต้นตำรับแบบฉบับไฟน์ไดนิ่ง ต้อนรับลูกค้าซิตี้เวลธ์ เซ็กเมนต์

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 18.30 น.

ยูโอบี จัดดินเนอร์อาหารไทยต้นตำรับแบบฉบับไฟน์ไดนิ่ง ในคอนเซ็ปต์ความยั่งยืนเพื่อต้อนรับลูกค้าซิตี้เวลธ์ เซ็กเมนต์

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ธนาคารพันธมิตรเพียงรายเดียวของมิชลิน ไกด์ จับมือร่วมมือกับเชฟ  ชุมพล    แจ้งไพร เชฟมิชลิน 2 ดาว จัดดินเนอร์อาหารไทยต้นตำรับ ในแบบฉบับไฟน์ไดนิ่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าซิตี้เวลธ์ เซ็กเมนต์จำนวน 60 ท่าน เชฟได้รังสรรค์เมนูอาหารไทยดั้งเดิม ผ่านการนำเสนอที่แปลกใหม่ และใช้เพียงวัตถุดิบที่ดีที่สุด พร้อมมอบประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนให้กับแขกที่เข้าร่วมงาน

อาหารค่ำทั้ง 5 คอร์สจัดทำขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หลักของธนาคารในการส่งเสริมความยั่งยืน ส่วนประกอบในแต่ละจานมีที่มาจากชุมชนท้องถิ่นและผสมผสานรสชาติ เนื้อสัมผัส และกลิ่นของอาหารไทยดั้งเดิมเข้ากับเทคนิคการปรุงอาหารสมัยใหม่ อาหารค่ำที่จัดแบบเอ็กซ์คลูซีฟนี้จัดขึ้นที่ห้องเพนต์เฮาส์ ยูโอบี พลาซา กรุงเทพ เพื่อมอบบรรยากาศที่หรูหราแต่เป็นกันเองสำหรับลูกค้าซิตี้เวลธ์ เซ็กเมนต์โดยเฉพาะ

คุณตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ธนาคารยูโอบี มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความยั่งยืนในทุกแง่มุมในธุรกิจของธนาคาร และงานนี้เป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้มอบประสบการณ์สุดพิเศษนี้สำหรับลูกค้าซิตี้เวลธ์ เซ็กเมนต์โดยร่วมมือกับเชฟชุมพล แจ้งไพร เพื่อแสดงถึงความพิเศษสุดยอดของอาหารไทยและความยั่งยืน”

เชฟชุมพล แจ้งไพร กล่าวเสริมว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ในการจัดงานเลี้ยงต้อนรับลูกค้าผู้ทรงเกียรติ และรังสรรค์เมนูที่ไม่เพียงแต่มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ยังส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม เราหวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ ในอุตสาหกรรมอาหารหันมาให้ความสนใจกับการสร้างสรรค์อาหารสิ่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น”