ญี่ปุ่นเปิดตู้อัตโนมัติขาย “เนื้อหมี” ของดีประจำจังหวัดอากิตะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2671818

ญี่ปุ่นเปิดตู้อัตโนมัติขาย "เนื้อหมี" ของดีประจำจังหวัดอากิตะ

4 เม.ย. 2566 12:37 น.

ญี่ปุ่นเปิดตู้อัตโนมัติขาย “เนื้อหมี” ของดีประจำจังหวัดอากิตะ

ตู้ขายของอัตโนมัติของญี่ปุ่นซึ่งจำหน่ายเนื้อวาฬ หอยทากในกระป๋อง หรือแมลงที่กินได้ มีเมนูใหม่นั่นคือเนื้อหมีป่า

เว็บไซต์ มาอินิชิ ชิมบุน รายงานว่า เนื้อหมีดำในท้องถิ่นในหลากหลายรูปแบบมีจำหน่ายจากตู้จำหน่ายอัตโนมัติในเมืองเซมโบกุในจังหวัดอากิตะ โดยลูกค้าสามารถซื้อเนื้อติดมันหรือไม่ติดมันได้ในราคาประมาณ 2,200 เยน หรือราว 572 บาท ต่อน้ำหนัก 250 กรัม

แม้หมีดำเอเชียจะถูกจัดอยู่ในสัตว์กลุ่มเสี่ยงในระดับสากล แต่ญี่ปุ่นกล่าวว่าจำกัดจำนวนที่สามารถล่าได้

ตู้จำหน่ายเนื้อหมีดำเนินการโดยร้านอาหารท้องถิ่น “โซบะ โกโระ” สามารถขายเนื้อหมีได้ประมาณ 10-15 แพ็กต่อสัปดาห์ จากหมีที่ถูกสังหารโดยนักล่าในท้องถิ่นจากภูเขาที่อยู่ใกล้เคียง และจะหมดสต๊อกหากช่วงฤดูล่าสัตว์ถูกจำกัดให้อยู่ในช่วงสั้นๆ

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นมีตู้ขายของอัตโนมัติต่อประชากรจำนวนมากที่สุดในโลก โดยตั้งอยู่ทุกที่ ตั้งแต่ตรอกซอกซอยเล็กๆ ไปจนถึงหมู่บ้านห่างไกล ตู้ขายของอัตโนมัติ หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ “จิโด ฮันไบกิ” กลายเป็นที่นิยมในญี่ปุ่นในทศวรรษที่ 1960 และถือเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมร้านสะดวกซื้อของญี่ปุ่น ตู้ขายของอัตโนมัติจำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่อาหารหลัก เช่น เครื่องดื่มร้อนและเย็น ไปจนถึงแมลงที่กินได้และแฮมเบอร์เกอร์

เมื่อเดือนมกราคม เกิดความขัดแย้งขึ้นเมื่อร้านค้าไร้คนขายในเมืองโยโกฮามา ตั้งเครื่องขายอัตโนมัติ 3 เครื่องที่จำหน่ายเนื้อวาฬหลากหลายชนิดในราคาเพียง 1,000 เยน

โดยตู้ขายเนื้อหมีอัตโนมัติในเมืองเซมโบกุ ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าสถานีทาซาวาโกะ ซึ่งเป็นจุดจอดของรถไฟชินคันเซ็น รวมถึงรถไฟสายอื่นๆ และผู้ที่ซื้อเนื้อหมีส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เดินทางมากับรถไฟชินคันเซ็น

นักล่าที่มีใบอนุญาตได้รับอนุญาตให้ยิงและฆ่าหมีในญี่ปุ่นได้ แต่เนื่องจากเนื้อหมีถือเป็นอาหารอันโอชะของที่นี่ จึงไม่มีจำหน่ายทั่วไปตามร้านอาหารทั่วไปในกรุงโตเกียว

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีการติดตั้งเครื่องขายเนื้อหมีเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ผู้ดำเนินการติดตั้งกล่าวว่า พวกเขาได้รับการสอบถามเป็นจำนวนมากจากภูมิภาคคันโตโดยรอบกรุงโตเกียว

ตัวแทนของร้านโซบะ โกโระ กล่าวต่อมาอินิชิ ชิมบุนว่า เนื้อหมีมีรสชาติที่สะอาด และไม่แข็งแม้นำไปแช่เย็น สามารถนำไปทำอาหารได้หลากหลายเมนู ตั้งแต่สตูว์ไปจนถึงสเต็ก

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หมีเริ่มออกจากป่าและเข้าเมืองมากขึ้น เนื่องจากพวกมันไม่มีอาหาร พวกเขาเสริมว่าประชากรมนุษย์ในญี่ปุ่นลดน้อยลง โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท ก็เป็นปัจจัยหนึ่งเช่นกัน สัตว์เหล่านี้ถูกดึงดูดไปยังพื้นที่ที่มีคนอาศัยอยู่เบาบาง ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อคนในท้องถิ่น

มีรายงานประชาชนถูกหมีทำร้าย 5 ครั้งในจังหวัดมิยางิตอนเหนือของญี่ปุ่น ระหว่างเดือนเมษายนถึงกันยายน 2565 โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 คน ซึ่งนับว่าเป็นการโจมตีที่มากที่สุดนับตั้งแต่จังหวัดเริ่มเก็บบันทึกข้อมูลในปี 2544

ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมระบุว่า การโจมตีของหมีที่อันตรายที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งเรียกโดยรวมว่าเหตุการณ์ซังเคเบตสึ หมีสีน้ำตาลขนาด 2.7 เมตร หนักกว่า 300 กิโลกรัมได้สังหารชาวบ้าน 7 คนและบาดเจ็บอีก 3 คนบนเกาะฮอกไกโดในปี 2458 หมีถูกติดตามและถูกยิงตายโดยนักล่า

ตามรายงานของกระทรวงสิ่งแวดล้อม หมี ระหว่าง 3,000 ถึง 7,000 ตัวถูกฆ่าตายในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการเผชิญหน้าระหว่างมนุษย์และสัตว์มีมากขึ้น

รัฐบาลญี่ปุ่นจำกัดจำนวนหมีดำที่สามารถล่าได้ไว้ที่ 12% ของประชากรหมีโดยประมาณ โดยคาดว่ามีประชากรหมีดำในญี่ปุ่นประมาณ 15,000 ตัว.

ฟินแลนด์จะได้เป็นสมาชิกนาโต วันนี้-รัสเซียฮึ่ม ขู่เสริมกำลังชายแดน ตต.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2671790

ฟินแลนด์จะได้เป็นสมาชิกนาโต วันนี้-รัสเซียฮึ่ม ขู่เสริมกำลังชายแดน ตต.

4 เม.ย. 2566 12:12 น.

ฟินแลนด์จะได้เป็นสมาชิกนาโต วันนี้-รัสเซียฮึ่ม ขู่เสริมกำลังชายแดน ตต.

ฟินแลนด์จะกลายเป็นสมาชิกของนาโต ในวันนี้ และเป็นสมาชิกนาโต ชาติที่ 31 ท่ามกลางคำเตือนจากรัสเซียที่ขู่จะเสริมกำลังป้องกันเพื่อเป็นการตอบโต้

เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาฯ องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) แถลงที่กรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงเบลเยียม เมื่อวันจันทร์ที่ 3 เมษายน 2566 ตามเวลาท้องถิ่น ว่า ฟินแลนด์จะได้เป็นสมาชิกอย่างเต็มรูปแบบของนาโต ในวันอังคารที่ 4 เม.ย. 2566 จะมีการเชิญธงชาติฟินแลนด์ขึ้นสู่ยอดเสาบริเวณด้านหน้าสำนักงานใหญ่ของนาโตเป็นครั้งแรก 

‘นี่คือสัปดาห์ประวัติศาสตร์ นับจากพรุ่งนี้เป็นต้นไป ฟินแลนด์จะได้เป็นสมาชิกเต็มรูปแบบของพันธมิตรนาโต’ เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโตกล่าว ก่อนจะเข้าร่วมการประชุมระดับ รมว.ต่างประเทศของชาติสมาชิกนาโต ที่กรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเลขาธิการนาโตยังกล่าวว่า ‘จะเป็นวันที่ดีเพื่อความมั่นคงของฟินแลนด์, เพื่อความมั่นคงของภูมิภาคนอร์ดิก (ภูมิภาคในยุโรปเหนือ ประกอบด้วยเดนมาร์ก ฟินแลนด์ สวีเดน และไอซ์แลนด์) และเพื่อชาติสมาชิกนาโตทั้งหมด’

เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต
เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต

ขณะที่นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก ยังหวังว่า สวีเดน ซึ่งยื่นสมัครพร้อมกับฟินแลนด์ จะได้เป็นชาติสมาชิกนาโตในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

การที่ฟินแลนด์ได้กลายเป็นสมาชิกนาโต ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของนาโตยุคใหม่ เนื่องจากเป็นการตัดสินใจล้มเลิกนโยบายวางตัวเป็นกลางของฟินแลนด์ที่ดำเนินมายาวนาน หลังจากรัสเซียได้เปิดฉากทำสงครามเต็มรูปแบบในยูเครน ตั้งแต่ 24 ก.พ.2565

ฟินแลนด์ มีความกังวลในเรื่องความมั่นคงของประเทศ เนื่องจากมีชายแดนติดกับรัสเซียเป็นระยะทางยาวถึง 1,340 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม นายอเล็กซานเดอร์ กรุชโค รมช.ต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า รัสเซียจะดำเนินการตอบโต้ที่ฟินแลนด์กลายเป็นชาติสมาชิกนาโต ด้วยการเสริมกำลังป้องกันชายแดน ด้านตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย เพื่อเตรียมพร้อมปกป้องประเทศ ในกรณีที่กองกำลังทหารจากชาติสมาชิกอื่นๆ ของนาโตจะมีการระดมกำลังเข้ามาในฟินแลนด์ 

ขณะที่ สวีเดน ซึ่งยื่นสมัครเข้าเป็นสมาชิกนาโตพร้อมกับฟินแลนด์ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2565 ยังไม่ได้เป็นสมาชิกนาโต เนื่องจากยังถูกรัฐบาลตุรกีขัดขวาง โดยรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป เอร์โดอานแห่งตุรกี กล่าวหารัฐบาลฟินแลนด์ และสวีเดนว่า สนับสนุนพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน ซึ่งรัฐบาลตุรกีเห็นว่า เป็นผู้ก่อการร้าย

“โลลิตา” วาฬเพชฌฆาตผู้เดียวดาย เตรียมกลับคืนสู่บ้านเกิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2670810

"โลลิตา" วาฬเพชฌฆาตผู้เดียวดาย เตรียมกลับคืนสู่บ้านเกิด

4 เม.ย. 2566 10:00 น.

“โลลิตา” วาฬเพชฌฆาตผู้เดียวดาย เตรียมกลับคืนสู่บ้านเกิด

  • พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำฟลอริดาบรรลุข้อตกลงกับผู้สนับสนุนสวัสดิภาพสัตว์เพื่อปล่อยโลลิตา วาฬเพชฌฆาตน้ำหนัก 5,000 ปอนด์ หรือราว 2,268 กิโลกรัม ที่ถูกกักขังมานานกว่าครึ่งศตวรรษ
  • นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสัตว์ต่อสู้มานานหลายปี เพื่อให้ได้มาซึ่งอิสรภาพของโลลิตาโดยไม่ประสบความสำเร็จ หลังจากองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ ได้เพิ่มวาฬเพชฌฆาตเข้าไปในรายชื่อสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ในปี 2548
  • วาฬเพชฌฆาตเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีสังคมสูง และไม่มีผู้ล่าตามธรรมชาติ สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานถึง 80 ปี

วาฬเพชฌฆาตที่มีอายุมากที่สุดที่ถูกกักขังอาจถูกส่งกลับคืนสู่น่านน้ำบ้านของมันในมหาสมุทรแปซิฟิกในเร็วๆ นี้ หลังจากถูกจับได้นานกว่า 50 ปี

“โลลิตา” วาฬเพชฌฆาตเพศเมียวัย 56 ปี ซึ่งถูกจับเมื่อปี 2513 ที่อ่าวเล็กนอกเมืองซีแอตเทิลในรัฐวอชิงตัน เป็นดาวเด่นที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไมอามี ซีควาเรียม ในรัฐฟลอริดามานานหลายทศวรรษ

อย่างไรก็ตาม นักเคลื่อนไหวด้านสวัสดิภาพสัตว์ใช้เวลาหลายปีในการวิ่งเต้นเพื่อให้ปล่อยตัวเธอกลับสู่ธรรมชาติ เมื่อวันที่ 30 มีนาคมผ่านมา ไมอามี ซีควาเรียมประกาศว่าจะเริ่มกระบวนการคืนโลลิตากลับสู่ที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติในอีกสองปีข้างหน้า

ไมอามี ซีควาเรียม ได้จับมือกับองค์กรไม่หวังผลกำไร “เฟรนด์ส ออฟ โลลิตา” (Friends of Lolita) ที่พื่อส่งวาฬเพชฌฆาตตัวดังกล่าว เดินทางข้ามประเทศเพื่อกลับสู่บ้านเกิดที่แท้จริงของมัน

ปริทัม ซิงห์ ผู้นำกลุ่มเฟรนด์ส ออฟ โลลิตา กล่าวว่า โลลิตามีปัญหาสุขภาพหลายอย่างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงการติดเชื้อที่ทำให้มันหยุดกินอาหารเมื่อเดือนตุลาคม แต่ตอนนี้อาการของมันดีขึ้นมากแล้ว 

“มันอดทนต่อความยากลำบากที่มนุษย์อย่างเราบังคับให้มันทำ” ซิงห์กล่าว “มันใช้ชีวิตผ่านการถูกจองจำและการตายของครอบครัว มันใช้ชีวิตผ่านการอยู่ในแทงค์น้ำขนาดเล็กนี้เป็นเวลาหลายปี เมื่อคุณเห็นมัน พลังชีวิตของมัน มันทำให้คุณต้องน้ำตาไหล” 

เขาบอกว่าเป็นไปได้ที่โลลิตาจะมีชีวิตรอดหลังการถูกปล่อยครั้งนี้ โดยอ้างถึงกรณีของ “เคโกะ” วาฬเพชฌฆาตที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับภาพยนตร์เรื่อง “ฟรี วิลลี” ในปี 2536

เคโกะกลายเป็นวาฬเพชฌฆาตตัวแรกที่กลับคืนสู่ธรรมชาติในปี 2545 มากกว่า 20 ปีหลังจากที่มันถูกจับในน่านน้ำนอกประเทศไอซ์แลนด์ มันมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก 5 ปีก่อนที่จะตายด้วยโรคปอดบวมเมื่ออายุ 27 ปี

การเคลื่อนย้ายครั้งใหญ่

ปัญหาที่สำคัญที่สุด คือปัญหาทางการเงินและการขนส่งที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายวาฬน้ำหนัก 2,268 กิโลกรัมข้ามประเทศ รวมถึงการสอนให้มันรู้จักวิธีการล่าเหยื่ออีกครั้ง

นายจิม เออร์เซย์ เจ้าของทีมอเมริกันฟุตบอล อินเดียนาโพลิส โคลท์ส ซึ่งร่วมสนับสนุนเงินทุนสำหรับการย้ายถิ่นฐานของโลลิตาและประเมินว่าอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กล่าวว่า “ผมตื่นเต้นที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางของโลลิตา มันเป็นสัตว์ที่ทรหดอดทนตัวหนึ่ง มันน่าทึ่งมาก ผมชอบปลาวาฬตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก”

“ผมรู้ว่าโลลิตาต้องการใช้ชีวิตในธรรมชาติ มันมีชีวิตอยู่มานานขนาดนี้เพื่อที่จะมีโอกาสนี้ ผมรู้ว่ามันต้องการกลับบ้านและผมรู้ว่ามันมีพลังในตัว และมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จ เพราะมันเป็นสิ่งพิเศษ”

เขากล่าวว่าช่วงแรกของกระบวนการเคลื่อนย้าย จะนำโลลิตาและโลมาอีก 2 ตัว ขึ้นเครื่องบินพิเศษ และนำพวกมันไปยังที่อยู่อาศัยในมหาสมุทรแปซิฟิก จากนั้นโลลิตาจะต้องปรับตัวให้ชินกับการล่าเหยื่อ หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดีและมันมีสุขภาพแข็งแรง แผนการต่อไปก็คือการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

เออร์เซย์กล่าวว่า ความหวังของเขาคือการที่โลลิตาสามารถเข้าร่วมฝูง ที่มีวาฬอายุ 89 ปีที่เชื่อว่าเป็นแม่ของมัน

โลลิตา ซึ่งมีชื่อเรียกดั้งเดิมว่า “โทคิ” ที่ย่อมาจาก “โทคิเท” เป็นวาฬเพชฌฆาตประจำถิ่นใต้ (Southern Resident Killer Whale) ข้อมูลจากองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า วาฬเหล่านี้อาศัยอยู่เฉพาะในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตอนเหนือ และใช้เวลาหลายเดือนต่อปีในอ่าวพิวจิตซาวด์ ของรัฐวอชิงตัน 

ประชากรของวาฬเพชฌฆาตเหล่านี้ถูกพิจารณาว่าเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ในปี 2548 เนื่องจากส่วนหนึ่งของโครงการล่าสัตว์เพื่อมากักขังไว้ตลอดช่วงทศวรรษ 1970 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับโลลิตาถูกจับ

เจสัน คอลบี นักประวัติศาสตร์สิ่งแวดล้อมแห่งมหาวิทยาลัยวิกตอเรีย ระบุในหนังสือของเขาที่บันทึกประวัติความหลงใหลของทั่วโลกที่มีต่อวาฬเพชฌฆาต ที่อธิบายว่าโลลิตาถูกจับได้อย่างไรเมื่อเดือนสิงหาคม 2513

ในเวลานั้น ผู้จับจะร่วมมือกับชาวประมงท้องถิ่นเพื่อต้อนลูกออร์ก้าเข้าไปในอวน แยกพวกมันออกจากฝูง และสุดท้ายก็ขายพวกมันให้กับสวนสนุกอย่างซีเวิลด์ และไมอามี ซีควาเรียม

“เมื่อโลลิต้าถูกจับได้ ก็กลายเป็นว่าคนจับสามารถจับวาฬเพชฌฆาตได้เกือบทั้งหมดโดยบังเอิญ โดยคาดว่ามีวาฬเพชฌฆาตประมาณ 90 ตัวอยู่ในอวน

นายคอลบี้กล่าวว่า นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสัตว์พยายามปลดปล่อยวาฬด้วยการตัดอวนของชาวประมง แต่วาฬบางตัวติดอยู่อวน และลูกวาฬ 4 ตัวจมน้ำตาย วาฬเพชฌฆาต 8 ตัวรวมถึงโลลิตาถูกจับ

โลลิต้าถูกขายให้กับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไมอามี ซึ่งมันถูกนำมาจัดแสดงร่วมกับวาฬถิ่นใต้อีกตัวชื่อ “ฮิวโก้” ซึ่งตายลงเมื่อปี 2523 จากอาการหลอดเลือดโป่งพองในสมอง เนื่องจากมันเอาศีรษะโขกเข้ากับแทงค์น้ำหลายครั้ง ดังนั้นโลลิตาจึงไม่มีปฏิสัมพันธ์กับวาฬเพชรฆาตตัวอื่นมานานกว่า 40 ปี เมื่อได้รับการปล่อยตัว โลลิตาจะเป็นวาฬเพชฌฆาตที่อายุมากที่สุดที่จะได้ย้ายไปถิ่นที่อยู่ใหม่

คำสัญญาของพ่อ

นับตั้งแต่มันถูกจับมานานกว่า 50 ปี โลลิตาต้องอาศัยอยู่ในแทงก์น้ำขนาด 26 x 11 เมตร ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่ามันมีขนาดเล็กจนเป็นอันตรายสำหรับสัตว์ที่มีความยาวประมาณ 6 เมตร

หนึ่งในผู้ที่แสดงการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับขนาดของแทงค์น้ำคือลูกสาวของนายเอดูอาร์โด อัลบอร์ ซีอีโอของบริษัท เดอะ ดอลฟินคอมปานี เจ้าของสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา หลังจากเขาและบุตรสาวเดินทางไปเที่ยวสวนสนุกเพื่อชมการแสดงของวาฬ ไม่นานก่อนที่จะซื้อกิจการของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไมอามีในปี 2564

แม้การแสดงของมันจะสร้างความประทับใจให้แก่บรรดาผู้ชม แต่ลูกสาวของเขากลับรับไม่ได้

เธอบอกพ่อของเธอว่า “หนูอยู่ที่นี่ไม่ได้เพราะที่นี่เล็กเกินไปสำหรับโลลิตา พ่อ หนูต้องไปไม่งั้นหนูจะร้องไห้” หลังจากนั้น เขาบอกว่าเขาสัญญากับลูกสาวว่าจะหาทางเพื่อปลดปล่อยวาฬตัวนี้

ในปีถัดมาไมอามี ซีควาเรียม ได้ประกาศ “การลาออก” ของโลลิตา หลังจากที่มันต้องทำงานมาถึง 52 ปี นายอัลบอร์ยกย่องนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสัตว์และทีมไมอามี ซีควาเรียม ที่ละทิ้งความแตกต่างและทำงานร่วมกัน

“เรามีเป้าหมายเดียวกัน และตอนนี้โลกจะได้เห็น สิ่งที่น่าทึ่งเป็นไปได้เมื่อเรารับฟังและทำงานร่วมกัน”

แดเนียลลา เลอวีน คาวา นายกเทศมนตรีเขตไมอามี-เดด เคาน์ตี้ กล่าวว่า ข้อตกลงระหว่างกลุ่มสิทธิสัตว์กับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งถือเป็นข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ และเป็นวันที่ดีสำหรับไมอามี

แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการย้ายถิ่นฐานของโลลิต้าจะมีอุปสรรคมากมาย

นายคอลบีกล่าว “ผมกลัวว่าเมื่อผู้คนเห็นว่ามันกำลังจะได้กลับบ้าน ผู้คนจะจินตนาการว่ามันเป็นช่วงเวลาเช่นเดียวกับในภาพยนตร์เรื่อง “ฟรีวิลลี” ที่เธอกระโดข้ามกำแพงและกลับคืนสู่ครอบครัวของมัน ผมไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น”

นายคอลบีกล่าวเสริมว่า อายุของโลลิตาและความจริงที่ว่ามันอาศัยอยู่ในพื้นที่กักกันมานานหลายทศวรรษ และไม่สามารถหาอาหารด้วยตัวเองได้ อาจทำให้การปล่อยเธอกลับคืนสู่ธรรมชาติมีความซับซ้อนขึ้น 

แทนที่จะปล่อยโลลิตากลับคืนสู่ทะเลซาลิช เพื่อใช้ชีวิตตามธรรมชาติ คุณคอลบีกล่าวว่า วาฬเพชฌฆาตน่าจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในทะเลเปิด เพื่อที่จะทำให้มันสามารถสัมผัสได้ถึง “น่านน้ำบ้านเกิด” และเชื่อมต่อทางเสียงกับฝูงวาฬตัวอื่นๆ ที่มันแยกจากเมื่อหลายสิบปีก่อน

เขากล่าวว่าสิ่งนั้นจะถือเป็นชัยชนะในเชิงสัญลักษณ์ที่ทรงพลัง

“หากการกลับสู่บ้านเกิดของมัน ทำให้ผู้คนมุ่งมั่นที่จะทำให้ฝูงวาฬเพชฌฆาตเหล่านี้มีที่อยู่อาศัยที่ดี มันจะถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่.”

นาซาประกาศรายชื่อนักบินอวกาศร่วมทริปไปดวงจันทร์ครั้งแรกในรอบ 50 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2671550

นาซาประกาศรายชื่อนักบินอวกาศร่วมทริปไปดวงจันทร์ครั้งแรกในรอบ 50 ปี

4 เม.ย. 2566 07:53 น.

นาซาประกาศรายชื่อนักบินอวกาศร่วมทริปไปดวงจันทร์ครั้งแรกในรอบ 50 ปี

นาซาเปิดตัว 4 นักบินอวกาศผู้เป็นตัวแทนความหลากหลายทางเพศ และเชื้อชาติ สู่โครงการพามนุษย์กลับไปเหยียบดวงจันทร์ครั้งแรกในรอบ 50 ปี

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2566 เว็บไซต์ข่าว CNN รายงานว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ ของสหรัฐฯ หรือนาซา เปิดตัวนักบินอวกาศ 4 คน ที่จะเป็นตัวแทนของโครงการ “อาร์ทิมิส-2” (Artimis II) ที่จะไปสำรวจดวงจันทร์เพื่อทำการส่งนักบินอวกาศไปเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์ เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี 

โดยนักบินอวกาศทั้ง 4 คน ประกอบด้วยผู้หญิงคนแรก และคนผิวดำคนแรกที่จะได้ไปดวงจันทร์ ซึ่งถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ในการเปิดโอกาสให้ทุกคนมีโอกาสเข้าร่วมเป็นตัวแทนของโครงการด้านอวกาศ

นักบินอวกาศทั้ง 4 คนประกอบด้วย คริสตินา คอช วิศวกรไฟฟ้า วัย 44 ปี เธอเคยสร้างสถิติด้วยการเป็นนักบินอวกาศหญิงคนแรกที่ปฏิบัติภารกิจบนอวกาศยาวนานที่สุดถึง 328 วัน และเป็นนักบินอวกาศหญิงคนแรกของนาซาที่ออกสเปซวอล์ก หรือปฏิบัติภารกิจนอกตัวยานเมื่อเดือนตุลาคม 2562

นอกจากนี้ ยังมีวิคเตอร์ โกลเวอร์ วัย 46 ปี นักบินทดสอบการบินของหน่วยนาวิกโยธิน เขาเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน คนแรกที่ได้รับโอกาสไปดวงจันทร์ หลังจากเข้าร่วมงานกับนาซา เมื่อปี 2556 และเคยปฏิบัติภารกิจที่สถานีอวกาศนาน 6 เดือน

ในส่วนของรีด ไวส์แมน วัย 47 ปี นักบินกองทัพอากาศ ผู้เคยเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่สถานีอวกาศนานาชาติ เมื่อปี 2558 ส่วนคนสุดท้าย คือเจเรมี แฮนเซน วัย 47 ปี นักบินเครื่องบินรบของกองทัพอากาศแคนาดา และเขาเป็นคนเดียวที่ไม่มีประสบการณ์ไปอวกาศมาก่อน

นับจากนี้ นักบินอวกาศทั้ง 4 คน จะผ่านการฝึก และเตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้น พวกเขาไม่ได้ไปเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์ด้วยตัวเอง แต่ภารกิจของพวกเขาคือการปูทางส่งการนำยานกลับไปลงจอดบนดวงจันทร์ ซึ่งเป็นครั้งแรกของมนุษยชาติในรอบ 5 ทศวรรษ. 

“โดนัลด์ ทรัมป์” ถึงนิวยอร์ก เตรียมเข้ามอบตัว รับฟังข้อกล่าวหา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2671521

"โดนัลด์ ทรัมป์" ถึงนิวยอร์ก เตรียมเข้ามอบตัว รับฟังข้อกล่าวหา

4 เม.ย. 2566 07:43 น.

“โดนัลด์ ทรัมป์” ถึงนิวยอร์ก เตรียมเข้ามอบตัว รับฟังข้อกล่าวหา

“โดนัลด์ ทรัมป์” เดินทางจากฟลอริดาถึงนิวยอร์ก ตร.เตรียมควบคุมตัวไปศาลเพื่อเข้ามอบตัวรับฟังข้อกล่าวหากว่า 30 กระทง รวมไปถึงคดีอาญากรณีจ่ายเงินปิดปากอดีตนักแสดงหนังโป๊ที่เคยมีสัมพันธ์สวาทด้วย

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2566 สำนักข่าว BBC รายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ วัย 76 ปี อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางจากคฤหาสน์มาร์ อะลาโก ในรัฐฟลอริดา ถึงอาคารทรัมป์ ทาวเวอร์ ในนครนิวยอร์ก ก่อนที่จะเดินทางไปเข้ามอบตัวที่ศาลแมนฮัตตัน และเข้ารับฟังข้อกล่าวหาในคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินปิดปากให้กับสตรอมมี่ แดเนียล อดีตนักแสดงภาพยนตร์วาบหวิว

อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ โบกมือทักทายกลุ่มผู้สนับสนุนที่ไปรอบริเวณด้านหน้าอาคารทรัมป์ ทาวเวอร์ ซึ่งคาดว่าเขาจะใช้เวลาทั้งวันในการพักผ่อนและปรึกษาทีมที่ปรึกษาทางกฎหมาย ขณะที่คาดว่าในช่วงเช้าวันที่ 4 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น ตำรวจและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของศาลจะอารักขาทรัมป์ไปเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งรวมไปถึงการนัดหมายพิจารณาคดี พิมพ์ลายนิ้วมือและถ่ายรูป และรับทราบข้อกล่าวหาจากผู้พิพากษา

ทั้งนี้ คาดว่าทรัมป์จะถูกตั้งข้อหาอย่างน้อย 30 กระทง และเป็นคดีอาญาอย่างน้อย 1 กระทง ที่เกี่ยวกับการปลอมแปลงบัญชีธุรกิจ จ่ายเงินปิดปากสตรอมมี่ แดเนียล เป็นจำนวน 130,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4.4 ล้านบาทในช่วงใกล้วันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี 2559 โดยในตอนนั้นได้มีการนำตัวเลขนี้ไปลงบัญชีบริษัท เป็นค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ ถือว่าเป็นการทำบันทึกธุรกิจปลอม ซึ่งผิดกฎหมายในนิวยอร์ก หากถูกตัดสินว่ามีความผิดโทษสูงสุดคือจำคุก 4 ปี 

ทั้งนี้ คาดว่าทรัมป์จะได้รับการประกันตัว ก่อนเดินทางกลับฟลอริดา ซึ่งที่นั่นเขาจะกล่าวปราศรัยครั้งใหญ่ต่อกลุ่มผู้สนับสนุน โดยคดีนี้จะทำให้เขาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯคนแรกที่ถูกดำเนินคดีอาญา ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายทรัมป์ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและระบุว่าเป็นคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง.

สภามาเลเซียรับรองกฎหมายเลิกประหารชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2671568

สภามาเลเซียรับรองกฎหมายเลิกประหารชีวิต

4 เม.ย. 2566 07:09 น.

สภามาเลเซียรับรองกฎหมายเลิกประหารชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 3 เม.ย. ว่า สภาผู้แทนราษฎรมาเลเซียประสบความสำเร็จในการลงมติผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ว่าด้วยการประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิต เข้าสู่ขั้นตอนต่อไปคือการลงมติโดยวุฒิสภา ก่อนทูลเกล้าต่อสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซีย ซึ่งสื่อท้องถิ่นประเมินว่าการโหวตในขั้นตอนวุฒิสภาจะผ่านไปโดยไม่มีปัญหา แต่ยังไม่แน่ชัดว่ากฎหมายใหม่จะมีผลบังคับใช้เมื่อใด

ทั้งนี้ รัฐบาลมาเลเซียชี้แจงว่า กฎหมายปฏิรูปจะเป็นการยกเลิกโทษประหารชีวิตให้เหลือเพียงโทษโบยและจำคุก 30-40 ปี ขณะที่โทษจำคุกตลอดชีวิตจะมีกำหนดระยะเวลา 30 ปี ความผิด 34 ประเภท ที่เคยได้รับโทษประหารชีวิตจะถูกปรับเปลี่ยนใหม่เป็นโบยและจำคุก ทั้งจะไม่ดำเนินการลงโทษประหารชีวิตแก่ผู้ต้องคดีที่ไม่ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต อาทิ คดีใช้อาวุธปืน ลักลอบขนอาวุธปืน ลักพาตัว

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมาเลเซียเคยเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า กฎหมายปฏิรูปยังคงให้อำนาจผู้พิพากษา ในการตัดสินโทษประหารชีวิตได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้พิพากษา

นายรามคาร์พาล สิงห์ รมช.ยุติธรรมมาเลเซีย กล่าวว่า โทษประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิต เป็นการพิพากษาโทษที่ไม่ให้โอกาสในการสำนึกผิด ซึ่งเท่าที่ผ่านมามองว่า ไม่มีประสิทธิภาพในการป้องปรามไม่ให้เกิดอาชญากรรม การประหารชีวิตไม่ได้ส่งผลลัพธ์อย่างที่เราต้องการ

สื่อท้องถิ่นมาเลเซียรายงานด้วยว่า รัฐบาลมาเลเซียเคยออกคำสั่งพักการลงโทษด้วยการประหารชีวิตเมื่อปี 2561 พร้อมให้สัญญาว่าจะยกเลิกโทษประหารชีวิตอย่างสิ้นเชิง แต่แรงกดดันจากบางพรรคการเมืองได้ทำให้รัฐบาลตัดสินใจนำโทษประหารชีวิตกลับมาใช้ในปี 2019 แต่ให้เป็นดุลพินิจของผู้พิพากษาว่าจะลงโทษประหารชีวิตแก่ผู้ต้องหาคดีที่เข้าข่ายการประหารชีวิตหรือไม่

ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวชื่นชมว่า การผ่านร่างกฎหมายในขั้นตอนสภาผู้แทนราษฎรถือเป็นก้าวที่สำคัญของมาเลเซียและเป็นตัวอย่างแก่ชาติสมาชิกอาเซียน พร้อมหวังว่ามาเลเซียจะกระตุ้นชาติอาเซียนให้เดินรอยตาม พร้อมระบุว่าเมื่อปี 2565 รัฐบาลสิงคโปร์ดำเนินการประหารชีวิตผู้ต้องหาคดียาเสพติด 11 คน ขณะที่เมียนมาประหาร ชีวิต 4 นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งเป็นการประหารชีวิตครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ.

ดูคลิปแล้ว น้ำตาจะไหล วาฬเพชฌฆาต ‘โลลิตา’ จะได้กลับบ้านเสียที (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2671346

ดูคลิปแล้ว น้ำตาจะไหล วาฬเพชฌฆาต ‘โลลิตา’ จะได้กลับบ้านเสียที (คลิป)

3 เม.ย. 2566 20:03 น.

ดูคลิปแล้ว น้ำตาจะไหล วาฬเพชฌฆาต ‘โลลิตา’ จะได้กลับบ้านเสียที (คลิป)

กลายเป็นข่าวใหญ่ที่บรรดาคนรักสัตว์ทั่วโลกปลาบปลื้มดีใจอย่างมาก เมื่อในที่สุด วาฬเพชฌฆาต ‘โลลิตา’ มีโอกาสจะได้รับอิสรภาพ..ได้กลับบ้านเสียที หลังถูกกักขังที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ‘ไมอามี ซีควาเรียม’ ในรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐฯ มายาวนานกว่า 50 ปี เพื่อแสดงโชว์ สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้แก่ผู้คนที่หมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนกันมาดูนานกว่า 5 ทศวรรษ

ก่อนหน้านี้ ผู้คนที่รักสัตว์ นำโดยนักเคลื่อนไหวด้านสวัสดิภาพสัตว์ ได้พยายามต่อสู้เรียกร้องมาหลายปีเพื่อให้ปล่อย วาฬเพชฌฆาต ‘โลลิตา’ เป็นอิสรภาพ กระทั่งเมื่อ 30 มีนาคม 2566 พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ไมอามี ซีควาเรียม ภายใต้การบริหารของบริษัทใหม่ ‘เดอะ ดอลฟิน คอมปานี’ (The Dolphin Company) เปิดแถลงข่าวที่สร้างความดีใจเป็นอย่างยิ่ง ว่าพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ไมอามี ซีควาเรียมได้บรรลุข้อตกลงที่จะร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงกำไร ‘Friends of Lolita’ ในการส่งตัว ‘โลลิตา’ วาฬเพชฌฆาต ซึ่งปีนี้อายุ 56 ปี เดินทางข้ามประเทศ กลับไปยังถิ่นกำเนิดแล้ว

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=476&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fthairath%2Fvideos%2F939236474058951%2F&show_text=true&width=476&t=0

CEO ของ เดอะ ดอลฟิน คอมปานี เผยว่า ขณะนี้ ทีมงานกำลังเตรียมที่จะนำโลลิตา ย้ายที่อยู่ กลับไปยังถิ่นกำเนิด ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า การนำ ‘โลลิตา’ กลับบ้าน ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกเฉียงเหนือ จะต้องใช้เวลา 18-24 เดือนข้างหน้า 

ขณะที่ องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศ (NOAA) ของสหรัฐฯ รายงานด้วยว่า ขณะนี้ คาดว่าแม่ของโลลิตา ยังคงมีชีวิตอยู่ ถึงแม้จะมีอายุ 95 ปีแล้ว จึงยิ่งทำให้ผู้คนทั่วโลกหวังว่า โลลิตา จะมีโอกาสได้กลับไปพบแม่ มีชีวิตอยู่กับเพื่อนพี่น้องในมหาสมุทรแปซิฟิก ไม่ต้องมีชีวิตอยู่ในแท็งก์น้ำแคบๆ อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายอีกต่อไป

ที่มา : CNNFoxnews

เครียด รัสเซียรวบสาวต้านสงคราม สงสัยลอบสังหาร บล็อกเกอร์สายทหารคนดัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2671205

เครียด รัสเซียรวบสาวต้านสงคราม สงสัยลอบสังหาร บล็อกเกอร์สายทหารคนดัง

3 เม.ย. 2566 17:50 น.

เครียด รัสเซียรวบสาวต้านสงคราม สงสัยลอบสังหาร บล็อกเกอร์สายทหารคนดัง

ตำรวจรัสเซียจับกุมสาวต่อต้านสงคราม ต้องสงสัยเป็นคนลอบสังหาร บล็อกเกอร์สายทหารคนดังในร้านคาเฟ่ วงจรปิดเผยภาพเป็นคนถือกล่องข้างในมีรูปปั้นซุกระเบิด ก่อนจะบึมในอีกไม่กี่นาทีต่อมา

เมื่อ 3 เม.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ‘วลาเดน ทาทาร์สกี’ บล็อกเกอร์สายทหารคนดัง ชาวรัสเซีย วัย 40 ปี ถูกลอบสังหารด้วยระเบิด เสียชีวิตสลดในร้านคาเฟ่ ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมืองใหญ่อันดับสองของรัสเซีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมานั้น

เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนรัสเซียได้จับกุม นางสาวดาเรีย เตรโปวา สาวนักเคลื่อนไหวต่อต้านสงคราม วัย 26 ปี ในวันนี้ หลังมีรายงานระบุว่า ดาเรีย เตรโปวา เป็นคนถือกล่องข้างในมีรูปปั้นและนำมามอบให้แก่ วลาเดน ทาทาร์สกี หรือมีชื่อจริงว่า มาซิม โฟมิน ที่ร้านคาเฟ่ ‘Street Food Bar No 1’ (สตรีท ฟู้ด บาร์ หมายเลข 1 ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เพียงไม่นานก่อนรูปปั้นนี้ซึ่งมีระเบิดซุกซ่อนอยู่ข้างในจะเกิดเหตุระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง จนทำให้ ทาทาร์สกี บล็อกเกอร์สายทหารที่สนับสนุนปูติน เสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 32 ราย

คณะกรรมาธิการสืบสวนของรัสเซียยืนยันวันนี้ว่า ตำรวจสืบสวนได้จับกุมนางสาวเตรโปวา ที่ห้องเช่าในแฟลตแห่งหนึ่ง ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เนื่องจากเตรโปวาตกเป็นผู้ต้องสงสัยลอบสังหารทาทาร์สกี ในขณะที่เตรโปวาได้ยืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยบอกว่าเธอถูกเตรียมการให้ก่อเหตุ และถูกใช้

กระทรวงมหาดไทยรัสเซีย เผยแพร่รูปถ่าย ดาเรีย เตรโปวา สาวนักเคลื่อนไหวต่อต้านสงคราม วัย 26 ปี ผู้ต้องสงสัยลอบสังหารบล็อกเกอร์สายทหารคนดัง ก่อนตำรวจจะเข้าจับกุมเตรโปวา ในเวลาต่อมา
กระทรวงมหาดไทยรัสเซีย เผยแพร่รูปถ่าย ดาเรีย เตรโปวา สาวนักเคลื่อนไหวต่อต้านสงคราม วัย 26 ปี ผู้ต้องสงสัยลอบสังหารบล็อกเกอร์สายทหารคนดัง ก่อนตำรวจจะเข้าจับกุมเตรโปวา ในเวลาต่อมา
สภาพร้านคาเฟ่ Street Food Bar No 1 ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก หลังเกิดเหตุระเบิดลอบสังหาร ‘วลาเดน ทาทาร์สกี’ บล็อกเกอร์สายทหารคนดัง ชาวรัสเซีย วัย 40 ปี
สภาพร้านคาเฟ่ Street Food Bar No 1 ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก หลังเกิดเหตุระเบิดลอบสังหาร ‘วลาเดน ทาทาร์สกี’ บล็อกเกอร์สายทหารคนดัง ชาวรัสเซีย วัย 40 ปี

มีรายงานข่าวว่า เตรโปวาได้ถูกจับกุม หลังจากมีคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด บันทึกภาพขณะเตรโปวาเดินถือกล่อง ซึ่งข้างในมีระเบิด TNT น้ำหนัก 450 กรัม ก่อนจะเกิดระเบิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีต่อมา นอกจากนั้นเตรโปวายังเคยถูกควบคุมตัวเป็นเวลาหลายวัน หลังจากเธอได้ร่วมชุมนุมประท้วงต่อต้านสงครามในยูเครน เมื่อกุมภาพันธ์ ปี 2565

‘วลาเดน ทาทาร์สกี’ บล็อกเกอร์สายทหารคนดัง ชาวรัสเซีย วัย 40 ปี ถูกระเบิดลอบสังหาร ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อ 2 เม.ย.2566
‘วลาเดน ทาทาร์สกี’ บล็อกเกอร์สายทหารคนดัง ชาวรัสเซีย วัย 40 ปี ถูกระเบิดลอบสังหาร ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อ 2 เม.ย.2566

ทั้งนี้ ร้านคาเฟ่ ‘Street Food Bar No 1’ (สตรีท ฟู้ด บาร์ หมายเลข 1) ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำเนวา ซึ่งครั้งหนึ่ง นายเยฟเกนี ปริโกซิน ผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัททหารรับจ้างแวกเนอร์ เป็นเจ้าของร้านนี้

นับตั้งแต่เกิดสงครามในยูเครน ทาทาร์สกี เป็นผู้สนับสนุนประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินและสงครามในยูเครน ไม่ใช่ในฐานะที่เขาเป็นเจ้าหน้าที่รัสเซียหรือเจ้าหน้าที่ทหาร แต่เขาเป็นคนที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักในฐานะบล็อกเกอร์สายทหาร เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับสงคราม ซึ่งมีคนติดตามกว่า 5 แสนคน รวมถึงนายปริโกซิน.

ที่มา : BBCDailymail

เกาหลีใต้ระอุ เกิดไฟป่าทั่วประเทศ 30 จุด จนท.เร่งดับไฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2670950

เกาหลีใต้ระอุ เกิดไฟป่าทั่วประเทศ 30 จุด จนท.เร่งดับไฟ

3 เม.ย. 2566 13:56 น.

เกาหลีใต้ระอุ เกิดไฟป่าทั่วประเทศ 30 จุด จนท.เร่งดับไฟ

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเกาหลีใต้ เร่งเดินหน้าดับไฟป่าหลายจุดทั่วประเทศ โดยจนถึงขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงได้ราวครึ่งหนึ่งเท่านั้น ขณะที่รัฐบาลต้องประกาศเตือนประชาชน รับมือสภาพอากาศแห้งแล้งเป็นพิเศษในระยะนี้

เกาหลีใต้เผชิญกับไฟป่าครั้งรุนแรง โดยมีรายงานเกิดเพลิงไหม้ถึง 30 จุดทั่วประเทศ โดยมีอุปสรรคสำคัญในการควบคุมเพลิงจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า หน่วยดับเพลิงเกาหลีใต้สามารถควบคุมไฟป่าได้แล้ว 15 จุด ขณะที่รัฐบาลต้องประกาศเตือนประชาชน รับมือสภาพอากาศแห้งแล้งเป็นพิเศษในระยะนี้

สำหรับไฟป่ารุนแรงครั้งนี้ จุดแรกเริ่มปะทุขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11.53 น. ตามเวลาในท้องถิ่นของวันอาทิตย์ บนภูเขาอินวัง ในกรุงโซล สถานที่ยอดนิยมของนักปีนไต่เขา และยังเป็นภูเขาที่อยู่ใกล้กับที่ตั้งเดิมของทำเนียบประธานาธิบดี ก่อนที่ไฟจะลุกลามในอีกหลายจุด เนื่องจากมีกระแสลมแรง โดยหน่วยดับเพลิงพยายามจะคุมไฟป่าให้อยู่ในวงจำกัดนานกว่า 3 ชั่วโมง มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่นับร้อยนายลงพื้นที่ รวมทั้งยังต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ 9 ลำ และอุปกรณ์ดับเพลิงต่างๆ อีกจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่มีคำสั่งอพยพประชาชนแล้วอย่างน้อย 120 ครัวเรือน โดยไฟได้เผาทำลายพื้นที่ป่าไปแล้ว 0.23 ตารางกิโลเมตร หรือเทียบเท่ากับสนามฟุตบอล 32 สนาม

นอกจากนี้ ยังมีรายงานไฟป่าจุดใหญ่อีกจุดที่เริ่มปะทุในเวลา 11.00 น. ตามเวลาในท้องถิ่น บนภูเขาในฮงซอง ห่างจากกรุงโซลไปทางตอนใต้ราว 110 กิโลเมตร โดยไฟได้ไหม้ลามไปยังบ้านเรือนประชาชน 6 หลัง และฟาร์มปศุสัตว์ รวมทั้งโกดังเก็บเมล็ดพันธุ์พืช แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีใครเสียชีวิตหรือบาดเจ็บเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่ต้องระดมเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิง 17 ลำ และเจ้าหน้าที่อีกกว่า 1,600 นาย เข้าช่วยปฏิบัติการดับไฟป่า โดยจนถึงขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงได้เพียงแค่ 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น.

ที่มา : ซินหัว

พ่ออเมริกันโหด แทงเมียยับ 100 ครั้ง ก่อนโยนลูก 2 ขวบให้จระเข้กิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2670930

พ่ออเมริกันโหด แทงเมียยับ 100 ครั้ง ก่อนโยนลูก 2 ขวบให้จระเข้กิน

3 เม.ย. 2566 12:37 น.

พ่ออเมริกันโหด แทงเมียยับ 100 ครั้ง ก่อนโยนลูก 2 ขวบให้จระเข้กิน

พ่อชาวอเมริกันก่อเหตุสะเทือนขวัญ ใช้มีดแทงภรรยากว่า 100 ครั้ง ก่อนเอาลูกชายวัย 2 ขวบไปโยนทิ้งทะเลสาบจนถูกจระเข้กิน

ตำรวจอเมริกันรวบตัวนายโทมัส มอสลีย์วัย 21 ปี หลังก่อเหตุแทงภรรยาคือนางปาชุน เจฟฟรีย์ วัย 20 ปี กว่า 100 แผล นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่ภายในห้องน้ำของอพาร์ตเมนต์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ก่อนที่จะพาเทเลน มอสลีย์ ลูกชายวัยเพียง 2 ขวบ ไปทิ้งทะเลสาบจนเด็กถูกจระเข้กิน โดยตำรวจได้เร่งค้นหาเด็กชายที่หายตัวไปจนกระทั่งไปพบร่างของเด็กอยู่ในปากของจระเข้ ภายในทะเลสาบที่อยู่ห่างจากอพาร์ตเมนต์ที่พักอาศัยราว 10 ไมล์ ซึ่งตำรวจต้องตัดสินใจฆ่าเจ้าจระเข้ เพื่อนำร่างของเด็กชายออกมา

โดยนายมอสลีย์ถูกตำรวจรวบตัวได้ที่โรงพยาบาล ขณะที่เขาไปรักษาแผลจากการถูกของมีคมบาดระหว่างการก่อเหตุฆาตกรรม โดยนายมอสลีย์ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม 2 กระทง จากการฆาตกรรมภรรยา 1 กระทง และลูกชายอีก 1 กระทง

ด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิตระบุว่า พวกเขาได้คุยกับเจฟฟรีย์ และเทเลนครั้งสุดท้ายช่วงเย็นวันพุธ แต่ในวันถัดมาพวกเขาก็ติดต่อแม่ของเด็กไม่ได้ จึงแจ้งให้ผู้ดูแลอพาร์ตเมนต์ และเจ้าหน้าที่สวัสดิภาพสังคมเข้าไปตรวจสอบที่อพาร์ตเมนต์ของเธอจนพบร่างไร้วิญญาณของแม่ แต่ไม่พบตัวเด็กชาย จนต้องระดมกำลังทั้งโดรน และสุนัขดมกลิ่นช่วยกันตามหา ก่อนจะไปพบร่างของเด็กในปากจระเข้ในทะเลสาบดังกล่าว.

ที่มา : เดลีเมล์