สศก.คาดลำไย8จว.เหนือ ผลผลิต1.03ล้านตันออกสู่ตลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726954

สศก.คาดลำไย8จว.เหนือ  ผลผลิต1.03ล้านตันออกสู่ตลาด

สศก.คาดลำไย8จว.เหนือ ผลผลิต1.03ล้านตันออกสู่ตลาด

วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายวินิต อธิสุข รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์การผลิตและพยากรณ์ปริมาณการผลิตไม้ผลลำไย และ ลิ้นจี่ ภาคเหนือ ปี 2566 (ข้อมูลผลพยากรณ์ ณ วันที่ 27 มีนาคม 2566) คาดว่าเนื้อที่ให้ผลลำไย 8 จังหวัดภาคเหนือ (เชียงราย พะเยา ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ ตาก แพร่ และน่าน) มี 1.24 ล้านไร่ ลดลงจากปี 2565 ที่มี 1.25 ล้านไร่(ลดลงร้อยละ 0.31) เนื่องจากปัจจัยด้านราคาของลำไยในฤดูไม่จูงใจ เกษตรกรบางส่วนจึงโค่นลำไยเพื่อเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น เช่น ยางพารา ทุเรียน เงาะ มะม่วง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

ผลผลิตทั้ง 8 จังหวัด คาดว่ามีปริมาณ 1.03 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่มี 1.02 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.52) โดยแบ่งเป็นผลผลิตในฤดู 7 แสนตันลดลงจากปี 2565 ร้อยละ 5.25 ผลผลิตต่อเนื้อที่ให้ผลเฉลี่ย 709 กิโลกรัมต่อไร่ ลดลงจากปี 2565 ร้อยละ 1.53 เนื่องจากปัจจัยด้านราคาไม่จูงใจให้เกษตรกรดูแลรักษา และสภาพอากาศหนาวเย็นในช่วงต้นปี 2566 ไม่เพียงพอต่อการออกดอกของลำไย โดยมีอากาศหนาวเย็นเพียงช่วงสั้นๆ สลับกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น ประกอบกับบางพื้นที่ปริมาณน้ำไม่เพียงพอทำให้ต้นไม่สมบูรณ์ การแทงช่อดอกของลำไยในฤดูจึงลดลง

ขณะที่ผลผลิตนอกฤดู 3.29 แสนตันเพิ่มขึ้นจากปี 2565 ร้อยละ 15.51 ผลผลิตต่อเนื้อที่ให้ผลเฉลี่ย 1,282 กิโลกรัมต่อไร่ลดลงจากปี 2565 ร้อยละ 0.23 ซึ่งผลผลิตลำไยนอกฤดูเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาลำไยในช่วงปลายปี 2565 ดีขึ้น จึงจูงใจให้เกษตรกรใช้สารกระตุ้นการออกดอกนอกฤดูเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าผลผลิตลำไยภาคเหนือจะออกสู่ตลาดมากตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ถึงเดือนกันยายน และจะออกมากที่สุดในเดือนสิงหาคมนี้ ประมาณ 382,493 ตัน หรือร้อยละ 37.15 ของผลผลิตทั้งทั้งหมด

ลิ้นจี่ ปี 2566 ในแหล่งผลิตสำคัญ 4 จังหวัดภาคเหนือ (เชียงราย พะเยา เชียงใหม่ และ น่าน) เนื้อที่ให้ผล มี 7.56 หมื่นไร่ ลดลงจากปี 2565 ที่มี 8.11 หมื่นไร่(ลดลงร้อยละ 6.76) เนื่องจากเกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า หรือดูแลง่ายกว่าแทน เช่น ยางพารา ทุเรียน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ภาพรวมผลผลิต 4 จังหวัด 34,620 ตัน ลดลงจากปี 2565 ที่มี 39,961 ตัน (ลดลงร้อยละ 13.37) และผลผลิตต่อเนื้อที่ให้ผลเฉลี่ย 458 กิโลกรัมต่อไร่ ลดลงจากปี 2565 ที่เฉลี่ย 493 กิโลกรัมต่อไร่ (ลดลงร้อยละ 7.10) เนื่องจากลิ้นจี่เป็นพืชที่ชอบหนาวเย็น ประกอบกับหลายปีที่ผ่านมา เกษตรกรไม่ดูแลรักษา ทำให้ต้นไม่สมบูรณ์ อีกทั้งพบเพลี้ยไฟและโรคเชื้อรา ทั้งนี้ คาดว่าผลผลิตลิ้นจี่ภาคเหนือจะเริ่มออกสู่ตลาดในเดือนเมษายน-กรกฎาคม และจะออกมากที่สุดช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนนี้ ผลผลิตรวมประมาณ 33,444 ตัน หรือร้อยละ 96.60 ของผลผลิตทั้งหมด

รองปลัดฯถกคกก.ผลิตภัณฑ์ยาสูบฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726949

วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากนายประยูรอินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯให้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติครั้งที่ 1/2566 โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ที่ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร อาคาร 1ชั้น 2 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าว เพื่อรับทราบความก้าวหน้าการขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการสนับสนุนการดำเนินงานควบคุมการบริโภคผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระดับเขตและจังหวัด รับทราบผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติด้านติดตาม ประเมินผล และตรวจสอบการดำเนินงานควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ด้านบำบัดรักษา และฟื้นฟูผู้เสพติดผลิตภัณฑ์ยาสูบ ด้านกฎหมาย และด้านการเร่งรัดติดตามการดำเนินคดีการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 และร่วมพิจารณายุทธศาสตร์ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย การดำเนินการแก้ไข ปรับปรุงประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับหีบห่อผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทยาเส้นหรือยาเส้นปรุง พ.ศ. 2562 และแนวทางการปฏิบัติตามมาตรา 5.3 ว่าด้วยการป้องกันการแทรกแซงนโยบายการควบคุมยาสูบของรัฐ โดยอุตสาหกรรมยาสูบของกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบ องค์การอนามัยโลกสำหรับส่วนราชการ

กรมข้าวจับมือจุฬาฯ พัฒนางานวิจัยข้าว มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้สินค้าการเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726952

วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ รองอธิการบดีด้านการวิจัย ปฏิบัติการแทนอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ระหว่างกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยมี น.ส.กุลศิริ กลั่นนุรักษ์ ผอ.กองวิจัยและพัฒนาข้าว และศาสตราจารย์ ดร.พลกฤษณ์แสงวนิช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเป็นสักขีพยาน ที่ห้องประชุมจักรพันธ์ กรมการข้าว

นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลง MOU ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในครั้งนี้เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนางานวิจัยด้านข้าว เพิ่มศักยภาพที่จะพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร และพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการวิจัย ซึ่งจะช่วยให้เกิดการขยายผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศอย่างยั่งยืน

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’หนุน’ถั่วเขียวผิวมัน’ปลูกได้ตลอดปี เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวและสร้างรายได้อย่างรวดเร็ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726943

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’หนุน’ถั่วเขียวผิวมัน’ปลูกได้ตลอดปี เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวและสร้างรายได้อย่างรวดเร็ว

วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566, 18.14 น.

กรมส่งเสริมการเกษตร กองส่งเสริมโครงการพระราชดำริ พาไปพื้นที่ ตำบลหนองน้อย อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ซึ่งชาวบ้านที่นี่ประกอบอาชีพการทำนาแบบทั่วไป พอหมดช่วงการเก็บเกี่ยวหรือฤดูฝนแล้ว ปริมาณน้ำก็เริ่มลดลง เกษตรกรขาดรายได้ ชาวบ้านจึงเลยพลิกผันตัวเอง จากการทำนา หันมาปลูกพืช ใช้น้ำน้อย ที่ปลูกได้ตลอดปี สามารถเก็บเกี่ยว และสร้างรายได้อย่างรวดเร็ว นั่นก็ คือ“ถั่วเขียวผิวมัน” พืชเสริม สร้างรายได้กว่า 40,000 บาท

ตอนที่ 6 “ถั่วเขียวผิวมัน” พืชหลังนา กับรายได้ที่น่าสนใจ https://youtu.be/82Y3U37bj1s

นั่งพับเพียบระวัง!? พฤติกรรมใกล้ตัวที่อาจทำให้ข้อเข่าเสื่อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727031

นั่งพับเพียบระวัง!? พฤติกรรมใกล้ตัวที่อาจทำให้ข้อเข่าเสื่อม

นั่งพับเพียบระวัง!? พฤติกรรมใกล้ตัวที่อาจทำให้ข้อเข่าเสื่อม

วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 09.50 น.

นั่งพับเพียบระวัง!? พฤติกรรมใกล้ตัวที่อาจทำให้ข้อเข่าเสื่อม 

หลายคนอาจคิดว่าอาการข้อเข่าเสื่อมมักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุหรือเป็นเรื่องที่ยังไกลตัว  ทั้งที่จริงแล้วอาการข้อเข่าเสื่อมสามารถเกิดขึ้นก่อนวัยอันควรได้ แถมยังมีสาเหตุจากพฤติกรรมใกล้ตัวที่คาดไม่ถึงอย่างการ “นั่งพับเพียบ” ซึ่งการนั่งพับเพียบเป็นท่านั่งที่คนไทยปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน เพราะเป็นท่านั่งที่สุภาพและดูเรียบร้อย แต่ทราบหรือไม่ว่า การนั่งท่านี้นานหรือบ่อยเกินไป กลับส่งผลต่อการเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมได้อย่างไม่น่าเชื่อ

นั่งพับเพียบเกี่ยวข้องกับอาการข้อเข่าเสื่อมอย่างไร

หลายคนอาจสงสัยว่าท่านั่งพับเพียบที่เราคุ้นเคยกันจะส่งผลต่ออาการข้อเข่าเสื่อมได้อย่างไร นั่นเพราะข้อเข่าประกอบไปด้วยกระดูกอ่อน เส้นประสาท หลอดเลือด เส้นเอ็น การงอเข่านั่งพับเพียบบ่อยๆ หรือติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้เลือดไหลเวียนช้าลง จนเกิดแรงกดภายในข้อเข่ามากขึ้น 5-10 เท่า ทำให้ข้อเข่าค่อยๆ ผิดรูปจนเกิดข้อเข่าเสื่อมในที่สุด นอกจากการนั่งพับเพียบแล้ว การนั่งยอง การนั่งไขว่ห้าง การคุกเข่า การนั่งขัดสมาธิ ก็ส่งผลต่ออาการข้อเข่าเสื่อมได้เช่นกัน เพราะทำให้เกิดแรงกดในข้อเข่ามากขึ้น

4 วิธีลดความเสี่ยงข้อเข่าเสื่อม

แม้อาการข้อเข่าเสื่อมเกิดจากพฤติกรรมใกล้ตัวอย่างการนั่ง แต่ถึงอย่างนั้นใช่ว่าจะหาวิธีหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยสามารถลดความเสี่ยงโรคข้อเข่าเสื่อมได้ด้วย 4 วิธีต่อไปนี้

1. ควบคุมน้ำหนักตัว

อาการข้อเข่าเสื่อมอาจเกิดขึ้นจากข้อเข่าที่ต้องรับน้ำหนักตัวมากเกินไป การรับน้ำหนักตัวต่อเนื่องส่งผลให้ข้อเข่าทำงานหนัก จนเกิดเป็นอาการปวดเข่าและข้อเข่าเสื่อมในที่สุด ดังนั้น ควรควบคุมน้ำหนักตัวให้ได้มาตรฐาน อย่าปล่อยให้ร่างกายมีไขมันมากเกินไปจนช่วงล่างต้องรับบทหนักก็จะช่วยหลีกเลี่ยงข้อเข่าเสื่อมได้

2. ออกกำลังกายเป็นประจำ

คนที่เริ่มปวดเข่าหรือมีสัญญาณข้อเข่าเสื่อมสามารถออกกำลังกายได้ เพียงแต่ต้องเลือกวิธีออกกำลังกายที่ไม่ทำให้ข้อเข่าทำงานหนักเกินไป รวมถึงผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ควรหลีกเลี่ยงท่าออกกำลังกายที่ใช้เข่าหรือการกระโดด เนื่องจากจะทำให้เพิ่มแรงกระแทกหรือแรงกดที่บริเวณข้อต่อเข่าระหว่างการเคลื่อนไหวได้ โดยหันไปออกกำลังกายรูปแบบอื่นแทน เช่น ว่ายน้ำ เดินเร็ว โยคะ ปั่นจักรยานอยู่กับที่ เป็นต้น

3. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนั่ง

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในทุกวัน คนเรามีการใช้อิริยาบทการนั่งในท่าต่างๆ โดยมักปรับเปลี่ยนไปเรื่อยตามสถานที่ แต่หากจะต้องเลี่ยงอาการปวดเข่า ควรหลีกเลี่ยงท่านั่งที่ต้องพับเข่าเป็นเวลานาน เช่น การนั่งพับเพียบ นั่งไขว่ห้าง นั่งยอง นั่งขัดสมาธิ และควรเปลี่ยนท่านั่งทุก 20-30 นาที เพื่อไม่ให้ร่างกายค้างอยู่ท่าเดิมนานเกินไป

4. ทานอาหารเสริม

ดูแลสุขภาพข้อเข่าในระยะยาวด้วยการทานอาหารเสริมประเภทคอลลาเจน เพราะมีส่วนช่วยลดอาการปวดจากข้อเข่าเสื่อมและช่วยซ่อมแซมกระดูก โดยการทานคอลลาเจนไม่ใช่วิธีรักษาโรคนี้แต่ช่วยบรรเทาการเกิดโรคข้อเสื่อมในอนาคต

นอกจากการนั่งพับเพียบแล้ว อาการข้อเข่าเสื่อมยังเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การออกกำลังกายผิดวิธี อายุ น้ำหนักตัว พันธุกรรม แต่ไม่ว่าเพราะสาเหตุใด หากมีอาการปวดเข่าเรื้อรังหรือสงสัยว่ามีอาการข้อเข่าเสื่อม แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ โดยที่ KDMS หรือโรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข มีศัลยแพทย์กระดูกและแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูที่พร้อมให้คำปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับโรคกระดูกและข้อต่อ ใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนวินิจฉัย วางแผนรักษา การผ่าตัด และดูแลต่อเนื่องหลังการผ่าตัด เพื่อให้คนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติมากที่สุดอีกครั้ง

กรมอนามัยแนะผู้สูงอายุไทย ‘กินได้ ตาดี มีแรงเดิน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726893

กรมอนามัยแนะผู้สูงอายุไทย ‘กินได้ ตาดี มีแรงเดิน’

กรมอนามัยแนะผู้สูงอายุไทย ‘กินได้ ตาดี มีแรงเดิน’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.นายแพทย์สราวุฒิ บุญสุข

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขแนะผู้สูงอายุไทย “กินได้ ตาดี มีแรงเดิน”หลังพบผู้สูงอายุไทยกินผักและผลไม้ลดลง เสี่ยงได้รับพลังงานและสารอาหารไม่เพียงพอต่อร่างกาย เพื่อสร้างสุขภาพแข็งแรง เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติที่ผ่านมา

ดร.นายแพทย์สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า วันที่ 13 เมษายนของทุกปี เป็นวันสงกรานต์ และ “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” ซึ่งเป็น
วันที่ลูกหลานกลับมาเยี่ยมบ้าน รวมตัวกันทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ถือเป็นโอกาสดีในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ โดยเฉพาะด้านโภชนาการ ซึ่งจากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562-2563 พบว่า ผู้สูงอายุที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไปกินผักและผลไม้ลดลง และกินผักผลไม้เพียงพอ (มากกว่าหรือเท่ากับ 5 ส่วนต่อวัน) เพียงร้อยละ 34.8 รวมทั้งกินเนื้อสัตว์และนมน้อยกว่าความต้องการของร่างกาย ทำให้ได้รับพลังงาน วิตามิน และแร่ธาตุไม่เพียงพอ โดยเฉพาะแคลเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินเอ วิตามินบีและวิตามินซี ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีภาวะผอม กล้ามเนื้อลีบ ความแข็งแรงของกระดูกลดลง เพิ่มความเสี่ยงการพลัดตกหกล้ม และหากมีความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมร่วมด้วย จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ

ดร.นายแพทย์สราวุฒิ กล่าวต่อว่า ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มวัยที่เปราะบาง มีความเสี่ยงเจ็บป่วยได้ง่าย ร่างกายเริ่มมีความเสื่อมถอยของระบบการ
ทำงานของอวัยวะต่างๆ เช่น การรับกลิ่นและรสชาติเปลี่ยนไป มีปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน มีภาวะกลืนลำบาก เบื่ออาหาร ความสามารถในการดูดซึมสารอาหารและเคลื่อนไหวลำไส้ลดลง เกิดภาวะซึมเศร้า ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผู้สูงอายุบริโภคอาหารได้น้อยลง นำไปสู่การเกิดปัญหาภาวะทุพโภชนาการและเกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมา การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมการกินอาหารที่เพียงพอและเหมาะสมตามวัย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่การมีภาวะโภชนาการที่ดีขึ้น กรมอนามัยจึงแนะนำ “กินได้ ตาดี มีแรงเดิน” ดังนี้

1.กินดี โดยควรกินข้าว-แป้งวันละ 7-9 ทัพพี ผักวันละ 4 ทัพพี ผลไม้วันละ 1-3 ส่วน เนื้อสัตว์วันละ 6-8 ช้อน กินข้าว นมวันละ 1-2 แก้ว ลักษณะอาหารควรเป็นแบบอ่อนนุ่ม เคี้ยวง่าย ย่อยง่าย รสไม่จัด และกินอาหารที่ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท ได้แก่ เนื้อปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ นม ตับ เลือด ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วเมล็ดแห้ง ผักใบเขียว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เป็นต้น 2.ตาดี กินอาหารที่ช่วยในการทำงานของจอประสาทตาและชะลอการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม ได้แก่ ผักผลไม้สีเหลืองส้ม ผักใบเขียว ปลาที่มีกรดไขมันดี ถั่วเมล็ดแห้ง ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เป็นต้น และ 3.มีแรงเดิน กินอาหารที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและชะลอการเสื่อมของกระดูก ได้แก่ เนื้อปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ นม
ปลาเล็กปลาน้อย เต้าหู้ ผักใบเขียวเข้ม ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วเมล็ดแห้ง เป็นต้น และควรรับประทานอาหารพร้อมกันทั้งครอบครัว เพื่อสร้างความอบอุ่นทางจิตใจให้ผู้สูงอายุ

“ทั้งนี้ ผู้สูงอายุควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมง มีการเคลื่อนไหวร่างกาย หมั่นฝึกสมอง เข้าสังคม พบปะพูดคุย และตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ทั้งนี้ อย่าละเลยมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ที่อาจกลับมาระบาดเพิ่มขึ้นหลังวันหยุดยาว จึงขอให้ประชาชนสังเกตอาการตนเองหากอาการหากไอ เจ็บคอ มีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ มีน้ำมูกปวดศีรษะ หายใจลำบาก ควรงดเดินทางตรวจ ATK ทั้งก่อนและหลังเดินทางระหว่างเดินทางสวมหน้ากากตลอดเวลาล้างมือให้สะอาด และสวมหน้ากากอนามัยก่อนไปรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงวัยการกินข้าวสังสรรค์กันในหมู่สมาชิกในครอบครัวควรใช้ช้อนกลาง หรือนั่งกินอาหารในที่โล่ง ระบายอากาศดี อาจหลีกเลี่ยงการออกไปสังสรรค์นอกบ้านเพราะอาจนำเชื้อโรคกลับมาติดผู้สูงอายุในครอบครัว” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว

‘TK Park เปิดตำราวิชา แนะให้แนว’ น้องๆ มัธยม ฟรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726897

‘TK Park เปิดตำราวิชา แนะให้แนว’ น้องๆ มัธยม ฟรี

‘TK Park เปิดตำราวิชา แนะให้แนว’ น้องๆ มัธยม ฟรี

วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถาบันอุทยานการเรียนรู้ TK Park ร่วมกับธุรกิจเพื่อสังคม อาชีฟ (a-chieve) ชวนน้องๆ มัธยมที่ต้องการค้นหาแนวทาง หรืออาชีพของตนในอนาคต มาร่วมกิจกรรม “TK Park เปิดตำราวิชา แนะให้แนว” ตอน Question Me? ด้วยแนวคิด ให้คำถามช่วยเราตามหาตัวตน พบกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คูลซีฟตลอด 2 วันเต็ม! ผ่านกิจกรรม 4 รูปแบบ ทั้ง แนะให้แนว Human Library ที่เชิญวิทยากรคนดัง ตัวแทนอาชีพ ตัวแทนนิสิตนักศึกษาจากคณะยอดนิยมรวม 30 คน มาให้น้องๆร่วมพูดคุย ตั้งคำถามและหาคำตอบไปด้วยกันแบบใกล้ชิดๆ อาทิ “ภูเขาและบุญรอด” ยูทูบเบอร์ชื่อดังจากเพจ Poocao Channel, “รองผู้ว่าฯศานนท์” หรือ ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, แคน-นายิกา ศรีเนียน, ทอม-จักรกฤตโยมพยอม, พี่ไมค์ odds ux/ui Designer, พี่ดาร์ท-ธนทร ศิริรักษ์นักพากย์เสียงชื่อดัง, กานต์-ชนนิกานต์ สุพิทยาพร นางสาวไทยคนที่ 54 ประจำปี 2566 ฯลฯ ลงมือเวิร์กช็อปกับ แนะให้แนว Workshop ที่จะช่วยการค้นหาตัวเองเป็นเรื่องสนุก เช็คสุขภาพใจไปกับแนะให้แนว Care ใจ ส่งท้ายกับ แนะให้แนว Exhibition นิทรรศการที่รวบรวมเหล่าคำถาม พร้อมบุ๊คลิสต์หนังสือน่าอ่านที่จะช่วยในการค้นหาตัวเอง มาร่วมหาคำตอบไปพร้อมกันในกิจกรรม “TK Park เปิดตำราวิชา แนะให้แนว ตอน Question Me?” ระหว่างวันที่ 27-28 พฤษภาคม 2566 เวลา 12.00-18.00 น. ณ อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์ กิจกรรมนี้ฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย ติดตามความเคลื่อนไหวและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ FB Page : แนะให้แนว หรือสอบถามข้อมูลกิจกรรมเพิ่มเติม : 084-9007898 (โบ) / 095-9681941 (บุ๊ค)

คุณแหน : 27 เมษายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726905

วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll สำนักพระราชวัง เรียนเชิญประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติมหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมารเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ วันที่ 29 เมษายน 2566 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.thระหว่างวันที่ 24-30 เมษายน…

ll วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ในพระองค์ฯ ร่วมกับวัดราชผาติการามวรวิหาร และ พล.ต.ณรงค์ฤทธิ ปาณิกบุตร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 และส่วนราชการจังหวัดนครสวรรค์ จัดบรรพชาอุปสมบทหมู่ 111 รูป ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์เนื่องในโอกาสวันครบรอบวันประสูติ 100 ปีเพื่อน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ทรงรับวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์เป็นวัดในพระองค์ 1-18 พ.ค. ณ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ในพระองค์ฯ นครสวรรค์ โดยพระพรหมวชิรากร ประธานสงฆ์ และ สุมนาอภินรเศรษฐ์ รองประธานวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ในพระองค์ฯ…

ll มูลนิธิเด็กโรคหัวใจในพระอุปถัมภ์ของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิราชนครินทร์ โดย บุญเกียรติ โชควัฒนา สุดาพิมพ์ โพธิภักติ และวงดนตรีศิษย์เก่าสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ร่วมจัดคอนเสิร์ตเทิดพระเกียรติเนื่องในวาระ 100 ปี วันประสูติองค์อุปถัมภ์ฯ “Love For Cardiac Children Charity Concert 2023” ฟังเพลงจาก Broadway Musicals ยุค Golen Age 20 พ.ค.14.30 น. โรงละคร M Theatre ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ ซื้อบัตรได้ที่มูลนิธิฯ 02-7166070…

ll คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ จัดเสวนา เรื่อง “เข้าใจ-เข้าถึง พหุวัฒนธรรมลดความเหลื่อมล้ำในการบริการสุขภาพ” 3 พ.ค.12.30-14.30 น. ห้องประชุมอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬาลงกรณ์ ฟังการบรรยายเรื่อง “ความเหลื่อมล้ำในการบริการสุขภาพ”โดย ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ กก.
ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักบริหารวิชาการสุขภาพ และการบรรยายเรื่อง “พหุวัฒนธรรมกับการบริการสุขภาพ” โดย ศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ พร้อมฟังการเสวนาเรื่อง “หลากวิถี หลายวัฒนธรรมกับการดูแลสุขภาพในสังคมไทย” โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ…

llหลังจากเข้าๆ ออกๆ รพ. 2 ปี สวัสดิ์ กันทาธรรม สามี พรพิมล กันทาธรรม ก็จากไปเมื่อ 19 เม.ย. ฌาปนกิจเรียบร้อยแล้ว…

ll หลังสูญเสียคุณพ่อหลุยส์เดอ มงฟอร์ด บัญชา ภาณุประภา ไปเมื่อ 10 เม.ย. ขอแสดงความเสียใจกับ สุทรรศนีย์ภาณุประภา ที่สูญเสียคุณแม่มาร์กาเร็ตสุรัติ ภาณุประภา ในเวลาใกล้ๆ กัน จัดพิธีสวดภาวนาและพิธีมิสซาปลงศพ ที่วัดมหาไถ่ 27 เม.ย. 09.00 น. แล้วนำร่างไปฝังที่สุสานวัดเซนต์นิโคลัส พัทยา เจ้าภาพของดรับซอง พวงหรีด และเจ้าภาพร่วมทุกชนิด…

ll พลัฎฐ์ จิตติวรสิทธิ์ พาคุณพ่อรัฐธนินท์ จิตติวรสิทธิ์ หนีร้อนเมืองไทยไปเปลี่ยนบรรยากาศช็อปปิ้งที่ฮ่องกง 27 เม.ย.-1 พ.ค. …

ll หลังครบวาระกรรมการสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ปีนี้ สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ขอหยุดพักด้วยมีภาระหน้าที่เป็นประธานมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลนในพระบรมราชินูปถัมภ์…ll

น้อง

วางปะการังเทียมเฉลิมพระเกียรติ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สร้างระบบนิเวศทางทะเลหมู่เกาะแสมสารอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726908

วางปะการังเทียมเฉลิมพระเกียรติ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สร้างระบบนิเวศทางทะเลหมู่เกาะแสมสารอย่างยั่งยืน

วางปะการังเทียมเฉลิมพระเกียรติ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สร้างระบบนิเวศทางทะเลหมู่เกาะแสมสารอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสมพันธ์ จารุมิลินท, นายสุภกิต เจียรวนนท์, พลเรือเอกเชิงชาย ชมเชิงแพทย์, พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์, นายพรชัย จุฑามาศ และ นายธวัชชัย ศรีทอง ในพิธีเปิดโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรและวางปะการังเทียม เกาะแสมสาร เฉลิมพระเกียรติ

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กองทัพเรือ จังหวัดชลบุรี ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมกิจกรรมใน “โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรและวางปะการังเทียม เกาะแสมสาร เฉลิมพระเกียรติ” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน2566 โดยได้รับเกียรติจาก พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ประธานองคมนตรี และประธานมูลนิธิอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นประธานในพิธีวางปะการังเทียมเป็นปฐมฤกษ์ พร้อมปล่อยเต่าทะเล และปลูกต้นไม้ เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2566 ณ บริเวณหน้าหาดทิศตะวันออกของเกาะแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์, พลเรือเอกเชิงชาย ชมเชิงแพทย์, นายธวัชชัย ศรีทอง และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ทำพิธีวางปะการังเทียมเป็นปฐมฤกษ์

กิจกรรมดังกล่าวมี พลเรือเอกเชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายพรชัย จุฑามาศ กรรมการและเลขานุการ อพ.สธ. นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ นายสมพันธ์ จารุมิลินท ประธานคณะทำงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทะเลไทย มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนร่วมพิธี

สุภกิต เจียรวนนท์ ร่วมปล่อยเตาทะเลเฉลิมพระเกียรติ

พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ประธานมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า วันนี้เมื่อ 25 ปีที่แล้ว สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริแก่ผู้เกี่ยวข้องให้ดำเนินการทั้ง 9 เกาะ เกาะแสมสารและเกาะข้างเคียงศึกษาตั้งแต่ยอดเขาจนถึงใต้ทะเล รวบรวมพันธุ์ไม้นานาชนิด ทั้งพืชบนดิน พืชน้ำ รวมถึงสัตว์ต่างๆโดยเน้นระบบนิเวศวิทยาแบบภาพรวมทั้งระบบ ให้ทำการสำรวจทั้งด้านภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยา อุตุนิยมวิทยา แร่ธาตุ ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งพระราชดำรินี้คือแนวทางสำคัญยิ่งต่อการดำเนินงานด้านอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในการนำโครงการ

ปะการังเทียมที่จะกลายเป็นบ้านและแหล่งอาหารของชีวิตใต้ทะเล

“กิจกรรมในวันนี้ชาวเกาะแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนในพื้นที่มาร่วมกิจกรรมเพื่อเรียนรู้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อการอนุรักษ์ รวมทั้งศึกษาระบบนิเวศวิทยา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ควรจะอยู่คู่กับพวกเราตลอดไป วันนี้ผมได้เห็นป่าชายเลนที่สมบูรณ์ขึ้น ทั้งทิวทัศน์หาดทรายก็มีความสะอาดสวยงาม จึงขอฝากชาวแสมสารและหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือให้ช่วยกันดูแลสภาพธรรมชาติอันสวยงามนี้ให้ดำรงอยู่เพื่อคนรุ่นหลังต่อไป”

พลเรือเอกเชิงชาย ชมเชิงแพทย์ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวว่า “กองทัพเรือตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชและทรัพยากรทางทะเล โดยได้เข้าร่วมสนองพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยดำเนินโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชในพระราชดำริฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ในพื้นที่เกาะแสมสารและเกาะข้างเคียง รวม 9 เกาะ การจัดโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรและวางปะการังเทียม เกาะแสมสาร เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน 2566 ในวันนี้ เป็นโครงการ่วมสนองพระราชดำริตามพระราชประสงค์ ที่จะเป็นโครงการศึกษาวิจัยและอนุรักษ์ทรัพยากรในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อีกทั้งเป็นการยกระดับในการรักษาความมั่นคงทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่หมู่เกาะแสมสารและเกาะใกล้เคียงเป็นพื้นที่คุ้มครองต่อไปในอนาคต”

“โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรและวางปะการังเทียม เกาะแสมสาร เฉลิมพระเกียรติ” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน 2566 บนหมู่เกาะแสมสารครั้งนี้ มีการจัดทำบ้านปลาบริเวณหาดเทียน เพื่อเป็นแหล่งอาศัยของสาหร่ายทะเลกลุ่มต่างๆ และสิ่งมีชีวิตที่มีความหลากหลาย ด้วยการวางปะการังเทียมต่อเนื่องเป็นแนวยาวขนานกับหาดเทียนบนพื้นที่วางรวม 200 ตารางเมตร โดยนำเทคโนโลยี CPAC 3D Printing Solution มาขึ้นรูปเป็นวัสดุฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง เพื่อเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปะการังและสัตว์น้ำ อันจะนำไปสู่การอนุรักษ์ฟื้นฟูแนวปะการัง และรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศปะการังรวมถึงทรัพยากรทางท้องทะเลบริเวณเกาะแสมสารอย่างยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้ มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กองทัพเรือ และหน่วยงานเครือข่าย ได้ร่วมกันฟื้นฟูและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
ในแนวปะการังบริเวณเกาะแสมสาร และมีการศึกษาวิจัยติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดฐานข้อมูลปะการังที่จะไปสนับสนุนการจัดทำผังพื้นที่ทางทะเล (Marine Spatial Planning; MSP) ประกอบการตัดสินใจในการกำหนดนโยบาย และตัวชี้วัดด้านการบริหารจัดการปะการังในพื้นที่ดำเนินงาน อพ.สธ.-ทร. หมู่เกาะแสมสาร และเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาในการยกระดับความสำคัญของพื้นที่หมู่เกาะแสมสาร เป็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเล (Marine Protected Area; MPA) เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงของระบบนิเวศของพื้นที่อ่าวไทยตะวันออก รองรับกับการวางแผนการจัดการที่เหมาะสมของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor; EEC) พร้อมทั้งยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างจิตสำนึกแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไปในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เกาะแสมสารอีกด้วย

5 วิธีดูแลสุขภาพด้วยตัวเองในฤดูร้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726887

5 วิธีดูแลสุขภาพด้วยตัวเองในฤดูร้อน

5 วิธีดูแลสุขภาพด้วยตัวเองในฤดูร้อน

วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ด้วยปัญหาสิ่งแวดล้อมมากมายทำให้ปัจจุบันภูมิอากาศทั่วโลกสูงขึ้นประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน โดยปีนี้ฤดูร้อนมาเร็วตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา และกรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศในฤดูร้อน 2566 ของประเทศไทยว่า ในช่วงเดือนเมษายนในหลายพื้นที่ของประเทศไทยจะมีอุณหภูมิสูงสุด 40-43 องศาเซลเซียส สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิสูงสุด 38-39 องศาเซลเซียส ด้วยอากาศที่ร้อนจัดหลายคนต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรืออยู่ในสถานที่ที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ช่วงนี้เราจึงมักจะเห็นข่าวคนป่วยด้วยอาการ “ฮีทสโตรก(Heatstroke) หรือ “โรคลมแดด” คืออาการที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวเข้ากับความร้อนที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันได้ ส่งผลให้มีอาการเวียนศีรษะ หัวใจเต้นเร็ว หรือวิกฤตถึงขั้นเป็นลมหมดสติดังนั้นในร้อนนี้ โฮลิสติกเมดิคอล เซ็นเตอร์มีคำแนะนำวิธีในการดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากสภาพอากาศในช่วงหน้าร้อน

ข้อแรก ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่าให้ร่างกายขาดน้ำการดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือปริมาณ 1.5 ลิตรต่อวัน โดยให้จิบระหว่างวันแทนการดื่มปริมาณมากในครั้งเดียว หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำที่มีอุณหภูมิเย็นจัดเพราะอาจจะทำให้เกิดอาการปวดหัว หรือเกิดอาการช็อกได้ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง หรือออกกำลังกาย ต้องจิบน้ำบ่อยๆ เพื่อทดแทนน้ำที่สูญเสียไปกับเหงื่อ การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่ายกายในแต่ละวันยังช่วยเติมเต็มความชุ่มชื่นผิว ช่วยทำให้ผิวนุ่มและฟื้นฟูได้ดี

หลีกเลี่ยงการอยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นเวลานาน รวมถึงหลีกเลี่ยงการปะทะแสงแดดโดยตรง หรือหากจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรมีอุปกรณ์สำหรับปกป้องผิวจากแสงแดด เช่น การสวมแว่นตากันแดด กางร่ม และที่สำคัญอย่าลืมทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF และ PA+++ ก่อนออกจากบ้าน และเติมครีมกันแดดระหว่างวัน เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด อันเป็นต้นตอของปัญหาฝ้า กระ ผิวแห้งกร้าน รวมถึงการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง

ร้อนๆ อย่างนี้การเลือกเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความร้อนภายในร่างกายได้ โดยเลือกเสื้อผ้าที่ตัดเย็บจากเนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี หรือมีเนื้อสัมผัสเย็นสบาย ไม่เพียงจะช่วยลดความร้อนแล้ว ยังช่วยลดการเกิดกลิ่นกายอันไม่พึงประสงค์ระหว่างวันได้อีกด้วย

อีกหนึ่งสิ่งที่เราควรทำในช่วงหน้าร้อน คือการไม่บริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยที่ส่งผลทำให้หัวใจทำงานหนัก เนื่องจากแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ในการกระตุ้นการสูบฉีดโลหิตให้เร็วและแรงขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ยิ่งมีความเสี่ยงและอาจมีอันตรายถึงชีวิตหากดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในขณะที่อากาศร้อนจัด

การเลือกรับประทานอาหาร ผักผลไม้ ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศไปจนถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบต่างๆ ก็ถือเป็นตัวช่วยที่ดี เช่น วิตามินซีเป็นส่วนสำคัญต่อการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ วิตามินอีมีส่วนช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากอนุมูลอิสระ ช่วยยืดอายุผิวให้ความชุ่มชื้นเป็นต้น

นอกจากวิธีดูแลสุขภาพในช่วงหน้าร้อนที่กล่าวมาแล้ว การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัย ก็เป็นหนึ่งตัวช่วยดีๆ ที่คุณจะได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ตั้งแต่การตรวจเช็คสภาพร่างกายเพื่อค้นหาว่าร่างกายของเราขาดวิตามินหรือสารอาหารชนิดใด เพื่อที่เราจะได้เสริมส่วนที่ขาดให้กับร่างกายได้อย่างถูกต้องตรงจุด ช่วยให้คุณมีผิวพรรณสดใส สุขภาพแข็งแรง ซึ่งโฮลิสติกเมดิคอล เซ็นเตอร์ ศูนย์ดูแลสุขภาพด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ฮอร์โมนบำบัด เซลล์บำบัด ธรรมชาติบำบัด เจาะลึกทุกรายละเอียดถึงระดับเซลล์ทั้งด้านการป้องกัน รักษาและฟื้นฟู พร้อมเป็นที่ปรึกษา ดูแล เพื่อให้คุณมีสุขภาพแข็งแรงด้วยการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับความเสื่อมของร่างกาย พร้อมสู้กับฤดูร้อนได้อย่างมั่นใจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02-6408090 และ https://www.holistic-medical.com หรือ https://linktr.ee/holisticmedicalcentre