‘มุกดาหาร-มทร.ธัญบุรี’จับมือตั้งสถาบันการศึกษา สถานีสร้างงานสร้างอาชีพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/727181

‘มุกดาหาร-มทร.ธัญบุรี’จับมือตั้งสถาบันการศึกษา สถานีสร้างงานสร้างอาชีพ

‘มุกดาหาร-มทร.ธัญบุรี’จับมือตั้งสถาบันการศึกษา สถานีสร้างงานสร้างอาชีพ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 16.07 น.

‘มุกดาหาร-มทร.ธัญบุรี’จับมือตั้งสถาบันการศึกษา สถานีสร้างงานสร้างอาชีพ 

นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และพ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะมุกดาธนพงศ์ นายก.อบจ มุกดาหาร ประชุมร่วมกับ สภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ประกอบด้วย รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี นายวีระศักดิ์ วงษ์สมบัติ นายกสภามหาวิทยาลัย พร้อมด้วย กรรมการฯ ที่ปรึกษา ฯ ร่วมประชุมที่ห้องประชุมแก้วกินรี ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร

ที่ประชุมพิจารณาจัดตั้งสถานีสร้างงานสร้างอาชีพ ที่จังหวัดมุกดาหารเพื่อใช้ในการตั้งวิทยาเขตแบบนวัตกรรมใหม่เพื่อเป็นโมเดลและขยายไปยังจังหวัดต่างๆ ให้ครบ 10 สถานีในประเทศไทยโดยมี concept ว่าไม่เน้นสิ่งก่อสร้างไม่ลงทุนขนาดใหญ่โดยที่จังหวัดมุกดาหารจะใช้อาคารรวมใจที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอยู่แล้วในการเริ่มต้นโดย อาคารรวมใจ ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านดานคำ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร ภายในจะมีสำนักงานของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี สำนักงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหารในส่วนของกองการศึกษาและสำนักงานของไบโอแลนด์ที่ได้รับความร่วมมือจากประเทศญี่ปุ่นและภายในอาคารประกอบด้วยห้องประชุมห้องทำงานห้องพักผู้ปฏิบัติงานโดยนายกการบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหารใช้งบประมาณในการปรับปรุงอาคารจำนวน 5 ล้านบาท ปรับพื้นที่ให้สวยงามเพื่อทำโรงเรือนเกษตรปลอดภัยแบบพรีเมี่ยมเป็นศูนย์สาธิตเป็นโมเดลให้เกษตรกรใช้เป็นแบบอย่างเพื่อขยายพื้นที่ต่อไป

ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหารได้ใช้ที่ราชพัสดุ แปลงหมายเลขทะเบียนที่ มห.506(บางส่วน) ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เศษ  สำหรับเป็นที่ทำการกองการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมของ อบจ.มุกดาหาร และรองรับการจัดการศึกษาร่วมบูรณาการกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ซึ่งคาดว่าจะปรับปรุงอาคารเสร็จและเปิดทำการโดยเร็ว

คณะสงฆ์เวียดนามจับมือวัดพระธรรมกายจัดตักบาตรพระนานาชาติ 9 ประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/727139

คณะสงฆ์เวียดนามจับมือวัดพระธรรมกายจัดตักบาตรพระนานาชาติ 9 ประเทศ

คณะสงฆ์เวียดนามจับมือวัดพระธรรมกายจัดตักบาตรพระนานาชาติ 9 ประเทศ

วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566, 22.08 น.

คณะสงฆ์เวียดนามจับมือวัดพระธรรมกายจัดตักบาตรพระนานาชาติ 9 ประเทศ

26 เมษายน พ.ศ. 2566 เวลา 06.00 น. คณะสงฆ์กว่า 400 วัดจำนวนกว่า 3,000 รูปในเขตภูมิภาค Mekong Delta (13 จังหวัดภาคใต้ ของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม) พร้อมด้วยคณะสงฆ์จาก 9 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา ลาว เมียนมา เนปาล บังกลาเทศ ศรีลังกา อินเดีย และอินโดนีเซีย นำโดยพระอาจารย์ด่าวยือ มหาเถระ รองประธานมหาสังฆนายกแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เจ้าคณะจังหวัดเกิ่นเทอ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์เขมรเถรวาทจังหวัดเกิ่นเทอ เป็นประธานสงฆ์ในพิธีตักบาตรพระ 3,000 รูป ณ มหาวิทยาลัยสงฆ์เขมรเถรวาท จ.เกิ่นเทอ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมีพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมตักบาตรในครั้งนี้นับหมื่นคน

พระครูสิทธิรัตนวิเทศ (จรินทร์ รตนวณฺโณ) เจ้าอาวาสวัดภาวนาโซล, ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย หัวหน้าคณะทำงานจากประเทศไทย กล่าวว่า “กิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาในครั้งนี้ถือว่าเป็นการจัดตักบาตรครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศเวียดนาม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูรักษา พระพุทธศาสนา กระชับความสัมพันธ์ของคณะสงฆ์เถรวาทนานาชาติ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาซึ่งกันและกันภายใต้ความร่วมมือระหว่างคณะสงฆ์เถรวาทเวียดนาม และวัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกาย ซึ่งการจัดตักบาตรพระ 3,000 รูปครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นในการทำงานเผยแผ่ร่วมกันในโอกาสต่อไป”

ส่อง ดวงชะตา 3 ‘แคนดิเดตนายกฯ’ จาก พรรคไทยสร้างไทย ใครมีแววเป็น นายกฯ คนที่ 30

28 เม.ย. 2566

ส่อง ดวงชะตา 3 'แคนดิเดตนายกฯ' จาก พรรคไทยสร้างไทย ใครมีแววเป็น นายกฯ คนที่ 30

2 นักพยากรณ์ชื่อดัง พาส่อง ‘ดวงชะตา’ 3 ‘แคนดิเดตนายกฯ’ จาก พรรคไทยสร้างไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, สุพันธุ์ มงคลสุธี และน.ต.ศิธา ทิวารี ใครจะมีแววได้เป็น นายกฯ คนที่ 30

ใกล้โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งเข้าไปทุกขณะ และอีกไม่นานคนไทยจะได้รู้กันแล้วว่าใครจะได้เข้ามาเป็นทีมบริหารประเทศ และใครจะได้เป็น นายกรัฐมนตรีคนต่อไป ซึ่งวันนี้ คมชัดลึก จะพาไปส่องดวงชะตา 3 แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคไทยสร้างไทย โดย 2 นักพยากรณ์ชื่อดัง “ฟ่านอาย มือสัมผัสจิต” และ”กวนซือ (แนน) หูทิพย์จิตสัมผัส”

สำหรับ 3 แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคไทยสร้างไทย ได้แก่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, สุพันธุ์ มงคลสุธี และน.ต.ศิธา ทิวารี

1. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

ผู้ที่ยังคงอยู่ด้วยความเป็นมิตร เป็นคนบุกเบิกอะไรใหม่ๆ แต่ดวงชะตาในปีนี้ เรื่องเศรษฐกิจยังไม่ถาวร อาจจะยังมองได้ไม่รอบทิศ คงความเป็นเอกลักษณ์ในรูปแบบของตนเองอยู่ จึงมีความนิยมกับเพียงแค่บางกลุ่ม ถ้าคอยพัฒนากลุ่มด้อยให้เป็นกลุ่มใหญ่ มันก็จะดีขึ้น จะทำให้ตัวเขาเองมีรูปแบบในการนำเสนอที่ดีขึ้น จึงจะได้รับความนิยมค่อนข้างดี

2. นายสุพันธุ์ มงคลสุธี

เป็นคนตรงไปตรงมา แต่อาจจะกล้าจนทำให้หลงลืมบางเรื่องไป เทียบเท่ากับการพุ่งเดินหน้า แต่ลืมมองด้านหลัง ตรงจุดนี้จึงเป็นสิ่งที่เขาต้องระมัดระวังและรอบคอบให้เยอะ ดวงเศรษฐกิจยังไม่ถาวร ถ้าได้รับตำแหน่ง ก็จะโลดแล่น แต่ต้องมีคนหนุนหลังให้เยอะ เพราะถ้าเขานำหน้าจะทำได้ดี คนนี้ทำบุญปล่อยนก 53 ตัว จะมีเกณฑ์เรื่องดวงเศรษฐกิจจะดีขึ้น แน่นขึ้น ถ้าเสริมดวงชะตาเรื่องบารมี เสียก่อน จะมีเกณฑ์ที่ได้รับงานใหญ่

3. น.ต.ศิธา ทิวารี

เป็นคนมองการณ์ไกล แต่ยังคงกังวลกับผลที่จะได้รับ ยังคงเป็นคนที่ทำอะไรจะยังคิดและแคร์บุคคลอื่น ทีนี้พอจะทำอะไรก็จะคิดหน้าคิดหลังค่อนข้างจะเยอะ ก็เลยกลายเป็นแง่ดี ถ้าให้เขาทำอะไรด้วยตัวของเขาเอง ค่อนข้างจะโดดเด่น แต่ในดวงชะตาเขายังเป็นคนที่ถูกกำหนดให้ทำแค่เพียงบางเรื่องอยู่ จึงจะประกอบงานใหญ่ ค่อนข้างจะยากและน้อยพอสมควร

‘วัชระ กรรณิการ์’ งัดไม้เด็ด ดึงลูกสาว ‘น้องถั่วพู’ ขอคะแนนคนบางกรวย

28 เม.ย. 2566

'วัชระ กรรณิการ์' งัดไม้เด็ด ดึงลูกสาว 'น้องถั่วพู' ขอคะแนนคนบางกรวย

เลือกตั้ง66 : ฮือฮา “วัชระ กรรณิการ์” ควงลูกสาวคนโต ‘น้องถั่วพู-ภูษา กรรณิการ์’ อ้อนขอคะแนนเสียงคนบางกรวยเลือกพลังประขารัฐ

นายวัชระ กรรณิการ์ ผู้สมัคร สส. เขต 3 นนทบุรี พรรคพลังประชารัฐ สร้างความฮือฮาในการลงพื้นที่หาเสียง ในศึกเลือกตั้ง66 ด้วยการดึงลูกสาวคนโต ‘น้องถั่วพู’ หรือ ‘นางสาวภูษา กรรณิการ์’ ลงพื้นที่้อ้อนขอคะแนนเสียง 

นางสาวภูษา กรรณิการ์นางสาวภูษา กรรณิการ์

โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ เกิดขึ้นที่ตลาดนัดการไฟฟ้า บางกรวย และบริเวณใกล้เคียง ซึ่งนายวัชระ ซึ่งใช้ชื่อเล่นตัวเองว่า ‘พี่ต่อ’ ในการหาเสียง ควงคู่ ‘น้องถั่วพู’ ลูกสาวคนโตและทีมหาเสียง ลงพื้นที่หาเสียงพบปะพี่น้องประชาชน เพื่อแนะนำตัว  และขออาสาเป็นตัวแทนเป็นปากเป็นเสียงของพี่น้องเขต 3 นนทบุรี เข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฏร 

สำหรับบรรยากาศ ตลอดระยะทางการเดินพบปะพี่น้องในตลาดได้รับการตอบรับจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาด และประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยอย่างชื่นมื่น มีการขอถ่ายรูปและเซลฟี่ตลอดเส้นทาง พร้อมได้รับเสียงชื่นชมว่า ตัวจริงหล่อกว่าในรูป แถมน้องถั่วพูลูกสาวสวยและเก่งเหมือนพ่อ นอกจากนี้ยังมีแฟนคลับส่งเสียงเชียร์ “พี่ต่อ เบอร์ 8” เป็นระยะๆ

'วัชระ กรรณิการ์' งัดไม้เด็ด ดึงลูกสาว 'น้องถั่วพู' ขอคะแนนคนบางกรวย

นายวัชระ กล่าวว่า จากการลงพบปะพี่น้องประชาชนในวันนี้ ต้องถือว่าเกินความคาดหมายของตนเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่คิดว่าจะได้รับการต้อนรับจากพี่น้องประชาชนชาวบางกรวยอย่างมากมาย เนื่องจากตนเปิดตัวช้ากว่าผู้สมัครในเขตนี้ทุกคน

'วัชระ กรรณิการ์' งัดไม้เด็ด ดึงลูกสาว 'น้องถั่วพู' ขอคะแนนคนบางกรวย

แต่จากการสัมผัสและพูดคุยทำให้ได้รับทราบว่า ชาวบางกรวยต้องการคนมีคุณภาพ และมีประสบการณ์ และที่สำคัญต้องเป็นคนที่เขาไว้วางใจ ในเรื่องของความสะอาด ไม่มีความด่างพร้อยทางการเมือง ซึ่งตนคิดว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน และมีศักยภาพที่จะเดินเข้าสภาไปเป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้องชาวนนทบุรีเขต 3 และจะไม่ทำให้ชาวบางกรวยผิดหวังแน่นอน

'วัชระ กรรณิการ์' งัดไม้เด็ด ดึงลูกสาว 'น้องถั่วพู' ขอคะแนนคนบางกรวย

ดังนั้นในระยะเวลาที่เหลือต่อจากนี้ จะเดินหาเสียงอย่างไม่หยุดยั้งในทุกกลุ่มและทุกพื้นที่ในทุกช่วงเวลา

'วัชระ กรรณิการ์' งัดไม้เด็ด ดึงลูกสาว 'น้องถั่วพู' ขอคะแนนคนบางกรวย

“วันนี้ผมมีความสุขมาก ไม่ใช่เพราะจากเสียง พี่ต่อ สู้ๆ หรือจากการต้อนรับจากพี่น้องประชาชน แต่เป็นเพราะประชาชนรู้จักแยกแยะ ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี ไม่ได้หลงลมหรือหลงใหลไปกับวาทกรรมทางการเมืองหรือการปลุกปั่น ให้เกิดความรักความเกลียดในระหว่างพี่น้องประชาชนด้วยกันเอง ซึ่งนี่คือสัญญาณที่ดีสำหรับประเทศนี้” นายวัชระ กล่าว

'วัชระ กรรณิการ์' งัดไม้เด็ด ดึงลูกสาว 'น้องถั่วพู' ขอคะแนนคนบางกรวย

เปิดนโยบายแรงงาน ‘รทสช.’ ครอบคลุม ‘บุตรแรกเกิด-ชราภาพ’ มีอะไรบ้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547772

27 เม.ย. 2566

เปิดนโยบายแรงงาน 'รทสช.' ครอบคลุม 'บุตรแรกเกิด-ชราภาพ' มีอะไรบ้าง

‘สุชาติ’ เปิดนโยบาย ‘คืน เพิ่ม สร้าง’ คืนเงินชราภาพ เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร สร้างโรงพยาบาลประกันสังคม ดันกฎหมายแรงงานนอกระบบ มีประกันสังคม เผยเตรียมไว้แล้ว รอแค่นั่งรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดนโยบาย “คืน เพิ่ม สร้าง” เพื่อผู้ใช้แรงงาน โดยเมื่อได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง สิ่งที่จะทำให้กับผู้อยู่ในระบบประกันสังคมประมาณ 13 ล้านคน นอกระบบอีกประมาณ 21 ล้านคน 

คืน จะคืนเงินชราภาพให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 จำนวน 30 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ซึ่งขณะนี้การแก้ไขกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าไปสู่สภาผู้แทนราษฎรแล้ว 

หาก รทสช. กลับเข้ามาเป็นรัฐบาลจะสามารถขับเคลื่อนตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้สามารถใช้บังคับได้ทันที ซึ่งในเรื่องนี้เป็นการแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม 3 ขอ ขอเลือก ขอคืน ขอกู้ ที่ผู้ใช้แรงงานเรียกร้องให้สำนักงานประกันสังคมแก้ไขกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ หลังได้รับผลกระทบขาดสภาพคล่องทางการเงิน ไม่สามารถมีเงินมาจับใช้จ่ายสอยได้ จากวิกฤตโควิด เมื่อเข้าแอพพลิเคชั่นก็มีแต่ตัวเลขแต่ไม่สามารถนำเงินออกมาใช้จ่ายได้ จนต้องหันไปกู้หนี้ยืมสินจากเงินนอกระบบ เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ตนดูแลเรื่องนี้ ต้องใช้ระยะเวลา 2 ปีในขั้นตอนต่าง ๆ ทั้งการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ตั้งคณะกรรมการ ทำประชาพิจารณ์เพื่อนำกฎหมายเข้าสู่คณะรัฐมนตรีพิจารณา

 นายสุชาติ ชมกลิ่นนายสุชาติ ชมกลิ่น

เพิ่ม จะเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรของผู้ประกันตนตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 10 ขวบ จากเดิมถึงแค่ 6 ขวบ ซึ่งจะให้บุตรคนละ 600 บาท ครอบครัวละไม่เกิน 3 คน โดยจะมีผู้ใช้สิทธิ์ส่วนนี้ประมาณ 1.3 ล้านคน อีกทั้งในช่วงโควิดได้ปรับเป็น 800 บาท จะปรับเป็น 1,000 บาท 

ขณะนี้ได้ร่างรายละเอียดต่างๆ ไว้แล้ว สามารถทำได้ทันที ซึ่งเงินในส่วนนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน แต่เป็นการใช้เงินกองทุนประกันสังคม ซึ่ง รทสช. มีวินัยการเงินการคลัง คำนึงถึงสิ่งที่ทำได้ ทำจริง รวมทั้งเพิ่มเงินชราภาพ ให้แก่ผู้ประกันตนที่อายุ 55 ปี เป็น 10,000 บาท เพื่อให้ผู้ประกันตนที่เกษียณแล้วมีเงินใช้อย่างเพียงพอ

สร้าง จะสร้างโรงพยาบาลประกันสังคมเพื่อรักษาดูแลผู้ประกันตนกว่า 13 ล้านคน ยามเจ็บป่วย 

นายสุชาติ กล่าวว่า นอกจากนี้จะเร่งผลักดันกฎหมายร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ พ.ศ. …. เพื่อให้แรงงานนอกระบบและผู้ประกอบอาชีพอิสระ แม่ค้า พ่อค้า หาบเร่แผงลอย ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง แท็กซี่ ไรเดอร์ ได้เข้าสู่ระบบ มีประกันสังคมและความมั่นคงในชีวิต มีกองทุนเพื่อพี่น้องแรงงานนอกระบบในการส่งเสริมการประกอบอาชีพ ทั้งหมดนี้เป็นนโยบายที่ รทสช. ได้คิดไว้ทั้งหมดแล้ว 

‘สมศักดิ์’ นำทัพทวงเก้าอี้ สส.พิษณุโลก ชูนโยบายเพิ่มผลผลิต-พื้นที่ชลทาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547765

27 เม.ย. 2566

'สมศักดิ์' นำทัพทวงเก้าอี้ สส.พิษณุโลก ชูนโยบายเพิ่มผลผลิต-พื้นที่ชลทาน

‘สมศักดิ์’ มั่นใจทวงเก้าอี้ สส.พิษณุโลก ชูนโยบายเพิ่มผลผลิตเกษตรกร เพิ่มพื้นที่ชลทาน 3 เท่า จ่อเปลี่ยน สปก.เป็นโฉนด ด้าน ‘จเด็ศ’ สส.หน้าใหม่ ไม่หวั่นสู้บ้านใหญ่พรรคอื่น

วันที่ 27 เม.ย. 2566 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายวิวรรธนไชย ณ กาฬสินธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย และอดีต สส. หลายสมัย ลงพื้นที่ปราศรัย จ.พิษณุโลก ในพื้นที่ของ นายจเด็ศ จันทรา ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก เขต 3 เบอร์ 2 และ น.ส.พิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก เขต 4 เบอร์ 5

โดยประกาศทวงชัยชนะกลับมา หลังจากเลือกตั้ง62 มีจำนวน 5 เขต พรรคเพื่อไทย ได้ 2 ที่นั่ง พรรคพลังประชารัฐ 2 ที่นั่ง พรรคอนาคตใหม่ 1 ที่นั่ง

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ได้รับคำสั่งจากพรรคเพื่อไทย ต้องดูแลนายจเด็ศให้ดี เพราะเป็นคนหนุ่มไฟแรงนิสัยดี เต็มใจเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชน และตนก็มั่นใจนายจเด็ศ จะเป็นผู้แทนที่ดี ไม่ทิ้งประชาชน

นับเป็นความโชคดีของชาวพิษณุโลกที่พรรคเพื่อไทย เน้นนโยบายส่งเสริมเกษตรกร เพิ่มผลผลิต เพิ่มพื้นที่ชลประทาน 3 เท่าของรัฐบาลที่ผ่านมา เนื่องจาก จ.พิษณุโลก มีปัญหาเรื่องน้ำ เกษตรกรต้องได้รับการแก้ไข เพื่อให้ราคาสินค้าเกษตรทุกตัวขยับขึ้น เหมือนในสมัยของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร

พรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ จ.พิษณุโลกพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก

วันนี้ประชาชนชื่นชอบนโยบายของพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างมาก ในพื้นที่ภาคใต้ยังชื่นชอบ และเห็นผลงานในอดีตของ ดร.ทักษิณ ทำให้ราคายางพาราสูงขึ้นได้ แต่จะให้ทุกนโยบายขับเคลื่อนได้ ต้องช่วยกันเลือกทั้งคน และพรรค เบอร์ 29 ให้แลนด์สไลด์ เพราะถ้าเป็นรัฐบาลผสม จะทำให้นโยบายไม่ได้ขับเคลื่อนทุกข้อ

นายจเด็ศ จันทรานายจเด็ศ จันทราส่วนปัญหา “ยาเสพติด” ในพื้นที่ จ.พิษณุโลก นายจเด็ศ กล่าวว่า นายสมศักดิ์ วางรากฐานมาตรการใหม่ สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เน้นยึดอายัดทรัพย์เครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดไว้แล้ว ดังนั้นสามารถแก้ปัญหาได้อย่างแน่นอน 

ส่วน “กัญชา” ยืนยันว่า เห็นด้วยที่ใช้เพื่อทางการแพทย์ แต่ไม่สนับสนุนให้ใช้สันทนาการ เพราะตนได้รับเสียงสะท้อนจำนวนมากว่า ลูกหลานถือกัญชาเข้าบ้าน ซ้ำหนักบอกว่า ไม่ผิดกฏหมาย ทำให้ไม่สามารถห้ามลูกหลานได้เลย ดังนั้น เราต้องช่วยกันเอากัญชาคืนไป แล้วเอาลูกหลานคืนมา 

“แม้จะลงสนามการเมืองครั้งแรก ไม่หวั่นรับมือสู้บ้านใหญ่ เพราะ ตลอด 7 เดือน ลงพื้นที่ไม่เคยหยุดแม้แต่วันเดียว เห็นแววตาประชาชนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงแล้ว จึงเชื่อมั่นว่า บ้านใหญ่เพื่อไทย ใหญ่ไม่แพ้ใคร และจะสามารถสู้จนชนะได้อย่างแน่นอน” นายจเด็ศกล่าว

จากนั้นนายสมศักดิ์ลงพื้นที่อำเภอบางกระทุ่ม รับฟังปัญหาประตูน้ำชลประทานชำรุดเสียหาย ไม่สามารถใช้งานได้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก ต่อด้วยเดินทางต่อไปที่ ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง รับฟังปัญหาที่ดิน สปก. ซึ่งพี่น้องประชาชน ได้สะท้อนว่า อยากให้ สปก.เป็นโฉนด จะได้รับสิทธิจำนวนมาก และไม่ต้องถูกดำเนินคดี ในกรณีเกิดการพิพาทระหว่างประชาชนกับหน่วยงานรัฐ อีกต่อไป 

นายสมศักดิ์ จึงได้ชี้แจงถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่ต้องการ เปลี่ยน สปก. เป็นโฉนด เพื่อชาวเกษตรกร เพราะทราบมาว่า ประชาชนมีคดีพิพาทจำนวนมาก เป็นอุปสรรคในการทำมาหากิน นอกจากนี้มอบหมายให้ผู้สมัครของพรรค คอยประสานพาผู้ที่เดือดร้อนจากคดีพิพาท ไปยื่นเรื่องกับกองทุนยุติธรรม ซึ่งเป็นนโยบายที่ตนได้ขับเคลื่อนเอาไว้ ในการดำเนินคดี ไม่มีค่าใช้จ่าย

นายสมศักดิ์ลงพื้นที่อ.บางกระทุ่ม รับฟังปัญหาประตูน้ำชลประทานชำรุดเสียหายนายสมศักดิ์ลงพื้นที่อ.บางกระทุ่ม รับฟังปัญหาประตูน้ำชลประทานชำรุดเสียหาย

นายสมศักดิ์ลงพื้นที่ ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง รับฟังปัญหาที่ดิน สปก.นายสมศักดิ์ลงพื้นที่ ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง รับฟังปัญหาที่ดิน สปก.

‘นอท’ แจงแล้ว ทำไมใช้งบฯหาเสียงเลือกตั้ง ‘ยิงแอดเฟซบุ๊ก’ นำโด่งทุกพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547766

27 เม.ย. 2566

‘นอท’ แจงแล้ว ทำไมใช้งบฯหาเสียงเลือกตั้ง ‘ยิงแอดเฟซบุ๊ก’ นำโด่งทุกพรรค

เลือกตั้ง66 : นอท หัวหน้าพรรคเปลี่ยน แจงแล้ว หลังส่องสื่อเปิดข้อมูลใช้งบหาเสียงผ่านโซเชียลมากสุด ระบุตอบโจทย์นำเสนอนโยบายสู่ประชาชนได้ดีที่สุด ย้ำโปร่งใส รายงาน กกต.ตรงไปตรงมา

เพจส่องสื่อ ได้เปิดเผยข้อมูลการหาเสียงเลือกตั้ง 2566 อันดับพรรคการเมือง 10 พรรค ที่ใช้เงินยิงโฆษณา (Ad) บน Facebook มากที่สุดในรอบ 90 วัน  และ ‘พรรคเปลี่ยน’ ใช้งบมากที่สุดกว่า 1.5 ล้านบาท 

โดยข้อมูลจากส่องสื่อ เปิดเผย 10 พรรคการเมืองที่ใช้เงินยิงโฆษณาบน Facebook มากที่สุดในรอบ 90 วัน ดังนี้

  1. พรรคเปลี่ยน – 1,546,584 บาท
  2. พรรครวมไทยสร้างชาติ – 437,320 บาท
  3. พรรคประชาธิปัตย์ – 146,829 บาท
  4. พรรคไทยสร้างไทย – 143,734 บาท
  5. พรรคเพื่อไทย – 133,615 บาท
  6. พรรคเส้นด้าย – 38,345 บาท
  7. พรรคไทยภักดี – 18,967 บาท
  8. พรรคภูมิใจไทย – 12,664 บาท
  9. พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล – 10,500 บาท
  10. พรรคก้าวไกล – 0 บาท
‘นอท’ แจงแล้ว ทำไมใช้งบฯหาเสียงเลือกตั้ง ‘ยิงแอดเฟซบุ๊ก’ นำโด่งทุกพรรค

นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธ์ หรือ นอท หัวหน้าพรรคเปลี่ยน ชี้แจงข้อมูลจากส่องสื่อว่า เรื่องที่เกิดขึ้น อาจจะไม่เคยมีการพรรคไหนเปิดเผยมาก่อน  เชื่อว่าพรรคเปลี่ยนเป็นพรรคเปิดเผยและตรงมาตรงไปที่สุด สิ่งที่ได้ดำเนินการไปนั้นรายงานต่อ กกต.ความความจริง  ไม่มีการปิดบัง

ตนเองอยู่ในวงการอินเตอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้ง มีเพื่อนเป็นเอเจนซี่มากมาย  พรรคอื่นยิงโฆษณาหลัก10-100ล้านบาท  โดยพรรคการเมืองอื่นอาจจะนำงบประมาณไปใช้สำหรับการจัดทำป้ายหาเสียงทั่วประเทศ แต่พรรคเปลี่ยนเน้นออนไลน์

ขณะที่ป้ายหาเสียงที่ติดตั้งทั่วประเทศใช้งบประมาณ 3 ล้านกว่าบาท รวมแล้วใช้งบประมาณ 4 ล้านกว่าบาทในการหาเสียง ดังนั้นขอให้คิดดูว่าพรรคขนาดใหญ่ใช้เงินไปเท่าไหร่ ขณะที่ ส.ส. เขต ที่พรรคส่งทั่วประเทศ 18 เขตนั้นก็ใช้งบหาเสียงไม่มาก เพราะป้ายหาเสียงส่วนใหญ่ก็ใช้ป้ายของพรรค 

‘นอท’ แจงแล้ว ทำไมใช้งบฯหาเสียงเลือกตั้ง ‘ยิงแอดเฟซบุ๊ก’ นำโด่งทุกพรรค

นายพันธ์ธวัช กล่าวถึงเหตุผลที่เลือกหาเสียงในช่องทางโซเชียลมีเดียว่า การจะนำเสนอนโยบายให้ประชาชนรับรู้ สิ่งที่จะนำเสนอได้คือผ่านสื่อโทรทัศน์ สื่อต่างๆและสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งสามารถคุยกับประชาชนได้โดยตรง ดีกว่าติดตั้งป้ายหาเสียงด้วยข้อความสั้นๆ จึงตัดสินใจที่จะเลือกนำเสนอนโยบายให้ประชาชนรับรู้ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียจะสื่อสารได้ดีที่สุด  และพรรคใช้งบประมาณในการจัดทำป้ายหาเสียงประมาณ 3 ล้านบาท  

ทั้งนี้ส่วนตัวรู้สึกงง เหตุใดงบหาเสียงทางโซเชียบกลายเป็นประเด็น ซึ่งส่วนตัวทำด้านโซเชียลมา การยิงแอดไม่ใช่เรื่องแปลก  เชื่อว่าพรรคอื่นไม่สามารถนำมาโจมตีได้ เพราะยังเหลืองบประมาณในหาเสียงของพรรคการเมือง 40 ล้านบาท ขณะที่พรรคเปลี่ยนมีทีมงานน้อยเมื่อเทียบเท่ากับพรรคการเมืองอื่นหรือพรรคขนาดใหญ่

“การันตีว่างบของพรรคเปลี่ยนไม่เยอะสุด  แต่เปิดเผยที่สุด พรรคอื่นอาจจะใช้เป็น 10 เป็น 100 ล้าน  เค้ายิงโฆษณากันเยอะแยะ ยิงในรูปแบบไหนเท่านั้นเอง ผมน้อยสุดดีกว่า ความตรงไปตรงมาชัดเจนที่สุด” นายพันธธวัชกล่าว 


ส่วนกรณีที่ กกตกำหนดค่าใช้จ่ายในการหาเสียงนั้น เห็นว่าเพื่อให้ทุกพรรคมีงบประมาณในการทำงานการเมืองเท่ากันหมดแข่งกันกันอย่างเท่าเทียมทั้งพรรคเล็กและพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ไม่ให้เกิดการได้เสียเสียเปรียบ

“พร้อมเตือนพรรคการเมืองอื่นๆที่ให้แฟนคลับยิงแอดโฆษณาให้ หากเกินจำนวนที่กำหนด จะต้องแจ้งค่าใช้จ่ายหาเสียงต่อ กกต.ให้รับทราบ  เพราะหากตรวจพบภายหลังมีโทษถึงยุบพรรคการเมือง  ที่ตนเองรู้เนื่องจากต้องศึกษาคู่แข่งตลอดเวลา อีกทั้งตนเองและเพื่อนๆอยู่ในแวดวงโฆษณา”

‘ประชาธิปัตย์’ ตั้ง ‘ทีมโฆษก’ รับศึกเลือกตั้ง2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547764

27 เม.ย. 2566

'ประชาธิปัตย์' ตั้ง 'ทีมโฆษก' รับศึกเลือกตั้ง2566

นิพนธ์ บุญญามณี ผู้อำนวยการเลือกตั้ง ‘ประชาธิปัตย์’ ลงนามแต่งตั้ง ปู จิตกร-ดรุณวรรณ-รัศมี เป็น ‘ทีมโฆษก’ ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ รับศึกเลือกตั้ง2566

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า นายนิพนธ์ บุญญามณี ผู้อำนวยการเลือกตั้งของพรรค ได้ลงนามแต่งตั้งทีมโฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ประกอบด้วย

  1. นายจิตกร บุษบา
  2. นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย 
  3. นางสาวรัศมี ทองสิริไพรศรี

ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานของคณะกรรมการเตรียมการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ที่เกี่ยวข้องกับการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในการเตรียมการเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นไปตามกฎหมาย มีประสิทธิภาพ สร้างการรับรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง ตรงประเด็น และสามารถชี้แจงประเด็นสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ได้รวดเร็วทันต่อสภานการณ์

'ประชาธิปัตย์' ตั้ง 'ทีมโฆษก' รับศึกเลือกตั้ง2566

โดย “ปู” จิตกร บุษบา เป็นนักสื่อสารมวลชน ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก มีผลงานมากมายและได้ชื่อว่าเป็นสื่อที่มีอุดมการณ์ชัดเจนในการนำเสนอประเด็นที่ยึดหลักการความถูกต้อง นอกจากนี้ยังเป็นอาจารย์พิเศษบรรยายให้ความรู้ในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ปัจจุบันได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ลูกหมี น.ส.รัศมี ทองสิริไพรศรีลูกหมี น.ส.รัศมี ทองสิริไพรศรี

ส่วน “ลูกหมี” น.ส.รัศมี ทองสิริไพรศรี เป็นนางแบบระดับซุปเปอร์โมเดล นักแสดง นักเขียน เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในหมู่คนไทย ปัจจุบันเป็นเจ้าของโรงเรียนสอนการพัฒนาบุคลิกภาพและสอนการเดินแบบ ให้กับนายแบบและนางแบบทั่วประเทศ และไม่เพียงเป็นนางแบบชื่อดังเท่านั้น ยังมีผลงานการแสดงทั้งละครทีวี ภาพยนตร์ และนางแบบโฆษณาหลายชิ้น

“ขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียงแค่สองสัปดาห์กว่า ๆ ก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง ซึ่งบรรยากาศการหาเสียงจะมีความเข้มข้นขึ้นตามลำดับ พรรคจึงเตรียมความพร้อมในการสื่อสารทั้งในส่วนของทิศทาง จุดยืน นโยบายไฮไลท์ รวมถึงตัวผู้สมัครที่โดดเด่นเพื่อเร่งสื่อสารให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ และเชื่อมั่นว่าจะเป็นส่วนที่สำคัญในการดึงคะแนนในช่วงโค้งสุดท้ายให้กับพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 และผู้สมัคร สส.เขตของพรรคด้วยเช่นกัน” นางดรุณวรรณ กล่าว

ดรุณวรรณ-ปู จิตกร -รัศมีดรุณวรรณ-ปู จิตกร -รัศมี

‘สุวัจน์’ ควงผู้สมัคร สส.สำรวจและวางแผน ‘แก้น้ำท่วมโคราชยั่งยืน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547753

27 เม.ย. 2566

'สุวัจน์' ควงผู้สมัคร สส.สำรวจและวางแผน 'แก้น้ำท่วมโคราชยั่งยืน'

‘สุวัจน์’ นำผู้สมัคร สส.ชาติพัฒนากล้า สำรวจวางแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมโคราชแบบยั่งยืน ตามนโยบาย ‘โคราชโนมิกส์’ เตรียดจัดเวทีปราศรัยใหญ่ศาลากลางนครราชสีมา 28 เม.ย. นำเสนอทุกนโยบายเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเลือก 14 พ.ค.66

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ได้พาผู้สมัครของพรรคประกอบด้วยนายเทวัญ ลิปตพัลลภ ผู้สมัคร สส.เขต 1 เบอร์ 5 นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 6 นายสมบัติ กาญจนวัฒนา (กำนันเบ้า) ผู้สมัคร สส.เขต 3 เบอร์ 1 ลงพื้นที่เพื่อสำรวจและวางแผนการแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมและน้ำแล้ง ตามนโยบาย”โคราชโนมิกส์”ของพรรคชาติพัฒนากล้า

โชว์แก้ปัญหาน้ำท่วมโคราช

เริ่มตั้งแต่อาคารระบายน้ำละลมหม้อของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง, ประตูระบายน้ำคลองโคกแฝก และลงเรือท้องแบนที่วัดพลับล่องไปตามลำตะคลองบริเวณที่น้ำเคยท่วม และขึ้นท่าน้ำวัดศาลาลอย โดยมีชาวบ้านมาให้การต้อนรับทุกจุดจำนวนมาก

นายสุวัจน์ กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ของจ.นครราชสีมา เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี พรรคชาติพัฒนากล้าได้บรรจุปัญหานี้ไว้ในนโยบายพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งหากพรรคชาติพัฒนากล้ามีโอกาสได้เข้าไปทำงานก็จะผลักดันให้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อมาทำบายพาส

หรือจุดเบี่ยงน้ำระบายน้ําออกจากตัวลําตะคอง ด้วยการไปสร้างคลองชลประทานที่มีของเดิมอยู่แล้วไปปรับปรุงไปขยายในการที่จะสร้างคลองชลประทานจากละลมหม้อไปที่บ้านโคกแฝก แล้วต่อไปให้ถึงบึงพุดซาซึ่งเป็นบึงเก็บน้ําขนาดใหญ่ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ใช้งบประมาณประมาณ 400 กว่าล้าน ซึ่งขณะนี้กรมชลประทานบอกว่ามีงบมาแล้วบางส่วน

นายสุวัจน์  โชว์แก้ปัญหาน้ำท่วมโคราชอย่างยั่งยืน นายสุวัจน์ โชว์แก้ปัญหาน้ำท่วมโคราชอย่างยั่งยืน

นายสุวัจน์  โชว์แก้ปัญหาน้ำท่วมโคราชอย่างยั่งยืน นายสุวัจน์ โชว์แก้ปัญหาน้ำท่วมโคราชอย่างยั่งยืน

ฉะนั้น ต้องช่วยกันไปผลักดันงบประมาณถ้าเราสามารถสร้างทางเบี่ยงน้ําออกจากลําตะคองได้ น้ําจะหายไปเกือบครึ่งหนึ่งแล้วก็จะระบายออกจากตัวเมือง ผ่านคลองชลประทานที่ไปที่บึงพุดซา จากบึงพุดซาก็ไปที่คลองปลาร้า แล้วไปที่คลองธรรมชาติ ไหลลงไปลำเชียงไกร ไหลลงไปแม่น้ำมูล อันนี้คือ การแก้ไขปัญหาอย่างถาวร

นายสุวัจน์  โชว์แก้ปัญหาน้ำท่วมโคราชอย่างยั่งยืน นายสุวัจน์ โชว์แก้ปัญหาน้ำท่วมโคราชอย่างยั่งยืน

นายสุวัจน์  โชว์แก้ปัญหาน้ำท่วมโคราชอย่างยั่งยืน ซึ่งบรรจุเป็นนโยบายพรรคชาติพัฒนากล้านายสุวัจน์ โชว์แก้ปัญหาน้ำท่วมโคราชอย่างยั่งยืน ซึ่งบรรจุเป็นนโยบายพรรคชาติพัฒนากล้า

ส่วนในเมืองในเขตพื้นที่ที่อยู่สองข้างทางของลําตะคองก็ควรจะต้องขุดลอกทํากําแพงกันดิน กันคลื่น เพื่อให้รับน้ําได้มากขึ้นและน้ําจะได้ไหลออกไปเร็วขึ้น อันนี้เป็นนโยบายในการที่จะแก้ไขปัญหาน้ําท่วมให้กับเมืองโคราชอย่างถาวร และเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย “โคราชโนมิกส์”

แก้ปัญหาน้ำท่วมโคราชอย่างยั่งยืน บรรจุเป็นนโยบายพรรคชาติพัฒนากล้าแก้ปัญหาน้ำท่วมโคราชอย่างยั่งยืน บรรจุเป็นนโยบายพรรคชาติพัฒนากล้า

“วันนี้พี่น้องประชาชนในเขตชุมชนที่เดือดร้อนกันมากก็มารับฟังว่าจะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างไร ผมคิดว่านโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้านั้น ตรงกับปัญหาเพราะเราเป็นพรรคอยู่ที่โคราช เข้าใจปัญหาของโคราช ถึงได้มีนโยบายเพื่อคนโคราชโดยเฉพาะ”

28 เม.ย. ชาติพัฒนากล้า ปราศรัยใหญ่

นายสุวัจน์ กล่าวอีกว่า หลังจากผู้สมัครของพรรคชาติพัฒนากล้าได้ลงพื้นที่พบปะกับพี่น้องประชาชนทุกที่ก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งประชาชนชื่นชอบในนโยบายของพรรคโดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง ที่มีความชัดเจน และในวันพรุ่งนี้ 28 เม.ย. 2566 พรรคชาติพัฒนากล้าจะจัดเวทีปราศรัยใหญ่ที่สนามหน้าศาลากลางจ.นครราชสีมา เพื่อนำเสนอนโยบายทุกด้านให้ประชาชนพิจารณาอย่างละเอียด และจะเป็นวันสำคัญที่ชาวโคราชจะนำไปตัดสินใจในการเลือก สส.ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 นี้

‘กกต.’ เผย เช็คผลนับคะแนนเลือกตั้งผ่าน ECT Report คาด 5 ทุ่ม รู้ผลไม่ทางการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547749

27 เม.ย. 2566

'กกต.' เผย เช็คผลนับคะแนนเลือกตั้งผ่าน ECT  Report คาด 5 ทุ่ม รู้ผลไม่ทางการ

‘กกต.’ เผย วันเลือกตั้งติดตามการนับคะแนนเลือกตั้งผ่าน ECT Report คาดไม่เกิน 5 ทุ่ม รู้ผลไม่ทางการ มั่นใจประสิทธิภาพ เร็ว แม่นยำ

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เปิดเผยถึงการรายงานผลคะแนนเลือกตั้ง สส. อย่างไม่เป็นทางการ วันเลือกตั้งที่ 14 พ.ค. 2566 ว่า การนับคะแนนโปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งจะทราบผลคะแนนเลือกตั้ง สส. อย่างไม่เป็นทางการ ครบทุกเขต คาดไม่เกิน 23:00 น ของวันเลือกตั้ง 

หลังปิดหีบเวลา 17.00 น. จะนับคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขต นอกเขต และนอกราชอาณาจักรพร้อมกัน มีเจ้าพนักงานการเลือกตั้งเป็นผู้นับคะแนน ขีดคะแนนบนบอร์ดให้เห็นชัดเจน เมื่อนับเสร็จแล้วจะกรอกลงใบรายงานคะแนน หรือใบ 5/18 ซึ่งจะมีรายละเอียดจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวนผู้มาใช้สิทธิ บัตรดี บัตรเวีย บัตรไม่ลงคะแนน และคะแนนที่ผู้สมัครได้ จากนั้นจะติดผลที่หน้าหน่วยเลือกตั้ง , ส่งผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ให้ศูนย์นับคะแนนระดับอำเภอ ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง หากพบความผิดปกติของคะแนน เช่น คะแนนเขย่ง จะทักท้วงไปยังหน่วยเลือกตั้ง ก่อนจะรายงานเข้าส่วนกลาง , ส่งเข้าสู่ระบบ ECT Report เพื่อนำคะแนนออกมาเผยแพร่ตามช่องทางต่างๆ 
 

ซึ่งการนับคะแนนมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ผู้ที่รวมคะแนนเป็นเจ้าพนักงานการเลือกตั้งตามกฎหมาย และการแก้ไขคะแนนก็ไม่สามารถทำได้เพียงคนเดียว เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ 9 คน ที่จะทำหน้าที่บันทึกคะแนนลงในระบบ จึงมั่นใจว่า การรายงานผลจะมีความรวดเร็ว มีความถูกต้องแม่นยำกว่าการรายงานผลแบบเดิม
 

สื่อมวลชนสามารถเข้ารับข้อมูลการรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ที่บริเวณหน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ส่วนประชาชน สามารถติดตามคะแนนจากแต่ละหน่วยที่ส่งเข้ามาส่วนกลางแล้ว เว็บไซต์  www.ectreport.com จะมีการรายงานภาพรวมการนับคะแนนทั้งประเทศ , แบบแบ่งเขต , แบบบัญชีรายชื่อ โดยแสดงคะแนนรวม ไม่คำนวนที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อ , ความคืบหน้าการนับคะแนน

โดยสามารถติดตามได้ตั้งแต่เวลา  19.00 น. เป็นต้นไป จะมีการอัปเดตทุก 15 นาที  และหยุดรายงานคะแนนเมื่อนับคะแนนได้ 95% ก่อนจะรายการผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ คาดว่าเวลาประมาณ 23.00 น.